หลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์กคืออะไร? - Chad Orzel: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
703 คำ 174 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: อธิบายว่าความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์กเกิดจากธรรมชาติที่เป็นทั้งคลื่นและอนุภาคของวัตถุควอนตัม ไม่ใช่จากการวัดที่บกพร่อง โดยติดตามการสร้างกลุ่มคลื่นเพื่อแสดงว่า ยิ่งระบุตำแหน่งได้แม่นยำ ความแม่นยำของโมเมนตัมยิ่งต้องลดลง และในทางกลับกันก็เช่นกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. The uncertainty principle exists because — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตโครงสร้างที่บอกข้อสรุปก่อน แล้วจึงนำเสนอสาเหตุพื้นฐานของปรากฏการณ์ทันที สามารถนำกรอบนี้ไปใช้อธิบายผลทางวิทยาศาสตร์ แนวโน้มทางสังคม หรือปัญหาที่เกิดซ้ำให้ผู้ฟังติดตามเหตุผลได้ง่ายขึ้น 2. waves cancel out — กริยาวลี: เข้าใจว่า cancel out หมายถึงคลื่นสองลูกหักล้างผลของกันและกันเมื่อยอดคลื่นกับท้องคลื่นมารวมกัน และยังใช้กับแรง ผลทางตัวเลข เสียง ข้อดี หรือข้อเสียที่สวนทางกันจนแทบไม่เหลือผลสุทธิได้ด้วย 3. isn't a matter of measuring well or badly, but an inevitable result of combining particle and wave nature. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า isn't a matter of ..., but ... ใช้ปฏิเสธความเข้าใจผิดที่ดูสมเหตุสมผลก่อนแทนที่ด้วยคำอธิบายที่ถูกต้อง รูปแบบเปรียบต่างนี้ช่วยแยกปัญหาเชิงปฏิบัติที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญออกจากผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในข้อโต้แย้งแบบเป็นทางการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

The Heisenberg uncertainty principle is one of a handful of ideas from quantum physics to expand into general pop culture. โน้ต

0:06

หลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์กเป็นหนึ่งในแนวคิดจากฟิสิกส์ควอนตัมที่ขยายเข้าสู่วัฒนธรรมป๊อปทั่วไป

วลี

one of a handful of ideas: หนึ่งในแนวคิดที่มีอยู่เพียงไม่กี่แนวคิด

ใน one of a handful of ideas คำว่า a handful of หมายถึงจำนวนที่น้อยมาก เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครถือแนวคิดเหล่านั้นไว้เต็มกำมือจริง ๆ โครงสร้าง one of + a handful of + คำนามพหูพจน์ แสดงว่าสิ่งหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มเล็ก ๆ ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวเน้นว่ามีแนวคิดจากฟิสิกส์ควอนตัมเพียงน้อยมากที่เข้าสู่วัฒนธรรมสมัยนิยมในวงกว้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ามีโรงเรียนเพียงไม่กี่แห่งที่เปิดสอนหลักสูตรนี้

  1. It is one of a handful of schools offering the course.
  2. It is the only school offering the course.
  3. It is one of many schools offering the course.
ดูคำตอบ

It is one of a handful of schools offering the course.

ไวยากรณ์

to expand into general pop culture: infinitive หลังคำนามที่บอกว่าเกิดอะไรขึ้น

วลี infinitive to expand into general pop culture วางอยู่หลัง ideas และระบุว่าหมายถึงแนวคิดกลุ่มใด นั่นคือแนวคิดที่ต่อมาแพร่พ้นขอบเขตของฟิสิกส์ควอนตัมเข้าสู่วัฒนธรรมสมัยนิยมในวงกว้าง ในบริบทนี้ to expand บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับแนวคิดเหล่านั้นในภายหลัง ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของแนวคิด รูปแบบที่เขียนเต็มขึ้นคือ ideas that expanded into general pop culture

แบบฝึกหัด

to expand into general pop culture ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. บอกว่าวัฒนธรรมสมัยนิยมวางแผนจะศึกษาฟิสิกส์ควอนตัม
  2. บอกจุดประสงค์ที่นักฟิสิกส์ใช้ในการสร้างแนวคิดเหล่านี้
  3. ระบุแนวคิดที่ต่อมาแพร่เข้าสู่วัฒนธรรมสมัยนิยมในวงกว้าง
ดูคำตอบ

ระบุแนวคิดที่ต่อมาแพร่เข้าสู่วัฒนธรรมสมัยนิยมในวงกว้าง

It says that you can never simultaneously know the exact position and the exact speed of an object การใช้คำ

0:14

โดยกล่าวไว้ว่าคุณไม่มีทางรู้ตำแหน่งที่แน่นอนและความเร็วที่แน่นอนของวัตถุได้พร้อมกัน

การใช้คำ

never simultaneously know: ข้อจำกัดอยู่ที่การรู้ทั้งสองอย่างพร้อมกัน

ใน never simultaneously know คำว่า simultaneously หมายถึง “ในเวลาเดียวกัน” ข้อจำกัดอยู่ที่การรู้ตำแหน่งที่แน่นอนและความเร็วที่แน่นอนพร้อมกัน ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าค่าแต่ละค่าไม่อาจรู้ได้เลยเมื่อพิจารณาแยกกัน โดยทั่วไป เมื่อ never ครอบคลุมการกระทำหรือสภาวะสองอย่างที่เชื่อมด้วย simultaneously สิ่งที่เป็นไปไม่ได้คือการเกิดร่วมกัน ไม่ได้แปลว่าแต่ละอย่างจะเป็นไปไม่ได้เมื่อแยกกัน

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ never simultaneously know ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง

  1. ค่าที่แน่นอนทั้งสองค่าไม่สามารถรู้ได้เลยแม้จะแยกพิจารณาทีละค่า
  2. คุณอาจรู้ค่าที่แน่นอนค่าใดค่าหนึ่งได้ แต่ไม่สามารถรู้ค่าที่แน่นอนทั้งสองพร้อมกันได้
  3. ค่าที่แน่นอนทั้งสองสามารถรู้พร้อมกันได้ แต่เป็นช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
ดูคำตอบ

คุณอาจรู้ค่าที่แน่นอนค่าใดค่าหนึ่งได้ แต่ไม่สามารถรู้ค่าที่แน่นอนทั้งสองพร้อมกันได้

and shows up as a metaphor in everything from literary criticism to sports commentary. โน้ต

0:20

และปรากฏเป็นคำเปรียบเปรยในทุกวงการ ตั้งแต่การวิจารณ์วรรณกรรมไปจนถึงการบรรยายกีฬา

กริยาวลี

shows up as a metaphor: ปรากฏในรูปแบบของคำเปรียบเปรย

ในที่นี้ shows up หมายถึง “ปรากฏ” หรือ “พบได้” ไม่ได้หมายถึง “มาถึง” ส่วน as a metaphor บอกว่าวิธีหรือบทบาทที่แนวคิดนี้ปรากฏคือการเป็นคำเปรียบเปรย ผู้คนนำแนวคิดนี้ไปใช้เป็นคำเปรียบเปรยในการวิจารณ์วรรณกรรม การบรรยายกีฬา และวงการอื่น ๆ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ X shows up as Y หมายถึง X ปรากฏให้เห็นในรูปแบบหรือบทบาทของ Y

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ shows up as ใช้บอกรูปแบบที่ปัญหาปรากฏ

  1. The developer shows up at the office before nine.
  2. The software bug shows up as a blank screen on some phones.
  3. The software bug shows up in the latest test report.
ดูคำตอบ

The software bug shows up as a blank screen on some phones.

ไวยากรณ์

everything from A to B: ใช้สองจุดปลายเพื่อแสดงขอบเขตกว้าง

Everything from literary criticism to sports commentary ยกจุดปลายสองด้านที่แตกต่างกันมาก เพื่อแสดงว่าอุปลักษณ์นี้ปรากฏอยู่ในหลากหลายวงการ คำว่า everything เน้นว่ามีวงการอื่น ๆ รวมอยู่ด้วยอีกมาก ไม่ได้มีเพียงสองตัวอย่างที่กล่าวถึง ในที่นี้ from A to B ใช้จัดช่วงของตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง คุณสามารถใช้ everything from A to B เมื่อจุดปลายสองด้านช่วยสื่อถึงขอบเขตที่กว้างได้อย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างบอกขอบเขต everything from A to B ให้สมบูรณ์: The library has books on everything ____ space travel ____ ancient history.

ดูคำตอบ

from · to

Uncertainty is often explained as a result of measurement, ไวยากรณ์

0:26

ความไม่แน่นอนมักถูกอธิบายว่าเป็นผลมาจากการวัด

ไวยากรณ์

is often explained as a result of: ใช้รายงานคำอธิบายที่พบบ่อย

คำว่า is often explained เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดย Uncertainty เป็นสิ่งที่ได้รับการอธิบาย ส่วนผู้ที่ให้คำอธิบายนั้นไม่ได้ถูกระบุ as a result of measurement บอกเนื้อหาของคำอธิบาย ซึ่งก็คือแนวคิดที่ว่าการวัดทำให้เกิดความไม่แน่นอน often บอกว่าคำอธิบายนี้พบได้บ่อย การรายงานคำอธิบายที่พบบ่อยไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าผู้พูดยอมรับว่าเป็นข้อเท็จจริง โครงสร้างนี้เหมาะสำหรับนำเสนอคำอธิบายที่คุ้นเคยก่อนจะนำไปอภิปรายหรือตั้งคำถาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างกรรมวาจกได้ถูกต้องเพื่อรายงานคำอธิบายที่พบบ่อย

  1. The decline often explains as a result of rising costs.
  2. The decline is often explained as a result of rising costs.
  3. Rising costs are often explained the decline as a result.
ดูคำตอบ

The decline is often explained as a result of rising costs.

that the act of measuring an object's position changes its speed or vice versa. โน้ต

0:29

นั่นคือการกระทำเพื่อวัดตำแหน่งของวัตถุจะทำให้ความเร็วของมันเปลี่ยนไป หรือในทางกลับกัน

ไวยากรณ์

the act of measuring: ตั้งชื่อให้การกระทำ

โครงสร้าง the act of + -ing ใช้เรียกการกระทำหนึ่งให้เป็นสิ่งที่นำมาพูดถึงหรือวิเคราะห์ได้ ในที่นี้ the act of measuring หมายถึง “การกระทำของการวัด” โดย act หมายถึงการกระทำ ไม่ใช่การแสดง นามวลีเต็ม the act of measuring an object's position เป็นประธานของ changes โครงสร้างนี้ทำให้ประโยคเน้นผลที่เกิดจากการวัด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป the act of + -ing ของ press: ____ the emergency switch stopped the machine.

