Peppa Pig ตอนภาษาอังกฤษ | เมื่อฉันโตขึ้น: การทดสอบสายตา | Peppa Pig #: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
384 คำ 126 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เปปปาเข้าใจผิดว่าตนเองต้องใส่แว่นหลังจากเปโดรเล่นตรวจสายตาให้ จึงไปหาร้านแว่นเพื่อรับการตรวจที่ถูกต้อง ผลคือสายตาของเธอดีสมบูรณ์ แต่สุดท้ายเธอก็ได้แว่นกันแดดแทนและรู้สึกดีใจ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. has slipped and lost — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจการใช้ present perfect เพื่อเชื่อมการกระทำล่าสุดสองอย่างซึ่งยังส่งผลต่อปัจจุบัน เปโดรลื่นและทำแว่นหาย เขาจึงยังหาแว่นไม่พบในตอนนี้ ผู้เรียนสามารถนำรูปแบบนี้ไปเล่าเหตุการณ์ที่สัมพันธ์กันและเป็นเหตุของสถานการณ์ปัจจุบันได้ 2. Now, what can I do for you? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: รู้ว่านี่คือคำเปิดบทสนทนาที่สุภาพและพบได้ทั่วไปในงานบริการ ไม่ใช่คำถามตรงตัวเกี่ยวกับความสามารถของผู้พูด ใช้เมื่อต้อนรับลูกค้าหรือผู้ป่วยและเชิญให้อีกฝ่ายบอกว่าต้องการอะไร 3. so I can always wear my sunglasses. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า so I can นำจุดประสงค์หรือผลลัพธ์ที่ต้องการมาอธิบายเหตุผลที่เปปปาหวังให้อากาศแจ่มใส รูปแบบนี้ช่วยเชื่อมความหวัง การตัดสินใจ หรือการกระทำเข้ากับสิ่งที่จะสามารถทำได้จากสิ่งนั้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The eye test. วลี

0:07

การตรวจวัดสายตา

วลี

eye test: การตรวจสายตา

An eye test คือการตรวจว่าบุคคลมองเห็นได้ดีเพียงใด ในวลีนี้ eye ระบุชนิดของ test ดังนั้นวลีทั้งหมดจึงเป็นชื่อของการตรวจชนิดหนึ่งที่ใช้กันทั่วไป ไม่ใช่การกระทำชั่วคราวที่แปลแยกทีละคำ วลีนี้เป็นนามวลีที่นับได้ ใช้ an eye test เมื่อกล่าวถึงนัดตรวจหนึ่งครั้งที่ยังไม่ได้ระบุเฉพาะ และใช้ the eye test เมื่อรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงการตรวจครั้งใด

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่ใช้ทั่วไปในความหมายว่า “การตรวจสายตา” ลงในประโยค: I have booked an ____ for Friday.

ดูคำตอบ

eye test

Peppa and George are playing with Pedro Pony. วลี

0:10

เป็ปป้าและจอร์จกำลังเล่นกับเปโดร โพนี่

วลี

playing with someone: เล่นด้วยกัน

Play with someone หมายถึงเล่นหรือทำกิจกรรมสนุก ๆ ร่วมกับใครบางคน With ใช้นำหน้าคนที่เป็นเพื่อนเล่น ดังนั้นภาษาอังกฤษต้องมี with เมื่อต้องการสื่อความหมายนี้ ในตัวอย่าง are playing เป็นรูป present progressive ของ play ซึ่งแสดงว่าเป๊ปป้ากับจอร์จกำลังทำอะไรอยู่ในขณะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมรูป present progressive ของ play with ลงในประโยค: Nina is ____ her brother in the garden.

ดูคำตอบ

playing with

They are going to jump in muddy puddles. โน้ต

0:13

พวกเขากำลังจะกระโดดเล่นในบ่อโคลน

ไวยากรณ์

are going to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกการกระทำถัดไปที่วางแผนไว้

ใน are going to jump คำว่า are เป็นรูปของ be ที่ใช้กับ they และ jump ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้างคือ ประธาน + be + going to + กริยารูปพื้นฐาน ในประโยคนี้ be going to แสดงว่าการกระโดดเป็นการกระทำถัดไปที่วางแผนไว้หรือคาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังเดินทางไปยังสถานที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมรูป be going to ที่ใช้กับประธาน they ให้สมบูรณ์: They ____ plant a tree tomorrow.

ดูคำตอบ

are going to

วลี

jump in muddy puddles: กระโดดอยู่ในแอ่งโคลน

Jump in muddy puddles บรรยายกิจกรรมทั้งหมดที่กระโดดอยู่ในแอ่งน้ำ โดยการกระโดดเกิดขึ้นภายในแอ่งนั้น in นำหน้าสถานที่หรือบริเวณที่คนลงพื้นและเล่น ส่วน muddy ขยาย puddles ว่าเป็นแอ่งที่มีโคลน เมื่อต้องการสื่อว่ากระโดดอยู่ภายในสถานที่หนึ่ง ให้ใช้ jump + in + สถานที่ เป็นชุดเดียวกัน การเปลี่ยนคำบุพบทจะเปลี่ยนการกระทำด้วย เช่น jump over a puddle หมายถึงกระโดดข้ามแอ่งโดยไม่ลงไปในแอ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเด็ก ๆ ลงไปและเล่นอยู่ในแอ่งน้ำ?

  1. The children jump over the muddy puddles.
  2. The children jump in the muddy puddles.
  3. The children jump beside the muddy puddles.
ดูคำตอบ

The children jump in the muddy puddles.

Pedro has slipped and lost his glasses. ไวยากรณ์

0:22

เปโดรลื่นล้มและทำแว่นตาหาย

ไวยากรณ์

has slipped and lost: has หนึ่งคำกับ past participle สองคำ

ใน has slipped and lost กริยาช่วย has ใช้ร่วมกับทั้ง slipped และ lost โครงสร้างคือ has + past participle + and + past participle จึงไม่ต้องใส่ has ซ้ำหน้า lost present perfect เชื่อมการกระทำทั้งสองที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้กับสถานการณ์ในปัจจุบัน ในที่นี้แว่นตาของเปโดรยังหายอยู่ รูปนี้ไม่ได้เพียงเล่าการกระทำว่าเป็นเรื่องในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ fall และ hurt โดยใช้ has เพียงครั้งเดียว: Leo ____ and ____ his knee.

ดูคำตอบ

has fallen · hurt

No.

0:26

ไม่นะ

Where are my glasses? ไวยากรณ์

0:26

แว่นตาของฉันอยู่ไหน?

ไวยากรณ์

Where are my glasses? และโครงสร้าง Where + be + ประธาน

Where are my glasses? เป็นคำถามตรง ๆ เกี่ยวกับตำแหน่ง เมื่อใช้ be ลำดับคำคือ Where + be + ประธาน ดังนั้น are จึงอยู่หน้า my glasses Glasses เป็นคำนามพหูพจน์ตามหลักไวยากรณ์ แม้จะหมายถึงแว่นตาเพียงหนึ่งอันก็ตาม จึงใช้ are ไม่ใช่ is

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามตำแหน่งของกุญแจหลายดอกได้ถูกต้อง?

  1. Where my keys are?
  2. Where is my keys?
  3. Where are my keys?
ดูคำตอบ

Where are my keys?

Without glasses, Pedro cannot see very well. ไวยากรณ์

0:28

ถ้าไม่มีแว่นตา เปโดรจะมองเห็นไม่ค่อยชัด

ไวยากรณ์

Without glasses: ใช้ without + คำนามเพื่อบอกเงื่อนไขที่ขาดบางสิ่ง

Without glasses เป็นวลีบุพบทที่วางไว้หน้าประโยคหลัก หมายถึง “ถ้าเปโดรไม่ได้ใส่แว่นตา” และบอกเงื่อนไขที่ทำให้ผลในประโยคหลักเป็นจริง หลัง without ใช้วลีนามได้ เช่น without glasses หรือ without help และใช้รูป -ing ได้ เช่น without asking เมื่อวลี without อยู่ต้นประโยค โดยทั่วไปจะมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อความหมายว่า “ถ้าเราไม่มีแผนที่ เราอาจหลงทาง” ได้อย่างถูกต้อง

  1. Without to have a map, we may get lost.
  2. Without we have a map, we may get lost.
  3. Without a map, we may get lost.
ดูคำตอบ

Without a map, we may get lost.

