ข้อเท็จจริงสุดทึ่งเกี่ยวกับพลังงานที่จะทำให้คุณอึ้ง: บทเรียนภาษาอังกฤษ
AsapSCIENCE
ภาพรวม: วิดีโอนี้เชื่อมโยงการใช้พลังงานของมนุษย์ อันตรายจากไฟฟ้าและฟ้าผ่า เข้ากับศักยภาพของพลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานลม ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. how long would you have to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ would และ have to ถามว่าการกระทำที่จำเป็นในสถานการณ์สมมติต้องใช้เวลานานเท่าใด แทนการบอกกำหนดการที่แน่นอน 2. all bets are off. — สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าการป้องกันหรือการคาดการณ์ปกติใช้ไม่ได้อีกต่อไป ในที่นี้ฟ้าผ่าทะลุการป้องกันของร่างกาย ไม่ได้หมายถึงการพนันจริง 3. harness this solar power. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: harness หมายถึงควบคุมและนำพลังธรรมชาติมาใช้จริง ไม่ได้หมายถึงเพียงเครื่องเทียมสัตว์
คำอธิบายในบทเรียนนี้
pretty ในฐานะคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ pretty ขยายคำคุณศัพท์ amazing โดยเป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ค่อนข้าง” “ทีเดียว” หรือ “ในระดับที่เห็นได้ชัด” ไม่ได้ใช้บรรยายว่ารูปลักษณ์สวยงาม คำนี้แสดงการประเมินในเชิงบวกที่ค่อนข้างหนักแน่น ในบริบทนี้ pretty amazing ให้ความรู้สึกชื่นชม แต่โดยทั่วไปเน้นน้อยกว่า very หรือ extremely
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The puzzle was pretty difficult” คำว่า pretty หมายถึงอะไร?
- มีรูปลักษณ์สวยงาม
- ไม่ยากเลย
- ค่อนข้างหรือทีเดียว
ดูคำตอบ
ค่อนข้างหรือทีเดียว
So amazing that as a species we use around 15 terawatts at any given moment. โน้ต
0:01น่าทึ่งถึงขนาดที่มนุษย์เราใช้พลังงานราว 15 เทราวัตต์อยู่ตลอดเวลา
so + คำคุณศัพท์ + that และส่วนของประโยค So amazing that
ในที่นี้ so amazing that เป็นจุดเริ่มของรูปแบบบอกระดับและผลลัพธ์ so + คำคุณศัพท์ + อนุประโยค that โดย so เพิ่มระดับของ amazing ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ให้หลักฐานหรือผลที่สนับสนุนการประเมินนั้น ประโยคคำบรรยายที่สองเป็นส่วนของประโยคแบบภาษาพูดที่จงใจใช้ โดยรับ Energy is มาจากประโยคก่อนหน้าแล้วละไว้ ความคิดที่สมบูรณ์ตามไวยากรณ์คือ Energy is so amazing that, as a species, we use around 15 terawatts at any given moment. ดังนั้น So ที่ต้นประโยคในที่นี้จึงไม่ใช่คำเชื่อมที่หมายถึง “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The book was ____ interesting ____ I finished it in one evening.
ดูคำตอบ
so · that
as a species: มองมนุษยชาติเป็นเผ่าพันธุ์เดียว
ในประโยคนี้ as a species กำหนดมุมมองว่า we หมายถึงมนุษยชาติทั้งหมดเมื่อมองเป็นกลุ่มทางชีววิทยากลุ่มเดียว วลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงบุคคลหรือประเทศใดประเทศหนึ่ง และ as ก็ไม่ได้แปลว่า “ขณะที่” หรือ “เมื่อ” กรอบภาษานี้ใช้กล่าวโดยรวมว่าสิ่งมีชีวิตชนิดหนึ่งทำอะไร ต้องการอะไร หรือก่อให้เกิดอะไรได้ วลีนี้วางไว้หน้าประโยคย่อยเหมือนในต้นฉบับ หรือแทรกไว้หลังประธานก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่นำเสนอมนุษย์เป็นกลุ่มทางชีววิทยากลุ่มเดียว: Humans, ____, can solve problems together.
ดูคำตอบ
as a species
at any given moment: ภาพ ณ จุดเวลาหนึ่งที่เลือก
At any given moment หมายถึง “ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งที่เลือกขึ้นมา” ในที่นี้ given หมายถึง “ที่เลือกไว้” หรือ “ที่กำหนดไว้” ไม่ได้หมายถึง “ที่มอบให้ใครบางคน” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำให้ตัวเลขกำลังไฟฟ้าเป็นภาพ ณ ชั่วขณะหนึ่ง กล่าวคือ ในขณะนั้นมีการใช้กำลังไฟฟ้าประมาณ 15 เทราวัตต์ ไม่ได้หมายถึงพลังงานที่สะสมตลอดช่วงเวลาหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เลือกวลีที่เน้นภาพทางสถิติ ณ จุดเวลาใดเวลาหนึ่งที่เลือกได้ชัดเจนที่สุด: The dashboard shows how many users are online ____.
- over the whole day
- at any moment
- at any given moment
- at the moment
ดูคำตอบ
at any given moment
be equivalent to + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ
ในโครงสร้าง be equivalent to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม equivalent หมายถึงเท่ากันในด้านมูลค่า ปริมาณ ผลลัพธ์ หรือความหมาย ในที่นี้ 15 terawatts ถูกกล่าวใหม่เป็น 15 trillion watts ซึ่งเป็นกำลังเท่ากันที่แสดงด้วยคนละหน่วย ใช้โครงสร้างนี้เมื่อแปลงหน่วยหรือเปรียบเทียบสิ่งที่เท่ากันในแง่ที่เกี่ยวข้อง โดยสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบจะตามหลัง to โดยตรง: be equivalent to 15 trillion watts
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วย equivalent to: In the decimal system, one kilometer is ____ one thousand meters.
ดูคำตอบ
equivalent to
Consider this average light bulb which consumes roughly 100 watts.
0:10ลองนึกถึงหลอดไฟทั่วไปดวงนี้ที่ใช้กำลังไฟประมาณ 100 วัตต์
One single terawatt could power 10 billion of them at the same time.
