มือห้องน้ำ! | ทีน่า - ซีซั่น 3 | บลูอี้ (Bluey): บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ความวุ่นวายระหว่างพยายามพาทีน่าออกไปข้างนอกกลายเป็นบทเรียนเรื่องสุขอนามัย เมื่อกลิ่นตัวและฟันที่หลุดของเธอเผยผลจากการไม่อาบน้ำและไม่แปรงฟัน เด็ก ๆ จึงเข้าใจว่ากฎในบ้านมีเหตุผลจริง แม้บางครั้งพ่อแม่ที่ยุ่งจะใช้อำนาจแทนการอธิบายก็ตาม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. kicks like a mule. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการเปรียบเทียบกับสัตว์ที่เห็นภาพชัดนี้ว่าใครบางคนเตะแรงมาก ไม่ได้กล่าวถึงล่อตามตัวอักษร และสังเกตได้ว่าภาษาอังกฤษกันเองใช้การเปรียบเทียบเกินจริงเพื่อทำให้การเคลื่อนไหวดูมีชีวิตชีวาอย่างไร 2. When was the last time — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างคำถามนี้เพื่อถามว่ากิจกรรมหนึ่งเกิดขึ้นล่าสุดเมื่อใด พร้อมจับนัยว่ากิจกรรมนั้นอาจถูกละเลยมานานเกินไป สามารถปรับใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติกับสุขอนามัย สุขภาพ งาน และกิจวัตรอื่น ๆ 3. "Because I said so." — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: มองออกว่านี่คือคำตอบที่อาศัยอำนาจเพื่อยุติการโต้เถียง ไม่ใช่คำอธิบายที่แท้จริง จึงช่วยให้ตีความท่าทีและความสัมพันธ์เชิงอำนาจของผู้พูดได้ เมื่อประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because ไม่ได้ให้เหตุผลที่มีสาระจริง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Get off!: คำสั่งให้หยุดการสัมผัสทางร่างกายที่ไม่ต้องการ
ในฉากนี้ Get off! เป็นคำสั่งที่หนักแน่นให้อีกฝ่ายหยุดกด จับ หรือแตะตัวผู้พูด แล้วถอยออกไป ในที่นี้ off หมายถึงการแยกออกจากการสัมผัสคนหรือพื้นผิว ไม่ได้หมายถึงการปิดเครื่อง การกระทำที่ต้องการให้ทำขึ้นอยู่กับบริบท กริยาวลีเดียวกันนี้อาจใช้บอกให้ใครลงจากพื้นผิวหรือลงจากยานพาหนะได้ แต่ในประโยคนี้หมายถึงให้หยุดการสัมผัสทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
มีคนกำลังกดตัวผู้พูดให้อยู่นิ่ง ๆ Get off! หมายความว่าอย่างไร?
- เข้ามาใกล้แล้วจับฉันไว้
- ปิดเครื่องนั้น
- หยุดแตะหรือกดทับฉัน แล้วถอยออกไป
ดูคำตอบ
หยุดแตะหรือกดทับฉัน แล้วถอยออกไป
I've got her.: หมายถึง 'ฉันจับเธอได้แล้ว'
ในฉากที่มีการเคลื่อนไหวนี้ I've got her. หมายความว่าผู้พูดจับเธอได้สำเร็จและตอนนี้กำลังจับหรือควบคุมตัวเธออยู่ ประโยคนี้บอกผลที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน คือในขณะนั้นเธอหนีจากผู้พูดไม่ได้ have got + person ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของเสมอไป ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท ในระหว่างการไล่ตาม การช่วยเหลือ หรือการต่อสู้ วลีนี้อาจหมายถึงจับใครบางคนไว้ ประคองไว้ หรือควบคุมให้ปลอดภัยแล้ว
แบบฝึกหัด
ระหว่างการต่อสู้ I've got her. น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- เธอเป็นของฉัน
- ฉันได้รับข้อความจากเธอ
- ฉันจับเธอได้และกำลังจับเธอไว้อยู่
ดูคำตอบ
ฉันจับเธอได้และกำลังจับเธอไว้อยู่
Hold her down: hold + คำสรรพนาม + down
ในที่นี้ hold her down หมายถึงใช้แรงกดหรือยึดเธอให้อยู่ในท่าต่ำและถูกควบคุม เพื่อไม่ให้ลุกขึ้นหรือดิ้นหลุดได้ down บอกสภาพที่ถูกควบคุมหลังการกระทำ ไม่ได้บอกเพียงทิศทางลงสู่พื้น hold down เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนามอย่าง her, him หรือ it ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค: ใช้ hold her down ไม่ใช่ hold down her
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วย hold ... down โดยวางคำสรรพนาม it ให้ถูกตำแหน่ง: The lid keeps lifting. ____ while I lock the case.
