💗💗💗 วิทยาศาสตร์ของการตกหลุมรัก ⏲️ 6 Minute English: บทเรียนภาษาอังกฤษ
BBC Learning English
ภาพรวมวิดีโอ: คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ว่าฮอร์โมนมีอิทธิพลต่อความใคร่และแรงดึงดูดอย่างไร เหตุใดโดพามีนจึงทำให้ความสัมพันธ์ครั้งใหม่คล้ายการเสพติด และการสบตากันทำให้จังหวะหัวใจของคู่รักสอดคล้องกันได้อย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Thanks for ruining — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่านี่เป็นคำขอบคุณเชิงประชดแบบหยอกล้อ ไม่ใช่ความซาบซึ้งใจจริง ผู้เรียนจะจับได้ว่าผู้พูดกำลังแสดงอย่างขบขันว่าอีกฝ่ายทำลายความคิดแสนโรแมนติก และนำรูปแบบนี้ไปใช้ได้เมื่อความสนิทสนมและน้ำเสียงทำให้เจตนาประชดชัดเจน 2. may feel purely carnal, but in fact, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้กรอบเปรียบต่างนี้เพื่อยอมรับความรู้สึกหรือภาพที่เห็นในเบื้องต้น ก่อนเปลี่ยนไปสู่คำอธิบายที่แม่นยำกว่า ช่วยเรียบเรียงเหตุผลหรือเนื้อหาเชิงวิทยาศาสตร์ในแนวว่า “อาจดูเหมือนเป็นเช่นนั้น แต่กลไกที่แท้จริงแตกต่างออกไป” 3. become stuck in a loop. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจว่าไม่ได้หมายถึงการติดอยู่ในสถานที่จริง แต่เป็นการค่อย ๆ ตกเข้าไปในวงจรพฤติกรรมซ้ำที่เลิกได้ยาก สามารถใช้กล่าวถึงนิสัย รูปแบบความคิด หรือการไล่ตามประสบการณ์ที่ให้ความสุขและรางวัลซ้ำแล้วซ้ำอีก
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hello, this is 6 Minute English from BBC Learning English.
0:07สวัสดี นี่คือ 6 Minute English จาก BBC Learning English
Head over heels, butterflies in the tummy, the apple of my eye. สำนวน
0:13ตกหลุมรักหัวปักหัวปำ, รู้สึกหวิวๆ ในท้อง, แก้วตาดวงใจ
head over heels: ตกหลุมรักอย่างหัวปักหัวปำ
head over heels เป็นสำนวนที่หมายถึงตกหลุมรักใครสักคนอย่างลึกซึ้งหรือหลงใหลอย่างมาก ในรายการสำนวนเกี่ยวกับความรักนี้ สำนวนนี้สื่อถึงความรู้สึกโรแมนติกที่รุนแรง ไม่ได้บอกตำแหน่งศีรษะและเท้าของคนจริง ๆ ให้ใช้เป็นกลุ่มคำตายตัว รูปแบบที่พบบ่อยคือ be head over heels in love with someone และ fall head over heels for someone
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง 'ตกหลุมรักอย่างลึกซึ้ง': Jordan is ____ in love with Casey.
ดูคำตอบ
head over heels
butterflies in the tummy: ความประหม่าและความตื่นเต้น
butterflies in the tummy เป็นภาพเปรียบเทียบถึงความรู้สึกปั่นป่วนเบา ๆ ในท้องเมื่อรู้สึกประหม่า ตื่นเต้น คาดหวัง หรือชอบใครสักคน ในรายการสำนวนเกี่ยวกับความรักนี้ สำนวนนี้สื่อถึงความประหม่าหรือความตื่นเต้นในเรื่องรัก ไม่ได้หมายถึงผีเสื้อจริง ๆ หรือปัญหาการย่อยอาหาร ในประโยคเต็ม รูปแบบที่ใช้ทั่วไปคือ have/get butterflies in + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + tummy/stomach เช่น I get butterflies in my stomach
แบบฝึกหัด
ประโยคภาษาอังกฤษ "I had butterflies in my stomach before the speech" หมายความว่าอย่างไร?
- ฉันเห็นผีเสื้อใกล้เวที
- ฉันรู้สึกประหม่าหรือตื่นเต้น
- ฉันปวดท้องตามปกติ
ดูคำตอบ
ฉันรู้สึกประหม่าหรือตื่นเต้น
the apple of my eye: คนที่รักและหวงแหนมาก
ในประโยคนี้ the apple of my eye หมายถึง “คนที่ฉันรักและหวงแหนมาก” เป็นสำนวน โดย apple ไม่ได้หมายถึงผลไม้ และต้องเข้าใจทั้งวลีรวมกัน คำแสดงความเป็นเจ้าของบอกว่าเป็นคนพิเศษของใคร เมื่อมุมมองเปลี่ยน ให้เปลี่ยน my เป็น your, his, her, our, their หรือรูปแสดงความเป็นเจ้าของแบบอื่น คนคนนั้นอาจเป็นคู่รัก ลูก หรือคนอื่นที่รักมากก็ได้
แบบฝึกหัด
คุณย่าหรือคุณยายกำลังพูดถึงหลานสาวของตนเอง เติมประโยคโดยใช้ the apple of someone's eye: My granddaughter is ____.
ดูคำตอบ
the apple of my eye
In English, there are many idioms to describe what it feels like to fall in love. ไวยากรณ์
0:19ในภาษาอังกฤษ มีสำนวนมากมายที่ใช้อธิบายความรู้สึกเมื่อตกหลุมรัก
what it feels like to... ในอนุประโยคซ้อน
what it feels like to fall in love หมายถึง “ประสบการณ์หรือความรู้สึกของการตกหลุมรักเป็นอย่างไร” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what ทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ describe จึงเป็นส่วนหนึ่งของประโยคใหญ่ ไม่ใช่คำถามโดยตรง เมื่ออยู่ในประโยคใหญ่ ใช้โครงสร้าง what it feels like to + คำกริยารูปพื้นฐาน อนุประโยคนี้คงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ it feels ไม่ใช่ does it feel ในที่นี้ it ชี้ไปยังประสบการณ์ที่ระบุด้วย to fall in love
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้อนุประโยคซ้อนหลัง describe ได้ถูกต้อง
- Can you describe what does it feel like to win a championship?
- Can you describe what feels it like to win a championship?
- Can you describe what it feels like to win a championship?
ดูคำตอบ
Can you describe what it feels like to win a championship?
Ah, I didn't know you were such a romantic Neil. น้ำเสียง/เจตนา
0:24อ่า ฉันไม่รู้เลยว่าคุณเป็นคนโรแมนติกขนาดนี้ นีล
such a romantic: นามวลีที่ใช้หยอกอย่างเป็นกันเอง
ใน such a romantic คำว่า romantic เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ หมายถึง “คนที่โรแมนติก” โครงสร้าง such a + คำนามนับได้เอกพจน์ช่วยเน้นคำบรรยาย โดยนำเสนอนีลว่าเป็นคนประเภทที่โรแมนติกมาก ในที่นี้ I didn't know... แสดงความประหลาดใจแบบขำ ๆ ผู้พูดกำลังหยอกนีลเบา ๆ หลังจากได้ยินเขาพูดเรื่องความรัก ไม่ได้ตำหนิเขาหรือบอกว่าเขาเป็นคู่รักของใคร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ such a และคำนาม romantic: Lena writes love poems for every anniversary. I never knew she was ____!
ดูคำตอบ
such a romantic
But do you know what's actually happening in our brains when we fall in love? ลำดับความ
0:28แต่คุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้วเกิดอะไรขึ้นในสมองของเราเมื่อเราตกหลุมรัก
what's actually happening in our brains: การเปลี่ยนเข้าสู่หัวข้อวิทยาศาสตร์
คำถามที่อยู่ภายในคำถามใหญ่กว่าอย่าง what's actually happening in our brains ระบุจุดสนใจใหม่ คือกระบวนการทางกายภาพที่เกิดขึ้นจริงเบื้องหลังการตกหลุมรัก คำว่า actually และ in our brains เปลี่ยนการสนทนาจากสำนวนโรแมนติกไปสู่คำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ การนำคำถามนี้ไปวางในกรอบ But do you know...? ช่วยกระตุ้นความอยากรู้และส่งสัญญาณเปลี่ยนหัวข้อ ผู้พูดไม่ได้เพียงขอข้อมูล แต่ยังกำหนดคำถามที่รายการในส่วนถัดไปจะตอบด้วย
แบบฝึกหัด
ส่วนที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายของผู้พูด
- เปลี่ยนความสนใจจากภาษาโรแมนติกไปยังกระบวนการจริงในสมอง
- ขอรายการสำนวนโรแมนติกเพิ่มเติม
- ส่งสัญญาณว่าการสนทนาจบแล้วและไม่ต้องการคำตอบ
ดูคำตอบ
เปลี่ยนความสนใจจากภาษาโรแมนติกไปยังกระบวนการจริงในสมอง
but it's more about brain chemistry than romance. ไวยากรณ์
0:35แต่มันเป็นเรื่องของเคมีในสมองมากกว่าความโรแมนติก
I'm sorry to say this: ถ้อยคำสุภาพก่อนบอกข้อมูลที่ไม่น่ายินดี
“I'm sorry to say this” เป็นถ้อยคำสุภาพที่ใช้เกริ่นก่อนข้อมูลซึ่งอาจทำให้ผู้ฟังผิดหวัง หรือขัดกับสิ่งที่ผู้ฟังหวังหรือเชื่อ ในที่นี้ผู้พูดกำลังจะเปลี่ยนมุมมองอันโรแมนติกของนีลให้เป็นคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ ผู้พูดไม่ได้กำลังขอโทษเป็นหลักจากการทำผิดร้ายแรง วลีนี้แสดงความเสียใจที่ต้องบอกข้อความดังกล่าว และ “but” ใช้นำเข้าสู่ประเด็นที่ไม่น่ายินดีซึ่งตามมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “I'm sorry to say this” เป็นถ้อยคำสุภาพก่อนบอกข้อมูลที่ไม่น่ายินดีได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I'm sorry to say this, so please enjoy your holiday.
- I'm sorry to say this, but your application was not successful.
- I'm sorry to say this, and the café serves excellent coffee.
ดูคำตอบ
I'm sorry to say this, but your application was not successful.
more about A than B: ชี้จุดสำคัญที่แท้จริง
ใน “more about brain chemistry than romance” คำว่า “about” เชื่อมเรื่องที่พูดถึงเข้ากับวิธีอธิบายเรื่องนั้น ส่วน “more ... than ...” จัดลำดับวิธีทำความเข้าใจสองแบบ โดยนำเสนอว่าเคมีในสมองเป็นแก่นสำคัญมากกว่าความโรแมนติก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “It's more about A than B” ซึ่งใช้กำหนดจุดสำคัญ สาเหตุ หรือสิ่งที่จำเป็นจริง ๆ ของบางเรื่องใหม่ โดยเปรียบเทียบความเกี่ยวข้องหรือความสำคัญ ไม่ใช่ปริมาณที่นับได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ “more about A than B”: For this job, success is ____ clear communication ____ technical jargon.
