จะเกิดอะไรขึ้นถ้าคุณหยุดกิน?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,333 คำ 210 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: ร่างกายเปลี่ยนจากไกลโคเจนไปใช้ไขมันและกล้ามเนื้อเมื่อไม่มีอาหาร พร้อมกล่าวถึงการอยู่รอดและการอดอาหาร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “In the same way,” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ดูว่าตัวอย่างรถยนต์กลายเป็นการเปรียบเทียบกับร่างกายอย่างไร แล้วใช้วลีนี้เชื่อมสองสถานการณ์ที่มีรูปแบบสำคัญร่วมกันโดยไม่บอกว่าเหมือนกันทั้งหมด 2. “kick in.” — กริยาวลี: เข้าใจว่าอาการหิวเริ่มปรากฏเมื่อไกลโคเจนหมด และใช้ kick in กับอาการ ผลกระทบ กฎ หรือกระบวนการที่เริ่มมีผล 3. “By the time she was found, she had lost” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ติดตามลำดับเรื่องของ Rita และใช้ by the time กับ past perfect เพื่อบอกว่าผลลัพธ์ในอดีตเกิดขึ้นแล้วก่อนอีกเหตุการณ์หนึ่งในอดีต

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This video is brought to you by Dollar Shave Club. วลี

0:00

วิดีโอนี้ได้รับการสนับสนุนโดย Dollar Shave Club

วลี

“is brought to you by” ในฐานะข้อความระบุผู้สนับสนุน

ในประโยคนี้ is brought to you by เป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้ระบุผู้สนับสนุน หมายความว่า Dollar Shave Club ให้เงินทุนหรือสนับสนุนการนำเสนอวิดีโอในรูปแบบอื่น ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีใครนำวิดีโอมาส่งให้ผู้ชม โครงสร้างคือ be + brought to you by + sponsor/provider โดยรูปของ be จะเปลี่ยนตามประธานและกาล เช่น This podcast is brought to you by... หรือ The event was brought to you by....

แบบฝึกหัด

เติมข้อความระบุผู้สนับสนุนด้วยสำนวนจากบทเรียน: This podcast ____ North Street Coffee.

ดูคำตอบ

is brought to you by

Use the link in the description for a special $5 starter set.

0:02

ใช้ลิงก์ในคำอธิบายเพื่อรับชุดเริ่มต้นพิเศษในราคา 5 ดอลลาร์

We all understand that our car needs fuel to keep it running.

0:05

เราทุกคนเข้าใจว่ารถยนต์ของเราต้องการเชื้อเพลิงเพื่อให้วิ่งต่อไปได้

In the same way, ลำดับความ

0:08

ในทำนองเดียวกัน

our body also needs fuel in the form of food to power our continued existence. วลี

0:09

ร่างกายของเราก็ต้องการเชื้อเพลิงในรูปแบบของอาหาร เพื่อเป็นพลังงานให้เรามีชีวิตอยู่ต่อไป

ลำดับความ

“In the same way,” สำหรับเชื่อมสถานการณ์ที่ขนานกัน

วลี In the same way ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมแสดงการเปรียบเทียบ โดยย้อนกลับไปยังเรื่องที่รถยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิง และบอกผู้ฟังให้เข้าใจว่าการที่ร่างกายต้องการอาหารเป็นรูปแบบที่ขนานกัน วลีนี้จัดระเบียบคำอธิบายเป็นสามขั้น ได้แก่ สถานการณ์แรก ความสัมพันธ์ที่มีร่วมกัน และสถานการณ์ที่สอง รถยนต์ต้องใช้เชื้อเพลิงเพื่อทำงานต่อไป และในทำนองเดียวกัน ร่างกายต้องการอาหารเพื่อทำงานต่อไป วลีนี้ระบุเพียงว่าความสัมพันธ์ดังกล่าวคล้ายกัน ไม่ได้หมายความว่ารถยนต์กับร่างกายเหมือนกันในทุกรายละเอียด

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงว่าสถานการณ์ที่สองมีรูปแบบที่เกี่ยวข้องเหมือนกับสถานการณ์แรก: A phone needs energy to operate. ____ the human brain needs energy to function.

  1. As a result,
  2. In the same way,
  3. For example,
ดูคำตอบ

In the same way,

วลี

in the form of: การระบุรูปแบบที่เป็นรูปธรรม

in the form of + นามวลี ใช้ระบุรูปแบบ ประเภท หรือสื่อที่เฉพาะเจาะจงซึ่งบางสิ่งดำรงอยู่ ปรากฏ ถูกส่งมอบ หรือถูกรับไว้ ในที่นี้ food ถูกนำเสนอว่าเป็นรูปธรรมที่ร่างกายใช้รับเชื้อเพลิงในเชิงเปรียบเทียบที่จำเป็น วลีนี้ช่วยเรียบเรียงคำอธิบายจากสิ่งที่เป็นนามธรรมไปสู่สิ่งที่เป็นรูปธรรม โดยกล่าวถึงแนวคิดกว้าง ๆ ก่อน แล้วใช้ X in the form of Y ระบุว่าแนวคิดนั้นปรากฏเป็นรูปธรรมอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ถูกนำเสนอในรูปแบบเฉพาะนี้”: The committee received the evidence ____ digital photographs.

ดูคำตอบ

in the form of

The food we consume provides us with a range of different nutrients such as vitamins,

0:14

อาหารที่เราบริโภคให้สารอาหารที่แตกต่างกันมากมาย เช่น วิตามิน,

minerals,

0:18

แร่ธาตุ,

water,

0:18

น้ำ,

carbohydrates,

0:18

คาร์โบไฮเดรต,

fiber,

0:19

ไฟเบอร์,

fat, and protein.

0:20

ไขมัน และโปรตีน

These nutrients have varying uses like keeping the organs healthy and operational,

0:21

สารอาหารเหล่านี้มีประโยชน์หลายอย่าง เช่น การรักษาอวัยวะให้แข็งแรงและทำงานได้ดี,

the brain in working order, วลี

0:25

สมองทำงานได้อย่างปกติ,

and also ensuring our cells continue to regenerate.

0:26

และยังช่วยให้เซลล์ของเราฟื้นฟูตัวเองต่อไป

วลี

in working order: อยู่ในสภาพทำงานได้ตามปกติ

in working order เป็นบุพบทวลีที่ทำหน้าที่คล้ายคำคุณศัพท์ หมายถึงทำงานได้อย่างถูกต้องและพร้อมใช้งาน ในประโยคนี้ keeping the brain in working order หมายถึงการรักษาความสามารถของสมองให้ทำงานได้ตามปกติ โครงสร้าง keep + กรรม + in working order หมายถึงการทำให้บางสิ่งยังคงอยู่ในสภาพใช้งานได้ เช่น เครื่องพิมพ์ ระบบ หรือการทำงานของร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “ทำงานได้อย่างถูกต้องและพร้อมใช้งาน”: After the repairs, the elevator was ____.

ดูคำตอบ

in working order

When a car runs out of gas,

0:29

เมื่อรถยนต์น้ำมันหมด,

it stops running.

0:30

มันก็จะหยุดวิ่ง

What if the body runs out of gas? สำนวน

0:31

แล้วถ้าหากร่างกายของเราพลังงานหมดล่ะ?

What happens?

0:33

จะเกิดอะไรขึ้น?

สำนวน

body runs out of gas ในฐานะคำเปรียบเทียบเรื่องพลังงาน

ในคำถามนี้ body runs out of gas เปรียบร่างกายเหมือนรถยนต์ คำว่า gas ไม่ได้หมายถึงน้ำมันจริง ๆ แต่แทนพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้ได้จากอาหาร คำถามนี้ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อพลังงานดังกล่าวหมดลง โครงสร้าง run out of + คำนาม หมายถึงใช้สิ่งที่มีสำรองไว้จนหมดไม่เหลือเลย เมื่อใช้กับ gas อาจหมายถึงรถที่น้ำมันหมดตามตัวอักษร หรือใช้เป็นคำเปรียบเทียบถึงคน กลุ่ม หรือระบบที่ไม่มีพลังงานพอจะทำงานต่อ

แบบฝึกหัด

ใช้ run out of gas ในรูป present simple เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: “Without enough food, the body ____.”

ดูคำตอบ

runs out of gas

That's what we'll be looking at today in this episode of The Infographics Show, ลำดับความ

0:34

นั่นคือสิ่งที่เราจะมาดูกันในวันนี้ ในตอนของ The Infographics Show

what would happen if you didn't eat for a week. ไวยากรณ์

0:37

ว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากคุณไม่ได้กินอะไรเลยเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

ลำดับความ

ใช้ That's what we'll be looking at today เพื่อเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อ

That's what ย้อนกลับไปอ้างถึงคำถามหรือประเด็นที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ what แทนหัวข้อก่อนหน้า ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงเชื่อมคำถามเปิดเรื่องเข้ากับหัวข้อหลัก We'll be looking at หมายถึงเราจะตรวจสอบหรือพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องนั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงมองด้วยตา ทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นคำบอกทางให้ผู้ฟังรู้ว่านี่คือหัวข้อของวันนี้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง look at เพื่อเติมคำเชื่อมนี้ หลังจากถาม “Why do leaves change color?” ให้พูดว่า “That's what we'll be ____ today.”

ดูคำตอบ

looking at

ไวยากรณ์

What would happen if you didn't eat: การถามผลลัพธ์ในสถานการณ์สมมติ

โครงสร้าง What would happen if + past simple ใช้ถามถึงผลที่อาจเกิดจากเงื่อนไขสมมติ ในประโยคนี้ เงื่อนไขคือการไม่กินอาหารเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์ ผู้พูดกำลังสำรวจผลที่จะตามมา ไม่ได้บอกว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นแล้ว ในโครงสร้างนี้ would นำผลลัพธ์สมมติ ส่วน if นำเงื่อนไข รูปอดีต didn't eat ใช้สร้างระยะห่างจากความเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ในอดีตที่จบไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามเชิงสมมติด้วยกรอบประโยคจากบทเรียนนี้: ____ you lost access to your email for a week?

ดูคำตอบ

What would happen if

Before we answer this question, ลำดับความ

0:40

ก่อนที่เราจะตอบคำถามนี้,

let's first look at the recommended amount of food you should be eating in a normal day.

0:41

เรามาดูปริมาณอาหารที่แนะนำที่คุณควรกินในวันปกติต่อวันกันก่อน

ลำดับความ

Before we answer this question, let's first look at: ปูพื้นข้อมูลก่อนตอบ

Before we answer this question ชะลอการตอบคำถามหลักไว้ก่อนและส่งสัญญาณว่าจำเป็นต้องปูพื้นบางอย่าง จากนั้น let's first look at จะนำผู้ฟังไปยังข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้เข้าใจคำตอบได้ง่ายขึ้น นี่คือกรอบสำหรับจัดลำดับข้อมูล โดยเริ่มจากคำถามหลัก ตามด้วยภูมิหลังที่จำเป็น แล้วจึงให้คำตอบ first ใช้บอกช่วงถัดไปของคำอธิบาย ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีรายการที่เรียงหมายเลขตามมา

แบบฝึกหัด

คุณกำลังอธิบายว่าเหตุใดแบตเตอรี่จึงหมดเร็ว แต่ผู้ฟังต้องรู้ข้อเท็จจริงพื้นฐานเกี่ยวกับความจุแบตเตอรี่ก่อน ประโยคเปิดใดจัดลำดับคำอธิบายได้ดีที่สุด

  1. Before we answer that question, let's first look at how battery capacity is measured.
  2. After we answer that question, let's avoid looking at battery capacity.
  3. The battery drains quickly, and that is the answer.
ดูคำตอบ

Before we answer that question, let's first look at how battery capacity is measured.

