คุณมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?: บทเรียนภาษาอังกฤษ

AsapSCIENCE

ความยากในการเรียน
980 คำ 177 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: เนื้อหานี้ไล่จากโลกยุคแรกและเซลล์แรกไปถึง Homo sapiens ช่วงที่มนุษย์เกือบสูญพันธุ์ และการกระจายไปทั่วโลก ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. in order to (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): มองเห็นจุดประสงค์ที่วางไว้ก่อนประโยคหลัก และเชื่อมเป้าหมายกับการกระทำที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น 2. the tree of life began to explode. (สำนวนและภาษาภาพพจน์): อ่านต้นไม้และการระเบิดเป็นภาพของการแตกแขนงทางวิวัฒนาการอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่เหตุการณ์จริง แล้วใช้สรุปการขยายตัวให้เห็นภาพ 3. almost didn't make it. (สำนวนและภาษาภาพพจน์): เข้าใจ make it ว่า “รอดชีวิต” จับขอบเขตของ almost กับคำปฏิเสธให้ถูก และใช้กับการรอด มาถึง หรือสำเร็จแบบฉิวเฉียด

คำอธิบายในบทเรียนนี้

You just clicked on this video, ลำดับความ

0:00

คุณเพิ่งคลิกเข้ามาดูวิดีโอนี้

so you're alive.

0:01

แสดงว่าคุณยังมีชีวิตอยู่

ลำดับความ

You just ..., so ...: เปลี่ยนข้อเท็จจริงที่เห็นได้ให้เป็นข้ออนุมาน

ประโยคนี้เปิดด้วยการพูดกับผู้ชมโดยตรงและบอกข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายตรวจสอบได้ นั่นคือผู้ชมคลิกวิดีโอนี้ วิธีนี้ทำให้ผู้ชมมีส่วนร่วมทันที จากนั้น so นำเสนอ “you're alive” ว่าเป็นข้อสรุปที่อนุมานจากการกระทำที่เห็นได้ ไม่ใช่ผลที่เกิดจากการคลิก ข้อสรุปที่ชัดเจนแบบจงใจพูดเกินจริงทำให้ช่วงเปิดมีอารมณ์ขัน พร้อมทั้งปูไปสู่หัวข้อว่าการมีชีวิตหมายถึงอะไร

แบบฝึกหัด

so แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยคนี้?

  1. ผู้พูดกำลังออกคำสั่งให้ผู้ชม
  2. การคลิกทำให้ผู้ชมมีชีวิตขึ้นมา
  3. ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ชมคลิกสนับสนุนข้ออนุมานว่าผู้ชมยังมีชีวิตอยู่
ดูคำตอบ

ข้อเท็จจริงที่ว่าผู้ชมคลิกสนับสนุนข้ออนุมานว่าผู้ชมยังมีชีวิตอยู่

And interestingly,

0:02

และที่น่าสนใจก็คือ

in order to understand exactly where you came from, ไวยากรณ์

0:03

เพื่อจะเข้าใจให้แน่ชัดว่าคุณมาจากไหน

we must first understand what it means to be alive. ไวยากรณ์

0:06

ก่อนอื่นเราต้องเข้าใจก่อนว่าการมีชีวิตหมายถึงอะไร

ไวยากรณ์

in order to + คำกริยารูปพื้นฐาน: ระบุจุดประสงค์อย่างชัดเจน

in order to ใช้นำหน้าจุดประสงค์และตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ in order to understand ... บอกเหตุผลว่าเพราะอะไรจึง “we must first understand what it means to be alive.” วลีบอกจุดประสงค์อยู่ก่อนอนุประโยคหลัก ผู้ฟังจึงได้ยินเป้าหมายก่อน แล้วจึงได้ยินขั้นตอนที่จำเป็น ในคำอธิบายหรือข้อโต้แย้ง in order to ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเป้าหมายกับขั้นตอนชัดเจนกว่าการใช้ to-infinitive แบบง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจุดประสงค์สามคำที่ชัดเจนและมีความหมายว่า “โดยมีจุดประสงค์เพื่อ”: We left early ____ avoid the traffic.

ดูคำตอบ

in order to

ไวยากรณ์

what it means to be alive: อนุประโยค wh แบบฝัง

“what it means to be alive” เป็นอนุประโยค wh แบบฝังที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ understand วลีนี้บอกความหมายหรือเงื่อนไขที่กำหนดว่าการมีชีวิตอยู่คืออะไร ไม่ใช่คำถามที่อยู่เดี่ยว ๆ เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ภายในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + ประธาน + กริยา ดังนั้นจึงใช้ “what it means” ไม่ใช่ “what does it mean” โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้เมื่ออธิบายหรือพิจารณาความหมายของแนวคิดอื่นได้

แบบฝึกหัด

เลือกอนุประโยคแบบฝังที่เติมประโยคภาษาอังกฤษนี้ได้อย่างถูกต้อง: We need to understand ___。

  1. What does it mean to be alive?
  2. what it means to be alive.
  3. what means it to be alive?
ดูคำตอบ

what it means to be alive.

Life is an organized genetic unit capable of metabolism, วลี

0:09

ชีวิตคือหน่วยพันธุกรรมที่มีการจัดระเบียบ ซึ่งสามารถเผาผลาญพลังงาน

reproduction,

0:12

สืบพันธุ์

and evolution.

0:13

และวิวัฒนาการได้

วลี

capable of: การแสดงความสามารถในคำจำกัดความแบบเป็นทางการ

Capable of เป็นวลีคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีความสามารถหรือศักยภาพที่จะทำบางสิ่ง” ในที่นี้ใช้ขยาย an organized genetic unit และนำเสนอหน้าที่ที่หน่วยดังกล่าวสามารถทำได้ ได้แก่ metabolism, reproduction และ evolution หลัง of ให้ใช้คำนาม กลุ่มคำนาม หรือรูป -ing ประโยคนี้ใช้คำนามหลายคำเรียงกัน ดังนั้น capable of จึงเชื่อมประธานเข้ากับความสามารถหลายอย่าง โดยไม่ได้หมายความว่าประธานกำลังทำกิจกรรมเหล่านั้นอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีคงรูปที่มีความหมายว่า “มีความสามารถที่จะทำบางสิ่ง” ลงในประโยค: The sensor is ____ detecting tiny changes in temperature。

ดูคำตอบ

capable of

It's important to remember this as we go way back in history to figure out exactly how you got here. โน้ต

0:14

สิ่งสำคัญคือต้องจำเรื่องนี้ไว้ ขณะที่เราย้อนกลับไปไกลในประวัติศาสตร์เพื่อหาคำตอบว่าคุณมาอยู่ตรงนี้ได้อย่างไร

สำนวน

go way back in history: ย้อนกลับไปสู่อดีตอันไกลโพ้น

ในประโยคนี้ go way back in history หมายถึงการย้อนกลับไปไกลมากในอดีตขณะอธิบายหรือสืบค้นเรื่องใดเรื่องหนึ่ง เป็นการเคลื่อนไปตามเส้นเวลา ไม่ใช่การเคลื่อนตัวถอยหลังจริง ๆ ตรงนี้ way เป็นคำวิเศษณ์ที่ช่วยเน้น back ทำให้วลีนี้เน้นว่าระยะห่างทางเวลานั้นยาวนานมาก โครงสร้างนี้ใช้ได้เมื่อต้องการสืบหาต้นกำเนิดเก่าแก่หรือช่วงแรกของพัฒนาการบางอย่าง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ไฮไลต์ไว้: To explain the origins of writing, the documentary must ____ to the first cities.

ดูคำตอบ

go way back in history

กริยาวลี

figure out: หาคำตอบด้วยการคิดหรือสืบค้น

ในที่นี้ figure out หมายถึงการทำความเข้าใจว่าเรื่องหนึ่งเกิดขึ้นได้อย่างไรด้วยการคิด สืบค้น หรือติดตามหลักฐาน วลีนี้เน้นกระบวนการไปถึงคำตอบ ไม่ใช่แค่การมีความรู้นั้นอยู่แล้ว หลัง figure out อาจตามด้วยคำนาม เช่น figure out the answer หรืออนุประโยคคำถามที่ขึ้นต้นด้วย how, why, what หรือ whether ในคำบรรยาย exactly how you got here คือสิ่งที่กำลังพยายามทำความเข้าใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ figure out: After comparing the clues, Maya finally ____ why the alarm kept ringing.