ดูคำตอบ

The act of pressing

วลี

or vice versa: สลับความสัมพันธ์กลับด้าน

Or vice versa หมายถึง “หรือความสัมพันธ์แบบเดิมเมื่อสลับสองฝ่ายกลับกัน” ช่วยไม่ให้ต้องพูดประโยคที่สองซ้ำเต็ม ๆ เมื่อผู้ฟังสามารถเข้าใจความสัมพันธ์ที่กลับด้านได้ ในที่นี้ ทิศทางแรกคือการวัดตำแหน่งของวัตถุทำให้ความเร็วเปลี่ยนไป ส่วนทิศทางกลับกันคือการวัดความเร็วทำให้ตำแหน่งเปลี่ยนไป Vice versa หมายถึงการสลับความสัมพันธ์นี้ ไม่ได้เพิ่มการกระทำอีกอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “หรือสลับบทบาทกัน”: One teammate can navigate while the other drives, ____.

ดูคำตอบ

or vice versa

The real origin is much deeper and more amazing.

0:34

จุดกำเนิดที่แท้จริงนั้นลึกซึ้งและน่าทึ่งยิ่งกว่านั้นมาก

The uncertainty principle exists ลำดับความ

0:38

หลักความไม่แน่นอนดำรงอยู่

because everything in the universe behaves like both a particle and a wave at the same time. ไวยากรณ์

0:40

เพราะทุกสิ่งในจักรวาลล้วนมีพฤติกรรมเป็นทั้งอนุภาคและคลื่นในเวลาเดียวกัน

ลำดับความ

The uncertainty principle exists because: กล่าวถึงปรากฏการณ์ก่อน แล้วจึงบอกสาเหตุ

อนุประโยคนี้ระบุปรากฏการณ์ที่จะอธิบายก่อนว่า The uncertainty principle exists จากนั้น because จึงนำเข้าสู่เหตุผลหลักที่ผู้พูดใช้説明ปรากฏการณ์นั้น รูปแบบการจัดข้อมูลที่นำไปใช้ต่อได้คือ X exists because Y กล่าวก่อนว่าสิ่งใดมีอยู่ แล้ววางสาเหตุไว้หลัง because ในประโยคนี้ เนื้อหาหลัง because คือคำอธิบายหลัก ไม่ใช่ข้อมูลพื้นหลังเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุปรากฏการณ์ก่อน แล้วจึงบอกสาเหตุของปรากฏการณ์นั้น?

  1. The pattern exists, but the system repeats the same process every hour.
  2. The pattern exists because the system repeats the same process every hour.
  3. Because the system repeats every hour, the pattern might exist.
ดูคำตอบ

The pattern exists because the system repeats the same process every hour.

ไวยากรณ์

both a particle and a wave: คุณสมบัติสองอย่างที่เป็นจริงพร้อมกัน

ใน both a particle and a wave โครงสร้าง both A and B เชื่อมกลุ่มคำนามสองกลุ่มที่มีรูปแบบขนานกัน และบอกว่าคำอธิบายทั้งสองอย่างเป็นจริงพร้อมกัน กลุ่มคำทั้งสองหลัง behaves like อธิบายสองลักษณะที่ทุกสิ่งสามารถแสดงออกได้ ไม่ได้เป็นตัวเลือกให้เลือกเพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง A และ B ควรมีรูปแบบไวยากรณ์ที่สอดคล้องกัน ในที่นี้แต่ละด้านเป็นกลุ่มคำนามนับได้เอกพจน์ที่มีคำนำหน้านามของตนเอง ได้แก่ a particle และ a wave

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย both ... and เพื่อบอกว่าคุณสมบัติทั้งสองอย่างเป็นจริง: The material is ____ light ____ strong.

ดูคำตอบ

both · and

In quantum mechanics,

0:46

ในกลศาสตร์ควอนตัม

the exact position and exact speed of an object have no meaning. การใช้คำ

0:47

ตำแหน่งที่แน่นอนและความเร็วที่แน่นอนของวัตถุนั้นไม่มีความหมายใดๆ

การใช้คำ

have no meaning: นิยามไม่ได้ภายในกรอบหนึ่ง

ในที่นี้ have no meaning ไม่ได้บอกว่าผู้คนไม่เข้าใจถ้อยคำ แต่หมายความว่า ภายในกรอบทฤษฎีที่กำลังกล่าวถึง ตำแหน่งที่แน่นอนและความเร็วที่แน่นอนของวัตถุไม่ใช่ปริมาณที่นิยามได้อย่างชัดเจนพร้อมกัน สำนวนนี้มีความหมายแรงกว่า we do not know การขาดความรู้ยังเปิดโอกาสให้มีคำตอบได้ แต่ have no meaning บอกว่าการจับคู่ค่าที่แน่นอนตามที่เสนอไม่ใช่คำอธิบายที่ใช้ได้ภายใต้เงื่อนไขเหล่านั้น

แบบฝึกหัด

ในการอภิปรายทางวิทยาศาสตร์ "The quantity has no meaning in this model" หมายความว่าอย่างไร

  1. ปริมาณนี้ไม่ได้รับการนิยามภายในแบบจำลองนี้
  2. นักวิจัยยังไม่รู้ค่าของปริมาณนี้
  3. ปริมาณนี้มีนิยามที่ซ่อนอยู่ซึ่งยังไม่มีใครค้นพบ
ดูคำตอบ

ปริมาณนี้ไม่ได้รับการนิยามภายในแบบจำลองนี้

To understand this,

0:52

เพื่อทำความเข้าใจสิ่งนี้

we need to think about what it means to behave like a particle or a wave. ไวยากรณ์

0:53

เราจำเป็นต้องคิดว่าการมีพฤติกรรมแบบอนุภาคหรือคลื่นนั้นหมายความว่าอย่างไร

ไวยากรณ์

what it means to behave like: ลำดับคำในอนุประโยคที่ฝังอยู่

คำว่า what it means to behave like ... เป็นอนุประโยคคำถามแบบ wh ที่ฝังอยู่หลัง think about อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ about และถามหาคำนิยามของการแสดงพฤติกรรมแบบเดียวกับอนุภาคหรือคลื่น เมื่ออยู่ในประโยคใหญ่ อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what it means โดย it อยู่ก่อน means รูปแบบนี้ใช้เพื่อเปิดประเด็นคำนิยามหรือทำให้แนวคิดชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบอนุประโยคที่ฝังอยู่ของ "What does it mean to behave like ...?": The class discusses ____ a responsible digital citizen.

ดูคำตอบ

what it means to behave like

Particles by definition วลี

0:57

โดยนิยามแล้ว อนุภาค

วลี

by definition: ข้อสรุปที่เป็นจริงตามคำนิยาม

by definition หมายถึง ตามความหมายหรือกฎที่ใช้กำหนดคำนั้น วลีนี้บอกว่าข้อความถัดไปต้องเป็นจริงกับทุกสิ่งที่อยู่ในประเภทนั้น ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังทำการนิยามบางสิ่ง ในข้อความส่วนนี้ by definition อยู่หลัง Particles และใช้เกริ่นคุณสมบัติที่รวมอยู่ในคำนิยามของอนุภาค วลีเดียวกันนี้ใช้บอกพื้นฐานของข้อสรุปเมื่ออธิบายคำศัพท์ กฎ และประเภทต่าง ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงว่าข้อเท็จจริงนี้มาจากคำนิยามของคำโดยตรง: ____, a triangle has three sides.

ดูคำตอบ

By definition

exist in a single place at any instant in time. วลี

0:58

จะดำรงอยู่ในสถานที่เดียว ณ เสี้ยววินาทีใดๆ ก็ตาม

วลี

at any instant in time: ณ ทุกช่วงเวลาที่แม่นยำ

at any instant in time หมายถึง ณ ช่วงเวลาที่แม่นยำใด ๆ ที่เลือก ในที่นี้ instant เป็นคำนามที่หมายถึงจุดหนึ่งที่แน่นอนในเวลา และ any บอกว่าข้อความนั้นเป็นจริงไม่ว่าจะเลือกช่วงเวลาใด ไม่ได้หมายถึงอย่างรวดเร็วมาก วลีนี้มองเวลาแยกทีละขณะ ในประโยคนี้ วัตถุมีตำแหน่งหนึ่งตำแหน่งในแต่ละขณะ แต่ตำแหน่งอาจเปลี่ยนไปในอีกขณะหนึ่งได้ วลีนี้ไม่ได้บอกว่าวัตถุอยู่ที่เดิมตลอดเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าสามารถระบุตำแหน่งของวัตถุได้สำหรับทุกช่วงเวลาที่แม่นยำซึ่งนำมาพิจารณา

  1. The system reports the object's position instantly.
  2. The system reports the object's position at some instant in time.
  3. The system reports the object's position at any instant in time.
ดูคำตอบ

The system reports the object's position at any instant in time.

We can represent this by a graph showing the probability of finding the object at a particular place, วลี

1:01

เราสามารถแสดงสิ่งนี้ด้วยกราฟที่แสดงความน่าจะเป็นในการพบวัตถุ ณ ตำแหน่งเฉพาะ

วลี

can represent this by a graph showing ...: แทนสิ่งหนึ่งด้วยกราฟที่แสดง...

