เทคโนโลยีเป็นอันตรายต่อเยาวชนหรือไม่? 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ

BBC Learning English

ความยากในการเรียน
913 คำ 168 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: นีลและแซมพิจารณางานวิจัยที่วิเคราะห์ข้อมูลวัยรุ่นอังกฤษและอเมริกันมากกว่า 400,000 คน แม้หลายฝ่ายกังวลเรื่องการใช้หน้าจอ แต่ผลการศึกษาพบความเชื่อมโยงเพียงเล็กน้อยหรือไม่พบเลยระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. No wonder — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เรียนรู้การเกริ่นข้อสรุปหรือปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นอย่างสมเหตุสมผลจากเหตุผลที่กล่าวมาก่อนหน้า เช่น พ่อแม่กังวลเพราะวัยรุ่นเข้าถึงแพลตฟอร์มดิจิทัลได้มากมาย จึงสื่อความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผลได้ชัดกว่าการบอกเพียงว่าเรื่องนั้นไม่น่าแปลกใจ 2. are designed for addiction, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่าวลีเชิงวิพากษ์นี้ใช้บรรยายเกมหรือสื่อสังคมที่มีฟีเจอร์กระตุ้นจิตวิทยาของผู้ใช้ให้ใช้งานต่อไป และนำไปใช้อย่างแม่นยำเมื่ออภิปรายความเสี่ยงทางดิจิทัล การออกแบบเพื่อโน้มน้าวพฤติกรรม และจริยธรรมของผลิตภัณฑ์ 3. digital native. — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: รู้จักคำร่วมสมัยที่หมายถึงผู้ซึ่งเติบโตมากับเทคโนโลยีดิจิทัล จึงใช้งานได้อย่างคุ้นเคยและคล่องแคล่ว คำนี้ช่วยให้พูดถึงความแตกต่างและข้อสันนิษฐานระหว่างคนแต่ละรุ่นได้ โดยไม่เหมารวมว่าความคุ้นเคยกับเทคโนโลยีจะป้องกันผลเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ทั้งหมดโดยอัตโนมัติ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

6 Minute English from the BBC.

0:03

6 Minute English จากบีบีซี

Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.

0:08

สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English

I'm Neil.

0:12

ผม นีล

And I'm Sam.

0:13

และฉัน แซม

When you were a teenager, ไวยากรณ์

0:14

ตอนที่คุณยังเป็นวัยรุ่น

did your parents worry that you were watching too much television, วลี

0:15

พ่อแม่ของคุณกังวลไหมว่าคุณดูโทรทัศน์มากเกินไป

Sam?

0:18

แซม?

ไวยากรณ์

When you were a teenager: การกำหนดช่วงเวลาในอดีต

When you were a teenager เป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ขึ้นต้นด้วย when โดยวางคำถามหลักให้อยู่ในช่วงหนึ่งของชีวิตผู้ฟังในอดีต คือช่วงที่เป็นวัยรุ่น ส่วน did your parents worry... คือคำถามหลัก ใช้ When + ประธาน + กริยารูปอดีต เพื่อระบุอายุ บทบาท หรือช่วงชีวิตในอดีตก่อน แล้วจึงถามหรือบอกว่าเกิดอะไรขึ้นในตอนนั้น ในที่นี้ when ใช้นำหน้าอนุประโยค ไม่ได้ใช้ถามเดี่ยว ๆ ว่า “เมื่อไร”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ได้ถูกต้อง เพื่อกำหนดช่วงเวลาในอดีตก่อนเข้าสู่คำถามหลัก

  1. When you were on the school team, did you practise every day?
  2. When were you on the school team, did you practise every day?
  3. You were when on the school team, did you practise every day?
ดูคำตอบ

When you were on the school team, did you practise every day?

วลี

worry that + อนุประโยค: บอกสิ่งที่ทำให้กังวล

ในโครงสร้าง worry that + อนุประโยค อนุประโยคหลัง that จะบอกสถานการณ์ที่ทำให้กังวล ในที่นี้ you were watching too much television เป็นอนุประโยคสมบูรณ์และเป็นสิ่งที่พ่อแม่อาจกังวล that เชื่อม worry เข้ากับอนุประโยคที่บอกเนื้อหานี้ ในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการ บางครั้งอาจละ that ได้ แต่การคงไว้จะช่วยให้ประโยคยาวเข้าใจง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ worry that: Her parents ____ she was not getting enough sleep.

ดูคำตอบ

worried that

Huh.

0:19

หึ

They used to tell me that watching too much TV would turn my eyes square. โน้ต

0:20

พวกเขาเคยบอกฉันว่าการดูทีวีมากเกินไปจะทำให้ตาของฉันกลายเป็นสี่เหลี่ยม

ไวยากรณ์

used to tell: การกระทำที่เกิดซ้ำในอดีต

ในประโยคนี้ used to tell หมายถึง “เคยบอกฉันซ้ำ ๆ ในอดีต” โครงสร้าง used to + กริยารูปพื้นฐานใช้บอกนิสัยหรือสภาพในอดีต และมักสื่อว่าปัจจุบันสถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว หลัง used to คำว่า tell ต้องอยู่ในรูปพื้นฐาน ส่วนอดีตธรรมดา told อาจบอกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งเดียวได้ แต่ used to tell นำเสนอว่าเป็นการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นประจำในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ used to และรูปที่ถูกต้องของ tell: When I was little, my aunt ____ me a story every Friday.

ดูคำตอบ

used to tell

สำนวน

would turn my eyes square: การพูดเกินจริงแบบขบขัน

วลี would turn my eyes square บอกผลลัพธ์ที่จินตนาการขึ้นจากการดูทีวีมากเกินไป ในการเล่าย้อนความหลังนี้ would แสดงผลลัพธ์ที่ผู้ใหญ่บอกว่าจะเกิดขึ้นภายหลัง ดวงตาไม่ได้กลายเป็นสี่เหลี่ยมจริง ๆ เพราะดูโทรทัศน์ นี่คือการพูดเกินจริงแบบขบขันเพื่อขู่หรือแหย่เด็กให้ดูทีวีน้อยลง โดยสารที่แท้จริงคือ “อย่าดูทีวีมากขนาดนั้น”

แบบฝึกหัด

would turn my eyes square หมายถึงอะไรในบริบทนี้?

  1. เป็นการพูดเกินจริงแบบขบขันเพื่อให้เด็กดูทีวีน้อยลง
  2. หมายความว่าหน้าจอโทรทัศน์จะกลายเป็นสี่เหลี่ยมเอง
  3. เป็นการทำนายทางการแพทย์ตามตัวอักษรเกี่ยวกับรูปทรงดวงตาของผู้พูด
ดูคำตอบ

เป็นการพูดเกินจริงแบบขบขันเพื่อให้เด็กดูทีวีน้อยลง

But they were only joking.

0:25

แต่พวกเขาแค่ล้อเล่นเท่านั้น

When I was growing up,

0:26

ตอนที่ฉันกำลังโต

there were only three or four television channels.

0:28

มีช่องโทรทัศน์แค่สามหรือสี่ช่องเอง

For parents today,

0:30

สำหรับพ่อแม่ในปัจจุบัน

there are hundreds of TV channels to worry about,

0:31

มีช่องทีวีนับร้อยให้ต้องกังวล

not to mention the internet, วลี

0:34

ยังไม่รวมถึงอินเทอร์เน็ต

video games,

0:35

วิดีโอเกม

and social media.

0:36

และโซเชียลมีเดีย

วลี

not to mention: การเพิ่มประเด็นสำคัญอีกข้อ

ในที่นี้ not to mention หมายถึง “นอกจากนี้ยังมี...” หรือ “ยังไม่ต้องพูดถึง...” ใช้เพิ่มอีกหนึ่งเรื่องเพื่อทำให้ประเด็นที่หนักแน่นอยู่แล้วหนักแน่นยิ่งขึ้น ผู้พูดกำลังกล่าวถึงอินเทอร์เน็ต วิดีโอเกม และโซเชียลมีเดียจริง ๆ ไม่ได้บอกให้ละเว้นเรื่องเหล่านี้ รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ A, not to mention B โดย B อาจเป็นคำนาม คำบรรยาย หรือรูป -ing เพื่อขยายรายการหรือเน้นข้อโต้แย้งของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่หมายถึง “นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่หนักแน่นกว่านี้อีก” ลงในประโยค: The flat is tiny and noisy, ____ far from school.

ดูคำตอบ

not to mention

And all of it is accessible through a smartphone. วลี

0:38

และทั้งหมดนี้สามารถเข้าถึงได้ผ่านสมาร์ทโฟน

วลี

is accessible through a smartphone: การระบุช่องทางเข้าถึง

ใน is accessible through a smartphone คำว่า accessible เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลัง be หมายความว่าสามารถเข้าถึงหรือใช้งานเนื้อหานั้นได้ ส่วน through a smartphone ระบุอุปกรณ์ที่ใช้เป็นช่องทางเข้าถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ something + be + accessible through + channel โดยเปลี่ยน be ให้ตรงกับประธานและเวลา เช่น is accessible, are accessible หรือ was accessible

แบบฝึกหัด

เติมรูปของ be accessible through ที่เหมาะกับประธานเอกพจน์: The full report ____ the library's website.

ดูคำตอบ

is accessible through

No wonder parents are worried about the impact of technology on young people. วลี

0:41

ไม่แปลกใจเลยที่พ่อแม่จะกังวลเกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อเยาวชน

วลี

No wonder: ใช้เกริ่นผลลัพธ์ที่ไม่น่าแปลกใจ

No wonder หมายถึง “จึงไม่น่าแปลกใจที่...” ในประโยคนี้ วลีนี้แสดงว่าความกังวลของผู้ปกครองเป็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติและเข้าใจได้ ใช้โครงสร้าง No wonder + ประธาน + กริยา เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์ เช่น No wonder parents are worried. ในสำนวนนี้ wonder ไม่ได้หมายถึง “อยากรู้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ผลลัพธ์นี้ไม่น่าแปลกใจ”: The roads are icy. ____ the buses are late.

ดูคำตอบ

No wonder

วลี

the impact of X on Y: ระบุแหล่งที่มาและเป้าหมายของผลกระทบ

วลี the impact of technology on young people ใช้รูปแบบ the impact of X on Y โดย X คือแหล่งที่มาหรือสาเหตุของอิทธิพล และ Y คือคนหรือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ impact เป็นคำนามในที่นี้ ตัววลีเองไม่ได้บอกว่าผลกระทบเป็นด้านบวกหรือด้านลบ ต้องดูข้อมูลจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย the impact of X on Y ให้สมบูรณ์: The study examines the ____ screen time ____ sleep.

