เสียงวิ้งๆ ในหูของคุณคืออะไร? - Marc Fagelson: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
673 คำ 130 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าอาการหูอื้อเกิดขึ้นได้อย่างไรแม้ไม่มีแหล่งเสียงภายนอก เมื่อเซลล์ในคอเคลียสูญเสียไปและสัญญาณการได้ยินอ่อนลง สมองจะชดเชยด้วยการเพิ่มกิจกรรมประสาทพื้นหลัง ทำให้ค่าฐานสำหรับความเงียบเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังกล่าวถึงวงจรความทุกข์ใจ ตลอดจนการใช้เสียงบำบัดควบคู่กับการให้คำปรึกษา ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. has been bothering humanity since ancient Babylon, — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า present perfect continuous ร่วมกับ since ใช้นำเสนอปัญหาที่เริ่ม ณ จุดหนึ่งในอดีตและยังดำเนินมาถึงปัจจุบัน และนำกรอบเวลานี้ไปใช้ในการอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ได้ 2. To compensate, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองออกว่านี่คือคำเชื่อมที่บอกว่าการทำงานถัดไปของสมองเป็นการตอบสนองต่อสัญญาณการได้ยินที่อ่อนลง และใช้จัดลำดับคำอธิบายเรื่องกลไกชดเชย ปฏิกิริยา หรือแนวทางแก้ไขได้ 3. the same frequency as — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: ใช้โครงสร้างเปรียบเทียบ the same ... as เพื่อบอกว่าสองสิ่งตรงกันในคุณสมบัติหนึ่ง เช่น การจับคู่ความถี่เสียงกับหูอื้อในการกลบเสียงแบบ energetic masking หรือใช้บรรยายเงื่อนไขการทดลองได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Arriving home after a long day,

0:07

เมื่อกลับถึงบ้านหลังจากวันอันยาวนาน

you settle in for a quiet evening alone. กริยาวลี

0:09

คุณเตรียมตัวพักผ่อนในค่ำคืนที่เงียบสงบเพียงลำพัง

กริยาวลี

settle in for a quiet evening: จัดตัวให้สบายเพื่อใช้ช่วงค่ำอันเงียบสงบ

Settle in หมายถึงการจัดตัวให้สบายและเข้าสู่สภาวะที่สงบและผ่อนคลาย ในที่นี้ in ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนเข้าไปข้างในสถานที่จริง ๆ โครงสร้าง settle in for + กลุ่มคำนาม ใช้บอกสิ่งที่กำลังเตรียมจะใช้เวลาทำหรือสัมผัสหลังจากจัดตัวให้สบายแล้ว ในประโยคนี้ for a quiet evening alone หมายถึงช่วงเวลาอันผ่อนคลายที่จะใช้ตามลำพังต่อจากนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปของ settle in for ที่เหมาะกับบริบทในอดีต: We made some tea and ____ a quiet evening at home.

ดูคำตอบ

settled in for

But instead of the sound of silence, ไวยากรณ์

0:12

แต่แทนที่จะเป็นเสียงแห่งความเงียบ

you hear a constant ringing,

0:15

คุณกลับได้ยินเสียงวิ้งๆ ดังอย่างต่อเนื่อง

even though there's nothing making any noise. ไวยากรณ์

0:17

ทั้งที่ไม่มีอะไรทำให้เกิดเสียงเลย

ไวยากรณ์

instead of the sound of silence: เปรียบเทียบสิ่งที่คาดไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

Instead of ใช้นำเสนอสิ่งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นแต่ไม่ได้เกิด หรือทางเลือกที่ไม่ได้เลือก ในที่นี้ กลุ่มคำนาม the sound of silence คือสิ่งที่อาจคาดว่าจะได้ยิน ส่วนประโยคหลักบอกความจริงที่น่าแปลกใจว่าได้ยินเสียงดังวิ้งอย่างต่อเนื่อง ใช้ instead of หน้าคำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing เช่น instead of silence, instead of that, instead of waiting โดยปกติจะไม่ตามด้วยอนุประโยคเต็มที่มีประธานและกริยาบอกเวลาอย่าง instead of she waited

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ instead of ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบสิ่งที่เกิดขึ้นจริงกับอีกทางเลือกหนึ่ง

  1. Instead from taking the bus, Maya walked to school.
  2. Instead of she took the bus, Maya walked to school.
  3. Instead of taking the bus, Maya walked to school.
ดูคำตอบ

Instead of taking the bus, Maya walked to school.

ไวยากรณ์

even though: นำเสนอข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์

Even though ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่เป็นจริง แต่ทำให้ผลในประโยคหลักดูน่าประหลาดใจ ในที่นี้ไม่มีสิ่งใดภายนอกกำลังส่งเสียง แต่บุคคลนั้นยังคงได้ยินเสียงอยู่ หลัง even though ต้องตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ซึ่งมีประธานและกริยา ใช้เชื่อมข้อเท็จจริงสองอย่างที่เป็นจริงทั้งคู่แต่ไม่ตรงกับสิ่งที่มักคาดไว้ และไม่ได้ใช้บอกเหตุผล

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ถูกต้องว่าข้อเท็จจริงสองอย่างที่เป็นจริงขัดกับความคาดหมายทั่วไป

  1. Even though the room was quiet, so I heard a faint buzzing.
  2. Even though the room was quiet, I heard a faint buzzing.
  3. Because the room was quiet, I heard a faint buzzing.
ดูคำตอบ

Even though the room was quiet, I heard a faint buzzing.

What you're experiencing is called tinnitus, ไวยากรณ์

0:20

สิ่งที่คุณกำลังประสบอยู่นี้เรียกว่าภาวะเสียงในหู

the perception of a noise like ringing, การใช้คำ

0:23

คือการรับรู้เสียงรบกวนเช่นเสียงกริ่ง

buzzing, hissing, or clicking

0:26

เสียงหึ่ง เสียงฟู่ หรือเสียงคลิก

that occurs without any external source of sound. การใช้คำ

0:28

ที่เกิดขึ้นโดยไม่มีแหล่งกำเนิดเสียงจากภายนอก

ไวยากรณ์

What you're experiencing is called tinnitus: การตั้งชื่อให้ประสบการณ์

What you're experiencing เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม หมายถึง “สิ่งหรือประสบการณ์ที่คุณกำลังพบอยู่” และทำหน้าที่เป็นประธานของ is called ดังนั้น What ในที่นี้ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถาม โครงสร้าง What + ประธาน + กริยา + is called + ชื่อ จะชี้ไปที่ประสบการณ์หรือสิ่งที่สังเกตเห็นก่อน แล้วจึงบอกชื่อของสิ่งนั้น โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการอธิบาย บทเรียน และข้อมูลสุขภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างสำหรับตั้งชื่อประสบการณ์หรือสิ่งที่สังเกตเห็นได้อย่างถูกต้อง

  1. What are you seeing is called bioluminescence.
  2. What you're seeing is called bioluminescence.
  3. What you're seeing calls bioluminescence.
ดูคำตอบ

What you're seeing is called bioluminescence.

การใช้คำ

the perception of a noise: ประสบการณ์ทางประสาทสัมผัส ไม่ใช่ความคิดเห็น

ในคำอธิบายทางการแพทย์นี้ perception หมายถึงประสบการณ์ที่รับรู้บางสิ่งผ่านระบบการได้ยินและสมอง วลีนี้เรียกประสบการณ์ที่รู้สึกว่าได้ยินเสียงรบกวน แม้ไม่มีเสียงที่ตรงกันมาจากสภาพแวดล้อม โครงสร้าง the perception of + คำนาม ใช้บอกสิ่งที่บุคคลรับรู้ได้ เช่น the perception of pain หรือ the perception of movement

แบบฝึกหัด

ในบริบททางการแพทย์นี้ the perception of a noise หมายถึงอะไร?

  1. อุปกรณ์ที่บันทึกเสียง
  2. การตัดสินว่าเสียงนั้นไพเราะหรือไม่
  3. ประสบการณ์ของการรับรู้เสียง
ดูคำตอบ

ประสบการณ์ของการรับรู้เสียง

การใช้คำ

without any external source of sound: แหล่งจากภายนอก ไม่ใช่แหล่งเพิ่มเติม

without any external source of sound หมายความว่าไม่มีวัตถุหรือเหตุการณ์ใดในสภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังสร้างเสียงนั้นอยู่ ส่วน without any เน้นว่าไม่มีแหล่งกำเนิดจากภายนอกเช่นนั้นเลย ในที่นี้ external บอกตำแหน่งของแหล่งกำเนิดว่าอยู่นอกร่างกายหรือระบบการรับรู้ของผู้ฟัง สำนวนนี้แยกเสียงที่มีอยู่ในสภาพแวดล้อมออกจากเสียงที่บุคคลรับรู้โดยไม่มีแหล่งกำเนิดในสภาพแวดล้อม

แบบฝึกหัด

without any external source of sound ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. ผู้ฟังไม่ชอบเสียงที่มาจากภายนอก
  2. เสียงรอบตัวมาจากลำโพงที่เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งตัว
  3. ไม่มีวัตถุหรือเหตุการณ์ใดในสภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังสร้างเสียงนั้น
ดูคำตอบ

ไม่มีวัตถุหรือเหตุการณ์ใดในสภาพแวดล้อมรอบตัวกำลังสร้างเสียงนั้น

Tinnitus has been bothering humanity since ancient Babylon, ไวยากรณ์

0:32

ภาวะเสียงในหูสร้างความรำคาญให้กับมนุษยชาติมาตั้งแต่ยุคบาบิโลนโบราณ

plaguing everyone from Leonardo da Vinci to Charles Darwin. ลำดับความ

0:36

ทำให้ทุกคนเดือดร้อนตั้งแต่ เลโอนาร์โด ดา วินชี ไปจนถึง ชาร์ลส์ ดาร์วิน

ไวยากรณ์

has been bothering ... since ...: ต่อเนื่องจากอดีตจนถึงปัจจุบัน

ใน has been bothering humanity ส่วน has been + bothering เป็นรูป present perfect continuous ซึ่งแสดงว่าการรบกวนนั้นเริ่มขึ้นในอดีต ดำเนินต่อเนื่อง และยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน since ancient Babylon ระบุจุดเริ่มต้น ในที่นี้ since หมายถึง “ตั้งแต่ช่วงเวลานั้นในอดีตจนถึงตอนนี้” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า” ใช้โครงสร้าง has/have been + คำกริยา-ing + since + จุดเริ่มต้นในอดีต เพื่อบรรยายปัญหา กิจกรรม หรือแนวโน้มที่ยังดำเนินอยู่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ affect: The software bug ____ users since Tuesday.

