หอยนางรมสร้างไข่มุกได้อย่างไร? - ร็อบ อุลริช (Rob Ulrich): บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าสิ่งมีชีวิตในทะเลเปลี่ยนแคลเซียมคาร์บอเนตให้เป็นเปลือก ชั้นมุก และไข่มุกได้อย่างไร โดยไล่ตั้งแต่โครงโปรตีนไปจนถึงผลึกแคลไซต์และอะราโกไนต์ ก่อนเชื่อมโยงโครงสร้างเป็นชั้นของชั้นมุกเข้ากับประกายเหลือบรุ้ง ความแข็งแรง และบทบาทในการป้องกันตัวระหว่างการก่อรูปไข่มุก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. wouldn't consider the crusty exterior of an oyster to be particularly beautiful, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้ consider + กรรม + to be + คำบรรยาย เพื่อแสดงการประเมิน รูปปฏิเสธช่วยนำเสนอความประทับใจแรกที่คนทั่วไปมีต่อหอยนางรม และปูทางไปสู่ความต่างระหว่างเปลือกหยาบกับอัญมณีที่อาจซ่อนอยู่ข้างใน 2. interferes with — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: แยกแยะว่าในบริบททัศนศาสตร์ interfere with หมายถึงคลื่นแสงสะท้อนเกิดการแทรกสอดกัน ไม่ใช่ความหมายทั่วไปว่าไปรบกวนสิ่งหนึ่ง ความเข้าใจนี้ช่วยให้ตามคำอธิบายได้ว่าทำไมชั้นบาง ๆ ของชั้นมุกจึงสร้างสีเหลือบรุ้งที่เปลี่ยนไปมา 3. our leading theory for mollusks making pearls, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: ใช้ leading theory for เพื่อนำเสนอคำอธิบายที่ปัจจุบันถือว่าน่าเป็นไปได้มากที่สุด โดยไม่กล่าวว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว วลีนี้ช่วยสื่อความไม่แน่นอนทางวิทยาศาสตร์และเชื่อมการตอบสนองเพื่อป้องกันตัวด้วยชั้นมุกเข้ากับการเกิดไข่มุก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
While most people wouldn't consider the crusty exterior of an oyster to be particularly beautiful, ไวยากรณ์
0:06แม้ว่าคนส่วนใหญ่จะไม่คิดว่าเปลือกนอกที่ขรุขระของหอยนางรมนั้นจะสวยงามเป็นพิเศษ
consider ... to be ...: การประเมินสิ่งหนึ่ง
โครงสร้าง consider + กรรม + to be + คำคุณศัพท์หรือคำนาม หมายถึง “ตัดสินหรือมองว่ากรรมนั้นมีคุณสมบัติหรือสถานะดังกล่าว” ในประโยคนี้ กรรมคือ the crusty exterior of an oyster และ particularly beautiful คือคำประเมิน ใน wouldn't consider... คำว่า would not ทำให้การประเมินเป็นเชิงปฏิเสธ กล่าวคือ คนส่วนใหญ่อาจไม่ได้มองว่าเปลือกนั้นสวยเป็นพิเศษ ส่วน to be ใช้เติมคำอธิบายของกรรมให้สมบูรณ์ ไม่ได้บอกจุดประสงค์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง consider ... to be ในรูปปัจจุบัน: Experts ____ this bridge ____ safe.
ดูคำตอบ
consider · to be
opening up this craggy case might reveal an exquisite jewel nestled within. ลำดับความ
0:12แต่การเปิดเปลือกที่ขรุขระนี้อาจเผยให้เห็นอัญมณีอันงดงามที่ซ่อนอยู่ภายใน
opening up ... might reveal: ใช้การกระทำเพื่อเกริ่นถึงการค้นพบ
Opening up this craggy case ระบุการกระทำที่ชัดเจนและเชื่อมกลับไปยังเปลือกหอยนางรมที่ขรุขระ การกระทำนี้กลายเป็นประธานของ might reveal ซึ่งใช้เกริ่นถึงสิ่งที่อาจพบอยู่ข้างใน รูปแบบ “การกระทำ + might reveal” พาคำอธิบายจากภายนอกไปสู่ข้อมูลที่ซ่อนอยู่ might แสดงว่าการค้นพบนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่แน่นอน จึงสร้างความคาดหวังก่อนจะเฉลยว่าเป็นไข่มุกที่ดูราวกับอัญมณี
แบบฝึกหัด
ประโยค “Opening the old cabinet might reveal a hidden compartment.” จัดลำดับข้อมูลอย่างไร?
- รับรองว่าตู้เก่าทุกใบมีของมีค่าอยู่ข้างใน
- เสนอการกระทำก่อน แล้วจึงเกริ่นถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจค้นพบได้
- บรรยายเฉพาะด้านนอกของตู้โดยไม่เปลี่ยนไปพูดถึงสิ่งที่อาจอยู่ข้างใน
ดูคำตอบ
เสนอการกระทำก่อน แล้วจึงเกริ่นถึงสิ่งที่ซ่อนอยู่ซึ่งอาจค้นพบได้
pearls are actually made of the exact same material as the shell that surrounds them. ไวยากรณ์
0:22แต่แท้จริงแล้วมันถูกสร้างขึ้นจากวัสดุเดียวกับเปลือกที่หุ้มมันไว้อย่างสมบูรณ์
despite their iridescent colors and smooth shapes: despite + วลีนาม
Despite หมายถึง “แม้จะมี” หรือ “ถึงแม้ข้อเท็จจริงนั้นจะเป็นจริง” ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำบุพบท และส่วนเติมเต็มคือวลีนาม their iridescent colors and smooth shapes ไม่ใช่อนุประโยคสมบูรณ์ที่มีประธานและกริยา วลีนี้ยอมรับก่อนว่าไข่มุกมีรูปลักษณ์สวยงาม แล้วจึงปูไปสู่ข้อเท็จจริงที่ขัดกับสิ่งที่คาดไว้ โครงสร้างนี้ใช้แสดงว่าข้อเท็จจริงหนึ่งไม่ได้ขัดขวางผลลัพธ์อีกอย่างที่น่าประหลาดใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ despite ได้ถูกต้อง?
- Despite it rained heavily, the game continued.
- Despite was raining heavily, the game continued.
- Despite the heavy rain, the game continued.
ดูคำตอบ
Despite the heavy rain, the game continued.
the exact same material as: เน้นว่าเหมือนกันทุกประการ
The exact same + คำนาม + as ใช้เปรียบเทียบสองสิ่งและเน้นว่าสิ่งที่คำนามระบุนั้นเหมือนกันทุกประการ ไม่ใช่เพียงคล้ายกัน ในที่นี้ material คือสิ่งที่ถูกเปรียบเทียบ และ the shell that surrounds them หลัง as คือสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ สามารถเข้าใจได้ว่ามีคำนามเดิมซ้ำอยู่หลังสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ คือ the exact same material as the material of the shell โดยปกติภาษาอังกฤษจะละคำที่ซ้ำนี้เมื่อความหมายชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง the exact same ... as และคำนาม fabric เติมประโยคให้สมบูรณ์: The curtain uses ____ the sofa.
ดูคำตอบ
the exact same fabric as
Pearls, urchin spines, the shells of mussels, snails, and clams, even coral,
0:28ไข่มุก, หนามของเม่นทะเล, เปลือกของหอยแมลงภู่, หอยทาก, และหอยกาบ, หรือแม้แต่ปะการัง
made out of: บอกวัสดุที่ใช้
be made out of + วัสดุ หมายถึง “เกิดขึ้นหรือถูกสร้างโดยใช้วัสดุนั้น” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าแคลเซียมคาร์บอเนตคือสารร่วมที่ก่อให้เกิดโครงสร้างทั้งหมด ตรงนี้ out of เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว made out of ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ออกมาจากข้างในสิ่งใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่เรียนในข้อนี้: The festival mask is ____ recycled cardboard.
ดูคำตอบ
made out of
So, how does this single ingredient form such a vast array of materials? วลี
0:40แล้วส่วนผสมเพียงอย่างเดียวนี้สร้างวัสดุที่หลากหลายมากมายขนาดนี้ได้อย่างไร?
such a vast array of: เน้นความหลากหลายอย่างมาก
an array of หมายถึงกลุ่มหรือขอบเขตที่มีสิ่งต่าง ๆ หลากหลาย vast ทำให้รู้ว่าขอบเขตนั้นกว้างมาก ส่วน such ช่วยเน้นนามวลีทั้งหมด ในที่นี้ such a vast array of materials แสดงความประหลาดใจว่าส่วนประกอบเพียงชนิดเดียวสามารถก่อให้เกิดวัสดุที่แตกต่างกันได้มากมายเพียงใด โครงสร้างคือ such + a + คำคุณศัพท์ + คำนามนับได้เอกพจน์ + of ซึ่งก็คือ such a vast array of ส่วนที่ตามหลัง of บอกว่าสิ่งใดอยู่ในกลุ่มนั้น และมักเป็นคำนามพหูพจน์ เช่น materials, choices หรือ colors
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีห้าคำที่เรียนในข้อนี้: The library offers ____ books that every reader can find something interesting.
