ม้าวัว | เรื่องราว - ซีรีส์ 3 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
260 คำ 159 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: อินดี้กับวินตันพยายามปั้น “ม้าวัว” จากขี้ผึ้งใหม่โดยไปสังเกตม้าตัวจริง เมื่อทำคอยาวเกินไปจนกลายเป็น “ม้ายีราฟ” อินดี้ก็เปลี่ยนวิธีมองความผิดพลาด ปรับแก้ต่อไป และทำทั้งตัวม้ากับเรื่องราวของมันจนเสร็จสมบูรณ์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. work at it. — วลีสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: หมายถึงการฝึก แก้ไข หรือพยายามหาวิธีต่อไปจนผลงานดีขึ้น ไม่ได้หมายถึงทำงานอยู่ข้างสิ่งของตามตัวอักษร ผู้เรียนจึงนำไปใช้ได้เมื่อการเรียน งานประดิษฐ์ หรือการทำงานร่วมกันต้องอาศัยความพากเพียรและการปรับหลายครั้ง 2. It's my fault. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เป็นวิธียอมรับความรับผิดชอบอย่างตรงไปตรงมาและเป็นธรรมชาติ เมื่อการกระทำของตนทำให้เกิดปัญหา ช่วยให้แยกการยอมรับผิดอย่างจริงใจออกจากการบอกเพียงว่าเกิดอะไรขึ้น และใช้ตอบได้เหมาะสมก่อนกล่าวขอโทษหรือแก้ไขผลที่ตามมา 3. both lived happily ever after. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: เป็นถ้อยคำปิดท้ายเทพนิยายแบบดั้งเดิม ซึ่งบอกว่าหลังเหตุการณ์สำคัญ ตัวละครทั้งสองใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไป เมื่อเข้าใจเป็นสูตรการเล่าเรื่องทั้งชุด ผู้เรียนจะจำตอนจบแบบคลาสสิกได้ และใช้ปิดเรื่องอย่างจริงใจหรืออย่างขบขันก็ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

No, Indy.

0:00

ไม่นะ Indy

It's a horse.

0:01

มันคือม้าต่างหาก

Well, it will be. ไวยากรณ์

0:02

ก็เดี๋ยวมันก็จะเป็นม้าแหละ

ไวยากรณ์

it will be: สภาพในอนาคตที่คาดไว้

ในที่นี้ it will be ชี้ถึงสภาพในอนาคตที่คาดไว้ ตอนนี้ภาพวาดยังดูไม่เหมือนม้า แต่ผู้พูดคาดว่าหลังจากทำต่ออีกหน่อย มันจะกลายเป็นหรือดูเหมือนม้า will วางสภาพนั้นไว้หลังเวลาปัจจุบัน ส่วนเติมเต็ม a horse เข้าใจได้จากคำพูดก่อนหน้า ดังนั้น it will be จึงเป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายถึง it will be a horse ภาษาอังกฤษสามารถละส่วนเติมเต็มหลัง be ที่พูดถึงไปแล้วได้เมื่อความหมายชัดเจน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ it will be หมายความว่าอย่างไร

  1. ตอนนี้ภาพวาดเป็นม้าอย่างชัดเจนแล้ว
  2. ตอนนี้ภาพวาดยังไม่เป็นม้า แต่ผู้พูดคาดว่าต่อไปมันจะกลายเป็นหรือดูเหมือนม้า
  3. เมื่อก่อนภาพวาดเป็นม้า แต่ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว
ดูคำตอบ

ตอนนี้ภาพวาดยังไม่เป็นม้า แต่ผู้พูดคาดว่าต่อไปมันจะกลายเป็นหรือดูเหมือนม้า

We just have to work at it. โน้ต

0:04

เราแค่ต้องปรับปรุงมันอีกหน่อย

ไวยากรณ์

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน: การบอกความจำเป็น

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าจำเป็นต้องทำสิ่งหนึ่งเพราะงาน กฎ หรือสถานการณ์ ใน have to work คำว่า have เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างที่บอกความจำเป็น ไม่ได้หมายถึงการมีหรือครอบครอง ในประโยคนี้ just ทำให้สิ่งที่ต้องทำฟังดูง่ายและรับมือได้ กล่าวคือ สิ่งที่จำเป็นมีเพียงการพยายามต่อไป just ทำให้น้ำเสียงเรื่องความจำเป็นนุ่มลง แต่ have to ยังบอกว่ามีความจำเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกความจำเป็นที่เน้นไว้: We ____ wear safety helmets on this construction site.

ดูคำตอบ

have to

วลี

work at it: พยายามต่อไปเพื่อให้ดีขึ้น

Work at something หมายถึงการใช้เวลาและความพยายามเพื่อทำให้บางอย่างดีขึ้นหรือสำเร็จ ในที่นี้ it แทนงานหรือทักษะที่ต้องปรับปรุง ดังนั้น work at it จึงหมายถึง “พยายามกับเรื่องนั้นต่อไป” คำบุพบท at ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่ ใช้โครงสร้างนี้กับสิ่งที่ต้องอาศัยการฝึก ความอดทน หรือการลองซ้ำ ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ work at it: My pronunciation is not clear yet, but I'll keep ____.