ดูคำตอบ

figured out

Astronomers believe our solar system began to form 4.6 billion years ago when a star exploded and then collapsed to form the sun

0:19

นักดาราศาสตร์เชื่อว่าระบบสุริยะของเราเริ่มก่อตัวเมื่อ 4.6 พันล้านปีก่อน เมื่อดาวฤกษ์ดวงหนึ่งระเบิดแล้วพังยุบตัวลงจนกลายเป็นดวงอาทิตย์

and around 500 smaller planets collided with each other to form the inner planets we know today,

0:26

และดาวเคราะห์ขนาดเล็กราว 500 ดวงชนกัน จนก่อกำเนิดเป็นดาวเคราะห์ชั้นในที่เรารู้จักในทุกวันนี้

including your home,

0:32

รวมถึงบ้านของคุณ

Earth.

0:33

โลก

For about 600 million years,

0:33

เป็นเวลาราว 600 ล้านปี

Earth was too hot for life. ไวยากรณ์

0:35

โลกร้อนเกินกว่าสิ่งมีชีวิตจะดำรงอยู่ได้

ไวยากรณ์

too hot for life: too + คำคุณศัพท์ + for + คำนาม

ใน too hot for life คำว่า too บอกระดับความร้อนที่เกินขีดจำกัดซึ่งสิ่งมีชีวิตจะทนได้ ส่วน for life ระบุสิ่งที่ได้รับผลจากสภาพที่มากเกินไปนั้น โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์ + for + นามวลี เป็นรูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ โดยหมายความว่าระดับของคุณสมบัติที่คำคุณศัพท์บอกนั้นเกินกว่าที่จะเหมาะสมหรือรับมือได้สำหรับบุคคล สิ่งของ หรือจุดประสงค์นั้น โดยปกติจะสื่อถึงปัญหาหรือข้อจำกัด ไม่ใช่แค่ระดับที่สูง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายความว่าน้ำหนักเกินกว่าที่เด็กจะรับไหว: At 20 kilograms, this backpack is ____ a young child to carry.

ดูคำตอบ

too heavy for

Most of the water was evaporating into space,

0:37

น้ำส่วนใหญ่ระเหยออกสู่อวกาศ

and even if some simple chemical reactions began to take place creating life, โน้ต

0:40

และต่อให้ปฏิกิริยาเคมีง่าย ๆ บางอย่างเริ่มเกิดขึ้นจนสร้างชีวิตได้

ไวยากรณ์

even if: เงื่อนไขสมมติที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

ใน even if คำว่า even ทำให้อนุประโยค if มีน้ำหนักเป็นสมมติฐานเชิงยอมรับข้อโต้แย้ง ผู้พูดยอมรับชั่วคราวว่าปฏิกิริยาอาจเริ่มขึ้น แต่ส่งสัญญาณว่าสิ่งนี้จะไม่เปลี่ยนผลที่กล่าวตามมา โครงสร้าง even if + เงื่อนไข, ประโยคหลัก เป็นรูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้ โดยหมายความว่าผลยังคงเป็นจริงแม้อยู่ภายใต้เงื่อนไขนั้น เงื่อนไขอาจเป็นไปได้ ไม่น่าจะเกิดขึ้น หรือเป็นเพียงสิ่งที่จินตนาการขึ้น และไม่ได้ถูกนำเสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

คุณไม่รู้ว่าฝนจะตกหรือไม่ แต่ไม่ว่ากรณีใด ชั้นเรียนกลางแจ้งจะดำเนินต่อใต้ที่กำบัง ประโยคใดแสดงความหมายนี้

  1. Even if it rains, the class will continue under the shelter.
  2. If it rains, the class will be canceled.
  3. Even though it is raining, the class will continue under the shelter.
ดูคำตอบ

Even if it rains, the class will continue under the shelter.

วลี

take place เมื่อกล่าวว่าเหตุการณ์หรือกระบวนการเกิดขึ้น

วลีตายตัว take place หมายถึง เกิดขึ้น ในประโยคนี้มีการสมมติว่าปฏิกิริยาเคมีง่าย ๆ เริ่มเกิดขึ้น take place เป็นวลีที่ไม่รับกรรม โดยมีเหตุการณ์หรือกระบวนการเป็นประธาน ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือย้ายสถานที่จริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง “เกิดขึ้น” ให้สมบูรณ์: The school play will ____ in the main hall at 7 p.m.

ดูคำตอบ

take place

the comets and meteorites hitting Earth at the time

0:44

ดาวหางและอุกกาบาตที่พุ่งชนโลกในเวลานั้น

would have brought enough heat to make the developing oceans boil, ไวยากรณ์

0:46

ก็จะนำความร้อนมามากพอที่จะทำให้มหาสมุทรที่กำลังก่อตัวเดือดพล่าน

destroying all potential life.

0:49

และทำลายทุกชีวิตที่อาจเกิดขึ้น

ไวยากรณ์

would have brought สำหรับผลในอดีตที่สมมติขึ้น

Would have brought ใช้โครงสร้าง would have + คำกริยาช่องที่สาม โดย brought เป็นคำกริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้เสนอว่าการนำความร้อนมาเป็นผลของเงื่อนไขในอดีตที่สมมติขึ้น ซึ่งในที่นี้เงื่อนไขมาจากอนุประโยค even if ก่อนหน้า โครงสร้างนี้มองย้อนถึงผลในอดีตที่อาจเกิดขึ้นหรือไม่ตรงกับความจริง ไม่ได้กล่าวถึงอนาคต หลัง would have ต้องใช้คำกริยาช่องที่สาม ดังนั้น bring จึงเปลี่ยนเป็น brought

แบบฝึกหัด

ใช้ bring ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมผลในอดีตที่สมมติขึ้น: If the storm had reached our town, it would ____ heavy rain.

ดูคำตอบ

have brought

ไวยากรณ์

make the developing oceans boil: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน

ใน make the developing oceans boil คำว่า make เป็นโครงสร้างบอกเหตุให้เกิดผล กล่าวคือ ความร้อนทำให้มหาสมุทรที่กำลังก่อตัวเดือด โดย the developing oceans เป็นกรรมของ make และเป็นประธานเชิงความหมายของ boil ด้วย โครงสร้างประโยคกรรตุวาจกคือ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน กริยาที่บอกผลลัพธ์ไม่ใช้ to ดังนั้น make the oceans boil จึงถูกต้อง ไม่ใช่ make the oceans to boil

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน โดยใช้ the room และ feel: Opening the windows will ____ cooler.

ดูคำตอบ

make the room feel

As comets and meteorites subsided,

0:51

เมื่อดาวหางและอุกกาบาตค่อย ๆ เบาบางลง

Earth cooled and it became possible for water to remain on the surface. ไวยากรณ์

0:53

โลกก็เย็นลง และน้ำจึงสามารถคงอยู่บนพื้นผิวได้

ไวยากรณ์

it became possible for water to remain: โครงสร้างบอกความเป็นไปได้แบบไม่ระบุประธาน

ใน it became possible for water to remain คำว่า it ไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ แต่ทำหน้าที่เติมตำแหน่งประธานของประโยค สถานการณ์ที่กล่าวถึงจริง ๆ คือการที่น้ำคงอยู่บนพื้นผิว โครงสร้าง it became possible for + คำนาม + to + กริยา แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงของเงื่อนไขทำให้การกระทำหรือสภาวะหนึ่งเป็นไปได้ for water ระบุประธานเชิงความหมายของ remain ส่วน became เน้นการเปลี่ยนจากสิ่งที่เป็นไปไม่ได้หรือเป็นไปได้ยากให้กลายเป็นสิ่งที่เป็นไปได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย it became possible for + คำนาม + to + กริยา: When the storm ended, ____ possible ____ the rescue team ____ fly safely.

ดูคำตอบ

it became · for · to

And so,

0:57

ดังนั้น

life begins around 3.7 billion years ago.

0:57

ชีวิตจึงเริ่มต้นขึ้นเมื่อราว 3.7 พันล้านปีก่อน

There are many theories about how exactly it began.

1:01

มีหลายทฤษฎีว่าชีวิตเริ่มต้นขึ้นได้อย่างไรกันแน่

Some believe simple life arrived from a meteorite, ลำดับความ

1:03

บางคนเชื่อว่าสิ่งมีชีวิตแบบง่าย ๆ มากับอุกกาบาต

while others think chemical evolution started with compounds reacting to heat,

1:06

ขณะที่บางคนคิดว่าวิวัฒนาการทางเคมีเริ่มจากสารประกอบทำปฏิกิริยากับความร้อน

or perhaps they were struck by lightning.