ดูคำตอบ
such a vast array of
is common on land and even more bountiful in the sea. การใช้คำ
0:50พบได้ทั่วไปบนบกและมีมากมายยิ่งกว่าในทะเล
Calcium carbonate, or CaCO3: or ใช้แนะนำชื่อเรียกที่มีความหมายเท่ากัน
ใน “Calcium carbonate, or CaCO3,” คำว่า or ไม่ได้เสนอทางเลือก แต่ใช้แนะนำวิธีเรียกสารชนิดเดียวกันอีกแบบหนึ่ง โดย CaCO3 คือสูตรเคมีของแคลเซียมคาร์บอเนต รูปแบบที่คั่นด้วยจุลภาค “ชื่อ, or ตัวย่อ/สูตร,” ช่วยให้ผู้อ่านเชื่อมโยงคำศัพท์กับชื่ออีกรูปแบบหนึ่งได้ คำหลัง or ยังระบุถึงสิ่งเดียวกัน ไม่ได้เพิ่มสิ่งที่สองเข้ามา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ or เพื่อแนะนำชื่อเรียกอีกแบบของสิ่งเดียวกัน
- We can leave today or tomorrow.
- Mercury, or Hg, is a chemical element.
- Do you want water or juice?
ดูคำตอบ
Mercury, or Hg, is a chemical element.
even more bountiful: การเปรียบเทียบความอุดมสมบูรณ์อย่างเห็นภาพ
Bountiful หมายถึง “มีอยู่หรือหาได้ในปริมาณมาก” ใน even more bountiful คำว่า more เปรียบเทียบปริมาณในทะเลกับปริมาณบนบก และ even เน้นการเปรียบเทียบนั้นให้ชัดขึ้น คือในทะเลมีปริมาณมากยิ่งกว่า Bountiful เป็นคำที่ให้ภาพชัดและมักสื่อถึงปริมาณที่อุดมสมบูรณ์หรือมีให้อย่างเหลือเฟือ ในคำบรรยายวิทยาศาสตร์นี้ คำดังกล่าวทำให้ข้อความมีชีวิตชีวามากขึ้น ส่วน abundant จะฟังเป็นกลางและเป็นเชิงวิชาการมากกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ even more bountiful ได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- After a rainy spring, the valley had even more bountiful delays than last year.
- After a rainy spring, the valley produced an even more bountiful harvest than last year.
- After a rainy spring, the valley recorded even more bountiful mistakes than last year.
ดูคำตอบ
After a rainy spring, the valley produced an even more bountiful harvest than last year.
and over millennia, these deposits have seeped into rivers and oceans. การใช้คำ
0:57และเมื่อผ่านไปหลายสหัสวรรษ ตะกอนเหล่านี้ก็ซึมลงสู่แม่น้ำและมหาสมุทร
have seeped into: การค่อย ๆ ซึมเข้าไปตามกาลเวลา
Seep into หมายถึงการเข้าไปในสถานที่หนึ่งอย่างช้า ๆ และค่อยเป็นค่อยไป มักผ่านช่องเล็ก ๆ หรือแผ่เข้าไปในวัสดุ ในประโยคนี้ ตะกอนค่อย ๆ ไปถึงแม่น้ำและมหาสมุทรตลอดช่วงเวลาที่ยาวนานมาก โดย seep บอกรายละเอียดของกระบวนการได้ชัดกว่า go into Have seeped เป็น present perfect เมื่อใช้กับ over millennia จะมองเหตุการณ์ในอดีตจำนวนมากเป็นกระบวนการยาวนานที่สะสมต่อเนื่องและมีผลสำคัญในปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ seep into: Over the past week, rainwater ____ the basement walls.
ดูคำตอบ
has seeped into
where hot seawater mingles with calcium-rich basalts. การใช้คำ
1:05ซึ่งน้ำทะเลที่ร้อนจะผสมกับหินบะซอลต์ที่อุดมไปด้วยแคลเซียม
This is especially true: จำกัดขอบเขตของข้อความทั่วไป
This ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อความก่อนหน้า ส่วน Is especially true บอกว่าข้อความนั้นใช้ได้อย่างชัดเจนเป็นพิเศษในสถานที่หรือสถานการณ์ที่ระบุต่อไป ในประโยคนี้คือบริเวณใกล้ปล่องน้ำร้อนใต้ทะเล รูปแบบนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูล โดยเริ่มจากข้อความทั่วไปก่อน แล้วใช้ This is especially true ร่วมกับวลีที่ขึ้นต้นด้วย near, in, for, when หรือเงื่อนไขอื่นเพื่อจำกัดประเด็นให้แคบลง
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมด้วยวลีเป้าหมาย This is especially true: Exercise can improve sleep. ____ for people who sit for most of the day.
ดูคำตอบ
This is especially true
hydrothermal vents: ช่องเปิดบนพื้นทะเลที่ปล่อยน้ำร้อนออกมา
Hydrothermal vents คือช่องเปิดบนพื้นทะเลที่น้ำซึ่งได้รับความร้อนจากพลังงานใต้พิภพไหลออกมา ในประโยคนี้ คำดังกล่าวให้ข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้เข้าใจว่าทำไมน้ำทะเลร้อนจึงอยู่ติดกับหินบะซอลต์ ส่วนประกอบของคำช่วยให้จำได้ว่า hydro- เกี่ยวข้องกับน้ำ thermal เกี่ยวข้องกับความร้อน และ vent คือช่องเปิดที่ปล่อยบางสิ่งออกมา
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ hydrothermal vents หมายถึงอะไร
- ช่องเปิดบนพื้นทะเลที่ปล่อยน้ำซึ่งได้รับความร้อนจากพลังงานใต้พิภพออกมา
- หน้าต่างที่สร้างในมหาสมุทรเพื่อให้อากาศเข้าเรือ
- ถ้ำเย็นที่ใช้เก็บน้ำจากแม่น้ำ
ดูคำตอบ
ช่องเปิดบนพื้นทะเลที่ปล่อยน้ำซึ่งได้รับความร้อนจากพลังงานใต้พิภพออกมา
mingles with: ผสมกันอย่างเป็นธรรมชาติหรือค่อยเป็นค่อยไป
mingle with หมายถึงผสมหรือกลมกลืนเข้าด้วยกัน ในที่นี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าน้ำทะเลร้อนสัมผัสและมีปฏิสัมพันธ์กับหินบะซอลต์ที่อุดมด้วยแคลเซียม แทนที่จะแยกจากกัน โครงสร้างคือ A mingles with B คำว่า mingle มักสื่อถึงการผสมกันอย่างเป็นธรรมชาติหรือค่อยเป็นค่อยไป และใช้บรรยายสาร กลิ่น เสียง สี หรือคนได้ เมื่อประธานเป็นเอกพจน์ เช่น the scent หรือ seawater รูปปัจจุบันคือ mingles with
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ mingle และคำบุพบทที่ใช้คู่กัน: The scent of pine ____ the cool mountain air.
ดูคำตอบ
mingles with
interacts with: สองสิ่งส่งผลต่อกัน
ในที่นี้ interacts with หมายถึงคาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำทะเลสัมผัสกันและส่งผลต่อกันในกระบวนการทางเคมี วลีนี้สื่อถึงความสัมพันธ์สองทาง ไม่ใช่สิ่งหนึ่งทำงานอยู่ฝ่ายเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A interacts with B โดยประธานและคำนามหลัง with คือสองฝ่ายที่มีปฏิสัมพันธ์กัน เนื่องจาก carbon dioxide เป็นเอกพจน์ interact จึงเติม -s ในกาลปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ interact ในรูปที่ถูกต้องพร้อมบุพบทที่จำเป็น: This medicine may ____ other drugs in the body.
ดูคำตอบ
interact with
Every year, the ocean absorbs roughly 1/3 of our carbon dioxide emissions,
1:17ในแต่ละปี มหาสมุทรดูดซับการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ของเราประมาณ 1 ใน 3
adding huge quantities of carbonate into the water. ไวยากรณ์
1:23ซึ่งเป็นการเพิ่มคาร์บอเนตปริมาณมหาศาลลงในน้ำ
adding ...: เชื่อมผลที่ตามมากับประโยคหลัก
วลี adding ... หลังเครื่องหมายจุลภาคเป็นอนุประโยคกริยารูปปัจจุบัน วลีนี้แสดงผลของเหตุการณ์ทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า กล่าวคือ มหาสมุทรดูดซับคาร์บอนไดออกไซด์ และเหตุการณ์นั้นทำให้มีคาร์บอเนตปริมาณมากเพิ่มเข้าไปในน้ำ ผลดังกล่าวเชื่อมกับประโยคหลักทั้งหมด ไม่ได้เชื่อมกับเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดอย่าง emissions รูปแบบ ประโยคหลัก, อนุประโยค -ing ช่วยให้งานเขียนเชิงอธิบายเชื่อมผลที่ตามมากับเหตุการณ์หลักได้โดยไม่ต้องเพิ่มอนุประโยคสมบูรณ์อีกประโยค
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + อนุประโยค -ing เพื่อแสดงผลของเหตุการณ์หลัก?
- The drivers saved twenty minutes because the new bridge shortened the route.
- The new bridge shortened the route, saving drivers twenty minutes.
- The new bridge was built to save drivers twenty minutes.
