3 เคล็ดลับการเรียนอย่างมีประสิทธิภาพ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
717 คำ 149 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าความทรงจำเคลื่อนจากการเข้ารหัสชั่วคราวไปสู่การจัดเก็บระยะยาวอย่างไร แล้วเชื่อมกระบวนการดังกล่าวกับการฝึกดึงข้อมูลจากความจำ การสลับหัวข้อ และการทบทวนแบบเว้นระยะ พร้อมชี้ว่าเหตุใดการอ่านซ้ำแบบรับข้อมูลอย่างเดียวและการอัดเนื้อหาคืนก่อนสอบจึงไม่เหมาะกับการจำระยะยาว ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษหลัก: 1. With this in mind, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การใช้คำเชื่อมนี้หลังจากให้ภูมิหลังที่เกี่ยวข้อง เพื่อส่งสัญญาณว่าตัวอย่าง การตัดสินใจ หรือข้อโต้แย้งถัดไปตั้งอยู่บนสิ่งที่ผู้ฟังเพิ่งได้รับรู้ ทำให้ลำดับเหตุผลชัดกว่าการเรียงข้อเท็จจริงเฉย ๆ 2. forces you to actively retrieve knowledge, — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เข้าใจ retrieve ในความหมายว่าดึงข้อมูลกลับมาจากความจำ และใช้โครงสร้าง force someone to do something เพื่ออธิบายว่าแบบทดสอบกับบัตรคำบังคับให้ระลึกอย่างกระตือรือร้น ไม่ใช่เพียงจำข้อมูลที่มองเห็นได้ 3. while cramming the night before the exam may seem logical, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตบทนำเชิงยอมรับที่กล่าวก่อนว่าเหตุใดแนวคิดหนึ่งจึงดูสมเหตุสมผล แล้วจึงโต้แย้งแนวคิดนั้น สามารถใช้รูปแบบนี้สร้างการเปรียบเทียบและข้อโต้แย้งกลับที่สมดุลและโน้มน้าวใจมากขึ้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

During their training, medical residents learn countless techniques, surgeries, and procedures, วัฒนธรรม

0:07

ในระหว่างการฝึกฝน แพทย์ประจำบ้านต้องเรียนรู้เทคนิค การผ่าตัด และหัตถการนับไม่ถ้วน

วัฒนธรรม

medical residents: แพทย์ประจำบ้านที่กำลังฝึกอบรมเฉพาะทาง

medical residents คือแพทย์ที่สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนแพทย์แล้ว และกำลังรับการฝึกอบรมภายใต้การดูแลในสาขาเฉพาะทาง ในประโยคนี้ คนกลุ่มนี้คือผู้ที่กำลังเรียนรู้เทคนิคทางคลินิก การผ่าตัด และหัตถการต่าง ๆ residents ในที่นี้เป็นชื่อตำแหน่งและช่วงหนึ่งของการฝึกอบรมทางการแพทย์ ไม่ได้หมายถึงคนทั่วไปที่อาศัยอยู่ในสถานที่หนึ่ง ระบบการฝึกอบรมโดยละเอียดอาจแตกต่างกันในแต่ละประเทศ แต่ใจความสำคัญคือแพทย์ที่กำลังฝึกอบรมทางคลินิกหลังจบการศึกษา

แบบฝึกหัด

medical residents ในตัวอย่างหมายถึงคนกลุ่มใด

  1. คนที่อาศัยอยู่ใกล้โรงพยาบาล
  2. แพทย์ที่กำลังรับการฝึกอบรมเฉพาะทางภายใต้การดูแล
  3. ผู้ป่วยที่พักรักษาตัวในโรงพยาบาล
ดูคำตอบ

แพทย์ที่กำลังรับการฝึกอบรมเฉพาะทางภายใต้การดูแล

which they'll later use to save lives.

0:13

ซึ่งพวกเขาจะต้องนำไปใช้ช่วยชีวิตคนในภายหลัง

Being able to remember these skills can quite literally be a matter of life and death. สำนวน

0:15

ความสามารถในการจำทักษะเหล่านี้อาจเป็นเรื่องของความเป็นความตายได้เลยทีเดียว

สำนวน

a matter of life and death: เรื่องความเป็นความตาย

A matter of life and death เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้กับสถานการณ์ซึ่งร้ายแรงมากจนผลลัพธ์อาจตัดสินได้ว่าใครคนหนึ่งจะอยู่หรือเสียชีวิต บางครั้งสำนวนนี้ใช้เป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อเพิ่มอารมณ์ แต่ quite literally ในประโยคนี้บอกว่าความหมายเกือบจะตรงตามตัวอักษร เพราะการจดจำทักษะทางการแพทย์อาจส่งผลจริงต่อการรอดชีวิตของผู้ป่วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย a matter of: For the trapped climbers, getting help before the storm was ____.

ดูคำตอบ

a matter of life and death

With this in mind, ลำดับความ

0:21

ด้วยเหตุนี้

ลำดับความ

With this in mind: เชื่อมข้อมูลก่อนหน้ากับประเด็นถัดไป

With this in mind หมายถึง “เมื่อคำนึงถึงประเด็นที่เพิ่งกล่าวไป” วลีนี้ทำให้ข้อมูลก่อนหน้าเป็นพื้นฐานสำหรับสิ่งที่จะกล่าวต่อไป ไม่ได้หมายถึงการนำบางสิ่งใส่เข้าไปในความคิดจริง ๆ เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ส่งสัญญาณว่างานวิจัย การตัดสินใจ หรือข้อสรุปต่อไปอาศัยพื้นฐานดังกล่าว จึงช่วยแสดงความเชื่อมโยงของข้อมูลแทนการเรียงข้อเท็จจริงเฉย ๆ

แบบฝึกหัด

With this in mind ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้?

  1. บอกว่าผู้พูดกำลังพยายามท่องจำประโยคหนึ่ง
  2. เชื่อมประเด็นถัดไปกับข้อมูลที่เพิ่งกล่าวถึง
  3. ยกเลิกข้อมูลก่อนหน้าแล้วเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

เชื่อมประเด็นถัดไปกับข้อมูลที่เพิ่งกล่าวถึง

a 2006 research study took a class of surgical residents learning to suture arteries and split them into two groups. วลี

0:22

งานวิจัยปี 2006 ได้นำแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยศาสตร์ที่กำลังเรียนการเย็บหลอดเลือดแดงมาแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

วลี

split them into two groups: split + กรรม + into + ผลลัพธ์ของการแบ่ง

split them into two groups หมายถึง “แบ่งคนเหล่านั้นออกเป็นสองกลุ่ม” ในประโยคนี้ them หมายถึงกลุ่มแพทย์ประจำบ้านสาขาศัลยกรรม ส่วน split อธิบายว่างานวิจัยจัดกลุ่มพวกเขาอย่างไร ไม่ได้หมายถึงการฉีกหรือตัดร่างกายของพวกเขา รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ split + กรรม + into + จำนวนหรือประเภทของกลุ่ม เช่น split the class into teams และ split the data into categories กรรมจะอยู่ก่อน into และผลลัพธ์ของการแบ่งกลุ่มจะอยู่หลัง into

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าโค้ชแบ่งผู้เล่นออกเป็นสองทีม?

  1. The coach split the players into two teams.
  2. The coach split two teams from the players.
  3. The coach split into the players two teams.
ดูคำตอบ

The coach split the players into two teams.

Each received the same study materials,

0:30

แต่ละกลุ่มได้รับสื่อการเรียนรู้เหมือนกัน

but one group implemented a small change in how they studied them. ไวยากรณ์

0:33

แต่กลุ่มหนึ่งมีการปรับเปลี่ยนเล็กน้อยในวิธีการศึกษา

ไวยากรณ์

a change in how ...: การเปลี่ยนวิธีทำสิ่งหนึ่ง

ใน a small change in how they studied them คำนาม change บอกว่ามีการเปลี่ยนแปลง ส่วน in how they studied them ระบุด้านที่เปลี่ยนไป นั่นคือวิธีการเรียนของพวกเขา คำว่า them หมายถึงสื่อการเรียนที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a change in how + ประธาน + กริยา อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย how อยู่หลังคำบุพบท in และใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า ไม่ใช่แบบคำถาม จึงใช้ how they studied ไม่ใช่ how did they study

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าวิธีตรวจทานของทีมเปลี่ยนไป ไม่ใช่ไฟล์หรือตารางเวลา

  1. The team made a change in when it reviewed the files.
  2. The team made a change in how it reviewed the files.
  3. The team made a change in what files it reviewed.
ดูคำตอบ

The team made a change in how it reviewed the files.

And when tested one month later, ไวยากรณ์

0:37

และเมื่อทำการทดสอบในหนึ่งเดือนต่อมา

ไวยากรณ์

when tested one month later: อนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว

when tested one month later เป็นอนุประโยคบอกเวลาแบบถูกกระทำที่ย่อแล้ว รูปเต็มคือ when they were tested one month later ประธานที่ละไว้เป็นฝ่ายรับการกระทำ ดังนั้น tested จึงหมายถึงการได้รับการทดสอบ ไม่ใช่การทดสอบคนหรือสิ่งของอื่น การย่อนี้ละประธานของอนุประโยคบอกเวลาและรูปหนึ่งของ be เมื่อประธานนั้นเป็นคนหรือสิ่งเดียวกับประธานของประโยคหลักที่ตามมา ประธานของประโยคหลักจะบอกว่าใครเป็นผู้ได้รับการทดสอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างถูกกระทำแบบย่อเช่นเดียวกับ when tested

  1. When interviewing applicants, the manager took notes.
  2. When interviewed, the applicants described their experience.
  3. When the applicants interviewed the manager, they took notes.
ดูคำตอบ

When interviewed, the applicants described their experience.

this group performed the surgeries significantly better than the other residents. ไวยากรณ์

0:39

กลุ่มนี้ทำการผ่าตัดได้ดีกว่าแพทย์ประจำบ้านคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด

ไวยากรณ์

significantly better than: การเน้นระดับในการเปรียบเทียบ

ใน significantly better than ส่วน better than ใช้สร้างการเปรียบเทียบ และ significantly เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่เพิ่มระดับของ better วลีนี้บอกว่าความแตกต่างชัดเจนหรือมากพอที่จะมีความสำคัญ ไม่ใช่เพียงดีกว่าเล็กน้อย ในรายงานวิจัย significantly อาจมีความหมายเฉพาะว่า “มีนัยสำคัญทางสถิติ” เมื่อมีการทดสอบทางสถิติรองรับ แต่ประโยคนี้เพียงประโยคเดียวยังยืนยันไม่ได้ จึงควรเข้าใจก่อนว่า “ดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวถึงความแตกต่างด้านประสิทธิภาพที่ชัดเจนได้อย่างถูกต้อง

  1. The new method worked significant better than the old one.
  2. The new method worked significantly better than the old one.
  3. The new method worked significantly best than the old one.
ดูคำตอบ

The new method worked significantly better than the old one.

