Peppa Pig เลี้ยงน้อง อเล็กซานเดอร์ เบบี้ ลูกพี่ลูกน้องของเธอ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
460 คำ 123 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: อเล็กซานเดอร์ ลูกพี่ลูกน้องตัวน้อยของเปปป้า มาเยี่ยมพร้อมครอบครัว เปปป้าช่วยป้อนอาหารและเล่นกับเขา พร้อมชวนให้พูดตามหลายครั้ง ก่อนจะดีใจมากเมื่อเขาพูดคำแรกได้ในที่สุด หลังจากเห็นเธอกระโดดอยู่ในแอ่งโคลน ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. are coming to visit today. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า present continuous ใช้กล่าวถึงการมาเยี่ยมในอนาคตอันใกล้ที่วางแผนไว้แล้วได้ และนำรูปแบบนี้ไปพูดถึงแขกที่กำลังจะมาหรือแผนส่วนตัวอื่นที่กำหนดไว้เรียบร้อยแล้ว 2. You have a go, — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: รู้ว่านี่เป็นสำนวนภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ชวนอย่างเป็นมิตรให้ลองทำ และใช้ have a go เมื่อต้องการส่งต่อหน้าที่หรือลำดับให้ผู้อื่น หรือกระตุ้นให้เขาลองลงมือด้วยตนเอง 3. has said his first word. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า present perfect ใช้นำเสนอพัฒนาการสำคัญที่เพิ่งเกิดขึ้นและยังมีความหมายในปัจจุบันอย่างไร แล้วใช้โครงสร้างนี้รายงานความสำเร็จหรือการเปลี่ยนแปลงล่าสุดซึ่งผลลัพธ์ยังสำคัญอยู่ตอนนี้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:04

ฉันชื่อเปปป้าพิก

This is my little brother George. วลี

0:06

นี่คือน้องชายตัวน้อยของฉัน จอร์จ

วลี

my little brother: น้องชายที่อายุน้อยกว่า

“my little brother” เป็นกลุ่มคำนามที่เป็นธรรมชาติสำหรับใช้แนะนำน้องชาย “my” แสดงความสัมพันธ์กับผู้พูด “little” บอกว่าเขาอายุน้อยกว่าในครอบครัว และ “brother” บอกความสัมพันธ์ทางครอบครัว ตรงนี้ “little” โดยทั่วไปไม่ได้บอกขนาดตัว ให้จำ “my little brother” เป็นกลุ่มคำที่ใช้ได้จริง แล้วเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของหรือคำเรียกญาติตามต้องการ เช่น “her little sister”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้แนะนำน้องชายของคุณได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. This is my little brother, Sam.
  2. This is my short brother, Sam.
  3. This is my small brother, Sam.
ดูคำตอบ

This is my little brother, Sam.

This is Mummy Pig.

0:09

นี่คือแม่หมู

And this is Daddy Pig.

0:11

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig

0:15

เปปป้าพิก

Baby Alexander

0:19

เบบี้อเล็กซานเดอร์

Peppa and George's cousins are coming to visit today. ไวยากรณ์

0:21

ลูกพี่ลูกน้องของเปปป้าและจอร์จจะมาเยี่ยมวันนี้

ไวยากรณ์

are coming to visit today: การมาเยี่ยมในอนาคตอันใกล้ที่นัดไว้แล้ว

“are coming to visit today” ใช้ Present Continuous ในรูป “are + coming” ตรงนี้หมายถึงการมาเยี่ยมที่วางแผนไว้สำหรับวันนี้ ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าการกระทำกำลังเกิดขึ้นในขณะที่พูด โครงสร้าง ประธาน + be + กริยา-ing ใช้บอกแผนในอนาคตอันใกล้ที่กำหนดไว้แล้วได้ คำบอกเวลาอนาคตอย่าง “today” หรือบริบทที่ชัดเจนจะทำให้ผู้ฟังรู้ว่าการกระทำนั้นมีกำหนดไว้

แบบฝึกหัด

เติมแผนการมาเยี่ยมในอนาคตที่นัดหมายไว้ โดยใช้ “come to visit” ในรูป Present Continuous: My aunt ____ us tomorrow.

ดูคำตอบ

is coming to visit

Mummy, how long before Cousin Chloe is here? ไวยากรณ์

0:25

แม่คะ อีกนานไหมคะกว่าพี่โคลอี้จะมาถึง?

ไวยากรณ์

how long before...: ถามว่าเหลือเวลาอีกนานเท่าไร

How long before + อนุประโยคที่บอกเหตุการณ์ ใช้ถามว่าจากตอนนี้จนถึงตอนที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นเหลือเวลาอีกเท่าไร ในประโยคนี้ Cousin Chloe is here หมายถึงลูกพี่ลูกน้องโคลอี้มาถึงและอยู่ที่นี่แล้ว ผู้พูดจึงกำลังถามว่าต้องรออีกนานเท่าไรกว่าเธอจะมาถึง คำถามนี้มองไปยังเหตุการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น ไม่ได้ถามว่าเหตุการณ์ในอดีตเกิดขึ้นมานานเท่าไรแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยวลีเป้าหมาย: ____ the bus arrives?

ดูคำตอบ

How long before

Not long now, Peppa. วลี

0:29

อีกไม่นานจ้ะเปปป้า

วลี

Not long now: บอกให้สบายใจว่าใกล้หมดเวลารอแล้ว

Not long now เป็นคำตอบสั้น ๆ ในภาษาพูด หมายความว่าเหลือเวลารออีกเพียงเล็กน้อย ใช้ปลอบใจผู้ฟังว่าเหตุการณ์ที่รออยู่จะเกิดขึ้นในไม่ช้า เป็นรูปย่อของ It won't be long now โดย long หมายถึงความยาวของเวลารอที่เหลือ ส่วน now เน้นว่าเหตุการณ์นั้นใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า "Will the food be ready soon?" คุณคาดว่าอาหารจะพร้อมในอีกไม่กี่นาที เลือกคำตอบที่ใช้ปลอบใจได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. It wasn't long.
  2. Not for long.
  3. Not long now.
ดูคำตอบ

Not long now.

Baby Alexander is coming too, remember?

0:30

เบบี้อเล็กซานเดอร์ก็มาด้วยนะ จำได้ไหม?

Oh, babies cry all the time. วลี

0:33

โอ้ เด็กทารกร้องไห้ตลอดเวลาเลย

วลี

all the time: การเกิดซ้ำที่บ่อยมาก

ในที่นี้ all the time หมายถึง “บ่อยมาก” หรือ “ซ้ำแล้วซ้ำอีก” เป๊ปป้ากำลังพูดเหมารวมแบบเกินจริงเล็กน้อยว่าเด็กทารกร้องไห้บ่อยเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าร้องไห้ทุกวินาที วลีบอกความถี่นี้มักวางไว้หลังกลุ่มคำกริยา เช่น babies cry all the time รูปแบบเดียวกันนี้ใช้บรรยายนิสัยหรือปัญหาที่เกิดซ้ำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่แปลว่า “บ่อยมาก”: My brother loses his keys ____.

ดูคำตอบ

all the time

They're so noisy.

0:36

พวกเขาส่งเสียงดังมาก

I'm sure Baby Alexander won't be that noisy. น้ำเสียง/เจตนา

0:38

แม่มั่นใจว่าเบบี้อเล็กซานเดอร์จะไม่เสียงดังขนาดนั้นหรอกจ้ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sure: การให้ความมั่นใจเพื่อปลอบใจ

ในประโยคนี้ I'm sure นำเสนอความเชื่ออย่างมั่นใจของผู้พูดว่าเด็กทารกจะไม่เสียงดังขนาดนั้น และยังช่วยปลอบคนที่กำลังกังวล จึงเป็นการให้ความมั่นใจอย่างอ่อนโยน ไม่ใช่การพิสูจน์ข้อเท็จจริง ใช้โครงสร้าง I'm sure + ประธาน + กริยา เพื่อนำหน้าประโยคย่อยที่สมบูรณ์ เช่น I'm sure you'll be fine ความเชื่อนี้หนักแน่น แต่ยังคงเป็นการประเมินของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังกังวลเรื่องการสัมภาษณ์งาน คำตอบใดให้ความมั่นใจอย่างหนักแน่นและอ่อนโยน?

  1. I think you might do well.
  2. I hope you'll do well.
  3. I'm sure you'll do well.
ดูคำตอบ

I'm sure you'll do well.

What's that sound?

0:44

นั่นเสียงอะไรน่ะ?

Is it a car alarm?

0:45

เสียงสัญญาณกันขโมยรถเหรอ?

Is it a fire engine?

0:47

รถดับเพลิงหรือเปล่า?

No, it's Baby Alexander.

0:50

ไม่ใช่นะ นั่นเบบี้อเล็กซานเดอร์

Hello Peppa.

0:54

สวัสดีจ้ะเปปป้า

Hello George.

0:55

สวัสดีจ้ะจอร์จ

Hello Cousin Chloe.

0:57

สวัสดีพี่โคลอี้

Hey, hello everyone.

0:59

เฮ้ สวัสดีทุกคน

Hello Uncle Pig.

1:00

สวัสดีครับลุงหมู

Hello.

1:02

สวัสดี

Hello Auntie Pig.

1:03

สวัสดีค่ะป้าหมู

You remember Baby Alexander, don't you Peppa? น้ำเสียง/เจตนา

1:04

หนูจำเบบี้อเล็กซานเดอร์ได้ใช่ไหมเปปป้า?

น้ำเสียง/เจตนา

don't you: ใช้คำถามพ่วงเพื่อยืนยันประโยคบอกเล่ารูปบวก

don't you เป็นคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่ต่อท้ายประโยคบอกเล่ารูปบวก You remember Baby Alexander ผู้พูดขอให้เป๊ปป้ายืนยันสิ่งที่คาดว่าเป็นจริง นั่นคือเป๊ปป้าจำเบบี้อเล็กซานเดอร์ได้ หลังประโยคบอกเล่ารูป present simple ที่เป็นบวกอย่าง You remember... คำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่เข้าคู่กันคือ don't you? กริยาช่วยและสรรพนามในคำถามพ่วงต้องตรงกับประโยคหลัก ในที่นี้มีความหมายคล้าย “ใช่ไหม?” และไม่ใช่คำถามใหม่ที่แยกออกมา

แบบฝึกหัด

เติมคำถามพ่วงรูปปฏิเสธที่เข้าคู่กัน: You know our neighbour, ____?

ดูคำตอบ

don't you

Yes.

1:08

ค่ะ

Are you staying for a few days? วลี

1:14

จะมาพักอยู่หลายวันเหรอคะ?

วลี

staying for a few days: ใช้ stay + for + ระยะเวลา เพื่อบอกว่าพักนานเท่าไร

staying for a few days หมายถึงการอยู่ในสถานที่หนึ่งเป็นเวลาสองสามวัน ใน Are you staying...? ใช้ present continuous เพื่อถามเกี่ยวกับการมาเยี่ยมหรือแผนชั่วคราว รูปแบบที่ใช้บ่อยคือ stay + for + ระยะเวลา เช่น stay for two nights และ stay for a week ในที่นี้ for ใช้บอกระยะเวลาว่าพักนานเท่าไร ไม่ได้ใช้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่ใช้บอกระยะเวลาให้ประโยคสมบูรณ์: We're staying ____ three nights.

ดูคำตอบ

for

No, this is what Alexander needs for just one day.

1:16

ไม่จ้ะ นี่คือของที่อเล็กซานเดอร์ต้องใช้สำหรับวันเดียว

Can't go anywhere without all these baby things. ไวยากรณ์

1:20

ไปไหนไม่ได้เลยถ้าไม่มีของใช้เด็กพวกนี้

ไวยากรณ์

Can't go anywhere without...: แสดงการพึ่งพาอย่างมากโดยละประธาน

Can't go anywhere without... หมายความว่า ถ้าขาดสิ่งที่ตามหลัง without ก็จะออกไปข้างนอกหรือเดินทางไปไหนไม่ได้ can't กับ anywhere ทำให้ความหมายเป็นการปฏิเสธทั้งหมด คือไม่มีที่ไหนที่ไปได้เลย ประโยคพูดแบบกันเองนี้ละประธานไว้ เพราะบริบททำให้เข้าใจได้ชัด ประธานที่ละไว้อาจเป็น we หรือ you รูปเต็มอาจเป็น We can't go anywhere without all these baby things.

แบบฝึกหัด

คุณจำเป็นต้องใช้แว่นตาทุกครั้งที่ออกจากบ้าน เติมประโยคด้วยรูปที่แสดงการพึ่งพาอย่างมาก: I ____ my glasses.

ดูคำตอบ

can't go anywhere without

Oh.

1:23

โอ้

Hello Baby Alexander.

1:24

สวัสดีเบบี้อเล็กซานเดอร์

He can't talk, Peppa.

1:26

เขาพูดไม่ได้นะเปปป้า

If he can't talk, then how do you know what he wants? ไวยากรณ์

1:29

ถ้าเขาพูดไม่ได้ แล้วจะรู้ได้ยังไงคะว่าเขาต้องการอะไร?

ไวยากรณ์

If he can't talk, then...: เชื่อมเงื่อนไขกับข้อสรุป

If he can't talk เป็นการตั้งเงื่อนไข ส่วน then ชี้ไปยังคำถามที่ตามมาจากเงื่อนไขนั้นอย่างมีเหตุผล นั่นคือ ถ้าเงื่อนไขนี้เป็นจริง คุณจะรู้ได้อย่างไรว่าเขาต้องการอะไร then ในที่นี้หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ดังนั้น” ไม่ได้หมายถึง “หลังจากนั้น” ที่แสดงลำดับเวลา รูป If..., then... ทำให้ความเชื่อมโยงของเหตุผลชัดเจน โดยเฉพาะเมื่อขอให้อีกฝ่ายอธิบายสิ่งที่ดูเหมือนมีปัญหา ในภาษาอังกฤษทั่วไปมักละ then ได้ แต่การใส่ไว้จะเน้นความเชื่อมโยงนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ then เพื่อนำเข้าสู่คำถามที่ตามมาอย่างมีเหตุผลจากเงื่อนไข if

  1. If the road is flooded, then how will the bus get through?
  2. If the road is flooded, we may need another route.
  3. We packed our bags, and then we called a taxi.
ดูคำตอบ

If the road is flooded, then how will the bus get through?

We guess.

1:33

เราก็เดาเอา

I'm guessing he's hungry. น้ำเสียง/เจตนา

1:35

อาเดาว่าเขาคงหิวแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

I'm guessing: การบอกข้อสรุปที่ยังไม่แน่ใจ

ในที่นี้ I'm guessing ใช้เกริ่นข้อสรุปที่มาจากเบาะแส ไม่ใช่สิ่งที่ผู้พูดรู้แน่ชัด ผู้พูดคิดว่าความหิวน่าจะอธิบายอาการที่เห็นได้ แต่ก็ยอมรับว่าข้อสรุปนี้อาจผิด การใช้ I'm guessing ช่วยลดระดับความแน่ใจของข้อความที่ตามมา ความคิดเห็นจึงมักฟังดูไม่หนักแน่นเท่าการกล่าวเป็นข้อเท็จจริง และในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเล่นเกมทายคำตอบ

แบบฝึกหัด

คุณเห็นบันทึกในปฏิทินเพียงบางส่วน ประโยคใดกล่าวถึงเวลาประชุมในรูปของข้อสรุปที่ยังไม่แน่ใจ

  1. Does the meeting start at nine?
  2. I know the meeting starts at nine.
  3. I'm guessing the meeting starts at nine.
ดูคำตอบ

I'm guessing the meeting starts at nine.

Peppa, would you like to help feed Alexander? น้ำเสียง/เจตนา

1:38

เปปป้า หนูอยากช่วยป้อนข้าวอเล็กซานเดอร์ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

would you like to help + คำกริยารูปพื้นฐาน

Would you like to help...? เป็นวิธีสุภาพในการชวนใครสักคนมาช่วยทำงาน โดยถามความสมัครใจและเปิดโอกาสให้ตอบรับหรือปฏิเสธ จึงไม่ฟังเหมือนคำสั่ง โครงสร้างคือ Would you like to help + คำกริยารูปพื้นฐาน เช่น help feed หลัง help สามารถใช้คำกริยาถัดไปโดยไม่ต้องมี to ได้ ดังใน help feed ส่วน help to feed ก็ถูกต้องตามไวยากรณ์เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนอย่างสุภาพโดยใช้ Would you like...? และ help: ____ carry these boxes?

ดูคำตอบ

Would you like to help

Yes, please.

1:41

อยากค่ะ

It is lunchtime for Baby Alexander.

1:45

ได้เวลาอาหารกลางวันของเบบี้อเล็กซานเดอร์แล้ว

Cousin Peppa is going to feed you today, Alexander. ไวยากรณ์

1:47

พี่เปปป้าจะป้อนข้าวหนูวันนี้เองนะ อเล็กซานเดอร์

ไวยากรณ์

is going to feed: การกระทำในอนาคตที่วางแผนไว้

ใน is going to feed ใช้ is going to ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน feed เพื่อบอกว่าการป้อนอาหารเป็นแผนหรือสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต ในประโยคนี้หมายถึงจะป้อนอาหารในช่วงต่อมาของวันนี้ โครงสร้างคือ ประธาน + am/is/are going to + กริยารูปพื้นฐาน ตรงนี้ going ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ และ to เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างอนาคต ดังนั้น feed จึงไม่เปลี่ยนเป็น feeds หรือ feeding

แบบฝึกหัด

เติมการกระทำในอนาคตที่วางแผนไว้ด้วย be going to และกริยาในวงเล็บ: Mia ____ dinner tonight. (cook)

ดูคำตอบ

is going to cook

Here you are, baby. น้ำเสียง/เจตนา

1:51

นี่ไงจ๊ะเด็กน้อย

น้ำเสียง/เจตนา

Here you are: คำพูดเมื่อยื่นสิ่งของให้ผู้อื่น

Here you are เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ในขณะยื่นสิ่งของที่อีกฝ่ายต้องการหรือกำลังรอรับ ในประโยคนี้พูดขณะยื่นอาหารให้เด็ก จึงมีความหมายในทางปฏิบัติว่า “นี่สำหรับหนู” หรือ “นี่คือสิ่งที่กำลังให้หนู” ให้เข้าใจวลีนี้เป็นหน่วยการสนทนาหนึ่งชุด โดยปกติไม่ได้หมายความว่าผู้ฟังอยู่ “ที่นี่” หากต้องการบอกตำแหน่ง ภาษาอังกฤษใช้ You are here

แบบฝึกหัด

เพื่อนขอสมุด แล้วคุณยื่นสมุดให้ ควรพูดว่าอะไร?

  1. You're welcome.
  2. Here you are.
  3. You are here.
ดูคำตอบ

Here you are.

Oh.

1:54

โอ้

Here it is.

1:55

อยู่นี่ไง

Uh. He keeps turning his head. ไวยากรณ์

1:57

เอ้อ เขาเอาแต่หันหน้าหนี

ไวยากรณ์

keeps turning: keep + -ing สำหรับการกระทำที่ต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำ

ใน keeps turning โครงสร้าง keep + คำกริยา-ing บอกว่าการกระทำนั้นดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำหลายครั้ง ในที่นี้คือเขาหันศีรษะซ้ำ ๆ โดย keep ไม่ได้แปลว่า “เก็บไว้” ใช้ keep/keeps + คำกริยา-ing เมื่อประธานคือ he รูปปัจจุบันจึงเป็น keeps และตามด้วย turning

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ keep และ turn เพื่อแสดงการกระทำที่เกิดซ้ำ: Every time I call his name, he ____ away.

ดูคำตอบ

keeps turning

Feeding Baby Alexander is quite hard. ไวยากรณ์

2:01

การป้อนข้าวเบบี้อเล็กซานเดอร์นี่ยากจัง

ไวยากรณ์

Feeding Baby Alexander is ...: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน

ใน Feeding Baby Alexander is ... ส่วน Feeding Baby Alexander เป็นวลี -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรมการป้อนอาหารให้อเล็กซานเดอร์ตัวน้อย วลี -ing ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นประธาน ส่วน is เป็นกริยาหลัก จึงไม่ใช่ present continuous เมื่อใช้กิจกรรมเป็นประธานแบบนี้ จะมองเป็นเรื่องเดียว จึงใช้กริยาเอกพจน์ตามปกติ: Feeding Baby Alexander is ... ไม่ใช่ are .... สามารถใช้โครงสร้าง Doing something is + คำคุณศัพท์ เพื่อบอกลักษณะของกิจกรรม

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ read เป็นประธาน และใช้รูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ be: ____ before bed ____ relaxing.

ดูคำตอบ

Reading · is

Watch this.

2:04

ดูนี่นะ

Here comes the airplane. ไวยากรณ์

2:05

เครื่องบินมาแล้ว

ไวยากรณ์

Here comes the airplane: Here comes + คำนามเอกพจน์

Here comes the airplane ใช้รูปแบบ Here + คำกริยา + ประธานที่เป็นคำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งกำลังปรากฏหรือเคลื่อนเข้ามาใกล้ และดึงความสนใจของผู้ฟังไปยังสิ่งนั้น ในเกมป้อนอาหารนี้ ช้อนถูกสมมติให้เป็นเครื่องบิน ผู้พูดกำลังบอกว่าช้อนกำลังเคลื่อนเข้ามา ไม่ได้มีเครื่องบินจริง ๆ มาถึง

แบบฝึกหัด

เติมคำประกาศในขณะนั้นด้วยรูปแบบที่เน้นไว้ มีรถบัสหนึ่งคันกำลังเข้ามาใกล้: ____ the bus!

ดูคำตอบ

Here comes

Ooh.

2:08

โอ้

Alexander likes it if you pretend the spoon is an airplane. ไวยากรณ์

2:11

อเล็กซานเดอร์ชอบถ้าหนูแกล้งทำว่าช้อนเป็นเครื่องบิน

ไวยากรณ์

likes it if + อนุประโยค: การชอบเงื่อนไขหนึ่ง

ในโครงสร้าง likes it if + อนุประโยค คำว่า it อยู่ในตำแหน่งกรรมหลัง likes และอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if บอกว่าเงื่อนไขหรือสถานการณ์ใดเป็นที่ชื่นชอบ ในที่นี้ อเล็กซานเดอร์สนุกกับการกินอาหารถ้าช้อนถูกทำให้เป็นเหมือนเครื่องบิน คำสรรพนาม it ไม่ได้หมายถึงช้อนหรือเครื่องบิน รูปแบบนี้ช่วยให้บอกความชอบของคนหนึ่งก่อน แล้วจึงบอกเงื่อนไขด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ likes it if อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าเงื่อนไขหนึ่งทำให้มายาพอใจ

  1. Maya likes it if we tell her about changes in advance.
  2. Maya likes it for we tell her about changes in advance.
  3. Maya likes if it we tell her about changes in advance.
ดูคำตอบ

Maya likes it if we tell her about changes in advance.

ไวยากรณ์

pretend the spoon is an airplane: การบอกสถานการณ์สมมติ

pretend the spoon is an airplane ใช้สร้างสถานการณ์สมมติ โดยให้จินตนาการว่าช้อนเป็นเครื่องบิน ทั้งที่ความจริงช้อนก็ยังเป็นช้อนอยู่ หลัง pretend จะตามด้วยอนุประโยคเต็ม: the spoon เป็นประธาน และ is an airplane อธิบายตัวตนในจินตนาการของมัน โครงสร้าง pretend + ประธาน + be ... ใช้บ่อยในการเล่น การเล่นบทบาทสมมติ และการอธิบายแบบสนุก ๆ เนื้อหาหลังจากนั้นบอกให้ผู้ฟังจินตนาการสิ่งของอย่างไร ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เติม pretend เพื่อเริ่มสถานการณ์สมมติให้สมบูรณ์: We can ____ the sofa is a boat

ดูคำตอบ

pretend

You have a go, Peppa. วลี

2:15

หนูลองดูสิเปปป้า

วลี

You have a go: การให้กำลังใจคนอื่นให้ลอง

You have a go เป็นสำนวนไม่เป็นทางการของภาษาอังกฤษแบบบริติช ใช้เพื่อชวนหรือให้กำลังใจอีกคนให้ลองทำสิ่งนั้นด้วยตัวเอง ในประโยคนี้เป็นการส่งโอกาสให้ Peppa ได้ลอง ไม่ได้หมายความว่าให้เธอไปที่ไหน go ในที่นี้เป็นคำนาม หมายถึงการลองหนึ่งครั้ง สำนวนนี้ยังใช้ได้ในรูป Have a go หรือ Have a go at + คำนามหรือกิจกรรมที่ลงท้ายด้วย -ing เพื่อบอกว่าจะลองทำอะไร ผู้พูดกำลังมอบโอกาสให้ลอง ไม่ได้ออกคำสั่งให้เคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนไม่เป็นทางการแบบบริติชที่หมายถึง “ลองดู” ให้สมบูรณ์: The puzzle looks hard, but ...

  1. go outside
  2. have a rest
  3. have a go
ดูคำตอบ

have a go

Here comes the airplane.

2:17

เครื่องบินมาแล้วจ้า

Open your mouth and in through the doors. สำนวน

2:21

อ้าปาก แล้วบินเข้าประตูไปเลย

สำนวน

in through the doors: มองปากเป็นทางเข้าในจินตนาการ

“in through the doors” บรรยายการเคลื่อนจากด้านนอกเข้าไปข้างในผ่านช่องเปิด ในที่นี้มีการสมมติให้ช้อนเป็นเครื่องบินอยู่แล้ว และปากที่อ้าของเด็กก็กลายเป็น “ประตู” ผู้พูดจึงกำลังบรรยายแบบสนุก ๆ ว่าช้อนเข้าไปในปาก วลีนี้เป็นคำบรรยายการกระทำสั้น ๆ ที่ละคำกริยาไว้ บริบทการเล่นช่วยเติมความหมายที่หายไปว่า “[the aeroplane goes] in through the doors.” คำบรรยายสั้น ๆ แบบนี้ทำให้การกระทำธรรมดากลายเป็นส่วนหนึ่งของเรื่องสมมติได้

แบบฝึกหัด

ในเกมป้อนอาหารนี้ “in through the doors” หมายถึงอะไร

  1. เด็กกำลังถูกบอกให้เดินผ่านประตูจริง
  2. เครื่องบินจริงกำลังเข้าโรงเก็บผ่านประตู
  3. ช้อนที่สมมติว่าเป็นเครื่องบินกำลังเข้าไปในปากที่อ้าของเด็ก
ดูคำตอบ

ช้อนที่สมมติว่าเป็นเครื่องบินกำลังเข้าไปในปากที่อ้าของเด็ก

Hooray!

2:25

ไชโย!

That was an airplane.

2:27

นั่นคือเครื่องบิน

Can you say airplane? น้ำเสียง/เจตนา

2:29

พูดว่าเครื่องบินได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you say ...?: ชวนให้อีกฝ่ายพูดตาม

Can you say + คำหรือวลีสั้น ๆ? มักใช้เป็นคำชวนให้พูด ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังลองพูดคำที่ตามหลังมา ในที่นี้เป็นการชวนเด็กให้พูดคำว่า airplane ไม่ได้เพียงถามว่าเด็กมีความสามารถในการพูดหรือไม่ วางคำหรือวลีเป้าหมายไว้หลัง say โดยตรง เช่น Can you say hello? ในการชวนลักษณะนี้ คำตอบที่เป็นธรรมชาติที่สุดมักเป็นการพูดคำเป้าหมายนั้นออกมาเลย

แบบฝึกหัด

เรียง can, you และ say ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำชวนให้พูดตาม: ____ butterfly?

ดูคำตอบ

Can you say

I told you, he can't talk. น้ำเสียง/เจตนา

2:33

บอกแล้วไงว่าเขาพูดไม่ได้

น้ำเสียง/เจตนา

I told you: เตือนว่าเคยบอกเรื่องนี้ไปแล้ว

ในประโยคนี้ I told you หมายถึง “ฉันเคยบอกข้อมูลนี้ไปแล้ว” ไม่ได้เป็นเพียงการเล่าการสนทนาในอดีตแบบเป็นกลาง แต่เป็นการย้อนถึงคำเตือนหรือคำอธิบายที่เคยให้ไว้ วลีนี้มักสื่อว่าผู้ฟังจำไม่ได้ ไม่ยอมรับ หรือไม่ได้ทำตามสิ่งที่บอกไว้ ในที่นี้จึงมีน้ำเสียงยืนยันและหงุดหงิดเล็กน้อย คล้ายกับว่า “ฉันบอกไปก่อนหน้านี้แล้ว”

แบบฝึกหัด

I told you ในประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เตือนผู้ฟังว่าผู้พูดเคยให้ข้อมูลนี้ไปแล้ว
  2. ขอให้ผู้ฟังให้ข้อมูลใหม่
  3. สัญญาว่าผู้พูดจะอธิบายข้อมูลนี้ในภายหลัง
ดูคำตอบ

เตือนผู้ฟังว่าผู้พูดเคยให้ข้อมูลนี้ไปแล้ว

He hasn't even said his first word yet. ไวยากรณ์

2:36

เขายังไม่พูดคำแรกเลยด้วยซ้ำ

ไวยากรณ์

hasn't even said ... yet: ขั้นที่ยังไปไม่ถึงจนถึงตอนนี้

Hasn't said เป็นรูปปฏิเสธของ present perfect ซึ่งมีโครงสร้าง has not + กริยาช่องที่สาม รูปนี้มองช่วงเวลาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน และบอกว่าเหตุการณ์ที่คาดไว้ ซึ่งก็คือการพูดคำแรก ยังไม่เคยเกิดขึ้นเลยในช่วงเวลาดังกล่าว Yet ที่ท้ายประโยคหมายถึง “จนถึงตอนนี้” และมักเปิดโอกาสว่าเหตุการณ์อาจเกิดขึ้นภายหลังได้ Even ที่อยู่หน้า said เพิ่มการเน้นว่า นี่เป็นพัฒนาการขั้นแรกหรือขั้นพื้นฐานมาก จึงน่าสังเกตเป็นพิเศษที่ยังไปไม่ถึงขั้นนี้ โครงสร้าง hasn't even + กริยาช่องที่สาม + กรรม + yet ใช้บอกขั้นตอนที่คาดไว้แต่ยังไม่เสร็จจนถึงตอนนี้ได้

แบบฝึกหัด

ใช้รูปปฏิเสธแบบย่อของ present perfect ร่วมกับ even และ yet แล้วเปลี่ยน finish เป็นกริยาช่องที่สาม: The deadline is today, but Maya ____ her draft ____.

ดูคำตอบ

hasn't even finished · yet

Peppa, do you remember what your first word was? ไวยากรณ์

2:39

เปปป้า หนูจำคำแรกที่หนูพูดได้ไหม?

ไวยากรณ์

what your first word was: ลำดับคำในคำถามซ้อน

ใน what your first word was คำว่า what นำส่วนคำถามที่ซ้อนอยู่หลัง remember อนุประโยคนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือประธาน your first word อยู่หน้าคำกริยา was คำถามหลักสร้างด้วย do you remember อยู่แล้ว จึงไม่ใช้การสลับลำดับแบบคำถามตรงในอนุประโยคด้านใน What was your first word? เมื่อซ้อนเข้าไปจะเป็น what your first word was

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามตรง Where is the library? ให้เป็นคำถามซ้อน: Do you know ____?

ดูคำตอบ

where the library is

No.

2:42

ไม่ค่ะ

It was Mummy.

2:43

คำนั้นคือ แม่

I thought Peppa's first word was Daddy. ไวยากรณ์

2:45

หนูนึกว่าคำแรกของเปปป้าคือ พ่อ ซะอีก

ไวยากรณ์

I thought ... was ... สำหรับบอกความเชื่อเดิม

ในที่นี้ I thought + อนุประโยค หมายถึง “ฉันเคยเชื่อว่า...” thought บอกความเชื่อหรือความเข้าใจในอดีต ไม่ใช่การใช้ความคิดอย่างหนักกับบางเรื่อง โครงสร้างนี้มักใช้เมื่อข้อมูลใหม่ไม่ตรงกับความเชื่อเดิม แม้จะไม่ได้พูดส่วนที่ขัดแย้งออกมาตรง ๆ ก็อาจสื่อว่า “แต่ตอนนี้รู้หรือสงสัยว่าไม่ใช่อย่างนั้น”

แบบฝึกหัด

คุณเพิ่งรู้ว่าการประชุมมีวันนี้ เติมประโยคด้วย I thought ... was ... เพื่อบอกความเชื่อเดิม: ____ tomorrow.

ดูคำตอบ

I thought the meeting was

No, Mummy.

2:48

ไม่จ้ะ แม่

What was George's first word?

2:50

แล้วคำแรกของจอร์จคืออะไรคะ?

Dinosaur.

2:53

ไดโนเสาร์

George's first word was dinosaur.

2:55

คำแรกของจอร์จคือไดโนเสาร์

Somebody looks like they had a good lunch. ไวยากรณ์

2:58

ดูเหมือนมีคนทานมื้อเที่ยงอย่างอร่อยเลยนะ

ไวยากรณ์

looks like they had: อนุมานเหตุการณ์ในอดีตจากหลักฐาน

looks like + อนุประโยค ใช้ในความหมายว่า “หลักฐานที่มีบ่งชี้ว่า...” ได้ ในประโยคนี้ Somebody เป็นประธานของ looks และ they had a good lunch คือเหตุการณ์ที่ผู้พูดอนุมาน ไม่ได้เป็นการเปรียบเทียบรูปลักษณ์ looks เป็นรูปปัจจุบันเพราะผู้พูดกำลังตอบสนองต่อสิ่งที่เห็นตอนนี้ ส่วน had เป็นรูปอดีตเพราะมื้อกลางวันจบไปแล้ว โครงสร้างนี้ใช้คาดเดาอย่างมีเหตุผลจากผลลัพธ์ที่มองเห็น ไม่ใช่ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงแน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมข้อสรุปด้วย looks like: The desks are empty and the lights are off. It ____ everyone went home.

ดูคำตอบ

looks like

Yes, bath time, I think.

3:01

ใช่ ถึงเวลาอาบน้ำแล้วล่ะ

Baby Alexander is having a bath. วลี

3:05

เบบี้อเล็กซานเดอร์กำลังอาบน้ำ

วลี

is having a bath: วลีกิจกรรมแบบบริติช have a bath

have a bath เป็นวลีกิจกรรมแบบตายตัวในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึง “อาบน้ำ” ซึ่งโดยทั่วไปคืออาบในอ่าง ในที่นี้ have เป็นกริยาที่ช่วยบอกกิจกรรม ไม่ได้หมายถึง “ครอบครอง” is having a bath เป็นรูป present progressive: is + having + a bath ใช้บอกว่ากิจกรรมกำลังเกิดขึ้นในตอนนี้ โครงสร้างเดียวกันสามารถเปลี่ยนตามเวลาและประธานได้เป็น have a bath, had a bath หรือ are having a bath

แบบฝึกหัด

ใช้ have a bath ในรูป present progressive: Leo is busy. He ____ right now.

ดูคำตอบ

is having a bath

This is Mr. Dinosaur.

3:09

นี่คือคุณไดโนเสาร์

Can you say dinosaur?

3:12

พูดว่าไดโนเสาร์ได้ไหม?

Goo-goo.

3:14

อู อู

He can't talk, Peppa.

3:16

เขาพูดไม่ได้หรอกเปปป้า

But he will talk one day. ไวยากรณ์

3:18

แต่วันหนึ่งเขาจะพูดได้

ไวยากรณ์

will talk one day: การเปลี่ยนแปลงที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต

ใน will talk one day คำว่า will talk เป็นการคาดการณ์การเปลี่ยนแปลงในอนาคต ตอนนี้ทารกยังพูดไม่ได้ แต่ผู้พูดคาดว่าเขาจะพูดได้ในภายหลัง หลัง will ใช้คำกริยารูปพื้นฐาน talk ในที่นี้ one day หมายถึง “สักเวลาหนึ่งในอนาคตที่ยังไม่ระบุ” ไม่ใช่วันที่กำหนดไว้แล้ว โครงสร้าง will + คำกริยา + one day มักใช้แสดงความมั่นใจ ความหวัง หรือการปลอบใจเกี่ยวกับสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าคาดว่าความสามารถหนึ่งจะพัฒนาขึ้นในเวลาที่ไม่ระบุในอนาคต

  1. Leo cannot swim yet, but he will swim one day.
  2. Leo will swim at 10:00 tomorrow.
  3. Leo swam yesterday, but he cannot swim now.
ดูคำตอบ

Leo cannot swim yet, but he will swim one day.

Then you'll know what he wants.

3:21

แล้วตอนนั้นหนูจะรู้ว่าเขาต้องการอะไร

What do you want to do now, Alexander?

3:24

ตอนนี้หลานอยากทำอะไรล่ะอเล็กซานเดอร์?

Goo-goo.

3:27

อู อู

I think he wants to go for a walk. วลี

3:29

อาคิดว่าเขาอยากไปเดินเล่นนะ

วลี

go for a walk: สำนวนตายตัวที่เป็นธรรมชาติ

Go for a walk เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ออกไปเดินเพื่อความเพลิดเพลิน ออกกำลังกาย หรือผ่อนคลาย” ในประโยคนี้ wants to go for a walk ระบุกิจกรรมที่ดูเหมือนว่าเขาต้องการทำ ในที่นี้ for a walk ระบุกิจกรรมหรือจุดประสงค์ของการออกไป ควรเรียนรู้รูปแบบ go for a walk ทั้งชุด แทนการแปล for a walk แยกทีละคำ

แบบฝึกหัด

ใช้คำสี่คำคือ go, for, a และ walk เพื่อเติมคำชวนให้สมบูรณ์: It's sunny. Let's ____.

ดูคำตอบ

go for a walk

He can't walk yet, but he can go out in his buggy. โน้ต

3:32

เขายังเดินไม่ได้ แต่เขาออกไปข้างนอกด้วยรถเข็นได้

ไวยากรณ์

can't ... yet, but ... can: ข้อจำกัดในตอนนี้กับสิ่งที่ยังทำได้

Can't walk yet หมายความว่าตอนนี้เขายังไม่มีความสามารถที่จะเดิน คำว่า yet บอกเป็นนัยว่าสถานการณ์นี้อาจเปลี่ยนไปในอนาคต ส่วน but he can เปลี่ยนจากข้อจำกัดในตอนนี้ไปสู่สิ่งที่เขาทำได้ในขณะนี้ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ can't do A yet, but can do B โดยเริ่มจากบอกข้อจำกัดชั่วคราว แล้วเสริมความสามารถด้านบวกหรือทางเลือกที่ทำได้ ในที่นี้ทั้ง can และ can't ใช้พูดถึงความสามารถ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย can't และ can: Ava ____ read yet, but she ____ tell the story from the pictures.

ดูคำตอบ

can't · can

การใช้คำ

buggy: คำอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงรถเข็นเด็ก

ในประโยคนี้ buggy เป็นคำนามที่ใช้บ่อยในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงรถเข็นมีล้อที่ทารกหรือเด็กเล็กนั่ง รถเข็นช่วยให้เขาออกไปข้างนอกได้แม้จะยังเดินไม่ได้ บริบทเป็นตัวกำหนดความหมาย Buggy อาจหมายถึงยานพาหนะขนาดเล็กและเบาชนิดอื่น และเมื่อเป็นคำคุณศัพท์อาจหมายถึงซอฟต์แวร์ที่มีข้อผิดพลาด แต่ทั้งสองความหมายไม่เข้ากับฉากการดูแลเด็กนี้

แบบฝึกหัด

buggy ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ซอฟต์แวร์ที่มีข้อผิดพลาดจำนวนมาก
  2. ยานพาหนะขนาดเล็กเพื่อการพักผ่อน
  3. รถเข็นสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก
ดูคำตอบ

รถเข็นสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก

That's a clever little buggy.

3:39

นั่นเป็นรถเข็นที่ดูฉลาดมากเลยนะ

Yes, five gears, mud guards, and ABS as standard. การใช้คำ

3:41

ใช่แล้ว ห้าเกียร์ มีบังโคลน และระบบ ABS เป็นมาตรฐาน

การใช้คำ

ABS as standard: รวมอยู่ในรุ่นพื้นฐาน

ในคำอธิบายสินค้า as standard หมายถึงฟังก์ชันนั้นรวมอยู่ในรุ่นพื้นฐานโดยไม่ต้องจ่ายเพิ่ม ในที่นี้ ABS as standard หมายความว่า ABS เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ไม่ใช่อุปกรณ์เสริมที่ต้องซื้อเพิ่ม โดยทั่วไป ABS หมายถึงระบบเบรกป้องกันล้อล็อก การใช้ภาษาบอกสเปกรถยนต์กับรถเข็นเด็กทำให้รถเข็นฟังดูเหมือนยานพาหนะล้ำสมัย จึงเกิดอารมณ์ขันจากการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกสเปกสินค้าที่มีความหมายตรงข้ามกับ as an option: Every model comes with parking sensors ____.

ดูคำตอบ

as standard

Blah, blah, blah. น้ำเสียง/เจตนา

3:45

บลา บลา บลา

น้ำเสียง/เจตนา

Blah, blah, blah: ปัดสิ่งที่พูดไปว่าไม่สำคัญ

Blah, blah, blah ใช้แทนคำพูดที่ผู้พูดไม่ต้องการพูดซ้ำหรือไม่อยากตั้งใจฟัง ในที่นี้เป็นการปัดรายละเอียดทางเทคนิคทิ้งว่าเป็นเรื่องน่าเบื่อ ชวนสับสน หรือไม่สำคัญ สำนวนนี้ไม่ใช่การย่ออย่างเป็นกลางแบบ and so on แต่สื่อถึงความไม่อดทน การล้อเลียน หรือการไม่สนใจ ผู้ฟังจึงอาจรู้สึกว่าคำพูดของตนถูกมองว่าไร้สาระ

แบบฝึกหัด

ในการใช้แบบนี้ Blah, blah, blah มักแสดงท่าทีแบบใด?

  1. ผู้พูดมองว่ารายละเอียดเหล่านั้นน่าเบื่อหรือไม่สำคัญ
  2. ผู้พูดกำลังเห็นด้วยกับทุกรายละเอียดอย่างตั้งใจ
  3. ผู้พูดกำลังขอคำอธิบายที่ละเอียดขึ้นอย่างสุภาพ
ดูคำตอบ

ผู้พูดมองว่ารายละเอียดเหล่านั้นน่าเบื่อหรือไม่สำคัญ

That's how daddies talk. ลำดับความ

3:47

พวกคุณพ่อก็คุยกันแบบนี้แหละ

ลำดับความ

That's how daddies talk: สรุปวิธีพูด

That's how + ประธาน + กริยา ใช้ย้อนถึงวิธีทำหรือวิธีพูดที่เพิ่งแสดงให้เห็น ในที่นี้ how หมายถึง “ในแบบนั้น” ไม่ใช่คำถาม ประโยคนี้นำตัวอย่างหนึ่งของสไตล์การพูดเชิงเทคนิคของ Daddy Pig มาสรุปกว้าง ๆ ว่าเป็นวิธีพูดของเหล่าคุณพ่อ เพราะผู้พูดเป็นเด็ก คำพูดกว้าง ๆ นี้จึงมีน้ำเสียงขำ ๆ ไม่ใช่กฎจริงจังเกี่ยวกับพ่อทุกคน โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้สรุปวิธีการ นิสัย หรือสไตล์ของคนได้

แบบฝึกหัด

หลังจากดูวิธีของ Leo แล้ว ประโยคใดสรุปวิธีพับเครื่องบินกระดาษของเขาได้ถูกต้อง?

  1. That's how does Leo fold a paper plane.
  2. That's how Leo folds a paper plane.
  3. That's what Leo folds a paper plane.
ดูคำตอบ

That's how Leo folds a paper plane.

Alexander likes it when you talk, Peppa.

3:50

อเล็กซานเดอร์ชอบเวลาหนูพูดนะเปปป้า

That's because I am very interesting. ลำดับความ

3:53

นั่นเป็นเพราะหนูคุยสนุกมากไงคะ

ลำดับความ

That's because: บอกเหตุผลของสถานการณ์ก่อนหน้า

That's because ใช้บอกสาเหตุของสถานการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง That ย้อนถึงสถานการณ์ก่อนหน้า และหลัง because จะตามด้วยอนุประโยคที่บอกเหตุผล ในที่นี้ ผู้พูดอธิบายว่า Alexander ชอบฟังเธอเพราะเธอเป็นคนน่าสนใจมาก การชมตัวเองทำให้ประโยคนี้ตลก แต่การเชื่อมเหตุและผลแบบนี้ใช้ในการอธิบายทั่วไปได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

งานปิกนิกถูกยกเลิก ประโยคใดใช้ต่อเพื่อบอกเหตุผลได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. That's because it was raining heavily.
  2. That's why it was raining heavily.
  3. That's because of it was raining heavily.
ดูคำตอบ

That's because it was raining heavily.

This is the sky.

3:58

นี่คือท้องฟ้า

Can you say sky?

4:00

พูดว่าท้องฟ้าได้ไหม?

Goo-goo.

4:02

อู อู

The sky is where rain comes from. ไวยากรณ์

4:04

ท้องฟ้าคือที่ที่ฝนตกลงมา

ไวยากรณ์

where rain comes from: การบอกแหล่งที่มา

ในประโยคบอกเล่านี้ where rain comes from เป็นอนุประโยคที่ตามหลัง is หมายถึง “สถานที่ที่ฝนมาจาก” จึงบอกว่าท้องฟ้าเป็นแหล่งที่มาของฝน ในที่นี้ where ใช้ให้ข้อมูล ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม ภายในอนุประโยค rain comes from ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าตามปกติ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ A is where B comes from อย่าเติม does หรือเปลี่ยนเป็นลำดับคำแบบคำถามในประโยคบอกเล่านี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคบอกแหล่งที่มาด้วยอนุประโยค where: This farm is ____. ใช้ our milk และ come from

ดูคำตอบ

where our milk comes from

Can you say rain?

4:07

พูดว่าฝนได้ไหม?

Rain is good for ducks and plants, and making muddy puddles. วลี

4:10

ฝนดีต่อเป็ดและต้นไม้ และทำให้เกิดแอ่งโคลน

วลี

Rain is good for ...: ประโยชน์และการใช้งาน

ใน Rain is good for ducks and plants คำว่า be good for หมายถึง “มีประโยชน์ต่อ” หรือ “ส่งผลดีต่อ” กลุ่มคำนามที่ตามหลัง for ระบุว่าใครหรือสิ่งใดได้รับประโยชน์ โครงสร้างเดียวกันนี้ยังใช้บอกได้ว่าสิ่งหนึ่งมีประโยชน์ต่อกิจกรรมใด เมื่อวางกิจกรรมไว้หลัง for ให้ใช้รูป -ing เช่น good for making muddy puddles ดังนั้น หลัง be good for จึงใช้ได้ทั้งกลุ่มคำนามและกลุ่มคำ -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be good for: Regular exercise ____ your heart.

ดูคำตอบ

is good for

Peppa has found a big muddy puddle.

4:17

เปปป้าเจอแอ่งโคลนขนาดใหญ่

Look, Alexander.

4:19

ดูสิ อเล็กซานเดอร์

I'm jumping up and down in a puddle. วลี

4:21

พี่กำลังกระโดดขึ้นลงในแอ่งน้ำ

วลี

jumping up and down in a puddle: กระโดดขึ้นลงซ้ำ ๆ ในแอ่งน้ำ

Jumping up and down หมายถึงกระโดดขึ้นแล้วลงซ้ำ ๆ ไม่ใช่กระโดดเพียงครั้งเดียว Up and down บอกเส้นทางการเคลื่อนไหวในแนวตั้ง In a puddle บอกสถานที่ที่กระโดด ในประโยคนี้ วลีทั้งหมดบรรยายการเคลื่อนไหวจริงซ้ำ ๆ ในแอ่งน้ำ โดย up and down ไม่ได้หมายถึงอารมณ์ที่เปลี่ยนไปมา

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่แสดงการเคลื่อนไหวในแนวตั้งซ้ำ ๆ ให้สมบูรณ์: The children are jumping ____ because they are excited.

ดูคำตอบ

up and down

I love jumping up and down in puddles.

4:27

ฉันชอบกระโดดขึ้นลงในแอ่งน้ำ

Puddles.

4:30

แอ่งน้ำ

Alexander has said his first word. ไวยากรณ์

4:32

อเล็กซานเดอร์พูดคำแรกของเขาแล้ว

ไวยากรณ์

has said his first word: บอกความสำเร็จครั้งสำคัญด้วย present perfect

Has said เป็นโครงสร้าง present perfect: has + รูป past participle said ส่วน his first word หมายถึงพัฒนาการครั้งสำคัญ เมื่อรวมกัน has said his first word จึงเป็นการบอกว่าตอนนี้ไปถึงพัฒนาการครั้งสำคัญนั้นแล้ว จุดเน้นคือผลลัพธ์ที่สำคัญในตอนนี้ ไม่ใช่เวลาใดเวลาหนึ่งในอดีตที่จบไปแล้ว โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บอกความสำเร็จหรือการเปลี่ยนแปลงใหม่ ๆ ได้

แบบฝึกหัด

เติม has + รูป past participle ของ take ให้สมบูรณ์: The baby ____ her first step.

ดูคำตอบ

has taken

Puddles!

4:35

แอ่งน้ำ!

Hooray!

4:36

ไชโย!

Puddles.

4:38

แอ่งน้ำ

And I taught him to say it. ไวยากรณ์

4:39

และหนูเป็นคนสอนให้เขาพูดเอง

ไวยากรณ์

teach someone to do (สอนให้ใครทำอะไร): I taught him to say it.

โครงสร้าง teach + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสอนให้ใครทำอะไร ในประโยค I taught him to say it. คำว่า taught เป็นรูปอดีตแบบไม่ปกติของ teach ส่วน him คือคนที่ได้รับการสอน และ to say คือการกระทำที่สอน คำสรรพนาม it หมายถึงคำที่พูดถึงไปก่อนหน้านี้ เมื่อนำโครงสร้างนี้ไปใช้ในสถานการณ์อื่น ให้ระบุทั้งสองส่วนให้ชัดเจนว่าสอนใครและสอนให้คนนั้นทำอะไร

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้โครงสร้าง teach + คน + to + คำกริยารูปพื้นฐานได้ถูกต้อง

  1. Leah taught to her brother tie his shoelaces.
  2. Leah taught her brother to tie his shoelaces.
  3. Leah taught her brother tying his shoelaces.
ดูคำตอบ

Leah taught her brother to tie his shoelaces.

Puddles.

4:42

แอ่งน้ำ