ไวยากรณ์

cannot see very well: ความสามารถมีจำกัด ไม่ได้ทำไม่ได้โดยสิ้นเชิง

cannot see very well หมายความว่าความสามารถของเปโดรในการมองให้ชัดนั้นมีจำกัด หลัง cannot ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน see และ very well อธิบายว่าเขามองเห็นได้ดีเพียงใด การปฏิเสธ very well มักทำให้ความหมายไม่เด็ดขาดเกินไป คือเขาน่าจะยังเห็นบางอย่างได้ แต่เห็นไม่ชัด โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าเขามองไม่เห็นอะไรเลย

แบบฝึกหัด

Leo ว่ายน้ำได้นิดหน่อย แต่ความสามารถมีจำกัด ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. Leo does not swim very often.
  2. Leo cannot swim at all.
  3. Leo cannot swim very well.
ดูคำตอบ

Leo cannot swim very well.

George has found Pedro's glasses.

0:34

จอร์จเจอแว่นตาของเปโดรแล้ว

Ooh.

0:37

โอ้

Silly George.

0:40

จอร์จจอมซน

Here they are. วลี

0:42

อยู่นี่เอง

วลี

Here they are. สำหรับนำเสนอคนหรือสิ่งของที่เป็นพหูพจน์

Here they are. เป็นสำนวนที่ใช้เมื่อต้องการแสดงสิ่งที่มีมากกว่าหนึ่งชิ้นหรือคนหลายคน หลังจากพบ หยิบออกมา หรือชี้ให้ดู Here ดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังสิ่งที่มองเห็นอยู่ตรงหน้า ส่วน they หมายถึงคนหรือสิ่งของที่เป็นพหูพจน์ ประโยคนี้ไม่ได้เพียงบอกตำแหน่ง แต่ยังเป็นการนำสิ่งเหล่านั้นมาแสดงให้ผู้ฟังเห็น เมื่อประธานเป็นคำสรรพนาม ให้คงลำดับ Here + คำสรรพนาม + be: Here they are.

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งพบตั๋วสองใบและกำลังยื่นให้เพื่อน ควรพูดว่าอะไรจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Here they are.
  2. Here it is.
  3. They are here.
ดูคำตอบ

Here they are.

Thank you.

0:43

ขอบใจนะ

Pedro, why do you wear glasses? ไวยากรณ์

0:45

เปโดร ทำไมเธอต้องสวมแว่นตาล่ะ?

ไวยากรณ์

Why do you wear...? สำหรับถามเหตุผลของสถานการณ์ที่เป็นปกติ

Why do you wear glasses? ใช้ถามเหตุผลของสิ่งที่ถือว่าเป็นนิสัยหรือเป็นจริงโดยทั่วไป ประโยคใช้ present simple เพราะมองว่าการใส่แว่นเป็นสภาวะปกติ ไม่ใช่แค่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ สร้างคำถามแบบนี้ด้วย Why + do + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน...? คำช่วย do ทำหน้าที่สร้างคำถาม ดังนั้นกริยาหลักจึงคงรูปพื้นฐานเป็น wear ไม่ใช่ wears

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถามเหตุผลของนิสัยที่ทำเป็นประจำได้อย่างถูกต้อง

  1. Why do you walks to school every day?
  2. Why you walk to school every day?
  3. Why do you walk to school every day?
ดูคำตอบ

Why do you walk to school every day?

I need to. ไวยากรณ์

0:48

ฉันจำเป็นต้องสวม

ไวยากรณ์

I need to. — คง to ไว้เมื่อเข้าใจการกระทำอยู่แล้ว

ใน I need to. การกระทำที่ละไว้คือ wear glasses ดังนั้นใจความเต็มคือ I need to wear glasses เมื่อรู้แล้วว่าหมายถึงการกระทำใด ภาษาอังกฤษจึงละ wear glasses และใช้ need to เป็นคำตอบสั้น ๆ ได้ คำว่า to ที่อยู่ท้ายประโยคไม่ได้เกินมา แต่ใช้บอกถึงการกระทำในรูป infinitive ที่เข้าใจกันอยู่ ดังนั้น I need to. จึงหมายถึงจำเป็นต้องทำสิ่งนั้น รูปแบบนี้ใช้ได้เมื่อผู้ฟังเข้าใจการกระทำที่ละไว้ได้ง่ายจากบทสนทนา

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้น ๆ ด้วยรูปสองคำที่ใช้ need เพื่อไม่ให้พูด wear a helmet ซ้ำ: A: Why do you wear a helmet? B: Because I ____.

ดูคำตอบ

need to

The optician says so. วลี

0:49

คุณหมอวัดสายตาบอกอย่างนั้น

วลี

says so: กล่าวถึงคำพูดที่พูดไว้ก่อนหน้า

ใน says so คำว่า so ใช้แทนใจความทั้งหมดที่กล่าวถึงไปแล้ว ในที่นี้หมายถึงคำกล่าวที่ว่าผู้พูดต้องใส่แว่น ดังนั้น The optician says so. จึงหมายความว่าช่างแว่นบอกว่าสถานการณ์เป็นเช่นนั้น รูปแบบนี้ช่วยเลี่ยงการพูดอนุประโยคเต็มซ้ำ และยังใช้คำกล่าว คำแนะนำ หรือกฎของใครบางคนเป็นเหตุผลของการกระทำได้ด้วย รูปแบบนี้เพียงรายงานว่าคนนั้นพูดอะไร ไม่ได้แสดงว่าผู้พูดเห็นด้วยเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติม says so เพื่อให้ so ใช้แทนกฎที่กล่าวไว้แล้ว: We have to leave now because Dad ____.

ดูคำตอบ

says so

What's an optician? การใช้คำ

0:51

หมอวัดสายตาคืออะไร?

การใช้คำ

an optician: ผู้เชี่ยวชาญด้านการตรวจสายตาและแว่นตา

optician คือผู้เชี่ยวชาญที่เกี่ยวข้องกับการตรวจสายตา แว่นตา และคอนแทคเลนส์ ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน คำนี้มักใช้แบบกว้าง ๆ เพื่อหมายถึงผู้เชี่ยวชาญด้านสายตาที่คุณไปหาเมื่อต้องการตรวจสายตาหรือตัดแว่น ชื่อตำแหน่งที่แน่นอนขึ้นอยู่กับคุณวุฒิของบุคคลนั้น คำนี้ไม่ได้หมายความว่าเป็นแพทย์ผู้วินิจฉัยและรักษาโรคตาเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชทั่วไป optician ในที่นี้น่าจะหมายถึงใครมากที่สุด

  1. ผู้เชี่ยวชาญที่ตรวจการได้ยิน
  2. แพทย์ที่รักษาโรคทุกชนิด
  3. ผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยตรวจสายตาและจัดการเรื่องแว่นตา
ดูคำตอบ

ผู้เชี่ยวชาญที่ช่วยตรวจสายตาและจัดการเรื่องแว่นตา

My daddy is an optician.

0:53

พ่อของฉันเป็นหมอวัดสายตา

He checks that you can see clearly. ไวยากรณ์

0:55

เขาคอยตรวจเช็คว่าเธอมองเห็นชัดเจนดีไหม

ไวยากรณ์

check that + อนุประโยค: ตรวจสอบว่าสิ่งหนึ่งเป็นจริง

check that + อนุประโยค หมายถึงตรวจสอบหรือทำให้แน่ใจว่าสถานการณ์ในอนุประโยคนั้นเป็นจริง ในที่นี้ that นำหน้าอนุประโยคสมบูรณ์ you can see clearly ซึ่งระบุข้อเท็จจริงที่กำลังตรวจสอบ หลัง that ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ ประธาน + กริยา ในภาษาพูดทั่วไป บางครั้งอาจละ that ได้ แต่การคงไว้ทำให้เห็นโครงสร้างได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ check that ได้ถูกต้องเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้

  1. Please check that is the address correct before you send the parcel.
  2. Please check that the address is correct before you send the parcel.
  3. Please check whether the address is correct before you send the parcel.
ดูคำตอบ

Please check that the address is correct before you send the parcel.

How? Does he look inside your head? วลี

0:58

ยังไงเหรอ? เขาดูเข้าไปในหัวเธอเหรอ?

