หนึ่งโมลใหญ่แค่ไหน? (ไม่ใช่สัตว์นะ แต่อีกโมลนึง) - แดเนียล ดูเล็ก (Daniel Dulek): บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: บทเรียนนี้อธิบายว่านักเคมีใช้โมลและเลขอาโวกาโดรเพื่อนับอนุภาคที่เล็กมากได้อย่างไร โดยเล่าที่มาของแนวคิด ทำให้จำนวน 6.02 × 10²³ จินตนาการได้ง่ายขึ้นผ่านการเปรียบเทียบขนาดมหาศาล และเชื่อมโยงโมลกับหน่วยบอกจำนวนที่คุ้นเคยอย่างโหล ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. helped lay the foundation for the atomic theory. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ lay the foundation for ว่าเป็นอุปมาเชิงทางการที่หมายถึงการสร้างพื้นฐานให้ความก้าวหน้าในเวลาต่อมา และนำไปใช้อธิบายว่างานวิจัย การค้นพบ หรือผลงานก่อนหน้าเปิดทางให้ทฤษฎีหรือสาขาวิชาหนึ่งพัฒนาขึ้นได้อย่างไร 2. If you had a mole of donuts, they would cover the entire Earth — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า If you had..., they would... เชื่อมสถานการณ์สมมติที่ไม่เป็นจริงเข้ากับผลลัพธ์ที่จินตนาการไว้ รูปแบบนี้ช่วยเปลี่ยนปริมาณที่เป็นนามธรรมให้กลายเป็นผลลัพธ์ที่เห็นภาพ ชัดเจน และเข้าใจง่าย 3. a baker's dozen is 13, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทในโลกจริง: เรียนรู้ว่า baker’s dozen หมายถึงสิบสามชิ้น ไม่ใช่โหลปกติที่มีสิบสองชิ้น จึงตีความสำนวนบอกจำนวนที่มีพื้นหลังทางวัฒนธรรมนี้ได้ถูกต้องเมื่อพบในเรื่องการซื้อของ อาหาร ประวัติศาสตร์ และชีวิตประจำวัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Okay, today we're going to talk about the mole. ลำดับความ
0:17เอาล่ะ วันนี้เราจะมาคุยกันเรื่องโมล (mole)
today we're going to talk about + หัวข้อ: บอกหัวข้อตอนเริ่มต้น
Today we're going to talk about + หัวข้อ เป็นวลีบอกทางตอนเปิดเรื่อง Today ระบุว่าเป็นเนื้อหาของครั้งนี้ ส่วน we're going to talk about บอกผู้ฟังว่าบทเรียนหรือการนำเสนอจะครอบคลุมเรื่องอะไร โดยวางหัวข้อหลัง about ในที่นี้ going to บอกถึงการพูดที่วางแผนไว้ แต่กรอบทั้งวลียังช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วย โดยดึงความสนใจไปยังหัวข้อถัดไป สามารถนำไปใช้ตอนเริ่มบทเรียน การนำเสนอ หรือการประชุมได้
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายเพื่อให้ประโยคเปิดบทเรียนสมบูรณ์: Today we're ____ online safety.
ดูคำตอบ
going to talk about
I know what you're thinking: คาดการณ์ปฏิกิริยาของผู้ฟังล่วงหน้า
I know what you're thinking เป็นวลีเชื่อมบทสนทนาที่ใช้คาดการณ์คำถาม ความสงสัย หรือปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมี ทำให้คำอธิบายรู้สึกเหมือนเป็นการพูดคุยกับผู้ฟังโดยตรง โดยปกติผู้พูดเพียงคาดเดาอย่างมีเหตุผล ไม่ได้อ้างว่าอ่านใจได้ มักจะบอกความคิดที่คาดไว้ออกมาทันที แล้วตามด้วยคำตอบหรือการแก้ความเข้าใจ
แบบฝึกหัด
ผู้นำเสนอพูดว่า "I know what you're thinking: this plan sounds too simple." ผู้นำเสนอกำลังทำอะไร?
- อ้างว่ารู้ความคิดส่วนตัวที่แน่นอนของผู้ฟังทุกคน
- คาดการณ์ปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมี ก่อนจะตอบสนองต่อปฏิกิริยานั้น
- ขอให้ผู้ฟังหยุดฟังและคิดเงียบ ๆ
ดูคำตอบ
คาดการณ์ปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมี ก่อนจะตอบสนองต่อปฏิกิริยานั้น
It's a small furry creature that digs holes in the ground
0:21มันคือสัตว์ขนปุยตัวเล็ก ๆ ที่ขุดรูในดิน (ตัวตุ่น)
And some of you might be thinking that it's a growth on your aunt's face
0:24และบางคนอาจกำลังคิดว่ามันคือตุ่มบนหน้าป้าของคุณ (ไฝ)
in this case: จำกัดสถานการณ์หรือความหมายปัจจุบัน
in this case หมายถึง “ภายใต้สถานการณ์หรือความหมายที่กำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้” วลีนี้จำกัดข้อความถัดไปให้อยู่ในบริบทเฉพาะ แทนที่จะกล่าวว่าเป็นจริงโดยทั่วไป ที่นี่วลีนี้ส่งสัญญาณว่าให้เข้าใจ mole ในความหมายทางเคมี ส่วน case หมายถึง “กรณี” หรือ “สถานการณ์” ไม่ใช่ “คดีทางกฎหมาย”
แบบฝึกหัด
ใช้วลีจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ภายใต้สถานการณ์หรือความหมายที่กำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The word bat has more than one meaning. ____, it means the flying animal.
ดูคำตอบ
In this case
a mole is a concept that we use in chemistry to count: นิยามคำศัพท์และจุดประสงค์
ประโยคนี้ใช้โครงสร้างการนิยาม “คำศัพท์ + is + ประเภท + that ...” โดยเริ่มจากจัด a mole ไว้ในประเภทกว้าง ๆ คือ “concept” แล้วใช้อนุประโยคขยายคำนาม that we use in chemistry เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสาขาที่ใช้แนวคิดนี้ จากนั้น infinitive to count ระบุจุดประสงค์ โครงสร้างนี้อธิบายคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยด้วยการบอกว่ามันเป็นสิ่งประเภทใดและใช้ทำอะไร ในที่นี้ mole มีความหมายทางเคมี
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างการนิยามเดียวกันอย่างเป็นธรรมชาติ: คำศัพท์ + is + ประเภท + that ... + to + จุดประสงค์?
- In mathematics, a value may be represented by a variable.
- A variable is useful in mathematics because values can change.
- A variable is a symbol that we use in mathematics to represent a value.
ดูคำตอบ
A variable is a symbol that we use in mathematics to represent a value.
การใช้ just about ใน “just about anything”
ในที่นี้ just about หมายถึง “เกือบ” หรือ “ประมาณ” ในวลี just about anything extremely small วลีนี้ทำให้ขอบเขตกว้างมาก แต่ไม่ใช่การพูดแบบครอบคลุมทุกกรณี หมายถึงเกือบทุกสิ่งที่มีขนาดเล็กมาก และยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง Just about ยังใช้ลดความหนักแน่นของจำนวนหรือสภาวะได้ เช่น just about ten minutes หรือ just about finished ในประโยคนี้ควรเข้าใจว่าเป็นสำนวนบอกค่าประมาณ ไม่ใช่แยก just กับ about แล้วตีความว่า “เพียงแค่เกี่ยวกับหัวข้อหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ใน “just about anything” คำว่า just about หมายถึงอะไร
- เกือบหรือประมาณ
- ตรงทั้งหมดและไม่มีข้อยกเว้น
- สิ่งใดสิ่งหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงเท่านั้น
ดูคำตอบ
เกือบหรือประมาณ
or in your body or even in a grain of sand?
0:39หรือในร่างกายของคุณ หรือแม้กระทั่งในเม็ดทรายเม็ดเดียว?
Have you ever wondered how many...: คำถามชวนให้เกิดความสงสัย
“Have you ever wondered how many...?” เป็นประโยคเปิดที่ชวนให้เกิดความสงสัย โดยถามผู้ฟังก่อนว่าเคยคิดถึงคำถามนี้หรือไม่ เพื่อดึงความสนใจแทนการขอให้ตอบตัวเลขที่แน่นอนทันที หลัง wondered วลี how many atoms there are เป็นคำถามทางอ้อม จึงคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าไว้ คือ คำถาม + ประธาน + กริยา ส่วนคำถามตรงจะสลับลำดับเป็น How many atoms are there? โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับเกริ่นหัวข้อในชั้นเรียน การบรรยาย หรือคำอธิบายวิทยาศาสตร์สำหรับคนทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมคำถามทางอ้อมนี้ให้สมบูรณ์โดยใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าหลัง wondered: Have you ever wondered how many stars ____ in our galaxy?
