ประวัติศาสตร์ฉบับย่อของชาวกอธ - แดน อดัมส์: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
635 คำ 141 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ติดตามเส้นทางของคำว่า Gothic จากชื่อชนเจอร์แมนิกโบราณ สู่คำเรียกสถาปัตยกรรมยุคกลาง วรรณกรรมโรแมนติกด้านมืด และวัฒนธรรมย่อยโพสต์พังก์ โดยแต่ละยุคได้นำอดีตมาตีความใหม่ให้เข้ากับปัจจุบันของตน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. As the Roman Empire expanded, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้ as ตามด้วยอนุประโยคเพื่อวางฉากหลังทางประวัติศาสตร์ที่กำลังเปลี่ยนแปลง พร้อมนำเสนอเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควบคู่กัน และนำรูปแบบนี้ไปใช้เชื่อมการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปกับผลที่ตามมา 2. was repurposed again — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่า repurpose ในบริบทประวัติศาสตร์วัฒนธรรมหมายถึงการมอบหน้าที่หรือความหมายใหม่ให้คำหนึ่งคำ และใช้คำกริยาระดับเป็นทางการนี้เมื่ออธิบายว่าป้ายชื่อ งานออกแบบ หรือแนวคิดถูกนำกลับมาใช้ในจุดประสงค์ใหม่ ไม่ใช่เพียงถูกแทนที่ 3. to reach into its past to reshape its present. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: ตีความภาพการเอื้อมกลับไปหาอดีตว่าเป็นอุปมาของการหยิบยืมรูปแบบและแนวคิดที่สืบทอดมาเพื่อเปลี่ยนวัฒนธรรมร่วมสมัย และใช้เพื่อสื่อว่าอัตลักษณ์หรือนวัตกรรมก่อรูปจากการเลือกสัมพันธ์กับประวัติศาสตร์อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

What do fans of atmospheric post-punk music have in common with ancient barbarians? โน้ต

0:08

แฟนเพลงโพสต์พังก์ที่มีบรรยากาศดาร์กๆ มีอะไรที่เหมือนกับคนเถื่อนในยุคโบราณบ้าง?

วัฒนธรรม

atmospheric post-punk music: คำบอกแนวเพลงและบรรยากาศ

Post-punk เป็นชื่อเรียกแนวร็อกหลายแบบที่พัฒนาขึ้นหลังยุคแรกของพังก์ และมักใช้เสียงที่ทดลองมากขึ้น หม่นขึ้น หรือแข็งเย็นขึ้น ในที่นี้คำนี้ระบุแนวเพลงโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงเพลงพังก์ทุกชนิด Atmospheric ใช้บรรยายเพลงที่สร้างบรรยากาศเด่นชัดและชวนให้ผู้ฟังจดจ่อเข้าไปในเพลง ดังนั้น atmospheric post-punk music จึงหมายถึงเพลงโพสต์พังก์ที่โดดเด่นด้านบรรยากาศ ไม่ได้เกี่ยวกับสภาพอากาศหรือชั้นบรรยากาศของโลก

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ atmospheric post-punk music มีความหมายตรงกับข้อใดมากที่สุด

  1. เพลงพังก์แบบดั้งเดิมที่เล่นกลางแจ้ง
  2. เพลงโพสต์พังก์ที่สร้างบรรยากาศเข้มข้นและชวนให้ดื่มด่ำ
  3. เพลงป๊อปเกี่ยวกับสงครามในสมัยโบราณ
ดูคำตอบ

เพลงโพสต์พังก์ที่สร้างบรรยากาศเข้มข้นและชวนให้ดื่มด่ำ

วลี

have in common with: การถามว่าสองสิ่งมีอะไรเหมือนกัน

โครงสร้าง have something in common with someone or something หมายถึงสองฝ่ายมีบางสิ่งร่วมกัน ในประโยคบอกเล่า สิ่งที่มีร่วมกันจะอยู่ในตำแหน่งของ something เช่น I have a hobby in common with Maya. ในคำถามนี้ What ใช้แทนลักษณะร่วมที่ยังไม่ทราบ: What does A have in common with B? common ในที่นี้หมายถึง “มีร่วมกัน” ไม่ได้หมายถึง “ธรรมดา” หรือ “ทั่วไป” คำถามเปรียบเทียบแบบนี้สามารถเชื่อมโยงสองเรื่องที่แตกต่างกันมาก และทำให้ผู้ฟังอยากรู้คำตอบ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีตายตัวที่ใช้ถามถึงสิ่งที่มีร่วมกัน: What does this neighborhood have ____ the old one?

ดูคำตอบ

in common with

Not much.

0:15

ไม่มากนัก

So why are both known as Goths? วลี

0:16

แล้วทำไมทั้งคู่ถึงเป็นที่รู้จักในชื่อ กอท หรือ โกธ?

วลี

be known as + ชื่อหรือสถานะ

ในโครงสร้าง be known as + ชื่อหรือสถานะ known เป็นรูป past participle ของ know และใช้ร่วมกับ be ในโครงสร้างกรรมวาจก วลีนี้หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “เป็นที่รู้จักด้วยชื่อนั้น” ในประโยคนี้ ทั้งสองสิ่งใช้ชื่อเรียกว่า Goths เหมือนกัน โครงสร้างนี้เน้นชื่อที่ผู้คนใช้เรียก ไม่ได้เน้นการ “รู้ข้อเท็จจริง” ตามความหมายทั่วไปของ know

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่ใช้แนะนำชื่อหรือฉายา: The masked hero is ____ Night Falcon.

ดูคำตอบ

known as

Is it a weird coincidence or a deeper connection stretching across the centuries? สำนวน

0:19

มันเป็นเรื่องบังเอิญที่แปลกประหลาด หรือเป็นความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งยิ่งกว่าซึ่งทอดยาวข้ามศตวรรษ?

สำนวน

a deeper connection stretching across the centuries: ความเชื่อมโยงที่ลึกซึ้งกว่าซึ่งทอดยาวข้ามหลายศตวรรษ

a deeper connection บอกเป็นนัยว่าความคล้ายคลึงนี้อาจมาจากความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์หรือวัฒนธรรมที่มีอยู่จริง ไม่ใช่เพียงความบังเอิญ stretching across the centuries เป็นวลี participle ที่ขยายคำว่า connection stretching ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ โดยวาดภาพว่าความเชื่อมโยงนั้นทอดยาวผ่านช่วงเวลาที่ยาวนานมาก ภาพนี้ทำให้คำถามดูมีขอบเขตทางประวัติศาสตร์ที่กว้างและชวนให้รู้สึกลึกลับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ stretching เพื่อสื่อถึงการดำเนินผ่านช่วงเวลายาวนานในเชิงเปรียบเทียบแบบเดียวกัน?

  1. A long banner stretches across the stage.
  2. The athlete is stretching her arms before the race.
  3. The custom reflects a connection stretching across the centuries.
ดูคำตอบ

The custom reflects a connection stretching across the centuries.

The story begins in ancient Rome. ลำดับความ

0:25

เรื่องราวเริ่มต้นในกรุงโรมโบราณ

ลำดับความ

The story begins: สัญญาณเปิดเรื่อง

“The story begins” เป็นสัญญาณเปิดเรื่องที่ผู้เล่าใช้ บอกผู้ฟังว่าการเล่าหลักกำลังเริ่มต้นและชี้ว่าจะเริ่มเล่าเหตุการณ์จากจุดใด จึงช่วยจัดเนื้อหาที่ตามมาให้เป็นลำดับ ในประโยคนี้ in ancient Rome ระบุฉากเริ่มต้นของเรื่อง สัญญาณแบบเดียวกันใช้เปิดเรื่องเล่า คำอธิบายทางประวัติศาสตร์ หรือกรณีศึกษาได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปิดการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ได้เป็นธรรมชาติที่สุดโดยระบุช่วงเวลาที่เรื่องเริ่มต้น

  1. People still tell stories about the winter of 1912.
  2. The winter of 1912 was unusually cold.
  3. The story begins in the winter of 1912.
ดูคำตอบ

The story begins in the winter of 1912.

As the Roman Empire expanded, ไวยากรณ์

0:28

เมื่อจักรวรรดิโรมันขยายดินแดน

it faced raids and invasions from the semi-nomadic populations along its borders. วลี

0:30

พวกเขาต้องเผชิญกับการบุกรุกและการรุกรานจากประชากรกึ่งเร่ร่อนตามแนวชายแดน

ไวยากรณ์

As the Roman Empire expanded: as ที่แสดงการเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกัน

ในประโยคนี้ “As the Roman Empire expanded” เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ให้ข้อมูลพื้นหลัง As หมายถึง “ระหว่างที่การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปนี้กำลังเกิดขึ้น” โดยนำเสนอการขยายตัวของจักรวรรดิและการเผชิญกับการโจมตีและการรุกรานว่าเป็นสิ่งที่ดำเนินไปในช่วงเวลาเดียวกัน โครงสร้างคือ As + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก ใช้เมื่อกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นกรอบเวลาให้กับพัฒนาการอีกอย่างหนึ่ง โครงสร้างนี้บอกว่าเวลาเหลื่อมซ้อนกัน แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าการเปลี่ยนแปลงแรกเป็นสาเหตุของเหตุการณ์ที่สอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปเกิดขึ้นพร้อมกับพัฒนาการอีกอย่างหนึ่ง

  1. As the road was closed, we took another route.
  2. As the town grew, the bus network expanded.
  3. As a bus driver, Lee knows every route.
ดูคำตอบ

As the town grew, the bus network expanded.

วลี

faced raids and invasions: เผชิญภัยคุกคามทางทหาร

ในที่นี้ faced เป็นรูปอดีตของคำกริยา face หมายถึง “เผชิญและต้องรับมือ” กรรมของคำกริยาคือ raids and invasions ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอการโจมตีว่าเป็นภัยคุกคามที่ประธานต้องเผชิญ ไม่ใช่เหตุการณ์ที่ประธานเพียงมองเห็น รูปแบบคือ face + คำนาม เช่น face danger, face challenges, face opposition ในภาษาอังกฤษไม่ใส่คำบุพบทระหว่าง face กับกรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ face ในความหมายว่า “เผชิญภัยคุกคาม”

  1. The lighthouse faces the open sea.
  2. The coastal town faced repeated raids and strengthened its walls.
  3. The painter added a face to the shield.
ดูคำตอบ

The coastal town faced repeated raids and strengthened its walls.

Among the most powerful were a Germanic people known as Goths, ไวยากรณ์

0:36

หนึ่งในกลุ่มที่ทรงพลังที่สุดคือกลุ่มชนเจอร์แมนิกที่รู้จักกันในชื่อชาวกอท

ไวยากรณ์

Among the most powerful were...: บอกกลุ่มก่อนเปิดเผยสมาชิก

Among the most powerful เป็นวลีบุพบทที่ย้ายมาไว้ต้นประโยคเพื่อกำหนดกลุ่มก่อน โดย the most powerful หมายถึงชนชาติหรือกลุ่มที่ทรงอำนาจมากที่สุดในบริบท จากนั้นกริยา were จึงอยู่หน้าประธาน a Germanic people known as Goths นี่คือการสลับตำแหน่งประธานกับกริยา ลำดับปกติคือ A Germanic people known as Goths were among the most powerful ลำดับแบบสลับจะนำเสนอหมวดหมู่ก่อน แล้วจึงเปิดเผยสมาชิกในกลุ่ม เป็นโครงสร้างกระชับที่ใช้ในการแจกแจงอย่างเป็นทางการและการเล่าประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be ที่ถูกต้องในประโยคสลับลำดับแบบเป็นทางการนี้: Among the finalists ____ two students from our school.

ดูคำตอบ

were

who were composed of two tribal groups, วลี

0:41

ซึ่งประกอบด้วยชนเผ่าสองกลุ่ม

วลี

be composed of: บอกส่วนประกอบของสิ่งที่เป็นองค์รวม

be composed of หมายถึง “ประกอบขึ้นจาก” หรือ “มี...เป็นส่วนประกอบ” โดยวางสิ่งที่เป็นองค์รวมไว้หน้า be composed of และวางสมาชิกหรือส่วนประกอบไว้หลังวลีนี้ ในประโยคนี้ กลุ่มที่กล่าวถึงคือองค์รวม ส่วน two tribal groups คือส่วนประกอบ วลีนี้มีน้ำเสียงเชิงอธิบายตั้งแต่เป็นกลางถึงค่อนข้างเป็นทางการ เหมาะสำหรับบรรยายองค์กร ประชากร ระบบ เอกสาร และสิ่งผสม

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายในรูปที่ถูกต้อง: The science team ____ students from three classes.

ดูคำตอบ

is composed of

the Visigoths and Ostrogoths.

