ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับระบบสุริยะที่คุณเคยเรียนมา: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
497 คำ 176 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: คำอธิบายนี้แทนภาพดาวเคราะห์เรียงเป็นเส้นตรงด้วยวงโคจรจริง และแสดงว่าเหตุใดดาวพุธจึงอยู่ใกล้โลกและดาวเคราะห์ดวงอื่นเป็นเวลานานที่สุด ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. speeds up—กริยาวลี: เข้าใจว่า speed up คือทำให้กระบวนการเร็วขึ้น และใช้กับงาน การเรียน การเดินทาง หรืออุปกรณ์ 2. mostest closest.—ความหมายและระดับภาษา: รู้ว่าเป็นขั้นสูงสุดซ้ำที่ไม่เป็นมาตรฐานและใช้เพื่อความขบขัน เข้าใจว่า “ใกล้ที่สุดเป็นเวลาส่วนใหญ่” และหลีกเลี่ยงในภาษาอังกฤษทางการ 3. mercurial Mercury—สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจการเล่นคำกับ mercurial ซึ่งปกติหมายถึง “เปลี่ยนแปลงง่ายหรือคาดเดายาก” และความขัดแย้งเชิงประชดกับ constant companion

คำอธิบายในบทเรียนนี้

My very easy method just speeds up naming planets. กริยาวลี

0:00

วิธีจำง่ายๆ ของฉันแค่ช่วยให้เรียกชื่อดาวเคราะห์ได้เร็วขึ้น

กริยาวลี

“speeds up”: ทำให้กระบวนการเร็วขึ้น

“speeds up” เป็นรูปประธานเอกพจน์บุรุษที่สามของกริยาวลี “speed up” ในที่นี้ใช้เป็นสกรรมกริยา หมายถึงวิธีนี้ทำให้กิจกรรม “naming planets” หรือการตั้งชื่อดาวเคราะห์เกิดขึ้นเร็วกว่าเดิม ให้มอง “speed up” เป็นกริยาหนึ่งชุด ในประโยคนี้ “speed” ไม่ใช่คำนาม และ “up” ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ “something speeds up a process/activity” หรือบางสิ่งทำให้กระบวนการหรือกิจกรรมเร็วขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง “ทำให้กระบวนการเร็วขึ้น”: A shared template can ____ writing the report.

ดูคำตอบ

speed up

Every physics classroom has a solar system line

0:03

ในห้องเรียนวิชาฟิสิกส์ทุกห้องจะมีแผนผังระบบสุริยะเรียงเป็นเส้น

like this

0:05

แบบนี้

or like this.

0:06

หรือแบบนี้

Sorry Pluto. วัฒนธรรม

0:07

ขอโทษนะดาวพลูโต

วัฒนธรรม

ความหมายแบบขำ ๆ ของ “Sorry Pluto.”

“Sorry Pluto.” เป็นคำขอโทษแบบล้อเล่นที่พูดกับวัตถุท้องฟ้าราวกับว่ามันได้ยิน มุกนี้เกิดจากรายชื่อดาวเคราะห์ในระบบสุริยะตามปกติที่ปัจจุบันมีแปดดวง ดาวพลูโตซึ่งครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกโดยทั่วไปว่าดาวเคราะห์ดวงที่เก้า ถูกจัดประเภทใหม่เป็นดาวเคราะห์แคระในปี 2006 ผู้พูดยอมรับแบบขำ ๆ ว่าดาวพลูโตถูกตัดออก นี่คือการทำให้สิ่งไม่มีชีวิตมีลักษณะเหมือนคน ไม่ใช่การขอโทษคนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “Sorry Pluto.”?

  1. ขอโทษดาวพลูโตแบบล้อเล่นที่ตัดมันออกจากรายชื่อดาวเคราะห์
  2. ขอโทษบุคคลที่ชื่อ Pluto อย่างจริงจัง
  3. บอกว่าดาวพลูโตได้รับชื่อใหม่
ดูคำตอบ

ขอโทษดาวพลูโตแบบล้อเล่นที่ตัดมันออกจากรายชื่อดาวเคราะห์

Looking at the line,

0:08

เมื่อดูจากการเรียงเป็นเส้นนี้

which planet is closest to Earth?

0:09

ดาวเคราะห์ดวงไหนอยู่ใกล้โลกที่สุด?

Venus or Mars?

0:11

ดาวศุกร์ หรือ ดาวอังคาร?

To answer,

0:12

เพื่อจะตอบคำถามนี้

you need first know that like many things in school,

0:13

อย่างแรกคุณต้องรู้ก่อนว่า เหมือนกับหลายๆ อย่างในโรงเรียน

the line is a lie. สำนวน

0:16

ภาพเรียงเส้นเหล่านั้นมันหลอกลวง

สำนวน

the line is a lie: อุปลักษณ์สะดุดหูที่ใช้แก้ความเข้าใจ

ในประโยคนี้ the line is a lie หมายความว่า ภาพในห้องเรียนที่วาดดาวเคราะห์เรียงเป็นเส้นตรงทำให้เกิดความเข้าใจผิดเกี่ยวกับการจัดวางจริงของดาวเคราะห์ ไม่ได้หมายความว่าครูกำลังจงใจหลอกใคร การเรียกเส้นนั้นว่า “เรื่องโกหก” เป็นการพูดเกินจริงอย่างมีอารมณ์ขัน เพื่อปฏิเสธแบบจำลองที่ลดทอนความซับซ้อนมากเกินไปอย่างชัดเจน การเล่นคำสั้น ๆ ระหว่าง line กับ lie ทำให้คำแก้ไขนี้สะดุดหูและจำง่ายขึ้น โดยทั่วไปแล้ว สำนวนแบบนี้เตือนว่าอย่าสับสนระหว่างแบบจำลองที่มีประโยชน์กับความเป็นจริงทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “the line is a lie”?

  1. ใช้การพูดเกินจริงอย่างมีอารมณ์ขันเพื่อปฏิเสธแบบจำลองที่ลดทอนมากเกินไป
  2. อธิบายว่าแผนภาพถูกวาดอย่างไม่ระมัดระวัง
  3. บอกว่าเส้นตรงทุกเส้นเป็นไปไม่ได้ในทางวิทยาศาสตร์
  4. กล่าวหาว่าครูจงใจหลอกนักเรียนทั้งชั้น
ดูคำตอบ

ใช้การพูดเกินจริงอย่างมีอารมณ์ขันเพื่อปฏิเสธแบบจำลองที่ลดทอนมากเกินไป

Planets are not people queuing for coffee, ไวยากรณ์

0:17

ดาวเคราะห์ไม่ใช่คนที่กำลังเข้าคิวซื้อกาแฟ

but rather spheroids scattered in space,

0:20

แต่เป็นทรงกลมที่กระจัดกระจายอยู่ในอวกาศ

ไวยากรณ์

not ... but rather ...: ใช้คำอธิบายที่ถูกต้องกว่าแทนคำอธิบายที่ผิด

Not ... but rather ... ใช้แก้คำอธิบายหนึ่งด้วยการแทนที่ด้วยคำอธิบายที่ถูกต้องกว่า ส่วนหลัง not ถูกปฏิเสธ ส่วนหลัง but rather เป็นคำอธิบายที่ใช้แก้ไข ในที่นี้ rather เป็นส่วนหนึ่งของคำเชื่อม but rather และหมายถึง “แต่เป็น” หรือ “พูดให้ถูกต้องกว่านั้น” ไม่ได้หมายถึง “ค่อนข้าง” แบบใน rather large โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อคำอธิบายต้องจัดประเภทของสิ่งหนึ่งใหม่อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมจากบทเรียนเพื่อทำประโยคแก้ไขให้สมบูรณ์: This shape is not a circle, ____ an oval.

ดูคำตอบ

but rather

always in motion, วลี

0:22

เคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา

วลี

in motion: อยู่ในสภาวะเคลื่อนที่

In motion เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “กำลังเคลื่อนที่หรือเคลื่อนที่อย่างต่อเนื่อง” ไม่ได้อยู่นิ่ง ในที่นี้ always in motion บอกว่าวัตถุทรงรีเหล่านั้นเคลื่อนที่อยู่ในอวกาศตลอดเวลา รูปแบบที่พบบ่อยคือ be + in motion นอกจากนี้ยังใช้ในเชิงเปรียบเทียบกับกระบวนการที่เริ่มขึ้นแล้วได้ โดยเฉพาะใน set something in motion หรือ put something in motion

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึง “กำลังเคลื่อนที่ ไม่ได้อยู่นิ่ง” ให้สมบูรณ์: The wheels are ____.

ดูคำตอบ

in motion

not in simple circles either,

0:23

และไม่ได้เคลื่อนที่เป็นวงกลมง่ายๆ ด้วย

but in ellipses at untidy angles.

0:25

แต่เป็นวงรีในมุมที่ไม่เป็นระเบียบ

In the cold dark expanse.

0:28

ในพื้นที่อันหนาวเหน็บและมืดมิด

This is the coziest Venus gets to Earth,

0:30

นี่คือระยะที่ดาวศุกร์เข้ามาใกล้โลกที่สุด

but only about once a year and a half-ish. การใช้คำ

0:32

แต่จะเกิดขึ้นแค่ประมาณปีครึ่งต่อหนึ่งครั้งเท่านั้น

การใช้คำ

-ish ใน a year and a half-ish: การบอกค่าโดยประมาณแบบไม่เป็นทางการ

ปัจจัยท้ายแบบไม่เป็นทางการ -ish ทำให้ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าโดยประมาณแทนที่จะเป็นค่าที่แน่นอน แม้ว่าจะเติมต่อท้าย half ก็ตาม A year and a half-ish หมายถึงประมาณหนึ่งปีครึ่ง เนื่องจาก about และ -ish ต่างก็บอกความไม่แน่นอน การใช้ทั้งคู่พร้อมกันในที่นี้จึงทำให้การประมาณดูคร่าวและเป็นภาษาสนทนาเป็นพิเศษ Half-ish ไม่ใช่หน่วยแยกต่างหากที่หมายถึง “ประมาณครึ่งปี”

แบบฝึกหัด

เติมปัจจัยท้ายแบบไม่เป็นทางการที่ทำให้ระยะเวลาเป็นค่าโดยประมาณ: The repair should take two weeks____.

ดูคำตอบ

-ish

Starting close,

0:35

เริ่มต้นจากใกล้ๆ

she orbits far,

0:36

เธอโคจรออกไปไกล

then comes back,

0:37

แล้วกลับมาใหม่

needs some space on the other side of the Sun. สำนวน

0:38

ต้องการพื้นที่บ้างในอีกฝั่งหนึ่งของดวงอาทิตย์

สำนวน

needs some space: ระยะห่างทางกายภาพและในความสัมพันธ์

needs some space ในที่นี้ทำหน้าที่สองแบบ ตามความหมายตรง เส้นทางโคจรของดาวศุกร์ทำให้ดาวศุกร์อยู่ห่างจากโลกจริง ๆ เมื่อเคลื่อนไปอีกด้านของดวงอาทิตย์ ในบทสนทนาทั่วไปเกี่ยวกับความสัมพันธ์ need some space หมายถึงการต้องการเว้นระยะห่างทางอารมณ์หรือทางสังคมชั่วคราว การใช้สำนวนนี้กับดาวศุกร์ทำให้ดาวเคราะห์มีลักษณะเหมือนคน และทำให้วงโคจรฟังคล้ายกับคนที่ถอยออกจากความสัมพันธ์เล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ในการสนทนาเกี่ยวกับมิตรภาพ “I need some space” น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. ฉันต้องการให้คุณวัดขนาดห้อง
  2. ฉันต้องการลดการติดต่อหรือความกดดันทางอารมณ์สักระยะ
  3. ฉันต้องการให้มิตรภาพนี้สนิทกันมากขึ้นทันที
ดูคำตอบ

ฉันต้องการลดการติดต่อหรือความกดดันทางอารมณ์สักระยะ

This means when Venus is away,

0:41

นั่นหมายความว่าเมื่อดาวศุกร์อยู่ไกลออกไป

Mars can be the closest to play.

0:43

ดาวอังคารก็อาจกลายเป็นเพื่อนที่อยู่ใกล้ที่สุดได้

So because of orbits,

0:45

ดังนั้นเพราะเรื่องของวงโคจร

there isn't one answer to who is the closest. ไวยากรณ์

0:46

จึงไม่มีคำตอบเดียวว่าใครอยู่ใกล้ที่สุด

ไวยากรณ์

there isn't one answer to who is the closest: ไม่มีคำตอบเดียว

“There isn't one answer to ...” หมายความว่าคำถามนั้นไม่มีคำตอบที่ตายตัวเพียงคำตอบเดียว ไม่ได้หมายความเพียงว่าผู้พูดไม่รู้ข้อมูล ในที่นี้ดาวเคราะห์เคลื่อนที่อยู่ตลอด ดังนั้นดาวที่อยู่ใกล้ที่สุดจึงเปลี่ยนได้ “Who is the closest” เป็นคำถามแบบฝังที่เติมเนื้อหาให้ “answer to” โดยบอกว่าคำตอบนั้นตอบเรื่องอะไร ไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำถามตรงที่แยกออกมาต่างหาก เนื่องจาก who เป็นประธานของอนุประโยค ลำดับคำจึงยังเป็น who + is + the closest

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะกับ “There isn't one answer to which route is fastest” มากที่สุด?

  1. ไม่มีเส้นทางใดไปถึงจุดหมายได้
  2. เส้นทางที่เร็วที่สุดเปลี่ยนไปตามสภาพการจราจรและช่วงเวลาของวัน
  3. มีเส้นทางหนึ่งที่เร็วที่สุดเสมอ แต่ผู้พูดลืมชื่อเส้นทางนั้น
ดูคำตอบ

เส้นทางที่เร็วที่สุดเปลี่ยนไปตามสภาพการจราจรและช่วงเวลาของวัน

It's really who is mostly the closest,

0:48

มันขึ้นอยู่กับว่าใครที่อยู่ใกล้ที่สุดเป็นส่วนใหญ่

the mostest closest. การใช้คำ

0:51

คือ ใกล้ที่สุดในบรรดาที่ใกล้ที่สุด

การใช้คำ

“Mostest closest” ในฐานะขั้นสูงสุดซ้อนแบบขำ ๆ

ในประโยคนี้ mostest closest เป็นรูปขั้นสูงสุดที่ตั้งใจสร้างขึ้นอย่างขำ ๆ และไม่ใช่ภาษาอังกฤษมาตรฐาน Closest มีความหมายว่า “ใกล้กว่าสิ่งอื่นทั้งหมด” อยู่แล้ว ส่วน mostest เป็นคำที่แต่งขึ้นเพื่อทำให้ most ดูเหมือนมีขั้นสูงสุดเพิ่มอีกชั้น การวางสองคำนี้ซ้อนกันเป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อสร้างอารมณ์ขัน ความหมายในที่นี้ไม่ใช่แค่ “ใกล้ที่สุด ณ ช่วงเวลาหนึ่ง” แต่คือ “สิ่งที่อยู่ใกล้ที่สุดเป็นระยะเวลานานที่สุด” ในภาษาอังกฤษมาตรฐานให้ใช้ closest most of the time หรือ most often the closest

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: รายงานวิทยาศาสตร์บรรยายวัตถุหนึ่งว่า “the mostest closest one.” สำนวนนี้เหมาะกับภาษาอังกฤษทางการหรือไม่?

  1. เหมาะ เพราะเป็นภาษาอังกฤษเชิงวิทยาศาสตร์มาตรฐาน
  2. ไม่เหมาะ เพราะเป็นภาษาอังกฤษไม่มาตรฐานที่ใช้พูดเล่น ควรเขียน closest most of the time แทน
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะเป็นภาษาอังกฤษไม่มาตรฐานที่ใช้พูดเล่น ควรเขียน closest most of the time แทน

When Mars and Venus are both

0:52

เมื่อทั้งดาวอังคารและดาวศุกร์

on the other side of the Sun,

0:54

ไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของดวงอาทิตย์

it leaves little Mercury the closest. ไวยากรณ์

0:55

มันก็ปล่อยให้ดาวพุธดวงน้อยกลายเป็นดาวที่ใกล้ที่สุด

ไวยากรณ์

“Leaves little Mercury the closest”: leave + กรรม + ส่วนเติมเต็ม

leaves ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จากไปจาก” หรือ “ทอดทิ้ง” แต่หมายถึงว่าสถานการณ์หนึ่งส่งผลให้บางสิ่งอยู่ในสภาพเฉพาะ สาเหตุคือการจัดตำแหน่งของวงโคจรทั้งหมด ดังนั้นจึงใช้ it แทนสถานการณ์นี้ได้ แม้จะไม่ใช่คนที่ตั้งใจกระทำก็ตาม รูปแบบคือ leave + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม: leaves + little Mercury + the closest โดย the closest บอกสถานะที่ Mercury ได้รับจากผลลัพธ์นั้น ส่วน little กล่าวถึงขนาดเล็กของ Mercury เพื่อทำให้ดูเหมือนมีบุคลิกอย่างน่าเอ็นดู คำนี้เป็นส่วนหนึ่งของวลีกรรม ไม่ใช่ส่วนเติมเต็ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ leave: After the other two candidates withdrew, that ____ Maya the only person available.

ดูคำตอบ

left

Each of Earth's inner three planet friends

0:57

เพื่อนดาวเคราะห์วงในทั้งสามดวงของโลก

are at one time the farthest and the closest.

0:59

แต่ละดวงจะมีช่วงเวลาที่อยู่ไกลที่สุดและใกล้ที่สุด

And Mercury with his smallest orbit

1:02

และดาวพุธด้วยวงโคจรที่เล็กที่สุดของเขา

makes him never that far from Earth,

1:04

ทำให้เขาไม่เคยอยู่ห่างไกลจากโลกมากนัก

at least on planetary scales, น้ำเสียง/เจตนา

1:06

อย่างน้อยก็ในระดับสเกลของดาวเคราะห์

น้ำเสียง/เจตนา

at least on planetary scales: จำกัดขอบเขตของข้อความ

ในที่นี้ at least ไม่ได้บอกจำนวนขั้นต่ำ แต่ทำหน้าที่จำกัดเงื่อนไขของข้อความว่า never that far เป็นจริงเฉพาะเมื่อมองจากกรอบที่ระบุต่อมา On planetary scales หมายถึงการตัดสินระยะทางโดยเทียบกับระยะอันมหาศาลระหว่างดาวเคราะห์ วลีนี้ทำให้ข้อความเป็นจริงแบบสัมพัทธ์ กล่าวคือ ในกรอบนี้ดาวพุธอาจนับว่าอยู่ใกล้ แต่เมื่อเทียบกับระยะทางในชีวิตประจำวันของมนุษย์ก็ยังไกลมาก

แบบฝึกหัด

ใน "The two villages are close, at least on a national scale," วลี "at least on a national scale" หมายถึงอะไร

  1. ผู้พูดกำลังบอกจำนวนหมู่บ้านขั้นต่ำที่เป็นไปได้
  2. หมู่บ้านทั้งสองอยู่ห่างกันไม่เกินหนึ่งกิโลเมตร
  3. หมู่บ้านทั้งสองถือว่าอยู่ใกล้กันเฉพาะเมื่อเทียบกับระยะทางทั่วทั้งประเทศ
ดูคำตอบ

หมู่บ้านทั้งสองถือว่าอยู่ใกล้กันเฉพาะเมื่อเทียบกับระยะทางทั่วทั้งประเทศ

giving the little guy

1:08

ทำให้เจ้าตัวเล็กนี้

a uniquely close relationship with Terra. วลี

1:09

มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับโลกในแบบที่ไม่เหมือนใคร

วลี

close relationship with: กลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติ

Close relationship with เป็นกลุ่มคำที่ใช้ร่วมกันตามธรรมชาติเพื่อบอกว่าคน กลุ่ม สิ่งของ หรือแนวคิดสองฝ่ายเชื่อมโยงกันอย่างแน่นแฟ้น ส่วน with ใช้นำอีกฝ่ายหนึ่งในความเชื่อมโยงนั้น ในที่นี้ ผู้บรรยายใช้ถ้อยคำที่ฟังคล้ายความสัมพันธ์ทางสังคมกับดาวเคราะห์ จึงทำให้ดาวพุธและโลกดูมีลักษณะเหมือนคน ขณะเดียวกัน close ก็สื่อถึงการอยู่ใกล้กันทางกายภาพในเชิงสัมพัทธ์ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกลุ่มคำเป้าหมาย: The school has a ____ the local museum.

ดูคำตอบ

close relationship with

In fact,

1:12

อันที่จริง

watching the planets spin,

1:12

เมื่อเฝ้าดูดาวเคราะห์หมุนไป

because of his small orbit,

1:14

เนื่องจากวงโคจรที่เล็กของเขา

Mercury,

1:15

ดาวพุธ

not Mars or Venus,

1:16

ไม่ใช่ดาวอังคารหรือดาวศุกร์

is the closest planet most of the time. วลี

1:17

คือดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ที่สุดในช่วงเวลาส่วนใหญ่

วลี

ใช้ “most of the time” เพื่อบอกแนวโน้มทั่วไปที่มีข้อยกเว้น

Most of the time หมายถึง “โดยปกติ” หรือ “ในโอกาสส่วนใหญ่” แต่ไม่ได้หมายถึงทุกครั้ง ในประโยคนี้ วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อสรุปว่า ดาวพุธเป็นดาวเคราะห์ที่อยู่ใกล้ที่สุดเป็นเวลาส่วนใหญ่ แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นได้ ใช้วลีนี้เมื่อต้องการบอกแนวโน้มทั่วไปที่ชัดเจน โดยไม่กล่าวว่าเป็นจริงอยู่ทุกขณะ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “โดยปกติ แต่ไม่ใช่เสมอไป”: The library is quiet ____, though it gets noisy after school.

ดูคำตอบ

most of the time

Looking at the line,

1:20

เมื่อดูจากแผนผังเส้น

that seems unpossible, การใช้คำ

1:21

นั่นดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

but nonetheless in the way of actual orbits, ลำดับความ

1:22

แต่ทว่าในวิถีของวงโคจรที่แท้จริงแล้ว

การใช้คำ

คำไม่เป็นมาตรฐานแบบขำ ๆ “unpossible”

Unpossible เป็นคำที่จงใจสร้างขึ้นแบบไม่เป็นมาตรฐาน โดยใช้ un- แทนรูปปกติ impossible ในประโยคนี้ คำนี้หมายถึง “เป็นไปไม่ได้” คือผลลัพธ์ดูเหมือนจะไม่มีทางเป็นจริงได้ รูปคำที่แปลกนี้ทำให้เสียงพูดดูเหมือนเด็กหรือมีอารมณ์ขัน ในที่นี้เป็นการเลือกสำนวนโดยตั้งใจ ไม่ใช่คำพ้องความหมายมาตรฐานคำใหม่สำหรับใช้ทั่วไป

แบบฝึกหัด

ตัวละครการ์ตูนพูดว่า “That looks unpossible!” การเลือกใช้คำที่แปลกนี้น่าจะสื่อถึงอะไรที่สุด?

  1. รูปที่ไม่เป็นมาตรฐานของ impossible ซึ่งใช้แบบขำ ๆ หรือเหมือนเด็ก
  2. ศัพท์เทคนิคที่หมายถึง “เป็นไปได้เล็กน้อย”
  3. การสะกดแบบมาตรฐานและเป็นทางการของ impossible
ดูคำตอบ

รูปที่ไม่เป็นมาตรฐานของ impossible ซึ่งใช้แบบขำ ๆ หรือเหมือนเด็ก

ลำดับความ

but nonetheless: ยอมรับความคาดหมายก่อนนำเสนอข้อมูลที่ขัดแย้ง

But nonetheless แสดงการหักทิศทางของข้อมูลอย่างชัดเจน ผู้พูดยอมรับก่อนว่าแนวคิดหนึ่งดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แล้วจึงส่งสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปขัดกับความคาดหมายนั้น but แสดงความขัดแย้งอยู่แล้ว ส่วน nonetheless เพิ่มความหมายว่า “ถึงอย่างนั้นก็ตาม” เมื่อใช้ร่วมกันจะเน้นการยอมรับข้อโต้แย้งก่อนเดินหน้าจากข้อคัดค้านที่เห็นได้ในตอนแรกไปสู่หลักฐานหรือข้อสรุป

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแม้จะขัดกับความคาดหมายก่อนหน้า: The road looked unsafe, ____ the rescue team crossed it successfully.

  1. but nonetheless
  2. for example
  3. because
ดูคำตอบ

but nonetheless

if we keep measuring the distance to all the planets ไวยากรณ์

1:25

หากเรายังคงวัดระยะห่างไปยังดาวเคราะห์ทุกดวง

as they spin,

1:27

ในขณะที่พวกมันโคจร

ไวยากรณ์

keep measuring: keep + คำกริยา-ing เพื่อแสดงการกระทำต่อเนื่อง

Keep measuring หมายถึง “วัดต่อไป” หรือ “วัดซ้ำหลายครั้ง” ในประโยคนี้ ระยะห่างถูกวัดครั้งแล้วครั้งเล่าขณะที่ดาวเคราะห์เคลื่อนที่ ไม่ใช่วัดเพียงครั้งเดียว เมื่อต้องการพูดถึงการกระทำที่ดำเนินต่อไป ให้ใช้ keep + คำกริยา-ing เช่น keep measuring, keep checking, keep practicing อย่าใช้ keep to measure ในความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ measure หลัง keep: To track the river's level, we need to keep ____ it every day.

ดูคำตอบ

measuring

Mercury is Earth's mostest closest neighbor,

1:28

ดาวพุธคือเพื่อนบ้านที่ใกล้ที่สุดในบรรดาที่ใกล้ที่สุดของโลก

which is delightfully unexpected.

1:31

ซึ่งเป็นเรื่องที่เหนือความคาดหมายอย่างน่ายินดี

But wait,

1:33

แต่เดี๋ยวก่อน

if Mercury is the mostest closest to Earth,

1:33

ถ้าดาวพุธใกล้โลกที่สุดแบบสุดๆ

he has to be the mostest closest ไวยากรณ์

1:35

เขาก็ต้องอยู่ใกล้ที่สุดแบบสุดๆ

to Venus as well,

1:37

กับดาวศุกร์ด้วย

right?

1:38

ใช่ไหม?

ไวยากรณ์

has to be ที่หมายถึงข้อสรุปที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

ในที่นี้ has to be แสดงการอนุมานเชิงตรรกะที่หนักแน่น กล่าวคือ จากข้อเท็จจริงที่เพิ่งกล่าวมา ผู้พูดคิดว่าข้อสรุปนี้หลีกเลี่ยงไม่ได้ ไม่ได้มีบุคคลหรือกฎใดบังคับให้ดาวพุธทำอะไร โครงสร้าง have/has to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ได้ทั้งเพื่อแสดงหน้าที่และการอนุมาน เมื่อใช้กับ be เพื่อสรุปจากหลักฐาน มักมีความหมายว่า "must be" หรือ "can only be"

แบบฝึกหัด

ใน "The map is accurate, so the cabin has to be beside the river," has to be หมายความว่าอะไร?

  1. มีคนกำหนดว่ากระท่อมต้องอยู่ตรงนั้น
  2. กระท่อมอาจอยู่ที่ไหนก็ได้
  3. หลักฐานทำให้ข้อสรุปนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ดูคำตอบ

หลักฐานทำให้ข้อสรุปนั้นเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

Because her orbit is smaller than Earth's. ไวยากรณ์

1:38

เพราะวงโคจรของเธอเล็กกว่าของโลก

ไวยากรณ์

การละคำนามหลังรูปแสดงความเป็นเจ้าของใน smaller than Earth's

ใน smaller than Earth's คำว่า Earth's หมายถึง Earth's orbit รูปแสดงความเป็นเจ้าของนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ เพราะมีการกล่าวถึง orbit ไปแล้วและผู้ฟังเข้าใจคำที่หายไปจากบริบทได้ง่าย นี่คือการละคำนามหลังรูปแสดงความเป็นเจ้าของ กล่าวคือ คำนามที่ซ้ำกันถูกละไว้ เครื่องหมายอะพอสทรอฟีกับ s ในที่นี้แสดงความเป็นเจ้าของ ไม่ใช่รูปย่อของ Earth is

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแสดงความเป็นเจ้าของของ Leo และอย่ากล่าว bike ซ้ำ: My bike is newer than ____.

ดูคำตอบ

Leo's

And running the numbers, วลี

1:41

และเมื่อลองคำนวณดู

it's true,

1:42

มันก็เป็นจริง

วลี

run the numbers: คำนวณและตรวจสอบข้อมูล

ในวลี run the numbers คำว่า run หมายถึง “ดำเนินการ” ไม่ใช่ “วิ่ง” ทั้งวลีหมายถึงการคำนวณที่เกี่ยวข้องและตรวจดูว่าผลลัพธ์บอกอะไร ในที่นี้ running the numbers เป็นวลีนำแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง “หลังจากคำนวณแล้ว” โดยบอกว่าวิธีใดถูกใช้เพื่อตรวจสอบข้อสรุปที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ run the numbers: Before we buy the supplies, let's ____.

ดูคำตอบ

run the numbers

making Earth's special relationship with Mercury less special.

1:43

ทำให้ความสัมพันธ์พิเศษระหว่างโลกกับดาวพุธดูพิเศษน้อยลงไปหน่อย

But at least this is one time

1:46

แต่อย่างน้อยนี่ก็เป็นครั้งหนึ่ง

where the line provides the obvious answer.

1:47

ที่แผนผังเส้นให้คำตอบที่ชัดเจน

Mercury is closest to Venus.

1:50

ดาวพุธอยู่ใกล้ดาวศุกร์ที่สุด

While we're here, ลำดับความ

1:52

ไหนๆ เราก็พูดถึงเรื่องนี้แล้ว

who is Mars's mostest closest?

1:52

ใครล่ะที่อยู่ใกล้ดาวอังคารที่สุดแบบสุดๆ?

ลำดับความ

While we're here: คำเชื่อมเพื่อเพิ่มประเด็นที่เกี่ยวข้อง

While we're here อาจหมายถึง “ระหว่างที่เรากำลังคุยเรื่องนี้หรืออยู่ในขั้นตอนนี้” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ระหว่างที่เราอยู่ในสถานที่นี้” เท่านั้น วลีนี้เชื่อมคำถามเพิ่มเติมเข้ากับสิ่งที่กำลังพูดถึงอยู่ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เชื่อมเรื่อง แทนที่จะเปลี่ยนทิศทางอย่างกะทันหัน ผู้พูดส่งสัญญาณว่า “เมื่อเปิดประเด็นที่เกี่ยวข้องนี้แล้ว ก็พูดถึงอีกส่วนหนึ่งด้วย”

แบบฝึกหัด

คุณกำลังคุยเรื่องทัศนศึกษาของโรงเรียนในสัปดาห์หน้าอยู่แล้ว ใน “While we're here, what should everyone bring for lunch?” คำว่า While we're here สื่อถึงอะไร

  1. ทุกคนต้องอยู่ในสถานที่เดียวกันระหว่างรับประทานอาหารกลางวัน
  2. คำถามเรื่องอาหารกลางวันเป็นประเด็นเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการสนทนาปัจจุบัน
  3. ผู้พูดกำลังจบการสนทนาก่อนที่จะถามเรื่องอื่น
ดูคำตอบ

คำถามเรื่องอาหารกลางวันเป็นประเด็นเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องกับการสนทนาปัจจุบัน

On his other side is the asteroid belt, ไวยากรณ์

1:54

อีกด้านหนึ่งของเขาคือแถบดาวเคราะห์น้อย

ไวยากรณ์

การกลับลำดับคำเพื่อบอกสถานที่: On his other side is the asteroid belt

วลี On his other side ถูกวางไว้ต้นประโยคเพื่อบอกสถานที่ก่อน กริยา is จึงมาก่อนประธานที่แท้จริงคือ the asteroid belt หากใช้ลำดับปกติที่ประธานมาก่อน จะเป็น The asteroid belt is on his other side. โครงสร้างนี้คือการกลับลำดับคำหลังวลีบอกสถานที่ ไม่ใช่ประโยคคำถาม ช่วยบรรยายตำแหน่งโดยนำเสนอสถานที่ก่อน แล้วจึงบอกสิ่งที่อยู่ตรงนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Next to the library is a small park,” คำส่วนใดเป็นประธานทางไวยากรณ์?

  1. Next to the library
  2. is
  3. a small park
ดูคำตอบ

a small park

so it should be Earth. ไวยากรณ์

1:57

ดังนั้นมันควรจะเป็นโลก

ไวยากรณ์

should be Earth ในความหมายของข้อสรุปที่คาดไว้

ใน should be Earth คำว่า should แสดงข้อสรุปที่คาดไว้หรือมีแนวโน้มเป็นจริงโดยอิงจากข้อมูลเรื่องตำแหน่ง หมายถึง “คำตอบน่าจะเป็นโลก” หรือ “โลกคือคำตอบที่เราคาดไว้” should ในที่นี้ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือคำสั่ง การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเมื่อหลักฐาน ตารางเวลา หรือสภาพปกติทำให้ผลลัพธ์หนึ่งมีแนวโน้มเกิดขึ้น แต่ยังไม่ได้หมายความว่าแน่นอนทั้งหมด

แบบฝึกหัด

สินค้าถูกส่งออกจากคลังเมื่อเช้านี้ และตามปกติใช้เวลาสองชั่วโมง “It should be here soon” หมายความว่าอย่างไร?

  1. ไม่มีทางมาถึงเร็ว ๆ นี้
  2. คาดว่าจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ แต่ยังไม่แน่นอน
  3. มีหน้าที่ต้องมาถึงเร็ว ๆ นี้
ดูคำตอบ

คาดว่าจะมาถึงเร็ว ๆ นี้ แต่ยังไม่แน่นอน

But maybe it's Venus.

1:58

แต่บางทีอาจจะเป็นดาวศุกร์

Maybe the rule is

2:00

บางทีกฎอาจจะบอกว่า

the second closest is the mostest closest.

2:01

คนที่อยู่ใกล้อันดับสองคือคนที่ใกล้ที่สุดแบบสุดๆ

Watching the results

2:04

พอมาดูผลลัพธ์

and oh my Celestia, สำนวน

2:05

และ โอ้สวรรค์

it's Mercury again.

2:07

มันคือดาวพุธอีกแล้ว

สำนวน

oh my Celestia ในฐานะคำอุทานตามธีม

ในที่นี้ oh my Celestia แสดงความประหลาดใจแบบเกินจริง Celestia เข้าไปแทน God หรือ goodness ในคำอุทานที่คุ้นเคยอย่าง oh my God และ oh my goodness และยังชวนให้นึกถึง celestial ซึ่งหมายถึง “เกี่ยวกับท้องฟ้าหรืออวกาศ” จึงเข้ากับการกล่าวถึง Mercury นี่เป็นการเล่นคำธีมอวกาศ ไม่ใช่สำนวนอังกฤษมาตรฐาน เมื่อสื่อเปลี่ยนส่วนหนึ่งของวลีที่คุ้นเคยเป็นชื่อหรือคำที่เข้ากับธีม ให้สังเกตทั้งรูปแบบเดิมและคำใหม่ที่สร้างมุก

แบบฝึกหัด

oh my Celestia มีผลสำคัญอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ใช้วลีทางการมาตรฐานสำหรับรายงานข้อมูลวิทยาศาสตร์
  2. เปลี่ยนคำอุทานที่คุ้นเคยให้เป็นมุกธีมอวกาศ
  3. บอกว่า Celestia คือผู้ที่สร้างผลลัพธ์เหล่านี้
ดูคำตอบ

เปลี่ยนคำอุทานที่คุ้นเคยให้เป็นมุกธีมอวกาศ

Mercury is the mostest closest to Earth,

2:08

ดาวพุธคือดาวที่อยู่ใกล้ที่สุดแบบสุดๆ สำหรับโลก

Venus,

2:10

สำหรับดาวศุกร์

and Mars for the same reason each time.

2:11

และดาวอังคาร ด้วยเหตุผลเดียวกันในทุกๆ ครั้ง

Bigger orbits make farther average distances

2:14

วงโคจรที่ใหญ่กว่าทำให้มีระยะห่างโดยเฉลี่ยที่ไกลกว่า

for longer times.

2:16

เป็นเวลาที่นานกว่า

So mercurial Mercury is the constantest companion. สำนวน

2:18

ดังนั้นดาวพุธจอมแปรปรวนจึงกลายเป็นเพื่อนร่วมทางที่คงที่ที่สุด

สำนวน

การเล่นคำใน mercurial Mercury

Mercurial โดยทั่วไปใช้บรรยายคน อารมณ์ หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนเร็วและคาดเดาได้ยาก ใน mercurial Mercury คำคุณศัพท์นี้ยังพ้องกับชื่อ Mercury จึงทำให้วลีมีความหมายเชื่อมโยงกันสองชั้น มุกนี้เกิดจากความย้อนแย้ง เพราะคำที่สื่อถึงความแปรปรวนไปขยาย Mercury ก่อนที่ Mercury จะถูกเรียกว่า “เพื่อนคู่ข้างที่คงเส้นคงวาที่สุด” ให้เข้าใจ mercurial ตามความหมายทั่วไปที่ใช้บรรยายนิสัย พร้อมกับสังเกตเสียงและรูปคำที่เชื่อมกับชื่อดาวเคราะห์

แบบฝึกหัด

เหตุใด mercurial Mercury จึงตลกในบริบทนี้?

