Peppa Pig ตอนภาษาอังกฤษ | เมื่อฉันโตขึ้น: เดินทางสู่ดวงจันทร์ | Peppa Pig #: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
554 คำ 148 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนแรกเป๊ปปาคิดว่าเรื่องอวกาศน่าเบื่อและไม่ใช่ของจริง แต่การไปพิพิธภัณฑ์แบบมีส่วนร่วมกับครอบครัวทำให้เธอเปลี่ยนใจ ทุกคนได้จำลองการปล่อยจรวด เรียนรู้เรื่องดาวเคราะห์กับแรงโน้มถ่วง และกระโดดเหมือนอยู่บนดวงจันทร์ ก่อนจบด้วยมุกในร้านของที่ระลึกว่า ดวงจันทร์ทั้งน่าสนใจและอร่อย ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Should we go and see it? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้ว่า Should we ...? ใช้เป็นคำชวนหรือข้อเสนอแนะที่สุภาพและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายมีส่วนร่วมได้ ไม่ได้ถามเรื่องหน้าที่โดยตรง ประโยคคำถามเต็มนี้ใช้ชวนคนอื่นไปชมนิทรรศการ ดูบางสิ่ง หรือทำกิจกรรมร่วมกันโดยไม่ฟังดูบังคับ 2. Does anyone know why — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตกรอบภาษาที่พบบ่อยในชั้นเรียนและการบรรยายเมื่อต้องการถามหาเหตุผล ช่วยให้วางอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย why หลัง know ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และเชิญให้คนในกลุ่มอธิบายสาเหตุ ดังเช่นตอนที่ผู้นำชมเชื่อมแรงโน้มถ่วงบนดวงจันทร์ที่อ่อนกว่ากับการกระโดดได้สูงขึ้น 3. for a good cause. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจวลีตายตัวที่ใช้บอกว่าเงินจากการซื้อสินค้า งานกิจกรรม หรือการบริจาคจะนำไปสนับสนุนการกุศลหรือจุดประสงค์ที่มีคุณค่า จึงเข้าใจมุกที่ผู้ขายใช้แก้ต่างให้ราคาสูง และใช้วลีนี้อธิบายได้ว่าเงินที่ระดมมาจะนำไปทำอะไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

A trip to the moon. วลี

0:05

ทริปไปดวงจันทร์

วลี

a trip to + สถานที่: กล่าวถึงการไปเที่ยวหรือเยี่ยมชมหนึ่งครั้ง

ในรูป a trip to + สถานที่ คำว่า trip เป็นคำนามนับได้ที่หมายถึงการไปเที่ยว การเยี่ยมชม หรือการเดินทางหนึ่งครั้ง ส่วน to ใช้นำหน้าจุดหมาย trip อาจเป็นกิจกรรมสั้น ๆ ได้ จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงวันหยุดยาว ในที่นี้ trip to the moon ทำให้กิจกรรมดูเหมือนการเดินทางไปดวงจันทร์ในจินตนาการ รูปแบบนี้ยังใช้ได้กับ a trip to the museum, park, beach หรือจุดหมายอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้หมายความว่าจุดหมายของทริปชั้นเรียนคือพิพิธภัณฑ์ โดยใช้ trip to: Our class is planning a ____ next week.

ดูคำตอบ

trip to the museum

It is a lovely sunny day.

0:07

วันนี้เป็นวันที่แดดจ้าสดใส

Peppa is playing with her bouncy ball.

0:10

เปปป้ากำลังเล่นกับลูกบอลเด้งดึ๋งของเธอ

George and his friend Edmond Elephant

0:13

จอร์จและเพื่อนของเขา เอ็ดมอนด์ ช้างน้อย

are playing with their space toys.

0:15

กำลังเล่นของเล่นอวกาศของพวกเขา

George is pretending that ไวยากรณ์

0:21

จอร์จกำลังแกล้งทำเป็นว่า

the bouncy ball is the moon.

0:22

ลูกบอลเด้งดึ๋งคือดวงจันทร์

ไวยากรณ์

pretend that + อนุประโยค: บอกสถานการณ์ที่สมมติขึ้น

pretend that + อนุประโยค หมายถึงการทำเหมือนว่าสถานการณ์ทั้งอย่างเป็นเรื่องจริง หลัง that จะเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเอง เช่น the bouncy ball is the moon ในประโยคนี้ อนุประโยคที่ตามหลัง that บอกอย่างชัดเจนว่าจอร์จกำลังสมมติเรื่องอะไร ในภาษาอังกฤษพูดแบบไม่เป็นทางการ บางครั้งอาจละ that ได้ แต่คำที่ตามมายังคงเป็นอนุประโยคสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present continuous ของโครงสร้าง pretend that: During the game, Mia is ____ the sofa is a boat.

ดูคำตอบ

pretending that

I was playing with that ball. ไวยากรณ์

0:24

หนูกำลังเล่นกับลูกบอลลูกนั้นอยู่นะ

ไวยากรณ์

was playing with: การกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ในอดีต

“was playing” เป็นรูป past continuous ซึ่งมีโครงสร้าง was + คำกริยา-ing ในที่นี้ “play with” หมายถึงใช้สิ่งของบางอย่างเล่น ดังนั้น “was playing with that ball” จึงแสดงว่าการเล่นลูกบอลกำลังดำเนินอยู่แล้ว ณ ช่วงเวลาหนึ่งในอดีต รูปนี้ใช้ให้ข้อมูลเบื้องหลังแทนการมองว่าการกระทำนั้นเป็นเหตุการณ์ที่จบแล้ว ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้รูปดังกล่าวเพื่อสนับสนุนว่าตนกำลังใช้ลูกบอลอยู่ก่อนแล้ว โดยทั่วไปสามารถใช้บอกว่าคนหนึ่งกำลังทำอะไรอยู่เมื่อมีอีกเหตุการณ์เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past continuous ของ play with: When Mia came in, I ____ the toy train.

ดูคำตอบ

was playing with

Edmond's space toy has landed on Peppa's head. วลี

0:28

ของเล่นอวกาศของเอ็ดมอนด์ตกลงบนหัวของเปปป้า

วลี

has landed on: การลงจอดที่เสร็จสิ้นและมีผลอยู่ในปัจจุบัน

“land on + พื้นผิวหรือวัตถุ” หมายถึงเคลื่อนลงมาและไปถึงบนพื้นผิวหรือวัตถุนั้น ในที่นี้ land เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงแผ่นดิน การพูดถึงของเล่นอวกาศเหมือนเป็นยานอวกาศจริงทำให้การตกลงบนหัวของเป๊ปป้าฟังเหมือนเป็นการ “ลงจอด” “has landed” เป็นรูป present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง has + คำกริยาช่องที่ 3 รูปนี้แสดงว่าการลงจอดเสร็จสิ้นแล้วและเน้นผลในปัจจุบัน คือขณะนี้ของเล่นอยู่บนหัวของเป๊ปป้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ land on: The paper plane ____ the shelf, and it is still there.

ดูคำตอบ

has landed on

This looks fun. วลี

0:32

ดูน่าสนุกจังเลย

วลี

looks fun: การใช้ look + คำคุณศัพท์

ในประโยคนี้ looks หมายถึง “ให้ความรู้สึกว่าเป็น...” โครงสร้างคือ ประธาน + look + คำคุณศัพท์ ดังนั้น fun จึงบอกความรู้สึกที่ This ทำให้เกิดขึ้น เพราะประธาน This เป็นเอกพจน์ look จึงเปลี่ยนเป็น looks ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกความเห็นอย่างรวดเร็วจากสิ่งที่เห็นหรือข้อมูลที่ได้รับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ look และคำคุณศัพท์ fun: From the trailer, the new adventure game ____.

ดูคำตอบ

looks fun

Are you going to the moon?

0:34

ลูกจะไปดวงจันทร์เหรอ?

It's just boring space stuff น้ำเสียง/เจตนา

0:35

มันก็แค่เรื่องอวกาศน่าเบื่อ

for babies, Daddy.

0:38

สำหรับเด็กทารกค่ะคุณพ่อ

น้ำเสียง/เจตนา

just boring space stuff for babies: ดูแคลนว่าสิ่งหนึ่งเป็นของเด็ก

คำเหล่านี้ทำงานร่วมกันเพื่อดูแคลนและปัดเรื่องนี้ทิ้ง just ลดคุณค่าของมันให้เป็นสิ่งที่ไม่สำคัญ boring ให้การประเมินในแง่ลบ และ stuff กล่าวถึงของที่เกี่ยวกับอวกาศอย่างคลุมเครือแทนที่จะเรียกชื่อให้ชัดเจน for babies ในที่นี้ไม่ใช่ข้อมูลเรื่องอายุแบบเป็นกลาง แต่ตีตราเรื่องนี้ว่าเป็นของเด็กและไม่คู่ควรกับความสนใจของผู้พูด ในบริบทนี้ การปฏิเสธอย่างเกินจริงยังช่วยให้ผู้พูดทำตัวห่างจากสิ่งที่ตนอาจสนใจจริง ๆ

แบบฝึกหัด

just boring space stuff for babies ในที่นี้แสดงท่าทีแบบใด?