ดูคำตอบ
there are
but how do you count something as small as an atom? ไวยากรณ์
0:43แต่เราจะนับสิ่งเล็ก ๆ อย่างอะตอมได้อย่างไรล่ะ?
as small as an atom: การเปรียบเทียบด้วย as + คำคุณศัพท์ + as
as small as an atom ใช้โครงสร้าง as + คำคุณศัพท์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ โดยบอกว่าสิ่งที่กำลังนับมีระดับความเล็กใกล้เคียงกับอะตอม ในประโยคนี้การเปรียบเทียบช่วยเน้นว่าสิ่งนั้นเล็กมาก as ทั้งสองคำจำเป็นต้องมี คำแรกอยู่หน้า small และคำที่สองนำไปสู่สิ่งที่ใช้เปรียบเทียบคือ an atom เราสามารถเปลี่ยนคำคุณศัพท์และสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบเพื่อพูดถึงลักษณะอื่น เช่น ความเร็วหรือความยาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ as + small + as: The sensor is ____ a grain of rice.
ดูคำตอบ
as small as
if you had ... they would contain ...: เงื่อนไขสมมติและผลลัพธ์
ในที่นี้ if you had ... ระบุชุดเงื่อนไขเชิงทฤษฎี คือก๊าซมีปริมาตรเท่ากันที่อุณหภูมิและความดันเดียวกัน ส่วน they would contain ... บอกผลที่คาดการณ์จากเงื่อนไขเหล่านั้น รูปแบบคือ if + รูปอดีต และ would + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า had ไม่ได้ทำให้สถานการณ์ของก๊าซเกิดขึ้นในอดีต และ would ก็ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีต ทั้งสองส่วนร่วมกันนำเสนอข้อความในฐานะสมมติฐานหรือข้อสรุปจากเหตุผล ส่วน they หมายถึงก๊าซที่มีปริมาตรเท่ากัน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบเงื่อนไขและผลเชิงสมมติ แล้วเติมรูปที่ถูกต้องของ have และ travel: If two identical toy cars ____ equally powerful batteries, they ____ about the same distance.
ดูคำตอบ
had · would travel
equal volumes of gases ... at the same temperature and pressure: เงื่อนไขทั้งหมด
Equal volumes of gases หมายถึงตัวอย่างแก๊สที่นำมาเปรียบเทียบมีปริมาตรเท่ากัน ส่วน at the same temperature and pressure เพิ่มเงื่อนไขอีกสองข้อ คือ ตัวอย่างเหล่านั้นต้องมีอุณหภูมิเท่ากันและความดันเท่ากันด้วย เงื่อนไขทั้งสามข้อเป็นชุดเดียวกันในส่วน if ของข้อความทางวิทยาศาสตร์ วลีบอกเงื่อนไขจำกัดว่าผลลัพธ์จะใช้ได้เมื่อใด ดังนั้นหากตัดอุณหภูมิหรือความดันออก ข้ออ้างจะกว้างกว่าประโยคเดิม
แบบฝึกหัด
ตามเงื่อนไขที่เน้นไว้ ข้อใดตีความได้ครบถ้วน?
- แก๊สมีปริมาตรเท่ากัน รวมทั้งมีอุณหภูมิและความดันเท่ากัน
- แก๊สมีปริมาตรต่างกัน แต่มีอุณหภูมิและความดันเท่ากัน
- มีเพียงปริมาตรของแก๊สที่ต้องเท่ากัน ส่วนอุณหภูมิและความดันต่างกันได้
ดูคำตอบ
แก๊สมีปริมาตรเท่ากัน รวมทั้งมีอุณหภูมิและความดันเท่ากัน
His name was Lorenzo Romano Amedeo Carlo Avogadro.
0:55เขาชื่อ ลอเรนโซ โรมาโน อเมเดโอ คาร์โล อาโวกาโดร
I wonder how long it took him to sign autographs. ไวยากรณ์
0:59ผมอยากรู้จังว่าเขาใช้เวลาเซ็นลายนิ้วมือนานแค่ไหน
I wonder how long it took: ลำดับคำในคำถามแบบอ้อม
I wonder how long it took... แสดงความสงสัยใคร่รู้แบบอ้อม ๆ I wonder นำสิ่งที่ผู้พูดอยากรู้ขึ้นมา จึงฟังดูเหมือนการเรียกร้องคำตอบน้อยกว่าคำถามตรง ๆ ในคำถามแบบอ้อมนี้ หลัง how long ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ it took ไม่ใช่ did it take รูปแบบ I wonder how long it took + คน + to + คำกริยา ใช้ถามถึงเวลาที่คนนั้นต้องใช้ในการทำบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่มีลำดับคำถูกต้องสำหรับคำถามแบบอ้อม
- I wonder how long did it take them to build the bridge.
- I wonder how long took it them to build the bridge.
- I wonder how long it took them to build the bridge.
ดูคำตอบ
I wonder how long it took them to build the bridge.
most scientists didn't accept the idea of the atom
1:02ที่นักวิทยาศาสตร์ส่วนใหญ่ในยุคนั้นไม่ยอมรับแนวคิดเรื่องอะตอม
there was no way to prove: ไม่มีวิธีที่ใช้พิสูจน์ได้
there was no way to prove หมายความว่าไม่มีวิธีหรือหลักฐานที่ใช้ยืนยันว่าบางสิ่งเป็นความจริง ในที่นี้ way หมายถึง “วิธี” ไม่ใช่ถนนจริง ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ there was no way to + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วน he was right คือข้อความที่ไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่าเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย there was no way to: Without the original files, ____ verify the result.
ดูคำตอบ
there was no way to
There was no clear difference between atoms and molecules. การใช้คำ
1:06แถมยังไม่มีความแตกต่างที่ชัดเจนระหว่างอะตอมกับโมเลกุลอีกด้วย
no clear difference between A and B: ความแตกต่างที่ไม่ชัดเจน
no clear difference between atoms and molecules หมายความว่า ในช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กำลังกล่าวถึง ผู้คนยังไม่เห็นขอบเขตที่แน่นอนระหว่างแนวคิดทั้งสอง ไม่ได้หมายความว่าวิทยาศาสตร์สมัยใหม่มองว่าอะตอมกับโมเลกุลเป็นสิ่งเดียวกัน โครงสร้างนามที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ difference between A and B โดยคำอย่าง no clear สามารถอยู่หน้า difference ได้ A และ B คือสองสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ดังนั้น atoms and molecules ต้องอ่านรวมกันเป็นคู่ที่อยู่หลัง between
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย no clear difference between: In the blurry photos, there was ____ the two models.
ดูคำตอบ
no clear difference between
look at A as B: มองว่า A มีลักษณะหรือสถานะอย่างหนึ่ง
ในที่นี้ looked at ไม่ได้หมายถึงการมองหรือสำรวจด้วยตาจริง ๆ ในโครงสร้าง look at A as B คำนี้หมายถึง “มองหรือวินิจฉัยว่า A เป็น B” โดย A คือสิ่งที่ถูกประเมิน ส่วน B คือคุณลักษณะ ประเภท หรือสถานะที่กำหนดให้ A ในประโยคนี้ Avogadro's work คือ A และ purely hypothetical คือ B คำว่า purely เน้นความหมายของ hypothetical กล่าวคือ นักวิทยาศาสตร์มองว่างานนี้เป็นเพียงสมมติฐาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง look at A as B ให้สมบูรณ์: The committee looked at the delay ____ a serious warning.
ดูคำตอบ
as
didn't give it much thought: ไม่ได้พิจารณาบางสิ่งอย่างรอบคอบ
Didn't give it much thought เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่ได้คิดเรื่องนั้นอย่างรอบคอบหรือเป็นเวลานาน” ในที่นี้ thought เป็นคำนามนับไม่ได้ หมายถึงการหรือความพยายามในการพิจารณาบางสิ่ง ส่วน give เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้หมายถึงการส่งมอบอะไรตามตัวอักษร คำสรรพนาม it ย้อนกลับไปหมายถึง Avogadro's work โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give something thought โดย give it some thought หมายถึงพิจารณาเรื่องนั้น ส่วน not give it much thought หมายถึงไม่ได้ให้ความสนใจกับเรื่องนั้นมากนัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่ได้พิจารณาเรื่องนั้นอย่างจริงจัง”: Maya saw the warning, but she ____ and kept walking.