Represent A by B หมายถึง “ใช้ B เพื่อถ่ายทอดหรือแสดง A” ในประโยคนี้ this คือ A และ a graph คือ B ดังนั้น can represent this by a graph จึงหมายความว่าแนวคิดนี้สามารถแสดงออกเป็นภาพได้ Showing the probability ... เป็นวลีรูป participle ที่ขยาย a graph และบอกว่ากราฟแสดงอะไร ไม่ใช่กริยาหลักอีกการกระทำหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ represent A by a graph or chart showing + ข้อมูล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ represent A by a chart showing ... ได้ถูกต้อง

  1. We can represent by the results a chart showing monthly changes.
  2. We can represent the results by a chart showing monthly changes.
  3. We can represent the results by a chart shows monthly changes.
ดูคำตอบ

We can represent the results by a chart showing monthly changes.

วลี

the probability of finding ...: ความน่าจะเป็นที่จะพบ...

The probability of finding ... หมายถึง “ความน่าจะเป็นที่จะพบ...” probability เป็นคำนามหลัก และ of finding ... ระบุเหตุการณ์ที่กำลังวัดโอกาสเกิด ในโครงสร้างนี้ of เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงอยู่ในรูป -ing: probability of finding ไม่ใช่ probability of find ในบริบทนี้ finding the object หมายถึงการระบุตำแหน่งหรือตรวจพบวัตถุจากการสังเกตหรือการวัด ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการค้นพบสิ่งที่ไม่เคยรู้จักมาก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: Researchers estimated ____ finding clean water in the area.

ดูคำตอบ

the probability of

which looks like a spike, การใช้คำ

1:07

ซึ่งดูเหมือนยอดแหลม

100% at one specific position and zero everywhere else.

1:09

นั่นคือมีโอกาส 100% ที่ตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง และเป็นศูนย์ในที่อื่นๆ

การใช้คำ

looks like a spike: อธิบายยอดแหลมบนกราฟ

Looks like a spike ใช้รูปร่างที่คุ้นเคยมาอธิบายกราฟ ในประโยคนี้ ค่าขึ้นไปถึง 100% ที่ตำแหน่งหนึ่งเพียงตำแหน่งเดียวและเป็นศูนย์ในตำแหน่งอื่น จึงทำให้กราฟมียอดที่แคบและสูงหนึ่งยอด ในการอธิบายกราฟ spike หมายถึงยอดแหลมที่พุ่งขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงวัตถุแหลมที่มีอยู่จริง โครงสร้าง look like + คำนามช่วยให้เรานึกภาพรูปร่างนามธรรมโดยเปรียบเทียบกับรูปร่างที่คุ้นเคย

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับความหมายของ spike ในประโยคนี้มากที่สุด

  1. ตะปูโลหะที่ติดอยู่กับกราฟ
  2. ยอดแคบที่พุ่งขึ้นอย่างฉับพลันบนกราฟ
  3. เส้นราบที่พาดผ่านกราฟ
ดูคำตอบ

ยอดแคบที่พุ่งขึ้นอย่างฉับพลันบนกราฟ

Waves,

1:13

ในทางกลับกัน

on the other hand, ลำดับความ

1:13

คลื่น

are disturbances spread out in space, กริยาวลี

1:14

คือการรบกวนที่แผ่กระจายออกไปในอวกาศ

ลำดับความ

on the other hand: บอกอีกด้านหนึ่งของความแตกต่าง

On the other hand เป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกด้านหนึ่งที่แตกต่างกันในการเปรียบเทียบ ข้อมูลก่อนหน้านี้อธิบายอนุภาค ส่วนประโยคนี้เปลี่ยนไปพูดถึงคลื่นและชี้ให้ผู้ฟังเปรียบเทียบพฤติกรรมในอวกาศที่ต่างกันของทั้งสองสิ่ง เมื่อวางไว้หลัง Waves และคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้จะทำเครื่องหมายว่า Waves เป็นหัวข้อใหม่ที่นำมาเปรียบต่าง ไม่ได้หมายถึง “มืออีกข้าง” ตามตัวอักษร และด้านแรกไม่จำเป็นต้องมี on the one hand

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเชื่อมที่ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองอย่างโดยไม่ปฏิเสธข้อเท็จจริงแรก

  1. The neighborhood is noisy. For example, the rent is affordable.
  2. The neighborhood is noisy. On the contrary, the rent is affordable.
  3. The neighborhood is noisy. On the other hand, the rent is affordable.
ดูคำตอบ

The neighborhood is noisy. On the other hand, the rent is affordable.

กริยาวลี

spread out in space: บอกการกระจายในบริเวณกว้าง

ในประโยคนี้ spread out in space บรรยายการรบกวนที่อยู่ตามตำแหน่งต่าง ๆ ทั่วบริเวณ แทนที่จะกระจุกอยู่ที่จุดเดียว คำว่า out เพิ่มความหมายว่าการกระจายกินขอบเขตกว้างขึ้น ส่วน in space บอกว่าการกระจายนั้นอยู่ที่ใด ในทางไวยากรณ์ spread out in space เป็นวลี past participle ที่วางหลัง disturbances เพื่อขยายคำนั้น ตรงนี้สื่อถึงสภาพที่กระจายตัวอยู่ ไม่ได้หมายเพียงว่าบางสิ่งเคลื่อนไปข้างหน้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย spread out เพื่อบอกว่าสิ่งต่าง ๆ กระจายอยู่ในบริเวณกว้าง: The weather stations are ____ across the island.

ดูคำตอบ

spread out

like ripples covering the surface of a pond. ลำดับความ

1:17

เหมือนระลอกน้ำที่ปกคลุมผิวน้ำในสระ

ลำดับความ

like ripples covering the surface of a pond: ใช้การเปรียบเทียบที่เป็นรูปธรรม

ในคำอธิบายนี้ like ripples covering the surface of a pond ใช้ภาพที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรม ช่วยให้ผู้อ่านนึกภาพคลื่นที่แผ่ไปทั่วบริเวณ เช่นเดียวกับระลอกคลื่นที่มองเห็นได้ซึ่งแผ่ไปบนผิวน้ำ ส่วน covering the surface of a pond ขยายคำว่า ripples และเน้นลักษณะที่ทั้งสองสิ่งมีร่วมกัน สระน้ำไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์จริง ในคำอธิบาย like สามารถนำเข้าสู่การเปรียบเทียบได้ โดยสองสิ่งคล้ายกันในลักษณะที่กำลังอธิบาย แต่ไม่ได้เป็นสิ่งเดียวกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยค "A rumor moved through the crowd like ripples spreading across water," วลีที่ขึ้นต้นด้วย like ทำหน้าที่อะไร?

  1. บอกว่าฝูงชนกำลังยืนอยู่ในสระน้ำจริง ๆ
  2. ให้ภาพที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายว่าข่าวลือแพร่ไปอย่างไร
  3. ระบุว่าน้ำเป็นต้นกำเนิดของข่าวลือ
ดูคำตอบ

ให้ภาพที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายว่าข่าวลือแพร่ไปอย่างไร

We can clearly identify features of the wave pattern as a whole, วลี

1:20

เราสามารถระบุลักษณะเฉพาะของรูปแบบคลื่นโดยรวมได้อย่างชัดเจน

วลี

as a whole: มองสิ่งหนึ่งเป็นหน่วยที่สมบูรณ์ทั้งหมด

ในที่นี้ as a whole หมายถึง “เมื่อพิจารณารูปแบบของคลื่นทั้งหมดเป็นหน่วยเดียว” วลีนี้กำหนดมุมมองในการระบุลักษณะต่าง ๆ โดยลักษณะเหล่านั้นเป็นของรูปแบบโดยรวม ไม่ใช่ของจุดใดจุดหนึ่งบนคลื่น วลีนี้ใช้ตามหลังนามวลีหรือใกล้ท้ายอนุประโยคได้ โดยเน้นสิ่งของหรือกลุ่มทั้งหมด และไม่ได้หมายถึง “อย่างสมบูรณ์”

แบบฝึกหัด

as a whole ใน “We need to examine the system as a whole” หมายถึงอะไร?

  1. เราต้องพิจารณาระบบทั้งหมดเป็นหนึ่งหน่วย
  2. เราต้องตรวจสอบเพียงส่วนเดียวของระบบ
  3. เราต้องตรวจสอบระบบอย่างสมบูรณ์และไม่ปล่อยให้อะไรค้างอยู่
ดูคำตอบ

เราต้องพิจารณาระบบทั้งหมดเป็นหนึ่งหน่วย

most importantly, ลำดับความ

1:23

ที่สำคัญที่สุดคือ

its wavelength,

1:24

ความยาวคลื่นของมัน

which is the distance between two neighboring peaks or two neighboring valleys. ไวยากรณ์

1:25

ซึ่งก็คือระยะห่างระหว่างจุดสูงสุดสองจุดที่อยู่ติดกัน หรือจุดต่ำสุดสองจุดที่อยู่ติดกัน

ลำดับความ

most importantly: ชี้ข้อมูลที่มีความสำคัญสูงสุด

most importantly เป็นคำเชื่อมระดับข้อความที่จัดลำดับความสำคัญของข้อมูล โดยบอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปสำคัญกว่าประเด็นอื่นที่กำลังกล่าวถึง ซึ่งในที่นี้คือความยาวคลื่น คำนี้แสดงความสำคัญของแนวคิดทั้งหมดที่ตามมา ไม่ได้อธิบายว่าการกระทำหนึ่งเกิดขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

เลือกสำนวนที่ทำให้ความปลอดภัยเป็นประเด็นที่มีความสำคัญสูงสุด: “We should stay on schedule, but _____, we must keep everyone safe.”

  1. at the same time
  2. for example
  3. most importantly
ดูคำตอบ

most importantly

ไวยากรณ์

คำศัพท์, which is + คำนิยาม

Which ย้อนกลับไปอ้างถึง wavelength ส่วนที่เหลือของอนุประโยคให้นิยามว่าเป็นระยะห่างระหว่างยอดคลื่นที่อยู่ติดกันสองยอด หรือท้องคลื่นที่อยู่ติดกันสองท้อง นี่ไม่ใช่คำถาม แต่ which ใช้นำอนุประโยคสัมพันธ์ที่ให้คำอธิบาย ด้วยรูปแบบ คำศัพท์, which is + คำนิยาม ผู้พูดสามารถบอกคำศัพท์แล้วอธิบายได้ทันที เครื่องหมายจุลภาคบอกว่าอนุประโยคนี้เป็นข้อมูลเสริมที่ไม่ใช้จำกัดความ ไม่ใช่ข้อมูลสำหรับเลือกสิ่งหนึ่งจากหลายสิ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ คำศัพท์, which is + คำนิยาม: Density, ____ mass per unit volume, is an important property of matter.