  1. ผู้พูดแนะนำสิ่งนี้แก่พ่อแม่ของเด็กทารกอย่างสุภาพ
  2. ผู้พูดให้ข้อมูลแบบเป็นกลางเกี่ยวกับช่วงอายุที่เหมาะสม
  3. ผู้พูดดูแคลนว่ามันน่าเบื่อและเป็นของเด็ก
ดูคำตอบ

ผู้พูดดูแคลนว่ามันน่าเบื่อและเป็นของเด็ก

It's not real.

0:39

มันไม่ใช่เรื่องจริง

But space is real, Peppa.

0:41

แต่อวกาศเป็นเรื่องจริงนะเปปป้า

And there are real rockets ไวยากรณ์

0:43

และมีจรวดจริง ๆ

that go to the moon.

0:45

ที่ไปดวงจันทร์ด้วย

ไวยากรณ์

there are ... that ...: การกล่าวถึงและบรรยายสิ่งต่าง ๆ

ใช้ there are + คำนามพหูพจน์ เพื่อเกริ่นถึงคนหรือสิ่งของว่ามีอยู่หรืออยู่ในสถานที่นั้น ในประโยคนี้ there are ใช้เกริ่นถึง real rockets อนุประโยคขยายคำนาม that go to the moon ขยาย rockets และระบุว่าหมายถึงจรวดแบบใด โครงสร้าง there are + คำนามพหูพจน์ + that + คำกริยา สามารถนำไปใช้เพื่อเกริ่นถึงกลุ่มหนึ่ง แล้วบอกลักษณะหรือหน้าที่ที่จำกัดความกลุ่มนั้นทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ there are + คำนามพหูพจน์ + อนุประโยค that ได้ถูกต้อง

  1. There are buses that runs all night.
  2. There are buses that run all night.
  3. There is buses that run all night.
ดูคำตอบ

There are buses that run all night.

The museum has a show

0:46

พิพิธภัณฑ์มีการแสดง

all about the moon. วลี

0:48

เกี่ยวกับดวงจันทร์ทั้งหมดเลย

วลี

all about the moon: การเน้นเนื้อหาที่มุ่งไปยังหัวข้อเดียว

ใน all about the moon คำว่า all ช่วยเน้นความหมายของ about ว่าเนื้อหาของนิทรรศการมุ่งไปที่เรื่องดวงจันทร์อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่เอ่ยถึงหรือมีความเกี่ยวข้องเล็กน้อย ในที่นี้ all ไม่ได้ใช้บอกจำนวนสิ่งของและไม่ได้หมายถึง “ทุกชิ้น” ใช้ all about + หัวข้อ เพื่อบอกว่ารายการ หนังสือ บทเรียน บทความ หรือบทสนทนามุ่งเน้นหัวข้อนั้นเป็นหลักหรือทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยวลีเป้าหมาย: This podcast is ____ life in the ocean.

ดูคำตอบ

all about

Should we go and see it? น้ำเสียง/เจตนา

0:49

เราควรไปดูกันไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Should we ...? สำหรับชวนทำบางอย่างร่วมกันอย่างนุ่มนวล

Should we + คำกริยารูปพื้นฐาน...? เป็นวิธีเสนออย่างนุ่มนวลให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน ในประโยคนี้หมายถึง “เราไปดูกันดีไหม” ไม่ได้ถามว่ามีหน้าที่ต้องทำหรือไม่ go and see it เป็นลำดับการกระทำที่เป็นธรรมชาติในภาษาพูด คือไปยังสถานที่นั้นก่อน แล้วจึงดูสิ่งที่พูดถึงไปแล้ว โดย it หมายถึงสิ่งนั้น

แบบฝึกหัด

เติม Should we เพื่อให้เป็นคำชวนอย่างนุ่มนวลที่รวมผู้พูดด้วย: ____ take a look at the map?

ดูคำตอบ

Should we

Yay!

0:51

เย้!

Will we really have to go to the moon? ไวยากรณ์

0:52

เราจะต้องไปดวงจันทร์จริง ๆ เหรอคะ?

ไวยากรณ์

really have to go: ถามด้วยความกังวลว่าจำเป็นต้องไปจริงหรือไม่

Have to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความจำเป็นที่เกิดจากกฎ แผน หรือสถานการณ์ really ที่อยู่หน้า have to ใช้ถามว่าความจำเป็นนั้นมีอยู่จริงหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือไม่ ใน Will we really have to go...? คำว่า will ทำให้ความจำเป็นนั้นเป็นเรื่องในอนาคต คำถามนี้อาจแสดงความกังวล ความแปลกใจ หรือความไม่เต็มใจ ไม่ได้เพียงขอข้อมูลเกี่ยวกับอนาคตเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ใช้ really have to เติมคำถามเกี่ยวกับการกระทำที่จำเป็น: Do we ____ leave before sunrise?

ดูคำตอบ

really have to

No, Peppa.

0:54

ไม่จ้ะเปปป้า

We're not going to the moon.

0:55

เราไม่ได้จะไปดวงจันทร์

We're going to the museum.

0:57

เราจะไปพิพิธภัณฑ์

Okay.

0:59

โอเคค่ะ

Here is the museum.

1:01

ถึงพิพิธภัณฑ์แล้ว

Hello, everyone.

1:04

สวัสดีทุกคน

Have you come to see the moon show? ไวยากรณ์

1:05

มาดูการแสดงดวงจันทร์ใช่ไหม?

ไวยากรณ์

Have you come to see ...? สำหรับถามจุดประสงค์ของการมาเยือน

Have you come to see + บุคคล งานกิจกรรม หรือสถานที่น่าสนใจ? ใช้ถามว่าบุคคลหรือสิ่งนั้นเป็นเหตุผลที่ผู้ฟังมาเยือนหรือไม่ ในตัวอย่างนี้เป็นการยืนยันว่าผู้มาเยือนมาที่นี่เพื่อชมนิทรรศการเกี่ยวกับดวงจันทร์ใช่หรือไม่ Have ... come ใช้ present perfect เพื่อมองว่าการมาถึงของผู้ฟังเป็นเหตุการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้วแต่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ส่วน to see เป็นกริยา infinitive ที่บอกจุดประสงค์ ดังนั้น come กับ see จึงไม่ใช่สองการกระทำแยกกันที่เรียงต่อกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามของเจ้าหน้าที่ต้อนรับด้วยรูป present perfect ที่ใช้ถามจุดประสงค์ของผู้มาเยือนที่เพิ่งมาถึง: ____ the science exhibition?

ดูคำตอบ

Have you come to see

Yes, Miss Rabbit.

1:07

ใช่ครับ คุณกระต่าย

Five tickets, please. น้ำเสียง/เจตนา

1:09

ขอตั๋วห้าใบครับ

น้ำเสียง/เจตนา

Five tickets, please. สำหรับขอแบบสั้นที่เคาน์เตอร์

Five tickets, please. เป็นคำขอแบบย่อที่ใช้ในการซื้อสินค้าหรือรับบริการ มีความหมายในทางปฏิบัติเหมือน I'd like five tickets, please แต่สถานการณ์ทำให้เข้าใจคำที่ละไว้ได้อย่างชัดเจน รูปแบบคือ จำนวน + สิ่งของ + please เมื่อจำนวนคือ five คำนามนับได้จึงต้องเป็นพหูพจน์ว่า tickets แม้คำพูดนี้จะไม่มีกริยา แต่ก็ฟังดูครบถ้วนและเป็นธรรมชาติที่จุดขายตั๋วหรือเคาน์เตอร์

แบบฝึกหัด

ที่จุดขายตั๋ว เติมคำขอแบบสั้นที่ถูกต้องสำหรับตั๋วสองใบ: ____, please.

ดูคำตอบ

Two tickets

There you are. วลี

1:11

นี่ค่ะ

วลี

การใช้ There you are. ตอนยื่นของให้

There you are. เป็นสำนวนที่ใช้ตอนยื่นสิ่งที่อีกฝ่ายขอให้ ตรงนี้หมายถึง “นี่ครับ/ค่ะ” หรือ “ของคุณครับ/ค่ะ” ไม่ได้หมายถึง “คุณอยู่ตรงนั้น” ความหมายขึ้นอยู่กับสถานการณ์ หากผู้พูดกำลังยื่นตั๋ว ใบเสร็จ เงินทอน อาหาร หรือสิ่งของอื่น ประโยคนี้แสดงว่าการส่งมอบเสร็จเรียบร้อยแล้ว

แบบฝึกหัด

พนักงานยื่นใบเสร็จให้ลูกค้า ประโยคใดใช้ประกอบการส่งมอบได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. There are you.
  2. There you are.
  3. Where you are.
ดูคำตอบ

There you are.