ดูคำตอบ

working at it

But we don't have a picture of a horse.

0:05

แต่เราไม่มีรูปม้าเลยนะ

No, but I've got a better idea. วลี

0:07

ไม่เป็นไร ฉันมีความคิดที่ดีกว่านั้น

วลี

I've got a better idea: การเสนอทางเลือกอื่น

I've got a better idea เป็นวิธีพูดที่เป็นธรรมชาติสำหรับเสนอทางเลือกที่ผู้พูดคิดว่าน่าจะได้ผลดีกว่า ในที่นี้ I've got หมายถึง “ฉันมี” ไม่ได้หมายถึง “ฉันเพิ่งได้รับมา” better เปรียบเทียบความคิดใหม่นี้กับความคิดหรือแผนที่กำลังพูดถึงอยู่ ดังนั้นวลีนี้จึงสามารถปฏิเสธแผนปัจจุบันและพาการสนทนาไปสู่ทางเลือกใหม่ได้พร้อมกัน

แบบฝึกหัด

กลุ่มของคุณมีแผนอยู่แล้ว แต่คุณต้องการเสนอทางเลือกที่คิดว่าจะได้ผลดีกว่า คุณพูดว่าอะไรได้บ้าง

  1. I've already taken the earlier train.
  2. I'd better have an idea before the train leaves.
  3. I've got a better idea. Let's take the earlier train.
ดูคำตอบ

I've got a better idea. Let's take the earlier train.

Come on.

0:10

มาสิ

Oh, by the way, ลำดับความ

0:11

อ้อ อีกอย่าง

ลำดับความ

by the way: แทรกข้อมูลเสริม

by the way เป็นวลีที่ช่วยจัดลำดับการพูด ในที่นี้วลีนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังพักจากประเด็นหลักชั่วคราว เพื่อเสริมเรื่องที่เพิ่งนึกได้หรือเรื่องที่เกี่ยวข้อง วลีนี้ไม่ได้บอกเหตุผล ลำดับ หรือข้อสรุป เมื่อได้ยิน ให้เข้าใจว่าข้อมูลต่อไปเป็นข้อมูลเสริมหรือการเปลี่ยนหัวข้อเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใช้ by the way เพื่อเพิ่มข้อมูลเสริม: The meeting starts at ten. ____, I found your blue notebook.

ดูคำตอบ

By the way

Winton could also transform into a car. วลี

0:12

Winton ก็แปลงร่างเป็นรถยนต์ได้ด้วยนะ

วลี

transform into: บอกผลของการเปลี่ยนแปลง

transform into หมายถึงเปลี่ยนจากรูปร่าง สถานะ หรือลักษณะหนึ่งไปเป็นอีกแบบหนึ่ง กลุ่มคำนามหลัง into บอกผลของการเปลี่ยนแปลง ในประโยคนี้ a car คือรูปร่างใหม่ของ Winton โครงสร้าง A transforms into B ให้ A เป็นสิ่งที่เปลี่ยน และ B เป็นสิ่งที่ A เปลี่ยนไปเป็น โดยทั่วไปสื่อถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนหรือมาก ไม่ใช่เพียงการปรับเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

ใช้ transform into เพื่อบอกว่าห้องเปลี่ยนเป็นสตูดิโอด้วยตัวมันเอง: With one button, the room can ____ a recording studio.

ดูคำตอบ

transform into

They asked Calypso if they could go see Major Tom, โน้ต

0:15

พวกเขาถาม Calypso ว่าไปหา Major Tom ได้ไหม

น้ำเสียง/เจตนา

asked Calypso if they could: การเล่าถึงคำขออนุญาต

ในที่นี้ asked Calypso if they could... เป็นการเล่าแบบอ้อมว่าพวกเขาขออนุญาต ไม่ใช่เพียงถามหาข้อมูล Calypso คือผู้ที่มีสิทธิ์อนุญาตหรือปฏิเสธการกระทำนี้ โครงสร้างคือ ask + ผู้มีอำนาจตัดสินใจ + if + ผู้ขอ + could + กริยารูปพื้นฐาน ในคำพูดรายงาน โครงสร้างนี้อาจมาจากคำขอโดยตรง Can we...? หรือ Could we...? โดย could ทำให้คำขอฟังสุภาพและไม่ตรงเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเล่าว่ามีการขออนุญาตครูอย่างสุภาพ?

  1. They told the teacher they were leaving early.
  2. They asked whether the teacher could leave early.
  3. They asked the teacher if they could leave early.
ดูคำตอบ

They asked the teacher if they could leave early.

วลี

go see: รูปไม่เป็นทางการของ go and see

ใน go see คำว่า go และ see รวมกันเป็นลำดับการกระทำเดียว คือเดินทางไปหาคนหรือสถานที่ แล้วจึงเยี่ยม พบ หรือดู ในประโยคนี้หมายถึงไปเยี่ยมพันตรีทอม รูปนี้เป็นรูปไม่เป็นทางการของ go and see ที่ละ and ไว้ กริยาตัวที่สองยังคงเป็นรูปพื้นฐาน จึงใช้ go see ไม่ใช่ go seeing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปไม่เป็นทางการของ go and see โดยละ and: Let's ____ Grandma after lunch.