1:10

หรือบางทีสารเหล่านั้นอาจถูกฟ้าผ่า

ลำดับความ

Some believe ... while others think

“Some believe...” ใช้เกริ่นความคิดเห็นของคนกลุ่มหนึ่ง ส่วน “while others think...” ใช้เกริ่นความคิดเห็นที่แตกต่างออกไป ในประโยคนี้ while แสดงการเปรียบต่างระหว่างคำอธิบายที่แข่งขันกัน ไม่ได้หมายความว่าความเชื่อทั้งสองอย่างเกิดขึ้นพร้อมกัน โครงสร้างนี้ช่วยนำเสนอความเห็นที่ไม่ตรงกันอย่างเป็นกลาง โดยบอกว่าคนแต่ละกลุ่มคิดอย่างไรโดยไม่ตัดสินว่าความเห็นใดถูกต้อง นอกจากนี้ยังใช้จัดระเบียบมุมมองสองด้านของประเด็นหนึ่งในการพูดหรือการเขียนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างสองส่วนแบบเป็นกลาง: ____ the plan will save money, ____ it may create new problems.

ดูคำตอบ

Some believe · while others think

And while the exact date is difficult to pinpoint, วลี

1:12

และแม้จะระบุวันที่แน่ชัดได้ยาก

a new study claims to have found the oldest fossil ever ไวยากรณ์

1:15

งานวิจัยชิ้นใหม่อ้างว่าได้ค้นพบฟอสซิลที่เก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยพบ

at 3.77 billion years old,

1:18

ซึ่งมีอายุ 3.77 พันล้านปี

an ancient microbe that flourished around a hydrothermal vent on the ocean floor.

1:21

มันคือจุลชีพโบราณที่เจริญงอกงามอยู่รอบปล่องน้ำร้อนใต้ทะเลบนพื้นมหาสมุทร

วลี

difficult to pinpoint(ยากที่จะระบุให้แน่ชัด)

ในที่นี้ difficult to pinpoint หมายถึงยากที่จะระบุวันที่ที่แน่นอนได้อย่างแม่นยำ Pinpoint เป็นคำกริยาที่ใช้เมื่อค้นหาหรือระบุบางสิ่งด้วยความแม่นยำสูงมาก ประโยคนี้บอกว่ายังไม่สามารถกำหนดวันที่ได้อย่างแน่นอน โครงสร้าง difficult to + คำกริยาใช้เมื่อสิ่งนั้นเป็นไปได้ในหลักการ แต่ทำให้ถูกต้องแม่นยำได้ยาก Pinpoint ยังใช้กับสถานที่ สาเหตุ แหล่งที่มา หรือช่วงเวลาที่แน่นอนได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับวันที่เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ “The exact date is difficult to pinpoint” หมายความว่าอย่างไร

  1. เป็นไปไม่ได้ที่จะพูดคุยเรื่องวันที่ที่แน่นอน
  2. มีคนต้องใช้เข็มทำเครื่องหมายบนวันที่
  3. ยากที่จะระบุวันที่ที่แน่นอน
ดูคำตอบ

ยากที่จะระบุวันที่ที่แน่นอน

ไวยากรณ์

claims to have found: รายงานการค้นพบที่เกิดก่อนด้วยข้อกล่าวอ้างในปัจจุบัน

คำกริยา claims ใช้รายงานสิ่งที่งานวิจัยกล่าวอ้าง โดยยังคงให้ข้อสรุปเป็นคำกล่าวอ้างของงานวิจัยนั้น ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดตรวจสอบการค้นพบนี้ด้วยตนเองแล้ว to have found เป็น perfect infinitive มีโครงสร้าง to + have + past participle ใช้วางการค้นพบไว้ก่อนการกล่าวอ้างในปัจจุบัน ในประโยคนี้ งานวิจัยกำลังอ้างถึงการค้นพบที่บอกว่าได้ทำสำเร็จไปแล้ว

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งกำลังกล่าวอ้างในตอนนี้ และนำเสนอว่าการค้นพบเสร็จสิ้นแล้ว ประโยคใดแสดงความสัมพันธ์ด้านเวลาทั้งสองอย่าง?

  1. The report claimed that another team had found a new species.
  2. The report claims that it will find a new species.
  3. The report claims to have found a new species.
ดูคำตอบ

The report claims to have found a new species.

It's around this time that the first simple cells began to evolve on Earth. ไวยากรณ์

1:25

ช่วงเวลานี้เองที่เซลล์แบบง่ายเซลล์แรก ๆ เริ่มวิวัฒนาการขึ้นบนโลก

ไวยากรณ์

It's around this time that: การเน้นจุดหนึ่งบนลำดับเวลา

นี่คือโครงสร้างเน้นแบบ it-cleft ซึ่งใช้ทำให้ส่วนหนึ่งของประโยคเป็นจุดเน้น รูปแบบคือ it is + ส่วนที่เน้น + that + ข้อมูลที่เหลือ ในที่นี้ around this time เป็นจุดเน้น จึงทำให้ช่วงเวลานี้เป็นจุดสำคัญบนลำดับเวลา it เป็นส่วนประกอบทางโครงสร้างและไม่ได้แทนสิ่งใดโดยเฉพาะ ส่วน that ใช้นำข้อมูลที่เหลือ ประโยคแบบกลางคือ Around this time, the first simple cells began to evolve on Earth ส่วนโครงสร้าง it-cleft จะเน้นเวลาให้เด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย it-cleft รูปอดีตที่ใช้ around this time: ____ the first farmers began to settle in the valley.

ดูคำตอบ

It was around this time that

They were able to capture energy,

1:29

พวกมันสามารถรับพลังงานมาใช้

replicate themselves,

1:31

จำลองตัวเอง

and evolve,

1:32

และวิวัฒนาการ

and became the single unit on which all life will be built, ไวยากรณ์

1:33

จนกลายเป็นหน่วยพื้นฐานที่ทุกชีวิตจะก่อร่างขึ้นจากมัน

including you.

1:36

รวมถึงคุณด้วย

ไวยากรณ์

อนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการ “on which all life will be built”

ใน “on which all life will be built” คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึง “the single unit” ไม่ใช่ “all life” อนุประโยคนี้ขยายคำว่า unit และบอกว่าหน่วยดังกล่าวจะเป็นรากฐานของชีวิตทั้งหมดที่เกิดขึ้นภายหลัง นี่คืออนุประโยคสัมพันธ์ที่ย้ายคำบุพบทมาไว้ข้างหน้า: คำนาม + on which + ประธาน + be built คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของความหมาย build on a foundation การวาง on ไว้หน้า which ทำให้เชื่อมข้อมูลนี้กับคำนามได้อย่างกระชับและเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่มี on และ which: The discovery created a foundation ____ later research could be built.

ดูคำตอบ

on which

For 2 billion years,

1:38

เป็นเวลานาน 2 พันล้านปี

all organisms on Earth are unicellular,

1:39

สิ่งมีชีวิตทั้งหมดบนโลกมีเพียงเซลล์เดียว

and they likely lived in the oceans shielded from the hard ultraviolet light of the sun,

1:41

และพวกมันน่าจะอาศัยอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งช่วยปกป้องพวกมันจากรังสีอัลตราไวโอเลตอันรุนแรงของดวงอาทิตย์

but then something remarkable happened. ลำดับความ

1:46

แต่แล้วสิ่งน่าทึ่งก็เกิดขึ้น

Photosynthesis.

1:48

การสังเคราะห์ด้วยแสง

ลำดับความ

การสร้างความลุ้นและการเฉลยใน “something remarkable happened. Photosynthesis.”

ข้อความ “but then something remarkable happened” เปลี่ยนทิศทางของเรื่องและยังไม่บอกทันทีว่าเหตุการณ์นั้นคืออะไร but แสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่มาก่อน then เลื่อนลำดับเวลาไปข้างหน้า และคำกว้าง ๆ อย่าง something สร้างความคาดหวัง “Photosynthesis.” คือการเฉลย การนำเสนอคำสำคัญเป็นส่วนของประโยคที่มีเพียงคำเดียวช่วยเพิ่มการเน้น และทำให้จุดเปลี่ยนรู้สึกฉับพลันและสำคัญ ในการเล่าเรื่องและการนำเสนอ รูปแบบปูเรื่องแล้วเฉลยนี้สามารถจัดวางการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้โดยไม่ต้องอธิบายรายละเอียดทั้งหมดทันที

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้การปูเรื่องเพื่อสร้างความลุ้น แล้วตามด้วยการเฉลยที่สั้นและเน้นหนักได้ดีที่สุด?

  1. The rescuers heard an unexpected signal.
  2. An unexpected signal suddenly reached the rescuers.
  3. But then the rescuers heard something unexpected. A signal.
ดูคำตอบ

But then the rescuers heard something unexpected. A signal.