ดูคำตอบ

impact of · on

I don't think it's all bad news, น้ำเสียง/เจตนา

0:46

ผมไม่คิดว่ามันจะมีแต่ข่าวร้ายนะ

Neil.

0:47

นีล

น้ำเสียง/เจตนา

I don't think it's all bad news: แก้ความเห็นในแง่ร้ายอย่างนุ่มนวล

I don't think it's all bad news หมายความว่าผู้พูดยอมรับว่าอาจมีด้านลบอยู่บ้าง แต่ไม่เห็นด้วยว่าสถานการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องลบ ในที่นี้ bad news เป็นการประเมินภาพรวมของสถานการณ์ที่ไม่ดี ไม่ได้หมายถึงข่าวเรื่องใดเรื่องหนึ่ง การขึ้นต้นด้วย I don't think... ทำให้การแก้ความเห็นดูเป็นการตัดสินส่วนตัว จึงฟังนุ่มนวลกว่า You're wrong และช่วยลดความเด็ดขาดของความเห็นที่มองโลกในแง่ร้ายเกินไป

แบบฝึกหัด

I don't think it's all bad news ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดเห็นว่าอาจมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ไม่ได้คิดว่าสถานการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องลบ
  2. ผู้พูดกำลังบอกว่ารายงานข่าวชิ้นหนึ่งเป็นเท็จ
  3. ผู้พูดเชื่อว่าสถานการณ์ไม่มีปัญหาเลย
ดูคำตอบ

ผู้พูดเห็นว่าอาจมีปัญหาอยู่บ้าง แต่ไม่ได้คิดว่าสถานการณ์ทั้งหมดเป็นเรื่องลบ

In fact,

0:48

ความจริงแล้ว

in this program,

0:49

ในรายการนี้

we'll be taking a look at a new report which finds little evidence to link technology with mental health problems in adolescence. วลี

0:49

เราจะมาดูรายงานฉบับใหม่ซึ่งพบหลักฐานเพียงเล็กน้อยที่เชื่อมโยงเทคโนโลยีกับปัญหาสุขภาพจิตในวัยรุ่น

วลี

we'll be taking a look at: เกริ่นหัวข้อถัดไป

we'll be taking a look at หมายถึงเราจะดู แนะนำ หรือพูดคุยเกี่ยวกับบางสิ่ง take a look at ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการมองเพียงแวบเดียวตามตัวอักษร ในที่นี้ รายงานคือหัวข้อที่รายการจะพาไปสำรวจ รูป future continuous ใน we'll be taking นำเสนอกิจกรรมนั้นว่าเป็นส่วนหนึ่งของลำดับรายการที่วางแผนไว้ พิธีกรและครูมักใช้กลุ่มคำนี้เพื่อเกริ่นหัวข้อถัดไปและพาผู้ฟังเข้าสู่หัวข้อนั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเกริ่นรายการด้วยรูป future continuous ของ take a look at: In today's programme, we ____ three ways to save energy.

ดูคำตอบ

will be taking a look at

That's young people who are in the process of developing from children into adults. วลี

0:57

นั่นคือคนหนุ่มสาวที่อยู่ในขั้นตอนการพัฒนาจากเด็กเป็นผู้ใหญ่

วลี

in the process of developing: การเปลี่ยนแปลงที่กำลังดำเนินอยู่

ในประโยคนี้ in the process of developing หมายความว่าการเปลี่ยนจากเด็กไปเป็นผู้ใหญ่กำลังค่อย ๆ เกิดขึ้นและยังไม่เสร็จสมบูรณ์ วลีนี้นำเสนอช่วงวัยรุ่นว่าเป็นช่วงที่กำลังดำเนินอยู่ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เสร็จสิ้นแล้ว โครงสร้างคือ be + in the process of + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ในที่นี้ of เป็นคำบุพบท develop จึงเปลี่ยนเป็น developing ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการเน้นว่ากิจกรรมหรือการเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่ถูกต้อง in the process of + รูป -ing ของ develop: The school is ____ a new science course.

ดูคำตอบ

in the process of developing

I'm not convinced, น้ำเสียง/เจตนา

1:03

ฉันยังไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่

Sam.

1:04

แซม

น้ำเสียง/เจตนา

I'm not convinced: แสดงความสงสัยอย่างสุภาพแต่ชัดเจน

ในประโยคนี้ I'm not convinced หมายความว่าเหตุผลที่ผู้พูดได้ยินมายังโน้มน้าวผู้พูดไม่ได้ ผู้พูดยังคงสงสัยในข้อกล่าวอ้างนั้น แต่วลีนี้ไม่ได้กล่าวหาว่าแซมโกหกโดยตรง การพูดถึงปฏิกิริยาของตนเองแทนการพูดว่า You're wrong ทำให้การไม่เห็นด้วยฟังดูนุ่มนวลกว่า แต่ก็ยังเป็นการตั้งคำถามต่อความคิดของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน ดังนั้นการให้เหตุผลต่อท้ายมักทำให้คำตอบดูสร้างสรรค์ขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงอย่างสุภาพว่าข้อโต้แย้งยังโน้มน้าวผู้พูดไม่ได้

  1. You're completely wrong, and there is nothing to discuss.
  2. I'm not convinced; the evidence is too limited.
  3. I'm not convincing; the evidence is too limited.
ดูคำตอบ

I'm not convinced; the evidence is too limited.

Think about how much time youngsters spend staring at screens every day. ไวยากรณ์

1:05

ลองคิดดูสิว่าเยาวชนใช้เวลาจ้องหน้าจอมากแค่ไหนในแต่ละวัน

ไวยากรณ์

spend ... staring at screens: ใช้ spend time doing something เพื่อบอกเวลาที่ใช้ทำกิจกรรม

ในประโยคนี้ spend หมายถึงใช้เวลากับกิจกรรมหนึ่ง โครงสร้างพื้นฐานคือ spend + ระยะเวลา + รูป -ing: youngsters spend time staring at screens ในที่นี้ how much time บอกปริมาณเวลาอยู่แล้วและถูกวางไว้หน้า youngsters ดังนั้น staring จึงตามหลัง spend โดยตรง เมื่อบอกกิจกรรม ให้ใช้รูป -ing ไม่ใช่ to + คำกริยา โดยใช้ spend time staring ไม่ใช่ spend time to stare โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ someone spends time doing something

แบบฝึกหัด

ใช้ spend, an hour และรูป -ing ของ practise เติมประโยคให้สมบูรณ์: Leo ____ the guitar every afternoon.

ดูคำตอบ

spends an hour practising

True,

1:09

ก็จริง

but unlike passively watching television, ลำดับความ

1:10

แต่ต่างจากการดูโทรทัศน์อย่างถูกกระทำฝ่ายเดียว

today's technology is interactive,

1:12

เทคโนโลยีสมัยนี้มีการโต้ตอบกัน

connecting teenagers to their friends around the world. วลี

1:14

ช่วยเชื่อมโยงวัยรุ่นกับเพื่อนๆ ทั่วโลก

ลำดับความ

but unlike passively watching television: กำหนดความแตกต่างก่อนบอกประเด็นหลัก

but ที่อยู่ต้นประโยคส่งสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากแนวคิดก่อนหน้าไปสู่อีกมุมหนึ่ง Unlike passively watching television กำหนดสิ่งที่ใช้เป็นฐานเปรียบเทียบก่อนจะบอกประเด็นหลัก ทำให้ผู้ฟังเข้าใจว่าเทคโนโลยีในปัจจุบันแตกต่างออกไป คือมีการโต้ตอบแทนที่จะเป็นแบบรับข้อมูลฝ่ายเดียว unlike เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยคำนามหรือวลี -ing ได้ ในที่นี้ passively watching television คือกิจกรรมที่ใช้เปรียบเทียบ ส่วนข้อมูลใหม่ที่เป็นประเด็นหลักอยู่หลังเครื่องหมายจุลภาค คือ today's technology is interactive รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ But unlike X, Y โดยบอกฐานของความแตกต่างก่อน แล้วจึงกล่าวประเด็นหลัก

แบบฝึกหัด

ใช้ But unlike และรูป -ing ของ read เติมการเปรียบต่างให้สมบูรณ์: The old map can still help. ____ a printed map, using the navigation app gives live traffic updates.

ดูคำตอบ

But unlike reading

วลี

connecting teenagers to their friends: โครงสร้าง connect X to Y

Connect X to Y หมายถึงการสร้างความเชื่อมโยงระหว่าง X กับ Y ในประโยคนี้ เทคโนโลยีเชื่อมวัยรุ่นเข้ากับเพื่อนที่อยู่ในหลายพื้นที่ทั่วโลก โดย around the world บอกว่าเพื่อนเหล่านั้นอยู่ที่ไหน อนุประโยค -ing connecting ... เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับผลหรือหน้าที่ของ today's technology ประธานที่เข้าใจร่วมกันคือ today's technology ดังนั้นส่วนนี้จึงไม่ใช่ประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง connect X to Y: This secure website ____ patients ____ qualified doctors.

ดูคำตอบ

connects · to

Well,

1:18

เอาล่ะ

maybe my quiz question will change your mind. วลี

1:19

บางทีคำถามควิซของผมอาจจะเปลี่ยนใจคุณได้

วลี

will change your mind: ทบทวนและเปลี่ยนความคิดเห็นหรือการตัดสินใจ

Change your mind หมายถึงการเปลี่ยนความคิดเห็น แผน หรือการตัดสินใจเดิมไปเป็นอย่างอื่น ในประโยคนี้ will change your mind คาดว่าคำถามในแบบทดสอบอาจทำให้ผู้ฟังทบทวนมุมมองเดิม ส่วน maybe แสดงว่าการคาดการณ์นี้ยังไม่แน่นอน คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามบุคคล เช่น change my mind, change her mind หรือ change our minds

แบบฝึกหัด

เติมวลีคงที่ที่หมายถึง “ทบทวนความคิดเห็นของคุณใหม่”: This new evidence may ____.

ดูคำตอบ

change your mind

Are you ready?

1:21

พร้อมหรือยัง?

On average, วลี

1:22

โดยเฉลี่ยแล้ว

how many hours per day do British teenagers spend on their screens? วลี

1:23

วัยรุ่นอังกฤษใช้เวลาอยู่กับหน้าจอกี่ชั่วโมงต่อวัน?