ดูคำตอบ
more about · than
chemical messengers which the body releases into the blood to control our growth, mood, and yes, falling in love. โน้ต
0:41สารเคมีนำสารที่ร่างกายปล่อยเข้าสู่กระแสเลือดเพื่อควบคุมการเจริญเติบโต อารมณ์ และใช่ การตกหลุมรัก
chemical messengers: สารเคมีที่ส่งสัญญาณ
ในประโยคนี้ chemical messengers เป็นคำอธิบาย hormones แบบเข้าใจง่าย หมายถึงสารเคมีที่ส่งสัญญาณจากส่วนหนึ่งของร่างกายไปยังอีกส่วนหนึ่ง ร่างกายปล่อยสารเหล่านี้เข้าสู่เลือด ทำให้สัญญาณเดินทางไปทั่วร่างกายได้ คำว่า messenger ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงคนส่งสารจริง ๆ แต่เน้นบทบาทของสารเคมีในการส่งข้อมูลที่ช่วยควบคุมการเจริญเติบโต อารมณ์ และการตอบสนองอื่น ๆ
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางชีววิทยานี้ chemical messengers หมายถึงอะไร
- คำแนะนำที่เขียนไว้เกี่ยวกับการทดลองเคมี
- สารเคมีที่ส่งสัญญาณภายในร่างกาย
- คนที่นำข้อความไปส่งยังห้องทดลอง
ดูคำตอบ
สารเคมีที่ส่งสัญญาณภายในร่างกาย
which the body releases into the blood: อนุประโยคสัมพันธ์ที่ which เป็นกรรม
อนุประโยค which the body releases into the blood อยู่หลัง chemical messengers และใช้อธิบายสารเคมีเหล่านั้น Which ย้อนกลับไปอ้างถึง chemical messengers ไม่ใช่ blood และทำหน้าที่เป็นกรรมของ releases ภายในอนุประโยค the body เป็นประธาน releases เป็นกริยา และ which คือสิ่งที่ถูกปล่อย โครงสร้าง คำนาม + which + ประธาน + กริยา ช่วยให้คำอธิบายทางวิทยาศาสตร์เติมข้อมูลต่อจากคำนามได้ทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ which เป็นกรรมของ releases ได้ถูกต้อง
- Hormones are chemicals which the body releases them into the blood.
- Hormones are chemicals which are released into the blood by the body.
- Hormones are chemicals which the body releases into the blood.
ดูคำตอบ
Hormones are chemicals which the body releases into the blood.
Thanks for ruining my romantic ideas Beth. น้ำเสียง/เจตนา
0:49ขอบคุณที่ทำลายความคิดโรแมนติกของผมนะ เบธ
Thanks for ruining...: คำขอบคุณแบบประชด
Thanks for ruining... ในที่นี้ไม่ใช่คำขอบคุณจากใจจริง ผู้พูดนำคำเชิงบวกอย่าง Thanks มารวมกับการกระทำเชิงลบอย่าง ruining เพื่อบ่นแบบติดตลกว่า คำอธิบายของเบธทำลายมุมมองโรแมนติกของเขา โครงสร้างคือ Thanks for + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ซึ่งใช้ขอบคุณอย่างจริงใจได้ แต่ถ้าส่วนที่ตามมาเป็นการกระทำที่ไม่พึงประสงค์ บริบทและน้ำเสียงอาจทำให้ประโยคนี้กลายเป็นคำประชด
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาแบบหยอกล้อ "Thanks for ruining the surprise!" น่าจะหมายความว่าอย่างไร?
- ผู้พูดกำลังบ่นแบบติดตลกว่าเรื่องเซอร์ไพรส์ถูกทำลาย
- ผู้พูดรู้สึกขอบคุณจากใจจริงที่เรื่องเซอร์ไพรส์ถูกทำลาย
- ผู้พูดกำลังขอให้ใครสักคนวางแผนเซอร์ไพรส์แบบอื่น
ดูคำตอบ
ผู้พูดกำลังบ่นแบบติดตลกว่าเรื่องเซอร์ไพรส์ถูกทำลาย
my dreams are now shattered: ความหวังพังทลาย
my dreams are now shattered ใช้ภาพของสิ่งที่แตกเป็นอุปมา หมายความว่าความหวังหรือความคาดหวังในอุดมคติของผู้พูดถูกทำลายแล้ว ในที่นี้ dreams หมายถึงความหวังหรือจินตนาการ ไม่ใช่ภาพฝันขณะนอนหลับ Shattered มีน้ำหนักแรงกว่าการบอกเพียงว่าผิดหวัง ในบทสนทนาสบาย ๆ นี้ ผู้พูดจงใจใช้ถ้อยคำที่รุนแรงเกินจริง จึงทำให้เกิดอารมณ์ขัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป simple past passive ของ shatter: When the scholarship was cancelled, her dreams ____.
ดูคำตอบ
were shattered
why don't we spend the rest of this program finding out exactly what is going on inside our bodies and brains when we fall in love. โน้ต
0:53ทำไมเราไม่ใช้เวลาที่เหลือของรายการนี้ค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นในร่างกายและสมองของเรากันแน่เมื่อเราตกหลุมรักล่ะ
why don't we spend... สำหรับเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกัน
why don't we spend... ในที่นี้ไม่ใช่คำถามที่ต้องการเหตุผลจริง ๆ แต่หมายถึง “ฉันขอเสนอให้เราใช้เวลา...” และนำเสนอกิจกรรมถัดไปเป็นแผนที่ทำร่วมกัน โครงสร้างคือ Why don't we + คำกริยารูปพื้นฐาน...? ดังนั้น spend จึงใช้รูปพื้นฐาน ในโครงสร้าง spend + ช่วงเวลา + -ing รูป -ing บอกกิจกรรมที่ทำในช่วงเวลานั้น เช่น spend the rest of the program finding out....
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอให้ทำบางอย่างร่วมกันได้ถูกต้อง
- Why don't we review the plan together?
- Why we don't review the plan together?
- Why don't we reviewing the plan together?
ดูคำตอบ
Why don't we review the plan together?
finding out: การค้นหาข้อเท็จจริงที่ยังไม่รู้
Finding out เป็นรูป -ing ของกริยาวลี find out หมายถึงการได้ข้อมูลที่ก่อนหน้านี้ยังไม่รู้ด้วยการถาม ศึกษา สังเกต หรือสืบค้น ในที่นี้รายการจะค้นหาว่าเกิดอะไรขึ้นภายในร่างกายและสมอง หลัง find out มักตามด้วยอนุประโยคที่บอกข้อมูล เช่น what..., why..., whether... หรือ that.... ไม่ได้หมายถึงเพียงการพบตำแหน่งของคนหรือสิ่งของ
แบบฝึกหัด
ใน “We need to find out why the lights keep turning off,” find out หมายความว่าอะไร
- รู้เหตุผลด้วยการตรวจสอบหรือสืบค้น
- ปิดไฟก่อนออกไป
- พบสิ่งของที่จับต้องได้ซึ่งสูญหาย
ดูคำตอบ
รู้เหตุผลด้วยการตรวจสอบหรือสืบค้น
And of course, learn some useful new vocabulary too.
1:01และแน่นอน เรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ที่มีประโยชน์ด้วย
There's no doubt that: การแสดงความมั่นใจอย่างหนักแน่น
There's no doubt that ใช้นำหน้าอนุประโยคที่สมบูรณ์และนำเสนอข้อความในอนุประโยคนั้นว่าเป็นเรื่องแน่นอน ในประโยคนี้ อนุประโยคที่เริ่มด้วย being in love คือข้อกล่าวอ้างที่ผู้พูดมองว่าไม่มีข้อกังขา ใช้กรอบนี้เพื่อยืนยันอย่างหนักแน่น ไม่ใช่เพียงเพื่อบอกว่าบางสิ่งอาจเป็นไปได้หรือคุณคิดเป็นการส่วนตัวว่ามันอาจเป็นความจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบภาษาอังกฤษสี่คำที่ถูกต้องซึ่งนำเสนอข้อกล่าวอ้างว่าเป็นเรื่องแน่นอน: ____ regular practice improves performance.
ดูคำตอบ
There's no doubt that
being in love: วลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Being in love หมายถึงการอยู่ในสภาวะที่รักใครสักคนในเชิงโรแมนติก ในที่นี้ being เป็นรูป -ing ของ be และทั้งวลีเป็นวลี gerund ที่ใช้เรียกชื่อสภาวะหนึ่ง วลีนี้ทำหน้าที่เป็นประธานของอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that จึงใช้กริยาเอกพจน์ has โครงสร้างนี้ไม่ใช่รูปถูกกระทำและไม่ได้บรรยายการกระทำที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ being in love เป็นประธานของข้อความทั่วไปได้ถูกต้อง
- Being in love change a person's priorities.
- Be in love changes a person's priorities.
- Being in love changes a person's priorities.
ดูคำตอบ
Being in love changes a person's priorities.
has the health benefit of + คำนามหรือรูป -ing
โครงสร้าง have/has the health benefit of ... หมายถึงบางสิ่งให้ประโยชน์เฉพาะด้านต่อสุขภาพ คำว่า health ระบุประเภทของ benefit ส่วน of ใช้นำเข้าสู่รายละเอียดของประโยชน์นั้น ไม่ได้แสดงความเป็นเจ้าของ หลัง of ใช้คำนามหรือรูป -ing ในประโยคนี้ reducing stress และ lengthening your life เป็นวลี -ing ที่วางขนานกันเพื่อบอกผลดีต่อสุขภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ has the health benefit of + รูป -ing ได้ถูกต้อง
- Regular exercise has the health benefit of lower blood pressure.
- Regular exercise has the health benefit to lower blood pressure.
- Regular exercise has the health benefit of lowering blood pressure.
ดูคำตอบ
Regular exercise has the health benefit of lowering blood pressure.
But the hormones which the brain releases have an immediate effect as well. วลี
1:12แต่ฮอร์โมนที่สมองปล่อยออกมาก็ส่งผลทันทีเช่นกัน
have an immediate effect: ส่งผลทันที
have an immediate effect หมายถึงทำให้เกิดผลทันทีหรืออย่างรวดเร็วมาก ในโครงสร้าง have an effect คำว่า effect เป็นคำนาม ส่วน immediate เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกว่าผลนั้นเกิดขึ้นเร็วเพียงใด หากต้องการระบุบุคคลหรือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง ให้เติม on + คำนาม เช่น have an immediate effect on mood
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ effect เป็นคำนามหลัง have ได้ถูกต้อง
- The new schedule had an immediate affect on attendance.
- The new schedule had an immediate effect attendance.
- The new schedule had an immediate effect on attendance.
ดูคำตอบ
The new schedule had an immediate effect on attendance.
So, chemically speaking, what happens when lovers look into each other's eyes? โน้ต
1:17ดังนั้น ในทางเคมีแล้ว จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อคู่รักมองลึกเข้าไปในดวงตาของกันและกัน
chemically speaking: กำหนดกรอบคำถามจากมุมมองทางเคมี
ในประโยคนี้ chemically speaking บอกผู้ฟังให้ตีความคำถามที่ตามมาโดยมองจากมุมของวิชาเคมีโดยเฉพาะ วลีนี้กำหนดกรอบให้เนื้อหาทั้งหมดที่ตามมา ส่วน speaking ไม่ได้หมายถึงการพูดจริง ๆ โครงสร้าง คำวิเศษณ์ + speaking ใช้กำหนดมุมมองหรือขอบเขตก่อนข้อความหรือคำถาม คำวิเศษณ์เป็นตัวกำหนดกรอบ โดย chemically ชี้ไปที่กระบวนการทางเคมี ส่วนรูปแบบที่ใช้กันเป็นปกติแบบอื่นอาจแสดงมุมมองโดยรวมหรือความถูกต้องอย่างเคร่งครัด
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดบอกผู้ฟังได้ดีที่สุดว่าคำอธิบายนี้นำเสนอจากมุมมองทางเคมีโดยเฉพาะ?