ดูคำตอบ

has been affecting

ลำดับความ

everyone from Leonardo da Vinci to Charles Darwin: ตัวอย่างปลายช่วงที่สื่อถึงกลุ่มอันกว้าง

วลี participle plaguing everyone เพิ่มผลกระทบของอาการหูอื้อให้กับข้อความก่อนหน้า คืออาการนี้สร้างปัญหาร้ายแรงและยาวนานให้ผู้คน From Leonardo da Vinci to Charles Darwin จัดวางชื่อบุคคลมีชื่อเสียงสองคนเป็นตัวอย่างที่ปลายทั้งสองของกลุ่มที่กว้างกว่ามาก จึงช่วยขยายความหมายของ everyone ไม่ได้จำกัดผู้ได้รับผลกระทบไว้เพียงสองคนนี้ และไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ระหว่างคนทั้งสอง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The program supports everyone from complete beginners to experienced professionals.” วลี from A to B ทำหน้าที่อะไร?

  1. วลีนี้บอกว่ามีเพียงผู้เริ่มต้นและผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่เข้าร่วมได้
  2. วลีนี้ยกปลายช่วงสองด้านที่เป็นตัวแทน เพื่อสื่อถึงผู้คนหลากหลายกลุ่ม
  3. วลีนี้บรรยายว่าผู้คนเดินทางจากกลุ่มหนึ่งไปยังอีกกลุ่มหนึ่ง
ดูคำตอบ

วลีนี้ยกปลายช่วงสองด้านที่เป็นตัวแทน เพื่อสื่อถึงผู้คนหลากหลายกลุ่ม

Today, roughly one in seven people worldwide experiences this auditory sensation. วลี

0:41

ในปัจจุบัน ผู้คนราวหนึ่งในเจ็ดทั่วโลกมีอาการรับรู้ทางเสียงนี้

วลี

roughly one in seven people worldwide: การบอกสัดส่วนโดยประมาณ

Roughly one in seven people หมายถึง “ประมาณหนึ่งคนจากทุก ๆ เจ็ดคน” roughly บอกว่าตัวเลขนี้เป็นค่าประมาณ ส่วน worldwide กำหนดขอบเขตของข้อความว่าเป็นทั่วโลก รูปแบบ one in + ตัวเลข + กลุ่มคำนามพหูพจน์พบได้บ่อยในสถิติและการอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ในประโยคนี้ถือว่า one เป็นแกนเอกพจน์ของประธาน จึงใช้กริยา experiences

แบบฝึกหัด

ใช้ roughly และรูปแบบ one in eight เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ homes in this neighborhood has solar panels.

ดูคำตอบ

Roughly one in eight

So, where does this persistent sound come from? ลำดับความ

0:47

แล้วเสียงที่ดังไม่หยุดนี้มาจากไหนล่ะ?

ลำดับความ

where does this persistent sound come from? — เปลี่ยนจากการบรรยายไปสู่สาเหตุ

Where does this persistent sound come from? ถามถึงแหล่งกำเนิดหรือสาเหตุของเสียง ไม่ได้ถามถึงสถานที่บนแผนที่ persistent หมายถึงเสียงนั้นยังคงดังต่อไปแทนที่จะหยุดอย่างรวดเร็ว So เชื่อมคำถามนี้กับข้อมูลก่อนหน้า คำถามเปลี่ยนคำอธิบายจากการบรรยายปรากฏการณ์ไปสู่การอธิบายว่าปรากฏการณ์นั้นเกิดขึ้นอย่างไรหรือเพราะเหตุใด ซึ่งเป็นวิธีเปลี่ยนประเด็นที่พบบ่อยในการสื่อสารวิทยาศาสตร์

แบบฝึกหัด

คำถาม “So, where does this persistent sound come from?” ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้

  1. คำถามนี้บอกว่าคำอธิบายจบแล้ว
  2. คำถามนี้ถามว่าเสียงถูกส่งมาจากประเทศใด
  3. คำถามนี้เปลี่ยนจากการบรรยายเสียงไปเป็นการถามถึงสาเหตุของเสียง
ดูคำตอบ

คำถามนี้เปลี่ยนจากการบรรยายเสียงไปเป็นการถามถึงสาเหตุของเสียง

When you normally hear something,

0:51

เมื่อคุณได้ยินเสียงตามปกติ

sound waves hit various areas of your ear,

0:53

คลื่นเสียงจะกระทบส่วนต่างๆ ของหูคุณ

creating vibrations that displace fluid inside the cochlea. การใช้คำ

0:56

สร้างการสั่นสะเทือนที่ทำให้ของเหลวภายในคอเคลียเคลื่อนที่

การใช้คำ

displace fluid: ทำให้ของเหลวเคลื่อนจากตำแหน่งเดิม

ในประโยคนี้ displace หมายถึงทำให้บางสิ่งเคลื่อนหรือถูกดันออกจากตำแหน่งเดิม การสั่นสะเทือนทำให้ของเหลวในคอเคลียขยับ ไม่ได้แทนที่ของเหลวนั้นอย่างถาวรด้วยของเหลวชนิดอื่น การใช้เชิงวิทยาศาสตร์แบบนี้พบได้บ่อยเมื่อแรง ความดัน หรือการเคลื่อนที่ทำให้ตำแหน่งของของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “A moving piston displaces air inside the tube,” คำว่า displaces หมายถึงอะไร

  1. มันดันอากาศออกจากตำแหน่งเดิม
  2. มันแทนที่อากาศอย่างถาวรด้วยสารอีกชนิดหนึ่ง
  3. มันเปลี่ยนอากาศให้เป็นสัญญาณไฟฟ้า
ดูคำตอบ

มันดันอากาศออกจากตำแหน่งเดิม

If the vibrations are large enough, ไวยากรณ์

1:02

หากการสั่นสะเทือนมีขนาดใหญ่พอ

they elicit a chemical response that transforms them into bioelectrical signals. โน้ต

1:04

พวกมันจะกระตุ้นการตอบสนองทางเคมีที่เปลี่ยนมันให้เป็นสัญญาณไฟฟ้าชีวภาพ

ไวยากรณ์

If ... large enough: กำหนดเงื่อนไขระดับขั้นต่ำ

อนุประโยค If the vibrations are large enough กำหนดเงื่อนไขระดับขั้นต่ำสำหรับผลที่อยู่ในประโยคหลัก ในที่นี้ large หมายถึงขนาดหรือความแรงของการสั่นสะเทือน ไม่ใช่ขนาดรูปร่างของวัตถุ ส่วน enough หมายถึงได้ถึงระดับที่จำเป็นแล้ว เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์ จะวางไว้หลังคำคุณศัพท์ เช่น large enough, strong enough, warm enough โครงสร้าง If + ประธาน + be + คำคุณศัพท์ + enough ใช้อธิบายระดับที่จำเป็นเพื่อให้ผลบางอย่างเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ strong และ enough ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมเงื่อนไขให้สมบูรณ์: If the signal is ____, the sensor can detect it.

ดูคำตอบ

strong enough

การใช้คำ

elicit a chemical response: ทำให้เกิดการตอบสนอง

ในที่นี้ elicit a chemical response หมายถึงการที่แรงสั่นสะเทือนกระตุ้นการตอบสนองทางเคมีภายในหู ประธานบอกสิ่งเร้า และวลีนามหลัง elicit บอกสิ่งที่สิ่งเร้านั้นทำให้เกิดขึ้น รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ elicit + response, reaction หรือ information คำว่า elicit เน้นการดึงหรือกระตุ้นให้บางสิ่งเกิดขึ้นเป็นการตอบสนอง ไม่ใช่เพียงบอกว่าสิ่งหนึ่งทำให้อีกสิ่งหนึ่งเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้ elicit a response เติมประโยคให้สมบูรณ์: A thoughtful question can ____ from a quiet guest.

ดูคำตอบ

elicit a response

วลี

transform A into B: เปลี่ยนรูปแบบหนึ่งให้เป็นอีกรูปแบบหนึ่ง

Transform A into B หมายถึงการเปลี่ยน A ให้กลายเป็น B โดย A คือวัสดุ รูปแบบ หรือสภาวะตั้งต้น และ into ใช้นำหน้าผลลัพธ์ ในประโยคนี้ them หมายถึงแรงสั่นสะเทือนที่กล่าวถึงก่อนหน้า ส่วน bioelectrical signals คือผลลัพธ์ ต้องคง into ไว้หน้ารูปแบบใหม่: transform + กรรม + into + ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ transform A into B เติมประโยคให้สมบูรณ์: This device can ____. A คือ solar energy และ B คือ electricity.

ดูคำตอบ

transform solar energy into electricity

These nerve impulses are then relayed through the hearing pathway to the brain, ไวยากรณ์

1:10

กระแสประสาทเหล่านี้จะถูกส่งผ่านเส้นทางประสาทหูไปยังสมอง

where they result in the sounds we perceive. วลี

1:15

ซึ่งทำให้เกิดเป็นเสียงที่เรารับรู้

ไวยากรณ์

are then relayed through ... to ...: แสดงเส้นทางการส่งต่อ

are relayed เป็นรูปถูกกระทำของ relay ในที่นี้ nerve impulses เป็นสิ่งที่รับการกระทำ กล่าวคือถูกส่งต่อไป ประโยคเน้นที่สัญญาณและการเคลื่อนที่ของสัญญาณ ไม่ได้เน้นผู้ที่ทำหน้าที่ส่งต่อ รูปแบบนี้พบได้บ่อยในการอธิบายกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ then บอกว่าการกระทำนี้เป็นขั้นถัดไปของกระบวนการ through the hearing pathway ระบุเส้นทาง ส่วน to the brain ระบุปลายทาง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + be + relayed + through + เส้นทาง + to + ปลายทาง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้รูปถูกกระทำอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแสดงทั้งเส้นทางและปลายทาง

  1. The signals are relayed through the network to the control room.
  2. The control room is relayed through the signals to the network.
  3. The signals relay the network to the control room.
ดูคำตอบ

The signals are relayed through the network to the control room.