Enjoy your trip to the moon. น้ำเสียง/เจตนา

1:12

ขอให้สนุกกับการเดินทางไปดวงจันทร์นะคะ

น้ำเสียง/เจตนา

Enjoy your trip to the moon. ในฐานะคำอวยพรที่เป็นมิตร

โครงสร้าง Enjoy your + คำนาม ใช้อวยพรอย่างเป็นมิตรให้อีกฝ่ายมีความสุขกับประสบการณ์หนึ่ง แม้ Enjoy จะอยู่ในรูปคำสั่ง แต่ทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นคำส่งท้ายที่อบอุ่น ไม่ใช่คำสั่ง ในที่นี้ trip to the moon เป็นถ้อยคำสนุก ๆ ของนิทรรศการ สถานที่แห่งนี้นำเสนอการเข้าชมให้เหมือนเป็นการเดินทางไปดวงจันทร์ ไม่ได้หมายถึงเที่ยวบินอวกาศจริง โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับคำนามที่เรียกประสบการณ์อื่นได้

แบบฝึกหัด

เติมคำอวยพรที่เป็นมิตรของพนักงานเสิร์ฟด้วยโครงสร้าง Enjoy your + คำนาม: ____ meal!

ดูคำตอบ

Enjoy your

Oh, we really are ไวยากรณ์

1:15

โอ้ เรากำลังจะ

going to the moon.

1:17

ไปดวงจันทร์จริง ๆ

ไวยากรณ์

really are going: ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าแผนนั้นเป็นจริง

ใน we really are going คำช่วย are ยังคงใช้คู่กับ going เพื่อสร้างรูป present progressive ซึ่งในที่นี้พูดถึงการเดินทางที่วางแผนไว้ really อยู่หน้า are และเน้นว่าข้อความทั้งประโยคเป็นความจริง หมายถึงเราจะไปจริง ๆ ลำดับคำแบบนี้มักใช้ยืนยันเรื่องที่ก่อนหน้านี้ฟังดูน่าสงสัยหรือน่าประหลาดใจ ผู้พูดไม่ได้เพียงบอกแผน แต่ยังแสดงว่าตอนนี้เชื่อแล้วว่าเรื่องนั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยืนยันข่าวที่น่าประหลาดใจว่ามายาจะร่วมเดินทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Maya really joining is the trip.
  2. Maya is really join the trip.
  3. Maya really is joining the trip.
ดูคำตอบ

Maya really is joining the trip.

No, Peppa.

1:18

ไม่จ้ะเปปป้า

It's just pretend. การใช้คำ

1:20

มันเป็นแค่การสมมุติ

การใช้คำ

just pretend: บอกว่าบางสิ่งไม่ใช่เรื่องจริง

ใน It's just pretend คำว่า pretend บอกว่าสถานการณ์นั้นเป็นเรื่องสมมติหรือไม่ใช่เรื่องจริง โดยทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มที่บอกลักษณะหลัง is ไม่ได้เป็นการบอกให้ใครทำกริยา “แกล้งทำ” just ในที่นี้หมายถึง “แค่” และช่วยให้ประโยคฟังเหมือนการปลอบใจ สิ่งที่เห็นเป็นส่วนหนึ่งของการเล่นหรือจินตนาการ ไม่ได้เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดปลอบเด็กได้อย่างเป็นธรรมชาติ โดยบอกว่ามังกรของเล่นไม่ใช่ของจริง

  1. The dragon is just pretend.
  2. The dragon is pretending you.
  3. The dragon just pretends.
ดูคำตอบ

The dragon is just pretend.

This way for our trip น้ำเสียง/เจตนา

1:21

เชิญทางนี้สำหรับการเดินทาง

to the moon.

1:23

ไปดวงจันทร์ของเรา

น้ำเสียง/เจตนา

This way for ...: บอกให้ผู้คนไปตามเส้นทางที่ชี้

ในประโยคนี้ This way หมายถึง “มา หรือไปตามทิศทางที่ฉันกำลังชี้” เป็นคำบอกทางสั้น ๆ ที่ใช้ขณะนำคนไปยังที่หนึ่ง โดย way หมายถึงเส้นทางหรือทิศทางจริง ไม่ใช่ “วิธีการ” โครงสร้าง This way for + กิจกรรม การเดินทาง จุดหมาย หรือกลุ่มคน ใช้บอกว่าใครควรไปตามทิศทางนั้น ในที่นี้ for our trip to the moon บอกว่าผู้ที่ร่วมทริปไปดวงจันทร์ควรไปทางนี้

แบบฝึกหัด

เจ้าหน้าที่กำลังบอกทางผู้มาเยือนให้ไปเข้าร่วมทัวร์สวน ประโยคใดเป็นคำบอกทางสั้น ๆ ที่เป็นธรรมชาติ

  1. This way for the garden tour.
  2. This method for the garden tour.
  3. This way is the garden tour.
ดูคำตอบ

This way for the garden tour.

Mr. Rabbit is the tour guide. วัฒนธรรม

1:25

คุณกระต่ายเป็นไกด์นำเที่ยว

วัฒนธรรม

the tour guide: คนที่นำเที่ยวและให้คำอธิบาย

tour guide คือคนที่พาผู้มาเยือนชมสถานที่และอธิบายสิ่งที่พวกเขากำลังดูอยู่ ในตัวอย่างนี้ the แสดงว่าคุณแรบบิตคือบุคคลเฉพาะที่ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่นี้ในการนำเที่ยวครั้งนี้ ในที่นี้ guide หมายถึงคน ไม่ใช่หนังสือคู่มือ ชุดคำแนะนำ หรือคำแนะนำทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในพิพิธภัณฑ์ ข้อใดอธิบาย tour guide ได้ดีที่สุด

  1. คนที่นำผู้มาเยือนและอธิบายสิ่งที่พวกเขาเห็น
  2. ผู้มาเยือนที่เดินตามกลุ่ม
  3. หนังสือที่ให้ข้อมูลแก่ผู้มาเยือน
ดูคำตอบ

คนที่นำผู้มาเยือนและอธิบายสิ่งที่พวกเขาเห็น

Three.

1:28

สาม

Prepare for takeoff. วัฒนธรรม

1:29

เตรียมตัวออกเดินทาง

วัฒนธรรม

Prepare for takeoff: คำสั่งเตรียมขึ้นบิน

Prepare for + คำนาม หมายถึงเตรียมพร้อมสำหรับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในที่นี้ takeoff เป็นคำนามที่เขียนติดกัน หมายถึงช่วงที่เครื่องบินหรือจรวดออกจากพื้น คำสั่งสั้น ๆ นี้ฟังเหมือนคำสั่งอย่างเป็นทางการก่อนขึ้นบิน ในฉากจำลองจรวดของพิพิธภัณฑ์ จึงช่วยให้กิจกรรมรู้สึกเหมือนภารกิจจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งการบินมาตรฐานด้วยคำนามภาษาอังกฤษที่เขียนติดกันและหมายถึงการออกจากพื้น: Prepare for ____.

ดูคำตอบ

takeoff

It's just pretend, isn't it? ไวยากรณ์

1:31

มันแค่เรื่องสมมุติใช่ไหมคะ?

ไวยากรณ์

การใช้ isn't it? เพื่อขอคำยืนยัน

isn't it? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่เติมหลังข้อความบอกเล่าเชิงบวก It is just pretend คำกริยา is และคำสรรพนาม it สอดคล้องกับข้อความด้านหน้า ส่วนคำถามท้ายใช้รูปปฏิเสธ isn't คำถามท้ายประโยคมักแสดงว่าผู้พูดมีความคิดอยู่แล้วและต้องการให้อีกฝ่ายยืนยัน ในที่นี้ผู้พูดเชื่อว่าเป็นเพียงการเล่นสมมติและต้องการคำตอบที่ทำให้สบายใจ ไม่ได้ถามหาข้อมูลใหม่ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้สมบูรณ์: This is your seat, ____?

ดูคำตอบ

isn't it

That's right, Peppa. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

ถูกต้องจ้ะเปปป้า

น้ำเสียง/เจตนา

That's right: การยืนยันว่าคำตอบถูกต้อง

That's right เป็นคำตอบที่ใช้ทั่วไปเพื่อยืนยันว่าคำตอบ ข้อความ หรือการคาดเดานั้นถูกต้อง ในประโยคนี้ ผู้พูดยืนยันสิ่งที่เป๊ปป้าพูดและเรียกชื่อเธอ right ในที่นี้หมายถึง “ถูกต้อง” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ทางขวา” ให้จำ That's right เป็นคำตอบสำเร็จรูปที่ใช้ได้หลังจากอีกฝ่ายพูดจบ

แบบฝึกหัด

คำตอบใดยืนยันได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าคำตอบของอีกฝ่ายถูกต้อง

  1. You're all right. Twelve divided by three is four.
  2. That's right. Twelve divided by three is four.
  3. Turn right. Twelve divided by three is four.
ดูคำตอบ

That's right. Twelve divided by three is four.

It's just pretend.

1:34

มันแค่เรื่องสมมุติ

Five,

1:36

ห้า,

four,

1:37

สี่,

three,

1:38

สาม,

two,

1:39

สอง,

one,

1:40

หนึ่ง,

blast off. วัฒนธรรม

1:42

ออกตัว!