Around 2.5 billion years ago,

1:49

เมื่อราว 2.5 พันล้านปีก่อน

a random mutation occurred that was advantageous to cells,

1:51

เกิดการกลายพันธุ์แบบสุ่มที่เป็นประโยชน์ต่อเซลล์

and they began using the energy of the sun to power their metabolism. การใช้คำ

1:54

และพวกมันก็เริ่มใช้พลังงานจากดวงอาทิตย์ขับเคลื่อนกระบวนการเผาผลาญของตัวเอง

การใช้คำ

Power Their Metabolism: จ่ายพลังงานให้กระบวนการ

ในที่นี้ power เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จ่ายพลังงานที่ทำให้บางสิ่งทำงานได้” เซลล์ใช้พลังงานจากแสงอาทิตย์เพื่อให้เมแทบอลิซึม ซึ่งเป็นชุดกระบวนการทางเคมีที่ทำให้เซลล์ทำงานต่อไป ดำเนินไปได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ use + แหล่งพลังงาน + to power + ระบบหรือกระบวนการ ในความหมายนี้ power ไม่ได้แปลว่า “ทำให้แข็งแกร่งขึ้น” และไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “อำนาจ”

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่หมายถึง “จ่ายพลังงานที่จำเป็นต่อการทำงาน” ลงในประโยค: Solar panels ____ the clinic's water pump during the day.

ดูคำตอบ

power

And since oxygen or O2 is the product of photosynthesis,

1:58

และเนื่องจากออกซิเจน หรือ O2 เป็นผลผลิตจากการสังเคราะห์ด้วยแสง

our atmosphere changed,

2:02

บรรยากาศของเราจึงเปลี่ยนแปลงไป

eventually creating the ozone layer,

2:03

จนในที่สุดก็ก่อให้เกิดชั้นโอโซน

which acted to shield the Earth from the sun's deadly light.

2:05

ซึ่งช่วยปกป้องโลกจากแสงอันตรายถึงตายของดวงอาทิตย์

Of course,

2:08

แน่นอนว่า

at this point O2 is poisonous to most organisms,

2:09

ณ เวลานั้น O2 เป็นพิษต่อสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่

but over time cells evolved to tolerate it,

2:12

แต่เมื่อเวลาผ่านไป เซลล์ก็วิวัฒนาการจนทนต่อมันได้

and because metabolic reactions using O2 were more efficient,

2:14

และเพราะปฏิกิริยาเมแทบอลิซึมที่ใช้ O2 มีประสิทธิภาพมากกว่า

cells could grow larger.

2:17

เซลล์จึงเติบโตให้มีขนาดใหญ่ขึ้นได้

Around 1 billion years later,

2:19

อีกราว 1 พันล้านปีต่อมา

cells began to engulf and co-opt smaller cells, การใช้คำ

2:20

เซลล์เริ่มกลืนและนำเซลล์ที่เล็กกว่ามาใช้ประโยชน์

การใช้คำ

Co-opt: นำสิ่งที่มีอยู่แล้วเข้ามาในระบบของตน

ในประโยคนี้ co-opt หมายถึงการนำเซลล์ที่เล็กกว่าเข้ามาอยู่ในระบบของเซลล์ที่ใหญ่กว่า แล้วใช้ความสามารถหรือหน้าที่ที่เซลล์เล็กมีอยู่แล้ว คำนี้เพิ่มแนวคิดว่ามีการนำสิ่งที่ดูดกลืนเข้ามาไปใช้งาน ส่วน engulf บอกเพียงการล้อมและนำสิ่งนั้นเข้าไป โดยทั่วไป co-opt เป็นคำกริยาที่ต้องมีกรรม กล่าวคือ บุคคล กลุ่ม หรือระบบนำสมาชิก แนวคิด ทรัพยากร หรือกลไกที่มีอยู่แล้วมาใช้เพื่อจุดประสงค์ของตน สิ่งเดิมอาจยังคงมีลักษณะที่จำได้ แต่บทบาทของมันถูกเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกประโยคที่ได้ยิน โดยเน้นฟังสองพยางค์ของ co-OPT

  1. They plan to copy the existing network.
  2. They plan to co-opt the existing network.
  3. They plan to adopt the existing network.
ดูคำตอบ

They plan to co-opt the existing network.

increasing their abilities to live in diverse environments.

2:24

ทำให้พวกมันสามารถใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมที่หลากหลายยิ่งขึ้น

This selective advantage led to cells sticking together in a coordinated manner even after dividing. ไวยากรณ์

2:26

ความได้เปรียบจากการคัดเลือกนี้ทำให้เซลล์เกาะกันอย่างเป็นระบบ แม้จะแบ่งตัวแล้วก็ตาม

ไวยากรณ์

led to cells sticking together: lead to + คำนาม + -ing

ใน led to cells sticking together นั้น led to หมายถึงสาเหตุหนึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ คำนาม cells เป็นผู้กระทำโดยนัยของ sticking ดังนั้นผลลัพธ์ในที่นี้คือเหตุการณ์ที่เซลล์เกาะติดกัน ในที่นี้ to เป็นส่วนหนึ่งของวลีบุพบท lead to ดังนั้นการกระทำที่ตามหลังจึงใช้รูป -ing: lead to + คำนาม + -ing โครงสร้างนี้ระบุทั้งผลลัพธ์และผู้ที่ทำการกระทำนั้นได้อย่างกระชับ

แบบฝึกหัด

ใช้กริยา melt ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมโครงสร้างเหตุและผลให้สมบูรณ์: The sudden heat led to the snow ____ before noon.

ดูคำตอบ

melting

And these cells eventually began exchanging genetic material,

2:31

ท้ายที่สุด เซลล์เหล่านี้ก็เริ่มแลกเปลี่ยนสารพันธุกรรมกัน

aka, การใช้คำ

2:35

หรือพูดง่าย ๆ ว่า

they had sex.

2:35

พวกมันมีเพศสัมพันธ์กัน

การใช้คำ

aka: การพูดใหม่แบบสบาย ๆ ที่หมายถึง also known as

Aka เป็นคำย่อของ also known as ในที่นี้ใช้เกริ่นการพูดใหม่แบบง่าย ตรง และมีอารมณ์ขันของ exchanging genetic material ว่า they had sex ไม่ได้ใช้บอกชื่อเรียกอย่างเป็นทางการ แต่ทำหน้าที่คล้าย in other words ด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ ผู้พูดและผู้เขียนใช้ aka หลังชื่อหรือคำบรรยายเพื่อให้ชื่อเรียกอีกแบบ ชื่อเล่น หรือการพูดใหม่แบบไม่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

aka ทำหน้าที่อะไรในตัวอย่างนี้?

  1. ใช้ตั้งชื่อวิทยาศาสตร์อย่างเป็นทางการให้เซลล์
  2. ใช้ประกาศว่าคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์นั้นไม่ถูกต้อง
  3. ใช้เกริ่นการพูดคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ใหม่แบบสบาย ๆ และตรงไปตรงมา
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นการพูดคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ใหม่แบบสบาย ๆ และตรงไปตรงมา

Single-celled organisms would divide by mitosis or simple nuclear division,

2:37

สิ่งมีชีวิตเซลล์เดียวแบ่งตัวด้วยไมโทซิส หรือการแบ่งนิวเคลียสแบบง่าย

but once meiosis evolved, ไวยากรณ์

2:41

แต่เมื่อไมโอซิสวิวัฒนาการขึ้น

genetic reorganization began to occur,

2:42

การจัดโครงสร้างทางพันธุกรรมใหม่ก็เริ่มเกิดขึ้น

and the rate of evolution increased as offspring were now more genetically variable,

2:45

และอัตราการวิวัฒนาการก็เพิ่มขึ้น เพราะลูกหลานมีความแปรผันทางพันธุกรรมมากกว่าเดิม

and some of these offspring were more likely to survive and reproduce. ไวยากรณ์

2:49

ทำให้ลูกหลานบางส่วนมีแนวโน้มจะรอดชีวิตและสืบพันธุ์ได้มากขึ้น

ไวยากรณ์

once + อนุประโยค: once meiosis evolved

ในที่นี้ once นำหน้าอนุประโยค meiosis evolved และหมายถึง “หลังจากถึงจุดที่...” คำนี้ทำให้การวิวัฒนาการของไมโอซิสเป็นจุดเปลี่ยน หลังจากนั้นการจัดระเบียบสารพันธุกรรมใหม่จึงเริ่มขึ้น โครงสร้างคือ once + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก ในที่นี้ once เป็นคำสันธานบอกเวลา ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสันธานบอกเวลาจากบทเรียนนี้: “____ the vaccine was approved, hospitals began using it.”