วลี

result in: ชี้จากสาเหตุไปยังผลลัพธ์

result in หมายถึง “ทำให้เกิดหรือก่อให้เกิดผลลัพธ์บางอย่าง” ประธานแสดงสาเหตุ และวลีหลัง in แสดงผลลัพธ์ ในประโยคนี้ nerve impulses เป็นสาเหตุ ส่วน the sounds we perceive เป็นผลลัพธ์ ใช้โครงสร้าง สาเหตุ + result in + ผลลัพธ์ เมื่อต้องการแสดงทิศทางของผลกระทบในการอธิบายหรือการให้เหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย result in: Too little sleep can ____ poor concentration.

ดูคำตอบ

result in

However, in the vast majority of tinnitus cases, วลี

1:18

อย่างไรก็ตาม ในกรณีส่วนใหญ่ของภาวะเสียงในหู

วลี

in the vast majority of ... cases: ข้อกล่าวที่หนักแน่นแต่มีขอบเขต

in the vast majority of tinnitus cases หมายถึง “ในสัดส่วนที่สูงมากของกรณีภาวะหูอื้อ” คำว่า vast ขยาย majority จึงเน้นว่าสัดส่วนสูงมาก ไม่ได้หมายความว่าตัวกรณีมีขนาดใหญ่ วลีนี้จำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา โดยบอกว่าผลบางอย่างพบได้บ่อยมาก แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น จึงเหมาะกับคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์หรือข้อเท็จจริงที่ต้องใช้ความระมัดระวัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างระมัดระวังว่าผลหนึ่งเป็นจริงในกรณีส่วนใหญ่อย่างมาก แต่ยังยอมรับว่ามีข้อยกเว้นได้

  1. In a small number of cases, the treatment works as expected.
  2. In every case, the treatment works as expected.
  3. In the vast majority of cases, the treatment works as expected.
ดูคำตอบ

In the vast majority of cases, the treatment works as expected.

the nerve signals that produce these mysterious sounds

1:22

สัญญาณประสาทที่สร้างเสียงลึกลับเหล่านี้

don't travel through your ear at all. ไวยากรณ์

1:25

ไม่ได้เดินทางผ่านหูของคุณเลย

ไวยากรณ์

not ... at all: การเน้นความหมายปฏิเสธ

at all ช่วยเน้นการปฏิเสธของ don't ให้ชัดขึ้น Don't travel through your ear at all หมายความว่าสัญญาณไม่ผ่านหูเลยแม้แต่น้อย ในรูปแบบนี้ at all ทำงานร่วมกับวลีกริยาเชิงปฏิเสธ ไม่ได้หมายถึง “ทั้งหมด” เมื่ออยู่ตามลำพัง และมักอยู่ใกล้ท้ายอนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่ายาไม่มีผลเลย

  1. The medicine helped most of the time.
  2. The medicine didn't help at all.
  3. The medicine helped a little.
ดูคำตอบ

The medicine didn't help at all.

Instead, they're generated internally by your own central nervous system. การใช้คำ

1:28

ในทางกลับกัน พวกมันถูกสร้างขึ้นจากภายในโดยระบบประสาทส่วนกลางของคุณเอง

การใช้คำ

generated internally: ถูกสร้างขึ้นภายในร่างกายหรือระบบ

ใน generated internally คำว่า generated เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกรรมวาจก are generated ส่วน internally บอกว่าสาเหตุมีต้นกำเนิดจากที่ใด ในประโยคนี้ สัญญาณถูกสร้างขึ้นภายในระบบประสาทของร่างกาย ไม่ได้เข้ามาจากแหล่งกำเนิดเสียงภายนอก internally ยังใช้กล่าวถึงภายในองค์กรหรือระบบได้ด้วย ในคำอธิบายกลไกนี้ คำดังกล่าวหมายถึงต้นกำเนิดทางกายภาพหรือภายในระบบ ไม่ได้หมายถึงความคิดหรือความรู้สึกส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกสร้างขึ้นจากภายในระบบ” ให้สมบูรณ์: The diagnostic signal is ____ by the machine's own control unit.

ดูคำตอบ

generated internally

Under usual circumstances, วลี

1:34

ภายใต้สถานการณ์ปกติ

these self-produced signals are an essential part of hearing. การใช้คำ

1:36

สัญญาณที่สร้างขึ้นเองเหล่านี้เป็นส่วนสำคัญของการได้ยิน

วลี

Under usual circumstances: จำกัดข้อความให้อยู่ในกรณีปกติ

Under usual circumstances หมายถึง “เมื่อมีเงื่อนไขที่โดยทั่วไปมักเป็นเช่นนั้น” ในที่นี้ under ใช้เกริ่นถึงเงื่อนไขหรือสถานการณ์ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ใต้สิ่งใด เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะจำกัดขอบเขตของข้อความที่ตามมา โดยเสนอว่าข้อความนั้นเป็นรูปแบบปกติ แต่ยังเปิดโอกาสให้มีกรณีผิดปกติหรือข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อมีเงื่อนไขที่โดยทั่วไปมักเป็นเช่นนั้น” ให้สมบูรณ์: ____, the museum opens at nine.

ดูคำตอบ

Under usual circumstances

การใช้คำ

self-produced signals: สัญญาณที่ระบบสร้างขึ้นเอง

self-produced ประกอบด้วย self- และรูป past participle produced หมายถึง “สิ่งที่บุคคล สิ่งของ หรือระบบที่เกี่ยวข้องสร้างขึ้นเอง ไม่ได้มาจากแหล่งภายนอก” ในประโยคนี้ สัญญาณเกิดขึ้นภายในระบบการได้ยิน ส่วน self ไม่ได้หมายถึงการตระหนักรู้ในตนเองของคน คำประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์นี้ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หน้า signals รูปคล้ายกัน เช่น self-generated data และ self-made equipment ก็ใช้ self- เพื่อบอกว่าใครหรืออะไรเป็นผู้สร้างสิ่งนั้นเอง

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ self-produced signals หมายถึงอะไร

  1. สัญญาณเกี่ยวกับการตระหนักรู้ในตนเองของคน
  2. สัญญาณที่รับมาจากภายนอกระบบการได้ยินเท่านั้น
  3. สัญญาณที่ระบบการได้ยินสร้างขึ้นเอง
ดูคำตอบ

สัญญาณที่ระบบการได้ยินสร้างขึ้นเอง

All mammals demonstrate ongoing neural activity throughout their hearing pathways. การใช้คำ

1:40

สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทั้งหมดแสดงการทำงานของระบบประสาทอย่างต่อเนื่องตลอดเส้นทางการได้ยิน

การใช้คำ

ongoing neural activity: การทำงานของระบบประสาทที่ยังคงดำเนินอยู่

ongoing เป็นคำคุณศัพท์ หมายถึงสิ่งที่เริ่มขึ้นแล้วและยังคงดำเนินต่อไปหรือยังไม่สิ้นสุด ใน ongoing neural activity คำนี้ขยายกิจกรรมพื้นฐานที่ยังคงมีอยู่ตลอดแนวเส้นทางการได้ยิน แม้ไม่มีเสียงจากภายนอก ongoing ไม่ได้หมายความในตัวเองว่ากิจกรรมนั้นต้องเกิดต่อเนื่องทุกขณะโดยไม่มีช่วงหยุดเลย คำนี้มักวางหน้าคำนาม เช่น ongoing research, an ongoing problem และ ongoing discussions

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์จากบทเรียนที่หมายถึง “ยังคงดำเนินต่อไป” ลงในประโยค: The committee is reviewing an ____ investigation.

ดูคำตอบ

ongoing

When there are no sounds present, ไวยากรณ์

1:46

เมื่อไม่มีเสียงใดๆ

this activity is at a baseline that establishes your neural code for silence. การใช้คำ

1:48

กิจกรรมนี้จะอยู่ในระดับพื้นฐานที่สร้างรหัสประสาทสำหรับความเงียบ

ไวยากรณ์

When there are no ... present: เมื่อไม่มี ... อยู่

When there are no sounds present ใช้กำหนดเงื่อนไขให้ประโยคหลัก หมายถึง “เมื่อไม่มีเสียงอยู่หรือไม่สามารถตรวจจับเสียงได้” โครงสร้างคือ When + there are no + คำนามนับได้รูปพหูพจน์ + present ในที่นี้ present เป็นคำคุณศัพท์ที่วางหลัง sounds หมายถึง “ที่มีอยู่หรืออยู่ ณ ที่นั้น” ไม่ใช่คำนาม present ที่หมายถึง “ของขวัญ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ When there are no ... present เพื่อกำหนดเงื่อนไขได้ถูกต้อง

  1. When there are no visitor present, the doors lock automatically.
  2. When there are no visitors presents, the doors lock automatically.
  3. When there are no visitors present, the doors lock automatically.
ดูคำตอบ

When there are no visitors present, the doors lock automatically.

การใช้คำ

at a baseline: อยู่ที่ระดับอ้างอิง

At a baseline หมายถึง “อยู่ที่ระดับอ้างอิงที่ใช้เปรียบเทียบกับการวัดในภายหลังหรือการวัดอื่น” บุพบท at แสดงว่ากิจกรรมอยู่ที่ระดับนั้น ในที่นี้ กิจกรรมเมื่อไม่มีเสียงภายนอกเป็นค่าอ้างอิงสำหรับสิ่งที่สมองรับรู้ว่าเป็นความเงียบ จากนั้นจึงเข้าใจการเปลี่ยนแปลงได้โดยนำมาเปรียบเทียบกับระดับนี้

แบบฝึกหัด

ในรายงานทางวิทยาศาสตร์ “the signal is at a baseline” หมายถึงอะไร

  1. สัญญาณเท่ากับค่าเฉลี่ยของการวัดทั้งหมด
  2. สัญญาณอยู่ที่ระดับอ้างอิงที่ใช้สำหรับการเปรียบเทียบ
  3. สัญญาณอยู่ที่ค่าต่ำสุดที่อาจไปถึงได้
ดูคำตอบ

สัญญาณอยู่ที่ระดับอ้างอิงที่ใช้สำหรับการเปรียบเทียบ

When a sound does appear,

1:55

เมื่อมีเสียงปรากฏขึ้นจริงๆ

this activity changes,

1:56

กิจกรรมนี้จะเปลี่ยนแปลงไป

allowing the brain to distinguish between silence and sound. วลี

1:58

ทำให้สมองสามารถแยกแยะระหว่างความเงียบและเสียงได้

วลี

distinguish between silence and sound: แยกความเงียบออกจากเสียง

distinguish between A and B หมายถึงการสังเกตหรือระบุว่าสองสิ่งแตกต่างกันอย่างไร ในประโยคนี้ silence คือ A และ sound คือ B สมองจึงบอกได้ว่าขณะนั้นเป็นสิ่งใดในสองอย่างนี้ ในโครงสร้างพื้นฐานนี้ between ใช้นำตัวเลือกสองอย่างมาเปรียบเทียบ และมักเชื่อมด้วย and: distinguish between A and B โดยต้องระบุทั้งสองสิ่งให้ชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง distinguish between A and B ให้สมบูรณ์: Can you ____ a turtle ____ a tortoise?