ดูคำตอบ
didn't give it much thought
But it turned out: ใช้เกริ่นผลลัพธ์ที่ขัดกับสิ่งที่คิดและเพิ่งรู้ภายหลัง
But แสดงว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปขัดกับข้อมูลก่อนหน้า ส่วน it turned out ใช้นำผลลัพธ์ที่เพิ่งทราบในภายหลัง ในประโยคนี้ แม้ก่อนหน้านี้จะมีข้อสงสัย แต่เขาเป็นฝ่ายถูก ในที่นี้ turn out หมายถึง “ผลปรากฏว่า” หรือ “มารู้ภายหลังว่า” ไม่ได้หมายถึงการหันตัว สามารถตามด้วยอนุประโยคได้โดยตรง และอาจใช้ that นำอนุประโยคได้ด้วย: It turned out that he was right.
แบบฝึกหัด
เติมวลีตรงตามที่เรียนเพื่อบอกสิ่งที่เพิ่งทราบภายหลังและขัดกับข้อมูลก่อนหน้า: Everyone thought the key was lost. ____ it was in the drawer.
ดูคำตอบ
But it turned out
and his work helped lay the foundation for the atomic theory. สำนวน
1:17และผลงานของเขาได้ช่วยวางรากฐานให้กับทฤษฎีอะตอม
helped lay the foundation for: แสดงว่างานช่วงแรกช่วยให้เกิดความก้าวหน้าในภายหลัง
Helped lay the foundation for the atomic theory หมายความว่าผลงานของเขามอบแนวคิดพื้นฐานหรือหลักฐานที่ช่วยสนับสนุนการพัฒนาทฤษฎีในภายหลัง Foundation ในที่นี้เป็นอุปมาเกี่ยวกับการก่อสร้าง หมายถึงพื้นฐานทางความคิด ไม่ใช่โครงสร้างจริง รูปแบบคือ help + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น helped lay จึงถูกต้อง ใช้ lay the foundation for + คำนาม เพื่อบอกทฤษฎี โครงการ หรือพัฒนาการในภายหลังที่ได้รับประโยชน์จากพื้นฐานนั้น helped ยังช่วยไม่ให้ความหมายเกินจริงว่าผลงานของเขาสร้างทฤษฎีทั้งหมดขึ้นมาเพียงลำพัง
แบบฝึกหัด
เติมวลีตรงตามที่เรียนซึ่งหมายถึง “วางพื้นฐานให้กับ”: Those early experiments helped ____ modern medicine.
ดูคำตอบ
lay the foundation for
that the amount of particles in even small samples is tremendous.
1:24ปริมาณของอนุภาคแม้แต่ในตัวอย่างเพียงเล็กน้อยก็ยังมีจำนวนมหาศาล
Now, the thing is: เปลี่ยนเข้าสู่ประเด็นสำคัญ
“Now, the thing is” เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการเกริ่นหรือข้อมูลพื้นหลังไปสู่ข้อเท็จจริงสำคัญที่จะกล่าวต่อไป ในที่นี้ now ใช้จัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้หมายถึงเวลา “ตอนนี้” ส่วน the thing is ดึงความสนใจไปที่จำนวนอนุภาคซึ่งมากเกินคาด วลีนี้มักตามด้วยอนุประโยคที่มี that ดังในประโยคนี้ และในการสนทนาก็สามารถละ that ได้ เช่น “The thing is, we need more time.”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “Now, the thing is” อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเกริ่นเข้าสู่ประเด็นสำคัญ
- Now, the thing is, we cannot afford the plan.
- Now we can start, and the thing is ready.
- Now the thing is on the desk next to the plan.
ดูคำตอบ
Now, the thing is, we cannot afford the plan.
then you have precisely 602 sextillion gas particles.
1:34คุณก็จะมีอนุภาคแก๊สอยู่เป๊ะ ๆ ที่ 602 เซกซ์ทิลเลียนอนุภาค
if you have ... then you have: จับคู่เงื่อนไขกับผลลัพธ์
“if you have ... then you have ...” จับคู่เงื่อนไขกับผลลัพธ์ ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย if กำหนดเงื่อนไขเรื่องก๊าซ อุณหภูมิ และความดัน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย then บอกจำนวนอนุภาคที่ได้ภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้น ในที่นี้ then หมายถึง “เป็นผลตามหลักเหตุผล” ไม่ใช่ “หลังจากนั้น” ตามลำดับเวลา ในประโยคเงื่อนไขทั่วไปมักละ then ได้ แต่การคงไว้ช่วยให้ผู้ฟังตามหาผลลัพธ์ได้ง่ายขึ้นเมื่อเงื่อนไขยาวหรือเป็นเรื่องเชิงเทคนิค
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเงื่อนไขและผลลัพธ์ด้วย if และ then: ____ the sensor detects smoke, ____ it sends a warning.
ดูคำตอบ
If · then
at a pressure of 1 atmosphere: ระบุเงื่อนไขความดันที่วัดได้
at a pressure of 1 atmosphere หมายถึง “ภายใต้เงื่อนไขที่ความดันเท่ากับหนึ่งบรรยากาศ” โครงสร้าง at a pressure of + ตัวเลข + หน่วย ใช้ระบุเงื่อนไขความดันที่วัดหรือควบคุมไว้ และสามารถใช้คู่กับเงื่อนไขที่มีรูปแบบคล้ายกัน เช่น at a temperature of 0°C ในที่นี้ atmosphere เป็นหน่วยวัดความดัน One atmosphere (1 atm) คือความดันบรรยากาศมาตรฐาน ไม่ได้หมายถึงบรรยากาศหรือความรู้สึกของสถานที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ at a pressure of + ค่าที่วัดได้อย่างถูกต้องเพื่อระบุเงื่อนไขทางวิทยาศาสตร์
- The sample was tested in a pressure of two atmospheres.
- The sample was tested at a pressure of two atmospheres.
- The sample was tested at a pressure from two atmospheres.
ดูคำตอบ
The sample was tested at a pressure of two atmospheres.
That is: เริ่มการกล่าวซ้ำให้ชัดเจนขึ้น
That is, ที่ต้นประโยคนี้หมายถึง “กล่าวคือ” หรือ “อธิบายให้ชัดขึ้นก็คือ” เป็นสัญญาณให้ผู้ฟังรู้ว่าข้อมูลถัดไปกำลังกล่าวซ้ำหรืออธิบายข้อเท็จจริงเดียวกับประโยคก่อนหน้า ในที่นี้ ชื่อของจำนวนที่ใหญ่มากถูกเปลี่ยนเป็นคำอธิบายที่ใช้เลขศูนย์ คำเชื่อมนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยเสนอแนวคิดก่อน แล้วใช้ That is, เพื่อทำให้ชัดเจนหรือแม่นยำขึ้น ไม่ได้หมายถึง “สิ่งนั้นคือ...”
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ That is, เพื่อกล่าวประโยคแรกซ้ำในแบบที่ชัดเจนขึ้น
- The battery is rechargeable. That is, you can charge it and use it again.
- The battery is rechargeable. That is, my phone is blue.
- The battery is rechargeable. That is the battery on the table.
ดูคำตอบ
The battery is rechargeable. That is, you can charge it and use it again.
six with 23 zeros after it: การบอกขนาดของจำนวนด้วยภาษาทั่วไป
“six with 23 zeros after it” หมายถึงเขียนเลข 6 แล้วเติมเลขศูนย์ 23 ตัวทางขวา จำนวนนั้นคือ 6 × 10^23 วลีนี้จึงช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพจำนวนที่ใหญ่มากได้โดยไม่ต้องฟังสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเป็นคำอธิบายแบบปัดเศษของ 6.02 × 10^23 โดยสื่อถึงขนาดของจำนวน ไม่ใช่ตัวเลขทุกหลักอย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายแบบทั่วไปข้อใดตรงกับ 8 × 10^15?
- 15 with eight zeros after it
- eight with 15 zeros after it
- eight divided by 15
ดูคำตอบ
eight with 15 zeros after it
6.02 * 10 to the 23rd: การอ่านเลขยกกำลังในสัญกรณ์วิทยาศาสตร์
ในสัญกรณ์วิทยาศาสตร์ “6.02 * 10 to the 23rd” แทน 6.02 × 10^23 เครื่องหมายดอกจันหมายถึงการคูณ ส่วน “to the 23rd” บอกว่า 23 คือเลขชี้กำลัง หรือเลขที่ระบุว่าเป็นกำลังเท่าใดของสิบ อ่านทั้งนิพจน์ว่า “six point zero two times ten to the twenty-third” หลังจุดทศนิยมให้อ่านตัวเลขแยกกัน ดังนั้น 0.02 จึงอ่านว่า “zero two” ในที่นี้ “the twenty-third” หมายถึงกำลัง ไม่ใช่วันที่หรือลำดับอันดับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบการอ่านเลขชี้กำลังจากบทเรียนนี้ โดยเขียนเลขลำดับเป็นคำภาษาอังกฤษ: One million is ten ____.