ดูคำตอบ

go see

the horse who lived next door. ไวยากรณ์

0:18

ม้าที่อยู่ข้างบ้านน่ะ

ไวยากรณ์

the horse who lived next door: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ใช้ who

who lived next door เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่วางต่อจาก the horse โดยตรง ใช้ระบุหรืออธิบายว่าม้าตัวนี้คือตัวที่เคยอยู่ใกล้ ๆ ภายในอนุประโยค who อ้างกลับไปที่ the horse และทำหน้าที่เป็นประธานของ lived จึงไม่ต้องมีประธานเพิ่มอีก Who มักใช้กล่าวถึงคน แต่ก็ใช้กับสัตว์ที่มีชื่อและถูกนำเสนอเป็นตัวตนหรือตัวละครได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ who เป็นประธานของอนุประโยคสัมพันธ์ที่อธิบายสัตว์ได้ถูกต้อง

  1. This is Max, who the dog sleeps by the door.
  2. This is Max, the dog who he sleeps by the door.
  3. This is Max, the dog who sleeps by the door.
ดูคำตอบ

This is Max, the dog who sleeps by the door.

Hold up your cow horse, Indy. กริยาวลี

0:21

ชูม้าวัวของเธอขึ้นสิ Indy

กริยาวลี

Hold up: ยกสิ่งของขึ้นเพื่อให้คนอื่นเห็น

ในที่นี้ hold up หมายถึงยกสิ่งของขึ้นและถือไว้ในตำแหน่งที่คนอื่นมองเห็น โดย your cow horse คือสิ่งของที่ถูกยกขึ้น ในความหมายนี้ hold up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้: Hold up your picture และ Hold your picture up เป็นธรรมชาติทั้งคู่ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างกริยากับคำอนุภาค จึงพูดว่า Hold it up ไม่ใช่ Hold up it

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ hold up ในความหมายว่ายกสิ่งของขึ้นเพื่อให้คนอื่นมองเห็น

  1. Hold up your picture so everyone can see it.
  2. Hold up! I need to tie my shoe.
  3. The pillars hold up the balcony.
ดูคำตอบ

Hold up your picture so everyone can see it.

Okay.

0:23

ตกลง

Suddenly, it was all so clear. ลำดับความ

0:24

ทันใดนั้น ทุกอย่างก็กระจ่างแจ้ง

ลำดับความ

Suddenly, it was all so clear: จุดเปลี่ยนที่เกิดจากการเข้าใจอย่างฉับพลัน

Suddenly บอกว่าความเข้าใจของผู้เล่าเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ในที่นี้ clear หมายถึง “เข้าใจได้ง่ายหรือเข้าใจชัดเจน” ไม่ได้หมายถึง “โปร่งใส” หรือ “ไม่มีสิ่งกีดขวาง” ประโยคทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นสัญญาณของจุดเปลี่ยน รายละเอียดก่อนหน้านี้เชื่อมโยงกันได้แล้ว และเรื่องราวเปลี่ยนจากความไม่แน่ใจไปสู่การตระหนักรู้ ในเรื่องอื่น ๆ ให้สังเกต Suddenly ที่ตามด้วยข้อความแสดงความเข้าใจเพื่อจับช่วงเวลาของการค้นพบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ clear เพื่อแสดงการเข้าใจอย่างฉับพลันและจุดเปลี่ยนของเรื่อง?

  1. The glass was clear enough to see through.
  2. I read the note again, but I was still confused.
  3. Suddenly, it was all so clear: the key belonged to the back door.
ดูคำตอบ

Suddenly, it was all so clear: the key belonged to the back door.

It's the neck.

0:27

คอนั่นเอง

It's the neck.

0:27

มันคือคอนั่นเอง

It's too short. ไวยากรณ์

0:28

มันสั้นเกินไป

ไวยากรณ์

too short: สั้นเกินกว่าจะใช้ตามวัตถุประสงค์ได้

ใน too short คำว่า too หมายถึงระดับความสั้นที่เกินขอบเขตที่ยอมรับได้หรือเหมาะกับการใช้งาน ดังนั้นวลีนี้จึงชี้ถึงปัญหา คือสิ่งนั้นมีความยาวไม่พอสำหรับวัตถุประสงค์ ไม่ได้หมายถึงเพียง very short หรือ “สั้นมาก” ขอบเขตนี้ขึ้นอยู่กับเป้าหมาย สายไฟเส้นหนึ่งอาจ too short จนต่อไม่ถึงเต้ารับ แต่สายไฟยาวเท่ากันอาจเพียงพอสำหรับงานอื่น สามารถบอกผลด้วย to + คำกริยา เช่น too short to reach

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย too + คำคุณศัพท์ ที่หมายถึง “ยาวไม่พอ”: This rope is ____ to reach the ground.

