Peppa Pig Official - วันเกิดของหม่ามี้พิก: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
461 คำ 154 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ครอบครัวของเป๊ปป้าแอบเตรียมอาหารเช้า การ์ด เค้ก ของตกแต่ง และการไปโรงละครให้มัมมี่พิกในวันเกิด โดยพยายามกันเธอออกจากห้องจนกว่าสถานที่และของขวัญทั้งหมดจะพร้อม แล้วจึงเปิดเผยงานเซอร์ไพรส์พร้อมหน้ากัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. has made Mummy Pig breakfast in bed. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า present perfect เชื่อมการเตรียมที่เพิ่งเสร็จกับผลที่เห็นได้ในปัจจุบันอย่างไร ในที่นี้อาหารเช้าพร้อมแล้วและมัมมี่พิกกินได้ทันที ผู้เรียนจึงนำรูปแบบเดียวกันไปบอกงานที่ทำเสร็จแล้วแต่ยังสำคัญต่อสถานการณ์ตอนนี้ได้ 2. Do I have any choice? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและทัศนคติ: สังเกตว่าคำถามเชิงวาทศิลป์นี้ไม่ได้ถามหาตัวเลือกอย่างเป็นกลาง แต่สื่อการยอมจำนนแบบขำ ๆ เมื่อมัมมี่พิกรู้ว่าคนอื่นตัดสินใจให้เธอไปเดินในสวนแล้ว ผู้เรียนจะเข้าใจและใช้เพื่อยอมรับสิ่งที่ไม่ค่อยเต็มใจด้วยน้ำเสียงหยอกล้อได้ 3. somewhere nice to wear it. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้โครงสร้าง somewhere + คำคุณศัพท์ + to-infinitive เพื่อบรรยายสถานที่ที่เหมาะกับการทำบางอย่าง และประยุกต์เป็นแนวคิดอย่างสถานที่เงียบสำหรับอ่านหนังสือหรือสถานที่ปลอดภัยสำหรับพักได้ ในเรื่องนี้ยังช่วยเชื่อมโยงว่าชุดใหม่ต้องมีสถานที่และโอกาสที่เหมาะสมสำหรับสวมใส่ด้วย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:02

หนูชื่อเป็ปป้า พิก

This is my little brother George.

0:04

นี่คือน้องชายตัวน้อยของหนู จอร์จ

This is Mummy Pig

0:07

นี่คือแม่หมู

and this is Daddy Pig.

0:09

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig

0:13

เป็ปป้า พิก

Mummy Pig's Birthday

0:20

วันเกิดของแม่หมู

Today is Mummy Pig's birthday.

0:23

วันนี้เป็นวันเกิดของแม่หมู

Daddy Pig has made Mummy Pig breakfast in bed. โน้ต

0:26

พ่อหมูทำอาหารเช้าไปเสิร์ฟให้แม่หมูถึงบนเตียง

ไวยากรณ์

has made: การกระทำที่เสร็จแล้วและมีผลถึงปัจจุบัน

has made เป็นรูป present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + past participle made รูปนี้แสดงว่าการทำอาหารเช้าเสร็จแล้วและเชื่อมโยงกับสถานการณ์ปัจจุบัน คือ ตอนนี้อาหารเช้าพร้อมให้คุณแม่พิกรับประทานแล้ว ใช้ have/has + past participle เมื่อการกระทำที่เสร็จแล้วมีความสำคัญเพราะผลของมันในปัจจุบัน ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นเมื่อใดอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงได้ดีที่สุดว่าการเตรียมเสร็จแล้วและผลของมันสำคัญในตอนนี้

  1. Leah prepared everything yesterday, and we started then.
  2. Leah has prepared everything, so we can start now.
  3. Leah prepares everything before every meeting.
ดูคำตอบ

Leah has prepared everything, so we can start now.

วลี

made Mummy Pig breakfast: make + คน + อาหาร

made Mummy Pig breakfast ใช้รูปแบบ make + คน + อาหาร โดย Mummy Pig คือผู้รับหรือผู้ได้ประโยชน์จากอาหารเช้า ส่วน breakfast คือสิ่งที่ Daddy Pig เตรียม วลีนี้มีความหมายเท่ากับ made breakfast for Mummy Pig นี่คือโครงสร้างกรรมสองตัว กรรมตัวแรกระบุผู้ที่ได้รับประโยชน์ และกรรมตัวที่สองระบุสิ่งที่ทำขึ้น การเปลี่ยนกาลไม่ทำให้ลำดับกรรมเปลี่ยน เช่น make someone breakfast, made someone breakfast หรือ has made someone breakfast

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Nora เตรียมอาหารกลางวันให้น้องชายของเธอ

  1. Nora made her brother with lunch.
  2. Nora made lunch her brother.
  3. Nora made her brother lunch.
ดูคำตอบ

Nora made her brother lunch.

วัฒนธรรม

breakfast in bed: อาหารเช้าพิเศษที่นำมาเสิร์ฟบนเตียง

breakfast in bed หมายถึงการนำอาหารเช้าไปให้คนที่ยังอยู่บนเตียง เพื่อให้คนนั้นกินอาหารเช้าได้โดยไม่ต้องลุกจากเตียง ในประโยคนี้ พ่อหมูเตรียมอาหารเช้าแบบนี้ให้แม่หมู การทำแบบนี้มักทำให้อาหารมื้อธรรมดากลายเป็นการแสดงความใส่ใจ ความสบาย หรือการฉลองเล็ก ๆ เช่นเดียวกับในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมวลีตายตัวที่หมายถึงอาหารเช้าซึ่งเสิร์ฟให้คนที่ยังอยู่บนเตียง: For her birthday, we served her ____.

ดูคำตอบ

breakfast in bed

Happy birthday, Mummy Pig.

0:29

สุขสันต์วันเกิดจ้ะแม่หมู

Peppa and George have made Mummy Pig a birthday card.

0:32

เป็ปป้าและจอร์จทำการ์ดวันเกิดให้แม่หมู

Happy birthday, Mummy.