ดูคำตอบ

which is

But we can't assign it a single position. วลี

1:30

แต่เราไม่สามารถกำหนดตำแหน่งที่แน่ชัดเพียงตำแหน่งเดียวให้กับมันได้

วลี

assign it a single position: กำหนดตำแหน่งให้วัตถุ

วลี can't assign it a single position หมายถึงไม่สามารถกำหนดตำแหน่งที่แน่นอนเพียงตำแหน่งเดียวให้มันได้ ในโครงสร้าง assign + กรรม + ค่า บทบาท หรือตำแหน่ง it คือสิ่งที่ได้รับการกำหนด และ a single position คือข้อมูลที่จะกำหนดให้มัน ในที่นี้ assign หมายถึงกำหนดหรือให้เป็นค่าอย่างเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงมอบหมายงานให้คนเท่านั้น โครงสร้างนี้ยังใช้เมื่อกำหนดตัวเลข ป้ายกำกับ บทบาท หรือตำแหน่งให้คนหรือสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ assign + กรรม + ค่า ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงการกำหนดค่าที่ใช้ระบุสิ่งหนึ่ง?

  1. The system assigns a unique number each sample.
  2. The system assigns each sample with a unique number.
  3. The system assigns each sample a unique number.
ดูคำตอบ

The system assigns each sample a unique number.

It has a good probability of being in lots of different places. วลี

1:32

มันมีความน่าจะเป็นสูงที่จะอยู่ในหลายๆ ที่ที่แตกต่างกัน

วลี

a good probability of being in: good ที่ใช้บอกระดับ

ใน a good probability คำว่า good บอกระดับ หมายถึงความน่าจะเป็นที่ค่อนข้างสูงหรือมากพอสมควร ไม่ได้หมายถึง “ดี” ในเชิงศีลธรรม ดังนั้น a good probability of being in ... จึงหมายถึงมีโอกาสค่อนข้างมากที่จะอยู่ในสถานที่หรือสภาวะที่กล่าวต่อจากนั้น โครงสร้างคือ a probability of + รูป -ing ในที่นี้ being in นำเข้าสถานที่ที่อาจอยู่ และ lots of different places เติมความคิดนั้นให้สมบูรณ์ สำนวนนี้ไม่ได้ระบุตัวเลขความน่าจะเป็นที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

a good probability ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ความน่าจะเป็นเชิงตัวเลขที่แน่นอน
  2. ความน่าจะเป็นที่ค่อนข้างสูงหรือมากพอสมควร
  3. ผลลัพธ์ที่ดีในเชิงศีลธรรม
ดูคำตอบ

ความน่าจะเป็นที่ค่อนข้างสูงหรือมากพอสมควร

Wavelength is essential for quantum physics

1:36

ความยาวคลื่นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับฟิสิกส์ควอนตัม

because an object's wavelength is related to its momentum, วลี

1:39

เพราะความยาวคลื่นของวัตถุสัมพันธ์กับโมเมนตัมของมัน

วลี

is related to its ...: การเชื่อมโยงแนวคิดสองอย่าง

Be related to หมายถึงมีความเชื่อมโยงกับบางสิ่ง ในประโยคนี้ is related to เชื่อมความยาวคลื่นกับโมเมนตัม ส่วน its เป็นคำกำหนดแสดงความเป็นเจ้าของที่อ้างถึงวัตถุนั้น ดังนั้น its momentum จึงหมายถึงโมเมนตัมของวัตถุนั้น วลีนี้ระบุว่ามีความสัมพันธ์กัน แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวมันเองว่าสิ่งหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกสิ่งหนึ่ง ใช้เมื่อหลักฐานสนับสนุนเพียงว่ามีความเชื่อมโยงโดยยังไม่ได้ระบุความเป็นเหตุเป็นผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be related to: Sleep quality ____ stress levels.

ดูคำตอบ

is related to

mass times velocity. การใช้คำ

1:42

ซึ่งก็คือมวลคูณด้วยความเร็ว

การใช้คำ

mass times velocity: การอ่านการคูณในสูตร

ในสูตรที่อ่านออกเสียงว่า mass times velocity คำว่า times หมายถึง “คูณด้วย” หรือ mass × velocity ภาษาอังกฤษมักอ่านสูตรคูณง่าย ๆ ในรูป A times B ในที่นี้ times เป็นคำที่บอกการคูณ ไม่ได้หมายถึง “จำนวนครั้ง” หรือ “ยุคสมัย”

แบบฝึกหัด

เติมสูตรด้วยคำภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่แสดงการคูณ: Force equals mass ____ acceleration.

ดูคำตอบ

times

A fast-moving object has lots of momentum,

1:44

วัตถุที่เคลื่อนที่เร็วย่อมมีโมเมนตัมมาก

which corresponds to a very short wavelength. วลี

1:46

ซึ่งสอดคล้องกับความยาวคลื่นที่สั้นมากๆ

วลี

which corresponds to: การเชื่อมคำอธิบายกับสิ่งที่ตรงกัน

ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปกล่าวถึงการที่วัตถุมีโมเมนตัมมาก จากนั้น corresponds to เชื่อมสภาวะนั้นกับความยาวคลื่นที่สั้นมาก Correspond to ใช้เชื่อมคำอธิบาย ค่า หรือตัวบ่งชี้กับสิ่งที่ตรงกัน เหมาะสำหรับเชื่อมสองวิธีที่ใช้อธิบายระบบเดียวกัน เช่น ค่าที่วัดได้กับสภาวะที่ค่านั้นแทน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเชื่อมค่าที่อ่านได้จากเซนเซอร์กับหมวดหมู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The sensor shows a reading of 100, which replies to the highest level on this scale.
  2. The sensor shows a reading of 100, which corresponds to the highest level on this scale.
  3. The sensor shows a reading of 100, which causes the highest level on this scale.
ดูคำตอบ

The sensor shows a reading of 100, which corresponds to the highest level on this scale.

A heavy object has lots of momentum

1:49

วัตถุที่มีน้ำหนักมากย่อมมีโมเมนตัมมาก

even if it's not moving very fast, ไวยากรณ์

1:52

แม้ว่ามันจะไม่ได้เคลื่อนที่เร็วมากนัก

which again means a very short wavelength.

1:54

ซึ่งนั่นก็หมายถึงความยาวคลื่นที่สั้นมากๆ เช่นกัน

ไวยากรณ์

even if ...: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

ใน even if it's not moving very fast คำว่า even if นำหน้าเงื่อนไขที่ดูเหมือนอาจเปลี่ยนผลลัพธ์หลัก แต่ประโยคนี้บอกว่าผลลัพธ์ยังคงเป็นจริง กล่าวคือ วัตถุหนักอาจมีโมเมนตัมมากแม้จะเคลื่อนที่ช้า ใช้ even if + อนุประโยค เมื่อข้อความหลักยังคงเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขนั้น โครงสร้างนี้เพิ่มความหมายเชิงยอมรับว่า “แม้เป็นเช่นนั้น ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยน” ซึ่ง if แบบธรรมดาไม่ได้เน้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่แสดงว่าการตัดสินใจจะไม่เปลี่ยนภายใต้เงื่อนไขนี้: We will play outside ____ it rains.

ดูคำตอบ

even if

This is why we don't notice the wave nature of everyday objects. ลำดับความ

1:56

นี่คือเหตุผลที่เราไม่สังเกตเห็นธรรมชาติความเป็นคลื่นของวัตถุในชีวิตประจำวัน

ลำดับความ

This is why: ย้อนอ้างเหตุผลแล้วนำเสนอผลลัพธ์

This is why ย้อนอ้างถึงคำอธิบายหรือเหตุผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้า แล้วนำเสนอผลลัพธ์ที่ตามมา ในที่นี้ This หมายถึงกระบวนการให้เหตุผลก่อนหน้าทั้งหมดเกี่ยวกับวัตถุในชีวิตประจำวันที่มีความยาวคลื่นสั้นมาก ไม่ได้หมายถึงคำนามที่อยู่ใกล้เพียงคำเดียว รูปแบบคือ This is why + อนุประโยคที่เป็นผลลัพธ์ โครงสร้างนี้จัดข้อมูลตามลำดับเหตุผลก่อนแล้วจึงตามด้วยผลลัพธ์ และช่วยจบคำอธิบายได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดนำเสนอถนนที่เป็นน้ำแข็งเป็นเหตุผล และโรงเรียนเปิดช้าเป็นผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง?

  1. The roads were icy. This is because the school opened late.
  2. The school opened late. This is why the roads were icy.
  3. The roads were icy. This is why the school opened late.
ดูคำตอบ

The roads were icy. This is why the school opened late.

If you toss a baseball up in the air,

2:00

หากคุณโยนลูกเบสบอลขึ้นไปในอากาศ

its wavelength is a billionth of a trillionth of a trillionth of a meter,

2:02

ความยาวคลื่นของมันจะเป็นหนึ่งในพันล้านล้านล้านล้านส่วนของหนึ่งเมตร

far too tiny to ever detect. ไวยากรณ์

2:06

ซึ่งเล็กเกินกว่าจะตรวจจับได้

ไวยากรณ์

far too ... to ever detect: เกินขีดจำกัดที่ทำได้จริงไปมาก

ใน far too tiny to ever detect ส่วน too tiny to detect หมายความว่าความยาวคลื่นมีขนาดเล็กมากจนตรวจจับไม่ได้ ส่วน far ใช้เน้น too ว่าระดับนั้นไม่ได้แค่เกินขีดจำกัดที่ทำได้ แต่เกินไปไกลมาก ever เน้นย้ำว่าจะไม่สามารถตรวจจับได้ไม่ว่าเมื่อใดหรือพยายามอย่างไรก็ตาม กรรมของ detect เข้าใจได้จากบริบทว่าคือ wavelength

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าเชือกสั้นกว่าที่ต้องการมาก จึงเอื้อมไปไม่ถึงระเบียง?