ดูคำตอบ

too short

Horses have long necks.

0:29

ม้ามีคอยาวต่างหาก

We sure do. น้ำเสียง/เจตนา

0:31

แน่นอนอยู่แล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

sure do: การตอบรับอย่างหนักแน่นด้วยกริยาช่วย

ใน We sure do. คำว่า sure ช่วยเน้นคำยืนยัน ผู้พูดหมายถึง “ใช่ พวกเราเป็นแบบนั้นจริง ๆ” น้ำเสียงหนักแน่นและมีส่วนร่วมมากกว่าการตอบเพียง yes คำว่า do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนวลีกริยาก่อนหน้า have long necks ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ทำ” แต่ช่วยไม่ให้ต้องพูดใจความเดิมซ้ำทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบโดยใช้ sure และกริยาช่วยที่ถูกต้อง: Do we need more paint? Yes, we ____.

ดูคำตอบ

sure do

Hooray!

0:32

ไชโย!

Thanks, Major Tom.

0:34

ขอบใจนะ Major Tom

No worries. น้ำเสียง/เจตนา

0:35

ไม่เป็นไร

น้ำเสียง/เจตนา

No worries: คำตอบแบบสบาย ๆ ต่อคำขอบคุณหรือคำขอโทษเล็กน้อย

No worries. เป็นคำตอบที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการ หลังคำขอบคุณ หมายถึง “ด้วยความยินดี” หรือ “ไม่เป็นไร” ส่วนหลังคำขอโทษเรื่องเล็กน้อยหรือความไม่สะดวกเล็ก ๆ หมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “ไม่ต้องกังวล” วลีนี้เป็นสำนวนตอบโต้ที่ใช้เป็นชุดในบทสนทนา โดยทั่วไปไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าความกังวลไม่มีอยู่เลย

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “Thanks for helping me carry these books.” คำตอบ No worries หมายความว่าอย่างไร?

  1. คุณควรกังวลเกี่ยวกับหนังสือเหล่านั้นให้มากขึ้น
  2. การช่วยนั้นไม่เป็นภาระ หมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “ด้วยความยินดี”
  3. ไม่มีใครมีเรื่องกังวลเลยแม้แต่น้อย
ดูคำตอบ

การช่วยนั้นไม่เป็นภาระ หมายถึง “ไม่เป็นไร” หรือ “ด้วยความยินดี”

And Winton,

0:36

และ Winton

Old MacDonald does have a horse, ไวยากรณ์

0:37

ลุง MacDonald มีม้าจริงๆ นะ

ไวยากรณ์

does have: do ที่ใช้เน้นในประโยคบอกเล่า

ใน does have คำว่า does ช่วยเน้นข้อความบอกเล่าว่า คุณตาแม็กโดนัลด์มีม้าจริง ๆ ประโยคนี้ใช้แก้ความเข้าใจก่อนหน้านี้ที่คิดว่าเขาไม่มีม้า วาง do, does หรือ did ไว้หน้าคำกริยาหลักรูปพื้นฐาน เมื่อประธานเป็นบุรุษที่สามเอกพจน์ ให้ใช้ does have ไม่ใช่ does has

แบบฝึกหัด

แก้คำกล่าวที่ว่า Ben ไม่มีตั๋ว โดยใช้รูปเน้นสองคำของ has ที่สร้างด้วย does: Ben ____ a ticket.

ดูคำตอบ

does have

but she was on holiday when they wrote the book. การใช้คำ

0:39

แต่หล่อนไปพักร้อนตอนที่พวกเขาเขียนหนังสือน่ะ

การใช้คำ

on holiday: วลีภาษาอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงการไปพักร้อน

Be on holiday หมายถึงการหยุดพักจากงาน โรงเรียน หรือหน้าที่ตามปกติ โดยมักรวมถึงการเดินทางด้วย ในประโยคนี้ ม้าตัวนั้นไม่อยู่ตอนที่มีการเขียนหนังสือ holiday ในที่นี้หมายถึงช่วงวันหยุดพักผ่อน ไม่ใช่งานเฉลิมฉลองวันหยุดหรือวันที่เป็นวันหยุดวันใดวันหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้กันทั่วไปและมีความหมายเท่ากับ on vacation: Priya is ____ this week.

ดูคำตอบ

on holiday

Oh.

0:41

อ๋อ

Now they were ready to fix cow horse. วลี

0:42

ตอนนี้พวกเขาพร้อมที่จะซ่อมม้าวัวแล้ว

วลี

were ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน: พร้อมแล้วในอดีต

be ready to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงเตรียมพร้อมที่จะเริ่มทำสิ่งหนึ่ง ใน were ready to fix คำว่า were ทำให้สถานะความพร้อมอยู่ในอดีต และ fix ยังคงเป็นคำกริยารูปพื้นฐานหลัง to วลีนี้อาจหมายถึงการเตรียมสิ่งต่าง ๆ เสร็จแล้ว หรือเพียงพร้อมทางใจที่จะเริ่มก็ได้ ต้องดูบริบทว่าเป็นความพร้อมแบบใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าคนกลุ่มหนึ่งพร้อมที่จะเริ่มทำสิ่งหนึ่งแล้ว

  1. After the safety check, they were ready starting.
  2. After the safety check, they were ready to started.
  3. After the safety check, they were ready to start.
ดูคำตอบ

After the safety check, they were ready to start.

Rolling beeswax is easy with these big muscles. ไวยากรณ์

0:45

ปั้นขี้ผึ้งเป็นเรื่องง่ายด้วยกล้ามเนื้อมัดใหญ่พวกนี้

ไวยากรณ์

Rolling beeswax is easy: วลี -ing ทำหน้าที่เป็นประธาน

Rolling beeswax เป็นวลี -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรมหนึ่ง วลีทั้งหมดเป็นประธานของ is easy ดังนั้นประโยคจึงประเมินตัวกิจกรรม ไม่ใช่คนหรือสิ่งของ เมื่อวลี -ing ที่บอกกิจกรรมทำหน้าที่แบบนี้ ปกติจะถือเป็นเอกพจน์: Doing something is easy, fun, or difficult จึงใช้กริยา is ไม่ใช่ are

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing ที่บอกกิจกรรมเป็นประธานได้ถูกต้อง

  1. Building a paper bridge are difficult.
  2. Building a paper bridge is difficult.
  3. Build a paper bridge are difficult.
ดูคำตอบ

Building a paper bridge is difficult.

Thanks, Winton.

0:49

ขอบใจนะ Winton

Bye-bye, cow, วลี

0:50

บ๊ายบาย เจ้าวัว

and hello, horse.

0:51

และสวัสดี เจ้าม้า

วลี

Bye-bye, X, and hello, Y: บอกการเปลี่ยนแปลงอย่างสนุกสนาน

โครงสร้าง “Bye-bye, X, and hello, Y” นำเสนอการเปลี่ยนแปลงราวกับกำลังบอกลาสิ่งเก่าและทักทายสิ่งใหม่ X คือสิ่งที่กำลังจบลงหรือถูกแทนที่ ส่วน Y คือสิ่งที่กำลังเข้ามาหรือมาแทนที่ ในประโยคนี้ cow และ horse เป็นชื่อเรียกแบบขำ ๆ ของแบบเก่าและแบบใหม่ ไม่ใช่คนที่กำลังได้รับการทักทาย โครงสร้างนี้ทำให้การเปลี่ยนแปลงฟังดูมีชีวิตชีวาและเป็นบวก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำสำคัญสองคำจากโครงสร้าง Bye-bye, X, and hello, Y: ____, old wallpaper, and ____, bright new walls.

ดูคำตอบ

Bye-bye · hello

Hooray!

0:53

ไชโย!

Nice giraffe.

0:55

ยีราฟสวยดีนะ

Oh, no.

0:57

โอ้ ไม่นะ

We turned cow horse into a giraffe horse. วลี

0:58

เราเปลี่ยนม้าวัวเป็นม้ายีราฟไปแล้ว

วลี

turn X into Y: ทำให้สิ่งหนึ่งเปลี่ยนเป็นอีกสิ่งหนึ่ง

โครงสร้าง turn X into Y หมายถึง “ทำให้ X กลายเป็น Y” โดย X คือสิ่งก่อนเปลี่ยน และ Y คือผลลัพธ์หลังเปลี่ยน ในตัวอย่าง turned เป็นกริยารูปอดีต cow horse คือ X และ a giraffe horse คือ Y ในที่นี้ turn ไม่ได้หมายถึง “หมุน” กรรมจะอยู่ต่อจาก turn โดยตรง และ into จะนำไปสู่รูปแบบ การใช้งาน หรือสภาพใหม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง turn X into Y ในรูปอดีต: For the school play, they ____ a castle.

ดูคำตอบ

turned the cardboard boxes into

I'm sorry.

1:02

ขอโทษนะ

It's my fault. น้ำเสียง/เจตนา

1:02

ความผิดฉันเอง

น้ำเสียง/เจตนา

It's my fault: การยอมรับความรับผิดชอบ

It's my fault เป็นวิธีพูดตรง ๆ ว่าตนเองต้องรับผิดชอบต่อความผิดพลาดหรือปัญหา ในที่นี้ fault หมายถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่ผิดพลาด ไม่ใช่ข้อบกพร่องส่วนตัวหรือความขัดข้องทางเทคนิค เมื่อพูดต่อจาก I'm sorry ประโยคนี้ทำให้คำขอโทษชัดเจนขึ้น เพราะผู้พูดไม่ได้โยนความผิดให้คนอื่น ใช้ It's my fault กับสถานการณ์ปัจจุบัน และใช้ It was my fault เมื่อนึกย้อนถึงเหตุการณ์ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโทษด้วยสำนวนที่แสดงการยอมรับความรับผิดชอบอย่างชัดเจน: I broke your model. I'm sorry. ____.

ดูคำตอบ

It's my fault

I'm just not very good. น้ำเสียง/เจตนา

1:04

ฉันทำไม่ค่อยเก่งเลย

น้ำเสียง/เจตนา

just not very good: การประเมินตนเองในแง่ลบที่นุ่มนวลลง

Not very good เป็นการประเมินในแง่ลบที่ทำให้นุ่มนวลลง หมายถึงทำได้ต่ำกว่าระดับที่ผู้พูดต้องการ แต่ฟังไม่แรงเท่า bad ส่วนไม่เก่งเรื่องอะไรนั้นอาจเข้าใจได้จากสถานการณ์ ในที่นี้ just ไม่ได้แปลว่าเมื่อกี้ แต่ทำให้คำตัดสินนี้เหมือนเป็นคำอธิบายง่าย ๆ แบบยอมรับอย่างหมดหวัง ประมาณว่า «ก็เป็นอย่างนี้แหละ» เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้อาจแสดงความผิดหวังหรือขาดความมั่นใจ แม้ถ้อยคำจะนุ่มนวลลงก็ตาม

แบบฝึกหัด

หลังจากเรียนดนตรีที่ยาก ประโยคใดเป็นการประเมินตนเองที่นุ่มนวลลงและมีน้ำเสียงยอมรับอย่างหมดหวังเล็กน้อย?

  1. I'm bad at everything.
  2. I'm just not very good at playing the piano yet.
  3. I just played the piano very well.
ดูคำตอบ

I'm just not very good at playing the piano yet.

Wah!

1:06

แง้!

Indy was back where she started. สำนวน

1:07

Indy กลับมาที่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง

สำนวน

back where she started: กลับสู่จุดเริ่มต้น

back where she started หมายความว่าอินดี้กลับมายังสถานที่หรือสถานการณ์เดิมที่เธอเริ่มต้น ในประโยคนี้ สื่อว่าสิ่งที่เกิดขึ้นระหว่างทางไม่ได้ทำให้เกิดความก้าวหน้าที่ยั่งยืน โครงสร้าง be back where + ประธาน + started ใช้กล่าวถึงการกลับไปยังสถานที่จริงได้ แต่ก็มักใช้บรรยายกระบวนการที่ไม่สำเร็จ คือหลังจากพยายามแล้ว คนหรือกลุ่มก็ยังอยู่ในสถานการณ์เดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย back where + ประธาน + started: After two hours of debate, we were ____.

ดูคำตอบ

back where we started

But what story was she going to tell herself this time? ลำดับความ

1:10

แต่คราวนี้เธอจะเล่านิทานอะไรให้ตัวเองฟังล่ะ?

ลำดับความ

what story was she going to tell herself: คำอธิบายในใจ

ในที่นี้ what story was she going to tell herself ไม่ได้ถามเป็นหลักว่าเธอจะเล่านิทานเรื่องไหนออกมาดัง ๆ แต่ Story หมายถึงคำอธิบายหรือเรื่องราวที่เธอสร้างขึ้นในใจเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในฐานะคำถามของผู้บรรยาย ประโยคนี้ย้ายจุดสนใจจากความล้มเหลวไปยังวิธีที่ตัวละครจะตีความเหตุการณ์นั้น This time ยังชวนให้เปรียบเทียบกับวิธีที่เธอเคยอธิบายเหตุการณ์ในอดีต และปูทางไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางความคิดของเธอ

แบบฝึกหัด

ในคำถามของผู้บรรยาย 'what story' ชวนให้ผู้ชมคิดถึงเรื่องใดเป็นหลัก?

  1. เธอจะหาฉบับเขียนของเรื่องนั้นได้ที่ไหน
  2. เธอจะอ่านเรื่องใดออกเสียงให้ผู้ชมฟัง
  3. เธอจะตีความประสบการณ์นั้นให้ตัวเองอย่างไร
ดูคำตอบ

เธอจะตีความประสบการณ์นั้นให้ตัวเองอย่างไร

Old MacDonald had a farm. วัฒนธรรม

1:15

ลุงแมคโดนัลด์มีฟาร์ม

E-I-E-I-O.

1:17

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

วัฒนธรรม

เข้าใจ Old MacDonald had a farm. E-I-E-I-O. ว่าเป็นการอ้างอิงเพลงเด็ก

ประโยคนี้เป็นท่อนเปิดและท่อนรับที่คนจำได้ง่ายจากเพลงเด็กภาษาอังกฤษ Old MacDonald Had a Farm โดยปกติเพลงจะใช้รูปแบบซ้ำ ๆ คือเพิ่มสัตว์ในฟาร์มทีละชนิด ตามด้วยเสียงร้องของสัตว์ชนิดนั้น และกลับมาร้อง E-I-E-I-O เป็นท่อนรับ ดังนั้น ในที่นี้ประโยคดังกล่าวจึงสื่อถึงการอ้างอิงหรือการดัดแปลงเพลงที่คุ้นเคยอย่างสนุกสนาน ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริงธรรมดาเกี่ยวกับเจ้าของฟาร์ม สัตว์หรือเสียงร้องที่ไม่คาดคิดจึงเป็นการเปลี่ยนรูปแบบเดิมของเพลง

แบบฝึกหัด

สำหรับผู้ฟังที่คุ้นเคยกับเพลงเด็กภาษาอังกฤษ ประโยคนี้น่าจะสื่อถึงอะไร?

  1. เป็นการรายงานข้อเท็จจริงว่าใครเป็นเจ้าของฟาร์ม
  2. เป็นคำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสัตว์ในฟาร์ม
  3. เป็นการอ้างอิงถึงเพลงเด็กภาษาอังกฤษที่รู้จักกันดี
ดูคำตอบ

เป็นการอ้างอิงถึงเพลงเด็กภาษาอังกฤษที่รู้จักกันดี

And on that farm he had a giraffe horse.

1:18

และในฟาร์มนั้นเขามีม้ายีราฟ

E-I-E-I-O.

1:21

อี-ไอ-อี-ไอ-โอ

With a um quack quack here

1:23

มีเสียงก๊าบก๊าบตรงนี้

and a quack quack there.

1:26

และเสียงก๊าบก๊าบตรงนั้น

Okay, okay.

1:27

โอเคๆ

Then what happened? ลำดับความ

1:28

แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อ?

ลำดับความ

ใช้ Then what happened? เพื่อดำเนินเรื่องต่อ

Then เชื่อมคำถามเข้ากับเหตุการณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง และชี้ไปยังช่วงเวลาถัดไป ในโครงสร้างนี้ what happened ใช้ถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงถัดไป คำถามทั้งประโยคจึงช่วยให้เรื่องดำเนินต่อไปตามลำดับเวลา นอกจากนี้ยังเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังฟังอยู่ โดยแสดงความสนใจและชวนให้อีกฝ่ายเล่าต่อ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่ใช้ถามถึงเหตุการณ์ถัดไป: You found a secret door. ____?

ดูคำตอบ

Then what happened

So they worked at it some more.

1:30

พวกเขาเลยทำต่อไปอีกนิด

We just made the neck too long. ไวยากรณ์

1:34

เราแค่ทำคอยาวเกินไปน่ะ

ไวยากรณ์

made the neck too long: make + กรรม + คำคุณศัพท์

Made เป็นรูปอดีตของ make โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ บอกว่าการกระทำทำให้กรรมลงเอยในสภาพหนึ่ง ใน made the neck too long คำว่า the neck คือกรรมที่ได้รับผล และ too long คือสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ too + คำคุณศัพท์ หมายถึงเกินระดับที่ต้องการหรือเหมาะสม ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้เพียงบรรยายว่าคอยาว แต่บอกว่ากระบวนการทำทำให้เกิดผลที่ไม่ต้องการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง make + กรรม + too + คำคุณศัพท์อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงผลลัพธ์

  1. The heavy decorations made too unstable the shelf.
  2. The heavy decorations made the shelf too instability.
  3. The heavy decorations made the shelf too unstable.
ดูคำตอบ

The heavy decorations made the shelf too unstable.

There.

1:36

นี่ไง

Horse!

1:38

ม้า!

Yay!

1:39

เย้!

Thanks for your help, Winton. วลี

1:45

ขอบใจที่ช่วยนะ Winton

วลี

Thanks for your help: ระบุเหตุผลที่ขอบคุณ

Thanks for your help เป็นสำนวนธรรมชาติที่ใช้ขอบคุณใครบางคนสำหรับความช่วยเหลือ รูปแบบ Thanks for + คำนามหรือรูป -ing ระบุเหตุผลที่ขอบคุณ จึงเฉพาะเจาะจงกว่าการพูดเพียง Thanks ในที่นี้ your help หมายถึงความช่วยเหลือที่ผู้ฟังได้มอบให้แล้ว รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ใน Thanks for the advice และ Thanks for helping me

แบบฝึกหัด

เพื่อนร่วมงานเพิ่งช่วยให้คุณทำงานเสร็จ ประโยคใดเป็นคำขอบคุณที่เป็นธรรมชาติและระบุเหตุผลชัดเจน

  1. Thanks your help with the task.
  2. Thanks you for helping with the task.
  3. Thanks for your help with the task.
ดูคำตอบ

Thanks for your help with the task.

That's okay.

1:47

ไม่เป็นไร

I told you you were good. ไวยากรณ์

1:48

ฉันบอกแล้วว่าเธอเก่ง

ไวยากรณ์

I told you you were good: tell + คน + (that) + อนุประโยค

ประโยคนี้แยกได้เป็น “I told you + (that) you were good” โดย you ตัวแรกเป็นกรรมของ told และหมายถึงคนที่ได้รับข้อความ ส่วน you ตัวที่สองเป็นประธานของอนุประโยคเนื้อหา you were good ในการพูดทั่วไป มักละ that หลัง tell จึงเห็น you สองคำอยู่ติดกัน นี่ไม่ใช่การพูดซ้ำโดยผิดพลาด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ tell + คน + (that) + อนุประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง tell + คน + (that) + อนุประโยคได้ถูกต้อง?

  1. I told Mia she was ready.
  2. I told Mia was ready.
  3. I told that Mia she was ready.
ดูคำตอบ

I told Mia she was ready.