วัฒนธรรม

blast off: ปล่อยขึ้นสู่อวกาศ

Blast off หมายถึงจรวดหรือยานอวกาศถูกปล่อยและทะยานขึ้นจากพื้นเพื่อเริ่มการเดินทาง หลังการนับถอยหลัง ยังสามารถใช้คำนี้เดี่ยว ๆ เป็นเสียงสั่งปล่อยยานสั้น ๆ ที่แสดงความตื่นเต้นได้ด้วย ให้เข้าใจคำสองคำนี้รวมกันเป็นกริยาวลีเดียว blast ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ายานระเบิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ปล่อยขึ้นสู่อวกาศ”: After the countdown reaches zero, the rocket will ____.

ดูคำตอบ

blast off

We live on our planet. วลี

1:45

เราอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ของเรา

วลี

live on + ดาวเคราะห์ เกาะ หรือฟาร์ม

ในโครงสร้าง live on + สถานที่ คำว่า on ทำให้มองสถานที่นั้นเป็นพื้นผิว หรือเป็นบริเวณที่ตามธรรมเนียมภาษาอังกฤษใช้คู่กับ on ในที่นี้ We live on our planet หมายความว่ามนุษย์อาศัยอยู่บนพื้นผิวของดาวเคราะห์ รูปแบบเดียวกันพบได้ใน live on Earth, live on an island และ live on a farm บุพบทภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับวิธีที่ภาษาอังกฤษมองสถานที่นั้นตามธรรมเนียม ไม่ใช่แค่ใช้ตามบุพบทของภาษาอื่น

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้บุพบทอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อต้องการบอกว่าอาศัยอยู่บนเกาะ

  1. Many animals live in this island.
  2. Many animals live on this island.
  3. Many animals live at this island.
ดูคำตอบ

Many animals live on this island.

Does anyone know what it is called? ไวยากรณ์

1:47

มีใครรู้ไหมว่ามันชื่ออะไร?

ไวยากรณ์

Does anyone know what it is called? — ลำดับคำในคำถามทางอ้อม

Does anyone know ...? ใช้ถามคนกลุ่มหนึ่งว่ามีใครรู้คำตอบหรือไม่ ส่วนคำถามที่ซ้อนอยู่ what it is called ระบุว่าข้อมูลที่ไม่รู้นั้นคือชื่อของสิ่งนั้น เนื่องจาก what it is called อยู่หลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ what + ประธาน + กริยา จึงเป็น what + it + is called ประโยคด้านนอกเป็นคำถามด้วย Does แต่ส่วนที่ซ้อนอยู่จะไม่สลับตำแหน่งประธานกับกริยา

แบบฝึกหัด

เรียง this tool และ is ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามทางอ้อมในรูปปัจจุบันให้สมบูรณ์: Does anyone know what ____ called?

ดูคำตอบ

this tool is

The Earth.

1:50

โลก

That's right.

1:51

ถูกต้อง

Oh, I'm a bit of an expert วลี

1:52

โอ้ ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญนิดหน่อย

at space things.

1:54

เรื่องเกี่ยวกับอวกาศ

วลี

a bit of an expert at: ทำให้การชมตัวเองฟังดูเบาลง

ใน a bit of an expert คำว่า a bit of ไม่ได้บอกปริมาณตามตัวอักษร แต่ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าว ผู้พูดกำลังบอกว่าตนรู้เรื่องนั้นค่อนข้างมาก แต่ยังฟังดูสบาย ๆ ถ่อมตัว หรือมั่นใจแบบติดตลก รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ a bit of an expert at + กิจกรรมหรือทักษะ ในประโยคนี้มีการขยายเป็น at space things แบบขำ ๆ หากต้องอธิบายสาขาหรือหัวข้ออย่างแม่นยำ expert in หรือ expert on มักเหมาะกว่า

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่ทำให้การชมตัวเองฟังดูเบาลง: I'm ____ fixing flat tyres.

ดูคำตอบ

a bit of an expert at

There are seven other planets

1:56

มีดาวเคราะห์อื่นอีกเจ็ดดวง

that go around our sun. กริยาวลี

1:58

ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ของเรา

กริยาวลี

go around: เคลื่อนที่ตามเส้นทางรอบจุดศูนย์กลาง

go around + สิ่งของ หมายถึงเคลื่อนที่ไปตามเส้นทางที่ล้อมรอบสิ่งนั้น ในประโยคนี้ดาวเคราะห์เคลื่อนตามวงโคจรรอบดวงอาทิตย์ ดังนั้น go around จึงเป็นคำพูดทั่วไปแบบง่าย ๆ ที่ใช้แทน orbit ได้ วลีนี้ยังใช้บอกการเคลื่อนที่รอบสิ่งที่เป็นศูนย์กลางในบริบทอื่นนอกเหนือจากอวกาศได้ด้วย ตัววลีเองไม่ได้หมายถึงการหมุนอยู่กับที่ ต้องดูบริบทว่าเป็นเส้นทางรอบศูนย์กลางแบบใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ go around: The moon ____ the Earth.

ดูคำตอบ

goes around

Does anyone know what they are called?

2:00

มีใครรู้ไหมว่าพวกมันชื่ออะไร?

Uh, Mercury.

2:02

เอ่อ ดาวพุธ

Oh, well done, Edmond. น้ำเสียง/เจตนา

2:04

โอ้ เก่งมากเอ็ดมอนด์

น้ำเสียง/เจตนา

well done: วลีตายตัวสำหรับคำชม

Well done เป็นวลีตายตัวที่ใช้ชมคนที่ตอบถูก ทำงานเสร็จ หรือทำผลงานได้ดี หมายความว่าคนนั้นทำบางอย่างได้สำเร็จ ให้เข้าใจสองคำนี้รวมกันเป็นคำชมหนึ่งวลี done ไม่ใช่กริยาหลักของประโยคในที่นี้ และสามารถใส่ชื่อคนที่ถูกชมต่อท้ายได้ เช่น Well done, Edmond.

แบบฝึกหัด

ใช้ well done เติมคำชมให้สมบูรณ์: You got every answer right. ____!

ดูคำตอบ

Well done

Venus, Mars, Jupiter,

2:06

ดาวศุกร์ ดาวอังคาร ดาวพฤหัสบดี

Saturn, Neptune, Uranus.

2:09

ดาวเสาร์ ดาวเนปจูน ดาวยูเรนัส

Edmond knows all about space. วลี

2:12

เอ็ดมอนด์รู้ทุกอย่างเกี่ยวกับอวกาศเลย

วลี

knows all about: มีความรู้กว้างขวางเกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง

Know all about + หัวข้อ หมายถึงมีความรู้มากเกี่ยวกับหัวข้อนั้น ไม่ใช่เพียงรู้ข้อเท็จจริงอย่างเดียว เมื่อประธานใน present simple เป็น he, she หรือชื่อเอกพจน์ ให้ใช้ knows all about ในภาษาพูดทั่วไป all ใช้เน้นความหมายและมักเป็นการพูดแบบกว้าง ๆ ไม่ได้ยืนยันว่าคนนั้นรู้รายละเอียดทุกอย่าง

แบบฝึกหัด

ใช้ know all about ในรูป present simple ที่ถูกต้อง: Leo ____ old maps.

ดูคำตอบ

knows all about

I'm a clever clogs. สำนวน

2:15

ผมเป็นคนเก่งครับ

สำนวน

a clever clogs: คำชมแบบขี้เล่นหรือการหยอกล้อในภาษาอังกฤษแบบบริติช

Clever clogs เป็นคำเรียกคนฉลาดแบบไม่เป็นทางการและขี้เล่นในภาษาอังกฤษแบบบริติช ในประโยคนี้ผู้พูดเรียกตัวเองว่า a clever clogs เพื่อแสดงความภูมิใจแบบเด็ก ๆ น้ำเสียงยังอาจสื่อว่าคนนั้นกำลังอวดเก่งหรือคิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างได้ด้วย ในสำนวนนี้ clogs ไม่ได้หมายถึงรองเท้าตามตัวอักษร Clever clogs เป็นคำเรียกคนแบบตายตัว แม้ clogs จะลงท้ายด้วย -s แต่วลีนี้ก็ใช้กับ a และหมายถึงคนเพียงคนเดียวได้

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ clever clogs มากที่สุด

  1. ผู้ปกครองชมเด็กแบบหยอก ๆ หลังจากเด็กแก้ปริศนาได้
  2. นักวิทยาศาสตร์ใช้คำนี้เป็นตำแหน่งทางวิชาการอย่างเป็นทางการ
  3. ผู้จัดการเขียนแบบประเมินผลงานอย่างเป็นทางการเพื่อชมพนักงาน
ดูคำตอบ

ผู้ปกครองชมเด็กแบบหยอก ๆ หลังจากเด็กแก้ปริศนาได้

Does anyone know what these planets are made of? ไวยากรณ์

2:19

มีใครรู้ไหมว่าดาวเคราะห์พวกนี้ทำมาจากอะไร?

ไวยากรณ์

are made of: การถามถึงวัสดุหรือองค์ประกอบ

Be made of + วัสดุหรือสาร ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งประกอบด้วยอะไร ในประโยคนี้ are สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ these planets คำถามนี้ถามถึงองค์ประกอบของดาวเคราะห์ ไม่ได้ถามว่าใครเป็นผู้สร้างหรือสร้างที่ไหน เมื่ออยู่หลัง Does anyone know ส่วน what these planets are made of เป็นคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ these planets are ไม่ใช่ are these planets และ what แทนวัสดุหรือสารที่ยังไม่ทราบหลัง of

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ be made of: The sculpture ____ bronze.