0:35

สุขสันต์วันเกิดค่ะแม่

Oh, what a lovely birthday surprise. ไวยากรณ์

0:37

โอ้ ช่างเป็นเซอร์ไพรส์วันเกิดที่น่ารักจัง

ไวยากรณ์

what a lovely birthday surprise: ประโยคอุทานแบบ What a/an

ใน what a lovely birthday surprise คำว่า what ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นคำถาม แต่ใช้ขึ้นต้นประโยคอุทานที่แสดงความดีใจและความประหลาดใจอย่างมาก เมื่อคำนามหลักเป็นคำนามนับได้เอกพจน์ ให้ใช้โครงสร้าง What a/an + คำคุณศัพท์ + คำนาม! ใช้ a หน้าคำที่เริ่มด้วยเสียงพยัญชนะ และใช้ an หน้าคำที่เริ่มด้วยเสียงสระ เช่น What a lovely surprise! และ What an amazing surprise!

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างประโยคอุทาน What a/an เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ lovely surprise!

ดูคำตอบ

What a

And there are more surprises to come. วลี

0:40

และยังมีเซอร์ไพรส์รออยู่อีกนะ

วลี

to come หลังคำนาม: ยังมีตามมาอีก

วลี to come อยู่หลัง more surprises และหมายถึง “ที่จะเกิดขึ้นหรือปรากฏในภายหลัง” เป็นการบอกว่ายังมีเรื่องเซอร์ไพรส์รออยู่ข้างหน้า โดย come ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่มาหาผู้พูด โครงสร้างนี้ทำให้คำนามชี้ไปยังสิ่งที่จะมีในอนาคต เช่น more details to come และ more news to come เป็นวิธีพูดสั้น ๆ ว่าบางสิ่งยังไม่เกิดขึ้นหรือยังไม่ได้ให้ข้อมูล แต่จะมีตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ to come เพื่อหมายความว่าบางสิ่งจะปรากฏหรือเกิดขึ้นในภายหลัง

  1. There are more updates to come after today's announcement.
  2. The train is coming to platform two now.
  3. Please come to the office before noon.
ดูคำตอบ

There are more updates to come after today's announcement.

Enjoy your birthday breakfast.

0:42

ทานอาหารเช้าวันเกิดให้อร่อยนะจ๊ะ

Take your time. วลี

0:44

ตามสบายเลยนะ

วลี

Take your time: ไม่ต้องรีบ

Take your time เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาเท่าที่จำเป็นอย่างเหมาะสม” สำนวนนี้ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจและบอกว่าผู้พูดยินดีรอ คำว่า take ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการหยิบหรือเอาเวลาออกไปจริง ๆ ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นคำบอกอย่างเป็นมิตรให้อีกฝ่ายช้าลงหรือทำต่อในจังหวะที่สบาย

แบบฝึกหัด

ลูกค้ายังตัดสินใจอยู่และคุณยินดีรอ ควรพูดอย่างไรจึงจะเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Take some time off work.
  2. Please decide right now.
  3. Take your time. I'm happy to wait.
ดูคำตอบ

Take your time. I'm happy to wait.

Mmm, yummy.

0:48

อื้ม อร่อยจัง

Quick, we have to get everything else ready. วลี

0:51

เร็วเข้า เราต้องไปเตรียมอย่างอื่นให้พร้อม

วลี

get everything else ready: โครงสร้าง get + กรรม + ready

โครงสร้าง get + กรรม + ready หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของพร้อมสำหรับสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป ตรงนี้ get ไม่ได้แปลว่า “ได้รับ” แต่ทำให้ everything else อยู่ในสภาพที่ ready บอกไว้ กรรมจะอยู่ระหว่าง get กับ ready ส่วน everything else หมายถึงสิ่งอื่นทั้งหมดที่เหลืออยู่ โดยไม่รวมสิ่งที่พูดถึงหรือเตรียมไว้แล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้กรรม the room ในโครงสร้าง get + กรรม + ready เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Before the guests arrive, we need to ____.

ดูคำตอบ

get the room ready

Daddy Pig has made a birthday cake for Mummy Pig.

0:54

พ่อหมูทำเค้กวันเกิดให้แม่หมู

We've just got to put the candles on. โน้ต

0:57

เราแค่ต้องปักเทียนลงไป

ไวยากรณ์

We've just got to: เหลือขั้นตอนจำเป็นอีกอย่างเดียว

We've got to เป็นรูปย่อของ we have got to และหมายถึง “เราต้อง” หลัง have got to จะตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น We've got to put... จึงแสดงการกระทำที่จำเป็น ไม่ได้หมายถึงการครอบครองหรือได้รับสิ่งของ ตรงนี้ just หมายถึง “เพียงแค่” การวางเทียนถูกนำเสนอว่าเป็นขั้นตอนเดียวที่เหลืออยู่ ต้องดูบริบทเพื่อเข้าใจหน้าที่ที่แน่นอนของ just

แบบฝึกหัด

อย่างอื่นเสร็จหมดแล้ว เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึงเหลือขั้นตอนจำเป็นอีกเพียงอย่างเดียว: We've ____ send the email.

ดูคำตอบ

just got to

วลี

put the candles on: วางสิ่งของบนพื้นผิวที่รู้กันจากบริบท

ในประโยคนี้ put the candles on หมายถึงวางเทียนบนพื้นผิวที่เข้าใจกันอยู่แล้วจากบริบท ซึ่งก็คือเค้กวันเกิด คำว่า on แสดงผลของการกระทำว่าเมื่อวางแล้ว เทียนจะอยู่บนพื้นผิวนั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ put + กรรม + on + พื้นผิว เช่น Put the candles on the cake. หากรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงพื้นผิวใด ภาษาอังกฤษสามารถไม่พูดส่วนนั้นและจบประโยคด้วย on ได้

แบบฝึกหัด

ใช้ put + the candles + on เติมประโยคให้สมบูรณ์: The cake is ready. Let's ____.