- Chemically speaking
- Generally speaking
- Strictly speaking
ดูคำตอบ
Chemically speaking
look into each other's eyes: การสบตากันโดยตรง
ในคำถามนี้ look into each other's eyes หมายถึงคู่รักสองคนสบตากันโดยตรง กล่าวคือแต่ละคนมองเข้าไปในดวงตาของอีกฝ่าย ในที่นี้ into ไม่ได้หมายถึงการสืบสวน Each other's เป็นรูปแสดงความเป็นเจ้าของแบบต่างฝ่ายต่างมีส่วนร่วม จึงบอกว่าความสัมพันธ์นี้เกิดขึ้นทั้งสองทาง เมื่อกรรมเป็น eyes คำว่า look into จึงมีความหมายเกี่ยวกับการจ้องมอง แต่ถ้ากรรมเป็น problem หรือ case ก็อาจหมายถึงสืบสวนได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ look into each other's eyes: At the end of the ceremony, the couple ____ and smiled.
ดูคำตอบ
looked into each other's eyes
heartbeats harmonize: จังหวะหัวใจที่ประสานกัน
ในที่นี้ harmonize หมายถึง “ประสานกันจนจังหวะที่แยกกันทำงานสอดคล้องกัน” คำถามกำลังถามว่าจังหวะหัวใจของคนสองคนเข้าสู่จังหวะที่ตรงกันหรือไม่ ไม่ได้หมายถึงการร้องเพลงหรือเสียงประสานทางดนตรี นอกบริบทดนตรี harmonize ยังใช้บรรยายสิ่งต่าง ๆ ที่เข้ากันหรือทำงานร่วมกันอย่างสอดคล้องได้ เช่น สีอาจเข้ากับห้อง และองค์กรต่าง ๆ อาจปรับกฎของตนให้สอดคล้องกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ harmonize ในความหมายที่ไม่เกี่ยวกับดนตรีว่า “เข้ากันหรือทำงานร่วมกันได้ดี”
- The warm colors harmonize with the wooden furniture.
- The singers harmonize in the final chorus.
- The word harmonize has nine letters.
ดูคำตอบ
The warm colors harmonize with the wooden furniture.
the hairs stand up on the back of their neck: ปฏิกิริยาทางร่างกายที่รุนแรง
the hairs stand up on the back of their neck บรรยายขนอ่อนบริเวณท้ายทอยที่ลุกชันเพราะความกลัว ความตกใจ ความหนาว หรือความรู้สึกที่รุนแรงอย่างอื่น ในที่นี้ hairs หมายถึงขนอ่อนตามร่างกาย ไม่ใช่ผมยาวบนศีรษะ สำนวนนี้ใช้บอกปฏิกิริยาทางร่างกายที่เกิดขึ้นจริงได้ และยังสื่อว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งชวนขนลุกหรือน่ากังวลอย่างมากได้ด้วย ให้เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามบุคคล เช่น the hairs on the back of my neck, his neck, her neck หรือ their neck
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้สำนวนที่บรรยายปฏิกิริยาหวาดกลัวหรือขนลุกอย่างรุนแรงได้เป็นธรรมชาติ
- A strange whisper made my neck feel warm.
- A strange whisper made me turn my head toward the door.
- A strange whisper made the hairs on the back of my neck stand up.
ดูคำตอบ
A strange whisper made the hairs on the back of my neck stand up.
We'll find out if that's correct at the end of the program. ลำดับความ
1:45เราจะมาดูกันว่าถูกต้องไหมในช่วงท้ายของรายการ
at the end of the program: บอกว่าจะเฉลยภายหลัง
At the end of the program ระบุว่าเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นในช่วงสุดท้ายของรายการ ก่อนที่รายการจะจบลงอย่างสมบูรณ์ ในที่นี้ ผู้ดำเนินรายการเลื่อนการบอกคำตอบออกไป แทนที่จะบอกทันที วลีนี้ยังช่วยจัดความคาดหวังของผู้ฟังด้วยว่า คำถามตอนต้นจะถูกนำกลับมาตอบใกล้ช่วงจบรายการ ในรายการต่าง ๆ วลีลักษณะนี้ใช้บอกได้ว่าคำตอบ ผลลัพธ์ หรือบทสรุปจะปรากฏช่วงใด
แบบฝึกหัด
ผู้ดำเนินรายการพูดว่า “We’ll give you the answer at the end of the program.” วลีนี้สื่อถึงอะไรเป็นหลัก
- คำตอบถูกเก็บไว้เฉลยในช่วงสุดท้ายของรายการ
- รายการจะจบโดยไม่กลับมาพูดถึงคำถามนั้น
- จะรู้คำตอบได้หลังจากรายการจบลงอย่างสมบูรณ์แล้วเท่านั้น
ดูคำตอบ
คำตอบถูกเก็บไว้เฉลยในช่วงสุดท้ายของรายการ
self-help author and anthropologist at Rutgers University, วัฒนธรรม
1:51ผู้เขียนหนังสือแนวพัฒนาตนเองและนักมานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยรัตเกอร์ส กล่าวไว้
According to: ใช้แนะนำแหล่งข้อมูล
According to ใช้แนะนำบุคคล เอกสาร งานวิจัย กฎ หรือแหล่งอื่นที่ข้อมูลมาจาก ในที่นี้ Helen E. Fisher ถูกระบุว่าเป็นแหล่งข้อมูล และคำอธิบายบทบาทของเธอช่วยให้ผู้ฟังมีบริบทในการประเมินแหล่งข้อมูลนั้น โครงสร้างพื้นฐานคือ according to + แหล่งข้อมูล แล้วตามด้วยข้อความที่อ้างถึงแหล่งนั้น โครงสร้างนี้ช่วยแยกข้อมูลหรือมุมมองของผู้อื่นออกจากข้อความของผู้พูดเอง
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายที่บอกแหล่งข้อมูลเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the report, air quality has improved.
ดูคำตอบ
According to
self-help author ในฐานะป้ายกำกับสาขาสิ่งพิมพ์
self-help author คือผู้ที่เขียนหนังสือหรือสร้างเนื้อหาที่ให้คำแนะนำแก่ผู้อ่านเรื่องการพัฒนาตนเองหรือการปรับปรุงชีวิตประจำวัน เช่น นิสัย ความสัมพันธ์ อารมณ์ หรือการทำงาน ในที่นี้ self-help เป็นคำประสมที่ทำหน้าที่ขยาย author เพื่อบอกสาขางานเขียนที่บุคคลนั้นเป็นที่รู้จัก ไม่ได้หมายถึง “นักเขียนที่ช่วยตัวเอง”
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ self-help author มากที่สุด
- นักเขียนที่ปฏิเสธความช่วยเหลือและทำงานคนเดียวเสมอ
- นักเขียนที่ให้คำแนะนำเรื่องการพัฒนาตนเองหรือการปรับปรุงชีวิตประจำวัน
- นักเขียนที่ช่วยผู้เขียนอีกคนแต่งทุกประโยค
ดูคำตอบ
นักเขียนที่ให้คำแนะนำเรื่องการพัฒนาตนเองหรือการปรับปรุงชีวิตประจำวัน
three aspects of: การบอกล่วงหน้าถึงกรอบสามส่วน
โครงสร้าง three aspects of something แบ่งหัวข้อหนึ่งออกเป็นสามมุมหรือสามมิติสำหรับการอภิปราย aspect คือวิธีหนึ่งในการพิจารณาหัวข้อเดียวกัน ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งที่แยกจากกัน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวทำหน้าที่เหมือนแผนที่นำทาง โดยบอกผู้ฟังว่าต่อไปจะมีหมวดหมู่หรือประเด็นสามข้อเกี่ยวกับความรักเชิงโรแมนติก โครงสร้างการจัดข้อมูลแบบเดียวกันสามารถใช้จำนวนอื่นได้ เช่น two aspects of the plan หรือ several aspects of the issue
แบบฝึกหัด
ประโยค "There are three aspects of the problem." ส่งสัญญาณอะไรให้ผู้ฟัง
- ผู้พูดกำลังกล่าวถึงปัญหาสามเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องกัน
- ผู้พูดจะพิจารณาปัญหาจากสามมุมที่เกี่ยวข้องกัน
- ผู้พูดจะพูดประเด็นเดิมซ้ำสามครั้ง
ดูคำตอบ
ผู้พูดจะพิจารณาปัญหาจากสามมุมที่เกี่ยวข้องกัน
to explain more: ส่งต่อให้ผู้อื่นอธิบายเพิ่มเติม
ในประโยคนี้ to explain more เป็น to-infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยบอกผู้ฟังว่าเหตุใดจึงมีการแนะนำ BBC Ideas ส่วน more หมายถึงการให้รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อที่กล่าวถึงไปแล้ว ในภาษาที่ใช้ในรายการ โครงสร้าง Here's + แหล่งข้อมูลหรือบุคคล + to explain more เป็นสัญญาณส่งต่อการอธิบาย ผู้ฟังควรคาดว่าจะได้ฟังคลิปหรือผู้พูดคนอื่นอธิบายต่อ ไม่ใช่คำบอกตำแหน่งที่ตั้งของ BBC Ideas
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแนะนำบรรณาธิการวิทยาศาสตร์ที่จะมาอธิบายเพิ่มเติมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Here's our science editor for explain more.
- Here's our science editor to more explanation.
- Here's our science editor to explain more.
ดูคำตอบ
Here's our science editor to explain more.
For some people who are asexual, it may not happen at all. โน้ต
2:05สำหรับบางคนที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ มันอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้
asexual: แรงดึงดูดทางเพศ ไม่ใช่เพศสภาพหรือการงดเพศสัมพันธ์
ในที่นี้ asexual เป็นคำคุณศัพท์ที่อธิบายบุคคลซึ่งรู้สึกถึงแรงดึงดูดทางเพศน้อยมากหรือไม่รู้สึกเลย โครงสร้าง people who are asexual มีความหมายพื้นฐานเหมือนกับ asexual people คำนี้เกี่ยวข้องกับแรงดึงดูดทางเพศ ไม่ใช่เพศสภาพของบุคคล และคำนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นรู้สึกถึงแรงดึงดูดเชิงโรแมนติก มีความสัมพันธ์ หรือเลือกที่จะมีเพศสัมพันธ์หรือไม่
แบบฝึกหัด
ในการพูดคุยเรื่องรสนิยมทางเพศ asexual อธิบายบุคคลแบบใดได้แม่นยำที่สุด
- บุคคลที่ตอนนี้ไม่มีคู่
- บุคคลที่ไม่มีเพศสภาพ
- บุคคลที่รู้สึกถึงแรงดึงดูดทางเพศน้อยมากหรือไม่รู้สึกเลย
ดูคำตอบ
บุคคลที่รู้สึกถึงแรงดึงดูดทางเพศน้อยมากหรือไม่รู้สึกเลย
may not ... at all: ความเป็นไปได้ที่จะไม่เกิดขึ้นเลย
ใน may not happen คำว่า may แสดงความเป็นไปได้ และ not ปฏิเสธ happen ผู้พูดกำลังบอกว่าเหตุการณ์นั้นอาจไม่เกิดขึ้น ไม่ได้ยืนยันอย่างเด็ดขาดว่าจะไม่มีวันเกิดขึ้น at all เสริมความหมายปฏิเสธให้ชัดขึ้นว่าเหตุการณ์นั้นอาจไม่มีอยู่เลย เมื่อรวมกัน may not happen at all จึงหมายความว่า สำหรับบางคน เหตุการณ์นั้นอาจไม่เกิดขึ้นเลยก็ได้ ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงการที่ความต้องการทางเพศเกิดขึ้นก่อน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลข้างเคียงอาจไม่มีเลย โดยไม่ได้ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดขึ้น
- The side effect may not occur at all.