  1. The rope is short, but it still reaches the balcony.
  2. The rope is far too short to reach the balcony.
  3. The rope is far from the balcony, but it is long enough to reach it.
ดูคำตอบ

The rope is far too short to reach the balcony.

Small things like atoms or electrons,

2:09

สิ่งเล็กๆ เช่น อะตอมหรืออิเล็กตรอน

though, ลำดับความ

2:11

อย่างไรก็ตาม

can have wavelengths big enough to measure in physics experiments. ไวยากรณ์

2:12

อาจมีความยาวคลื่นมากพอที่จะวัดได้ในการทดลองทางฟิสิกส์

ลำดับความ

though, แบบแทรกกลางเพื่อแสดงความขัดแย้ง

though ในที่นี้เป็นตัวบ่งชี้ความขัดแย้งแบบแทรกกลาง มีความหมายใกล้เคียงกับ however หรือ even so โดยส่งสัญญาณว่าอะตอมและอิเล็กตรอนต่างจากวัตถุขนาดทั่วไปที่เพิ่งกล่าวถึง เพราะความยาวคลื่นของมันอาจวัดได้ though ตรงนี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยค though เมื่อตัดออก ประโยคยังคงสมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์ เครื่องหมายจุลภาคใช้แยกคำนี้ออกมาเพราะมันแสดงความขัดแย้งระหว่างข้อมูลนี้กับแนวคิดก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้ though เป็นตัวบ่งชี้ความขัดแย้งแบบแทรกกลาง แทนที่จะเป็นคำสันธานที่ขึ้นต้นอนุประโยค though?

  1. The first path is short. The second path, though, is safer.
  2. Though the first path is short, the second path is safer.
  3. The first path is short because the second path is safer.
ดูคำตอบ

The first path is short. The second path, though, is safer.

ไวยากรณ์

big enough to measure: โครงสร้าง adjective + enough + to-infinitive

ใน big enough to measure คำว่า big บอกระดับ ส่วน enough บอกว่าระดับนั้นถึงเกณฑ์ที่จำเป็นแล้ว โครงสร้างคือ adjective + enough + to-infinitive โดย big enough to measure หมายถึงสิ่งหนึ่งใหญ่จนสามารถวัดได้ ในประโยคนี้ enough อยู่หลัง big กรรมที่เข้าใจได้ของ measure คือ wavelengths กล่าวคือมีคนสามารถวัดความยาวคลื่นเหล่านั้นในการทดลองทางฟิสิกส์ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ adjective + enough + to-infinitive ได้ถูกต้อง

  1. This password is easy enough to remember.
  2. This password is enough easy to remember.
  3. This password is easy to enough remember.
ดูคำตอบ

This password is easy enough to remember.

So if we have a pure wave,

2:16

ดังนั้นหากเรามีคลื่นบริสุทธิ์

we can measure its wavelength and thus its momentum, ลำดับความ

2:17

เราสามารถวัดความยาวคลื่นของมันและหาโมเมนตัมของมันได้

but it has no position.

2:20

แต่มันกลับไม่มีตำแหน่ง

ลำดับความ

and thus its momentum: แสดงผลลัพธ์โดยละ measure

ใน and thus its momentum คำว่า thus แสดงว่ากลุ่มคำนามที่สองเป็นผลจากการวัดครั้งแรก กล่าวคือเมื่อรู้ความยาวคลื่น เราก็หาโมเมนตัมได้ คำอธิบายจึงเดินจากขั้นตอนหนึ่งไปสู่ผล ไม่ใช่การวางสองเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกันไว้ด้วยกัน หลัง and thus มีการละ measure เพราะเข้าใจได้อยู่แล้วจาก we can measure รูปเต็มคือ we can measure its wavelength and thus measure its momentum ภาษาอังกฤษมักละกริยาที่ซ้ำในโครงสร้างที่เชื่อมกันเมื่อความหมายยังชัดเจน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ and thus อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงว่าผลลัพธ์แรกนำไปสู่ผลลัพธ์ที่สอง

  1. The calculation gave us the radius and thus a blue notebook.
  2. The calculation gave us the radius and thus the weather forecast.
  3. The calculation gave us the radius and thus the diameter.
ดูคำตอบ

The calculation gave us the radius and thus the diameter.

We can know a particle's position very well,

2:22

เราอาจรู้ตำแหน่งของอนุภาคได้เป็นอย่างดี

but it doesn't have a wavelength,

2:25

แต่มันไม่มีความยาวคลื่น

so we don't know its momentum.

2:26

ดังนั้นเราจึงไม่รู้โมเมนตัมของมัน

To get a particle with both position and momentum, ไวยากรณ์

2:28

เพื่อให้ได้อนุภาคที่มีทั้งตำแหน่งและโมเมนตัม

ไวยากรณ์

with both position and momentum: การเพิ่มคุณลักษณะที่จำเป็นสองอย่าง

ใน with both position and momentum วลีที่ขึ้นต้นด้วย with อยู่หลัง particle และบอกว่ากำลังต้องการอนุภาคแบบใด ในที่นี้ with หมายถึง “ที่มี” ไม่ใช่ “โดยใช้” รูปแบบ with both A and B บอกว่าคำนามนั้นมีทั้ง A และ B พร้อมกัน โดย both เน้นคุณลักษณะที่จำเป็นทั้งสองอย่างเท่า ๆ กัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ with both A and B: The rescue team needs a vehicle with ____ speed ____ stability.

ดูคำตอบ

both · and

we need to mix the two pictures สำนวน

2:31

เราต้องผสมผสานสองภาพนี้เข้าด้วยกัน

to make a graph that has waves,

2:33

เพื่อสร้างกราฟที่มีคลื่น

but only in a small area.

2:35

แต่จำกัดอยู่เพียงแค่ในพื้นที่เล็กๆ

สำนวน

mix the two pictures: การรวมแบบจำลองเชิงแนวคิด

mix the two pictures เป็นการใช้คำเชิงเปรียบเทียบในที่นี้ โดยหมายถึงการรวมภาพแบบอนุภาคกับภาพแบบคลื่น เพื่อให้กราฟเดียวแสดงลักษณะของทั้งสองแบบ ไม่ได้หมายถึงการแก้ไขหรือผสมรูปภาพจริงสองรูป ในการอธิบายเรื่องนามธรรม picture อาจหมายถึงวิธีมองหรือทำความเข้าใจสิ่งหนึ่งโดยรวม กล่าวคือภาพเชิงแนวคิดหรือแบบจำลอง ส่วน mix จึงหมายถึงการนำส่วนต่าง ๆ ของวิธีคิดเหล่านั้นมารวมกัน

แบบฝึกหัด

mix the two pictures ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. เลือกแบบจำลองหนึ่งและปฏิเสธอีกแบบหนึ่ง
  2. แก้ไขรูปภาพจริงสองรูปให้เป็นรูปเดียว
  3. รวมวิธีทำความเข้าใจวัตถุสองวิธีเข้าด้วยกัน
ดูคำตอบ

รวมวิธีทำความเข้าใจวัตถุสองวิธีเข้าด้วยกัน

How can we do this? ลำดับความ

2:37

เราจะทำแบบนี้ได้อย่างไร?

By combining waves with different wavelengths,

2:38

ด้วยการรวมคลื่นที่มีความยาวคลื่นต่างกัน

ลำดับความ

How can we do this? By combining...: การนำเสนอวิธีการ

How can we do this? ใช้ถามถึงวิธีการ ในที่นี้ this ย้อนกลับไปหมายถึงการสร้างรูปคลื่นที่ต้องการในบริเวณเล็ก ๆ ส่วน By combining waves with different wavelengths ตอบคำถามด้วย By + รูปกริยา -ing และบอกว่าจะบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร วลี By นี้เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ผู้พูดตั้งใจใช้ ไม่ใช่ประโยคที่ขาดหายอย่างผิดไวยากรณ์ รูปแบบถามแล้วตอบเช่นนี้ช่วยให้คำอธิบายเปลี่ยนจากปัญหาไปสู่วิธีการได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบสั้น ๆ ด้วย By + รูป -ing ของ reuse: How can we reduce waste? ____ these containers.

ดูคำตอบ

By reusing

which means giving our quantum object some possibility of having different momenta. ลำดับความ

2:41

นั่นหมายถึงการเปิดโอกาสให้วัตถุควอนตัมของเรามีความน่าจะเป็นที่จะมีโมเมนตัมต่างกันได้บ้าง

ลำดับความ

which means giving...: การเชื่อมการกระทำกับความหมาย

ใน which means... คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำก่อนหน้าทั้งหมด คือการรวมคลื่นที่มีความยาวคลื่นต่างกัน ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนาม wavelengths ที่อยู่ใกล้ที่สุด จากนั้นอนุประโยคนี้อธิบายความหมายทางทฤษฎีของการกระทำนั้น หลัง means วลี giving... ให้คำอธิบายว่า วัตถุควอนตัมอาจมีโมเมนตัมต่างกัน โดยทั่วไป โครงสร้างข้อความ + which means + คำอธิบาย ใช้เชื่อมข้อเท็จจริงหรือการกระทำเข้ากับความหมายหรือผลที่ตามมา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย which means + รูป -ing ของ get: The bus leaves at six, ____ up before dawn.

