อะไรเป็นสาเหตุของภาวะเศรษฐกิจถดถอย? - Richard Coffin: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
669 คำ 147 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายภาวะเศรษฐกิจถดถอยว่าเกิดจากความสมดุลระหว่างอุปสงค์กับอุปทานถูกรบกวน พร้อมพิจารณาว่าเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ย เหตุการณ์กระทบจากภายนอก หนี้ ความคาดหวัง และนโยบาย สามารถก่อให้เกิดหรือซ้ำเติมภาวะหดตัวได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. when there is a negative disruption to the balance between supply and demand. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า when there is... ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่ทำให้ปรากฏการณ์ทางเศรษฐกิจเกิดขึ้น และนำรูปแบบนี้ไปใช้อธิบายกลไกหรือการเปลี่ยนแปลงในระบบอื่นได้อย่างเป็นเหตุเป็นผล 2. help weather the expected decline in demand. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: สังเกตว่า weather เป็นคำกริยาเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึงการผ่านพ้นช่วงเวลายากลำบาก และใช้กล่าวถึงวิธีที่องค์กรรับมือวิกฤต แรงกดดัน หรือภาวะตลาดตกต่ำได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. to help anticipate and respond to future recessions more effectively. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: เรียนรู้ anticipate and respond to เป็นคู่คำสำหรับอธิบายการจัดการความเสี่ยงสองขั้น ได้แก่ การคาดการณ์ปัญหาที่อาจเกิดขึ้นล่วงหน้า และการลงมือรับมือเมื่อปัญหานั้นเกิดขึ้นจริง

คำอธิบายในบทเรียนนี้

For millennia, ลำดับความ

0:06

เป็นเวลานับพันปี

ลำดับความ

For millennia: วางกรอบข้อความด้วยช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์อันยาวนาน

For millennia หมายถึง “เป็นเวลาหลายพันปี” โดย for ในที่นี้ใช้บอกระยะเวลาที่ต่อเนื่อง ไม่ได้บอกจุดประสงค์ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบเวลาก่อนเข้าสู่ใจความหลัก ทำให้ผู้อ่านเข้าใจสิ่งที่ตามมาว่าเป็นแนวปฏิบัติที่มีมานานมาก การจัดข้อมูลแบบนี้พบได้บ่อยในงานเล่าประวัติศาสตร์และวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาหลายพันปี”: ____, people have passed stories from one generation to the next.

ดูคำตอบ

For millennia

the people of Britain had been using bronze to make tools and jewelry and as a currency for trade. โน้ต

0:07

ชาวอังกฤษใช้สำริดในการทำเครื่องมือและเครื่องประดับ รวมถึงใช้เป็นสกุลเงินในการแลกเปลี่ยน

ไวยากรณ์

had been using bronze: กิจกรรมที่ดำเนินต่อเนื่องก่อนจุดหนึ่งในอดีตที่เกิดทีหลัง

had been using เป็นรูป past perfect continuous โดยมีโครงสร้าง had been + คำกริยารูป -ing รูปนี้แสดงว่าการใช้สำริดเริ่มขึ้นแล้วและดำเนินต่อเนื่องมาระยะหนึ่ง ก่อนถึงจุดเวลาหรือการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่งในอดีต จุดอ้างอิงในอดีตที่เกิดทีหลังอาจอยู่ในเนื้อหารอบข้าง ไม่จำเป็นต้องอยู่ในประโยคเดียวกัน ในที่นี้ รูปกริยาทำให้การใช้สำริดเป็นแนวปฏิบัติที่ดำเนินมานานและเป็นฉากหลังสำหรับพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ลำดับถัดไป

แบบฝึกหัด

ใช้รูป past perfect continuous ของ use เติมประโยคให้สมบูรณ์: The hospital ____ paper records for decades before the new system was introduced.

ดูคำตอบ

had been using

การใช้คำ

as a currency for trade: ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางการแลกเปลี่ยน

ในประโยคนี้ as a currency for trade บอกบทบาทของสำริดว่า ผู้คนใช้มันเป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า ไม่ได้ใช้เพียงเป็นวัสดุสำหรับทำสิ่งของ currency ในที่นี้มีความหมายกว้างกว่าธนบัตรและเหรียญสมัยใหม่ ในบริบททางประวัติศาสตร์ วัสดุชนิดหนึ่งอาจถือเป็น currency ได้ หากชุมชนยอมรับว่ามันมีมูลค่าและใช้ในการแลกเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคประวัติศาสตร์ด้วยสำนวนที่หมายถึง 'ในบทบาทของเงินสำหรับการแลกเปลี่ยน': Salt was once used ____.

ดูคำตอบ

as a currency for trade

But around 800 BCE, that began to change. ลำดับความ

0:15

แต่ราว 800 ปีก่อนคริสตกาล สิ่งนั้นก็เริ่มเปลี่ยนไป

ลำดับความ

But around 800 BCE, that began to change: บอกจุดเปลี่ยนทางประวัติศาสตร์

But แสดงความขัดแย้งกับสถานการณ์ก่อนหน้าที่ดำเนินมาเป็นเวลานาน around 800 BCE ระบุช่วงเวลาโดยประมาณที่เกิดการเปลี่ยนแปลง และ that began to change เปิดเข้าสู่ช่วงถัดไปของเรื่อง That ย้อนกลับไปหมายถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวมาก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นเดียว โครงสร้าง But around [time], that began to change ช่วยให้ผู้เล่าเปลี่ยนจากข้อมูลพื้นหลังที่วางไว้แล้วไปสู่จุดเริ่มต้นของความเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

เติมข้อความเชื่อมด้วยโครงสร้างบอกจุดเปลี่ยนจากบทเรียนให้ตรงรูปแบบ: For generations, the village used the same farming method. ____ around 1950, ____.

ดูคำตอบ

But · that began to change

The value of bronze declined, causing social upheaval and an economic crisis, what we would call a recession today. โน้ต

0:19

มูลค่าของสำริดลดลง ทำให้เกิดความวุ่นวายทางสังคมและวิกฤตเศรษฐกิจ หรือที่เราเรียกว่าภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบัน

วลี

The value of bronze declined: การบอกว่ามูลค่าทางเศรษฐกิจลดลง

value ในที่นี้หมายถึงมูลค่าทางเศรษฐกิจหรือมูลค่าในการแลกเปลี่ยนของทองสัมฤทธิ์ ว่ามันมีราคาเท่าใด ไม่ได้หมายถึงคุณค่าทางศีลธรรม ส่วน declined เป็นคำกริยาอกรรมที่แสดงว่ามูลค่าลดลงตามเวลา รูปแบบ the value of X declined เป็นวิธีที่กระชับและเป็นธรรมชาติในการรายงานแนวโน้มขาลงในบริบททางเศรษฐกิจ ตลาด และประวัติศาสตร์ โดยเป็นทางการและกระชับกว่าการพูดว่า the value became lower

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้องว่าสกุลเงินสูญเสียมูลค่าทางเศรษฐกิจหลังวิกฤต

  1. There was a decline the value of the currency after the crisis.
  2. The value of the currency declined after the crisis.
  3. The crisis declined the value of the currency.
ดูคำตอบ

The value of the currency declined after the crisis.

ไวยากรณ์

causing social upheaval and an economic crisis: การบอกผลด้วยอนุประโยค -ing

causing social upheaval and an economic crisis เป็นอนุประโยคกริยารูป -ing ที่บอกผลของเหตุการณ์ก่อนหน้า ในที่นี้ การลดลงของมูลค่าทางเศรษฐกิจของทองสัมฤทธิ์นำไปสู่ความวุ่นวายทางสังคมและวิกฤตเศรษฐกิจ โดยอนุประโยคนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ and this caused... causing ขึ้นอยู่กับประโยคหลัก The value of bronze declined ไม่ใช่กริยาที่ผันตามประธานและกาลตัวที่สองซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับ declined รูปแบบที่เชื่อมเหตุการณ์กับผลอย่างกระชับนี้พบได้บ่อยในการอธิบายทางประวัติศาสตร์ ข่าว และวิชาการ

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคบอกผลด้วยรูป -ing ของ cause: The storm blocked the road, ____ long delays.

ดูคำตอบ

causing

ลำดับความ

what we would call a recession today: การใช้คำเรียกสมัยใหม่

what we would call a recession today เป็นคำเรียกเสริมสำหรับวลี an economic crisis ที่อยู่ก่อนหน้า ผู้พูดหยุดการบรรยายเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ชั่วครู่ แล้วเชื่อมปรากฏการณ์นั้นเข้ากับคำที่ผู้ฟังยุคปัจจุบันคุ้นเคย คือ recession would call ในที่นี้หมายถึง “จะจัดประเภทหรือเรียกว่า” ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์สมมติหรือการโทรศัพท์ในอนาคต would ทำให้น้ำเสียงของการจัดประเภทระมัดระวังขึ้นเล็กน้อย กล่าวคือ ตามศัพท์ปัจจุบัน สถานการณ์นี้คล้ายภาวะเศรษฐกิจถดถอย แม้ว่าระบบเศรษฐกิจในอดีตจะไม่เหมือนระบบสมัยใหม่ทุกประการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำจากบทเรียนนี้ที่ใช้ป้ายชื่อสมัยใหม่อย่างระมัดระวัง: The village fund was ____ an emergency savings account today.

ดูคำตอบ

what we would call

What causes recessions? ลำดับความ

0:28

อะไรเป็นสาเหตุของภาวะเศรษฐกิจถดถอย?

ลำดับความ

What causes recessions?: การเสนอคำถามหลัก

หากดูตามตัวอักษร What causes recessions? เป็นการถามถึงสาเหตุ แต่ในคำบรรยาย ประโยคนี้ยังทำหน้าที่เป็นป้ายบอกทางด้วย หลังจากยกตัวอย่างทางประวัติศาสตร์ ผู้พูดก็เสนอคำถามหลักที่ส่วนถัดไปจะตอบ คำถามสั้น ๆ แบบนี้ทำหน้าที่เหมือนหัวข้อของส่วนที่พูดออกมาในงานบรรยาย วิดีโอ และบทความได้ โดยช่วยนำความสนใจและสร้างความคาดหวังว่าจะมีคำอธิบายตามมา จึงมีหน้าที่มากกว่าการขอคำตอบทันที

แบบฝึกหัด

ในการบรรยาย ผู้พูดยกตัวอย่างทางประวัติศาสตร์แล้วถามว่า “What causes recessions?” คำถามนี้ทำหน้าที่หลักอะไรในการบรรยาย

  1. เสนอประเด็นหลักที่ส่วนถัดไปจะอธิบาย
  2. ตรวจว่าผู้ฟังสะกดคำว่า recessions ได้หรือไม่
  3. ปิดหัวข้อและส่งสัญญาณว่าจะไม่มีคำตอบตามมา
ดูคำตอบ

เสนอประเด็นหลักที่ส่วนถัดไปจะอธิบาย

This question has long been the subject of heated debate among economists วลี

0:30

คำถามนี้เป็นประเด็นถกเถียงอย่างเผ็ดร้อนในหมู่นักเศรษฐศาสตร์มาอย่างยาวนาน

วลี

has long been the subject of heated debate: ข้อถกเถียงทางการที่ดำเนินมายาวนาน

โครงสร้าง something has long been the subject of heated debate หมายถึง ผู้คนถกเถียงเรื่องใดเรื่องหนึ่งอย่างจริงจังมาเป็นเวลานาน และความเห็นต่างนั้นยังคงสำคัญอยู่ในปัจจุบัน has been เป็นรูป present perfect ส่วน long เน้นระยะเวลา และ the subject of debate ระบุประเด็นที่ถูกถกเถียง heated บอกระดับความรุนแรงของความเห็นต่าง ไม่ได้หมายถึงอุณหภูมิ ส่วน among economists ระบุกลุ่มที่มีส่วนร่วมในการถกเถียง สำนวนทางการนี้ช่วยเปิดประเด็นที่มีข้อถกเถียงโดยไม่เข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียนนี้ให้ตรงทุกคำ: The use of gene editing ____ among medical ethicists.