We'll discuss the secret to that group's success, วลี

0:45

เราจะมาพูดถึงเคล็ดลับความสำเร็จของกลุ่มนั้น

วลี

the secret to that group's success: กุญแจเบื้องหลังผลลัพธ์

ใน the secret to that group's success คำว่า secret หมายถึงเหตุผล วิธีการ หรือนิสัยสำคัญที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี ไม่ได้หมายถึงข้อมูลลับ โครงสร้างคือ the secret to + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท เช่น the secret to success และ the secret to learning quickly

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวที่หมายถึง “กุญแจสู่”: Regular practice is ____ speaking with confidence.

ดูคำตอบ

the secret to

along with two other highly effective study techniques,

0:48

พร้อมกับอีกสองเทคนิคการเรียนที่มีประสิทธิภาพสูง

which can be applied both in and out of the classroom. วลี

0:52

ซึ่งสามารถนำไปใช้ได้ทั้งในและนอกห้องเรียน

วลี

both in and out of...: ครอบคลุมทั้งสองบริบท

both ... and ... จับคู่องค์ประกอบสองส่วนที่ขนานกัน และบอกว่าครอบคลุมทั้งสองส่วน ใน both in and out of the classroom นามวลี the classroom ใช้ร่วมกับคำบุพบททั้งสอง จึงมีความหมายเท่ากับ in the classroom และ out of the classroom ในที่นี้ in และ out of บอกสองบริบทที่สิ่งหนึ่งนำไปใช้ได้ ไม่ได้บอกการเคลื่อนไหวว่าคนหนึ่งเข้าไปในห้องเรียนแล้วออกมา คุณนำโครงสร้างนี้ไปใช้เพื่อบอกว่ากฎ ทักษะ หรือพฤติกรรมหนึ่งใช้ได้ทั้งภายในและภายนอกสถานที่หรือบริบทเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย both in and out of: Good communication is useful ____ the workplace.

ดูคำตอบ

both in and out of

But to understand why these methods work, ลำดับความ

0:55

แต่เพื่อทำความเข้าใจว่าทำไมวิธีเหล่านี้ถึงได้ผล

let's first unpack how the brain learns and stores information. การใช้คำ

0:58

ก่อนอื่นเรามาแกะรอยกันว่าสมองเรียนรู้และจัดเก็บข้อมูลอย่างไร

ลำดับความ

to understand why..., let's first unpack...: กำหนดเป้าหมายและขั้นตอนแรก

ช่วงเปิด to understand why these methods work ระบุเป้าหมายของคำอธิบาย จากนั้นประโยคหลัก let's first unpack... พาผู้ฟังไปสู่ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นก่อนจะบรรลุเป้าหมายนั้น รูปแบบนี้จัดข้อมูลโดยวางเป้าหมายก่อนแล้วตามด้วยพื้นฐาน: To understand why X, let's first examine Y. first แสดงลำดับของการให้เหตุผล ไม่ใช่เพียงการกระทำแรกตามเวลา ส่วน unpack หมายถึงการแยกเรื่องหนึ่งออกเป็นส่วนที่ชัดเจนขึ้นเพื่ออธิบาย

แบบฝึกหัด

to understand why..., let's first... สร้างรูปแบบการจัดข้อมูลแบบใด?

  1. ให้คำตอบสุดท้ายก่อนและมองว่าข้อมูลพื้นฐานไม่จำเป็น
  2. เรียงการกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันตามลำดับเวลาเท่านั้น
  3. บอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงนำเสนอขั้นตอนพื้นฐานที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายนั้น
ดูคำตอบ

บอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงนำเสนอขั้นตอนพื้นฐานที่จำเป็นต่อการบรรลุเป้าหมายนั้น

การใช้คำ

unpack how...: แยกวิเคราะห์แนวคิดที่ซับซ้อน

ในที่นี้ unpack เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการแบ่งหัวข้อที่ซับซ้อนออกเป็นส่วนย่อย ๆ แล้วอธิบายให้ชัดเจน ข้อความ how the brain learns and stores information ระบุสิ่งที่จะนำมาวิเคราะห์ ดังนั้นผู้พูดจึงกำลังเสนอให้อธิบายทีละขั้น ไม่ได้หมายถึงการเปิดหรือเอาของออกจากภาชนะจริง ๆ คุณสามารถใช้ unpack กับคำถาม แนวคิด ข้อโต้แย้ง หรือกระบวนการ เพื่อบอกว่าจะพิจารณารายละเอียดอย่างรอบคอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ unpack ในความหมายว่า “วิเคราะห์และอธิบายปัญหาที่ซับซ้อน”

  1. Let's pack the equipment into the van.
  2. Let's unpack why the plan failed before choosing a new approach.
  3. Let's unpack the suitcase before we leave the hotel.
ดูคำตอบ

Let's unpack why the plan failed before choosing a new approach.

Say you're trying to memorize the anatomy of the heart. ลำดับความ

1:03

สมมติว่าคุณกำลังพยายามจำกายวิภาคของหัวใจ

ลำดับความ

Say you're...: ใช้เสนอเหตุการณ์สมมติ

Say ที่ต้นประโยคใช้เพื่อเสนอเหตุการณ์สมมติ มีความหมายว่า “สมมติว่า...” หรือ “ตัวอย่างเช่น ลองนึกภาพว่า...” ไม่ได้เป็นการสั่งให้ผู้ฟังพูด อนุประโยค you're trying to memorize... บอกสถานการณ์ที่ต้องการให้จินตนาการ คำเปิดแบบนี้เปลี่ยนคำอธิบายจากแนวคิดทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรม จากนั้นผู้พูดสามารถใช้กรณีสมมตินี้อธิบายสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้

แบบฝึกหัด

ใช้คำเปิดที่เรียนในข้อนี้เพื่อเติมตัวอย่างสมมติให้สมบูรณ์: ____ you're trying to finish a book before Friday.

ดูคำตอบ

Say

When you're introduced to a new concept, วลี

1:06

เมื่อคุณได้รู้จักกับแนวคิดใหม่

วลี

be introduced to a new concept: ได้รู้จักแนวคิดใหม่เป็นครั้งแรก

ใน be introduced to a new concept โครงสร้างกรรมวาจก be introduced to + สิ่งหนึ่ง หมายถึงการได้พบหรือเริ่มเรียนรู้สิ่งนั้นเป็นครั้งแรก introduced to ไม่ได้ใช้เฉพาะกับการได้รับการแนะนำให้รู้จักคนเท่านั้น จุดสำคัญคือผู้เรียนได้รับคำอธิบายเบื้องต้นหรือได้สัมผัสสิ่งนั้นครั้งแรกโดยมีผู้แนะนำ ไม่ได้หมายความว่าผู้เรียนเข้าใจหัวข้อนั้นอย่างลึกซึ้งแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ introduce: At orientation, new employees are ____ the safety system for the first time.

ดูคำตอบ

introduced to

the memory is temporarily encoded in groups of neurons in a brain area called the hippocampus. การใช้คำ

1:08

ความทรงจำจะถูกเข้ารหัสชั่วคราวในกลุ่มเซลล์ประสาทในพื้นที่สมองที่เรียกว่าฮิปโปแคมปัส

การใช้คำ

is temporarily encoded in: ถูกเข้ารหัสไว้ชั่วคราวใน...

ในวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับความจำ is encoded หมายถึงข้อมูลถูกเปลี่ยนเป็นตัวแทนทางระบบประสาทที่สมองใช้สร้างความทรงจำได้ Encoded in groups of neurons หมายความว่ากลุ่มเซลล์ประสาทเหล่านั้นรองรับตัวแทนดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงรหัสลับหรือรหัสคอมพิวเตอร์ Temporarily จำกัดขอบเขตของข้อความนี้ ประโยคกล่าวถึงสภาวะช่วงแรกที่เกิดขึ้นไม่นาน ไม่ใช่หลักฐานว่าความทรงจำได้กลายเป็นข้อมูลระยะยาวที่มั่นคงแล้ว

แบบฝึกหัด

ในการวิจัยความจำ The information is temporarily encoded in the hippocampus หมายความว่าอย่างไร

  1. ข้อมูลถูกเขียนใหม่เป็นรหัสลับของคอมพิวเตอร์
  2. ข้อมูลถูกเก็บเป็นความทรงจำถาวรทันที
  3. ข้อมูลถูกแสดงแทนไว้ชั่วครู่ในรูปแบบที่สมองใช้เป็นความทรงจำได้
ดูคำตอบ

ข้อมูลถูกแสดงแทนไว้ชั่วครู่ในรูปแบบที่สมองใช้เป็นความทรงจำได้

As you continue to learn about workings of the heart in class or study its chambers for an exam, ไวยากรณ์

1:15

ขณะที่คุณเรียนรู้การทำงานของหัวใจต่อในชั้นเรียน หรือศึกษาห้องหัวใจเพื่อสอบ

you reactivate these same neurons.

1:21

คุณกำลังกระตุ้นเซลล์ประสาทกลุ่มเดิมเหล่านี้ซ้ำ

ไวยากรณ์

As you continue to learn: สองกระบวนการที่ดำเนินไปพร้อมกัน

ในประโยคนี้ as เป็นคำเชื่อมบอกเวลา หมายถึงระหว่างที่กระบวนการยังดำเนินอยู่หรือเมื่อกระบวนการดำเนินต่อไป As you continue to learn วางกรอบให้เห็นกระบวนการเรียนรู้ที่ต่อเนื่อง ส่วนประโยคหลักบอกว่าเซลล์ประสาทกลุ่มเดิมถูกกระตุ้นอีกครั้งระหว่างกระบวนการนั้น ตรงนี้ as ไม่ได้หมายถึงในบทบาทของ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + ประธาน + การกระทำที่ดำเนินต่อเนื่อง แล้วตามด้วยเหตุการณ์หรือการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างหนึ่ง รูปแบบนี้มักเน้นว่าสองกระบวนการดำเนินไปพร้อมกัน บริบทอาจชวนให้เห็นความสัมพันธ์แบบเหตุและผล แต่ as เองเน้นเรื่องเวลาหรือการเกิดทับซ้อนกันเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบที่กำหนด As + ประธาน + continue to เพื่อแสดงว่าสองกระบวนการดำเนินไปพร้อมกัน: ____ learn about the night sky, you begin to recognize more constellations.