ดูคำตอบ
to the sixth
take up a lot of space: ใช้พื้นที่
ใน gases take up a lot of space กริยาวลี take up หมายถึง “ครอบครองหรือใช้ทรัพยากรที่มีจำกัดในปริมาณหนึ่ง” กรรมของมันคือ a lot of space ดังนั้นอนุประโยคนี้จึงบอกว่าแก๊สครอบครองพื้นที่จำนวนมาก ส่วน take ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “หยิบขึ้นมา” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับทรัพยากรอื่นได้ เช่น เวลา พื้นที่จัดเก็บข้อมูล หรือพื้นที่บนหน้าจอ กล่าวคือ สิ่งหนึ่ง takes up ทรัพยากรบางอย่าง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ take up: This cabinet ____ too much space in the kitchen.
ดูคำตอบ
takes up
and it leaves you thinking atoms are bigger than they really are. ไวยากรณ์
1:53และมันจะทำให้คุณคิดว่าอะตอมมีขนาดใหญ่กว่าความเป็นจริง
This example is a little misleading: การชี้ข้อจำกัดอย่างนุ่มนวล
This example is a little misleading เป็นการประเมินตัวอย่างก่อนที่ผู้พูดจะอธิบายข้อจำกัดของตัวอย่างนั้น ประโยคนี้ส่งสัญญาณให้ผู้ฟังไม่ขยายภาพที่ได้จากตัวอย่างไปไกลเกินไป กล่าวคือ ตัวอย่างช่วยให้เข้าใจได้ แต่ลักษณะบางอย่างอาจทำให้สรุปผิด ในที่นี้ misleading หมายถึง “อาจทำให้เกิดความเข้าใจหรือความรู้สึกที่ผิด” ไม่ได้หมายถึง “จงใจโกหก” ส่วน a little ช่วยลดความแรงของคำวิจารณ์ ทำให้การแก้ความเข้าใจฟังดูนุ่มนวลแทนที่จะรุนแรง
แบบฝึกหัด
This example is a little misleading ส่งสัญญาณอะไรในที่นี้
- ตัวอย่างอาจทำให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจผิด
- ผู้พูดรู้ว่าตัวอย่างนี้เป็นคำโกหกโดยเจตนา
- ตัวอย่างนี้ฟังได้ไม่ชัดเจน
ดูคำตอบ
ตัวอย่างอาจทำให้ผู้ฟังเกิดความเข้าใจผิด
due to the high kinetic energy: due to + นามวลี
Due to ใช้นำเสนอสาเหตุในรูปนามวลี ใน due to the high kinetic energy ส่วน the high kinetic energy คือสาเหตุที่แก๊สกินพื้นที่มาก ใช้โครงสร้าง ผลลัพธ์ + due to + นามวลี หลัง due to ไม่ตามด้วยอนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยาของตัวเองโดยตรง สำหรับโครงสร้างนั้นให้ใช้ because เช่น because the particles have high kinetic energy
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดเติมประโยคได้ถูกต้อง? The outdoor concert was canceled _____.
- due to it rained heavily
- due to heavy rain
- due to was raining heavily
ดูคำตอบ
due to heavy rain
it leaves you thinking: leave + คน + รูป -ing
ใน it leaves you thinking คำว่า leave หมายถึงทำให้ใครบางคนยังอยู่ในสภาวะหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงจากไป โครงสร้างคือ leave + คน + รูป -ing โดย you คือผู้ที่ได้รับผล และ thinking คือสภาวะทางความคิดที่เกิดขึ้นตามมา ในที่นี้ thinking ตามด้วยอนุประโยคบอกเนื้อหา atoms are bigger than they really are โดยสามารถละคำว่า that ได้ โครงสร้างทั้งหมดบอกว่าตัวอย่างก่อนหน้าสร้างและทิ้งความเข้าใจที่ผิดไว้ สามารถใช้โครงสร้างนี้เมื่อประสบการณ์ ภาพ หรือข้อมูลทำให้เกิดความคิดหรือปฏิกิริยาที่คงอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ leave + คน + -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงความเข้าใจที่เกิดขึ้นตามมา?
- The one-sided review left us to think the game would be easy.
- The one-sided review left us thought the game would be easy.
- The one-sided review left us thinking the game would be easy.
ดูคำตอบ
The one-sided review left us thinking the game would be easy.
pour ... into a glass: เทของเหลวเข้าไปในภาชนะ
โครงสร้าง pour + liquid + into + container ใช้บอกการเคลื่อนของของเหลวจากด้านนอกเข้าไปด้านในภาชนะ ในประโยคนี้ 18.01 g of water คือของเหลว และ a glass คือจุดหมาย into แสดงเส้นทางการเคลื่อนเข้าไปด้านใน ส่วน in มักแสดงตำแหน่ง เช่น water in a glass ดังนั้นการเปลี่ยน into เป็น in จะเปลี่ยนโครงสร้างของวลีและอาจทำให้จุดหมายไม่ชัดเจนเท่าเดิม
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่แสดงการเคลื่อนเข้าไปด้านในขวดโหลอย่างชัดเจน: Pour the sauce ____ the jar.
ดูคำตอบ
into
which is like 3 and 1/2 tsp: ให้ค่าการแปลงโดยประมาณ
ในอนุประโยคสัมพันธ์ที่สอง which ย้อนกลับไปหมายถึงปริมาณที่เพิ่งกล่าวถึง Which is like 3 and 1/2 tsp ใช้หน่วยที่คุ้นเคยเพื่อให้ค่าที่เทียบได้แบบคร่าว ๆ หมายความว่าปริมาณนี้อยู่ที่ประมาณสามช้อนชาครึ่ง ในที่นี้ like หมายถึง “ประมาณ” หรือ “ใกล้เคียงกับ” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ” ส่วน tsp เป็นตัวย่อที่เขียนแทน teaspoon และเมื่ออยู่หลัง three and a half จะเข้าใจและอ่านเป็นรูปพหูพจน์ teaspoons ตามปกติ
แบบฝึกหัด
which is like 3 and 1/2 tsp ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- มีคนชอบปริมาณสามช้อนชาครึ่ง
- ปริมาณนี้อยู่ที่ประมาณสามช้อนชาครึ่ง
- ปริมาณนี้เท่ากับสามช้อนโต๊ะครึ่งพอดี
ดูคำตอบ
ปริมาณนี้อยู่ที่ประมาณสามช้อนชาครึ่ง
you'll have 602 sextillion molecules of water.
2:05คุณก็จะมีโมเลกุลของน้ำจำนวน 602 เซกซ์ทิลเลียนโมเลกุล
Avogadro was the first one to come up with this idea, กริยาวลี
2:11เนื่องจากอาโวกาโดรเป็นคนแรกที่คิดไอเดียนี้ขึ้นมา
Never mind: ยกเลิกสิ่งที่พูดค้างไว้
Never mind ในที่นี้เป็นสัญญาณว่าผู้พูดหยุดคำพูดของตัวเองกลางคัน ผู้พูดเริ่มพูดความคิดหนึ่ง แต่ตัดสินใจไม่พูดให้จบแล้วเข้าสู่ประเด็นหลักทันที มีความหมายว่า “ไม่ต้องสนใจสิ่งที่ฉันกำลังจะพูด” ไม่ใช่การนำ never กับ mind มาแปลตรงตัวรวมกัน ในฐานะสัญญาณในการสนทนา คำนี้บอกผู้ฟังว่าคำพูดก่อนหน้าถูกยกเลิกหรือไม่สำคัญอีกต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้ยกเลิกสิ่งที่พูดค้างไว้: I was going to explain the old schedule. ____. Let's focus on today's plan.
ดูคำตอบ
Never mind
the first one to come up with: คนแรกที่คิดบางอย่างขึ้นมา
ในประโยคนี้ first one to come up with this หมายถึงคนที่คิดแนวคิดนี้ได้ก่อนคนอื่น โครงสร้าง the first one to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ระบุคนที่ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งเป็นคนแรก Come up with + แนวคิด วิธีแก้ปัญหา คำตอบ หรือแผน หมายถึงคิดหรือสร้างสิ่งนั้นขึ้นมา โดย with นำหน้าสิ่งที่เกิดจากความคิด ส่วน come up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “คนแรกที่คิดบางอย่างขึ้นมา”: Leo was ____ a safe plan.