ดูคำตอบ
The new bridge shortened the route, saving drivers twenty minutes.
It's no surprise that sea creatures have made use of these abundant compounds, วลี
1:27ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่สิ่งมีชีวิตในทะเลได้ใช้ประโยชน์จากสารประกอบที่มีอยู่อย่างอุดมสมบูรณ์เหล่านี้
It's no surprise that: นำเสนอผลที่คาดไว้
It's no surprise that ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ผู้พูดมองว่าเป็นสิ่งที่คาดได้ เพราะมีการให้เหตุผลที่เกี่ยวข้องไว้แล้วหรือทุกฝ่ายเข้าใจเหตุผลนั้น ในประโยคนี้ การมีสารประกอบอยู่มากทำให้การที่สิ่งมีชีวิตในทะเลนำสารเหล่านั้นมาใช้เป็นผลที่สมเหตุสมผล โครงสร้างคือ It's no surprise that + อนุประโยคที่สมบูรณ์ ใช้เชื่อมข้อมูลหรือเหตุผลเบื้องหลังเข้ากับข้อสรุป แต่ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
อ่านสถานการณ์: After hours of rain, the field is underwater. ประโยคใดนำเสนอการยกเลิกการแข่งขันว่าเป็นผลที่คาดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- It's a surprise that the soccer game was canceled.
- It's no surprise that the soccer game was canceled.
- It's no surprise whether the soccer game was canceled.
ดูคำตอบ
It's no surprise that the soccer game was canceled.
have made use of: ใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่มีอยู่
make use of หมายถึงการนำสิ่งที่มีอยู่แล้วมาใช้ มักใช้กับทรัพยากร โอกาส เครื่องมือ หรือแหล่งข้อมูล ในประโยคนี้ สิ่งมีชีวิตในทะเลได้นำสารประกอบที่มีอยู่อย่างมากมายในสภาพแวดล้อมมาใช้ have made use of เป็น present perfect มีโครงสร้าง have + past participle made แสดงว่าการใช้นั้นเกิดขึ้นก่อนตอนนี้และเกี่ยวข้องกับคำอธิบายในปัจจุบัน เมื่อเทียบกับ use แล้ว make use of เป็นทางการกว่าเล็กน้อยและเน้นการนำทรัพยากรที่มีอยู่มาใช้ให้เกิดประโยชน์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make use of: The art club ____ old newspapers to protect the tables.
ดูคำตอบ
made use of
are woven together into various shapes:เปรียบโครงสร้างที่เป็นระเบียบเหมือนการถักทอ
are woven together into various shapes ใช้ weave ซึ่งหมายถึง “ถักทอ” ในเชิงเปรียบเทียบและอยู่ในรูปประโยคถูกกระทำ สำนวนนี้นำเสนอว่าแคลเซียมกับคาร์บอเนตถูกเชื่อมโยงและจัดวางอย่างพิถีพิถัน เหมือนเส้นด้ายที่ถักเป็นลวดลาย ส่วน into various shapes ชี้ให้เห็นรูปร่างที่เกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่ามีเส้นด้ายหรือผ้าจริง ๆ จุดสำคัญคือการรวมกันนั้นเป็นระเบียบและประณีต ส่วนรูปประโยคถูกกระทำจะเน้นวัสดุและโครงสร้างที่เกิดขึ้น มากกว่าผู้ที่นำมารวมกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ woven together into ได้เป็นธรรมชาติที่สุดในฐานะคำเปรียบเทียบว่าหลายส่วนรวมกันเป็นภาพรวมที่เป็นระเบียบ
- The editor's notes are stacked on a desk without a pattern.
- The editor's notes are woven together into a clear guide.
- The editor uses thread to sew the notes into a cloth.
ดูคำตอบ
The editor's notes are woven together into a clear guide.
Let's return to:สำนวนเปลี่ยนกลับไปยังหัวข้อเดิม
Let's return to เป็นสำนวนสำหรับเปลี่ยนหรือจัดระเบียบหัวข้อที่ใช้ในการอธิบาย สุนทรพจน์ หรือการอภิปราย ผู้พูดใช้เพื่อชวนผู้ฟังกลับไปยังหัวข้อที่เคยกล่าวถึงแล้ว โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงการเดินทางย้อนกลับจริง ๆ แต่หมายถึงการกลับมาอธิบายหัวข้อเดิมต่อและบอกโครงสร้างของเนื้อหา หลังสำนวนนี้จะตามด้วยหัวข้อที่ต้องการกลับไปพูดถึงอีกครั้ง เช่น Let's return to the humble oyster ในการใช้แบบนี้ return ต้องใช้คู่กับ to
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Let's return to ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อนำการอภิปรายกลับไปยังหัวข้อที่เคยพูดถึงแล้ว
- Let's return the question we asked at the beginning.
- Let's return to the question we asked at the beginning.
- Let's return to a question we have never discussed before.
ดูคำตอบ
Let's return to the question we asked at the beginning.
and quickly get to work building a protective shell. สำนวน
1:47และเริ่มสร้างเปลือกป้องกันอย่างรวดเร็ว
Like many ...: กำหนดกลุ่มสำหรับการเปรียบเทียบ
เมื่ออยู่ต้นประโยค Like many aquatic mollusks จะกำหนดกลุ่มที่ใช้เปรียบเทียบก่อน ส่วนนี้บอกว่าสิ่งที่กล่าวถึงหอยนางรมเป็นลักษณะที่สมาชิกจำนวนมากในกลุ่มใหญ่กว่านั้นมีร่วมกัน Like ตามด้วยนามวลี many aquatic mollusks ส่วนเปิดนี้ไม่ใช่ประโยคหลัก โดยประธานของประโยคหลักยังคงเป็น oysters
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเปรียบเทียบสองคำที่หมายถึง “ในแบบเดียวกับหลายสิ่ง”:____ coastal towns, this village depends on fishing.
ดูคำตอบ
Like many
start life as: บอกเล่ารูปแบบหรือบทบาทในตอนเริ่มต้น
Start life as + นามวลี หมายความว่าในตอนเริ่มต้น ประธานอยู่ในรูปแบบ บทบาท หรือสภาพอย่างใดอย่างหนึ่ง ในที่นี้ exposed larvae คือชื่อระยะแรกของวงจรชีวิตหอยนางรม โดยเน้นรูปแบบเริ่มต้น ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ที่มันเกิดมา สำนวนนี้ยังใช้อธิบายตัวตนหรือการใช้งานเดิมของสิ่งของ องค์กร หรือสถานที่ได้ โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นเปลี่ยนไปภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ start life as: The app ____ a simple classroom project before becoming a global service.
ดูคำตอบ
started life as
quickly get to work building: รีบลงมือสร้างทันที
ใน quickly get to work building คำว่า get to work หมายถึงเริ่มลงมือทำงานอย่างจริงจัง คำว่า quickly บอกว่าการลงมือเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว ถ้อยคำนี้ทำให้ตัวอ่อนดูขยันและมีเป้าหมาย ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ทำงาน รูป -ing คือ building ระบุกิจกรรมที่เริ่มทำ โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ get to work + -ing เช่น get to work solving, cleaning หรือ preparing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ get to work + -ing ในรูปอดีต: When the power came back, the technicians immediately ____ the damaged cables.
ดูคำตอบ
got to work repairing
an organ called the mantle: ประเภท + called + ชื่อ
ใน an organ called the mantle คำว่า organ บอกประเภททั่วไป ส่วน mantle บอกชื่อเฉพาะ called the mantle วางไว้หลัง organ และหมายความว่าอวัยวะนั้นมีชื่อว่า mantle คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้โครงสร้าง a/an + คำนามบอกประเภท + called + ชื่อ เพื่อแนะนำคำศัพท์ที่ยังไม่คุ้นเคย พร้อมบอกทันทีว่าสิ่งนั้นเป็นสิ่งประเภทใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างประเภท + called + ชื่อ: The scientist showed us a device ____ a spectrometer.
ดูคำตอบ
called
an organic matrix of: วัสดุพื้นฐานที่เกิดจากโมเลกุล
ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ matrix หมายถึงวัสดุพื้นฐานหรือโครงข่ายที่รองรับและจัดระเบียบวัสดุอื่น ส่วน organic ในที่นี้อธิบายวัสดุชีวภาพที่มีคาร์บอนเป็นพื้นฐาน เช่น โปรตีน รูปแบบ a matrix of + วัสดุ ใช้บอกว่าเมทริกซ์นั้นประกอบขึ้นจากอะไร ในประโยคนี้ โปรตีนและโมเลกุลอื่น ๆ เป็นส่วนที่สร้างเมทริกซ์
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ an organic matrix of proteins and other molecules หมายความว่าอย่างไร?