ดูคำตอบ

As you continue to

This repeated firing strengthens the connections between the cells, การใช้คำ

1:24

การส่งสัญญาณซ้ำๆ นี้จะเสริมสร้างการเชื่อมต่อระหว่างเซลล์

stabilizing the memory. ไวยากรณ์

1:28

ทำให้ความทรงจำมั่นคงขึ้น

การใช้คำ

repeated firing: สัญญาณประสาทที่เกิดซ้ำ

ในประสาทวิทยา firing หมายถึงการที่เซลล์ประสาทสร้างแรงกระตุ้นไฟฟ้าที่เรียกว่าศักยะงาน ดังนั้น repeated firing จึงหมายถึงเซลล์ประสาททำกิจกรรมนี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก ไม่ได้หมายถึงการยิงอาวุธ เปลวไฟ หรือการไล่คนออกจากงาน ในที่นี้ กลุ่มคำนาม repeated firing ใช้เรียกกิจกรรมทางประสาทที่เกิดซ้ำและทำให้การเชื่อมต่อระหว่างเซลล์แข็งแรงขึ้น ความหมายเฉพาะทางนี้ยังพบในสำนวน neurons fire และ neural firing ด้วย

แบบฝึกหัด

ในประโยคทางประสาทวิทยานี้ repeated firing หมายถึงอะไร?

  1. คนยิงอาวุธหลายครั้ง
  2. พนักงานถูกไล่ออกทีละคน
  3. เซลล์ประสาทสร้างแรงกระตุ้นไฟฟ้าซ้ำแล้วซ้ำอีก
ดูคำตอบ

เซลล์ประสาทสร้างแรงกระตุ้นไฟฟ้าซ้ำแล้วซ้ำอีก

ไวยากรณ์

stabilizing the memory: การใช้วลี -ing เพื่อบอกผล

stabilizing the memory เป็นวลี present participle ที่บอกผลของการกระทำทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า กล่าวคือ เมื่อการเชื่อมต่อแข็งแรงขึ้น ความทรงจำก็มั่นคงขึ้น วลีนี้ไม่ใช่กริยาหลักตัวที่สองซึ่งเชื่อมกับ strengthens รูปแบบ ประโยคหลัก, วลี -ing มักใช้บอกผลที่ตามมาอย่างกระชับ ในที่นี้สามารถขยายความได้ว่า “และผลก็คือ สิ่งนี้ทำให้ความทรงจำมั่นคงขึ้น”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้เครื่องหมายจุลภาค + วลี -ing เพื่อบอกผลของการกระทำหลัก

  1. The storm was knocking down several trees near the road.
  2. The storm knocked down several trees and damaged two cars.
  3. The storm knocked down several trees, blocking the road.
ดูคำตอบ

The storm knocked down several trees, blocking the road.

Gradually, the knowledge of heart anatomy is stored long-term, วลี

1:30

ความรู้เรื่องกายวิภาคหัวใจจะค่อยๆ ถูกเก็บไว้ในระยะยาว

วลี

stored long-term: บอกระยะเวลาหลัง stored

Stored long-term หมายถึง “ถูกเก็บไว้เป็นเวลานาน” stored เป็น past participle ในกริยาวลีรูปถูกกระทำ is stored ส่วน long-term ที่ตามหลังมาบอกว่าสภาวะการจัดเก็บนั้นยาวนานเพียงใด ไม่ได้ขยาย heart anatomy ตำแหน่งทำให้หน้าที่ทางไวยากรณ์เปลี่ยนไป เมื่ออยู่หน้าคำนาม เช่น long-term storage คำว่า long-term จะขยายคำนามนั้น แต่เมื่ออยู่หลัง stored ในประโยคนี้ จะทำหน้าที่คล้ายคำวิเศษณ์ ดังนั้น is stored long-term จึงหมายถึง “ถูกเก็บไว้ในระยะยาว”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ long-term หลัง stored เพื่อบอกว่าบันทึกจะถูกเก็บไว้เป็นเวลานาน

  1. The archive provides long-term storage for the records.
  2. The long-term records describe the project.
  3. The records are stored long-term for future research.
ดูคำตอบ

The records are stored long-term for future research.

which involves another brain area known as the neocortex. วลี

1:34

ซึ่งเกี่ยวข้องกับสมองอีกส่วนที่เรียกว่าสมองส่วนนอก (neocortex)

วลี

known as the neocortex: ใช้ known as เพื่อนำหน้าชื่อ

ใน known as the neocortex วลี known as... ขยาย another brain area และบอกว่าบริเวณสมองนั้นมีชื่อว่า the neocortex วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อแล้ว ซึ่งมีความหมายเทียบเท่า another brain area that is known as the neocortex ใช้ be known as + ชื่อ ป้ายกำกับ ตำแหน่ง หรือคำศัพท์ เพื่อบอกว่าคนหรือสิ่งหนึ่งถูกเรียกว่าอะไร ในที่นี้ as นำหน้าชื่อ ไม่ได้นำหน้าคำอธิบายทั่วไปเกี่ยวกับหน้าที่ของบริเวณสมองนั้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่ขึ้นต้นด้วย known และใช้เพื่อนำหน้าชื่อให้ประโยคสมบูรณ์: This condition is ____ sleep paralysis.

ดูคำตอบ

known as

How information is transferred from short-term to long-term storage is still not completely understood, ไวยากรณ์

1:39

วิธีการที่ข้อมูลถูกถ่ายโอนจากการจัดเก็บระยะสั้นไปสู่ระยะยาวยังไม่เป็นที่เข้าใจอย่างถ่องแท้

ไวยากรณ์

How information is transferred... ในฐานะอนุประโยคประธาน

How information is transferred from short-term to long-term storage เป็นอนุประโยคคำนาม ทั้งอนุประโยคทำหน้าที่เป็นประธานของ is still not completely understood ดังนั้นประโยคจึงมองวิธีหรือกระบวนการถ่ายโอนเป็นหัวข้อเดียว เพราะเป็นอนุประโยคที่ฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า information is transferred หากเป็นคำถามโดยตรง จะสลับกริยากับประธานเป็น How is information transferred? อนุประโยคประธานที่ยาวนี้ถือเป็นหน่วยเดียว ประโยคหลักจึงใช้กริยาเอกพจน์ is

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค how เป็นประธานของประโยคบอกเล่าได้ถูกต้อง

  1. How the device stores data is not fully understood.
  2. How does the device store data is not fully understood.
  3. How is the device storing data is not fully understood.
ดูคำตอบ

How the device stores data is not fully understood.

but it's thought to happen in between study sessions, ไวยากรณ์

1:46

แต่เชื่อกันว่าจะเกิดขึ้นระหว่างช่วงการเรียน

ไวยากรณ์

it's thought to happen: รายงานมุมมองโดยไม่ระบุแหล่งที่มา

ในวลี it's thought to happen คำว่า is thought เป็นกริยารายงานรูปถูกกระทำ ส่วน to happen บอกเหตุการณ์ที่ถูกรายงาน โครงสร้าง subject + be thought to + base verb หมายถึง ผู้คนหรือผู้เชี่ยวชาญคิดว่าประธานทำสิ่งนั้น โดยไม่ระบุชัดว่าใครมีความเห็นนี้ ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงกระบวนการที่กำลังพูดถึงและเป็นประธานของ happen ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่เป็นรูปธรรม คำว่า thought ทำให้ข้อมูลเรื่องช่วงเวลานี้เป็นทฤษฎีหรือข้อสันนิษฐานปัจจุบัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วอย่างสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียงคำภาษาอังกฤษห้าคำที่กำหนดให้ตามลำดับที่ถูกต้อง (it, is, thought, to, happen): Researchers have not observed the process directly, but ____ during deep sleep.

ดูคำตอบ

it is thought to happen

and perhaps most crucially, during sleep. ลำดับความ

1:49

และที่สำคัญที่สุดอาจจะเป็นช่วงระหว่างการนอนหลับ

ลำดับความ

perhaps most crucially: จัดให้ประเด็นหนึ่งสำคัญที่สุดอย่างระมัดระวัง

perhaps most crucially เป็นคำชี้นำที่จัดลำดับความสำคัญของข้อมูลที่ตามมา most crucially ระบุว่าข้อต่อไปเป็นข้อที่สำคัญที่สุดในรายการของผู้พูด ส่วน perhaps ลดความแน่นอนของการจัดลำดับนี้ จึงแสดงความระมัดระวังมากกว่าการยืนยันอย่างเด็ดขาด โดยทั่วไปวลีนี้จะอยู่ก่อนประเด็นที่ต้องการเน้น และคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาคหรือการหยุดพูด ในข้อความนี้ วลีดังกล่าวดึงความสนใจเป็นพิเศษไปที่ during sleep ว่าเป็นช่วงเวลาที่อาจมีความสำคัญอย่างชี้ขาด

แบบฝึกหัด

ใน “Perhaps most crucially, the backup must work during a power cut,” วลีตอนต้นทำหน้าที่อะไร

  1. วลีนี้ระบุอย่างระมัดระวังว่าประเด็นถัดไปน่าจะสำคัญที่สุด
  2. วลีนี้บอกว่าประเด็นถัดไปสำคัญเพียงเล็กน้อย
  3. วลีนี้พิสูจน์ว่าประเด็นถัดไปเป็นเรื่องเดียวที่อาจต้องพิจารณา
ดูคำตอบ

วลีนี้ระบุอย่างระมัดระวังว่าประเด็นถัดไปน่าจะสำคัญที่สุด

Here, the new knowledge is integrated with other related concepts you already know, วลี

1:52

ณ ตรงนี้ ความรู้ใหม่จะถูกบูรณาการเข้ากับแนวคิดอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องที่คุณรู้อยู่แล้ว

วลี

be integrated with: ผสานส่วนต่าง ๆ ให้เป็นหนึ่งเดียวที่เชื่อมโยงกัน

ใน be integrated with คำว่า integrated เป็นกริยาช่องสามที่วางหลัง is จึงเป็นรูปถูกกระทำ ในที่นี้หมายถึงความรู้ใหม่เชื่อมเข้ากับแนวคิดเดิมและกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายความรู้ที่ใหญ่ขึ้น ไม่ใช่แค่วางไว้ข้างกัน รูปแบบคือ A is integrated with B ส่วนรูปกระทำคือ integrate A with B รูปแบบนี้ใช้พูดถึงการผสานความรู้ ข้อมูล เครื่องมือ หรือส่วนต่าง ๆ ของระบบได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย be integrated with: The payment tool is ____ the store's checkout system.