0:13เพียง 1 เทราวัตต์ก็จ่ายไฟให้หลอดแบบนี้ 1 หมื่นล้านดวงพร้อมกันได้
the US consumes about 25% while Google alone accounts for roughly 0.013%. โน้ต
0:19สหรัฐฯ ใช้ไปประมาณ 25% ขณะที่ Google เพียงบริษัทเดียวใช้ราว 0.013%
while สำหรับเปรียบต่างสถิติสองชุด
ในที่นี้ while เชื่อมอนุประโยคสองส่วนที่ใช้มาตรวัดเดียวกันและนำตัวเลขมาเปรียบต่างกัน กล่าวคือ สหรัฐฯ ใช้พลังงานประมาณ 25% ของพลังงานทั่วโลก ขณะที่สัดส่วนของ Google เล็กกว่ามาก while ในที่นี้หมายถึง whereas หรือ in contrast ไม่ใช่ during the time that while ที่แสดงความแตกต่างนี้ช่วยให้ผู้อ่านเปรียบเทียบข้อเท็จจริงสองอย่างในประโยคเดียวได้อย่างกระชับ โดยมักอยู่หน้าอนุประโยคที่สองซึ่งให้ข้อเท็จจริงที่นำมาเปรียบต่าง
แบบฝึกหัด
คำใดเติมประโยคได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเปรียบต่างสถิติสองชุดนี้? Online sales rose by 18%, ____ store sales fell by 4%.
- during
- when
- while
ดูคำตอบ
while
accounts for + ร้อยละ
ในที่นี้ accounts for หมายถึง “คิดเป็น” หรือ “ประกอบเป็น” สัดส่วนที่ระบุของยอดรวมที่ใหญ่กว่า Google คือส่วนที่ถูกนำมาคำนวณ และประมาณ 0.013% คือสัดส่วนของ Google ในการใช้พลังงานของโลก โครงสร้างที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ X accounts for Y% of the total ในข้อความเกี่ยวกับร้อยละและองค์ประกอบ การใช้นี้บอกว่าส่วนใดของทั้งหมดมาจาก X และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “อธิบาย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ account for: In our monthly budget, rent ____ exactly 40% of the total.
ดูคำตอบ
accounts for
This is enough energy to continuously power 200,000 homes.
0:25พลังงานนี้มากพอที่จะจ่ายไฟให้บ้าน 200,000 หลังได้อย่างต่อเนื่อง
Food also contains energy which is measured in calories or joules. วลี
0:29อาหารก็มีพลังงานเช่นกัน โดยวัดเป็นแคลอรีหรือจูล
be measured in + หน่วย
in เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง be measured in + หน่วย โดยอธิบายปริมาณด้วยหน่วยที่ให้ค่าตัวเลขของปริมาณนั้น ในประโยคนี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึง energy ดังนั้น calories หรือ joules จึงเป็นหน่วยที่ใช้แสดงปริมาณพลังงาน รูปของ be เปลี่ยนตามประธานและกาล เช่น is measured in, was measured in หรือ are measured in
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ใช้หน้าหน่วยวัด: The battery's capacity is measured ____ watt-hours.
ดูคำตอบ
in
One food calorie is equal to roughly 4200 joules of energy. การใช้คำ
0:33พลังงานจากอาหาร 1 แคลอรีเท่ากับพลังงานประมาณ 4,200 จูล
food calorie: หนึ่งกิโลแคลอรี
ในบริบทโภชนาการ food calorie คือหน่วยพลังงานที่มักแสดงบนฉลากอาหาร โดยมีค่าเท่ากับหนึ่งกิโลแคลอรี หรือเท่ากับแคลอรีขนาดเล็ก 1,000 หน่วยที่ใช้ในบริบททางฟิสิกส์บางอย่าง นี่คือเหตุผลที่ประโยคระบุค่าประมาณ 4,200 จูล เพราะหนึ่ง food calorie มีค่าประมาณ 4,184 จูล และมักปัดเศษเพื่อการคำนวณคร่าว ๆ ให้สังเกตบริบทเกี่ยวกับอาหารหรือพลังงานเพื่อให้รู้ว่ากำลังกล่าวถึงหน่วยที่ใหญ่กว่านี้
แบบฝึกหัด
ฉลากขนมระบุว่าให้พลังงาน 100 Calories คำว่า Calories ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- พลังงานเท่ากับ 100 จูลพอดี
- พลังงานอาหารประมาณ 100 กิโลแคลอรี
- แคลอรีขนาดเล็กประมาณ 100 หน่วย หรือ 420 จูล
ดูคำตอบ
พลังงานอาหารประมาณ 100 กิโลแคลอรี
how long would you have to plug yourself into a wall to get a day's worth of food energy? โน้ต
0:37เราต้องเสียบตัวเองเข้ากับเต้ารับนานแค่ไหน จึงจะได้พลังงานจากอาหารเพียงพอสำหรับหนึ่งวัน?
how long would you have to ...?: ระยะเวลาในสถานการณ์สมมติ
โครงสร้างคำถาม how long would + ประธาน + have to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้ถามว่าการกระทำที่จำเป็นจะใช้เวลานานเท่าใดในสถานการณ์สมมติหรือสถานการณ์ที่มีเงื่อนไข ในที่นี้ would แสดงว่าเป็นการทดลองทางความคิด ส่วน have to แสดงว่าต้องทำการกระทำนั้นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ สามารถเปลี่ยนประธานและกริยารูปพื้นฐานเพื่อนำโครงสร้างนี้ไปใช้ใหม่ได้: How long would they have to wait? คำถามนี้ถามระยะเวลา ไม่ได้ถามเวลาเฉพาะในตาราง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามสมมติให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: If the road were closed, how long ____ walk to school?
ดูคำตอบ
would you have to
a day's worth of: ปริมาณที่เพียงพอสำหรับหนึ่งวัน
ใน a day's worth of food energy วลี a day's worth of หมายถึงปริมาณพลังงานจากอาหารที่จำเป็นหรือถูกใช้ในหนึ่งวัน ตรงนี้ worth ไม่ได้หมายถึงราคาหรือความหมายว่า “คุ้มค่า” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ a/an + รูปแสดงความเป็นเจ้าของของช่วงเวลา + worth of + คำนาม รูปแบบนี้เปลี่ยนช่วงเวลาให้เป็นปริมาณสิ่งของ งาน หรือการใช้งานที่สอดคล้องกับช่วงเวลานั้น เช่น a week's worth of groceries
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ a/an + time period's + worth of + noun เติมประโยคให้สมบูรณ์: The emergency kit contains ____ clean drinking water, enough for seven days.
ดูคำตอบ
a week's worth of
we find that our bodies need around 10 million joules of energy each day.