ดูคำตอบ
Hold it down
let go of + กรรม
Let go of หมายถึงหยุดจับหรือกำคนหรือสิ่งของไว้ ในประโยคนี้เป็นคำสั่งให้ปล่อยทีน่า คำบุพบท of เชื่อมวลีนี้กับกรรม Tina เมื่อระบุกรรมออกมา of เป็นส่วนที่จำเป็นของโครงสร้าง: ใช้ let go of Tina ไม่ใช่ let go Tina
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างตายตัวให้สมบูรณ์: Please let go ____ my sleeve.
ดูคำตอบ
of
kicks like a mule: การเปรียบกับสัตว์เพื่อเน้นว่าเตะแรง
ใน kicks like a mule คำว่า like ใช้สร้างการเปรียบเทียบที่เห็นภาพและเกินจริง ล่อขึ้นชื่อว่าเตะแรง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าเธอเตะอย่างรุนแรงมาก ไม่ได้หมายความว่าเธอเป็นล่อจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กริยา + like + คน สัตว์ หรือสิ่งของ ซึ่งเปรียบวิธีทำกริยากับภาพที่คุ้นเคย ลักษณะที่เหมือนกันในที่นี้คือความแรง
แบบฝึกหัด
“She kicks like a mule.” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- เธอเดินแบบเดียวกับล่อ
- เธอกำลังเตะล่อตัวจริง
- เธอเตะได้รุนแรงมาก
ดูคำตอบ
เธอเตะได้รุนแรงมาก
toilet hands: ป้ายเรียกแบบเด็ก ๆ สำหรับมือที่ถูกมองว่าสกปรก
toilet hands ไม่ใช่สำนวนมาตรฐานที่ใช้กันเป็นประจำ ในที่นี้นำคำนาม toilet มาวางหน้า hands เพื่อสร้างป้ายเรียกขึ้นชั่วคราว โดยทำให้มือคู่นั้นดูว่าสกปรก ปนเปื้อนจากการสัมผัสโถส้วม หรือชวนขยะแขยงเฉย ๆ ป้ายเรียกแบบ คำนาม + คำนาม ที่คิดขึ้นเฉพาะหน้านี้ต้องอาศัยบริบท ฟังดูเป็นภาษาเด็กและมีความรังเกียจแบบล้อเลียนหรือดูถูก ดังนั้นเจตนาที่ต้องการสร้างความรู้สึกจึงสำคัญกว่าความหมายตรงตัวในพจนานุกรม
แบบฝึกหัด
toilet hands ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- ศัพท์มาตรฐานสำหรับมือที่ใช้ทำความสะอาดหรือซ่อมส้วม
- ชื่ออย่างเป็นทางการของอุปกรณ์ในห้องน้ำ
- ป้ายเรียกแบบขำ ๆ แต่ดูถูกสำหรับมือที่ถูกมองว่าสกปรกหรือน่าขยะแขยง
ดูคำตอบ
ป้ายเรียกแบบขำ ๆ แต่ดูถูกสำหรับมือที่ถูกมองว่าสกปรกหรือน่าขยะแขยง
Get out of here ในความหมายคำสั่งให้ออกไป
Get out of here เป็นประโยคคำสั่งที่บอกให้อีกฝ่ายออกจากสถานที่ที่ผู้พูดอยู่ ในประโยคนี้เป็นคำสั่งให้ไปจริง ๆ ไม่ใช่คำพูดแสดงความประหลาดใจ ประโยคคำสั่งภาษาอังกฤษมักละประธาน you โดย get ใช้รูปกริยาพื้นฐาน และ out of here บอกทิศทางให้ออกห่างจากที่นั้น น้ำเสียงอาจทำให้คำสั่งฟังดูจริงจัง โกรธ หรือไล่แบบล้อเล่นได้ จึงต้องดูการกระทำและความสัมพันธ์ของคนที่พูดด้วย
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด Get out of here มีความหมายเหมือนในตัวอย่าง?
- เจ้าบ้านขอให้แขกเข้ามาใกล้ขึ้น
- เพื่อนตอบสนองต่อข่าวที่น่าทึ่งด้วยความไม่อยากเชื่อ
- เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชี้ไปที่ทางออกและสั่งผู้บุกรุกให้ออกไป
ดูคำตอบ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยชี้ไปที่ทางออกและสั่งผู้บุกรุกให้ออกไป
you little grub ในฐานะคำล้อเชิงดูถูกคนที่สกปรก
ใน you little grub คำว่า grub เป็นคำเรียกแบบไม่เป็นทางการที่ใช้เด่นในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงคนที่สกปรกหรือไม่เรียบร้อย ซึ่งมักเป็นเด็ก ในที่นี้เป็นคำเรียกเชิงล้อและดูถูกเล็กน้อย มีความหมายประมาณว่า “เจ้าตัวมอมแมม” ไม่ได้หมายถึงตัวอ่อนของแมลงตามตัวอักษร ในรูปแบบเรียกคนตรง ๆ ว่า you little + คำนาม คำว่า little อาจบอกว่าอีกฝ่ายอายุน้อยหรือตัวเล็ก และยังทำให้คำดุดูเป็นการหยอกแบบคนคุ้นเคยได้ด้วย แต่ไม่ได้ทำให้ grub กลายเป็นคำกลาง ๆ เพราะผู้พูดยังแสดงความรังเกียจหรือไม่พอใจอยู่
แบบฝึกหัด
you little grub ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?
- คำเรียกเด็กเล็กอย่างให้เกียรติ
- คำเรียกเชิงล้อและเป็นลบสำหรับคนที่สกปรกหรือไม่เรียบร้อย
- การกล่าวถึงตัวอ่อนของแมลงตามความหมายตรงตัว
ดูคำตอบ
คำเรียกเชิงล้อและเป็นลบสำหรับคนที่สกปรกหรือไม่เรียบร้อย
stink so bad: การบ่นเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์อย่างตรงไปตรงมา
ในที่นี้ stink หมายถึง “ส่งกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์มาก” ตัวคำกริยาเองมีการตัดสินในแง่ลบอยู่แล้ว คำถามนี้จึงฟังเหมือนการบ่นอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การบอกข้อสังเกตแบบเป็นกลาง ในที่นี้ so bad เป็นวลีบอกระดับแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายใกล้เคียงกับ so badly หรือ so much วลีทั้งหมดบอกว่าทีร่ามีกลิ่นแรงและไม่พึงประสงค์มาก
แบบฝึกหัด
ความคิดเห็นใดเป็นการบ่นเรื่องกลิ่นไม่พึงประสงค์ที่ตรงและไม่เป็นทางการที่สุด?
- Your shoes smell of leather.
- Your shoes stink so bad.
- Your shoes have a noticeable smell.
ดูคำตอบ
Your shoes stink so bad.
get her outside: โครงสร้าง get + กรรม + สถานที่
Get her outside ใช้โครงสร้าง get + กรรม + สถานที่ โดยเรียงเป็น get + her + outside ในที่นี้หมายถึงทำให้หรือช่วยให้เธอออกไปข้างนอก ไม่ว่าจะด้วยการพาไป นำทาง หรือเกลี้ยกล่อม get ในโครงสร้างนี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” โครงสร้างนี้เน้นผลลัพธ์ว่าคนหรือสิ่งของไปถึงสถานที่หรือเข้าสู่สภาวะหนึ่ง ส่วนวิธีการที่แน่นอนดูได้จากบริบท
แบบฝึกหัด
ใช้ get, the children และ inside เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: It is starting to rain, so let's ____.
ดูคำตอบ
get the children inside
weighs a ton: การพูดเกินจริงว่า “หนักมาก”
ในประโยคนี้ weighs a ton เป็นการพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “หนักมาก” โดยเน้นว่าเธอเคลื่อนย้ายได้ยาก ไม่ได้บอกว่าชั่งแล้วหนักหนึ่งตันพอดี โครงสร้างเดียวกันใช้กับสิ่งของได้ ถ้าบอกว่าสิ่งใด weighs a ton ก็หมายความว่าสิ่งนั้นหนักเกินคาดหรือเคลื่อนย้ายได้ลำบาก ควรตีความตามตัวอักษรเฉพาะเมื่อบริบทให้ผลการวัดจริงเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำพูดเกินจริงที่เรียนในข้อนี้: I can barely lift this suitcase because it ____.
ดูคำตอบ
weighs a ton
a lot of woman: มุกเสี่ยงเกี่ยวกับรูปร่างหรือบุคลิกที่โดดเด่น
ในที่นี้ a lot of woman เป็นสำนวนที่จงใจใช้รูปแบบไม่ปกติและมีน้ำเสียงล้อเล่น เพื่อบรรยายผู้หญิงหนึ่งคนว่ามีรูปร่างใหญ่ เนื่องจากตามหลัง She weighs a ton ผู้พูดจึงกำลังเน้นว่าเธอหนักและเคลื่อนย้ายได้ยาก นี่ไม่ใช่โครงสร้างบอกปริมาณทั่วไป a lot of + คำนามพหูพจน์ จึงไม่ได้หมายถึง “ผู้หญิงหลายคน” คำนามเอกพจน์ woman ถูกใช้ในเชิงประเมิน ราวกับว่าเธอมีความเป็น “woman” ในปริมาณมากหรือโดดเด่น ในบริบทอื่นอาจสื่อถึงบุคลิกที่โดดเด่น ความแข็งแรง หรือนิสัย แต่ในประโยคนี้หมายถึงรูปร่างและน้ำหนักเป็นหลัก
แบบฝึกหัด
ตัดสิน: ในการประชุมอย่างเป็นทางการ การแนะนำเพื่อนร่วมงานที่คุณไม่ค่อยรู้จักด้วยคำว่า “She's a lot of woman.” เป็นกลางและเหมาะสมหรือไม่?