ดูคำตอบ

has long been the subject of heated debate

and for good reason. วลี

0:35

และก็มีเหตุผลที่ดีด้วย

วลี

and for good reason: แสดงว่าข้อความก่อนหน้ามีเหตุผลรองรับอย่างเพียงพอ

and for good reason เป็นการประเมินข้อความก่อนหน้าทั้งหมด โดยผู้พูดบอกว่าสิ่งนั้นมีเหตุผลที่หนักแน่นรองรับ ในประโยคนี้หมายความว่า นักเศรษฐศาสตร์มีเหตุผลอันสมควรที่จะถกเถียงคำถามนี้อย่างเข้มข้น วลีนี้ยังช่วยเดินหน้าคำอธิบาย เพราะมักส่งสัญญาณว่าจะมีหลักฐานหรือเหตุผลเฉพาะตามมา for ในที่นี้นำเข้าสาเหตุหรือเหตุผลรองรับ ไม่ได้บอกจุดประสงค์ ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้หมายถึงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดี

แบบฝึกหัด

ในประโยค "The trail closes during storms, and for good reason," วลี and for good reason หมายความว่าอะไร

  1. เส้นทางจะปิดเฉพาะเมื่ออากาศแจ่มใสเท่านั้น
  2. การปิดเส้นทางมีจุดประสงค์เพื่อทำให้เส้นทางนั้นดีในทางศีลธรรม
  3. การปิดเส้นทางมีเหตุผลรองรับอย่างเพียงพอ
ดูคำตอบ

การปิดเส้นทางมีเหตุผลรองรับอย่างเพียงพอ

A recession can be a mild decline in economic activity in a single country that lasts months, การใช้คำ

0:36

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจเป็นการลดลงเล็กน้อยของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศเดียวที่กินเวลาหลายเดือน

การใช้คำ

mild decline in economic activity: กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลงเล็กน้อย

วลี mild decline in economic activity หมายถึงเศรษฐกิจโดยรวมอ่อนตัวลงเล็กน้อย คำว่า mild จำกัดระดับความรุนแรงของ decline ส่วนโครงสร้าง decline in + คำนาม ระบุว่าสิ่งใดลดลง economic activity เป็นแนวคิดกว้างและโดยทั่วไปนับไม่ได้ ครอบคลุมการผลิต การใช้จ่าย การลงทุน และการจ้างงาน ในที่นี้ activity ไม่ได้หมายถึงกิจกรรมหนึ่งอย่างโดยเฉพาะ วลีทั้งหมดแสดงภาวะถดถอยในด้านที่รุนแรงน้อยกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้เพื่อสื่อว่าเศรษฐกิจโดยรวมอ่อนตัวลงเล็กน้อย: The latest report describes a ____.

ดูคำตอบ

mild decline in economic activity

a long-lasting downturn with global ramifications that lasts years, การใช้คำ

0:42

หรือภาวะตกต่ำที่ยาวนานและมีผลกระทบระดับโลกซึ่งกินเวลาหลายปี

การใช้คำ

long-lasting downturn with global ramifications: ภาวะขาลงที่ยืดเยื้อและส่งผลกระทบทั่วโลก

long-lasting ขยายคำว่า downturn โดยบอกถึงช่วงเวลาที่ยาวนานซึ่งสภาพเศรษฐกิจหรือธุรกิจอ่อนแอลง downturn หมายถึงการลดลงหรือภาวะซบเซาในวงกว้าง แต่คำนี้เพียงคำเดียวไม่ได้หมายความว่าระบบล่มสลายอย่างสิ้นเชิง with global ramifications เพิ่มขอบเขตของผลที่ตามมา ramifications หมายถึงผลต่อเนื่องที่ซับซ้อนและมักเป็นผลลบ ดังนั้นส่วนนี้จึงบอกว่าภาวะขาลงก่อให้เกิดผลกระทบที่แพร่ไปยังหลายประเทศและหลายตลาด

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับ long-lasting downturn with global ramifications มากที่สุด

  1. ราคาหุ้นของบริษัทหนึ่งลดลงเพียงวันเดียวโดยไม่มีผลกระทบในวงกว้าง
  2. เศรษฐกิจท้องถิ่นเติบโตช่วงสั้นและทำให้การใช้จ่ายเพิ่มขึ้น
  3. ภาวะเศรษฐกิจซบเซาหลายปีที่กระทบการค้าและการจ้างงานในหลายประเทศ
ดูคำตอบ

ภาวะเศรษฐกิจซบเซาหลายปีที่กระทบการค้าและการจ้างงานในหลายประเทศ

or anything in between. วลี

0:47

หรืออะไรก็ตามที่อยู่ระหว่างสองสิ่งนี้

วลี

or anything in between: ครอบคลุมช่วงระหว่างจุดปลายสองด้าน

หลังจากระบุจุดปลายสองด้านแล้ว or anything in between จะครอบคลุมความเป็นไปได้ทุกอย่างที่อยู่ระหว่างสองจุดนั้น ในที่นี้ จุดปลายคือภาวะเศรษฐกิจถดถอยเล็กน้อยในระยะสั้นกับภาวะตกต่ำทั่วโลกที่ยาวนาน ดังนั้นวลีนี้จึงเปิดกว้างให้รวมสถานการณ์ระหว่างกลางทั้งหมด ไม่ได้จำกัดเพียงสองกรณีดังกล่าว in between ในที่นี้หมายถึงตำแหน่งกลางบนมาตรวัดเชิงนามธรรม ไม่ใช่สถานที่จริง รูปแบบนี้ใช้บอกช่วงของเวลา ค่าใช้จ่าย ขนาด ความรุนแรง รูปแบบ และเรื่องอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงระยะเวลาใด ๆ ระหว่างจุดปลายสองด้าน: The meeting may last ten minutes, three hours, or ____.

ดูคำตอบ

anything in between

Complicating matters further, ลำดับความ

0:49

สิ่งที่ทำให้เรื่องซับซ้อนยิ่งขึ้นไปอีกก็คือ

ลำดับความ

Complicating matters further: เกริ่นถึงความยากที่เพิ่มขึ้นอีกระดับ

Complicating matters further เป็นคำเชื่อมที่วางไว้ต้นประโยคเพื่อเกริ่นถึงปัจจัยใหม่ที่ทำให้ประเด็นซึ่งซับซ้อนอยู่แล้ววิเคราะห์ได้ยากขึ้น วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไปสัมพันธ์กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้าอย่างไร วลีรูป -ing นี้ขยายความอนุประโยคทั้งหมดที่ตามมา โดยมีความหมายว่าข้อเท็จจริงถัดไปทำให้เรื่องซับซ้อนขึ้นอีก ไม่ได้สื่อว่ามีใครจงใจสร้างความสับสน

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดเมื่อข้อเท็จจริงใหม่ทำให้การวิเคราะห์ซับซ้อนขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์แย่ลงเสมอไป? The survey covers five countries. ___, each country used a different questionnaire.

  1. To make matters worse
  2. In other words
  3. Complicating matters further
ดูคำตอบ

Complicating matters further

there are countless variables that contribute to an economy's health, การใช้คำ

0:51

มีตัวแปรมากมายนับไม่ถ้วนที่ส่งผลต่อสุขภาพของเศรษฐกิจ

การใช้คำ

countless variables that contribute to an economy's health: ตัวแปรนับไม่ถ้วนที่ส่งผลต่อสภาพโดยรวมของเศรษฐกิจ

countless variables หมายถึงปัจจัยที่มีจำนวนมากจนไม่สะดวกจะไล่เรียงทั้งหมด อนุประโยคขยายคำนาม that contribute to an economy's health อธิบายว่าตัวแปรเหล่านั้นทำอะไร กล่าวคือแต่ละตัวมีส่วนกำหนดสภาพของเศรษฐกิจ ในที่นี้ health เป็นอุปมาที่ใช้กับระบบ หมายถึงสภาพโดยรวมของเศรษฐกิจและระดับที่เศรษฐกิจทำงานได้ดี ไม่ใช่สุขภาพทางกายหรือทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าปัจจัยหลายอย่างมีส่วนกำหนดสภาพโดยรวมของเศรษฐกิจ

  1. Many variables are the overall health of the economy.
  2. Many variables contribute to the overall health of the economy.
  3. Many variables contribute the overall health of the economy.
ดูคำตอบ

Many variables contribute to the overall health of the economy.

making it difficult to pinpoint specific causes. ไวยากรณ์

0:55

ทำให้การระบุสาเหตุเฉพาะเจาะจงนั้นเป็นไปได้ยาก

ไวยากรณ์

making it difficult to pinpoint specific causes: ทำให้ยากที่จะระบุสาเหตุที่เฉพาะเจาะจงอย่างแม่นยำ

อนุประโยค -ing making it difficult to pinpoint specific causes เพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า ตัวแปรจำนวนมากทำให้เกิดความยากนี้ ดังนั้น making จึงอ้างถึงความคิดก่อนหน้าทั้งหมด ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว ในโครงสร้าง make it difficult to do something คำว่า it เป็นกรรมที่ใช้แทนส่วนเนื้อหาจริง ส่วนการกระทำจริงอยู่ใน infinitive ที่มี to คำว่า Pinpoint หมายถึงระบุบางสิ่งได้อย่างแม่นยำมาก ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่าการหาสาเหตุที่แน่ชัดเป็นเรื่องยาก

แบบฝึกหัด

ใช้รูปผลลัพธ์ -ing ของ make it difficult to do และกริยา pinpoint เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The evidence was incomplete, ____ the exact cause.

ดูคำตอบ

making it difficult to pinpoint

So, it helps to start with the big picture. วลี

0:59

ดังนั้น การเริ่มต้นด้วยภาพรวมจึงช่วยได้

วลี

it helps to start with the big picture: การเริ่มจากภาพรวมช่วยได้

รูปแบบ it helps to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการทำสิ่งนั้นช่วยให้งานง่ายขึ้นหรือชัดเจนขึ้น ในที่นี้ it เป็นประธานแทนรูปแบบ ส่วน to start with the big picture ระบุการกระทำที่เป็นประโยชน์ สำนวนนี้เสนอวิธีการ แต่ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ The big picture หมายถึงสถานการณ์หรือโครงสร้างโดยรวม ไม่ใช่ภาพที่มีขนาดใหญ่จริง ๆ การเริ่มจากภาพรวมช่วยจัดลำดับคำอธิบายจากโครงสร้างทั่วไปไปสู่รายละเอียดเล็ก ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่สื่อว่าการดูภาพรวมมีประโยชน์: Before we examine each cost, ____.

ดูคำตอบ

it helps to start with the big picture

Recessions occur when there is a negative disruption to the balance between supply and demand. โน้ต

1:01

ภาวะเศรษฐกิจถดถอยเกิดขึ้นเมื่อมีการหยุดชะงักเชิงลบต่อความสมดุลระหว่างอุปสงค์และอุปทาน

ไวยากรณ์

when there is... สำหรับระบุเงื่อนไข

ในที่นี้ when ใช้นำเงื่อนไขที่ทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ไม่ได้ระบุวันที่หรือช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง โครงสร้าง ผลลัพธ์ + when + สถานการณ์ แสดงความสัมพันธ์ทั่วไปของเหตุและผล กล่าวคือผลลัพธ์จะเกิดขึ้นในสถานการณ์ประเภทนั้น There is ใช้บอกว่ามีเงื่อนไขนั้นอยู่ ส่วน a negative disruption to the balance between supply and demand ระบุว่าเงื่อนไขคืออะไร โครงสร้าง X occurs when there is Y สามารถนำไปใช้อธิบายกลไกและรูปแบบที่เกิดซ้ำได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอเงื่อนไขเป็นส่วนหนึ่งของคำอธิบายเหตุและผลที่เกิดขึ้นเป็นปกติ

  1. A system failure may occur if there is a break in communication.
  2. System failures occurred during yesterday's communication test.
  3. System failures often occur when there is a break in communication.
ดูคำตอบ

System failures often occur when there is a break in communication.

การใช้คำ

balance between supply and demand: สมดุลระหว่างอุปทานและอุปสงค์

ในประโยคนี้ balance between supply and demand หมายถึงระดับที่ปริมาณซึ่งผู้ผลิตเสนอขายสอดคล้องกับปริมาณที่ผู้บริโภคต้องการซื้อ วลีนี้อธิบายความสัมพันธ์ในตลาด ไม่ใช่สมดุลทางกายภาพของวัตถุที่ตั้งตรงอยู่ รูปแบบ balance between A and B แสดงแรงสองด้านที่เกี่ยวข้องกันและจำเป็นต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ทำงานได้ดี การรบกวนหมายความว่าทั้งสองด้านไม่สอดคล้องกันอีกต่อไป ซึ่งอาจส่งผลต่อราคา การผลิต และกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียน: A stable market depends on the ____ supply and demand.

ดูคำตอบ

balance between

There's a mismatch between how many goods people want to buy, ไวยากรณ์

1:07

มีความไม่สอดคล้องกันระหว่างจำนวนสินค้าที่คนต้องการซื้อ

how many products and services producers can offer,

1:11

จำนวนผลิตภัณฑ์และบริการที่ผู้ผลิตสามารถเสนอได้

and the price of the goods and services sold,

1:14

และราคาสินค้าและบริการที่ขายไป

ไวยากรณ์

a mismatch between A, B, and C: ความไม่สอดคล้องระหว่างสามมิติ

ในที่นี้ a mismatch between... หมายความว่าสามองค์ประกอบที่เกี่ยวข้องกันไม่เข้ากันหรือไม่สอดคล้องกันอย่างเหมาะสม ได้แก่ ปริมาณที่ผู้ซื้อต้องการ ปริมาณที่ผู้ผลิตเสนอได้ และราคา Mismatch เป็นคำนามที่ใช้เรียกภาวะที่ไม่สอดคล้องกันนี้ Between สามารถเชื่อมรายการที่ระบุไว้อย่างชัดเจนมากกว่าสองรายการได้ ส่วนเติมเต็มทั้งสามทำหน้าที่ขนานกัน แม้รูปแบบจะไม่เหมือนกันทั้งหมด สองส่วนแรกเป็นอนุประโยคที่มี how many และทำหน้าที่คล้ายคำนาม ส่วนสุดท้ายเป็นนามวลีที่ขึ้นต้นด้วย the price เครื่องหมายจุลภาคและ and ตัวสุดท้ายแสดงว่าทั้งสามรายการอยู่ในรายการเดียวกันหลัง between

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอมิติสามด้านที่ระบุแยกกันว่าเป็นความไม่สอดคล้องชุดเดียวได้ชัดเจนที่สุด

  1. There is a mismatch between what customers expect and what the team can deliver.
  2. There is a mismatch between what customers expect, what the team can deliver, and the available budget.
  3. There is a mismatch among the project team members.
ดูคำตอบ

There is a mismatch between what customers expect, what the team can deliver, and the available budget.

which prompts an economic decline. ไวยากรณ์

1:16

ซึ่งกระตุ้นให้เกิดการลดลงทางเศรษฐกิจ

ไวยากรณ์

which prompts...: ใช้ which อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดและบอกผลลัพธ์

ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่กล่าวไว้ในอนุประโยคก่อนหน้า คือความไม่สอดคล้องกันระหว่างอุปทาน อุปสงค์ และราคา ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง price จากนั้นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความที่ขึ้นต้นด้วย which จะเสริมผลลัพธ์ของสถานการณ์นั้น โครงสร้าง [ข้อความ], which + คำกริยา... ใช้เชื่อมแนวคิดที่สมบูรณ์กับผลที่ตามมา ในที่นี้ prompts หมายถึง “ทำให้เกิดหรือก่อให้เกิด” ไม่ได้หมายถึง “ให้คำใบ้”

แบบฝึกหัด

ใน “The road was flooded, which delayed the buses,” คำว่า which อ้างถึงอะไร?

  1. สถานการณ์ทั้งหมดที่ถนนถูกน้ำท่วม
  2. ถนนเพียงอย่างเดียว
  3. รถโดยสาร
ดูคำตอบ

สถานการณ์ทั้งหมดที่ถนนถูกน้ำท่วม

An economy's relationship between supply and demand is reflected in its inflation rates and interest rates. โน้ต

1:19

ความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์และอุปทานของเศรษฐกิจสะท้อนให้เห็นในอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ย

วลี

be reflected in: แสดงสภาวะเบื้องหลังผ่านหลักฐาน

ใน be reflected in คำว่า reflected ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ กล่าวคือ สภาวะ คุณลักษณะ หรือความสัมพันธ์ที่อยู่เบื้องหลังปรากฏให้เห็นผ่านหลักฐาน ผลลัพธ์ หรือตัวชี้วัด ในที่นี้ อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยเป็นตัวชี้วัดที่แสดงความสัมพันธ์ระหว่างอุปสงค์กับอุปทานของระบบเศรษฐกิจ รูปแบบ A is reflected in B หมายถึง “B แสดงหลักฐานของ A” โดย A คือสิ่งที่ถูกเปิดเผย ส่วน B คือหลักฐานหรือจุดที่สามารถสังเกตเห็นสิ่งนั้นได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปสองคำของ reflect ที่หมายถึง “สามารถเห็นได้ใน”: The team's improved preparation is ____ its performance.

ดูคำตอบ

reflected in

การใช้คำ

inflation rates and interest rates: ตัวชี้วัดสองอย่างที่แตกต่างกัน

inflation rate หรืออัตราเงินเฟ้อ วัดว่าระดับราคาโดยรวมเพิ่มขึ้นเร็วเพียงใดในช่วงเวลาหนึ่ง ส่วน interest rate หรืออัตราดอกเบี้ย คือเปอร์เซ็นต์ที่เรียกเก็บจากการกู้เงินหรือจ่ายให้กับเงินออมที่ได้รับดอกเบี้ย ทั้งสองอย่างมักแสดงเป็นอัตรา แต่ใช้วัดคนละเรื่อง ใน interest rate คำว่า interest หมายถึงดอกเบี้ยที่จ่ายเพื่อใช้เงิน ไม่ได้หมายถึงความสนใจ ประโยคนี้กล่าวถึงอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยในฐานะตัวชี้วัดภาวะเศรษฐกิจสองอย่าง

แบบฝึกหัด

ธนาคารจะขึ้นอัตราใดเพื่อทำให้สินเชื่อใหม่มีต้นทุนสูงขึ้น

  1. inflation rate
  2. interest rate
  3. exchange rate
ดูคำตอบ

interest rate

Inflation happens when goods and services get more expensive. วลี

1:27

เงินเฟ้อเกิดขึ้นเมื่อสินค้าและบริการมีราคาแพงขึ้น

วลี

get more expensive: การเปลี่ยนแปลงของราคา

ในที่นี้ get หมายถึง become หรือ “กลายเป็น” ไม่ได้หมายถึงได้รับหรือได้มา Get more expensive หมายถึงราคาสูงขึ้นหรือบางสิ่งเริ่มมีค่าใช้จ่ายมากขึ้น โครงสร้างคือ get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า เช่น get more expensive, get better และ get colder หากเป็นการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้นหรือค่อย ๆ เกิดขึ้นตามเวลา มักใช้ is getting more expensive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย get + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า เพื่อสื่อว่า “แพงขึ้น”: When demand rises, concert tickets often ____.

ดูคำตอบ

get more expensive

Put another way, the value of money decreases. ลำดับความ

1:31

หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งคือ มูลค่าของเงินลดลง

ลำดับความ

Put another way: การกล่าวความคิดเดิมด้วยถ้อยคำอีกแบบ

Put another way เป็นคำเชื่อมทางความคิดที่หมายถึง “การสื่อความคิดเดิมด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าการที่มูลค่าเงินลดลงเป็นการกล่าวซ้ำคำอธิบายเรื่องเงินเฟ้อก่อนหน้า ไม่ใช่การเสนอข้อกล่าวอ้างใหม่ ในสำนวนนี้ put หมายถึง “แสดงออก” หรือ “เรียบเรียงเป็นคำพูด” ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่ง ใช้วลีนี้เพื่อบอกว่าถ้อยคำต่อไปยังคงเชื่อมโยงกับความคิดเดิม

แบบฝึกหัด

Put another way ในที่นี้บอกอะไร?

  1. ผู้พูดจะกล่าวความคิดเดิมใหม่ด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง
  2. ผู้พูดจะเริ่มหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. ผู้พูดจะแสดงความคิดเห็นที่ตรงข้าม
ดูคำตอบ

ผู้พูดจะกล่าวความคิดเดิมใหม่ด้วยถ้อยคำอีกแบบหนึ่ง

Still, inflation isn't necessarily a bad thing. น้ำเสียง/เจตนา

1:35

ถึงกระนั้น เงินเฟ้อก็ไม่ได้เป็นสิ่งที่ไม่ดีเสมอไป

น้ำเสียง/เจตนา

isn't necessarily a bad thing: การลดความหนักแน่นของข้อสรุปแบบเหมารวม

ใน isn't necessarily a bad thing คำปฏิเสธ not ไปขยาย necessarily กล่าวคือ ประโยคนี้ปฏิเสธข้อสรุปที่ว่าเงินเฟ้อต้องเป็นเรื่องเลวร้ายในทุกกรณี และยังเปิดความเป็นไปได้ว่าเงินเฟ้ออาจไม่ดีในบางสถานการณ์ แต่ไม่จำเป็นต้องไม่ดีในทุกสถานการณ์ นี่เป็นวิธีแก้ไขข้อสรุปที่เหมารวมเกินไปอย่างระมัดระวัง ไม่ได้หมายความว่าเงินเฟ้อเป็นเรื่องดีเสมอหรือไม่ก่อให้เกิดโทษเลย

แบบฝึกหัด

“Making a change isn't necessarily a bad thing” หมายความว่าอย่างไร?

  1. การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ดีในบางกรณี แต่ไม่ได้ไม่ดีเสมอไป
  2. การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเป็นเรื่องดี
  3. การเปลี่ยนแปลงไม่มีทางก่อให้เกิดปัญหา
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนแปลงอาจไม่ดีในบางกรณี แต่ไม่ได้ไม่ดีเสมอไป

In fact, a low inflation rate is thought to encourage economic activity, โน้ต

1:38

อันที่จริง เชื่อกันว่าอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางเศรษฐกิจ

ลำดับความ

In fact: เสริมหรือแก้ไขประเด็นก่อนหน้า

In fact ส่งสัญญาณว่าข้อความถัดไปจะช่วยเน้นย้ำ อธิบายให้ชัด หรือแก้ไขสิ่งที่เพิ่งกล่าวไป ในที่นี้ใช้เพื่อเกริ่นข้อเท็จจริงที่เฉพาะเจาะจงกว่าและค่อนข้างผิดจากที่คาด ซึ่งช่วยสนับสนุนแนวคิดก่อนหน้า ดังนั้น จึงเป็นคำเชื่อมที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล ไม่ใช่คำเติมที่ไม่มีความหมาย เมื่อได้ยินคำนี้ ให้สังเกตว่าข้อเท็จจริงใหม่เปลี่ยนหรือเสริมข้อกล่าวอ้างก่อนหน้าอย่างไร

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อข้อใดใช้ In fact เพื่อเพิ่มข้อเท็จจริงที่เฉพาะเจาะจงและสนับสนุนประโยคแรก?

  1. The library is useful. In fact, the train leaves from platform six.
  2. The library is useful. In fact, it offers free tutoring every afternoon.
  3. The library is useful. However, it offers free tutoring every afternoon.
ดูคำตอบ

The library is useful. In fact, it offers free tutoring every afternoon.

ไวยากรณ์

is thought to encourage...: ถ่ายทอดความเห็นทั่วไปอย่างระมัดระวัง

คำที่เน้นเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง ประธาน + be thought to + คำกริยารูปพื้นฐาน: a low inflation rate is thought to encourage economic activity โครงสร้างนี้หมายความว่าผู้คนหรือผู้เชี่ยวชาญโดยทั่วไปมีความเห็นเช่นนี้ โดยไม่ระบุแหล่งที่มาโดยเฉพาะ โครงสร้างรายงานแบบถูกกระทำนี้เน้นตัวข้อกล่าวอ้างและนำเสนอว่าเป็นความเห็น ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแน่นอนแล้ว หลัง to ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน คือ encourage ไม่ใช่ encourages หรือ encouraging

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีรายงานแบบถูกกระทำในกาลปัจจุบันที่สร้างด้วย thought: The new treatment ____ reduce recovery time, but more research is needed.

ดูคำตอบ

is thought to

but high inflation that isn't accompanied with high demand can both cause problems for an economy วลี

1:43

แต่อัตราเงินเฟ้อสูงที่ไม่ได้มาพร้อมกับความต้องการสูง สามารถสร้างปัญหาให้เศรษฐกิจได้ทั้งสองอย่าง

วลี

high inflation that isn't accompanied with high demand: การระบุเงินเฟ้อชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ

ข้อความที่ไฮไลต์เป็นวลีนามที่มี high inflation เป็นคำหลัก อนุประโยคสัมพัทธ์แบบจำกัดความ that isn't accompanied with high demand ระบุว่าเป็นเงินเฟ้อสูงชนิดใด กล่าวคือ เงินเฟ้อสูงที่เกิดขึ้นโดยไม่มีอุปสงค์สูงในเวลาเดียวกัน ในที่นี้ accompanied อธิบายว่าสภาวะทางเศรษฐกิจสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน ไม่ได้หมายถึงคนหนึ่งเดินทางไปกับอีกคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่าราคาเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วโดยไม่มีอุปสงค์ที่แข็งแกร่งขึ้นตามมา

  1. The rapid price increase was not accompanied at stronger demand.
  2. The rapid price increase was not accompanied by stronger demand.
  3. The rapid price increase did not accompany by stronger demand.
ดูคำตอบ

The rapid price increase was not accompanied by stronger demand.

and eventually lead to a recession. วลี

1:49

และนำไปสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในที่สุด

วลี

eventually lead to a recession: การแสดงผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นในภายหลัง

lead to ใช้นำเสนอผลลัพธ์ โดยสถานการณ์หนึ่งก่อให้เกิดหรือมีส่วนทำให้อีกสถานการณ์หนึ่งเกิดขึ้น ใน lead to a recession ผลลัพธ์คือวลีนาม a recession และหลัง lead to สามารถตามด้วยรูป -ing ได้เช่นกัน เช่น lead to prices rising eventually แสดงว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังจากเวลาผ่านไปหรือผ่านขั้นตอนระหว่างทาง ไม่ได้เกิดขึ้นทันที เมื่อนำมารวมกัน eventually lead to ใช้อธิบายผลปลายทางของห่วงโซ่เหตุและผลที่ค่อย ๆ พัฒนาได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ eventually lead to ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง

  1. Ignoring the leak may eventually lead at serious damage.
  2. Ignoring the leak may eventually lead to serious damage.
  3. Ignoring the leak may eventually lead serious damage.
ดูคำตอบ

Ignoring the leak may eventually lead to serious damage.

Interest rates, meanwhile, reflect the cost of taking on debt for individuals and companies. โน้ต

1:52

ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยสะท้อนถึงต้นทุนในการก่อหนี้สำหรับบุคคลและบริษัท

การใช้คำ

reflect the cost of taking on debt: แสดงต้นทุนของการก่อหนี้

ในประโยคนี้ reflect หมายถึง “แสดงหรือบ่งชี้” อัตราดอกเบี้ยใช้เป็นตัววัดว่าการยืมเงินมีต้นทุนสูงเพียงใดสำหรับบุคคลและบริษัท cost ในที่นี้ไม่ใช่จำนวนเงินที่ยืม แต่เป็นภาระทางการเงินที่เกิดจากการกู้ยืม โดยเฉพาะดอกเบี้ย โครงสร้าง the cost of + -ing ใช้เรียกค่าใช้จ่ายหรือภาระที่เกี่ยวข้องกับการกระทำหนึ่ง ๆ ในที่นี้ วลีดังกล่าวอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอัตราดอกเบี้ยกับต้นทุนของการรับผิดชอบหนี้

แบบฝึกหัด

“Interest rates reflect the cost of taking on debt” หมายความว่าอย่างไร?

  1. อัตราดอกเบี้ยบ่งชี้ว่าการยืมเงินมีต้นทุนสูงเพียงใด
  2. อัตราดอกเบี้ยกำหนดราคาสินค้าและบริการทั้งหมด
  3. อัตราดอกเบี้ยแสดงว่าผู้กู้แต่ละคนชำระคืนไปแล้วเท่าใด
ดูคำตอบ

อัตราดอกเบี้ยบ่งชี้ว่าการยืมเงินมีต้นทุนสูงเพียงใด

กริยาวลี

taking on debt: รับภาระผูกพันทางการเงิน

Taking on debt หมายถึงการยืมเงินและยอมรับหน้าที่ที่จะต้องชำระคืน take on ในที่นี้หมายถึง “ยอมรับหรือรับภาระ” ความรับผิดชอบ ภาระ หรือความเสี่ยง ไม่ได้หมายถึงการยกสิ่งของขึ้นตามตัวอักษร ในประโยคนี้ taking อยู่ในรูป -ing เพราะตามหลังคำบุพบท of ในโครงสร้าง the cost of taking on debt วลีนี้ใช้กล่าวถึงบุคคล บริษัท หรือรัฐบาลที่เริ่มรับผิดชอบหนี้ก้อนใหม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูป -ing ของ take on ร่วมกับ debt: During the slowdown, the company avoided ____.

ดูคำตอบ

taking on debt

The rate is typically an annual percentage of a loan

1:58

อัตรานี้มักเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อปีของเงินกู้

that borrowers pay to their creditors การใช้คำ

2:01

ที่ผู้กู้จ่ายให้กับเจ้าหนี้

until the loan is repaid.

2:03

จนกว่าเงินกู้จะชำระหมด

การใช้คำ

borrowers pay to their creditors: บทบาทของ borrower และ creditor

ในส่วนที่เน้น borrowers คือบุคคลหรือองค์กรที่กู้เงิน ส่วน creditors คือฝ่ายที่มีสิทธิได้รับชำระหนี้ โครงสร้าง pay ... to แสดงว่าเงินเคลื่อนจาก borrowers ไปยัง creditors หากต้องการแยกบทบาท ให้ดูว่าใครเป็นหนี้และใครมีสิทธิรับเงิน creditor อาจเป็นธนาคาร บริษัท รัฐบาล หรือบุคคลก็ได้ และไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ให้กู้รายแรกเสมอไป

แบบฝึกหัด

ข้อความใดระบุบทบาททั้งสองฝ่ายในเงินกู้ทั่วไปได้ถูกต้อง

  1. creditor รับเงินกู้และมีหน้าที่ชำระคืน ส่วน borrower มีสิทธิรับเงิน
  2. borrower รับเงินกู้และมีหน้าที่ชำระคืน ส่วน creditor มีสิทธิรับเงิน
  3. ทั้งสองฝ่ายเป็น borrowers เพราะมีการส่งต่อเงิน
ดูคำตอบ

borrower รับเงินกู้และมีหน้าที่ชำระคืน ส่วน creditor มีสิทธิรับเงิน

Low interest rates mean that companies can afford to borrow more money, วลี

2:05

อัตราดอกเบี้ยต่ำหมายความว่าบริษัทสามารถกู้ยืมเงินได้มากขึ้น

วลี

can afford to borrow more money: ความสามารถในการรับภาระต้นทุน

Can afford to borrow more money หมายถึง “มีความสามารถทางการเงินเพียงพอที่จะรับภาระต้นทุนของการกู้เงินเพิ่ม” โครงสร้างคือ can afford to + คำกริยารูปพื้นฐาน afford ใช้บอกได้ว่าสามารถรับภาระด้านเงิน เวลา ความเสี่ยง หรือผลที่ตามมาจากการกระทำหนึ่งได้หรือไม่ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการซื้อสิ่งของเท่านั้น ในที่นี้ อัตราดอกเบี้ยต่ำทำให้การกู้เพิ่มมีต้นทุนลดลง ประโยคนี้บอกว่าบริษัทมีความเป็นไปได้ทางการเงินที่จะกู้เพิ่ม แต่ไม่ได้บอกว่าจะกู้แน่นอนหรือการกู้นั้นเป็นทางเลือกที่ดีเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย can afford to + คำกริยา borrow: Because interest rates fell, the company ____ more money.

ดูคำตอบ

can afford to borrow

which they can use to invest in more projects. วลี

2:09

ซึ่งพวกเขาสามารถนำไปลงทุนในโครงการได้มากขึ้น

วลี

use A to invest in B: ใช้ A เพื่อลงทุนใน B

ในโครงสร้าง use A to do B นั้น A คือทรัพยากรที่นำมาใช้ และกริยารูป to-infinitive บอกจุดประสงค์ของการใช้ทรัพยากรนั้น ในประโยคนี้ which เป็นกรรมของ use และหมายถึงเงินที่กู้มา ดังนั้นบริษัทจึงสามารถใช้เงินนั้นเพื่อลงทุนได้ invest ต้องตามด้วย in ก่อนสิ่งที่เป็นเป้าหมายของการลงทุน ดังนั้นโครงสร้างเต็มคือ use A to invest in B และ more projects อยู่ในตำแหน่ง B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างบอกจุดประสงค์และคำบุพบทที่ถูกต้องหลัง invest: The town used the grant ____ safer bike lanes.

ดูคำตอบ

to invest in

High interest rates, meanwhile, increase costs for producers and consumers,

2:12

ในทางกลับกัน อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะเพิ่มต้นทุนสำหรับผู้ผลิตและผู้บริโภค

slowing economic activity. ไวยากรณ์

2:17

ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว

ไวยากรณ์

slowing economic activity: อนุประโยค -ing ที่บอกผล

slowing economic activity เป็นอนุประโยค -ing ที่เชื่อมกับประโยคหลักก่อนหน้า ไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ประโยคใหม่ แต่บอกผลจากการที่อัตราดอกเบี้ยสูงทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้น เครื่องหมายจุลภาคตามด้วยอนุประโยค -ing สามารถสื่ออย่างกระชับว่า “และผลก็คือ สิ่งนี้ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจชะลอตัว” สาเหตุที่เข้าใจคือเหตุการณ์ทั้งหมดในประโยคหลัก ไม่ใช่เฉพาะคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง consumers

แบบฝึกหัด

เติมอนุประโยคบอกผลด้วยรูปที่ถูกต้องของ slow: The road closure diverted traffic downtown, ____ the morning commute for thousands of drivers.

ดูคำตอบ

slowing

Fluctuations in inflation and interest rates can give us insight into the health of the economy. วลี

2:19

ความผันผวนของอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับสุขภาพของเศรษฐกิจ

วลี

Fluctuations ... can give us insight into ...: ความผันผวนช่วยให้เข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น

Fluctuations หมายถึงการที่ระดับหรืออัตราหนึ่งเพิ่มขึ้นและลดลงซ้ำ ๆ ในประโยคนี้ การเคลื่อนไหวของอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยถูกใช้เป็นหลักฐานในการพิจารณาภาวะเศรษฐกิจ give someone insight into something หมายถึง “ช่วยให้ใครบางคนเข้าใจบางสิ่งได้ลึกซึ้งขึ้น” ในโครงสร้างนี้ us คือผู้ที่ได้รับความเข้าใจ ส่วน the health of the economy คือหัวข้อที่ถูกทำความเข้าใจ Insight หมายถึงความเข้าใจที่ได้จากหลักฐาน ไม่ใช่การมองเห็นตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ช่วยให้เราเข้าใจได้ลึกซึ้งขึ้น”: The survey results can ____ why customers leave.

ดูคำตอบ

give us insight into

But what causes these fluctuations in the first place? วลี

2:25

แต่อะไรคือสาเหตุที่ทำให้เกิดความผันผวนเหล่านี้ตั้งแต่แรก?

วลี

in the first place: การถามถึงเหตุผลเดิม

ในคำถามนี้ in the first place หมายถึง “แต่เดิม” หรือ “ตั้งแต่แรก” สำนวนนี้พาการอภิปรายย้อนจากผลของความผันผวนกลับไปยังสาเหตุที่ทำให้ความผันผวนเริ่มขึ้น เมื่ออยู่ท้ายคำถามเกี่ยวกับสาเหตุหรือการตัดสินใจ สำนวนนี้มักเพิ่มนัยว่า “เหตุใดจึงเกิดขึ้นตั้งแต่แรก” หรือ “เหตุผลเดิมคืออะไร” นี่เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงหรือลำดับอันดับ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนเป้าหมาย: Why did Maya open the account ____?

ดูคำตอบ

in the first place

The most obvious causes are shocks like natural disaster, war, and geopolitical factors. การใช้คำ

2:29

สาเหตุที่ชัดเจนที่สุดคือผลกระทบเช่น ภัยพิบัติทางธรรมชาติ สงคราม และปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์

การใช้คำ

shocks: การรบกวนเศรษฐกิจอย่างฉับพลัน

ในที่นี้ คำนามพหูพจน์ shocks เป็นศัพท์เศรษฐศาสตร์ หมายถึงเหตุรบกวนที่เกิดขึ้นฉับพลันจนทำให้เศรษฐกิจหรือตลาดเบี่ยงออกจากภาวะปกติ ภัยธรรมชาติ สงคราม และเหตุการณ์ทางภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลอย่างรวดเร็วต่ออุปทาน อุปสงค์ ราคา การค้า หรือความคาดหวัง เนื่องจากเหตุการณ์ที่ยกมานั้นเกิดจากภายนอกระบบเศรษฐกิจที่กำลังกล่าวถึง จึงเข้าใจได้ว่าเป็น external shocks หรือภาวะช็อกจากภายนอก คำนี้อธิบายการรบกวนระบบ ไม่ได้หมายถึงไฟฟ้าช็อตหรือความรู้สึกตกใจของบุคคล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shock ในความหมายทางเศรษฐศาสตร์?

  1. The surprise party gave everyone a shock.
  2. A sudden oil shortage can create a supply shock.
  3. Touching a live wire can give you an electric shock.
ดูคำตอบ

A sudden oil shortage can create a supply shock.

An earthquake, for example, can destroy the infrastructure ลำดับความ

2:35

ตัวอย่างเช่น แผ่นดินไหวสามารถทำลายโครงสร้างพื้นฐาน

ลำดับความ

for example: จากแนวคิดทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะ

for example เป็นคำที่ช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่ารายละเอียดที่อยู่ใกล้เคียงเป็นกรณีเฉพาะของแนวคิดที่กว้างกว่า ในที่นี้ An earthquake เป็นตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมของภัยธรรมชาติหรือ shocks ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ในประโยคนี้ for example แทรกอยู่หลังประธานและคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค หน้าที่ของมันคือจัดข้อมูลให้เป็นแนวคิดทั่วไปแล้วตามด้วยตัวอย่าง ไม่ใช่คำพูดเติมที่ไม่มีความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่แสดงว่าพลังงานแสงอาทิตย์เป็นกรณีเฉพาะ: Some energy sources are affected by cloud cover. Solar power, ____, may produce less electricity on cloudy days.

ดูคำตอบ

for example

needed to produce important commodities such as oil. การใช้คำ

2:38

ที่จำเป็นในการผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญ เช่น น้ำมัน

การใช้คำ

important commodities such as oil: สินค้าโภคภัณฑ์สำคัญ เช่น น้ำมัน

ในบริบททางเศรษฐกิจนี้ commodities หมายถึงวัตถุดิบพื้นฐานหรือสินค้าขั้นปฐมที่ซื้อขายกันในปริมาณมาก เช่น น้ำมัน โลหะ และธัญพืช สินค้าเกรดเดียวกันโดยทั่วไปถือว่าสามารถใช้แทนกันได้ในการซื้อขายในตลาด ใน important commodities such as oil คำว่า such as ใช้ยก oil เป็นตัวอย่าง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงทรัพยากรสำคัญที่มีการซื้อขาย ซึ่งรวมถึงน้ำมัน ไม่ได้หมายถึงเพียงสิ่งของสำคัญที่วางขายโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ commodities ในความหมายว่าเป็นทรัพยากรพื้นฐานที่มีมาตรฐานและซื้อขายในตลาด

  1. The restaurant's commodities include table service and live music.
  2. The company launched three new commodities: a phone, an app, and a warranty.
  3. Crude oil and wheat are widely traded commodities.
ดูคำตอบ

Crude oil and wheat are widely traded commodities.

That forces the supply side of the economy to charge more for products that use oil, โน้ต

2:42

นั่นบังคับให้ฝั่งอุปทานของเศรษฐกิจต้องคิดราคาสินค้าที่ใช้น้ำมันสูงขึ้น

การใช้คำ

the supply side of the economy: ด้านอุปทานของระบบเศรษฐกิจ

the supply side of the economy หมายถึงส่วนที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและจัดหาสินค้าและบริการ ได้แก่ ผู้ผลิต แรงงาน กำลังการผลิต และต้นทุนการผลิต ในที่นี้ side หมายถึงฝ่ายหนึ่งในความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ ไม่ใช่ด้านทางกายภาพ ในประโยคนี้ น้ำมันที่แพงขึ้นทำให้ต้นทุนของผู้ผลิตสูงขึ้น พวกเขาจึงคิดราคาสินค้าที่ใช้น้ำมันสูงขึ้น วลีนี้อธิบายผลกระทบจากมุมของการผลิตและอุปทาน ไม่ใช่จากอุปสงค์ของผู้บริโภค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ the supply side of the economy ได้ถูกต้อง

  1. Rising factory costs are putting pressure on the supply side of the economy.
  2. The supply side of the economy is the route goods take from a factory to a store.
  3. Consumers' willingness to spend is the supply side of the economy.
ดูคำตอบ

Rising factory costs are putting pressure on the supply side of the economy.

วลี

charge more for: เรียกเก็บราคาที่สูงขึ้น

To charge more for something หมายถึงการขอให้ลูกค้าจ่ายราคาที่สูงขึ้นสำหรับสิ่งนั้น ในที่นี้ charge หมายถึงการเรียกเก็บราคาหรือค่าธรรมเนียม ส่วน more อยู่ในตำแหน่งของจำนวนเงิน และ for ใช้นำหน้าสินค้าหรือบริการ ประธานคือผู้ขายหรือผู้ให้บริการที่กำหนดราคา โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ ผู้ขายหรือผู้ให้บริการ + charge + จำนวนเงินหรือ more + for + สินค้าหรือบริการ

แบบฝึกหัด

โรงแรมแห่งหนึ่งขอให้แขกจ่ายค่าห้องสูงขึ้นในช่วงเทศกาล ประโยคใดเป็นธรรมชาติ?

  1. The hotel pays more for rooms during the festival.
  2. The hotel charges more for rooms during the festival.
  3. The hotel costs more for rooms during the festival.
ดูคำตอบ

The hotel charges more for rooms during the festival.

discouraging demand, and potentially prompting a recession. การใช้คำ

2:47

เป็นการบั่นทอนความต้องการ และอาจกระตุ้นให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย

การใช้คำ

discouraging demand: ลดความต้องการซื้อ

ในที่นี้ discouraging demand หมายถึงการทำให้ผู้บริโภคอยากซื้อน้อยลงหรือมีแนวโน้มที่จะซื้อน้อยลง Discourage สามารถใช้อธิบายการลดความน่าสนใจหรือความเป็นไปได้ของการกระทำ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการทำให้บุคคลรู้สึกท้อใจทางอารมณ์ อนุประโยค -ing แสดงผลจากราคาที่สูงขึ้นซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ กล่าวคือ เมื่อราคาสูงขึ้น อุปสงค์อาจอ่อนตัวลง Discourage สื่อถึงแรงกดดันให้ลดลง ไม่ได้หมายความว่าอุปสงค์จะหายไปทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ discourage ในความหมายว่าทำให้ผู้คนมีแนวโน้มที่จะซื้อน้อยลง?

  1. Higher ticket prices may feel discouraged by demand for the event.
  2. Higher ticket prices may encourage demand for the event.
  3. Higher ticket prices may discourage demand for the event.
ดูคำตอบ

Higher ticket prices may discourage demand for the event.

But some recessions occur in times of economic prosperity, ลำดับความ

2:51

แต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยบางครั้งก็เกิดขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจรุ่งเรือง

possibly even because of economic prosperity.

2:55

และอาจเป็นเพราะความเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจเองด้วยซ้ำ

ลำดับความ

in times of ... possibly even because of ...: จากการบอกช่วงเวลาไปสู่สาเหตุที่คาดไม่ถึง

in times of economic prosperity กำหนดกรอบเวลา โดยบอกว่าภาวะถดถอยอาจเกิดขึ้นขณะที่เศรษฐกิจกำลังไปได้ดี ส่วน possibly even because of economic prosperity พัฒนาแนวคิดต่อจากการเกิดขึ้นพร้อมกันไปเป็นความเป็นไปได้ว่าความรุ่งเรืองอาจเป็นสาเหตุ possibly ทำให้สาเหตุยังเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อสรุปที่แน่นอน ขณะที่ even เน้นว่าความเป็นไปได้นี้น่าประหลาดใจ โครงสร้างนี้ใช้เรียบเรียงข้อโต้แย้งที่สวนทางกับความคาดหมาย โดยบอกก่อนว่าปัญหาเกิดขึ้นเมื่อใด แล้วจึงเสนอว่าสภาวะที่ดูเป็นบวกอาจมีส่วนทำให้เกิดปัญหานั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบการให้เหตุผลเดียวกัน คือเริ่มจากสภาวะที่เป็นบวก แล้วจึงเสนอเหตุที่เป็นไปได้และคาดไม่ถึง

  1. The staffing shortage ended before rapid expansion began.
  2. The staffing shortage appeared during rapid expansion, possibly even because of that expansion.
  3. Rapid expansion happened after the staffing shortage had been solved.
ดูคำตอบ

The staffing shortage appeared during rapid expansion, possibly even because of that expansion.

Some economists believe that business activity from a market's expansion

2:59

นักเศรษฐศาสตร์บางคนเชื่อว่ากิจกรรมทางธุรกิจจากการขยายตัวของตลาด

can occasionally reach an unsustainable level. วลี

3:03

บางครั้งอาจถึงระดับที่ไม่สามารถยั่งยืนได้

วลี

can occasionally reach an unsustainable level: เพิ่มขึ้นจนเกินระดับที่รักษาไว้ได้

reach an unsustainable level หมายถึงพัฒนาไปจนถึงจุดที่ไม่สามารถคงไว้ได้ในระยะยาว reach a level ใช้บอกการเปลี่ยนไปถึงระดับหรือสภาวะหนึ่ง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ไปถึงสถานที่จริง ในที่นี้กิจกรรมทางธุรกิจอาจเติบโตเกินกว่าที่ระบบเศรษฐกิจจะรองรับได้ can occasionally แสดงว่านี่เป็นเพียงความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่ใช่ผลที่ต้องเกิดจากการขยายตัวทุกครั้ง ในบริบททางเศรษฐกิจนี้ unsustainable หมายถึงไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ภายใต้เงื่อนไขทางการเงินหรือทางปฏิบัติที่มีอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเปลี่ยน reach an unsustainable level เป็นรูปอดีต: After months of overtime, the team's workload ____.

ดูคำตอบ

reached an unsustainable level

For example, corporations and consumers may borrow more money

3:06

ตัวอย่างเช่น องค์กรและผู้บริโภคอาจกู้ยืมเงินมากขึ้น

with the assumption that economic growth will help them handle the added burden. โน้ต

3:10

ด้วยข้อสันนิษฐานที่ว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจจะช่วยให้พวกเขารับมือกับภาระที่เพิ่มขึ้นได้

ไวยากรณ์

with the assumption that: ระบุสมมติฐานที่เป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ

with the assumption that + อนุประโยค หมายถึง “โดยถือว่าเนื้อหาในอนุประโยคนั้นเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ” อนุประโยคที่นำด้วย that ระบุเนื้อหาของสมมติฐาน ในที่นี้คือการเติบโตทางเศรษฐกิจจะช่วยรับมือกับผลที่ตามมาจากการกู้เงินเพิ่ม วลีทั้งหมดที่ขึ้นต้นด้วย with อธิบายว่าทำไมบริษัทและผู้บริโภคจึงอาจทำเช่นนั้น ไม่ได้หมายถึงการทำอะไร “ร่วมกับ” ใคร วลีนี้นำเสนอการเติบโตที่คาดไว้ในฐานะข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “โดยตั้งอยู่บนสมมติฐานว่า” ลงในประโยค: The company hired more staff ____ demand would keep growing.

ดูคำตอบ

with the assumption that

วลี

help them handle the added burden: ช่วยให้พวกเขารับมือกับภาระที่เพิ่มขึ้น

help them handle the added burden หมายถึง “ช่วยให้พวกเขาจัดการกับแรงกดดัน ค่าใช้จ่าย หนี้สิน หรือความรับผิดชอบที่เพิ่มขึ้นได้ง่ายขึ้น” handle ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการถือด้วยมือ แต่หมายถึงการจัดการหรือรับมือกับบางสิ่งอย่างมีประสิทธิภาพ โครงสร้างคือ help + คน + กริยารูปพื้นฐาน เช่น help them handle คำว่า added ขยาย burden และบอกว่าภาระนั้นเกิดขึ้นใหม่หรือมากกว่าเดิม การ handle ภาระไม่ได้หมายความว่าจะกำจัดภาระนั้นออกไปทั้งหมดเสมอไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความได้อย่างถูกต้องว่าการวางแผนที่ดีขึ้นจะช่วยให้ทีมรับมือกับงานที่เพิ่มขึ้นได้?

  1. Better planning will help the team hold the added workload.
  2. Better planning will help the team handle the added workload.
  3. Better planning will help the team handles the added workload.
ดูคำตอบ

Better planning will help the team handle the added workload.

But if the economy doesn't grow as quickly as expected, ไวยากรณ์

3:14

แต่ถ้าเศรษฐกิจไม่เติบโตเร็วตามที่คาดไว้

ไวยากรณ์

if ... doesn't grow as quickly as expected: ถ้าเติบโตไม่เร็วเท่าที่คาด

if ใช้เปิดเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าเป็นข้อเท็จจริง ประโยคย่อยนี้หมายความว่าอัตราการเติบโตจริงของเศรษฐกิจอาจต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ ส่วนประโยคหลักจะบอกผลที่ตามมา โครงสร้างคือ if + เงื่อนไข โดยภายในมี not + คำกริยา + as + คำวิเศษณ์ + as expected ในที่นี้ doesn't grow as quickly as expected หมายถึง “เติบโตช้ากว่าที่คาด” ไม่ใช่ “คาดว่าเศรษฐกิจจะไม่เติบโต”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง as ... as expected เพื่อบอกว่าการเพิ่มขึ้นอาจช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้: If enrollment doesn't increase ____, we will extend the deadline.

ดูคำตอบ

as quickly as expected

they may end up with more debt than they can manage. โน้ต

3:18

พวกเขาอาจลงเอยด้วยการมีหนี้มากกว่าที่จะจัดการได้

กริยาวลี

end up with: ในที่สุดก็มีหรือต้องเผชิญกับผลลัพธ์

End up with + นามวลี หมายถึงในที่สุดก็มี ได้รับ หรือต้องเผชิญกับสิ่งนั้นอันเป็นผลจากกระบวนการหนึ่ง มักสื่อว่าผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ในแผน แต่ก็ใช้กับผลลัพธ์ที่เป็นกลางหรือเป็นบวกได้ ในประโยคนี้ more debt than they can manage คือผลลัพธ์สุดท้าย ให้เข้าใจ end up เป็นหน่วยเดียว ไม่ได้หมายความว่าผู้คน “จบลงพร้อมกัน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ end up และคำที่ถูกต้องซึ่งต้องตามหลังมา: Without a clear plan, we may ____ costs we cannot afford.

ดูคำตอบ

end up with

ไวยากรณ์

more debt than they can manage: หนี้ที่เกินความสามารถในการจัดการ

ใน more debt than they can manage โครงสร้าง more ... than เปรียบเทียบจำนวนหนี้จริงกับจำนวนสูงสุดที่พวกเขาสามารถจัดการได้ ความหมายไม่ได้มีเพียงว่าพวกเขามีหนี้จำนวนมากขึ้น แต่หนี้นั้นเกินความสามารถที่จะรับมือ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ more + คำนาม + than + ประธาน + can/could + กริยา เช่น more work than we can finish รูปแบบนี้แสดงว่าปริมาณบางอย่างเกินความสามารถหรือทรัพยากรที่มีอยู่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าปริมาณงานของทีมเกินความสามารถที่ทีมจะรับมือได้

  1. The small team accepted fewer projects than it could handle.
  2. The small team accepted more projects than it could handle.
  3. The small team accepted as many projects as it could handle.
ดูคำตอบ

The small team accepted more projects than it could handle.

To pay it off, they'll have to redirect funds from other activities, โน้ต

3:21

เพื่อชำระหนี้ พวกเขาจะต้องดึงเงินจากกิจกรรมอื่น ๆ มา

กริยาวลี

To pay it off: เพื่อชำระหนี้ให้หมด

ในที่นี้ pay it off หมายถึงชำระหนี้คืนจนหมดและไม่มียอดค้างเหลือ โดย it หมายถึง debt ที่กล่าวถึงก่อนหน้า เมื่อ pay off ใช้ในความหมายนี้ จะเป็นกริยาวลีแบบแยกคำได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนามต้องวางไว้ระหว่าง pay กับ off จึงใช้ pay it off ไม่ใช่ pay off it คำว่า to ที่ขึ้นต้นแสดงจุดประสงค์ To pay it off มีความหมายเท่ากับ in order to pay it off และบอกจุดประสงค์ของการกระทำที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เรียงคำสามคำ pay, off และ it ให้ถูกต้อง: Nina had a small loan balance, and she worked an extra shift to ____.

ดูคำตอบ

pay it off

วลี

redirect funds from other activities: โยกเงินทุนจากกิจกรรมอื่น

ในที่นี้ redirect funds from other activities หมายถึงการนำเงินที่จัดสรรไว้ให้กิจกรรมเหล่านั้นไปใช้เพื่อจุดประสงค์อื่น Redirect หมายถึงการเปลี่ยนปลายทางของเงิน ไม่ใช่การส่งผู้ใช้ไปยังหน้าเว็บอื่น โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ redirect funds from A to B ประโยคนี้ระบุเพียงแหล่งที่มาด้วย from ส่วนบริบทช่วยบอกปลายทางใหม่ ซึ่งก็คือการชำระหนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง redirect funds from A to B: The council will ____ its public-events budget ____ emergency housing.

ดูคำตอบ

redirect funds from · to

reducing business activity.

3:25

ซึ่งเป็นการลดกิจกรรมทางธุรกิจ

Psychology can also contribute to a recession.

3:27

จิตวิทยายังมีส่วนทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้เช่นกัน

Fear of a recession can become a self-fulfilling prophecy สำนวน

3:30

ความกลัวต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจกลายเป็นคำทำนายที่ทำให้เป็นจริงได้

สำนวน

Fear ... can become a self-fulfilling prophecy: ความกลัวอาจทำให้ผลที่กลัวเกิดขึ้นจริง

self-fulfilling prophecy คือความคาดหวังที่มีส่วนทำให้สิ่งที่คาดไว้เกิดขึ้นจริง ผู้คนเชื่อว่าบางอย่างจะเกิดขึ้น จึงเปลี่ยนพฤติกรรมตามความเชื่อนั้น และการกระทำของพวกเขาก็ช่วยทำให้ผลที่คาดไว้เกิดขึ้น ในประโยคนี้ ความกลัวภาวะเศรษฐกิจถดถอยอาจทำให้การใช้จ่ายและการลงทุนลดลง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะถดถอยจริง ๆ ได้ Prophecy ในที่นี้ไม่ใช่คำทำนายเหนือธรรมชาติ แต่หมายถึงวงจรป้อนกลับระหว่างความเชื่อ พฤติกรรม และผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็น self-fulfilling prophecy?

  1. นักพยากรณ์อากาศคาดว่าฝนจะตก แล้วฝนก็ตกโดยไม่มีใครเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ
  2. ผู้คนคาดว่าธนาคารจะล้ม จึงถอนเงินออกมา และการถอนเงินเหล่านั้นก็มีส่วนทำให้ธนาคารล้มจริง
  3. ผู้คนทราบว่าธนาคารล้มหลังจากที่ธนาคารปิดไปแล้ว
ดูคำตอบ

ผู้คนคาดว่าธนาคารจะล้ม จึงถอนเงินออกมา และการถอนเงินเหล่านั้นก็มีส่วนทำให้ธนาคารล้มจริง

if it causes people to pull back investing and spending. กริยาวลี

3:34

หากมันทำให้ผู้คนลดการลงทุนและการใช้จ่ายลง

กริยาวลี

pull back investing and spending: ลดการลงทุนและการใช้จ่าย

ในประโยคนี้ pull back หมายถึงลดหรือจำกัดกิจกรรม โดยสื่อว่าผู้คนลงทุนและใช้จ่ายน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าต้องหยุดทั้งสองอย่างโดยสิ้นเชิง และไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนตัวถอยหลัง ในคำบรรยาย pull back วางอยู่หน้า investing and spending โดยตรง เมื่อนำไปพูดหรือเขียนเอง รูป pull back on investing and spending เป็นรูปแบบที่ใช้ทั่วไปกว่าสำหรับการลดกิจกรรมที่ดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำที่มี pull back และใช้หน้ากิจกรรมที่ดำเนินอยู่: Because demand was weak, the company decided to ____ hiring.

ดูคำตอบ

pull back on

In response, producers might cut operating costs โน้ต

3:38

เพื่อตอบสนองสิ่งนี้ ผู้ผลิตอาจปรับลดต้นทุนการดำเนินงาน

ลำดับความ

In response, ในฐานะคำเชื่อม

เมื่ออยู่ต้นประโยค In response จะเชื่อมการกระทำถัดไปของผู้ผลิตกับสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง โดยบอกว่าการลดต้นทุนเป็นปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ก่อนหน้า ไม่ใช่ประเด็นใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง หากระบุสิ่งที่กระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาไว้ในประโยคเดียวกัน ให้ใช้ in response to + คำนามหรือรูป -ing: In response to lower demand, producers might cut costs.

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงได้ชัดเจนที่สุดว่าการกระทำของบริษัทเป็นปฏิกิริยาต่อเหตุการณ์ก่อนหน้า?

  1. The supplier raised its prices. In response, the company looked for alternatives.
  2. The supplier raised its prices. For example, the company looked for alternatives.
  3. The supplier raised its prices. Meanwhile, the company looked for alternatives.
ดูคำตอบ

The supplier raised its prices. In response, the company looked for alternatives.

วลี

might cut operating costs: อาจลดต้นทุนการดำเนินงาน

วลี cut operating costs หมายถึงการลดค่าใช้จ่ายประจำที่จำเป็นต่อการดำเนินธุรกิจหรือองค์กร ในที่นี้ cut หมายถึงลด ไม่ใช่ตัดสิ่งของจริง ๆ ส่วน operating costs อาจรวมถึงค่าจ้าง ค่าเช่า พลังงาน และค่าบำรุงรักษา might แสดงว่านี่เป็นเพียงแนวทางรับมือที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การกระทำที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง cut, operating และ costs ให้ถูกต้อง: The retailer automated several tasks to ____.

ดูคำตอบ

cut operating costs

to help weather the expected decline in demand. สำนวน

3:41

เพื่อช่วยรับมือกับการลดลงของความต้องการที่คาดการณ์ไว้

สำนวน

help weather the expected decline in demand: ช่วยให้ผ่านพ้นภาวะความต้องการที่คาดว่าจะลดลง

ในที่นี้ weather เป็นคำกริยา หมายถึงการผ่านช่วงเวลาหรือเหตุการณ์ที่ยากลำบากไปได้โดยไม่พ่ายแพ้ต่อมัน วลี weather the expected decline in demand หมายถึงการรับมือและผ่านพ้นภาวะความต้องการของลูกค้าที่คาดว่าจะลดลง ไม่ได้พูดถึงสภาพอากาศ ในประโยคนี้ help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน weather โดยตรง ส่วนผู้ที่จะต้องผ่านพ้นภาวะลดลงนั้นต้องดูจากบริบทที่กว้างขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง weather, the และ downturn ให้ถูกต้อง: A loyal customer base helped the café ____.

ดูคำตอบ

weather the downturn

That can lead to a vicious cycle as cost cuts eventually lower wages, โน้ต

3:44

นั่นอาจนำไปสู่วงจรอุบาทว์เมื่อการลดต้นทุนนำไปสู่การลดค่าจ้างในที่สุด

สำนวน

That can lead to a vicious cycle: สิ่งนั้นอาจนำไปสู่วงจรอุบาทว์

That can lead to a vicious cycle หมายถึงการกระทำนั้นอาจเริ่มชุดของผลเสียที่ส่งเสริมกันเอง lead to ใช้บอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ส่วน a vicious cycle คือกระบวนการที่เกิดซ้ำ โดยปัญหาหนึ่งทำให้อีกปัญหาหนึ่งแย่ลง That ในที่นี้หมายถึงการลดต้นทุนการดำเนินงานเพื่อตอบสนองต่อความต้องการที่ลดลง ประโยคนี้นำเสนอการกระทำนั้นในฐานะจุดเริ่มต้นที่เป็นไปได้ของปัญหาที่ทวีความรุนแรงขึ้นเอง ไม่ใช่เพียงผลเสียครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย vicious cycle อย่างแท้จริง

  1. A shop closed once because its lease ended.
  2. Lower sales led to layoffs, and reduced spending then hurt sales further, creating a vicious cycle.
  3. A company lowered one price for a weekend.
ดูคำตอบ

Lower sales led to layoffs, and reduced spending then hurt sales further, creating a vicious cycle.

วลี

cost cuts ในฐานะนามวลีแบบกระชับ

Cost cuts เป็นนามวลีแบบกระชับที่หมายถึงการลดรายจ่ายหรือมาตรการที่ใช้เพื่อลดต้นทุน cost เป็นคำนามขยายที่ระบุว่าสิ่งใดถูกลด ส่วน cuts เป็นคำนามหลัก ในประโยคนี้ cost cuts เป็นประธานของ lower งานเขียนด้านธุรกิจและเศรษฐศาสตร์มักเปลี่ยนการกระทำให้เป็นนามวลีลักษณะนี้ เพื่อกล่าวถึงมาตรการและผลกระทบได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cost cuts เป็นนามวลีและเป็นประธาน

  1. The cost cuts affected employee training.
  2. The company cuts costs to protect its budget.
  3. Managers discussed how to reduce costs.
ดูคำตอบ

The cost cuts affected employee training.

leading to even lower demand.

3:49

และนำไปสู่ความต้องการที่ลดลงยิ่งขึ้นไปอีก

Even policy designed to help prevent recessions can contribute. ลำดับความ

3:52

แม้แต่นโยบายที่ออกแบบมาเพื่อช่วยป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอยก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้องได้

ลำดับความ

Even ... can contribute: สาเหตุที่อาจเกิดขึ้นอย่างคาดไม่ถึง

Even นำเสนอ policy designed to help prevent recessions ว่าเป็นกรณีที่น่าประหลาดใจ เพราะนโยบายประเภทนี้ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่ไม่น่าช่วยก่อให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยมากที่สุด ประโยคนี้จึงดำเนินข้อโต้แย้งต่อไปด้วยความเป็นไปได้ที่ขัดกับความคาดหมาย โครงสร้าง Even + ประธานที่คาดไม่ถึง + can + คำกริยา หมายความว่าประธานนั้นก็รวมอยู่ด้วย แม้จะดูไม่น่าเป็นไปได้ can แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ส่วน contribute ในที่นี้เข้าใจว่าเป็น “contribute to a recession” จึงหมายถึงการมีส่วนก่อให้เกิดผลลัพธ์เชิงลบ ไม่ใช่การสร้างคุณูปการเชิงบวก

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบายวิธีจัดลำดับข้อมูลในประโยคนี้ได้ดีที่สุด

  1. Even แสดงว่านโยบายนี้เป็นสาเหตุเดียวของภาวะเศรษฐกิจถดถอย
  2. Can contribute หมายความว่านโยบายนี้จะป้องกันภาวะเศรษฐกิจถดถอยได้อย่างแน่นอน
  3. Even แสดงว่านโยบายนี้อาจเป็นสาเหตุที่คาดไม่ถึงของปัญหาที่เดิมทีนโยบายถูกออกแบบมาเพื่อป้องกัน
ดูคำตอบ

Even แสดงว่านโยบายนี้อาจเป็นสาเหตุที่คาดไม่ถึงของปัญหาที่เดิมทีนโยบายถูกออกแบบมาเพื่อป้องกัน

When times are tough, governments and central banks may print money, โน้ต

3:57

เมื่อถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก รัฐบาลและธนาคารกลางอาจพิมพ์เงินเพิ่ม

สำนวน

When times are tough: ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

When times are tough หมายถึง “เมื่อสถานการณ์โดยรวมยากลำบาก” ในบริบทนี้หมายถึงภาวะเศรษฐกิจที่ไม่ดี times หมายถึงช่วงเวลาหนึ่งและสภาพการณ์ที่ผู้คนเผชิญในช่วงนั้น ส่วน tough บอกว่าสภาพการณ์เหล่านั้นรับมือได้ยาก ไม่ได้หมายความว่าเวลาแข็งในทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใน When times are tough วลีที่เน้นไว้หมายความว่าอะไร

  1. เมื่อตารางเวลามีความแข็งแรงทางกายภาพ
  2. เมื่อสถานการณ์โดยรวมยากลำบาก
  3. เมื่อรู้สึกว่าเวลาผ่านไปช้ามาก
ดูคำตอบ

เมื่อสถานการณ์โดยรวมยากลำบาก

การใช้คำ

print money ในฐานะสำนวนย่อทางเศรษฐศาสตร์มหภาค

ในการอภิปรายด้านเศรษฐศาสตร์มหภาค print money มักหมายถึงการเพิ่มปริมาณเงิน เป็นสำนวนกว้าง ๆ ที่ไม่ใช่ศัพท์เทคนิค และไม่ได้หมายถึงเพียงการพิมพ์ธนบัตรจริง ปริมาณเงินอาจเพิ่มขึ้นผ่านการดำเนินงานทางอิเล็กทรอนิกส์ของธนาคารกลาง รวมถึงการออกเงินสด ในประโยคนี้ print money อธิบายการดำเนินนโยบายที่มุ่งนำเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจมากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงการเพิ่มปริมาณเงิน: During a deep recession, a central bank may ____ to stimulate demand.

ดูคำตอบ

print money

increase spending, and lower central bank interest rates.

4:01

เพิ่มการใช้จ่าย และลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางลง

การใช้คำ

ธนาคารกลางและอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลาง

ธนาคารกลางคือสถาบันหรือระบบที่กำกับนโยบายการเงินของประเทศหรือเขตสกุลเงิน โดยสามารถมีอิทธิพลต่อปริมาณเงินและภาวะทางการเงินของเศรษฐกิจโดยรวม ในวลี central bank interest rates คำว่า central bank ขยายคำว่า interest rates ซึ่งหมายถึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ธนาคารกลางกำหนดหรือชี้นำ ในประโยคนี้ การลดอัตราดอกเบี้ยเป็นหนึ่งในหลายมาตรการที่มุ่งพยุงเศรษฐกิจ เพราะการเปลี่ยนแปลงอัตราดอกเบี้ยนโยบายอาจกระทบต้นทุนการกู้ยืมของสถาบันการเงินอื่น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดแยกความแตกต่างระหว่าง central bank กับ commercial bank ได้ถูกต้อง

  1. central bank: บริหารนโยบายการเงิน; commercial bank: ให้บริการธนาคารแก่ลูกค้าเป็นหลัก
  2. central bank: ให้บริการบัญชีกระแสรายวันส่วนบุคคลเป็นหลัก; commercial bank: กำหนดนโยบายการเงินของประเทศ
  3. central bank และ commercial bank: เป็นชื่อสองชื่อที่ใช้แทนกันได้สำหรับธนาคารทุกประเภท
ดูคำตอบ

central bank: บริหารนโยบายการเงิน; commercial bank: ให้บริการธนาคารแก่ลูกค้าเป็นหลัก

Smaller lenders can in turn lower their interest rates, วลี

4:05

ในทางกลับกัน ผู้ให้กู้รายย่อยก็อาจลดอัตราดอกเบี้ยของตนลงเช่นกัน

วลี

in turn: ผลลัพธ์ถัดไปในห่วงโซ่เหตุและผล

ในประโยคนี้ in turn หมายถึง “เป็นผลลัพธ์ถัดไป” หรือ “เป็นผลที่ตามมา” การเปลี่ยนแปลงก่อนหน้าทำให้ผู้ให้กู้รายย่อยสามารถลดอัตราดอกเบี้ยของตนเองได้ วลีนี้จึงเชื่อมไปยังผลลัพธ์ลำดับถัดไปในห่วงโซ่เหตุและผล ใช้รูปแบบ A affects B, which in turn affects C เพื่อแสดงว่าผลหนึ่งก่อให้เกิดอีกผลหนึ่ง แม้บางครั้ง in turn จะหมายถึงผู้คนหรือการกระทำที่เกิดขึ้นทีละคนหรือตามลำดับ แต่ในประโยคนี้ไม่ได้ใช้ในความหมายนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่หมายถึง “เป็นผลลัพธ์ถัดไปในห่วงโซ่เหตุและผล”: Better lighting makes streets feel safer, which ____ encourages more people to walk at night.

ดูคำตอบ

in turn

effectively making debt cheaper to boost spending. ไวยากรณ์

4:08

ทำให้การกู้หนี้ยืมสินถูกลงเพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ไวยากรณ์

effectively making ... to boost ...: ผลในทางปฏิบัติและจุดประสงค์

Effectively making debt cheaper เป็นอนุประโยค -ing ที่สรุปผลในทางปฏิบัติของการลดอัตราดอกเบี้ยก่อนหน้านี้ effectively ในที่นี้หมายถึง “ในทางปฏิบัติ” หรือ “โดยผลที่เกิดขึ้นจริง” ไม่ได้หมายถึง “อย่างมีประสิทธิภาพ” ส่วน making debt cheaper หมายถึงการลดต้นทุนการกู้ยืม เช่น ดอกเบี้ยที่บุคคลหรือธุรกิจต้องจ่าย รูป to-infinitive ใน to boost spending บอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ คือกระตุ้นให้ผู้บริโภคหรือธุรกิจใช้จ่ายมากขึ้น รูปแบบย่อคือ การกระทำ, effectively + ผลลัพธ์ในรูป -ing + to + คำกริยาบอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ effectively + -ing อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกผลในทางปฏิบัติ และใช้ to + คำกริยาเพื่อบอกจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้

  1. The city opened a new bus lane, effective shortening travel times to encouraging more people to take the bus.
  2. The city opened a new bus lane, effectively shortening travel times to encourage more people to take the bus.
  3. The city opened a new bus lane, efficiently shortening travel times to encourage more people to take the bus.
ดูคำตอบ

The city opened a new bus lane, effectively shortening travel times to encourage more people to take the bus.

But these policies are not sustainable การใช้คำ

4:12

แต่นโยบายเหล่านี้ไม่ยั่งยืน

การใช้คำ

not sustainable: ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้ในระยะยาว

ในประโยคนี้ not sustainable หมายความว่านโยบายเหล่านี้ไม่สามารถดำเนินต่อไปเป็นเวลานานได้โดยไม่ก่อให้เกิดปัญหาทางเศรษฐกิจที่ร้ายแรง ไม่ได้หมายถึงแค่ว่านโยบายเหล่านี้ไม่ดีต่อสิ่งแวดล้อม Sustainable ใช้อธิบายสิ่งที่ดำเนินต่อไปได้โดยไม่ทำให้ต้นทุน ความเสี่ยง หรือแรงกดดันเพิ่มจนจัดการไม่ได้ ดังนั้นจึงใช้กับนโยบาย การใช้จ่าย หนี้ โมเดลธุรกิจ หรือภาระงานได้ นอกเหนือจากแนวปฏิบัติด้านสิ่งแวดล้อม

แบบฝึกหัด

ในการพูดคุยเรื่องเศรษฐกิจ “The policy is not sustainable” น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นานโดยไม่เกิดต้นทุนหรือปัญหาร้ายแรง
  2. ต้องยุติทันทีในวันนี้
  3. ไม่มีใบรับรองด้านสิ่งแวดล้อม
ดูคำตอบ

ไม่สามารถดำเนินต่อไปได้นานโดยไม่เกิดต้นทุนหรือปัญหาร้ายแรง

and eventually need to be reversed to prevent excessive inflation. ไวยากรณ์

4:14

และท้ายที่สุดก็ต้องถูกพลิกกลับเพื่อป้องกันอัตราเงินเฟ้อที่มากเกินไป

ไวยากรณ์

eventually need to be reversed to prevent: ความจำเป็นในรูปผู้ถูกกระทำและจุดประสงค์

Need to be reversed ใช้โครงสร้าง need to be + คำกริยาช่องที่สาม นโยบายเป็นฝ่ายรับการกระทำ ประโยคนี้จึงหมายความว่าในที่สุดจะต้องมีผู้ยกเลิก ถอน หรือปรับนโยบายเหล่านั้นไปในทิศทางตรงข้าม โดยไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทำ Eventually แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะกลายเป็นสิ่งจำเป็นในภายหลัง ส่วน to prevent บอกจุดประสงค์ของการปรับนโยบายกลับ คือหยุดไม่ให้เงินเฟ้อที่สูงเกินไปเกิดขึ้นหรือรุนแรงขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย need รูปผู้ถูกกระทำของ reverse และ to prevent: The temporary schedule change may eventually ____ staff burnout.

ดูคำตอบ

need to be reversed to prevent

That can cause a recession if people have become too reliant วลี

4:18

สิ่งนั้นอาจทำให้เกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยหากผู้คนพึ่งพามากเกินไป

on cheap debt and government stimulus.

4:22

กับหนี้สินราคาถูกและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล

วลี

have become too reliant on cheap debt and government stimulus: กลายเป็นพึ่งพาหนี้ต้นทุนต่ำและมาตรการกระตุ้นของรัฐบาลมากเกินไป

Be reliant on หมายถึง “พึ่งพา” ในที่นี้ have become แสดงว่าการพึ่งพานั้นค่อย ๆ เกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไปและยังส่งผลอยู่ในปัจจุบัน ส่วน too ชี้ว่าระดับการพึ่งพาเกินกว่าที่ปลอดภัยหรือสมเหตุสมผล จึงเป็นคำเตือน ไม่ใช่คำบรรยายแบบเป็นกลาง Cheap debt หมายถึงการกู้ยืมที่มีต้นทุนต่ำ โดยเฉพาะเมื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำ ไม่ได้หมายถึงหนี้คุณภาพต่ำ ส่วน government stimulus คือมาตรการของรัฐบาลที่ช่วยสนับสนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ประโยคนี้เตือนว่าการพึ่งพาทั้งสองอย่างมากเกินไปอาจเพิ่มโอกาสเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยเมื่อเงื่อนไขต่าง ๆ เปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ในโครงสร้าง have become too reliant on support ถ้อยคำนี้สื่อความหมายใด

  1. มีการพึ่งพาอยู่ แต่ไม่ได้สื่อถึงความเสี่ยงหรือความมากเกินไป
  2. การสนับสนุนนั้นน่าเชื่อถือมากขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป
  3. การพึ่งพาเพิ่มขึ้นจนเกินระดับที่ปลอดภัยหรือสมเหตุสมผล
ดูคำตอบ

การพึ่งพาเพิ่มขึ้นจนเกินระดับที่ปลอดภัยหรือสมเหตุสมผล

The bronze recession in Britain eventually ended

4:25

ในที่สุดภาวะเศรษฐกิจถดถอยยุคสำริดในอังกฤษก็สิ้นสุดลง

when the adoption of iron helped revolutionize farming and food production. โน้ต

4:28

เมื่อการนำเหล็กมาใช้ช่วยปฏิวัติการทำฟาร์มและการผลิตอาหาร

วัฒนธรรม

the adoption of iron helped revolutionize farming and food production: การนำเหล็กมาใช้ช่วยพลิกโฉมการเกษตรและการผลิตอาหาร

ในที่นี้ the adoption of iron หมายถึงผู้คนเริ่มใช้เหล็กอย่างแพร่หลาย ทั้งในฐานะวัสดุและส่วนหนึ่งของเทคโนโลยีใหม่ในการทำเครื่องมือ Adoption ในบริบทนี้หมายถึงการยอมรับและนำมาใช้ ไม่ใช่การรับเด็กมาเป็นบุตรบุญธรรม เครื่องมือเหล็กสามารถเปลี่ยนวิธีเพาะปลูกและผลิตอาหารได้ Helped revolutionize บอกว่าเหล็กมีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ไม่ได้หมายความว่าเหล็กเป็นสาเหตุเดียว อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when เชื่อมโยงการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีนี้กับการสิ้นสุดของภาวะถดถอยของยุคสำริด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the adoption of iron helped revolutionize farming and food production หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้คนเริ่มใช้เหล็กและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเกษตรและการผลิตอาหาร
  2. มีการค้นพบวัตถุเหล็กหนึ่งชิ้น และวัตถุนั้นเพียงอย่างเดียวเปลี่ยนการผลิตอาหารทั้งหมด
  3. ครอบครัวหนึ่งรับสิ่งที่ชื่อ Iron เป็นบุตรบุญธรรมอย่างถูกกฎหมาย และสิ่งนี้เปลี่ยนแปลงการเกษตร
ดูคำตอบ

ผู้คนเริ่มใช้เหล็กและเทคโนโลยีที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีส่วนช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในการเกษตรและการผลิตอาหาร

การใช้คำ

helped revolutionize farming and food production: ช่วยพลิกโฉมการเกษตรและการผลิตอาหาร

revolutionize หมายถึงการเปลี่ยนแปลงกิจกรรมหรือระบบอย่างลึกซึ้งและกว้างขวาง ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ด้านการเกษตรและการผลิตอาหาร ไม่ได้หมายถึงการปฏิวัติทางการเมือง ใน helped revolutionize คำว่า help ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน revolutionize ส่วน helped แสดงว่าการนำเหล็กมาใช้เป็นปัจจัยหนึ่งที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยไม่ได้บอกว่าเป็นสาเหตุเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ revolutionize ได้อย่างเป็นธรรมชาติและถูกต้อง

  1. The new process was revolutionize battery production.
  2. The new process revolutionized a minor color change.
  3. The new process revolutionized how the factory produced batteries.
ดูคำตอบ

The new process revolutionized how the factory produced batteries.

Modern markets are more complex, making today's recessions ไวยากรณ์

4:33

ตลาดสมัยใหม่มีความซับซ้อนมากขึ้น ทำให้ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบัน

far more difficult to navigate.

4:37

รับมือได้ยากกว่ามาก

ไวยากรณ์

making ... far more difficult to navigate: ทำให้บางสิ่งรับมือได้ยากขึ้นมาก

โครงสร้างเครื่องหมายจุลภาค + making แสดงผลที่เกิดจากข้อความทั้งส่วนก่อนหน้า กล่าวคือ เพราะตลาดสมัยใหม่ซับซ้อนมากขึ้น ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในปัจจุบันจึงรับมือได้ยากขึ้น โครงสร้างนี้เป็นรูปที่กระชับกว่าของ which makes today's recessions ... far ใช้เน้นคำเปรียบเทียบ more difficult ให้หมายถึง much more difficult ส่วน navigate ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการหาวิธีที่ใช้ได้จริงเพื่อผ่านสถานการณ์ซับซ้อน ไม่ได้หมายถึงการบังคับเรือจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ที่แสดงผลลัพธ์ของ make: The new rules are more complex, ____ the system far more difficult to navigate.

ดูคำตอบ

making

But each recession provides new data

4:39

แต่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยแต่ละครั้งก็ให้ข้อมูลใหม่ ๆ

to help anticipate and respond to future recessions more effectively. วลี

4:41

เพื่อช่วยในการคาดการณ์และตอบสนองต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

วลี

help anticipate and respond to future recessions: ช่วยคาดการณ์และรับมือกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคต

อนุประโยค to help อธิบายว่าข้อมูลใหม่ช่วยให้ทำอะไรได้ กล่าวคือ ข้อมูลนี้ช่วยให้ผู้มีหน้าที่ตัดสินใจซึ่งไม่ได้ระบุไว้ตรง ๆ สามารถคาดการณ์ภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอนาคตและรับมือได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น หลัง help คำว่า anticipate และ respond เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่วางขนานกัน วลีนี้ย่อความจาก anticipate future recessions และ respond to future recessions จึงมี to เฉพาะหลัง respond เท่านั้น ในที่นี้ anticipate หมายถึง “คาดการณ์ล่วงหน้า” ไม่ใช่ต้องการให้บางสิ่งเกิดขึ้นหรือตั้งตารอด้วยความยินดี และ more effectively ขยายการกระทำทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย anticipate and respond to: Better monitoring can help teams ____ emerging security threats.

ดูคำตอบ

anticipate and respond to

Want to learn more about how financial markets work?

4:47

อยากเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำงานของตลาดการเงินหรือไม่?

Watch these videos to learn about the stock market

4:50

รับชมวิดีโอเหล่านี้เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับตลาดหุ้น

or what causes economic bubbles.

4:52

หรือสิ่งที่ทำให้เกิดภาวะฟองสบู่ทางเศรษฐกิจ