0:43

คือ วิซิกอท และ ออสโตรกอท

While some of the Germanic tribes remained Rome's enemies, ไวยากรณ์

0:46

ในขณะที่ชนเผ่าเจอร์แมนิกบางเผ่ายังคงเป็นศัตรูกับโรม

the empire incorporated others into the imperial army. การใช้คำ

0:50

จักรวรรดิก็ได้รวบรวมเผ่าอื่นๆ เข้าเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพจักรวรรดิ

ไวยากรณ์

While some... others...: เปรียบต่างส่วนต่าง ๆ ในกลุ่มเดียวกัน

ในที่นี้ While ใช้เปิดการเปรียบต่าง ไม่ได้บอกความสัมพันธ์ด้านเวลา โดยนำข้อเท็จจริงแรกมาเทียบกับข้อเท็จจริงที่แตกต่างกันในส่วนที่สอง คือชนเผ่าบางเผ่ายังคงเป็นศัตรู แต่จักรวรรดิปฏิบัติต่อชนเผ่าอื่นต่างออกไป Some of the Germanic tribes เลือกกล่าวถึงส่วนหนึ่งของกลุ่มที่ใหญ่กว่า ส่วน Others ใช้แทน other Germanic tribes เพื่อไม่ให้กล่าวซ้ำ และในประโยคนี้เป็นกรรมของ incorporated โครงสร้าง While some..., ... others... ใช้จัดระเบียบข้อเท็จจริงสองอย่างเกี่ยวกับส่วนต่าง ๆ ของกลุ่มเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายเพื่อแสดงการเปรียบต่าง: ____ customers order online, ____ prefer to shop in person.

ดูคำตอบ

While some · others

การใช้คำ

incorporate A into B: นำ A เข้าเป็นส่วนหนึ่งของ B

incorporate A into B หมายถึงนำ A เข้าไปอยู่ในระบบที่ใหญ่กว่าเพื่อให้ A กลายเป็นส่วนหนึ่งของระบบนั้น ในประโยคนี้ คนที่เรียกว่า others ถูกนำเข้าเป็นสมาชิกของกองทัพจักรวรรดิ ไม่ใช่เพียงถูกขอให้ร่วมมือกับกองทัพ โครงสร้างคือ incorporate + A + into + B โดย A คือสิ่ง แนวคิด หรือกลุ่มที่ถูกเพิ่มเข้าไป และ B คือองค์รวมที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าคณะกรรมการนำความคิดเห็นของประชาชนเข้าเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายที่แก้ไขแล้ว

  1. The committee incorporated the revised policy into public feedback.
  2. The committee incorporated public feedback into the revised policy.
  3. The committee incorporated public feedback with the revised policy.
ดูคำตอบ

The committee incorporated public feedback into the revised policy.

As the Roman Empire split in two, วลี

0:55

เมื่อจักรวรรดิโรมันแยกออกเป็นสองส่วน

วลี

split in two: แยกเป็นสองส่วน

split in two หมายถึงสิ่งที่เป็นหนึ่งเดียวเปลี่ยนเป็นสองส่วนที่แยกจากกัน ในประโยคนี้จักรวรรดิคือสิ่งที่เกิดการเปลี่ยนแปลง จึงไม่มีกรรมตามหลัง split in two อธิบายผลลัพธ์ โครงสร้างเดียวกันนี้สามารถมีกรรมได้เช่นกัน โดย split the class in two หมายถึงแบ่งชั้นเรียนออกเป็นสองกลุ่ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคณะกรรมการหนึ่งคณะแยกออกเป็นสองกลุ่ม

  1. After the disagreement, the committee split in two.
  2. After the disagreement, the committee split into twice.
  3. After the disagreement, the committee split as two.
ดูคำตอบ

After the disagreement, the committee split in two.

these tribal armies played larger roles in its defense and internal power struggles. วลี

0:57

กองทัพชนเผ่าเหล่านี้ก็มีบทบาทมากขึ้นในการป้องกันตัวและการต่อสู้แย่งชิงอำนาจภายใน

วลี

played larger roles in: การมีส่วนร่วมหรืออิทธิพลที่มากขึ้น

play a role in something หมายถึงการมีส่วนร่วมในบางสิ่งหรือมีอิทธิพลต่อทิศทางของสิ่งนั้น ในประโยคนี้ played larger roles in บอกว่ากองทัพชนเผ่ามีส่วนร่วมหรือมีอิทธิพลมากขึ้นในสองด้านที่กล่าวถึง larger เป็นรูปเปรียบเทียบ หมายถึงบทบาทนั้นมากกว่าเดิมหรือมากกว่าบทบาทของฝ่ายอื่น แม้ประโยคจะไม่ได้ระบุสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่างชัดเจน รูปพหูพจน์ roles ใช้พูดถึงบทบาทหรือหน้าที่ที่แตกต่างกัน หรือบทบาทในหลายด้านได้ แต่การที่ประธานเป็นพหูพจน์ไม่ได้บังคับให้ใช้ roles เสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างที่เน้นไว้ในรูปอดีตเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the reform, local councils ____ planning and public services.

ดูคำตอบ

played larger roles in

วลี

internal power struggles: การแย่งชิงอำนาจภายในกลุ่ม

internal power struggle คือความขัดแย้งภายในประเทศ รัฐบาล พรรค บริษัท หรือกลุ่มเดียวกัน ว่าใครจะเป็นผู้ควบคุมการตัดสินใจ ความเป็นผู้นำ หรืออิทธิพล รูปพหูพจน์ struggles บอกว่ามีความขัดแย้งลักษณะนี้หลายครั้ง ในที่นี้ power หมายถึงอำนาจหรือการควบคุม ส่วน internal บอกว่าความขัดแย้งเกิดขึ้นภายในหน่วยเดียวกัน ไม่ใช่ระหว่างหน่วยนั้นกับฝ่ายตรงข้ามจากภายนอก

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงความขัดแย้งเพื่อแย่งชิงอำนาจภายในองค์กร: The committee delayed the vote because of ____ among its senior members.

ดูคำตอบ

internal power struggles

In the 5th century,

1:04

ในศตวรรษที่ 5

a mercenary revolt led by a soldier named Odoacer captured Rome and deposed the Western emperor. โน้ต

1:05

การก่อกบฏของทหารรับจ้างซึ่งนำโดยทหารชื่อโอโดอาเซอร์ ได้เข้ายึดกรุงโรมและปลดจักรพรรดิแห่งโรมันตะวันตก

การใช้คำ

mercenary revolt: การก่อกบฏของนักรบรับจ้าง

ใน mercenary revolt คำว่า mercenary ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์เพื่อบอกว่าใครเป็นผู้เกี่ยวข้อง mercenary คือผู้ที่ได้รับการว่าจ้างให้ต่อสู้เพื่อประเทศหรือกลุ่มหนึ่งโดยไม่ได้เป็นสมาชิกประจำของกองทัพ ส่วน revolt คือการลุกฮืออย่างเป็นระบบเพื่อต่อต้านผู้มีอำนาจ ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงการก่อกบฏโดยนักรบรับจ้าง จุดสำคัญคือสถานะของนักรบเหล่านั้น ไม่ใช่เพียงทหารทั่วไปที่แสดงความไม่พอใจ

แบบฝึกหัด

mercenary revolt หมายถึงอะไรในประโยคประวัติศาสตร์นี้

  1. การฝึกซ้อมของกองทัพประจำ
  2. การประท้วงอย่างสงบเกี่ยวกับค่าจ้างทหาร
  3. การก่อกบฏโดยนักรบที่ได้รับการว่าจ้าง
ดูคำตอบ

การก่อกบฏโดยนักรบที่ได้รับการว่าจ้าง

ไวยากรณ์

led by a soldier named Odoacer: ระบุผู้นำด้วยโครงสร้างที่กระชับ

led by a soldier named Odoacer วางอยู่ถัดจาก revolt และทำหน้าที่ขยายคำนั้น ไม่ใช่การก่อกบฏเป็นฝ่ายนำใคร แต่มีใครบางคนเป็นผู้นำการก่อกบฏ วลีนี้เป็นรูปย่อของ which was led by a soldier named Odoacer ภายในวลีเดียวกัน named Odoacer ขยาย soldier และสามารถขยายเต็มเป็น who was named Odoacer ภาษาอังกฤษสามารถวางคำอธิบายแบบถูกกระทำที่ย่อแล้วหลายชั้นรอบคำนามเพื่อใส่ข้อมูลพื้นหลังอย่างกระชับ โดยยังให้ captured และ deposed เป็นคำกริยาหลักของประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ led by... เป็นคำอธิบายคำนามแบบถูกกระทำที่ย่อแล้วได้ถูกต้อง

  1. The expedition led by Dr. Chen reached the island safely.
  2. The expedition was led by Dr. Chen reached the island safely.
  3. The expedition leading by Dr. Chen reached the island safely.
ดูคำตอบ

The expedition led by Dr. Chen reached the island safely.

การใช้คำ

deposed the Western emperor: ปลดจักรพรรดิโรมันตะวันตกออกจากอำนาจ

ในที่นี้ depose หมายถึงการปลดผู้ปกครองออกจากอำนาจ โดยปกติเกิดจากการดำเนินการทางการเมือง การทหาร หรืออย่างเป็นทางการ deposed the Western emperor บอกว่าจักรพรรดิสูญเสียสถานะในการปกครอง ไม่ได้หมายถึงเพียงถูกย้ายไปที่อื่น คำนี้เป็นสกรรมกริยา โดยใช้โครงสร้าง depose + บุคคล รูปอดีต deposed แสดงว่าการปลดออกจากตำแหน่งเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้ปกครองถูกบังคับให้ออกจากอำนาจ

  1. During the hearing, the lawyer deposed the witness.
  2. After the coup, the army deposed the president.
  3. After lunch, the staff removed the empty plates.
ดูคำตอบ

After the coup, the army deposed the president.

Odoacer and his Ostrogoth successor Theodoric technically remained under the Eastern emperor's authority วลี

1:12

โอโดอาเซอร์และทีโอโดริก ผู้สืบทอดชาวออสโตรกอทของเขา ในทางเทคนิคแล้วยังคงอยู่ภายใต้อำนาจของจักรพรรดิตะวันออก

วลี

under the Eastern emperor's authority: อยู่ภายใต้อำนาจของจักรพรรดิโรมันตะวันออก

Under someone's authority หมายถึงอยู่ภายใต้อำนาจอย่างเป็นทางการ การควบคุม หรือสิทธิในการออกคำสั่งของบุคคลนั้น ในที่นี้วลีดังกล่าวบอกว่าโอโดเอเซอร์และธีโอดอริกยังคงขึ้นต่อจักรพรรดิโรมันตะวันออกอย่างเป็นทางการ under บอกความสัมพันธ์เชิงอำนาจ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ ส่วน authority ในที่นี้หมายถึงอำนาจปกครองหรืออำนาจตามกฎหมาย ไม่ใช่เพียงชื่อเสียง ความเชี่ยวชาญ หรือบุคคลที่ได้รับความเคารพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบขึ้นต่อกันอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่การได้รับอนุญาต: The provincial governor remained ____ the emperor's authority.

ดูคำตอบ

under

and maintained Roman traditions. วลี

1:19

และคงไว้ซึ่งประเพณีของโรมัน

วลี

maintained Roman traditions: รักษาและสืบสานประเพณีโรมัน

ใน maintained Roman traditions คำว่า maintained หมายถึงการทำให้ขนบธรรมเนียมและแนวปฏิบัติของโรมันยังคงดำเนินต่อไปตามกาลเวลา จึงสื่อว่าประเพณีเหล่านั้นยังคงอยู่แทนที่จะเลือนหายไป Maintain ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการดูแลหรือซ่อมแซมสิ่งของที่จับต้องได้ เมื่อใช้กับ traditions, standards, relationships หรือ order จะหมายถึงการทำให้สิ่งนั้นดำเนินต่อไปหรือคงอยู่ในระดับที่ต้องการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าเมืองนี้สืบสานประเพณีเทศกาลดังกล่าวมาหลายชั่วอายุคน?

  1. The town has maintained this festival tradition for generations.
  2. The town has repaired this festival tradition for generations.
  3. The town has borrowed this festival tradition for generations.
ดูคำตอบ

The town has maintained this festival tradition for generations.

But the Western Empire would never be united again. ไวยากรณ์

1:22

แต่จักรวรรดิตะวันตกจะไม่มีวันกลับมาเป็นหนึ่งเดียวกันอีกต่อไป

ไวยากรณ์

would never be united again: ผลลัพธ์ภายหลังที่มองจากอดีต

ในประโยคประวัติศาสตร์นี้ would บอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังเมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีต ผู้เล่ารู้ผลลัพธ์ในเวลาต่อมาแล้วว่า หลังจากจุดนั้นจักรวรรดิโรมันตะวันตกไม่เคยรวมเป็นหนึ่งอีกเลย นี่คือ would ที่ใช้ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คำขออย่างสุภาพหรือประโยคเงื่อนไข รูปถูกกระทำ be united เน้นสภาพที่จักรวรรดิรวมเป็นหนึ่งเดียว ส่วน never ... again บอกว่าสภาพนั้นไม่กลับมาอีก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would เพื่อเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลังเมื่อมองจากจุดหนึ่งในอดีต?

  1. Founded in 1890, the small workshop would later become a famous museum.
  2. The workshop would become a museum if the city approved the plan.
  3. Would you open the museum door, please?
ดูคำตอบ

Founded in 1890, the small workshop would later become a famous museum.

Its dominions fragmented into kingdoms ruled by Goths and other Germanic tribes การใช้คำ

1:25

อาณาเขตของมันแตกแยกออกเป็นอาณาจักรต่างๆ ที่ปกครองโดยชาวกอทและเผ่าเจอร์แมนิกอื่นๆ

การใช้คำ

fragmented into kingdoms: หนึ่งสิ่งที่แตกออกเป็นหน่วยการเมืองขนาดเล็กกว่า

ใน fragmented into kingdoms คำว่า fragmented บอกว่าดินแดนทางการเมืองที่เคยรวมเป็นหนึ่งสูญเสียความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันและกลายเป็นหลายอาณาจักรที่แยกจากกัน การเปลี่ยนแปลงจึงเกิดจากหนึ่งหน่วยใหญ่ไปเป็นหลายหน่วยที่เล็กกว่า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ สิ่งที่เป็นหนึ่งเดียว + fragment into + ส่วนต่าง ๆ ในรูปพหูพจน์ ประธานระบุสิ่งที่เคยเป็นหนึ่งเดียว ส่วนวลีหลัง into ระบุส่วนที่เกิดขึ้นหลังการแตกแยก

แบบฝึกหัด

ใช้ fragment ในวลีรูปอดีตที่ถูกต้อง: After the alliance collapsed, it ____ three rival groups.

ดูคำตอบ

fragmented into

who assimilated into local cultures, การใช้คำ

1:31

ซึ่งกลมกลืนเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่น

การใช้คำ

assimilated into local cultures: การถูกผสานเข้ากับวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ใน assimilated into local cultures กลุ่มคนเหล่านี้ค่อย ๆ รับภาษา ขนบธรรมเนียม และวิถีชีวิตของท้องถิ่น จนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมเหล่านั้น วลีนี้อธิบายกระบวนการที่เกิดขึ้นตามเวลา ไม่ใช่เพียงการเดินทางมาถึงหรืออาศัยอยู่ใกล้ ๆ ในที่นี้ assimilated เป็นกริยาอกรรมและตามด้วย into + วัฒนธรรมหรือกลุ่มที่ประธานเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง ประธานหมายถึงผู้คนที่เปลี่ยนแปลง ส่วน local cultures ระบุวัฒนธรรมที่พวกเขาเข้าไปเป็นส่วนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายผู้คนที่ค่อย ๆ รับภาษาและขนบธรรมเนียมท้องถิ่นที่มีอิทธิพลหลักได้ดีที่สุด

  1. Over time, the newcomers integrated into the community while keeping their own traditions.
  2. Over time, the newcomers adjusted to the colder weather.
  3. Over time, the newcomers assimilated into the local culture.
ดูคำตอบ

Over time, the newcomers assimilated into the local culture.

though many of their names still mark the map. สำนวน

1:33

แม้ว่าชื่อของพวกเขาหลายชื่อยังคงถูกทำเครื่องหมายไว้บนแผนที่

สำนวน

their names still mark the map: mark ในความหมายว่า留下ร่องรอยที่คงอยู่นาน

ในประโยคนี้ their names still mark the map เป็นการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าชื่อที่เกี่ยวข้องกับคนเหล่านี้ยังคงมองเห็นได้ในรูปของชื่อสถานที่บนแผนที่ ไม่ได้หมายความว่าชื่อเหล่านั้นกำลังทำเครื่องหมายจริง ๆ ในที่นี้ mark หมายถึง “ทิ้งร่องรอยที่สังเกตได้หรือเครื่องหมายที่คงอยู่ยาวนานไว้บนสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” การใช้แบบนี้ช่วยบรรยายว่าสิ่งจากอดีตยังคงปรากฏให้เห็นในสถานที่ วัฒนธรรม หรือบันทึกได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “Their names still mark the map” หมายความว่าอย่างไร?

  1. พวกเขาวาดสัญลักษณ์ไว้ข้างชื่อของตนบนแผนที่
  2. ชื่อที่เกี่ยวข้องกับพวกเขายังคงปรากฏอยู่ในชื่อสถานที่
  3. แผนที่ทุกฉบับระบุชื่อของผู้ที่สร้างแผนที่นั้น
ดูคำตอบ

ชื่อที่เกี่ยวข้องกับพวกเขายังคงปรากฏอยู่ในชื่อสถานที่

This was the end of the classical period ลำดับความ

1:37

นี่คือจุดสิ้นสุดของยุคคลาสสิก

and the beginning of what many call the Dark Ages. โน้ต

1:40

และเป็นจุดเริ่มต้นของสิ่งที่หลายคนเรียกว่ายุคมืด

ลำดับความ

the end of ... and the beginning of ...: การแสดงการเปลี่ยนผ่าน

กลุ่มคำนามสองส่วนที่เชื่อมกันในรูป the end of A and the beginning of B แสดงช่วงเวลาเดียวให้เป็นเส้นแบ่งระหว่างสองระยะ ในประโยคนี้ the classical period คือ A ส่วน what many call the Dark Ages คือ B การใช้ the ... of ซ้ำทำให้ทั้งสองส่วนขนานกันและชัดเจน โครงสร้างที่สมดุลนี้จัดข้อมูลในสองทิศทาง คือปิดหัวข้อก่อนหน้าและเปิดหัวข้อถัดไป สามารถใช้แสดงการเปลี่ยนผ่านในประวัติศาสตร์ ชีวิตของคนคนหนึ่ง โครงการ หรือแนวโน้มที่กว้างขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่ขนานกันให้สมบูรณ์: The move marked the end ____ one chapter and the beginning ____ another.

ดูคำตอบ

of · of

ลำดับความ

what many call + ชื่อเรียก

what many call X หมายถึง “สิ่งหรือสถานการณ์ที่คนจำนวนมากเรียกว่า X” ในที่นี้ อนุประโยคทั้งหมด what many call the Dark Ages อยู่หลัง of และระบุช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง เมื่อใส่ชื่อเรียกไว้ในโครงสร้าง what many call... ผู้พูดกำลังเสนอว่านี่เป็นชื่อที่หลายคนใช้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ไม่มีใครโต้แย้ง โครงสร้างนี้ช่วยแนะนำชื่อเรียกที่กว้างเกินไป มีข้อถกเถียง หรือไม่เป็นทางการโดยเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ตรงกับบทเรียน และใช้ many เพื่อแสดงว่ามีคนจำนวนมากใช้ชื่อเรียกนี้: The rapid price rise has created ____ a housing crisis.

ดูคำตอบ

what many call

วัฒนธรรม

the Dark Ages: ชื่อเรียกทางประวัติศาสตร์แบบดั้งเดิม

The Dark Ages เป็นชื่อเรียกดั้งเดิมของช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรปหลังจักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลาย โดยมักใช้หมายถึงช่วงต้นของยุคกลางเป็นพิเศษ Dark ไม่ได้หมายถึงการไม่มีแสงกลางวัน แต่ชื่อนี้สะท้อนมุมมองเก่าว่าวัฒนธรรมและความรู้เสื่อมถอยลง ปัจจุบัน นักประวัติศาสตร์จำนวนมากมองว่าชื่อนี้เป็นลบมากเกินไปและทำให้ช่วงเวลาที่หลากหลายดูเรียบง่ายเกินจริง ในประโยคนี้ what many call แสดงว่าผู้พูดกำลังรายงานชื่อที่คนคุ้นเคย ไม่ได้นำเสนอการแบ่งยุคที่เป็นกลางและทุกคนยอมรับ

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางประวัติศาสตร์นี้ the Dark Ages หมายถึงอะไร

  1. เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของอาณาจักรที่มีอยู่ตลอดยุคกลาง
  2. เป็นชื่อเรียกแบบดั้งเดิมที่ยังมีข้อถกเถียงสำหรับช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป
  3. เป็นช่วงเวลาที่ทวีปยุโรปไม่ได้รับแสงกลางวัน
ดูคำตอบ

เป็นชื่อเรียกแบบดั้งเดิมที่ยังมีข้อถกเถียงสำหรับช่วงหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุโรป

Although Roman culture was never fully lost, ไวยากรณ์

1:43

แม้ว่าวัฒนธรรมโรมันจะไม่เคยสูญหายไปอย่างสมบูรณ์

ไวยากรณ์

Although Roman culture was never fully lost: การนำความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน

Although ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน ในที่นี้ ผู้พูดยอมรับก่อนว่าวัฒนธรรมโรมันไม่ได้สูญหายไปอย่างสิ้นเชิง แล้วประโยคหลักจึงสามารถนำเสนอพัฒนาการสำคัญที่ตรงข้ามกับข้อเท็จจริงนั้นได้ นั่นคืออิทธิพลของมันลดลง โครงสร้าง Although + อนุประโยค, ประโยคหลัก หมายความว่า แม้ข้อเท็จจริงแรกจะเป็นจริง ข้อเท็จจริงที่สองก็ยังคงเป็นจริงเช่นกัน โครงสร้างนี้ช่วยให้การอธิบายแม่นยำขึ้น แทนที่จะนำเสนอความเปลี่ยนแปลงว่าเป็นการขาดตอนโดยสิ้นเชิง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ although เพื่อแสดงความสัมพันธ์แบบยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันได้ถูกต้อง

  1. Although the library was small, it had an excellent collection.
  2. Although the library was small, but it had an excellent collection.
  3. Although the library was small.
ดูคำตอบ

Although the library was small, it had an excellent collection.

its influence declined and new art styles arose, วลี

1:46

แต่อิทธิพลของมันก็ลดลง และมีรูปแบบศิลปะใหม่ๆ เกิดขึ้น

วลี

influence declined: บอกว่าอิทธิพลอ่อนลง

ใน influence declined คำว่า influence คือสิ่งที่อ่อนกำลังลง ส่วน declined เป็นกริยาอกรรมในรูปอดีต วลีนี้หมายถึงความสามารถในการส่งผลต่อผู้คน ความคิด หรือเหตุการณ์ลดลงตามเวลา การลดลงหมายถึงการมีน้อยลง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการหายไปโดยสิ้นเชิง สำนวนสั้น ๆ นี้มีลักษณะเป็นการวิเคราะห์มากกว่า became less strong และพบได้บ่อยในงานประวัติศาสตร์และคำอธิบายความเปลี่ยนแปลงอื่น ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า หนังสือพิมพ์ฉบับหนึ่งมีอิทธิพลน้อยลงเมื่อสื่อออนไลน์เติบโตขึ้น

  1. The newspaper's influence was decline as online media grew.
  2. The newspaper's influence declined as online media grew.
  3. The newspaper declined its influence as online media grew.
ดูคำตอบ

The newspaper's influence declined as online media grew.

focused on religious symbolism and allegory, โน้ต

1:50

ซึ่งมุ่งเน้นไปที่สัญลักษณ์ทางศาสนาและอุปมานิทัศน์

การใช้คำ

religious symbolism and allegory: สัญลักษณ์ทางศาสนาและอุปมานิทัศน์

Religious symbolism หมายถึงการใช้ภาพ วัตถุ สี หรือท่าทางเพื่อแทนแนวคิดทางศาสนา ส่วน allegory คือผลงาน เรื่องราว หรือฉากที่ตัวละครและเหตุการณ์มีความหมายเชิงนามธรรมอีกชั้นหนึ่ง ในวลีทางประวัติศาสตร์ศิลปะนี้ คำนามทั้งสองอธิบายความหมายที่อยู่ลึกกว่าสิ่งที่มองเห็น Symbolism อาจทำงานผ่านรายละเอียดเฉพาะ ส่วน allegory มักครอบคลุมฉากหรือเรื่องเล่าที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างใดเหมาะจะเรียกว่า allegory มากที่สุด

  1. ภาพบุคคลที่ใช้รัศมีเป็นสัญลักษณ์ทางศาสนาหนึ่งอย่าง
  2. เรื่องราวที่แต่ละช่วงของการเดินทางแทนพัฒนาการทางศีลธรรมของบุคคลหนึ่ง
  3. อาคารที่มีหน้าต่างขนาดใหญ่ผิดปกติ
ดูคำตอบ

เรื่องราวที่แต่ละช่วงของการเดินทางแทนพัฒนาการทางศีลธรรมของบุคคลหนึ่ง

rather than proportion and realism.

1:53

มากกว่าสัดส่วนและความสมจริง

ไวยากรณ์

focused on A rather than B: เน้น A มากกว่า B

Focus on A rather than B หมายถึงการให้ความสนใจหรือความสำคัญหลักกับ A ไม่ใช่ B ในประโยคนี้ focused on นำเข้าสู่เป้าหมายทางศิลปะที่ได้รับความสำคัญ ส่วน rather than นำเข้าสู่เป้าหมายที่ถูกลดความสำคัญลง ส่วนที่นำมาเปรียบเทียบควรมีโครงสร้างขนานกัน ประโยคนี้ใช้กลุ่มคำนามทั้งสองด้าน ได้แก่ religious symbolism and allegory เทียบกับ proportion and realism

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย focus on A rather than B: The course ____ practical skills ____ abstract theory.

ดูคำตอบ

focuses on · rather than

This shift extended to architecture ลำดับความ

1:56

การเปลี่ยนแปลงนี้ขยายไปสู่สถาปัตยกรรม

with the construction of the Abbey of Saint-Denis in France in 1137. วัฒนธรรม

1:58

ด้วยการก่อสร้างมหาวิหารแซ็ง-เดอนีในฝรั่งเศสในปี 1137

ลำดับความ

extended to architecture: ขยายคำอธิบายไปสู่สาขาใหม่

ในที่นี้ extended to architecture หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ได้ขยายมาถึงหรือส่งผลต่อสาขาสถาปัตยกรรมด้วย โครงสร้างคือ ประธาน + extend to + สาขา กลุ่ม หรือกรณี โดย extended เป็นรูปอดีต วลีนี้ยังช่วยจัดลำดับคำอธิบายด้วย This shift เชื่อมกลับไปยังการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้า ส่วน to architecture นำเข้าสู่สาขาใหม่ที่ผู้พูดจะกล่าวถึงต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ extend to เพื่อแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงขยายไปถึงอีกสาขาหนึ่ง?

  1. The reforms began in education and later described healthcare.
  2. The reforms began in education and later ended healthcare.
  3. The reforms began in education and later extended to healthcare.
ดูคำตอบ

The reforms began in education and later extended to healthcare.

วัฒนธรรม

Abbey of Saint-Denis: ตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ของสถาปัตยกรรมกอทิกยุคต้น

Abbey of Saint-Denis เป็นชื่อของกลุ่มอาคารอารามยุคกลางและโบสถ์ประจำอารามใกล้กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในชื่อนี้ Abbey ระบุประเภทของสถานที่ทางศาสนา ส่วน Saint-Denis เป็นชื่อเฉพาะ ประโยคนี้ใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ที่เป็นรูปธรรมของพัฒนาการช่วงต้นของสถาปัตยกรรมกอทิก บทบาทนี้ ไม่ใช่รายละเอียดทุกอย่างในประวัติของอาราม คือสิ่งที่เชื่อมชื่อนี้กับคำอธิบายรอบข้าง

แบบฝึกหัด

Abbey of Saint-Denis มีบทบาทอย่างไรในบริบททางประวัติศาสตร์นี้?

  1. เป็นวิธีวาดภาพที่ใช้ตกแต่งกำแพงหิน
  2. เป็นราชวงศ์ที่ปกครองฝรั่งเศสในยุคกลาง
  3. เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่นำเสนอในฐานะตัวอย่างแรก ๆ ของสถาปัตยกรรมกอทิก
ดูคำตอบ

เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่นำเสนอในฐานะตัวอย่างแรก ๆ ของสถาปัตยกรรมกอทิก

Pointed arches, flying buttresses, วัฒนธรรม

2:04

ซุ้มประตูโค้งแหลม ครีบยันลอย

วัฒนธรรม

Pointed arches ... flying buttresses ในสถาปัตยกรรมกอทิก

pointed arch คือซุ้มโค้งที่ด้านทั้งสองมาบรรจบกันเป็นยอดแหลม แทนที่จะเป็นยอดโค้งมน ส่วน flying buttress คือโครงค้ำรูปโค้งด้านนอกอาคาร ซึ่งถ่ายแรงดันด้านข้างจากหลังคาหรือเพดานโค้งจากผนังไปยังเสาค้ำด้านนอก ทั้งสองอย่างเป็นลักษณะเด่นของสถาปัตยกรรมกอทิก ค้ำยันลอยช่วยให้ผนังไม่ต้องหนาทึบมากและสามารถมีหน้าต่างขนาดใหญ่ขึ้นได้ ส่วนซุ้มโค้งยอดแหลมทำให้เกิดความรู้สึกพุ่งสูงที่เด่นชัดของรูปแบบนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ pointed arches และ flying buttresses อย่างถูกต้อง

  1. หน้าต่างกระจกสีสองชนิดที่แตกต่างกัน
  2. ซุ้มโค้งที่มียอดแหลม และโครงค้ำรูปโค้งที่อยู่ด้านนอกผนัง
  3. หลังคาแบน และภาพฉากที่วาดอยู่ภายในโบสถ์
ดูคำตอบ

ซุ้มโค้งที่มียอดแหลม และโครงค้ำรูปโค้งที่อยู่ด้านนอกผนัง

and large windows made the structure more skeletal and ornate, ไวยากรณ์

2:06

และหน้าต่างบานใหญ่ทำให้โครงสร้างดูเหมือนโครงกระดูกและวิจิตรบรรจงมากขึ้น

that emphasized its open luminous interior, การใช้คำ

2:11

ซึ่งเน้นให้เห็นถึงความโปร่งโล่งและสว่างไสวภายใน

ไวยากรณ์

made the structure more skeletal and ornate: make + กรรม + คำคุณศัพท์

ในวลี made the structure more skeletal and ornate คำว่า made ตามด้วยกรรม the structure และส่วนเติมเต็มที่เป็นคำคุณศัพท์ more skeletal and ornate รูปแบบ make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้กรรมเปลี่ยนเป็นหรือดูเหมือนมีสภาพนั้น คำว่า skeletal ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือโครงรับน้ำหนักของอาคารมองเห็นได้ชัดขึ้น และพื้นที่ผนังทึบดูน้อยลง ส่วน ornate หมายถึงตกแต่งอย่างละเอียดและหรูหรา คำคุณศัพท์ทั้งสองคำร่วมกันบรรยายผลทางสายตาที่เกิดจากหน้าต่างบานใหญ่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ make รูปอดีตและกรรม the room: The new lights ____ brighter and friendlier.

ดูคำตอบ

made the room

การใช้คำ

open luminous interior: พื้นที่ภายในที่กว้างและเต็มไปด้วยแสง

ในคำบรรยายสถาปัตยกรรมนี้ open luminous interior หมายถึงพื้นที่ภายในที่ให้ความรู้สึกกว้าง ไม่มีสิ่งกีดขวาง และเต็มไปด้วยแสง open บรรยายความรู้สึกด้านพื้นที่ luminous เพิ่มภาพของความสว่างเรืองรองหรือเปี่ยมแสง ส่วน interior หมายถึงด้านในของอาคาร เมื่อใช้ร่วมกัน คำคุณศัพท์เหล่านี้สร้างความประทับใจทางสายตา ไม่ใช่ค่าที่วัดในทางเทคนิค วลีนี้ช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพว่าแสงและความเปิดโล่งเป็นลักษณะสำคัญของพื้นที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายพิพิธภัณฑ์ที่ให้ความรู้สึกกว้างและเต็มไปด้วยแสงนุ่ม ๆ ได้ดีที่สุด?

  1. The museum has a sturdy, dark interior.
  2. The museum has an open, luminous interior.
  3. The museum is open because its front doors are unlocked.
ดูคำตอบ

The museum has an open, luminous interior.

rather than the sturdy walls and columns of classical buildings. วัฒนธรรม

2:14

มากกว่ากำแพงและเสาที่แข็งแกร่งของอาคารแบบคลาสสิก

วัฒนธรรม

sturdy walls and columns of classical buildings: น้ำหนักของโครงสร้างที่แข็งแรง

ในวลีนี้ sturdy หมายถึงสร้างอย่างแข็งแรงและมั่นคง โดยขยายทั้ง walls และ columns ส่วน of classical buildings ระบุว่าองค์ประกอบเหล่านั้นเป็นของสถาปัตยกรรมประเภทใด เมื่ออยู่หลัง rather than วลีทั้งหมดจึงเป็นอีกด้านหนึ่งที่นำมาเปรียบต่างกับ open, luminous interior ก่อนหน้านี้ ในการเปรียบเทียบนี้ วลีดังกล่าวทำให้นึกถึงส่วนรองรับที่มองเห็นได้ น้ำหนักทางสายตา และความมั่นคงที่เชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมคลาสสิก แต่ไม่ได้หมายความว่าอาคารคลาสสิกทุกหลังมีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ให้ความสำคัญกับสิ่งใดในการเปรียบเทียบนี้?

  1. รูปทรงรองรับที่แข็งแรงซึ่งเชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมคลาสสิกในที่นี้
  2. แสงสีที่ส่องเข้าไปในพื้นที่ภายในแบบโกธิก
  3. คำกล่าวอ้างว่าอาคารคลาสสิกไม่มีโครงสร้างรองรับ
ดูคำตอบ

รูปทรงรองรับที่แข็งแรงซึ่งเชื่อมโยงกับสถาปัตยกรรมคลาสสิกในที่นี้

Over the next few centuries,

2:19

ในช่วงหลายศตวรรษต่อมา

this became a model for cathedrals throughout Europe. วลี

2:21

สิ่งนี้ได้กลายเป็นต้นแบบสำหรับมหาวิหารทั่วยุโรป

วลี

became a model for: กลายเป็นต้นแบบที่ผู้อื่นทำตาม

Become a model for หมายถึงพัฒนาจนกลายเป็นตัวอย่างที่คนอื่นนำไปทำตามหรือเลียนแบบในภายหลัง คำนามหลัง for ระบุคน องค์กร งานออกแบบ หรือระบบที่ได้รับอิทธิพลจากตัวอย่างนั้น ในที่นี้ model ไม่ได้หมายถึงแบบจำลองทางกายภาพขนาดเล็ก วลีนี้บอกว่าแบบสถาปัตยกรรมนี้เป็นต้นแบบให้มหาวิหารที่สร้างภายหลังทั่วยุโรป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “กลายเป็นตัวอย่างให้ผู้อื่นทำตาม”: After its successful first year, the community library ____ libraries in nearby towns.

ดูคำตอบ

became a model for

But fashions change. ลำดับความ

2:25

แต่แฟชั่นก็มีการเปลี่ยนแปลง

ลำดับความ

But fashions change.: ประโยคสั้นที่เปลี่ยนประเด็นไปสู่รสนิยมที่เปลี่ยนไป

But แสดงความขัดแย้งกับแนวคิดที่เพิ่งกล่าวไป ส่วน fashions change สรุปแนวคิดกว้าง ๆ อย่างกระชับว่า รสนิยมและรูปแบบที่ได้รับความนิยมไม่ได้คงเดิมตลอดไป ในที่นี้ fashions ไม่ได้หมายถึงเสื้อผ้าเท่านั้น แต่รวมถึงความชอบที่เปลี่ยนไป เช่น รสนิยมด้านสถาปัตยกรรม เมื่อใช้เป็นประโยคสั้นที่จบในตัว จึงทำให้เกิดจังหวะหยุดที่ชัดเจนและเปลี่ยนการอภิปรายจากอิทธิพลในช่วงก่อนหน้าไปสู่การเปลี่ยนแปลงในภายหลัง ข้อความสรุปสั้น ๆ แบบนี้ใช้เป็นจุดเปลี่ยนที่ชัดเจนก่อนเข้าสู่เนื้อหาถัดไปได้

แบบฝึกหัด

ประโยค But fashions change. ทำหน้าที่หลักอะไรในข้อความนี้

  1. เปลี่ยนประเด็นจากอิทธิพลในช่วงก่อนหน้าไปสู่แนวคิดว่ารสนิยมเปลี่ยนไปในเวลาต่อมา
  2. เริ่มต้นชุดคำแนะนำเกี่ยวกับการตัดเย็บเสื้อผ้าทันสมัย
  3. อ้างว่าแบบของมหาวิหารเปลี่ยนแปลงทุกวัน
ดูคำตอบ

เปลี่ยนประเด็นจากอิทธิพลในช่วงก่อนหน้าไปสู่แนวคิดว่ารสนิยมเปลี่ยนไปในเวลาต่อมา

With the Italian Renaissance's renewed admiration for ancient Greece and Rome, ไวยากรณ์

2:26

ด้วยความชื่นชมในยุคกรีกและโรมันโบราณที่ฟื้นคืนมาในยุคเรเนสซองส์ของอิตาลี

the more recent style began to seem crude and inferior in comparison. โน้ต

2:31

สไตล์ใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นนี้จึงเริ่มดูหยาบและด้อยกว่าเมื่อเปรียบเทียบกัน

ไวยากรณ์

With ... renewed admiration for ...: ใช้กลุ่มคำนามบอกภูมิหลัง

ที่ต้นประโยค with นำหน้ากลุ่มคำนาม และทั้งวลีทำหน้าที่บอกภูมิหลังของประโยคหลัก คำนามหลักคือ admiration โดย renewed ขยายความการชื่นชมนั้น และ for ancient Greece and Rome บอกสิ่งที่ได้รับการชื่นชม ในที่นี้ภูมิหลังยังสื่อเป็นนัยถึงเหตุผลด้วย เมื่อความชื่นชมโลกยุคโบราณกลับมาอีกครั้ง รูปแบบจากยุคหลังจึงถูกมองในแง่ลบมากขึ้น โครงสร้าง with นี้นำเสนอสถานการณ์โดยรวม แทนที่จะยืนยันสาเหตุโดยตรงและชัดเจนเท่า because

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + กลุ่มคำนามเพื่อบอกภูมิหลังของประโยคหลัก

  1. With growing public interest in the project, funding increased.
  2. Growing public interest in the project caused funding to increase.
  3. Because the public became more interested in the project, funding increased.
ดูคำตอบ

With growing public interest in the project, funding increased.

ไวยากรณ์

began to seem: ความรู้สึกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

Begin to seem + คำคุณศัพท์ หมายถึงบางสิ่งเริ่มให้ความรู้สึกหรือภาพลักษณ์แบบหนึ่ง begin บอกจุดที่มุมมองเริ่มเปลี่ยน ส่วน seem ทำให้คำบรรยายนั้นเป็นการรับรู้หรือการตัดสิน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนจนหยาบขึ้นหรือแย่ลงจริง ๆ แต่เมื่อมีการนำมาตรฐานคลาสสิกที่กลับมาได้รับความนิยมมาเปรียบเทียบ ผู้คนจึงค่อย ๆ มองรูปแบบนั้นเช่นนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกเพียงว่าความรู้สึกของผู้คนต่อการออกแบบเปลี่ยนไป โดยไม่ได้ยืนยันว่าตัวการออกแบบเองเปลี่ยนไป

  1. The design became old-fashioned when its materials wore out.
  2. The design began to seem old-fashioned as tastes changed.
  3. The designers replaced the old-fashioned design.
ดูคำตอบ

The design began to seem old-fashioned as tastes changed.

การใช้คำ

crude and inferior in comparison: การตัดสินเชิงเปรียบเทียบในทางลบ

ในประโยคนี้ crude หมายถึงหยาบหรือขาดความประณีต ส่วน inferior หมายถึงมีคุณภาพต่ำกว่า เมื่อนำสองคำนี้มาเชื่อมด้วย and จึงเกิดเป็นการประเมินรูปแบบที่ใหม่กว่าในทางลบอย่างชัดเจน in comparison ทำให้การตัดสินนี้เป็นแบบสัมพัทธ์ กล่าวคือ รูปแบบนั้นดูแย่กว่าเมื่อวัดเทียบกับรูปแบบหรือมาตรฐานที่กล่าวถึงอยู่ก่อนแล้ว วลีนี้ถ่ายทอดมุมมองเชิงประเมิน ไม่ใช่คำบรรยายลักษณะภายนอกอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นในประโยคนี้สื่อความหมายใด

  1. รูปแบบที่ใหม่กว่าเรียบง่ายกว่า แต่มีคุณภาพเท่ากัน
  2. รูปแบบที่ใหม่กว่าดูแปลกเพราะไม่สามารถนำไปเปรียบเทียบได้
  3. รูปแบบที่ใหม่กว่าดูหยาบและมีคุณภาพต่ำกว่ารูปแบบที่ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ

รูปแบบที่ใหม่กว่าดูหยาบและมีคุณภาพต่ำกว่ารูปแบบที่ใช้เป็นตัวเปรียบเทียบ

Writing in his 1550 book Lives of the Artists, ไวยากรณ์

2:36

จากการเขียนในหนังสือ Lives of the Artists ปี 1550 ของเขา

ไวยากรณ์

Writing in his 1550 book: การเกริ่นแหล่งข้อมูลด้วยอนุประโยค -ing

Writing in his 1550 book เป็นอนุประโยค -ing ที่วางไว้ต้นประโยค โดยบอกสถานการณ์ของการเขียนและแหล่งที่มาของข้อความซึ่งตามมา หากเขียนให้เต็มขึ้น อาจเริ่มด้วย When he wrote in his 1550 book ผู้ที่ทำกริยาเขียนจะถูกเข้าใจว่าเป็นประธานของประโยคหลักที่ตามมา รูปแบบกระชับนี้ใช้ได้ดีเมื่อต้องการเกริ่นถึงสิ่งที่ผู้เขียนกล่าวไว้ในผลงานชิ้นหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดทำให้ประธานของประโยคหลักเป็นผู้ที่กำลังเขียนได้อย่างถูกต้อง

  1. Writing in her field journal, the rain interrupted Lina's notes.
  2. Writing in her field journal, the birds' behavior was recorded by Lina.
  3. Writing in her field journal, Lina recorded the birds' behavior.
ดูคำตอบ

Writing in her field journal, Lina recorded the birds' behavior.

Giorgio Vasari was the first to describe it as Gothic, ไวยากรณ์

2:40

จอร์โจ วาซารี เป็นคนแรกที่อธิบายว่ามันเป็นแบบ กอทิก

ไวยากรณ์

the first to describe it as Gothic: คนแรกที่ทำบางสิ่ง

โครงสร้าง the first + to-infinitive ใช้ระบุคนหรือสิ่งที่ทำบางอย่างก่อนคนหรือสิ่งอื่นทั้งหมด ในที่นี้ to describe บอกว่าจอร์โจ วาซารีเป็นคนแรกที่ทำอะไร ในวลี infinitive นั้น describe A as B หมายถึง “อธิบายหรือจัดประเภท A ว่าเป็น B” คำว่า Gothic เป็นชื่อรูปแบบที่ใช้กับ it ไม่ได้ใช้อธิบายจอร์โจ วาซารี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้มีความหมายว่า Lena ไขปริศนาได้ก่อนคนอื่นทั้งหมด โดยเขียนคำภาษาอังกฤษสามคำ: Lena was ____ solve the puzzle.

ดูคำตอบ

the first to

a derogatory reference to the barbarians thought to have destroyed classical civilization. โน้ต

2:44

ซึ่งเป็นการอ้างอิงเชิงดูถูกถึงคนเถื่อนที่คิดว่าได้ทำลายอารยธรรมคลาสสิก

การใช้คำ

derogatory reference to the barbarians: การเรียกกลุ่มคนในเชิงดูหมิ่น

ใน a derogatory reference to a group คำว่า derogatory หมายถึงถ้อยคำที่นำเสนอกลุ่มนั้นด้วยความดูหมิ่น เหยียดหยาม หรือไม่ให้เกียรติ ไม่ได้หมายถึงการกล่าวถึงอย่างเป็นกลาง ในที่นี้ reference หมายถึงวิธีพูดถึงหรือตั้งชื่อเรียกผู้คน ไม่ใช่แหล่งข้อมูลที่ใช้ในการวิจัย วลีนี้บอกว่าคำเรียก barbarians มีการตัดสินเชิงดูถูกแฝงอยู่

แบบฝึกหัด

a derogatory reference to a group หมายถึงอะไร?

  1. คำนี้ตั้งชื่ออย่างเป็นทางการและเป็นกลางให้กับกลุ่ม
  2. คำนี้กล่าวถึงกลุ่มในลักษณะที่ดูหมิ่น
  3. คำนี้กล่าวชื่นชมกลุ่มด้วยความเคารพ
ดูคำตอบ

คำนี้กล่าวถึงกลุ่มในลักษณะที่ดูหมิ่น

ไวยากรณ์

thought to have destroyed: ถูกเชื่อว่าได้ทำลายไปก่อนแล้ว

ในที่นี้ thought to have destroyed ขยาย the barbarians เป็นรูปย่อของ who were thought to have destroyed จึงนำข้อคิดเห็นที่อ้างมารวมไว้ในวลีนาม โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำแสดงว่านี่เป็นความเชื่อที่อ้างถึงผู้อื่น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้เขียนยืนยันโดยตรง to have destroyed เป็น perfect infinitive ซึ่งวางเหตุการณ์การทำลายไว้ก่อนเวลาที่มีการคิดหรือรายงาน ใช้ thought to have + กริยาช่อง 3 เมื่อต้องการรายงานความเชื่อเกี่ยวกับการกระทำที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อที่หมายถึง who were believed to have left before dawn: The climbers ____ before dawn were found at the base camp.

ดูคำตอบ

thought to have left

The name stuck and soon came to describe the medieval period overall, โน้ต

2:50

ชื่อนี้ติดหูและในไม่ช้าก็ถูกนำมาใช้เพื่ออธิบายช่วงยุคกลางโดยรวม

สำนวน

The name stuck: ชื่อที่ติดปากและถูกใช้ต่อมา

ใน The name stuck คำว่า stuck หมายถึงผู้คนยอมรับชื่อดังกล่าว จำได้ และใช้ชื่อนั้นต่อไป เป็นการใช้ stick แบบสำนวน ไม่ได้หมายความว่าชื่อนั้นติดอยู่กับสิ่งใดทางกายภาพ สำนวนนี้มักสื่อว่าชื่อเรียกหรือป้ายกำกับกลายเป็นที่ยอมรับอย่างเป็นธรรมชาติ แบบไม่เป็นทางการ หรืออย่างไม่คาดคิด ชื่อ ชื่อเล่น ป้ายกำกับ หรือวลีสามารถ stick ได้เมื่อยังคงใช้กันทั่วไปหรือติดอยู่ในความทรงจำของผู้คน

แบบฝึกหัด

ใช้สำนวนจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We called our robot Beep, and ____.

ดูคำตอบ

the name stuck

ไวยากรณ์

came to describe: หน้าที่ในการอธิบายที่เกิดขึ้นตามเวลา

came to describe ในที่นี้หมายความว่า ต่อมาชื่อนี้เริ่มถูกใช้เพื่ออธิบายบางสิ่ง ชื่อนี้ไม่ได้มีหน้าที่ดังกล่าวมาตั้งแต่แรก แต่การใช้นี้เกิดขึ้นภายหลัง โครงสร้าง come to + คำกริยารูปพื้นฐาน มักนำเสนอความหมาย ความเชื่อ ความรู้สึก หรือสภาวะใหม่ว่าเป็นผลจากกระบวนการบางอย่าง ในประโยคนี้ came ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come to represent เพื่อแสดงว่าความหมายค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา: Over many years, the dove ____ peace.

ดูคำตอบ

came to represent

with its associations of darkness, วลี

2:55

โดยเชื่อมโยงกับความมืดมิด

superstition, and simplicity.

2:57

ความงมงาย และความเรียบง่าย

วลี

associations of darkness, superstition, and simplicity: ความคิดที่คำหนึ่งชวนให้นึกถึง

associations ในที่นี้หมายถึงความคิดและความรู้สึกที่ชื่อนี้ทำให้คนนึกถึง darkness, superstition และ simplicity ถูกนำเสนอเป็นนัยทางวัฒนธรรมที่ผูกกับชื่อนี้ ไม่ใช่คำนิยามตามตัวอักษรในพจนานุกรม วลี with its associations of X ช่วยให้ผู้เขียนเพิ่มภาพหรือการตัดสินที่เชื่อมโยงกับคำ สี สัญลักษณ์ ยุคสมัย หรือป้ายเรียกบางอย่าง วลีนี้บอกว่าผู้คนมักเข้าใจสิ่งนั้นอย่างไร ไม่จำเป็นต้องเป็นข้อเท็จจริงเชิงวัตถุเกี่ยวกับสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ associations of darkness, superstition, and simplicity หมายถึงอะไร

  1. คุณลักษณะที่ทุกส่วนของยุคกลางมีอยู่อย่างเป็นกลาง
  2. ความคิดและความรู้สึกที่ชื่อนี้มักทำให้คนนึกถึง
  3. ข้อเท็จจริงที่รวมกันเป็นคำนิยามทั้งหมดของชื่อนี้ในพจนานุกรม
ดูคำตอบ

ความคิดและความรู้สึกที่ชื่อนี้มักทำให้คนนึกถึง

But time marched on, สำนวน

3:01

แต่เวลาผ่านไป

สำนวน

time marched on: การทำให้เวลาเป็นบุคคลเพื่อเปลี่ยนช่วงเวลาในการเล่าเรื่อง

ในประโยคนี้ time marched on ทำให้เวลาดูเหมือนสิ่งที่เดินหน้าไปอย่างสม่ำเสมอ หมายถึงเวลายังคงผ่านไป และยุคสมัยหรือสถานการณ์ยังคงพัฒนาต่อไป ไม่ได้หมายถึงการเดินแถวทางทหารจริง ๆ ในการเล่าเรื่อง วลีนี้ยังช่วยพาเรื่องจากช่วงเวลาก่อนหน้าไปสู่ช่วงเวลาหลังจากนั้น และเตรียมผู้ฟังให้พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงถัดไป เมื่อเทียบกับ time passed แล้ว marched on ให้ความรู้สึกถึงการเคลื่อนไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและหยุดไม่ได้มากกว่า

แบบฝึกหัด

time marched on ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. แสดงว่าเหตุการณ์หยุดลงขณะที่ทุกคนกำลังรอ
  2. แสดงว่าเวลายังคงผ่านไปและนำเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในภายหลัง
  3. บอกว่านาฬิกาเข้าร่วมขบวนพาเหรดทางทหาร
ดูคำตอบ

แสดงว่าเวลายังคงผ่านไปและนำเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

as did what was considered fashionable. ไวยากรณ์

3:02

สิ่งที่ถือว่าเป็นแฟชั่นก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

ไวยากรณ์

as did what was considered fashionable: การกลับลำดับเพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นคู่ขนานกัน

รูปแบบ as did + ประธาน เป็นโครงสร้างกลับลำดับแบบเป็นทางการ ใช้บอกว่าการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้านี้เกิดขึ้นกับประธานตัวที่สองด้วย คำกริยาช่วย did อยู่หน้าประธานและใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้าเพื่อหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ ในที่นี้ what was considered fashionable เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึงสิ่งหรือรูปแบบที่ผู้คนมองว่าเป็นแฟชั่น เมื่อดูจากบริบท ส่วนนี้บอกว่าแนวคิดที่ยอมรับกันเกี่ยวกับแฟชั่นก็พัฒนาหรือเปลี่ยนไปตามกาลเวลาด้วย รูปแบบที่ตรงกว่า คือ and what was considered fashionable changed too

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบกลับลำดับที่เป็นทางการซึ่งหมายความว่างบประมาณเปลี่ยนไปด้วย: The schedule changed, ____ the budget.

ดูคำตอบ

as did

In the 1700s, a period called the Enlightenment came about, กริยาวลี

3:05

ในช่วงทศวรรษที่ 1700 ยุคที่เรียกว่ายุคเรืองปัญญาได้เกิดขึ้น

กริยาวลี

came about: ยุคสมัยหรือการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้อย่างไร

came about เป็นรูปอดีตของกริยาวลี come about ในที่นี้หมายถึง “เริ่มมีอยู่” หรือ “ก่อตัวขึ้น” กล่าวคือ ยุคเรืองปัญญาได้ปรากฏขึ้นเป็นช่วงเวลาหนึ่งในประวัติศาสตร์ come about ใช้กับเหตุการณ์ สถานการณ์ หรือการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นหรือก่อตัวขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเน้นว่าสิ่งนั้นเริ่มต้นได้อย่างไร มากกว่าจะเน้นว่ามีใครจงใจสร้างมันขึ้นมา How did it come about? เป็นการถามว่าอะไรเป็นสาเหตุหรือทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามอย่างเป็นธรรมชาติว่าประเพณีหนึ่งเริ่มเกิดขึ้นได้อย่างไร

  1. How did this tradition come up in the discussion?
  2. How did this tradition come about?
  3. How did this tradition come across to the visitors?
ดูคำตอบ

How did this tradition come about?

which valued scientific reason above all else. วลี

3:09

ซึ่งให้คุณค่ากับเหตุผลทางวิทยาศาสตร์เหนือสิ่งอื่นใด

วลี

scientific reason above all else: ให้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์สำคัญสูงสุด

ในอนุประโยคนี้ scientific reason หมายถึงการใช้เหตุผลที่อาศัยหลักฐานและความคิดอย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นสิ่งที่ยุคเรืองปัญญาให้คุณค่า ส่วน above all else หมายถึง “มากกว่าแนวคิดหรือข้อพิจารณาอื่นใด” เมื่อรวมกันจึงหมายความว่าการใช้เหตุผลเชิงวิทยาศาสตร์มีความสำคัญสูงสุด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ value A above all else ซึ่งหมายถึงให้ A สำคัญกว่าทุกสิ่งที่อาจต้องแข่งขันกัน ที่นี่ above แสดงลำดับความสำคัญ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าความปลอดภัยของสาธารณชนเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดขององค์กร

  1. The organization considers public safety only after other concerns.
  2. The organization values public safety above all else.
  3. The organization treats public safety as one concern among many.
ดูคำตอบ

The organization values public safety above all else.

Reacting against that, Romantic authors like Goethe and Byron ลำดับความ

3:13

เพื่อตอบโต้สิ่งนั้น นักเขียนแนวโรแมนติกอย่าง เกอเธ่ และ ไบรอน

sought idealized visions of a past of natural landscapes and mysterious spiritual forces. วลี

3:17

ได้แสวงหาวิสัยทัศน์ในอุดมคติของอดีตเกี่ยวกับภูมิทัศน์ทางธรรมชาติและพลังวิญญาณอันลึกลับ

ลำดับความ

Reacting against that: นำเสนอทิศทางใหม่ว่าเป็นการต่อต้านแนวโน้มก่อนหน้า

Reacting against that เป็นอนุประโยค -ing ที่วางต้นประโยค เพื่อแสดงว่าการกระทำหลักเป็นการต่อต้านแนวคิดหรือแนวโน้มที่เพิ่งกล่าวถึง that ย้อนกลับไปหาเนื้อหาก่อนหน้า ส่วน react against หมายถึงต่อต้านหรือหันออกจากสิ่งนั้น ไม่ใช่เพียงตอบสนอง อนุประโยคนี้จัดข้อมูลตามลำดับ แนวโน้มเดิม การต่อต้าน และทิศทางใหม่ ประธานที่ละไว้เป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก ดังนั้น Romantic authors จึงเป็นทั้งผู้ที่ต่อต้านและผู้ที่แสวงหา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการกระทำใหม่ว่าเป็นการต่อต้านแนวโน้มก่อนหน้าได้ถูกต้อง

  1. Reacting against strict tradition, new forms appeared to the artists.
  2. Reacting against strict tradition, the artists experimented with new forms.
  3. Reacting to the announcement, the artists checked the schedule.
ดูคำตอบ

Reacting against strict tradition, the artists experimented with new forms.

วลี

sought idealized visions of a past: แสวงหาภาพอดีตที่ถูกทำให้งดงาม

Sought เป็นรูปอดีตของ seek จึงแสดงว่าผู้เขียนตั้งใจแสวงหาบางสิ่ง Idealized visions of a past คือภาพในจินตนาการของยุคก่อนที่ถูกปรับแต่งให้ดูงดงาม บริสุทธิ์ หรือสมบูรณ์แบบกว่าความเป็นจริง เมื่อรวมกัน วลีนี้หมายถึงการแสวงหาภาพทางศิลปะหรือทางความคิด ไม่ใช่การค้นหาสิ่งของจริงหรือการบันทึกประวัติศาสตร์อย่างเป็นกลาง Sought ทำให้คำบรรยายมีน้ำเสียงเป็นทางการและเป็นวรรณกรรมมากกว่า wanted

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ sought idealized visions of a past หมายถึงอะไร

  1. พวกเขาแสวงหาภาพยุคก่อนที่ถูกทำให้งดงาม
  2. พวกเขาพยายามลบความทรงจำทั้งหมดเกี่ยวกับยุคก่อน
  3. พวกเขาบันทึกประวัติศาสตร์อย่างเป็นกลางและถูกต้องทั้งหมด
ดูคำตอบ

พวกเขาแสวงหาภาพยุคก่อนที่ถูกทำให้งดงาม

Here, the word Gothic was repurposed again การใช้คำ

3:24

ณ จุดนี้ คำว่า กอทิก ถูกนำกลับมาใช้ใหม่อีกครั้ง

to describe a literary genre that emerged as a darker strain of Romanticism. การใช้คำ

3:27

เพื่ออธิบายประเภทวรรณกรรมที่เกิดขึ้นเป็นสายใยที่มืดมนกว่าของลัทธิโรแมนติก

การใช้คำ

was repurposed again: การนำคำที่มีอยู่แล้วไปใช้ในหน้าที่ใหม่อีกครั้ง

was repurposed again เป็นโครงสร้างกรรมวาจกในอดีต: was + รูปกริยาช่องที่ 3 repurposed หมายความว่าคำที่มีอยู่แล้วถูกนำไปใช้ในหน้าที่หรือจุดประสงค์ใหม่ ไม่ใช่มีการสร้างคำใหม่ขึ้นมา again แสดงว่าคำนั้นเคยผ่านการเปลี่ยนการใช้งานมาก่อนแล้ว ส่วน infinitive to describe... ระบุจุดประสงค์ใหม่ที่กำหนดให้คำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีกรรมวาจกที่เน้นไว้ เพื่อแสดงว่าคำศัพท์นี้ได้รับหน้าที่ใหม่เป็นครั้งที่สอง: Years later, the term ____ to name a new app feature.

ดูคำตอบ

was repurposed again

การใช้คำ

a darker strain of Romanticism: แนวทางเฉพาะภายในกระแสใหญ่

ใน a darker strain of Romanticism คำว่า strain หมายถึงประเภทหรือแนวโน้มที่มีลักษณะเฉพาะและมองเห็นได้ภายในกระแสที่ใหญ่กว่า วลีนี้นำเสนอประเภทวรรณกรรมดังกล่าวว่าเป็นส่วนหนึ่งของลัทธิจินตนิยม แต่มีหัวข้อและบรรยากาศที่มืดหม่นกว่า ในที่นี้ darker บรรยายเนื้อหาและบรรยากาศ ไม่ได้หมายถึงระดับแสงที่ต่ำกว่า และ strain ก็ไม่ได้หมายถึงความกดดันหรืออาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “The novel belongs to a darker strain of Romanticism,” คำว่า strain หมายถึงอะไร

  1. ความกดดันทางอารมณ์ที่เกิดจากลัทธิจินตนิยม
  2. อาการบาดเจ็บทางกายที่นักเขียนแนวจินตนิยมกล่าวถึง
  3. ประเภทที่มืดหม่นกว่าและสังเกตได้ภายในกระแสที่ใหญ่กว่า
ดูคำตอบ

ประเภทที่มืดหม่นกว่าและสังเกตได้ภายในกระแสที่ใหญ่กว่า

The term was first applied by Horace Walpole ไวยากรณ์

3:33

คำนี้ถูกใช้ครั้งแรกโดย ฮอเรซ วอลโพล

ไวยากรณ์

was first applied by Horace Walpole: ระบุผู้ที่ใช้คำศัพท์เป็นคนแรก

ใน was first applied by Horace Walpole นั้น was applied เป็นรูปถูกกระทำ โครงสร้างนี้ทำให้ The term ยังคงเป็นจุดเน้น ส่วน by Horace Walpole ระบุผู้ที่ใช้คำนี้ในความหมายดังกล่าวเป็นคนแรก เมื่อพูดถึงคำศัพท์ apply หมายถึง “ใช้หรือกำหนดคำ ป้ายชื่อ หรือคำอธิบายให้กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” รูปประโยคกระทำคือ someone applied the term to something ส่วนรูปถูกกระทำคือ the term was applied to something by someone

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่านักข่าวคนหนึ่งเป็นผู้ใช้ป้ายชื่อนี้กับขบวนการดังกล่าวเป็นคนแรก

  1. The label was first applied to the movement by a journalist.
  2. The movement was first applied to a journalist by the label.
  3. The label was first applied by the movement to a journalist.
ดูคำตอบ

The label was first applied to the movement by a journalist.

to his own 1764 novel The Castle of Otranto,

3:35

ในนวนิยายของเขาเองในปี 1764 เรื่อง The Castle of Otranto

as a reference to the plot and general atmosphere. วลี

3:40

เพื่อใช้เป็นตัวอ้างอิงถึงพล็อตเรื่องและบรรยากาศทั่วไป

วลี

as a reference to the plot and general atmosphere: การสื่อถึงโครงเรื่องและบรรยากาศโดยรวม

ในที่นี้ as a reference to ... อธิบายหน้าที่ของชื่อหรือคำศัพท์ว่า ตั้งใจชี้ไปยัง สะท้อน หรือดึงความหมายมาจากโครงเรื่องและบรรยากาศโดยรวม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ as a reference to + นามวลี ใช้อธิบายว่าชื่อเรื่อง ชื่อ บทพูด ภาพ หรืองานออกแบบเชื่อมโยงกับแนวคิด ผลงาน เหตุการณ์ หรือลักษณะอื่นอย่างไร

แบบฝึกหัด

as a reference to the plot and general atmosphere ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. สำนวนนี้ตั้งใจชี้ไปยังหรือสะท้อนเหตุการณ์และบรรยากาศโดยรวมของเรื่อง
  2. สำนวนนี้ระบุเรื่องดังกล่าวเป็นแหล่งข้อมูลสำหรับการค้นคว้าเพิ่มเติม
  3. สำนวนนี้ระบุผู้ที่แนะนำเรื่องดังกล่าว
ดูคำตอบ

สำนวนนี้ตั้งใจชี้ไปยังหรือสะท้อนเหตุการณ์และบรรยากาศโดยรวมของเรื่อง

Many of the novel's elements became genre staples, การใช้คำ

3:44

องค์ประกอบหลายอย่างของนวนิยายกลายเป็นสิ่งสำคัญของแนวเพลง

การใช้คำ

genre staples: ลักษณะประจำแนวที่ปรากฏซ้ำและจดจำได้

Genre staples คือองค์ประกอบที่ปรากฏซ้ำ ๆ ในเรื่องประเภทหนึ่งและช่วยให้ผู้ชมจำแนวนั้นได้ ในที่นี้ staples หมายถึงองค์ประกอบที่เป็นที่ยอมรับและใช้กันทั่วไป ไม่ได้หมายถึงลวดเย็บกระดาษโลหะ became แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา กล่าวคือ องค์ประกอบเหล่านี้ถูกนำไปใช้ซ้ำจนกลายเป็นลักษณะมาตรฐานของผลงานในภายหลัง

แบบฝึกหัด

genre staples ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?

  1. ลวดเย็บกระดาษโลหะที่ใช้เข้าเล่มหนังสือ
  2. รายละเอียดแปลก ๆ ที่พบในเรื่องเดียวเท่านั้น
  3. ลักษณะของแนวที่ปรากฏซ้ำและจดจำได้
ดูคำตอบ

ลักษณะของแนวที่ปรากฏซ้ำและจดจำได้

inspiring classics and the countless movies they spawned. สำนวน

3:47

ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจให้กับวรรณกรรมคลาสสิกและภาพยนตร์นับไม่ถ้วนที่ถูกสร้างขึ้น

สำนวน

countless movies they spawned: spawn ในความหมายว่า ก่อให้เกิด

countless ในที่นี้หมายถึงจำนวนมาก เป็นการเน้น ไม่ได้หมายถึงการนับตามตัวอักษร ส่วน spawned ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายความว่าผลงานคลาสสิกที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ก่อให้เกิดภาพยนตร์ตามมาอีกมากมาย วลีนี้เขียนเต็มได้เป็น the countless movies that they spawned โดยละคำเชื่อมสัมพันธ์ that ไว้ ส่วน they หมายถึง classics และ movies เป็นกรรมของ spawned

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อชัดที่สุดว่าความสำเร็จหนึ่งครั้งเป็นต้นกำเนิดของผลงานที่ตามมาอีกมากมาย?

  1. The hit game was released after several earlier games.
  2. The hit game included several levels and a television in one scene.
  3. The hit game spawned several sequels and a television series.
ดูคำตอบ

The hit game spawned several sequels and a television series.

The Gothic label belonged to literature and film until the 1970s, ลำดับความ

3:52

ป้ายกำกับ กอทิก เป็นของวรรณกรรมและภาพยนตร์จนถึงช่วงปี 1970

when a new musical scene emerged. การใช้คำ

3:56

เมื่อวงการดนตรีใหม่ถือกำเนิดขึ้น

ลำดับความ

belonged to ... until the 1970s: ระบุจุดสิ้นสุดของช่วงหนึ่ง

ใน belonged to literature and film คำว่า belonged to บอกว่าคำเรียก Gothic ในเวลานั้นเชื่อมโยงอยู่กับสองสาขานี้เป็นหลัก ส่วน until the 1970s ระบุจุดสิ้นสุดของสภาวะเดิมและเตรียมให้ผู้อ่านรับรู้การเปลี่ยนแปลงที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าวรรณกรรมและภาพยนตร์เลิกใช้คำเรียกนี้โดยสิ้นเชิง โครงสร้าง “สภาวะเดิม + until + เวลา” ซึ่งในที่นี้ตามด้วย “when + เหตุการณ์ใหม่” ใช้จัดลำดับการเปลี่ยนแปลงทางประวัติศาสตร์ โดยบอกก่อนว่าเดิมเป็นอย่างไร แล้วจึงชี้จุดเปลี่ยนและพัฒนาการใหม่ที่ตามมา

แบบฝึกหัด

until the 1970s ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกว่าวรรณกรรมและภาพยนตร์เลิกใช้คำเรียกนี้โดยสิ้นเชิงในทศวรรษ 1970
  2. ระบุจุดสิ้นสุดของช่วงที่คำเรียกนี้เคยเชื่อมโยงกับวรรณกรรมและภาพยนตร์
  3. บอกว่าวรรณกรรมและภาพยนตร์เพิ่งเริ่มใช้คำเรียกนี้เป็นครั้งแรกหลังทศวรรษ 1970
ดูคำตอบ

ระบุจุดสิ้นสุดของช่วงที่คำเรียกนี้เคยเชื่อมโยงกับวรรณกรรมและภาพยนตร์

การใช้คำ

new musical scene emerged: scene ในความหมายว่าแวดวงวัฒนธรรม

ในที่นี้ musical scene หมายถึงโลกที่เชื่อมโยงกันรอบดนตรีประเภทหนึ่ง ได้แก่ นักดนตรี แฟนเพลง สถานที่จัดแสดง กิจกรรม และรูปแบบที่มีร่วมกัน คำนี้หมายถึงชุมชนทางวัฒนธรรม ไม่ใช่เพียงสถานที่จริง emerged หมายถึง “เริ่มก่อตัวและเป็นที่สังเกตเห็น” เมื่อรวมกัน a new musical scene emerged จึงหมายถึงชุมชนหรือกระแสดนตรีใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าแวดวงแจ๊สเริ่มก่อตัวขึ้นในเมือง

  1. The mountain scenery was beautiful at sunset.
  2. A lively jazz scene emerged in the city.
  3. A scene from the film showed a jazz club.
ดูคำตอบ

A lively jazz scene emerged in the city.

Taking cues from artists like The Doors วลี

3:59

โดยได้รับแรงบันดาลใจจากศิลปินอย่าง The Doors

and The Velvet Underground,

4:01

และ The Velvet Underground

วลี

Taking cues from artists: เรียนรู้จากอิทธิพลทางความคิดสร้างสรรค์

take cues from someone or something หมายถึงการสังเกตคนหรือสิ่งหนึ่ง แล้วนำรูปแบบ แนวคิด หรือวิธีการของสิ่งนั้นมาใช้เป็นแนวทาง ในที่นี้ Taking cues from artists บอกว่านักดนตรีรุ่นหลังได้แนวทางสร้างสรรค์จากศิลปินอย่าง The Doors และ The Velvet Underground ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของจริง ๆ Taking cues from ... เป็นวลี -ing ที่วางนำหน้าประโยค วลีนี้บอกแหล่งอิทธิพลที่มีต่อประธานของประโยคหลักซึ่งตามมา ดังนั้นประโยคหลักควรระบุคนหรือกลุ่มที่ได้รับอิทธิพลนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ take cues from เติมประโยคให้สมบูรณ์: The costume designer ____ 1920s fashion for the new collection.

ดูคำตอบ

took cues from

British post-punk groups like Joy Division,

4:03

กลุ่มโพสต์พังก์ของอังกฤษอย่าง Joy Division,

Bauhaus, and The Cure

4:05

Bauhaus และ The Cure

combined gloomy lyrics and punk dissonance ไวยากรณ์

4:07

ได้ผสมผสานเนื้อเพลงที่มืดหม่นและความไม่กลมกลืนของพังก์

with imagery inspired by the Victorian era, วลี

4:10

เข้ากับภาพลักษณ์ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากยุควิกตอเรียน

วลี

imagery inspired by the Victorian era: การระบุแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจ

imagery หมายถึงชุดของภาพ สัญลักษณ์ หรือรายละเอียดทางสายตาที่ใช้สร้างความรู้สึกโดยรวม ในที่นี้ ภาพลักษณ์เหล่านั้นนำแนวคิดสร้างสรรค์มาจากยุควิกตอเรีย inspired by the Victorian era เป็นวลี past participle ที่ขยาย imagery และเป็นรูปย่อของ imagery that was inspired by the Victorian era โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + inspired by + แหล่งที่มา ซึ่งใช้บอกว่าแนวคิดสร้างสรรค์มาจากไหน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าการออกแบบเฟอร์นิเจอร์นำแนวคิดมาจากยุค 1920

  1. The room features furniture inspired 1920s design.
  2. The room features furniture inspiring by 1920s design.
  3. The room features furniture inspired by 1920s design.
ดูคำตอบ

The room features furniture inspired by 1920s design.

classic horror, and androgynous glam fashion. การใช้คำ

4:13

หนังสยองขวัญคลาสสิก และแฟชั่นแนวแกลมที่ดูไม่ออกว่าชายหรือหญิง

ไวยากรณ์

combined A with B: ผสานองค์ประกอบด้านสไตล์สองกลุ่ม

โครงสร้าง combine A with B หมายถึงการนำสิ่งสองอย่างหรือองค์ประกอบสองกลุ่มมารวมกัน ในประโยคนี้ A คือ gloomy lyrics and punk dissonance ส่วน B คือ imagery inspired by the Victorian era, classic horror, and androgynous glam fashion ทั้ง A และ B สามารถเป็นนามวลียาวที่มีองค์ประกอบหลายอย่างเชื่อมแบบขนานกันได้ ให้หา combined ก่อน แล้วจึงหา with เพื่อแยกองค์ประกอบหลักสองกลุ่ม ส่วน inspired by ขยาย imagery และบอกแหล่งแรงบันดาลใจของจินตภาพนั้น

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง combine A with B ในรูปอดีตเติมประโยคให้สมบูรณ์: The restaurant ____ local ingredients ____ modern cooking techniques.

ดูคำตอบ

combined · with

การใช้คำ

androgynous glam fashion: สไตล์โดดเด่นที่ทำให้เส้นแบ่งทางเพศไม่ชัดเจน

androgynous ใช้อธิบายรูปลักษณ์ที่ผสมผสานสไตล์ซึ่งตามธรรมเนียมมองว่าเป็นแบบผู้ชายและแบบผู้หญิง หรือไม่ได้อยู่ในแบบใดแบบหนึ่งอย่างชัดเจน ส่วน glam fashion เน้นความแวววาว การแต่งหน้า เสื้อผ้าที่โดดเด่น และรูปลักษณ์ที่มีความเป็นละครเวที เมื่อรวมกัน androgynous glam fashion หมายถึงสไตล์ที่หรูหราและโดดเด่น โดยมีลักษณะทางภาพที่ทำให้เส้นแบ่งทางเพศแบบดั้งเดิมไม่ชัดเจน ในที่นี้คำนี้ใช้บรรยายแฟชั่นหรือรูปลักษณ์ ไม่ได้ระบุอัตลักษณ์ทางเพศหรือรสนิยมทางเพศของบุคคล

แบบฝึกหัด

androgynous glam fashion ในที่นี้น่าจะหมายถึงอะไร

  1. เสื้อผ้าธรรมดาในชีวิตประจำวันที่ไม่มีการตกแต่ง
  2. สไตล์หรูหราและโดดเด่นที่ผสมผสานหรือทำให้เส้นแบ่งระหว่างลักษณะแบบผู้ชายและผู้หญิงไม่ชัดเจน
  3. ชุดทางการที่ออกแบบมาสำหรับผู้ชายเท่านั้น
ดูคำตอบ

สไตล์หรูหราและโดดเด่นที่ผสมผสานหรือทำให้เส้นแบ่งระหว่างลักษณะแบบผู้ชายและผู้หญิงไม่ชัดเจน

By the early 1980s,

4:17

เมื่อถึงช่วงต้นทศวรรษ 1980

similar bands were consistently described as Gothic Rock by the music press, ไวยากรณ์

4:19

วงดนตรีที่คล้ายกันนี้ถูกบรรยายอย่างต่อเนื่องว่าเป็น โกธิกร็อก โดยสื่อดนตรี

ไวยากรณ์

were consistently described as Gothic Rock: การรายงานป้ายชื่อที่ถูกใช้ซ้ำ

be described as + คำนามหรือคำคุณศัพท์ หมายถึง คนอื่นนำเสนอหรือจัดประเภทสิ่งหนึ่งในลักษณะนั้น รูปประโยคถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่วงดนตรีและป้ายชื่อ Gothic Rock ส่วน by the music press ระบุว่าใครเป็นผู้ใช้ป้ายชื่อนี้ consistently แสดงว่าป้ายชื่อเดิมถูกใช้อย่างสม่ำเสมอและซ้ำหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงครั้งเดียว สำนวนนี้เป็นการรายงานการจัดประเภทที่เกิดซ้ำ และไม่ได้หมายความในตัวเองว่าผู้พูดเห็นด้วยกับป้ายชื่อนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่แสดงการจัดประเภทแบบถูกกระทำซ้ำ ๆ: In the music press, similar bands ____ Gothic Rock.

ดูคำตอบ

were consistently described as

and the style's popularity brought it out of dimly lit clubs สำนวน

4:24

และความนิยมในสไตล์นี้ได้นำมันออกมาจากคลับที่มีแสงสลัว

to major labels and MTV.

4:28

สู่ค่ายเพลงใหญ่และช่อง MTV

สำนวน

brought it out of dimly lit clubs to major labels and MTV: จากวงการใต้ดินสู่กระแสหลัก

ประโยคนี้กล่าวถึงแนวดนตรีราวกับว่าสามารถเคลื่อนย้ายจากสถานที่หนึ่งไปอีกสถานที่หนึ่งได้ it หมายถึง the style และความนิยมของแนวดนตรีถูกนำเสนอว่าเป็นพลังที่พามันออกจาก dimly lit clubs เส้นทางจาก clubs ไปสู่ major labels and MTV จัดลำดับการเปลี่ยนแปลงด้านสถานะ โดยดนตรีเปลี่ยนจากฉากใต้ดินขนาดเล็กเข้าสู่อุตสาหกรรมแผ่นเสียงกระแสหลักและสื่อมวลชน การเคลื่อนที่นี้เป็นภาพเปรียบเทียบเป็นหลัก ไม่ใช่การขนย้ายวัตถุจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ภาพการเคลื่อนที่ในประโยคต้นฉบับสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงใด?

  1. แนวดนตรีนี้ออกจากอุตสาหกรรมดนตรีเพราะคลับสว่างเกินไป
  2. แนวดนตรีนี้เติบโตพ้นจากฉากคลับขนาดเล็ก และเข้าถึงแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมและสื่อ
  3. ค่ายเพลงใหญ่และ MTV ถูกย้ายเข้าไปในคลับจริง ๆ
ดูคำตอบ

แนวดนตรีนี้เติบโตพ้นจากฉากคลับขนาดเล็ก และเข้าถึงแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ในอุตสาหกรรมและสื่อ

And today,

4:30

และในปัจจุบัน

despite occasional negative media attention and stereotypes, ไวยากรณ์

4:31

แม้ว่าสื่อจะมีความสนใจในแง่ลบและมีแบบแผนดั้งเดิมอยู่เป็นครั้งคราว

Gothic music and fashion continue as a strong underground phenomenon. การใช้คำ

4:35

แต่ดนตรีและแฟชั่นแนวกอทิกยังคงดำเนินต่อไปในฐานะปรากฏการณ์ใต้ดินที่แข็งแกร่ง

ไวยากรณ์

despite + นามวลีเพื่อแสดงความขัดแย้งแบบยอมรับ

Despite ใช้นำหน้าข้อเท็จจริงหรืออุปสรรคที่ตามปกติแล้วน่าจะเปลี่ยนผลลัพธ์หลัก ในประโยคนี้ ผู้พูดยอมรับว่ามีทั้งการนำเสนอเชิงลบของสื่อและภาพเหมารวม แต่สิ่งเหล่านี้ไม่ได้หยุดยั้งดนตรีและแฟชั่นกอทิก ในที่นี้ despite ตามด้วยนามวลี occasional negative media attention and stereotypes เนื่องจาก despite เป็นคำบุพบท จึงไม่ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแสดงความขัดแย้งแบบยอมรับได้ถูกต้อง

  1. Although the heavy rain, the festival continued.
  2. Despite the heavy rain, the festival continued.
  3. Despite it rained heavily, the festival continued.
ดูคำตอบ

Despite the heavy rain, the festival continued.

การใช้คำ

strong underground phenomenon ในบริบททางวัฒนธรรม

ในงานเขียนด้านวัฒนธรรม underground ใช้อธิบายดนตรี ศิลปะ แฟชั่น หรือกิจกรรมอื่นที่เติบโตอยู่นอกระบบการค้ากระแสหลักและความนิยมของคนหมู่มากเป็นหลัก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่อยู่ใต้พื้นดินจริง ๆ Strong แสดงว่าปรากฏการณ์นอกกระแสนี้ยังมีพลังและได้รับการสนับสนุนหรือมีอิทธิพลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอดนตรีและแฟชั่นกอทิกว่าอยู่นอกกระแสหลัก แต่ไม่ได้อ่อนแอหรือกำลังหายไป

แบบฝึกหัด

strong underground phenomenon ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เกิดขึ้นใต้ดินจริง ๆ และมีอิทธิพลน้อย
  2. กลายเป็นวัฒนธรรมเชิงพาณิชย์ที่ครองกระแสหลักแล้ว
  3. อยู่นอกกระแสหลัก แต่ยังคงมีพลังและอิทธิพล
ดูคำตอบ

อยู่นอกกระแสหลัก แต่ยังคงมีพลังและอิทธิพล

They've also branched into subgenres such as Cybergoth, กริยาวลี

4:40

พวกเขายังแตกแขนงออกเป็นแนวเพลงย่อยๆ เช่น ไซเบอร์กอท

Gothabilly, Gothic Metal, and even Steampunk.

4:43

กอทอะบิลลี กอทิกเมทัล และแม้แต่สตรีมพังก์

กริยาวลี

branched into subgenres: แตกแขนงเป็นแนวย่อยใหม่

Branch into ใช้ภาพของต้นไม้ที่แตกออกเป็นกิ่งต่าง ๆ ในประโยคนี้ They've also branched into subgenres หมายความว่าหมวดหมู่ที่กว้างกว่าได้พัฒนาเป็นรูปแบบเฉพาะหลายแบบ ซึ่งมีรายชื่ออยู่ในส่วนถัดไป โครงสร้างคือ ประธาน + branch into + สาขาหรือขอบเขตใหม่ ใช้บอกได้ทั้งแนวหนึ่งที่แยกเป็นแนวย่อย และองค์กรที่ขยายไปสู่สายงานใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ branched into เพื่อสื่อว่าบางสิ่งพัฒนาไปในทิศทางใหม่หลายทาง

  1. The business stored its files in three folders.
  2. Over time, the business branched into publishing, education, and software.
  3. The business closed for one day last year.
ดูคำตอบ

Over time, the business branched into publishing, education, and software.

The history of the word Gothic is embedded in thousands of years worth of countercultural movements. โน้ต

4:48

ประวัติศาสตร์ของคำว่า กอทิก นั้นฝังแน่นอยู่ในขบวนการต่อต้านวัฒนธรรมที่ยาวนานนับพันปี

สำนวน

is embedded in ...: ฝังลึกอยู่ในประวัติศาสตร์ที่ใหญ่กว่า

be embedded in ตามความหมายตรงตัวใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งฝังแน่นอยู่ข้างในอีกสิ่งหนึ่ง แต่ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอว่าประวัติของคำว่า Gothic เชื่อมโยงอย่างลึกซึ้งกับประวัติขบวนการต่อต้านวัฒนธรรมกระแสหลักที่กว้างกว่ามาก ไม่ใช่เรื่องราวที่แยกเดี่ยว โครงสร้าง be embedded in + บริบทที่ใหญ่กว่า แสดงว่าความคิด ธรรมเนียม ค่านิยม หรือประวัติศาสตร์เป็นส่วนสำคัญของวัฒนธรรม ระบบ หรือประเพณี ส่วน thousands of years worth of countercultural movements ชี้ถึงขบวนการที่ดำเนินมาเป็นเวลายาวนานอย่างยิ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ embedded in เชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการเป็นส่วนหนึ่งอย่างลึกซึ้งของวัฒนธรรมหรือระบบ

  1. Respect for elders is embedded in many family traditions.
  2. The note is lying on the table.
  3. The coin is embedded in a block of ice.
ดูคำตอบ

Respect for elders is embedded in many family traditions.

การใช้คำ

countercultural movements: ขบวนการที่ท้าทายวัฒนธรรมกระแสหลัก

countercultural เป็นคำคุณศัพท์ที่สร้างจาก counterculture ใช้บรรยายแนวคิด รูปแบบ หรือกลุ่มคนที่ตั้งใจท้าทายหรือปฏิเสธค่านิยม รสนิยม หรือวิถีชีวิตที่มีอิทธิพลในสังคม ส่วน movement หมายถึงกระแสทางสังคม ศิลปะ หรือวัฒนธรรมที่กว้างขึ้นและเกิดจากแนวคิดร่วมกัน ในประโยคนี้ countercultural movements นำเสนอว่าประวัติของ Gothic เชื่อมโยงกับการท้าทายสิ่งที่เป็นกระแสหลักครั้งแล้วครั้งเล่า ไม่ได้หมายถึงเพียงวัฒนธรรมที่แตกต่างกันเท่านั้น

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ countercultural movement มากที่สุด

  1. ขบวนการที่ตั้งใจท้าทายค่านิยมหรือบรรทัดฐานกระแสหลัก
  2. โครงการของรัฐบาลที่ส่งเสริมธรรมเนียมซึ่งเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง
  3. การแลกเปลี่ยนที่นำวัฒนธรรมจากประเทศต่าง ๆ มาพบกัน
ดูคำตอบ

ขบวนการที่ตั้งใจท้าทายค่านิยมหรือบรรทัดฐานกระแสหลัก

From invading outsiders becoming kings, ลำดับความ

4:54

จากการที่คนนอกที่เข้ามารุกรานกลายเป็นกษัตริย์

to towering spires replacing solid columns,

4:57

สู่ยอดแหลมสูงตระหง่านที่เข้ามาแทนที่เสาที่แข็งแกร่ง

to artists finding beauty in darkness,

5:01

และศิลปินที่ค้นพบความงามในความมืด

ลำดับความ

From ... to ... to ... สำหรับขยายลำดับแบบขนาน

From X to Y โดยทั่วไปใช้บอกเส้นทางหรือขอบเขตระหว่างสองจุด การใช้ to ซ้ำจะเพิ่มอีกหนึ่งช่วง กลายเป็น From X, to Y, to Z ในที่นี้ ทั้งสามส่วนไล่ผ่านเรื่องอำนาจทางการเมือง สถาปัตยกรรม และศิลปะ ทำให้ตัวอย่างที่แยกกันกลายเป็นบทสรุปภาพกว้างเดียวกัน แต่ละส่วนใช้โครงสร้างแบบขนาน โดยระบุคนหรือสิ่งของแล้วตามด้วยการกระทำรูป -ing ได้แก่ outsiders becoming, spires replacing และ artists finding รูปแบบที่ตรงกันนี้ทำให้ติดตามรายการได้ง่ายและเตรียมผู้ฟังสำหรับข้อความสรุปหลังรายการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย from ... to ... to ...: Our navigation tools evolved ____ paper maps ____ GPS devices ____ phone apps.

ดูคำตอบ

from · to · to

each step has seen a revolution of sorts วลี

5:04

ในแต่ละก้าวได้เห็นการปฏิวัติในรูปแบบต่างๆ

วลี

a revolution of sorts: เรียกว่า “การปฏิวัติ” แบบมีข้อสงวน

ในประโยคนี้ a revolution of sorts หมายถึงการเปลี่ยนแปลงที่ใหญ่พอจะเรียกได้ว่าเป็นการปฏิวัติแบบหนึ่ง แต่ไม่ใช่การปฏิวัติอย่างเต็มรูปแบบหรือตรงตามความหมายอย่างเคร่งครัด วลี of sorts ที่วางหลังคำนามช่วยลดความหนักแน่นของคำว่า revolution โดยบอกว่าคำเรียกนี้เป็นเพียงการประมาณแบบมีข้อสงวน ผู้พูดเห็นว่ามีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่ยังเปิดไว้ว่าอาจไม่เหมือนการปฏิวัติจริงทุกด้าน

แบบฝึกหัด

a revolution of sorts ในประโยคนี้สื่อความหมายอย่างไร?

  1. ไม่มีการเปลี่ยนแปลงที่มีความหมายเลย
  2. เกิดการปฏิวัติอย่างเป็นทางการหลายครั้งแยกจากกัน
  3. การเปลี่ยนแปลงใหญ่พอจะคล้ายการปฏิวัติ แต่คำเรียกนี้มีข้อสงวน
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงใหญ่พอจะคล้ายการปฏิวัติ แต่คำเรียกนี้มีข้อสงวน

and a tendency for civilization to reach into its past สำนวน

5:06

และเป็นแนวโน้มของอารยธรรมที่จะเอื้อมมือเข้าไปในอดีต

to reshape its present.

5:10

เพื่อปรับเปลี่ยนปัจจุบันของตนเอง

สำนวน

reach into its past to reshape its present: หยิบอดีตมาใช้เพื่อปรับโฉมปัจจุบัน

Reach into its past ทำให้ civilization มีลักษณะเหมือนมนุษย์ โดยนำเสนอประวัติศาสตร์เป็นสถานที่หรือแหล่งเก็บความคิด รูปแบบ และประเพณีที่อารยธรรมสามารถหยิบมาใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงการเอื้อมมือจริง ๆ to ตัวแรกนำเข้าสิ่งที่ civilization มีแนวโน้มจะทำ ส่วน to ตัวที่สองใน to reshape its present แสดงจุดประสงค์ คือใช้สิ่งจากอดีตมาเปลี่ยนวัฒนธรรมหรืออัตลักษณ์ในปัจจุบัน แนวคิดนี้เน้นการนำอดีตกลับมาใช้อย่างจริงจัง ไม่ใช่แค่ความโหยหาอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อุปลักษณ์และความสัมพันธ์เชิงจุดประสงค์แบบเดียวกับ reach into its past to reshape its present?

  1. The company changed its public image by hiding every part of its early history.
  2. The company recorded its early history but left its public image unchanged.
  3. The company reached into its early history to reshape its public image.
ดูคำตอบ

The company reached into its early history to reshape its public image.