ดูคำตอบ
the first one to come up with
scientists named the number 6.02 * 10 to the 23rd after him. วลี
2:13นักวิทยาศาสตร์จึงตั้งชื่อตัวเลข 6.02 คูณ 10 ยกกำลัง 23 ตามชื่อของเขา
name the number ... after him: ตั้งชื่อตามบุคคลเพื่อเป็นเกียรติแก่เขา
โครงสร้าง name A after B หมายถึง “ตั้งชื่อ A ตามชื่อ B” หรือ “ตั้งชื่อ A เพื่อเป็นเกียรติแก่ B” ในประโยคนี้ A คือจำนวน 6.02 × 10 ยกกำลัง 23 ส่วน B คือ him ซึ่งหมายถึงอาโวกาโดร after ในที่นี้บอกที่มาของชื่อ ไม่ได้หมายความว่าการตั้งชื่อเกิดขึ้นหลังจากเขาในแง่ของเวลา
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่หายไปในโครงสร้าง name A after B: The city named the new bridge ____ a famous engineer.
ดูคำตอบ
after
is simply known as ...: การบอกชื่อเรียก
โครงสร้างกรรมวาจก be known as + ชื่อ ป้ายกำกับ หรือบทบาท หมายถึง “ถูกเรียกหรือเป็นที่รู้จักด้วยชื่อนั้น” โครงสร้างนี้ใช้บอกชื่อที่ผู้คนเรียก ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นคนตั้งชื่อ simply ในที่นี้หมายถึง “เพียง” หรือ “เรียกง่าย ๆ ว่า” ผู้พูดเปลี่ยนจากนิพจน์ตัวเลขที่ยาวมาใช้ชื่อทั่วไปว่า Avogadro's number
แบบฝึกหัด
เติมประโยคกาลปัจจุบันด้วยรูปที่ถูกต้องของ be known as: The solid form of carbon dioxide ____ dry ice.
ดูคำตอบ
is known as
Now, back to the mole: กลับเข้าสู่หัวข้อหลัก
Now, back to the mole เป็นวลีเปลี่ยนประเด็นในภาษาพูด ใช้จบคำอธิบายที่แทรกเข้ามาแล้วดึงความสนใจกลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า ซึ่งก็คือ mole ในที่นี้ back to หมายถึงการกลับไปยังหัวข้อในการสนทนา ไม่ใช่การเคลื่อนที่กลับไปยังสถานที่ โครงสร้าง Now, back to + หัวข้อ จึงหมายถึง “กลับมาให้ความสนใจกับหัวข้อนี้กัน”
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาพูดที่ใช้กลับไปยังหัวข้อก่อนหน้า: We have finished the side note. Now, ____ our main question.
ดูคำตอบ
back to
Not that mole. This mole.: ปฏิเสธความหมายหนึ่งและเลือกอีกความหมายหนึ่ง
Not that mole. This mole. ใช้ that และ this เพื่อปฏิเสธความหมายหนึ่งของคำว่า mole ที่พูดซ้ำ แล้วชี้ไปยังความหมายที่ผู้พูดต้องการ ในบริบทนี้ that mole แทนความหมายทั่วไปว่าเป็นตัวตุ่นหรือไฝบนผิวหนัง ส่วน this mole หมายถึงหน่วยโมลในวิชาเคมี ประโยคสั้นสองส่วนนี้ละข้อความเปรียบเทียบที่สมบูรณ์กว่า เช่น I don't mean that kind of mole; I mean this one. การแก้ความเข้าใจอย่างรวดเร็วนี้ใช้ได้เพราะผู้ฟังแยกสองความหมายได้จากภาพที่เห็นร่วมกันหรือการสนทนาก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
Not that mole. This mole. จัดลำดับข้อมูลอย่างไร?
- ผู้พูดบอกว่าทุกความหมายของ mole เหมือนกัน
- ผู้พูดปฏิเสธอีกความหมายหนึ่งของ mole และเลือกความหมายทางเคมี
- ผู้พูดเปรียบเทียบปริมาณสองค่าโดยวัดเป็นโมล
ดูคำตอบ
ผู้พูดปฏิเสธอีกความหมายหนึ่งของ mole และเลือกความหมายทางเคมี
ใช้ use the term X to refer to Y เพื่อนิยามคำศัพท์
โครงสร้าง use the term X to refer to Y ใช้นิยามว่าคำหรือชื่อเรียกหนึ่งหมายถึงอะไร ในที่นี้ mole อยู่ในตำแหน่ง X และวลีคำนามหลัง refer to คือ Y หรือแนวคิดเรื่องปริมาณที่คำศัพท์นี้ใช้เรียก ในโครงสร้างนี้ refer to หมายถึง “หมายถึง” “ใช้เรียก” หรือ “ใช้ชื่อนี้ชี้ถึง” ไม่ได้บอกให้ผู้อ่านไปค้นดูแหล่งข้อมูลอื่น
แบบฝึกหัด
เติมคำในนิยามโดยใช้โครงสร้าง use the term X to refer to Y: Astronomers use the term exoplanet ____ a planet outside our solar system.
ดูคำตอบ
to refer to
at the magnitude of 602 sextillion เพื่อบอกระดับของตัวเลข
ในประโยคนี้ at the magnitude of 602 sextillion ต้องการบอกระดับของตัวเลข กล่าวคือปริมาณอยู่ที่ประมาณ 6.02 × 10^23 ในบริบทวิทยาศาสตร์ magnitude มักหมายถึงขนาดหรือค่าทางตัวเลขของปริมาณ ไม่ได้หมายถึงความยิ่งใหญ่หรือความสำคัญ แม้จะเข้าใจความหมายได้ แต่ at the magnitude of ไม่ใช่รูปแบบมาตรฐานสำหรับบอกระดับโดยประมาณ on the order of 602 sextillion เป็นธรรมชาติกว่า ส่วนการบอกจำนวนโดยประมาณตรง ๆ ใช้ about 602 sextillion จะชัดเจนกว่า
แบบฝึกหัด
at the magnitude of 602 sextillion ในประโยคนี้ต้องการสื่อความหมายใด?
- มันมีระดับความยิ่งใหญ่หรือความสำคัญสูงมาก
- ความยาวทางกายภาพของมันอยู่ที่ประมาณ 6.02 × 10^23 หน่วย
- ขนาดทางตัวเลขของมันอยู่ที่ประมาณ 6.02 × 10^23
ดูคำตอบ
ขนาดทางตัวเลขของมันอยู่ที่ประมาณ 6.02 × 10^23
a molar quantity: molar ในวิชาเคมี
วลี This is known as... ใช้บอกชื่อที่เป็นที่ยอมรับของสิ่งที่เพิ่งอธิบาย ในที่นี้ a molar quantity หมายถึงปริมาณที่แสดงโดยอ้างอิงต่อสารหนึ่งโมล ในวิชาเคมี molar เป็นคำคุณศัพท์ที่มาจาก mole มักหมายถึง “ต่อโมล” หรือ “เกี่ยวกับโมล” เช่น molar mass ในบริบทนี้ไม่ได้เป็นคำนาม molar ที่หมายถึงฟันกราม
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง molar บอกอะไรเกี่ยวกับปริมาณนี้
- ปริมาณนั้นวัดจากขนาดของฟันกราม
- คำนี้เป็นอีกคำหนึ่งของ molecule
- ปริมาณนั้นเกี่ยวข้องกับหนึ่งโมลในวิชาเคมี
ดูคำตอบ
ปริมาณนั้นเกี่ยวข้องกับหนึ่งโมลในวิชาเคมี
that chemists have bundled them into groups called moles. วลี
2:37นักเคมีจึงจับพวกมันมัดรวมกันเป็นกลุ่มเรียกว่าโมล
so small that...: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ + that + อนุประโยค แสดงว่าระดับของสิ่งหนึ่งนำไปสู่ผลลัพธ์ ในที่นี้ so small บอกระดับความเล็ก และ that นำเข้าสู่ผลลัพธ์ คือ นักเคมีจัดอนุภาคเป็นกลุ่มที่เรียกว่าโมล ในโครงสร้างนี้ that เป็นคำเชื่อม ไม่ใช่คำชี้เฉพาะใน that book ผลลัพธ์อาจเป็นผลที่คาดไว้ ผลที่น่าประหลาดใจ หรือเป็นเพียงสถานการณ์ถัดไปที่ผู้พูดต้องการอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างผลลัพธ์ so...that: The box was ____ heavy ____ I couldn't lift it.