ดูคำตอบ

is made of

They're made of cardboard.

2:22

ทำมาจากกระดาษแข็ง

These models are made of cardboard, ลำดับความ

2:24

แบบจำลองพวกนี้ทำจากกระดาษแข็ง

but the real planets are made of rock

2:27

แต่ดาวเคราะห์จริง ๆ ทำมาจากหิน

and ice and gas.

2:29

และน้ำแข็ง และก๊าซ

ลำดับความ

These models are made of ... but the real planets are made of ...: การเปรียบต่างแบบจำลองกับของจริง

ประโยคนี้จัดข้อมูลสองส่วนให้ขนานกัน คือแบบจำลองที่จัดแสดงทำจากอะไร และดาวเคราะห์จริงประกอบด้วยอะไร but บอกว่ากำลังเปลี่ยนจากสิ่งที่ใช้แทนของจริงไปพูดถึงของจริง และชี้ว่าวัสดุของทั้งสองต่างกัน โครงสร้าง subject + be made of + material ที่ซ้ำกันช่วยให้วัสดุแต่ละอย่างเชื่อมกับประธานที่ถูกต้อง เมื่อได้ยิน but ให้ดูประธานตัวใหม่: cardboard เป็นของ these models ส่วน rock, ice, and gas เป็นของ the real planets

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบเดียวกันเพื่อเปรียบต่างวัสดุของแบบจำลองกับวัสดุของของจริง?

  1. The museum model is made of foam, but the real boat is made of wood.
  2. The museum model is made of foam, and the real boat is in the harbor.
  3. The museum model is made of foam, so the real boat is made of wood.
ดูคำตอบ

The museum model is made of foam, but the real boat is made of wood.

But of course the moon วัฒนธรรม

2:31

แต่แน่นอนว่าดวงจันทร์

is made of cheese.

2:32

ทำมาจากชีส

วัฒนธรรม

the moon is made of cheese: มุกเหลวไหลที่คุ้นเคย

ความคิดที่ว่าดวงจันทร์ทำจากชีสเป็นจินตนาการขำขันที่คุ้นเคยในนิทานเด็กและมุกตลกภาษาอังกฤษ เป็นคำพูดที่จงใจให้เหลวไหล ไม่ใช่คำอธิบายทางดาราศาสตร์ ในที่นี้ of course ทำให้เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ฟังดูเหมือนเป็นความจริงที่ทุกคนรู้อยู่แล้ว ความมั่นใจที่เกินจริงนี้ช่วยบอกว่าผู้พูดกำลังล้อเล่น

แบบฝึกหัด

ในบริบทที่พูดเล่นนี้ ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “the moon is made of cheese”?

  1. ดวงจันทร์ทำจากชีสจริง ๆ
  2. ผู้พูดกำลังใช้มุกเหลวไหลที่รู้จักกันดี ไม่ได้บอกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์
  3. มีการผลิตชีสบนดวงจันทร์
ดูคำตอบ

ผู้พูดกำลังใช้มุกเหลวไหลที่รู้จักกันดี ไม่ได้บอกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์

No, the moon is made of rock.

2:35

ไม่ใช่ครับ ดวงจันทร์ทำมาจากหิน

And this is a serious tour,

2:38

และนี่คือการทัวร์แบบจริงจัง

so no jokes and no giggling. น้ำเสียง/เจตนา

2:39

เพราะงั้นห้ามเล่นมุกและห้ามหัวเราะคิกคัก

น้ำเสียง/เจตนา

so no jokes and no giggling: จากเหตุผลไปสู่ข้อห้าม

so เชื่อมเหตุผลในส่วนแรกเข้ากับกฎที่ตามมา เพราะเป็นทัวร์ที่จริงจัง ผู้พูดจึงบอกต่อว่าพฤติกรรมใดไม่ได้รับอนุญาต รูปแบบ no + คำนามหรือรูป -ing ใช้สร้างข้อห้ามสั้น ๆ ได้ ในที่นี้ no jokes and no giggling หมายถึง “ห้ามเล่นมุกและห้ามหัวเราะคิกคัก” ไม่ใช่การบรรยายอย่างเป็นกลางว่าสิ่งเหล่านั้นไม่มีอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so เพื่อบอกกฎด้านพฤติกรรมที่มาจากเหตุผลก่อนหน้า

  1. This is a quiet room because people enjoy loud games.
  2. This is a quiet room, so no shouting or running.
  3. This is a quiet room, but everyone is shouting and running.
ดูคำตอบ

This is a quiet room, so no shouting or running.

Here we are, on the moon. วลี

2:43

เรามาถึงแล้ว บนดวงจันทร์

วลี

Here we are: บอกว่าทั้งกลุ่มมาถึงแล้ว

Here we are เป็นสำนวนภาษาพูดทั่วไปที่ใช้บอกว่าผู้พูดและคนที่มาด้วยกันมาถึงสถานที่หนึ่งแล้ว ในการใช้นี้หมายถึง “พวกเรามาถึงแล้ว” สามารถตามด้วยวลีบอกสถานที่ได้ ใน Here we are, on the moon วลี on the moon ระบุสถานที่ที่พวกเขามาถึง

แบบฝึกหัด

คุณกำลังพาเพื่อน ๆ เข้าไปในคาเฟ่ จงเติมประโยคที่บอกว่าทั้งกลุ่มมาถึงแล้ว: Here ____, at the café.

ดูคำตอบ

we are

It's a pretend moon, really,

2:46

นี่เป็นดวงจันทร์ปลอมจริง ๆ

isn't it?

2:48

ใช่ไหมคะ?

Yes.

2:49

ใช่

If this was the real moon, ไวยากรณ์

2:50

ถ้าเป็นดวงจันทร์จริง ๆ

you could jump over my head.

2:52

หนูจะกระโดดข้ามหัวฉันได้เลย

ไวยากรณ์

If this was the real moon, you could ... สำหรับเงื่อนไขปัจจุบันที่ไม่ตรงกับความจริง

If this was the real moon สร้างสถานการณ์ปัจจุบันในจินตนาการที่ต่างจากความจริง ส่วน You could jump over my head บอกผลที่อาจเกิดขึ้นได้ภายในสถานการณ์สมมตินั้น โครงสร้างคือ if + รูปอดีต, ... could + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ was แสดงระยะห่างจากความจริง ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์เกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

คุณกำลังสมมติว่าแบบจำลองเป็นยานอวกาศจริง ๆ ประโยคใดแสดงสถานการณ์ที่ไม่ตรงกับความจริงและผลที่จินตนาการไว้

  1. If this is a real spaceship, we can fly to Mars.
  2. This was a real spaceship, so we flew to Mars.
  3. If this was a real spaceship, we could fly to Mars.
ดูคำตอบ

If this was a real spaceship, we could fly to Mars.

Ooh.

2:54

โอ้

Does anyone know why we can jump ไวยากรณ์

2:55

มีใครรู้ไหมว่าทำไมเราถึงกระโดด

so high on the moon?

2:58

ได้สูงมากบนดวงจันทร์?

ไวยากรณ์

Does anyone know why ...? กับลำดับคำในคำถามทางอ้อม

Does anyone know why ...? ใช้ชวนให้ใครก็ตามในกลุ่มที่รู้เหตุผลตอบคำถาม เหมาะกับชั้นเรียนหรือการอภิปรายเมื่อผู้พูดต้องการถามทุกคนในห้อง อนุประโยคหลัง why เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่หลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ why we can jump ไม่ใช่ why can we jump ส่วน Does anyone know ที่ต้นประโยคทำหน้าที่สร้างรูปคำถามอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำที่ถูกต้องในคำถามทางอ้อมหลัง know

  1. Does anyone know why the sky changes colour at sunset?
  2. Does anyone know why the sky change colour at sunset?
  3. Does anyone know why does the sky change colour at sunset?
ดูคำตอบ

Does anyone know why the sky changes colour at sunset?

Gravity.

2:59

แรงโน้มถ่วง

Oh, that's right, Edmond.

3:00

โอ้ ถูกต้องเอ็ดมอนด์

Gravity is what keeps us ไวยากรณ์

3:02

แรงโน้มถ่วงคือสิ่งที่ดึงเรา

on the ground.

3:04

ให้อยู่บนพื้น

ไวยากรณ์

what keeps us on the ground: อธิบายสิ่งหนึ่งผ่านหน้าที่ของมัน

ในประโยคนี้ what keeps us on the ground ไม่ใช่คำถาม ทั้งอนุประโยคหมายถึงสิ่งหรือแรงที่ทำให้เราอยู่บนพื้น และวางหลัง is เพื่ออธิบาย gravity ผ่านหน้าที่ของมัน โครงสร้าง A is what + คำกริยา ... ใช้อธิบาย A โดยบอกว่า A ทำอะไรหรือก่อให้เกิดอะไร ในที่นี้ what มีความหมายว่า “สิ่งที่...” และ keeps เป็นคำกริยาในอนุประโยค

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย what และรูปที่ถูกต้องของ keep: A seat belt is ____ you safe in a car.