ดูคำตอบ

Once

ไวยากรณ์

มีแนวโน้มที่จะอยู่รอดและสืบพันธุ์มากกว่า: more likely to survive and reproduce

More likely to ใช้เปรียบเทียบความน่าจะเป็น ในที่นี้หมายความว่าลูกหลานเหล่านี้มีโอกาสอยู่รอดและสืบพันธุ์สูงกว่ากลุ่มที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่าลูกหลานทุกตัวอยู่รอดและสืบพันธุ์ได้จริง โครงสร้างคือ more likely to + กริยารูปพื้นฐาน โดย to ตัวเดียวใช้ร่วมกับกริยาที่เชื่อมกันได้ ดังนั้น to survive and reproduce จึงหมายถึง to survive and to reproduce ส่วนสิ่งที่เปรียบเทียบหลัง than อาจระบุไว้ชัดเจนหรือเข้าใจได้จากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบความน่าจะเป็นจากบทเรียนนี้: “Compared with plants kept in darkness, plants near a window are ____ grow well.”

ดูคำตอบ

more likely to

And so,

2:52

ด้วยเหตุนี้

the tree of life began to explode. สำนวน

2:52

ต้นไม้แห่งชีวิตจึงเริ่มแตกแขนงอย่างมหาศาล

สำนวน

ต้นไม้แห่งชีวิตเริ่มแตกแขนงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

tree of life ใช้ภาพของต้นไม้ที่แตกกิ่งเพื่อแสดงว่ากลุ่มสิ่งมีชีวิตมีความสัมพันธ์กันทางวิวัฒนาการอย่างไร ต้นไม้ในที่นี้เป็นแนวคิด ไม่ใช่พืชจริง ๆ began to explode หมายถึงเริ่มมีความหลากหลายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วมาก จนเกิดกลุ่มหรือกิ่งใหม่จำนวนมาก explode เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน ไม่ใช่การระเบิดทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The tree of life began to explode,' กำลังอธิบายอะไร

  1. สิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งสร้างบ้านรูปต้นไม้
  2. กลุ่มสิ่งมีชีวิตเริ่มมีความหลากหลายอย่างรวดเร็วและแตกออกเป็นหลายกิ่ง
  3. ต้นไม้จริงติดไฟและระเบิดแตกออก
ดูคำตอบ

กลุ่มสิ่งมีชีวิตเริ่มมีความหลากหลายอย่างรวดเร็วและแตกออกเป็นหลายกิ่ง

First, ลำดับความ

2:55

อันดับแรก

there were plants,

2:55

คือพืช

and then fungi,

2:56

จากนั้นก็เห็ดรา

ลำดับความ

First, ... and then: ก่อนอื่น……แล้วจึง

First ใช้ระบุช่วงแรก ส่วน and then ใช้แนะนำช่วงถัดไป ทั้งสองคำช่วยแบ่งเส้นเวลาที่ยาวออกเป็นขั้นตอนที่ชัดเจนและติดตามได้ง่าย โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้จัดลำดับคำแนะนำ เรื่องเล่า หรือรายการได้: First, X happened, and then Y happened. การใช้ and then ซ้ำในภาษาพูดช่วยให้ลำดับดำเนินต่อจากช่วงหนึ่งไปยังช่วงถัดไป

แบบฝึกหัด

ใช้คำบอกลำดับจากบทเรียนให้ตรงตามเดิมเพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: ____, wash the berries, ____ put them in the bowl.

ดูคำตอบ

First · and then

corals,

2:57

ปะการัง

and then protostomes like crabs,

2:57

แล้วก็สัตว์โพรโทสโตมอย่างปู

echinoderms like sea urchins,

2:59

สัตว์ผิวหนามอย่างเม่นทะเล

and then fish like sharks and cod,

3:00

จากนั้นก็ปลาอย่างฉลามและปลาค็อด

and then tetrapods evolved from fish and began adapting to living outside of the water part-time, วลี

3:03

ต่อมาสัตว์สี่ขาก็วิวัฒนาการมาจากปลา และเริ่มปรับตัวให้อาศัยอยู่นอกน้ำเป็นบางเวลา

initially gulping air and absorbing oxygen in the gut.

3:08

ระยะแรก พวกมันฮุบอากาศเข้าไปและดูดซึมออกซิเจนผ่านลำไส้

วลี

adapting to living: โครงสร้าง adapt to + -ing

ใน adapting to living outside of the water คำว่า adapt หมายถึงการค่อย ๆ ปรับจนเหมาะกับสภาพหรือวิถีชีวิตแบบใหม่ กระบวนการนี้ยังดำเนินอยู่ ซึ่งสอดคล้องกับการที่สัตว์เหล่านี้ใช้ชีวิตนอกน้ำเพียงบางช่วงเวลา ในที่นี้ to เป็นส่วนหนึ่งของวลีบุพบท adapt to บุพบทตามด้วยคำนามหรือรูป -ing ได้ ดังนั้น living จึงเป็น gerund: adapt to living และ to ในโครงสร้างนี้ไม่ใช่เครื่องหมาย infinitive

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ work: After moving to a night shift, Lena slowly adapted to ____ while everyone else was asleep.

ดูคำตอบ

working

As time passes,

3:11

เมื่อเวลาผ่านไป

species would evolve lungs separate from the gut for absorbing air,

3:12

สปีชีส์ต่าง ๆ ก็วิวัฒนาการให้มีปอดแยกจากลำไส้ เพื่อรับออกซิเจนจากอากาศ

as well as a new way to walk on land.

3:16

พร้อมทั้งพัฒนาวิธีใหม่ในการเดินบนบก

In come amphibians, ไวยากรณ์

3:18

ต่อมาก็เป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบก

reptiles,

3:19

สัตว์เลื้อยคลาน

dinosaurs,

3:20

ไดโนเสาร์

and finally,

3:20

และท้ายที่สุด

mammals.

3:21

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม

ไวยากรณ์

In come amphibians: การสลับตำแหน่งด้วยคำบอกทิศทาง

การนำคำบอกทิศทาง In มาไว้ต้นประโยคทำให้เกิดการสลับตำแหน่งประธานกับกริยา โดย come อยู่ก่อนประธานพหูพจน์ amphibians ส่วนลำดับปกติคือ Amphibians come in. นี่เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามหรือคำสั่ง ลำดับแบบสลับทำให้กลุ่มใหม่ดูเหมือนกำลังเข้าสู่ฉาก จึงให้ความรู้สึกมีชีวิตชีวาและเหมาะกับการเล่าเรื่องเป็นลำดับ เนื่องจาก amphibians เป็นพหูพจน์จึงใช้ come หากประธานเป็นเอกพจน์จะใช้ comes

แบบฝึกหัด

ใช้ in และรูปที่ถูกต้องของ come เพื่อเติมคำบรรยายที่มีชีวิตชีวา: The doors swing open, and ____ the dancers.

ดูคำตอบ

in come

In fact,

3:22

ที่จริงแล้ว

our entire ancestry stems from a cute furry-tailed rat-like mammal, วลี

3:23

เชื้อสายทั้งหมดของเราสืบย้อนกลับไปถึงสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมคล้ายหนูที่น่ารักและมีหางฟู

วลี

stems from: ระบุต้นกำเนิดหรือสาเหตุ

ในประโยคนี้ stems from หมายถึง “มีต้นกำเนิดจาก” หรือ “มาจาก” วลีนี้เชื่อมประธาน our entire ancestry เข้ากับสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมที่ถูกกล่าวว่าเป็นต้นกำเนิด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X stems from Y โดย X อาจเป็นสายตระกูล สถานการณ์ ผลลัพธ์ ความเชื่อ หรือปัญหา ส่วน Y ระบุแหล่งที่มาหรือสาเหตุ ในที่นี้ stems สอดคล้องกับคำนามหลักเอกพจน์ ancestry

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ stem from: Many modern safety rules ____ lessons learned from past accidents.

ดูคำตอบ

stem from

which survived and thrived around 66 million years ago, วลี

3:27

ซึ่งเอาชีวิตรอดและเจริญรุ่งเรืองเมื่อราว 66 ล้านปีก่อน

วลี

survived and thrived: จากการรอดพ้นสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ในประโยคนี้ survived and thrived แสดงสองช่วง คือสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมชนิดนี้รอดชีวิตจากอันตรายก่อน แล้วจึงดำรงชีวิตและสืบพันธุ์ได้สำเร็จ thrived เพิ่มผลลัพธ์ที่เข้มข้นและเป็นบวกกว่า survived ทั้งสองคำจึงไม่ใช่คำพ้องความหมาย โครงสร้างคู่ขนาน A and B สร้างลำดับที่ดีขึ้นเรื่อย ๆ ใช้อธิบายคน ชุมชน องค์กร พืช หรือสายพันธุ์ที่อดทนต่อความยากลำบากก่อนแล้วจึงเจริญรุ่งเรืองได้

แบบฝึกหัด

ชุมชนแห่งหนึ่งผ่านพ้นน้ำท่วมรุนแรงและต่อมาก็เข้มแข็งและมั่งคั่งขึ้น ประโยคใดแสดงความหมายทั้งสองอย่าง?