Calories are used to measure the energy content of foods and beverages,

0:45

แคลอรี่ถูกใช้เพื่อวัดปริมาณพลังงานของอาหารและเครื่องดื่ม,

and according to online health information website Healthline, วลี

0:48

และตามเว็บไซต์ข้อมูลสุขภาพออนไลน์ Healthline,

the average woman needs to consume roughly 2,000 calories per day to maintain her weight

0:51

ผู้หญิงโดยเฉลี่ยต้องบริโภคประมาณ 2,000 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อรักษาน้ำหนักให้คงที่

วลี

ใช้ according to เพื่อระบุแหล่งข้อมูล

according to ใช้เกริ่นแหล่งที่มาของข้อมูล ข้อความที่ตามหลังชื่อแหล่งข้อมูลจะถูกนำเสนอว่าเป็นข้อมูลจากแหล่งนั้น ในประโยคนี้ ตัวเลขประมาณ 2,000 แคลอรีถูกอ้างว่าเป็นข้อมูลจาก Healthline ไม่ใช่ความคิดเห็นส่วนตัวที่ไม่มีหลักฐานรองรับ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ according to + แหล่งข้อมูล แล้วตามด้วยข้อความที่อ้างจากแหล่งนั้น วลีนี้แสดงการอ้างแหล่งที่มา ไม่ได้แสดงความเห็นด้วย จึงไม่ได้บอกว่าผู้พูดยอมรับข้อความดังกล่าวหรือไม่

แบบฝึกหัด

according to ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. ระบุว่า Healthline เป็นแหล่งที่มาของตัวเลขแคลอรีโดยประมาณ
  2. แสดงว่าผู้พูดเห็นด้วยกับ Healthline
  3. บอกว่า Healthline ต้องทำตามตัวเลขแคลอรีโดยประมาณ
ดูคำตอบ

ระบุว่า Healthline เป็นแหล่งที่มาของตัวเลขแคลอรีโดยประมาณ

and 1,500 calories per day to lose 1 lb of weight per week.

0:56

และ 1,500 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อลดน้ำหนักให้ได้ 1 ปอนด์ต่อสัปดาห์

The average man needs to consume around 2,500 calories per day to maintain his weight

1:00

ผู้ชายโดยเฉลี่ยต้องบริโภคประมาณ 2,500 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อรักษาน้ำหนักให้คงที่

and 2,000 calories per day to lose 1 lb of weight per week.

1:04

และ 2,000 แคลอรี่ต่อวัน เพื่อลดน้ำหนักให้ได้ 1 ปอนด์ต่อสัปดาห์

This is just a guide, น้ำเสียง/เจตนา

1:08

นี่เป็นเพียงคำแนะนำเบื้องต้น,

and the actual amount depends on numerous factors like age,

1:09

และปริมาณที่แท้จริงขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น อายุ,

height, weight, and activity levels.

1:12

ส่วนสูง, น้ำหนัก และระดับกิจกรรม

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ This is just a guide เพื่อกำหนดขอบเขตของค่าประมาณ

ใน This is just a guide คำว่า This ย้อนกลับไปถึงตัวเลขแคลอรีต่อวันที่กล่าวไว้ก่อนหน้า Guide หมายถึงเกณฑ์อ้างอิงโดยทั่วไป ส่วน just ลดความหนักแน่นของตัวเลข เพื่อไม่ให้เข้าใจว่าเป็นค่าที่แน่นอน ผู้พูดใช้ข้อความนี้หลังคำแนะนำ ค่าประมาณ หรือค่าทั่วไป เพื่อเปิดโอกาสให้มีความแตกต่างได้ ข้อมูลยังคงมีประโยชน์ แต่คำตอบจริงอาจเปลี่ยนไปตามสถานการณ์ของแต่ละคน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่บอกว่าค่าประมาณเป็นเพียงแนวทางทั่วไป ไม่ใช่ค่าที่แน่นอน: The calculator gives a useful estimate, but it may not fit everyone, so this is ____.

ดูคำตอบ

just a guide

So what does 2,000 or 2,500 calories look like in portions of food? ไวยากรณ์

1:15

แล้ว 2,000 หรือ 2,500 แคลอรี่ เทียบกับปริมาณอาหารแล้วดูเหมือนแค่ไหน?

ไวยากรณ์

What does X look like?: การถามถึงรูปแบบที่เป็นรูปธรรม

ใน What does X look like? นั้น X ไม่จำเป็นต้องเป็นคนหรือสิ่งของ ในประโยคนี้ X คือปริมาณแคลอรีรวม และคำถามต้องการรู้ว่าตัวเลขนามธรรมนี้จะออกมาเป็นปริมาณอาหารจริงเท่าใด โครงสร้าง What does X look like? ช่วยเปลี่ยนตัวเลข แผน หรือแนวคิดให้เป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม เช่น ตัวอย่าง ส่วนประกอบ ขั้นตอน หรือผลลัพธ์ที่มองเห็นได้ คำตอบควรแสดงหรืออธิบายรูปแบบที่ใช้ได้จริงของ X ไม่ใช่นิยามคำศัพท์

แบบฝึกหัด

ในประโยคจากวิดีโอ ผู้พูดกำลังถามอะไร

  1. อาหารปริมาณเท่าใดรวมกันแล้วได้ 2,000 หรือ 2,500 แคลอรี
  2. คำว่า calorie มีความหมายตามพจนานุกรมว่าอะไร
  3. 2,000 หรือ 2,500 แคลอรีมีสีอะไร
ดูคำตอบ

อาหารปริมาณเท่าใดรวมกันแล้วได้ 2,000 หรือ 2,500 แคลอรี

Here are a few examples.

1:19

นี่คือตัวอย่างบางส่วน

A roasted chicken is 475 calories per leg.

1:20

ไก่ย่าง 1 น่อง มี 475 แคลอรี่

A 6-oz salmon fillet is 350 calories.

1:23

เนื้อปลาแซลมอน 6 ออนซ์ มี 350 แคลอรี่

There are 489 calories per 100 g of homemade granola,

1:26

กราโนล่าโฮมเมด 100 กรัม มี 489 แคลอรี่,

and a Starbucks Double Chocolaty Chip Frappuccino Blended Creme with whipped cream has a whopping 510 calories. การใช้คำ

1:30

และเครื่องดื่ม Starbucks Double Chocolaty Chip Frappuccino Blended Creme พร้อมวิปครีม มีแคลอรี่สูงถึง 510 แคลอรี่

การใช้คำ

a whopping 510: เน้นตัวเลขที่สูงจนน่าประหลาดใจ

Whopping เป็นคำคุณศัพท์แบบไม่เป็นทางการที่วางหน้าตัวเลขหรือปริมาณ เพื่อสื่อว่ามีขนาดใหญ่มากจนน่าประหลาดใจหรือน่าทึ่ง ใน a whopping 510 calories คำนี้แสดงว่าผู้พูดมองว่า 510 แคลอรีนั้นสูงมากสำหรับเครื่องดื่มเพียงแก้วเดียว คำนี้ไม่ได้เพียงรายงานตัวเลข แต่ยังใส่การประเมินของผู้พูดและชวนให้ผู้ฟังรู้สึกต่อความสูงของตัวเลขนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ a whopping + ตัวเลขหรือปริมาณ

แบบฝึกหัด

เติมคำเป้าหมายจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: The repair bill came to a ____ $8,000, far more than we expected.

ดูคำตอบ

whopping

So four of those a day and you'd be maxed out. กริยาวลี

1:36

ดังนั้นแค่ดื่ม 4 แก้วต่อวัน คุณก็จะได้รับแคลอรี่ถึงขีดจำกัดแล้ว

กริยาวลี

be maxed out: ถึงขีดจำกัด

ในประโยคนี้ be maxed out หมายถึงได้แตะหรือใช้ขีดจำกัดที่เกี่ยวข้องจนหมดแล้ว เครื่องดื่มแบบนั้นสี่份จะใช้โควตาแคลอรีต่อวันในตัวอย่างไปเกือบทั้งหมด จึงแทบไม่เหลือพื้นที่ภายในขีดจำกัดนั้น Max out ใช้บอกการทำให้บางสิ่งถึงขีดจำกัดได้ เช่น max out a card ส่วน be maxed out บอกสภาพที่เป็นผลหลังจากถึงขีดจำกัด จุดสำคัญคือเรื่อง “ขีดจำกัด” ไม่ได้หมายถึงการพยายามอย่างเต็มที่ที่สุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปที่ถูกต้องของ max out: After one more upload, my storage will be ____.

ดูคำตอบ

maxed out

Now that we have an idea of how much food we need ไวยากรณ์

1:39

ตอนนี้เราพอมีแนวคิดแล้วว่าเราต้องการอาหารเท่าไร

and the calorie levels of some of the things we eat,

1:42

และระดับแคลอรี่ของบางสิ่งที่เรากิน,

let's see what happens if we cut out all these yummy delights กริยาวลี

1:44

มาดูกันว่า จะเกิดอะไรขึ้นหากเรางดของอร่อยเหล่านี้

ไวยากรณ์

Now that + อนุประโยค: เหตุผลที่เป็นจริงแล้ว

Now that ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงพื้นหลังที่เพิ่งเป็นจริงหรือได้รับการยืนยันแล้ว ในประโยคนี้คือผู้พูดพอจะทราบปริมาณอาหารที่ต้องการและระดับแคลอรี ข้อเท็จจริงนี้เป็นเหตุผลหรือจุดเริ่มต้นสำหรับขั้นต่อไป โครงสร้างคือ Now that + อนุประโยค, ประโยคหลัก โดยมักหมายถึง “เพราะตอนนี้สถานการณ์เป็นเช่นนี้แล้ว” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ในขณะนี้” โครงสร้างนี้เชื่อมข้อมูลที่ยืนยันแล้วเข้ากับการกระทำหรือข้อสรุปที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำเชื่อมที่หมายถึง “เพราะตอนนี้สิ่งนี้ได้กลายเป็นจริงแล้ว”: ____ we have finished the safety check, we can open the doors.

ดูคำตอบ

Now that

and starve the body of fuel. วลี

1:47

และปล่อยให้ร่างกายขาดเชื้อเพลิง

กริยาวลี

cut out: หยุดบริโภคบางสิ่งโดยสิ้นเชิง

ในประโยคนี้ cut out หมายถึง “หยุดบริโภคโดยสิ้นเชิง” กรรมของวลีนี้คือ all these yummy delights ไม่ได้หมายถึงการใช้เครื่องมือตัดสิ่งของจริง ๆ รูปแบบ cut out + คำนามหรือกลุ่มคำนาม ใช้เมื่อตั้งใจนำอาหาร นิสัย กิจกรรม หรือค่าใช้จ่ายบางอย่างออกจากชีวิตโดยสิ้นเชิง ในที่นี้เน้นการเลิกทั้งหมด ไม่ใช่เพียงแค่ลดลง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “หยุดบริโภคโดยสิ้นเชิง”: To improve her sleep, Maya decided to ____ caffeine.