ดูคำตอบ

put the candles on

1

1:00

หนึ่ง,

2

1:02

สอง

Here I come. วลี

1:03

แม่ไปแล้วนะ

วลี

Here I come: การประกาศว่าคุณกำลังเข้าไปหา

Here I come! เป็นประโยคสำเร็จรูปที่ใช้ประกาศอย่างมีชีวิตชีวาว่าผู้พูดกำลังเข้ามาหรือกำลังจะปรากฏตัว คำว่า Here ชี้ไปยังตำแหน่งของผู้ฟังหรือเป้าหมาย แต่ทั้งประโยคหมายถึง ฉันกำลังมาแล้ว ไม่ได้หมายความเพียงว่า ฉันอยู่ตรงนี้ ประโยคประกาศนี้ใช้โครงสร้าง Here + ประธาน + come เมื่อประธานเป็นสรรพนาม I ลำดับคำที่เป็นธรรมชาติคือ Here I come ไม่ใช่ Here come I

แบบฝึกหัด

ผู้หาในเกมซ่อนหาจะพูดประโยคใดอย่างเป็นธรรมชาติก่อนเริ่มออกค้นหา?

  1. Ready or not, here you come!
  2. Ready or not, here I come!
  3. Ready or not, here I am!
ดูคำตอบ

Ready or not, here I come!

Mummy Pig has finished her birthday breakfast.

1:04

แม่หมูทานอาหารเช้าวันเกิดเสร็จแล้ว

Mummy's coming.

1:07

แม่กำลังมา

Oh no, we're not ready yet. ไวยากรณ์

1:08

โอ้ไม่นะ เรายังไม่พร้อมเลย

ไวยากรณ์

not ready yet: จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่พร้อม

ใน not ready yet คำว่า not ready บอกสภาพในปัจจุบัน ส่วน yet ในประโยคปฏิเสธนี้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” เมื่อรวมกันจึงสื่อว่าการเตรียมการยังไม่เสร็จในขณะนี้ yet ยังสื่อด้วยว่าคาดว่าจะพร้อมในภายหลัง ในประโยคปฏิเสธ คำนี้มักอยู่ท้ายประโยค: ประธาน + be + not + คำคุณศัพท์ + yet

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าอาหารยังไม่พร้อมตอนนี้ แต่คาดว่าจะพร้อมในภายหลัง

  1. The meal is ready already, so let's eat.
  2. The meal wasn't ready yesterday, but it is now.
  3. The meal isn't ready yet, but it will be soon.
ดูคำตอบ

The meal isn't ready yet, but it will be soon.

Uh who is it?

1:12

เอ่อ นั่นใครน่ะ?

It's Mummy.

1:14

แม่เองจ้ะ

Can I come in? น้ำเสียง/เจตนา

1:15

แม่เข้าไปได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can I come in?: การขออนุญาตเข้าไป

ในที่นี้ Can I come in? เป็นการขออนุญาตเข้าไป ไม่ใช่ถามว่าผู้พูดมีความสามารถทางร่างกายที่จะเข้าไปได้หรือไม่ Can I + คำกริยารูปพื้นฐาน? เป็นโครงสร้างที่ใช้ขออนุญาตอย่างสุภาพในชีวิตประจำวัน come in หมายถึงการเคลื่อนจากข้างนอกเข้าไปในห้อง อาคาร หรือพื้นที่อื่น เมื่อถามที่หน้าประตู คำถามนี้เป็นการขอให้คนข้างในอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เข้า

แบบฝึกหัด

คุณอยู่ข้างนอกประตูสำนักงานที่ปิดอยู่ ประโยคใดใช้ขออนุญาตเข้าไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Can I come in?
  2. Can I to come in?
  3. Can I coming in?
ดูคำตอบ

Can I come in?

No, no.

1:16

ไม่ ไม่

Is there something secret going on? กริยาวลี

1:17

มีความลับอะไรกันอยู่หรือเปล่า?

กริยาวลี

going on: มีบางอย่างกำลังเกิดขึ้น

ในประโยคนี้ going on หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” หรือ “กำลังดำเนินอยู่” ในวลี something secret going on คำนี้บอกว่าเหตุการณ์หรือกิจกรรมลับบางอย่างกำลังเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่จริง ๆ ความหมายเดียวกันนี้พบใน What's going on? ซึ่งเป็นคำถามที่ใช้บ่อยเมื่อถามถึงสถานการณ์ที่เราไม่เข้าใจ

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน go on ให้อยู่ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมคำถามที่ใช้บ่อยนี้ให้สมบูรณ์: What's ____?

ดูคำตอบ

going on

Uh no, nothing's going on.

1:19

เอ่อ เปล่า ไม่มีอะไรเกิดขึ้นหรอก

But you can't come in. น้ำเสียง/เจตนา

1:22

แต่แม่เข้ามาไม่ได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

you can't come in: หมายถึงไม่ได้รับอนุญาต ไม่ใช่ไม่มีความสามารถ

ในประโยคนี้ can't หมายถึง “ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ” ไม่ใช่ “ไม่มีความสามารถที่จะทำ” ผู้พูดกำลังห้ามผู้ฟังไม่ให้เข้ามา โครงสร้าง You can't + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้กำหนดกฎหรือขอบเขตที่ชัดเจนได้ ต้องดูบริบทว่า can't หมายถึงไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่สามารถทำได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can't ในความหมายว่า “ไม่ได้รับอนุญาต” แทนที่จะหมายถึง “ไม่สามารถทำได้”?

  1. You can't hear the speaker because the room is noisy.
  2. You can't enter the lab without permission.
  3. You can't lift the suitcase because it's too heavy.
ดูคำตอบ

You can't enter the lab without permission.

I see.

1:24

แม่เข้าใจแล้ว

Mummy Pig, why don't you relax in the sitting room? โน้ต

1:25

แม่หมู ทำไมคุณไม่ไปนั่งพักผ่อนในห้องนั่งเล่นล่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

why don't you relax: การเสนอแนะอย่างเป็นมิตร

ในประโยคนี้ Why don't you relax...? เป็นการเสนอแนะ ไม่ใช่การถามเหตุผลจริง ๆ ว่าทำไมคุณแม่พิกจึงไม่พักผ่อน ความหมายโดยประมาณคือ “ฉันคิดว่าคุณควรพักผ่อนนะ” โครงสร้าง Why don't you + กริยารูปพื้นฐาน...? ใช้เสนอสิ่งที่ผู้ฟังอาจทำได้ และฟังนุ่มนวลเป็นมิตรกว่าคำสั่ง Relax!

แบบฝึกหัด

เติมคำเสนอแนะด้วย Why don't you + กริยารูปพื้นฐาน: Your legs are tired. ____ sit down for a minute?