- เหมาะสมและเป็นกลาง
- ไม่เหมาะสมและมีความเสี่ยง
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสมและมีความเสี่ยง
You didn't see anything ในฐานะคำสั่งกดดันให้เก็บเงียบ
ตามหลักไวยากรณ์ You didn't see anything. เป็นประโยคปฏิเสธเกี่ยวกับอดีต แต่ในฉากนี้ ผู้พูดไม่ได้กำลังตรวจสอบว่าผู้ฟังเห็นอะไร ผู้พูดกำลังกำหนดเรื่องที่ผู้ฟังต้องพูดตาม คือทำเหมือนไม่เห็นอะไรและอย่าเปิดเผยเรื่องนั้น ประโยคบอกเล่าสามารถทำหน้าที่เป็นคำสั่งได้ เมื่อบริบทและน้ำเสียงทำให้การกระทำที่คาดหวังชัดเจน ที่นี่การใช้รูปอดีตทำให้คำตอบฟังเหมือนถูกกำหนดไว้แล้ว จึงเพิ่มแรงกดดัน
แบบฝึกหัด
ในฉากที่ใครบางคนเพิ่งเห็นเหตุการณ์ลับ You didn't see anything. น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด
- ทำเหมือนไม่เห็นอะไรและอย่าบอกใคร
- อธิบายให้ละเอียดว่าคุณเห็นอะไร
- ตอนนั้นสายตาของคุณไม่ดี
ดูคำตอบ
ทำเหมือนไม่เห็นอะไรและอย่าบอกใคร
You're on your own: จัดการสิ่งต่าง ๆ โดยไม่มีคนช่วย
On your own เป็นวลีตายตัวที่หมายถึงการทำสิ่งใดโดยไม่มีความช่วยเหลือหรือการสนับสนุนจากคนอื่น ใน You're on your own. ผู้พูดกำลังบอกว่าผู้ฟังต้องจัดการสถานการณ์ด้วยตนเอง วลีนี้อาจมีความหมายเป็นกลางหรือเชิงบวกเมื่อเป้าหมายคือการฝึกให้พึ่งพาตนเอง แต่ในบริบทนี้ วลีนี้สื่อว่าผู้พูดกำลังถอนความช่วยเหลือ กล่าวคือ อย่าคาดหวังให้ฉันช่วย
แบบฝึกหัด
ผู้นำทางพูดว่า “After this checkpoint, you're on your own.” เขาหมายความว่าอย่างไร
- คุณจะเดินทางต่อไปกับทีมขนาดใหญ่
- คุณต้องเดินทางต่อโดยไม่มีความช่วยเหลือจากผู้นำทาง
- ตอนนี้จุดตรวจนี้เป็นของคุณแล้ว
ดูคำตอบ
คุณต้องเดินทางต่อโดยไม่มีความช่วยเหลือจากผู้นำทาง
come on ที่ใช้ขอให้อีกฝ่ายร่วมมือ
ในที่นี้ come on เป็นคำพูดที่ขอให้อีกฝ่ายหยุดต่อต้านหรือทำให้ความขัดแย้งรุนแรงขึ้น แล้วหันมาร่วมมือกัน ความหมายใกล้กับ “ขอร้องละ” “มีเหตุผลหน่อย” หรือ “ร่วมมือกับฉันหน่อย” ไม่ใช่คำสั่งให้เดินเข้ามาหาผู้พูด Come on เป็นสำนวนสนทนาที่ใช้ได้หลายหน้าที่ ขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง อาจใช้เร่งให้ใครลงมือ ให้กำลังใจ ประท้วง หรือแสดงความไม่เชื่อก็ได้ ในบริบทที่กำลังปลอบให้อีกฝ่ายสงบนี้ สำนวนนี้ใช้โน้มน้าวและลดความตึงเครียด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ come on เพื่อขอให้อีกฝ่ายร่วมมือกันอย่างใจเย็น?
- The hallway lights come on at midnight.
- The new actors come on after the music starts.
- Come on, we can solve this without arguing.
ดูคำตอบ
Come on, we can solve this without arguing.
Let's just talk about this: ใช้ just เพื่อทำให้ข้อเสนอฟังนุ่มนวลขึ้น
Let's + คำกริยา ใช้เสนอให้ผู้พูดและผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน ในที่นี้ โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนสถานการณ์จากการเผชิญหน้าไปสู่การพูดคุย just ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เมื่อสักครู่” หรือ “ยุติธรรม” แต่ทำให้การพูดคุยดูเป็นขั้นตอนง่าย ๆ ที่ไม่สร้างแรงกดดันมาก ข้อเสนอจึงฟังดูประนีประนอมขึ้น คือให้พูดคุยแทนการทำสิ่งที่รุนแรงหรือซับซ้อนกว่า
แบบฝึกหัด
just ทำหน้าที่อะไรใน “Let's just talk about this”?