- The side effect cannot occur at all.
- The side effect will not occur at all.
ดูคำตอบ
The side effect may not occur at all.
it's driven by the hormones estrogen and testosterone. วลี
2:11มันถูกขับเคลื่อนด้วยฮอร์โมนเอสโตรเจนและเทสโทสเตอโรน
those who do experience lust: do ที่ใช้เพื่อเน้นย้ำ
those who หมายถึง “คนที่...” และอนุประโยคขยาย who do experience lust ใช้ระบุว่าหมายถึงคนกลุ่มใด ในที่นี้ do เป็นกริยาช่วยสำหรับเน้นย้ำ ไม่ใช่กริยาหลักที่หมายถึง “ทำ” โดย do เน้นกริยาบอกเล่า experience ให้หมายความว่าคนเหล่านี้รู้สึกถึงความใคร่จริง ๆ การเน้นนี้ทำให้คนกลุ่มดังกล่าวแตกต่างจากผู้ที่อาจไม่เกิดความใคร่เลย โดยทั่วไป do, does หรือ did ที่ใช้เน้นสามารถยืนยันข้อความบอกเล่าหรือแก้ความเข้าใจเชิงปฏิเสธได้ และกริยาที่ตามหลังต้องคงรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปเน้นของ experience: Some people feel calm before a test, but others ____ anxiety.
ดูคำตอบ
do experience
be driven by: ระบุแรงขับเคลื่อนเบื้องหลังสิ่งหนึ่ง
Be driven by หมายถึง “ถูกทำให้เกิด ขับเคลื่อน หรือได้รับอิทธิพลอย่างมากจาก” แรงหรือกลไกบางอย่าง เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยสิ่งที่กำลังอธิบายมาก่อน แล้ว by ใช้บอกแรงที่อยู่เบื้องหลัง ในที่นี้ driven ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม ไม่ได้หมายถึงการขับยานพาหนะ ประโยคนี้บอกว่าฮอร์โมนช่วยก่อให้เกิดหรือควบคุมการตอบสนอง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้เพื่ออธิบายการเปลี่ยนแปลง การเลือก พฤติกรรม และแนวโน้มได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ driven by เพื่อระบุแรงเชิงนามธรรมเบื้องหลังผลลัพธ์
- The coach drove the team to the stadium after practice.
- The team discussed careful preparation before the match.
- The team's success was driven by careful preparation.
ดูคำตอบ
The team's success was driven by careful preparation.
but in fact, it's about the urge to mate and pass on your DNA via offspring. โน้ต
2:17แต่แท้จริงแล้ว มันคือแรงกระตุ้นในการผสมพันธุ์และส่งต่อดีเอ็นเอของคุณผ่านทางลูกหลาน
may feel ..., but in fact ...: เปลี่ยนจากความรู้สึกไปสู่ความเป็นจริง
“May feel purely carnal” นำเสนอความรู้สึกหรือภาพที่อาจเกิดขึ้นในมุมมองส่วนตัว นั่นคือประสบการณ์นี้อาจดูเป็นเพียงเรื่องทางกาย ในที่นี้ may ขยาย feel จึงช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวว่าสิ่งหนึ่งให้ความรู้สึกอย่างไร ไม่ได้ทำให้คำอธิบายที่ตามมาไม่แน่นอน “But in fact” เปลี่ยนจากภาพผิวเผินนั้นไปสู่คำอธิบายที่ผู้พูดเห็นว่าถูกต้องกว่า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ may feel/seem + คำคุณศัพท์, but in fact + อนุประโยค ซึ่งใช้จัดวางความต่างระหว่างภาพที่เห็นกับความเป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบด้วย "may feel" และ "but in fact": The first lesson ____ slow, ____ it builds an essential foundation.
ดูคำตอบ
may feel · but in fact
the urge to mate: แรงขับทางชีววิทยาในการผสมพันธุ์
ในประโยคนี้ the urge to mate หมายถึงแรงขับทางชีววิทยาอย่างแรงกล้าที่จะสืบพันธุ์ด้วยการผสมพันธุ์ทางเพศ คำว่า urge หมายถึงแรงกระตุ้นที่รุนแรง ส่วน to mate ระบุการกระทำที่แรงกระตุ้นนั้นมุ่งไปหา ในที่นี้ mate เป็นคำกริยา หมายถึง “สืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ” ไม่ใช่คำนาม mate ที่หมายถึง “เพื่อน” ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ไม่เป็นทางการ วลีนี้อธิบายพฤติกรรมในกรอบทางชีววิทยา ไม่ใช่ในเชิงโรแมนติก
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายชีววิทยาอย่างเป็นกลาง the urge to mate หมายถึงอะไร
- ความต้องการมีเพื่อนสนิท
- ความต้องการเริ่มความสัมพันธ์แบบโรแมนติก
- แรงขับทางชีววิทยาอย่างแรงกล้าที่จะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
ดูคำตอบ
แรงขับทางชีววิทยาอย่างแรงกล้าที่จะสืบพันธุ์แบบอาศัยเพศ
pass on your DNA: การถ่ายทอดยีน
pass on your DNA หมายถึงถ่ายทอดข้อมูลทางพันธุกรรมของตนไปยังคนรุ่นถัดไป pass on ทำหน้าที่เป็นกริยาวลี และ your DNA คือสิ่งที่ถูกถ่ายทอด ในประโยคนี้ via offspring แสดงว่าการถ่ายทอดเกิดขึ้นผ่านการมีลูกหลาน ความหมายเดียวกันของ pass on ใช้กับความรู้ ประเพณี และลักษณะต่าง ๆ ได้ แต่ DNA ทำให้ความหมายในที่นี้เป็นเรื่องพันธุกรรมโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข้อมูลทางพันธุกรรมส่งต่อจากพ่อแม่ไปยังลูก โดยมีพ่อแม่เป็นประธานทางไวยากรณ์
- Children inherit genetic information from their parents.
- Parents pass up genetic information to their children.
- Parents pass on genetic information to their children.
ดูคำตอบ
Parents pass on genetic information to their children.
Without lust: ใช้ without เพื่อกำหนดเงื่อนไขสมมติ
Without lust ที่ต้นประโยคหมายถึง “หากไม่มีความต้องการทางเพศ” แม้ without จะเป็นคำบุพบท แต่วลีนี้ทำหน้าที่กำหนดเงื่อนไขของผลลัพธ์ที่ตามมา โครงสร้างที่มีประโยชน์คือ Without + นามวลีหรือรูป -ing แล้วตามด้วยประโยคหลักที่มี would หรือ could โครงสร้างนี้แสดงตรรกะเงื่อนไขพื้นฐานแบบเดียวกับอนุประโยค if แต่กระชับกว่า
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ without เป็นเงื่อนไขแบบกระชับที่หมายถึง “หากไม่มีน้ำสะอาด”?
- Without clean water, the town could not survive.
- Without question, the town will recover.
- The town completed the project without any difficulty.
ดูคำตอบ
Without clean water, the town could not survive.
it's fair to say: ใช้เกริ่นข้อสรุปที่สมเหตุสมผลและระมัดระวัง
it's fair to say ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ผู้พูดเห็นว่าสมเหตุสมผลและไม่เกินจริง fair ในที่นี้หมายถึง “สมเหตุสมผล” หรือ “มีเหตุผลรองรับ” ไม่ได้หมายถึง “เท่าเทียม” หรือ “เป็นกลาง” วลีนี้ช่วยลดความตรงของข้อกล่าวอ้างลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับการกล่าวตรง ๆ แต่ไม่ได้แสดงความสงสัยอย่างมาก โดยทั่วไปจะตามด้วยอนุประโยค และจะใส่หรือไม่ใส่ that ก็ได้: It's fair to say (that) ....
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย it's fair to say: ____ the team needs more time.
ดูคำตอบ
It's fair to say
would not survive: ผลลัพธ์ของเงื่อนไขสมมุติ
ใน would not survive คำว่า would แสดงผลลัพธ์ของเงื่อนไขสมมุติ กล่าวคือ หากไม่มีความต้องการทางเพศ เผ่าพันธุ์นั้นก็ไม่อาจอยู่รอดได้ ส่วน not แสดงการปฏิเสธ และ survive ยังคงเป็นรูปพื้นฐานหลังคำกริยาช่วย would ในที่นี้ would ไม่ได้เป็นเพียงรูปอดีตของ will และไม่ได้วางเหตุการณ์ไว้ในอดีต เมื่อตีความโครงสร้างนี้ ให้มองหาเงื่อนไขที่ระบุไว้ชัดเจนหรือแฝงอยู่ ซึ่งมักขึ้นต้นด้วย if หรือ without
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงการไม่รอดว่าเป็นผลจากเงื่อนไขสมมุติ
- Last winter, most of these plants did not survive the frost.
- Without sunlight, most of these plants would not survive.
- According to tomorrow's forecast, most of these plants will not survive the frost.
ดูคำตอบ
Without sunlight, most of these plants would not survive.
Helen Fisher thinks the first aspect of love is purely physical,
2:27เฮเลน ฟิชเชอร์ คิดว่าแง่มุมแรกของความรักเป็นเรื่องของร่างกายล้วนๆ
lust, the strong feeling of sexual desire for someone. การใช้คำ
2:32ตัณหา คือความรู้สึกปรารถนาทางเพศอย่างแรงกล้าต่อใครสักคน
sexual desire: ความต้องการที่เป็นเรื่องทางเพศโดยเฉพาะ
sexual desire หมายถึงความต้องการหรือแรงกระตุ้นที่จะมีการสัมผัสหรือกิจกรรมทางเพศ คำคุณศัพท์ sexual จำกัดความหมายของ desire ให้เป็นเรื่องทางเพศ จึงไม่ใช่ desire ในความหมายกว้าง เช่น ความต้องการความสำเร็จ อาหาร หรือความเปลี่ยนแปลง ในคำนิยามนี้ sexual desire เป็นแนวคิดหลักที่ใช้説明 lust โดย lust มักสื่อถึงความต้องการทางเพศอย่างรุนแรง แต่ตัวคำเองไม่ได้หมายถึงความรักหรือความสัมพันธ์แบบโรแมนติก
แบบฝึกหัด
ข้อความใดให้คำนิยาม sexual desire ได้แม่นยำที่สุด
- sexual desire เหมือนกับ romantic love ทุกประการ
- sexual desire หมายถึงความต้องการอย่างแรงกล้าทุกชนิด เช่น การอยากได้งานใหม่
- sexual desire หมายถึงความต้องการมีการสัมผัสหรือกิจกรรมทางเพศโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ
sexual desire หมายถึงความต้องการมีการสัมผัสหรือกิจกรรมทางเพศโดยเฉพาะ
Lust is driven by the hormones estrogen in women and testosterone in men.