ดูคำตอบ

integrated with

such as how to measure heart rate, ลำดับความ

1:57

เช่น วิธีวัดอัตราการเต้นของหัวใจ

or the anatomy of other organs.

1:59

หรือกายวิภาคของอวัยวะอื่นๆ

ลำดับความ

such as how to...: ยกทักษะหนึ่งเป็นตัวอย่าง

such as ใช้นำเสนอตัวอย่างที่เฉพาะเจาะจงของแนวคิดที่เกี่ยวข้องซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ จึงช่วยเปลี่ยนคำอธิบายจากหมวดหมู่กว้าง ๆ ไปสู่รายการที่เป็นรูปธรรม how to measure heart rate เป็นวลีรูปแบบคำแสดงคำถาม + to-infinitive ในที่นี้วลีนี้ใช้เรียกความรู้เชิงปฏิบัติ คือวิธีวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ดังนั้นหลัง such as จึงไม่จำเป็นต้องเป็นเพียงคำนามทั่วไปเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ such as แล้วตามด้วย how to-infinitive: The workshop teaches practical home skills, ____ fix a leaking tap.

ดูคำตอบ

such as how to

And the process doesn't end there. วลี

2:02

และกระบวนการไม่ได้จบลงแค่นั้น

วลี

doesn't end there: ยังมีสิ่งที่ตามมา

Doesn't end there หมายความว่า กระบวนการ ผลกระทบ หรือเรื่องราวยังดำเนินต่อไปหลังจากช่วงที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ there อ้างย้อนถึงช่วงหรือจุดแบ่งในคำอธิบาย ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริง สำนวนนี้ใช้เชื่อมไปยังเนื้อหาถัดไป โดยรับช่วงจากสิ่งที่อธิบายแล้วและบอกว่ายังมีขั้นตอน ผลกระทบ หรือพัฒนาการอื่นตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: Finishing the draft is important, but the work doesn't end there

  1. หลังจากทำร่างเสร็จแล้วยังมีงานอื่นต้องทำอีก
  2. เมื่อทำร่างเสร็จ งานทั้งหมดก็เสร็จสมบูรณ์
  3. งานต้องหยุด ณ สถานที่ที่เพิ่งกล่าวถึง
ดูคำตอบ

หลังจากทำร่างเสร็จแล้วยังมีงานอื่นต้องทำอีก

Each time you recall heart anatomy, ไวยากรณ์

2:04

ทุกครั้งที่คุณนึกถึงกายวิภาคของหัวใจ

you reactivate the long-term memory,

2:06

คุณจะกระตุ้นความทรงจำระยะยาวซ้ำ

which makes it susceptible to change. การใช้คำ

2:09

ซึ่งทำให้มันไวต่อการเปลี่ยนแปลง

ไวยากรณ์

Each time you recall: ตัวกระตุ้นที่เกิดซ้ำ

Each time + อนุประโยค หมายถึง “ทุกครั้งที่สิ่งนี้เกิดขึ้น” เหตุการณ์ในอนุประโยคทำหน้าที่เป็นตัวกระตุ้นที่เกิดซ้ำ กล่าวคือ ทุกครั้งที่เหตุการณ์นั้นเกิดขึ้น ผลในประโยคหลักก็เกิดขึ้นตามมา ในที่นี้ Each time you recall อธิบายรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ใช่การนึกถึงเพียงครั้งเดียว หลัง each time ต้องใช้อนุประโยคที่สมบูรณ์และมีประธานกับคำกริยา เมื่อต้องการกล่าวถึงรูปแบบทั่วไป ภาษาอังกฤษมักใช้ simple present ในทั้งสองอนุประโยค: Each time I practice, I improve.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายผลที่เกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อมีการทำสิ่งหนึ่งซ้ำได้อย่างถูกต้อง?

  1. Each time I check the map, I find a shorter route.
  2. Each time I will check the map, I found a shorter route.
  3. Each time checking the map, I find a shorter route.
ดูคำตอบ

Each time I check the map, I find a shorter route.

การใช้คำ

Susceptible to change: ความไวต่อผลกระทบ ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้

Susceptible to change หมายถึงได้รับผลจากการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย หรือถูกเปลี่ยนแปลงได้ง่าย ในที่นี้ it หมายถึงความจำระยะยาวที่ถูกกระตุ้นขึ้นมาอีกครั้ง การกระตุ้นซ้ำทำให้ความจำอยู่ในสภาพที่แก้ไขได้ง่าย ไม่ใช่เพียงบอกว่าการเปลี่ยนแปลงมีความเป็นไปได้ โครงสร้างที่พบบ่อยคือ susceptible to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า susceptible บอกถึงความไวต่ออิทธิพลบางอย่าง ซึ่งในประโยคนี้อิทธิพลนั้นคือ change

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ susceptible to ได้ถูกต้องและสื่อว่าน้ำสามารถทำให้อุปกรณ์เสียหายได้ง่าย

  1. The device is possible to damage from water.
  2. The device is susceptible to damage from water.
  3. The device is susceptible for damage from water.
ดูคำตอบ

The device is susceptible to damage from water.

The knowledge can be updated, strengthened,

2:11

ความรู้สามารถถูกอัปเดต เสริมสร้าง

and reintegrated with other pieces of information. วลี

2:14

และบูรณาการใหม่กับข้อมูลชิ้นอื่นๆ

วลี

Reintegrated with...: นำกลับมารวมกันอีกครั้ง

Reintegrated with other pieces of information หมายถึงถูกนำกลับไปรวมกับข้อมูลเหล่านั้นอีกครั้ง คำนำหน้า re- สื่อถึงการกลับคืนหรือการทำซ้ำ กล่าวคือ ความรู้นั้นเคยเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายที่กว้างกว่าอยู่แล้ว และหลังจากถูกกระตุ้นและปรับปรุง ก็กลับมาเป็นส่วนหนึ่งของเครือข่ายนั้นอีกครั้ง ใน can be updated, strengthened, and reintegrated คำว่า can be ใช้ร่วมกับคำกริยาช่องสามทั้งสามคำที่เชื่อมขนานกัน โครงสร้างกรรมวาจกนี้เน้นว่าสามารถเกิดอะไรขึ้นกับความรู้ได้ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ดำเนินการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าบทหนึ่งถูกนำกลับไปรวมกับส่วนอื่นของหนังสืออีกครั้งหลังจากเคยแยกออกมา

  1. After the revision, the chapter was integrated with the rest of the book for the first time.
  2. After the revision, the chapter was separated from the rest of the book.
  3. After the revision, the chapter was reintegrated with the rest of the book.
ดูคำตอบ

After the revision, the chapter was reintegrated with the rest of the book.

This is where our first study technique comes in. ลำดับความ

2:17

นี่คือที่มาของเทคนิคการเรียนเทคนิคแรกของเรา

ลำดับความ

This is where ... comes in: แนะนำสิ่งที่เริ่มมีประโยชน์

โครงสร้าง This is where ... comes in ใช้เชื่อมปัญหา ความจำเป็น หรือหลักการที่อธิบายไว้ก่อนหน้า เข้ากับวิธีแก้หรือปัจจัยที่จะกล่าวถึงต่อไป ในประโยคนี้ เทคนิคการเรียนรู้วิธีแรกคือสิ่งที่เริ่มมีความสำคัญในขั้นตอนนี้ where ในที่นี้ชี้ถึงช่วงหนึ่งของคำอธิบาย ไม่จำเป็นต้องเป็นสถานที่จริง ส่วน comes in หมายถึง “เริ่มมีประโยชน์หรือเริ่มมีบทบาท” ไม่ได้หมายถึง “เดินเข้าห้อง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง This is where ... comes in: The power may go out, so ____ a flashlight ____.

ดูคำตอบ

this is where · comes in

Testing yourself with flashcards and quizzes forces you to actively retrieve knowledge, วลี

2:21

การทดสอบตัวเองด้วยบัตรคำและแบบทดสอบจะบังคับให้คุณดึงความรู้ออกมาอย่างกระตือรือร้น

which updates and strengthens the memory.

2:26

ซึ่งจะช่วยอัปเดตและเสริมสร้างความทรงจำ

วลี

forces you to actively retrieve knowledge: บังคับให้คุณนึกความรู้จากความจำอย่างกระตือรือร้น

Force someone to do something มีโครงสร้าง force + บุคคล + to-infinitive และหมายถึงสถานการณ์หนึ่งทำให้การกระทำนั้นจำเป็นหรือหลีกเลี่ยงไม่ได้ ในที่นี้ การทดสอบตัวเองทำให้คุณต้องสร้างคำตอบขึ้นมาเองแทนที่จะเพียงมองคำตอบ ไม่ได้หมายถึงการใช้กำลังบังคับ Retrieve knowledge หมายถึงการดึงข้อมูลที่เคยเรียนแล้วกลับมาจากความจำ ส่วน actively เน้นว่าคุณกำลังนึกข้อมูลนั้นด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงอ่านซ้ำแบบรับข้อมูลหรือค้นหาจากแหล่งภายนอก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายการดึงข้อมูลจากความจำอย่างกระตือรือร้น?

  1. A closed-book quiz forces you to retrieve facts from memory.
  2. A closed-book quiz forces you to look up facts on a website.
  3. A closed-book quiz forces you to copy facts from the answer key.
ดูคำตอบ

A closed-book quiz forces you to retrieve facts from memory.