ดูคำตอบ

what keeps

It is weaker on the moon,

3:06

บนดวงจันทร์มันอ่อนกว่า

so you can jump higher. ลำดับความ

3:08

พวกเธอเลยกระโดดได้สูงกว่า

ลำดับความ

so you can jump higher: ใช้ so เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์

ในประโยคนี้ so ใช้นำเข้าสู่ผลลัพธ์: แรงโน้มถ่วงบนดวงจันทร์อ่อนกว่า และผลที่ตามมาคือคุณกระโดดได้สูงกว่า ข้อมูลเรียงเป็น สาเหตุ, so + ผลลัพธ์ weaker และ higher บอกข้อเท็จจริงสองอย่าง ส่วน so แสดงความสัมพันธ์ระหว่างสองอย่างนั้น ในคำอธิบาย so เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากสถานการณ์หรือเหตุไปสู่ผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่สมเหตุสมผล

  1. We walked slowly, so the path was icy.
  2. The path was icy because we walked slowly.
  3. The path was icy, so we walked slowly.
ดูคำตอบ

The path was icy, so we walked slowly.

Ooh.

3:09

โอ้

We can make you feel like you're jumping on the moon ไวยากรณ์

3:10

เราทำให้พวกเธอรู้สึกเหมือนกำลังกระโดดบนดวงจันทร์ได้

with the help of science. วลี

3:13

ด้วยความช่วยเหลือจากวิทยาศาสตร์

ไวยากรณ์

make you feel like: สร้างความรู้สึกเสมือนกำลังประสบจริง

โครงสร้าง make + someone + feel like + อนุประโยค หมายถึงการทำให้คนหนึ่งรู้สึกราวกับว่าประสบการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นกับตน หลัง make ให้ใส่คน แล้วตามด้วย feel รูปพื้นฐาน: ใช้ make you feel ไม่ใช่ make you to feel ในประโยคนี้ you're jumping on the moon บอกประสบการณ์ที่ถูกจำลองขึ้น ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นอยู่บนดวงจันทร์จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ make you feel like เติมประโยคให้สมบูรณ์: This headset can ____ you're exploring an ancient city.

ดูคำตอบ

make you feel like

วลี

with the help of science: ระบุความช่วยเหลือที่ทำให้เกิดผลลัพธ์

with the help of + คำนาม หมายความว่าคน เครื่องมือ แนวคิด หรือวิธีการให้ความช่วยเหลือที่ทำให้ผลลัพธ์เกิดขึ้นได้หรือทำได้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ science หมายถึงความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่ใช้สร้างผลลัพธ์ดังกล่าว เป็นแหล่งความช่วยเหลือแบบนามธรรม ไม่ใช่คนที่เข้ามาช่วยโดยตรง

แบบฝึกหัด

ใช้ with the help of เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya solved the puzzle ____ a clue from her friend.

ดูคำตอบ

with the help of

That sounds impressive. วลี

3:16

ฟังดูน่าประทับใจจัง

วลี

sounds impressive: sound + คำคุณศัพท์

ใน That sounds impressive คำว่า sounds เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “จากที่ได้ฟังแล้ว ดูเหมือนว่า...” ไม่ได้หมายถึง “ส่งเสียง” ส่วนคำคุณศัพท์ impressive แสดงการประเมินเชิงบวกของผู้พูดต่อสิ่งที่เพิ่งกล่าวถึง ใช้โครงสร้าง ประธาน + sound/sounds + คำคุณศัพท์ เพื่อตอบสนองต่อไอเดีย แผน หรือคำอธิบายที่ได้ฟัง ประธานเอกพจน์อย่าง that ใช้ sounds ส่วนประธานพหูพจน์ใช้ sound

แบบฝึกหัด

หลังจากฟังเพื่อนเล่าแผนที่ยิ่งใหญ่ ประโยคใดใช้ประเมินแผนนั้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Your plan sounds impress.
  2. Your plan sounds impressively.
  3. Your plan sounds impressive.
ดูคำตอบ

Your plan sounds impressive.

How do you do that? น้ำเสียง/เจตนา

3:18

คุณทำแบบนั้นได้ยังไง?

น้ำเสียง/เจตนา

How do you do that?: การถามวิธีทำ

How do you do that? ใช้ถามวิธีหรือขั้นตอนในการทำสิ่งที่เพิ่งพูดถึงหรือเพิ่งสาธิตให้ดู โดย that อ้างกลับไปถึงการกระทำนั้น do ตัวแรกเป็นกริยาช่วยที่ใช้สร้างประโยคคำถาม ส่วน do ตัวที่สองเป็นกริยาหลักที่หมายถึง “ทำ” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ How + do/does + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ...?

แบบฝึกหัด

เพื่อนทำให้เหรียญหายไป และคุณต้องการถามวิธี คุณควรพูดว่าอะไร

  1. How do you do?
  2. How do you do that?
  3. Why do you do that?
ดูคำตอบ

How do you do that?

With big rubber bands.

3:19

ด้วยยางยืดเส้นใหญ่

Everyone is strapped into Mr. Rabbit's กริยาวลี

3:22

ทุกคนถูกรัดด้วยสายยางยืด

anti-gravity rubber bands. การใช้คำ

3:25

ต้านแรงโน้มถ่วงของคุณกระต่าย

กริยาวลี

is strapped into: ถูกยึดไว้ข้างในด้วยสายรัด

Be strapped into หมายถึง “ถูกยึดไว้ภายในที่นั่ง ชุดสายรัด หรืออุปกรณ์ด้วยสายรัด” ในที่นี้ is strapped เป็นรูปประธานถูกกระทำในปัจจุบัน โดย everyone เป็นฝ่ายรับการกระทำ และ into นำหน้าสถานที่หรืออุปกรณ์ที่ยึดทุกคนไว้ โครงสร้างนี้ใช้ทำความเข้าใจสถานการณ์ด้านความปลอดภัยและการยึดร่างกาย เช่น ที่นั่งเด็ก เครื่องเล่น เครื่องบิน หรืออุปกรณ์ฝึก จุดสำคัญคือบุคคลถูกยึดให้อยู่กับที่อย่างปลอดภัย ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้รัดสาย

แบบฝึกหัด

ใช้รูปประธานถูกกระทำในปัจจุบันของ strap into เติมประโยคให้สมบูรณ์: During the simulation, each visitor ____ the moving seat.

ดูคำตอบ

is strapped into

การใช้คำ

anti-gravity: การใช้คำนำหน้า anti-

Anti-gravity เกิดจากคำนำหน้า anti- รวมกับ gravity โดย anti- ให้แนวคิดว่าอยู่ตรงข้าม ต่อต้าน ป้องกัน หรือหักล้างบางสิ่ง ดังนั้น anti-gravity จึงสื่อถึงการทำงานต้านผลของแรงโน้มถ่วง ในประโยคนี้ คำคุณศัพท์ประสมดังกล่าวขยาย rubber bands ในที่นี้เป็นชื่อสนุก ๆ ของอุปกรณ์จำลอง ไม่ได้อ้างว่ายางยืดธรรมดาสามารถกำจัดแรงโน้มถ่วงได้จริง เมื่อพบคำใหม่ที่มี anti- ให้ใช้คำหลักช่วยเดาว่ากำลังต่อต้านหรือหักล้างสิ่งใด

แบบฝึกหัด

ในวลี anti-gravity rubber bands คำว่า anti-gravity สื่อถึงอะไร

  1. ยางยืดหนักขึ้นเพราะแรงโน้มถ่วง
  2. ยางยืดถูกนำเสนอว่าทำงานต้านผลของแรงโน้มถ่วง
  3. ยางยืดใช้วัดความแรงของแรงโน้มถ่วง
ดูคำตอบ

ยางยืดถูกนำเสนอว่าทำงานต้านผลของแรงโน้มถ่วง

Bouncing on the pretend moon is fun. ไวยากรณ์

3:31

การเด้งดึ๋งบนดวงจันทร์จำลองนี่สนุกจัง

ไวยากรณ์

Bouncing on the pretend moon is fun: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

“Bouncing on the pretend moon” เป็นวลีรูป -ing หรือวลี gerund ที่ใช้เรียกกิจกรรม วลีทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน และ “is fun” แสดงความเห็นต่อกิจกรรมนั้น เนื่องจากประธานนี้นับเป็นกิจกรรมหนึ่งอย่าง จึงใช้กริยาเอกพจน์ “is” ไม่ใช่ “are” ในที่นี้ “bouncing” ไม่ได้เป็นส่วนของ present progressive เพราะไม่มีรูปของ “be” วางอยู่ข้างหน้าเพื่อบอกว่าการกระทำกำลังดำเนินอยู่ คุณสามารถใช้โครงสร้าง “Doing something is fun/easy/hard” เพื่อประเมินกิจกรรมได้

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า swim in the sea เพื่อเติมประโยคนี้ด้วยวลี -ing: ____ is fun.