2:36ตัณหาถูกขับเคลื่อนโดยฮอร์โมนเอสโตรเจนในผู้หญิง และเทสโทสเตอโรนในผู้ชาย
meaning they don't feel sexual attraction for anyone of any gender. โน้ต
2:44หมายความว่าพวกเขาไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศต่อใครเลยไม่ว่าเพศใด
sexual attraction: แรงดึงดูดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ
sexual attraction คือความรู้สึกดึงดูดต่อใครบางคนในเชิงทางเพศ คำนี้ระบุแรงดึงดูดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ได้หมายถึงความชอบ ความชื่นชม ความผูกพัน หรือความรักโดยทั่วไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยอธิบายความเป็นเอเซ็กชวลโดยเน้นว่าบุคคลนั้นรู้สึกดึงดูดทางเพศหรือไม่ วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าคนนั้นรู้สึกดึงดูดเชิงโรแมนติก ออกเดต สร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิด หรือมีเพศสัมพันธ์หรือไม่
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย sexual attraction ได้ถูกต้องที่สุด
- sexual attraction หมายถึงความรู้สึกชอบหรือชื่นชมอย่างมากทุกชนิด
- sexual attraction เป็นแรงดึงดูดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะและแตกต่างจาก romantic attraction
- คนที่ไม่รู้สึก sexual attraction ไม่สามารถสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดได้
ดูคำตอบ
sexual attraction เป็นแรงดึงดูดชนิดหนึ่งโดยเฉพาะและแตกต่างจาก romantic attraction
for anyone of any gender: ขอบเขตทั้งหมดภายใต้ประโยคปฏิเสธ
ในโครงสร้างปฏิเสธ don't feel ... for anyone คำว่า anyone อยู่ภายใต้ขอบเขตการปฏิเสธของ don't ดังนั้นประโยคนี้จึงปฏิเสธว่ามีแม้แต่คนเดียวที่เป็นเป้าหมายของแรงดึงดูดนั้น of any gender ทำให้เพศไม่สามารถเป็นข้อยกเว้นได้ anyone of any gender รวมกันจึงหมายถึงไม่มีใครเลยไม่ว่าจะเป็นเพศใด ไม่ได้หมายถึงคนหนึ่งคนที่เลือกได้อย่างอิสระหรือเพศหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ
แบบฝึกหัด
don't feel sexual attraction for anyone of any gender ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ประโยคนี้ตัดออกเฉพาะคนจากเพศหนึ่งที่ไม่ได้ระบุ
- ประโยคนี้ตัดทุกคนออก ไม่ว่าจะเป็นเพศใด
- ประโยคนี้บอกว่าบุคคลนั้นสามารถเลือกเพศใดก็ได้
ดูคำตอบ
ประโยคนี้ตัดทุกคนออก ไม่ว่าจะเป็นเพศใด
hardwired into us: แนวโน้มที่มีมาแต่กำเนิด
เดิมที hardwired ใช้บรรยายการเชื่อมต่อทางไฟฟ้าที่ติดตั้งไว้อย่างถาวร ในที่นี้ hardwired into us เป็นคำเปรียบเทียบ ผู้พูดนำเสนอความต้องการทางเพศว่าเป็นแนวโน้มที่ฝังลึกและติดตัวมนุษย์มาแต่กำเนิด ไม่ใช่พฤติกรรมที่เรียนรู้ภายหลัง through our DNA เพิ่มแนวคิดว่าแนวโน้มนี้ถ่ายทอดทางพันธุกรรม ไม่ได้หมายถึงสายไฟจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยค Fear is hardwired into us มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร?
- ความกลัวถูกนำเสนอว่าเป็นแนวโน้มที่มนุษย์มีมาแต่กำเนิด
- ความกลัวเป็นการตัดสินใจชั่วคราวของผู้คน
- ความกลัวเข้าสู่ร่างกายผ่านสายไฟ
ดูคำตอบ
ความกลัวถูกนำเสนอว่าเป็นแนวโน้มที่มนุษย์มีมาแต่กำเนิด
drives us to: แรงจูงใจที่เข้มข้น
ในโครงสร้าง drive someone to do something คำว่า drive หมายถึงผลักดันหรือกระตุ้น ไม่ได้หมายถึงขับยานพาหนะ ประธานระบุแรงจูงใจ กรรมคือผู้ที่ได้รับผล และ to + คำกริยารูปพื้นฐานระบุการกระทำที่ตามมา ในที่นี้ it หมายถึง lust หรือความต้องการทางเพศ ซึ่งถูกนำเสนอว่าเป็นแรงที่กระตุ้นให้ผู้คนมีลูก คำว่า drive มักทำให้แรงกระตุ้นนั้นดูรุนแรงหรือต่อเนื่อง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ drive someone to do something ได้ถูกต้องเพื่อแสดงแรงจูงใจที่เข้มข้น?
- Her desire to help drove to her volunteering.
- Her desire to help drove her volunteer.
- Her desire to help drove her to volunteer.
ดูคำตอบ
Her desire to help drove her to volunteer.
Helen thinks it's fair to say that without lust,
2:55เฮเลนคิดว่า ก็สมเหตุสมผลที่จะพูดว่าหากปราศจากตัณหา
Here, she uses the phrase it's fair to say to introduce an idea she believes to be true and reasonable.
3:01ที่นี่ เธอใช้วลี 'ก็พอจะกล่าวได้ว่า' (it's fair to say) เพื่อนำเสนอความคิดที่เธอเชื่อว่าเป็นความจริงและมีเหตุผล
Here's BBC Ideas again to introduce Helen Fisher's second aspect of love, ลำดับความ
3:11และนี่คือ BBC Ideas อีกครั้งที่จะมานำเสนอแง่มุมที่สองของความรักตามทฤษฎีของเฮเลน ฟิชเชอร์
second aspect of love: สัญญาณว่าเข้าสู่ส่วนที่สอง
คำบอกลำดับ second ไม่ได้มีหน้าที่เพียงใส่หมายเลขให้หัวข้อ แต่เชื่อมกลับไปยังคำอธิบายแบบหลายส่วนที่วางไว้แล้ว และบอกผู้ฟังว่าส่วนแรกจบลงและส่วนที่สองกำลังเริ่มขึ้น ในที่นี้ aspect หมายถึงด้านหรือมิติหนึ่งของหัวข้อที่ซับซ้อน วลีนี้ช่วยจัดโครงสร้างการอธิบาย ไม่ได้หมายถึงความรักคนละประเภทโดยสิ้นเชิง และไม่ได้บอกว่าด้านที่สองสำคัญกว่า
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ second aspect of love มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดคำอธิบาย?
- บอกว่านี่เป็นครั้งที่สองที่มีคนให้นิยามความรัก
- อ้างว่าด้านที่สองสำคัญกว่าด้านแรก
- บอกว่าคำอธิบายแบบหลายส่วนกำลังเข้าสู่ส่วนที่สอง
ดูคำตอบ
บอกว่าคำอธิบายแบบหลายส่วนกำลังเข้าสู่ส่วนที่สอง
The second aspect of romantic love is attraction,
3:18แง่มุมที่สองของความรักแบบโรแมนติกคือความดึงดูดใจ
influenced by a neurotransmitter called dopamine. โน้ต
3:22ซึ่งได้รับอิทธิพลจากสารสื่อประสาทที่เรียกว่าโดปามีน
influenced by: แสดงปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนต่อผลลัพธ์
ในวลีรูปถูกกระทำ be influenced by ประธานได้รับผลกระทบหรือถูกหล่อหลอมจากปัจจัยที่ตามหลัง by ในที่นี้ความดึงดูดถูกนำเสนอว่าได้รับอิทธิพลจากโดพามีน แต่ไม่ได้บอกว่าโดพามีนกำหนดความดึงดูดทั้งหมด โครงสร้าง X is influenced by Y เน้น X และนำเสนอ Y ว่าเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีส่วนต่อผลลัพธ์ ไม่ได้ระบุโดยอัตโนมัติว่า Y เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมาย influenced by: Sleep quality can be ____ stress.
ดูคำตอบ
influenced by
neurotransmitter: สารเคมีส่งสัญญาณในระบบประสาท
neurotransmitter (สารสื่อประสาท) คือสารเคมีที่เซลล์ประสาทปล่อยออกมาเพื่อส่งสัญญาณไปยังเซลล์อีกเซลล์หนึ่ง ในประโยคนี้ dopamine (โดพามีน) คือ neurotransmitter ที่ถูกกล่าวถึง คำนี้ประกอบด้วย neuro- (“เกี่ยวกับเส้นประสาท”) และ transmitter (“สิ่งที่ส่งสัญญาณ”) ส่วนประกอบของคำจึงบอกถึงหน้าที่ในการส่งสัญญาณของระบบประสาท
แบบฝึกหัด
คำจำกัดความใดตรงกับ neurotransmitter ในประโยคนี้มากที่สุด
- เซลล์เม็ดเลือดที่ขนส่งออกซิเจน
- สารเคมีที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณ
- เซลล์ประสาทที่เก็บความทรงจำระยะยาว
ดูคำตอบ
สารเคมีที่เซลล์ประสาทใช้ส่งสัญญาณ
This is a feel-good substance released in our brain that is involved in driving us towards reward. โน้ต
3:25นี่คือสารทำให้รู้สึกดีที่หลั่งออกมาในสมองของเรา ซึ่งมีส่วนช่วยผลักดันเราไปสู่รางวัล
feel-good substance: feel-good ในฐานะคำคุณศัพท์ประสม
ใน feel-good substance คำว่า feel-good เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย substance หมายถึง “ทำให้เกิดความรู้สึกสบายใจ มีความสุข หรือเป็นบวก” ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอว่าสารดังกล่าวเป็นสิ่งที่ก่อให้เกิดความรู้สึกเหล่านั้น เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า feel และ good ทำงานร่วมกันเป็นคำขยายหนึ่งหน่วยที่อยู่หน้าคำนาม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำคุณศัพท์ที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ซึ่งเรียนในข้อนี้: After a difficult week, we chose a ____ comedy to lift our mood.
ดูคำตอบ
feel-good
is involved in driving us towards reward: มีส่วนผลักดันเราไปสู่รางวัล
be involved in doing something หมายถึง “มีส่วนร่วมในกระบวนการ” หรือ “มีบทบาทในการทำให้สิ่งนั้นเกิดขึ้น” ในที่นี้ is involved in driving บอกว่าสารนี้ช่วยในกระบวนการที่ผลักดันให้คนมุ่งไปหารางวัล ไม่ได้หมายความว่าสารนี้ควบคุมพฤติกรรมเพียงลำพัง in เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยรูป -ing คือ driving ส่วนโครงสร้าง drive someone towards something หมายถึง “ผลักดันหรือจูงใจใครบางคนให้มุ่งไปยังเป้าหมาย”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: This enzyme ____ breaking down sugar.