ดูคำตอบ

Why don't you

การใช้คำ

sitting room: คำอังกฤษแบบบริติชที่หมายถึงห้องนั่งเล่น

ในบริบทภาษาอังกฤษแบบบริติชนี้ sitting room คือห้องในบ้านที่ใช้พักผ่อน พูดคุย หรือต้อนรับแขก เป็นพื้นที่ประเภทเดียวกับ living room ไม่ใช่ห้องพิเศษที่อนุญาตให้นั่งอย่างเดียว

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: The children are playing in the sitting room. เด็ก ๆ อยู่ที่ไหน?

  1. ในห้องที่ห้ามยืน
  2. ในห้องครัว
  3. ในห้องนั่งเล่น
ดูคำตอบ

ในห้องนั่งเล่น

That sounds nice. วลี

1:28

ฟังดูดีนะ

วลี

That sounds nice: ตอบรับข้อเสนอในทางบวก

That sounds nice. เป็นคำตอบที่เป็นธรรมชาติเมื่อได้ยินข้อเสนอ แผน หรือความคิดแล้วต้องการแสดงว่าเห็นด้วย ที่นี่ sounds หมายถึง “จากที่ฟังมา ดูแล้วน่าจะดี” ไม่ได้หมายความว่าเสียงจริง ๆ ไพเราะ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + sound + คำคุณศัพท์: That sounds fun; The plan sounds good. คำคุณศัพท์บอกความรู้สึกของคุณต่อความคิดนั้น

แบบฝึกหัด

คำตอบใดแสดงอย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณชอบแผนที่เพิ่งได้ยินมา?

  1. Let's have lunch in the garden. That smells nice.
  2. Let's have lunch in the garden. That sounds nice.
  3. Let's have lunch in the garden. That looks nice.
ดูคำตอบ

Let's have lunch in the garden. That sounds nice.

Well, it is your birthday. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

ก็ วันนี้วันเกิดคุณนี่นา

น้ำเสียง/เจตนา

it is your birthday: บอกเหตุผลที่ได้รับการดูแลเป็นพิเศษ

ในบทสนทนานี้ it is your birthday ไม่ได้มีหน้าที่เพียงบอกวันที่ แต่ใช้เป็นเหตุผลให้กับข้อเสนอหรือการดูแลเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันเกิด คนคนนั้นจึงพักหรือรับการดูแลได้ หากความเชื่อมโยงกับความคิดก่อนหน้าชัดเจน ประโยคที่บอกข้อเท็จจริงง่าย ๆ ก็ใช้เป็นคำอธิบายอย่างนุ่มนวลได้ ผู้ฟังจะเข้าใจความเชื่อมโยงที่ไม่ได้พูดออกมาว่า “ดังนั้นการดูแลเป็นพิเศษแบบนี้จึงเหมาะสม”

แบบฝึกหัด

ประโยคคู่ใดใช้วันเกิดเป็นเหตุผลในการให้สิทธิ์เลือกเป็นพิเศษแก่ใครบางคน?

  1. You can choose the restaurant. It is your birthday.
  2. Your birthday is on Friday. I wrote it on the calendar.
  3. The restaurant is busy. It is near your home.
ดูคำตอบ

You can choose the restaurant. It is your birthday.

Okay, Peppa.

1:32

โอเคจ้ะ เป็ปป้า

I think I know where the sitting room is. น้ำเสียง/เจตนา

1:33

แม่คิดว่าแม่รู้ว่าห้องนั่งเล่นอยู่ที่ไหน

น้ำเสียง/เจตนา

การหยอกเบา ๆ ด้วย I think I know where the sitting room is

เมื่อดูตามถ้อยคำ I think ทำให้ผู้พูดฟังดูไม่แน่ใจเล็กน้อย แต่ในฉากนี้เธอย่อมรู้ว่าห้องนั่งเล่นอยู่ที่ไหน เพราะเป็นบ้านของเธอเอง การเลือกใช้คำอย่างระมัดระวังทั้งที่รู้อยู่แล้วจึงเป็นมุกหยอกเบา ๆ โดยความหมายจริงคือ “แน่นอนว่าฉันรู้ว่าอยู่ที่ไหน” อารมณ์ขันเกิดจากความไม่ตรงกันระหว่างถ้อยคำที่ดูไม่มั่นใจกับข้อเท็จจริงที่ทั้งสองฝ่ายรู้อยู่แล้ว ในคำพูดลักษณะเดียวกัน ผู้พูดอาจทำเหมือนไม่แน่ใจเรื่องที่ชัดเจนเพื่อหยอกโดยไม่ให้ฟังดูแรงเกินไป

แบบฝึกหัด

ข้อใดใช้คำพูดที่ดูไม่แน่ใจอย่างชัดเจนที่สุด เพื่อหยอกเบา ๆ เกี่ยวกับสิ่งที่ผู้พูดรู้อยู่แล้วอย่างแน่นอน

  1. Leo ยิ้มแล้วพูดว่า “I think I can remember my own name.”
  2. Leo เห็นเครื่องจักรใหม่แล้วถามว่า “How does this work?”
  3. Leo หลงทางแล้วพูดว่า “I do not know where the station is.”
ดูคำตอบ

Leo ยิ้มแล้วพูดว่า “I think I can remember my own name.”

Here's a nice magazine. วลี

1:37

นี่นิตยสารเล่มโปรดค่ะ

วลี

การใช้ Here's a nice magazine เพื่อนำเสนอสิ่งของ

Here's เป็นรูปย่อของ here is ในประโยคนี้ Here's + คำนามเอกพจน์ใช้เสนอสิ่งของที่ผู้พูดกำลังแสดง เสนอให้ หรือยื่นให้ใครบางคน กล่าวคือกำลังมอบนิตยสารให้อีกฝ่ายนำไปใช้ ในรูปแบบนี้ here ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงบอกสถานที่ ทั้งสำนวนทำหน้าที่เสนอสิ่งของ คล้ายกับ “This is for you” พร้อมกับระบุชื่อสิ่งของไว้หลัง Here's

แบบฝึกหัด

คุณกำลังยื่นตั๋วหนึ่งใบให้ผู้โดยสาร จงเติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปย่อของ here is: ____ your ticket.

ดูคำตอบ

Here's

Thank you, Peppa.

1:38

ขอบใจจ้ะเป็ปป้า

And here's some pretty music.