ดูคำตอบ

Swimming in the sea

Say moon cheese. วัฒนธรรม

3:34

พูดคำว่า "มูนชีส"

วัฒนธรรม

Say moon cheese: คำบอกให้โพส Say cheese ฉบับธีมดวงจันทร์

“Say cheese” เป็นคำบอกที่คุ้นเคยซึ่งใช้ก่อนถ่ายรูป ในภาษาอังกฤษ เมื่อพูดคำว่า “cheese” รูปปากอาจดูคล้ายกำลังยิ้ม วลีนี้จึงเป็นการบอกให้ทุกคนยิ้มให้กล้อง ตรงนี้มีการเติม “moon” เพื่อให้คำบอกตอนถ่ายรูปเข้ากับธีมดวงจันทร์ ดังนั้น “moon cheese” ในประโยคนี้จึงเป็นการเล่นคำสนุก ๆ ไม่ใช่เพียงชื่ออาหาร และยังเป็นการปูทางไปสู่มุกเกี่ยวกับสินค้าธีมดวงจันทร์ในภายหลัง

แบบฝึกหัด

Say moon cheese ทำหน้าที่อะไรในฉากถ่ายรูปนี้

  1. ดัดแปลงคำบอกถ่ายรูป “Say cheese” ให้เข้ากับธีมดวงจันทร์อย่างสนุกสนาน
  2. ขอให้ทุกคนบอกชื่อชีสชนิดหนึ่ง
  3. บอกให้ช่างภาพหยุดถ่ายรูป
ดูคำตอบ

ดัดแปลงคำบอกถ่ายรูป “Say cheese” ให้เข้ากับธีมดวงจันทร์อย่างสนุกสนาน

Moon cheese.

3:36

มูนชีส

And that is the end of the tour. ลำดับความ

3:40

และนั่นคือการสิ้นสุดการทัวร์

ลำดับความ

that is the end of the tour: ประโยคปิดกิจกรรมอย่างชัดเจน

ในประโยคนี้ that is the end of the tour เป็นการกล่าวปิดกิจกรรมอย่างชัดเจน ผู้นำชมไม่ได้เพียงบอกข้อเท็จจริง แต่กำลังระบุว่าการเยี่ยมชมเสร็จสิ้นแล้ว เพื่อให้ผู้ฟังรู้ว่ากิจกรรมปัจจุบันจบลงแล้ว โครงสร้าง that is the end of + กิจกรรมหรือหัวข้อ สามารถใช้ปิดช่วงที่มีการจัดลำดับไว้ เช่น บทเรียน การนำเสนอ หรือเรื่องเล่า

แบบฝึกหัด

ผู้นำชมพาไปครบทุกจุดแล้วและต้องการปิดกิจกรรมอย่างชัดเจน ประโยคใดทำหน้าที่นี้ได้ดีที่สุด

  1. And this is the next stop on the tour.
  2. And where does the tour end?
  3. And that is the end of the tour.
ดูคำตอบ

And that is the end of the tour.

Please walk this way. น้ำเสียง/เจตนา

3:43

กรุณาเดินไปทางนี้

น้ำเสียง/เจตนา

walk this way: การนำทางให้ผู้อื่นเดินไปตามเส้นทาง

ในที่นี้ walk this way หมายถึง “เดินไปในทิศทางหรือตามเส้นทางที่ฉันกำลังชี้ให้ดู” This way หมายถึงทิศทางหรือเส้นทางที่มองเห็นหรือได้รับการชี้บอก ไม่ได้อธิบายลักษณะท่าทางการเดิน Please ทำให้คำสั่งสุภาพ เหมาะสำหรับผู้นำชมหรือเจ้าหน้าที่ที่กำลังนำทางผู้มาเยือน

แบบฝึกหัด

ผู้นำชมพิพิธภัณฑ์ชี้ไปตามทางเดินเพื่อพาผู้มาเยือนไปยังทางออก คำสั่งใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Please walk like this.
  2. Please choose your own route.
  3. Please walk this way.
ดูคำตอบ

Please walk this way.

Are there trees on the moon?

3:44

มีต้นไม้บนดวงจันทร์ไหมคะ?

No.

3:46

ไม่

Are there any cars on the moon? ไวยากรณ์

3:47

มีรถบนดวงจันทร์ไหม?

ไวยากรณ์

Are there any ...? สำหรับถามว่ามีสิ่งใดอยู่หรือไม่

ใช้ Are there any + คำนามพหูพจน์ ...? เพื่อถามว่ามีสิ่งชนิดนั้นอย่างน้อยหนึ่งอย่างอยู่หรือพร้อมให้ใช้หรือไม่ ในคำถามนี้ any ไม่ได้ถามจำนวนที่แน่นอน แต่เปิดกว้างว่าอาจมีจำนวนเท่าใดก็ได้ ใช้ Are there เพราะ cars เป็นพหูพจน์ ถ้าถามถึงสิ่งของนับได้หนึ่งชิ้น ให้ใช้ Is there a ...? แทน

แบบฝึกหัด

เติมคำถามรูป there be ในกาลปัจจุบันให้สมบูรณ์: ____ any buses after midnight?

ดูคำตอบ

Are there

No.

3:49

ไม่

Are there any moon shops?

3:50

มีร้านค้าบนดวงจันทร์ไหม?

No.

3:52

ไม่

That would be silly. ไวยากรณ์

3:53

นั่นคงจะตลกพิลึก

ไวยากรณ์

would be silly สำหรับประเมินผลที่จินตนาการขึ้น

Would be + คำคุณศัพท์ ใช้ประเมินผลของสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น มีผู้เสนอ หรือยังไม่เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ would ชี้ถึงเงื่อนไขที่ไม่ได้พูดออกมา เช่น “ถ้าเป็นแบบนั้น” และไม่ได้เป็นเครื่องหมายของอดีตกาล That would be silly หมายความว่าแนวคิดที่จินตนาการไว้นั้นดูโง่ ไม่สมเหตุสมผล หรือไร้สาระ

แบบฝึกหัด

ใช้ would เติมคำตอบเกี่ยวกับความคิดที่จินตนาการขึ้นให้สมบูรณ์: That ____ silly.

ดูคำตอบ

would be

Welcome to the moon shop. น้ำเสียง/เจตนา

3:55

ยินดีต้อนรับสู่ร้านค้าดวงจันทร์

น้ำเสียง/เจตนา

Welcome to ... คำกล่าวต้อนรับเมื่อเข้าสถานที่หรือเริ่มกิจกรรม

Welcome to + สถานที่ กิจกรรม ชั้นเรียน หรือรายการ เป็นคำกล่าวต้อนรับแบบตายตัวที่ใช้เมื่อมีคนมาถึงหรือเมื่อบางสิ่งเริ่มต้นขึ้น ในประโยคนี้ใช้เพื่อแนะนำร้านค้าบนดวงจันทร์และต้อนรับผู้ฟังให้เข้ามา ตรงนี้ welcome เป็นส่วนหนึ่งของคำกล่าว Welcome to ... ไม่ได้หมายถึง “เป็นที่นิยม” หรือ “ได้รับการต้อนรับ” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เปิดรายการได้ เช่น Welcome to our show.

แบบฝึกหัด

เติมคำกล่าวต้อนรับแบบตายตัวโดยใช้ Welcome และคำบุพบทที่จำเป็น: ____ our museum!

ดูคำตอบ

Welcome to

We've got moon maps, moon books. วลี

3:56

เรามีแผนที่ดวงจันทร์ หนังสือดวงจันทร์

วลี

We've got เพื่อบอกสิ่งที่มีหรือพร้อมให้ใช้ในปัจจุบัน

We've got เป็นรูปย่อของ we have got ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน have got มักบอกการมีอยู่หรือสิ่งที่มีพร้อมในปัจจุบัน ดังนั้น We've got moon maps จึงหมายถึง “เรามีแผนที่ดวงจันทร์” หรือ “ที่นี่มีแผนที่ดวงจันทร์ให้เลือก” แม้รูปประโยคจะมี have + got แต่ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการทำกริยา “ได้มา” จนเสร็จแล้ว ในร้านค้า We've got ใช้เกริ่นถึงสินค้า ตัวเลือก หรือสิ่งที่ร้านมีให้ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปย่อแบบภาษาพูดจากบทเรียนเพื่อบอกว่าทีมของคุณมีอะไรอยู่ตอนนี้: ____ three extra chairs.

ดูคำตอบ

We've got

We've even got a picture of piggies ลำดับความ

3:59

เรามีแม้กระทั่งรูปถ่ายของพวกลูกหมู

on the moon with an elephant.

4:01

บนดวงจันทร์กับช้าง

ลำดับความ

We've even got: การเพิ่มรายการที่น่าประหลาดใจ

ใน We've even got คำว่า even ทำให้รูปภาพเป็นรายการเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจ โดยสื่อว่า “เรามีสิ่งนี้ด้วย แม้ว่าคุณอาจคาดไม่ถึง” We've เป็นรูปย่อของ we have และ have got ในที่นี้หมายถึง “มี” เมื่อกำลังไล่รายการ การวาง even ไว้หน้า got ทำให้ข้อมูลขยับจากรายการธรรมดาไปสู่รายการที่โดดเด่นกว่า หากไม่มี even ประโยคเพียงเพิ่มอีกรายการหนึ่ง แต่เมื่อมี even รายการนั้นจะถูกเน้นว่าเกินความคาดหมาย

แบบฝึกหัด

เจ้าของสถานที่พูดถึงห้องครัวและห้องเล่นเกมแล้ว ประโยคใดทำให้สวนดาดฟ้าฟังดูเป็นสิ่งอำนวยความสะดวกเพิ่มเติมที่น่าประหลาดใจ

  1. We've even got a rooftop garden.
  2. We've also got a rooftop garden.
  3. We've got a rooftop garden.
ดูคำตอบ

We've even got a rooftop garden.