ดูคำตอบ

which means getting

When we add two waves, ไวยากรณ์

2:46

เมื่อเรานำสองคลื่นมารวมกัน

ไวยากรณ์

When we add two waves: ใช้ when เพื่อวางเงื่อนไขทั่วไป

ในที่นี้ When we add two waves วางเงื่อนไขสำหรับผลที่จะกล่าวต่อไป when หมายถึง “เมื่อใดก็ตามที่” หรือ “ในกรณีที่” ไม่ได้ใช้ถามเวลา ในเรื่องคลื่น add หมายถึงการรวมหรือซ้อนทับคลื่นสองลูก ไม่ใช่การบวกเลขแบบทั่วไป คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์มักใช้ when + present simple เพื่อบรรยายกระบวนการทั่วไป กล่าวคือ ทุกครั้งที่เงื่อนไขเกิดขึ้น ผลประเภทเดียวกันก็จะตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ when + present simple ได้ถูกต้องเพื่อบอกกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ทั่วไป

  1. When metal will get hot, it expands.
  2. When did metal gets hot, it expands.
  3. When metal gets hot, it expands.
ดูคำตอบ

When metal gets hot, it expands.

we find that there are places where the peaks line up, กริยาวลี

2:47

เราจะพบว่ามีบางจุดที่ยอดคลื่นตรงกันพอดี

making a bigger wave,

2:50

ทำให้เกิดคลื่นที่ใหญ่ขึ้น

กริยาวลี

the peaks line up: line up เพื่อบอกว่าตำแหน่งตรงกัน

ในอนุประโยค the peaks line up คำว่า line up หมายถึงยอดของคลื่นต่าง ๆ อยู่ที่ตำแหน่งเดียวกัน การตรงกันนี้ทำให้ยอดคลื่นรวมกันเป็นคลื่นที่ใหญ่ขึ้นได้ แนวคิดหลักของ line up คือการเรียงหรือตรงกัน ทั้งตำแหน่ง ขอบ จุด หรือตารางเวลาก็สามารถ line up กันได้ คำนี้ยังใช้บอกว่าคนเข้าแถวได้ด้วย แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The two holes line up,” คำว่า line up หมายความว่าอะไร

  1. รูกำลังรอถึงคิวของตัวเอง
  2. รูอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน
  3. รูมีสีเหมือนกัน
ดูคำตอบ

รูอยู่ในตำแหน่งที่ตรงกัน

and other places where the peaks of one fill in the valleys of the other. วลี

2:51

และมีบางจุดที่ยอดคลื่นของคลื่นหนึ่งเติมเต็มร่องของอีกคลื่นหนึ่ง

วลี

fill in the valleys: เติมส่วนที่ต่ำ

ในประโยคนี้ fill in หมายถึง “เข้าไปเติมและทำให้พื้นที่ต่ำหรือว่างราบขึ้น” ภาพที่สื่อคือยอดของคลื่นหนึ่งอยู่ในท้องคลื่นของอีกคลื่นหนึ่ง ทำให้ความต่างระหว่างจุดสูงกับจุดต่ำลดลง กรรมของคำกริยาเป็นตัวกำหนดความหมาย: fill in a gap, hole, or valley หมายถึงเติมสิ่งที่ขาดหรือเข้าไปอยู่ในพื้นที่ว่าง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงกรอกแบบฟอร์ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fill in ในความหมายเชิงพื้นที่แบบเดียวกับ fill in the valleys?

  1. The clerk fills out the form at the desk.
  2. The sealant fills in the cracks around the window.
  3. The coach cancels the practice.
ดูคำตอบ

The sealant fills in the cracks around the window.

The result has regions where we see waves separated by regions of nothing at all.

2:55

ผลลัพธ์ที่ได้คือบริเวณที่เราเห็นคลื่นสลับกับบริเวณที่ว่างเปล่าอย่างสิ้นเชิง

If we add a third wave,

3:00

ถ้าเราเพิ่มคลื่นลูกที่สาม

the regions where the waves cancel out get bigger. กริยาวลี

3:02

บริเวณที่คลื่นหักล้างกันจะใหญ่ขึ้น

กริยาวลี

waves cancel out: ผลกระทบหักล้างกันจนเป็นศูนย์

Cancel out หมายถึง ผลกระทบที่ตรงข้ามกันตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปรวมกัน ทำให้ผลรวมลดลงหรือหายไป ในที่นี้ คลื่นส่งผลตรงข้ามกันในบางบริเวณ คลื่นที่รวมกันตรงนั้นจึงมีขนาดเล็กลงหรือเป็นศูนย์ คำว่า out ชี้ให้เห็นผลลัพธ์ว่า ผลกระทบเหล่านั้นหักล้างกันเอง วลีนี้ใช้บ่อยกับคลื่น เสียง แรง ตัวเลข รวมถึงข้อดีและข้อเสีย ไม่ได้หมายความว่ามีคนยกเลิกกิจกรรมที่วางแผนไว้

แบบฝึกหัด

ใช้ cancel out ในรูปที่ถูกต้อง: These two equal and opposite forces ____.

ดูคำตอบ

cancel out

A fourth and they get bigger still, ไวยากรณ์

3:05

เพิ่มลูกที่สี่ พวกมันก็จะยิ่งใหญ่ขึ้นไปอีก

ไวยากรณ์

A fourth and they get bigger still: การละคำในลำดับขั้นตอน

A fourth เป็นถ้อยคำแบบละคำที่ใช้บอกขั้นตอนต่อเนื่อง เนื่องจากเข้าใจการกระทำและคำนามจากบริบทก่อนหน้าอยู่แล้ว ตรงนี้จึงมีความหมายเท่ากับ Add a fourth wave การตัดคำที่ซ้ำออกทำให้คำอธิบายแบบพูดกระชับและลื่นไหล bigger still ที่อยู่ท้ายประโยคหมายถึง even bigger หรือ “ยิ่งใหญ่ขึ้นอีก” ตรงนี้ still เน้นระดับการเปรียบเทียบและบอกว่าแนวโน้มยังดำเนินต่อไป ไม่ได้แปลว่า “อยู่นิ่ง”

แบบฝึกหัด

ประโยคเต็มข้อใดแสดงข้อมูลที่ถูกละไว้และความหมายของ still ที่ท้ายประโยคได้ดีที่สุด

  1. Add a fourth wave, and they get even bigger.
  2. Remove the fourth wave, and they stay the same size.
  3. Watch the fourth wave, and they stop changing.
ดูคำตอบ

Add a fourth wave, and they get even bigger.

with the wavier regions becoming narrower. ไวยากรณ์

3:07

ในขณะที่บริเวณที่เป็นริ้วคลื่นจะแคบลง

ไวยากรณ์

with the wavier regions becoming narrower: การเปลี่ยนแปลงที่เกิดควบคู่กัน

รูปแบบคือ with + วลีนาม + -ing: with the wavier regions becoming narrower โครงสร้างนี้เพิ่มสถานการณ์ที่เกิดควบคู่กับกระบวนการหลักหรือเป็นผลจากกระบวนการนั้น ในที่นี้วลีนาม the wavier regions เป็นประธานของ becoming และ narrower คือสภาพใหม่หลังการเปลี่ยนแปลง อนุประโยค with นี้ให้ข้อมูลเสริม จึงมักต้องอาศัยประโยคหลักที่มาก่อน ในที่นี้ with ไม่ได้หมายถึง “ใช้เครื่องมือ” ส่วน becoming แสดงการเปลี่ยนไปสู่สภาพที่แคบกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้คำทั้งหมดในวงเล็บและรูปแบบ with + คำนาม + -ing: The day grew warmer, ____. (with / the snow / become / softer)

ดูคำตอบ

with the snow becoming softer

If we keep adding waves, วลี

3:09

ถ้าเรายังคงเพิ่มคลื่นต่อไป

we can make a wave packet with a clear wavelength in one small region. การใช้คำ

3:11

เราสามารถสร้างกลุ่มคลื่นที่มีความยาวคลื่นชัดเจนในพื้นที่เล็กๆ แห่งหนึ่งได้

วลี

keep adding waves: keep + -ing เพื่อบอกว่าการกระทำดำเนินต่อไป

ในวลี keep adding waves โครงสร้าง keep + คำกริยารูป -ing หมายถึงการทำสิ่งนั้นต่อไปหรือทำซ้ำ adding คือรูป -ing ที่ตามหลัง keep ดังนั้นจึงหมายถึงการเพิ่มคลื่นอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่มเพียงครั้งเดียว keep ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง «เก็บไว้» เมื่อ keep ตามด้วยรูป -ing จะบอกว่ากิจกรรมนั้นดำเนินต่อไป โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายนิสัย ขั้นตอนที่ทำซ้ำในการทดลอง และกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปได้

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งโดยใช้ keep และรูป -ing ของ add: The chart is still unclear, so ____ data until the pattern is easy to see.

ดูคำตอบ

keep adding

That's a quantum object with both wave and particle nature.

3:16

นั่นแหละคือวัตถุควอนตัมที่มีทั้งธรรมชาติของคลื่นและอนุภาค

การใช้คำ

wave packet: รูปแบบคลื่นที่อยู่ในบริเวณหนึ่ง

wave packet เป็นศัพท์ฟิสิกส์ที่หมายถึงรูปแบบคลื่นซึ่งเกิดจากการรวมคลื่นหลายคลื่นเข้าด้วยกัน จนรูปแบบที่ได้กระจุกตัวอยู่ในบริเวณจำกัดของอวกาศเป็นส่วนใหญ่ ในประโยคนี้ wave packet หมายถึงวัตถุควอนตัมที่มีตำแหน่งจำกัดอยู่ในบริเวณหนึ่งและเกิดจากคลื่นเหล่านั้น packet ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถุงหรือห่อของจริง ชื่อนี้เชื่อมแนวคิดสองด้านเข้าด้วยกัน คือกลุ่มคลื่นยังมีลักษณะของคลื่น เช่น ความยาวคลื่น แต่การกระจุกตัวในบริเวณหนึ่งก็ทำให้มันมีลักษณะคล้ายอนุภาค ตำแหน่งของมันแผ่อยู่ในบริเวณหนึ่งแทนที่จะตรึงอยู่ที่จุดเดียวอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ในบริบททางฟิสิกส์นี้ wave packet หมายถึงอะไร?