0:46จะพบว่าร่างกายของเราต้องการพลังงานราว 10 ล้านจูลต่อวัน
If we take ... we find that ...: จากจุดเริ่มต้นสู่ผลลัพธ์
If we take ... ใช้กำหนดสมมติฐานเริ่มต้น ค่าอ้างอิง หรือข้อมูลตั้งต้นสำหรับคำอธิบาย ตรงนี้ take หมายถึง “นำมาใช้คำนวณ” ไม่ได้หมายถึงหยิบสิ่งของขึ้นมาจริง ๆ We find that ... ใช้นำเสนอผลที่ได้จากจุดเริ่มต้นนั้น ตรงนี้ find หมายถึง “คำนวณหรือใช้เหตุผลจนได้คำตอบ” ไม่ได้หมายถึงค้นพบสิ่งของ เมื่อนำสองส่วนมาใช้ร่วมกัน จะเชื่อมจุดเริ่มต้นกับข้อสรุปได้อย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมกรอบที่เชื่อมจากข้อมูลตั้งต้นไปสู่ผลลัพธ์ให้ครบถ้วน: ____ one box as holding 12 pencils, ____ five boxes hold 60 pencils.
ดูคำตอบ
If we take · we find that
Take something like your laptop which charges at about 50 joules per second ลำดับความ
0:50ลองเทียบกับแล็ปท็อปของคุณที่ชาร์จด้วยพลังงานประมาณ 50 จูลต่อวินาที
ใช้ Take something like เพื่อยกตัวอย่าง
ในที่นี้ Take something like หมายถึง “ใช้สิ่งประเภทนี้เป็นตัวอย่าง” แม้ Take จะอยู่ในรูปคำสั่ง แต่ทำหน้าที่จัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้สั่งให้ผู้ฟังหยิบหรือถือสิ่งของ รูปแบบ Take something like + นามวลี ใช้เปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปยังตัวอย่างหนึ่งที่เป็นตัวแทน ในที่นี้ like หมายถึง “เช่น” หรือ “อย่าง” ไม่ได้หมายถึง “ชอบ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่ใช้ยกตัวอย่างที่เป็นตัวแทน: ____ a concert ticket bought at the last minute; its price may rise sharply.
ดูคำตอบ
Take something like
and it would take roughly 55 hours to charge yourself. ไวยากรณ์
0:54คุณจะต้องใช้เวลาราว 55 ชั่วโมงในการชาร์จตัวเอง
ใช้ It would take ... to ... บอกระยะเวลาสมมติ
ในประโยคนี้ it would take roughly 55 hours to charge yourself ใช้ประมาณระยะเวลาของการกระทำที่สมมติขึ้น Would แสดงว่าสถานการณ์ชาร์จคนเป็นสถานการณ์สมมติ ส่วน roughly แสดงว่า 55 ชั่วโมงเป็นตัวเลขโดยประมาณ โครงสร้างคือ it would take + ระยะเวลา + to + กริยารูปพื้นฐาน It ทำหน้าที่เติมตำแหน่งประธานเท่านั้นและไม่ได้อ้างถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ การกระทำจริงอยู่หลัง to สามารถเปลี่ยนระยะเวลาและกริยาวลีเพื่อประมาณเวลาของงานสมมติอื่น ๆ ได้
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกระยะเวลาสมมติให้สมบูรณ์: With the slower train, ____ four hours ____ get to the coast.
ดูคำตอบ
it would take · to
On the other hand: การเกริ่นด้านที่สองของการเปรียบเทียบ
On the other hand เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนไปกล่าวถึงอีกด้านที่ตรงข้ามกันในการเปรียบเทียบสองด้าน ในประโยคนี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากสมมติฐานเรื่องกำลังชาร์จก่อนหน้าไปเป็นสมมติฐานที่ใช้พลังงานขาเข้าของไมโครเวฟ วลีนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลโดยบอกให้ผู้ฟังเปรียบเทียบเงื่อนไขและผลลัพธ์ใหม่กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า ควรเข้าใจทั้งวลีว่า “เมื่อมองจากมุมที่ตรงข้ามกัน” ไม่ใช่การกล่าวถึงมือจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบแบบเป็นคู่ให้สมบูรณ์: On the one hand, the train is cheaper. ____, the plane is much faster.
ดูคำตอบ
On the other hand
If we charged ... it would only take: เงื่อนไขและผลลัพธ์สมมติ
ใน if we charged คำว่า charged อยู่ในรูปอดีต แต่ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงในอดีต โครงสร้าง if + รูปอดีตใช้เสนอเงื่อนไขสมมติในปัจจุบันหรืออนาคต it would only take ให้ผลลัพธ์สมมติด้วย would + กริยารูปพื้นฐาน ส่วน only เน้นว่า 1.9 ชั่วโมงเป็นเวลาที่สั้นอย่างน่าประหลาดใจเมื่อเทียบกับค่าประมาณก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเงื่อนไขแบบที่สองด้วยรูปแบบสองส่วนจากบทเรียน: ____ the battery at this rate, ____ three days.
ดูคำตอบ
If we charged · it would only take
Even more amazing is the fact that this much energy would cost roughly 33 cents in North America. ไวยากรณ์
1:05ที่น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นคือ พลังงานปริมาณนี้มีค่าใช้จ่ายเพียงประมาณ 33 เซนต์ในอเมริกาเหนือ
Even more amazing is the fact that: การนำคำประเมินมาไว้ข้างหน้า
Even more amazing เป็นส่วนเติมเต็มของประธานที่ถูกวางไว้หน้ากริยาเชื่อม is ส่วนประธานตามหลักไวยากรณ์มาทีหลัง คือ the fact that this much energy would cost roughly 33 cents in North America ถ้าเรียงตามลำดับปกติ ประโยคจะเป็น The fact that ... is even more amazing การวางคำประเมินไว้ก่อนช่วยเน้นความหมายและยกระดับจากเรื่องที่น่าประหลาดใจก่อนหน้า Even more บอกผู้ฟังว่า “ข้อเท็จจริงต่อไปน่าทึ่งกว่าสิ่งที่เพิ่งได้ยิน” ดังนั้นนี่จึงเป็นประโยคกลับลำดับที่สมบูรณ์ ไม่ใช่ประโยคอุทานที่ขาดประธาน
แบบฝึกหัด
ใช้คำขึ้นต้นแบบวางไว้ข้างหน้าให้ตรงกับในบทเรียนเพื่อเติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์: ____ the fact that this small museum is free.