ดูคำตอบ

cut out

วลี

starve the body of fuel: โครงสร้าง starve A of B

Starve the body of fuel ใช้โครงสร้าง starve A of B ซึ่งหมายถึง “ทำให้ A ได้รับ B น้อยมากหรือไม่ได้รับเลย” A คือ the body และ B คือ fuel ซึ่งเป็นการเปรียบพลังงานจากอาหารกับเชื้อเพลิง โครงสร้างสกรรมกริยานี้ต้องมีทั้งกรรมที่ได้รับผลกระทบและวลีที่ขึ้นต้นด้วย of เพื่อระบุทรัพยากรที่ขาดไป ใช้กล่าวถึงการขาดสิ่งจำเป็น เช่น เงินทุน ออกซิเจน หรือข้อมูลได้ ไม่ได้จำกัดเฉพาะความหิวตามความหมายตรงเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ starve A of B ในรูปอดีต: The funding freeze ____ the project ____ the money it needed.

ดูคำตอบ

starved · of

For the first 6 hours with no food,

1:49

ในช่วง 6 ชั่วโมงแรกที่ไม่มีอาหาร,

everything is perfectly normal.

1:51

ทุกอย่างจะเป็นปกติโดยสมบูรณ์

Many people have gaps between meals of up to 6 hours on a typical day. วลี

1:52

หลายคนมีช่วงห่างระหว่างมื้ออาหารนานถึง 6 ชั่วโมงในวันปกติ

วลี

up to 6 hours: ขีดจำกัดสูงสุด

up to + ตัวเลข ใช้กำหนดค่าสูงสุดโดยรวมค่าที่ระบุนั้นไว้ด้วย ค่าจริงอาจต่ำกว่าได้ แต่สูงกว่าไม่ได้ ในประโยคนี้ ช่วงห่างระหว่างมื้อของแต่ละคนไม่เท่ากัน และบางช่วงอาจยาวถึงหกชั่วโมง ไม่ได้หมายความว่าทุกช่วงต้องยาวหกชั่วโมง หรือหกชั่วโมงเป็นค่าต่ำสุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเวลารออาจสั้นกว่าหกชั่วโมงได้ แต่ห้ามนานกว่านั้น?

  1. The wait is at least six hours.
  2. The wait is exactly six hours.
  3. The wait can be up to six hours.
ดูคำตอบ

The wait can be up to six hours.

The glycogen in your body,

1:56

ไกลโคเจนในร่างกายของคุณ,

which is responsible for storing energy,

1:57

ซึ่งรับผิดชอบในการกักเก็บพลังงาน,

is broken down through your metabolism to form glucose, กริยาวลี

1:59

จะถูกย่อยสลายผ่านกระบวนการเผาผลาญเพื่อสร้างกลูโคส,

กริยาวลี

is broken down: การย่อยสลายในรูปถูกกระทำ

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ break down หมายถึงการแยกสารที่ซับซ้อนให้เป็นสารที่ง่ายกว่า is broken down เป็นรูปถูกกระทำ โดย glycogen เป็นสิ่งที่ได้รับการย่อยสลาย ไม่ใช่สิ่งที่ทำกริยานั้น วลี to form glucose บอกผลลัพธ์ของกระบวนการ บริบทเกี่ยวกับ metabolism และสารต่าง ๆ ทำให้ break down ในที่นี้หมายถึงการย่อยสลาย ไม่ใช่เครื่องจักรขัดข้องหรืออารมณ์พังทลาย

แบบฝึกหัด

are broken down หมายถึงอะไรในประโยคนี้: During digestion, proteins are broken down into amino acids?

  1. หยุดทำงานเพราะเกิดความขัดข้อง
  2. ถูกแยกเป็นสารที่ง่ายกว่า
  3. ควบคุมอารมณ์ของตนเองไม่ได้
ดูคำตอบ

ถูกแยกเป็นสารที่ง่ายกว่า

the thing your body uses as fuel.

2:02

สิ่งที่เป็นเชื้อเพลิงที่ร่างกายของคุณใช้

Your brain uses 25% of this energy with the rest being absorbed by your muscle tissues ไวยากรณ์

2:04

สมองของคุณจะใช้พลังงานนี้ 25% ส่วนที่เหลือจะถูกดูดซึมโดยเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ

and red blood cells.

2:09

และเซลล์เม็ดเลือดแดง

ไวยากรณ์

with the rest being absorbed by: รูปแบบกรรมวาจกสำหรับข้อมูลเสริม

วลีนี้ใช้รูปแบบ with + นามวลี + being + กริยาช่องที่ 3 เพื่อเพิ่มสถานการณ์ที่เป็นกรรมวาจกซึ่งเกิดขึ้นควบคู่กับประโยคหลัก ข้อมูลนี้เป็นเพียงส่วนเสริม ดังนั้น being absorbed จึงไม่ใช่กริยาแท้หลักอีกตัวหนึ่ง และ with ก็ไม่ได้หมายถึง “โดยใช้” ในที่นี้ the rest หมายถึงพลังงาน 75% ที่เหลือหลังจากส่วนที่สมองใช้ไป รูปแบบนี้บอกการแบ่งสัดส่วนของสิ่งทั้งหมดได้อย่างกระชับ โดยอธิบายส่วนหนึ่งในประโยคหลัก แล้วเสริมว่าส่วนที่เหลือถูกส่งไปที่ใดหรือผ่านกระบวนการใด

แบบฝึกหัด

เลือกข้อความเติมที่สร้างรูปแบบกรรมวาจกเสริมอย่างกระชับ: “The solar panels supply 40% of the building's power, ____ the grid.”

  1. with the rest is supplied by
  2. with the rest being supplied by
  3. with the grid supplying by the rest
  4. while the rest being supplied by
ดูคำตอบ

with the rest being supplied by

But as soon as you get beyond 6 hours, ไวยากรณ์

2:10

แต่ทันทีที่คุณเลย 6 ชั่วโมงไป,

the glycogen stores will be exhausted

2:12

คลังไกลโคเจนจะหมดลง

and hunger pains will kick in. กริยาวลี

2:14

และความเจ็บปวดจากความหิวก็จะเริ่มต้นขึ้น

ไวยากรณ์

as soon as: บอกจุดกระตุ้นทางเวลาที่เกิดผลทันที

As soon as ใช้นำหน้าอนุประโยคบอกเวลาและหมายถึง “ทันทีที่” หรือ “เมื่อเงื่อนไขกระตุ้นที่กล่าวไว้เกิดขึ้น” ในที่นี้ การผ่านหกชั่วโมงคือจุดแบ่ง โดยนำเสนอว่าการหมดลงของไกลโคเจนและอาการปวดท้องเพราะหิวเริ่มขึ้น ณ จุดนั้น ไม่ใช่เพียงในเวลาไม่นานหลังจากนั้นแบบไม่เจาะจง เมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบันในอนุประโยค as soon as และใช้ will ในประโยคหลักได้: as soon as you get ..., ... will .... รูปแบบนี้เชื่อมเหตุการณ์กระตุ้นกับผลลัพธ์อย่างใกล้ชิด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำเชื่อมสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทันทีที่”: “Call me ____ you arrive; I need the update right away.”

ดูคำตอบ

as soon as

กริยาวลี

kick in: เมื่อผลบางอย่างเริ่มทำงาน

ในประโยคนี้ kick in หมายถึง “เริ่มรู้สึกได้หรือเริ่มออกฤทธิ์” ไกลโคเจนที่สะสมไว้จะหมดลงก่อน จากนั้นอาการปวดจากความหิวจึงเริ่มชัดเจนขึ้น ใช้ kick in เมื่อผล ความรู้สึก กฎ หรือกระบวนการเริ่มทำงาน ซึ่งมักเกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่ง ในที่นี้เป็นกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเตะจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีที่หมายถึง “เริ่มออกฤทธิ์” ให้สมบูรณ์: The pain medicine should ____ after about twenty minutes.

ดูคำตอบ

kick in

As the brain runs out of energy,

2:15

เมื่อสมองพลังงานหมด,

it can lead to some people getting moody and irrational วลี

2:17

อาจส่งผลให้บางคนมีอารมณ์แปรปรวนและไม่มีเหตุผล

unless they find their favorite snack fast. ไวยากรณ์

2:20

นอกจากว่าพวกเขาจะรีบหาของว่างชิ้นโปรดกิน

วลี

lead to + คำนามหรือรูป -ing

Lead to แสดงความเชื่อมโยงระหว่างเหตุและผล ในที่นี้ it หมายถึงภาวะที่สมองใช้พลังงานจนหมด ซึ่งอาจทำให้บางคนอารมณ์เสียและขาดเหตุผลได้ Can lead to แสดงว่าผลนี้มีความเป็นไปได้ ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน ใน lead to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing เช่น lead to problems และ lead to people feeling tired โดยปกติจะไม่ตามด้วยกริยารูปพื้นฐานโดยตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ lead to อย่างถูกต้องเพื่ออธิบายผลลัพธ์?

  1. Poor planning can lead to delay the project.
  2. Poor planning can lead delays.
  3. Poor planning can lead to delays.
ดูคำตอบ

Poor planning can lead to delays.

ไวยากรณ์

Unless: เงื่อนไขที่ป้องกันผลลัพธ์

ในประโยคนี้ unless นำเสนอเงื่อนไขที่สามารถป้องกันผลลัพธ์ก่อนหน้าได้ กล่าวคือ คนเราอาจหงุดหงิดและไร้เหตุผลหากหาอาหารว่างสุดโปรดไม่เจออย่างรวดเร็ว ความหมายใกล้เคียงกับ if ... not รูปแบบทั่วไปคือ ผลลัพธ์ + unless + อนุประโยคบอกเล่า เนื่องจาก unless มีความหมายเชิงปฏิเสธอยู่แล้ว จึงต้องพิจารณาตรรกะของประโยคหลักให้ดี ผลลัพธ์จะเกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขในอนุประโยค unless ไม่ได้รับการตอบสนอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำสันธานที่หมายถึง if you do not: You will miss the bus ____ you leave now.

ดูคำตอบ

unless

These feelings do not last long,

2:22

อย่างไรก็ตาม ความรู้สึกเหล่านี้อยู่ไม่นาน

though, and your body adjusts and enters what is known as ketosis, ไวยากรณ์

2:23

และร่างกายของคุณจะปรับตัว เข้าสู่สภาวะที่เรียกว่า คีโตซิส,

a state at which the body starts breaking down your excess fat ไวยากรณ์

2:27

ซึ่งเป็นสภาวะที่ร่างกายเริ่มสลายไขมันส่วนเกิน

and converting it to energy.

2:30

และเปลี่ยนให้เป็นพลังงาน

ไวยากรณ์

What is known as ketosis: การแนะนำชื่อที่เป็นที่ยอมรับ

ในที่นี้ what is known as ketosis เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบรวมที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม หมายถึงภาวะหรือกระบวนการที่เรียกว่า ketosis ส่วน What ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม และอนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ enters รูปแบบ what is known as + ชื่อ จะบอกก่อนว่าสิ่งหนึ่งมีชื่อที่เป็นที่ยอมรับ แล้วจึงให้ชื่อนั้น รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อต้องแนะนำศัพท์ที่อาจต้องอาศัยคำอธิบายซึ่งตามมา

แบบฝึกหัด

เลือกคำเติมที่เป็นธรรมชาติเมื่อไม่มีคำนามอ้างอิงอยู่ก่อนช่องว่าง: The caterpillar enters ____ metamorphosis.

  1. what is known as
  2. what known as
  3. which is known as
ดูคำตอบ

what is known as

ไวยากรณ์

a state at which + อนุประโยค: สิ่งที่เกิดขึ้น ณ ภาวะหรือขั้นหนึ่ง

ในคำนิยามนี้ a state at which นำหน้าอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อร่างกายเข้าสู่ภาวะนั้น which ย้อนกลับไปอ้างถึง state ส่วน at แสดงว่าภาวะนี้เป็นจุดหรือขั้นที่กระบวนการเริ่มขึ้น ไม่ใช่คำถามที่หมายถึง “ภาวะไหน” โครงสร้างที่วางบุพบทไว้หน้า which เป็นวิธีจัดข้อมูลเชิงวิทยาศาสตร์แบบเป็นทางการ โดยมีรูปแบบ คำนาม + at which + อนุประโยค ในที่นี้ a state เป็นคำอธิบายซ้ำของ ketosis ส่วนอนุประโยคสัมพันธ์เพิ่มกระบวนการที่ใช้กำหนดภาวะนั้น

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมคำอธิบายค่าเกณฑ์แบบเป็นทางการนี้ได้เหมาะสมที่สุด “The solution reaches a concentration ___ crystals begin to form.”

  1. at which
  2. what
  3. which
ดูคำตอบ

at which

Ketosis is a state that a lot of athletes such as marathon runners enter

2:31

คีโตซิสคือสภาวะที่นักกีฬาหลายคน เช่น นักวิ่งมาราธอน จะเข้าสู่สภาวะนี้

when they run out of glycogen supplies,

2:35

เมื่อไกลโคเจนสำรองของพวกเขาหมดลง,

and there are also many popular low-carb diets that use ketosis

2:37

และยังมีสูตรอาหารลดคาร์โบไฮเดรตยอดนิยมมากมาย ที่ใช้คีโตซิส

to assist with weight loss.

2:41

เพื่อช่วยในการลดน้ำหนัก

After 72 hours,

2:43

หลังจาก 72 ชั่วโมง,

things start to get very tricky when your brain decides it needs more than just ketones to survive. วลี

2:44

สิ่งต่าง ๆ จะเริ่มซับซ้อนมากยิ่งขึ้น เมื่อสมองของคุณตัดสินใจว่า มันต้องการมากกว่าแค่คีโตนเพื่อความอยู่รอด

วลี

more than just ketones: ไม่ใช่แค่คีโตน

ในประโยคนี้ more than just ketones หมายความว่าคีโตนเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ สมองยังต้องการสิ่งอื่นด้วย more than ขยายขอบเขตของสิ่งที่จำเป็น ส่วน just จำกัด ketones ให้หมายถึง “เฉพาะคีโตนเท่านั้น” รูปแบบ more than just + คำนามหรือแนวคิด มักใช้แก้ความเข้าใจที่ลดทอนความซับซ้อนมากเกินไป และไม่จำเป็นต้องเป็นการเปรียบเทียบจำนวนของสองสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึงว่าสิ่งเดียวไม่เพียงพอ “A successful launch requires ____ good technology; it also needs careful planning.”

ดูคำตอบ

more than just

At this stage,

2:49

ในขั้นตอนนี้,

your body starts to break down its own proteins to form glucose.

2:50

ร่างกายของคุณจะเริ่มสลายโปรตีนของตัวเอง เพื่อสร้างกลูโคส

So your body is effectively eating its own muscle tissue to survive,

2:53

ดังนั้น ร่างกายของคุณจะค่อยๆ กินเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อของตัวเอง เพื่อความอยู่รอด,

and we're only 3 days in. วลี

2:57

และนี่เพิ่งผ่านไปแค่ 3 วัน

วลี

Only 3 days in: ความคืบหน้าช่วงต้นของกระบวนการที่กำลังดำเนินอยู่

ในโครงสร้าง be + ช่วงเวลา + in คำว่า in หมายถึงดำเนินอยู่ในกระบวนการหนึ่งมาแล้วเป็นระยะเวลานั้น กล่าวคือ เวลาดังกล่าวผ่านไปแล้วนับจากกระบวนการเริ่มต้น ในที่นี้ we're only 3 days in หมายถึงช่วงที่ไม่ได้กินอาหารดำเนินมาถึงวันที่สามแล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะเริ่มในอีกสามวัน Only เน้นว่าเวลาผ่านไปเพียงเล็กน้อย จึงสื่อความประหลาดใจหรือความน่ากังวล เพราะผลกระทบรุนแรงเช่นนี้เกิดขึ้นแล้วตั้งแต่ช่วงต้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนบอกความคืบหน้าเป้าหมายแบบ “เวลาที่ผ่านไป + in”: The experiment began exactly three days ago. We're only ____, but the first results are already surprising.

ดูคำตอบ

three days in

Beyond this point, ลำดับความ

2:58

หากเลยจุดนี้ไป,

the immune system will start to struggle in the absence of important vitamins and minerals. วลี

2:59

ระบบภูมิคุ้มกันจะเริ่มทำงานลำบาก หากขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ

ลำดับความ

Beyond this point: การข้ามขอบเขตที่กำหนดไว้แล้ว

Beyond this point ส่งสัญญาณว่าคำอธิบายกำลังก้าวข้ามขอบเขตที่กำหนดไว้ก่อนหน้านี้ ในที่นี้ this point หมายถึงช่วงที่ไม่ได้กินอาหารมาประมาณสามวัน และ beyond หมายถึงหลังจากช่วงนั้นบนเส้นเวลา ไม่ใช่อยู่ไกลออกไปในเชิงกายภาพ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้จะจัดข้อมูลออกเป็นช่วงต่าง ๆ โดยผลกระทบก่อนหน้านี้อยู่ก่อนขอบเขต ส่วนอนุประโยคถัดไปจะกล่าวถึงสิ่งที่เริ่มขึ้นหลังจากข้ามขอบเขตนั้น ในบริบทอื่น ขอบเขตอาจเป็นด้านเวลา พื้นที่ หรือแนวคิดนามธรรมก็ได้ ตราบใดที่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

คู่มือความปลอดภัยระบุว่า 60°C เป็นขอบเขต เลือกคำเชื่อมที่นำเสนอข้อมูลถัดไปโดยเฉพาะว่าอยู่เลยอีกด้านของขอบเขตนั้น ไม่ใช่เริ่มที่ขอบเขตหรือดำเนินมาจนถึงขอบเขต

  1. From this point on
  2. Up to this point
  3. Beyond this point
ดูคำตอบ

Beyond this point

วลี

in the absence of: ระบุว่าเงื่อนไขบางอย่างขาดหายไป

in the absence of เป็นวลีบุพบทแบบเป็นทางการ หมายถึงเมื่อบุคคลหรือสิ่งใดไม่อยู่ ไม่มี หรือไม่พร้อมให้ใช้ คำว่า absence อาจหมายถึงการขาดบุคคล สิ่งของ สาร เงื่อนไข หรือหลักฐาน ไม่ได้หมายถึงเพียงการที่บุคคลไม่มาเข้าร่วมเท่านั้น ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ลำบาก นั่นคือการขาดวิตามินและแร่ธาตุที่สำคัญ โครงสร้างคือ in the absence of + นามวลี และมักใช้ในงานเขียนแบบเป็นทางการเพื่อบอกสถานการณ์ก่อนกล่าวถึงผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการสี่คำที่หมายถึงเมื่อไม่มีบางสิ่ง: ____ a signed agreement, the old policy remains in effect.

ดูคำตอบ

In the absence of

This will make you more susceptible to illnesses and eventually death. วลี

3:03

สิ่งนี้จะทำให้คุณเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยมากขึ้น และอาจนำไปสู่ความตายในที่สุด

วลี

more susceptible to illnesses: แสดงความเปราะบางต่อโรคที่มากขึ้น

Susceptible to หมายถึงมีแนวโน้มหรือได้รับผลกระทบจากบางสิ่งได้ง่าย โดยปกติเป็นสิ่งที่เป็นอันตราย More susceptible to เป็นรูปเปรียบเทียบ หมายถึงมีความเสี่ยงหรือความเปราะบางมากขึ้น ไม่ได้หมายความว่าผลเสียเกิดขึ้นแล้ว ใน more susceptible to illnesses คำว่า to เป็นบุพบท และ illnesses เป็นคำนามที่เติมเต็มบุพบทนั้น โครงสร้าง susceptible to + คำนามหรือรูป -ing ใช้พูดถึงโรค ความเสียหาย แรงกดดัน อิทธิพล และผลกระทบอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบสามคำที่หมายถึงเปราะบางต่อบางสิ่งมากกว่า: Newborn animals may be ____ infections during their first weeks.

ดูคำตอบ

more susceptible to

As the body continues to eat itself until there is no fat,

3:07

เมื่อร่างกายกินตัวเองต่อไป จนกว่าจะไม่มีไขมัน,

muscle, or glucose reserves left,

3:10

กล้ามเนื้อ หรือกลูโคสสำรองเหลืออยู่,

the chances of heart attack due to severe heart tissue damage is heightened.

3:11

โอกาสเกิดอาการหัวใจวาย เนื่องจากเนื้อเยื่อหัวใจได้รับความเสียหายอย่างรุนแรง ก็จะเพิ่มสูงขึ้น

This sounds pretty harsh and not advisable,

3:15

สิ่งนี้ฟังดูค่อนข้างโหดร้าย และไม่เป็นที่แนะนำ,

but trying to predict how long these results will affect a person can vary depending on different factors. วลี

3:17

แต่การพยายามทำนายว่า ผลลัพธ์เหล่านี้จะส่งผลต่อบุคคลหนึ่งๆ นานแค่ไหน อาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ

วลี

depending on เพื่อบอกเงื่อนไขที่เปลี่ยนผลลัพธ์

depending on ใช้เกริ่นเงื่อนไขหรือปัจจัยที่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ระยะเวลาที่ผลกระทบจะคงอยู่ไม่ได้ตายตัว แต่เปลี่ยนไปตามปัจจัยต่าง ๆ ใช้ depending on หน้านามวลีหรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถามเพื่อจำกัดข้อสรุป ไม่ให้ฟังเหมือนเป็นกฎตายตัว เช่น depending on the situation หรือ depending on what happens next

แบบฝึกหัด

แผนยังไม่แน่นอนและสภาพอากาศจะเป็นตัวตัดสิน ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด

  1. The concert moved indoors because of the rain.
  2. The concert may move indoors, depending on the weather.
ดูคำตอบ

The concert may move indoors, depending on the weather.

Someone with greater fat reserves will have a longer survival time,

3:23

ผู้ที่มีไขมันสำรองมากกว่า จะมีเวลาเอาชีวิตรอดได้นานกว่า,

and most importantly,

3:26

และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ,

it matters how much water the body receives. ไวยากรณ์

3:27

ร่างกายได้รับน้ำมากแค่ไหน

ไวยากรณ์

it matters how much + ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า

ในที่นี้ it เป็นประธานแทน เนื้อหาหลักอยู่หลัง matters คือ how much water the body receives โครงสร้าง it matters + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำแสดงคำถาม หมายความว่าตัวแปรนั้นมีความสำคัญต่อผลลัพธ์ how much ใช้ขึ้นต้นคำถามทางอ้อมเกี่ยวกับปริมาณ ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how much water the body receives ไม่ใช่ how much water does the body receive

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ it matters how much พร้อมลำดับคำของคำถามทางอ้อมได้ถูกต้อง

  1. How much water it matters each hiker carries.
  2. It matters how much water does each hiker carry.
  3. It matters how much water each hiker carries.
ดูคำตอบ

It matters how much water each hiker carries.

Without fluids,

3:29

หากไม่มีของเหลว,

most people will die within 10 days.

3:30

คนส่วนใหญ่จะตายภายใน 10 วัน

But if fluids are kept in the diet,

3:32

แต่หากยังได้รับของเหลวในอาหาร,

then a person can last from 20 to as long as 60 days without eating anything, วลี

3:34

บุคคลหนึ่งอาจมีชีวิตอยู่ได้ตั้งแต่ 20 ถึงยาวนาน 60 วัน โดยไม่ต้องกินอะไรเลย,

วลี

as long as 60 days: ระยะเวลาสูงสุดที่อาจเป็นไปได้

ในโครงสร้างบอกปริมาณนี้ as long as + ช่วงเวลา หมายถึง “เป็นระยะเวลาที่อาจยาวนานได้ถึงเท่านั้น” โดยเสนอ 60 days เป็นระยะเวลาสูงสุดที่อาจเป็นไปได้ ช่วง from 20 to ... 60 days ทำให้เห็นความหมายนี้อย่างชัดเจน ในที่นี้ as long as ไม่ได้ใช้เพื่อบอกเงื่อนไข เมื่อมีความหมายว่า “ตราบใดที่” หรือ “ถ้าเพียงแต่” จะนำหน้าประโยคย่อยที่ระบุเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย as long as + ระยะเวลา เพื่อบอกอายุการใช้งานแบตเตอรี่สูงสุดที่อาจเป็นไปได้: In power-saving mode, the battery can last ____.

ดูคำตอบ

as long as 18 hours

though most human bodies will give up within 40 days. กริยาวลี

3:39

แม้ว่าร่างกายมนุษย์ส่วนใหญ่ จะยอมจำนนภายใน 40 วัน

กริยาวลี

give up เมื่อร่างกายไม่สามารถทนต่อไปได้

ในที่นี้ give up หมายถึงไม่สามารถทำงานหรือพยุงชีวิตต่อไปได้ ประโยคมองร่างกายเหมือนเป็นคนที่หยุดพยายาม จึงสื่อถึงความล้มเหลวทางร่างกาย ไม่ใช่การเลือกอย่างมีสติ การใช้แบบบุคลาธิษฐานนี้ยังใช้กับอวัยวะ เครื่องจักร หรือระบบที่ไม่สามารถทำงานต่อไปได้ โดยเฉพาะในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “After hours in the freezing water, his body began to give up,” give up หมายความว่าอะไร?

  1. เขามอบสิ่งของให้คนอื่น
  2. เขาตัดสินใจอย่างมีสติว่าจะหยุดเข้าร่วม
  3. ร่างกายของเขาไม่สามารถทำงานต่อไปได้แล้ว
ดูคำตอบ

ร่างกายของเขาไม่สามารถทำงานต่อไปได้แล้ว

So what are some of the longest periods people have gone without food? วลี

3:42

แล้วช่วงเวลาใดบ้าง ที่ผู้คนสามารถอยู่ได้โดยไม่มีอาหารนานที่สุด?

วลี

go without + คำนาม

ใน gone without food โครงสร้าง go without + คำนาม หมายถึงการใช้ชีวิตหรือดำเนินต่อไปช่วงหนึ่งโดยไม่มีสิ่งนั้น คำถามนี้ถามว่าประสบการณ์ที่ผู้คนไม่มีอาหารเคยกินเวลานานเพียงใด Gone เป็นรูป past participle ของ go เพราะตามหลัง have ใน have gone ในสำนวนนี้ go ไม่ได้หมายถึงการเดินทางหรือเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบเป้าหมาย go + บุพบทให้สมบูรณ์: During the outage, we had to ____ internet access for two days.

ดูคำตอบ

go without

We found the story of Rita Chretien,

3:45

เราพบเรื่องราวของ ริต้า เครเทียน,

who was in her mid-50s when she and her husband got lost in the Nevada wilderness in the winter of 2011. วลี

3:46

ที่อยู่ในวัยกลางคน 50 ปี เมื่อเธอและสามีของเธอหลงทางในป่าเนวาดา ในฤดูหนาวปี 2011

วลี

in her mid-50s เพื่อบอกอายุโดยประมาณ

In her mid-50s หมายถึงเธอมีอายุโดยประมาณอยู่ช่วงกลางของช่วงอายุ 50 ถึง 59 ปี ซึ่งมักเข้าใจว่าอยู่ราว 54 ถึง 56 ปี แต่ขอบเขตไม่ได้ตายตัว สำนวนนี้ไม่ได้ระบุอายุที่แน่นอน รูปแบบคือ in + คำบอกความเป็นเจ้าของ + early/mid/late + ช่วงอายุหลักสิบในรูปพหูพจน์ เช่น in his early 30s และ in their late 70s คำบอกความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับบุคคลที่กำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมด้วยรูปแบบ in + คำบอกความเป็นเจ้าของ + mid- + ช่วงอายุหลักสิบ: Lena is about fifty-five years old, so she is ____.

ดูคำตอบ

in her mid-50s

Rita survived 49 days of starvation using melted snow to get liquid.

3:52

ริต้ารอดชีวิตจากการอดอาหาร 49 วัน โดยใช้น้ำแข็งที่ละลายเพื่อดื่มน้ำ

She was fortunate to be discovered by some hunters who were taking advantage of the good weather after the winter. วลี

3:56

เธอโชคดีที่ถูกค้นพบโดยนักล่าบางคน ที่ใช้ประโยชน์จากสภาพอากาศที่ดีหลังฤดูหนาว

วลี

taking advantage of the good weather: การใช้ในความหมายเป็นกลาง

ในประโยคนี้ taking advantage of the good weather หมายถึงการใช้อากาศดีให้เป็นโอกาสที่เป็นประโยชน์ พรานออกไปข้างนอกเพราะสภาพอากาศเอื้ออำนวย โดยไม่มีความหมายว่าหลอกลวงหรือทำร้ายใคร take advantage of + คำนาม หมายถึงการใช้สถานการณ์ ทรัพยากร หรือโอกาสให้เกิดประโยชน์ น้ำเสียงจะเป็นบวกหรือลบขึ้นอยู่กับกรรมและบริบทเป็นอย่างมาก

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษ: The hikers took advantage of the cool morning to climb before noon. took advantage of ในที่นี้หมายความว่าอะไร?

  1. พวกเขาปฏิบัติต่ออีกคนอย่างไม่เป็นธรรม
  2. พวกเขาใช้สภาพที่เอื้ออำนวยอย่างชาญฉลาด
  3. พวกเขาบ่นว่าตอนเช้าหนาวเกินไป
ดูคำตอบ

พวกเขาใช้สภาพที่เอื้ออำนวยอย่างชาญฉลาด

By the time she was found, ไวยากรณ์

4:01

ตอนที่เธอถูกพบตัว,

she had lost nearly 30 lb,

4:02

เธอน้ำหนักลดไปเกือบ 30 ปอนด์,

ไวยากรณ์

By the time she was found, she had lost: การเรียงลำดับเหตุการณ์ในอดีต

By the time she was found กำหนดให้การที่เธอถูกพบเป็นจุดอ้างอิงในอดีต she was found ใช้ past simple เพราะกล่าวถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เกิดทีหลัง she had lost ใช้ past perfect ซึ่งมีโครงสร้าง had + past participle lost แสดงว่าน้ำหนักลดลงไปแล้วก่อนถึงจุดอ้างอิงนั้น ดังนั้นลำดับคือ น้ำหนักลดก่อน แล้วจึงถูกพบ โครงสร้างนี้ช่วยทำให้ลำดับของสองเหตุการณ์ในอดีตชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป past perfect ของ leave: By the time we reached the station, the train ____.

ดูคำตอบ

had left

and as she had not eaten for so long,

4:04

และเนื่องจากเธอไม่ได้กินอาหารมาเป็นเวลานาน,

she was unable to take food immediately.

4:06

เธอจึงไม่สามารถกินอาหารได้ทันที

Her husband disappeared when he went off to try and find food and help.

4:08

สามีของเธอหายตัวไป เมื่อเขาออกไปพยายามหาอาหารและขอความช่วยเหลือ

His body was discovered in 2012.

4:11

ศพของเขาถูกค้นพบในปี 2012

Clearly,

4:13

ชัดเจนว่า,

if you're planning any adventure trips,

4:14

หากคุณกำลังวางแผนทริปผจญภัยใดๆ

it's best to be properly prepared. ไวยากรณ์

4:15

การเตรียมตัวให้พร้อมจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ไวยากรณ์

it's best to be properly prepared: การให้คำแนะนำที่ชัดเจนและพอเหมาะ

ในประโยคนี้ it's best to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอการกระทำหนึ่งว่าเป็นทางเลือกที่ฉลาดหรือปลอดภัยที่สุด ประธานแบบไม่เจาะจง it ทำให้คำแนะนำเป็นเรื่องทั่วไปแทนที่จะสั่งผู้ฟังโดยตรง best ประเมินแนวทางการกระทำ ไม่ได้เปรียบเทียบว่าใครเตรียมตัวดีที่สุด รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ It's best to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น It's best to wait.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อเป้าหมายที่หมายถึงแนวทางที่ฉลาดที่สุด: When a storm is approaching, ____ stay indoors.

ดูคำตอบ

it's best to

British newspaper The Guardian quoted the couple's son Raymond as saying, วลี

4:17

หนังสือพิมพ์ The Guardian ของอังกฤษ ได้ยกคำพูดของ เรย์มอนด์ ลูกชายของคู่รักนี้ที่กล่าวว่า,

วลี

quote someone as saying: การระบุเจ้าของคำกล่าวในรายงานข่าว

รูปแบบ quote + บุคคล + as saying + ข้อความ ระบุทั้งแหล่งที่ทำการอ้างคำพูดและบุคคลที่ถ้อยคำนั้นถูกระบุว่าเป็นของเขา ในที่นี้ The Guardian เป็นผู้ทำการอ้าง ส่วน Raymond คือผู้พูดที่ถูกอ้างคำพูด as saying ใช้นำเข้าสู่เนื้อหาที่ระบุว่าเป็นคำพูดของบุคคลนั้น ไม่ได้บอกอัตลักษณ์หรือบทบาทของเขา รูปแบบนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษในการอ่านหรือเขียนรายงานข่าวแบบเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสองส่วนของรูปแบบการรายงานเป้าหมาย: The magazine ____ the scientist ____ that the results needed further review.

ดูคำตอบ

quoted · as saying

"I don't believe they were prepared for winter weather.

4:21

"ผมไม่คิดว่าพวกเขาเตรียมพร้อมสำหรับสภาพอากาศในฤดูหนาว

They don't go camping."

4:23

พวกเขาไม่ได้ไปตั้งแคมป์"

Some of the longest periods that people go without food are hunger strikes, การใช้คำ

4:25

บางช่วงเวลาที่ยาวนานที่สุด ที่ผู้คนต้องทนอยู่โดยไม่มีอาหาร คือการประท้วงอดอาหาร,

and none were longer than the case of an Indian national born in 1931,

4:28

และไม่มีครั้งไหนนานไปกว่ากรณีของ ชายชาวอินเดียที่เกิดในปี 1931,

Bhagat Singh.

4:32

ภัคต สิงห์

การใช้คำ

hunger strikes: การไม่กินอาหารเพื่อประท้วง

hunger strike คือการจงใจไม่กินอาหารเพื่อประท้วงหรือกดดันผู้อื่น ในประโยคนี้ คำนี้อธิบายว่าทำไมคนคนหนึ่งจึงอาจไม่กินอาหารเป็นเวลานานผิดปกติ ในที่นี้ strike หมายถึงการประท้วงที่มีการจัดการ ไม่ใช่การตี จุดประสงค์ในการประท้วงที่อยู่เบื้องหลังการไม่กินอาหารคือส่วนสำคัญของความหมายทั้งวลี

แบบฝึกหัด

เติมคำเฉพาะที่หมายถึงการจงใจไม่กินอาหารเพื่อเป็นการประท้วงลงในประโยค: The factory workers began a ____ to protest unsafe conditions.

ดูคำตอบ

hunger strike

At the time,

4:33

ในเวลานั้น,

the British ruled India, วัฒนธรรม

4:34

อังกฤษปกครองอินเดีย,

and Singh was part of the Indian Independence Movement,

4:36

และสิงห์เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการเรียกร้องเอกราชของอินเดีย,

วัฒนธรรม

the British ruled India: บริบทของการปกครองแบบอาณานิคม

At the time หมายถึงช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กำลังกล่าวถึง ส่วน the British ruled India ระบุว่าอินเดียอยู่ภายใต้การปกครองแบบอาณานิคมของอังกฤษ โดยอำนาจการปกครองอยู่ในมือของทางการอังกฤษ ภูมิหลังนี้ทำให้เห็นว่าการเข้าร่วมขบวนการเอกราชอินเดียของ Singh เป็นส่วนหนึ่งของการต่อสู้กับการปกครองแบบอาณานิคม และให้ความสัมพันธ์ทางการเมืองที่จำเป็นต่อการเข้าใจเหตุการณ์ต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the British ruled India แสดงความสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์แบบใด?

  1. อินเดียกับอังกฤษไม่มีความสัมพันธ์ทางการเมืองใด ๆ
  2. ชาวอังกฤษทุกคนควบคุมพื้นที่ส่วนหนึ่งของอินเดียด้วยตนเอง
  3. ในเวลานั้น อินเดียถูกปกครองโดยเจ้าหน้าที่อาณานิคมของอังกฤษ
ดูคำตอบ

ในเวลานั้น อินเดียถูกปกครองโดยเจ้าหน้าที่อาณานิคมของอังกฤษ

which saw him locked up in prison for allegedly murdering two people. การใช้คำ

4:38

ซึ่งทำให้เขาถูกจับขังในเรือนจำ ในข้อหาฆาตกรรมบุคคลสองคน

การใช้คำ

which saw him locked up: วางผลลัพธ์ไว้ในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์

ในอนุประโยคสัมพันธ์นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์หรือช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า saw ไม่ได้หมายถึงการมองเห็น แต่ใช้วางกรอบว่าสถานการณ์นั้นเป็นช่วงที่ผลลัพธ์ต่อมาเกิดขึ้น และอาจสื่อว่าสภาพการณ์นำไปสู่ผลลัพธ์นั้นโดยไม่ระบุตัวผู้กระทำโดยตรง โครงสร้างคือ which saw + กรรม + กริยาช่องสาม him เป็นกรรม ส่วน locked up บรรยายสภาพที่เกิดกับเขา คือเขาถูกคุมขัง นี่เป็นวิธีกระชับในการใส่ผลลัพธ์สำคัญไว้ในลำดับเรื่องของข่าวหรือการเล่าประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแบบภาษาข่าวด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่ขึ้นต้นด้วย which saw และใช้กริยาวลี locked up: For Daniel, the coup began a period ____ for several months.

ดูคำตอบ

which saw him locked up

การใช้คำ

allegedly: ระบุข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้รับการพิสูจน์

allegedly ขยาย murdering two people โดยบอกผู้ฟังว่าการฆ่าคนเป็นข้อกล่าวหาที่กำลังถูกรายงาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้พูดยืนยัน ประโยคนี้จึงบอกได้ว่าเขาถูกจำคุกเพราะเหตุใด พร้อมคงสถานะว่าข้อกล่าวหานั้นยังไม่ได้รับการพิสูจน์ทั้งในทางกฎหมายและหลักฐาน โดยทั่วไป allegedly เป็นกริยาวิเศษณ์แสดงท่าทีที่วางไว้ใกล้การกระทำหรือคำกล่าวอ้างที่ยังเป็นข้อโต้แย้ง คำนี้สร้างระยะห่างระหว่างผู้รายงานกับความจริงของคำกล่าวอ้าง แต่ไม่ได้พิสูจน์ว่าคำกล่าวนั้นเป็นเท็จหรือบอกว่าใครเป็นผู้กล่าวอ้าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวิเศษณ์ทางการที่ใช้ในข่าวและกฎหมายจากบทนี้ ซึ่งระบุว่าข้อกล่าวหาเรื่องสินบนยังไม่ได้รับการพิสูจน์: The mayor ____ accepted illegal payments.

ดูคำตอบ

allegedly

When in prison,

4:42

ขณะอยู่ในเรือนจำ,

Singh undertook a hunger strike as a way to demand better clothing and hygiene standards วลี

4:43

สิงห์ได้ประท้วงด้วยการอดอาหาร เพื่อเรียกร้องมาตรฐานเสื้อผ้าและสุขอนามัยที่ดีขึ้น

and an ending of the manual labor duties at the prison.

4:48

และการยุติหน้าที่ใช้แรงงานหนักในเรือนจำ

วลี

undertook a hunger strike: เริ่มและรับหน้าที่ดำเนินการอดอาหารประท้วง

ในประโยคนี้ undertook เป็นรูปอดีตแบบ simple past ของ undertake วลี undertook a hunger strike หมายถึงซิงห์ตั้งใจเริ่มและรับหน้าที่ดำเนินการประท้วงอย่างเป็นระบบด้วยการปฏิเสธอาหาร ไม่ใช่การนำความหมายตามตัวอักษรของ under และ took มารวมกัน Undertake มักใช้กับงาน หน้าที่ การสืบสวน หรือการกระทำที่มีการวางแผนและมีความจริงจัง คำนี้นำเสนอว่าประธานยอมรับความพยายามและความรับผิดชอบที่เกี่ยวข้อง จึงทำให้การเล่าประวัติศาสตร์นี้มีน้ำเสียงเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ในการเล่าประวัติศาสตร์แบบเป็นทางการ ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่านักโทษตั้งใจเริ่มและรับหน้าที่ดำเนินการประท้วงนี้?

  1. The prisoners did a hunger strike.
  2. The prisoners made a hunger strike.
  3. The prisoners undertook a hunger strike.
ดูคำตอบ

The prisoners undertook a hunger strike.

วลี

as a way to demand: แสดงว่าการกระทำเป็นวิธีในการเรียกร้อง

As a way to demand เชื่อมการกระทำก่อนหน้าเข้ากับจุดประสงค์ของการกระทำนั้น As a way to ระบุว่าการอดอาหารประท้วงเป็นวิธีการ ส่วน demand นำไปสู่ผลลัพธ์ที่ซิงห์ต้องการ คือสภาพในเรือนจำที่ดีขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ as a way to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง 'ในฐานะวิธีทำหรือบรรลุบางสิ่ง' ในที่นี้ demand มีน้ำหนักมากกว่า ask เพราะสื่อถึงการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลงอย่างหนักแน่น ไม่ใช่การขออย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่แสดงว่าคำร้องเป็นวิธีการ: Maya organized a petition ____ demand safer crossings.

ดูคำตอบ

as a way to

The British government tried to break the fast by placing bowls of food in his cell, วลี

4:51

รัฐบาลอังกฤษพยายามทำลายการอดอาหาร ด้วยการวางชามอาหารไว้ในห้องขังของเขา,

วลี

break the fast: ยุติช่วงการอดอาหาร

ในที่นี้ break the fast หมายถึงยุติช่วงที่ตั้งใจงดอาหารด้วยการกลับมากินอีกครั้ง ส่วน the fast หมายถึงการอดอาหารครั้งเฉพาะที่ทราบอยู่แล้วจากบริบท break ไม่ได้หมายถึงการทำให้สิ่งของเสียหาย แต่แสดงการอดอาหารเป็นสภาวะต่อเนื่องที่ยุติได้ ดังนั้นการนำอาหารไปวางในห้องขังจึงเป็นความพยายามให้ Singh เลือกกินและยุติการประท้วงด้วยการอดอาหาร แนวคิดการสร้างคำแบบเดียวกันปรากฏใน breakfast คือมื้อแรกของวันยุติการอดอาหารตลอดช่วงกลางคืน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ break กับคำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ: At sunset, everyone ate a date to ____.

ดูคำตอบ

break the fast

but Singh was very determined and never touched any of it.

4:55

แต่สิงห์มีความมุ่งมั่นมากและไม่เคยแตะต้องมันเลย

Incredibly,

4:58

น่าเหลือเชื่อ,

he lasted 63 days,

4:58

เขาทนอยู่ได้ถึง 63 วัน,

by which point he weighed only 119 lb. ไวยากรณ์

5:00

จนถึงจุดที่น้ำหนักตัวเหลือเพียง 119 ปอนด์

ไวยากรณ์

by which point: เชื่อมจุดเวลากับผลที่เกิดขึ้นแล้วภายในเวลานั้น

By which point ย้อนอ้างถึงเวลาที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ซึ่งในประโยคนี้คือเมื่อครบช่วง 63 วัน การใช้ which point ช่วยไม่ให้ต้องกล่าวจุดเวลานั้นซ้ำ คำบุพบท by หมายถึงไม่ช้ากว่าเวลานั้นหรือภายในตอนนั้น และนำเสนอน้ำหนักที่ลดลงว่าเป็นสภาวะที่เกิดขึ้นแล้วหรือเป็นจริงอยู่แล้วในตอนนั้น วลีนี้มีประโยชน์ในการเล่าเรื่องเพื่อเชื่อมเวลาที่ผ่านไปกับผลสะสม

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเพื่อแสดงว่าการตรวจสอบความปลอดภัยทั้งหมดเสร็จไม่ช้ากว่าวันศุกร์? The inspection was on Friday, ___ the team had completed all the safety checks.

  1. at which point
  2. by which point
  3. after which point
ดูคำตอบ

by which point

Okay,

5:03

เอาล่ะ,

so it seems that if the conditions are right ไวยากรณ์

5:04

ดูเหมือนว่าหากเงื่อนไขเหมาะสม

and if you have enough water,

5:05

และหากคุณมีน้ำเพียงพอ,

you can go without food for long periods of time.