วลี

On average: การบอกค่าเฉลี่ยทางสถิติ

On average แสดงว่าคำถามนี้ถามหาค่าเฉลี่ยทางสถิติของคนกลุ่มหนึ่ง ตัวเลขที่ได้ใช้อธิบายทั้งกลุ่ม ไม่ได้หมายความว่าวัยรุ่นชาวอังกฤษทุกคนใช้เวลาอยู่หน้าจอเท่ากันพอดี เมื่ออยู่ต้นประโยค On average จะกำหนดให้เข้าใจเนื้อหาที่ตามมาในแง่ของค่าเฉลี่ย และโดยปกติจะคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค average ในที่นี้เกี่ยวกับข้อมูล ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึงธรรมดาหรือคุณภาพระดับทั่วไป

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____, each bus carries forty passengers during the morning rush.

ดูคำตอบ

On average

วลี

how many hours per day: การถามระยะเวลาต่อวัน

How many hours per day ใช้ถามระยะเวลาในแต่ละวันที่วัดเป็นชั่วโมง how many ใช้กับคำนามพหูพจน์ที่นับได้อย่าง hours ส่วน per day กำหนดให้หนึ่งวันเป็นหน่วยวัด ในคำถามเต็ม หลังวลีเปิดนี้ต้องใช้ลำดับคำของประโยคคำถาม คือ do + ประธาน + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น do British teenagers spend โครงสร้างนี้นำไปใช้กับประธานและกิจกรรมอื่นได้

แบบฝึกหัด

ใช้วลีจากบทเรียนตามรูปเดิมเพื่อเติมคำถามในแบบสำรวจ: ____ do you spend on homework?

ดูคำตอบ

How many hours per day

Is it A,

1:27

ข้อ A

5 and a half hours,

1:28

5 ชั่วโมงครึ่ง

B,

1:30

B

6 and a half hours,

1:30

6 ชั่วโมงครึ่ง

or C,

1:32

หรือ C

7 and a half hours?

1:32

7 ชั่วโมงครึ่ง?

Hmm,

1:35

อืม

I'll say it's B, น้ำเสียง/เจตนา

1:35

ฉันขอตอบว่าข้อ B

6 and a half hours.

1:37

6 ชั่วโมงครึ่ง

น้ำเสียง/เจตนา

I'll say it's B: เลือกคำตอบในขณะนั้น

ในคำตอบแบบทดสอบนี้ I'll say it's B หมายถึง “ฉันเลือกข้อ B” หรือ “ฉันเดาว่าคำตอบคือข้อ B” ผู้พูดกำลังตอบในขณะนั้นและยังเผื่อไว้ว่าตนอาจไม่แน่ใจทั้งหมด ในที่นี้ I'll say ใช้เกริ่นคำตอบหรือความคิดเห็น สิ่งสำคัญไม่ใช่การ “พูด” นั้นเอง

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบแบบทดสอบปากเปล่าด้วยสำนวนจากบทนี้: I'm not completely sure, but ____ C.

ดูคำตอบ

I'll say it's

That sounds a lot to me. น้ำเสียง/เจตนา

1:39

นั่นก็ฟังดูเยอะสำหรับฉันแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

That sounds a lot to me: ประเมินว่าปริมาณมาก

That sounds a lot to me หมายความว่าผู้พูดรู้สึกว่าปริมาณที่เพิ่งกล่าวถึงนั้นมาก ในที่นี้ sound เป็นกริยาเชื่อมที่บอกความรู้สึกจากข้อมูลที่ได้ยิน ไม่ได้หมายถึงเสียงที่สิ่งของนั้นทำออกมา a lot หมายถึงปริมาณมาก ส่วน to me บอกว่านี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผู้พูด จึงเปิดโอกาสให้คนอื่นเห็นต่างได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าเธอใช้เวลาทำการบ้านวันละห้าชั่วโมง ข้อใดเป็นคำตอบที่บอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณรู้สึกว่าปริมาณนี้มาก?

  1. That sounds loud to me.
  2. That sounds many to me.
  3. That sounds a lot to me.
ดูคำตอบ

That sounds a lot to me.

Well,

1:41

เอาล่ะ

whatever Neil thinks, ลำดับความ

1:41

ไม่ว่านีลจะคิดอย่างไร

a new study from the Oxford Internet Institute paints a more hopeful picture. สำนวน

1:43

การศึกษาใหม่จากสถาบันอินเทอร์เน็ตแห่งมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดได้วาดภาพที่เปี่ยมความหวังมากขึ้น

ลำดับความ

whatever Neil thinks: พักความเห็นส่วนตัวไว้ก่อน

Whatever Neil thinks เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่หมายถึง “ไม่ว่านีลจะคิดอย่างไร” whatever ครอบคลุมความเห็นที่เป็นไปได้ทั้งหมด และใจความในประโยคหลักยังคงเป็นจริงในทุกกรณี เมื่อวางไว้ต้นประโยค อนุประโยคนี้จะพักมุมมองส่วนตัวของนีลไว้ก่อน แล้วเปลี่ยนจุดสนใจไปที่งานวิจัยใหม่ โครงสร้างนี้ช่วยแยกความเห็นของบุคคลออกจากหลักฐานหรือการตัดสินใจที่ตามมา

แบบฝึกหัด

อนุประโยคเปิดทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? Whatever Priya thinks, the final choice must be based on the evidence.

  1. หมายความว่าความเห็นของ Priya คือหลักฐาน
  2. หมายความว่าการเลือกโดยอิงหลักฐานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเห็นของ Priya
  3. เป็นการขอให้ Priya อธิบายความเห็นของเธอ
ดูคำตอบ

หมายความว่าการเลือกโดยอิงหลักฐานไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเห็นของ Priya

สำนวน

paints a more hopeful picture: สร้างความประทับใจโดยรวม

Paints a more hopeful picture เป็นสำนวนเปรียบเทียบ งานวิจัยไม่ได้กำลังวาดภาพจริง ๆ แต่หลักฐานในงานวิจัยทำให้สถานการณ์โดยรวมดูน่ามีความหวังมากขึ้น คำเปรียบเทียบขั้นกว่า more hopeful บอกเป็นนัยว่ากำลังเทียบกับความประทับใจก่อนหน้าที่มองโลกในแง่ดีน้อยกว่า สามารถใช้ paint a picture เมื่อข้อเท็จจริง ตัวเลข หรือคำอธิบายหลายอย่างรวมกันเป็นภาพรวม

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “นำเสนอสถานการณ์โดยรวมที่น่ามีความหวังมากขึ้น” ลงในประโยค: The first report was worrying, but the new study ____.

ดูคำตอบ

paints a more hopeful picture

The study analyzed data from over 400,000 British and American teenagers การใช้คำ

1:48

การศึกษาดังกล่าววิเคราะห์ข้อมูลจากวัยรุ่นอังกฤษและอเมริกันกว่า 400,000 คน

การใช้คำ

over 400,000: over หมายถึง “มากกว่า”

เมื่ออยู่หน้าตัวเลข over หมายถึง “มากกว่า” หรือ “เกิน” ดังนั้น over 400,000 จึงหมายถึงจำนวนที่มากกว่า 400,000 ไม่ใช่ 400,000 พอดี นี่เป็นวิธีบอกจำนวนแบบกระชับที่พบได้ในข่าวและงานวิจัย ในที่นี้ over บอกจำนวน ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ด้านบน

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งระบุว่า “Over 400,000 people took part.” ข้อใดตีความได้ถูกต้อง

  1. มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 400,000 คน
  2. มีผู้เข้าร่วมไม่เกิน 400,000 คน
  3. มีผู้เข้าร่วมประมาณ 400,000 คน และอาจน้อยกว่านั้น
ดูคำตอบ

มีผู้เข้าร่วมมากกว่า 400,000 คน

and found little or no link between adolescent tech use วลี

1:53

และพบความเชื่อมโยงเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยระหว่างการใช้เทคโนโลยีของวัยรุ่น

and mental health problems.

1:57

กับปัญหาสุขภาพจิต

วลี

little or no link between X and Y: แทบไม่มีหรือไม่มีความเชื่อมโยงเลย

รูปแบบ little or no link between X and Y หมายถึงความสัมพันธ์ที่สังเกตพบระหว่าง X กับ Y นั้นอ่อนมากหรือไม่มีเลย ในประโยคนี้ X คือ adolescent tech use และ Y คือ mental health problems ในการรายงานผลวิจัย link หมายถึงความสัมพันธ์ที่สังเกตพบ คำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง little or no link เป็นถ้อยคำที่ระมัดระวัง ไม่ใช่การยืนยันว่าความสัมพันธ์เป็นไปไม่ได้ในทุกกรณี

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “แทบไม่มีหรือไม่มีความสัมพันธ์เลย” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The survey found ____ music preference and memory scores.

ดูคำตอบ

little or no link between

Listen to Gareth Mitchell and Ghislaine Boddington,

2:00

ลองฟังแกเร็ธ มิทเชล และ จิสเลน บ็อดดิงตัน

co-presenters of BBC World Service's Digital Planet,

2:02

ผู้ร่วมดำเนินรายการ Digital Planet ของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

as they discuss the report's findings. ไวยากรณ์

2:06

ขณะที่พวกเขากำลังพูดคุยถึงสิ่งที่ค้นพบในรายงาน

ไวยากรณ์

as they discuss: การกระทำพื้นหลังที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ในที่นี้ as เป็นคำสันธานบอกเวลา หมายถึง “ขณะที่” อนุประโยค as they discuss the report's findings ทำให้การพูดคุยเป็นเหตุการณ์พื้นหลังที่เกิดพร้อมกับการกระทำหลักในประโยคโดยรอบ ใช้ as + ประธาน + กริยา เมื่อการกระทำสองอย่างดำเนินไปพร้อมกัน ในประโยคนี้ as ไม่ได้แปลว่า “เพราะ” และไม่ใช่คำบุพบท as ที่แปลว่า “ในฐานะ”

แบบฝึกหัด

ใน “The children take notes as the guide explains the map,” คำว่า as แสดงความสัมพันธ์แบบใด

  1. การอธิบายเป็นสาเหตุให้เกิดการจดบันทึก
  2. การกระทำทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน
  3. ผู้นำทางกำลังทำหน้าที่ในฐานะเฉพาะอย่างหนึ่ง
ดูคำตอบ

การกระทำทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน

Ghislaine Boddington,

2:11

จิสเลน บ็อดดิงตัน

you've been looking at some of the findings yourself, ไวยากรณ์

2:11

คุณเองก็ได้ดูผลการค้นพบบางส่วนแล้วใช่ไหม

haven't you? น้ำเสียง/เจตนา

2:13

ใช่ไหมครับ?