Look, there we are, jumping on the moon. วลี

4:03

ดูสิ นั่นพวกเรา กำลังกระโดดบนดวงจันทร์

วลี

There we are: การชี้ให้เห็นตัวเองและกลุ่มในภาพ

เมื่อมองภาพ there we are หมายถึง “นั่นคือพวกเราในภาพ” there ชี้ไปยังตำแหน่งที่เห็นในภาพ ส่วน we รวมทั้งผู้พูดและคนที่อยู่ด้วยกัน คำว่า jumping on the moon ที่ตามมาบอกว่าพวกเราในภาพกำลังทำอะไรอยู่ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ชี้ให้เห็นคนอื่นในฉากได้ด้วย: There she is; there they are.

แบบฝึกหัด

คุณเห็นตัวเองและครอบครัวในรูปถ่ายวันหยุด ประโยคใดเหมาะกับสถานการณ์นี้

  1. There you are—here's your ticket.
  2. Here we are—we've finally reached the waterfall.
  3. Look at this photo—there we are beside the waterfall.
ดูคำตอบ

Look at this photo—there we are beside the waterfall.

We've got moon rock, too.

4:06

เรามีลูกอมหินดวงจันทร์ด้วยนะ

It's got a picture of the moon

4:08

มันมีรูปดวงจันทร์

all the way through the middle. วลี

4:09

สอดไส้อยู่ตรงกลางตลอดทั้งแท่งเลย

วลี

all the way through: ทะลุผ่านด้านในทั้งหมด

all the way through หมายถึงการผ่านเข้าไปในด้านในจากด้านหนึ่งหรือปลายด้านหนึ่งจนถึงอีกด้านหรืออีกปลายหนึ่ง through ให้ความหมายว่าเข้าไปและผ่านส่วนด้านใน ส่วน all the way เน้นว่าผ่านไปจนสุดโดยไม่หยุดกลางทาง ในประโยคนี้ รูปดวงจันทร์ทอดผ่านตรงกลางของวัตถุ ไม่ได้อยู่แค่บนพื้นผิวหรือที่จุดใดจุดหนึ่งเท่านั้น วลีนี้ยังใช้บรรยายรู รอยแตก อุโมงค์ หรือกระบวนการที่ดำเนินไปจนจบได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ารูทะลุประตูจากด้านหนึ่งไปถึงอีกด้านหนึ่งอย่างสมบูรณ์

  1. The hole goes all the way through the door.
  2. The hole goes halfway into the door.
  3. The hole goes all the way around the door.
ดูคำตอบ

The hole goes all the way through the door.

Ooh.

4:11

โอ้

How about some real moon cheese? น้ำเสียง/เจตนา

4:12

รับชีสดวงจันทร์ของจริงหน่อยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

How about some ...?: เสนอสิ่งใดอย่างเป็นมิตร

How about some + คำนาม? ใช้เสนอสิ่งหนึ่งเป็นตัวเลือกและชวนให้อีกฝ่ายพิจารณาอย่างเป็นมิตร ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแนะนำชีสดวงจันทร์ ไม่ได้ถามถึงวิธีทำสิ่งใด ความหมายใกล้เคียงอย่างเป็นธรรมชาติคือ Would you like some ...?

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนอที่เป็นมิตรนี้ด้วยวลีเป้าหมาย: ____ fresh fruit?

ดูคำตอบ

How about some

How much is it, Miss Rabbit? น้ำเสียง/เจตนา

4:15

ราคาเท่าไหร่คะคุณกระต่าย?

น้ำเสียง/เจตนา

How much is it? สำหรับถามราคา

How much is it? ใช้ถามราคาของสิ่งของชิ้นหนึ่งที่กล่าวถึงแล้ว หรือทั้งผู้พูดและผู้ฟังมองเห็นตรงกัน ในโครงสร้างนี้ how much ใช้ถามจำนวนเงิน และ it แทนสิ่งของชิ้นนั้น สามารถแทน it ด้วยชื่อสินค้าได้: How much is the ticket?

แบบฝึกหัด

คุณกำลังชี้หมวกหนึ่งใบ จงเติมคำถามราคาโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ be ตามด้วย it: How much ____?

ดูคำตอบ

is it

Five pounds, please. วัฒนธรรม

4:17

ห้าปอนด์จ้ะ

วัฒนธรรม

Five pounds: ราคาในสกุลเงินอังกฤษ

ในบทสนทนาซื้อของแบบอังกฤษนี้ five pounds หมายถึงราคา £5 โดย pound เป็นหน่วยเงินตราของสหราชอาณาจักร และจำนวนที่มากกว่าหนึ่งมักใช้รูปพหูพจน์ pounds บริบทการซื้อขายบอกว่า pounds ในที่นี้หมายถึงเงิน ไม่ใช่หน่วยน้ำหนักที่เรียกว่า pound เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมราคาในสกุลเงินอังกฤษด้วยรูปเอกพจน์หรือพหูพจน์ที่ถูกต้อง: The ticket costs five ____.

ดูคำตอบ

pounds

Five pounds?

4:19

ห้าปอนด์เหรอ?

It's all for a good cause. สำนวน

4:20

ทั้งหมดเพื่อการกุศลนะ

สำนวน

for a good cause: สนับสนุนจุดประสงค์ที่มีคุณค่า

for a good cause หมายถึงการนำเงิน เวลา หรือแรงกายไปสนับสนุนงานการกุศลหรือจุดประสงค์อื่นที่มีคุณค่า ในที่นี้ cause หมายถึงกิจกรรมหรือจุดประสงค์ที่ผู้คนสนับสนุน ไม่ได้หมายถึงเพียง “เหตุผล” ใน It's all for a good cause วลีนี้ทำให้ราคาดูยอมรับได้ง่ายขึ้น เพราะอธิบายว่าเงินจะนำไปช่วยสิ่งที่มีคุณค่า นอกจากนี้ยังใช้เมื่อพูดถึงการระดมทุน การบริจาค และงานอาสาสมัครได้ด้วย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับวลี for a good cause อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. ฉันซื้อโทรศัพท์ที่แพงกว่าเพียงเพราะชอบสีของมัน
  2. สาเหตุที่รถไฟล่าช้าคือฝนตกหนัก
  3. เงินจากงานขายของของโรงเรียนจะนำไปช่วยโรงพยาบาลเด็ก
ดูคำตอบ

เงินจากงานขายของของโรงเรียนจะนำไปช่วยโรงพยาบาลเด็ก

I like the moon now

4:23

หนูชอบดวงจันทร์แล้วล่ะ

because it's very interesting. ไวยากรณ์

4:24

เพราะมันน่าสนใจมาก

ไวยากรณ์

because it's very interesting: บอกเหตุผลของความชอบ

because ใช้นำเหตุผลของข้อความที่อยู่ข้างหน้า ในประโยคนี้ because it's very interesting อธิบายว่าทำไมตอนนี้ผู้พูดจึงชอบดวงจันทร์ และเชื่อมความคิดเห็นใหม่เข้ากับเหตุผล โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ I like + สิ่งที่ชอบ + because + ประธาน + กริยา หลัง because ต้องเป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ ในที่นี้ it's เป็นรูปย่อของ it is ดังนั้น it's very interesting จึงมีทั้งประธานและกริยา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคบอกเหตุผล โดยใช้รูปย่อของ it is: I like this science show ____ interesting.

ดูคำตอบ

because it's

Hmm.

4:27

อืม

And very tasty. ลำดับความ

4:28

และอร่อยมากด้วย

ลำดับความ

And very tasty. ในฐานะส่วนเสริมแบบละคำ

ในบริบทนี้ And very tasty. ไม่ใช่อนุประโยคอิสระที่สมบูรณ์ And เชื่อมส่วนนี้กับความคิดก่อนหน้าและบอกว่ากำลังเพิ่มข้อมูลอีกอย่างหนึ่ง คือสิ่งที่พูดถึงอยู่ก่อนแล้วก็มีรสชาติอร่อยมากเช่นกัน ประธานและรูปหนึ่งของ be ถูกละไว้เพราะผู้ฟังเติมจากบริบทได้ รูปเต็มมีความหมายใกล้เคียงกับ And it is very tasty. การเสริมสั้น ๆ แบบนี้ช่วยเพิ่มคำประเมินได้อย่างรวดเร็วและทำให้รายละเอียดสุดท้ายเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ส่วนเสริมสั้น ๆ แบบละคำอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเพิ่มคำประเมินอย่างที่สอง

  1. The soup is warm. Because very tasty.
  2. The soup is warm. And very tasty.
  3. The soup is warm. And it very tasty.
ดูคำตอบ

The soup is warm. And very tasty.