5:07

คุณสามารถอยู่ได้โดยไม่ต้องมีอาหารเป็นระยะเวลานาน

ไวยากรณ์

if the conditions are right: การเพิ่มเงื่อนไขที่จำเป็น

ในประโยคนี้ if the conditions are right เพิ่มเงื่อนไขที่จำเป็นให้กับข้อสรุป กล่าวคือ การอยู่โดยไม่กินอาหารเป็นเวลานานจะเป็นไปได้ก็ต่อเมื่อสถานการณ์เหมาะสม ซึ่งรวมถึงการมีน้ำเพียงพอ เงื่อนไขนี้ช่วยไม่ให้ข้อความฟังเหมือนเป็นจริงในทุกกรณี right ในที่นี้หมายถึง “เหมาะสม” หรือ “เอื้ออำนวย” ไม่ได้หมายถึงด้านขวา และไม่จำเป็นต้องหมายถึงความถูกต้องทางศีลธรรม โครงสร้าง if the conditions are right สามารถนำไปใช้เพื่อเสนอแผน การคาดการณ์ หรือข้อสรุปอย่างระมัดระวัง โดยแสดงว่าผลลัพธ์ขึ้นอยู่กับสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายห้าคำจากบทเรียนที่หมายถึง “หากสถานการณ์เหมาะสม”: We can begin the field test next week ____.

ดูคำตอบ

if the conditions are right

But is it ever healthy or is it just downright dangerous? การใช้คำ

5:09

แต่มันเป็นเรื่องดีต่อสุขภาพหรือไม่ หรือมันแค่อันตรายสุดๆ กันแน่?

การใช้คำ

downright dangerous: คำเน้นที่หนักแน่นและตรงไปตรงมา

Downright เป็นคำวิเศษณ์เน้นความหมายที่วางไว้หน้า dangerous ในที่นี้หมายถึงอันตรายอย่างสิ้นเชิงหรืออย่างชัดเจน ทำให้คำถามกลายเป็นการประเมินที่หนักแน่นและตรงไปตรงมา แทนที่จะเป็นเพียงคำถามเป็นกลางเกี่ยวกับระดับความเสี่ยง วลีนี้ยังช่วยสร้างความขัดแย้งแบบสุดขั้วกับ healthy ด้วย Downright แสดงจุดยืนที่หนักแน่นของผู้พูด และไม่เกี่ยวข้องกับความหมายบอกทิศทางของ down หรือ right

แบบฝึกหัด

เลือกคำที่แสดงการตัดสินแบบตรงไปตรงมา หนักแน่น และไม่เป็นทางการ: Posting someone's private address online is ____ irresponsible.

  1. potentially
  2. slightly
  3. downright
ดูคำตอบ

downright

As it happens, ลำดับความ

5:12

บังเอิญว่า,

fasting has become increasingly popular as a health routine in recent years. วลี

5:13

การอดอาหารกลายเป็นกิจวัตรเพื่อสุขภาพที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ลำดับความ

ใช้ As it happens, เพื่อเกริ่นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้อง

ในประโยคนี้ As it happens, เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่มีความหมายประมาณว่า “ปรากฏว่า” หรือ “อันที่จริง และเรื่องนี้ก็เกี่ยวข้องพอดี” โดยใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับคำถามก่อนหน้า นั่นคือปัจจุบันมีการอดอาหารกันอย่างแพร่หลายในฐานะกิจวัตรเพื่อสุขภาพ สำนวนนี้ไม่ได้อธิบายว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นด้วยวิธีใด เมื่อวางไว้ต้นประโยคและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค จะช่วยเพิ่มข้อเท็จจริงที่เข้ากับจังหวะและค่อนข้างคาดไม่ถึง พร้อมทำให้การเปลี่ยนประเด็นฟังเป็นบทสนทนามากขึ้น

แบบฝึกหัด

As it happens, ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ใช้อธิบายวิธีที่การอดอาหารเกิดขึ้น
  2. ใช้แสดงว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นความจริงหรือไม่
  3. ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่บังเอิญเกี่ยวข้องกับหัวข้อปัจจุบัน
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่บังเอิญเกี่ยวข้องกับหัวข้อปัจจุบัน

วลี

has become increasingly popular: แนวโน้มที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

has become increasingly popular อธิบายการเปลี่ยนแปลงที่เริ่มขึ้นในอดีตและดำเนินมาจนถึงปัจจุบัน กล่าวคือ ความนิยมของการอดอาหารเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ รูป present perfect อย่าง has become เชื่อมพัฒนาการนี้เข้ากับสถานการณ์ปัจจุบัน ส่วน increasingly ขยาย popular และหมายถึง “ในระดับที่เพิ่มขึ้น” สำนวนนี้จึงเน้นแนวโน้มที่ดำเนินต่อเนื่องมากกว่าการพูดเพียงว่า is popular

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีแสดงแนวโน้มจากบทเรียน: Over the past decade, remote work ____ among small companies.

ดูคำตอบ

has become increasingly popular

It's widely understood within the health community that there are many benefits to cutting out food for short periods of time, ไวยากรณ์

5:17

ชุมชนสุขภาพเข้าใจกันอย่างแพร่หลายว่า มีประโยชน์มากมาย ในการงดอาหารเป็นช่วงเวลาสั้นๆ

ไวยากรณ์

It's widely understood within ... that: การรายงานฉันทามติของกลุ่ม

ในที่นี้ It's widely understood ... that เป็นโครงสร้างกรรมวาจกแบบไม่ระบุบุคคลสำหรับรายงานมุมมอง อนุประโยคหลัง that ถูกนำเสนอเป็นมุมมองที่คนจำนวนมากยอมรับ โดยประโยคไม่ได้ระบุบุคคลคนเดียวว่าเป็นผู้มีหรือผู้กล่าวมุมมองนั้น within the health community จำกัดฉันทามติที่รายงานให้อยู่ภายในกลุ่มดังกล่าว ส่วน widely บอกระดับความแพร่หลายของการยอมรับ ไม่ได้บอกความแน่นอนหรือเป็นหลักฐาน ดังนั้นโครงสร้างนี้จึงรายงานฉันทามติได้โดยไม่รับประกันว่าข้อกล่าวอ้างนั้นถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนรายงานฉันทามติที่เน้นไว้: ____ within the cybersecurity community that reused passwords increase security risks.

ดูคำตอบ

It's widely understood

such as a few days.

5:22

เช่น ไม่กี่วัน

The obvious benefit is that it can support weight loss if that's something your body requires.

5:23

ประโยชน์ที่เห็นได้ชัดเจนคือ สามารถรองรับการลดน้ำหนักได้ หากร่างกายของคุณต้องการ

But other health benefits are said to include boosting your metabolism, ไวยากรณ์

5:28

แต่ยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพอื่นๆ ที่ถูกพูดถึง เช่น การกระตุ้นการเผาผลาญ,

lowering blood pressure,

5:31

การลดความดันโลหิต,

protecting your brain,

5:32

การปกป้องสมองของคุณ,

and maybe even slowing the aging process,

5:33

และอาจถึงขั้นชะลอกระบวนการชราภาพได้,

ไวยากรณ์

Benefits are said to include ...: การรายงานข้อกล่าวอ้างโดยรักษาระยะห่าง

ใน health benefits are said to include ... ส่วน are said to เป็นโครงสร้างกรรมวาจกสำหรับรายงานคำกล่าวอ้าง โครงสร้างนี้ระบุว่ารายการประโยชน์ที่กล่าวอ้างมาจากบุคคลหรือแหล่งข้อมูลที่ไม่ได้ระบุ โดยไม่ได้นำเสนอผู้พูดว่าเป็นแหล่งข้อมูลโดยตรง Include ใช้นำเข้ารายการที่ถูกรายงาน โครงสร้างนี้สร้างระยะห่างด้านหลักฐาน กล่าวคือบอกว่ามีผู้กล่าวอ้างถึงประโยชน์เหล่านั้น ไม่ได้บอกว่าผู้พูดยืนยันแล้ว จึงยังเปิดพื้นที่ให้มีการไม่เห็นด้วยหรือการใส่เงื่อนไขเพิ่มเติมภายหลัง

แบบฝึกหัด

ผู้เขียนยังไม่ได้ตรวจสอบผลลัพธ์ที่มีการกล่าวอ้างอย่างเป็นอิสระ ประโยคใดรักษาระยะห่างด้านหลักฐานนี้ได้ดีที่สุด

  1. The plan's benefits include lower costs and faster delivery.
  2. The plan's benefits are said to include lower costs and faster delivery.
  3. The plan's benefits may include lower costs and faster delivery.
ดูคำตอบ

The plan's benefits are said to include lower costs and faster delivery.

though a lot of researchers all disagree with these theories.

5:36

แม้ว่านักวิจัยจำนวนมากจะไม่เห็นด้วยกับทฤษฎีเหล่านี้ก็ตาม

Beauty routines have gone out of control, สำนวน

5:39

กิจวัตรความงามนั้นควบคุมไม่ได้แล้ว,

but one part that doesn't have to be crazy is your grooming.

5:41

แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่จำเป็นต้องบ้าคลั่ง คือการดูแลความสะอาดของคุณ

สำนวน

have gone out of control: เลยเถิดจนควบคุมไม่ได้

“Have gone out of control” เป็นรูป present perfect ของ “go out of control” หมายความว่ากิจวัตรความงามเริ่มมากเกินไปหรือยากที่จะควบคุมให้อยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม ไม่ได้หมายถึงการ “ออกไป” จากที่ใดตามตัวอักษร ในที่นี้เป็นคำประเมินแบบกว้างและเกินจริงตามภาษาการโฆษณา เพื่อเกริ่นนำไปสู่วิธีดูแลตัวเองที่เรียบง่ายกว่า ในบริบทอื่น วลีเดียวกันนี้ใช้บรรยายสถานการณ์ใด ๆ ที่จัดการได้ยากขึ้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “กลายเป็นสิ่งที่ควบคุมไม่ได้แล้ว”: After weeks of extra requests, the project costs have ____.

ดูคำตอบ

gone out of control

Dollar Shave Club has everything in one place to get your morning going right. วลี

5:44

Dollar Shave Club มีครบทุกอย่างในที่เดียว เพื่อให้เช้าของคุณเป็นไปอย่างถูกต้อง

วลี

get your morning going right: เริ่มต้นเช้าวันใหม่ได้ดี

ใน “get your morning going right” โครงสร้าง get + กรรม + -ing หมายถึง “ทำให้หรือช่วยให้สิ่งที่เป็นกรรมเริ่มต้นและดำเนินต่อไป” โดย your morning เป็นกรรมที่วางอยู่ระหว่าง get กับ going Going หมายถึง “เริ่มดำเนินไป” ส่วน right เป็นคำวิเศษณ์ที่หมายถึง “อย่างดี” หรือ “ในทางที่ดี” ไม่ได้หมายถึงทิศทาง วลีทั้งหมดสื่อว่าจะช่วยให้กิจวัตรยามเช้าเริ่มต้นได้ดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get + the class + going + smoothly: A short warm-up can ____.