ไวยากรณ์

you've been looking at: กิจกรรมที่ดำเนินต่อมาจนถึงตอนนี้

You've been looking at เป็นรูป present perfect continuous: you have been + looking รูปนี้แสดงกิจกรรมที่เริ่มก่อนปัจจุบันและดำเนินต่อเนื่องมาระยะหนึ่งจนถึงตอนนี้หรือเพิ่งสิ้นสุดไปไม่นาน โดยมีความเกี่ยวข้องชัดเจนกับบทสนทนาปัจจุบัน ในที่นี้ look at หมายถึง “ตรวจดู” หรือ “ศึกษา” ไม่ใช่เพียงหันสายตาไปมองบางสิ่ง รูป continuous เน้นกระบวนการในช่วงที่ผ่านมา จึงไม่ได้บอกว่าตรวจดูผลการค้นพบทั้งหมดเสร็จสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่า Maya เริ่มตรวจดูผลลัพธ์ก่อนหน้านี้และยังคงทำอยู่ในตอนนี้

  1. Maya has been looking at the results since breakfast.
  2. Maya will be looking at the results before lunch.
  3. Maya looked at the results after breakfast.
ดูคำตอบ

Maya has been looking at the results since breakfast.

น้ำเสียง/เจตนา

haven't you? ในฐานะคำถามท้ายประโยคเพื่อขอคำยืนยัน

ในที่นี้ haven't you? เป็นคำถามท้ายประโยคแบบปฏิเสธที่ต่อจากข้อความบอกเล่าแบบบวกใน present perfect คือ you've been looking... โดยใช้ขอให้อีกฝ่ายยืนยันข้อความก่อนหน้า ไม่ได้ใช้เปิดประเด็นคำถามใหม่ กริยาช่วยและประธานในคำถามท้ายประโยคต้องตรงกับข้อความหลัก คือ have + you เนื่องจากข้อความหลักเป็นบวก คำถามท้ายประโยคตามปกติจึงเป็นรูปปฏิเสธ haven't you? โครงสร้างนี้ยังเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายตอบต่อได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามท้ายประโยคให้ตรงกับข้อความหลัก: You've checked the figures, ____?

ดูคำตอบ

haven't you

So,

2:14

แล้ว

so what's your response so far? น้ำเสียง/เจตนา

2:15

ปฏิกิริยาของคุณจนถึงตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

what's your response so far? เพื่อถามปฏิกิริยาเบื้องต้น

What's your response so far? ใช้ถามปฏิกิริยาหรือความคิดเห็นของบุคคลจนถึงขั้นปัจจุบัน response อาจรวมถึงความคิดเห็น ความรู้สึก หรือการประเมิน จึงมีความหมายกว้างกว่าคำตอบเกี่ยวกับข้อเท็จจริงสั้น ๆ so far กำหนดกรอบเวลาชั่วคราว หมายความว่าการสนทนาหรือการพิจารณายังดำเนินอยู่ คำตอบจึงเป็นเพียงความเห็นเบื้องต้นและอาจเปลี่ยนได้ภายหลัง ในการสัมภาษณ์ วิธีถามนี้ทำให้คำถามยังเปิดกว้างโดยไม่บังคับให้สรุปขั้นสุดท้าย

แบบฝึกหัด

คำถามใดใช้ถามปฏิกิริยาเบื้องต้นขณะที่การสนทนายังดำเนินอยู่

  1. What's your final decision?
  2. What's your response so far?
  3. What was your response before the discussion?
ดูคำตอบ

What's your response so far?

Were you expecting Ghislaine to see some kind of smoking gun, โน้ต

2:16

คุณคาดหวังไหม จิสเลน ที่จะได้เห็นหลักฐานชิ้นสำคัญบางอย่าง

ไวยากรณ์

expect someone to do something: คาดว่าใครบางคนจะทำบางสิ่ง

โครงสร้าง expect + กรรม + to + คำกริยา หมายความว่าคุณเชื่อว่ากรรมนั้นจะเป็นผู้ทำการกระทำ ในประโยคนี้ Ghislaine เป็นกรรมของ expecting และเป็นคนที่จะเห็นหลักฐาน Were you expecting...? ใช้ถามว่านั่นเป็นสิ่งที่ผู้ฟังคาดไว้ในเวลานั้นหรือไม่ จุดสำคัญคือผู้ฟังคาดว่า Ghislaine จะทำอะไร

แบบฝึกหัด

ใช้ expected, Leo และ arrive ตามโครงสร้างเป้าหมายเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We ____ before lunch.

ดูคำตอบ

expected Leo to arrive

วลี

some kind of + คำนาม: ไม่ระบุประเภทให้แน่ชัด

some kind of + คำนาม หมายถึงสิ่งนั้นบางประเภทโดยไม่ได้ระบุประเภทให้แน่ชัด ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้บอกว่าหลักฐานเด็ดขาดนั้นมีรูปแบบใดแน่นอน วลีนี้จึงเปิดกว้างว่าหลักฐานที่เป็นไปได้อาจเป็นแบบใด ในคำถามและการคาดเดา some kind of ช่วยให้คำบรรยายฟังดูไม่เจาะจงมากนัก วลีนี้ไม่ได้แสดงว่าหลักฐานมีอยู่จริง แต่เพียงเสนอความเป็นไปได้โดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

some kind of ในประโยค “The device needs some kind of protective cover” หมายความว่าอะไร

  1. ฝาครอบป้องกันที่เหมือนกันหลายชิ้น
  2. ฝาครอบป้องกันประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ระบุให้ชัด
  3. ฝาครอบป้องกันรุ่นที่ระบุชื่อไว้อย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

ฝาครอบป้องกันประเภทหนึ่งที่ไม่ได้ระบุให้ชัด

some kind of link that would say,

2:19

ความเชื่อมโยงบางอย่างที่จะบอกว่า

"Here we are,

2:20

"นี่ไง,

here are the harms"?

2:20

นี่คืออันตราย"?

Not really, น้ำเสียง/เจตนา

2:22

ไม่เชิงค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Not really: คำตอบปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

Not really เป็นคำตอบปฏิเสธแบบนุ่มนวล ในที่นี้หมายถึง “ไม่เชิง” “ไม่ค่อย” หรือพูดง่าย ๆ ว่า “จริง ๆ แล้วไม่ใช่” ใช้แก้ข้อสันนิษฐานที่อยู่ในคำถามของอีกฝ่าย โดยไม่ฟังตรงหรือแข็งเท่าการตอบเพียง No ให้เข้าใจ Not really เป็นคำตอบที่ใช้กันทั่วไปทั้งวลี โดย really ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “อย่างตรงกับความจริง” วลีนี้เปิดทางให้ผู้พูดตามด้วยเหตุผลหรือคำอธิบายที่แม่นยำกว่าได้

แบบฝึกหัด

มีคนถามว่า “Did you enjoy the entire film?” คำตอบใดปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แต่แสดงว่าคำตอบไม่ได้เป็น no แบบเด็ดขาด?

  1. Not really. I liked the ending, though.
  2. No. I disliked every minute.
  3. I'm not sure. I haven't seen it yet.
ดูคำตอบ

Not really. I liked the ending, though.

because I think we're at a point where teenagers are much more savvy than many adults think. โน้ต

2:23

เพราะฉันคิดว่าเราอยู่ในจุดที่วัยรุ่นรู้เท่าทันมากกว่าที่ผู้ใหญ่หลายคนคิดไว้เยอะ

วลี

we're at a point where: การบอกขั้นของสถานการณ์

โครงสร้าง be at a point where หมายถึง “มาถึงขั้นที่...” ในการใช้นี้ point หมายถึงขั้นหนึ่งในกระบวนการหรือสถานการณ์ ไม่ใช่จุดที่เป็นสถานที่จริง where นำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์เพื่อบอกว่าสิ่งใดเป็นจริงในขั้นนั้น ในประโยคนี้ การที่วัยรุ่นเข้าใจเทคโนโลยีมากกว่าที่ผู้ใหญ่หลายคนคาดไว้ถูกนำเสนอเป็นลักษณะของขั้นปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “อยู่ในขั้นที่”: The project is ____ we need outside help.

ดูคำตอบ

at a point where

ไวยากรณ์

much more savvy than many adults think: รู้เท่าทันมากกว่าที่ผู้ใหญ่หลายคนคิดไว้มาก

ในประโยคนี้ savvy หมายถึงการมีความรู้เชิงปฏิบัติและวิจารณญาณที่ดีเกี่ยวกับวิธีที่สิ่งต่าง ๆ ทำงาน ประโยคนี้บอกว่าวัยรุ่นรู้และจัดการเรื่องต่าง ๆ ได้ดีกว่าที่ผู้ใหญ่ประเมินไว้ ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าพวกเขาฉลาดโดยทั่วไป more ... than ... ใช้สร้างการเปรียบเทียบ และ much ขยาย more เพื่อแสดงว่าความแตกต่างมีมาก ส่วน than many adults think เปรียบเทียบระดับความเข้าใจจริงของวัยรุ่นกับระดับที่ต่ำกว่าซึ่งผู้ใหญ่หลายคนคิดไว้ ไม่ได้เปรียบเทียบทักษะของวัยรุ่นกับผู้ใหญ่โดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าความรู้เชิงปฏิบัติด้านความปลอดภัยออนไลน์ของพนักงานฝึกงานสูงกว่าความคาดหมายของผู้จัดการอย่างมาก

  1. The new interns are much more savvy about online safety than their managers.
  2. The managers expected the new interns to be much more savvy about online safety.
  3. The new interns are much more savvy about online safety than their managers expected.
ดูคำตอบ

The new interns are much more savvy about online safety than their managers expected.