ดูคำตอบ
Even more amazing is
33 cents for your daily intake of energy.
1:11แค่ 33 เซนต์สำหรับพลังงานที่ร่างกายต้องได้รับในแต่ละวัน
It's too bad: การแสดงความเสียดายต่อสถานการณ์
It's too bad ใช้เกริ่นถึงสถานการณ์ที่ผู้พูดรู้สึกเสียดายหรืออยากให้แตกต่างออกไป ในที่นี้คำดังกล่าวชี้ไปยังข้อความที่ตามมา คือ we can't just plug in โดยละ that ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีก็ได้: It's too bad (that) we can't just plug in ในประโยคนี้ bad ประเมินสถานการณ์ ไม่ใช่นิสัยของบุคคล และ too bad ไม่ได้แปลว่า “แย่มากเกินไป” ความคิดที่เป็นไปไม่ได้ทำให้ความเสียดายมีอารมณ์ขำเบา ๆ แต่หน้าที่หลักที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือการแสดงความเห็นใจหรือความผิดหวังเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เพื่อนร่วมชั้นบอกว่าสัตว์เลี้ยงของเธอป่วยหนัก การตอบเพียง “Too bad!” เป็นคำตอบที่อบอุ่นและปลอดภัยที่สุดหรือไม่?
- ไม่ใช่
- ใช่
ดูคำตอบ
ไม่ใช่
plug in: เชื่อมต่อกับไฟฟ้า
ในประโยคนี้ plug in หมายถึงเชื่อมต่อกับแหล่งจ่ายไฟ อุปกรณ์หรือบุคคลที่ถูกเชื่อมต่อนั้นเข้าใจได้จากบริบทก่อนหน้าอยู่แล้ว จึงใช้วลีนี้โดยไม่มีกรรมว่า we can't just plug in โดยปกติคนเราไม่ได้เชื่อมตัวเองกับไฟฟ้าเหมือนอุปกรณ์ การนำการกระทำของอุปกรณ์มาใช้กับคนจึงสร้างการเปรียบเทียบที่ขบขัน ราวกับว่าเราสามารถรับพลังงานได้ง่ายเหมือนเครื่องจักร
แบบฝึกหัด
ใช้ plug in เติมประโยคให้สมบูรณ์: My laptop is almost out of power, so I need to ____.
ดูคำตอบ
plug in
how big of an explosion: รูปแบบ of แบบไม่เป็นทางการ
คำถามนี้ใช้โครงสร้าง how + คำคุณศัพท์ + of a/an + คำนามนับได้เอกพจน์: how big of an explosion โครงสร้างนี้ถามระดับของคำคุณศัพท์ ซึ่งในที่นี้คือขนาดที่เป็นไปได้ของการระเบิด Of เป็นส่วนหนึ่งของรูปคำถามแบบไม่เป็นทางการนี้ ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ ในภาษาอังกฤษที่เป็นทางการกว่าหรือเป็นที่ยอมรับกว้างขวางกว่า สามารถถามคำถามเดียวกันว่า how big an explosion could it make? โดยไม่มี of
แบบฝึกหัด
คำถามใดใช้รูปแบบไม่เป็นทางการของภาษาอังกฤษอเมริกาเหนือ how + คำคุณศัพท์ + of a/an + คำนาม
- How big of an explosion could it make?
- How of big an explosion could it make?
- How big an explosion could it make?
ดูคำตอบ
How big of an explosion could it make?
one food calorie is conveniently equal to 1 gram of the explosive TNT.
1:20พลังงานจากอาหาร 1 แคลอรีบังเอิญเทียบเท่ากับวัตถุระเบิด TNT 1 กรัมพอดี
you're looking at the equivalent of about 44 World War II hand grenades. สำนวน
1:28ก็เท่ากับระเบิดมือสมัยสงครามโลกครั้งที่สองประมาณ 44 ลูก
ใช้ you're looking at บอกปริมาณหรือผลลัพธ์โดยประมาณ
ในประโยคนี้ you're looking at หมายถึง “ปริมาณคือ” หรือ “รวมแล้วเท่ากับ” ไม่ได้หมายถึง “กำลังใช้ตามอง” โดยนำระเบิดมือประมาณ 44 ลูกมาเป็นค่าประมาณที่เทียบเท่ากันในด้านพลังงาน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + looking at + นามวลี รูปแบบนี้ใช้บอกตัวเลข ค่าใช้จ่าย ระยะเวลา หรือผลที่น่าจะเกิดขึ้นโดยประมาณได้ ประธานเปลี่ยนได้ เช่น I'm looking at หรือ we're looking at
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนในบทเรียนที่หมายถึง “ยอดรวมที่คาดไว้คือ”: For six tickets, ____ around $120.
ดูคำตอบ
you're looking at
But it should be no surprise that energy can cause damage. วลี
1:35แต่ก็ไม่น่าแปลกใจที่พลังงานจะก่อให้เกิดอันตรายได้
ใช้ it should be no surprise that นำเสนอผลลัพธ์ที่คาดไว้
ในที่นี้ it should be no surprise that ใช้นำเสนอผลลัพธ์ที่ผู้พูดเห็นว่าสามารถคาดหมายได้อย่างสมเหตุสมผลจากข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้ว Should สื่อถึงความคาดหมายตามเหตุผล ไม่ใช่หน้าที่หรือคำสั่ง โครงสร้างคือ it + should be + no surprise + อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that โดยอนุประโยค that บอกผลลัพธ์ที่คาดไว้ ถ้อยคำนี้นำผู้ฟังจากหลักฐานไปสู่ข้อสรุป และสื่อว่า “จากสิ่งที่เรารู้ ผลลัพธ์นี้สมเหตุสมผล”
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นสิ่งที่คาดหมายได้ตามเหตุผล: The path has been icy all week, so ____ several people have slipped.
ดูคำตอบ
it should be no surprise that
After all, we've all experienced an electric shock. ลำดับความ
1:37เพราะถึงอย่างไรเราทุกคนก็เคยถูกไฟฟ้าช็อต
After all, ในฐานะคำเชื่อมที่ให้เหตุผล
“After all,” ที่ต้นประโยคนี้ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า ผู้พูดนำประสบการณ์ร่วมเรื่องการถูกไฟฟ้าช็อตมาเป็นหลักฐานเพื่อทำให้ข้อความนั้นยอมรับได้ง่ายขึ้น คำนี้ทำหน้าที่คล้ายกับการบอกว่า “อย่าลืมว่า” หรือ “ลองนึกถึงเหตุผลนี้” และมักอ้างถึงสิ่งที่ผู้ฟังรู้อยู่แล้ว ในที่นี้หมายถึง “เพราะอย่างไรเสีย” หรือ “เมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงนี้” ไม่ได้หมายถึง “ในที่สุด” หรือ “หลังจากทุกสิ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “after all” เพื่อเกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า
- After all the guests left, we cleaned the room.
- Finally, Lena explained the route.
- We can trust Lena with the map. After all, she knows these trails well.
ดูคำตอบ
We can trust Lena with the map. After all, she knows these trails well.
But how much electricity does it take to actually kill a human?
1:40แต่ต้องใช้กระแสไฟฟ้ามากแค่ไหนจึงจะฆ่าคนได้จริง ๆ?
7 milliamps for as little as 3 seconds to be exact. วลี
1:45พูดให้แม่นยำคือ เพียง 7 มิลลิแอมป์เป็นเวลาแค่ 3 วินาทีเท่านั้น
as little as เพื่อเน้นปริมาณที่ต่ำจนน่าประหลาดใจ
“As little as” เน้นว่าปริมาณหนึ่งต่ำหรือน้อยจนน่าประหลาดใจ ในประโยคนี้คำดังกล่าวขยาย “3 seconds” หมายความว่าในสถานการณ์ที่กล่าวถึง เวลาเพียงสามวินาทีก็อาจเพียงพอแล้ว โครงสร้างคือ as little as + ปริมาณ ไม่ได้เพียงบอกตัวเลข แต่ยังนำเสนอตัวเลขนั้นว่าเป็นค่าต่ำสุดหรือค่าที่เป็นไปได้ซึ่งน้อยมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่เน้นว่าเวลาสั้นจนน่าประหลาดใจ: The express wash can finish in ____ five minutes.
ดูคำตอบ
as little as
“to be exact” หลังตัวเลข
ในที่นี้ “to be exact” บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังแทนความคิดกว้าง ๆ ด้วยตัวเลขที่แม่นยำ คือ 7 มิลลิแอมป์และ 3 วินาที วลีนี้ย้อนกลับไปขยายคำอธิบายที่ยังไม่แม่นยำและจำกัดให้เป็นค่าที่เจาะจง วลีนี้เป็นความเห็นระดับประโยคเกี่ยวกับความแม่นยำ รูป infinitive “to be” ตรงนี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์ แต่วลีทั้งหมดหมายถึง “พูดให้แม่นยำขึ้น” หรือ “ระบุรายละเอียดที่แน่นอน”
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่บอกว่าตัวเลขนี้เป็นค่าที่แม่นยำ: The repair took 47 minutes, ____.
ดูคำตอบ
to be exact
This is equivalent to a triple-A battery straight to the heart.
1:49ซึ่งเทียบเท่ากับการต่อแบตเตอรี่ AAA เข้ากับหัวใจโดยตรง
electricity actually kills by interrupting the heart rhythm. ไวยากรณ์
1:52ไฟฟ้าฆ่าคนด้วยการรบกวนจังหวะการเต้นของหัวใจ
“by + -ing” ที่ใช้บอกกลไก
ใน “by interrupting” คำว่า “by” นำเสนอกลไกที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ไฟฟ้าทำให้เสียชีวิตด้วยวิธีนี้ คือไปรบกวนจังหวะการเต้นของหัวใจ โครงสร้าง “by + คำกริยา-ing” ตอบคำถามว่า “สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร” ผู้ทำกริยา “interrupting” ที่เข้าใจโดยนัยคือประธานของประโยคหลัก ซึ่งก็คือ “electricity” ส่วน “the heart rhythm” คือสิ่งที่ถูกรบกวน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย “by” และรูป -ing ของ “reduce”: This app saves battery ____ screen brightness.
ดูคำตอบ
by reducing
built-in protection: การป้องกันที่มีมาในตัวตั้งแต่การออกแบบ
ใน built-in protection คำว่า built-in เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และขยายคำว่า protection หมายความว่าการป้องกันนั้นเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายหรือระบบอยู่แล้ว ไม่ได้เพิ่มเข้ามาจากภายนอก ในประโยคนี้ ผิวหนังเป็นตัวอย่างของระบบป้องกันตามธรรมชาติของร่างกาย โครงสร้าง built-in + คำนาม ใช้บอกคุณสมบัติที่มีมากับสิ่งหนึ่งตั้งแต่แรกได้
แบบฝึกหัด
เติมคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งหมายถึง “รวมอยู่เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์” ให้สมบูรณ์: This oven has ____ protection against overheating.
ดูคำตอบ
built-in
all bets are off: เมื่อความคาดหมายตามปกติใช้ไม่ได้อีกต่อไป
All bets are off เป็นสำนวนที่หมายความว่ากฎ การป้องกัน แผน หรือการคาดการณ์ตามปกติไม่สามารถเชื่อถือได้อีกต่อไป เพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปหรือมีความไม่แน่นอนอย่างมาก สำนวนนี้ไม่ได้กล่าวถึงการพนันตามความหมายตรงตัว ในประโยคนี้ ฟ้าผ่าเป็นเงื่อนไขพิเศษที่ทำให้ข้อสันนิษฐานตามปกติเกี่ยวกับการป้องกันของร่างกายใช้ไม่ได้ สำนวนนี้แสดงขอบเขตอย่างชัดเจนว่าสิ่งที่โดยทั่วไปเคยเป็นจริงอาจไม่เป็นจริงอีกแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ไม่สามารถพึ่งพาแผนเดิมได้อีกต่อไป” ให้สมบูรณ์: If the only bridge closes, ____.
ดูคำตอบ
all bets are off
The reason some people survive lightning strikes is based on the path it takes through their body.
2:07สาเหตุที่บางคนรอดชีวิตจากฟ้าผ่าขึ้นอยู่กับเส้นทางที่กระแสไฟวิ่งผ่านร่างกาย
which shows you just how awesome and powerful nature really is. ไวยากรณ์
2:13ซึ่งแสดงให้เห็นว่าธรรมชาตินั้นน่าทึ่งและทรงพลังเพียงใด
come out alive: come out + สภาพที่เป็นผลลัพธ์
come out alive ในที่นี้หมายถึงการผ่านประสบการณ์ที่อันตรายมาได้และยังมีชีวิตอยู่ในตอนท้าย come out เน้นผลลัพธ์หลังจากผ่านเหตุการณ์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกจากภาชนะหรือห้องจริง ๆ โครงสร้างคือ come out + คำคุณศัพท์ โดยคำคุณศัพท์บอกสภาพสุดท้าย เช่น come out alive, come out unharmed และ come out stronger
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come out alive: The climbers endured a deadly avalanche, but they ____.
ดูคำตอบ
came out alive
just how ... really is: การเน้นระดับในอนุประโยคฝัง
ใน just how awesome and powerful nature really is โครงสร้าง just how + คำคุณศัพท์เน้นระดับที่สูงเกินคาด กล่าวคือธรรมชาติน่าทึ่งและทรงพลังอย่างยิ่ง just ช่วยเพิ่มการเน้น และ really ยิ่งเสริมน้ำหนักของความหมาย อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นเนื้อหาหลัง shows you เพราะฝังอยู่ในประโยคบอกเล่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า nature really is ไม่ใช่ is nature ในที่นี้ how บอกระดับ ไม่ได้บอกวิธี และไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถามโดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ just how ในอนุประโยคเน้นที่ฝังอยู่หลัง realized ได้ถูกต้อง
- I realized just how powerful was the storm really.
- I realized just how the storm really was powerful.
- I realized just how powerful the storm really was.
ดูคำตอบ
I realized just how powerful the storm really was.
What may surprise you more is that...: เน้นข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจยิ่งกว่า
What may surprise you more เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามและเป็นประธานของ is ส่วนอนุประโยค that หลัง is ระบุว่าข้อเท็จจริงใหม่ที่น่าประหลาดใจคืออะไร ทั้งประโยคเป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง คำเปรียบเทียบ more เชื่อมกลับไปยังเรื่องน่าประหลาดใจที่กล่าวไว้ก่อนหน้า และนำเสนอข้อเท็จจริงต่อไปว่าน่าคาดไม่ถึงยิ่งกว่า โครงสร้าง What may surprise you more is that + อนุประโยค ช่วยนำความสนใจของผู้ฟังไปยังข้อมูลใหม่ที่สำคัญ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ What may surprise you more เป็นประธาน แล้วจึงนำเสนอข้อเท็จจริงที่น่าประหลาดใจ
- What may surprise you more?
- What may surprise you more is that the shop repairs items for free.
- Why may the shop surprise you more?
ดูคำตอบ
What may surprise you more is that the shop repairs items for free.
enough sunlight ... to satisfy: ปริมาณที่เพียงพอและผลลัพธ์
Enough วางอยู่หน้าคำนาม sunlight และแสดงว่าปริมาณนั้นเพียงพอ ส่วน infinitive to satisfy ระบุผลที่ปริมาณดังกล่าวทำให้เกิดขึ้นได้ นั่นคือมีแสงอาทิตย์มากพอที่จะตอบสนองความต้องการพลังงาน ในประโยคเต็ม นามวลีที่มี enough กับ to-infinitive ที่สัมพันธ์กันไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน Enough sunlight เป็นประธาน reaches the Earth's surface เป็นภาคแสดง และ to satisfy ยังคงเติมความหมายเรื่องความเพียงพอให้สมบูรณ์ แม้มีภาคแสดงคั่นอยู่ก็ควรเชื่อม enough ไปยัง to + คำกริยาที่ตามมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างผลลัพธ์ enough ... to: ____ buses arrived ____ carry all the students.
ดูคำตอบ
Enough · to
Roughly 174 petawatts of energy hits the Earth from the sun.
2:25พลังงานจากดวงอาทิตย์ราว 174 เพตะวัตต์ตกกระทบโลก
the biggest challenge is finding efficient ways to properly harness this solar power. โน้ต
2:30ความท้าทายใหญ่ที่สุดคือการหาวิธีที่มีประสิทธิภาพในการนำพลังงานแสงอาทิตย์นี้มาใช้อย่างเหมาะสม
the biggest challenge is finding: การบอกความยากหลัก
ใช้โครงสร้าง the biggest challenge is + -ing เพื่อบอกว่าการกระทำหรืองานหลักใดทำได้ยากที่สุด ในที่นี้ finding เป็นคำนามกริยาที่ใช้เรียกงานที่ยาก ไม่ได้หมายถึงการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ โครงสร้างนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากสิ่งที่เป็นไปได้ไปสู่สิ่งที่ต้องแก้ไข คำนาม challenge ตามด้วย is และวลี -ing บอกว่าความท้าทายนั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
ใช้ is + find โดยเปลี่ยน find เป็นรูป -ing เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The biggest challenge ____ enough volunteers for Saturday.
ดูคำตอบ
is finding
harness this solar power: นำพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้ประโยชน์
ในประโยคนี้ harness เป็นคำกริยาที่หมายถึงการรับหรือควบคุมพลังงานจากดวงอาทิตย์ แล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ไม่ได้หมายถึงเครื่องเทียมที่ใส่ให้สัตว์ รูปแบบ harness + แหล่งพลังงาน เน้นการนำพลังธรรมชาติมาใช้ในทางปฏิบัติ ซึ่งอาจรวมถึงการรวบรวมและเปลี่ยนรูปพลังงาน แต่คำว่า harness เพียงอย่างเดียวไม่ได้หมายถึงการเก็บพลังงานไว้ใช้ภายหลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ harness ในความหมายว่า รับพลังธรรมชาติแล้วนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์?
- The generator produces electricity from fuel.
- The batteries store extra energy for the night.
- The turbines harness wind power to supply the village.
ดูคำตอบ
The turbines harness wind power to supply the village.
And all of this energy and heat are a major contributing factor to the creation of wind. วลี
2:34พลังงานและความร้อนทั้งหมดนี้ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดลม
a major contributing factor to: สาเหตุสำคัญหนึ่งอย่างในบรรดาหลายสาเหตุ
ในประโยคนี้ a major contributing factor to หมายถึง “สิ่งสำคัญอย่างหนึ่งที่ช่วยทำให้เกิดผลลัพธ์” พลังงานและความร้อนมีบทบาทสำคัญต่อการเกิดลม ถ้อยคำนี้ตั้งใจกล่าวอย่างระมัดระวัง เพราะ contributing factor เป็นสาเหตุหนึ่งในบรรดาสาเหตุที่อาจมีหลายอย่าง ไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุเดียวหรือเป็นสาเหตุที่เพียงอย่างเดียวก็เพียงพอให้เกิดผลลัพธ์ โครงสร้างคือ a/an + คำคุณศัพท์ + contributing factor to + คำนามหรือรูป -ing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีห้าคำที่หมายถึง “สาเหตุสำคัญหนึ่งอย่างในบรรดาหลายสาเหตุ”: Poor visibility was ____ the accident.