1:39

และนี่ก็เพลงเพราะๆ ค่ะ

Thank you, Peppa.

1:42

ขอบใจจ้ะเป็ปป้า

We need the same number of candles as Mummy's age. ไวยากรณ์

1:47

เราต้องใช้เทียนเท่ากับอายุของแม่

ไวยากรณ์

the same number of ... as ... เพื่อบอกว่าจำนวนเท่ากัน

โครงสร้าง the same number of + คำนามนับได้พหูพจน์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ บอกว่าปริมาณสองอย่างเท่ากัน ในประโยคนี้ จำนวนเทียนต้องตรงกับตัวเลขอายุของคุณแม่ ในการเปรียบเทียบนี้ as ใช้นำสิ่งที่เอามาเทียบกับปริมาณแรก ไม่ได้แปลว่า “เพราะว่า” หรือ “ขณะที่” ในที่นี้ ใช้ number กับสิ่งที่นับได้ เช่น candles, chairs หรือ people

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง the same number of ... as ตามที่กำหนด: Our team has ____ players ____ theirs.

ดูคำตอบ

the same number of · as

1

1:51

หนึ่ง,

2

1:52

สอง,

3

1:53

สาม

Oh dear, we haven't got nearly enough candles. การใช้คำ

1:54

ตายจริง เรามีเทียนไม่พอแน่ๆ

การใช้คำ

haven't got nearly enough: น้อยกว่าที่ต้องการมาก

haven't got หมายถึง “ไม่มี” คำว่า nearly อยู่ในวลีปฏิเสธ not nearly enough เมื่อรวมกันแล้ว haven't got nearly enough candles หมายความว่าจำนวนเทียนที่มีอยู่น้อยกว่าจำนวนที่ต้องการมาก ถ้าไม่มีคำปฏิเสธ nearly enough หมายถึง “เกือบพอ” แต่ยังขาดอยู่นิดหน่อย อย่าแปล not nearly enough ทีละคำว่า “เกือบพอ” เพราะคำปฏิเสธเปลี่ยนความหมายด้านระดับปริมาณ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเวลาที่มีอยู่น้อยกว่าเวลาที่ต้องการมาก

  1. We haven't got enough time to finish today.
  2. We haven't got nearly enough time to finish today.
  3. We've got nearly enough time to finish today.
ดูคำตอบ

We haven't got nearly enough time to finish today.

Daddy, how old is Mummy?

1:57

พ่อคะ แม่ อายุเท่าไหร่คะ?

I'll whisper it in your ear. วลี

2:00

พ่อจะกระซิบข้างหูหนูนะ

วลี

whisper it in your ear: กระซิบใกล้หู

Whisper it in your ear หมายถึง “พูดสิ่งนั้นด้วยเสียงเบามากโดยพูดอยู่ใกล้หูของคุณ” whisper คือการกระทำ it คือข้อความที่พูด และ in your ear บอกตำแหน่งที่เสียงกระซิบมุ่งไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ whisper something in someone's ear คำว่า in ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงการเอาสิ่งของใส่เข้าไปในหู แต่บอกว่าพูดใกล้ ๆ และเป็นการส่วนตัว

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “พูดสิ่งนั้นเบามากใกล้หูของคุณ” ลงในประโยค: This is a secret, so I'll ____.

ดูคำตอบ

whisper it in your ear

Wow, really old.

2:04

ว้าว แก่จังเลย

You know, I think three candles will be fine. โน้ต

2:08

รู้อะไรไหม พ่อคิดว่าเทียนสามเล่มก็พอแล้วล่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

You know, สำหรับเกริ่นความคิดเห็นอย่างนุ่มนวล

You know ที่ต้นประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรม ใช้เกริ่น I think... และทำให้ความเห็นฟังเป็นกันเองและไม่ห้วนเกินไป คำนี้ไม่ใช่คำถามจริง ๆ ว่าผู้ฟังรู้อะไรหรือไม่ จึงปกติไม่ต้องตอบ อาจแปลตามหน้าที่หรือไม่แปลตรง ๆ ก็ได้ตามบริบท หน้าที่หลักคือพาผู้ฟังเข้าสู่สิ่งที่จะพูดต่อไป

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You know, I think three candles will be fine,” คำว่า You know ที่ต้นประโยคทำหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. ใช้สั่งให้ผู้ฟังจำจำนวนเทียน
  2. ใช้ถามให้ผู้ฟังยืนยันจำนวนเทียนที่ถูกต้อง
  3. ใช้เกริ่นความคิดเห็นของผู้พูดให้ฟังนุ่มนวลและเป็นกันเองขึ้น
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นความคิดเห็นของผู้พูดให้ฟังนุ่มนวลและเป็นกันเองขึ้น

วลี

will be fine: บอกว่าตัวเลือกหนึ่งใช้ได้

ในที่นี้ three candles will be fine หมายความว่าเทียนสามเล่มเป็นตัวเลือกที่ยอมรับได้และเพียงพอกับสถานการณ์ แม้จะไม่ใช่จำนวนที่ตรงเป๊ะหรือตัวเลือกที่ดีที่สุด fine หมายถึง “ใช้ได้” หรือ “น่าพอใจ” ไม่ได้หมายถึง “ละเอียด” หรือ “ประณีต” โครงสร้าง X will be fine ใช้คาดว่าตัวเลือก จำนวน หรือการจัดการหนึ่ง ๆ จะดีพอ มักใช้เพื่อสรุปการตัดสินใจหรือทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าไม่จำเป็นต้องเปลี่ยน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fine ได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าห้องเล็กนี้ใช้ได้?

  1. The small room will be finely.
  2. The small room will fine.
  3. The small room will be fine.
ดูคำตอบ

The small room will be fine.

Mummy Pig's birthday cake is ready.

2:11

เค้กวันเกิดของแม่หมูพร้อมแล้ว

Hooray!

2:14

ไชโย!