- ทำให้การพูดคุยดูเป็นขั้นตอนถัดไปที่ง่ายและมีแรงกดดันน้อยกว่า
- บอกว่าการพูดคุยเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อสักครู่
- หมายความว่าการสนทนานั้นยุติธรรมในทางศีลธรรม
ดูคำตอบ
ทำให้การพูดคุยดูเป็นขั้นตอนถัดไปที่ง่ายและมีแรงกดดันน้อยกว่า
easy, easy. เพื่อบอกให้เบามือหรือใจเย็นลง
ใน Hey, easy, easy. คำว่า easy เป็นคำเตือนสั้น ๆ ในภาษาพูด หมายถึง “ช้าลงหน่อย” “เบามือหน่อย” หรือ “ใจเย็นลง” คำนี้ใช้ลดความรุนแรงของการกระทำหรืออารมณ์ของอีกฝ่าย ไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นเรื่องง่าย การพูด easy ซ้ำทำให้การห้ามดูเร่งด่วนขึ้น แต่ยังคงน้ำเสียงปลอบให้สงบ บริบทจะบอกว่าผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายลดแรง เคลื่อนไหวช้าลง หรืออารมณ์เย็นลง
แบบฝึกหัด
ในการปะทะทางร่างกายที่ค่อนข้างรุนแรง Easy, easy. น่าจะหมายถึงอะไร?
- ทำให้เสร็จเร็วที่สุด
- งานนี้ง่าย
- ลดแรงและใจเย็นลง
ดูคำตอบ
ลดแรงและใจเย็นลง
Tapping out. เพื่อบอกว่ายอมแพ้หรือขอเลิก
ในที่นี้ Tapping out. เป็นรูปละคำของ I’m tapping out ซึ่งหมายถึง “ฉันยอมแล้ว หยุดเถอะ” ในกีฬาต่อสู้หรือมวยปล้ำ ผู้แข่งขันจะใช้มือตบคู่ต่อสู้หรือพื้นเพื่อส่งสัญญาณยอมแพ้ นอกเหนือจากการต่อสู้ tap out ยังหมายถึงเลิกทำสิ่งท้าทายหรือหยุดเข้าร่วมเพราะทนต่อไปไม่ไหว แนวคิดร่วมกันคือการจบความพยายามด้วยความสมัครใจ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อถึงขีดจำกัดของตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่มาจากกีฬาต่อสู้และหมายถึง “ฉันจะเลิกเพราะถึงขีดจำกัดแล้ว”: This workout is too much for me. I'm ____.
ดูคำตอบ
tapping out
give up: หยุดต่อต้านและยอมรับความพ่ายแพ้
ใน We give up. คำว่า give up หมายถึง “หยุดต่อต้านและยอมรับความพ่ายแพ้” ผู้พูดกำลังบอกว่าจะไม่แข่งขันหรือต่อสู้ต่อไปแล้ว give up เป็นกริยาวลี จึงไม่ควรแปล give แยกตามตัวอักษรว่า “มอบบางอย่างให้ใคร” ในบริบทอื่น give up อาจหมายถึงหยุดพยายามหรือเลิกทำบางอย่าง แต่สถานการณ์นี้ทำให้มีความหมายว่า “ยอมแพ้”
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “หยุดต่อต้านและยอมรับความพ่ายแพ้” ลงในประโยค: We cannot win this round. We ____.
ดูคำตอบ
give up
High five!: คำชวนให้ตบมือกันเพื่อฉลอง
High five! คือท่าทางที่คนสองคนยกมือขึ้นคนละข้างแล้วตบฝ่ามือที่แบเข้าหากัน มักใช้เพื่อฉลองความสำเร็จ แสดงความเห็นด้วย หรือแบ่งปันความตื่นเต้น เมื่อพูด High five! เพียงอย่างเดียว ปกติคือการชวนอีกฝ่ายทำท่าทางนี้ Five หมายถึงนิ้วทั้งห้าของมือที่ยกขึ้น ไม่ใช่คะแนนหรือการให้ระดับ
แบบฝึกหัด
มีคนยิ้ม ยกมือที่แบออก แล้วพูดว่า “High five!” เขาน่าจะกำลังชวนคุณทำอะไร
- ใช้ฝ่ามือของคุณตบฝ่ามือที่เขายกขึ้นเพื่อฉลอง
- ให้คะแนนผลลัพธ์ห้าคะแนนจากสิบคะแนน
- ยกสิ่งของห้าชิ้นที่แยกกันขึ้นมา
ดูคำตอบ
ใช้ฝ่ามือของคุณตบฝ่ามือที่เขายกขึ้นเพื่อฉลอง
ใช้ I'm sorry, but ... เพื่อทำให้คำพูดที่ไม่น่าฟังนุ่มนวลลง
ในที่นี้ “I'm sorry, but” ไม่ได้มีหน้าที่หลักเป็นการขอโทษต่อความผิดที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่เป็นสัญญาณว่ากำลังจะมีคำพูดที่ผู้ฟังอาจไม่อยากได้ยินหรือเป็นคำวิจารณ์ และช่วยให้ผู้ฟังตั้งตัวเล็กน้อย รูปแบบนี้ใช้เกริ่นก่อนแสดงความเห็นไม่ตรงกัน ปฏิเสธ แจ้งข่าวร้าย หรือวิจารณ์ได้ แม้จะช่วยลดความกระแทกในช่วงเกริ่น แต่คำหลัง but ยังเป็นตัวตัดสินว่าทั้งประโยคสุภาพหรือทำร้ายความรู้สึกเพียงใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “I'm sorry, but” เพื่อลดความแข็งของการปฏิเสธ แทนที่จะขอโทษต่อการกระทำในอดีต
- I'm sorry, but I can't come tonight.
