วิธีสังเกตผู้คนที่น่ารักที่สุดในโลก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
374 คำ 160 คำ/นาที

คำแนะนำวิดีโอ: บทพูดนี้เรียกผู้ที่เผชิญความเจ็บปวด เลิกพยายามดูเป็นคนปกติ และอยู่กับความสิ้นหวังโดยไม่ตัดสินหรือบังคับให้มองโลกดีว่าเป็นคนที่น่ารักที่สุด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. haven't really heard of - กลุ่มคำและคำที่ใช้ร่วมกัน: hear of หมายถึงรู้ว่าคนหรือสิ่งหนึ่งมีอยู่ ส่วน really ทำให้คำปฏิเสธนุ่มลงและสื่อว่าไม่คุ้นเคย ไม่ได้หมายถึงไม่ได้ยินเสียง 2. don't give a jot about - สำนวนและภาษาภาพพจน์: สำนวนไม่เป็นทางการที่เน้นว่าไม่ใส่ใจเลย โดย jot ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงและมีน้ำเสียงค่อนข้างเก่า 3. let their humor get very dark - ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: let + กรรม + กริยารูปพื้นฐานใช้ยอมให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ส่วน get + คำคุณศัพท์บอกสภาพใหม่ จึงใช้บรรยายน้ำเสียงหรือรูปแบบที่มืดหม่นขึ้นได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Who are the loveliest people in the world? ลำดับความ

0:04

ใครคือกลุ่มคนที่น่ารักที่สุดในโลก?

ลำดับความ

Who are the loveliest people in the world? ในฐานะคำถามเปิดเรื่องเชิงวาทศิลป์

คำถามเปิดเรื่องนี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดยกคำถามนี้เป็นคำถามหลักของการพูด ไม่ได้ต้องการให้ผู้ฟังรีบบอกรายชื่อคนทันที คำถามนี้สร้างความอยากรู้และบอกผู้ฟังว่าควรตั้งใจฟังอะไรต่อไป จากนั้นผู้พูดสามารถปฏิเสธคำตอบที่เห็นได้ชัดและให้ความหมายใหม่แก่คำว่า loveliest

แบบฝึกหัด

จุดประสงค์หลักของ “Who are the loveliest people in the world?” ในตอนต้นของสุนทรพจน์คืออะไร?

  1. เปิดประเด็นด้วยคำถามที่ผู้พูดจะตอบและสร้างความอยากรู้
  2. ทดสอบว่าผู้ฟังรู้จักคำว่า loveliest หรือไม่
  3. ขอให้ผู้ฟังบอกชื่อบุคคลที่เฉพาะเจาะจงทันที
ดูคำตอบ

เปิดประเด็นด้วยคำถามที่ผู้พูดจะตอบและสร้างความอยากรู้

They're not the famous ones or the respected ones, ไวยากรณ์

0:07

พวกเขาไม่ใช่คนดังหรือคนที่ได้รับความเคารพยกย่อง

the worthy ones,

0:10

คนที่มีเกียรติ

and the powerful ones.

0:11

และผู้มีอำนาจ

ไวยากรณ์

รูปแบบ the + คำคุณศัพท์ + ones สำหรับกล่าวถึงกลุ่มคน

ในประโยคนี้ ones เป็นคำแทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ people ซึ่งเป็นที่เข้าใจอยู่แล้วจากบริบท The famous ones หมายถึง the famous people และ ones ในตำแหน่งอื่นก็ทำหน้าที่แบบเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่ง การใช้รูปแบบ the + คำคุณศัพท์ + ones ซ้ำกันช่วยเรียงกลุ่มคนหลายกลุ่มแบบขนาน โดยไม่ต้องพูด people ซ้ำ ใช้ one กับสิ่งเดียว และใช้ ones กับมากกว่าหนึ่งสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมคำแทนรูปพหูพจน์เพื่อไม่ให้กล่าว backpacks ซ้ำ: I don't want the heavy backpacks; I want the light ____.

ดูคำตอบ

ones

They're the ones you haven't really heard of วลี

0:13

พวกเขาคือคนที่คุณไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน

วลี

haven't really heard of: แทบไม่คุ้นกับชื่อนี้

To hear of someone or something หมายถึงรู้ว่าบุคคลหรือสิ่งนั้นมีอยู่ หรือคุ้นกับชื่อ ไม่ได้หมายถึงการได้ยินเสียงจริง ๆ ในประโยคนี้ haven't really heard of บอกว่าผู้ฟังแทบไม่รู้จักคนเหล่านั้นเลย คำว่า not really ทำให้ถ้อยคำไม่เด็ดขาดเท่า never heard of กล่าวคือ ผู้ฟังอาจเคยผ่านตาชื่อมาบ้าง แต่จำหรือระบุได้ไม่ชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดจำชื่อนักเขียนได้ แต่รู้เรื่องผลงานของเธอน้อยมาก

  1. I've heard of that author, but I haven't read any of her books.
  2. I listened to that author for an hour.
  3. I heard about that author speaking at the library yesterday.
ดูคำตอบ

I've heard of that author, but I haven't read any of her books.