So,

2:27

ดังนั้น

you know,

2:28

คุณก็รู้

we are at risk, all of us as journalists and research community

2:28

พวกเราทุกคนทั้งในฐานะนักข่าวและแวดวงนักวิจัยมีความเสี่ยง

to assume maybe this is much more terrible problem than we understand,

2:31

ที่จะทึกทักเอาว่าบางทีนี่อาจเป็นปัญหาที่เลวร้ายกว่าที่เราเข้าใจ

because if I know about teenagers around me,

2:36

เพราะถ้ารู้จักวัยรุ่นรอบๆ ตัวฉัน

and one thing that they do all have is app blockers on their sites, ไวยากรณ์

2:38

และสิ่งหนึ่งที่พวกเขาทุกคนมีก็คือตัวบล็อกแอปพลิเคชันบนเว็บไซต์ของพวกเขา

ไวยากรณ์

thing that they do all have is app blockers: เน้นข้อเท็จจริงร่วมด้วย do

กรอบหลักคือ one thing that ... is ... โดยยกข้อเท็จจริงร่วมหนึ่งอย่างขึ้นมาก่อน แล้วระบุหลัง is ว่าข้อเท็จจริงนั้นคือ app blockers วิธีนี้ช่วยให้ผู้พูดเน้นประเด็นที่แน่นอนหนึ่งประเด็นท่ามกลางรายละเอียดอื่น ๆ ในอนุประโยค that คำว่า do ใช้เพื่อเน้นคำยืนยัน โดย they do all have หมายถึงพวกเขาทุกคนมีสิ่งนั้นจริง ๆ หรือมีอย่างแน่นอน ส่วน all แสดงว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มรวมอยู่ด้วย หากเป็นการบอกอย่างเป็นกลาง สามารถพูดเพียง they all have ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรอบเน้นประเด็นและ do เพื่อเน้นข้อเท็จจริงร่วมได้อย่างถูกต้อง

  1. One thing that they do all shares is a concern about privacy.
  2. One thing that they do all share is a concern about privacy.
  3. One thing that do they all share is a concern about privacy.
ดูคำตอบ

One thing that they do all share is a concern about privacy.

and they are actually quite aware of the addiction problems, วลี

2:42

และที่จริงพวกเขาตระหนักดีถึงปัญหาการเสพติด

วลี

are actually quite aware of: จริง ๆ แล้วตระหนักดีพอสมควร

be aware of หมายถึงรู้ว่าบางสิ่งมีอยู่หรือเข้าใจว่าสิ่งนั้นสำคัญ ตามด้วยคำนามหรือนามวลี ซึ่งในประโยคนี้คือ the addiction problems คำว่า aware สื่อถึงความรู้หรือการตระหนักรู้ ไม่ได้หมายถึงการตื่นอยู่ actually แสดงว่าความจริงอาจต่างจากที่บางคนคาดไว้ ส่วน quite เพิ่มระดับความมาก ดังนั้น are actually quite aware of จึงหมายถึงพวกเขาเข้าใจปัญหานั้นค่อนข้างดีจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าคนในพื้นที่เข้าใจความเสี่ยงจากน้ำท่วมค่อนข้างดีจริง ๆ

  1. Local residents actually quite aware about the flood risk.
  2. Local residents are actually quite awake of the flood risk.
  3. Local residents are actually quite aware of the flood risk.
ดูคำตอบ

Local residents are actually quite aware of the flood risk.

the design,

2:45

พวกการออกแบบ

you know,

2:45

คุณก็รู้

designed for addiction.

2:46

ที่ถูกออกแบบมาเพื่อให้เสพติด

Many people assume that social media harms teenagers.

2:49

หลายคนทึกทักไปเองว่าโซเชียลมีเดียทำร้ายวัยรุ่น

So, Gareth asks Ghislaine whether she was expecting to find a smoking gun in the report. สำนวน

2:53

ดังนั้น แกเร็ธจึงถามจิสเลนว่า เธอคาดหวังว่าจะได้พบหลักฐานสำคัญ (smoking gun) ในรายงานหรือไม่

สำนวน

a smoking gun: หลักฐานชี้ขาด

a smoking gun เป็นสำนวนที่หมายถึงหลักฐานซึ่งพิสูจน์ข้อกล่าวอ้างสำคัญได้อย่างหนักแน่นและตรงไปตรงมา โดยมักแสดงว่าใครเป็นผู้รับผิดชอบหรือมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นจริง หลักฐานชนิดนี้หนักแน่นกว่าเบาะแสทั่วไปมาก ในคำถามนี้ find a smoking gun in the report หมายถึงการพบหลักฐานชี้ขาดที่พิสูจน์ข้อกล่าวอ้างซึ่งกำลังตรวจสอบอยู่ ไม่ได้หมายถึงการพบปืนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งแสดงการจ่ายเงินที่ผิดปกติ แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่ามีการฉ้อโกง ตัวเลือกใดอธิบายหลักฐานนี้ได้ดีที่สุด

  1. นี่คือหลักฐานชี้ขาด (a smoking gun) เพราะรายละเอียดที่ผิดปกติทุกอย่างถือเป็นข้อยุติ
  2. นี่คือสัญญาณเตือน (a red flag) ไม่ใช่หลักฐานชี้ขาด (a smoking gun)
  3. นี่ไม่ใช่ทั้งหลักฐานและเหตุผลที่จะสืบสวน
ดูคำตอบ

นี่คือสัญญาณเตือน (a red flag) ไม่ใช่หลักฐานชี้ขาด (a smoking gun)

The expression a smoking gun means evidence that proves something is true.

2:58

สำนวน a smoking gun หมายถึง หลักฐานที่พิสูจน์ว่าบางสิ่งเป็นความจริง

For example,

3:04

ตัวอย่างเช่น

evidence proving that technology is harmful to young people.

3:05

หลักฐานที่พิสูจน์ว่าเทคโนโลยีเป็นอันตรายต่อเยาวชน

But Ghislaine doesn't think this is true.

3:09

แต่จิสเลนไม่คิดว่านี่เป็นความจริง

Actually,

3:12

อันที่จริง

she calls teenagers savvy, ไวยากรณ์

3:12

เธอเรียกวัยรุ่นว่า savvy (มีความรู้และรู้เท่าทัน)

meaning that they have practical knowledge of technology and a good understanding of how to use it. วลี

3:14

ซึ่งหมายความว่าพวกเขามีความรู้เชิงปฏิบัติเกี่ยวกับเทคโนโลยีและเข้าใจวิธีการใช้งานได้เป็นอย่างดี

ไวยากรณ์

call + กรรม + คำคุณศัพท์ ใน she calls teenagers savvy

โครงสร้าง call + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงการบรรยายหรือตัดสินว่ากรรมนั้นมีลักษณะดังกล่าว ใน she calls teenagers savvy คำว่า teenagers เป็นกรรม และ savvy เป็นส่วนเติมเต็มของกรรมที่บรรยายลักษณะของพวกเขา call ในที่นี้หมายถึง “บรรยายว่า” หรือ “เรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์” ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการถ่ายทอดว่าใครประเมินบุคคลหรือสิ่งหนึ่งไว้อย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ call + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อถ่ายทอดการประเมินได้ถูกต้อง

  1. The review calls to the new design practical.
  2. The review calls the new design practical.
  3. The review calls practical is the new design.
ดูคำตอบ

The review calls the new design practical.

วลี

practical knowledge of ... และ a good understanding of ...

ประโยคนี้เชื่อมกลุ่มคำนามสองกลุ่มหลัง have ได้แก่ practical knowledge of technology และ a good understanding of how to use it โดย knowledge of และ understanding of เป็นรูปแบบมาตรฐาน ส่วน how to use it ระบุทักษะที่เข้าใจ Practical knowledge คือความรู้ที่นำไปใช้กับงานจริงได้ ไม่ใช่เพียงข้อเท็จจริงหรือทฤษฎี สองวลีนี้เมื่อใช้ร่วมกันจึงแสดงทั้งความรู้ที่ใช้ได้จริงและความเข้าใจที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบมาตรฐานอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกทั้งความรู้ที่นำไปใช้ได้และความเข้าใจที่ชัดเจน

  1. She has a practical knowledge to coding and good understanding how websites work.
  2. She has practical knowledge about coding and a good understand of websites work.
  3. She has practical knowledge of coding and a good understanding of how websites work.
ดูคำตอบ

She has practical knowledge of coding and a good understanding of how websites work.

One example of teenagers being technologically savvy is their use of app blockers, การใช้คำ

3:20

ตัวอย่างหนึ่งที่วัยรุ่นรู้เท่าทันเทคโนโลยีก็คือการที่พวกเขาใช้ตัวบล็อกแอป

การใช้คำ

technologically savvy: มีทักษะใช้เทคโนโลยีในทางปฏิบัติ

ในวลี technologically savvy คำว่า technologically ระบุว่าสิ่งที่บุคคลนั้นเชี่ยวชาญคือด้านเทคโนโลยี วลีนี้หมายถึงการมีความรู้เชิงปฏิบัติและวิจารณญาณที่ดีเกี่ยวกับเทคโนโลยี รวมทั้งรู้วิธีใช้เทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ ในประโยคนี้ การใช้ตัวบล็อกแอปถูกยกเป็นหลักฐานของทักษะเชิงปฏิบัติดังกล่าว savvy ไม่ได้หมายเพียงว่า “ฉลาด” และไม่ได้แปลว่าต้องผ่านการฝึกอบรมด้านคอมพิวเตอร์อย่างมืออาชีพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าคนคนหนึ่ง technologically savvy?

  1. My aunt is technologically savvy because she knows that smartphones exist.
  2. My aunt is technologically savvy; she sets up secure home networks and fixes device problems herself.
  3. My aunt is technologically savvy, but she refuses to learn how any device works.
ดูคำตอบ

My aunt is technologically savvy; she sets up secure home networks and fixes device problems herself.

software that prevents unwanted apps and websites from popping up ไวยากรณ์

3:26

ซึ่งเป็นซอฟต์แวร์ที่ป้องกันไม่ให้แอปและเว็บไซต์ที่ไม่ต้องการเด้งขึ้นมา

ไวยากรณ์

prevent X from doing: ป้องกันไม่ให้แอปเด้งขึ้นมา

Prevent X from doing หมายถึงการทำให้การกระทำหนึ่งไม่เกิดขึ้น ในประโยคนี้ X คือ unwanted apps and websites และการกระทำที่ถูกป้องกันคือ popping up โครงสร้างคือ prevent + กรรม + from + กริยา-ing ในที่นี้ pop up หมายถึงปรากฏขึ้นอย่างกะทันหันบนหน้าจอ ดังนั้นซอฟต์แวร์จึงป้องกันไม่ให้แอปและเว็บไซต์เหล่านั้นปรากฏขึ้นโดยไม่คาดคิด

แบบฝึกหัด

ใช้ prevents, children และ from เพื่อเติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: The safety lock ____ opening the cabinet.