- ตารางตัวเลขที่ใช้ในการคำนวณ
- รายการอาหารที่ติดฉลากว่าเป็นอาหารอินทรีย์
- โครงข่ายวัสดุชีวภาพที่เกิดจากโปรตีนและโมเลกุลอื่น ๆ
ดูคำตอบ
โครงข่ายวัสดุชีวภาพที่เกิดจากโปรตีนและโมเลกุลอื่น ๆ
to construct a scaffold: สร้างโครงรองรับ
ในที่นี้ to construct บอกจุดประสงค์ กล่าวคือ แมนเทิลหลั่งเมทริกซ์ออกมาเพื่อสร้างบางสิ่ง โดย construct เป็นคำกริยาที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึงสร้างหรือก่อขึ้น scaffold คือโครงที่ทำหน้าที่รองรับ ในบริบททางชีววิทยานี้ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์ก่อสร้าง แต่หมายถึงโครงสร้างที่วัสดุอื่นสามารถจัดเรียงหรือสะสมอยู่ด้านบนหรือภายในได้
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบาย to construct a scaffold ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ได้ดีที่สุด?
- สร้างโครงที่ทำหน้าที่รองรับ
- นำชั้นนอกที่เสร็จสมบูรณ์แล้วออก
- ปีนขึ้นแท่นทำงานชั่วคราว
ดูคำตอบ
สร้างโครงที่ทำหน้าที่รองรับ
drawing out calcium and carbonate to combine them into its building material. โน้ต
2:01ดึงเอาแคลเซียมและคาร์บอเนตออกมารวมกันเป็นวัสดุก่อสร้าง
drawing out: สกัดบางสิ่งออกจากแหล่งที่มา
ในที่นี้ drawing out หมายถึงการดึงแคลเซียมและคาร์บอเนตออกจากน้ำทะเลขณะที่หอยนางรมกรองน้ำ แหล่งที่มาเห็นได้ชัดอยู่แล้วจาก seawater จึงไม่จำเป็นต้องกล่าวซ้ำหลัง drawing out วลี -ing เพิ่มกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของการกรอง โดยทั่วไป draw something out อาจหมายถึงการดึงสาร ข้อมูล หรือปฏิกิริยาตอบสนองที่มีอยู่แล้วแต่เข้าถึงได้ยากออกมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ draw out ในความหมายว่า “สกัดบางสิ่งออกจากแหล่งหนึ่ง”
- The child draws a boat beside the water.
- The guide draws the visitors toward the water.
- The filter draws harmful chemicals out of the water.
ดูคำตอบ
The filter draws harmful chemicals out of the water.
to combine them into: รวมส่วนต่าง ๆ ให้เกิดเป็นผลลัพธ์
รูปแบบคือ combine + components + into + result ในที่นี้ them หมายถึง calcium and carbonate ส่วน its building material คือผลลัพธ์ที่เกิดจากส่วนประกอบเหล่านั้น คำว่า to ตอนต้นบอกจุดประสงค์ คือหอยนางรมดึงส่วนประกอบออกมาเพื่อรวมเข้าด้วยกัน ส่วน into ชี้ไปยังองค์รวมหรือรูปแบบใหม่ที่เกิดขึ้น ไม่ใช่ส่วนประกอบอีกอย่างที่ถูกเติมเข้าไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ combine รูปกริยาไม่ผันที่บอกจุดประสงค์ สรรพนามที่ใช้แทน notes และ into: We collected the notes ____ one clear summary.
ดูคำตอบ
to combine them into
that attract and guide the calcium carbonate molecules into layers. วลี
2:11ที่จะดึงดูดและนำทางโมเลกุลแคลเซียมคาร์บอเนตให้เรียงตัวเป็นชั้นๆ
charged proteins: charged หมายถึง “มีประจุไฟฟ้า”
ในที่นี้ charged หมายถึง “มีประจุไฟฟ้า” หรือ “มีบริเวณที่มีประจุไฟฟ้า” ในประโยคนี้ คุณสมบัติทางไฟฟ้าดังกล่าวช่วยให้โปรตีนดึงดูดโมเลกุลแคลเซียมคาร์บอเนตได้ บริบททางวิทยาศาสตร์เป็นตัวกำหนดความหมายนี้ ไม่ได้หมายความว่าโปรตีนถูกเรียกเก็บเงินหรือมีอารมณ์รุนแรง
แบบฝึกหัด
charged ใน charged proteins ของประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- มีอารมณ์รุนแรง
- ถูกขอให้จ่ายเงิน
- มีประจุไฟฟ้า
ดูคำตอบ
มีประจุไฟฟ้า
attract and guide ... into layers: กรรมร่วมและผลลัพธ์
attract และ guide เป็นคำกริยาที่เชื่อมกันและใช้กรรมร่วมกัน คือ the calcium carbonate molecules โปรตีนจะทั้งดึงดูดโมเลกุลเหล่านั้นและกำหนดทิศทางการเคลื่อนที่กับการจัดเรียงของโมเลกุล ในโครงสร้าง guide A into B ส่วน into B สามารถบอกผลลัพธ์ของการนำทางได้ ในที่นี้ into layers หมายถึงโมเลกุลถูกจัดเรียงเป็นชั้น ไม่ได้บอกเพียงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง guide + กรรม + into + ผลลัพธ์ ให้สมบูรณ์: The rails guide the boxes ____ a single line.
ดูคำตอบ
into
The specific arrangement of these protein scaffolds
2:16การจัดเรียงตัวเฉพาะของโครงร่างโปรตีนเหล่านี้
depends on the mollusk species and their environment,
2:18ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของมอลลัสก์และสภาพแวดล้อมของพวกมัน
accounting for their vast diversity of shell shapes, sizes, and colors. วลี
2:22ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมรูปทรง ขนาด และสีของเปลือกหอยจึงมีความหลากหลายอย่างมาก
accounting for their vast diversity of: การอธิบายผลลัพธ์
ในประโยคนี้ accounting for หมายถึง “อธิบาย” หรือ “เป็นสาเหตุของ” การจัดเรียงโครงร่างโปรตีนที่แตกต่างกันถูกนำเสนอว่าเป็นเหตุให้เปลือกมีรูปร่าง ขนาด และสีแตกต่างกันอย่างมาก อนุประโยค -ing accounting for ... หลังเครื่องหมายจุลภาคย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดในประโยคหลัก แล้วเสริมผลลัพธ์หรือคำอธิบาย รูปแบบนี้พบบ่อยในงานเขียนวิทยาศาสตร์และงานเขียนเชิงอธิบาย โดย account ตรงนี้ไม่เกี่ยวกับบัญชีธนาคาร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ account for: The two gardens receive different amounts of sunlight, ____ the difference in plant growth.
ดูคำตอบ
accounting for
Mollusks carefully control all components of their calcium carbonate creations,
2:28มอลลัสก์ควบคุมส่วนประกอบทั้งหมดของการสร้างสรรค์แคลเซียมคาร์บอเนตของพวกมันอย่างระมัดระวัง
at the molecular level: การกำหนดระดับ
At the molecular level หมายถึง “ในระดับของโมเลกุล” วลีนี้บอกว่าการควบคุมมีความละเอียดมากเพียงใด มอลลัสก์สามารถจัดการแคลเซียมคาร์บอเนตได้ไม่เพียงในฐานะวัสดุเปลือกที่มองเห็นได้ แต่ยังรวมถึงการจัดระเบียบในระดับโมเลกุลด้วย รูปแบบ at the ... level ที่นำไปใช้ซ้ำได้ใช้กำหนดระดับหรือชั้นของการกระทำ ผลกระทบ หรือการวิเคราะห์ เช่น at the cellular level และ at the national level คำว่า level ตรงนี้หมายถึงระดับในการอธิบาย ไม่ใช่ความสูงทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกระดับ at the ... level โดยใช้ molecular: The new microscope reveals changes ____.
ดูคำตอบ
at the molecular level
Using special proteins, mollusks can produce two crystal structures out of CaCO3,
2:38ด้วยการใช้โปรตีนชนิดพิเศษ มอลลัสก์สามารถสร้างโครงสร้างผลึกสองชนิดจาก CaCO3 ได้
Both of these compounds have the same chemical composition,
2:47สารประกอบทั้งสองชนิดนี้มีองค์ประกอบทางเคมีเหมือนกัน
but different qualities due to the way their crystal lattices are arranged. ไวยากรณ์
2:50แต่มีคุณสมบัติต่างกันเนื่องจากวิธีการจัดเรียงโครงข่ายผลึก
different qualities due to the way ... are arranged: สมบัติต่างกันเพราะวิธีจัดเรียง
“Different qualities” หมายความว่าสารประกอบทั้งสองมีสมบัติต่างกัน “Due to” ใช้บอกสาเหตุ และ “the way their crystal lattices are arranged” ระบุว่าสาเหตุนั้นคือรูปแบบภายในที่เรียงตัวต่างกัน อนุประโยคนี้ใช้รูปถูกกระทำ “are arranged” เพราะเน้นการจัดเรียงของโครงผลึก ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้จัดเรียง โครงสร้าง “ผลลัพธ์ + due to the way + อนุประโยค” ใช้อธิบายว่าผลลัพธ์เกิดจากวิธีจัดระเบียบหรือวิธีทำบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “due to the way” ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายว่าการจัดเรียงทำให้เกิดความแตกต่าง
- The two filters work differently due to the way their layers arrange.
- The two filters work differently due to their layers are arranged.
- The two filters work differently due to the way their layers are arranged.
ดูคำตอบ
The two filters work differently due to the way their layers are arranged.