ดูคำตอบ
a major contributing factor to
Sometimes so powerful that we see things like hurricanes.
2:39บางครั้งลมก็รุนแรงจนเกิดปรากฏการณ์อย่างพายุเฮอริเคน
But not only can wind turbines take advantage of the wind to create power, โน้ต
2:42แต่กังหันลมไม่เพียงใช้ประโยชน์จากลมเพื่อผลิตไฟฟ้าได้เท่านั้น
take advantage of: ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
ในที่นี้ take advantage of หมายถึงการใช้สิ่งที่เป็นประโยชน์และมีอยู่ กังหันใช้ลมเป็นทรัพยากรเพื่อผลิตพลังงาน ดังนั้นวลีนี้จึงมีความหมายเป็นกลางและเชิงบวก ไม่ได้สื่อถึงการเอาเปรียบ กรรมเป็นเบาะแสสำคัญของบริบท: the wind เป็นทรัพยากรธรรมชาติ ไม่ใช่บุคคลที่อาจถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงการใช้ทรัพยากรที่เป็นประโยชน์อย่างมีประสิทธิภาพ: The school put solar panels on the roof to ____ the available sunlight.
ดูคำตอบ
take advantage of
not only can wind turbines: การสลับตำแหน่งหลัง not only ที่ย้ายมาข้างหน้า
เมื่อ not only อยู่ต้นอนุประโยคนี้ จะเกิดการสลับตำแหน่งระหว่างประธานกับกริยาช่วย โดย can มาอยู่หน้าประธาน wind turbines ลำดับปกติ wind turbines can จึงเปลี่ยนเป็น not only can wind turbines การเปิดประโยคแบบนี้นำเสนอความสามารถข้อแรกจากสองข้อ ส่วนความสามารถข้อที่สองอยู่ในข้อความต่อมาที่กล่าวถึงการช่วยป้องกันพายุเฮอริเคน แม้คำบรรยายจะไม่ได้ใช้ but also มีเพียงอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย not only ซึ่งถูกย้ายมาข้างหน้าเท่านั้นที่ใช้การสลับตำแหน่งนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยคำเปิดสามคำที่ใช้ not only และ can: ____ electric buses reduce pollution, but they can also lower noise levels.
ดูคำตอบ
Not only can
in high enough concentrations: ถึงเกณฑ์ความหนาแน่น
ในที่นี้ concentrations หมายถึงความหนาแน่นหรือจำนวนของกังหันลมที่รวมอยู่ภายในพื้นที่หนึ่ง การใช้คำนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องเคมี แต่หมายถึงการที่มีกังหันแต่ละตัวจำนวนมากอยู่ใกล้กันพอ หรือมีการติดตั้งในขนาดที่เพียงพอ วลีแทรก in high enough concentrations ระบุเกณฑ์ที่จำเป็นต่อการเกิดผลตามที่กล่าวไว้ ใน high enough คำว่า enough อยู่หลังคำคุณศัพท์ high และหมายถึงสูงเท่าที่จำเป็น ส่วนเครื่องหมายจุลภาคแยกเงื่อนไขนี้ออกจากประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงด้วยความหนาแน่นที่สูงเพียงพอ: To affect conditions across the region, the devices must be deployed ____.
ดูคำตอบ
in high enough concentrations
wind turbines remove some energy from the wind to generate power.
2:52กังหันลมดึงพลังงานบางส่วนออกจากลมเพื่อผลิตไฟฟ้า
Simply put: การบอกว่าจะกล่าวใหม่ให้ง่ายขึ้น
“Simply put” เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมที่บอกว่ากำลังจะกล่าวแนวคิดที่ซับซ้อนใหม่ให้ง่ายขึ้น ในประโยคนี้ ผู้ฟังจึงรู้ว่าสิ่งที่ตามมาคือกลไกหลัก ไม่ใช่รายละเอียดทางเทคนิคอีกข้อหนึ่ง วลีนี้ต้องเข้าใจเป็นหน่วยเดียวกัน โดย put ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของไป “วาง” จริง ๆ ทั้งวลีมีความหมายว่า “ถ้าอธิบายด้วยคำง่าย ๆ” และเครื่องหมายจุลภาคที่ตามมาจะแยกวลีนี้ออกจากส่วนสรุป
แบบฝึกหัด
เติมเครื่องหมายทางวาทกรรมที่เรียนมาเพื่อบอกว่าจะสรุปให้ง่ายขึ้น: After a long explanation of the software, Mia said, “____, it sorts your photos by date.”
ดูคำตอบ
Simply put
simulations have shown that: การระบุหลักฐานจากแบบจำลอง
“simulations have shown that” วางแหล่งที่มาของหลักฐานไว้ก่อนข้อกล่าวอ้างที่ตามมา จึงบอกผู้ฟังว่าแรงสนับสนุนมาจากสถานการณ์ที่สร้างเป็นแบบจำลองหรือการจำลองด้วยคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่การติดตั้งใช้งานโดยตรงในโลกจริง Present perfect ใน “have shown” รายงานผลที่ยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน แต่ไม่ได้หมายความว่าผลนั้นได้รับการพิสูจน์แล้วในความเป็นจริง ในประโยคนี้ “hypothetically” และ “could” ยิ่งทำให้เห็นว่าผลนั้นเป็นเพียงความเป็นไปได้จากแบบจำลอง
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ “simulations have shown that” ในตัวอย่างมากที่สุด
- ผู้พูดกำลังคาดเดาส่วนตัวโดยไม่มีแหล่งหลักฐานใด ๆ
- ผลจากแบบจำลองสนับสนุนข้อกล่าวอ้าง แต่ไม่ได้บอกว่ามีการติดตั้งใช้งานในโลกจริง
- ข้อกล่าวอ้างได้รับการพิสูจน์จากการสังเกตภัยพิบัติจากลมจริงหลายครั้ง
ดูคำตอบ
ผลจากแบบจำลองสนับสนุนข้อกล่าวอ้าง แต่ไม่ได้บอกว่ามีการติดตั้งใช้งานในโลกจริง
Hypothetically: แสดงว่าเป็นข้อสมมติในจินตนาการ
ในประโยคนี้ hypothetically เป็นคำแสดงจุดยืนของผู้พูด โดยบอกผู้ฟังให้มองสถานการณ์ที่ตามหลัง if ว่าเป็นข้อสมมติสำหรับใช้คิดวิเคราะห์ ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นแล้วหรือได้รับการพิสูจน์แล้ว เมื่อใช้ร่วมกับ if และ could คำนี้จะลดความหนักแน่นของข้อกล่าวอ้าง ผู้พูดกำลังพิจารณาผลลัพธ์ที่เป็นไปได้ พร้อมแยกให้ชัดระหว่างความเป็นไปได้จากการจำลองกับข้อสรุปที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง hypothetically บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?