- I'm sorry that I broke your cup.
- I'm sorry for arriving late.
ดูคำตอบ
I'm sorry, but I can't come tonight.
ใช้ When was the last time ...? เพื่อถามถึงครั้งล่าสุด
“When was the last time + ประธาน + กริยารูปอดีต?” ใช้ถามว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นครั้งล่าสุดเมื่อใด ในที่นี้ last หมายถึง “ครั้งล่าสุด” ไม่ได้หมายถึง “ครั้งสุดท้ายที่จะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก” คำถามนี้อาจใช้ถามวันที่หรือความทรงจำอย่างเป็นกลางก็ได้ แต่ในบางบริบทอาจสื่อว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้นมานานอย่างน่าประหลาดใจ คำถามเรื่องการอาบน้ำในประโยคเดิมมีนัยเช่นนี้
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยส่วนเปิดที่เรียนในบทนี้ให้ตรงตามรูปแบบ: ____ you visited your grandparents?
ดูคำตอบ
When was the last time
have/had a bath: สำนวน “อาบน้ำ” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย
Have a bath เป็นคำที่ใช้คู่กันเป็นประจำ หมายถึงการล้างตัวในอ่างหรือแช่น้ำ ในตัวอย่าง had เป็นกริยาช่องที่สามที่ตามหลัง Tina has: Tina has never had a bath. ในที่นี้ have ใช้บอกกิจกรรม ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของอ่างอาบน้ำ สำนวนนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบบริติชและออสเตรเลีย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของคำที่ใช้คู่กันแบบบริติชและออสเตรเลีย have a bath: After football practice, Leo ____.
ดูคำตอบ
had a bath
not ... either: การเพิ่มความเห็นพ้องในประโยคปฏิเสธ
Not ... either หมายความว่าข้อเท็จจริงเชิงปฏิเสธเดียวกันใช้กับอีกคนหรืออีกสถานการณ์ด้วย ในที่นี้ not having a bath ให้เนื้อหาเชิงปฏิเสธ และ either ที่ท้ายประโยคแสดงว่าการปฏิเสธนั้นใช้กับพวกเราด้วย รูปแบบที่พบบ่อยคือ ประธาน + กริยารูปปฏิเสธ + ... + either โดยปกติใช้ตอบหรือกล่าวต่อจากข้อความเชิงปฏิเสธที่พูดไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เพื่อนพูดว่า “I don't enjoy crowded places.” คำตอบใดหมายความอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณก็ไม่ชอบสถานที่แออัดเหมือนกัน
- I enjoy crowded places either.
- I don't enjoy crowded places either.
- I don't enjoy crowded places too.
ดูคำตอบ
I don't enjoy crowded places either.
fall out: ใช้เมื่อฟันหลุด
ตรงนี้ fall out หมายถึงหลวมแล้วหลุดออกจากตำแหน่งที่เคยติดอยู่ เมื่อประธานคือ her teeth จึงบอกว่าฟันหลุดออกจากเหงือก การใช้แบบนี้พบบ่อยกับฟันและเส้นผม ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงคนล้มหรือคนทะเลาะกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงฟันซี่หนึ่งหลุดได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- One of my baby teeth fell down yesterday.
- One of my baby teeth fell over yesterday.
- One of my baby teeth fell out yesterday.
ดูคำตอบ
One of my baby teeth fell out yesterday.
brush one's teeth: สำนวนตายตัวสำหรับการแปรงฟัน
brush her teeth หมายถึงใช้แปรงสีฟันแปรงฟันของเธอ brush เป็นคำกริยา ส่วน her บอกว่า Tina แปรงฟันของใคร โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ brush + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + teeth เช่น I brush my teeth, you brush your teeth และ she brushes her teeth คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องเปลี่ยนให้ตรงกับบุคคล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ brush one's teeth และเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้ตรงกับ you: Remember to ____ before bed.
ดูคำตอบ
brush your teeth
That's why: เชื่อมสาเหตุกับผล
That's why ใช้นำเสนอผลที่เกิดจากสาเหตุซึ่งกล่าวไว้ก่อนแล้ว ในที่นี้ ข้อมูลก่อนหน้าที่ว่าทีนาไม่แปรงฟันถือเป็นสาเหตุ ส่วนการที่ฟันของเธอกำลังหลุดคือผล ในโครงสร้างนี้ why ไม่ได้ใช้เริ่มคำถาม วลีทั้งหมดทำหน้าที่เชื่อมข้อมูล โดยกล่าวสาเหตุก่อน แล้วตามด้วย That's why + ผล
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่เชื่อมต่อจากสาเหตุนี้ได้ถูกต้อง: It rained all night.