Calcite is the more stable of the two and less prone to dissolving over time, วลี
2:55แคลไซต์มีความเสถียรมากกว่าในสองชนิดนี้และมีแนวโน้มที่จะละลายเมื่อเวลาผ่านไปน้อยกว่า
less prone to dissolving over time: มีแนวโน้มละลายตามกาลเวลาน้อยกว่า
“Less prone to dissolving” หมายถึง “มีโอกาสละลายน้อยกว่า” หรือ “มีแนวโน้มที่จะละลายต่ำกว่า” ในที่นี้ “less” ใช้เปรียบเทียบแคลไซต์กับสารประกอบอีกชนิดหนึ่ง ส่วน “over time” บอกว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดช่วงเวลานาน ไม่ใช่ในชั่วขณะเดียว ใน “prone to” คำว่า “to” เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยคำนามหรือรูป -ing นี่คือเหตุผลที่ประโยคใช้ “dissolving” ไม่ใช่ “dissolve”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ “prone to” ที่หมายถึง “มีโอกาสแตกร้าวน้อยกว่า”: This coating is ____ in cold weather.
ดูคำตอบ
less prone to cracking
so most mollusk shells have a sturdy outer layer of calcite.
3:00ดังนั้นเปลือกมอลลัสก์ส่วนใหญ่จึงมีชั้นนอกที่เป็นแคลไซต์ซึ่งแข็งแรง
aragonite can better adapt to more or less acidic environments, วลี
3:07อะราโกไนต์สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่มีความเป็นกรดมากหรือน้อยได้ดีกว่า
As the slightly more soluble molecule: As + นามวลีที่บอกเหตุผล
ในที่นี้ As the slightly more soluble molecule ขยายความ aragonite และบอกคุณสมบัติที่รองรับข้อความถัดไป สามารถเขียนขยายได้เป็น “Because aragonite is the slightly more soluble molecule, ...” โครงสร้าง As + นามวลีสามารถนำเสนอตัวตน บทบาท หรือคุณสมบัติที่เกี่ยวข้องของประธานเพื่อเป็นข้อมูลพื้นหลังของประโยคหลัก ในประโยคนี้ As ไม่ได้หมายถึง “ในขณะที่” และไม่ได้นำเข้าสู่เหตุการณ์ด้านเวลา
แบบฝึกหัด
วลีเปิด As the slightly more soluble molecule ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าอะราโกไนต์ปรับตัวได้แม้จะไม่ละลายเลยก็ตาม
- บอกว่าอะราโกไนต์ปรับตัวในขณะที่กำลังเปลี่ยนเป็นโมเลกุล
- นำเสนอความสามารถในการละลายที่สูงกว่าของอะราโกไนต์เป็นข้อมูลพื้นหลังที่อธิบายว่าทำไมมันจึงปรับตัวได้ดีกว่า
ดูคำตอบ
นำเสนอความสามารถในการละลายที่สูงกว่าของอะราโกไนต์เป็นข้อมูลพื้นหลังที่อธิบายว่าทำไมมันจึงปรับตัวได้ดีกว่า
so most mollusk shells have an interior layer of aragonite
3:11ดังนั้นเปลือกมอลลัสก์ส่วนใหญ่จึงมีชั้นในที่เป็นอะราโกไนต์
adapt to more or less acidic environments: ปรับตัวได้ในช่วงความเป็นกรดที่ต่างกัน
adapt to หมายถึงการปรับตัวให้เข้ากับเงื่อนไขหรือสภาพแวดล้อมและสามารถอยู่หรือทำงานได้ดีในนั้น to เป็นคำบุพบท และกรรมของคำนี้ในที่นี้คือ more or less acidic environments ส่วน better ขยาย adapt จึงหมายความว่าอะราโกไนต์ทำสิ่งนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า ในที่นี้ more or less acidic บอกสองทิศทางบนระดับความเป็นกรด คือเป็นกรดมากขึ้นหรือเป็นกรดน้อยลง ไม่ได้ใช้สำนวน more or less ในความหมายว่า “ประมาณ”
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดมีความหมายเหมือนกับ Plants can adapt to more or less humid conditions?
- พืชเหล่านั้นรับมือกับสภาพที่มีความชื้นสูงขึ้นหรือต่ำลงได้
- พืชเหล่านั้นทำให้สภาพแวดล้อมชื้นขึ้นแทนที่จะปรับตัวให้เข้ากับมัน
- พืชเหล่านั้นรับมือได้เฉพาะสภาพที่ค่อนข้างชื้นเท่านั้น
ดูคำตอบ
พืชเหล่านั้นรับมือกับสภาพที่มีความชื้นสูงขึ้นหรือต่ำลงได้
to maintain their internal pH level: infinitive ที่บอกจุดประสงค์
to maintain their internal pH level เป็นรูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายหน้าที่ของการมีชั้นอะราโกไนต์ว่า ชั้นนี้ช่วยรักษา pH ภายในให้อยู่ในระดับที่ต้องการ วลีนี้บอกจุดประสงค์ แต่ไม่ได้รับประกันว่าผลลัพธ์จะสมบูรณ์เสมอไป maintain หมายถึงทำให้สิ่งหนึ่งอยู่ในสภาพที่ต้องการหรือคงที่ โครงสร้าง maintain + สภาวะหรือระดับที่วัดได้มักใช้กับ pH อุณหภูมิ ความดัน และความชื้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปบอกจุดประสงค์ของ maintain: The thermostat adjusts the heat ____ a steady room temperature.
ดูคำตอบ
to maintain
stronger and more versatile than the rest: รูป comparative ที่วางขนานกัน
stronger และ more versatile เป็นรูป comparative สองชุดที่วางขนานกันและเชื่อมด้วย and โดย strong เติม -er เพื่อสร้างรูป comparative ส่วนคำคุณศัพท์ที่ยาวกว่าอย่าง versatile ใช้ more ทั้งสองวลีขยายอะราโกไนต์รูปแบบเดียวกัน than the rest หมายถึง “มากกว่าสมาชิกอื่นทั้งหมดในกลุ่มเดียวกัน” ในประโยคนี้ อะราโกไนต์รูปแบบหนึ่งถูกเปรียบเทียบกับรูปแบบอื่น และ comparative ทั้งสองชุดเน้นข้อดีคนละด้าน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป comparative ของ strong และ versatile พร้อมคำที่ใช้นำการเปรียบเทียบ: In the set of samples, this material is ____ the rest.
ดูคำตอบ
stronger and more versatile than
nacre: ชั้นมุก
nacre หมายถึงชั้นมุก ซึ่งเป็นวัสดุประกอบที่แข็งแรงและเรียงเป็นชั้นอยู่ด้านในเปลือกของสัตว์จำพวกมอลลัสก์หลายชนิด วัสดุนี้ประกอบขึ้นจากโครงสร้างอะราโกไนต์ขนาดเล็กที่ยึดกันด้วยโปรตีนเป็นหลัก และยังเป็นวัสดุที่ก่อให้เกิดไข่มุกด้วย ในประโยคนี้ nacre อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคเพื่อบอกชื่อเฉพาะของวัสดุที่ก่อนหน้านี้เรียกว่า one form of aragonite การรู้จักคำนี้ช่วยให้ติดตามคำอธิบายต่อไปได้ว่าวัสดุในเปลือกชนิดนี้เกิดขึ้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ nacre หมายถึงอะไร
- วัสดุแข็งแรงที่เรียงเป็นชั้นอยู่ด้านในเปลือกของมอลลัสก์หลายชนิด ซึ่งเรียกว่าชั้นมุก
- ช่องว่างภายในผลึกอะราโกไนต์
- น้ำทะเลที่ล้อมรอบเปลือกของมอลลัสก์
ดูคำตอบ
วัสดุแข็งแรงที่เรียงเป็นชั้นอยู่ด้านในเปลือกของมอลลัสก์หลายชนิด ซึ่งเรียกว่าชั้นมุก
Mollusks make this special material by placing successive layers of aragonite
3:25มอลลัสก์สร้างวัสดุพิเศษนี้โดยการวางชั้นอะราโกไนต์ซ้อนกันอย่างต่อเนื่อง
interspersed with proteins: โปรตีนที่แทรกอยู่ระหว่างชั้น
คำว่า interspersed with proteins ขยาย successive layers of aragonite โดยบอกว่าโปรตีนอยู่ภายในหรือระหว่างชั้นอะราโกไนต์ แทนที่จะรวมตัวเป็นชั้นโปรตีนที่แยกออกมาและต่อเนื่องกัน รูปแบบที่นำไปใช้ได้ A interspersed with B หมายถึง B ปรากฏเป็นช่วง ๆ ภายใน A หรือระหว่างส่วนต่าง ๆ ของ A รูปแบบนี้เน้นการจัดวางแบบกระจายหรือสลับกัน ไม่ได้เพียงบอกว่ามีวัสดุทั้งสองชนิดอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกวางเป็นช่วง ๆ ท่ามกลางสิ่งอื่น”:The museum has ancient statues ____ modern paintings.