  1. Despite the flood, the community survived and thrived.
  2. The community survived the flood but never fully recovered.
  3. The community thrived before the flood.
ดูคำตอบ

Despite the flood, the community survived and thrived.

just after an asteroid wiped out the dinosaurs. กริยาวลี

3:30

ไม่นานหลังดาวเคราะห์น้อยกวาดล้างไดโนเสาร์จนสูญพันธุ์

กริยาวลี

wiped out: การทำลายอย่างสิ้นเชิง

ในประโยคนี้ wiped out หมายถึง “ทำลายทั้งกลุ่มจนไม่เหลือหรือแทบไม่เหลือเลย” ดาวเคราะห์น้อยเป็นสาเหตุ ส่วนไดโนเสาร์คือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ สำนวนนี้มีน้ำหนักรุนแรงกว่า reduced หรือ harmed มาก Wipe out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ จึงใช้ได้ทั้ง wipe a population out และ wipe out a population หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: wipe them out

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่หมายถึง “ทำลายอย่างสิ้นเชิง”: The disease nearly ____ the local bee population.

ดูคำตอบ

wiped out

And after tens of millions of years of evolution and new species emerging, วลี

3:33

หลังจากวิวัฒนาการผ่านไปหลายสิบล้านปีและมีสปีชีส์ใหม่ ๆ ถือกำเนิดขึ้น

one branch of the Protungulatum family tree evolved into our ape and monkey ancestors.

3:37

กิ่งหนึ่งในแผนผังวงศ์วานของ Protungulatum ก็วิวัฒนาการเป็นบรรพบุรุษของเราที่เป็นเอปและลิง

วลี

tens of millions of years: จำนวนมากโดยประมาณ

ในประโยคนี้ tens of millions of years หมายถึงจำนวนปีที่ไม่ระบุแน่ชัดและนับเป็นหลักสิบล้าน หรือประมาณหลายเท่าของสิบล้านปี สำนวนนี้เน้นช่วงเวลาที่ยาวนานมหาศาลโดยไม่ให้ตัวเลขที่แน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ tens of millions of + คำนามนับได้พหูพจน์ เช่น tens of millions of people, dollars หรือ years ในโครงสร้างบอกจำนวนโดยประมาณนี้ ทั้ง tens และ millions เป็นรูปพหูพจน์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกจำนวนโดยประมาณที่หมายถึง “หลายเท่าของสิบล้าน”: The canyon formed over ____ years, but its exact age is uncertain.

ดูคำตอบ

tens of millions of

And nearly 4 million years ago,

3:42

และเมื่อเกือบ 4 ล้านปีก่อน

one of the first human-like creatures arrives,

3:43

สิ่งมีชีวิตที่คล้ายมนุษย์กลุ่มแรก ๆ ชนิดหนึ่งก็ปรากฏขึ้น

Australopithecus afarensis,

3:45

Australopithecus afarensis

the most famous discovered remains being that of Lucy,

3:47

ซากที่มีชื่อเสียงที่สุดที่ค้นพบคือ Lucy

who stood upright.

3:50

ซึ่งยืนตัวตรงได้

100,000 generations later,

3:51

อีก 100,000 ชั่วรุ่นต่อมา

or 2 to 3 million years ago,

3:53

หรือราว 2 ถึง 3 ล้านปีก่อน

the species group Homo began,

3:55

กลุ่มสปีชีส์ Homo ก็ถือกำเนิดขึ้น

which had a bigger brain and started using their hands for more complex activities like creating and wielding tools.

3:57

พวกเขามีสมองใหญ่ขึ้น และเริ่มใช้มือทำกิจกรรมที่ซับซ้อนกว่าเดิม เช่น สร้างและใช้เครื่องมือ

This was the first step of transforming our environment to improve our lives.

4:03

นี่คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมเพื่อยกระดับชีวิตของเรา

It was also a catalyst to switch from a vegetarian diet to one containing meat, โน้ต

4:07

และยังเป็นตัวเร่งให้เราเปลี่ยนจากอาหารมังสวิรัติมาเป็นอาหารที่มีเนื้อสัตว์

which is a more concentrated form of nutrition and less affected by seasonal shortages.

4:11

ซึ่งให้สารอาหารเข้มข้นกว่า และได้รับผลกระทบจากภาวะขาดแคลนตามฤดูกาลน้อยกว่า

สำนวน

a catalyst ในฐานะปัจจัยผลักดันการเปลี่ยนแปลง

ในที่นี้ a catalyst เป็นคำเปรียบเทียบถึงปัจจัยที่ช่วยเริ่มต้นหรือเร่งการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ คำนี้มาจากวิชาเคมี แต่ไม่ได้หมายถึงปฏิกิริยาเคมีจริง ๆ ในประโยคนี้ ความสามารถในการใช้เครื่องมือที่ซับซ้อนถูกนำเสนอว่าเป็นปัจจัยที่ช่วยให้เกิดการเปลี่ยนอาหาร คำเปรียบเทียบนี้เน้นบทบาทในการผลักดัน แต่ไม่ได้บอกว่านั่นเป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The new grant was a catalyst for reform,” คำว่า catalyst สื่อถึงอะไร

  1. มันเป็นสาเหตุเดียวที่เป็นไปได้ของการปฏิรูป
  2. มันเป็นสารเคมีที่ใช้ระหว่างการปฏิรูป
  3. มันช่วยเริ่มต้นหรือเร่งการปฏิรูป
ดูคำตอบ

มันช่วยเริ่มต้นหรือเร่งการปฏิรูป

ไวยากรณ์

switch from A to B สำหรับการเปลี่ยนที่มีทิศทาง

ในโครงสร้าง switch from A to B คำว่า from ระบุสถานะหรือตัวเลือกเริ่มต้น ส่วน to ระบุสถานะหรือตัวเลือกใหม่ โครงสร้างนี้ทำให้ทิศทางชัดเจน คือเลิกใช้ A แล้วนำ B มาใช้แทน ในประโยคนี้ A คือ a vegetarian diet และ B คือ one containing meat คำว่า one ใช้แทน diet ไม่ได้หมายถึงเลข 1 ดังนั้นทั้งสองส่วนจึงขนานกัน คือจากอาหารประเภทหนึ่งไปสู่อีกประเภทหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ switch from A to B: After years of paper records, the clinic decided to ____ paper files ____ a secure digital system.

ดูคำตอบ

switch from · to

These simple stone tools allowed us to rip through meat and would become the tool of choice for 2 million years. โน้ต

4:16

เครื่องมือหินเรียบง่ายเหล่านี้ช่วยให้เราฉีกเนื้อได้ และกลายเป็นเครื่องมือหลักที่เราเลือกใช้นานถึง 2 ล้านปี

กริยาวลี

rip through: ตัดหรือฉีกทะลุวัสดุอย่างรวดเร็วและใช้แรง

ในประโยคนี้ rip through หมายถึงตัดหรือฉีกเนื้อให้ทะลุอย่างรวดเร็วและใช้แรง เครื่องมือหินทำให้การกระทำนี้เกิดขึ้นได้ ดังนั้น through จึงสื่อถึงการเข้าไปและเคลื่อนผ่านเนื้อวัสดุ ไม่ใช่การเคลื่อนผ่านข้างสถานที่อย่างรวดเร็ว เมื่อใช้กับวัตถุจริง เช่น เนื้อ ผ้า หรือเชือก rip through มักเน้นทั้งแรงและประสิทธิภาพ เมื่อใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่วัตถุ ความหมายอาจขยายเป็นการทำหรือใช้สิ่งนั้นจำนวนมากอย่างรวดเร็ว เช่น rip through a stack of emails

แบบฝึกหัด

ในประโยค 'The sharp blade ripped through the thick fabric,' คำว่า ripped through หมายถึงอะไร

  1. ซ่อมมันอย่างระมัดระวัง
  2. ตัดหรือฉีกมันอย่างรวดเร็วและใช้แรง
  3. เคลื่อนผ่านข้างมันอย่างรวดเร็วโดยไม่สัมผัส
ดูคำตอบ

ตัดหรือฉีกมันอย่างรวดเร็วและใช้แรง

ไวยากรณ์

would become: ผลลัพธ์ในอนาคตเมื่อมองจากอดีต

ในการเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์นี้ would become นำเสนอสถานะของเครื่องมือในเวลาต่อมาจากมุมมองของอดีตที่เกิดขึ้นก่อนหน้า ในช่วงที่เครื่องมือเพิ่งปรากฏ การที่มันจะกลายเป็นเครื่องมือที่ถูกเลือกใช้ตลอดสองล้านปีต่อจากนั้นยังเป็นเรื่องในอนาคต การใช้ would แบบนี้เรียกว่าอนาคตเมื่อมองจากอดีต ผู้เขียนใช้เพื่อมองไปข้างหน้าหรือเกริ่นถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้นภายหลัง ในที่นี้ไม่ได้แสดงเงื่อนไขหรือคำขออย่างสุภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would become เพื่อนำเสนอผลลัพธ์จริงที่เกิดขึ้นภายหลังจากมุมมองของอดีตที่เกิดก่อนหน้า

  1. In 1976, the company opened a tiny office that would become its global headquarters.
  2. Every winter, the lake would become completely frozen.
  3. The tiny office would have become its headquarters if the merger had succeeded.
  4. In 1976, the tiny office became the company's headquarters.
ดูคำตอบ

In 1976, the company opened a tiny office that would become its global headquarters.

วลี

the tool of choice: ตัวเลือกที่นิยม

ในวลี the tool of choice คำว่า of choice หมายถึงสิ่งที่กลุ่มหนึ่งชอบหรือเลือกใช้บ่อยที่สุดเพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ผู้ที่เลือกคือคนที่ใช้เครื่องมือ ไม่ใช่ตัวเครื่องมือที่เป็นผู้เลือกเอง โครงสร้าง the + คำนาม + of choice ใช้ระบุตัวเลือกที่กลายเป็นสิ่งที่นิยมเลือกเป็นประจำในบริบทหนึ่ง ในประโยคนี้ เครื่องมือหินเรียบง่ายถูกนำเสนอว่าเป็นเครื่องมือที่ผู้คนเลือกใช้เพื่อจัดการกับเนื้อเป็นเวลายาวนานมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนที่หมายถึง “เครื่องมือที่นิยมเลือกใช้”: When the trail is icy, a walking pole is ____ for many hikers.

ดูคำตอบ

the tool of choice

And around 1.8 million years ago,

4:23

และเมื่อราว 1.8 ล้านปีก่อน

Homo erectus emerged,

4:24

Homo erectus ก็ปรากฏขึ้น

the direct ancestor to our species.

4:26

ซึ่งเป็นบรรพบุรุษโดยตรงของสปีชีส์ของเรา

Finally,

4:28

ในที่สุด

a few hundred thousand years ago,

4:29

เมื่อไม่กี่แสนปีก่อน

modern humans or Homo sapiens step into the light, สำนวน

4:30

มนุษย์สมัยใหม่ หรือ Homo sapiens ก็ก้าวออกมาสู่แสงสว่าง

larger,

4:33

ตัวใหญ่กว่า

smarter,

4:34

ฉลาดกว่า

and more capable than their predecessors.

4:34

และมีความสามารถเหนือกว่าผู้มาก่อน

สำนวน

step into the light: เริ่มเป็นที่มองเห็นหรือได้รับการยอมรับ

Step into the light ในที่นี้เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ โดยนำเสนอว่ามนุษย์สมัยใหม่เคลื่อนจากนอกจุดสนใจของเรื่องเข้าสู่ช่วงที่ปรากฏให้เห็นในบันทึกทางประวัติศาสตร์และกลายเป็นศูนย์กลางของเรื่อง ไม่ได้หมายถึงการเดินออกจากความมืดจริง ๆ โดยทั่วไป ภาพเปรียบนี้ใช้บรรยายคน กลุ่มคน ผลงาน หรือขบวนการที่เริ่มได้รับความสนใจหรือการยอมรับได้ คำว่า step ในรูปปัจจุบันเป็นปัจจุบันเชิงประวัติศาสตร์ ทำให้เส้นเวลาดูมีชีวิตชีวาราวกับเรื่องกำลังเกิดขึ้นตรงหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษใดหมายถึงนักวิทยาศาสตร์ที่ก่อนหน้านี้ถูกมองข้ามเริ่มได้รับความสนใจจากสาธารณะ

  1. After the award, the scientist stepped into the light.
  2. The editor brought the missing data to light.
  3. During the review, the missing data came to light.
ดูคำตอบ

After the award, the scientist stepped into the light.

Interestingly,

4:36

ที่น่าสนใจก็คือ

we almost didn't make it. สำนวน

4:37

เราเกือบไม่รอดมาแล้ว

สำนวน

almost didn't make it: รอดชีวิตมาได้อย่างฉิวเฉียด

ในประโยคนี้ make it เป็นสำนวนที่หมายถึงรอดชีวิตหรือดำรงอยู่ต่อไป ไม่ได้หมายถึงทำหรือสร้างสิ่งของ เหตุการณ์ในบริบทที่เกือบทำให้สูญพันธุ์ทำให้ต้องตีความเป็นความหมายนี้ almost ครอบคลุมความคิดเชิงปฏิเสธทั้งหมดใน didn't make it กล่าวคือเกือบล้มเหลวแต่ความล้มเหลวนั้นไม่ได้เกิดขึ้น มนุษยชาติจึงรอดมาได้ในที่สุด โดยทั่วไป make it อาจหมายถึงรอดชีวิต มาถึงทันเวลา หรือประสบความสำเร็จ ซึ่งต้องพิจารณาจากบริบท

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “รอดชีวิตมาได้ แต่อย่างฉิวเฉียด”: The climbers were found alive after two nights in the blizzard; they ____.

ดูคำตอบ

almost didn't make it

A climate change event around 140,000 years ago plummeted the human population to only hundreds of people,

4:39

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศครั้งหนึ่งเมื่อราว 140,000 ปีก่อน ทำให้ประชากรมนุษย์ดิ่งลงเหลือเพียงไม่กี่ร้อยคน

an endangered species.

4:45

จนเราเป็นสปีชีส์ที่ใกล้สูญพันธุ์

But we survived.

4:47

แต่เราก็รอดมาได้

As recently as 60,000 years ago,

4:48

เพียง 60,000 ปีก่อนนี้เอง

three different species of the family Homo coexisted:

4:50

สปีชีส์สามชนิดในตระกูล Homo ยังอยู่ร่วมยุคกัน ได้แก่

Homo neanderthalensis,

4:53

Homo neanderthalensis

Homo denisova,

4:54

Homo denisova

and we Homo sapiens,

4:55

และพวกเรา Homo sapiens

which all lived on this planet together.

4:57

ทั้งหมดอาศัยอยู่ร่วมกันบนดาวเคราะห์ดวงนี้

In fact,

4:59

ที่จริงแล้ว

sapiens and neanderthals mated quite often,

4:59

Homo sapiens กับนีแอนเดอร์ทัลผสมพันธุ์กันค่อนข้างบ่อย

which is why most contemporary humans, ไวยากรณ์

5:02

นี่จึงเป็นเหตุผลที่มนุษย์ปัจจุบันส่วนใหญ่

including you,

5:04

รวมถึงคุณ

have neanderthal DNA.

5:05

มี DNA ของนีแอนเดอร์ทัลอยู่

ไวยากรณ์

which is why: เชื่อมเหตุเข้ากับผล

สรรพนามเชื่อมความ which ย้อนกลับไปอ้างถึงอนุประโยคก่อนหน้าทั้งหมด คือข้อเท็จจริงที่ว่าเซเปียนส์และนีแอนเดอร์ทัลผสมพันธุ์กันค่อนข้างบ่อย ไม่ได้อ้างถึงคำนามเพียงคำเดียว จากนั้น is why จะนำเข้าสู่ผลที่อธิบายได้ด้วยข้อเท็จจริงนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “เหตุ, which is why + ผล” โดยบอกเหตุก่อนแล้วเชื่อมไปยังข้อสรุปในประโยคเดียวกัน why ในที่นี้ไม่ได้ใช้ถาม แต่เป็นส่วนหนึ่งของคำเชื่อมที่หมายถึง “นั่นคือเหตุผลที่”

แบบฝึกหัด

ใช้คำเชื่อมสามคำเพื่อวางเหตุก่อนและผลไว้ทีหลัง: The road was flooded, ____ the buses were delayed.

ดูคำตอบ

which is why

The neanderthals died out around 30,000 years ago when Homo sapiens were arriving in what is now Europe. โน้ต

5:06

นีแอนเดอร์ทัลสูญพันธุ์ไปเมื่อราว 30,000 ปีก่อน ตอนที่ Homo sapiens กำลังเดินทางมาถึงบริเวณที่ปัจจุบันคือยุโรป

กริยาวลี

died out: การหายไปอย่างสิ้นเชิงของทั้งกลุ่ม

ในประโยคนี้ died out หมายความว่ามนุษย์นีแอนเดอร์ทัลค่อย ๆ หายไปในฐานะประชากรทั้งหมด จนสุดท้ายไม่เหลืออยู่เลย เป็นการกล่าวถึงการสูญพันธุ์ ไม่ใช่แค่การตายของบางคน die out ยังใช้กับภาษา ประเพณี ทักษะ หรือสิ่งที่เคยดำรงอยู่อย่างต่อเนื่อง ซึ่งค่อย ๆ ลดลงและหายไปอย่างสิ้นเชิงในที่สุดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีที่สร้างจาก die และหมายถึงหายไปอย่างสิ้นเชิง: If no children learn the tradition, it may ____.

ดูคำตอบ

die out

ไวยากรณ์

what is now Europe: ใช้ชื่อสมัยใหม่ระบุสถานที่ในอดีต

ในวลี in what is now Europe ส่วน what is now Europe เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวมที่หมายถึงพื้นที่ซึ่งปัจจุบันเรียกว่ายุโรป อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของคำบุพบท in ไม่ใช่คำถาม โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ระบุตำแหน่งของเหตุการณ์ในอดีตด้วยชื่อที่ใช้ในปัจจุบัน โดยไม่ทำให้เข้าใจว่าชื่อหรือพรมแดนทางการเมืองแบบเดียวกันมีอยู่แล้วในตอนนั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ in what is now + ชื่อสถานที่ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ใช้แนะนำชื่อปัจจุบันของสถานที่: The ancient settlement stood in ____ northern Mexico.

ดูคำตอบ

what is now

And from this point on,

5:12

และนับจากนั้นเป็นต้นมา

the Homo sapiens were the only living humans left on Earth.

5:13

Homo sapiens ก็เป็นมนุษย์เพียงสปีชีส์เดียวที่ยังเหลืออยู่บนโลก

Unlike our primate relatives, ไวยากรณ์

5:17

ต่างจากญาติในกลุ่มไพรเมตของเรา

whose evolution favored strength,

5:18

ที่วิวัฒนาการไปในทางเน้นพละกำลัง

ours chose brain power.

5:20

สายของเรากลับเลือกพลังสมอง

ไวยากรณ์

Unlike our primate relatives, ... ours chose brain power: การเปรียบเทียบด้วย unlike และ ours

Unlike + นามวลี ใช้วางกลุ่มหรือสิ่งหนึ่งให้ตรงข้ามกับอีกกลุ่มหรืออีกสิ่งก่อนประโยคหลัก ในที่นี้ our primate relatives เป็นจุดเปรียบเทียบกับเส้นทางวิวัฒนาการของมนุษย์ Ours เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ใช้แทน our evolution จึงไม่ต้องกล่าว evolution ซ้ำ และไม่ได้หมายถึงตัวมนุษย์เอง Chose brain power เป็นการทำให้วิวัฒนาการมีลักษณะเหมือนบุคคล ความหมายจริงคือแรงกดดันทางวิวัฒนาการเอื้อต่อความสามารถด้านการคิดที่สูงขึ้น ไม่ใช่ว่าวิวัฒนาการตัดสินใจอย่างมีสติ

แบบฝึกหัด

ใช้ unlike และสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่แทน our model เพื่อเติมการเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: ____ their older model, ____ uses less power.

ดูคำตอบ

Unlike · ours

In fact,

5:21

ที่จริงแล้ว

your brain weighs 2% of your body weight, ลำดับความ

5:22

สมองของคุณหนักเพียง 2% ของน้ำหนักตัว

but uses 20% of your caloric intake.

5:24

แต่ใช้แคลอรีถึง 20% ของปริมาณที่คุณได้รับ

ลำดับความ

weighs 2% ... but uses 20%: เปรียบเทียบสถิติที่มีโครงสร้างขนานกันด้วย but

ประโยคนี้วางข้อความเกี่ยวกับเปอร์เซ็นต์สองส่วนที่มีโครงสร้างไวยากรณ์ขนานกันไว้คนละด้านของ but: your brain weighs 2%... but uses 20%.... ก่อน uses มีการละประธานที่ซ้ำคือ your brain ทำให้เปรียบเทียบตัวเลขทั้งสองได้ง่าย และดึงความสนใจไปยังความต้องการพลังงานที่สูงเกินคาด เปอร์เซ็นต์ทั้งสองมียอดรวมอ้างอิงต่างกัน โดย 2% เป็นสัดส่วนของน้ำหนักตัว ส่วน 20% เป็นสัดส่วนของแคลอรีที่ได้รับ But แสดงความขัดแย้งเชิงวาทศิลป์ระหว่างสัดส่วนทางกายภาพที่น้อยกับสัดส่วนพลังงานที่มาก ไม่ได้หมายความว่าเปอร์เซ็นต์ทั้งสองใช้ยอดรวมเดียวกันในการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เปอร์เซ็นต์ที่มีโครงสร้างขนานกันและ but ได้ดีที่สุดเพื่อเน้นความขัดแย้งที่ไม่คาดคิด

  1. The battery makes up 10% of the device's weight, but the manual is printed in color.
  2. The battery makes up 10% of the device's weight, and accounts for 40% of its production cost.
  3. The battery makes up 10% of the device's weight because it accounts for 40% of its production cost.
  4. The battery makes up 10% of the device's weight, but accounts for 40% of its production cost.
ดูคำตอบ

The battery makes up 10% of the device's weight, but accounts for 40% of its production cost.

And this brain power allowed us to survive in a variety of environments as we began to migrate around the entire world.

5:27

และพลังสมองนี้ทำให้เราอยู่รอดในสภาพแวดล้อมหลากหลาย ขณะที่เริ่มอพยพไปทั่วโลก

Where we started as small wandering groups of less than 100,

5:33

จากจุดเริ่มต้นที่เราเป็นกลุ่มเร่ร่อนเล็ก ๆ ไม่ถึง 100 คน

we began to settle in groups of thousands,

5:37

เราเริ่มตั้งถิ่นฐานเป็นชุมชนหลายพันคน

then millions, ลำดับความ

5:39

จากนั้นก็หลายล้านคน

and now billions.

5:40

และตอนนี้หลายพันล้านคน

ลำดับความ

then millions, and now billions: การละคำซ้ำและการไล่ระดับ

หลัง in groups of thousands ส่วน then millions และ now billions ละกรอบคำซ้ำ in groups of ไว้ หากขยายให้เต็ม ลำดับจะเป็น in groups of thousands, then in groups of millions, and now in groups of billions ดังนั้น millions และ billions จึงบอกว่ากลุ่มเหล่านั้นมีคนจำนวนเท่าใด ไม่ได้บอกว่ามีกลุ่มแยกกันกี่กลุ่ม Then ระบุช่วงประวัติศาสตร์ถัดไป ส่วน now ระบุช่วงปัจจุบัน การไล่ลำดับแบบย่อนี้สรุปการเพิ่มขึ้นของขนาดสังคมมนุษย์ตลอดระยะเวลาอันยาวนาน และทำให้ประโยคจบอย่างทรงพลังที่คำว่า billions

แบบฝึกหัด

then millions, and now billions ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ละคำซ้ำ groups of และนำเสนอขนาดกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับเวลา
  2. เปลี่ยนหัวข้อจากกลุ่มที่ตั้งถิ่นฐานไปเป็นจำนวนเงิน
  3. บอกว่าในตอนแรกมีกลุ่มแยกกันหลายล้านกลุ่ม และต่อมามีหลายพันล้านกลุ่ม
ดูคำตอบ

ละคำซ้ำ groups of และนำเสนอขนาดกลุ่มที่ใหญ่ขึ้นตามลำดับเวลา

You were born a Homo sapiens,

5:41

คุณเกิดมาในฐานะ Homo sapiens

and that is how you got here. ลำดับความ

5:43

และนี่แหละคือวิธีที่คุณมาอยู่ตรงนี้ได้

ลำดับความ

that is how you got here: การสรุปคำอธิบายกระบวนการ

That ย้อนอ้างถึงกระบวนการทั้งหมดที่เพิ่งอธิบายไป ส่วน how ระบุเส้นทางหรือลำดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์ กรอบ that is how จึงรวบคำอธิบายก่อนหน้าให้เป็นข้อสรุปที่กระชับ got here ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงมนุษย์วิวัฒนาการและดำรงอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงการเดินทางมาถึงสถานที่ทางกายภาพ ประโยคนี้ปิดคำถามเรื่องต้นกำเนิดโดยเชื่อมอัตลักษณ์ของผู้ฟังในฐานะ Homo sapiens เข้ากับประวัติศาสตร์อันยาวนานที่นำมาสู่ปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ผู้นำเสนอเพิ่งอธิบายทุกขั้นตอนที่วิศวกรใช้พัฒนาเครื่องกรองน้ำแบบใหม่ ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับปิดกระบวนการนี้?

  1. That is where the engineers displayed the final design.
  2. That is how the engineers arrived at the final design.
  3. That is why the engineers needed a final design.
ดูคำตอบ

That is how the engineers arrived at the final design.