ดูคำตอบ
so · that
have bundled them into groups called moles: รวมพวกมันเป็นกลุ่มที่เรียกว่าโมล
Bundle A into groups หมายถึงการรวบรวมหรือจัดสิ่งของจำนวนมากที่แยกจากกันให้เป็นกลุ่ม ในที่นี้ them หมายถึง atoms and molecules ส่วน bundle ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการห่อจริง ๆ groups called moles มี called moles ขยาย groups และบอกชื่อของกลุ่มเหล่านั้น ไม่ได้หมายความว่ามีใครส่งเสียงเรียกอนุภาคเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่านักวิจัยจัดคำตอบเป็นกลุ่มที่เรียกว่า categories
- The researchers bundled the answers into groups called categories.
- The researchers bundled the categories into groups called answers.
- The researchers called out categories while reading the answers.
ดูคำตอบ
The researchers bundled the answers into groups called categories.
hard for students to understand: เป็นเรื่องยากที่นักเรียนจะเข้าใจ
โครงสร้าง noun + be + hard + for someone + to + verb หมายความว่าบุคคลหรือกลุ่มที่ระบุไว้ทำสิ่งที่เกี่ยวข้องกับคำนามนั้นได้ยาก ใน Moles are hard for students to understand คำว่า moles คือสิ่งที่นักเรียนพยายามทำความเข้าใจ และ students คือผู้ที่รู้สึกว่ายาก For students ระบุว่าใครเป็นผู้ที่รู้สึกว่างานนั้นยาก ไม่ได้บอกจุดประสงค์ โครงสร้างนี้ใช้กับ easy หรือ difficult ได้ด้วย: This map is easy for children to read.
แบบฝึกหัด
ใช้คำว่า hard, young children และ read เพื่อเติมโครงสร้าง สิ่งหนึ่ง + be hard + for someone + to do ให้สมบูรณ์: This map is ____.
ดูคำตอบ
hard for young children to read
have a hard time picturing: นึกภาพได้ยาก
have a hard time + คำกริยารูป -ing หมายถึง “ทำบางสิ่งได้ยาก” ในที่นี้ have a hard time picturing หมายความว่านักเรียนสร้างภาพหรือแนวคิดที่ชัดเจนเกี่ยวกับขนาดนั้นในใจได้ยาก picture เมื่อใช้เป็นคำกริยาอาจหมายถึง “สร้างภาพในใจ” ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการวาดภาพ ดังนั้นสำนวนนี้จึงใช้บอกความยากในการจินตนาการถึงขนาด สถานที่ เหตุการณ์ หรือสถานการณ์ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จินตนาการได้ยาก”: I ____ how large the cave is.
ดูคำตอบ
have a hard time picturing
too ... to wrap our brains around: ยากเกินกว่าจะเข้าใจ
โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + to + คำกริยา หมายความว่าบางสิ่งเกินขอบเขตที่จะทำหรือรับมือได้ ในที่นี้ too big to ... หมายถึงจำนวนดังกล่าวใหญ่มากจนผู้คนเข้าใจได้ยาก wrap one's brain around something เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบที่หมายถึง “เข้าใจหรือจับแนวคิดยาก ๆ ให้ได้” ไม่ได้หมายถึงการนำอะไรมาห่อสมองจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “เข้าใจ”: The rules are too complicated for me to ____.
ดูคำตอบ
wrap my brain around
What does 602 sextillion look like?: ทำให้ขนาดเชิงนามธรรมเห็นภาพได้
What does 602 sextillion look like? ไม่ได้ถามถึงรูปร่างของตัวเลขที่เขียนออกมา ในที่นี้ look like หมายถึง “ถูกนำเสนอในแบบที่เป็นรูปธรรมและจินตนาการได้” ดังนั้นคำถามนี้จึงถามว่าปริมาณมหาศาลนี้เทียบกับสิ่งที่คุ้นเคยแล้วใหญ่เพียงใด ในฐานะวิธีจัดลำดับคำอธิบาย What does ... look like? เปลี่ยนแนวคิดหรือปริมาณที่เป็นนามธรรมให้เป็นคำขอตัวอย่าง ภาพ การเปรียบเทียบ หรือสัญญาณที่สังเกตได้ คำถามนี้เตรียมผู้ฟังให้พบกับอุปมาที่เป็นรูปธรรม ไม่ใช่การคำนวณอีกครั้ง
แบบฝึกหัด
ในการประชุมวางแผน มีคนถามว่า “What does success look like for this project?” เขากำลังขออะไร?
- รูปร่างที่มองเห็นได้ของคำว่า success
- รายการสีของโครงการ
- คำอธิบายที่เป็นรูปธรรมว่าผลลัพธ์แบบใดจึงจะนับว่าสำเร็จ
ดูคำตอบ
คำอธิบายที่เป็นรูปธรรมว่าผลลัพธ์แบบใดจึงจะนับว่าสำเร็จ
Exchange A for B — รับ B มาแทน A
Exchange A for B หมายถึง เอา A ออก เลิกใช้ A หรือยอมสละ A แล้วรับหรือใช้ B แทน โดย A คือสิ่งเดิม ส่วน B ที่อยู่หลัง for คือสิ่งใหม่ ในประโยคนี้ คำสั่งนี้เปลี่ยนสิ่งที่ใช้ในการเปรียบเทียบ โดยให้จินตนาการถึงโดนัทแทนอนุภาคน้ำ แต่ยังคงจำนวนมหาศาลเท่าเดิม โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับการแลกเปลี่ยนจริงและการจงใจแทนที่สิ่งหนึ่งด้วยอีกสิ่งหนึ่งในคำอธิบาย
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้นำสิ่งใหม่: I exchanged the cracked mug ____ a new one.
ดูคำตอบ
for
If you had a mole of donuts, they would cover the entire Earth: เงื่อนไขและผลลัพธ์สมมติ
ส่วนที่ไฮไลต์ใช้โครงสร้าง conditional แบบที่สองเพื่ออธิบายสถานการณ์สมมติและผลลัพธ์ของมัน If you had ใช้ had ซึ่งเป็นรูปอดีตเพื่อเสนอเงื่อนไขสมมติ ส่วน they would cover ใช้ would ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน cover เพื่อบอกผลลัพธ์ รูปอดีตในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ในอดีต They หมายถึงโดนัทที่กล่าวถึงก่อนหน้า ผลลัพธ์ที่ใหญ่โตจากสถานการณ์สมมติช่วยเปลี่ยนปริมาณหนึ่งโมลซึ่งเป็นแนวคิดนามธรรมให้เห็นเป็นภาพได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้เงื่อนไขสมมติและผลลัพธ์ได้ถูกต้อง
- If we had a million books, they would fill the library.
- If we have a million books, they would fill the library.
- If we had a million books, they will fill the library.
ดูคำตอบ
If we had a million books, they would fill the library.
You'd really need a lot of coffee for that. น้ำเสียง/เจตนา
3:08คุณต้องใช้กาแฟเยอะมากเลยล่ะสำหรับงานนี้
You'd really need a lot of coffee for that: ความต้องการโดยนัยแบบขบขัน
ในประโยค You'd really need a lot of coffee for that คำว่า You'd เป็นรูปย่อของ You would และชี้ไปยังสถานการณ์ที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ กล่าวคือ ถ้าต้องจัดการกับโดนัทจำนวนมหาศาลขนาดนั้น ก็จะต้องใช้กาแฟจำนวนมาก For that หมายถึงสถานการณ์ที่เพิ่งอธิบายไป ประโยคนี้เป็นการพูดเกินจริงอย่างขบขัน ไม่ใช่คำแนะนำให้ดื่มหรือไปซื้อกาแฟจริง ๆ กาแฟมักเชื่อมโยงกับโดนัท จึงทำให้การจับคู่ที่คุ้นเคยนี้ช่วยให้จำปริมาณมหาศาลได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
ในบริบทเดิม ข้อใดเป็นความเข้าใจที่เหมาะสมที่สุดของ You'd really need a lot of coffee for that.?
- เป็นการพูดเกินจริงอย่างขบขันเกี่ยวกับโดนัทจำนวนมหาศาล
- เป็นคำสั่งจริงจังให้ไปซื้อกาแฟทันที
ดูคำตอบ
เป็นการพูดเกินจริงอย่างขบขันเกี่ยวกับโดนัทจำนวนมหาศาล
you could create a new planet the size of the Earth.
3:12คุณสามารถสร้างดาวเคราะห์ดวงใหม่ที่มีขนาดเท่าโลกได้เลย
you would still have more than 99.99% of your money in the bank.