ดูคำตอบ

prevents children from

and allows users to set timers which limit screen time. โน้ต

3:30

และช่วยให้ผู้ใช้ตั้งเวลาซึ่งจำกัดเวลาการใช้หน้าจอได้

วลี

allows users to set timers: โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive

ใน allows users to set timers คำว่า allow ใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive โดย users เป็นกรรมที่ระบุผู้ที่สามารถลงมือทำ และ to set ระบุการกระทำที่บุคคลเหล่านั้นสามารถทำได้ ในคำอธิบายผลิตภัณฑ์ โครงสร้างนี้มักใช้บอกว่าฟีเจอร์หนึ่งทำให้ผู้ใช้ทำอะไรได้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงคนหนึ่งให้สิทธิ์ส่วนตัวแก่อีกคนหนึ่งเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ allow + กรรม + to-infinitive และคำในวงเล็บเติมประโยคให้สมบูรณ์: The parental-control app ____ bedtime limits. (parents / set)

ดูคำตอบ

allows parents to set

การใช้คำ

limit screen time: ควบคุมระยะเวลาการใช้อุปกรณ์ที่มีหน้าจอ

screen time คือระยะเวลาที่ใช้มองหรือใช้อุปกรณ์ที่มีหน้าจอ เช่น โทรศัพท์ แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรือเครื่องเล่นเกม ส่วน limit screen time หมายถึงการควบคุมหรือลดระยะเวลาดังกล่าว ในประโยคนี้ ตัวจับเวลาจะจำกัดระยะเวลาที่ผู้ใช้ใช้อุปกรณ์เหล่านั้น screen time ไม่ได้หมายถึงนาฬิกาหรือเวลาที่แสดงอยู่บนหน้าจอ

แบบฝึกหัด

limit screen time ในประโยค "We limit screen time before bed" หมายความว่าอะไร

  1. เปลี่ยนเวลานาฬิกาที่แสดงบนอุปกรณ์
  2. ทำให้หน้าจอจริงมีขนาดเล็กลง
  3. ลดหรือควบคุมเวลาที่ใช้กับอุปกรณ์ที่มีหน้าจอ
ดูคำตอบ

ลดหรือควบคุมเวลาที่ใช้กับอุปกรณ์ที่มีหน้าจอ

And reducing screen time is important because nowadays most video games and social media are designed for addiction, โน้ต

3:35

และการลดเวลาใช้หน้าจอเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทุกวันนี้วิดีโอเกมและโซเชียลมีเดียส่วนใหญ่ออกแบบมาให้เสพติด

ไวยากรณ์

reducing screen time: การใช้วลี V-ing เป็นประธาน

reducing screen time เป็นวลีคำนามรูป V-ing วลีทั้งหมดใช้เรียกกิจกรรมการลดเวลาอยู่หน้าจอและทำหน้าที่เป็นประธานของประโยค เมื่อมองกิจกรรมนี้เป็นแนวคิดเดียว จึงใช้กริยาเอกพจน์ is วลี V-ing สามารถวางไว้ต้นประโยคเป็นประธาน เพื่อพูดว่ากิจกรรมหนึ่งสำคัญ มีประโยชน์ ยาก หรือเป็นอันตรายหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ โดยเปลี่ยน reduce screen time ให้เป็นประธานรูป V-ing: ____ is important for healthy sleep.

ดูคำตอบ

Reducing screen time

การใช้คำ

are designed for addiction: ข้อวิจารณ์อย่างแรงต่อการออกแบบที่ทำให้เสพติด

ในประโยคนี้ are designed for addiction หมายความว่าเกมและแพลตฟอร์มถูกสร้างขึ้นในแบบที่กระตุ้นหรือทำให้การใช้งานแบบเสพติดดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายความว่าเป็นบริการที่สร้างขึ้นสำหรับผู้ที่มีอาการเสพติดอยู่แล้ว ถ้อยคำแบบย่อนี้นำเสนอว่าการเสพติดเป็นผลที่การออกแบบส่งเสริม จึงฟังดูเป็นการวิจารณ์ และอาจสื่อว่าผลนั้นเกิดขึ้นโดยตั้งใจ ไม่ใช่เพียงเรื่องบังเอิญ

แบบฝึกหัด

are designed for addiction ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นสร้างขึ้นเพื่อรักษาอาการเสพติด
  2. ผลิตภัณฑ์เหล่านั้นมีไว้สำหรับผู้ที่มีอาการเสพติดอยู่แล้วเท่านั้น
  3. การออกแบบของผลิตภัณฑ์กระตุ้นหรือทำให้การใช้งานแบบเสพติดดำเนินต่อไป
ดูคำตอบ

การออกแบบของผลิตภัณฑ์กระตุ้นหรือทำให้การใช้งานแบบเสพติดดำเนินต่อไป

intended to manipulate human psychology to make the user want to keep playing. โน้ต

3:42

โดยตั้งใจที่จะควบคุมจิตวิทยาของมนุษย์เพื่อให้ผู้ใช้อยากเล่นต่อไปเรื่อยๆ

การใช้คำ

intended to manipulate human psychology: ถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมจิตใจมนุษย์

intended to + คำกริยา ใช้บอกจุดประสงค์ที่บางสิ่งถูกออกแบบมา ใน intended to manipulate... วลี manipulate human psychology หมายถึงการจงใจใช้วิธีที่ผู้คนคิดและรู้สึกเพื่อชี้นำพฤติกรรมของพวกเขา manipulate มีน้ำเสียงแรงและเป็นเชิงวิจารณ์มากกว่า influence โดยสื่อถึงการควบคุมหรือเอาเปรียบ ซึ่งผู้ถูกกระทำมักไม่รู้ตัวอย่างเต็มที่ ในที่นี้เป้าหมายคือทำให้ผู้ใช้มีส่วนร่วมต่อไป

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย manipulate human psychology ในที่นี้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. หมายถึงการช่วยให้ผู้ใช้แสดงความรู้สึกอย่างเปิดเผยมากขึ้น
  2. หมายถึงการสอนผู้ใช้เกี่ยวกับศาสตร์ที่ศึกษาจิตใจ
  3. หมายถึงการจงใจใช้ปฏิกิริยาทางจิตวิทยาเพื่อควบคุมหรือชี้นำพฤติกรรม
ดูคำตอบ

หมายถึงการจงใจใช้ปฏิกิริยาทางจิตวิทยาเพื่อควบคุมหรือชี้นำพฤติกรรม

ไวยากรณ์

make the user want to keep playing: ทำให้ผู้ใช้อยากเล่นต่อ

ตรงนี้ make หมายถึงทำให้บางอย่างเกิดขึ้น ไม่ใช่สร้าง โครงสร้างคือ make + คนหรือสิ่งของ + กริยารูปพื้นฐาน: make the user want... จึงไม่ใส่ to หน้า want ภายในโครงสร้างนี้ want ตามด้วย to + กริยา ส่วน keep ตามด้วยรูป -ing: want to keep playing ส่วน to ตัวแรกใน to make... ใช้บอกจุดประสงค์ คือทำให้ผู้ใช้อยากเล่นต่อ

แบบฝึกหัด

ใช้ make, users, want, to และ keep เพื่อเติมโครงสร้างเป้าหมายให้สมบูรณ์: The reward system is designed to ____ playing.

ดูคำตอบ

make users want to keep

But it seems that today's adolescents are savvy enough to know how to use electronic devices sensibly. ไวยากรณ์

3:47

แต่ดูเหมือนว่าวัยรุ่นปัจจุบันจะรู้เท่าทันพอที่จะรู้วิธีใช้อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์อย่างมีเหตุผล

ไวยากรณ์

savvy enough to know: adjective + enough + to + verb

ใน are savvy enough to know คำว่า savvy หมายถึงมีความรู้และใช้ความรู้นั้นได้จริง โดยเฉพาะเรื่องการใช้เทคโนโลยี วลีนี้บอกว่าความเข้าใจของวัยรุ่นมีมากถึงระดับที่ทำให้พวกเขารู้วิธีใช้อุปกรณ์อย่างเหมาะสม โครงสร้างคือ adjective + enough + to + verb โดย enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ และ to-infinitive บอกการกระทำที่ระดับนั้นทำให้เป็นไปได้ เช่น savvy enough to know

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างคำคุณศัพท์ที่สร้างจาก savvy: Lena is ____ choose a safe online payment method by herself.

ดูคำตอบ

savvy enough to

How else can we explain the fact that, ลำดับความ

3:54

ไม่อย่างนั้นเราจะอธิบายความจริงที่ว่า

ลำดับความ

How else can we explain the fact that...?: การให้เหตุผลด้วยคำถามเชิงวาทศิลป์

How else can we explain the fact that...? มักเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ แทนที่จะถามอย่างเป็นกลางถึงสาเหตุที่เป็นไปได้หลายข้อ ผู้พูดกำลังสื่อว่าคำอธิบายที่เสนอไปแล้วน่าเชื่อถือที่สุด หรืออาจเป็นคำอธิบายเดียวที่สมเหตุสมผล กรอบนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดย How else ท้าทายให้ผู้ฟังหาคำอธิบายอื่น ส่วน the fact that ใช้นำเสนอหลักฐานที่ต้องอธิบาย ดังนั้นรูปคำถามจึงช่วยเดินหน้าเหตุผลโดยไม่จำเป็นต้องรอคำตอบ

แบบฝึกหัด

How else can we explain the fact that...? มักทำหน้าที่อะไรในข้อโต้แย้ง

  1. ถามความหมายตามพจนานุกรมของคำว่า fact
  2. เชิญให้เสนอคำอธิบายที่ไม่เกี่ยวข้องกันได้ไม่จำกัดอย่างเป็นกลาง
  3. นำเสนอหลักฐานเพื่อสนับสนุนและสื่อว่าคำอธิบายของผู้พูดหาอย่างอื่นมาแทนได้ยาก
ดูคำตอบ

นำเสนอหลักฐานเพื่อสนับสนุนและสื่อว่าคำอธิบายของผู้พูดหาอย่างอื่นมาแทนได้ยาก

according to this research, วลี

3:56

ตามงานวิจัยนี้

there's no clear link between using tech and mental health problems?

3:57

ไม่มีความเชื่อมโยงที่ชัดเจนระหว่างการใช้เทคโนโลยีกับปัญหาสุขภาพจิตได้อย่างไรล่ะ?