ดูคำตอบ

distinguish between · and

But the auditory system's health can affect this background signal. การใช้คำ

2:03

แต่สุขภาพของระบบการได้ยินสามารถส่งผลต่อสัญญาณพื้นหลังนี้ได้

การใช้คำ

background signal: สัญญาณพื้นฐานในระบบ

background signal คือสัญญาณพื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระบบ แม้ไม่ใช่ข้อมูลหลักที่กำลังได้รับความสนใจ ในที่นี้หมายถึงกิจกรรมประสาทระดับพื้นฐานของระบบการได้ยิน ซึ่งอาจมีอยู่แม้ในช่วงที่เงียบ ในคำอธิบายทางเทคนิค background อาจหมายถึงสิ่งที่คงอยู่เบื้องหลังกิจกรรมหรือข้อมูลหลัก ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงฉากหลังที่มองเห็นได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ background signal หมายถึงอะไร

  1. เสียงภายนอกที่ดังที่สุดในสภาพแวดล้อม
  2. สัญญาณพื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระบบเบื้องหลังข้อมูลหลัก
  3. รูปภาพที่วางอยู่ด้านหลังผู้พูด
ดูคำตอบ

สัญญาณพื้นฐานที่ยังคงอยู่ในระบบเบื้องหลังข้อมูลหลัก

Loud noises, diseases, toxins,

2:08

เสียงดัง โรคภัย สารพิษ

and even natural aging can damage your cochlear cells.

2:12

และแม้กระทั่งความชราตามธรรมชาติสามารถทำลายเซลล์คอเคลียของคุณได้

Some of these may heal in a matter of hours. สำนวน

2:16

บางส่วนอาจหายได้ภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง

สำนวน

in a matter of hours: ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง

in a matter of hours หมายถึง “ภายในเวลาเพียงไม่กี่ชั่วโมง” หรือ “หลังจากผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วโมง” โดยเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่อาจคาดไว้ ในที่นี้ matter ไม่ได้หมายถึง “เรื่อง” หรือ “สสาร” รูปแบบคือ in a matter of + หน่วยเวลา เช่น in a matter of minutes, days หรือ weeks โดยทั่วไปใช้เพื่อชี้ว่าระยะเวลานั้นสั้นเมื่อเทียบกับที่คาดไว้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in a matter of ได้ถูกต้องเพื่อเน้นระยะเวลาที่สั้นกว่าที่คาดไว้อย่างมาก

  1. The update was completed on a matter of minutes.
  2. The update was completed in a matter of minutes.
  3. The update was completed for a matter of minutes.
ดูคำตอบ

The update was completed in a matter of minutes.

However, if enough cells die,

2:19

อย่างไรก็ตาม หากเซลล์ตายมากพอ

either over time or all at once, ไวยากรณ์

2:22

ไม่ว่าจะค่อยๆ ตายหรือตายพร้อมกันทั้งหมด

the auditory system becomes less sensitive.

2:25

ระบบการได้ยินจะมีความไวลดลง

ไวยากรณ์

either over time or all at once: สองวิธีที่เป็นไปได้

Either A or B ใช้เสนอทางเลือกสองแบบ ในที่นี้ A คือ over time ซึ่งหมายถึงค่อย ๆ เกิดขึ้น และ B คือ all at once ซึ่งหมายถึงเกิดขึ้นทันทีในเหตุการณ์เดียว วลีนี้วางหลัง die เพื่ออธิบายสองวิธีที่เซลล์อาจตายได้ ทั้งสองทางนำไปสู่ผลลัพธ์เดียวกันในประโยคหลัก โดย either ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ด้วย”

แบบฝึกหัด

เติมคำที่ขาดสองคำเพื่อทำโครงสร้างแบบคู่ให้สมบูรณ์: The fee can be paid ____ online ____ at the front desk.

ดูคำตอบ

either · or

With fewer cochlear cells relaying information, ไวยากรณ์

2:29

เมื่อเซลล์คอเคลียถ่ายทอดข้อมูลน้อยลง

incoming sounds generate weaker nerve signals,

2:32

เสียงที่เข้ามาจะสร้างสัญญาณประสาทที่อ่อนลง

and many environmental sounds can be lost completely.

2:35

และเสียงรบกวนรอบข้างหลายๆ เสียงอาจหายไปอย่างสมบูรณ์

ไวยากรณ์

With fewer cochlear cells relaying information: โครงสร้าง with + นาม + -ing

วลีเปิดใช้โครงสร้าง with + นามวลี + -ing เพื่อให้ข้อมูลพื้นหลังแก่ประโยคหลัก Fewer cochlear cells คือนามวลี ส่วน relaying information อธิบายว่าเซลล์เหล่านั้นกำลังทำอะไร ในที่นี้ ข้อมูลพื้นหลังยังอธิบายผลที่เกิดขึ้นด้วย กล่าวคือ เมื่อมีเซลล์ถ่ายทอดข้อมูลน้อยลง สัญญาณประสาทก็อ่อนลง ในการใช้นี้ with หมายถึง “เมื่ออยู่ในสถานการณ์นี้” ไม่ใช่ “ร่วมกับ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ with + นาม + -ing ได้ถูกต้องเพื่อแสดงสาเหตุที่เป็นข้อมูลพื้นหลัง

  1. With fewer buses were running, commuters had to wait longer.
  2. With fewer buses running, commuters had to wait longer.
  3. With fewer buses run, commuters had to wait longer.
ดูคำตอบ

With fewer buses running, commuters had to wait longer.

To compensate, your brain devotes more energy to monitoring the hearing pathway, ลำดับความ

2:39

เพื่อชดเชย สมองของคุณจึงใช้พลังงานมากขึ้นเพื่อตรวจติดตามเส้นทางการได้ยิน

ลำดับความ

To compensate: เชื่อมข้อบกพร่องกับการตอบสนองเพื่อชดเชย

To compensate เป็น infinitive บอกจุดประสงค์ที่วางไว้ต้นอนุประโยค วลีนี้ช่วยจัดความสัมพันธ์ของข้อมูลว่า ความพยายามเพิ่มเติมของสมองเป็นการตอบสนองที่มีจุดประสงค์เพื่อชดเชยสัญญาณการได้ยินที่อ่อนลงซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ compensate ในที่นี้หมายถึงการลดหรือถ่วงดุลข้อบกพร่องด้านการทำงาน ไม่ใช่การจ่ายเงินให้ใคร เมื่อข้อบกพร่องที่ต้องชดเชยชัดเจนอยู่แล้ว สามารถใช้ compensate โดยไม่ต้องตามด้วยวลี for ได้

แบบฝึกหัด

โทรศัพท์ตรวจพบสัญญาณอ่อนและเพิ่มกำลังเพื่อชดเชยปัญหานั้น คำขึ้นต้นใดแสดงจุดประสงค์นี้

  1. In contrast, the phone increases its power.
  2. To compensate, the phone increases its power.
  3. As a result, the phone increases its power.
ดูคำตอบ

To compensate, the phone increases its power.

just like you might adjust the knobs of a radio. ลำดับความ

2:45

เหมือนกับที่คุณอาจปรับปุ่มของวิทยุ

ลำดับความ

just like you might adjust the knobs of a radio: การเกริ่นเข้าสู่อุปมา

just like ใช้เพื่อเกริ่นเข้าสู่การอุปมา โดยเปรียบแนวคิดนามธรรมเรื่องสมองเฝ้าติดตามและปรับการทำงานของเส้นทางการได้ยิน กับการปรับปุ่มวิทยุซึ่งเป็นการกระทำที่คุ้นเคย อนุประโยคทั้งหมดนี้เป็นการเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังใช้วิทยุจริง ๆ หรือมีปุ่มอยู่ในสมอง ในงานอธิบาย just like มักเป็นสัญญาณว่าจะมีตัวอย่างในชีวิตประจำวันมาช่วยให้นึกภาพแนวคิดที่ยากขึ้นได้

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคภาษาอังกฤษนี้: A firewall filters traffic just like a guard checks people at a gate. just like เกริ่นถึงอะไร?

  1. การอ้างว่าไฟร์วอลล์เป็นเจ้าหน้าที่จริง ๆ
  2. การเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายกระบวนการเชิงนามธรรม
  3. คำแนะนำสำหรับการเข้าอาคาร
ดูคำตอบ

การเปรียบเทียบที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายกระบวนการเชิงนามธรรม

The brain modifies neural activity

2:48

สมองปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบประสาท

while also tweaking the tuning knob to get a clearer signal. การใช้คำ

2:51

ในขณะเดียวกันก็ปรับปุ่มจูนเนอร์เพื่อให้ได้สัญญาณที่ชัดเจนขึ้น

การใช้คำ

tweaking the tuning knob: การปรับเล็กน้อยอย่างละเอียด

ในที่นี้ tweaking the tuning knob หมายถึงการปรับปุ่มจูนของวิทยุเพียงเล็กน้อยและอย่างระมัดระวัง เพื่อให้สัญญาณชัดขึ้น คำว่า tweak เน้นการปรับอย่างละเอียด ไม่ใช่การเปลี่ยนครั้งใหญ่หรือเปลี่ยนอุปกรณ์ วลีนี้สานต่ออุปมาเรื่องวิทยุ โดยเปรียบการควบคุมของสมองกับการปรับสัญญาณอย่างละเอียด ปุ่มจูนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเปรียบเทียบ ไม่ใช่ปุ่มจริง ๆ ที่อยู่ในสมอง

แบบฝึกหัด

ถ้ามีคนพูดว่า “I tweaked the camera settings” น่าจะเกิดอะไรขึ้นมากที่สุด?