- That's when the ground is wet.
- That's because the ground is wet.
- That's why the ground is wet.
ดูคำตอบ
That's why the ground is wet.
when we tell you you have to have a bath or brush your teeth or wash your hands, ไวยากรณ์
1:27เวลาที่พ่อกับแม่บอกให้ลูกอาบน้ำ แปรงฟัน หรือล้างมือ
have to: หน้าที่ที่เกิดจากกฎหรือสถานการณ์
have to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความจำเป็นหรือหน้าที่ที่ต้องทำ ในที่นี้ข้อกำหนดมาจากผู้ใหญ่ เด็ก ๆ จึงต้องอาบน้ำ แปรงฟัน หรือล้างมือ ไม่ได้หมายความว่าเด็กอยากทำสิ่งเหล่านี้ ใน have to have a bath คำว่า have ตัวแรกเป็นส่วนหนึ่งของ have to ส่วน have ตัวที่สองอยู่ในสำนวน have a bath วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่ากฎของโรงเรียนกำหนดให้ต้องสวมเครื่องแบบ?
- At this school, we want to wear uniforms.
- At this school, we like to wear uniforms.
- At this school, we have to wear uniforms.
ดูคำตอบ
At this school, we have to wear uniforms.
it's because there's a good reason to do all those things.
1:31นั่นเป็นเพราะมันมีเหตุผลดีๆ ที่ต้องทำแบบนั้นไง
When we tell you you have to ... it's because ...: อธิบายเหตุผลของข้อกำหนด
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุสถานการณ์ที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อผู้พูดบอกข้อกำหนดแก่ผู้ฟัง ในโครงสร้าง tell + คน + อนุประโยค ส่วน you have to ... คือเนื้อหาที่บอกอีกฝ่าย ประโยคหลัก it's because ... อธิบายเหตุผลของข้อกำหนดนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังได้ทำสิ่งเหล่านั้นแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ When [มีการบอกคำขอหรือกฎ], it's because [เหตุผล]
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ When ..., it's because ... ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายเหตุผลของคำขอ
- Because I ask you to save your work, when the computer may restart.
- When I ask you to save your work, that's why the computer may restart.
- When I ask you to save your work, it's because the computer may restart.
ดูคำตอบ
When I ask you to save your work, it's because the computer may restart.
“Because I said so.”: ยุติการโต้แย้งด้วยอำนาจ
Because I said so. ดูเหมือนเป็นคำตอบของคำถามว่า “ทำไม” แต่ไม่ได้ให้เหตุผลที่เป็นข้อเท็จจริง ความหมายคือการตัดสินใจหรือคำสั่งของผู้พูดควรเป็นเหตุผลที่เพียงพอในตัวเอง ในที่นี้พ่อใช้ประโยคนี้เพื่อหยุดคำถามหรือการคัดค้านเพิ่มเติมและยืนยันอำนาจของตน เป็นวิธีปิดการสนทนา ไม่ใช่อนุประโยค because ทั่วไปที่อธิบายสาเหตุ
แบบฝึกหัด
หลังจากถูกถามว่าทำไม ผู้พูดที่ตอบว่า “Because I said so.” น่าจะกำลังทำอะไร?
- ชวนผู้ฟังมาพูดคุยเกี่ยวกับการตัดสินใจ
- ยุติการโต้แย้งด้วยการยืนยันอำนาจของตน
- ให้เหตุผลที่เป็นข้อเท็จจริงอย่างละเอียด
ดูคำตอบ
ยุติการโต้แย้งด้วยการยืนยันอำนาจของตน
Yeah, he says we have to because he's bigger than us. น้ำเสียง/เจตนา
1:39ใช่ พ่อบอกว่าเราต้องทำเพราะพ่อตัวใหญ่กว่า
because he's bigger than us: ใช้ความต่างด้านอำนาจเป็นเหตุผล
ใน because he's bigger than us คำว่า because ใช้นำเหตุผลที่อ้างว่าทำไมพวกเขาจึงต้องเชื่อฟัง อนุประโยคนี้ตามตัวอักษรเปรียบเทียบขนาดร่างกาย แต่ในบริบทนี้ bigger ยังสื่อถึงพละกำลังที่มากกว่าหรืออำนาจของผู้ใหญ่ด้วย อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย because เพียงบอกเหตุผลที่ใครบางคนยกขึ้นมา ไม่ได้พิสูจน์ว่าเหตุผลนั้นยุติธรรมหรือสมเหตุสมผล ในที่นี้ ความต่างด้านอำนาจถูกใช้เป็นเหตุผลให้ต้องเชื่อฟัง
แบบฝึกหัด
because he's bigger than us สื่อความหมายแฝงอะไรในประโยคนี้?