- มองเหตุการณ์ที่ตามมาว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว
- มองสถานการณ์ที่ตามมาว่าเป็นข้อสมมติสำหรับการอภิปราย
- มองผลลัพธ์ที่ตามมาว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ
มองสถานการณ์ที่ตามมาว่าเป็นข้อสมมติสำหรับการอภิปราย
If you put ... could be minimized: เงื่อนไขและผลลัพธ์แบบถูกกระทำที่ไม่ฟันธง
อนุประโยค if กำหนดเงื่อนไขว่า มีกังหันลมจำนวนมากพอถูกนำมารวมกันในพื้นที่เสี่ยง ส่วนประโยคหลัก major wind disasters could be minimized บอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นภายใต้เงื่อนไขนั้น could ทำให้ผลลัพธ์เป็นเพียงความเป็นไปได้ ไม่ใช่สิ่งที่รับประกัน could be minimized มีโครงสร้าง กริยาช่วย + be + กริยาช่องสาม ซึ่งเป็นรูปประโยคถูกกระทำ โครงสร้างนี้เน้นผลลัพธ์ คือการลดลงของภัยพิบัติ แทนที่จะเน้นว่าใครหรืออะไรเป็นผู้ลงมือ minimized หมายถึงลดลงจนอยู่ในระดับที่ต่ำกว่ามาก ไม่จำเป็นต้องหมายถึงกำจัดจนหมด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำแบบระมัดระวังของ reduce: If the school plants more shade trees, playground temperatures ____ substantially.
ดูคำตอบ
could be reduced
apart from this ในฐานะคำเชื่อมเพื่อพักประเด็นไว้ก่อน
ในคำถามนี้ apart from this หมายถึง “พักประเด็นนี้ไว้ก่อนชั่วคราว” โดย this อ้างถึงประโยชน์พิเศษที่กล่าวถึงก่อนหน้า วลีนี้ปิดการอภิปรายส่วนนั้นและเปลี่ยนไปสู่การประเมินที่กว้างกว่า คือพลังงานลมคุ้มค่าโดยรวมหรือไม่ ในฐานะคำจัดระเบียบเนื้อหา apart from + นามวลี สามารถนำปัจจัยหนึ่งออกจากการพิจารณาชั่วคราว เพื่อให้ผู้พูดถามถึงส่วนที่เหลือได้ ในที่นี้ไม่ได้เป็นการเพิ่มประโยชน์อีกข้อหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดได้กล่าวถึงประโยชน์เล็กน้อยหนึ่งอย่าง และตอนนี้ต้องการประเมินแผนโดยไม่นับประโยชน์นั้น คำเชื่อมใดเติมคำถามได้เหมาะสมที่สุด? The plan may save a little time. _____, does it solve the main problem?
- Because of this
- Apart from this
- Besides this
ดูคำตอบ
Apart from this
be worth it สำหรับตัดสินความคุ้มค่าโดยรวม
Be worth it หมายถึงผลลัพธ์หรือประโยชน์ดีพอที่จะชดเชยต้นทุน เวลา ความพยายาม หรือความเสี่ยงที่เกี่ยวข้อง ในที่นี้คำถามกำลังประเมินพลังงานลมโดยรวม ไม่ใช่มูลค่าของสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be worth it โดย it กล่าวถึงการดำเนินการทั้งหมดและสิ่งที่ต้องลงทุนตามบริบทอย่างกว้าง ๆ ไม่ได้หมายถึงวัตถุชิ้นใดโดยเฉพาะ ดังนั้นในประโยคนี้จึงปล่อย worth ไว้ลำพังไม่ได้ คำถามมักใช้โครงสร้าง Is/Are + ประธาน + worth it?
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ดีพอที่จะชดเชยความพยายาม”: The application took three hours, but winning the grant was ____.
ดูคำตอบ
worth it
Click here to check out our AsapTHOUGHT video where we explore how exactly wind turbines work,
3:07คลิกที่นี่เพื่อดูวิดีโอ AsapTHOUGHT ของเรา ซึ่งจะพาไปสำรวจว่ากังหันลมทำงานอย่างไรกันแน่
and the crazy new technologies that will change our future.
3:14และเทคโนโลยีใหม่สุดล้ำที่จะเปลี่ยนอนาคตของเรา
Could ... be powered by ...?:…สามารถได้รับพลังงานจาก…ได้หรือไม่
Could + ประธาน + be + กริยาช่อง 3 ...? เป็นโครงสร้างคำถามแบบ modal passive ในประโยคนี้ the whole world คือสิ่งที่ได้รับพลังงาน ส่วน by wind ระบุแหล่งพลังงานที่เสนอ ผู้พูดกำลังถามว่าพลังงานลมมีความเป็นไปได้ที่จะตอบสนองความต้องการพลังงานของโลกหรือไม่ โครงสร้างแบบ passive เน้นที่ระบบและความเป็นไปได้ของระบบ ไม่ได้เน้นบุคคลหรือองค์กรใดโดยเฉพาะที่จะสร้างหรือดำเนินงานระบบนั้น
แบบฝึกหัด
ใช้รูป modal passive สองคำที่ถูกต้องของ power เพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: Could this remote clinic ____ by solar energy?
ดูคำตอบ
be powered
We went to the GE Global Research Center in Germany,
3:20เราไปที่ GE Global Research Center ในเยอรมนี
And subscribe for more weekly science videos.
3:26และกดติดตามเพื่อชมวิดีโอวิทยาศาสตร์ใหม่ ๆ ทุกสัปดาห์