We just have to put up the decorations in the sitting room. กริยาวลี

2:16

เราแค่ต้องติดของตกแต่งในห้องนั่งเล่น

กริยาวลี

put up the decorations: แขวนและจัดวางของตกแต่ง

ในประโยคนี้ put up the decorations หมายถึงแขวน ติด หรือจัดวางของตกแต่งให้ห้องพร้อมใช้งาน ตรงนี้ put up เป็นกริยาวลี ไม่ใช่ put up with ที่หมายถึง “ทน” หรือ put someone up ที่หมายถึง “ให้ที่พักแก่ใคร” เมื่อกรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง put up the decorations และ put the decorations up แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับอนุภาค: put them up ไม่ใช่ put up them

แบบฝึกหัด

ใช้ put up โดยวางคำสรรพนามในตำแหน่งที่ถูกต้อง: The paper stars are ready. Let's ____ before the party starts.

ดูคำตอบ

put them up

Hello, Mummy.

2:22

สวัสดีจ้ะแม่

Oh, there you all are. วลี

2:24

อ้าว อยู่กันที่นี่เอง

วลี

there you all are: ใช้เมื่อเจอทุกคนในกลุ่ม

There you all are เป็นคำพูดโต้ตอบแบบภาษาพูดที่ใช้พูดกับคนกลุ่มหนึ่งโดยตรงเมื่อเพิ่งเห็นหรือหาเจอ ในประโยคนี้มีความหมายประมาณว่า “อ๋อ ในที่สุดก็เจอทุกคนแล้ว” all เน้นว่าสมาชิกทุกคนในกลุ่มอยู่พร้อมหน้า ลำดับ there + you + are ตรงนี้เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนที่ใช้เมื่อพบคน ไม่ใช่ประโยคบอกการมีอยู่แบบ there is/there are

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะที่จะพูดว่า “There you all are!”

  1. คุณกำลังรายงานอย่างเป็นทางการว่ามีคนอยู่ในอาคารกี่คน
  2. คุณเพิ่งพบคนทั้งกลุ่มที่กำลังตามหา
  3. คุณต้องการให้คนกลุ่มนั้นย้ายไปอีกห้องหนึ่ง
ดูคำตอบ

คุณเพิ่งพบคนทั้งกลุ่มที่กำลังตามหา

I was getting a little bored. ไวยากรณ์

2:25

แม่เริ่มเบื่อหน่อยๆ แล้วสิ

ไวยากรณ์

was getting a little bored: ความรู้สึกที่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป

ในโครงสร้าง get + adjective คำว่า get หมายถึง “กลายเป็น” หรือ “เริ่มรู้สึก” was getting bored จึงบอกว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นในช่วงหนึ่งของอดีต คือความเบื่อกำลังเริ่มหรือเพิ่มขึ้น a little แปลว่า “เล็กน้อย” และช่วยลดระดับของ bored ทำให้คำบ่นฟังเบากว่าการบอกว่าเบื่อมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ was getting, a little และ bored: During the long delay, I ____.

ดูคำตอบ

was getting a little bored

Mummy, would you like to have a nice walk in the garden? น้ำเสียง/เจตนา

2:27

แม่คะ แม่ไปเดินเล่นในสวนดีไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like to have a nice walk: การชวนอย่างสุภาพ

Would you like to + กริยารูปพื้นฐาน? ใช้ชวนใครสักคนหรือเสนอกิจกรรมอย่างสุภาพ รูปประโยคนี้ทำให้การกระทำดูเป็นสิ่งที่ผู้ฟังเลือกได้ และฟังนุ่มนวลกว่า Do you want to ...? ในที่นี้ have a nice walk หมายถึง “ไปเดินเล่นอย่างสบาย ๆ” คำชวนนี้ยังช่วยให้คุณแม่ออกจากห้องด้วย แต่รูปประโยคยังคงเสนอการกระทำอย่างสุภาพว่าเป็นสิ่งที่เธอเลือกได้

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบการชวนอย่างสุภาพที่กำหนด: ____ join us for lunch?

ดูคำตอบ

Would you like to

Do I have any choice? น้ำเสียง/เจตนา

2:32

แม่มีทางเลือกไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Do I have any choice?: คำถามเชิงวาทศิลป์ที่สื่อว่าไม่มีทางเลือกจริง ๆ

Do I have any choice? อาจเป็นคำถามจริงก็ได้ แต่ในที่นี้เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดคาดว่าคำตอบคือ no ความหมายคือ “ดูเหมือนว่าฉันไม่มีทางเลือกจริง ๆ” ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายแจกแจงตัวเลือก ประโยคนี้อาจสื่อถึงการยอมรับอย่างไม่เต็มใจ อารมณ์ขันแบบนิ่ง ๆ หรือความไม่พอใจเล็กน้อย ในที่นี้คุณแม่รู้ว่าคนอื่นวางแผนให้เธอออกจากห้องแล้ว คำถามจึงชี้อย่างขำ ๆ ว่าในทางปฏิบัติคนอื่นได้ตัดสินใจแทนเธอไปแล้ว

แบบฝึกหัด

เมื่อ Do I have any choice? เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ โดยทั่วไปสื่อความหมายอะไร

  1. ผู้พูดรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง
  2. ผู้พูดกำลังเสนอทางเลือกหลายอย่างให้อีกคน
  3. ผู้พูดต้องการรายการสินค้าที่มีให้เลือกอย่างละเอียด
ดูคำตอบ

ผู้พูดรู้สึกว่าไม่มีทางเลือกอื่นที่เป็นไปได้จริง

Nope.

2:33

ไม่ค่ะ

Bye-bye, Mummy.

2:35

บ๊ายบายค่ะแม่

Have a lovely walk.

2:36

เดินเล่นให้สนุกนะจ๊ะ

We'll call you when it's safe to come back in. ไวยากรณ์

2:38

เราจะเรียกคุณเมื่อปลอดภัยที่จะกลับเข้ามาได้

ไวยากรณ์

when it's safe to come back in: รอจนกว่าเงื่อนไขจะเป็นจริง

when it's safe to come back in หมายถึง “เมื่อถึงเวลาในอนาคตที่กลับเข้ามาได้แล้ว” คำว่า when นำช่วงเวลานั้น และประโยคหลักบอกว่าจะเรียกเมื่อถึงเวลานั้น ในอนุประโยคเวลาที่พูดถึงอนาคต ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบัน it's ไม่ใช้ will be โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ when + it is + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ซึ่งหมายถึง “เมื่อการทำสิ่งหนึ่งเหมาะสมหรือไม่มีความเสี่ยงที่เกี่ยวข้องแล้ว” safe ในที่นี้หมายถึงการกลับเข้ามาจะไม่ทำให้เรื่องเซอร์ไพรส์เสีย ไม่ได้หมายความว่ามีใครกำลังตกอยู่ในอันตรายทางร่างกาย

แบบฝึกหัด

ใช้ when, it's, safe และ to ตามลำดับที่ถูกต้อง: We'll leave the shelter ____ go outside.

ดูคำตอบ

when it's safe to

I've forgotten what hard work birthdays were. ไวยากรณ์

2:42

แม่ลืมไปเลยว่าวันเกิดมันเป็นงานหนักขนาดนี้

ไวยากรณ์

what hard work birthdays were: อนุประโยคอุทานแบบซ้อน

what hard work birthdays were หมายถึงงานวันเกิดต้องใช้แรงและความพยายามมากจนน่าประหลาดใจ อนุประโยคนี้อยู่หลัง I've forgotten และทำหน้าที่เป็นเนื้อหาที่ถูกลืม จึงเป็นอนุประโยคอุทานแบบซ้อน What นำหน้ากลุ่มคำนาม hard work ส่วน birthdays were ยังคงลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า hard work เป็นกลุ่มคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ หมายถึงความพยายามหรือกิจกรรมที่เหนื่อย ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งงาน จึงไม่มี a อยู่ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้พูดลืมไปแล้วว่าการย้ายบ้านต้องใช้แรงมากแค่ไหน

  1. I'd forgotten what hard work moving house was.
  2. I'd forgotten what was hard work moving house.
  3. I'd forgotten what a hard work moving house was.
ดูคำตอบ

I'd forgotten what hard work moving house was.

Daddy Pig, Peppa and George are decorating the sitting room.

2:46

พ่อหมู เป็ปป้า และจอร์จ กำลังตกแต่งห้องนั่งเล่น

This is fun.

2:56

สนุกจังเลย

Granny Pig and Grandpa Pig have arrived for Mummy Pig's birthday.

3:00

คุณตาหมูและคุณยายหมูมาถึงงานวันเกิดแม่หมูแล้ว

Happy birthday, Mummy Pig.

3:05

สุขสันต์วันเกิดจ้ะแม่หมู

Aren't you coming inside? น้ำเสียง/เจตนา

3:08

ลูกไม่เข้าไปข้างในเหรอ?

น้ำเสียง/เจตนา

ความคาดหมายใน Aren't you coming inside?

Aren't you coming inside? เป็นคำถามปฏิเสธ ในที่นี้ไม่ได้ถามแค่ว่าอีกฝ่ายวางแผนจะทำอะไร แต่ยังสื่อว่าผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายจะเข้ามาข้างใน และแปลกใจที่ยังไม่เข้ามา โครงสร้าง Aren't you + -ing...? มักใช้ถามยืนยันแผนหรือการกระทำที่คาดไว้อยู่แล้ว ทั้งนี้อาจฟังเหมือนการเตือนหรือการกระตุ้นอย่างนุ่มนวลได้ตามน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

ผู้พูดน่าจะสื่ออะไรเมื่อพูดว่า Aren't you coming inside?

  1. ฉันคิดว่าคุณจะเข้ามาข้างใน แต่คุณยังไม่ได้เข้ามา
  2. ฉันไม่อยากให้คุณเข้ามาข้างใน
  3. ฉันกำลังถามว่าด้านในของอาคารอยู่ที่ไหน
ดูคำตอบ

ฉันคิดว่าคุณจะเข้ามาข้างใน แต่คุณยังไม่ได้เข้ามา

Oh, I can't come in yet.

3:10

โอ้ หนูกลัวยังเข้าไปไม่ได้ค่ะ

Daddy Pig, Peppa and George are doing secret things for my birthday.

3:11

พ่อหมู เป็ปป้า และจอร์จ กำลังทำเรื่องลับๆ สำหรับวันเกิดหนูอยู่

How lovely.

3:15

น่ารักจริงเชียว

See you later.

3:17

ไว้เจอกันนะ

Bye.

3:18

บ๊ายบาย

Mummy, would you like to come inside now?

3:22

แม่คะ แม่จะเข้ามาข้างในหรือยังคะ?

I'd love to. วลี

3:24

แม่ก็อยากเข้าจ้ะ

วลี

ตอบรับอย่างอบอุ่นด้วย I'd love to.

I'd love to. เป็นวิธีตอบรับคำเชิญหรือข้อเสนออย่างอบอุ่นและกระตือรือร้น I'd เป็นรูปย่อของ I would วลีกริยาหลัง to ถูกละไว้ เพราะมีการกล่าวถึงการกระทำนั้นแล้ว เมื่อถามว่า Would you like to come to dinner? คำตอบ I'd love to. จึงหมายถึง I'd love to come to dinner.

แบบฝึกหัด

เติมคำตอบด้วยสำนวนตายตัวที่ใช้ตอบรับคำเชิญอย่างอบอุ่น: Would you like to join our picnic? — ____.

ดูคำตอบ

I'd love to

Close your eyes.

3:26

หลับตานะคะ

Keep your eyes closed, Mummy. ไวยากรณ์

3:31

หลับตาไว้นะคะแม่

ไวยากรณ์

Keep your eyes closed: keep + กรรม + คำคุณศัพท์

โครงสร้าง keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้คนหรือสิ่งของคงอยู่ในสภาพหนึ่ง ในประโยคนี้ your eyes เป็นกรรม และ closed บอกสภาพที่ยังคงต่อเนื่อง keep เน้นการรักษาสภาพนั้นไว้ ไม่ได้บอกให้แม่เริ่มหลับตา แต่บอกว่ายังอย่าเพิ่งลืมตา รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ในสำนวนอย่าง keep the door open

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยเรียง keep, the door และ open ให้ถูกต้อง: Please ____ while I bring in the boxes.

ดูคำตอบ

keep the door open

1

3:35

หนึ่ง,

2

3:36

สอง,

3

3:37

สาม

Open your eyes.

3:38

ลืมตาได้ค่ะ

Happy birthday, Mummy Pig.

3:40

สุขสันต์วันเกิดจ้ะแม่หมู

What a lovely surprise.