who long ago shed their pride, สำนวน

0:15

ผู้ซึ่งละทิ้งความหยิ่งทะนงไปนานแล้ว

สำนวน

shed their pride: ละทิ้งความหยิ่งทะนง

ตามความหมายตรงตัว shed ใช้บรรยายการหลุดหรือการเอาชั้นนอกออก เช่น ขน ผิวหนัง หรือเสื้อผ้า เมื่อใช้กับคำนามนามธรรม pride จึงเกิดเป็นอุปมา โดยมองความหยิ่งทะนงเป็นชั้นที่สามารถถอดออกได้ ในประโยคนี้ shed their pride หมายถึงพวกเขาเลิกยึดติดกับความหยิ่งทะนง และพร้อมเผชิญจุดอ่อนของตนอย่างซื่อตรง การกระทำนี้เกิดจากความสมัครใจ ไม่ได้หมายความว่ามีคนอื่นทำให้พวกเขาอับอาย

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษนี้ shed his pride หมายถึงอะไร? After weeks of struggling alone, Leo shed his pride and asked for help.

  1. เขาภูมิใจมากขึ้นที่แก้ปัญหาได้ด้วยตัวเอง
  2. เขาละทิ้งความหยิ่งที่เคยขัดขวางไม่ให้ตนขอความช่วยเหลือ
  3. เขาทำสิ่งของที่เป็นของตนหล่น
ดูคำตอบ

เขาละทิ้งความหยิ่งที่เคยขัดขวางไม่ให้ตนขอความช่วยเหลือ

who can tell you frankly how lonely and sad they are, ไวยากรณ์

0:17

ผู้ที่สามารถบอกคุณได้อย่างตรงไปตรงมาว่าพวกเขาเหงาและเศร้าเพียงใด

ไวยากรณ์

ลำดับคำแบบบอกเล่าใน how lonely and sad they are

ใน “how lonely and sad they are” คำว่า how นำเนื้อหาที่ตามหลัง tell และเน้นระดับความเหงาและความเศร้าของพวกเขา ไม่ใช่คำถามโดยตรง เนื่องจากอนุประโยคนี้ฝังอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + กริยา ต้องพูดว่า “how lonely and sad they are” ไม่ใช่ “how lonely and sad are they”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how แบบฝังเพื่อบอกระดับได้ถูกต้อง?

  1. Emma asked, “How difficult was the decision?”
  2. Emma realized how difficult the decision was.
  3. Emma realized how difficult was the decision.
ดูคำตอบ

Emma realized how difficult the decision was.

who can face their self-hatred and accept their regrets. วลี

0:21

ผู้ที่สามารถเผชิญหน้ากับความเกลียดชังตัวเองและยอมรับความเสียใจของพวกเขาได้

วลี

face their self-hatred ... accept their regrets: เผชิญหน้ากับความเกลียดชังตนเองและยอมรับความเสียใจ

ตรงนี้ face หมายถึง “เผชิญหน้าอย่างตรงไปตรงมา” ไม่ใช่ “หันใบหน้าไปทางบางสิ่ง” Face their self-hatred หมายถึงการรับรู้และจัดการโดยตรงกับความรู้สึกเชิงลบอย่างรุนแรงที่มีต่อตนเอง Accept their regrets หมายถึงการยอมรับว่าความเสียใจเหล่านั้นมีอยู่แทนที่จะปฏิเสธ ไม่ได้หมายถึงการเห็นชอบกับการกระทำในอดีตที่ทำให้เกิดความเสียใจ กริยาคู่ขนานทั้งสองแสดงสองขั้นตอน คือเผชิญหน้ากับความรู้สึกเจ็บปวดและยอมรับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไม่ได้

แบบฝึกหัด

ใช้ face และ accept อย่างละหนึ่งครั้ง ก่อนอื่นให้สื่อว่า “เผชิญหน้ากับความละอายโดยตรง” แล้วจึงสื่อว่า “ยอมรับความเสียใจโดยไม่ปฏิเสธ”: We need to ____ our shame and ____ our regrets.

ดูคำตอบ

face · accept

They aren't just unhappy.

0:25

พวกเขาไม่ใช่แค่ไม่มีความสุข

There're plenty of boring and frightening ways to be that.

0:27

มันมีวิธีที่น่าเบื่อและน่ากลัวมากมายในการเป็นแบบนั้น

They've come to an optimal perspective on their unhappiness.

0:30

พวกเขามาถึงจุดที่มีมุมมองที่ดีที่สุดต่อความทุกข์ของตัวเอง

You could tell them about the strangest,

0:34

คุณสามารถบอกพวกเขาเกี่ยวกับเรื่องที่แปลกประหลาดที่สุด

oddest, most lamentable things about you,

0:36

พิลึกที่สุด และน่าสมเพชที่สุดเกี่ยวกับตัวคุณ

and know that they understood it all at once การใช้คำ

0:40

และรู้ว่าพวกเขาจะเข้าใจมันทั้งหมดได้ในทันที

from the inside. สำนวน

0:43

จากก้นบึ้งของหัวใจ

การใช้คำ

all at once ในความหมายว่า “ทันใดนั้น”

ในประโยคนี้ all at once หมายถึง “ทันใดนั้น” หรือ “ในชั่วขณะเดียว” โดยบอกว่าความเข้าใจเกิดขึ้นทันที วลีนี้อาจใช้บอกว่าหลายสิ่งเกิดขึ้นพร้อมกันได้เช่นกัน แต่ที่นี่มีการเปลี่ยนแปลงเพียงอย่างเดียว คือจากไม่เข้าใจเป็นเข้าใจ จึงเน้นความรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

all at once ในที่นี้หมายถึงอะไร? “After one clear example, Maya understood the rule all at once.”

  1. อย่างช้า ๆ หลังจากทำซ้ำหลายครั้ง
  2. ทันใดนั้น ในชั่วขณะเดียว
  3. พร้อมกับการกระทำอื่นหลายอย่าง
ดูคำตอบ

ทันใดนั้น ในชั่วขณะเดียว

สำนวน

from the inside ที่แสดงมุมมองจากประสบการณ์ตรง

from the inside ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการเข้าใจประสบการณ์ในฐานะคนที่เคยผ่านสิ่งคล้ายกันมา ไม่ใช่เพียงสังเกตจากภายนอก วลีนี้บอกที่มาและมุมมองของความเข้าใจ ไม่ได้หมายถึงการอยู่ข้างในสถานที่จริง ๆ และไม่ได้หมายถึงเพียงแค่รู้ข้อมูลลับ

แบบฝึกหัด

from the inside ในที่นี้หมายถึงอะไร? “After recovering from the same illness, Dr. Lee understood her patient's fear from the inside.”

  1. ผ่านประสบการณ์ส่วนตัวที่คล้ายกัน
  2. จากห้องหนึ่งภายในโรงพยาบาล
  3. จากการได้รู้ข้อมูลลับ
ดูคำตอบ

ผ่านประสบการณ์ส่วนตัวที่คล้ายกัน

There are no follies around sex or status,

0:45

ไม่มีความโง่เขลาใดเรื่องเซ็กส์หรือสถานะ

love or money,

0:48

ความรักหรือเงินทอง

that they aren't fully acquainted with. วลี

0:49

ที่พวกเขาไม่คุ้นเคยเป็นอย่างดี

วลี

fully acquainted with: คุ้นเคยอย่างถ่องแท้

Be acquainted with หมายถึงรู้จักใครบางคนหรือคุ้นเคยกับบางสิ่งผ่านการติดต่อ การเรียนรู้ หรือประสบการณ์ fully ช่วยเน้นระดับให้มากขึ้น กล่าวคือคนเหล่านี้รู้จักความเขลาเหล่านั้นอย่างถ่องแท้ ในประโยคนี้ กรรมคือความเขลาหลายรูปแบบของมนุษย์ ไม่ใช่คน ถ้อยคำนี้สื่อว่าพวกเขารู้จักเรื่องเหล่านี้จากประสบการณ์ตรงที่แลกมาด้วยความยากลำบาก ไม่ใช่แค่เคยได้ยิน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “คุ้นเคยเป็นอย่างดี”: After years of maintaining the network, Leo is ____ its weak points.

ดูคำตอบ

fully acquainted with

They want to get to the howl inside you สำนวน

0:52

พวกเขาต้องการเข้าถึงเสียงกรีดร้องที่อยู่ภายในตัวคุณ

because they're so familiar with the howl inside them.

0:55

เพราะพวกเขาคุ้นเคยกับเสียงกรีดร้องที่อยู่ข้างในตัวพวกเขาเองเป็นอย่างดี

สำนวน

the howl inside you ... the howl inside them: ความเจ็บปวดทางอารมณ์ที่ซ่อนอยู่

Howl ตามความหมายตรงตัวคือเสียงหอนหรือเสียงร้องที่ยาวและดัง แต่ในที่นี้เป็นอุปมาถึงความเจ็บปวด ความโหยหา ความโกรธ หรือความรู้สึกอื่นที่รุนแรงและซ่อนอยู่ใต้ท่าทีภายนอกของคนคนหนึ่ง การกล่าวซ้ำว่า the howl inside you ... the howl inside them เชื่อมผู้ฟังเข้ากับคนที่กำลังถูกพูดถึง คนเหล่านั้นพยายามเข้าถึงความรู้สึกที่ซ่อนอยู่ในคนอื่น เพราะพวกเขาจำความรู้สึกแบบเดียวกันได้จากภายในตัวเอง ไม่มีใครกำลังส่งเสียงจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "His jokes could not silence the howl inside him," วลี "the howl inside him" หมายถึงอะไร

  1. แผนเงียบ ๆ ที่เขายังไม่ได้บอกใคร
  2. เสียงสัตว์จริง ๆ ที่ออกมาจากร่างกายของเขา
  3. ความเจ็บปวดหรือความต้องการทางอารมณ์ที่รุนแรงและซ่อนอยู่
ดูคำตอบ

ความเจ็บปวดหรือความต้องการทางอารมณ์ที่รุนแรงและซ่อนอยู่

They aren't remotely attached to seeming sane. การใช้คำ

0:59

พวกเขาไม่ยึดติดเลยสักนิดกับการต้องดูเป็นคนปกติ

การใช้คำ

aren't remotely attached to seeming sane: ไม่ใส่ใจเลยว่าจะดูมีสติปกติ

ในที่นี้ aren't remotely หมายถึง ไม่เลยแม้แต่น้อย คำว่า remotely ทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้นมาก ไม่ได้หมายถึงจากระยะไกล Be attached to something อาจหมายถึงใส่ใจหรือผูกพันกับบางสิ่ง ส่วนรูป -ing คือ seeming sane เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่ใส่ใจ กล่าวคือ พวกเขาไม่สนใจรักษาภาพลักษณ์ภายนอกให้ดูมีเหตุผลหรือดูปกติ ประโยคนี้เป็นสำนวนเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

aren't remotely attached to seeming sane ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาไม่สนใจเลยว่าจะดูมีสติปกติ
  2. พวกเขากำลังพยายามพิสูจน์ว่าตนมีสุขภาพดีตามการวินิจฉัยทางการแพทย์
  3. พวกเขาเชื่อมติดกันทางกายภาพแต่อยู่ห่างไกลกัน
ดูคำตอบ

พวกเขาไม่สนใจเลยว่าจะดูมีสติปกติ

They long ago ceased attempting to appear normal. ไวยากรณ์

1:03

พวกเขาเลิกพยายามทำตัวให้ดูปกติไปตั้งนานแล้ว

ไวยากรณ์

ceased attempting to appear normal: เลิกพยายามทำตัวให้ดูปกติ

Ceased หมายถึงหยุด และในที่นี้ตามด้วยรูป -ing คือ attempting จากนั้น attempting ตามด้วย infinitive ที่มี to คือ to appear โครงสร้างซ้อนกันคือ cease + กริยารูป -ing + infinitive ที่มี to: ceased attempting to appear Appear normal หมายถึงทำให้คนอื่นรู้สึกว่าดูปกติ ประโยคนี้บอกว่าพวกเขาเลิกพยายามรักษาภาพลักษณ์ภายนอกเช่นนั้น ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาเลิกใช้ชีวิตตามปกติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง cease + attempting + to appear ได้ถูกต้อง

  1. They ceased attempt appearing calm.
  2. They ceased attempting to appear calm.
  3. They ceased to attempting appear calm.
ดูคำตอบ

They ceased attempting to appear calm.

They know that life is mostly pain,

1:07

พวกเขารู้ว่าชีวิตส่วนใหญ่คือความเจ็บปวด

mystery, and error,

1:09

ความลึกลับ และความผิดพลาด

and they'll never try to persuade you otherwise. วลี

1:11

และพวกเขาจะไม่พยายามโน้มน้าวคุณเป็นอย่างอื่นเลย

วลี

persuade you otherwise: ใช้แทนความเชื่อที่ตรงข้าม

ในที่นี้ persuade you otherwise หมายถึงโน้มน้าวให้คุณเชื่อว่าคำกล่าวก่อนหน้านั้นไม่จริง otherwise ใช้แทนแนวคิดที่ตรงข้ามกับ life is mostly pain, mystery, and error จึงไม่ต้องพูดแนวคิดทั้งหมดซ้ำ ในโครงสร้าง persuade + person + otherwise คำว่า otherwise หมายถึงความเชื่อที่ตรงข้ามซึ่งบุคคลนั้นยอมรับหลังจากถูกโน้มน้าว ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ไม่เช่นนั้น”

แบบฝึกหัด

เติมคำหนึ่งคำที่ใช้แทนความเชื่อที่ตรงข้าม: The data shows the bridge is safe, and no one has persuaded me ____.

ดูคำตอบ

otherwise

They will never be so mean ไวยากรณ์

1:15

พวกเขาจะไม่มีทางใจจืดใจดำ

as to try to cheer you up. กริยาวลี

1:17

ที่จะพยายามฝืนให้คุณร่าเริงขึ้น

ไวยากรณ์

so mean as to try to cheer you up: ระดับที่นำไปสู่การกระทำ

โครงสร้าง so + adjective + as to + base verb หมายถึงคุณสมบัติหนึ่งมีระดับมากจนคนคนนั้นทำการกระทำนั้น ดังนั้น so mean as to try จึงหมายถึง “ใจร้ายมากพอที่จะลองทำ” โครงสร้างนี้เชื่อมการประเมินด้วยคำว่า mean กับการกระทำที่แสดงหรือเกิดจากระดับนั้น ประโยคนี้เป็นการประชด เพราะ cheer someone up โดยปกติเป็นสิ่งที่มีน้ำใจ แต่ในที่นี้การพยายามบังคับให้คนที่ไม่ต้องการร่าเริงขึ้นกลับถูกมองว่าไม่ใส่ใจความรู้สึก โครงสร้างนี้สื่อการประเมินอย่างแรง ไม่ใช่การเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมส่วนเชื่อมแบบเป็นทางการในโครงสร้าง so + adjective + as to: The editor was so careless ____ publish the private address.

ดูคำตอบ

as to

กริยาวลี

cheer you up: ความหมายและตำแหน่งของคำสรรพนาม

Cheer someone up หมายถึงทำให้คนที่กำลังเศร้า กังวล หรือผิดหวังรู้สึกดีขึ้น ในประโยคนี้ cheer you up คือผลที่ผู้พูดพยายามทำให้เกิดขึ้น วลีนี้เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หากกรรมเป็นคำนาม จะวางก่อนหรือหลัง up ก็ได้ แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง cheer กับ up จึงต้องพูดว่า cheer you up ไม่ใช่ cheer up you

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย cheer up และวางคำสรรพนามให้ถูกตำแหน่ง: Maya felt disappointed, so I told a joke to ____.

ดูคำตอบ

cheer her up

They can be trusted because they've had the courage

1:20

พวกเขาเชื่อถือได้เพราะพวกเขามีความกล้าหาญ

to fathom their full propensities วลี

1:23

ที่จะหยั่งรู้ถึงแนวโน้มที่แท้จริงของพวกเขา

to cowardice and corruption.

1:25

ต่อความขี้ขลาดและความเสื่อมทราม

วลี

propensities to cowardice and corruption: แนวโน้ม ไม่ใช่การกระทำ

Propensities หมายถึงแนวโน้มที่ชัดเจนหรือเป็นลักษณะประจำตัว ในที่นี้ propensities to cowardice and corruption หมายถึงแนวโน้มที่จะประพฤติตัวอย่างขลาดหรือเสื่อมทราม ไม่ได้บอกว่าการกระทำเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว ในวลีนี้ to เป็นคำบุพบทที่นำหน้ากลุ่มคำนาม cowardice and corruption การใช้ propensities ในรูปพหูพจน์แสดงว่าความขลาดและความเสื่อมทรามเป็นแนวโน้มที่เป็นไปได้มากกว่าหนึ่งอย่าง

แบบฝึกหัด

propensities to cowardice and corruption ในตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. การกระทำที่ขลาดและเสื่อมทรามซึ่งได้รับการยืนยันแล้ว
  2. แนวโน้มระยะยาวที่จะมีพฤติกรรมขลาดหรือเสื่อมทราม
  3. บทลงโทษสำหรับความขลาดและความเสื่อมทราม
ดูคำตอบ

แนวโน้มระยะยาวที่จะมีพฤติกรรมขลาดหรือเสื่อมทราม

They don't give a jot about your reputation สำนวน

1:28

พวกเขาไม่แคร์ชื่อเสียงของคุณเลยแม้แต่น้อย

สำนวน

don't give a jot about: ไม่ใส่ใจเลย

ใน don't give a jot about คำว่า a jot หมายถึงปริมาณที่น้อยที่สุด เมื่อใช้กับ don't give วลีทั้งหมดจึงหมายถึงไม่ใส่ใจเลย ในประโยคนี้ พวกเขาไม่คำนึงถึงชื่อเสียงของอีกฝ่ายเลยเมื่อตัดสินคนคนนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ประธาน + don't/doesn't give a jot about + คำนามหรือวลีรูป -ing สำนวนนี้ให้น้ำเสียงเน้นย้ำ ไม่ได้หมายถึงการให้สิ่งของหรือจดบางอย่างตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ให้น้ำเสียงหนักแน่นและค่อนข้างเก่า ซึ่งหมายถึงไม่ใส่ใจเลย: Leo ____ celebrity gossip.

ดูคำตอบ

doesn't give a jot about

because they know enough about what people in general are like. ไวยากรณ์

1:30

เพราะพวกเขารู้ดีพอว่าโดยทั่วไปแล้วผู้คนเป็นอย่างไร

ไวยากรณ์

what people in general are like: บรรยายว่าคนทั่วไปเป็นอย่างไร

ในที่นี้ what people in general are like เป็นคำถามแบบฝังที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ about โดยหมายถึงลักษณะนิสัย คุณสมบัติ หรือพฤติกรรมทั่วไปที่คนมักมี ในโครงสร้าง what + ประธาน + be + like คำว่า like ใช้ถามถึงลักษณะ เนื่องจากคำถามนี้ฝังอยู่ในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what people are like ไม่ใช่ what are people like ในที่นี้ like ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงชอบ

แบบฝึกหัด

ใช้คำในวงเล็บเติมคำถามแบบฝังเกี่ยวกับลักษณะให้สมบูรณ์: Tell me ____. (what / your new teacher / be / like)

ดูคำตอบ

what your new teacher is like

They combine a thorough misanthropy for the group ลำดับความ

1:34

พวกเขาผสมผสานความเกลียดชังมนุษย์อย่างลึกซึ้งต่อกลุ่มคน

with a deep love and tenderness

1:38

เข้ากับความรักและความอ่อนโยนอย่างสุดซึ้ง

for the individual.

1:40

ต่อคนแต่ละคน

ลำดับความ

combine X with Y: นำทัศนคติที่ขัดแย้งมาวางร่วมกัน

โครงสร้าง combine X with Y นำองค์ประกอบสองอย่างมาอยู่ในคำอธิบายภาพรวมเดียวกัน ในที่นี้ X คือความเกลียดชังมนุษย์ในฐานะกลุ่ม ส่วน Y คือความรักและความอ่อนโยนต่อบุคคลแต่ละคน รูปประโยคที่วางสองส่วนอย่างขนานกันช่วยรวมสิ่งที่ดูเหมือนขัดแย้งไว้ด้วยกัน คนที่กล่าวถึงอาจไม่ชอบมนุษย์โดยรวมในเชิงนามธรรม แต่ยังห่วงใยคนบางคนอย่างลึกซึ้งได้ โครงสร้างนี้จึงใช้แสดงจุดยืนที่ละเอียดซับซ้อนโดยไม่บังคับให้เลือกเพียงด้านเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง combine X with Y: The coach combines high expectations ____ genuine care for every player.

ดูคำตอบ

with

They've been through their obsessions with love, กริยาวลี

1:42

พวกเขาผ่านการหมกมุ่นกับความรัก

public esteem, career triumph, and positivism,

1:45

การได้รับการยกย่องจากสังคม ความสำเร็จในหน้าที่การงาน และความคิดเชิงบวกมาแล้ว

กริยาวลี

have been through: ผ่านช่วงเวลาที่หนักหน่วง

Have been through หมายถึงได้ประสบกับช่วงเวลาหรือสถานการณ์หนึ่ง ซึ่งมักเป็นเรื่องยาก เข้มข้น หรือหนักหนาทางอารมณ์ สำนวนนี้สื่อถึงการมีส่วนร่วมและความรู้สึกจากประสบการณ์ตรงได้ชัดกว่า experience ซึ่งมีความหมายเป็นกลางกว่า ในประโยคนี้ ความหมกมุ่นต่าง ๆ ถูกนำเสนอเป็นช่วงชีวิตที่คนเหล่านั้นเคยผ่านมาด้วยตนเองแล้ว ไม่ใช่เพียงหัวข้อที่เคยพบเจอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ been through ในความหมายว่า “ได้เผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบาก”

  1. Leo has been to Canada twice.
  2. Leo has been through the tunnel twice.
  3. Leo has been through a stressful year.
ดูคำตอบ

Leo has been through a stressful year.

and they've come out the other side. สำนวน

1:48

และพวกเขาก็หลุดพ้นออกมาได้

สำนวน

come out the other side: ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบาก

Come out the other side เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากจนไปถึงระยะถัดไป ในประโยคนี้ พวกเขาก้าวผ่านความยึดติดอย่างมากกับความรัก การได้รับการยอมรับจากสังคม ความสำเร็จในอาชีพ และปฏิฐานนิยมแล้ว โดย “the other side” ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง วลีนี้เน้นว่าพวกเขาผ่านกระบวนการนั้นมาแล้ว ไม่ได้สัญญาว่าทุกอย่างหลังจากนั้นจะสมบูรณ์แบบ อาจสื่อถึงการเอาตัวรอด การเปลี่ยนแปลง หรือการได้มุมมองใหม่

แบบฝึกหัด

“came out the other side” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร “After a year of therapy, Maya came out the other side with a new outlook.”

  1. เธอกลับไปอยู่ในสถานการณ์เดิมทุกประการ
  2. เธอไปถึงระยะใหม่หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก
  3. เธอเดินออกจากห้องไปทางด้านไกล
  4. เธอหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่ยากลำบากนั้นโดยสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

เธอไปถึงระยะใหม่หลังจากผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบาก

They can let their humor get very dark ไวยากรณ์

1:51

พวกเขาสามารถปล่อยให้มุกตลกของตัวเองดาร์กมากๆ ได้

ไวยากรณ์

let their humor get very dark: ปล่อยให้อารมณ์ขันมืดหม่นมาก

ใน “let their humor get very dark” let ใช้ในโครงสร้างที่แสดงการอนุญาตหรือการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ let + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน โดย their humor เป็นกรรม และ get หมายถึง “กลายเป็น” ดังนั้นวลีนี้หมายถึง พวกเขาปล่อยให้อารมณ์ขันของตนเองกลายเป็นแนวมืดมนหรือหม่นหมองมากได้ Dark humor หรืออารมณ์ขันแบบมืด ใช้เรื่องที่เจ็บปวด น่ากลัว หรือจริงจังมาเป็นวัตถุดิบเพื่อสร้างผลลัพธ์แบบตลก ประโยคนี้พูดถึงการเลือกโทนหรือสไตล์ ไม่ได้หมายถึงทำให้ห้องหรือแสงมืดลง และไม่ได้แปลว่าผู้พูดเห็นด้วยกับการเลือกนั้นเสมอไป

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดต่อท้าย let ได้ถูกต้องและยังคงความหมายว่าอนุญาตให้เกิดการเปลี่ยนแปลง “The writers let the story ___ before the hopeful ending.”

  1. gets very dark
  2. to get very dark
  3. get very dark
  4. getting very dark
ดูคำตอบ

get very dark

because the gap between their hopes and their experience is วลี

1:53

เพราะช่องว่างระหว่างความหวังและประสบการณ์ของพวกเขานั้น

so wide.

1:57

มันกว้างมาก

วลี

ช่องว่างระหว่างความหวังกับประสบการณ์จริงของพวกเขา

the gap between A and B หมายถึงความแตกต่างหรือระยะห่างระหว่างสองสิ่ง โดยเฉพาะเมื่อสองสิ่งนั้นไม่ตรงกัน ในประโยคนี้ ความหวังของพวกเขาเป็นด้านหนึ่ง และประสบการณ์จริงเป็นอีกด้านหนึ่ง ดังนั้น gap จึงหมายถึงความไม่สอดคล้องเชิงนามธรรม ไม่ใช่ช่องว่างทางกายภาพ โครงสร้างคือ the gap between A and B การพูดว่า the gap is so wide เน้นว่าความไม่สอดคล้องนั้นมีขนาดใหญ่มาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างที่กำหนด the gap between A and B: The survey shows ____ what employees expect ____ what they experience at work.

ดูคำตอบ

the gap between · and

They've gone into the weirdest bits of themselves กริยาวลี

1:59

พวกเขาได้ดำดิ่งลงไปในส่วนที่แปลกประหลาดที่สุดของตัวเองแล้ว

and will therefore understand the oddest bits about you.

2:01

และด้วยเหตุนี้จึงสามารถเข้าใจส่วนที่พิลึกที่สุดของคุณได้

กริยาวลี

gone into: สำรวจอย่างลึกซึ้ง

ใน they've gone into คำว่า gone into เป็นส่วนหนึ่งของรูป present perfect ของ go into ในที่นี้ go into ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปในสถานที่ แต่หมายถึงการสำรวจหรือตรวจสอบบางอย่างอย่างลึกซึ้ง ประโยคนี้บอกว่าพวกเขาได้เผชิญและสำรวจส่วนที่แปลกที่สุดในความคิดหรือบุคลิกของตัวเองแล้ว ใช้ go into + หัวข้อ คำถาม รายละเอียด หรือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ เมื่อมีคนตรวจสอบหรือพูดถึงสิ่งนั้นอย่างละเอียด รูป have gone into แสดงว่าการสำรวจนั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

go into ในประโยคใดหมายถึง “ตรวจสอบหรือพูดถึงอย่างละเอียด”?

  1. Maya went into the library to return a book. — เธอเข้าไปในสถานที่แห่งหนึ่ง
  2. The report goes into the reasons for the sudden price increase. — รายงานตรวจสอบเหตุผลอย่างละเอียด
  3. After college, Luis went into teaching. — เขาเลือกทำอาชีพหนึ่ง
ดูคำตอบ

The report goes into the reasons for the sudden price increase. — รายงานตรวจสอบเหตุผลอย่างละเอียด

They don't expect life as a whole to go right, วลี

2:05

พวกเขาไม่ได้คาดหวังให้ชีวิตโดยรวมราบรื่น

วลี

as a whole: มองทุกส่วนรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

ในประโยคนี้ as a whole บอกให้มองชีวิตโดยรวม โดยนำทุกส่วนมาพิจารณาร่วมกัน ข้อความนี้พูดถึงแนวทางโดยรวมของชีวิต ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ทุกอย่างจะเป็นแบบเดียวกัน วลีนี้มักวางหลังคำนามที่ต้องการจำกัดขอบเขต เช่น life as a whole, the team as a whole หรือ the system as a whole วลีนี้บอกขอบเขตของการประเมิน ไม่ได้หมายถึง “ทั้งชีวิต” ในแง่ระยะเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “พิจารณาร่วมกันเป็นหน่วยเดียว”: The team ____ responded calmly.

ดูคำตอบ

as a whole

วลี

go right: ดำเนินไปได้สำเร็จ

ในที่นี้ go right หมายถึง “ดำเนินไปตามที่หวัง” หรือ “ได้ผลลัพธ์ที่ดี” เมื่อ life เป็นประธาน วลีนี้บอกว่าชีวิตโดยรวมดำเนินไปอย่างไร go ในที่นี้ทำหน้าที่เชื่อมประธานกับคำบอกผลลัพธ์ แสดงการเปลี่ยนแปลงหรือความคืบหน้าของเหตุการณ์ ส่วน right บอกถึงผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปทางขวาหรือความถูกต้องทางศีลธรรม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go right ในความหมายว่า “ดำเนินไปได้สำเร็จ”?

  1. Go right at the next traffic light.
  2. If everything goes right, we will open the store on Monday.
  3. Your final answer is right.
ดูคำตอบ

If everything goes right, we will open the store on Monday.

and against a backdrop of despair, สำนวน

2:08

และท่ามกลางฉากหลังแห่งความสิ้นหวัง

they can laugh with exceptional richness and glee.

2:10

พวกเขาสามารถหัวเราะได้อย่างเปี่ยมล้นและเบิกบานใจเป็นพิเศษ

สำนวน

against a backdrop of despair: วางเหตุการณ์ไว้ท่ามกลางสถานการณ์ที่กว้างกว่า

ใน against a backdrop of despair คำว่า backdrop ถูกใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงสถานการณ์ที่ดำเนินต่อเนื่องและโอบล้อมเหตุการณ์หลัก ช่วยให้เราเข้าใจเหตุการณ์นั้นได้ดีขึ้น เสียงหัวเราะเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า ส่วนความสิ้นหวังเป็นฉากหลังอันมืดมนที่ทำให้เสียงหัวเราะโดดเด่นยิ่งขึ้น against ในที่นี้หมายถึง “อยู่ในลักษณะตัดกันกับ” ไม่ใช่ “ต่อต้าน” โครงสร้าง against a backdrop of + นามวลี ใช้แสดงว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นท่ามกลางบริบททางสังคม อารมณ์ หรือประวัติศาสตร์ที่กว้างกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ against a backdrop of เพื่อวางเหตุการณ์หนึ่งไว้ในสถานการณ์ที่กว้างกว่าและตัดกัน?

  1. The town held a joyful parade against a backdrop of economic uncertainty.
  2. The town held a joyful parade to protest economic uncertainty.
  3. The town painted a backdrop for the joyful parade.
ดูคำตอบ

The town held a joyful parade against a backdrop of economic uncertainty.

These are the sort of people you want in the prison cell ลำดับความ

2:14

คนเหล่านี้คือประเภทของคนที่คุณอยากให้อยู่ด้วยในห้องขัง

or on the way to the scaffold,

2:16

หรือระหว่างทางไปลานประหาร

in the trenches,

2:18

ในคูสนามรบ

or in the bed next to you on the cancer ward.

2:19

หรือบนเตียงข้างๆ คุณในตึกผู้ป่วยโรคมะเร็ง

ลำดับความ

in the prison cell ... on the cancer ward: สร้างรายการสถานการณ์แบบขนาน

ส่วนที่เน้นเป็นรายการวลีบุพบทที่วางขนานกันเพื่อแสดงสถานการณ์ต่าง ๆ แต่ละวลีบอกว่าคุณอยากให้คนเหล่านี้อยู่กับคุณที่ไหนหรือในสถานการณ์รุนแรงแบบใด ได้แก่ in..., on..., in... หรือ in.... การทำซ้ำรูปแบบไวยากรณ์เดียวกันช่วยขยายข้อประเมินหนึ่งข้อไปยังหลายภาพเหตุการณ์ที่ชัดเจน โดยไม่ต้องพูดอนุประโยคหลักซ้ำทั้งหมด ฉากเหล่านี้ไล่จากการถูกจำคุก การประหารชีวิต สงคราม ไปจนถึงโรคร้ายแรง เมื่อนำมารวมกันจึงทำให้แนวคิดนามธรรมเรื่อง “เพื่อนที่ไว้ใจได้ในยามลำบาก” กลายเป็นภาพที่จับต้องได้ ทั้งหมดเป็นตัวอย่างเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่การเดินทางจริงครั้งเดียว scaffold ในที่นี้หมายถึงแท่นยกสูงที่เคยใช้ในการประหารชีวิต ไม่ใช่นั่งร้านก่อสร้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลีบอกสถานการณ์แบบขนานได้ดีที่สุด เพื่อทำให้ข้อประเมินหนึ่งข้อเห็นภาพชัดขึ้น?

  1. Nora is the teacher you want because she is patient, helpful, and in the classroom.
  2. Nora is the teacher you want in difficult situations.
  3. Nora is the teacher you want beside you in the classroom, at a parent meeting, or on a difficult field trip.
ดูคำตอบ

Nora is the teacher you want beside you in the classroom, at a parent meeting, or on a difficult field trip.

These are the kinds of people we need so many more of in our lives ลำดับความ

2:23

คนเหล่านี้คือคนประเภทที่เราต้องการมากขึ้นในชีวิต

and should try so hard

2:27

และควรพยายามอย่างหนัก

to be for others.

2:29

เพื่อเป็นคนแบบนั้นให้กับผู้อื่น

ลำดับความ

การเปลี่ยนจาก we need ไปเป็น we should try ... to be for others

These ย้อนกลับไปหมายถึงคนประเภทที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ ส่วนแรกบอกว่าในชีวิตของเรา เราต้องการคนแบบนั้นเพิ่มขึ้นอีกมาก ประธาน we ใช้ต่อเนื่องไปถึง should try ด้วย หลัง be ไม่ได้กล่าวคำว่า these kinds of people ออกมาตรง ๆ เพราะผู้อ่านสามารถเติมได้จากบริบท ดังนั้นตอนจบจึงเปลี่ยนจุดเน้นจากการอยากมีคนแบบนี้ในชีวิต มาเป็นการพยายามเป็นคนแบบนั้นให้ผู้อื่น นี่เป็นรูปแบบการสรุปที่ได้ผล: กล่าวย้ำว่าผู้คนต้องการอะไร แล้วเปลี่ยนสิ่งนั้นให้เป็นเป้าหมายการลงมือทำร่วมกัน

แบบฝึกหัด

การเปลี่ยนจาก we need ไปเป็น we should try ... to be for others ให้ผลหลักอย่างไร?

  1. เปลี่ยนความหวังที่จะมีคนแบบนี้อยู่รอบตัวมากขึ้น ให้เป็นคำชวนที่บอกว่าเราควรเป็นคนแบบนี้ให้กับผู้อื่นด้วย
  2. บอกว่าการให้ความช่วยเหลือเป็นความรับผิดชอบของคนอื่น ไม่ใช่ของเรา
  3. เพียงกล่าวซ้ำว่าอยากพบคนแบบนี้เพิ่มขึ้น
ดูคำตอบ

เปลี่ยนความหวังที่จะมีคนแบบนี้อยู่รอบตัวมากขึ้น ให้เป็นคำชวนที่บอกว่าเราควรเป็นคนแบบนี้ให้กับผู้อื่นด้วย