วลี

look inside your head: ภาพตามตัวอักษรที่เกินจริง

Look inside something หมายถึงมองเข้าไปยังด้านในของสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ เด็กมอง your head ราวกับว่าเป็นภาชนะที่ใครสักคนสามารถมองเข้าไปข้างในได้ คำถามนี้สร้างภาพแบบตรงตัวและเกินจริงเกี่ยวกับการตรวจสายตา เป็นการแสดงความเข้าใจผิดของเด็ก ไม่ใช่คำอธิบายว่านักทัศนมาตรทำอะไรจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เด็กจินตนาการถึงอะไรในคำถามนี้

  1. มีคนตรวจดูว่าแว่นตาพอดีหรือไม่
  2. มีคนทำการตรวจสายตาตามปกติ
  3. มีคนมองเข้าไปในหัวของอีกคนจริง ๆ
ดูคำตอบ

มีคนมองเข้าไปในหัวของอีกคนจริง ๆ

He does an eye test. วลี

1:01

เขาทำการตรวจวัดสายตาน่ะ

วลี

does an eye test: ผู้ตรวจเป็นผู้ทำการทดสอบ

Do an eye test หมายถึงทำหรือดำเนินการทดสอบการมองเห็นของใครบางคน ในประโยคนี้ He คือผู้ให้การทดสอบ เนื่องจาก He เป็นประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ do จึงเปลี่ยนเป็น does: He does an eye test.

แบบฝึกหัด

ใช้ do an eye test ในรูปที่ถูกต้อง: At the clinic, the optician ____ for each new patient.

ดูคำตอบ

does an eye test

Shall I give you an eye test? น้ำเสียง/เจตนา

1:03

ให้ฉันตรวจวัดสายตาให้เธอไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Shall I give you an eye test? ในฐานะข้อเสนออย่างสุภาพ

รูป Shall I + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้เมื่อผู้พูดเสนอว่าจะทำบางอย่างเอง และถามว่าอีกฝ่ายต้องการให้ทำหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเสนอว่าจะตรวจสายตาให้ ไม่ได้ถามการคาดการณ์เกี่ยวกับอนาคต ในประโยคนี้ shall ตามด้วยประธาน I และกริยารูปพื้นฐาน give โดยไม่เติม to หลัง shall

แบบฝึกหัด

คุณเห็นว่าห้องร้อนและต้องการเสนอว่าจะเปิดหน้าต่างให้ ประโยคใดแสดงข้อเสนอนี้ได้ดีที่สุดในภาษาอังกฤษแบบบริติช?

  1. Should I open the window?
  2. Will I open the window?
  3. Shall I open the window?
ดูคำตอบ

Shall I open the window?

Yes, give me an eye test. วลี

1:05

เอาสิ ตรวจวัดสายตาให้ฉันหน่อย

วลี

give me an eye test: รูปแบบ give someone a test

ใน give someone a test คำว่า give หมายถึง “ให้บริการหรือดำเนินการทดสอบ” ไม่ใช่ยื่นสิ่งของให้ใคร me ระบุผู้ที่รับการทดสอบ ส่วน an eye test ระบุบริการหรือการตรวจที่จัดให้ ในประโยคนี้ give เป็นรูปคำสั่ง เมื่อใช้ร่วมกับ Yes จะแสดงว่าผู้พูดยอมรับข้อเสนอก่อนหน้าและขอให้อีกฝ่ายเริ่มดำเนินการ

แบบฝึกหัด

คลินิกต้องการบอกว่าพยาบาลได้ตรวจการได้ยินให้ฉัน ประโยคใดถูกต้อง?

  1. The nurse gave me a hearing test.
  2. The nurse made me a hearing test.
  3. The nurse gave a hearing test me.
ดูคำตอบ

The nurse gave me a hearing test.

Okay.

1:08

ตกลง

Hmm, interesting.

1:10

อืม น่าสนใจ

Close one eye and say what you see. ไวยากรณ์

1:12

ปิดตาข้างนึงแล้วบอกว่าเธอเห็นอะไร

ไวยากรณ์

Close ... and say ...: การเชื่อมคำสั่งที่ทำต่อเนื่องกัน

Close และ say เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ขึ้นต้นอนุประโยคคำสั่งสองส่วน ประธานที่เข้าใจโดยนัยคือ you จึงไม่ต้องเขียนออกมา คำเชื่อม and เชื่อมคำสั่งตามลำดับที่ต้องทำ คือ หลับตาข้างหนึ่งก่อน แล้วจึงบอกว่าเห็นอะไร รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ กริยา ... and กริยา ... ซึ่งใช้บอกขั้นตอนต่อเนื่องได้โดยตรงและกระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกขั้นตอนโดยตรงสองขั้นตามลำดับได้อย่างถูกต้อง

  1. Turn the page and read the first sentence.
  2. To turn the page and read the first sentence.
  3. Turn the page and reading the first sentence.
ดูคำตอบ

Turn the page and read the first sentence.

I can see George.

1:16

ฉันเห็นจอร์จ

Now close both eyes.

1:20

ทีนี้ปิดตาทั้งสองข้าง

Now I can't see anything. ไวยากรณ์

1:23

ตอนนี้ฉันมองไม่เห็นอะไรเลย

ไวยากรณ์

can't see anything: anything ในอนุประโยคปฏิเสธ

ใน can't see anything นั้น n't ทำให้อนุประโยคเป็นปฏิเสธ see คงรูปพื้นฐานหลัง can และ anything หมายถึงสิ่งใด ๆ เลย เมื่ออยู่กับคำปฏิเสธ ทั้งวลีจึงหมายความว่าไม่มีสิ่งใดมองเห็นได้ รูปแบบ ปฏิเสธ + anything แบบเดียวกันใช้กับคำกริยาอื่นได้ เช่น can't hear anything, don't know anything และ didn't find anything

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษมาตรฐานข้อใดหมายความว่าผู้พูดไม่ได้ยินเสียงใดเลย

  1. I can't hear something.
  2. I can't hear anything.
  3. I can't hear nothing.
ดูคำตอบ

I can't hear anything.

Hmm, can't see anything.

1:25

อืม มองไม่เห็นอะไรเลยสินะ

Very, very interesting.

1:28

น่าสนใจมาก ๆ

I think you need glasses. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

ฉันคิดว่าเธอต้องสวมแว่นตาแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I think... เพื่อทำให้การตัดสินฟังนุ่มนวลขึ้น

ในประโยคนี้ I think ทำให้ you need glasses เป็นการตัดสินของผู้พูดเอง แทนที่จะพูดเป็นข้อเท็จจริงตรง ๆ จึงฟังไม่ห้วนเท่า You need glasses แต่ผู้พูดยังคงแสดงความเห็นที่ชัดเจนอยู่ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ I think + อนุประโยคที่สมบูรณ์ วลีนี้ปรับน้ำเสียงของข้อความที่ตามมา ไม่ได้เปลี่ยนประโยคให้เป็นคำถามหรือลบการตัดสินนั้นออก

แบบฝึกหัด

เติมคำสองคำจากบทเรียนที่ทำให้คำแนะนำเป็นมุมมองของผู้พูด: ____ we should check the map first.

ดูคำตอบ

I think

Oh, do I? ไวยากรณ์

1:32

โอ้ งั้นเหรอ?

ไวยากรณ์

Oh, do I? ในคำถามทวนที่แสดงความประหลาดใจ

Oh, do I? เป็นคำถามทวนสั้น ๆ ที่ตอบสนองต่อคำพูดก่อนหน้าโดยไม่ต้องพูดซ้ำทั้งหมด ในที่นี้มีความหมายประมาณว่า“Oh, do I really need glasses?”และสามารถแสดงความประหลาดใจพร้อมกับขอคำยืนยันได้ Do ใช้แทนภาคแสดงในรูป simple present คือ need glasses ส่วน you ในประโยคก่อนเปลี่ยนเป็น I เพราะคนที่ถูกพูดถึงกำลังพูดถึงตัวเอง ต้องเลือกกริยาช่วยให้ตรงกับกริยาเดิม โดยใช้ do กับกริยาทั่วไปใน simple present ไม่ใช่ใช้ do กับคำถามทวนทุกแบบโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า“You look tired.”คำตอบใดเป็นคำถามทวนที่ถูกต้อง?

  1. Oh, am I?
  2. Oh, have I?
  3. Oh, do I?
ดูคำตอบ

Oh, do I?

Yes.

1:34

ใช่

Pedro, home time. การใช้คำ

1:35

เปโดร ได้เวลากลับบ้านแล้ว

การใช้คำ

home time: คำบอกสั้น ๆ ว่าถึงเวลากลับบ้าน

home time หมายถึง “เวลาที่ต้องกลับบ้าน” ในตัวอย่าง วลีนี้เป็นการบอกสั้น ๆ โดยไม่มีคำกริยา รูปที่เต็มกว่าคือ Pedro, it's home time. หรือ Pedro, it's time to go home. คำว่า home บอกว่าช่วงเวลานั้นต้องทำอะไร ภาษาอังกฤษมักสร้างชื่อช่วงเวลาแบบง่าย ๆ เช่นนี้ เช่น lunch time และ story time

แบบฝึกหัด

เติมคำบอกสั้น ๆ ของครูด้วยสำนวนที่หมายถึง “ถึงเวลากลับบ้านแล้ว”: Children, it's ____!

ดูคำตอบ

home time

Bye-bye, Pedro.

1:39

บ๊ายบาย เปโดร

Bye-bye.

1:41

บ๊ายบาย

Mummy, I need glasses. การใช้คำ

1:45

แม่คะ หนูต้องสวมแว่นตา

การใช้คำ

Mummy: คำเรียกแม่อย่างรักใคร่แบบบริติช

Mummy เป็นคำเรียกแม่อย่างรักใคร่ที่เด็กใช้ได้ โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบบริติช คำนี้อยู่ในภาษาครอบครัวที่สนิทสนม ไม่ใช่คำอ้างถึงแบบเป็นกลางหรือเป็นทางการ ในประโยคตัวอย่าง Mummy ที่อยู่ต้นประโยคเป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง เครื่องหมายจุลภาคแยกคำนี้ออกจากข้อความ I need glasses และ Mummy ไม่ใช่ประธานของข้อความนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดตรงที่สุดกับเด็กเล็กที่ใช้คำเรียกแม่อย่างรักใคร่ซึ่งพบทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช

  1. Mummy, can you help me with my coat?
  2. Mother, can you help me with my coat?
  3. Mommy, can you help me with my coat?
ดูคำตอบ

Mummy, can you help me with my coat?

What?

1:47

อะไรนะ?

Pedro gave me an eye test วลี

1:48

เปโดรตรวจวัดสายตาให้หนู

and I need glasses.

1:50

แล้วหนูก็ต้องสวมแว่นตา

วลี

gave me an eye test: ตรวจสายตาให้ใครบางคน

ในประโยคนี้ gave me an eye test หมายถึงเปโดรตรวจสายตาของผู้พูด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ give + คน + an eye test โดย gave เป็นรูปอดีตของ give ในที่นี้ give หมายถึงทำหรือดำเนินการตรวจ ไม่ได้หมายถึงยื่นสิ่งของให้ใคร รูปแบบเดียวกันใช้ได้ในสำนวนอย่าง give someone a hearing test

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายในรูปอดีต: Yesterday, the nurse ____.

ดูคำตอบ

gave me an eye test

I'm sure your eyes are fine. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

แม่มั่นใจว่าตาของลูกปกติดีนะจ๊ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sure your eyes are fine: แสดงความมั่นใจและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ

I'm sure + อนุประโยค แสดงว่าผู้พูดมั่นใจว่าเนื้อหาในอนุประโยคนั้นเป็นจริง ในที่นี้ไม่ได้แค่บอกว่าดวงตาไม่มีปัญหา แต่ยังช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจและบอกว่าไม่ต้องกังวล ใน your eyes are fine คำว่า fine หมายถึงแข็งแรงหรือไม่มีปัญหา ประโยคนี้เป็นการตัดสินของผู้พูดเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ ไม่ได้เป็นหลักฐานยืนยันข้อเท็จจริงทางการแพทย์ด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่แสดงความมั่นใจอย่างมากและช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ: Don't worry. ____ everything will be okay.

ดูคำตอบ

I'm sure

No, Mummy.

1:55

ไม่ค่ะแม่

When I close my eyes, I couldn't see anything. ไวยากรณ์

1:56

ตอนหนูปิดตา หนูมองไม่เห็นอะไรเลย

ไวยากรณ์

When I close my eyes: การกำหนดสถานการณ์ด้วยอนุประโยค when

คำขึ้นต้น When I close my eyes เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ใช้ when โดยวางไว้ก่อนเพื่อบอกเวลาหรือสถานการณ์ แล้วประโยคหลักจึงบอกว่าเกิดอะไรขึ้น โครงสร้างคือ When + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก ถ้าพูดถึงผลที่เกิดซ้ำหรือเป็นจริงโดยทั่วไป ปกติทั้งสองส่วนใช้รูปปัจจุบัน: When I close my eyes, I can't see anything. ในคำบรรยาย ประโยคหลักใช้ couldn't ดังนั้นอย่าลอกการจับคู่กาลนี้เมื่อต้องการบอกข้อเท็จจริงทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค when อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกผลที่เกิดขึ้นทุกครั้ง

  1. When I watered this plant yesterday, the soil gets darker.
  2. When water this plant, the soil getting darker.
  3. When I water this plant, the soil gets darker.
ดูคำตอบ

When I water this plant, the soil gets darker.

But no one can see anything with their eyes closed. ไวยากรณ์

1:59

แต่ไม่มีใครมองเห็นตอนหลับตาหรอกนะจ๊ะ

ไวยากรณ์

no one can see anything: การปฏิเสธคำเดียวครอบคลุมทั้งอนุประโยค

No one เป็นประธานปฏิเสธอยู่แล้วและหมายถึงไม่มีแม้แต่คนเดียว ดังนั้นกริยาจึงคงเป็นรูปบอกเล่า can see ไม่ใช่ can't see ส่วน anything เป็นกรรมที่ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติภายในขอบเขตของการปฏิเสธนี้ ดังนั้น no one can see anything จึงหมายถึงไม่มีใครมองเห็นอะไรเลย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ no one + กริยารูปบอกเล่า + anything ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน อย่าเติมคำปฏิเสธอีกคำ เช่น No one can't see nothing เพราะการปฏิเสธซ้อนแบบนี้ไม่เป็นมาตรฐานในหลายบริบท และอาจเปลี่ยนหรือทำให้ความหมายไม่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ประโยคใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่าไม่มีใครได้ยินเสียงใดเลย

  1. No one heard nothing.
  2. No one didn't hear anything.
  3. No one heard anything.
ดูคำตอบ

No one heard anything.

ไวยากรณ์

with their eyes closed: with + นาม + สภาวะ

with their eyes closed บอกสภาวะที่เกิดควบคู่กับการกระทำ กล่าวคือ ดวงตาของพวกเขาปิดอยู่ขณะที่พยายามมอง โครงสร้างคือ with + นามวลี + ส่วนเติมเต็มที่บอกสภาวะ ในที่นี้ their eyes เป็นนามวลี และ closed อธิบายสภาวะของดวงตา โครงสร้างสั้น ๆ นี้ใช้แทนอนุประโยคที่มี while ได้ with their eyes closed มีความหมายคล้าย while their eyes are closed และยังใช้คำบอกสภาวะอื่นในโครงสร้างเดียวกันได้ เช่น with the door open และ with the light off

แบบฝึกหัด

เรียงคำที่ให้มาตามโครงสร้าง with + นาม + สภาวะ: The children read quietly ____. (with / the TV / off)

ดูคำตอบ

with the TV off

Oh.

2:03

อ้อ

What's this about needing glasses? น้ำเสียง/เจตนา

2:04

เรื่องต้องสวมแว่นตานี่มันยังไงกัน?

น้ำเสียง/เจตนา

What's this about needing glasses? — ขอคำอธิบายเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่คาดคิด

What's this about...? ใช้ขอให้อีกฝ่ายอธิบายเรื่องที่เพิ่งถูกพูดถึงหรือเพิ่งทราบ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแสดงความประหลาดใจหรือสับสนต่อเรื่อง needing glasses ไม่ได้เพียงถามว่าหัวข้อคืออะไร about เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ได้ ในที่นี้ needing glasses คือเรื่องที่ผู้พูดต้องการคำอธิบาย

แบบฝึกหัด

ในประโยค What's this about needing glasses? ผู้พูดกำลังทำอะไร?

  1. ยืนยันว่าไม่จำเป็นต้องใช้แว่นอย่างแน่นอน
  2. เสนอว่าจะช่วยใครบางคนเลือกแว่น
  3. ขอคำอธิบายเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่คาดคิด
ดูคำตอบ

ขอคำอธิบายเกี่ยวกับข้อมูลที่ไม่คาดคิด

Pedro knows all about glasses. วลี

2:06

เปโดรรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับแว่นตาค่ะ

วลี

know all about something: รู้เรื่องหัวข้อหนึ่งเป็นอย่างดี

ใน “knows all about glasses” คำว่า know all about หมายถึง “รู้เรื่องบางอย่างมาก” คำว่า all เน้นว่าเปโดรมีความรู้กว้างขวาง แต่โดยทั่วไปไม่ได้หมายความว่าเขารู้ทุกรายละเอียดจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ know all about + หัวข้อหรือกิจกรรม ถ้าประธานเป็น he, she หรือชื่อคนหนึ่งคน ให้ใช้ knows เช่น Pedro knows

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ และเปลี่ยน know ให้เข้ากับประธาน: Leo is our computer expert; he ____ computer security.

ดูคำตอบ

knows all about

His daddy is an optician.

2:09

พ่อของเขาเป็นหมอวัดสายตา

All right, Peppa.

2:11

เอาล่ะ เป็ปป้า

Let's take you to the optician for a proper eye test. โน้ต

2:12

เราพาลูกไปหาหมอวัดสายตาเพื่อตรวจจริงๆ กันเถอะ

น้ำเสียง/เจตนา

Let's take you to...: เสนอว่าจะพาใครสักคนไปด้วยกัน

“Let's take you to the optician” เป็นการเสนอการกระทำขั้นต่อไป โดยผู้พูดมีส่วนช่วยจัดการหรือเดินทางไปด้วย Let's เป็นรูปย่อของ let us แต่ในประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นข้อเสนอหรือการตัดสินใจอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่การขออนุญาต รูปแบบคือ Let's + take + คน + to + สถานที่ มักฟังดูแสดงความใส่ใจ เพราะผู้พูดเสนอความช่วยเหลือจริง ๆ แทนที่จะเพียงบอกให้อีกฝ่ายไปเอง

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอของผู้ดูแลให้สมบูรณ์ ใช้ Let's + take และคำสรรพนามแทน Mia: Mia feels very ill. ____ the clinic.

ดูคำตอบ

Let's take her to

การใช้คำ

for a proper eye test: proper หมายถึงจริงจังและละเอียดเพียงพอ

ใน a proper eye test คำว่า proper หมายถึงการตรวจที่ทำจริงจัง ละเอียดเพียงพอ และดำเนินการอย่างเหมาะสมตามวิชาชีพ ไม่ได้หมายถึงเพียง correct หรือ “ไม่มีข้อผิดพลาด” ผู้พูดต้องการการตรวจที่เชื่อถือได้ ไม่ใช่การเช็กอย่างรวดเร็วและไม่เป็นทางการ คำบุพบท for บอกจุดประสงค์ของการไปหานักทัศนมาตร นั่นคือเพื่อรับการตรวจสายตาที่จริงจังเช่นนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ proper อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าเป็นการตรวจโดยผู้เชี่ยวชาญที่ทำจริงและละเอียด?

  1. I wrote the correct date on the form.
  2. This is the correct bus for the museum.
  3. The clinic gave me a proper hearing test.
ดูคำตอบ

The clinic gave me a proper hearing test.

Let's go now.

2:16

ไปกันตอนนี้เลย

George, would you like an eye test too? น้ำเสียง/เจตนา

2:19

จอร์จ ลูกอยากตรวจตาด้วยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like ... too?: ถามความต้องการของอีกฝ่ายอย่างสุภาพ

Would you like + คำนาม...? ใช้ถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายต้องการสิ่งใดหรือไม่ ในที่นี้ an eye test คือสิ่งที่เสนอให้ หากถามถึงการกระทำ ให้ใช้ Would you like to + กริยารูปพื้นฐาน...? เช่น Would you like to sit down? too ที่ท้ายประโยคแปลว่า “ด้วย” แสดงว่าคำถามหรือข้อเสนอที่เคยให้คนอื่นมาก่อน ตอนนี้ได้ส่งต่อมายังจอร์จด้วย

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนออย่างสุภาพด้วยโครงสร้าง Would you like ที่กำหนด: แขกคนหนึ่งมีชาแล้ว ____ some tea too?

ดูคำตอบ

Would you like

No.

2:22

ไม่

Peppa is at the optician's. การใช้คำ

2:28

เป็ปป้าอยู่ที่ร้านหมอวัดสายตา

การใช้คำ

at the optician's: รูปแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทนสถานที่ทำงาน

at the optician's หมายถึง “ที่ร้านหรือคลินิกที่ผู้เชี่ยวชาญด้านแว่นตาทำงานอยู่” รูปแสดงความเป็นเจ้าของ optician's ใช้แทนวลีที่ยาวกว่า เช่น the optician's shop โดยละคำนามที่บอกสถานที่ไว้ หลัง at ภาษาอังกฤษมักใช้ “ชื่ออาชีพในรูปแสดงความเป็นเจ้าของ” เพื่อบอกสถานที่ทำงานของผู้เชี่ยวชาญ เช่น at the doctor's, at the dentist's และ at the hairdresser's เครื่องหมายอะพอสทรอฟีกับ s ทำให้ชื่ออาชีพใช้แทนสถานที่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแสดงความเป็นเจ้าของของ optician เพื่อหมายถึงสถานที่ทำงาน: Leo is having an eye test at the ____.

ดูคำตอบ

optician's

Mr. Pony is the optician.

2:31

คุณโพนี่คือหมอวัดสายตา

Hello, Peppa.

2:33

สวัสดี เป็ปป้า

Please sit down. น้ำเสียง/เจตนา

2:34

เชิญนั่งครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Please sit down: ใช้ please เพื่อลดความแข็งของคำสั่ง

Please sit down เป็นประโยคคำสั่งที่สุภาพ ประธาน you เป็นที่เข้าใจได้แม้ไม่ได้กล่าวออกมา จึงใช้กริยารูปพื้นฐาน sit ได้โดยตรง please ช่วยลดความแข็งของคำสั่ง ทำให้เหมาะกับการต้อนรับหรือให้บริการผู้อื่น Sit down หมายถึงการเปลี่ยนจากยืนเป็นนั่ง ในที่นี้ทั้งประโยคเป็นคำขอหรือคำเชิญง่าย ๆ ให้คนนั่งลง ไม่ใช่ประโยคที่บรรยายว่าคนนั้นกำลังทำอะไร

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งสุภาพที่ขอให้ใครบางคนเปลี่ยนจากยืนเป็นนั่ง: Please ____ down.

ดูคำตอบ

sit

Now, what can I do for you? น้ำเสียง/เจตนา

2:37

เอาล่ะ ให้ฉันช่วยอะไรดี?

น้ำเสียง/เจตนา

What can I do for you? ในฐานะประโยคเปิดการให้บริการ

What can I do for you? เป็นประโยคเปิดที่ใช้บ่อยในสถานการณ์บริการ เจ้าหน้าที่ใช้ประโยคนี้เพื่อถามว่าอีกฝ่ายต้องการความช่วยเหลือ สินค้า หรือบริการอะไร ให้เข้าใจทั้งประโยคเป็นสำนวนที่มีความหมายเหมือน How may I help you? ไม่ใช่คำถามตามตัวอักษรที่ให้ผู้พูดแจกแจงว่าตนทำอะไรได้บ้าง Now ที่ต้นประโยคช่วยเลื่อนบทสนทนาจากช่วงทักทายหรือเตรียมตัวไปสู่การจัดการคำขอของอีกฝ่าย ในที่นี้มักมีความหมายคล้าย “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “เอาละ” และไม่ได้เน้นเสมอไปว่าต้องลงมือในวินาทีนั้นทันที

แบบฝึกหัด

ที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ คำถามใดใช้ถามผู้มาเยือนได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าต้องการความช่วยเหลือหรือบริการอะไร

  1. What do you do here?
  2. What can I do for you?
  3. What can you do for me?
ดูคำตอบ

What can I do for you?

I need an eye test, please. น้ำเสียง/เจตนา

2:39

หนูต้องการตรวจวัดสายตาค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I need an eye test, please: การขอบริการอย่างตรงไปตรงมาและสุภาพ

I need an eye test, please. ใช้โครงสร้าง I need + ชื่อบริการ เพื่อบอกอย่างชัดเจนว่าต้องการบริการอะไร ในภาษาอังกฤษแบบบริติช an eye test คือการตรวจการมองเห็น ซึ่งโดยทั่วไปทำโดยผู้เชี่ยวชาญด้านสายตา เมื่อพูดที่เคาน์เตอร์ต้อนรับ ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นคำขอ ไม่ใช่แค่การรายงานว่ามีความต้องการ คำว่า please ท้ายประโยคช่วยให้ถ้อยคำที่ตรงไปตรงมาอ่อนลงและเหมาะกับการติดต่อขอบริการทั่วไป

แบบฝึกหัด

ที่ช่องขายตั๋ว ประโยคใดบอกบริการที่ต้องการได้อย่างตรงไปตรงมาแต่สุภาพ

  1. I can sell you a return ticket to York.
  2. Do you need a return ticket to York?
  3. I need a return ticket to York, please.
ดูคำตอบ

I need a return ticket to York, please.

Of course.

2:42

ได้แน่นอน

Put these special glasses on กริยาวลี

2:43

สวมแว่นตาพิเศษนี้ไว้นะ

and then look at the chart. ไวยากรณ์

2:46

แล้วมองไปที่แผ่นป้ายนั้น

กริยาวลี

Put these special glasses on: กริยาวลี put on แบบแยกได้

ในที่นี้ put these special glasses on เป็นคำสั่งที่หมายถึง “เริ่มสวมแว่นตาพิเศษนี้” put on เป็นกริยาวลีที่แยกได้ จึงวางกรรมที่เป็นนามวลี these special glasses ไว้ระหว่าง put กับ on ได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม ทั้ง put these glasses on และ put on these glasses ฟังเป็นธรรมชาติ แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องใช้ put them on ไม่ใช่ put on them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปคำสรรพนามที่ถูกต้องของ put on: These gloves are warm. Put ____ before you go outside.

ดูคำตอบ

them on

ไวยากรณ์

and then look at the chart: บอกขั้นตอนถัดไป

ในที่นี้ and then ใช้บอกการกระทำถัดไปตามลำดับ คือให้สวมแว่นตาก่อน แล้วจึงดูแผนภูมิ มักใช้เมื่อให้คำสั่งหรืออธิบายขั้นตอน คำสั่งทั้งสองใช้ประธาน you ที่ละไว้ร่วมกัน ดังนั้นหลัง and then จึงตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน look ได้ทันที โดยไม่ต้องพูด you ซ้ำ

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วย and then: Open the app ____ choose a photo.

ดูคำตอบ

and then

Mr. Pony is going to test Peppa's eyes. วลี

2:47

คุณโพนี่กำลังจะตรวจตาของเป็ปป้า

วลี

test someone's eyes: ตรวจสายตาของใครบางคน

รูปแบบ test someone's eyes หมายถึงตรวจว่าบุคคลนั้นมองเห็นได้ดีเพียงใด โดยมักให้ระบุตัวอักษร ตัวเลข หรือรูปทรง ในประโยคนี้ คุณโพนี่กำลังจะตรวจสายตาของเป๊ปป้า ในที่นี้ test ไม่ได้หมายถึงการให้เป๊ปป้าทำข้อสอบในโรงเรียน และ eyes หมายถึงการมองเห็น ไม่ใช่แค่ลักษณะภายนอกของดวงตา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ test someone's eyes โดยกำลังพูดถึงตัวคุณเอง: At the eye clinic, the optometrist will ____ before I choose new glasses.

ดูคำตอบ

test my eyes

Can you read these letters for me, please? น้ำเสียง/เจตนา

2:50

ช่วยอ่านตัวอักษรพวกนี้ให้ฉันฟังหน่อยได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you ... for me, please?: รูปแบบการขอร้องอย่างสุภาพ

Can you + กริยารูปพื้นฐาน ...? มักใช้เพื่อขอร้อง ไม่ใช่ถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถทำสิ่งนั้นหรือไม่ ในที่นี้ ผู้พูดกำลังขอให้อีกฝ่ายอ่านตัวอักษร for me แสดงว่าการกระทำนั้นทำเพื่อช่วยผู้พูด และ please เพิ่มความสุภาพ เมื่อใช้ร่วมกัน Can you ... for me, please? เป็นรูปแบบที่ใช้บ่อยในการขอร้องอย่างสุภาพในชีวิตประจำวัน

แบบฝึกหัด

คุณต้องการขอให้เพื่อนร่วมงานช่วยตรวจเอกสารอย่างสุภาพ ประโยคใดใช้รูปแบบการขอร้องเป้าหมายได้ถูกต้อง

  1. Can you check this document to me, please?
  2. Can you check this document for me, please?
  3. Can you checking this document for me, please?
ดูคำตอบ

Can you check this document for me, please?

Okay.

2:52

ตกลงค่ะ

Um A, B, C, D, E, F.

2:54

เอ่อ A, B, C, D, E, F

Good.

3:01

ดีมาก

Now these numbers, please. ลำดับความ

3:02

ทีนี้ตัวเลขพวกนี้ครับ

ลำดับความ

Now these numbers, please. — ละกริยาแล้วดำเนินไปยังขั้นตอนถัดไป

Now these numbers, please. เป็นคำสั่งสั้น ๆ ที่ละกริยาหลักไว้ เพราะการกระทำชัดเจนอยู่แล้วจากงานก่อนหน้าหรือสถานการณ์ตรงหน้า ในบริบทนี้ ผู้ฟังเข้าใจว่าประโยคเต็มคือ Now read these numbers, please. Now บอกว่าเปลี่ยนไปยังขั้นตอนถัดไป these numbers ระบุสิ่งใหม่ที่จะทำ และ please ทำให้คำสั่งสุภาพ รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับขั้นตอนได้กระชับโดยไม่ต้องพูดกริยาเดิมซ้ำ

แบบฝึกหัด

เหตุใดจึงเข้าใจกริยาที่ถูกละไว้ใน Now these numbers, please. ได้ง่าย?

  1. ในภาษาอังกฤษ numbers ไม่ต้องใช้กริยาเลย
  2. Please สามารถแทนกริยาหลักในคำสั่งใด ๆ ได้
  3. คำสั่งก่อนหน้าหรืองานที่ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วทำให้การกระทำชัดเจน
ดูคำตอบ

คำสั่งก่อนหน้าหรืองานที่ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้วทำให้การกระทำชัดเจน

Um 1, 2, 3, 4, 5, 6.

3:04

เอ่อ 1, 2, 3, 4, 5, 6

Very good.

3:11

ดีมากเลย

And now these colors, please.

3:14

แล้วทีนี้สีพวกนี้ครับ

Red, green, orange, blue, yellow, purple.

3:16

แดง, เขียว, ส้ม, ฟ้า, เหลือง, ม่วง

Excellent.

3:22

ยอดเยี่ยม

While I check your results, ไวยากรณ์

3:23

ระหว่างที่ฉันตรวจสอบผลของหนู

would you like to choose some glasses? น้ำเสียง/เจตนา

3:24

หนูอยากจะลองเลือกแว่นตาดูไหม?

ไวยากรณ์

While I check your results — ให้ฉากหลังด้านเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

While I check your results เป็นอนุประโยคบอกเวลา while หมายถึง “ในระหว่างที่” ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงกำหนดช่วงเวลาเบื้องหลังที่การกระทำในประโยคหลักสามารถเกิดขึ้นได้ โครงสร้างคือ while + ประธาน + กริยา แล้วตามด้วยประโยคหลัก ในที่นี้อนุประโยค while อยู่ต้นประโยค จึงใช้จุลภาคคั่นจากประโยคหลัก กิจกรรมทั้งสองคาบเกี่ยวกัน แต่ไม่จำเป็นต้องเริ่มหรือจบพร้อมกันทุกประการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while ได้ถูกต้องเพื่อให้ฉากหลังด้านเวลาของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกัน?

  1. During I prepare the report, you can wait here.
  2. While the report, you can wait here.
  3. While I prepare the report, you can wait here.
ดูคำตอบ

While I prepare the report, you can wait here.

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like to choose some glasses?: การเสนอทางเลือกอย่างสุภาพ

Would you like to + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ใช้ถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายต้องการทำบางอย่างหรือไม่ ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังเสนอทางเลือกให้เลือกแว่น ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังเลือก to ตามด้วยคำกริยาบอกการกระทำในรูปพื้นฐาน: would you like to choose ผู้ฟังจะตอบรับ ปฏิเสธ หรือบอกความต้องการอย่างอื่นก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนออย่างสุภาพของพนักงานขายด้วยรูปแบบ Would you like to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ____ try on this coat?

ดูคำตอบ

Would you like to

Yes, please.

3:26

อยากค่ะ

How about these glasses, Peppa? น้ำเสียง/เจตนา

3:28

แว่นตาอันนี้เป็นไงบ้าง เป็ปป้า?

น้ำเสียง/เจตนา

How about these glasses?: การยกตัวเลือกขึ้นมาเสนอ

How about + คำนามหรือกลุ่มคำนาม...? ใช้ยกตัวเลือกที่เฉพาะเจาะจงขึ้นมาให้อีกฝ่ายพิจารณาหรือแสดงความคิดเห็น ในที่นี้ these glasses คือตัวเลือกที่เสนอ จึงมีความหมายโดยประมาณว่า “แว่นอันนี้เป็นตัวเลือกที่ดีไหม” เมื่อหัวข้อที่กำลังพูดถึงชัดเจนแล้ว คำถามสั้น ๆ นี้ใช้ได้ด้วยตัวเอง ผู้ฟังอาจแสดงความคิดเห็น ยอมรับตัวเลือก หรือเสนอตัวเลือกอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเสนอเสื้อเชิ้ตสีฟ้าเป็นตัวเลือกได้ถูกต้อง

  1. How this blue shirt about?
  2. How about choose this blue shirt?
  3. How about this blue shirt?
ดูคำตอบ

How about this blue shirt?

They're funny. การใช้คำ

3:33

มันตลกจัง

การใช้คำ

คำว่า funny ใน They're funny: รูปลักษณ์ที่ดูตลกหรือแปลกนิด ๆ

ในประโยคนี้ funny ใช้บรรยายว่าสิ่งของเหล่านั้นดูเป็นอย่างไร หมายถึงดูตลก ชวนขำ หรือแปลกนิด ๆ ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของเหล่านั้นเล่าเรื่องตลกได้ ความรู้สึกที่สื่อขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท อาจฟังเป็นการหยอกอย่างเอ็นดู หรืออาจสื่อว่ารูปลักษณ์นั้นแปลกหรือไม่ค่อยเหมาะ

แบบฝึกหัด

ในประโยค The hat is funny หาก funny ใช้บรรยายรูปลักษณ์ของหมวก ข้อใดคือความหมายที่เป็นไปได้มากที่สุด?

  1. หมวกเล่าเรื่องตลก
  2. หมวกดูตลกหรือชวนขำ
  3. หมวกไม่ซื่อสัตย์
ดูคำตอบ

หมวกดูตลกหรือชวนขำ

I know.

3:36

แม่รู้จ้ะ

What about these ones? น้ำเสียง/เจตนา

3:36

แล้วอันนี้ล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What about these ones?: การเสนออีกตัวเลือกหนึ่ง

What about + นามวลี? ใช้เสนออีกตัวเลือกหนึ่งในการสนทนาและขอให้อีกฝ่ายพิจารณาหรือประเมินตัวเลือกนั้น ในที่นี้ these ones ชี้ถึงสิ่งของหลายชิ้นอีกกลุ่มที่อยู่ใกล้ผู้พูดและเป็นชนิดเดียวกับสิ่งที่กำลังพูดถึง ones ใช้แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่เข้าใจได้จากบริบท เพื่อไม่ต้องพูดคำนามนั้นซ้ำ คำถามนี้จึงเปลี่ยนความสนใจไปยังตัวเลือกใหม่ โดยมีความหมายว่า “พวกนี้จะดีกว่าไหม?”

แบบฝึกหัด

คุณกำลังเปรียบเทียบรองเท้าหลายคู่ แล้วชี้ไปที่อีกคู่หนึ่ง คำถามใดใช้ขอให้อีกฝ่ายพิจารณาคู่นั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. What these ones about?
  2. What about these ones?
  3. What about this ones?
ดูคำตอบ

What about these ones?

They're too big. ไวยากรณ์

3:39

มันใหญ่เกินไป

ไวยากรณ์

too big: ใหญ่เกินขนาดที่เหมาะสม

ใน too big คำว่า too หมายถึงเกินระดับที่เหมาะสมหรือยอมรับได้ ประโยคนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าสิ่งของมีขนาดใหญ่ แต่บอกว่าขนาดของมันทำให้เกิดปัญหา จึงไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ ใช้บอกระดับที่มากเกินไป เช่น too hot, too slow หรือ too expensive และสามารถใช้ for เพื่อเพิ่มบุคคลหรือจุดประสงค์ได้ เช่น too big for me

แบบฝึกหัด

The helmet is too big for Mia หมายความว่าอย่างไร?

  1. หมวกมีขนาดใหญ่มาก แต่ใส่พอดีกับ Mia อย่างแน่นอน
  2. หมวกมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่เหมาะกับ Mia
  3. หมวกมีขนาดไม่ใหญ่พอสำหรับ Mia
ดูคำตอบ

หมวกมีขนาดใหญ่เกินกว่าที่เหมาะกับ Mia

How about these?

3:44

แล้วอันนี้ล่ะจ๊ะ?

Wow, I like these ones, Mummy. ไวยากรณ์

3:47

ว้าว หนูชอบอันนี้ค่ะแม่

ไวยากรณ์

like these ones: ใช้ ones แทนคำนามพหูพจน์

ใน these ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่ทราบอยู่แล้วจากบริบท ซึ่งในที่นี้คือ glasses ดังนั้น I like these ones จึงมีความหมายเท่ากับ I like these glasses โดยไม่ต้องพูด glasses ซ้ำ these ชี้ไปยังกลุ่มสิ่งของที่อยู่ใกล้หรือกำลังถูกชี้อยู่ ส่วน ones ทำหน้าที่แทนคำนามพหูพจน์ รูปเอกพจน์คือ one

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังเลือกจากเสื้อแจ็กเก็ตหลายตัว เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยไม่พูด jackets ซ้ำ: I prefer the green ____.

ดูคำตอบ

ones

Yes, Peppa.

3:50

จ้ะ เป็ปป้า

You look fantastic. วลี

3:51

ลูกดูมหัศจรรย์มาก

วลี

You look fantastic: โครงสร้าง look + คำคุณศัพท์เพื่อบอกลักษณะที่เห็น

ในประโยคนี้ look เป็นกริยาเชื่อม โครงสร้าง look + คำคุณศัพท์ใช้บอกลักษณะภายนอกหรือความประทับใจที่บุคคลนั้นทำให้ผู้อื่นรู้สึก You look fantastic เป็นคำชมอย่างมากว่าคนนั้นดูดีมากในขณะนั้น เนื่องจาก look เชื่อมประธานเข้ากับคำบรรยาย จึงต้องตามด้วยคำคุณศัพท์ fantastic ไม่ใช่คำวิเศษณ์ fantastically

แบบฝึกหัด

เติมคำชมด้วยวลีสองคำตามที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: You ____ in that jacket.

ดูคำตอบ

look fantastic

I look fantastic.

3:53

หนูดูมหัศจรรย์

Good news. ลำดับความ

3:59

ข่าวดีครับ

ลำดับความ

Good news.: คำบอกสัญญาณว่าข้อมูลเชิงบวกกำลังจะตามมา

Good news. สามารถใช้เดี่ยว ๆ ก่อนบอกเนื้อหาจริงได้ วลีนี้ส่งสัญญาณว่าข้อมูลเชิงบวกกำลังจะตามมา ทำให้ผู้ฟังคาดการณ์ได้ถูกต้องก่อนฟังรายละเอียด วลีนี้เป็นรูปย่อที่ใช้ในบทสนทนาของ I have some good news. โดยปกติผู้พูดจะบอกผลลัพธ์หรือข้อมูลล่าสุดต่อทันที

แบบฝึกหัด

เมื่อผู้พูดกล่าว Good news. ก่อนแจ้งผล ผู้พูดกำลังทำอะไร

  1. เตือนว่าผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน
  2. เตรียมให้ผู้ฟังรับข้อมูลเชิงบวก
  3. ขอให้ผู้ฟังรายงานข่าว
ดูคำตอบ

เตรียมให้ผู้ฟังรับข้อมูลเชิงบวก

Peppa has perfect eyesight. การใช้คำ

4:00

เป็ปป้ามีสายตาที่สมบูรณ์แบบ

การใช้คำ

has perfect eyesight: eyesight หมายถึงความสามารถในการมองเห็น

has perfect eyesight หมายความว่า Peppa มองเห็นได้ชัดเจนมาก ในบริบทของการตรวจสายตานี้ perfect หมายถึงไม่พบปัญหาด้านการมองเห็นที่ต้องแก้ไข Eyesight เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงความสามารถในการมองเห็น โครงสร้างคือ have/has + คำคุณศัพท์ + eyesight เช่น have good eyesight หรือ has poor eyesight

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่า Nina มีความสามารถในการมองเห็นที่ดีเยี่ยม

  1. Nina has a perfect eyesight.
  2. Nina has perfect eyes.
  3. Nina has perfect eyesight.
ดูคำตอบ

Nina has perfect eyesight.

Oh, so I don't need glasses. ลำดับความ

4:02

อ้าว งั้นหนูก็ไม่ต้องสวมแว่นตาเหรอคะ

ลำดับความ

so I don't need glasses: so ใช้เกริ่นข้อสรุป

ในที่นี้ so ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดได้จากผลตรวจสายตาก่อนหน้า ข้อมูลมาก่อน แล้ว so บอกผู้ฟังว่า I don't need glasses คือผลลัพธ์หรือข้อสรุปจากข้อมูลนั้น เมื่ออยู่ต้นคำตอบ So + อนุประโยคสมบูรณ์มักหมายความว่า จากข้อมูลที่ผู้พูดเพิ่งได้รับ ข้อสรุปต่อไปนี้จึงสมเหตุสมผล และอาจใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าข้อสรุปนั้นถูกต้องด้วย

แบบฝึกหัด

ใน so I don't need glasses คำว่า so บอกอะไร

  1. ระดับที่ผู้พูดจำเป็นต้องใช้แว่น
  2. ข้อสรุปที่ได้จากผลตรวจสายตาก่อนหน้า
  3. เหตุผลที่อธิบายว่าทำไมจึงมีการตรวจสายตา
ดูคำตอบ

ข้อสรุปที่ได้จากผลตรวจสายตาก่อนหน้า

No.

4:05

ไม่ต้องครับ

But I really wanted glasses. น้ำเสียง/เจตนา

4:06

แต่หนูอยากได้แว่นตาจริงๆ นะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

But I really wanted...: เปรียบเทียบความต้องการอย่างมากกับผลที่เกิดขึ้น

But แสดงว่าผลที่เกิดขึ้นขัดกับสิ่งที่ผู้พูดหวังไว้ ในที่นี้ really เน้น wanted จึงทำให้ประโยคสื่อความผิดหวังอย่างชัดเจน ผู้พูดอยากได้แว่นมาก แต่ความหวังนั้นไม่เป็นจริง Wanted มองย้อนกลับไปยังความต้องการก่อนที่จะรู้ผล ในคำตอบแบบนี้ การใช้รูปอดีตเพียงอย่างเดียวไม่ได้แปลว่าตอนนี้ผู้พูดไม่อยากได้แว่นแล้ว

แบบฝึกหัด

หลังจากได้ผลลัพธ์ที่ไม่ต้องการ But I really wanted it. สื่ออะไรได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. ผลที่เกิดขึ้นตรงกับที่ผู้พูดคาดไว้
  2. ผู้พูดไม่เคยต้องการสิ่งนั้นเลย
  3. ผลที่เกิดขึ้นขัดกับสิ่งที่ผู้พูดหวังไว้อย่างมาก
ดูคำตอบ

ผลที่เกิดขึ้นขัดกับสิ่งที่ผู้พูดหวังไว้อย่างมาก

Oh. Hmm. I suppose you could have some sunglasses. น้ำเสียง/เจตนา

4:09

โอ้ อืม ฉันคิดว่าหนูใส่แว่นกันแดดได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I suppose you could...: การเสนอทางเลือกอย่างนุ่มนวลและไม่ฟันธง

I suppose ในที่นี้หมายถึง “ฉันคิดว่า” หรือ “ดูเหมือนว่าจะเป็นไปได้” ทำให้ความเห็นของผู้พูดฟังดูไม่ฟันธง และไม่ได้ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงสถานการณ์สมมติ You could have... เสนอแว่นกันแดดเป็นทางเลือกที่ทำได้ ไม่ใช่คำสั่ง เมื่อใช้ I suppose ร่วมกับ could ข้อเสนอจะฟังนุ่มนวลขึ้น ผู้พูดฟังเหมือนได้คิดถึงปัญหาแล้วจึงเสนอทางออกแบบประนีประนอม ไม่ได้ให้คำมั่นหรือประกาศการตัดสินใจอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอที่นุ่มนวลด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้: The café is full. ____ try the one across the street.

ดูคำตอบ

I suppose you could

Yes, sunglasses.

4:14

ใช่ค่ะ แว่นกันแดด

Here you are. วลี

4:17

นี่ครับ

วลี

Here you are. เมื่อต้องยื่นของให้ผู้อื่น

Here you are. เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขณะยื่นหรือมอบสิ่งของให้คนอื่น ในบริบทนี้มีความหมายว่า “นี่ครับ/ค่ะ” หรือ “นี่คือสิ่งที่คุณขอ” you หมายถึงผู้รับ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ ดังนั้นจึงใช้ Here you are. เหมือนเดิมได้ ไม่ว่าจะยื่นของหนึ่งชิ้นหรือหลายชิ้น

แบบฝึกหัด

คุณกำลังยื่นสินค้าที่ลูกค้าขอให้ลูกค้า สำนวนใดมีความหมายว่า “นี่สำหรับคุณ”

  1. You are here.
  2. Here they are.
  3. Here you are.
ดูคำตอบ

Here you are.

Fantastic.

4:20

มหัศจรรย์สุดๆ

I hope it's sunny every day, ไวยากรณ์

4:23

หนูหวังว่าแดดจะออกทุกวันเลย

so I can always wear my sunglasses. ไวยากรณ์

4:25

หนูจะได้สวมแว่นกันแดดได้ตลอดเวลา

ไวยากรณ์

I hope it's sunny every day: hope + อนุประโยค

I hope + ประธาน + กริยา ใช้บอกสถานการณ์ที่ผู้พูดอยากให้เป็นจริงและคิดว่ามีโอกาสเกิดขึ้น ในที่นี้ อนุประโยค it's sunny every day บอกสภาพอากาศที่หวังไว้อย่างครบถ้วน เมื่อพูดถึงความหวังในปัจจุบันหรืออนาคต อนุประโยคหลัง hope มักใช้รูปปัจจุบัน เช่น I hope it's sunny tomorrow. รูปปัจจุบันนี้ใช้สื่อถึงอนาคตได้ จึงไม่จำเป็นต้องมี will เสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hope + อนุประโยคสมบูรณ์ได้ถูกต้องเพื่อแสดงความหวังเกี่ยวกับรถโดยสาร

  1. I hope the bus to arrive soon.
  2. I hope the bus arrives soon.
  3. I hope the bus arrive soon.
ดูคำตอบ

I hope the bus arrives soon.

ไวยากรณ์

so I can ... เพื่อบอกจุดประสงค์หรือผลที่ต้องการ

ในประโยคนี้ so I can always wear my sunglasses บอกผลที่ผู้พูดอยากให้เกิดจากความหวังนั้น กล่าวคือ ถ้าอากาศมีแดด ผู้พูดก็จะสามารถใส่แว่นกันแดดได้ทุกวัน can หมายถึง “สามารถ” เมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง ใช้โครงสร้าง so + ประธาน + can + คำกริยารูปพื้นฐาน หลังการกระทำ แผน ความปรารถนา หรือเงื่อนไขที่ต้องการ เพื่อบอกว่าผู้พูดอยากให้สิ่งใดเป็นไปได้ หากตามหลังการกระทำที่ตั้งใจทำ โครงสร้างนี้มักสื่อจุดประสงค์ แต่หากตามหลังความหวังเหมือนประโยคนี้ จะหมายถึงผลที่ตั้งใจหรืออยากให้เกิดขึ้นได้ตรงกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายเพื่อบอกจุดประสงค์: I sit near the front ____ see the board clearly.

ดูคำตอบ

so I can