วลี

according to this research: การระบุแหล่งที่มาของข้อมูล

According to this research หมายถึง “จากงานวิจัยนี้” โดยบอกว่างานวิจัยนั้นเป็นแหล่งที่มาของข้อความที่ตามมา according to ใช้นำหน้าแหล่งข้อมูลภายนอก เช่น งานวิจัย รายงาน กฎ หรือบุคคล วลีนี้บอกว่าหลักฐานหรือคำกล่าวที่นำมาสรุปมาจากใครหรือแหล่งใด ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดได้พิสูจน์ข้อความนั้นด้วยตนเองแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ according to อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อระบุแหล่งข้อมูลภายนอก

  1. According to the weather report, the storm will arrive tonight.
  2. According to me, blue is the best color.
  3. The storm is according to arrive tonight.
ดูคำตอบ

According to the weather report, the storm will arrive tonight.

Yes,

4:02

ใช่

that's certainly the view of the research team leader,

4:03

นั่นเป็นมุมมองของหัวหน้าทีมวิจัยอย่างแน่นอน

Dr. Matti Vuorre.

4:05

ดร. มัตติ วูออร์เร

Here he is speaking with BBC World Service program Digital Planet

4:07

นี่คือตอนที่เขากำลังพูดคุยกับรายการ Digital Planet ของบีบีซี เวิลด์ เซอร์วิส

about an interesting and very modern term.

4:11

เกี่ยวกับคำศัพท์ที่น่าสนใจและทันสมัยมากๆ

See if you can hear it.

4:14

ลองฟังดูว่าคุณจะได้ยินไหม

We often hear the term digital native. วัฒนธรรม

4:17

เรามักได้ยินคำว่า ชนพื้นเมืองดิจิทัล (digital native)

วัฒนธรรม

digital native: ผู้ที่เติบโตมากับเทคโนโลยีดิจิทัล

digital native คือผู้ที่เติบโตมาในโลกที่คอมพิวเตอร์ อินเทอร์เน็ต และเทคโนโลยีดิจิทัลอื่น ๆ เป็นสิ่งที่พบได้ทั่วไป คำนี้มักปรากฏในการพูดคุยเรื่องการศึกษา เทคโนโลยี และคนต่างรุ่น คำนี้อธิบายสภาพแวดล้อมในช่วงที่บุคคลเติบโตขึ้นมา ไม่ได้รับประกันระดับทักษะ digital native อาจยังต้องการความช่วยเหลือเรื่องซอฟต์แวร์ ความปลอดภัยออนไลน์ หรือการประเมินข้อมูล

แบบฝึกหัด

digital native โดยทั่วไปหมายถึงใคร

  1. ผู้ที่เกิดภายในบริษัทเทคโนโลยี
  2. ผู้ที่เติบโตมาท่ามกลางเทคโนโลยีดิจิทัล
  3. ผู้ที่มีอาชีพซ่อมเครื่องจักรเก่า
ดูคำตอบ

ผู้ที่เติบโตมาท่ามกลางเทคโนโลยีดิจิทัล

Um, you know,

4:19

อืม คุณก็รู้

you grow up with a device in your hand almost, กริยาวลี

4:20

คุณเติบโตมาโดยมีอุปกรณ์ในมือแทบจะตลอดเวลา

กริยาวลี

grow up with: เติบโตมากับคน สิ่งของ หรือสภาพแวดล้อม

Grow up หมายถึงการใช้ชีวิตในวัยเด็กและเติบโตเป็นผู้ใหญ่ ส่วน grow up with something หมายถึงสิ่งนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสภาพแวดล้อมในวัยเด็กอยู่เป็นประจำ ในที่นี้อุปกรณ์ถูกนำเสนอว่าอยู่ในชีวิตมาตั้งแต่อายุยังน้อย และแทบจะอยู่ในมือตลอดเวลา หลัง with สามารถตามด้วยคน สิ่งของ หรืออิทธิพลที่กว้างขึ้นได้ เช่น grow up with two sisters, grow up with books หรือ grow up with the internet เมื่อใช้กับคน มักหมายถึงใช้ชีวิตวัยเด็กมาด้วยกัน ส่วนเมื่อใช้กับสิ่งของ หมายถึงได้สัมผัสสิ่งนั้นเป็นประจำตลอดหลายปี ไม่ได้หมายความว่าสิ่งของนั้นเลี้ยงดูเราจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ grow up with: Mina ____ dogs and is very comfortable around them.

ดูคำตอบ

grew up with

um, and then it's not a surprise that you are, วลี

4:23

อืม แล้วก็ไม่น่าแปลกใจเลยที่คุณจะ

วลี

it's not a surprise that: นำเสนอผลลัพธ์ที่คาดหมายได้

It's not a surprise that... หมายความว่าข้อเท็จจริงในอนุประโยคที่ตามมาเป็นสิ่งที่คาดหมายได้หรืออธิบายได้ง่าย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเชื่อมเหตุผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลลัพธ์ที่ดูสมเหตุสมผล surprise ในที่นี้เป็นคำนามนับได้ จึงใช้รูป a surprise หลัง that จะตามด้วยอนุประโยคที่มีประธานและกริยาของตัวเอง: It's not a surprise that + ประธาน + กริยา

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจากสำนวน It's not a surprise that ให้สมบูรณ์: It's ____ Elena knows the trail; she hikes there every weekend.

ดูคำตอบ

not a surprise that

uh, skilled in using those technologies to your benefit. วลี

4:26

เอ่อ มีทักษะในการใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นให้เป็นประโยชน์กับคุณ

วลี

skilled in using ... to your benefit: เก่งในการใช้บางสิ่งให้เกิดประโยชน์กับตนเอง

skilled in + คำกริยารูป -ing หมายถึงมีความสามารถที่ชำนาญในการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ in เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำที่ตามมาจึงเป็น using ไม่ใช่ use หรือ to use to your benefit หมายถึง “โดยให้ผลที่เป็นประโยชน์ต่อคุณ” ส่วนนี้บอกผลของการใช้อย่างชำนาญว่า บุคคลนั้นสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านั้นเพื่อสร้างข้อได้เปรียบหรือช่วยให้ตนเองบรรลุเป้าหมายได้ คำว่า your ระบุว่าผู้ได้รับประโยชน์คือ “คุณ”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย skilled in + -ing ... to someone's benefit: Ava knows how to make study apps work for her. Ava is ____ study apps ____.

ดูคำตอบ

skilled in using · to her benefit

Did you hear the expression Dr. Vuorre used,

4:32

คุณได้ยินสำนวนที่ ดร. วูออร์เร ใช้ไหม

Sam?

4:34

แซม?

Yes, he called teenagers digital natives,

4:35

ใช่ เขาเรียกวัยรุ่นว่า ชนพื้นเมืองดิจิทัล (digital natives)

meaning someone who is very familiar and comfortable using computers and digital technology วลี

4:38

หมายถึงผู้ที่คุ้นเคยและใช้งานคอมพิวเตอร์รวมถึงเทคโนโลยีดิจิทัลได้อย่างคล่องแคล่ว

because they've grown up with them.

4:44

เพราะพวกเขาเติบโตมากับมัน

วลี

very familiar and comfortable using ...: คุ้นเคยเป็นอย่างดีและใช้งานได้อย่างสบายใจ

familiar และ comfortable ในที่นี้อธิบายสองด้านที่เกี่ยวข้องกันแต่ไม่เหมือนกัน familiar หมายถึงบุคคลนั้นรู้จักคอมพิวเตอร์และเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอย่างดีอยู่แล้ว ส่วน comfortable using หมายถึงสามารถใช้งานได้โดยไม่รู้สึกไม่มั่นใจหรืออึดอัด ในสำนวนนี้ familiar อยู่ได้โดยไม่ต้องมีส่วนเติมเต็มเพราะหัวข้อชัดเจนอยู่แล้ว ขณะที่ using computers and digital technology เติมความหมายให้ comfortable หากต้องการเขียนโครงสร้างให้ครบอย่างชัดเจน ให้ใช้รูปแบบทั่วไป be familiar with something และ be comfortable doing something: She is familiar with the software and comfortable using it.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบที่เป็นธรรมชาติของ familiar และ comfortable: Priya is very ____ the editing app and ____ using it on her own.

ดูคำตอบ

familiar with · comfortable

So,

4:46

ดังนั้น

maybe there are benefits to spending hours looking at screens after all. โน้ต

4:47

บางทีการใช้เวลาจ้องหน้าจอนานหลายชั่วโมงอาจมีข้อดีอยู่บ้างก็เป็นได้

ไวยากรณ์

benefits to spending: โครงสร้าง benefits to + รูป -ing

โครงสร้าง benefits to + คำนามหรือรูป -ing ใช้บอกข้อดีที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมหนึ่ง ๆ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท จึงต้องใช้กริยารูป -ing คือ spending ส่วน benefits to spend ไม่ถูกต้องในโครงสร้างนี้ วลี spending hours looking at screens ทั้งหมดหมายถึงกิจกรรม “การใช้เวลาหลายชั่วโมงมองหน้าจอ” และประโยคกำลังกล่าวถึงข้อดีที่กิจกรรมนี้อาจมี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take: There are benefits to ____ short breaks during long study sessions.

ดูคำตอบ

taking

วลี

after all: การทบทวนความคิดเดิมใหม่

after all ที่ท้ายประโยคนี้แสดงข้อสรุปที่เกิดจากการทบทวนความคิดใหม่ ผู้พูดเคยมีเหตุผลให้คิดว่าการใช้หน้าจอนาน ๆ มีแต่ผลเสีย แต่ตอนนี้ยอมรับว่าอาจมีข้อดีด้วย after all จึงเพิ่มความหมายว่า “แม้จะต่างจากที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ แต่สิ่งนี้อาจเป็นจริง” เมื่ออยู่ในตำแหน่งอื่น after all อาจใช้เกริ่นเหตุผลสนับสนุนได้ เช่น After all, we have already paid. แต่ในประโยคนี้ after all อยู่ท้ายประโยคและความคิดของผู้พูดเปลี่ยนไป จึงมีความหมายหลักเป็นข้อสรุปที่ทบทวนใหม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ after all เพื่อแสดงข้อสรุปที่เกิดจากการทบทวนความคิดใหม่

  1. We compared three routes and took the train in the end.
  2. I thought the plan was too costly, but it may work after all.
  3. After all, we have already paid for the tickets.
ดูคำตอบ

I thought the plan was too costly, but it may work after all.