  1. Mercurial สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ พร้อมกับพ้องกับ Mercury ซึ่งต่อมาถูกบรรยายว่าคงเส้นคงวา
  2. Mercurial หมายความว่า Mercury อยู่ห่างเท่าเดิมเสมอ
  3. Mercurial เป็นศัพท์วิทยาศาสตร์กลาง ๆ ที่หมายถึงดาวเคราะห์ที่เล็กที่สุด
ดูคำตอบ

Mercurial สื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่คาดเดาไม่ได้ พร้อมกับพ้องกับ Mercury ซึ่งต่อมาถูกบรรยายว่าคงเส้นคงวา

No,

2:21

ไม่

no,

2:22

ไม่มีทาง

it can't be true for Jupiter too.

2:22

มันจะเป็นจริงสำหรับดาวพฤหัสบดีด้วยไม่ได้หรอก

Enormous far away Jupiter.

2:24

ดาวพฤหัสบดีที่ใหญ่โตและห่างไกลลิบ

But it is.

2:27

แต่มันก็เป็นแบบนั้นจริงๆ

Once again,

2:27

อีกครั้งหนึ่ง

Mercury's small orbit means

2:28

วงโคจรขนาดเล็กของดาวพุธหมายความว่า

he never goes as far away ไวยากรณ์

2:30

เขาจะไม่มีวันไปได้ไกล

as the other planets with their bigger orbits.

2:32

เท่ากับดาวเคราะห์ดวงอื่นที่มีวงโคจรใหญ่กว่า

ไวยากรณ์

never ... as far away as: การเปรียบเทียบ as ... as แบบปฏิเสธ

ใน never ... as far away as โครงสร้าง as ... as ใช้ระยะที่ดาวเคราะห์ดวงอื่นไปถึงเป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ เมื่อ never ทำให้การเปรียบเทียบเป็นปฏิเสธ จึงหมายความว่าดาวพุธไม่ไปถึงระยะที่ไกลเท่ากันเลยในทุกช่วงเวลาที่เกี่ยวข้อง โครงสร้างนี้สรุปได้เป็น never + คำกริยา + as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ หมายถึงประธานแรกไม่เคยไปถึงระดับเดียวกับสิ่งที่สอง ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเป้าหมาย never ... as ... as เติมประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: Throughout the race, the smaller boat was ____ the speedboat.

ดูคำตอบ

never as fast as

Thus,

2:34

ดังนั้น

are you ready for this? น้ำเสียง/เจตนา

2:35

คุณพร้อมสำหรับสิ่งนี้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

are you ready for this? ในฐานะคำถามที่สร้างความตื่นเต้น

ในที่นี้ are you ready for this? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ จุดประสงค์หลักไม่ใช่เพื่อตรวจว่าผู้ฟังพร้อมจริงหรือไม่ แต่เป็นการหยุดเล็กน้อย ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะพูดต่อ และสร้างความตื่นเต้นก่อนข้อสรุปที่น่าประหลาดใจ คำเดียวกันนี้อาจเป็นคำถามตามความหมายตรงในสถานการณ์อื่นได้ หากคำถามนี้มาก่อนการเปิดเผยข้อมูลทันที ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่า “ตั้งใจฟังนะ ประเด็นต่อไปน่าทึ่งมาก”

แบบฝึกหัด

ในการนำเสนอ ผู้พูดพูดว่า "Are you ready for this?" แล้วบอกผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจทันที ผู้พูดกำลังทำอะไรเป็นหลัก?

  1. จบหัวข้อและขอให้ผู้ฟังออกไป
  2. สร้างความตื่นเต้นและดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะพูดต่อ
  3. ตรวจว่าผู้ฟังนำอุปกรณ์ที่ถูกต้องมาหรือไม่
ดูคำตอบ

สร้างความตื่นเต้นและดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะพูดต่อ

The orbital math that shows Mercury is the mostest closest to Jupiter

2:36

คณิตศาสตร์เรื่องวงโคจรที่แสดงว่าดาวพุธใกล้ดาวพฤหัสบดีที่สุดแบบสุดๆ

is the same for all the planets วลี

2:40

ก็เป็นแบบเดียวกันกับดาวเคราะห์ทุกดวง

and everything that orbits the Sun.

2:43

และทุกสิ่งทุกอย่างที่โคจรรอบดวงอาทิตย์

วลี

the same for: นำผลลัพธ์เดียวกันไปใช้กับกรณีอื่น

ในที่นี้ the same for หมายความว่า การคำนวณหรือกฎเดียวกันใช้ได้กับอีกกลุ่มหนึ่งเช่นกัน ประธานของประโยคคือ the orbital math และ for ใช้นำหน้ากลุ่มที่ผลเดียวกันนี้ครอบคลุม ได้แก่ ดาวเคราะห์ทุกดวงและวัตถุอื่น ๆ ที่โคจรรอบดวงอาทิตย์ ไม่ได้หมายความว่าดาวเคราะห์แต่ละดวงเหมือนกันทุกอย่าง สำนวนนี้ขยายขอบเขตของกฎ ผลลัพธ์ ราคา ขั้นตอน หรือสถานการณ์จากกรณีหนึ่งไปยังกรณีอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนนี้ เพื่อแสดงว่านโยบายนี้ใช้กับเด็กด้วย: The policy applies to adults, and it is ____ children.

ดูคำตอบ

the same for

You too,

2:46

คุณเองก็ด้วยนะ

Pluto.

2:46

ดาวพลูโต

For each of the planets,

2:47

สำหรับดาวเคราะห์แต่ละดวงแล้ว

Mercury is the mostest closest.

2:49

ดาวพุธคือคนที่ใกล้ที่สุดแบบสุดๆ