Students often prefer other study methods, like rereading textbooks and highlighting notes,

2:29

นักเรียนมักชอบวิธีเรียนอื่นๆ เช่น การอ่านตำราซ้ำและการไฮไลต์โน้ต

but these practices can generate a false sense of competence, วลี

2:35

แต่วิธีปฏิบัติเหล่านี้อาจสร้างความรู้สึกว่ามีความสามารถแบบผิดๆ

since the information is right in front of you. วลี

2:39

เพราะข้อมูลอยู่ตรงหน้าคุณแล้ว

วลี

generate a false sense of competence: ทำให้รู้สึกผิด ๆ ว่าตนเองทำได้แล้ว

generate a false sense of competence หมายถึง ทำให้เกิดความรู้สึกผิด ๆ ว่าคุณเข้าใจบางอย่างหรือทำสิ่งนั้นได้ดี โครงสร้าง generate a false sense of + คำนาม ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งสร้างความรู้สึกที่ชวนให้เข้าใจผิด ในที่นี้ การมองเห็นข้อมูลขณะอ่านซ้ำหรือไฮไลต์ทำให้เนื้อหาดูคุ้นและง่าย ความรู้สึกนี้อาจถูกเข้าใจว่าเป็นการเรียนรู้จริง ทั้งที่ competence หมายถึงความรู้หรือความสามารถที่มีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

เลือกความหมายที่เหมาะสมที่สุดของประโยคนี้: Following every step with help can generate a false sense of competence.

  1. อาจทำให้คุณคิดว่าทำงานนั้นด้วยตัวเองได้ ทั้งที่จริงอาจยังทำไม่ได้
  2. ทำให้คุณหมดความสนใจที่จะเรียนรู้งานนั้นทั้งหมด
  3. พิสูจน์ว่าคุณทำงานนั้นได้โดยไม่ต้องมีคนช่วย
ดูคำตอบ

อาจทำให้คุณคิดว่าทำงานนั้นด้วยตัวเองได้ ทั้งที่จริงอาจยังทำไม่ได้

วลี

right in front of you: อยู่ตรงหน้าพอดี

right in front of you หมายถึง อยู่ตรงหน้าคุณโดยตรงหรืออยู่ในระยะที่มองเห็นได้ชัดเจน ในที่นี้ right เป็นคำวิเศษณ์ที่เน้น in front of you โดยหมายถึง “พอดี” หรือ “ตรง” ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” หรือ “อยู่ทางขวา” ในประโยคนี้ ข้อมูลปรากฏอยู่บนหน้ากระดาษหรือในโน้ตแล้ว สำนวนนี้ช่วยอธิบายว่าทำไมเนื้อหาจึงดูเหมือนเป็นสิ่งที่รู้แล้ว แม้ผู้เรียนจะยังไม่ได้นึกข้อมูลนั้นขึ้นมาจากความจำ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The map is right in front of you,” right หมายถึงอะไร?

  1. ทางด้านขวา
  2. พอดีหรือโดยตรง
  3. อย่างถูกต้อง
ดูคำตอบ

พอดีหรือโดยตรง

Testing yourself, however,

2:42

อย่างไรก็ตาม การทดสอบตัวเอง

allows you to more accurately gauge what you actually know. การใช้คำ

2:43

ช่วยให้คุณวัดได้แม่นยำยิ่งขึ้นว่าคุณรู้อะไรจริงๆ บ้าง

การใช้คำ

gauge what you actually know: ประเมินสิ่งที่คุณรู้จริง

ในประโยคนี้ gauge เป็นคำกริยา หมายถึง “ประมาณหรือตัดสินระดับของบางสิ่งจากหลักฐานที่มีอยู่” gauge what you actually know หมายถึงการดูว่าคุณมีความรู้จริงอยู่แค่ไหน ไม่ได้หมายถึงเครื่องมือวัดที่เป็นวัตถุ What นำเข้าสิ่งที่ถูกประเมิน ซึ่งก็คือ what you actually know ส่วน actually เน้นว่า การรู้สึกคุ้นเคยกับเนื้อหาอาจไม่เหมือนกับการจำหรือนำเนื้อหานั้นไปใช้ได้จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ gauge ในความหมายว่า “ประมาณระดับจากหลักฐาน” ได้ถูกต้อง

  1. After the trial lesson, the coach could gauge how well the group understood the rules.
  2. After the trial lesson, the coach could gauge at the group's understanding.
  3. After the trial lesson, the coach could gauge the group to understand the rules.
ดูคำตอบ

After the trial lesson, the coach could gauge how well the group understood the rules.

But what if, while doing this, ไวยากรณ์

2:47

แต่ถ้าในขณะที่ทำแบบนี้

you can't remember the answers?

2:49

คุณจำคำตอบไม่ได้ล่ะ?

ไวยากรณ์

What if ...? กับวลี while ที่แทรกเข้ามา

What if + อนุประโยค? ใช้เสนอเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นและขอให้อีกฝ่ายคิดถึงผลที่จะตามมาหรือวิธีรับมือ ในที่นี้เป็นการยกข้อกังวลว่าอาจจำคำตอบไม่ได้ ไม่ใช่การถามหาข้อเท็จจริงที่ยังไม่รู้ While doing this เป็นวลีบอกเวลาที่แทรกเข้ามาเพื่อบอกว่าปัญหานั้นอาจเกิดขึ้นเมื่อใด เมื่อตัดวลีนี้ออก โครงสร้างหลักยังคงเป็น But what if you can't remember the answers? ส่วน this หมายถึงกิจกรรมที่ได้กล่าวถึงไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสองคำที่ใช้เสนอข้อกังวลที่อาจเกิดขึ้น: ____ the school bus is late?

ดูคำตอบ

What if

Not to worry. น้ำเสียง/เจตนา

2:51

ไม่ต้องกังวลไป

น้ำเสียง/เจตนา

Not to worry: คำตอบสั้น ๆ เพื่อปลอบใจ

Not to worry เป็นคำตอบแบบตายตัวที่หมายความว่าไม่จำเป็นต้องกังวล ในประโยคนี้ใช้ปลอบใจคนที่เพิ่งพูดถึงความกังวล ไม่ใช่คำสั่งที่ห้ามอีกฝ่ายรู้สึกกังวล สำนวนนี้ใช้เดี่ยว ๆ ได้ หรือจะตามด้วยเหตุผลหรือวิธีแก้ปัญหาก็ได้ รูปแบบที่สั้นทำให้คำตอบฟังดูสงบ กระชับ และพร้อมช่วยเหลือ

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบที่ใช้ปลอบใจด้วยสำนวนตายตัวจากบทเรียน: I forgot my lunch. ____. You can share mine.

ดูคำตอบ

Not to worry

Making mistakes can actually improve learning in the long-term.

2:52

การทำผิดพลาดจริงๆ แล้วสามารถช่วยปรับปรุงการเรียนรู้ในระยะยาวได้

It's theorized that as you rack your brain for the answer, สำนวน

2:57

มีทฤษฎีว่าขณะที่คุณเค้นสมองหาคำตอบ

สำนวน

rack your brain for ...: คิดอย่างหนักเพื่อหาบางสิ่ง

Rack your brain for the answer หมายถึงคิดหรือพยายามค้นความทรงจำอย่างหนักเพื่อหาคำตอบ Rack your brain เป็นสำนวนในที่นี้ โดย rack ไม่ได้หมายถึงชั้นวางของหรือการกระทำทางร่างกายจริง ๆ โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ rack + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + brain + for + สิ่งที่พยายามหา เช่น rack my brain for a name และยังใช้ to + คำกริยาได้ เช่น rack your brain to remember

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียน โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้เข้ากับ I: I had to ____ the Wi-Fi password.

ดูคำตอบ

rack my brain for

you activate relevant pieces of knowledge.

3:00

คุณกำลังกระตุ้นชิ้นส่วนความรู้ที่เกี่ยวข้อง

Then, when the correct answer is later revealed, ไวยากรณ์

3:03

จากนั้น เมื่อเฉลยคำตอบที่ถูกต้องในภายหลัง

ไวยากรณ์

when the correct answer is later revealed: จุดเน้นของรูปถูกกระทำและลำดับเวลา

อนุประโยคนี้ใช้รูปถูกกระทำ be + กริยาช่อง 3: the correct answer is revealed จุดเน้นอยู่ที่เหตุการณ์ว่า “คำตอบเป็นที่รู้หรือถูกแสดงออกมา” ไม่ใช่คนหรือระบบที่แสดงคำตอบ when ใช้ระบุเวลาที่เหตุการณ์ถัดไปเกิดขึ้น และ later บอกว่าช่วงเวลานี้อยู่หลังจากการพยายามนึกก่อนหน้า ในที่นี้ reveal มีความหมายเป็นกลาง คือแค่แสดงหรือบอกคำตอบที่ถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเปิดโปงความลับอย่างน่าตื่นเต้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้เป็นรูปถูกกระทำใน present simple โดยใช้ reveal: The winner ____ at the end of every show.

ดูคำตอบ

is revealed

the brain can better integrate this information with what you already know. วลี

3:06

สมองจะสามารถบูรณาการข้อมูลนี้กับสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้วได้ดีขึ้น

วลี

integrate this information with what you already know: เชื่อม A กับ B ด้วย integrate A with B

Integrate A with B หมายถึงการรวม A กับ B ให้เชื่อมโยงกันและกลายเป็นองค์รวมที่มีระเบียบมากขึ้น ในประโยคนี้ this information คือคำตอบที่เพิ่งเปิดเผย ส่วน what you already know คือความรู้เดิมของผู้เรียน what you already know เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม โดยทั้งอนุประโยคเป็นกรรมของ with ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการเชื่อมข้อมูลใหม่กับความรู้เดิม ไม่ใช่แค่เพิ่มข้อเท็จจริงอีกหนึ่งข้อ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ integrate A with B: A good teacher helps learners ____ new ideas ____ what they already know.

ดูคำตอบ

integrate · with

Our second technique builds on the first. กริยาวลี

3:10

เทคนิคที่สองของเราต่อยอดมาจากเทคนิคแรก

กริยาวลี

builds on the first: ต่อยอดจากสิ่งแรก

Build on something หมายถึงใช้สิ่งที่มีอยู่แล้วเป็นพื้นฐานเพื่อพัฒนาแนวคิด ทักษะ หรือขั้นต่อไป ในประโยคนี้ เทคนิคที่สองเป็นการต่อยอดจากเทคนิคแรก ไม่ใช่วิธีใหม่ที่แยกจากกันโดยสิ้นเชิง The first หมายถึง the first technique โดยละคำว่า technique เพราะเข้าใจได้อยู่แล้ว สำนวนนี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการก่อสร้างบนสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ build on: The next lesson ____ what we learned today.