ดูคำตอบ
is involved in
get a dopamine hit: ได้รับความรู้สึกเป็นรางวัลอย่างแรงในช่วงสั้น ๆ
a dopamine hit เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่ใช้อธิบายความรู้สึกได้รับรางวัล ความเพลิดเพลิน หรือความตื่นเต้นที่เกิดขึ้นสั้น ๆ แต่รู้สึกได้ชัด ในที่นี้ hit หมายถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง ไม่ใช่การถูกตีทางกายภาพ ดังนั้น get a dopamine hit จึงหมายถึงการรู้สึกถึงรางวัลอย่างรวดเร็วหลังจากทำบางสิ่ง สำนวนนี้เป็นการอธิบายแบบง่ายที่ใช้กันทั่วไป ไม่ได้หมายถึงการได้รับโดพามีนในปริมาณที่วัดไว้จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Checking a new message can give you a dopamine hit,” คำว่า “a dopamine hit” หมายถึงอะไร
- โดพามีนในปริมาณทางการแพทย์ที่วัดไว้
- ความรู้สึกได้รับรางวัลหรือความเพลิดเพลินที่สั้นแต่รุนแรง
- การกระแทกสมองทางกายภาพ
ดูคำตอบ
ความรู้สึกได้รับรางวัลหรือความเพลิดเพลินที่สั้นแต่รุนแรง
Eventually, dopamine will push us towards repeating that behavior. วลี
3:36ในที่สุด โดปามีนจะผลักดันให้เราทำพฤติกรรมนั้นซ้ำอีก
push us towards repeating: โครงสร้าง push someone towards doing something
ในประโยคนี้ push ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยโดพามีนทำหน้าที่เป็นแรงส่งเสริมที่เพิ่มโอกาสให้เราทำพฤติกรรมนั้นซ้ำ โครงสร้าง push someone towards doing something นำเสนอการกระทำเป็นทิศทางที่บุคคลกำลังถูกผลักดันให้มุ่งไป ไม่ได้หมายถึงการใช้มือผลักจริง ๆ towards เป็นคำบุพบท จึงต้องตามด้วยรูป -ing: towards repeating โครงสร้างนี้มักสื่อถึงแนวโน้มหรือแรงผลักดันไปในทิศทางหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นถูกบังคับหรือผลลัพธ์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ push someone towards doing something ได้ถูกต้อง
- The new evidence pushed towards the team revising the plan.
- The new evidence pushed the team towards revise the plan.
- The new evidence pushed the team towards revising the plan.
ดูคำตอบ
The new evidence pushed the team towards revising the plan.
This is why intense attraction feels like an addiction to another human being. โน้ต
3:41นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมความดึงดูดใจอย่างแรงกล้าจึงให้ความรู้สึกเหมือนการเสพติดมนุษย์อีกคนหนึ่ง
This is why: เชื่อมจากเหตุไปสู่ผล
This is why ย้อนอ้างถึงคำอธิบายก่อนหน้าทั้งหมด และนำเข้าสู่ผลลัพธ์หรือข้อสรุปที่คำอธิบายนั้นช่วยอธิบายได้ ในที่นี้ this สรุปถึงกลไกการให้รางวัลของโดพามีน ส่วนอนุประโยคหลัง why ให้ข้อสรุปเกี่ยวกับความดึงดูดอย่างรุนแรง รูปแบบทั่วไปคือ This is why + อนุประโยคสมบูรณ์ ซึ่งนำผู้ฟังจากเหตุไปสู่ผล จึงช่วยจัดลำดับคำอธิบายแทนที่จะใช้ระบุสิ่งของอย่างใดอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
It rained all night. ประโยคใดใช้ประโยคแรกเป็นเหตุและนำเข้าสู่ผลได้ถูกต้อง
- This is why the streets are wet.
- However, the streets are wet.
- This is because the streets are wet.
ดูคำตอบ
This is why the streets are wet.
feels like an addiction: อุปมาการเสพติดเพื่ออธิบายความดึงดูดอย่างรุนแรง
วลี feels like an addiction เปรียบเทียบประสบการณ์ของความดึงดูดอย่างรุนแรงกับการเสพติด โดยสื่อถึงแรงผลักดันอย่างมากให้แสวงหาความพึงพอใจ ซึ่งอาจหยุดหรือต้านทานได้ยาก ในที่นี้ X feels like + noun หมายถึง X ดูหรือให้ความรู้สึกคล้ายกับบางสิ่ง เป็นการอธิบายประสบการณ์ด้วยอุปมา ไม่ใช่การวินิจฉัยภาวะเสพติดทางคลินิกด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
feels like an addiction ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- เปรียบเทียบความดึงดูดอย่างรุนแรงกับประสบการณ์ที่หยุดได้ยากและทำให้ต้องการซ้ำ ๆ
- บอกว่าอีกคนหนึ่งเป็นสารที่ทำให้เสพติด
- เป็นการวินิจฉัยทางคลินิกอย่างเป็นทางการว่ามีภาวะเสพติด
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบความดึงดูดอย่างรุนแรงกับประสบการณ์ที่หยุดได้ยากและทำให้ต้องการซ้ำ ๆ
get stuck in that loop: ติดอยู่ในรูปแบบที่เกิดซ้ำ
get stuck in that loop หมายถึงการเข้าสู่รูปแบบที่เกิดซ้ำและพบว่าออกจากรูปแบบนั้นได้ยาก ในที่นี้ stuck และ loop เป็นอุปมา ไม่มีใครติดอยู่ภายในวงกลมจริง ๆ that ย้อนกลับไปอ้างถึงรูปแบบของรางวัลและการทำซ้ำที่กล่าวไว้ก่อนหน้า โดยทั่วไป get stuck in a loop ใช้อธิบายความคิด นิสัย การกระทำ หรือกระบวนการที่วนกลับมาจุดเดิมซ้ำ ๆ ได้
แบบฝึกหัด
ใช้ get stuck in ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Without a clear plan, the team can ____ a loop of endless revisions.
ดูคำตอบ
get stuck in
always chasing the dopamine-soaked excitement of a new relationship. สำนวน
3:48คอยไล่ตามความตื่นเต้นที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยโดปามีนจากความสัมพันธ์ครั้งใหม่อยู่เสมอ
always chasing: แสวงหาความรู้สึกบางอย่างซ้ำ ๆ
ในที่นี้ chasing ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ กรรมของคำนี้คือ excitement ที่เกิดจากความสัมพันธ์ใหม่ จึงหมายถึงการแสวงหาความรู้สึกนั้นอย่างจริงจัง ไม่ใช่การวิ่งไล่ตามใครจริง ๆ Always ทำให้เห็นว่าการแสวงหานี้เกิดซ้ำเป็นแบบแผน เมื่อรวมเป็น always chasing จึงอาจสื่อว่าคนคนนั้นคอยมองหาแหล่งกระตุ้นใหม่อยู่เรื่อย ๆ และในบริบทนี้อาจมีน้ำเสียงวิจารณ์หรือกังวล
แบบฝึกหัด
always chasing ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- วิ่งไล่ตามใครบางคนในความสัมพันธ์ใหม่จริง ๆ
- พยายามยุติความตื่นเต้นจากความสัมพันธ์ใหม่
- แสวงหาความตื่นเต้นจากความสัมพันธ์ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ดูคำตอบ
แสวงหาความตื่นเต้นจากความสัมพันธ์ใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
dopamine-soaked excitement: คำประสมแบบ “คำนาม + -soaked” ที่สร้างภาพชัดเจน
Dopamine-soaked เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่จงใจสร้างภาพชัดเจนและใช้ขยาย excitement โดยวาดภาพว่าความตื่นเต้นนั้นเหมือนอิ่มตัวไปด้วยโดพามีน แต่ความหมายเป็นเชิงเปรียบเทียบ คือความรู้สึกเร้าใจอย่างรุนแรงที่ขับเคลื่อนด้วยรางวัลและเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ใหม่ รูปแบบ “คำนาม + -soaked” อาจหมายถึงการถูกปกคลุมหรือชุ่มด้วยสิ่งใดจริง ๆ เช่น rain-soaked หรือหมายถึงการเต็มไปด้วยหรือได้รับอิทธิพลอย่างมากในเชิงเปรียบเทียบก็ได้ การนำ dopamine มาขยาย excitement ในที่นี้จึงสร้างภาพทางวาทศิลป์ ไม่ใช่ข้ออ้างทางวิทยาศาสตร์ที่แม่นยำ
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ dopamine-soaked excitement ได้เหมาะสมที่สุด
- ความรู้สึกสงบที่ไม่เกี่ยวข้องกับรางวัลเลย
- ความตื่นเต้นอย่างรุนแรงที่บรรยายให้เห็นภาพว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกได้รับรางวัลที่เกี่ยวข้องกับโดพามีน
- วัตถุที่เปียกด้วยโดพามีนเหลวจริง ๆ
ดูคำตอบ
ความตื่นเต้นอย่างรุนแรงที่บรรยายให้เห็นภาพว่าเต็มไปด้วยความรู้สึกได้รับรางวัลที่เกี่ยวข้องกับโดพามีน
a neurotransmitter that rewards our attraction to someone with pleasurable feelings. วลี
3:57สารสื่อประสาทที่ให้รางวัลแก่ความดึงดูดใจของเราที่มีต่อใครสักคนด้วยความรู้สึกเป็นสุข
reward A with B: ระบุผู้รับและสิ่งที่ให้เป็นรางวัล
ในโครงสร้าง reward A with B ส่วน A หมายถึงบุคคล การกระทำ หรือการตอบสนองที่ได้รับรางวัล ส่วน B หมายถึงประโยชน์ที่มอบให้เป็นรางวัล ในประโยคนี้ A คือ our attraction to someone และ B คือ pleasurable feelings ประโยคนี้นำเสนอความรู้สึกเพลิดเพลินว่าเป็นผลตอบแทนที่เชื่อมโยงกับความดึงดูดใจ ส่วน with pleasurable feelings เป็นส่วนที่ทำให้โครงสร้าง reward สมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงข้อมูลทั่วไปว่าความดึงดูดใจนั้นให้ความรู้สึกอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ reward และคำว่า with: The museum ____ its volunteers ____ free tickets after the event.
ดูคำตอบ
rewarded · with
That's why dopamine is called a feel-good substance.
4:02นั่นคือเหตุผลที่โดปามีนถูกเรียกว่า สารทำให้รู้สึกดี (feel-good substance)
The adjective feel-good can be used to describe anything causing happy and optimistic feelings about life. โน้ต
4:07คำคุณศัพท์ 'ทำให้รู้สึกดี' (feel-good) สามารถใช้เพื่ออธิบายสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกมีความสุขและมองโลกในแง่ดีเกี่ยวกับชีวิต
can be used to describe: บอกการใช้งานเพื่อบรรยายที่เป็นไปได้
Can be used to describe หมายถึง “สามารถใช้เป็นวิธีบรรยายได้” โครงสร้างคือกริยาช่วย can + รูปถูกกระทำ be used + to-infinitive describe ในตัวอย่าง feel-good คือคำคุณศัพท์ที่ผู้คนสามารถใช้ได้ ส่วน anything causing happy and optimistic feelings about life คือประเภทของสิ่งที่คำนี้ใช้บรรยายได้ ใช้ X can be used to describe Y เมื่อต้องการอธิบายว่าคำ วลี หรือป้ายกำกับหนึ่งสามารถใช้บรรยายอะไรได้บ้าง ส่วน to-infinitive บอกจุดประสงค์ของการใช้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีรูปถูกกระทำ 5 คำที่อธิบายการใช้งานที่เป็นไปได้ของคำ: The adjective 'spacious' ____ a room with plenty of space.