  1. ฉันปล่อยการตั้งค่าทุกอย่างไว้เหมือนเดิมทุกประการ
  2. ฉันปรับบางอย่างเล็กน้อยเพื่อให้ภาพดีขึ้น
  3. ฉันเปลี่ยนกล้องเป็นรุ่นที่แตกต่างไปอย่างสิ้นเชิง
ดูคำตอบ

ฉันปรับบางอย่างเล็กน้อยเพื่อให้ภาพดีขึ้น

Increasing this background neural activity is intended to help you process weak auditory inputs, วลี

2:56

การเพิ่มกิจกรรมประสาทส่วนหลังนี้มีจุดประสงค์เพื่อช่วยคุณประมวลผลอินพุตทางการได้ยินที่อ่อนแอ

but it can also modify your baseline for silence,

3:04

แต่มันก็อาจเปลี่ยนแปลงระดับความเงียบพื้นฐานของคุณด้วย

such that a lack of sound no longer sounds silent at all. ไวยากรณ์

3:07

จนกระทั่งการไม่มีเสียงไม่ได้ฟังดูเงียบอีกต่อไป

วลี

is intended to help: จุดประสงค์ที่วางไว้ ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกัน

be intended to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกจุดประสงค์ที่วางไว้ของสิ่งหนึ่ง ใน is intended to help ประธานคือกระบวนการเพิ่มกิจกรรมของระบบประสาทพื้นหลัง และ help นำเข้าสู่จุดประสงค์ที่กระบวนการนี้ควรทำให้เกิดขึ้น โครงสร้างนี้บอกเจตนาหรือจุดประสงค์ในการออกแบบ ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ ส่วน but ที่ตามมาแสดงว่ากระบวนการเดียวกันอาจก่อให้เกิดผลที่ไม่พึงประสงค์ได้ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ be intended to help: The checklist ____ you remember each step.

ดูคำตอบ

is intended to help

ไวยากรณ์

such that: นำเข้าสู่สภาพที่เป็นผลตามมา

such that เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้าเข้ากับอนุประโยคสมบูรณ์ที่บอกผลลัพธ์หรือสภาพที่เกิดขึ้น ที่นี่ การเปลี่ยนเกณฑ์พื้นฐานของความเงียบทำให้ภาวะไม่มีเสียงไม่ถูกรับรู้ว่าเป็นความเงียบอีกต่อไป ให้มอง such that เป็นคำเชื่อมหนึ่งชุด ไม่ใช่แยก such กับ that ออกจากกัน สำนวนนี้ค่อนข้างเป็นทางการและพบบ่อยในคำอธิบายด้านวิทยาศาสตร์หรือเทคนิค โดยตัวมันเองไม่ได้บอกว่าผลลัพธ์นั้นเกิดขึ้นโดยตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The temperature dropped, such that ice formed on the road.” คำว่า such that ทำหน้าที่อะไร?

  1. นำเข้าสู่ผลจากอุณหภูมิที่ลดลง
  2. บอกจุดประสงค์ของการลดอุณหภูมิ
  3. เปรียบต่างอุณหภูมิกับถนน
ดูคำตอบ

นำเข้าสู่ผลจากอุณหภูมิที่ลดลง

ไวยากรณ์

no longer sounds ... at all: การเปลี่ยนแปลงอย่างสิ้นเชิงของสิ่งที่ได้ยิน

no longer บอกว่าสภาวะหนึ่งเคยเป็นจริงมาก่อน แต่ตอนนี้ไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว ส่วน at all ช่วยเน้นความหมายปฏิเสธ ดังนั้น no longer sounds silent at all จึงหมายถึง ตอนนี้ประสบการณ์นั้นไม่ให้ความรู้สึกเงียบเลย ในที่นี้ sounds เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ฟังดู” และตามด้วยคำคุณศัพท์ silent ไม่ใช่รูปพหูพจน์ของคำนาม sound

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย no longer sounds ... at all ให้สมบูรณ์: After the repair, the fan ____ noisy ____.

ดูคำตอบ

no longer sounds · at all

This is called subjective tinnitus,

3:12

สิ่งนี้เรียกว่าอาการเสียงในหูแบบอัตวิสัย (Subjective tinnitus)

and it accounts for the vast majority of tinnitus cases. วลี

3:15

และมันคิดเป็นกรณีส่วนใหญ่ของภาวะเสียงในหู

วลี

accounts for the vast majority of: การบอกสัดส่วน

accounts for ในที่นี้หมายถึง “คิดเป็น” หรือ “เป็นสัดส่วนหนึ่งของ” จำนวนทั้งหมด ส่วน the vast majority of หมายถึงส่วนที่ใหญ่มากของกลุ่ม ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกว่าอาการหูอื้อแบบอัตวิสัยคิดเป็นสัดส่วนที่สูงมากของกรณีหูอื้อทั้งหมด หากต้องการแยกความหมายด้านสัดส่วนของ account for ให้ดูว่าหลังวลีนี้มีตัวเลข เปอร์เซ็นต์ สัดส่วน ยอดรวม หรือกลุ่มหรือไม่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ account for ในความหมายว่า “คิดเป็นสัดส่วน”

  1. A power cut accounts for the delay.
  2. Online orders account for 60 percent of the shop's sales.
ดูคำตอบ

Online orders account for 60 percent of the shop's sales.

Subjective tinnitus is a symptom associated with practically every known ear disorder, วลี

3:19

อาการเสียงในหูแบบอัตวิสัยเป็นอาการที่เกี่ยวข้องกับความผิดปกติของหูแทบทุกชนิดที่รู้จักกัน

but it isn't necessarily a bad thing. ไวยากรณ์

3:25

แต่มันไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องแย่เสมอไป

วลี

associated with practically every ...: ความเกี่ยวข้องในวงกว้าง ไม่ใช่สาเหตุ

associated with practically every known ear disorder หมายความว่า ภาวะหูอื้อแบบอัตวิสัยเกี่ยวข้องกับโรคหูที่รู้จักเกือบทุกชนิด ในที่นี้ practically หมายถึง “แทบจะ” หรือ “เกือบ” ไม่ได้หมายถึง “ในทางปฏิบัติ” associated with บอกว่ามีความเชื่อมโยงกันหรือสองสิ่งมักเกิดร่วมกัน แต่ตัวคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าโรคหูเป็นสาเหตุของอาการดังกล่าว

แบบฝึกหัด

งานวิจัยชิ้นหนึ่งพบความเชื่อมโยงระหว่างการนอนหลับไม่ดีกับคะแนนสอบที่ต่ำลง แต่ไม่ได้พิสูจน์ความสัมพันธ์แบบเหตุและผล ประโยคใดรายงานผลได้ถูกต้อง?

  1. The study found that poor sleep was associated with lower test scores.
  2. The study found that poor sleep was the same as lower test scores.
  3. The study proved that poor sleep caused every low test score.
ดูคำตอบ

The study found that poor sleep was associated with lower test scores.

ไวยากรณ์

isn't necessarily: ปฏิเสธความแน่นอน ไม่ใช่ความเป็นไปได้

isn't necessarily หมายถึง “ไม่แน่ว่าจะเป็นเช่นนั้น” หรือ “ไม่ได้เป็นจริงในทุกกรณี” ในที่นี้ necessarily จำกัดข้อสรุปว่าสถานการณ์นั้นเป็นเรื่องไม่ดี ผู้พูดจึงยังเปิดรับความเป็นไปได้มากกว่าหนึ่งแบบ สำนวนนี้ไม่ได้หมายความว่า “มันไม่ใช่เรื่องไม่ดีอย่างแน่นอน” สถานการณ์อาจไม่ดีในบางกรณีและอาจไม่เป็นเช่นนั้นในกรณีอื่น ข้อสรุปเชิงลบจึงไม่ได้เกิดขึ้นโดยอัตโนมัติ

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าความเข้าใจนี้ถูกต้องหรือไม่: It isn't necessarily a bad thing หมายถึง “มันไม่ใช่เรื่องไม่ดีอย่างแน่นอน”

  1. เท็จ
  2. จริง
ดูคำตอบ

เท็จ

While its appearance can be surprising, ไวยากรณ์

3:28

ในขณะที่การปรากฏตัวของมันอาจทำให้ประหลาดใจ

subjective tinnitus has no inherently negative consequences,

3:30

แต่อาการเสียงในหูแบบอัตวิสัยก็ไม่มีผลเสียโดยเนื้อแท้

but for some, tinnitus episodes can trigger traumatic memories or otherwise distressing feelings, การใช้คำ

3:35

แต่สำหรับบางคน อาการเสียงในหูอาจกระตุ้นความทรงจำที่กระทบกระเทือนจิตใจหรือความรู้สึกเป็นทุกข์อื่นๆ

ไวยากรณ์

While its appearance can be surprising: while ที่แสดงการยอมรับก่อนแย้ง

ในที่นี้ While its appearance can be surprising เป็นอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อหนึ่งก่อนนำไปสู่ข้อสรุปที่ต่างออกไป โดยหมายถึง “แม้ว่าการปรากฏของอาการอาจทำให้ประหลาดใจ” ผู้เขียนยอมรับประเด็นนี้ก่อน แล้วจึงเสนอข้อกล่าวอ้างหลักที่สำคัญกว่า ในบริบทนี้ appearance หมายถึงการเกิดหรือปรากฏของอาการ ไม่ใช่รูปลักษณ์ การใช้ while แบบนี้ช่วยจัดความคิดเป็น “ยอมรับข้อหนึ่งก่อน แล้วบอกสิ่งที่ยังคงเป็นจริง” ไม่ได้หมายถึง “ในระหว่างที่”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ while ในความหมายว่า “แม้ว่า” ไม่ใช่ “ในระหว่างที่”

  1. While the task looks simple, it requires careful planning.
  2. She listened to music while she cleaned her room.
  3. While I was cooking, the phone rang.
ดูคำตอบ

While the task looks simple, it requires careful planning.

การใช้คำ

trigger traumatic memories: สิ่งกระตุ้นทำให้ความทรงจำที่เจ็บปวดกลับมา

ใน trigger traumatic memories คำว่า trigger หมายถึง “ทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์สะเทือนใจที่มีอยู่แล้วกลับมาหรือถูกกระตุ้นทางอารมณ์อีกครั้ง” เสียง กลิ่น ความรู้สึกทางร่างกาย หรือเหตุการณ์สามารถเป็นสิ่งกระตุ้นได้ คำนี้ไม่ได้หมายถึงไกปืนในที่นี้ Trigger เน้นสิ่งกระตุ้นที่ทำให้เกิดปฏิกิริยา ตัวคำเองไม่ได้หมายความว่ามีใครตั้งใจทำให้เกิดปฏิกิริยานั้น และในบริบทนี้มีความหมายเฉพาะเจาะจงกว่าคำกว้าง ๆ อย่าง cause

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ trigger ในความหมายว่าสิ่งกระตุ้นทำให้ความทรงจำเกี่ยวกับเหตุการณ์สะเทือนใจที่มีอยู่แล้วกลับมา

  1. The smell of smoke can trigger traumatic memories for some people.
  2. The detective examined the trigger of the old pistol.
  3. The committee's decision triggered a policy review.
ดูคำตอบ

The smell of smoke can trigger traumatic memories for some people.

which increase the sound's intrusiveness. การใช้คำ

3:42

ซึ่งจะเพิ่มการรบกวนของเสียงนั้น

การใช้คำ

the sound's intrusiveness: ระดับที่เสียงเข้ามารบกวนความสนใจโดยไม่พึงประสงค์

intrusiveness คือระดับที่บางสิ่งเข้ามาแย่งความสนใจของคนจนยากจะเพิกเฉย ในวลี the sound's intrusiveness รูปแสดงความเป็นเจ้าของชี้ว่าเสียงคือสิ่งที่ก่อให้เกิดการรบกวนทางจิตใจนั้น ในที่นี้ คำดังกล่าวบอกว่าเสียงหูอื้อให้ความรู้สึกรบกวนหรือดึงความสนใจมากเพียงใด ไม่ได้หมายถึงการบุกรุกเข้าไปในสถานที่จริง ๆ และไม่จำเป็นต้องหมายถึงระดับเสียงที่ดังขึ้น คำนามนี้ยังใช้บอกได้ว่าโฆษณา การแจ้งเตือน เทคโนโลยี หรือพฤติกรรมรบกวนความสนใจเพียงใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the sound's intrusiveness” หมายถึงอะไร

  1. ระดับที่เสียงเข้ามาแย่งความสนใจของคน
  2. ความแม่นยำในการบันทึกเสียง
  3. ระยะทางที่เสียงเดินทางไปในทางกายภาพ
ดูคำตอบ

ระดับที่เสียงเข้ามาแย่งความสนใจของคน

This psychological loop often leads to what's known as bothersome tinnitus, วลี

3:45

วงจรทางจิตวิทยานี้มักนำไปสู่สิ่งที่เรียกว่าภาวะเสียงในหูที่สร้างความรำคาญ (Bothersome tinnitus)

a condition that can exacerbate the symptoms of PTSD, การใช้คำ

3:50

ซึ่งเป็นภาวะที่อาจทำให้รุนแรงขึ้นกับอาการของ PTSD

การใช้คำ

exacerbate the symptoms of PTSD: ทำให้อาการ PTSD รุนแรงขึ้น

ในประโยคนี้ exacerbate หมายถึง “ทำให้ปัญหาที่มีอยู่แล้วรุนแรงขึ้น” ภาวะดังกล่าวไม่จำเป็นต้องเป็นสาเหตุของ PTSD แต่อาจทำให้อาการของ PTSD แย่ลงได้ Exacerbate เป็นสกรรมกริยา โดยปัจจัยหนึ่งสามารถทำให้ปัญหา อาการ หรือภาวะเจ็บป่วยรุนแรงขึ้นได้ PTSD ย่อมาจาก post-traumatic stress disorder หรือโรคเครียดหลังเหตุการณ์สะเทือนขวัญ ไม่ใช่ความเครียดทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำกริยาแบบเป็นทางการจากบทเรียนนี้: Lack of sleep can ____ existing anxiety symptoms.

ดูคำตอบ

exacerbate

insomnia, anxiety, and depression.

3:54

การนอนไม่หลับ ความวิตกกังวล และอาการซึมเศร้า

วลี

leads to what's known as bothersome tinnitus: นำไปสู่ภาวะที่เรียกว่าอาการหูอื้อที่รบกวนชีวิต

ใน leads to what's known as bothersome tinnitus คำว่า leads to ใช้นำเสนอผลลัพธ์ จากนั้น what's known as ใช้แนะนำชื่อที่ยอมรับกันของผลลัพธ์นั้น คือ bothersome tinnitus ในทางไวยากรณ์ what หมายถึง “สิ่งหรือภาวะที่...” ดังนั้น what's known as ... จึงทำหน้าที่คล้าย “ภาวะที่เรียกว่า...” ส่วน known as กล่าวถึงชื่อ ไม่ได้หมายความว่ามีบุคคลใดบุคคลหนึ่งรู้จักภาวะนั้น

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างทั้งหมดที่หมายถึง “ทำให้เกิดภาวะที่เรียกว่า...” ลงในประโยค: Long-term stress can ____ burnout.

ดูคำตอบ

lead to what's known as

There's no known cure for subjective tinnitus, วลี

3:58

ไม่มีวิธีรักษาที่เป็นที่รู้จักสำหรับอาการเสียงในหูแบบอัตวิสัย

so the most important thing doctors can do ไวยากรณ์

4:01

ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่แพทย์สามารถทำได้

is help people understand this auditory event

4:04

คือการช่วยให้ผู้คนเข้าใจเหตุการณ์ทางการได้ยินนี้

and develop neutral associations with these often distressing sounds. วลี

4:07

และพัฒนาความเชื่อมโยงที่เป็นกลางกับเสียงที่มักสร้างความรำคาญเหล่านี้

วลี

There's no known cure for...: ยังไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดที่เป็นที่รู้จักสำหรับ...

There's no known cure for ... หมายความว่าการแพทย์ในปัจจุบันยังไม่รู้วิธีที่จะทำให้ภาวะนั้นหายไป Known ทำให้คำกล่าวนี้ระมัดระวังขึ้น เพราะเป็นการบอกความรู้ที่มีอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่การยืนยันว่าจะไม่มีวิธีรักษาให้หายขาดตลอดไป Cure คือการทำให้โรคหรือภาวะนั้นหายไป ส่วน treatment อาจเป็นเพียงการควบคุมอาการหรือลดผลกระทบ ดังนั้น no known cure ไม่ได้หมายความว่าแพทย์ไม่สามารถช่วยอะไรได้เลย

แบบฝึกหัด

“There's no known cure for this condition” มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดว่าอย่างไร

  1. ปัจจุบันการแพทย์ยังไม่รู้วิธีทำให้ภาวะนี้หายไป แม้ว่าอาการอาจยังควบคุมได้
  2. ภาวะนี้ไม่สามารถได้รับความช่วยเหลือในทางใดเลย
  3. แพทย์รู้ว่าจะไม่มีวิธีรักษาใดเป็นไปได้ตลอดไป
ดูคำตอบ

ปัจจุบันการแพทย์ยังไม่รู้วิธีทำให้ภาวะนี้หายไป แม้ว่าอาการอาจยังควบคุมได้

ไวยากรณ์

the most important thing ... can do is + กริยารูปพื้นฐาน

นามวลี the most important thing doctors can do จัดให้การกระทำหนึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ส่วน doctors can do บอกว่ากำลังจัดลำดับการกระทำที่แพทย์สามารถทำได้ และ is help ระบุว่าการกระทำนั้นคืออะไร เนื่องจากอนุประโยคขยายข้างหน้ามี do หลัง is จึงใช้กริยารูปพื้นฐาน help โดยไม่มี to ได้ รูป is to help ก็ถูกไวยากรณ์เช่นกัน แต่ประโยคต้นฉบับใช้รูปที่พบบ่อยคือ is ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้ได้ถูกต้องเพื่อบอกการกระทำที่ควรให้ความสำคัญสูงสุด

  1. The most important thing you can do is stayed calm.
  2. The most important thing you can do is stay calm.
  3. The most important thing you can do stay calm.
ดูคำตอบ

The most important thing you can do is stay calm.

วลี

develop neutral associations with: ค่อย ๆ สร้างความเชื่อมโยงที่มีภาระทางอารมณ์น้อยลง

ในที่นี้ develop associations with หมายถึงค่อย ๆ สร้างความเชื่อมโยงทางความคิดหรืออารมณ์กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง Develop กล่าวถึงการเปลี่ยนแปลงตามเวลา ไม่ได้หมายถึงการออกแบบหรือผลิตสินค้า Neutral บอกประเภทของความเชื่อมโยงที่กำลังก่อตัว กล่าวคือเป็นความเชื่อมโยงที่ไม่เป็นลบหรือชวนให้ตื่นกลัวอย่างรุนแรง ไม่ได้หมายความว่าเสียงหายไป หรือบุคคลนั้นแกล้งทำเป็นว่าเสียงไม่มีอยู่จริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ develop associations with เพื่อบอกว่าความเชื่อมโยงทางความคิดค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นตามเวลา

  1. Mia placed the dentist's office next to the pharmacy.
  2. After several relaxed visits, Mia developed positive associations with the dentist's office.
  3. The engineer developed a new device with the research team.
ดูคำตอบ

After several relaxed visits, Mia developed positive associations with the dentist's office.

For example, sound therapy uses noises like rain, ลำดับความ

4:12

ตัวอย่างเช่น การบำบัดด้วยเสียงจะใช้เสียงรบกวนเช่นเสียงฝน

birdsong, or music to mask tinnitus and reduce stress. การใช้คำ

4:17

เสียงนกร้อง หรือเพลง เพื่อกลบเสียงในหูและลดความเครียด

ลำดับความ

For example เพื่อเกริ่นเข้าสู่กรณีเฉพาะ

For example เป็นสัญญาณว่าผู้เขียนกำลังเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปสู่กรณีที่เฉพาะเจาะจงซึ่งช่วยสนับสนุนหรืออธิบายประเด็นนั้น ในประโยคนี้ sound therapy คือกรณีตัวอย่างของการรักษา เวลาอ่าน ให้มองข้อมูลหลังคำเชื่อมนี้ว่าเป็นตัวอย่างประกอบ ไม่จำเป็นต้องเป็นรายการที่ครบทั้งหมด เสียงต่าง ๆ ที่กล่าวถึงต่อมาเป็นตัวอย่างย่อยภายในตัวอย่างใหญ่เรื่องการบำบัดด้วยเสียง

แบบฝึกหัด

For example ทำหน้าที่จัดข้อมูลอย่างไรในประโยคนี้?

  1. ใช้แก้ไขประเด็นก่อนหน้าและแทนที่ด้วยข้อกล่าวอ้างใหม่
  2. ใช้บอกว่าการอภิปรายมาถึงบทสรุปสุดท้ายแล้ว
  3. ใช้เกริ่นกรณีเฉพาะหนึ่งกรณีที่แสดงประเด็นทั่วไปซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นกรณีเฉพาะหนึ่งกรณีที่แสดงประเด็นทั่วไปซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า

การใช้คำ

to mask tinnitus and reduce stress: กลบเสียงจากภาวะหูอื้อและลดความเครียด

ในบริบทเกี่ยวกับเสียงนี้ mask tinnitus หมายถึงการใช้เสียงอื่นเพื่อทำให้เสียงกริ่งหรือเสียงหึ่งจากภาวะหูอื้อสังเกตได้น้อยลง คำว่า mask เป็นคำกริยาในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่ใช้ปิดหน้า และไม่ได้หมายความว่าอาการหูอื้อหายไปแล้ว วลี infinitive to mask tinnitus and reduce stress บอกจุดประสงค์สองอย่างของเสียงเหล่านั้น โดย to เพียงคำเดียวใช้กับคำกริยาที่เชื่อมกันสองคำคือ mask และ reduce หมายความว่าเสียงเหล่านั้นถูกใช้เพื่อทำทั้งสองอย่าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ mask ในความหมายว่า “เพิ่มเสียงอื่นเพื่อทำให้เสียงหนึ่งสังเกตได้น้อยลง”?

  1. An app measures the office chatter and reports its volume.
  2. The office closes, so the chatter stops completely.
  3. A white-noise machine masks the office chatter, making it less noticeable.
ดูคำตอบ

A white-noise machine masks the office chatter, making it less noticeable.

One form, called informational masking, ไวยากรณ์

4:22

รูปแบบหนึ่งที่เรียกว่าการกลบเสียงด้วยข้อมูล (Informational masking)

uses soothing complex auditory signals

4:25

ใช้สัญญาณเสียงที่ซับซ้อนและผ่อนคลาย

that distract the brain from the tinnitus sound. วลี

4:29

เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของสมองจากเสียงในหู

ไวยากรณ์

called informational masking: วลีแทรกเพื่อบอกชื่อ

called informational masking เป็นวลี past participle ที่แทรกหลัง One form เพื่อบอกชื่อของรูปแบบนั้น และสามารถขยายเป็น which is called informational masking ได้ เนื่องจากวลีนี้เพียงให้ข้อมูลชื่อเพิ่มเติม called จึงไม่ใช่กริยาหลัก โครงสร้างหลักของประโยคคือ One form uses... โดย uses เป็นกริยาหลัก รูปแบบกระชับนี้พบบ่อยในบทความอธิบายที่แนะนำประเภท วิธีการ หรือคำศัพท์

แบบฝึกหัด

เติม past participle ของ call เพื่อแทรกชื่อของคุณสมบัติ: One safety feature, ____ automatic braking, helps prevent crashes.

ดูคำตอบ

called

วลี

distract the brain from the tinnitus sound: โครงสร้าง distract A from B

distract A from B หมายถึงดึงความสนใจของ A ออกจาก B ในประโยคนี้ A คือ the brain และ B คือ the tinnitus sound ดังนั้นเสียงอื่น ๆ จึงทำให้เสียงหูอื้อไม่เป็นจุดสนใจหลักของสมอง วลีหลัง from คือสิ่งที่ความสนใจกำลังออกห่าง ไม่ใช่เป้าหมายใหม่ หากต้องการบอกทั้งจุดสนใจเดิมและจุดสนใจใหม่ ภาษาอังกฤษมักใช้ redirect attention from B to C

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อทำโครงสร้าง distract A from B ให้สมบูรณ์: The puzzle distracted Maya ____ her worries.

ดูคำตอบ

from

Another, called energetic masking,

4:32

อีกรูปแบบหนึ่งเรียกว่าการกลบเสียงด้วยพลังงาน (Energetic masking)

uses sounds with the same frequency as the patient's tinnitus วลี

4:34

ใช้เสียงที่มีความถี่เดียวกับเสียงในหูของผู้ป่วย

to occupy the neurons that would otherwise deliver the tinnitus signal. ไวยากรณ์

4:38

เพื่อเข้าครอบครองเซลล์ประสาทที่อาจทำหน้าที่ส่งสัญญาณเสียงในหูแทน

วลี

the same frequency as: คุณสมบัติหนึ่งที่เหมือนกันทุกประการ

โครงสร้าง the same + คำนาม + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ บอกว่าสองสิ่งมีคุณสมบัติที่ระบุเหมือนกันทุกประการ ในประโยคนี้ เสียงที่ใช้มีความถี่เท่ากับเสียงหูอื้อของผู้ป่วย ในโครงสร้างนี้ as ใช้นำสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ได้แปลว่า “เพราะว่า” สามารถใช้กรอบเดียวกันกับคุณสมบัติอย่าง size, speed หรือ pattern ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง the same ... as เพื่อบอกว่าเหมือนกันทุกประการ: The replacement screen should have ____ the original.

ดูคำตอบ

the same size as

ไวยากรณ์

would otherwise deliver: ผลที่จะเกิดขึ้นหากไม่มีการแทรกแซง

would otherwise + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากไม่มีการกระทำหรือเงื่อนไขที่กล่าวถึง ในประโยคนี้ การให้เซลล์ประสาททำงานกับเสียงอื่นช่วยป้องกันผลนั้น หากไม่มีการแทรกแซงนี้ เซลล์ประสาทก็จะส่งสัญญาณหูอื้อ otherwise เพิ่มเงื่อนไข “หากไม่เป็นเช่นนั้น” ที่ไม่ได้พูดออกมาตรง ๆ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเพียง “ด้วย” และไม่ได้ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแบตเตอรี่สำรองช่วยป้องกันไม่ให้อุปกรณ์ปิดลง

  1. The backup battery powers equipment in a different room.
  2. The backup battery powers equipment that would otherwise shut down.
  3. The backup battery powers equipment that had already shut down.
ดูคำตอบ

The backup battery powers equipment that would otherwise shut down.

Practiced alongside counseling, ไวยากรณ์

4:43

เมื่อทำควบคู่ไปกับการให้คำปรึกษา

these interventions allow people to reevaluate their relationship with tinnitus. การใช้คำ

4:45

การแทรกแซงเหล่านี้ช่วยให้ผู้คนได้ประเมินความสัมพันธ์ของตนเองกับภาวะเสียงในหูใหม่

ไวยากรณ์

Practiced alongside counseling: อนุประโยคเงื่อนไขแบบย่อ

Practiced alongside counseling เป็นวลีกริยาช่องสามที่วางไว้ต้นประโยค ใช้บอกเงื่อนไขหรือบริบทที่ทำให้ผลลัพธ์ด้านหลังเกิดขึ้น กล่าวคือ การบำบัดเหล่านี้ให้ผลเช่นนี้เมื่อใช้ควบคู่กับการให้คำปรึกษา รูปเต็มคือ When these interventions are practiced alongside counseling, they allow people to reevaluate their relationship with tinnitus. ประธานที่เข้าใจร่วมกันของ practiced คือประธานของประโยคหลัก these interventions ไม่ใช่ people สิ่งที่ถูกนำไปใช้คือการบำบัด ส่วนผู้คนคือผู้ที่ทบทวนการตอบสนองของตนในภายหลัง

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่วลีกริยาช่องสามต้นประโยคเชื่อมกับประธานที่เข้าใจร่วมกันได้ถูกต้อง

  1. Used alongside regular exercise, mobility may improve for patients.
  2. Used alongside regular exercise, the treatment can improve mobility.
  3. Used alongside regular exercise, patients may improve their mobility.
ดูคำตอบ

Used alongside regular exercise, the treatment can improve mobility.

การใช้คำ

reevaluate their relationship with tinnitus: ประเมินความสัมพันธ์เชิงนามธรรมกับอาการหูอื้อใหม่

relationship with ไม่ได้ใช้พูดถึงความสัมพันธ์ระหว่างคนเท่านั้น ในที่นี้ their relationship with tinnitus หมายถึงรูปแบบที่คนคิดถึง ให้ความสนใจ และตอบสนองทางอารมณ์ต่ออาการหูอื้อ reevaluate หมายถึงการตรวจดูรูปแบบนั้นอีกครั้งและอาจปรับเปลี่ยน วลีนี้สื่อถึงการเรียนรู้วิธีใหม่ในการเข้าใจและตอบสนองต่ออาการหูอื้อ ไม่ใช่การปฏิเสธหรือทำให้อาการหายไปทันที โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งที่เป็นนามธรรม เช่น เงิน งาน หรือเทคโนโลยีได้

แบบฝึกหัด

reevaluate their relationship with tinnitus ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ทบทวนว่าพวกเขาเข้าใจและตอบสนองต่ออาการหูอื้ออย่างไร
  2. เริ่มสนทนาส่วนตัวกับอาการหูอื้อ
  3. ยืนยันว่าอาการหูอื้อหายไปโดยสมบูรณ์แล้ว
ดูคำตอบ

ทบทวนว่าพวกเขาเข้าใจและตอบสนองต่ออาการหูอื้ออย่างไร

Losing the sound of silence can be troubling,

4:52

การสูญเสียเสียงแห่งความเงียบสงบอาจทำให้กังวลใจ

to say the least. สำนวน

4:55

อย่างน้อยที่สุดก็ว่าได้

สำนวน

to say the least: เน้นความหมายด้วยการพูดให้เบาลง

to say the least ใช้ขยายความการประเมินที่อยู่ก่อนหน้า ในประโยคนี้ การบอกว่าการไม่ได้ยินความเงียบอีกเป็นเรื่อง troubling คือการพูดอย่างยั้งน้ำหนัก ความจริงอาจรบกวนใจมากกว่านั้นมาก นี่คือการพูดให้เบาลงเพื่อเน้นความหมาย ผู้พูดเลือกคำที่อ่อนกว่าก่อน แล้วสื่อว่าการประเมินที่แรงกว่านั้นก็สมเหตุสมผลเช่นกัน ไม่ได้หมายความว่า “อย่างน้อยต้องพูดคำเหล่านี้”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่พูดให้เบาลงเพื่อเน้นความหมายซึ่งเรียนในข้อนี้: The repair bill was shocking, ____.

ดูคำตอบ

to say the least

Tinnitus reveals that your brain is constantly analyzing the world around you,

4:56

ภาวะเสียงในหูเปิดเผยว่าสมองของคุณกำลังวิเคราะห์โลกรอบตัวอย่างต่อเนื่อง

even as it fails to filter its own internal noise. โน้ต

5:01

แม้ในขณะที่มันล้มเหลวในการกรองเสียงรบกวนภายในของมันเอง

ไวยากรณ์

even as: เหตุการณ์ที่เกิดพร้อมกันแต่ขัดแย้งกัน

even as เชื่อมข้อความหลักเข้ากับอีกสถานการณ์หนึ่งที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ในประโยคนี้ สมองยังคงวิเคราะห์โลกภายนอก ขณะเดียวกันก็ไม่สามารถกรองเสียงรบกวนภายในของตัวเองได้ even เพิ่มความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงและความน่าประหลาดใจ ข้อเท็จจริงทั้งสองเป็นจริงพร้อมกัน แม้จะดูเหมือนสวนทางกัน ดังนั้นวลีนี้จึงไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกเวลาเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even as เพื่อแสดงเหตุการณ์สองอย่างที่ขัดแย้งกันและเกิดขึ้นพร้อมกัน?

  1. The store hired more workers because its sales were rising.
  2. The store hired more workers after its sales recovered.
  3. The store hired more workers even as its sales were falling.
ดูคำตอบ

The store hired more workers even as its sales were falling.

สำนวน

filter its own internal noise: การกรองสัญญาณที่ไม่ต้องการในเชิงนามธรรม

ในวลี filter its own internal noise คำว่า filter ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ โดยมองสมองเหมือนระบบที่แยกสัญญาณที่มีประโยชน์ออกจากสัญญาณที่ไม่ต้องการ ในที่นี้หมายถึงการกดหรือลดสัญญาณที่ไม่ควรเข้าถึงการรับรู้ ไม่ใช่การปล่อยของเหลวผ่านตัวกรองจริง internal noise หมายถึงสัญญาณรบกวนที่เกิดขึ้นภายในสมอง คำว่า noise ยังคงเชื่อมโยงกับเสียง แต่ยังมีความหมายกว้างกว่าในระบบข้อมูลว่าเป็นสัญญาณที่ไม่ต้องการ

แบบฝึกหัด

filter its own internal noise ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. เพิ่มสัญญาณทุกอย่างที่เกิดขึ้นภายในสมอง
  2. ปิดกั้นเสียงทั่วไปที่มาจากภายนอกร่างกาย
  3. ลดสิ่งรบกวนจากสัญญาณที่ไม่ต้องการซึ่งเกิดขึ้นภายในสมอง
ดูคำตอบ

ลดสิ่งรบกวนจากสัญญาณที่ไม่ต้องการซึ่งเกิดขึ้นภายในสมอง

In a sense, experiencing tinnitus ลำดับความ

5:05

ในแง่หนึ่ง การประสบกับภาวะเสียงในหู

is like eavesdropping on your brain talking to itself, สำนวน

5:08

ก็เหมือนกับการแอบฟังสมองของคุณกำลังพูดกับตัวเอง

though it may not be a conversation you want to hear. ไวยากรณ์

5:11

แม้ว่ามันอาจจะไม่ใช่บทสนทนาที่คุณอยากจะได้ยินก็ตาม

ลำดับความ

In a sense: จำกัดการเปรียบเทียบให้อยู่ในมุมมองหนึ่ง

In a sense หมายถึง เมื่อมองจากมุมหนึ่ง หรือ ในแง่หนึ่ง วลีนี้บอกผู้อ่านว่าสิ่งที่ตามมาเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยให้เข้าใจเรื่องนั้น ไม่ใช่คำกล่าวที่ถูกต้องในทุกรายละเอียด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากกลไกไปสู่การเปรียบเทียบเพื่อสรุป และยังทำให้การเปรียบเทียบไม่เด็ดขาดเกินไปด้วย กล่าวคือ อาการหูอื้อคล้ายกับการแอบฟังเฉพาะในความหมายเชิงเปรียบเทียบที่จำกัดเท่านั้น

แบบฝึกหัด

In a sense ที่ต้นประโยคนี้ส่งสัญญาณอะไร

  1. การเปรียบเทียบนี้เป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ตามตัวอักษรโดยไม่มีข้อจำกัด
  2. ผู้พูดกำลังกล่าวถึงประสาทสัมผัสทางกายทั้งห้า
  3. การเปรียบเทียบนี้มีประโยชน์เมื่อมองจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้ถูกต้องในทุกรายละเอียด
ดูคำตอบ

การเปรียบเทียบนี้มีประโยชน์เมื่อมองจากมุมหนึ่ง แต่ไม่ได้ถูกต้องในทุกรายละเอียด

สำนวน

is like eavesdropping on your brain talking to itself: อุปมาเปรียบสัญญาณภายใน

โครงสร้าง A is like B เปรียบเทียบประสบการณ์หนึ่งกับการกระทำหรือภาพที่คุ้นเคยกว่า ในที่นี้ การมีอาการหูอื้อถูกเปรียบกับการแอบฟังสมองคุยกับตัวเอง โดยจินตนาการว่ากิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในสมองเป็นบทสนทนาส่วนตัวที่เราแอบได้ยิน สมองไม่ได้พูดจริง ๆ และไม่มีบทสนทนาจริงเกิดขึ้น การทำให้สมองมีลักษณะเหมือนคนนี้เปลี่ยนกระบวนการที่มองไม่เห็นให้เป็นภาพที่ชัดเจน กล่าวคือ เสียงนั้นให้ความรู้สึกราวกับว่ามาจากการพูดคุยส่วนตัวภายในสมอง

แบบฝึกหัด

อุปมาที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ประโยคนี้บอกว่าอาการหูอื้อเกิดจากคนที่อยู่ใกล้ ๆ พูดเบาเกินไป
  2. ประโยคนี้วาดภาพกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในสมองเป็นบทสนทนาส่วนตัวที่ผู้ฟังสามารถแอบได้ยิน
  3. ประโยคนี้บอกว่าสมองกำลังสนทนาเป็นภาษาอังกฤษออกมาจริง ๆ
ดูคำตอบ

ประโยคนี้วาดภาพกิจกรรมที่เกิดขึ้นภายในสมองเป็นบทสนทนาส่วนตัวที่ผู้ฟังสามารถแอบได้ยิน

ไวยากรณ์

though: การเติมข้อสงวนเชิงยอมรับข้อเท็จจริง

Though ใช้นำหน้าอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่จำกัดหรือขัดแย้งกับใจความหลัก ประโยคนี้เริ่มด้วยการนำเสนออาการหูอื้อผ่านอุปมาเรื่องบทสนทนาที่น่าสนใจ แล้วจึงเสริมว่าบทสนทนานี้อาจไม่ใช่สิ่งที่อยากได้ยิน ในที่นี้ though อยู่ต้นอนุประโยคของตัวเอง แต่อนุประโยค though ทั้งหมดอยู่หลังประโยคหลัก ตำแหน่งนี้ทำให้ข้อสงวนฟังดูเบาลงและเหมือนเป็นความคิดเห็นที่เสริมขึ้นระหว่างการสนทนา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ though ได้ถูกต้องเพื่อเติมข้อสงวนเชิงยอมรับข้อเท็จจริงหลังประโยคหลัก

  1. The plan though because it may take several weeks.
  2. Though the plan sounds simple, but it may take several weeks.
  3. The plan sounds simple, though it may take several weeks.
ดูคำตอบ

The plan sounds simple, though it may take several weeks.

As mentioned in this video,

5:16

ดังที่กล่าวไว้ในวิดีโอนี้

tinnitus can be particularly difficult for those struggling with PTSD, วลี

5:18

ภาวะเสียงในหูอาจเป็นเรื่องยากเป็นพิเศษสำหรับผู้ที่ต้องต่อสู้กับ PTSD

วลี

those struggling with PTSD: ผู้ที่รับมือกับ PTSD ได้อย่างยากลำบาก

ในประโยคนี้ those หมายถึงคนกลุ่มนั้น และวลี participle struggling with PTSD ระบุว่ากำลังพูดถึงคนกลุ่มใด วลีทั้งหมดหมายถึงผู้ที่รับมือกับ PTSD ได้อย่างยากลำบาก เมื่อใช้ struggle with กับภาวะ ปัญหา หรือแรงกดดัน จะไม่ได้หมายถึงการต่อสู้กันทางร่างกาย เมื่อเทียบกับ people with PTSD สำนวนนี้เน้นความยากลำบากที่คนเหล่านั้นกำลังเผชิญอยู่มากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่กำหนด those struggling with: The support group welcomes ____ anxiety.

ดูคำตอบ

those struggling with

but what exactly is this disorder,

5:23

แต่ความผิดปกตินี้คืออะไรกันแน่

and what steps can be taken to help those suffering from it? ไวยากรณ์

5:26

และจะมีขั้นตอนใดบ้างเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ทนทุกข์ทรมานจากโรคนี้

ไวยากรณ์

what steps can be taken to help: คำถามกรรมวาจกแบบเป็นทางการ

ในคำถามนี้ steps หมายถึงมาตรการหรือการดำเนินการ รูปแบบ what steps can be taken to help ... ใช้ถามอย่างเป็นทางการว่าสามารถดำเนินการใดเพื่อให้ความช่วยเหลือได้บ้าง can be taken เป็นโครงสร้างกรรมวาจก can + be + กริยาช่องที่สาม โดยไม่ระบุผู้กระทำและเน้นที่มาตรการ จึงเหมาะเมื่อยังไม่ทราบว่าใครหรือหน่วยงานใดรับผิดชอบ หรือเมื่อผู้รับผิดชอบไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างกรรมวาจกแบบเป็นทางการได้ถูกต้องเพื่อถามถึงการดำเนินการที่เป็นไปได้

  1. What steps can taken to reduce food waste?
  2. What steps can be took to reduce food waste?
  3. What steps can be taken to reduce food waste?
ดูคำตอบ

What steps can be taken to reduce food waste?

Learn more with this video,

5:30

เรียนรู้เพิ่มเติมได้จากวิดีโอนี้

or check out this video for advice on coping with insomnia.

5:32

หรือดูวิดีโอนี้สำหรับคำแนะนำในการรับมือกับอาการนอนไม่หลับ