ดูคำตอบ
interspersed with
These layers are stacked like hexagonal bricks, สำนวน
3:32ชั้นเหล่านี้ถูกซ้อนกันเหมือนอิฐรูปหกเหลี่ยม
stacked like hexagonal bricks: อธิบายโครงสร้างด้วยการเปรียบเทียบ
ในประโยคนี้ stacked หมายถึงการจัดเรียงเป็นชั้น โดยชั้นหนึ่งวางอยู่เหนืออีกชั้นหนึ่ง ส่วน like hexagonal bricks เปรียบการเรียงตัวนี้กับรูปแบบอิฐหกเหลี่ยมที่คุ้นเคย ไม่ได้หมายความว่าชั้นเหล่านี้เป็นอิฐจริง ๆ รูปแบบ be + คำกริยาช่องสาม + like + คำนาม ช่วยให้โครงสร้างที่มองเห็นได้ยากนึกภาพตามได้ง่ายขึ้น ในที่นี้ like แสดงว่าการเรียงตัวของชั้นต่าง ๆ คล้ายกับสิ่งใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ like เพื่อช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพว่าชิ้นส่วนเล็ก ๆ เรียงตัวอย่างไร
- The scales overlap like shingles on a roof.
- The scales like shingles because they are on a roof.
- The scales turn into real shingles on a roof.
ดูคำตอบ
The scales overlap like shingles on a roof.
each surrounded by other organic material that directs their orientation.
3:35แต่ละชั้นล้อมรอบด้วยสารอินทรีย์อื่นๆ ที่ช่วยกำหนดทิศทาง
The uniform layering and brick-like structure of nacre
3:41การซ้อนทับที่สม่ำเสมอและโครงสร้างคล้ายอิฐของเปลือกมุก
is key to: ระบุปัจจัยที่จำเป็นอย่างยิ่ง
สำนวน be key to หมายความว่าสิ่งหนึ่งจำเป็นหรือสำคัญเป็นพิเศษต่อผลลัพธ์ ในที่นี้ การเรียงชั้นอย่างสม่ำเสมอและโครงสร้างคล้ายอิฐถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้ชั้นมุกเกิดประกายเหลือบรุ้งอันเป็นเอกลักษณ์ ในรูปแบบนี้ to เป็นคำบุพบท หลัง to อาจเป็นนามวลี เช่น key to its iridescence หรือเป็นรูป -ing เมื่อส่วนเติมเต็มกล่าวถึงการกระทำ เช่น key to producing the effect
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “จำเป็นอย่างยิ่งต่อ”: Regular sleep ____ good concentration.
ดูคำตอบ
is key to
signature iridescence: ลักษณะทางภาพที่เป็นเอกลักษณ์
ในที่นี้ signature เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีลักษณะเฉพาะและจดจำได้ง่าย” ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงลายเซ็นที่เขียนด้วยมือ Signature iridescence คือเอฟเฟกต์สีคล้ายรุ้งอันโดดเด่นที่เกี่ยวข้องกับชั้นมุก โครงสร้าง signature + คำนาม ใช้เรียกลักษณะ สไตล์ ผลิตภัณฑ์ หรือการกระทำที่เชื่อมโยงอย่างชัดเจนกับบุคคลหรือสิ่งหนึ่ง เช่น signature style
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง signature iridescence หมายถึงอะไร
- หมึกสีที่ใช้เซ็นชื่อบนพื้นผิว
- ชื่อที่เขียนด้วยมือลงบนชั้นมุก
- ประกายสีรุ้งอันโดดเด่นที่ทำให้จดจำชั้นมุกได้
ดูคำตอบ
ประกายสีรุ้งอันโดดเด่นที่ทำให้จดจำชั้นมุกได้
The layers are similar in thickness to the wavelength of visible light, วลี
3:47ชั้นต่างๆ มีความหนาใกล้เคียงกับความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็นได้
similar in thickness to: ระบุด้านที่นำมาเปรียบเทียบ
รูปแบบ A is similar in X to B หมายความว่า A และ B คล้ายกันเฉพาะในด้านที่ X ระบุ ในประโยคนี้ in thickness จำกัดการเปรียบเทียบไว้ที่ความหนา กล่าวคือ ความหนาของชั้นเหล่านี้ใกล้เคียงกับความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็นได้ ใช้ similar in + property + to เมื่อต้องระบุด้านที่นำมาเปรียบเทียบ เช่น similar in size to, similar in color to และ similar in function to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ similar in + property + to และเปรียบเทียบเฉพาะความหนา: The two glass panels are ____ each other.
ดูคำตอบ
similar in thickness to
interferes with the light reflecting from the outer surface. การใช้คำ
3:55จะแทรกสอดกับแสงที่สะท้อนจากพื้นผิวภายนอก
interferes with: ความหมายเชิงเทคนิคของการแทรกสอดของคลื่น
ในประโยคด้านทัศนศาสตร์นี้ interferes with หมายถึงคลื่นแสงสะท้อนสองชุดมาพบและซ้อนทับกัน คลื่นที่รวมกันอาจทำให้แสงเข้มขึ้นหรืออ่อนลงได้ ขึ้นอยู่กับว่าเฟสของคลื่นสอดคล้องกันอย่างไร เมื่อประธานและกรรมเป็นคลื่น interfere with สามารถบรรยายการแทรกสอดของคลื่นทางกายภาพได้ ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าลำแสงหนึ่งกำลังขัดขวางการทำงานของอีกลำแสงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
interferes with หมายถึงอะไรในประโยคเกี่ยวกับแสงสะท้อนนี้?
- ลำแสงสะท้อนหนึ่งขัดขวางไม่ให้อีกลำแสงทำงาน
- ลำแสงสะท้อนสองชุดเคลื่อนที่โดยไม่ส่งผลต่อกัน
- คลื่นแสงสะท้อนสองชุดซ้อนทับและรวมกัน
ดูคำตอบ
คลื่นแสงสะท้อนสองชุดซ้อนทับและรวมกัน
strike the nacre: แสงไปถึงและตกกระทบพื้นผิว
ใน strike the nacre คำว่า strike หมายถึง “กระทบหรือไปถึงพื้นผิวของบางสิ่ง” อนุภาคของแสงสัมผัสกับชั้นมุก ในการแปลอย่างเป็นธรรมชาติอาจกล่าวว่าแสง “ตกบน” หรือ “ส่องลงบน” พื้นผิว นี่เป็นโครงสร้างกริยาที่รับกรรมโดยตรง: strike + กรรม โดยไม่ใช้คำบุพบทหน้าสิ่งที่เป็นพื้นผิว คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้ strike ในลักษณะนี้ เพราะฟังเป็นทางการกว่า hit ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ strike เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: During the experiment, a laser beam ____ the sensor and produces a reading.
ดูคำตอบ
strikes
they bounce around its multi-layered crystalline structure กริยาวลี
4:01พวกมันจะสะท้อนไปมาในโครงสร้างผลึกแบบหลายชั้น
bounce around: การสะท้อนซ้ำ ๆ ภายในพื้นที่
ในที่นี้ bounce around หมายถึงแสงสะท้อนและเปลี่ยนทิศทางซ้ำ ๆ ภายในชั้นต่าง ๆ ของผลึก เป็นการอธิบายการเคลื่อนที่ผ่านหลายส่วนของโครงสร้าง ไม่ใช่การสะท้อนเพียงครั้งเดียว คำว่า bounce ให้ภาพของการเปลี่ยนทิศทางหลังจากกระทบพื้นผิว ส่วน around แสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตามจุดต่าง ๆ ภายในบริเวณหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าแสงเปลี่ยนทิศทางซ้ำ ๆ ตามจุดต่าง ๆ ภายในพื้นที่ปิด?
- The light bounced off one mirror and left the room.
- The light passed straight through the open window.
- The light bounced around inside the mirrored room.
ดูคำตอบ
The light bounced around inside the mirrored room.
a cascade of shifting rainbows: คำเปรียบเทียบถึงสีที่ไหลต่อเนื่อง
ในวลีนี้ cascade เป็นคำเปรียบเทียบที่สื่อถึงสีคล้ายรุ้งจำนวนมากซึ่งปรากฏต่อเนื่องกันอย่างลื่นไหล ส่วน shifting หมายถึงสีเหล่านั้นเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ เมื่อแสงหรือมุมมองเปลี่ยน rainbows ไม่ได้หมายความว่ามีรุ้งจริงหลายเส้นแยกจากกัน วลีนี้สร้างภาพที่มีชีวิตชีวาของสีเหลือบรุ้งที่เคลื่อนไหว ไม่ใช่แถบสีคงที่
แบบฝึกหัด
a cascade of shifting rainbows ในประโยคนี้อธิบายถึงอะไร?