I think you're good, too.

1:50

ฉันว่าเธอก็เก่งเหมือนกันนะ

Aw, that's nice. น้ำเสียง/เจตนา

1:52

โอ้ น่ารักจัง

น้ำเสียง/เจตนา

Aw, that's nice: ปฏิกิริยาที่อบอุ่นและประทับใจ

Aw เป็นคำอุทานเบา ๆ ที่แสดงว่าบางสิ่งทำให้รู้สึกว่าน่ารัก มีน้ำใจ หรือน่าประทับใจ จากนั้น that's nice เป็นการตอบรับเชิงบวกต่อสิ่งที่อีกฝ่ายพูดหรือทำ nice ในที่นี้ไม่ใช่แค่การประเมินแบบเป็นกลางว่า “พอใช้ได้” เมื่อพูดด้วยน้ำเสียงอบอุ่น ทั้งประโยคจะมีความหมายประมาณว่า “น่ารักจัง” หรือ “คุณมีน้ำใจจัง” น้ำเสียงมีความสำคัญ เพราะถ้าพูดเรียบเกินไปหรือเกินจริง คำเดียวกันอาจฟังดูไม่กระตือรือร้นหรือประชดได้

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “I saved you the last piece of cake.” คำตอบใดแสดงว่าคุณรู้สึกอบอุ่นและประทับใจ?

  1. Yes, that meets the minimum requirement.
  2. Aw, that's nice of you.
  3. Please record that in the report.
ดูคำตอบ

Aw, that's nice of you.

What should we call him? ไวยากรณ์

1:54

เราจะเรียกเขาว่าอะไรดี?

ไวยากรณ์

การใช้ What should we call him? เพื่อถามชื่อ

ใช้รูป What should we call + คนหรือสัตว์? เพื่อขอคำแนะนำว่าจะตั้งชื่อหรือเรียกว่าอะไร ในประโยคนี้ what แทนชื่อที่ยังไม่ได้ระบุ: We should call him Max. should ใช้ถามว่าตัวเลือกไหนน่าจะเหมาะ ในรูปประโยคนี้ call หมายถึง “ตั้งชื่อหรือเรียกว่า” ไม่ใช่ “โทรศัพท์หา”

แบบฝึกหัด

ครอบครัวหนึ่งรับลูกสุนัขเพศผู้มาเลี้ยงและอยากได้คำแนะนำเรื่องชื่อ คำถามใดเป็นธรรมชาติ?

  1. What should we call him?
  2. Who should we call?
  3. What should he call us?
ดูคำตอบ

What should we call him?

Major Tom?

1:55

Major Tom ดีไหม?

Hi, Major Tom.

1:57

หวัดดี Major Tom

Yeah, Major Tom.

1:59

ใช่ Major Tom

And they both lived happily ever after. สำนวน

2:04

และทั้งสองก็อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขตลอดไป

สำนวน

both lived happily ever after ในตอนจบแบบเทพนิยาย

Live happily ever after เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ปิดท้ายเทพนิยาย หมายถึงตัวละครใช้ชีวิตอย่างมีความสุขต่อไปนับจากนั้น ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นรูปแบบการจบเรื่อง ไม่ใช่การนำคำบอกเวลาหลายคำมาแปลแยกกัน both เน้นว่าตัวละครสองคนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ต่างก็มีตอนจบที่มีความสุข วลีนี้ยังเป็นสัญญาณว่าเรื่องจบแล้วด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดฟังเหมือนตอนจบของเทพนิยายแบบดั้งเดิม?

  1. The princess and the gardener lived happily for one afternoon.
  2. The princess and the gardener were living after the party.
  3. The princess and the gardener lived happily ever after.
ดูคำตอบ

The princess and the gardener lived happily ever after.

The end.

2:06

จบ

Much better. ไวยากรณ์

2:08

ดีขึ้นเยอะเลย

ไวยากรณ์

“Much better.” ในฐานะคำประเมินแบบเปรียบเทียบสั้น ๆ

ในการใช้นี้ “Much better.” เป็นคำประเมินสั้น ๆ ในภาษาพูด หมายถึง “ดีขึ้นกว่าเดิมมาก” ใจความเต็มอาจเป็น “It’s much better.” หรือ “That’s much better.” เมื่อรู้อยู่แล้วว่ากำลังประเมินอะไร จึงละประธานและกริยา be ได้ “Much” ขยายคำขั้นกว่า “better” เพื่อบอกว่าดีขึ้นอย่างมาก ไม่ใช่เพียงเล็กน้อย รูปแบบนี้ใช้ตอบสั้น ๆ หลังจากมีการเปลี่ยนแปลง

แบบฝึกหัด

มีคนเปลี่ยนมุมหน้าจอ ทำให้แสงสะท้อนลดลงมาก คำตอบสั้น ๆ ข้อใดหมายความว่าผลลัพธ์ดีขึ้นกว่าเดิมมาก

  1. Very good.
  2. Much better.
  3. A little better.
ดูคำตอบ

Much better.