  1. รูปแบบคลื่นที่เกิดจากการรวมคลื่นหลายคลื่นและกระจุกตัวอยู่ในบริเวณจำกัด
  2. ภาชนะจริงที่ใช้บรรจุคลื่น
  3. อนุภาคจุดเดี่ยวที่ไม่มีสมบัติของคลื่นเลย
ดูคำตอบ

รูปแบบคลื่นที่เกิดจากการรวมคลื่นหลายคลื่นและกระจุกตัวอยู่ในบริเวณจำกัด

But to accomplish this, ลำดับความ

3:20

แต่กว่าจะบรรลุสิ่งนี้ได้

we had to lose certainty about both position and momentum. วลี

3:21

เราจำต้องสูญเสียความแน่นอนทั้งในเรื่องตำแหน่งและโมเมนตัม

ลำดับความ

But to accomplish this: การนำเข้าสู่สิ่งที่ต้องแลกเพื่อบรรลุเป้าหมาย

But เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากผลลัพธ์หรือเป้าหมายไปสู่ข้อจำกัดหรือสิ่งที่ต้องแลก ไม่ได้ปฏิเสธสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า to accomplish this เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดย this ย้อนกลับไปหมายถึงเป้าหมายที่กล่าวไว้ แล้วประโยคหลักจึงบอกสิ่งที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายนั้น รูปแบบนี้ช่วยจัดข้อมูลเป็น “เป้าหมาย แล้วตามด้วยสิ่งที่ต้องแลก”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ But to accomplish this ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากเป้าหมายไปกล่าวถึงสิ่งที่ต้องแลกเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น

  1. To accomplish this, but we must accept a higher cost.
  2. But to accomplish this, we must accept a higher cost.
  3. But this goal is impossible, so no cost is involved.
ดูคำตอบ

But to accomplish this, we must accept a higher cost.

วลี

had to lose certainty about: การสูญเสียความแน่นอนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

Had to แสดงถึงความจำเป็นในสถานการณ์อดีต ในที่นี้ การสูญเสียความแน่นอนเป็นเงื่อนไขที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในการบรรลุเป้าหมาย Lose certainty about หมายถึง “มั่นใจเกี่ยวกับบางสิ่งน้อยลง” lose ในที่นี้บอกถึงการอ่อนลงของสภาวะที่เป็นนามธรรม ไม่ใช่การทำสิ่งของหาย ส่วน about ใช้นำสิ่งที่ไม่สามารถรู้ได้อย่างแม่นยำอีกต่อไป ซึ่งในประโยคนี้รวมทั้ง position และ momentum

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่าการสูญเสียความแน่นอนเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องยอมรับเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัว

  1. To protect privacy, we had to lose certainty each person's exact location.
  2. To protect privacy, we had to lose certainty about each person's exact location.
  3. To protect privacy, we had to lose each person's exact location about certainty.
ดูคำตอบ

To protect privacy, we had to lose certainty about each person's exact location.

The position isn't restricted to a single point. วลี

3:25

ตำแหน่งไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่จุดเดียวอีกต่อไป

วลี

isn't restricted to a single point: ไม่ได้จำกัดอยู่ที่จุดเดียว

be restricted to + นามวลี หมายถึง “ถูกจำกัดให้อยู่ในขอบเขต กลุ่ม สถานที่ หรือเงื่อนไขนั้น” ในประโยคนี้ a single point คือขอบเขตตำแหน่งที่ผู้พูดกำลังปฏิเสธว่าเป็นข้อจำกัดเพียงอย่างเดียว รูปปฏิเสธ isn't restricted to บอกว่าตำแหน่งไม่ได้ถูกจำกัดให้อยู่ที่จุดที่แน่นอนเพียงจุดเดียว แต่ไม่ได้แปลว่าไม่มีขีดจำกัดใด ๆ และอยู่ที่ไหนก็ได้ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทที่นำหน้าขอบเขต ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ restrict และคำบุพบทของคำนี้เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Entry is ____ ticket holders.

ดูคำตอบ

restricted to

There's a good probability of finding it within some range of the center of the wave packet. วลี

3:28

มีความน่าจะเป็นสูงที่จะพบมันในขอบเขตหนึ่งรอบจุดศูนย์กลางของกลุ่มคลื่น

วลี

within some range of the center: ภายในช่วงหนึ่งรอบจุดศูนย์กลาง

within some range of the center หมายถึงอยู่ที่ใดที่หนึ่งภายในพื้นที่ที่วัดรอบจุดศูนย์กลาง within แสดงขอบเขตด้านนอก ไม่ได้ระบุว่าวัตถุอยู่ตรงจุดศูนย์กลางพอดี some range ไม่ได้ระบุขนาดของพื้นที่นั้น สำนวนนี้เหมาะเมื่อบอกตำแหน่งที่มีความเป็นไปได้หรือเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่ตำแหน่งที่แน่นอน หากมีค่าที่วัดได้ อาจพูดว่า within five meters of the center

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าโดรนอาจอยู่ที่ใดก็ได้ในพื้นที่ซึ่งห่างจากจุดทำเครื่องหมายไม่เกินสิบเมตร

  1. The drone must be exactly at the marker.
  2. The drone must stay more than ten meters from the marker.
  3. The drone may be within ten meters of the marker.
ดูคำตอบ

The drone may be within ten meters of the marker.

And we made the wave packet by adding lots of waves,

3:32

และเนื่องจากเราสร้างกลุ่มคลื่นนี้ด้วยการรวมคลื่นมากมาย

which means there's some probability of finding it with a momentum corresponding to any one of those. วลี

3:35

นั่นหมายความว่ามีความน่าจะเป็นที่เราจะพบมันพร้อมกับโมเมนตัมที่สอดคล้องกับคลื่นลูกใดลูกหนึ่งในนั้น

วลี

corresponding to any one of those: สอดคล้องกับรายการใดรายการหนึ่งในกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า

Corresponding to เชื่อมคำนามเข้ากับสิ่งที่ตรงกันหรือเกี่ยวข้องกัน ในที่นี้วลีนี้ขยาย momentum โดยหมายความว่าโมเมนตัมนั้นตรงกับหนึ่งในความเป็นไปได้ที่แทนด้วยคลื่นซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ Any one of those หมายถึงสมาชิกใดสมาชิกหนึ่งในกลุ่มที่กล่าวถึงไปแล้ว those ย้อนกลับไปหมายถึงคลื่นก่อนหน้าและโมเมนตัมที่เป็นไปได้ของคลื่นเหล่านั้น ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าระบบอาจแสดงสัญลักษณ์ที่เชื่อมโยงกับคำเตือนใดคำเตือนหนึ่งในกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้า

  1. The system may show any symbol unrelated to those warnings.
  2. The system may show a symbol corresponding to all of those warnings.
  3. The system may show a symbol corresponding to any one of those warnings.
ดูคำตอบ

The system may show a symbol corresponding to any one of those warnings.

Both position and momentum are now uncertain, ไวยากรณ์

3:41

บัดนี้ทั้งตำแหน่งและโมเมนตัมล้วนมีความไม่แน่นอน

ไวยากรณ์

Both A and B are now uncertain: ตอนนี้ทั้ง A และ B ไม่แน่นอน

Both A and B เชื่อมสิ่งสองอย่างเข้าด้วยกันพอดี และบอกว่าข้อความเดียวกันเป็นจริงกับทั้งสองอย่าง ในประโยคนี้ position และ momentum เป็นประธานรวม จึงใช้กริยาพหูพจน์ are ให้สอดคล้องกัน Now บอกผลที่ได้เมื่อคำอธิบายดำเนินมาถึงขั้นนี้ กล่าวคือ หลังจากการให้เหตุผลก่อนหน้า ปริมาณทั้งสองไม่แน่นอน คำนี้จึงไม่ได้หมายถึงเวลา “ตอนนี้” ตามนาฬิกาเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ที่แสดงว่าข้อความนี้ใช้กับคุณสมบัติทั้งสองอย่าง: ____ accuracy ____ speed are important.

ดูคำตอบ

Both · and

and the uncertainties are connected. วลี

3:44

และความไม่แน่นอนเหล่านี้ก็เกี่ยวโยงกันอยู่

วลี

uncertainties are connected: ความสัมพันธ์เชิงนามธรรม

ในประโยคนี้ คำนามพหูพจน์ uncertainties หมายถึงความไม่แน่นอนของตำแหน่งและความไม่แน่นอนของโมเมนตัม Are connected หมายความว่าทั้งสองเกี่ยวข้องกัน โดยในบริบทนี้ การลดความไม่แน่นอนของตำแหน่งจะทำให้ความไม่แน่นอนของโมเมนตัมเพิ่มขึ้น Connected ใช้บอกความสัมพันธ์เชิงนามธรรมได้ ไม่ได้หมายถึงการเชื่อมต่อทางกายภาพเท่านั้น ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าวัตถุสองชิ้นถูกต่อเข้าด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ connected ใช้บอกความสัมพันธ์เชิงนามธรรม

  1. The two risks disappeared at the same time.
  2. The two devices are connected by a cable.
  3. The two risks are connected, so changing one may affect the other.
ดูคำตอบ

The two risks are connected, so changing one may affect the other.

If you want to reduce the position uncertainty ไวยากรณ์

3:46

หากคุณต้องการลดความไม่แน่นอนของตำแหน่ง

by making a smaller wave packet,

3:49

ด้วยการทำให้กลุ่มคลื่นเล็กลง

you need to add more waves,

3:50

คุณก็จำเป็นต้องเพิ่มคลื่นให้มากขึ้น

which means a bigger momentum uncertainty. ลำดับความ

3:52

ซึ่งนั่นหมายถึงความไม่แน่นอนของโมเมนตัมที่มากขึ้นตามไปด้วย

ไวยากรณ์

If you want to reduce ..., you need to add more ...: เป้าหมายและการกระทำที่จำเป็น

โครงสร้าง If you want to ..., you need to ... เชื่อมโยงเป้าหมายเข้ากับการกระทำที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายนั้น ส่วนที่มี if ระบุเป้าหมาย และส่วนหลักที่มี need to ระบุขั้นตอนที่จำเป็น ในประโยคนี้ by making a smaller wave packet อธิบายวิธีที่ใช้ลดความไม่แน่นอนของตำแหน่ง คำสรรพนาม you ใช้ในความหมายทั่วไป คือหมายถึงใครก็ตามที่พยายามทำสิ่งนี้ ไม่ใช่บุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายกับการกระทำที่จำเป็นจากบทเรียนนี้ให้สมบูรณ์: ____ you want to save time, you ____ plan ahead.