3:22คุณจะยังมีเงินเหลืออยู่ในธนาคารมากกว่า 99.99%
If you received ... and spent ..., you would still have ...: เงื่อนไขสมมติแบบยาว
ประโยคนี้เริ่มด้วยเงื่อนไขสมมติหนึ่งชุด แล้วจึงบอกผลลัพธ์ ในอนุประโยค if คำกริยารูปอดีต received และ spent เชื่อมกันด้วย and ส่วนรายละเอียดเรื่องเวลาและอัตราก็รวมกันเป็นเงื่อนไขเดียวกัน อนุประโยคหลักเริ่มด้วย you would still have และบอกผลลัพธ์ในสถานการณ์สมมติ would ในที่นี้ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต still หมายความว่าผลลัพธ์ยังคงเป็นจริงแม้จะนำเงื่อนไขที่รุนแรงมากมาคิดด้วย เมื่อต้องแยกโครงสร้างประโยคเงื่อนไขยาว ๆ ให้หา If และ would ก่อน แล้วค่อยเชื่อมการกระทำและรายละเอียดเวลาเพิ่มเติมเข้ากับส่วนเงื่อนไขหรือผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดอธิบายโครงสร้างและความหมายของประโยคได้ถูกต้อง?
- would still have รายงานเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นหลังจากบุคคลนั้นมีอายุครบ 100 ปี
- อนุประโยค if รวมการกระทำสมมติสองอย่าง และ would still have บอกผลลัพธ์ที่ยังคงเป็นจริงแม้มีเงื่อนไขเหล่านั้น
- มีเพียง received ที่เป็นเงื่อนไข ส่วน spent a million dollars a second เป็นผลลัพธ์หลัก
ดูคำตอบ
อนุประโยค if รวมการกระทำสมมติสองอย่าง และ would still have บอกผลลัพธ์ที่ยังคงเป็นจริงแม้มีเงื่อนไขเหล่านั้น
a million dollars a second: a + หน่วยเวลาเพื่อบอกอัตรา
ใน spent a million dollars a second คำว่า a second หมายถึงทุกหนึ่งวินาทีและใช้บอกอัตรา ไม่ได้หมายถึงวินาทีใดวินาทีหนึ่งโดยเฉพาะ อัตราการใช้เงินที่สมมติไว้คือหนึ่งล้านดอลลาร์ทุกวินาที รูปแบบคือ จำนวน + a/an + หน่วยเอกพจน์ เช่น sixty miles an hour, three times a week และ two dollars a kilogram ในสำนวนบอกอัตราและความถี่แบบนี้ a/an มักมีความหมายเหมือน per
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำในรูป a/an + หน่วยเวลา ซึ่งหมายถึง per hour: The train travels sixty miles ____.
ดูคำตอบ
an hour
now we sort of have an idea how large the mole is. วลี
3:27ตอนนี้เราพอจะได้ไอเดียแล้วว่าโมลนั้นใหญ่แค่ไหน
now we sort of have: ใช้ sort of เพื่อลดความหนักแน่นของคำพูด
ใน now we sort of have an idea คำว่า sort of เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่ช่วยลดความหนักแน่นของข้อความ โดยหมายถึง “คร่าว ๆ” หรือ “ในระดับหนึ่ง” ผู้พูดบอกว่าเริ่มเห็นภาพรวมแล้ว ไม่ได้บอกว่าเข้าใจขนาดนั้นอย่างแม่นยำทั้งหมด ตรงนี้ sort of ลดความหนักแน่นของวลีกริยา have an idea ไม่ใช่คำนาม sort ที่แปลว่า “ชนิด” เหมือนใน a sort of animal
แบบฝึกหัด
ใน “now we sort of have an idea” คำว่า sort of สื่อความหมายอย่างไร
- ผู้พูดบอกว่าพอมีภาพรวม แต่ความเข้าใจยังไม่สมบูรณ์
- ผู้พูดบอกว่าโมลอยู่ในประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ
- ผู้พูดบอกว่าตอนนี้เข้าใจขนาดนั้นอย่างแม่นยำทั้งหมดแล้ว
ดูคำตอบ
ผู้พูดบอกว่าพอมีภาพรวม แต่ความเข้าใจยังไม่สมบูรณ์
So, how do we use it?: เปลี่ยนจากแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง
So ตรงนี้เป็นคำเปลี่ยนช่วงหรือคำเชื่อมในการดำเนินเรื่อง ซึ่งบอกผู้ฟังว่าคำอธิบายกำลังเข้าสู่ขั้นต่อไป หน้าที่หลักไม่ได้หมายความว่าคำถามนี้เป็นผลเชิงตรรกะโดยตรงจากประโยคก่อนหน้า หลังจากอธิบายว่าโมลมีขนาดใหญ่แค่ไหน ผู้พูดก็เปลี่ยนไปพูดถึงการใช้งานจริงและกำหนดหัวข้อของส่วนถัดไป it หมายถึง mole หรือหน่วยโมลที่เพิ่งกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
“So, how do we use it?” ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้
- เปลี่ยนคำอธิบายจากแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง
- บอกว่าคำอธิบายจบแล้ว
- แก้ไขคำอธิบายก่อนหน้าเกี่ยวกับขนาดของโมล
ดูคำตอบ
เปลี่ยนคำอธิบายจากแนวคิดไปสู่การใช้งานจริง
You might be surprised to know that: การเกริ่นข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึง
You might be surprised to know that ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่ผู้ฟังอาจคาดไม่ถึง อนุประโยคหลัง that จะให้ข้อมูลที่น่าประหลาดใจนั้น might หมายความว่าผู้ฟังอาจแปลกใจ ไม่ได้ยืนยันว่าจะต้องแปลกใจแน่นอน จึงช่วยทำให้การคาดการณ์นุ่มนวลและไม่หนักแน่นเท่า You will be surprised to know that
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่คาดไม่ถึงอย่างนุ่มนวลให้สมบูรณ์: You ____ some turtles can breathe through their skin.
ดูคำตอบ
might be surprised to know that
the same way ...: การเปรียบเทียบวิธีใช้ของสองสิ่ง
ใน chemists use it the same way you use pounds to buy... คำว่า the same way เชื่อมการกระทำสองอย่างและเปรียบเทียบหน้าที่หรือวิธีใช้ นักเคมีใช้หน่วยที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้เพื่อบอกปริมาณ เช่นเดียวกับที่ผู้ซื้อใช้หน่วยปอนด์เพื่อบอกปริมาณอาหาร การเปรียบเทียบนี้จำกัดอยู่ที่บทบาทร่วมดังกล่าว ไม่ได้หมายความว่าหน่วยทั้งสองมีค่าเท่ากันหรือเหมือนกันทุกด้าน รูปแบบทั่วไปคือ A uses X the same way B uses Y
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบนี้ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบหน้าที่หรือวิธีใช้ของสองสิ่ง?
- Teachers' lesson plans are the same as coaches' game plans.
- Teachers use lesson plans, but coaches use game plans differently.
- Teachers use lesson plans the same way coaches use game plans.
ดูคำตอบ
Teachers use lesson plans the same way coaches use game plans.
you don't go to the deli counter and ask for 43 slices of salami. วัฒนธรรม
3:38คุณไม่เดินไปที่เคาน์เตอร์ขายเนื้อแล้วสั่งซาลามี 43 แผ่นหรอก
deli counter: เคาน์เตอร์อาหารเดลิในซูเปอร์มาร์เก็ต
deli counter คือส่วนบริการในซูเปอร์มาร์เก็ตที่มีพนักงานคอยรับคำสั่งซื้ออาหาร เช่น เนื้อและชีสแบบหั่นแผ่น ในที่นี้ counter หมายถึงเคาน์เตอร์บริการ ไม่ใช่อุปกรณ์หรือการกระทำที่ใช้สำหรับนับจำนวน ในซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปของสหรัฐฯ ซาลามีสามารถหั่นตามคำสั่งและขายตามน้ำหนักที่เคาน์เตอร์นี้ได้ บริบทนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมการขอจำนวนแผ่นที่แน่นอนจึงต่างจากวิธีซื้อตามปกติ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ deli counter หมายถึงอะไร
- จุดชำระเงินสำหรับสินค้าทั้งหมดของลูกค้า
- ส่วนบริการที่มีพนักงานรับคำสั่งซื้อเนื้อและชีสแบบหั่นแผ่น
- เครื่องที่นับจำนวนสินค้าที่ขายไป
ดูคำตอบ
ส่วนบริการที่มีพนักงานรับคำสั่งซื้อเนื้อและชีสแบบหั่นแผ่น
buy ... by the pound: ซื้อและคิดราคาตามหน่วยน้ำหนัก
ในประโยคนี้ by the pound หมายถึงซาลามีถูกชั่งและคิดราคาตามน้ำหนักเป็นปอนด์ ตรงนี้ by ใช้บอกหน่วยที่เป็นเกณฑ์ในการซื้อหรือคิดราคา ไม่ได้หมายถึง ผ่าน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ buy or sell something by the + หน่วยเอกพจน์ เช่น by the kilogram, by the meter หรือ by the dozen โครงสร้างนี้บอกวิธีวัดหรือคิดราคา ไม่ได้บอกจำนวนที่ซื้ออย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง by the + หน่วยเอกพจน์ โดยใช้ kilogram: The market sells rice ____.