- ขนาดร่างกายของเขาพิสูจน์ว่าคำสั่งของเขายุติธรรม
- ขนาดร่างกายหรืออำนาจที่มากกว่าของเขาถูกใช้เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงต้องเชื่อฟัง
- พวกเขาต้องการให้เขาช่วยทำให้พวกเขาตัวใหญ่ขึ้น
ดูคำตอบ
ขนาดร่างกายหรืออำนาจที่มากกว่าของเขาถูกใช้เป็นเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงต้องเชื่อฟัง
give them 3 seconds: กำหนดเวลาให้ใครบางคน
ใน give them 3 seconds คำว่า give หมายถึงอนุญาตหรือให้เวลา และ them หมายถึงคนที่ได้รับเวลานั้น โครงสร้าง give + someone + an amount of time หมายถึงอนุญาตให้คนนั้นมีเวลาตามที่ระบุเพื่อโต้ตอบหรือทำบางอย่าง เนื่องจาก 3 วินาทีเป็นเวลาที่สั้นมาก วลีนี้จึงฟังเหมือนการนับถอยหลังหรือคำเตือน ไม่ใช่การให้เวลาอย่างสบาย ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง give + person + time และกำหนดเวลา 10 วินาที: I'll ____ to answer.
ดูคำตอบ
give you ten seconds
we'll probably still say those things cuz we're busy. การใช้คำ
1:47เราก็อาจจะยังพูดแบบนั้นอยู่เพราะเรายุ่ง
cuz we're busy: ใช้ cuz แบบไม่เป็นทางการแทน because
cuz เป็นการสะกดแบบไม่เป็นทางการที่ใช้แทนรูปย่อของ because ในภาษาพูด ใน cuz we're busy คำนี้ใช้บอกเหตุผล โดยความยุ่งเป็นเหตุที่อธิบายว่าทำไมผู้พูดอาจยังพูดสิ่งเหล่านั้นอยู่ ความหมายเชิงเหตุผลเหมือนกับ because การสะกดแบบนี้เพียงทำให้เห็นลักษณะภาษาพูดที่เป็นกันเองในข้อความ
แบบฝึกหัด
คำใดเหมาะกับอีเมลเรื่องงานที่เป็นทางการ เติมประโยคให้สมบูรณ์: I may be late ___ the train has been cancelled.
- 'cause
- cuz
- because
ดูคำตอบ
because
But now you know what we really mean: การปิดท้ายคำอธิบาย
ประโยคนี้ปิดท้ายคำอธิบายก่อนหน้าโดยชี้ให้เห็นว่าความเข้าใจเปลี่ยนไป But now เปรียบต่างความเข้าใจเพียงผิวเผินในตอนแรกกับความเข้าใจใหม่ของผู้ฟัง ส่วน what we really mean ย้อนกลับไปชี้ถึงเจตนาที่อยู่เบื้องหลังคำพูดก่อนหน้า ในฐานะวิธีจัดระเบียบคำพูด ประโยคนี้รวบรวมรายละเอียดก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปเดียว กล่าวคือ คำอธิบายจบแล้ว และตอนนี้ผู้ฟังสามารถเชื่อมโยงคำพูดกับข้อความที่ผู้พูดตั้งใจสื่อได้
แบบฝึกหัด
เมื่ออยู่ท้ายคำอธิบาย But now you know what we really mean ทำหน้าที่หลักอะไร
- ปิดท้ายคำอธิบายและย้อนกลับไปยังข้อความที่ผู้พูดตั้งใจสื่อ
- เปลี่ยนไปพูดหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
- ถามความหมายตามพจนานุกรมของแต่ละคำ
ดูคำตอบ
ปิดท้ายคำอธิบายและย้อนกลับไปยังข้อความที่ผู้พูดตั้งใจสื่อ
“Bring it in.” เมื่อชวนให้ทุกคนเข้ามาใกล้กัน
ในบริบทนี้ Bring it in. เป็นคำชวนแบบภาษาพูดให้คนหนึ่งคนหรือหลายคนเข้ามาใกล้ มักใช้เป็นสัญญาณเริ่มกอดกันเป็นกลุ่ม แต่ในสถานการณ์ของทีมก็อาจหมายถึงให้ทุกคนรวมตัวเป็นวงแคบ ๆ เพื่อคุยสั้น ๆ หรือส่งเสียงเชียร์ คำว่า it ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง ให้ดูท่าทางรอบข้างและสถานการณ์ประกอบเพื่อพิจารณาว่าผู้พูดต้องการกอดหรือเพียงต้องการให้ทุกคนเข้ามารวมกันใกล้ ๆ
แบบฝึกหัด
โค้ชกางแขนแล้วพูดว่า “Bring it in, team.” โค้ชกำลังขอให้ทีมทำอะไร?
- ขยับออกห่างจากกันมากขึ้น
- นำสิ่งของเข้าไปในอาคาร
- เข้ามาใกล้เพื่อกอดกันเป็นกลุ่มหรือรวมวงกัน
ดูคำตอบ
เข้ามาใกล้เพื่อกอดกันเป็นกลุ่มหรือรวมวงกัน