ดูคำตอบ

If · need to

ลำดับความ

which means a bigger momentum uncertainty: แสดงผลที่ตามมา

ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด คือการที่ต้องเพิ่มคลื่นให้มากขึ้นเพื่อทำให้กลุ่มคลื่นเล็กลง ไม่ได้อ้างถึงเฉพาะคำนาม waves เท่านั้น which means ... หลังเครื่องหมายจุลภาคพาคำอธิบายจากการกระทำหรือเงื่อนไขไปสู่ผลที่ตามมา ในที่นี้โครงสร้างนี้แสดงการแลกกัน: การลดความไม่แน่นอนของตำแหน่งทำให้ความไม่แน่นอนของโมเมนตัมเพิ่มขึ้น

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง which ใน which means ย้อนกลับไปอ้างถึงอะไร

  1. เฉพาะคำนาม wave packet
  2. เฉพาะคำนาม waves
  3. สถานการณ์ทั้งหมดที่ต้องเพิ่มคลื่นให้มากขึ้น
ดูคำตอบ

สถานการณ์ทั้งหมดที่ต้องเพิ่มคลื่นให้มากขึ้น

If you want to know the momentum better, ไวยากรณ์

3:54

หากคุณต้องการรู้โมเมนตัมให้ชัดเจนขึ้น

you need a bigger wave packet,

3:56

คุณก็ต้องมีกลุ่มคลื่นที่ใหญ่ขึ้น

which means a bigger position uncertainty. ลำดับความ

3:58

ซึ่งนั่นก็หมายถึงความไม่แน่นอนของตำแหน่งที่มากขึ้น

ไวยากรณ์

If you want to know the momentum better, you need ...: บอกเงื่อนไขที่จำเป็นต่อเป้าหมาย

อนุประโยค if ระบุเป้าหมาย คือการรู้ค่าโมเมนตัมให้แม่นยำขึ้น จากนั้นประโยคหลักจะบอกสิ่งที่จำเป็นต่อเป้าหมายนั้น คือกลุ่มคลื่นที่ใหญ่ขึ้น โครงสร้าง If you want to ..., you need ... จัดข้อมูลโดยวางเป้าหมายก่อนแล้วตามด้วยเงื่อนไขที่จำเป็น ในที่นี้ better ขยาย know จึงหมายถึงรู้อย่างแม่นยำขึ้นหรือมีความไม่แน่นอนน้อยลง ไม่ได้ตัดสินว่าโมเมนตัมดีหรือไม่ดี ในคำอธิบายนี้ โครงสร้างดังกล่าวนำเสนออีกด้านหนึ่งของการแลกกัน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง If you want to ..., you need ... ให้สมบูรณ์: If you ____ to hear the speaker clearly, you ____ a seat near the front.

ดูคำตอบ

want · need

ลำดับความ

which means a bigger position uncertainty: การนำเสนอผลที่ตามมา

ในที่นี้ which means ใช้บอกผลที่เกิดจากการต้องใช้กลุ่มคลื่นที่ใหญ่ขึ้น นั่นคือความไม่แน่นอนเกี่ยวกับตำแหน่งเพิ่มขึ้น means ในที่นี้มีความหมายว่า “ทำให้เกิดผลว่า” ไม่ใช่ “ให้คำจำกัดความของ” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which กล่าวถึงแนวคิดทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค แล้วพาคำอธิบายไปสู่ผลที่ตามมา โครงสร้างนี้จัดข้อมูลในรูป “ข้อความ, which means ผลลัพธ์”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคใหม่ด้วยวลีเชื่อมสองคำจากบทเรียนที่ใช้บอกผลลัพธ์: The road is closed, ____ we need another route.

ดูคำตอบ

which means

That's the Heisenberg uncertainty principle,

4:01

นั่นคือหลักความไม่แน่นอนของไฮเซนเบิร์ก

first stated by German physicist Werner Heisenberg ไวยากรณ์

4:03

ที่ถูกกล่าวไว้เป็นครั้งแรกโดยแวร์เนอร์ ไฮเซนเบิร์ก นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน

back in 1927.

4:06

ย้อนกลับไปในปี 1927

ไวยากรณ์

first stated by German physicist Werner Heisenberg: อนุประโยคกรรมวาจกแบบย่อ

first stated by German physicist Werner Heisenberg เป็นวลีคุณศัพท์กริยาช่องที่สามที่เสริมว่าใครเป็นผู้กล่าวหลักความไม่แน่นอนของไฮเซนแบร์กอย่างเป็นทางการเป็นคนแรก วลีนี้มีความหมายเป็นกรรมวาจกและขยายได้เป็น which was first stated by German physicist Werner Heisenberg ในที่นี้ stated เป็นรูปกริยาช่องที่สามของ state ซึ่งหมายถึง “กล่าวหรือกำหนดอย่างเป็นทางการ” วลีนี้ขยายคำว่าหลักการ ไม่ได้ทำให้ Werner Heisenberg เป็นประธานของประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคใหม่ด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “กล่าวอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกโดย”: The guideline, ____ Dr. Lee in 2015, is still cited today.

ดูคำตอบ

first stated by

This uncertainty isn't a matter of measuring well or badly, ไวยากรณ์

4:08

ความไม่แน่นอนนี้ไม่ใช่เรื่องของการวัดได้ดีหรือแย่

but an inevitable result

4:12

แต่เป็นผลลัพธ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

of combining particle and wave nature.

4:14

ของการรวมกันระหว่างธรรมชาติความเป็นอนุภาคและคลื่น

ไวยากรณ์

isn't a matter of ..., but an inevitable result of ...: ปฏิเสธและแทนที่คำอธิบาย

รูปแบบ isn't A, but B ทำหน้าที่สองอย่างที่เชื่อมกัน คือปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบายที่ถูกต้อง แล้วแทนที่ด้วย B ในประโยคนี้ ความคิดที่ว่าความไม่แน่นอนขึ้นอยู่กับการวัดได้ดีหรือไม่ดีถูกปฏิเสธ และความไม่แน่นอนถูกอธิบายแทนว่าเป็นผลที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จากการรวมธรรมชาติแบบอนุภาคและแบบคลื่น A matter of หมายถึงเรื่องที่ถูกกำหนดโดยหรือเกี่ยวข้องกับบางสิ่ง ในรูปแบบนี้ but ใช้แก้ไขความเข้าใจ ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อมูล โดย B คือคำอธิบายที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังยอมรับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ isn't A, but B เพื่อปฏิเสธคำอธิบายหนึ่งแล้วแทนที่ด้วยอีกคำอธิบายหนึ่ง

  1. The error is a matter of carelessness, but the data made it worse.
  2. The error isn't a matter of carelessness, but a result of faulty data.
  3. The error isn't just a matter of carelessness; it's also a result of faulty data.
ดูคำตอบ

The error isn't a matter of carelessness, but a result of faulty data.

The uncertainty principle isn't just a practical limit on measurement, ไวยากรณ์

4:16

หลักความไม่แน่นอนไม่ใช่แค่เพียงข้อจำกัดในทางปฏิบัติสำหรับการวัด

it's a limit on what properties an object can have,

4:20

แต่มันเป็นข้อจำกัดของคุณสมบัติที่วัตถุหนึ่งพึงมีได้

ไวยากรณ์

isn't just a practical limit ..., it's a limit ...: จากมุมมองที่แคบไปสู่ข้อกล่าวอ้างที่ลึกกว่า

รูปแบบ isn't just A; it's B บอกว่า A มีขอบเขตแคบเกินไป แต่ไม่ได้หมายความว่า A ผิดเสมอไป ในประโยคนี้ ขีดจำกัดเชิงปฏิบัติของการวัดคือมุมมองที่แคบกว่า ส่วนขีดจำกัดว่าวัตถุสามารถมีสมบัติใดได้บ้างคือข้อกล่าวอ้างที่ลึกกว่า การปฏิเสธ just ซึ่งหมายถึงเพียงหรือเท่านั้น ช่วยขยายความเข้าใจของผู้ฟัง อนุประโยคที่สองไม่ได้เพียงเพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อที่สำคัญเท่ากัน แต่เสนอประเด็นที่ผู้พูดต้องการเน้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบ isn't just about A; it's about B: The checklist ____ saving time; ____ preventing serious errors.

ดูคำตอบ

isn't just about · it's about

built into the fundamental structure of the universe itself. สำนวน

4:24

ซึ่งถูกฝังรากลึกอยู่ในโครงสร้างพื้นฐานของจักรวาลนั่นเอง

สำนวน

built into the fundamental structure: คุณลักษณะที่มีอยู่โดยเนื้อแท้

ในที่นี้ built into ไม่ได้บรรยายการก่อสร้างทางกายภาพ แต่หมายถึงคุณสมบัติที่เป็นส่วนหนึ่งโดยเนื้อแท้หรือแยกไม่ออกจากบางสิ่ง ประโยคนี้บอกว่าข้อจำกัดที่กำลังกล่าวถึงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างระดับพื้นฐานที่สุดของจักรวาล ไม่ใช่ส่วนเสริมที่ถอดออกได้ โครงสร้าง be built into + คำนาม ใช้บรรยายคุณลักษณะหรือข้อจำกัดที่รวมเป็นส่วนเดียวกับระบบ การออกแบบ กฎ หรือกระบวนการได้ คำว่า fundamental structure และ universe itself ทำให้ข้อกล่าวนี้หนักแน่นขึ้นว่า คุณสมบัติดังกล่าวมีอยู่โดยเนื้อแท้ ไม่ใช่ข้อบกพร่องทางเทคนิคที่เกิดขึ้นภายหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ทำให้เป็นส่วนหนึ่งโดยเนื้อแท้ของกระบวนการ”: Safety checks should be ____ the process from day one.

ดูคำตอบ

built into