- สีคล้ายรุ้งจำนวนมากปรากฏต่อเนื่องกันอย่างลื่นไหลและเปลี่ยนอยู่ตลอด
- แถบสีคงที่หนึ่งแถบที่ไม่เปลี่ยนแปลง
- น้ำตกจริงที่ประกอบด้วยรุ้งหลายเส้นแยกจากกัน
ดูคำตอบ
สีคล้ายรุ้งจำนวนมากปรากฏต่อเนื่องกันอย่างลื่นไหลและเปลี่ยนอยู่ตลอด
it's one of the strongest and lightest biomaterials we know of. ไวยากรณ์
4:11มันเป็นหนึ่งในวัสดุชีวภาพที่แข็งแกร่งและเบาที่สุดเท่าที่เรารู้จัก
But ... isn't just ..., it's one of ...: ยกระดับไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่หนักแน่นกว่า
โครงสร้าง isn't just A; it's B นำเสนอว่า A เป็นจริงแต่ยังไม่ใช่ข้อมูลทั้งหมด แล้วจึงเพิ่มประเด็น B ที่สำคัญกว่าหรือน่าประหลาดใจกว่า ในประโยคนี้ ชั้นมุกยังคงมีความสวยงาม แต่ผู้พูดเปลี่ยนจุดเน้นไปที่ความแข็งแรงและความเบาที่โดดเด่นของมัน But ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากความประทับใจแรกที่ผู้ฟังน่าจะมี การวางข้อกล่าวอ้างที่หนักแน่นกว่าไว้ด้านหลังช่วยเน้นข้อมูลนั้นและชวนให้ผู้ฟังประเมินเรื่องนี้ใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดยังคงให้คำบรรยายแรกเป็นจริง แล้วเสริมด้วยข้อมูลที่สำคัญกว่า?
- The library is just quiet, and that is its only benefit.
- The library isn't just quiet; it also offers free tutoring every evening.
- The library isn't quiet; it closes every evening.
ดูคำตอบ
The library isn't just quiet; it also offers free tutoring every evening.
one of the strongest ... biomaterials we know of: โครงสร้างที่แสดงว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มระดับสูงสุด
คำที่เน้นไว้ทำให้โครงสร้าง one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์สมบูรณ์ the เพียงตัวเดียวใช้กับคำขั้นสูงสุดที่เชื่อมกันทั้งสองคำ คือ strongest และ lightest วลีเต็มบอกว่าชั้นมุกอยู่ในกลุ่มระดับสูงสุดสำหรับคุณสมบัติทั้งสองอย่าง แต่ไม่ได้บอกว่าชั้นมุกเป็นวัสดุเพียงชนิดเดียวที่แข็งแรงที่สุดหรือเบาที่สุด Biomaterials เป็นพหูพจน์เพราะกำลังเลือกสมาชิกหนึ่งชนิดจากกลุ่ม We know of เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่จำกัด biomaterials ไว้เฉพาะวัสดุที่เรารู้ว่ามีอยู่ Know of หมายถึงการรับรู้ว่ามีสิ่งนั้นอยู่ ไม่จำเป็นต้องรู้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ one of และรูปขั้นสูงสุดของ powerful: This telescope is ____ instruments we know of for viewing distant galaxies.
ดูคำตอบ
one of the most powerful
And it's not just oysters that produce it. ไวยากรณ์
4:15และไม่ใช่แค่หอยนางรมเท่านั้นที่สร้างมันขึ้นมา
It's not just oysters that produce ...: ขยายกลุ่มผู้กระทำออกไปนอกเหนือจาก X
ในที่นี้ It's not just oysters that produce it ใช้แก้ความเข้าใจว่ามีเพียงหอยนางรมเท่านั้นที่สร้างสารนี้ หอยนางรมยังคงรวมอยู่ในกลุ่มผู้สร้าง และประโยคนี้เสริมว่าสิ่งมีชีวิตอื่นก็สร้างสารนี้ได้เช่นกัน โครงสร้าง It's not just X that + คำกริยา เน้น X ในฐานะผู้กระทำ แล้วขยายกลุ่มออกไปนอกเหนือจาก X ใช้เมื่อใจความสำคัญคือ “มี X ด้วย แต่ไม่ได้มีเพียง X”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าไม่ได้มีเพียงผู้ใหญ่เท่านั้นที่ใช้บริการนี้
- It's not adults that use this service.
- It's not just adults that use this service.
- It's only adults that use this service.
ดูคำตอบ
It's not just adults that use this service.
deploy nacre as ...: นำสิ่งหนึ่งมาใช้เพื่อหน้าที่เฉพาะ
ในที่นี้ deploy หมายถึง “นำบางสิ่งมาใช้เพื่อทำหน้าที่เฉพาะ” สิ่งที่ถูกนำมาใช้คือชั้นมุก และ as one of their primary defense mechanisms บอกบทบาทของมัน โครงสร้าง deploy A as B หมายถึง “ใช้ A ในบทบาทของ B” ในงานเขียนด้านชีววิทยา คำกริยาที่ให้ความรู้สึกเชิงกลยุทธ์นี้นำเสนอการป้องกันว่าเป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ ไม่ได้หมายความว่าสัตว์วางแผนการกระทำนั้นอย่างมีสติเสมอไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าทีมกู้ภัยตั้งใจนำโดรนมาใช้ในบทบาทของเครื่องมือค้นหา
- The rescue team stores drones with the search tools.
- The rescue team deploys drones as search tools.
- The rescue team protects drones from the search tools.
ดูคำตอบ
The rescue team deploys drones as search tools.
If an intruding parasite or even a stray particle of sand irritates the mantle, โน้ต
4:24หากปรสิตที่บุกรุกเข้ามาหรือแม้แต่เม็ดทรายที่หลงเข้ามาทำให้แมนเทิลระคายเคือง
stray particle of sand: เม็ดทรายที่หลงมาอยู่ผิดที่
ใน stray particle of sand คำว่า stray หมายถึงอนุภาคนั้นออกจากตำแหน่งที่ควรอยู่ตามปกติและหลงเข้ามาโดยบังเอิญ จึงมองเม็ดทรายเป็นสิ่งแปลกปลอมที่อยู่ผิดที่ ไม่ใช่สิ่งที่มีคนตั้งใจนำมาวางไว้ แนวคิดเดียวกันพบได้ใน a stray dog และ a stray hair ซึ่งต่างก็ออกห่างจากตำแหน่งที่ควรอยู่ตามปกติ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ stray เพื่อแสดงว่าบางสิ่งเคลื่อนเข้าไปอยู่ในที่ที่ไม่ควรอยู่โดยบังเอิญ
- We selected a random leaf from the pile.
- The biologist examined a damaged leaf under a microscope.
- A stray leaf blew into the classroom through the open window.
ดูคำตอบ
A stray leaf blew into the classroom through the open window.
the mollusk will coat the offender in nacre-producing cells วลี
4:29มอลลัสก์จะเคลือบผู้บุกรุกด้วยเซลล์ที่สร้างเปลือกมุก
If ... irritates ..., the mollusk will coat ...: เงื่อนไขและผลลัพธ์
อนุประโยค if บอกสิ่งที่อาจเป็นตัวกระตุ้น คือมีสิ่งแปลกปลอมทำให้แมนเทิลระคายเคือง ส่วนประโยคหลักบอกปฏิกิริยาที่คาดว่าจะเกิดขึ้น คือหอยจะห่อหุ้มสิ่งนั้น รูปแบบคือ if + present simple และ will + กริยารูปพื้นฐาน แม้ว่าปฏิกิริยาจะเกิดขึ้นภายหลัง แต่ในอนุประโยค if ยังคงใช้รูปปัจจุบัน irritates ส่วน will coat อยู่ในประโยคที่บอกผลลัพธ์ รูปแบบนี้ใช้บอกผลในอนาคตที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นหรือปฏิกิริยาที่คาดการณ์ได้ในกระบวนการหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ detect และ sound โดยใช้ if + present simple และ will + กริยารูปพื้นฐาน: If the sensor ____ smoke, the alarm ____.
ดูคำตอบ
detects · will sound
coat X in Y: หุ้ม X ด้วยชั้นของ Y
coat X in Y หมายถึง “ทำให้พื้นผิวของ X ถูกคลุมด้วยชั้นของ Y” ในประโยคนี้ the offender คือ X หรือสิ่งที่ถูกหุ้ม ส่วน nacre-producing cells คือ Y หรือวัสดุที่ใช้หุ้ม โดยทั่วไป offender หมายถึงคนที่ทำผิด แต่ในที่นี้ใช้เรียกสิ่งแปลกปลอมที่ก่อการระคายเคืองในตัวมอลลัสก์แบบขำ ๆ ว่าเป็น “ตัวก่อเรื่อง” มันเป็นสิ่งที่ทำให้เกิดปัญหา ไม่ใช่อาชญากรจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาและคำบุพบทที่หายไปให้เป็นโครงสร้าง coat X in Y: Before roasting, ____ the vegetables ____ olive oil.
ดูคำตอบ
coat · in
what's known as a pearl sac: ใช้แนะนำคำศัพท์เฉพาะ
what's เป็นรูปย่อของ what is ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งที่” ดังนั้น what's known as a pearl sac จึงหมายถึง “สิ่งที่เรียกว่า pearl sac” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ form ใช้ what's known as + ชื่อ เพื่อแนะนำชื่อเรียกหรือคำศัพท์เฉพาะ ในการใช้อธิบายแบบนี้ สำนวนมีน้ำเสียงเป็นกลาง ไม่ได้สื่อว่าชื่อนั้นน่าสงสัยหรือเป็นการประชด
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่แนะนำชื่อของผลลัพธ์ได้ถูกต้อง: The layers form ___.
- what's known as a heat shield
- what knows as a heat shield
- what's known for a heat shield
ดูคำตอบ
what's known as a heat shield
These cells wrap the threat in layers of proteins and aragonite วลี
4:37เซลล์เหล่านี้จะห่อหุ้มสิ่งคุกคามด้วยชั้นโปรตีนและอะราโกไนต์
wrap the threat in layers of proteins and aragonite: โครงสร้าง wrap X in Y
ในโครงสร้าง wrap X in Y นั้น X คือสิ่งที่ถูก Y ปกคลุมหรือห่อหุ้ม ในประโยคนี้ X คือ the threat และ Y คือ layers of proteins and aragonite วลีนี้อธิบายการสะสมของวัสดุรอบสิ่งคุกคาม layers of เน้นว่ามีการเพิ่มวัสดุมากกว่าหนึ่งชั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง wrap X in Y: To protect the vase during the move, Mia ____ several towels.
ดูคำตอบ
wrapped it in
until eventually the cocoon completely absorbs the invader, ไวยากรณ์
4:41จนในที่สุดรังไหมนั้นจะดูดซับผู้บุกรุกเข้าไปจนหมด
until eventually ...: จุดสิ้นสุดของกระบวนการที่ค่อยเป็นค่อยไป
until ใช้บอกจุดสิ้นสุดของการกระทำหรือกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องมา ในประโยคนี้ กระบวนการห่อหุ้มก่อนหน้านี้ดำเนินต่อไปจนถึงจุดที่รังหุ้มดูดซับสิ่งแปลกปลอมได้ทั้งหมด eventually เพิ่มความหมายว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นหลังจากผ่านไประยะหนึ่งหรือผ่านหลายขั้นตอน เมื่อใช้ until eventually ร่วมกัน ผู้ฟังจะติดตามกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปจนถึงผลลัพธ์สุดท้ายได้ง่ายขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ until eventually: The team kept adjusting the design ____ it worked.
ดูคำตอบ
until eventually
dissolving the threat into an opalescent sphere of nacre. ไวยากรณ์
4:46และละลายสิ่งคุกคามให้กลายเป็นทรงกลมของเปลือกมุกที่ส่องประกาย
dissolving ... into ...: อนุประโยค -ing ที่เสริมผลลัพธ์
อนุประโยค -ing นี้เชื่อมกับการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและเสริมผลที่เกิดขึ้น โดยบอกว่ากระบวนการก่อนหน้าทำให้วัตถุที่เป็นภัยหมดอันตราย ด้วยการห่อหุ้มหรือเปลี่ยนมันให้เป็นทรงกลมมุกเหลือบประกาย คำว่า dissolving ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการละลายทางเคมีจริง ๆ ในรูปแบบ “อนุประโยคสมบูรณ์, อนุประโยค -ing” ส่วน -ing สามารถบอกผลโดยตรงของเหตุการณ์หลักได้ ผู้กระทำหรือสาเหตุที่ละไว้ต้องอนุมานได้ชัดจากอนุประโยคก่อนหน้า และในที่นี้ into ใช้บอกสภาพหรือรูปทรงที่เกิดขึ้นใหม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ที่ตามมาเพื่อบอกผลโดยตรงของการกระทำก่อนหน้า
- The heat softened the wax, turning it into a liquid.
- The heat softened the wax because the container was metal.
- The heat softened the wax before the test began.
ดูคำตอบ
The heat softened the wax, turning it into a liquid.
This defense mechanism is our leading theory for mollusks making pearls, วลี
4:51กลไกการป้องกันนี้เป็นทฤษฎีหลักของเราเกี่ยวกับการสร้างไข่มุกของมอลลัสก์
our leading theory for ...: คำอธิบายที่น่าเชื่อถือที่สุดในปัจจุบัน
ใน our leading theory คำว่า leading หมายถึง “สำคัญที่สุด” หรือ “ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดในขณะนี้” ไม่ได้หมายถึง “ทำหน้าที่นำ” วลีนี้เสนอคำอธิบายที่กลุ่มของผู้พูดเห็นว่าน่าเชื่อถือที่สุดตามหลักฐานที่มีอยู่ ส่วน theory แสดงว่ายังอาจมีการแก้ไขได้ For mollusks making pearls ระบุปรากฏการณ์ที่ทฤษฎีนี้ใช้อธิบาย โดย mollusks เป็นประธานที่เข้าใจได้ของ making และ for ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าทฤษฎีนี้มีไว้สำหรับสัตว์จำพวกมอลลัสก์
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ our leading theory หมายถึงอะไร
- คำอธิบายที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดในขณะนี้ แต่ยังอาจแก้ไขได้
- บุคคลที่เป็นผู้นำทีมวิจัย
- ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้วและไม่มีวันเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
คำอธิบายที่ได้รับการสนับสนุนมากที่สุดในขณะนี้ แต่ยังอาจแก้ไขได้
transforming everyday intruders into timeless treasures. สำนวน
4:56ซึ่งเปลี่ยนผู้บุกรุกในชีวิตประจำวันให้กลายเป็นสมบัติล้ำค่าเหนือกาลเวลา
เปลี่ยนสิ่งแปลกปลอมธรรมดาให้เป็นสมบัติที่อยู่เหนือกาลเวลา
transform A into B หมายถึงทำให้ A กลายเป็น B ในที่นี้ everyday intruders คือจุดเริ่มต้น ส่วน timeless treasures คือผลลัพธ์ รูป -ing ในคำว่า transforming นำเสนอการเปลี่ยนแปลงนี้ว่าเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของกระบวนการที่กล่าวถึง ถ้อยคำนี้สร้างความแตกต่างสองคู่ ได้แก่ everyday กับ timeless และ intruders กับ treasures คำว่า everyday หมายถึงธรรมดาหรือพบได้ทั่วไป ส่วน timeless สื่อถึงคุณค่าและเสน่ห์ที่คงอยู่ยาวนาน การเรียกวัสดุว่า intruders ทำให้ฟังเหมือนเป็นสิ่งที่ไม่ต้องการ แต่การเรียกผลลัพธ์ว่า treasures กลับมุมมองนั้นและทำให้ตอนจบน่าจดจำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเพื่อสื่อว่าโรงเรียนเปลี่ยนห้องที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็นห้องสมุดที่สว่าง โดยใช้ transform A into B: The school ____ a bright library.
ดูคำตอบ
transformed an unused room into
Another gem that begins its life as something completely ordinary is the opal. วลี
5:02อัญมณีอีกชนิดหนึ่งที่เริ่มต้นชีวิตจากสิ่งธรรมดาสามัญก็คือโอปอล
เริ่มต้นชีวิตจากสิ่งที่ธรรมดาอย่างยิ่ง
ใน begins its life as something completely ordinary คำว่า life ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ อนุประโยคนี้อธิบายต้นกำเนิดของอัญมณีว่า ในตอนแรกมันอยู่ในรูปของวัสดุธรรมดา ไม่ใช่อัญมณีที่ดูมีค่า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + begin/begins/began (its) life as + นามวลี ใช้บอกตัวตน รูปแบบ หรือจุดประสงค์ดั้งเดิมของคนหรือสิ่งของ และมักสื่อว่าสิ่งนั้นเปลี่ยนไปในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ begin life as: The museum ____ a train station.
ดูคำตอบ
began life as
This rock starts as water and then transforms into the most colorful gemstone on Earth. วลี
5:08หินก้อนนี้เริ่มต้นจากน้ำแล้วจึงเปลี่ยนเป็นอัญมณีที่มีสีสันที่สุดในโลก
starts as ... and then transforms into ...: จากสภาพเริ่มต้นไปสู่ผลลัพธ์
start as A บอกว่าประธานมี A เป็นวัสดุ รูปแบบ หรือสภาพเริ่มต้น ส่วน transform into B บอกผลลัพธ์ใหม่หลังจากเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในประโยคนี้ น้ำถูกนำเสนอเป็นวัสดุเริ่มต้น และอัญมณีสีสันสดใสเป็นผลลัพธ์ โครงสร้าง ประธาน + starts as A + and then transforms into B แสดงลำดับเวลาชัดเจนว่าเริ่มจาก A แล้วจึงเป็น B ใช้ as เพื่อบอกสภาพเริ่มต้น และใช้ into เพื่อบอกผลลัพธ์ที่เปลี่ยนไปเป็น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงสองส่วนจากบทเรียน: The sculpture ____ a block of clay and then ____ a detailed dragon.
ดูคำตอบ
starts as · transforms into
Dig into the science of the opal's vibrant colors with this video. กริยาวลี
5:17เจาะลึกวิทยาศาสตร์ของสีสันสดใสของโอปอลได้ในวิดีโอนี้
Dig into the science: เจาะลึกหัวข้อหนึ่ง
Dig into ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เมื่อใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่าง the science จะหมายถึงการตรวจสอบหรือสำรวจหัวข้ออย่างละเอียด ไม่ใช่การใช้เครื่องมือขุดจริง ๆ รูปคำสั่ง Dig into ... ทำหน้าที่เป็นคำเชิญชวนที่กระตือรือร้น โดยชวนผู้ชมใช้วิดีโอเพื่อเรียนรู้มากกว่าภาพรวมสั้น ๆ และเข้าใจว่าสีเหล่านั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dig into ในความหมายว่าเจาะลึกหัวข้อหนึ่ง?
- The dog began to dig into the soft soil.
- Let's dig into why the battery loses power so quickly.
- Mina dug into her backpack to find a pen.
ดูคำตอบ
Let's dig into why the battery loses power so quickly.