ดูคำตอบ
can be used to describe
happy and optimistic feelings: การใช้ happy และ optimistic ร่วมกัน
happy และ optimistic เป็นคำคุณศัพท์ที่เชื่อมกันและต่างก็ขยาย feelings โดย happy สื่อถึงความสุข ส่วน optimistic เพิ่มความหมายของการคาดหวังสิ่งดี ๆ จากชีวิตหรืออนาคต optimistic ไม่ได้ใช้บรรยายคนเท่านั้น แต่ยังขยายคำนามนามธรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติในวลีอย่าง optimistic feelings, an optimistic mood, an optimistic view และ an optimistic outlook
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าภาพยนตร์เรื่องหนึ่งทำให้เกิดทั้งความสุขและความหวังต่ออนาคต
- The film left me with happily and optimistic feelings about the future.
- The film left me with happy and optimistic feelings about the future.
- The film left me with happy and optimism feelings about the future.
ดูคำตอบ
The film left me with happy and optimistic feelings about the future.
Things like feel-good films or feel-good music.
4:14สิ่งต่างๆ เช่น ภาพยนตร์ฟีลกู๊ด หรือ เพลงที่ทำให้รู้สึกดี
there's a downside: สัญญาณเปลี่ยนไปพูดถึงข้อเสีย
There's a downside หมายความว่าสิ่งหนึ่งมีข้อเสีย ต้นทุน หรือผลกระทบด้านลบ ในที่นี้ downside ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งด้านล่างทางกายภาพ ในลำดับการอธิบาย Here, though, there's a downside เป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากประเด็นด้านบวกไปสู่ปัญหาที่จะอธิบายต่อไป though แสดงความขัดแย้ง ส่วน there's a downside เกริ่นว่ามีด้านลบ
แบบฝึกหัด
เติมวลีตรงตามบทเรียนที่ใช้เกริ่นว่ามีข้อเสียให้สมบูรณ์: Contactless payment is convenient, but ____: it can make spending harder to notice.
ดูคำตอบ
there's a downside
feels so good: so + คำคุณศัพท์เพื่อนำไปสู่ผล
ใน feels so good คำว่า so แสดงระดับที่มากพอจะทำให้เกิดผลตามมา กล่าวคือ ความรู้สึกนั้นดีมากจนทำให้คนยิ่งโหยหามันมากขึ้น คำนี้จึงทำหน้าที่มากกว่าคำขยายระดับทั่วไปอย่าง very โครงสร้างที่เขียนเต็มคือ so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยคบอกผล: feels so good that we crave it more and more. ประโยคต้นฉบับละ that และใช้จุลภาคกับจังหวะหยุดก่อนบอกผล ทำให้ความเชื่อมโยงกระชับและเป็นภาษาพูดมากขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างบอกผล so ... that: The path was ____ slippery ____ we had to walk slowly.
ดูคำตอบ
so · that
crave it more and more: ความปรารถนาที่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
crave หมายถึงต้องการบางสิ่งอย่างรุนแรงมาก โดยมักมีแรงกระตุ้นที่ยากจะเพิกเฉย ในที่นี้ it ย้อนกลับไปหมายถึงความรู้สึกได้รับรางวัลหรือความรู้สึกจากโดพามีนที่เพิ่งกล่าวถึง more and more แสดงว่าความรุนแรงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น crave it more and more จึงหมายถึงความปรารถนาต่อความรู้สึกนั้นค่อย ๆ รุนแรงขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อถึงความปรารถนาที่รุนแรงและยากจะเพิกเฉยได้ดีที่สุดในภาษาอังกฤษมาตรฐาน
- After the long hike, Maya craved for something salty.
- After the long hike, Maya craved something salty.
- After the long hike, Maya wanted something salty.
ดูคำตอบ
After the long hike, Maya craved something salty.
Some people are always chasing the next relationship to get a new hit of pleasure and soon become stuck in a loop. โน้ต
4:26บางคนมักจะไล่ตามความสัมพันธ์ครั้งต่อไปเพื่อรับความสุขครั้งใหม่ และในไม่ช้าก็ติดอยู่ในวังวน (stuck in a loop)
the next relationship: เป้าหมายใหม่ที่ถูกไล่ตามซ้ำ ๆ
ในที่นี้ the next relationship หมายถึงความสัมพันธ์เชิงรักครั้งใหม่ที่ถูกมองเป็นเป้าหมายถัดไปในการค้นหาซ้ำ ๆ คำว่า next ไม่ได้ชี้ถึงความสัมพันธ์ใดความสัมพันธ์หนึ่งที่รู้อยู่แล้วหรือมีการกำหนดไว้ รูปแบบ always chasing the next + คำนาม แสดงการไล่ตามเป้าหมายใหม่ทีละอย่าง ในประโยคนี้ รูปแบบดังกล่าวช่วยสื่อถึงวงจรของการแสวงหาความสุขใหม่ ๆ แทนที่จะพอใจกับความสัมพันธ์ปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
the next relationship ในประโยคต้นฉบับหมายถึงอะไร
- ความสัมพันธ์ใดความสัมพันธ์หนึ่งที่กำหนดไว้แล้ว
- ความสัมพันธ์ปัจจุบันที่ใครบางคนต้องการซ่อมแซม
- ความสัมพันธ์เชิงรักครั้งใหม่ที่ถูกไล่ตามในฐานะเป้าหมายถัดไปของรูปแบบที่เกิดซ้ำ
ดูคำตอบ
ความสัมพันธ์เชิงรักครั้งใหม่ที่ถูกไล่ตามในฐานะเป้าหมายถัดไปของรูปแบบที่เกิดซ้ำ
to get a new hit of pleasure: การบอกจุดประสงค์
วลี infinitive to get a new hit of pleasure บอกจุดประสงค์ของการไล่ตามความสัมพันธ์ครั้งถัดไป โดยตอบคำถามว่าทำไมจึงไล่ตาม นั่นคือพวกเขาต้องการสัมผัสความสุขอย่างแรงในช่วงสั้น ๆ อีกครั้ง สามารถตรวจสอบความหมายที่บอกจุดประสงค์นี้ได้โดยแทน to ด้วย in order to วลีนี้ไม่ได้เพียงบอกว่าการได้รับความสุขเกิดขึ้นภายหลัง แต่บอกแรงจูงใจของการกระทำก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป infinitive ที่บอกจุดประสงค์ของ catch: Maya left home early ____ the first train.
ดูคำตอบ
to catch
become stuck in a loop: เข้าสู่รูปแบบที่เกิดซ้ำ
become stuck in a loop หมายถึงการเข้าสู่ภาวะที่การกระทำ ความคิด หรือเหตุการณ์เดิมเกิดซ้ำและหลุดออกมาได้ยาก คำว่า loop ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบถึงรูปแบบที่วนกลับมาจุดเดิม ไม่ใช่วงแหวนจริง ๆ โครงสร้าง become + คำคุณศัพท์หรือ past participle ใช้บอกการเปลี่ยนแปลงของภาวะ become ชี้ว่าก่อนหน้านี้บุคคลนั้นอาจยังไม่ได้ติดอยู่ แต่ภายหลังเข้าสู่ภาวะดังกล่าว ส่วน stuck บอกภาวะที่เป็นผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเน้นได้ดีที่สุดว่าทีมเปลี่ยนจากภาวะที่ไม่ได้ติดอยู่ มาเป็นติดอยู่ในรูปแบบซ้ำ ๆ ที่หลุดออกมาได้ยาก
- The team was stuck in a loop of proposing the same fixes.
- The team proposed the same fix twice.
- The team became stuck in a loop of proposing the same fixes.
ดูคำตอบ
The team became stuck in a loop of proposing the same fixes.
An idiom meaning they're unable to break the habit of repeating the same patterns of behavior over and over again. วลี
4:33สำนวนที่หมายถึง พวกเขาไม่สามารถทำลายความเคยชินในการทำรูปแบบพฤติกรรมเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้
unable to break the habit: ไม่สามารถเลิกนิสัยได้
unable to break the habit หมายถึงไม่สามารถหยุดพฤติกรรมที่ทำซ้ำจนกลายเป็นนิสัยได้ break ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงยุติรูปแบบดังกล่าว ไม่ใช่ทำให้สิ่งของแตกจริง ๆ โครงสร้างคือ be unable to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อต้องการระบุพฤติกรรมที่ทำซ้ำ ให้ใช้ break the habit of + รูป -ing เช่น unable to break the habit of checking ในคำบรรยาย of repeating ใช้บอกพฤติกรรมที่ยังคงดำเนินต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย unable to break the habit: Even after trying several times to stop biting his nails, Leo was still ____.
ดูคำตอบ
unable to break the habit
over and over again: ซ้ำแล้วซ้ำอีก
over and over again เป็นวลีวิเศษณ์ที่หมายถึง “ซ้ำแล้วซ้ำอีก” หรือ “หลายครั้ง” ให้เข้าใจเป็นสำนวนตายตัวทั้งวลี โดย over ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นความหมายของ repeating the same patterns of behavior ว่ารูปแบบพฤติกรรมนั้นเกิดขึ้นหลายครั้ง ไม่ใช่เพียงครั้งหรือสองครั้ง วลีนี้ยังใช้กับการฝึกทำผิด ตรวจสอบ หรือเล่าเรื่องซ้ำได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้เพื่อสื่อความหมายว่า “ซ้ำแล้วซ้ำอีก หลายครั้ง”: I checked the instructions ____.
ดูคำตอบ
over and over again
It's fascinating to see the power which hormones have over us. วลี
4:40มันน่าหลงใหลที่ได้เห็นพลังที่ฮอร์โมนมีต่อตัวเรา
the power ... have over us: การควบคุมหรืออิทธิพลอย่างมาก
ในอนุประโยคขยาย which hormones have over us คำว่า which แทน power และทำหน้าที่เป็นกรรมของ have ด้วยเหตุนี้ power และ have จึงดูเหมือนแยกออกจากกัน หากเรียงคำให้ง่ายขึ้น แนวคิดก็คือ hormones have power over us ในที่นี้ over แสดงความสัมพันธ์เชิงนามธรรมเกี่ยวกับการควบคุมหรืออิทธิพลที่รุนแรง ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพเหนือใคร ประโยคนี้บอกว่าฮอร์โมนสามารถส่งผลอย่างมากต่อความรู้สึกหรือพฤติกรรมของเรา
แบบฝึกหัด
ใช้วลีเป้าหมายเติมประโยคให้สมบูรณ์: Fear can ____ our decisions if we do not notice it.