In my quiz question,

4:51

ในคำถามควิซของผม

I asked Sam about the average daily screen time for British teenagers. การใช้คำ

4:52

ผมถามแซมเกี่ยวกับเวลาเฉลี่ยรายวันที่วัยรุ่นอังกฤษใช้หน้าจอ

การใช้คำ

average daily screen time: เวลาเฉลี่ยต่อวัน

Average daily screen time หมายถึงระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้หน้าจอในแต่ละวัน คำนามหลักคือ screen time ส่วน daily กำหนดให้หนึ่งวันเป็นหน่วยวัด และ average แสดงว่าตัวเลขนั้นคำนวณจากหลายคน หลายวัน หรือทั้งสองอย่าง วลีนี้พบได้บ่อยในการสำรวจและการพูดคุยเรื่องสุขภาพ ในที่นี้ daily ไม่ได้หมายถึงเวลาตามนาฬิกาในวันใดวันหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ในการสำรวจ average daily screen time วัดอะไร?

  1. เวลาที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอทั่วไป
  2. จำนวนหน้าจอโดยเฉลี่ยที่ซื้อในแต่ละวัน
  3. ระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้หน้าจอในแต่ละวัน
ดูคำตอบ

ระยะเวลาเฉลี่ยที่ใช้หน้าจอในแต่ละวัน

I said it was B,

4:57

ผมบอกว่ามันคือข้อ B

6 and a half hours.

4:58

6 ชั่วโมงครึ่ง

Which was the correct answer.

5:00

ซึ่งนั่นเป็นคำตอบที่ถูกต้อง

Very savvy of you, Sam. น้ำเสียง/เจตนา

5:01

รู้เท่าทันมากเลยนะ แซม

น้ำเสียง/เจตนา

Very savvy of you: การชมการตัดสินใจที่ฉลาด

Very savvy of you เป็นคำพูดแบบย่อที่มีความหมายใกล้กับ That was very savvy of you โครงสร้าง adjective + of you ใช้ประเมินสิ่งที่อีกฝ่ายทำ โดย savvy ในที่นี้หมายถึงฉลาดและมีความรู้เชิงปฏิบัติ ในบริบทนี้ ผู้พูดชม Sam แบบสบาย ๆ และติดเล่นเล็กน้อยที่ตัดสินได้ถูกต้อง คำพูดนี้เน้นสิ่งที่ Sam เพิ่งทำ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงบุคลิกที่ติดตัวเขาตลอดไป

แบบฝึกหัด

เติมคำชมโดยใช้ savvy of: You checked the route before we left. That was very ____ you.

ดูคำตอบ

savvy of

Okay, let's recap the vocabulary from this program ลำดับความ

5:03

เอาล่ะ เรามาทบทวนคำศัพท์จากรายการนี้กันเถอะ

ลำดับความ

Let's recap ...: การเปลี่ยนเข้าสู่การทบทวนสั้น ๆ

Let's recap... เป็นการชวนผู้ฟังให้ทบทวนเนื้อหาที่เรียนไปแล้วอย่างสั้น ๆ คำว่า recap หมายถึงการรวบรวมประเด็นสำคัญอีกครั้ง ไม่ใช่การสอนทุกอย่างใหม่ตั้งแต่ต้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่เป็นสัญญาณเปลี่ยนช่วง โดยบอกผู้ฟังว่าการอธิบายหลักกำลังจะจบลงและกำลังจะเริ่มทบทวนคำศัพท์สั้น ๆ

แบบฝึกหัด

"Let's recap the vocabulary" ส่งสัญญาณอะไรให้ผู้ฟังทราบ

  1. จะพูดซ้ำรายละเอียดทุกอย่างในรายการอย่างครบถ้วน
  2. จะมีการทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปแล้วอย่างสั้น ๆ
  3. จะเริ่มหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับรายการเลย
ดูคำตอบ

จะมีการทบทวนคำศัพท์ที่เรียนไปแล้วอย่างสั้น ๆ

about the impact of tech on adolescents.

5:06

เกี่ยวกับผลกระทบของเทคโนโลยีที่มีต่อวัยรุ่น (adolescents)

That's young people who are developing into adults.

5:09

นั่นก็คือคนหนุ่มสาวที่กำลังพัฒนาเป็นผู้ใหญ่

Today's adolescents are digital natives,

5:12

วัยรุ่นทุกวันนี้คือ ชนพื้นเมืองดิจิทัล (digital natives)

people who are very familiar with digital technology

5:15

คนที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยีดิจิทัลเป็นอย่างดี

because they've grown up with it.

5:18

เพราะพวกเขาเติบโตมากับมัน

If you are savvy,

5:20

ถ้าคุณรู้เท่าทัน (savvy)

you have a good practical understanding of something.

5:22

คุณจะมีความเข้าใจในเชิงปฏิบัติเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นอย่างดี

A smoking gun refers to information or evidence that proves that something is true. วลี

5:25

หลักฐานมัดตัว (A smoking gun) หมายถึง ข้อมูลหรือหลักฐานที่พิสูจน์ว่าบางสิ่งเป็นความจริง

วลี

refers to information or evidence: การให้คำนิยามคำศัพท์

ในคำนิยามนี้ X refers to Y หมายความว่า X ชี้ถึงหรือเป็นตัวแทนของ Y คำศัพท์ที่กำลังอธิบายจะอยู่หน้า refers to ส่วนความหมายหรือหมวดหมู่จะอยู่ด้านหลัง ดังนั้น ประโยคนี้จึงนิยาม smoking gun ว่าเป็นข้อมูลหรือหลักฐานชนิดหนึ่ง ในที่นี้ refers to ไม่ได้หมายถึง «เปิดดูข้อมูล» หรือเพียงแค่ «กล่าวถึง»

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามโดยใช้รูปที่ถูกต้องของ refer to: In this guide, 'local' ____ food produced nearby.

ดูคำตอบ

refers to

An app blocker is software that blocks pop-up apps and websites การใช้คำ

5:31

ตัวบล็อกแอป (An app blocker) คือซอฟต์แวร์ที่สกัดกั้นแอปและเว็บไซต์แบบป๊อปอัป

and allows users to set screen time limits.

5:35

และช่วยให้ผู้ใช้กำหนดขีดจำกัดเวลาใช้งานหน้าจอได้

การใช้คำ

app blocker: ซอฟต์แวร์ที่จำกัดการเข้าถึงแอป

app blocker คือเครื่องมือซอฟต์แวร์ที่ป้องกันหรือจำกัดการเข้าถึงแอปที่เลือกไว้ ในคำนามประสมนี้ app บอกว่าสิ่งที่ถูกควบคุมคืออะไร ส่วน blocker หมายถึงเครื่องมือที่ใช้บล็อกหรือจำกัดสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ซอฟต์แวร์ยังถูกอธิบายว่าสามารถบล็อกเว็บไซต์และตั้งขีดจำกัดเวลาใช้หน้าจอได้ด้วย สิ่งเหล่านี้เป็นคุณสมบัติของเครื่องมือที่กำลังกล่าวถึง ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์ทุกชนิดที่เรียกว่า app blocker จะมีคุณสมบัติเหล่านี้ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ครอบครัวหนึ่งต้องการไม่ให้เปิดเกมในช่วงเวลาทำการบ้าน เครื่องมือใดตรงกับจุดประสงค์หลักนี้มากที่สุด

  1. A password manager
  2. An ad blocker
  3. An app blocker
ดูคำตอบ

An app blocker

And designed for addiction describes immersive video games and social media

5:39

และคำว่า ออกแบบมาเพื่อให้เสพติด (designed for addiction) ใช้อธิบายถึงวิดีโอเกมแบบสมจริงและโซเชียลมีเดีย

which are designed to manipulate human psychology

5:44

ซึ่งถูกออกแบบมาเพื่อควบคุมจิตวิทยามนุษย์

and make it hard to stop playing.

5:47

และทำให้ยากที่จะหยุดเล่น

That's all for this program,

5:51

นั่นคือทั้งหมดสำหรับรายการนี้

but if you're interested in the issues around digital technology

5:52

แต่ถ้าคุณสนใจประเด็นปัญหาเกี่ยวกับเทคโนโลยีดิจิทัล

and want to find out more,

5:55

และต้องการค้นหาข้อมูลเพิ่มเติม

then why not visit the BBC Digital Planet website น้ำเสียง/เจตนา

5:57

ทำไมไม่ลองเข้าไปที่เว็บไซต์ BBC Digital Planet ดูล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

why not visit: การเสนอแนะอย่างเป็นมิตรด้วย Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน

ในประโยคนี้ why not visit เป็นคำแนะนำหรือคำชวนแบบเป็นมิตร ผู้พูดกำลังกระตุ้นให้ผู้ฟังเข้าเว็บไซต์ ไม่ได้ขอให้พวกเขาอธิบายเหตุผลที่ไม่เข้า ใช้โครงสร้าง Why not + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น Why not visit, Why not try, Why not ask รูปคำถามทำให้คำแนะนำฟังดูเบาลงและตรงน้อยกว่าคำสั่ง Visit the website

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำแบบเป็นมิตรให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ visit: Why not ____ the library after school?

ดูคำตอบ

visit

or follow them on their Twitter handle at @digitalplanet. การใช้คำ

6:00

หรือติดตามพวกเขาได้ทางบัญชีทวิตเตอร์ที่ @digitalplanet

การใช้คำ

Twitter handle: @ชื่อผู้ใช้ของบัญชี

Twitter handle คือชื่อผู้ใช้ที่ใช้ระบุบัญชี Twitter และมักเขียนพร้อม @ ในประโยคนี้ @digitalplanet คือ handle ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังบอกชื่อผู้ใช้ที่แน่นอนเพื่อให้ผู้ฟังค้นหาหรือติดตามบัญชีได้ ในที่นี้ handle เป็นคำนามที่ใช้ในบริบทโซเชียลมีเดีย ไม่ได้หมายถึงส่วนของสิ่งของที่ใช้จับ และไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “จัดการ” วลีที่กว้างกว่าอย่าง social media handle ใช้หมายถึงชื่อผู้ใช้ที่ทำหน้าที่ระบุตัวตนแบบเดียวกันบนแพลตฟอร์มอื่นได้

แบบฝึกหัด

Twitter handle ใน “The club's Twitter handle is @greenclub” หมายถึงอะไร?

  1. @ชื่อผู้ใช้ของบัญชี
  2. ชื่อสาธารณะที่แสดงบนโปรไฟล์ ซึ่งอาจซ้ำกับชื่ออื่นได้
  3. รหัสผ่านของบัญชี
ดูคำตอบ

@ชื่อผู้ใช้ของบัญชี

Bye for now.

6:04

ไปก่อนนะ

Goodbye.

6:05

ลาก่อน

6 Minute English from bbclearningenglish.com.

6:07

6 Minute English จาก bbclearningenglish.com