ดูคำตอบ
by the kilogram
a dozen eggs: ไข่สิบสองฟองพอดี
ใน a dozen eggs คำว่า a dozen หมายถึงหนึ่งกลุ่มที่มีจำนวนครบ 12 ชิ้น ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงไข่ 12 ฟอง Dozen เป็นหน่วยนับ ไม่ใช่คำคลุมเครือที่แปลว่า “จำนวนมาก” โครงสร้างคือ a dozen + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ เช่น a dozen eggs และ a dozen pencils ใช้เพื่อนับสิ่งของเป็นกลุ่มละ 12
แบบฝึกหัด
ใช้หน่วยนับ dozen เพื่อสื่อความหมายว่า 12 พอดี: Please buy ____ eggs.
ดูคำตอบ
a dozen
a baker's dozen: สิบสาม ไม่ใช่สิบสอง
A baker's dozen เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงสิ่งของ 13 ชิ้น ซึ่งมากกว่า a dozen ปกติที่หมายถึง 12 อยู่หนึ่งชิ้น ชื่อนี้มาจากธรรมเนียมเก่าในธุรกิจขนมอบที่เพิ่มสินค้าให้อีกหนึ่งชิ้น ปัจจุบันสำนวนนี้ใช้เรียกสิ่งของชนิดใดก็ได้ที่มี 13 ชิ้น ไม่จำกัดเฉพาะขนมอบ
แบบฝึกหัด
ร้านเบเกิลแห่งหนึ่งโฆษณาว่า “a baker's dozen of bagels.” คุณจะได้เบเกิลกี่ชิ้น?
- 13 bagels
- 12 bagels
- 14 bagels
ดูคำตอบ
13 bagels
a gross: หน่วยนับที่หมายถึง 144 ชิ้น
ในประโยคนี้ a gross เป็นคำนามที่บอกจำนวนแน่นอน คือ 144 ชิ้น หรือ twelve dozen ซึ่งเท่ากับสิบสองโหล คำนำหน้านาม a แสดงว่า gross ถูกใช้ในความหมายของหน่วยนับ ใช้โครงสร้าง a gross of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ได้ เช่น a gross of pencils ในที่นี้ gross ไม่ได้หมายถึง “น่าขยะแขยง” หรือ “ยอดรวม”
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A supplier packed a gross of buttons,” มีการบรรจุกระดุมกี่เม็ด?
- กระดุม 144 เม็ด
- กระดุม 12 เม็ด
- กระดุม 500 เม็ด
ดูคำตอบ
กระดุม 144 เม็ด
a ream of paper: กระดาษหนึ่งรีม โดยทั่วไปมี 500 แผ่น
ใน a ream of paper คำว่า ream เป็นคำนามนับได้ที่บอกปริมาณ ในบริบทอุปกรณ์สำนักงานทั่วไป กระดาษหนึ่งรีมมักมี 500 แผ่น โครงสร้างคือ คำนำหน้านามหรือจำนวน + ream(s) of + ชนิดกระดาษ เช่น a ream of copy paper และ two reams of printer paper คำว่า ream บอกปริมาณของทั้งห่อ ส่วน sheets หมายถึงกระดาษแต่ละแผ่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่เน้นไว้ ซึ่งขึ้นต้นด้วย “a” และหมายถึงหน่วยมาตรฐาน 500 แผ่น: Please order ____ printer paper.
ดูคำตอบ
a ream of
“a mole is really the same thing”:ประโยคสรุปที่ย้อนกลับไปเชื่อมกับการเปรียบเทียบ
the same thing ในที่นี้ย้อนกลับไปกล่าวถึงหน่วยที่คุ้นเคยซึ่งใช้ชื่อหนึ่งชื่อแทนจำนวนที่ตายตัว โมลไม่ได้มีค่าเชิงตัวเลขเท่ากับหนึ่งโหลหรือหน่วยอื่น ๆ แต่ทำหน้าที่แบบเดียวกัน คือใช้ชื่อแทนจำนวนที่กำหนดไว้ ในโครงสร้างของคำอธิบาย ผู้พูดยกตัวอย่างที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงใช้ประโยคนี้เชื่อมคำใหม่อย่าง mole เข้ากับหมวดหมู่ที่ผู้ฟังรู้จักอยู่แล้ว ประโยคนี้เป็นการสรุปความเชื่อมโยง ไม่ได้บอกว่าตัวเลขเท่ากัน
แบบฝึกหัด
“a mole is really the same thing” ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้
- เปลี่ยนหัวข้อจากหน่วยบอกจำนวนไปเป็นชีววิทยาของสัตว์
- เชื่อมคำใหม่ mole เข้ากับแนวคิดที่คุ้นเคยเรื่องจำนวนตายตัวที่มีชื่อเรียก
- บอกว่าหนึ่งโมลมีจำนวนสิ่งของเท่ากับหนึ่งโหลพอดี
ดูคำตอบ
เชื่อมคำใหม่ mole เข้ากับแนวคิดที่คุ้นเคยเรื่องจำนวนตายตัวที่มีชื่อเรียก
“conjures up”:ทำให้ความเชื่อมโยงบางอย่างผุดขึ้นในใจ
ในประโยคนี้ conjures up หมายถึง “ทำให้ความคิดหรือภาพบางอย่างผุดขึ้นในใจ” สำหรับนักเคมี คำว่า mole ทำให้นึกถึงจำนวน 6.02 * 10 to the 23rd ได้อย่างรวดเร็ว วลีนี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้มีการสร้างสิ่งใดขึ้นด้วยเวทมนตร์ ประธาน a mole เป็นสิ่งกระตุ้นความเชื่อมโยงในใจ ส่วนกรรม the number 6.02 * 10 to the 23rd ระบุเนื้อหาที่ถูกนึกถึง
แบบฝึกหัด
ใช้ conjure up ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The smell of sunscreen ____ memories of summer.
ดูคำตอบ
conjures up
The only difference is that the other quantities are more familiar to us. ลำดับความ
4:09ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือเราคุ้นเคยกับปริมาณอื่น ๆ มากกว่าเท่านั้นเอง
The only difference is that...: จำกัดการเปรียบเทียบให้เหลือข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียว
หลังจากวางกรอบการเปรียบเทียบแล้ว The only difference is that... จะดึงความสนใจไปยังข้อยกเว้นเพียงข้อเดียว อนุประโยคที่สมบูรณ์หลัง that จะบอกว่าความแตกต่างนั้นคืออะไร only ทำให้ส่วนอื่นของการเปรียบเทียบยังคงใช้ได้ แทนที่จะล้มล้างการเปรียบเทียบทั้งหมด ใจความคือสิ่งอื่น ๆ ยังเปรียบเทียบกันได้ และมีเพียงจุดนี้ที่ต่างกัน
แบบฝึกหัด
งานสองงานมีหน้าที่เหมือนกัน และสถานที่ทำงานเป็นข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียว ประโยคใดบอกชัดว่านี่คือความแตกต่างเพียงข้อเดียว
- The main difference is that Mia works from home.
- The only difference is that Mia works from home.
- One difference is that Mia works from home.
ดูคำตอบ
The only difference is that Mia works from home.
there you have it: ปิดท้ายคำอธิบายและนำเสนอผลลัพธ์
There you have it เป็นสำนวนปิดท้ายแบบตายตัว หมายถึงนี่คือผลลัพธ์หรือคำอธิบายทั้งหมด สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าสิ่งต่าง ๆ ได้รับการแสดงหรืออธิบายอย่างเพียงพอแล้ว ไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังครอบครองบางสิ่งจริง ๆ ในประโยคนี้ So ส่งสัญญาณว่าจะสรุป และกลุ่มคำนามหลัง there you have it ใช้เรียกชุดแนวคิดที่เพิ่งอธิบายไป
แบบฝึกหัด
ผู้พูดเพิ่งอธิบายทุกส่วนของแผนการเดินทางเสร็จและต้องการปิดท้ายคำอธิบาย ประโยคใดเหมาะสมที่สุด
- Here you are—the map you asked for.
- There you have it—the complete plan for Saturday's trip.
- There you go—keep trying and you'll get it.
ดูคำตอบ
There you have it—the complete plan for Saturday's trip.