ดูคำตอบ
have power over
old-fashioned romantic: แนวคิดแบบดั้งเดิมในน้ำเสียงอ่อนโยน
An old-fashioned romantic หมายถึงคนที่มีแนวคิดแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับความรัก หรือชอบการแสดงความโรแมนติกแบบคลาสสิก ในที่นี้ romantic เป็นคำนามนับได้ หมายถึง “คนที่เชื่อมั่นในความรักแบบโรแมนติกอย่างมาก” Old-fashioned ไม่ได้เป็นคำวิจารณ์ที่รุนแรงเสมอไป ในบริบทที่เบาสบายและเป็นกันเองนี้ คำนี้ฟังเหมือนการหยอกอย่างอ่อนโยนและแฝงความรู้สึกถวิลหาอดีตเล็กน้อย ไม่ได้หมายความว่านีลล้าหลังหรือตกยุคอย่างสิ้นเชิง
แบบฝึกหัด
old-fashioned romantic ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- นักประวัติศาสตร์ที่ศึกษาเสื้อผ้าจากยุคก่อน
- คนที่มีแนวคิดแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับความรักและถูกกล่าวถึงด้วยน้ำเสียงหยอกอย่างอ่อนโยน
- คนที่เชื่อว่าความโรแมนติกทุกรูปแบบควรหายไป
ดูคำตอบ
คนที่มีแนวคิดแบบดั้งเดิมเกี่ยวกับความรักและถูกกล่าวถึงด้วยน้ำเสียงหยอกอย่างอ่อนโยน
speaking as a romantic: ระบุมุมมองของผู้พูด
Speaking as a romantic บอกผู้ฟังว่าความคิดเห็นที่ตามมามาจากอัตลักษณ์หรือมุมมองใดของผู้พูด มีความหมายว่า “จากมุมมองของฉันในฐานะคนโรแมนติก” ไม่ใช่ “พูดด้วยท่าทีโรแมนติก” โครงสร้างคือ speaking as + บทบาทหรืออัตลักษณ์ มักวางไว้ต้นประโยคแล้วตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค เช่น Speaking as a parent, ... โครงสร้างนี้จัดลำดับข้อมูลโดยบอกที่มาของมุมมองก่อน แล้วจึงบอกความคิดเห็น
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ระบุบทบาทของผู้พูดให้ประโยคสมบูรณ์: Speaking ____ a coach, I think the team needs more rest.
ดูคำตอบ
as
how about the answer: ขอคำตอบที่ยังไม่ได้รับ
ในที่นี้ how about the answer...? ดึงบทสนทนากลับไปยังคำถามที่ยังไม่ได้รับคำตอบ เป็นการขอคำตอบที่ยังขาดอยู่โดยอ้อม ไม่ใช่การเสนอให้ผู้ฟังเลือก “คำตอบ” How about + วลีคำนาม ใช้ได้ทั้งเพื่อเสนอแนะและเพื่อยกหัวข้อที่ต้องการความสนใจขึ้นมา ในประโยคนี้ คำถามก่อนหน้าและการที่ยังไม่มีคำตอบทำให้เห็นชัดว่าเป็นหน้าที่แบบที่สอง
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “How about the answer to my question?”
- ยืนยันว่าคำตอบนั้นถูกต้อง
- กลับไปยังคำถามที่ยังไม่ได้ตอบและขอให้ตอบ
- เสนอให้เลือกคำตอบหนึ่งข้อ
ดูคำตอบ
กลับไปยังคำถามที่ยังไม่ได้ตอบและขอให้ตอบ
you asked me about the effect on the body when two lovers look deep into each other's eyes. วลี
4:54คุณถามฉันเกี่ยวกับผลกระทบต่อร่างกายเมื่อคู่รักสองคนมองลึกเข้าไปในดวงตาของกันและกัน
the effect on the body: effect + on + สิ่งที่ได้รับผลกระทบ
ในวลีคำนาม the effect on the body คำว่า on นำสิ่งที่ได้รับผลกระทบเข้ามา ดังนั้น the body จึงเป็นสิ่งที่ได้รับผลกระทบ ไม่ใช่สาเหตุ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้สองแบบคือ an effect on B และ the effect of A on B ในแบบที่สอง A คือสาเหตุหรือที่มา ส่วน B คือสิ่งที่ได้รับผลกระทบ หากสาเหตุชัดเจนอยู่แล้วจากบริบท ก็ละส่วน of A ได้เหมือนในประโยคนี้
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ถูกต้องหลัง effect ให้ประโยคสมบูรณ์: The report examines the effect of late-night screen use ____ children's sleep.
ดูคำตอบ
on
looking into the eyes produced hormones causing couples' hearts to beat in time. โน้ต
5:07การมองตากันทำให้เกิดฮอร์โมนที่ส่งผลให้หัวใจของคู่รักเต้นพร้อมกัน
causing ... to beat: cause + กรรม + to-infinitive
ในอนุประโยคที่เน้น causing ใช้บอกผลที่เกิดจากการสร้างฮอร์โมน นั่นคือหัวใจของคู่รักเต้นเป็นจังหวะเดียวกันต่อมา ส่วนนี้เป็นอนุประโยคบอกผลรูป -ing ที่เชื่อมกับข้อความก่อนหน้า ไม่ใช่คำคุณศัพท์ทั่วไปที่ขยาย hormones โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ cause + กรรมที่ได้รับผล + to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ couples' hearts คือกรรมที่ได้รับผล และ to beat คือการกระทำที่เกิดขึ้นเป็นผลลัพธ์ Cause สามารถเปลี่ยนรูปเป็น cause, caused หรือ causing ได้ แต่โครงสร้างกรรม + to-infinitive ยังคงเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ freeze: The sudden cold caused the pipes ____.
ดูคำตอบ
to freeze
beat in time: เคลื่อนไหวเป็นจังหวะเดียวกัน
ในที่นี้ beat in time หมายถึงเต้นเป็นจังหวะเดียวกันหรือประสานกัน เนื่องจาก hearts เป็นรูปพหูพจน์ วลีนี้จึงบอกว่าจังหวะการเต้นของหัวใจของทั้งสองฝ่ายตรงกัน เมื่อใช้กับการกระทำอย่าง beat, clap, march หรือ dance คำว่า in time สามารถหมายถึงการทำตามจังหวะ โดยเฉพาะในโครงสร้าง in time with + ดนตรีหรืออีกคนหนึ่ง ความหมายด้านจังหวะนี้ต่างจากความหมายด้านเวลาที่ว่าเร็วพอก่อนที่จะสายเกินไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าเครื่องกำหนดจังหวะสองเครื่องเริ่มตีเป็นจังหวะเดียวกัน
- The two metronomes were started in time for the test.
- The two metronomes began to beat in time.
- The two metronomes were started on time at noon.
ดูคำตอบ
The two metronomes began to beat in time.
let's recap the vocabulary we've learned in this program, ลำดับความ
5:13เรามาทบทวนคำศัพท์ที่ได้เรียนรู้ในรายการนี้กันดีกว่า
Let's recap: การเริ่มทบทวนสั้น ๆ
Let's recap เป็นสำนวนจัดระเบียบคำพูดที่ใช้ชวนผู้ฟังทบทวนข้อมูลสำคัญที่กล่าวไปแล้ว ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเปิดช่วงทบทวนคำศัพท์ของรายการ และส่งสัญญาณว่าเนื้อหาจะเปลี่ยนจากเรื่องใหม่ไปเป็นการรวบรวมประเด็นหลักอย่างสั้น ๆ โครงสร้างคือ let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ recap เป็นคำกริยาหมายถึง “ทบทวนหรือสรุปสั้น ๆ” และตามด้วยเนื้อหาที่จะทบทวนโดยตรง เช่น recap the vocabulary หรือ recap the main points
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย let's + คำกริยาที่หมายถึง “ทบทวนสั้น ๆ”: ____ the key steps before we finish.
ดูคำตอบ
Let's recap
Starting with: การระบุรายการแรก
Starting with ใช้ระบุรายการแรกในรายการที่มีลำดับ การทบทวน หรือชุดคำอธิบาย ในที่นี้ สำนวนดังกล่าวระบุว่า head over heels เป็นคำศัพท์รายการแรก และเตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีรายการอื่นตามมา โครงสร้างคือ starting with + คำนามหรือกลุ่มคำนาม สามารถวางหลังประโยคหลักหรือวางต้นประโยคได้ หน้าที่ของมันคือกำหนดลำดับข้อมูล ไม่ใช่บรรยายการกระทำทางกายอีกอย่างหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ start ในรูป -ing และคำบุพบทที่ใช้แนะนำรายการแรก: We'll check each room, ____ the kitchen.
ดูคำตอบ
starting with
Lust is a very strong feeling of sexual desire.
5:22ตัณหา (Lust) คือความรู้สึกปรารถนาทางเพศที่รุนแรงมาก
Someone who is asexual does not feel sexual attraction towards anyone of any gender.
5:26คนที่ไม่มีความรู้สึกทางเพศ (asexual) จะไม่รู้สึกดึงดูดทางเพศต่อใครเลยไม่ว่าเพศใด
The phrase it's fair to say is used to introduce a statement you believe to be true and reasonable.
5:32วลี พอจะกล่าวได้ว่า (it's fair to say) ใช้ในการนำเสนอคำกล่า่วที่คุณเชื่อว่าเป็นความจริงและมีเหตุผล
The adjective feel-good describes something which makes people feel happy and optimistic.
5:39คำคุณศัพท์ ทำให้รู้สึกดี (feel-good) อธิบายบางสิ่งที่ทำให้ผู้คนรู้สึกมีความสุขและมองโลกในแง่ดี
And finally, the idiom stuck in a loop describes someone unable to break the habit of repeating the same negative patterns of behavior over and over again.
5:44และสุดท้าย สำนวน ติดอยู่ในวังวน (stuck in a loop) ใช้อธิบายผู้ที่ไม่สามารถเลิกนิสัยทำพฤติกรรมแย่ๆ เดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าได้
our 6 minutes are up: เวลาหกนาทีสิ้นสุดลงแล้ว
ใน our 6 minutes are up คำว่า be up หมายถึงช่วงเวลาที่กำหนดไว้หรือเวลาที่มีให้ได้สิ้นสุดลงแล้ว โดย up ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน ผู้พูดใช้ความยาวหกนาทีของรายการเป็นสัญญาณปิดรายการ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “ช่วงเวลา + be + up” และยังสามารถพูดสั้น ๆ ว่า Time is up ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ be up ที่แสดงว่าเวลาสิ้นสุดลงแล้ว: Your ten minutes ____, so please stop writing.
ดูคำตอบ
are up
but remember to join us again next time for more topical discussion and useful vocabulary here at 6 Minute English. การใช้คำ
5:57แต่อย่าลืมมาร่วมกับเราใหม่ในครั้งหน้าสำหรับการสนทนาตามหัวข้อและคำศัพท์ที่เป็นประโยชน์ ที่ 6 Minute English
topical discussion: การอภิปรายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
ในที่นี้ topical discussion หมายถึงการอภิปรายเรื่องที่สำคัญในตอนนี้หรือกำลังได้รับความสนใจ คำว่า topical เพิ่มความหมายว่าเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ไม่ได้หมายเพียงว่าการอภิปรายมีหัวข้อเท่านั้น ในคำปิดรายการนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่ารายการจะมีการอภิปรายที่เชื่อมโยงกับประเด็นปัจจุบันเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The podcast features topical discussion of new developments in artificial intelligence,” topical discussion หมายถึงอะไร?
- การอภิปรายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน
- การอภิปรายที่จัดขึ้นรอบหัวข้อใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องปัจจุบันหรือไม่
- การอภิปรายเรื่องยาที่ใช้ทาบนผิวหนัง
ดูคำตอบ
การอภิปรายเรื่องที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน