วิธีการเป็นคนที่ดีขึ้น: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
576 คำ 171 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: บทความเชิงใคร่ครวญนี้เสนอคุณธรรมสิบประการสำหรับการเป็นคนที่ใจดีและเข้มแข็งขึ้น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. เข้าใจกริยาวลี `drawn up` ว่าหมายถึงร่างรายการ และแยกการใช้กับเอกสาร กฎ หรือข้อเสนอออกจากการวาดตามความหมายตรงตัว 2. เรียนสำนวนและภาษาภาพ `put a benevolent finger on` โดยเชื่อมกับ “put one's finger on” ที่หมายถึงระบุได้แม่นยำ แล้วเข้าใจว่า benevolent ทำให้อารมณ์ขันเป็นวิธีที่มีเมตตาในการเห็นช่องว่างระหว่างความปรารถนากับความจริง 3. อ่านไวยากรณ์และรูปแบบประโยคใน `Pessimism isn't deep, nor optimism shallow.` โดยเติม “is” ที่ละไว้ ติดตามการปฏิเสธของ nor และเข้าใจว่าโครงสร้างสมดุลนี้ปฏิเสธทั้งสองภาพเหมารวมอย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Once we're over about 12 years old, ไวยากรณ์

0:01

เมื่อเราอายุเกิน 12 ปี

we're suddenly encouraged to be nice.

0:06

เรามักจะถูกผลักดันให้ทำตัวดีขึ้นมาทันที

ไวยากรณ์

Once + อนุประโยค: เมื่อถึงช่วงหนึ่ง

ในที่นี้ Once นำหน้าเงื่อนไขด้านเวลา we're over about 12 years old โดยหมายถึง “เมื่อ” หรือ “หลังจาก” ถึงช่วงอายุนั้นแล้ว ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once กำหนดจุดเริ่มต้นของข้อความหลัก ตั้งแต่จุดนั้นเป็นต้นไป ผู้คนได้รับการสนับสนุนให้ทำตัวดีต่อผู้อื่น โดยทั่วไป once + อนุประโยค แสดงว่าผลลัพธ์เริ่มใช้ได้หลังจากเหตุการณ์ เงื่อนไข หรือช่วงหนึ่งเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ once เพื่อนำเสนอช่วงที่หลังจากนั้นผลลัพธ์เริ่มมีผล?

  1. Please answer the question at once.
  2. Mia visited the teen program once last year.
  3. Once Mia turns thirteen, she can join the teen program.
ดูคำตอบ

Once Mia turns thirteen, she can join the teen program.

We're expected to make efforts in all kinds of areas, โน้ต

0:09

เราถูกคาดหวังให้พยายามในด้านต่างๆ มากมาย

chiefly around work.

0:11

โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับงาน

ไวยากรณ์

We're expected to: ความคาดหวังที่มีต่อเรา

ใน We're expected to make efforts โครงสร้าง be expected to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความคาดหวังที่ผู้อื่น กฎ หรือบรรทัดฐานทางสังคมมีต่อบุคคลนั้น ประโยคไม่ได้ระบุแหล่งที่มาของความคาดหวัง จึงมีความหมายโดยประมาณว่า “โดยทั่วไป ผู้คนคาดหวังให้เราพยายาม” นี่เป็นโครงสร้างถูกกระทำ เราเป็นฝ่ายได้รับความคาดหวัง และ make คือการกระทำที่ถูกคาดหวัง ในที่นี้โครงสร้างดังกล่าวแสดงหน้าที่หรือมาตรฐาน ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์ว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

ในที่ทำงาน มีคนพูดว่า “We're expected to answer customers politely.” ในที่นี้ We're expected to หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้อื่นหรือกฎที่ใช้ร่วมกันคาดหวังให้เราทำเช่นนั้น
  2. เราคาดการณ์ว่าอีกกลุ่มหนึ่งจะทำเช่นนั้น
  3. เราได้ทำสิ่งนั้นเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

ผู้อื่นหรือกฎที่ใช้ร่วมกันคาดหวังให้เราทำเช่นนั้น

วลี

make efforts: คำกริยาและคำนามที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติ

Make efforts หมายถึง “พยายามอย่างเต็มที่” หรือ “ทุ่มเทพลังเพื่อทำบางสิ่งให้สำเร็จ” ในประโยคนี้มี in all kinds of areas ตามหลัง ดังนั้น efforts ที่เป็นพหูพจน์จึงสื่อถึงความพยายามในหลายด้าน ไม่ใช่การลองเพียงครั้งเดียว คำที่ใช้กับ effort คือ make โดย make an effort ใช้กับความพยายามที่เจาะจงหนึ่งครั้ง ส่วน make efforts ใช้กับความพยายามที่ทำซ้ำ ต่อเนื่อง หรือดำเนินไปหลายด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำสองคำที่เน้นไว้: The team must ____ in several areas before the next review.

ดูคำตอบ

make efforts

But the idea of expending energy ไวยากรณ์

0:13

แต่แนวคิดเรื่องการทุ่มเทแรงกายแรงใจ

thinking about and then practicing the art of niceness

0:15

เพื่อขบคิดและฝึกฝนศิลปะแห่งความดีงามนั้น

sounds bizarre, even eerie. ลำดับความ

0:18

ฟังดูประหลาด หรือแม้กระทั่งน่าขนลุก

ไวยากรณ์

the idea of + คำนามหรือรูป -ing

The idea of ใช้นำหน้าคำนามหรือวลี -ing เพื่อให้กล่าวถึงหรือประเมินข้อความทั้งหมดเป็นเรื่องเดียวได้ ในประโยคนี้ expending เริ่มต้นวลี -ing ยาว ๆ ที่ใช้เรียกกิจกรรมทั้งหมด ข้อความตั้งแต่ the idea จนถึง niceness ทั้งหมดเป็นประธานของ sounds โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ The idea of + คำนาม/วลี -ing + กริยาเชื่อมหรือกริยาหลักอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำบุพบทจากโครงสร้างที่เน้นไว้: The idea ____ moving to a new city excites Leo.

ดูคำตอบ

of

ลำดับความ

bizarre, even eerie: การยกระดับด้วย even

ใน bizarre, even eerie ผู้พูดบรรยายสิ่งหนึ่งว่าแปลกประหลาดก่อน แล้วใช้ even เพื่อเพิ่มคำบรรยายที่มีระดับแรงกว่าและทำให้รู้สึกไม่สบายใจมากกว่า eerie เพิ่มความรู้สึกไม่สบายใจหรือหวาดกลัว ซึ่ง bizarre ไม่จำเป็นต้องมีความหมายส่วนนี้เสมอไป รูปแบบ คำคุณศัพท์, even + คำคุณศัพท์ที่แรงกว่า ช่วยยกระดับการประเมินขึ้นอีกขั้น คำคุณศัพท์คำที่สองจึงเป็นคำบรรยายที่น่าประหลาดใจหรือมีระดับแรงกว่า ไม่ใช่เพียงคำบรรยายอีกคำที่อยู่ในระดับเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงว่าคำคุณศัพท์คำที่สองมีระดับแรงกว่า: The old tunnel felt strange, ____ frightening, after dark.

ดูคำตอบ

even

That's why we've drawn up a checklist of 10 virtues โน้ต

0:21

นั่นเป็นเหตุผลที่เราได้ร่างรายการคุณธรรม 10 ประการ

that we think matter more than ever in the modern age. วลี

0:24

ที่เราคิดว่ามีความสำคัญในยุคปัจจุบันยิ่งกว่าที่เคยเป็นมา

ลำดับความ

That's why: การนำเข้าสู่ผลลัพธ์

That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผลหรือสถานการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว และนำเข้าสู่ผลที่ตามมา โดยมีความหมายว่า “ด้วยเหตุนี้” ในประโยคนี้ ข้อสังเกตก่อนหน้าทำให้เกิดการตัดสินใจจัดทำรายการตรวจสอบ ใช้รูปแบบการเชื่อมความว่า เหตุหรือปัญหา. That's why + ผล เพื่อแสดงความสัมพันธ์ให้ชัดเจน วลีนี้จัดลำดับคำอธิบายจากสิ่งที่เกิดขึ้นหรือสังเกตเห็น ไปสู่สิ่งที่ทำหรือข้อสรุปที่ได้

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อใดเปลี่ยนจากเหตุไปสู่ผลได้อย่างถูกต้อง? The roads were icy. ...

  1. That's because the school opened late.
  2. That's why the roads were icy.
  3. That's why the school opened late.
ดูคำตอบ

That's why the school opened late.

กริยาวลี

draw up: จัดทำแผนหรือรายการเป็นลายลักษณ์อักษร

ในประโยคนี้ drawn up หมายถึง “จัดทำและเรียบเรียงเป็นลายลักษณ์อักษร” กรรมของวลีนี้คือ a checklist จึงหมายถึงการตัดสินใจก่อนว่าจะใส่อะไรแล้วจึงทำเป็นรายการ ไม่ได้หมายถึงการวาดภาพ drawn เป็นรูป past participle ของ draw ส่วน We've drawn up เป็นรูป present perfect ของกริยาวลี draw up แสดงว่ารายการนั้นจัดทำเสร็จแล้วและผลยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “จัดทำเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างรอบคอบ”: The class has ____ a list of rules for the science fair.

ดูคำตอบ

drawn up

วลี

more than ever: ตอนนี้มากกว่าช่วงเวลาใด ๆ ก่อนหน้า

more than ever หมายถึง “ตอนนี้มีระดับมากกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในอดีต” ในที่นี้วลีนี้เน้นความหมายของ matter โดยผู้พูดเชื่อว่าคุณธรรมเหล่านี้สำคัญเป็นพิเศษในยุคปัจจุบัน การเปรียบเทียบกับอดีตเป็นสิ่งที่แฝงอยู่ จึงไม่จำเป็นต้องระบุช่วงเวลาในอดีต วลีนี้ใช้ได้เมื่อสถานการณ์ปัจจุบันทำให้คุณลักษณะ การกระทำ หรือความจำเป็นบางอย่างเด่นชัดเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ตอนนี้มีระดับมากกว่าช่วงเวลาใด ๆ ในอดีต”: After the storm, the neighbors need to work together ____.

ดูคำตอบ

more than ever

Resilience.

0:27

ความยืดหยุ่น

This is the art of keeping going even when things are looking dark, โน้ต

0:29

นี่คือศิลปะแห่งการก้าวเดินต่อไปแม้ในยามที่สถานการณ์ดูมืดมน

กริยาวลี

Keeping going: ทำต่อไปแม้จะยาก

Keeping going หมายถึงการทำกิจกรรมหรือความพยายามต่อไปแทนที่จะหยุด โดยเฉพาะเมื่อเป็นเรื่องยาก ในที่นี้เน้นความมุ่งมั่น ไม่ได้หมายถึงแค่การเดินหรือเคลื่อนที่ หลังคำบุพบท of ต้องใช้รูป -ing ดังนั้น keep จึงเปลี่ยนเป็น keeping: the art of keeping going วลีนี้ใช้พูดถึงการทำต่อไปแม้เจออุปสรรคได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya ทำต่อไปแม้จะพบความยากลำบาก?

  1. The puzzle was hard, but Maya kept gone.
  2. The puzzle was hard, but Maya kept going.
  3. The puzzle was hard, but Maya kept go.
ดูคำตอบ

The puzzle was hard, but Maya kept going.

ไวยากรณ์

Even when: สถานการณ์ยากที่เกิดขึ้นจริงหรือเกิดซ้ำ ๆ

Even when ใช้นำหน้าช่วงเวลาหรือเงื่อนไขที่มองว่าเกิดขึ้นจริง คาดว่าจะเกิด หรือเกิดซ้ำ ๆ และช่วยเน้นว่าใจความหลักยังคงเป็นจริงแม้อยู่ในสถานการณ์ที่ยากนั้น ในประโยคนี้ things are looking dark คือสถานการณ์ที่ไม่ดี แต่ keeping going ยังคงใช้ได้ในช่วงเวลานั้น วลีนี้มักมีความหมายว่า “รวมถึงช่วงเวลาที่...” ไม่ใช่ when แบบกลาง ๆ เท่านั้น

แบบฝึกหัด

Ava มักมีวันที่ยุ่ง แต่เธอยังอ่านหนังสือในวันเหล่านั้น ประโยคใดตรงกับความหมายนี้มากที่สุด?

  1. Ava reads every night, even when she is busy.
  2. Ava reads every night because she is busy.
  3. Ava will read tonight, even if she is busy.
ดูคำตอบ

Ava reads every night, even when she is busy.

สำนวน

things are looking dark: สถานการณ์ดูมีแนวโน้มไม่ดี

ในประโยคนี้ things หมายถึงสถานการณ์โดยรวม ไม่ใช่สิ่งของจริง ๆ are looking หมายถึง “ดูเหมือน” และ dark เป็นคำเปรียบเทียบถึงปัญหาหรือความหวังที่เหลือน้อย วลีทั้งหมดหมายความว่าสถานการณ์ดูมีแนวโน้มจะเลวร้ายลง สามารถใช้พูดถึงแผนการแข่งขัน โอกาสของใครบางคน หรืออนาคตได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Even when things are looking dark, we keep trying,” วลี things are looking dark หมายความว่าอย่างไร?

  1. สิ่งของหลายชิ้นเปลี่ยนสีแล้ว
  2. ไฟในห้องกำลังค่อย ๆ หรี่ลง
  3. สถานการณ์ดูมีแนวโน้มจะเลวร้ายลง
ดูคำตอบ

สถานการณ์ดูมีแนวโน้มจะเลวร้ายลง

of accepting reversals as normal, ไวยากรณ์

0:32

การยอมรับความพ่ายแพ้ว่าเป็นเรื่องปกติ

ไวยากรณ์

accepting reversals as normal: รูปแบบ accept A as B

รูปแบบ accept A as B หมายถึงการยอมรับหรือทำใจว่า A มีลักษณะ บทบาท หรือสถานะตามที่ B ระบุ ในที่นี้ reversals หมายถึงอุปสรรคหรือการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่แย่ลง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการยอมรับอุปสรรคเหล่านั้นว่าเป็นส่วนปกติของความก้าวหน้า reversals คือ A และ normal คือ B โดย normal เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่อธิบาย reversals ไม่ได้บอกว่าการยอมรับนั้นเกิดขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ accept A as B: After the delay, we learned to ____ setbacks ____ a normal part of the process.

ดูคำตอบ

accept · as

of refusing to frighten others with one's own fears,

0:35

การปฏิเสธที่จะทำให้ผู้อื่นหวาดกลัวด้วยความกลัวของตนเอง

and of remembering that human nature

0:38

และการจดจำไว้ว่าธรรมชาติของมนุษย์

is in the end reassuringly tough.

0:40

ท้ายที่สุดแล้วมีความเข้มแข็งที่ทำให้รู้สึกอุ่นใจได้

Empathy.

0:44

ความเห็นอกเห็นใจ

The capacity to connect imaginatively วลี

0:45

ความสามารถในการเชื่อมโยงผ่านจินตนาการ

with the sufferings and unique experiences

0:47

เข้ากับความทุกข์ทรมานและประสบการณ์อันเป็นเอกลักษณ์

of another person.

0:50

ของบุคคลอื่น

วลี

Connect imaginatively with: เข้าใจผ่านจินตนาการ

ในประโยคนี้ connect imaginatively with หมายถึงการใช้จินตนาการเพื่อเข้าไปมองจากมุมของอีกคน และเข้าใจว่าความทุกข์กับประสบการณ์ของคนนั้นอาจให้ความรู้สึกอย่างไร เป็นความเข้าใจทางความคิดและอารมณ์ ไม่ใช่การสัมผัสทางกาย การเชื่อมต่อทางเทคโนโลยี หรือการติดต่อทางสังคม Imaginatively บอกว่าความเชื่อมโยงนี้เกิดขึ้นอย่างไร นั่นคือเกิดจากการใช้จินตนาการ ไม่ได้หมายความว่าประสบการณ์ของอีกคนเป็นเรื่องแต่งหรือไม่จริง

แบบฝึกหัด

connect imaginatively with ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ใช้จินตนาการเพื่อเข้าใจประสบการณ์ของบุคคลอื่น
  2. มีประสบการณ์เหมือนกับบุคคลอื่นทุกอย่าง
  3. ทำให้ประสบการณ์ของบุคคลอื่นกลายเป็นเรื่องแต่งหรือไม่จริง
  4. ติดต่อบุคคลอื่นผ่านอุปกรณ์
ดูคำตอบ

ใช้จินตนาการเพื่อเข้าใจประสบการณ์ของบุคคลอื่น

The courage to become someone else สำนวน

0:51

ความกล้าที่จะลองเป็นคนอื่น

and look back at oneself with honesty.

0:53

และมองย้อนกลับมาดูตัวเองด้วยความซื่อสัตย์

สำนวน

Become someone else ... look back at oneself: การเปลี่ยนมุมมอง

การกระทำทั้งสองอย่างรวมกันเป็นอุปมาเดียว Become someone else หมายถึงการรับมุมมองของอีกคนมาใช้ชั่วคราว ไม่ใช่การเปลี่ยนตัวตนจริง ๆ จากตำแหน่งที่จินตนาการขึ้นนั้น look back at oneself หมายถึงการพิจารณาตัวตนในปัจจุบันของตนเองราวกับว่าอีกคนเป็นผู้มอง การเชื่อมสองการกระทำนี้แสดงลำดับ ขั้นแรกเปลี่ยนมุมมอง แล้วจึงใช้มุมมองจากภายนอกนั้นตรวจสอบตนเองอย่างซื่อตรง ในที่นี้ look back at ไม่ได้หมายถึงการระลึกถึงอดีตเป็นหลัก เพราะ someone else ทำให้เห็นชัดว่าเป็นการมองจากภายนอก

แบบฝึกหัด

become someone else and look back at oneself ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. รอให้อีกคนแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา
  2. จำเฉพาะสิ่งที่เคยเกิดขึ้นกับตนเองในอดีต
  3. รับมุมมองของอีกคนมาใช้และตรวจสอบตนเองอย่างซื่อตรง
  4. สร้างตัวตนปลอมและซ่อนบุคลิกที่แท้จริง
ดูคำตอบ

รับมุมมองของอีกคนมาใช้และตรวจสอบตนเองอย่างซื่อตรง

Patience.

0:58

ความอดทน

We lose our temper สำนวน

0:59

เราเสียอารมณ์

because we believe that things should be perfect.

1:00

เพราะเราเชื่อว่าสิ่งต่างๆ ควรจะสมบูรณ์แบบ

สำนวน

Lose our temper: ควบคุมความโกรธไม่ได้

To lose your temper หมายถึงโกรธมากจนควบคุมคำพูดหรือการกระทำไม่ได้ เป็นการเปลี่ยนจากความสงบไปสู่การแสดงความโกรธ ไม่ใช่เพียงรู้สึกรำคาญ ในที่นี้ temper เกี่ยวกับความโกรธและการควบคุมตนเอง ไม่ใช่อุณหภูมิ และวลีนี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคล: I lose my temper, she loses her temper และ we lose our temper ในประโยคนี้ our สอดคล้องกับ we ส่วนอนุประโยค because บอกความเชื่อที่ทำให้เกิดปฏิกิริยานี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ lose one's temper: I tried to stay calm, but I ____ when they blamed my sister.

ดูคำตอบ

lost my temper

We've grown so good in some areas,

1:02

เราทำได้ดีมากในบางด้าน

like putting men on the moon,

1:04

เช่น การส่งมนุษย์ไปดวงจันทร์

we're ever less able to deal with things โน้ต

1:06

แต่เรากลับรับมือได้น้อยลงเรื่อยๆ

that still insist on going wrong, สำนวน

1:07

กับสิ่งที่ยังคงดื้อดึงที่จะผิดพลาด

ไวยากรณ์

Ever less able to: ความสามารถที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

Ever less able to หมายถึงความสามารถในการทำบางสิ่งลดลงเรื่อย ๆ ตามแนวโน้มที่ดำเนินต่อไป ในที่นี้ ever ขยายคำเปรียบเทียบ less เพื่อเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงดำเนินต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต” less ขยาย able และ infinitive หลัง to ระบุการกระทำที่ความสามารถกำลังลดลง: ever less able to deal with things วลีนี้เป็นรูปที่กระชับกว่า less and less able to

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่หมายถึงความสามารถกำลังลดลงทีละน้อย: As the fog thickened, the hikers were ____ see the trail.

  1. never able to
  2. ever less able to
  3. ever more able to
ดูคำตอบ

ever less able to

กริยาวลี

deal with: จัดการปัญหาหรือสถานการณ์

deal with หมายถึงลงมือจัดการ รับมือ หรือตอบสนองต่อปัญหาหรือสถานการณ์ ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกว่าเรากำลังรับมือกับสิ่งที่ยังคงผิดพลาดได้แย่ลงเรื่อย ๆ with เป็นส่วนที่ขาดไม่ได้ของสำนวน โดยมีโครงสร้าง deal with + คำนามหรือคำสรรพนาม การ deal with ปัญหาไม่ได้แปลว่าต้องแก้ปัญหาได้ทั้งหมดเสมอไป แต่อาจหมายถึงการจัดการให้ดีที่สุดเท่าที่ทำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จัดการหรือรับมือ”: The printer keeps stopping, so I need to ____ the problem before class.

ดูคำตอบ

deal with

สำนวน

insist on going wrong: บุคลาธิษฐานแบบขบขัน

insist on + -ing โดยทั่วไปหมายถึงมุ่งมั่นอย่างมากที่จะทำหรือทำสิ่งหนึ่งต่อไป ในประโยคนี้ things ไม่มีเจตจำนง ดังนั้น insist จึงเป็นการใช้บุคลาธิษฐาน ผู้พูดจินตนาการว่าปัญหาเหล่านั้นดื้อดึงเลือกที่จะดำเนินต่อไป go wrong หมายถึงล้มเหลว เสีย หรือดำเนินไปในทางที่ไม่ต้องการ เมื่อรวมเป็น insist on going wrong จึงเพิ่มอารมณ์ขันเล็กน้อยและความหงุดหงิด ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าสิ่งของพูดหรือตัดสินใจได้

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The old printer insists on jamming whenever we are busy," คำว่า "insists on jamming" สื่ออะไร?

  1. มันถูกตั้งโปรแกรมให้ประกาศว่ากระดาษติด
  2. มันขออนุญาตใครสักคนอย่างสุภาพเพื่อให้ตัวเองติดขัด
  3. มันติดขัดอยู่เรื่อย ๆ ราวกับว่ามันดื้อรั้น
ดูคำตอบ

มันติดขัดอยู่เรื่อย ๆ ราวกับว่ามันดื้อรั้น

like traffic, government, other people.

1:09

เช่น การจราจร รัฐบาล และบุคคลอื่น

We should grow calmer and more forgiving

1:11

เราควรจะใจเย็นและรู้จักให้อภัยมากขึ้น

by getting more realistic ไวยากรณ์

1:13

ด้วยการอยู่กับความเป็นจริงให้มากขึ้น

about how things actually tend to go. ไวยากรณ์

1:15

เกี่ยวกับวิธีที่สิ่งต่างๆ มักจะดำเนินไปจริงๆ

ไวยากรณ์

by getting more realistic: การบอกวิธีการ

โครงสร้าง by + รูป -ing แสดงวิธีที่ใช้เพื่อให้เกิดผลในประโยคหลัก ในที่นี้ by getting more realistic ตอบคำถามว่า “เราจะใจเย็นและให้อภัยมากขึ้นได้อย่างไร” การมองตามความเป็นจริงมากขึ้นคือหนทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงนั้น ในวลีนี้ getting หมายถึง “ค่อย ๆ กลายเป็น” ไม่ได้หมายถึงการได้รับหรือได้สิ่งของมา โครงสร้างนี้ใช้เพื่ออธิบายว่าการพัฒนาหรือผลลัพธ์เกิดขึ้นได้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ใช้ practice every day ในโครงสร้าง by + -ing เพื่อแสดงวิธีการและเติมประโยคให้สมบูรณ์: You can become a clearer writer ____.

ดูคำตอบ

by practicing every day

ไวยากรณ์

tend to: การอธิบายรูปแบบที่มักเกิดขึ้น

tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งมักเกิดขึ้นหรือมักพัฒนาไปในลักษณะหนึ่ง โดยยังยอมรับว่ามีข้อยกเว้นได้ ในประโยคนี้ how things actually tend to go หมายถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยทั่วไปลงเอยอย่างไรในชีวิตจริง ใช้ tend to เมื่อต้องการอธิบายรูปแบบที่มักเกิดขึ้น ไม่ใช่กล่าวแบบตายตัว คำกริยาหลัง to ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น tend to go และ tend to happen

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายแนวโน้มทั่วไปโดยยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น?

  1. One online meeting started a few minutes late yesterday.
  2. Online meetings always start a few minutes late.
  3. Online meetings tend to start a few minutes late.
ดูคำตอบ

Online meetings tend to start a few minutes late.

Sacrifice.

1:20

ความเสียสละ

We're hardwired to seek our own advantage, สำนวน

1:21

เราถูกกำหนดมาให้แสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง

สำนวน

hardwired to + กริยารูปพื้นฐาน: แนวโน้มที่มีมาแต่กำเนิด

เดิมที hardwired ใช้อธิบายการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้อย่างถาวร แต่ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายความว่ามนุษย์มีแนวโน้มที่ติดตัวมาแต่กำเนิดและหยั่งรากลึกในการแสวงหาผลประโยชน์ของตนเอง โดยนำเสนอแนวโน้มนี้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติมนุษย์ ไม่ใช่แผนที่คิดขึ้นอย่างจงใจ โครงสร้างคือ be hardwired to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นถ้อยคำที่มีน้ำหนักมาก แต่ข้อความทั่วไปเช่นนี้ไม่ควรถูกมองว่าเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่นอนว่าทุกคนจะทำเช่นนี้เสมอ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มีแนวโน้มตามธรรมชาติที่ฝังลึก”: People are ____ notice faces quickly.

ดูคำตอบ

hardwired to

but also have this miraculous ability, very occasionally,

1:23

แต่บางครั้งบางคราว เราก็มีความสามารถอันน่าอัศจรรย์

to forgo our own satisfactions การใช้คำ

1:26

ที่จะละทิ้งความพึงพอใจของตัวเราเอง

in the name of someone or something else. สำนวน

1:29

ในนามของใครบางคนหรือสิ่งอื่น

การใช้คำ

forgo our own satisfactions: เลือกสละความพึงพอใจของตนเอง

forgo หมายถึงการตั้งใจเลือกที่จะไม่มี ไม่ใช้ หรือไม่เพลิดเพลินกับสิ่งที่สามารถมีได้ ในประโยคนี้ forgo our own satisfactions หมายถึงการสละความสุขหรือความต้องการส่วนตัวเพื่อใครบางคนหรือสิ่งอื่น เป็นการเสียสละโดยสมัครใจ ไม่ใช่เพราะไม่สามารถได้สิ่งนั้นมา forgo เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม จึงตามด้วยกรรมโดยตรง เช่น forgo a reward, forgo comfort หรือ forgo taking a break

แบบฝึกหัด

ในประโยค “They chose to forgo the bonus to help the charity,” คำว่า forgo the bonus หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาสมัครใจเลือกที่จะไม่รับโบนัส
  2. พวกเขาพยายามแล้วแต่ไม่สามารถได้รับโบนัส
  3. พวกเขาลืมว่าเคยมีการเสนอโบนัส
ดูคำตอบ

พวกเขาสมัครใจเลือกที่จะไม่รับโบนัส

สำนวน

in the name of someone or something else: เพื่อคนอื่นหรือสิ่งอื่น

ในประโยคนี้ in the name of หมายถึง “เพื่อ” บุคคลอื่น คุณค่า หรืออุดมการณ์ คำนี้อธิบายเหตุผลหรือเป้าหมายที่ใหญ่กว่าของการละทิ้งความพึงพอใจของตนเอง ไม่ได้หมายถึงการพูดชื่อของใคร โดยทั่วไป in the name of สามารถยกบุคคล หลักการ หรืออุดมการณ์ขึ้นมาเป็นเหตุผลที่ใช้สนับสนุนการกระทำได้ ต้องดูบริบทว่าการกระทำนั้นทำเพื่อสิ่งนั้นจริง ๆ หรือเพียงแค่อ้างว่าเป็นเช่นนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “in the name of someone or something else” หมายถึงอะไร

  1. เพื่อบุคคลอื่นหรืออุดมการณ์หนึ่ง
  2. ขณะที่พูดชื่อของอีกคนออกมาดัง ๆ
  3. ในฐานะตัวแทนอย่างเป็นทางการของอีกคน
ดูคำตอบ

เพื่อบุคคลอื่นหรืออุดมการณ์หนึ่ง

We won't ever manage to raise a family, วลี

1:31

เราจะไม่มีวันสร้างครอบครัวได้สำเร็จ

love someone else, or save the planet

1:34

รักใครสักคน หรือกอบกู้โลกได้

วลี

raise a family: เลี้ยงดูลูก

Raise a family หมายถึงการดูแลและเลี้ยงดูลูกเป็นเวลาหลายปี ในที่นี้ raise หมายถึง “ช่วยให้เด็กเติบโต” ไม่ใช่ “ยกบางสิ่งขึ้น” วลีนี้เน้นความรับผิดชอบในการเลี้ยงลูกที่ดำเนินต่อเนื่อง โดยปกติจะเกี่ยวข้องกับการมีลูก จึงมีความหมายมากกว่าเพียงการแต่งงานหรือเป็นคู่รักกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เลี้ยงดูลูกเป็นเวลานาน”: Maya and Lee hope to ____ in a small town.

ดูคำตอบ

raise a family

if we don't keep up with the art of sacrifice.

1:36

หากเราไม่รักษาศิลปะแห่งความเสียสละนี้ไว้

Politeness.

1:41

ความสุภาพ

Politeness has a bad name. สำนวน

1:43

ความสุภาพมีชื่อเสียงที่ไม่ค่อยดีนัก

สำนวน

has a bad name: มีชื่อเสียงในทางไม่ดี

To have a bad name หมายถึง “มีชื่อเสียงไม่ดี” หรือ “โดยทั่วไปถูกมองในแง่ลบ” ในประโยคนี้ ความสุภาพถูกกล่าวว่ามักถูกมองในทางไม่ดี ส่วน name ไม่ได้หมายถึงชื่อจริงของบุคคล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “มีชื่อเสียงไม่ดี”: The neighborhood ____ because of old rumors, but local families say it is safe.

ดูคำตอบ

has a bad name

We often assume it's about being fake,

1:45

เรามักจะทึกทักไปว่ามันเกี่ยวกับการเสแสร้ง

which is meant to be bad, ไวยากรณ์

1:47

ซึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องไม่ดี

as opposed to really ourselves, วลี

1:48

ตรงกันข้ามกับการเป็นตัวของตัวเองจริงๆ

which is meant to be good.

1:50

ซึ่งถูกมองว่าเป็นเรื่องดี

ไวยากรณ์

is meant to be bad/good: การถ่ายทอดความคาดหวังทั่วไป

ในที่นี้ is meant to be bad/good หมายถึง “โดยทั่วไปถูกคาดหมายหรือมองว่าควรนับเป็นสิ่งไม่ดีหรือดี” เป็นการถ่ายทอดการตัดสินคุณค่าที่พบได้ทั่วไป ไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งถูกออกแบบมาให้กลายเป็นสิ่งไม่ดีหรือดี อนุประโยค which สองส่วนที่มีโครงสร้างคู่ขนานกันแสดงป้ายกำกับทั่วไป ได้แก่ การเสแสร้งถูกจัดว่า “ไม่ดี” ส่วนการเป็นตัวเราอย่างแท้จริงถูกจัดว่า “ดี” ผู้พูดกำลังสรุปความเชื่อนี้ ไม่ได้หมายความว่าเห็นด้วยโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ใน “Sharing feelings is meant to be good, but some people find it difficult,” คำว่า “is meant to be good” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. มีการพิสูจน์แล้วว่าสิ่งนั้นดีในทุกสถานการณ์
  2. โดยทั่วไปผู้คนคาดหวังหรือมองว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี
  3. สิ่งนั้นถูกออกแบบมาให้กลายเป็นสิ่งดี
ดูคำตอบ

โดยทั่วไปผู้คนคาดหวังหรือมองว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งดี

วลี

การใช้ as opposed to เพื่อแสดงความแตกต่างอย่างชัดเจน

“As opposed to” ใช้นำแนวคิดที่สองจากแนวคิดสองอย่างที่นำมาเปรียบต่างกันอย่างชัดเจน และหมายถึง “แทนที่จะเป็น” หรือ “ตรงข้ามกับ” ในประโยคนี้ “being fake” ถูกนำมาเปรียบต่างกับ “really ourselves” “to” ในที่นี้เป็นคำบุพบท ปกติแล้วตามด้วยกลุ่มคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ดังนั้นสองส่วนจึงมักใช้โครงสร้างที่ขนานกัน เช่น being fake as opposed to being ourselves

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ as opposed to ได้ถูกต้อง

  1. We discussed renting the equipment, as opposed with buying it.
  2. We discussed renting the equipment, as opposed to buying it.
  3. We discussed rent the equipment, as opposed to buy it.
ดูคำตอบ

We discussed renting the equipment, as opposed to buying it.

However, given what most of us are really like deep down, โน้ต

1:51

อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาถึงตัวตนจริงๆ ส่วนลึกของพวกเราส่วนใหญ่

การใช้คำ

given ต้นประโยคในความหมายว่าเมื่อพิจารณา

เมื่ออยู่ต้นประโยค given อาจหมายถึง “เมื่อพิจารณา” หรือ “เมื่อคำนึงถึง” โดยใช้นำข้อมูลที่เป็นพื้นฐานของข้อสรุปที่ตามมา ในที่นี้ given นำหน้าอนุประโยค what คือ “what most of us are really like deep down” วลีเปิดทั้งหมดให้เหตุผลสำหรับประเด็นถัดไปของผู้พูด โดย given ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “ถูกให้”

แบบฝึกหัด

ในประโยคใด given หมายถึง “เมื่อพิจารณา”

  1. She has given me helpful advice.
  2. Given what we know about the weather, we should leave early.
  3. The package was given to the receptionist.
ดูคำตอบ

Given what we know about the weather, we should leave early.

สำนวน

deep down: ความรู้สึกที่ซ่อนอยู่หรือตัวตนที่แท้จริง

Deep down เป็นสำนวนที่หมายถึง “ในความรู้สึกที่เป็นส่วนตัวและจริงใจที่สุด หรือตัวตนที่แท้จริงของคนคนหนึ่ง” มักใช้เปรียบเทียบความจริงภายในกับพฤติกรรมหรือภาพลักษณ์ที่แสดงออกมา ในประโยคนี้ really like deep down ชี้ถึงตัวตนจริงที่คนอื่นมองเห็นได้น้อยกว่า น้ำเสียงประชดเล็กน้อยสื่อว่าด้านในที่ไม่ผ่านการปกปิดนี้อาจไม่ได้ดูดีนัก ไม่ได้หมายถึงความลึกหรือตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสองคำที่หมายถึง “ในความรู้สึกส่วนตัวและจริงใจของเขา” ให้สมบูรณ์: He acts confident, but ____, he is worried.

ดูคำตอบ

deep down

we should spare others too much exposure วลี

1:55

เราควรให้คนอื่นหลีกเลี่ยงการเปิดรับ

to our deeper selves.

1:57

ตัวตนเบื้องลึกของเรามากจนเกินไป

วลี

spare others too much exposure: โครงสร้าง spare someone something

ในโครงสร้าง spare someone something คำว่า spare หมายถึง “ช่วยไม่ให้ใครต้องเจอกับสิ่งที่ไม่น่าพอใจหรือไม่ต้องการ” โดยวางคนไว้ก่อน แล้วจึงตามด้วยประสบการณ์หรือข้อมูลที่ไม่น่าพอใจ: spare + คน + สิ่งนั้น ในประโยคนี้ others คือคนที่ได้รับการปกป้อง ส่วน too much exposure to our deeper selves คือประสบการณ์ที่พวกเขาไม่ควรต้องทนรับ คำว่า spare ตรงนี้ไม่ได้หมายถึง “เก็บแยกไว้” หรือ “หาเวลาเพิ่ม”

แบบฝึกหัด

“spare Lena the awkward details” หมายความว่าอะไร?

  1. ไม่ทำให้ Lena ต้องได้ยินรายละเอียดที่น่าอึดอัด
  2. ขอให้ Lena อธิบายรายละเอียดที่น่าอึดอัด
  3. เก็บรายละเอียดที่น่าอึดอัดไว้ให้ Lena ฟังภายหลัง
ดูคำตอบ

ไม่ทำให้ Lena ต้องได้ยินรายละเอียดที่น่าอึดอัด

We need to learn manners,

1:59

เราจำเป็นต้องเรียนรู้มารยาท

which aren't evil.

2:00

ซึ่งไม่ใช่เรื่องเลวร้ายอะไร

They're the necessary internal rules of civilization.

2:01

สิ่งเหล่านี้คือกฎกติกาภายในที่จำเป็นของอารยธรรม

Politeness is very linked to tolerance, วลี

2:05

ความสุภาพเชื่อมโยงอย่างมากกับความอดกลั้น

วลี

be linked to: การบอกความเชื่อมโยง

ในประโยคนี้ is linked to หมายถึง “เชื่อมโยงกับ” หรือ “มีความสัมพันธ์กับ” ผู้พูดนำเสนอว่าความสุภาพและความอดทนอดกลั้นเป็นแนวคิดที่เกี่ยวข้องกัน แต่สำนวนนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง ตรงนี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนของ infinitive หลัง to ใช้คำนามหรือรูป -ing เช่น linked to tolerance; linked to working together

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่ตรงกับความหมายว่า “เกี่ยวข้องกับ”: Regular reading is ____ a larger vocabulary.

ดูคำตอบ

linked to

to a capacity to live alongside people วลี

2:07

กับความสามารถในการอยู่ร่วมกับผู้คน

วลี

live alongside: อยู่ร่วมกันโดยไม่จำเป็นต้องเห็นตรงกัน

Live alongside people หมายถึงอยู่ร่วมกับผู้อื่นในชุมชนหรือสภาพแวดล้อมทางสังคมเดียวกัน Alongside เป็นคำบุพบท และ people เป็นกรรมของคำนี้ สำนวนนี้ไม่ได้กำหนดว่าผู้คนต้องเป็นเพื่อนสนิท อยู่บ้านเดียวกัน หรือมีความคิดเห็นเหมือนกัน แต่เน้นการเปิดพื้นที่ให้คนที่แตกต่างกันสามารถดำเนินชีวิตเคียงข้างกันต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงการอยู่ร่วมกันอย่างสงบ: In this neighborhood, families from many cultures ____ one another.

ดูคำตอบ

live alongside

whom one won't necessarily agree with, ไวยากรณ์

2:09

ที่เราอาจจะไม่ได้เห็นด้วยเสมอไป

but at the same time won't be able to avoid. ลำดับความ

2:11

แต่ในขณะเดียวกันก็ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้

ไวยากรณ์

whom ... agree with: สรรพนามสัมพันธ์รูปกรรมและ with ที่ท้ายประโยค

ใน whom one won't necessarily agree with คำว่า whom ย้อนกลับไปหมายถึงกลุ่มคนที่กำลังกล่าวถึง และเป็นกรรมของ with ในรูปแบบ agree with someone ส่วน one เป็นประธานของ agree ดังนั้น whom จึงไม่ใช่ผู้ที่ทำกริยา agree เนื่องจาก whom เป็นกรรม จึงสามารถวางบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคสัมพันธ์ได้เป็น whom ... agree with ในภาษาอังกฤษทั่วไปมักใช้ who หรือไม่ใส่สรรพนามสัมพันธ์เลย ส่วนรูปที่เป็นทางการกว่าจะย้ายบุพบทมาข้างหน้าเป็น with whom one won't necessarily agree

แบบฝึกหัด

ในวลี "whom one won't necessarily agree with," คำว่า whom ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์อย่างไร

  1. เป็นประธานของ agree
  2. เป็นกรรมของ one
  3. เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย necessarily
  4. เป็นกรรมของ with
ดูคำตอบ

เป็นกรรมของ with

ลำดับความ

but at the same time: คงข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกันสองข้อไว้พร้อมกัน

But at the same time เชื่อมข้อเท็จจริงก่อนหน้าเข้ากับข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ไปในทิศทางตรงกันข้าม ในที่นี้ ทั้งการไม่เห็นด้วยกับคนบางกลุ่มและการไม่สามารถหลีกเลี่ยงพวกเขาได้ล้วนเป็นความจริง ในการใช้นี้ at the same time ไม่ได้เน้นว่าบางอย่างเกิดขึ้นพร้อมกันตามเวลา เมื่อใช้ร่วมกับ but จะบอกให้ผู้ฟังยังคงรับข้อแรกไว้ พร้อมกับเพิ่มข้อที่ขัดแย้งกัน แทนที่จะเลือกข้อหนึ่งแล้วปฏิเสธอีกข้อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ชัดเจนที่สุดว่าข้อเท็จจริงสองข้อที่ขัดแย้งกันเป็นจริงทั้งคู่

  1. The route is longer; meanwhile, the station closes at six.
  2. The route is longer because it is much safer.
  3. The route is longer, so it is much safer.
  4. The route is longer, but at the same time it is much safer.
ดูคำตอบ

The route is longer, but at the same time it is much safer.

Humor.

2:16

อารมณ์ขัน

Seeing the funny sides of situations สำนวน

2:17

การมองเห็นด้านที่น่าขบขันของสถานการณ์ต่างๆ

and of oneself doesn't sound very serious,

2:19

และของตัวเองอาจฟังดูไม่จริงจังนัก

สำนวน

Seeing the funny sides of situations and of oneself: มองเห็นแง่ขำขันของสถานการณ์และตัวเอง

See the funny side of something หมายถึงการสังเกตเห็นส่วนที่น่าขำหรือดูไร้สาระเล็กน้อยของสิ่งหนึ่ง แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะทำให้ลำบากใจก็ตาม ในประโยคนี้ ผู้พูดกล่าวถึงการมองทั้งเหตุการณ์ในชีวิตและพฤติกรรมของตนเองด้วยมุมมองที่มีอารมณ์ขัน โครงสร้างที่พบบ่อยคือ see the funny side of + คำนาม ในที่นี้ใช้ funny sides เป็นพหูพจน์เพื่อรวมแง่ขำขันที่พบในหลายสถานการณ์และในตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าจะต้องใช้พหูพจน์เสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการสังเกตเห็นแง่ที่น่าขำ: Even after the picnic was rained out, Leo could ____ the situation and laugh about it.

ดูคำตอบ

see the funny side of

but it's integral to wisdom วลี

2:22

แต่มันเป็นส่วนสำคัญของความรู้แจ้ง

วลี

integral to: จำเป็นต่อองค์รวม

Integral to หมายถึงสิ่งหนึ่งมีความจำเป็นต่อความสมบูรณ์หรือการทำงานอย่างถูกต้องของอีกสิ่งหนึ่ง ในประโยคนี้ อารมณ์ขันไม่ได้ถูกมองเพียงว่ามีประโยชน์ แต่เป็นส่วนที่จำเป็นของปัญญา Integral ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ที่ตามด้วยคำบุพบท to โดยใช้โครงสร้าง X is integral to Y ความหมายนี้เป็นความหมายทั่วไปของคำคุณศัพท์ และไม่เกี่ยวกับคำนาม integral ที่ใช้ในวิชาแคลคูลัส

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ integral กับคำบุพบทมาตรฐานและมีความหมายว่าจำเป็นต่อองค์รวม?

  1. The new calendar is integrated into the app.
  2. Trust is integral to a successful partnership.
  3. Trust is integral for a successful partnership.
ดูคำตอบ

Trust is integral to a successful partnership.

because it's a sign that one's been able

2:24

เพราะมันเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าคนๆ นั้นสามารถ

to put a benevolent finger on the gap โน้ต

2:25

ชี้ให้เห็นถึงช่องว่างอย่างอ่อนโยน

between what we want to happen

2:28

ระหว่างสิ่งที่เราต้องการให้เกิดขึ้น

and what life can actually provide.

2:30

กับสิ่งที่ชีวิตสามารถให้ได้จริงๆ

สำนวน

put a benevolent finger on: การดัดแปลงสำนวนให้สื่อถึงความปรารถนาดี

สำนวนมาตรฐาน put one's finger on หมายถึงระบุหรืออธิบายบางสิ่งได้อย่างแม่นยำ โดยเฉพาะปัญหา สาเหตุ หรือความรู้สึกที่เรียกชื่อได้ยาก ในประโยคนี้ gap ไม่ใช่ช่องว่างทางกายภาพ แต่คือความไม่ตรงกันระหว่างความหวังกับสิ่งที่ชีวิตมอบให้ได้จริง ผู้เขียนเปลี่ยนถ้อยคำตามปกติ one's finger เป็น a benevolent finger คำว่า benevolent หมายถึงใจดีและมีเจตนาดี ภาพที่ดัดแปลงนี้จึงสื่อถึงการมองเห็นความไม่ตรงกันนั้นอย่างแม่นยำแต่ด้วยความอ่อนโยน โดยไม่เยาะเย้ยอย่างโหดร้าย นี่คือการดัดแปลงอย่างสร้างสรรค์ ไม่ใช่อีกสำนวนตายตัวหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ put a benevolent finger on the gap หมายความว่าอย่างไร

  1. มองเห็นความไม่ตรงกันอย่างแม่นยำและด้วยความปรารถนาดี
  2. ใช้นิ้วหนึ่งนิ้วแตะช่องเปิดจริง
  3. กล่าวโทษใครสักคนว่าเป็นผู้สร้างความไม่ตรงกัน
ดูคำตอบ

มองเห็นความไม่ตรงกันอย่างแม่นยำและด้วยความปรารถนาดี

ลำดับความ

the gap between what ... and what ... ในฐานะโครงสร้างเปรียบเทียบ

นามวลี the gap between A and B นำสองสถานการณ์มาเปรียบเทียบกันโดยตรง คำว่า gap หมายถึงความไม่ตรงกันหรือระยะห่าง ดังนั้นประโยคนี้จึงนำความหวังของเราไปเทียบกับสิ่งที่ชีวิตมอบให้ได้จริง หลัง between ส่วน A และ B เป็นองค์ประกอบที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and ในที่นี้ทั้งสองส่วนเป็นอนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ได้แก่ what we want to happen และ what life can actually provide โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดระบุความแตกต่างได้ชัดเจนก่อนอธิบายหรือประเมินต่อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง the gap between A and B ให้ถูกต้อง: The report explains ____ our original goal ____ what the team actually achieved.

ดูคำตอบ

the gap between · and

Like anger, humor springs from disappointment, กริยาวลี

2:32

เช่นเดียวกับความโกรธ อารมณ์ขันเกิดขึ้นจากความผิดหวัง

but it's disappointment optimally channeled. สำนวน

2:35

แต่มันเป็นความผิดหวังที่ถูกปรับทิศทางอย่างเหมาะสมที่สุด

กริยาวลี

springs from: บอกที่มาหรือสาเหตุ

ใน spring from คำว่า spring หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “เกิดจาก” วลีนี้เชื่อมผลลัพธ์เข้ากับต้นตอของมัน ในที่นี้ disappointment ถูกนำเสนอว่าเป็นต้นตอของทั้ง humor และ anger ไม่ได้หมายถึงการกระโดดออกมาจริง ๆ เนื่องจาก humor เป็นประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ กริยาปัจจุบันจึงอยู่ในรูป springs โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ something springs from a source or cause

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดจากอีกสิ่งหนึ่ง?

  1. Her confidence turns careful preparation into success.
  2. Her confidence hides careful preparation from view.
  3. Her confidence springs from careful preparation.
ดูคำตอบ

Her confidence springs from careful preparation.

สำนวน

disappointment optimally channeled: นำอารมณ์ไปในทางที่ดีที่สุด

disappointment optimally channeled เป็นคำบรรยายแบบย่อ หมายถึงความผิดหวังที่ถูกนำไปสู่ทางออกที่ดีที่สุดหรือเป็นประโยชน์ที่สุด channeled มองอารมณ์เหมือนพลังงานหรือกระแสที่นำทางได้ แทนที่จะปล่อยออกมาเฉย ๆ ใน it's disappointment optimally channeled คำว่า it's เทียบอารมณ์ขันกับความผิดหวังที่ได้รับการจัดการด้วยวิธีที่มีประสิทธิภาพเป็นพิเศษนี้ optimally ขยาย channeled และเพิ่มการประเมินว่า “ด้วยวิธีที่ดีที่สุดเท่าที่เป็นไปได้” ไม่ได้หมายความว่าความผิดหวังนั้นดีเลิศในตัวเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ channel ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อหมายถึงการนำอารมณ์ไปสู่กิจกรรมที่สร้างสรรค์?

  1. Leah changed the channel when the concert began.
  2. Leah guided the boat through a narrow channel.
  3. Leah channeled her frustration into practicing the piano.
ดูคำตอบ

Leah channeled her frustration into practicing the piano.

It's one of the best things we can do with our sadness.

2:38

มันคือหนึ่งในสิ่งที่ดีที่สุดที่เราสามารถรับมือกับความเศร้าของเราได้

Self-awareness.

2:43

การตระหนักรู้ในตนเอง

To know oneself is to try not to blame others โน้ต

2:44

การรู้จักตัวเองคือการพยายามที่จะไม่โทษผู้อื่น

for one's troubles and moods,

2:46

สำหรับปัญหาและอารมณ์ของตนเอง

ไวยากรณ์

To know oneself is to try...: รูปแบบ To A is to B

รูปแบบ To A is to B วางวลี infinitive สองวลีไว้คนละด้านของ is ส่วนแรกเสนอแนวคิดหรือการกระทำ และส่วนหลังอธิบายว่าแนวคิดนั้นเกี่ยวข้องกับอะไร to ทั้งสองคำเป็นเครื่องหมายของ infinitive ไม่ได้บอกทิศทาง ในประโยคนี้ การรู้จักตนเองถูกนิยามผ่านพฤติกรรม คือพยายามไม่โยนความรับผิดชอบเรื่องความยากลำบากและอารมณ์ที่เปลี่ยนไปของตนให้ผู้อื่น รูปแบบนี้แสดงมุมมองของผู้พูดว่าการรู้จักตนเองอย่างแท้จริงคืออะไร ไม่ใช่นิยามจากพจนานุกรม

แบบฝึกหัด

เติมนิยามให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ To A is to B: To be a good teammate ____ listen as well as speak.

ดูคำตอบ

is to

วลี

blame others for one's troubles and moods: รูปแบบ blame someone for something

ในโครงสร้าง blame someone for something บุคคลที่ถูกมองว่าต้องรับผิดจะอยู่ต่อจาก blame ทันที ส่วน for นำหน้าเหตุการณ์ ปัญหา หรือพฤติกรรมที่เป็นเหตุให้ถูกตำหนิ ในประโยคนี้ others คือผู้ที่ถูกตำหนิ ส่วน one's troubles and moods คือเหตุผล one's ที่ใช้ในความหมายทั่วไปสอดคล้องกับ oneself และหมายถึงสิ่งที่เป็นของบุคคลนั้นเอง ลำดับนี้สลับกันไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบคงที่ blame someone for something ให้สมบูรณ์: Do not blame your teammate ____ a mistake the whole group made.

ดูคำตอบ

for

to have a sense of what's going on inside oneself วลี

2:48

คือการรับรู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นในใจตัวเองบ้าง

and what actually belongs to the world.

2:51

และอะไรที่เป็นเรื่องของโลกภายนอกจริงๆ

วลี

have a sense of what's going on: พอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

Have a sense of what's going on หมายถึง “พอเข้าใจโดยรวมว่าเกิดอะไรขึ้น” แสดงว่ารับรู้สถานการณ์อยู่บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่ารู้ครบถ้วนหรือยืนยันข้อมูลทั้งหมดแล้ว ในที่นี้ what's going on เป็นอนุประโยคที่อยู่หลัง of และระบุสถานการณ์ที่ผู้พูดเข้าใจ ไม่ใช่คำถามโดยตรงหรือคำทักทาย “What's going on?”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงว่าเข้าใจโดยรวม แต่ยังไม่แน่ใจทั้งหมด

  1. I have no idea what's going on.
  2. I have a sense of what's going on, but I still need more details.
  3. I know exactly what's going on, and every detail is confirmed.
ดูคำตอบ

I have a sense of what's going on, but I still need more details.

Forgiveness.

2:56

การให้อภัย

Forgiveness means a long memory

2:57

การให้อภัยหมายถึงความทรงจำอันยาวนาน

of all the times

2:59

ในทุกๆ ช่วงเวลา

when we wouldn't have got through life โน้ต

3:00

ที่เราคงไม่สามารถผ่านพ้นชีวิตมาได้

กริยาวลี

got through life: รับมือและผ่านพ้นความยากลำบากในชีวิต

ในประโยคนี้ got through life หมายถึงสามารถเดินหน้าต่อไปท่ามกลางความยากลำบากในชีวิตได้ ส่วน Get through a hard time หมายถึงอดทนหรือรับมือกับช่วงเวลาที่ยากลำบากจนกระทั่งช่วงนั้นสิ้นสุดลง คำว่า Life ทำให้ความหมายครอบคลุมกว้างมาก ผู้พูดกำลังพูดถึงการรับมือกับความท้าทายในชีวิต ไม่ใช่การเคลื่อนที่ผ่านสถานที่จริง ๆ หรือการทำภารกิจทุกอย่างในชีวิตให้เสร็จ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get through: With everyone's help, we ____ the hardest month of the project.

ดูคำตอบ

got through

without someone cutting us some slack. สำนวน

3:01

หากไม่มีใครยอมผ่อนปรนให้เรา

ไวยากรณ์

wouldn't have got through ... without ...: ผลลัพธ์ในอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง

Wouldn't have got through ... without ... ใช้พูดถึงผลลัพธ์ด้านลบในอดีตที่ไม่เกิดขึ้นจริง โครงสร้าง wouldn't have + past participle แสดงผลลัพธ์ ส่วน without + คำนามหรืออนุประโยค -ing แสดงเงื่อนไขที่ขาดไป กล่าวคือ ถ้าไม่มีใครผ่อนปรนให้เรา เราก็คงใช้ชีวิตผ่านมาไม่ได้ ผลลัพธ์ด้านลบนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริง ดังนั้นประโยคจึงสื่อว่า มีคนผ่อนปรนหรือเห็นใจเราจริง ๆ และความช่วยเหลือนั้นมีความสำคัญ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ wouldn't และรูป perfect แบบบริติชของ get through: They ____ the season without the coach cutting them some slack.

ดูคำตอบ

wouldn't have got through

สำนวน

cut someone some slack: ผ่อนปรนให้ใครบางคน

Cut someone some slack หมายถึงเข้มงวดกับคนนั้นน้อยลง หรือให้อภัยความผิดพลาดเล็กน้อยเพราะเขากำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก ใน cutting us some slack คำว่า us คือผู้ที่ได้รับความอดทนและความเข้าใจ โครงสร้างคือ cut + คน + some slack สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการตัด slack ซึ่งเป็นสิ่งของจริง ๆ แต่ทั้งวลีหมายถึงการลดแรงกดดันหรือความคาดหวังที่มีต่อใครบางคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย cut someone some slack โดยใช้ her แทน Mia: Mia is new to the team, so let's ____ while she learns.

ดูคำตอบ

cut her some slack

It's recognizing that living with others

3:04

มันคือการตระหนักว่าการใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น

isn't possible without excusing errors. ไวยากรณ์

3:06

เป็นไปไม่ได้เลยหากไม่รู้จักให้อภัยข้อผิดพลาด

ไวยากรณ์

ใช้ isn't possible without + -ing เพื่อบอกความจำเป็น

“isn't possible without + -ing” ใช้ส่วนที่เป็นปฏิเสธสองจุดเพื่อบอกเงื่อนไขจำเป็นในความหมายบวก กล่าวคือ ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทำสิ่งที่ตามหลัง without ในประโยคนี้ การอยู่ร่วมกับคนอื่นจำเป็นต้องให้อภัยความผิดพลาดของกันและกัน หลัง without ใช้คำนามหรือกริยารูป -ing ไม่ใช้ประโยคเต็มโดยตรง ในที่นี้ excusing หมายถึงการให้อภัยหรือยอมรับความผิดพลาดของผู้อื่น ไม่ใช่การหาเหตุผลมาแก้ตัวให้ทุกความผิดพลาด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย without + รูป -ing ของ forgive: A lasting friendship isn't possible ____ mistakes.

ดูคำตอบ

without forgiving

Hope.

3:11

ความหวัง

The way the world is now

3:12

โลกที่เป็นอยู่ในปัจจุบันนี้

is only a pale shadow สำนวน

3:14

เป็นเพียงเงาลางๆ

of what it could one day be.

3:15

ของสิ่งที่มันอาจจะเป็นได้ในวันหนึ่ง

สำนวน

a pale shadow of สำหรับสิ่งที่ด้อยกว่ามาก

“A pale shadow of” หมายถึงสิ่งที่เป็นฉบับด้อยกว่า อ่อนกว่า หรือไม่สมบูรณ์กว่าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบอย่างมาก เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดย pale และ shadow เน้นว่าสิ่งแรกยังห่างไกลจากระดับของสิ่งอ้างอิง ในประโยคนี้ โลกปัจจุบันถูกเปรียบกับโลกที่ดีกว่าซึ่งอาจเกิดขึ้นในอนาคต วลีนี้จึงแสดงความหวังต่อศักยภาพในอนาคต พร้อมกับประเมินว่าปัจจุบันยังด้อยกว่ามาก

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The empty festival was a pale shadow of last year's celebration.” วลี a pale shadow of หมายความว่าอย่างไร?

  1. มันเป็นฉบับที่ด้อยกว่าและน่าประทับใจน้อยกว่ามาก
  2. งานจัดขึ้นในบริเวณที่มืดกว่า
  3. มันเป็นสำเนาที่เหมือนงานฉลองครั้งก่อนทุกประการ
ดูคำตอบ

มันเป็นฉบับที่ด้อยกว่าและน่าประทับใจน้อยกว่ามาก

We're still only at the beginning of history.

3:17

เรายังคงอยู่ที่จุดเริ่มต้นของประวัติศาสตร์เท่านั้น

As you get older,

3:19

เมื่อคุณอายุมากขึ้น

despair becomes far easier,

3:20

ความสิ้นหวังจะเกิดขึ้นได้ง่ายกว่ามาก

almost reflex,

3:22

แทบจะกลายเป็นปฏิกิริยาตอบสนอง

whereas in adolescence it was still cool and adventurous. ลำดับความ

3:24

ในขณะที่วัยรุ่น มันยังคงดูเท่และน่าตื่นเต้น

ลำดับความ

ใช้ whereas เพื่อเปรียบเทียบสองสถานการณ์

whereas นำเสนอด้านที่สองของความแตกต่างที่ชัดเจน ในประโยคนี้ คำดังกล่าวเปรียบเทียบการสิ้นหวังที่เกิดขึ้นได้ง่ายเมื่ออายุมากขึ้นกับท่าทีที่มีความหวังหรือมองโลกในแง่ดีมากกว่าในช่วงวัยรุ่น โดยทั่วไป whereas เชื่อมอนุประโยคสองส่วนและบอกให้ผู้อ่านเปรียบเทียบข้อเท็จจริงที่วางคู่กันแต่แตกต่างกัน ในประโยคนี้ใช้จัดโครงสร้างการเปรียบเทียบระหว่างช่วงวัย ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The library is quiet, whereas the cafeteria is lively,” whereas แสดงอะไร

  1. ความสัมพันธ์แบบเหตุและผล
  2. เหตุการณ์สองอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. ความแตกต่างระหว่างสถานที่สองแห่ง
ดูคำตอบ

ความแตกต่างระหว่างสถานที่สองแห่ง

Pessimism isn't deep, ไวยากรณ์

3:27

การมองโลกในแง่ร้ายไม่ใช่เรื่องลึกซึ้ง

nor optimism shallow.

3:29

และการมองโลกในแง่ดีก็ไม่ใช่เรื่องตื้นเขิน

ไวยากรณ์

โครงสร้างปฏิเสธแบบขนานใน Pessimism isn't deep, nor optimism shallow.

ประโยคนี้ปฏิเสธความเชื่อที่มักจับคู่กันทั้งสองส่วน คือการมองโลกในแง่ร้ายไม่ได้ลึกซึ้งโดยอัตโนมัติ และการมองโลกในแง่ดีก็ไม่ได้ตื้นเขินโดยอัตโนมัติ deep และ shallow ในที่นี้ใช้ประเมินเนื้อหาทางความคิดหรืออารมณ์ ไม่ใช่ความลึกทางกายภาพ nor ส่งต่อความหมายเชิงปฏิเสธไปยังส่วนที่สอง วลีสั้น ๆ nor optimism shallow ละคำกริยา is ที่ซ้ำกัน รูปเต็มคือ nor is optimism shallow การละคำนี้ทำให้เกิดความแตกต่างที่สมดุลและน่าจดจำ

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำเพื่อทำให้ประโยคปฏิเสธแบบขนานที่กระชับนี้สมบูรณ์: The first plan isn't cheap, ____ the second practical.

ดูคำตอบ

nor

Confidence.

3:33

ความมั่นใจ

The greatest projects and schemes die

3:34

โครงการและแผนการที่ยิ่งใหญ่ที่สุดพังทลายลง

for no grander reason ไวยากรณ์

3:36

โดยไม่มีเหตุผลอะไรที่ใหญ่โตไปกว่า

than that we don't dare. ไวยากรณ์

3:37

การที่เราไม่กล้า

ไวยากรณ์

for no grander reason than that: เหตุผลที่ไม่ได้ยิ่งใหญ่เลย

วลีนี้บอกว่าแผนการอันยิ่งใหญ่เหล่านี้ล้มเหลวด้วยสาเหตุที่ไม่ได้สำคัญหรือสูงส่งไปกว่าข้อเท็จจริงง่าย ๆ ข้อหนึ่ง คือผู้คนไม่กล้าลงมือทำ รูปเปรียบเทียบทำให้สาเหตุดูเล็กจนน่าผิดหวังเมื่อเทียบกับผลลัพธ์ โครงสร้างคือ for + no + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + reason + than + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ในที่นี้ that ใช้นำเสนอเนื้อหาของเหตุผลคือ “we don't dare” ไม่ได้ใช้ชี้ไปยังสิ่งของ grander เชื่อมโยงกับ greatest และเน้นความต่างระหว่างขนาดอันยิ่งใหญ่ของโครงการกับความเล็กน้อยของสาเหตุที่ทำให้ล้มเหลว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างแบบเป็นทางการจากบทเรียนเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The ambitious plan collapsed ____ nobody was willing to speak up.

ดูคำตอบ

for no grander reason than that

ไวยากรณ์

don't dare: การละการกระทำที่เข้าใจกันอยู่แล้ว

ใน we don't dare คำว่า dare หมายถึง “มีความกล้าพอที่จะทำสิ่งที่เข้าใจกันอยู่แล้ว” การกระทำนั้นถูกละไว้ เพราะการกล่าวถึงโครงการก่อนหน้านี้ทำให้รู้ได้ว่าหมายถึงอะไร: we don't dare [to pursue or act on them] ในที่นี้ dare ทำหน้าที่เหมือนกริยาหลักทั่วไป don't เป็นตัวแสดงการปฏิเสธ และ dare ยังคงอยู่ในรูปพื้นฐาน เมื่อการกระทำที่ละไว้ชัดเจน don't dare ก็ใช้เป็นคำตอบหรือบทสรุปที่สมบูรณ์และเป็นธรรมชาติได้ ในที่นี้ dare เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนาม a dare ที่แปลว่า “การท้าทาย”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธในอดีตของ dare โดยไม่กล่าวการกระทำซ้ำ: Leo considered crossing the shaky bridge, but he ____.

ดูคำตอบ

didn't dare

Confidence isn't arrogance, การใช้คำ

3:39

ความมั่นใจไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง

it's based on a constant awareness

3:41

มันตั้งอยู่บนความตระหนักรู้อย่างสม่ำเสมอ

of how short life is ไวยากรณ์

3:43

ว่าชีวิตนี้แสนสั้น

and how little we ultimately lose

3:44

และท้ายที่สุดแล้วเราแทบจะไม่สูญเสียอะไรเลย

from risking everything.

3:46

จากการเสี่ยงทุกอย่าง

การใช้คำ

ความมั่นใจไม่ใช่ความหยิ่งยโส

confidence คือความเชื่อมั่นในความสามารถหรือวิจารณญาณของตนเองที่ช่วยให้ลงมือทำ ส่วน arrogance คือการมองความสำคัญหรือความเหนือกว่าของตนสูงเกินจริง ซึ่งมักแสดงออกด้วยการไม่สนใจข้อจำกัดหรือผู้อื่น รูปแบบ “X isn't Y” ปฏิเสธการเหมารวมว่าสองแนวคิดนี้เหมือนกันโดยอัตโนมัติ พฤติกรรมที่กล้าอาจมาจากความมั่นใจ จึงไม่ควรเรียกว่าหยิ่ง เว้นแต่ท่าทีจะแสดงความรู้สึกเหนือกว่าที่ไม่มีเหตุผลด้วย

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่เติมคำบรรยายเชิงบวกนี้ให้สมบูรณ์: Her ____ helped her explain the plan clearly without putting anyone down.

  1. overconfidence
  2. arrogance
  3. confidence
ดูคำตอบ

confidence

ไวยากรณ์

ชีวิตสั้นเพียงใด... สุดท้ายเราเสียไปน้อยเพียงใด

อนุประโยค how ทั้งสองแสดงระดับ แทนที่จะเป็นคำถามตรงที่ถามผู้ฟัง how short life is บอกว่าชีวิตสั้นในระดับใด ส่วน how little we ultimately lose บอกว่าปริมาณที่เราเสียในท้ายที่สุดนั้นน้อยเพียงใด อนุประโยคทั้งสองเชื่อมขนานกันหลัง awareness of เนื่องจากเป็นอนุประโยคซ้อน จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า life is และ we lose ไม่ใช่ is life หรือ do we lose รูปแบบขนาน how ... and how ... นำเสนอสองแนวคิดเป็นเหตุผลที่สอดคล้องกัน

แบบฝึกหัด

เรียงคำแต่ละกลุ่มให้เป็นอนุประโยค how แบบซ้อน: I realized ____ (how / quiet / the room / was) and ____ (how / little time / we / had).

ดูคำตอบ

how quiet the room was · how little time we had

Let's try to keep these in mind โน้ต

3:49

ลองพยายามจดจำสิ่งเหล่านี้ไว้

and practice them a little every day.

3:50

และฝึกฝนมันทีละนิดในทุกๆ วัน

น้ำเสียง/เจตนา

Let's try to: ข้อเสนอที่นุ่มนวลให้กลุ่มทำร่วมกัน

Let's try to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นวิธีเสนอให้ผู้พูดและผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกันด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล Let's ย่อมาจาก let us ดังนั้นผู้พูดจึงรวมอยู่ในแผนด้วย Try to ช่วยลดแรงกดดัน โดยขอให้กลุ่มลองพยายามแทนที่จะเรียกร้องผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบ ในประโยคนี้ ผู้พูดชวนทุกคนให้จดจำและนำแนวคิดเหล่านั้นไปฝึกวันละเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นข้อเสนอที่นุ่มนวล ให้ความรู้สึกร่วมมือกัน และรวมผู้พูดอยู่ด้วย

  1. Let's try to clean up the room together.
  2. You must clean up the room now.
  3. Try to clean up the room before I return.
ดูคำตอบ

Let's try to clean up the room together.

สำนวน

keep these in mind: จดจำและนำไปพิจารณา

Keep something in mind หมายถึงจดจำบางสิ่งและยังคงนำสิ่งนั้นมาพิจารณาเมื่อตัดสินใจหรือลงมือทำ ในประโยคนี้ these ย้อนกลับไปถึงแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ดังนั้น keep these in mind จึงเป็นการขอให้ทุกคนนำแนวคิดเหล่านั้นมาเป็นแนวทางในการฝึกทุกวัน โครงสร้างคือ keep + กรรม + in mind โดยวางกรรมไว้ระหว่าง keep กับ in mind เช่น keep the rule in mind, keep it in mind และ keep these in mind สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของใส่เข้าไปในจิตใจจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมช่องว่างโดยเรียง keep, it, in และ mind ให้ถูกต้อง: This safety rule matters when you use the machine, so ____.

ดูคำตอบ

keep it in mind