ดูคำตอบ

builds on

When using flashcards to study,

3:13

เมื่อใช้บัตรคำในการเรียน

it's best to mix the deck with multiple subjects. วลี

3:15

วิธีที่ดีที่สุดคือการผสมสำรับไพ่ที่มีหลายๆ วิชา

วลี

mix the deck: ผสมบัตรจากหลายวิชา

ในที่นี้ deck หมายถึงชุดบัตรคำ Mix the deck with multiple subjects หมายถึงนำบัตรจากหลายวิชามารวมไว้ในชุดเดียวกัน เพื่อให้เนื้อหาจากหลายวิชาปรากฏสลับกันระหว่างฝึก ในบริบทนี้ deck ไม่ได้หมายถึงดาดฟ้าเรือ คำที่ตามหลัง with บอกว่านำอะไรเข้ามาผสมในชุดบัตร

แบบฝึกหัด

ในบริบทของบัตรคำ mix the deck with multiple subjects หมายถึงอะไร?

  1. นำบัตรไปวางบนดาดฟ้าเรือ
  2. แยกแต่ละวิชาไว้คนละชุดบัตร
  3. รวมบัตรจากหลายวิชาไว้ในชุดเดียว
ดูคำตอบ

รวมบัตรจากหลายวิชาไว้ในชุดเดียว

Interleaving, or mixing the concepts you focus on in a single session, ลำดับความ

3:18

การเรียนแบบสลับบท (Interleaving) หรือการผสมแนวคิดที่คุณโฟกัสในเซสชั่นเดียว

can lead to better retention than practicing a single skill or topic at a time. วลี

3:23

สามารถนำไปสู่การจดจำที่ดีกว่าการฝึกทักษะหรือหัวข้อเดียวในแต่ละครั้ง

ลำดับความ

Interleaving, or mixing the concepts: ใช้ or เพื่ออธิบายคำศัพท์

ในรูปแบบ term, or simple explanation, คำหลัง or จะอธิบายคำศัพท์ข้างหน้าใหม่ด้วยภาษาที่เข้าใจง่ายกว่า ในที่นี้ mixing the concepts อธิบายความหมายของ Interleaving ไม่ได้เสนอเป็นตัวเลือกที่สอง เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นคำอธิบายเพิ่มเติม การจัดข้อมูลแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดนำเสนอศัพท์เฉพาะแล้วให้คำนิยามได้ทันที ผู้ฟังจึงติดตามใจความหลักต่อไปได้

แบบฝึกหัด

or ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? A habitat, or the natural home of a plant or animal, provides food and shelter.

  1. ใช้แสดงว่า habitat อาจไม่มีอยู่จริง
  2. ใช้เสนอพื้นที่สองแห่งที่ไม่เกี่ยวข้องกันให้เลือก
  3. ใช้เพื่อนำเข้าคำอธิบาย habitat ที่ง่ายขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้เพื่อนำเข้าคำอธิบาย habitat ที่ง่ายขึ้น

วลี

can lead to better retention than: เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

รูปแบบ A can lead to better X than B รวมความสัมพันธ์แบบเหตุและผลเข้ากับการเปรียบเทียบ ในที่นี้ better retention หมายถึงการเก็บข้อมูลที่เรียนไว้ในความทรงจำได้นานขึ้น ส่วน than ใช้นำเข้าวิธีที่นำมาเปรียบเทียบ Can ทำให้ข้อความมีความระมัดระวัง กล่าวคือ วิธีนั้นอาจให้ผลดังกล่าว แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะเกิดขึ้นแน่นอน สำนวนนี้เหมาะสำหรับอธิบายผลการวิจัยหรือผลกระทบที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปแบบนี้ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบวิธีเรียนสองวิธี?

  1. Short quizzes can lead to better retention from rereading notes.
  2. Short quizzes can lead better retention than rereading notes.
  3. Short quizzes can lead to better retention than rereading notes.
ดูคำตอบ

Short quizzes can lead to better retention than rereading notes.

One hypothesis of why this works is that, similar to testing, ไวยากรณ์

3:29

สมมติฐานหนึ่งว่าทำไมวิธีนี้ถึงได้ผลคือ คล้ายกับการทดสอบ

ไวยากรณ์

One hypothesis of why this works is that ...: การเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้

One hypothesis of why this works is that ... ใช้เสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้หนึ่งข้อว่าเหตุใดสิ่งหนึ่งจึงเกิดขึ้น One แสดงว่ายังอาจมีคำอธิบายอื่น ส่วน is that ใช้นำเข้าสู่เนื้อหาของสมมติฐานนี้ สมมติฐานคือคำอธิบายที่ยังต้องมีหลักฐานสนับสนุน ไม่ใช่ข้อสรุปที่พิสูจน์แล้วอย่างสมบูรณ์ โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้พูดอธิบายสาเหตุอย่างระมัดระวังในรายงาน การนำเสนอ หรือการอภิปรายเชิงวิเคราะห์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายสำหรับเสนอคำอธิบายที่เป็นไปได้และตรวจสอบได้: One ____ of why sleep improves memory is ____ the brain organizes new information during rest.

ดูคำตอบ

hypothesis · that

cycling through different subjects forces your brain to temporarily forget, วลี

3:33

การวนผ่านวิชาต่างๆ จะบังคับให้สมองของคุณลืมชั่วคราว

then retrieve information,

3:37

แล้วดึงข้อมูลกลับมา

further strengthening the memory. ไวยากรณ์

3:39

ซึ่งช่วยเสริมสร้างความทรงจำให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น

วลี

cycling through different subjects: การไล่ไปตามรายการในกลุ่มทีละอย่าง

ใน cycling through different subjects คำว่า cycling through หมายถึงการเปลี่ยนจากวิชาหนึ่งไปยังวิชาถัดไปตามลำดับ โดยทั่วไปเป็นการวนไปในกลุ่มวิชาหลายวิชา คำว่า cycle ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการขี่จักรยาน โครงสร้าง cycle through + กลุ่มรายการ ใช้บอกการไล่ไปตามงาน ตัวเลือก หน้าจอ หรือหัวข้อทีละอย่าง และบางครั้งอาจทำซ้ำมากกว่าหนึ่งรอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cycle through ในความหมายว่าตรวจดูตัวเลือกหลายอย่างทีละรายการ

  1. She cycled through the camera filters before choosing one.
  2. She chose the first camera filter and ignored the rest.
  3. She turned off all the camera filters before taking the photo.
ดูคำตอบ

She cycled through the camera filters before choosing one.

ไวยากรณ์

further strengthening the memory: การเพิ่มผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง

Further strengthening the memory เป็นวลี participle รูป -ing ที่บอกผลเพิ่มเติมจากกระบวนการทั้งหมดก่อนหน้า การลืมข้อมูลชั่วคราวแล้วดึงข้อมูลกลับมามีผลอีกอย่างหนึ่ง คือทำให้ความจำแข็งแรงขึ้น ในที่นี้ further หมายถึง “ในระดับที่มากขึ้น” หรือ “เพิ่มเติม” ไม่ได้หมายถึง “ไกลออกไป” ทางกายภาพ หลังอนุประโยคที่สมบูรณ์ สามารถใช้เครื่องหมายจุลภาคตามด้วย further + กริยารูป -ing เพื่อเติมผลดังกล่าวอย่างกระชับได้

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่บอกผลโดยใช้ further และรูปที่ถูกต้องของ strengthen: The new evidence supports the claim, ____ it.

ดูคำตอบ

further strengthening

You may also find connections across the topics and better understand their differences. วลี

3:41

คุณอาจพบความเชื่อมโยงข้ามหัวข้อและเข้าใจความแตกต่างของมันได้ดีขึ้น

วลี

find connections across the topics: ค้นหาความเชื่อมโยงข้ามหลายหัวข้อ

Find connections across the topics หมายถึงการสังเกตว่าแนวคิดในหลายหัวข้อเกี่ยวข้องกันอย่างไร Across ทำให้ขอบเขตครอบคลุมหลายหัวข้อ ดังนั้นจุดเน้นจึงไม่ใช่เพียงความสัมพันธ์ภายในหัวข้อเดียว รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ find connections across + กลุ่มพหูพจน์หรือรายการ เช่น areas, subjects หรือ chapters รูปแบบนี้มีประโยชน์เมื่อเปรียบเทียบหรือรวมข้อมูลจากส่วนต่าง ๆ ของบทเรียน ข้อความ หรือการอภิปราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณค้นพบความเชื่อมโยงที่ครอบคลุมหลายวิชาในโรงเรียน?

  1. You can find connections across science, history, and art.
  2. You can find connections within each chapter of science.
  3. You can find differences among science, history, and art.
ดูคำตอบ

You can find connections across science, history, and art.

Now that you know how and what to study, ลำดับความ

3:46

ตอนนี้คุณรู้แล้วว่าควรเรียนอย่างไรและเรียนอะไร

our final technique concerns when.

3:49

เทคนิคสุดท้ายของเราเกี่ยวข้องกับเวลา

ลำดับความ

Now that you know...: เปลี่ยนจากข้อมูลที่ยืนยันแล้วไปสู่ขั้นตอนถัดไป

Now that นำอนุประโยคที่เสนอข้อมูลบางอย่างว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว ในประโยคนี้ ผู้ฟังรู้แล้วว่าควรเรียนอย่างไรและเรียนอะไร จากนั้นประโยคหลักจึงเปลี่ยนไปสู่คำถามถัดไปว่าควรเรียนเมื่อใด ในการอธิบาย คุณใช้โครงสร้าง Now that + ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว, + ขั้นตอนถัดไปหรือหัวข้อใหม่ ได้ โดยหมายถึง “ในเมื่อเรื่องนี้เป็นจริงแล้วในตอนนี้” หน้าที่ของมันจึงเป็นการเชื่อมข้อมูลก่อนหน้ากับเนื้อหาที่ตามมา ไม่ใช่เพียงระบุเวลาปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ now that อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้วไปสู่ขั้นตอนถัดไป

  1. If we check the map tomorrow, we can choose a route then.
  2. Now we are checking the map at this moment.
  3. Now that we have checked the map, let's choose the safest route.
ดูคำตอบ

Now that we have checked the map, let's choose the safest route.

Spacing your review across multiple days allows for rest and sleep between sessions. วลี

3:52

การเว้นระยะการทบทวนข้ามวันหลายๆ วันจะช่วยให้มีเวลาพักและนอนหลับระหว่างช่วงการเรียน

วลี

Spacing your review across multiple days: กระจายการทบทวนออกไปตามช่วงเวลา

Spacing your review across multiple days หมายถึงการแบ่งการทบทวนเป็นหลายช่วงในวันต่าง ๆ แทนที่จะทำทั้งหมดในครั้งเดียว ในที่นี้ spacing หมายถึงช่วงเวลาระหว่างแต่ละครั้ง ไม่ใช่ระยะห่างทางกายภาพ Spacing your review across multiple days เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ allows รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ space + กิจกรรม + across/over + ช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ space ในความหมายว่ากระจายกิจกรรมที่ทำซ้ำออกไปตามช่วงเวลา

  1. Spacing the practice sessions over two weeks gives the team time to improve.
  2. We spent two weeks practicing before the performance.
  3. Spacing the chairs farther apart makes the room easier to walk through.
ดูคำตอบ

Spacing the practice sessions over two weeks gives the team time to improve.

วลี

allows for rest and sleep: เว้นพื้นที่ให้กับความต้องการ

ในประโยคนี้ allows for rest and sleep หมายถึงการกระจายการทบทวนไปหลายวันทำให้มีเวลาและโอกาสสำหรับทั้งการพักและการนอนหลับ ส่วน between sessions บอกว่าการพักและการนอนนั้นเกิดขึ้นได้ระหว่างแต่ละช่วงการเรียน โครงสร้างคือ allow for + นามวลี มักหมายถึงเว้นพื้นที่หรือเวลาให้บางสิ่ง ทำให้บางสิ่งเป็นไปได้ หรือคำนึงถึงปัจจัยหนึ่ง เช่น allow for delays โดยไม่จำเป็นต้องระบุผู้ที่ได้รับอนุญาต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ allow for: This flexible timetable ____ a short break between classes.

ดูคำตอบ

allows for

While offline, the brain is actively at work, การใช้คำ

3:59

ในขณะที่ 'ออฟไลน์' สมองกำลังทำงานอย่างแข็งขัน

storing and integrating knowledge in the neocortex.

4:03

จัดเก็บและบูรณาการความรู้ในสมองส่วนนอก

การใช้คำ

While offline: คำเปรียบเทียบถึงช่วงที่ไม่ได้เรียนรู้อย่างตั้งใจ

offline ในที่นี้ยืมมาจากคำทางเทคโนโลยีและใช้เป็นคำเปรียบเทียบ While offline หมายถึงช่วงที่สมองอยู่นอกระยะการเรียนรู้อย่างตั้งใจ เช่น ตอนที่คนกำลังพักหรือนอนหลับ ไม่ได้หมายความว่าสมองหยุดทำงาน วลีเปิดประโยคกำหนดช่วงเวลาให้ข้อความหลัก การวางไว้ตรงข้ามกับ actively at work ทำให้สารชัดเจนว่า แม้ไม่ได้เรียนรู้อย่างตั้งใจ สมองก็ยังเก็บและเชื่อมโยงความรู้ระหว่างช่วงการเรียนได้

แบบฝึกหัด

While offline ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ผู้เรียนไม่ได้กำลังเรียนอย่างตั้งใจ แต่สมองยังคงประมวลผลข้อมูลอยู่
  2. การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตขัดข้อง
  3. สมองหยุดกิจกรรมทั้งหมดอย่างสมบูรณ์
ดูคำตอบ

ผู้เรียนไม่ได้กำลังเรียนอย่างตั้งใจ แต่สมองยังคงประมวลผลข้อมูลอยู่

So, while cramming the night before the exam may seem logical, ลำดับความ

4:06

ดังนั้น แม้การอ่านหนังสืออัดก่อนสอบหนึ่งคืนอาจดูสมเหตุสมผล

after all, won't the material be fresh in your mind, สำนวน

4:10

เพราะเนื้อหาจะยังสดใหม่ในหัวของคุณไม่ใช่หรือ

สำนวน

fresh in your mind: ยังจำได้ชัดเพราะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน

Fresh in your mind หมายถึงยังจำบางสิ่งได้ง่ายและชัดเจน เพราะเพิ่งเรียนรู้ เห็น หรือประสบมาไม่นาน fresh ในที่นี้บอกว่าความทรงจำนั้นใหม่และชัดเจนเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าสิ่งนั้นใหม่ในทางกายภาพ รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ be fresh in someone's mind มักวาง still ไว้หน้า fresh เพื่อบอกว่าตอนนี้ความทรงจำยังชัดเจนอยู่ โดยไม่ได้ยืนยันว่าจะจำได้ในระยะยาว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ยังจำได้ชัดเพราะเพิ่งเกิดขึ้นไม่นาน”: The interview ended an hour ago, so the questions are still ____.

ดูคำตอบ

fresh in my mind

the information won't stick around for the long-term. กริยาวลี

4:13

แต่ข้อมูลจะไม่ติดอยู่กับคุณในระยะยาว

ลำดับความ

while ... may seem logical: ยอมรับแนวคิดก่อนแล้วจึงโต้แย้ง

while ในที่นี้ใช้แสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนโต้แย้ง ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์สองอย่างที่เกิดพร้อมกัน อนุประโยคแรกยอมรับว่าการอ่านแบบเร่งรัดอาจดูสมเหตุสมผลในตอนแรก ส่วนประโยคหลักต่อมาบอกว่าข้อมูลจะไม่คงอยู่ได้นาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ While + แนวคิด + may seem + คำคุณศัพท์, + ประโยคหลักที่ให้ผลตรงข้าม รูปแบบนี้ยอมรับจุดดึงดูดในตอนแรกของแนวคิดก่อนชี้ให้เห็นข้อจำกัด จึงฟังดูตรงน้อยกว่าและมักโน้มน้าวใจได้มากกว่าการบอกเพียงว่าแนวคิดนั้นผิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while เพื่อยอมรับแนวคิดที่ดูน่าสนใจก่อน แล้วจึงโต้แย้งแนวคิดนั้น

  1. While I downloaded the app, my brother made dinner.
  2. The app may seem free, and some useful features are easy to find.
  3. While the app may seem free, some useful features require payment.
ดูคำตอบ

While the app may seem free, some useful features require payment.

กริยาวลี

stick around: อยู่ต่อหรือยังคงมีอยู่

stick around เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “อยู่ต่อ” หรือ “ยังคงมีอยู่” ในประโยคนี้ประธานคือ information จึงหมายถึงข้อมูลยังคงอยู่ในความทรงจำแทนที่จะค่อย ๆ เลือนหายไป ตรงนี้ไม่ใช่ความหมายตามตัวอักษร เพราะ stick ไม่ได้หมายถึง “ติดด้วยกาว” สำนวนเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับคนที่อยู่ต่อ และกับผลกระทบ กลิ่น ปัญหา หรือความทรงจำที่ยังคงอยู่

แบบฝึกหัด

ในประโยค Without regular review, new vocabulary may not stick around คำว่า stick around หมายถึงอะไร

  1. ยังคงอยู่ในความทรงจำ
  2. ถูกเขียนบันทึกไว้
  3. เหนียวขึ้นจริง ๆ
ดูคำตอบ

ยังคงอยู่ในความทรงจำ

This bring us back to medical residents. Both groups studied the surgery for the same amount of time,

4:16

นี่พาเรากลับมาที่แพทย์ประจำบ้าน ทั้งสองกลุ่มศึกษาวิชาศัลยศาสตร์เป็นเวลาเท่ากัน

yet one group's training was crammed in a single day, การใช้คำ

4:23

แต่การฝึกของกลุ่มหนึ่งถูกอัดแน่นในวันเดียว

การใช้คำ

was crammed in a single day: ยัดการฝึกมากเกินไปไว้ในเวลาสั้นเกินไป

ในวลี was crammed in a single day คำว่า cram หมายถึงการบังคับให้เนื้อหาจำนวนมากอยู่ในเวลาที่สั้นเกินไป รูปถูกกระทำ was crammed แสดงให้เห็นว่า one group's training คือเนื้อหาที่ถูกอัดเข้าไปในวันนั้น ไม่ใช่คนหรือกลุ่มที่จัดตาราง ถ้อยคำนี้สื่อว่าตารางถูกกระจุกไว้อย่างมากเกินไป ไม่ได้เพียงบอกว่าการฝึกเกิดขึ้นภายในวันเดียว และมักสื่อถึงความกดดันกับช่วงพักที่น้อยเกินไปสำหรับการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อชัดที่สุดว่าการฝึกที่มากเกินไปถูกบังคับให้อยู่ในเวลาที่สั้นเกินไป

  1. The entire course was scheduled for one weekend.
  2. The entire course was packed into one weekend.
  3. The entire course was crammed into one weekend.
ดูคำตอบ

The entire course was crammed into one weekend.

while the other more successful group's training was spread over 4 weeks. วลี

4:27

ในขณะที่การฝึกของกลุ่มที่ประสบความสำเร็จมากกว่าถูกกระจายออกไปเป็นเวลา 4 สัปดาห์

วลี

was spread over 4 weeks: be spread over + ช่วงเวลา

ใน was spread over 4 weeks คำว่า spread over อธิบายการจัดการฝึกตามเวลา กล่าวคือ ส่วนต่าง ๆ ของการฝึกเกิดขึ้นตลอดช่วงสี่สัปดาห์ แทนที่จะทำทั้งหมดในครั้งเดียว ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการแผ่สิ่งของบนพื้นผิว โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ be spread over + ช่วงเวลา รูป passive เน้นว่ากิจกรรม ค่าใช้จ่าย หรือปริมาณงานถูกจัดไว้อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป passive ในอดีตของ spread over: The six lessons ____ six weeks.