ดูคำตอบ

get the class going smoothly

We've tried the Dr. Carver's Easy Shave Butter,

5:48

เราได้ลองครีมโกนหนวด Dr. Carver's Easy Shave Butter,

and our skin was left totally smooth. ไวยากรณ์

5:50

และผิวของเราก็เนียนนุ่มไปเลย

ไวยากรณ์

our skin was left totally smooth: โครงสร้างบอกผลลัพธ์แบบถูกกระทำ

ใน our skin was left totally smooth คำว่า was left เป็นรูปถูกกระทำของโครงสร้าง leave + กรรม + คำคุณศัพท์ ผลิตภัณฑ์โกนหนวดทำให้ผิวลงเอยอยู่ในสภาพที่ smooth บรรยายไว้ โดย leave ในที่นี้หมายถึง “ทำให้คงอยู่หรือลงเอยในสภาพหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “จากไป” หรือ “ทอดทิ้ง” โครงสร้างบอกผลลัพธ์นี้เน้นสภาพที่ยังคงอยู่หลังจากการกระทำ รูปกระทำ: The shave butter left our skin smooth. รูปถูกกระทำ: Our skin was left smooth.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกผลลัพธ์แบบถูกกระทำโดยใช้ leave และ soft: After the conditioning treatment, my hair ____ wonderfully ____.

ดูคำตอบ

was left · soft

They're giving away their Daily Essential Starter Set to fans of The Infographics Show for only $5. กริยาวลี

5:53

พวกเขากำลังแจก Daily Essential Starter Set ให้กับแฟนๆ The Infographics Show ในราคาเพียง 5 ดอลลาร์

กริยาวลี

giving away ... for only $5: การกล่าวเกินจริงในโฆษณา

โดยปกติ give away หมายถึงการมอบบางสิ่งให้ผู้อื่นโดยไม่คิดเงิน แต่ในที่นี้ for only $5 ระบุราคาจริง ดังนั้นชุดนี้จึงไม่ได้ฟรีตามความหมายตรงตัว โฆษณาใช้ give away แบบกล่าวเกินจริง โดยนำเสนอว่า 5 ดอลลาร์ถูกมากจนรู้สึกเหมือนเกือบฟรี เมื่อตีความภาษาส่งเสริมการขาย ให้ยึดเงื่อนไขการซื้อขายที่ระบุไว้ เช่น ราคา เป็นตัวกำหนดความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ร้านค้าเรียกเก็บเงิน 8 ดอลลาร์สำหรับแก้วหนึ่งใบและพูดว่า ‘We're giving it away for $8.’ จงตัดสินข้อความนี้: แก้วใบนี้ต้องฟรีอย่างแน่นอน

  1. จริง
  2. เท็จ
ดูคำตอบ

เท็จ

This starter set features three trial-sized versions of their most popular products การใช้คำ

5:58

ชุดเริ่มต้นนี้ประกอบด้วยผลิตภัณฑ์ยอดนิยม ในขนาดทดลองสามชิ้น

การใช้คำ

three trial-sized versions: ผลิตภัณฑ์ขนาดทดลองสามแบบ

Trial-sized เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ใช้ในคำบรรยายสินค้า หมายถึงสินค้าที่ทำเป็นปริมาณเล็กเพื่อให้ลูกค้าลองใช้ก่อนซื้อขนาดปกติ โดยใช้ยัติภังค์เชื่อมคำเมื่อวางไว้หน้า versions ในประโยคนี้ three trial-sized versions หมายถึงผลิตภัณฑ์ของแบรนด์ในรูปแบบขนาดเล็กสามแบบ ไม่ได้หมายถึงการพิจารณาคดี การทดลองเชิงวิจัย หรือคุณภาพที่ต่ำกว่า

แบบฝึกหัด

ชุดเครื่องสำอางมีผลิตภัณฑ์สามชนิดในปริมาณเล็กเพื่อให้ลูกค้าได้ลองใช้ คำบรรยายใดเหมาะสมที่สุด

  1. three full-sized versions
  2. three travel-sized versions
  3. three trial-sized versions
ดูคำตอบ

three trial-sized versions

that help you stay fresh and clean.

6:01

ที่ช่วยให้คุณสดชื่นและสะอาด

In your first box,

6:03

ในกล่องแรกของคุณ,

you'll receive their shave butter,

6:04

คุณจะได้รับครีมโกนหนวด,

body wash,

6:05

ครีมอาบน้ำ,

and One Wipe Charlies butt wipes.

6:06

และกระดาษชำระแบบเปียก One Wipe Charlies

You'll also receive their Executive Razor,

6:08

คุณยังจะได้รับ Executive Razor

which includes their premium weighty handle and full cassette of cartridges.

6:09

ซึ่งรวมถึงด้ามจับมีน้ำหนักระดับพรีเมียม และตลับใบมีดโกนชุดเต็ม

After the first box,

6:13

หลังจากกล่องแรก,

replacement cartridges are sent directly to your home for only a few bucks a month. การใช้คำ

6:14

ตลับใบมีดโกนสำรอง จะถูกส่งตรงถึงบ้านของคุณในราคาเพียงไม่กี่ดอลลาร์ต่อเดือน

การใช้คำ

a few bucks a month: ไม่กี่ดอลลาร์ต่อเดือน

ในภาษาอังกฤษแบบอเมริกันที่ไม่เป็นทางการ bucks หมายถึง dollars หรือดอลลาร์ ดังนั้น a few bucks จึงหมายถึงเงินจำนวนไม่กี่ดอลลาร์โดยไม่ได้ระบุจำนวนที่แน่นอน A month หมายถึงทุกเดือน เมื่อรวมกัน a few bucks a month จึงหมายถึงค่าใช้จ่ายรายเดือนจำนวนไม่มากที่ต้องจ่ายต่อเนื่อง ไม่ใช่การจ่ายเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The music app costs a few bucks a month,” วลีเกี่ยวกับราคานี้หมายความว่าอย่างไร

  1. มีค่าใช้จ่ายไม่กี่ดอลลาร์เพียงครั้งเดียว
  2. ใช้งานฟรีในช่วงสองสามเดือนแรก
  3. มีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่กี่ดอลลาร์ทุกเดือน
ดูคำตอบ

มีค่าใช้จ่ายจำนวนไม่กี่ดอลลาร์ทุกเดือน

This $5 offer is available at dollarshaveclub.com/infographics

6:18

ข้อเสนอ 5 ดอลลาร์นี้มีให้ที่ dollarshaveclub.com/infographics

or by clicking the link in the description.

6:22

หรือโดยการคลิกที่ลิงก์ในคำอธิบาย

Get ready to look, วลี

6:24

เตรียมพร้อมที่จะดูดี,

feel, and smell your best.

6:25

รู้สึกดี และมีกลิ่นหอมที่สุด

วลี

Get ready to + กริยารูปพื้นฐาน

Get ready to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เกริ่นถึงการกระทำ เหตุการณ์ หรือผลลัพธ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น หรือสิ่งที่ผู้ฟังควรเตรียมพร้อมรับมือ กริยาหลัง to ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน เช่น get ready to look, feel, and smell ในข้อความโฆษณานี้ สำนวนดังกล่าวเป็นการเกริ่นเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่คำสั่งให้ลงมือเตรียมตัวอย่างใดอย่างหนึ่งโดยเฉพาะ แต่ช่วยสร้างความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่สัญญาไว้

แบบฝึกหัด

เติมประกาศด้วยโครงสร้างสามคำที่สร้างความคาดหวังต่อผลลัพธ์ที่กำลังจะมาถึง: “____ see your photos in a whole new way.”

ดูคำตอบ

Get ready to

So,

6:26

ดังนั้น,

how long have you ever gone without food?

6:27

คุณเคยอยู่โดยไม่มีอาหารนานที่สุดแค่ไหน?

And how difficult was it?

6:29

แล้วมันยากขนาดไหน?

Let us know in the comments. น้ำเสียง/เจตนา

6:30

บอกเราในความคิดเห็น

น้ำเสียง/เจตนา

Let us know สำหรับเชิญให้ตอบกลับ

Let us know หมายถึง “โปรดบอกหรือแจ้งให้เราทราบ” ในโครงสร้างนี้ let ไม่ใช่การขออนุญาตตามความหมายตรง แต่ทั้งวลีเป็นการเชิญให้ผู้ฟังให้ข้อมูล ในที่นี้ สำนวนนี้เป็นคำชวนที่เป็นมิตรให้ผู้ชมมีส่วนร่วม สามารถใช้เดี่ยว ๆ ได้เมื่อชัดเจนอยู่แล้วว่าต้องการข้อมูลอะไร หรืออาจตามด้วย what, if, whether, when หรืออนุประโยคอื่น เช่น Let us know what you think.

แบบฝึกหัด

เติมข้อความบริการลูกค้าด้วยวลีสามคำที่เชิญให้ตอบกลับอย่างสุภาพ: “If the new delivery time does not work for you, ____.”

ดูคำตอบ

let us know

Also,

6:31

และ,

be sure to check out our other video called กริยาวลี

6:32

อย่าลืมตรวจสอบวิดีโออื่นของเราที่ชื่อ

Do you know how much food is in 100 calories?

6:34

คุณรู้ไหมว่าอาหาร 100 แคลอรี่มีแค่ไหน?

กริยาวลี

check out: ดูหรือสำรวจเนื้อหาที่แนะนำ

ในที่นี้ “check out” หมายถึงดู ชม หรือทำความรู้จักสิ่งที่กำลังถูกแนะนำ ผู้พูดกำลังชวนผู้ชมไปดูวิดีโออีกเรื่อง ไม่ได้ขอให้ตรวจหาปัญหาในวิดีโอ กริยาวลีนี้รับสิ่งที่แนะนำเป็นกรรม โดยใช้รูป “check out + เนื้อหา สถานที่ หรือสินค้า” ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น “check it out” ไม่ใช่ “check out it”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Be sure to check out our other video” ผู้พูดขอให้ผู้ชมทำอะไร?

  1. ดูหรือสำรวจวิดีโออีกเรื่อง
  2. ตรวจหาปัญหาทางเทคนิคในวิดีโอ
  3. ออกจากโรงแรม
  4. ชำระเงินสำหรับการซื้อสินค้าออนไลน์
ดูคำตอบ

ดูหรือสำรวจวิดีโออีกเรื่อง

Thanks for watching,

6:36

ขอบคุณที่รับชม,

and as always,

6:37

และเช่นเคย,

don't forget to like, น้ำเสียง/เจตนา

6:38

อย่าลืมกดไลก์,

share,

6:39

แชร์,

and subscribe.

6:39

และกดติดตาม

น้ำเสียง/เจตนา

don't forget to: คำเตือนอย่างนุ่มนวลหรือคำกระตุ้นให้ลงมือทำ

ในประโยคปิดท้ายนี้ “don’t forget to + กริยารูปพื้นฐาน” ใช้นำการกระทำ “like, share, and subscribe” ในทางไวยากรณ์เป็นการเตือนไม่ให้ลืม แต่ในทางการใช้จริงจะช่วยทำให้คำขอให้ผู้ชมลงมือทำฟังนุ่มนวลขึ้น รูปแบบคือ “don’t forget to + กริยา” สามารถนำการกระทำหนึ่งอย่างหรือรายการการกระทำที่เชื่อมกัน และมักฟังไม่ห้วนเท่าคำสั่งโดยตรงอย่าง “Like, share, and subscribe”

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยรูปแบบตรงตามบทเรียน: “____ bring your ID to the appointment.”

ดูคำตอบ

Don't forget to

See you next time.

6:40

แล้วพบกันใหม่