ดูคำตอบ

were spread over

The reason all three of these study techniques work is because they're designed with the brain in mind. โน้ต

4:32

เหตุผลที่เทคนิคการเรียนทั้งสามนี้ได้ผลก็เพราะมันถูกออกแบบมาโดยคำนึงถึงสมอง

ไวยากรณ์

The reason ... is because ...: การนำเข้าสู่คำอธิบายเหตุผล

โครงสร้าง The reason + สถานการณ์ + is because + คำอธิบาย จะบอกสิ่งที่ต้องการอธิบายก่อน แล้วจึงให้สาเหตุ ในประโยคนี้ all three techniques work คือสถานการณ์ และ they're designed with the brain in mind คือคำอธิบาย เมื่อฟังประโยคยาว ให้ใช้ is because เป็นจุดเปลี่ยน ส่วนก่อนหน้านั้นคือผลลัพธ์หรือข้อกล่าวอ้าง และอนุประโยค because จะตอบว่าเพราะเหตุใด อนุประโยคนี้ไม่ใช่ข้อสรุปอีกข้อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ The reason ... ในรูปแบบที่มักเป็นที่นิยมในงานเขียนทางการที่ผ่านการตรวจแก้แล้ว

  1. The reason the trial succeeded is because the team followed the protocol.
  2. The reason the trial succeeded is that the team followed the protocol.
  3. The trial succeeded because the team followed the protocol.
ดูคำตอบ

The reason the trial succeeded is that the team followed the protocol.

วลี

designed with ... in mind: คำนึงถึงบางสิ่งขณะออกแบบ

With X in mind หมายถึง “โดยคำนึงถึง X” ในที่นี้ designed with the brain in mind บอกว่าเทคนิคเหล่านี้ถูกสร้างขึ้นให้เหมาะกับวิธีการทำงานของสมอง ไม่ได้หมายความว่าเทคนิคเหล่านี้อยู่ภายในสมองจริง ๆ โครงสร้าง with X in mind ใช้ระบุผู้คน ความต้องการ เป้าหมาย หรือข้อจำกัดที่นำมาพิจารณาขณะออกแบบ วางแผน เลือก หรือเขียนสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าผลิตภัณฑ์ถูกสร้างขึ้นโดยคำนึงถึงความต้องการของผู้ใช้สูงวัย

  1. The phone was designed older users in mind.
  2. The phone was designed with older users in mind.
  3. The phone was designed inside older users' minds.
ดูคำตอบ

The phone was designed with older users in mind.

They complement and reinforce the incredible way the brain works, การใช้คำ

4:38

มันช่วยเติมเต็มและเสริมสร้างวิธีการทำงานอันน่าทึ่งของสมอง

sorting through and storing the abundance of information. วลี

4:42

ในการคัดแยกและจัดเก็บข้อมูลที่มีอยู่มากมาย

การใช้คำ

complement and reinforce: เสริมให้เข้ากันและทำให้แข็งแกร่งขึ้น

Complement หมายถึงทำงานเข้ากันได้ดีกับบางสิ่งโดยเพิ่มคุณสมบัติที่แตกต่างและเป็นประโยชน์ ส่วน reinforce หมายถึงทำให้ผลลัพธ์ แนวคิด หรือกระบวนการที่มีอยู่แล้วแข็งแกร่งขึ้น เมื่อใช้ complement and reinforce ร่วมกัน จะสื่อถึงการสนับสนุนสองแบบ คือเทคนิคเหล่านี้ทั้งเข้ากับวิธีทำงานของสมองและช่วยทำให้วิธีนั้นมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในที่นี้กริยาทั้งสองคำมีกรรมตามหลัง กล่าวคือเทคนิคเหล่านี้ complement วิธีทำงานของสมองและ reinforce วิธีทำงานนั้น คำคู่นี้พบได้บ่อยในคำอธิบายที่ชัดเจนและค่อนข้างเป็นทางการเกี่ยวกับวิธีการ หลักฐาน ระบบ หรือแนวคิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าแผนภูมิเข้ากันได้ดีกับรายงานและทำให้ข้อสรุปของรายงานหนักแน่นขึ้น

  1. The charts compliment the report and reinforce its conclusion.
  2. The charts complement the report and reinforce its conclusion.
  3. The charts complement the report but replace its conclusion.
ดูคำตอบ

The charts complement the report and reinforce its conclusion.

วลี

sorting through and storing: การกระทำรูป -ing ที่ขนานกัน

sorting through and storing เชื่อมคำกริยารูป -ing สองคำแบบขนานกัน เพื่อสรุปขั้นตอนที่เกี่ยวข้องให้เป็นกระบวนการสั้นกระชับ sort through หมายถึงการตรวจดูสิ่งของหรือข้อมูลจำนวนมากอย่างละเอียด มักเพื่อค้นหา เลือก หรือจัดการบางรายการ ส่วน store หมายถึงเก็บข้อมูลไว้ใช้ภายหลัง การกระทำทั้งสองใช้กรรมร่วมกันคือ the abundance of information การใช้คำกริยาทั้งคู่ในรูป -ing ทำให้กระบวนการสมดุลและเข้าใจง่าย รูปแบบเดียวกันนี้ใช้สรุปกระบวนการอื่นที่เชื่อมโยงกันได้ เช่น collecting and checking the data

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปคำกริยาแบบขนานได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อบอกว่าตรวจรายงานจำนวนมากและเก็บรายงานเหล่านั้นไว้

  1. The team is sorting through and stored the incoming reports.
  2. The team is sort through and storing the incoming reports.
  3. The team is sorting through and storing the incoming reports.
ดูคำตอบ

The team is sorting through and storing the incoming reports.

It's fed day after day. วลี

4:46

ซึ่งถูกป้อนเข้ามาวันแล้ววันเล่า

วลี

day after day: การเกิดซ้ำต่อเนื่องหลายวัน

ใน It's fed day after day คำว่า day after day เป็นสำนวนบอกเวลาที่หมายถึงกระบวนการเดิมดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำตลอดหลายวันที่ต่อเนื่องกัน ไม่ได้หมายถึงเพียงสองวันที่อยู่ติดกัน เมื่อเทียบกับ every day ที่มีน้ำเสียงเป็นกลาง day after day จะเน้นการเกิดซ้ำอย่างต่อเนื่อง ทั้งยังอาจสื่อถึงความพยายามอย่างไม่หยุดยั้ง การสะสม ความจำเจ หรือความเหนื่อยล้าตามบริบท ในประโยคนี้สำนวนดังกล่าวเน้นว่าข้อมูลยังคงเข้ามาเรื่อย ๆ ตามเวลา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นชัดที่สุดว่ามีการฝึกท่ายากเดิมซ้ำ ๆ เป็นเวลาหลายวัน

  1. She practiced a difficult exercise every day.
  2. She practiced the same difficult exercise day after day.
  3. Her control improved day by day.
ดูคำตอบ

She practiced the same difficult exercise day after day.

If you find it difficult to reach a state of flow while you're studying, การใช้คำ

4:48

หากคุณพบว่ายากที่จะเข้าสู่ภาวะลื่นไหล (flow) ในขณะเรียน

maybe we can help.

4:52

บางทีเราอาจช่วยได้

Watch this video to learn more about this unique mental state of effortless engagement.

4:53

ดูวิดีโอนี้เพื่อเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับสภาวะจิตใจที่เป็นเอกลักษณ์ของการจดจ่อโดยไม่ต้องพยายาม

การใช้คำ

reach a state of flow: เข้าสู่ภาวะจดจ่อลึกซึ้งอย่างเป็นธรรมชาติ

ในประโยคนี้ reach a state of flow หมายถึงการเข้าสู่สภาวะทางจิตที่มีสมาธิลึกซึ้ง ซึ่งทำให้การเรียนรู้สึกลื่นไหลและดึงความสนใจได้เต็มที่ flow ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไหวทางกายภาพหรือกระแสน้ำ วลีนี้ใช้ reach เพื่อแสดงว่าสภาวะทางจิตดังกล่าวเป็นสิ่งที่คนเราไปถึงได้ effortless engagement ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องใช้ความพยายามเลย แต่หมายถึงเมื่อมีส่วนร่วมอย่างเต็มที่แล้ว ความสนใจและการกระทำจะรู้สึกเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

reached a state of flow หมายถึงอะไรในประโยคนี้? "During the coding session, Leo reached a state of flow and lost track of time."

  1. Leo จดจ่อกับงานอย่างลึกซึ้งและรู้สึกว่างานดำเนินไปอย่างลื่นไหล
  2. Leo มองดูของเหลวเคลื่อนผ่านหน้าจอ
  3. Leo ทำทุกขั้นตอนของกระบวนการตายตัวเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

Leo จดจ่อกับงานอย่างลึกซึ้งและรู้สึกว่างานดำเนินไปอย่างลื่นไหล

Or get more actionable science-based advice การใช้คำ

4:58

หรือรับคำแนะนำที่ทำตามได้จริงตามหลักวิทยาศาสตร์เพิ่มเติม

การใช้คำ

more actionable science-based advice: คำแนะนำเพิ่มเติมที่นำไปใช้ได้และมีหลักฐานรองรับ

More actionable science-based advice หมายถึงคำแนะนำเพิ่มเติมที่เปลี่ยนเป็นการกระทำที่ชัดเจนได้และมีงานวิจัยหรือหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ actionable บอกว่าคำแนะนำมีขั้นตอนถัดไปที่นำไปใช้ได้ ส่วน science-based บอกว่าคำแนะนำนั้นมีอะไรสนับสนุน คำคุณศัพท์ทั้งสองคำขยาย advice และ more แสดงว่ามีคำแนะนำในปริมาณมากขึ้น ในข้อความเชิญชวนของเนื้อหาการศึกษานี้ actionable ไม่ได้ใช้ในความหมายทางกฎหมายว่า “มีเหตุให้ฟ้องร้องได้”

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ actionable science-based advice มากที่สุด?

  1. คำแนะนำที่กล่าวถึงวิทยาศาสตร์แต่ไม่ได้ให้แนวทางที่นำไปใช้ได้
  2. คำแนะนำที่มีขั้นตอนถัดไปซึ่งนำไปใช้ได้และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ
  3. คำแนะนำเกี่ยวกับการฟ้องร้ององค์กรทางวิทยาศาสตร์
ดูคำตอบ

คำแนะนำที่มีขั้นตอนถัดไปซึ่งนำไปใช้ได้และมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ

on how to build character

5:01

เกี่ยวกับวิธีสร้างบุคลิกภาพ

at ed.ted.com/buildcharacter.

5:03

ที่ ed.ted.com/buildcharacter