3:44

ช่างเป็นเซอร์ไพรส์ที่น่ารักจริงๆ

Blow the candles out and make a wish. โน้ต

3:46

เป่าเทียนแล้วอธิษฐานสิจ๊ะ

กริยาวลี

Blow the candles out: กริยาวลี blow out แบบแยกได้

blow out หมายถึงใช้ลมเป่าให้เปลวไฟดับ ใน Blow the candles out คำว่า out บอกผลลัพธ์ว่าเปลวไฟหยุดไหม้ ไม่ได้หมายถึงเป่าให้ตัวเทียนออกไปข้างนอก blow out เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม จะวางไว้ตรงกลางหรือหลังวลีก็ได้: blow the candles out หรือ blow out the candles ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: blow them out ไม่ใช้ blow out them

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ blow out กับคำสรรพนาม it: The candle is still burning. Please ____.

ดูคำตอบ

blow it out

วัฒนธรรม

make a wish: อธิษฐานขอพรในวันเกิด

make a wish เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้เมื่อนึกถึงสิ่งที่หวังว่าจะเกิดขึ้น ในที่นี้ wish เป็นคำนามที่หมายถึง “ความปรารถนา” และ make a wish หมายถึง “อธิษฐานขอพร” ไม่ได้หมายถึงการสร้างสิ่งของ ในงานฉลองวันเกิดหลายแห่ง เจ้าของวันเกิดจะเป่าเทียนบนเค้กให้ดับแล้วอธิษฐานขอพร ธรรมเนียมนี้อธิบายว่าทำไมประโยคจึงเชื่อมการกระทำสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งในงานวันเกิดให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “อธิษฐานขอพร”: Blow out the candles and ____.

ดูคำตอบ

make a wish

Mummy, Mummy, open your present.

3:51

แม่คะ แม่คะ เปิดของขวัญสิคะ

Can you guess what it is? ไวยากรณ์

3:52

ทายซิว่าคืออะไร?

ไวยากรณ์

what it is: ลำดับคำแบบบอกเล่าหลัง guess

ใน Can you guess what it is? ส่วน what it is เป็นคำถามแฝงที่ทำหน้าที่เป็นกรรมของ guess แม้ยังมีความหมายเป็นคำถาม แต่ใช้ลำดับ what + ประธาน it + กริยา is ส่วนหลัก Can you guess...? ทำให้ทั้งประโยคเป็นคำถามโดยตรงอยู่แล้ว ลองเปรียบเทียบกับคำถามที่ใช้เดี่ยว ๆ ว่า What is it? เมื่ออยู่หลัง guess ให้ใช้ what it is ไม่ใช่ what is it

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามโดยตรง What is it? ให้เป็นคำถามแฝงหลัง guess: Can you guess ____?

ดูคำตอบ

what it is

I've no idea. วลี

3:55

แม่ไม่รู้เลยจ้ะ

วลี

I've no idea: ภาษาอังกฤษแบบบริติชสำหรับบอกว่าไม่รู้เลย

ใน I've no idea คำว่า I've เป็นรูปย่อของ I have ทั้งประโยคหมายถึง “ฉันไม่รู้เลย” โดย idea ในที่นี้หมายถึงการรู้คำตอบ ไม่ได้หมายถึงแผนหรือข้อเสนอใหม่ ในภาษาอังกฤษแบบบริติช สามารถย่อ have ไว้หน้า no ได้โดยตรงในโครงสร้างนี้ จึงไม่ได้มีคำว่า got ตกหล่น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + have + no idea

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างย่อแบบบริติชที่มี no แต่ไม่มี got: “Do you know where the key is?” “____.”

ดูคำตอบ

I've no idea

Open it and see. น้ำเสียง/เจตนา

3:57

เปิดดูสิ

น้ำเสียง/เจตนา

Open it and see: ลงมือทำเพื่อค้นหาคำตอบ

Open it and see มีคำสั่งสองอย่างที่เชื่อมด้วย and โดย Open it คือการกระทำที่ต้องทำ ส่วน and see หมายถึง “แล้วจึงหาคำตอบหรือรู้ผล” ในที่นี้ see หมายถึงค้นพบหรือรู้ ไม่ได้หมายถึงแค่มองด้วยตา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + and see ซึ่งใช้ชวนให้อีกฝ่ายทำบางอย่างแล้วเรียนรู้จากผลที่เกิดขึ้น เช่น try it and see, check and see และ wait and see

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง การกระทำ + and see ในความหมายว่า “ลงมือทำ แล้วจึงรู้ผล”?

  1. Try it and see what happens.
  2. Try it because you already know the result.
  3. Try it after you read the instructions.
ดูคำตอบ

Try it and see what happens.

It's a beautiful dress.

4:02

เป็นชุดกระโปรงที่สวยมากเลย

You're beautiful, Mummy.

4:08

แม่สวยมากเลยค่ะ

Now you just need somewhere nice to wear it. ไวยากรณ์

4:11

ทีนี้คุณก็แค่ต้องมีสถานที่ดีๆ เพื่อใส่มันไป

ไวยากรณ์

somewhere nice to wear it: โครงสร้าง somewhere + คำคุณศัพท์ + to-infinitive

โครงสร้าง somewhere + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ใช้บอกสถานที่ที่มีลักษณะอย่างหนึ่งและเหมาะกับจุดประสงค์หนึ่ง เนื่องจาก somewhere เป็นคำไม่ชี้เฉพาะที่หมายถึงสถานที่ คำคุณศัพท์จึงมักวางไว้ข้างหลัง เช่น somewhere nice ไม่ใช่ nice somewhere ในประโยคนี้ to wear it บอกว่าสถานที่นั้นเหมาะสำหรับทำอะไร ผู้พูดต้องการสถานที่หรือโอกาสดี ๆ ที่จะใส่สิ่งนั้นไป โดย to wear it ขยาย somewhere ไม่ได้บอกการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่แยกออกมา

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง somewhere + คำคุณศัพท์ + to-infinitive และคำว่า quiet กับ study เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I need ____.

ดูคำตอบ

somewhere quiet to study

What's this?

4:14

นี่อะไรน่ะ?

Two tickets to the theater, tonight. วลี

4:15

ตั๋วไปดูละครเวทีสองใบ สำหรับคืนนี้

วลี

tickets to the theater: ticket(s) to + จุดหมายหรือกิจกรรม

ใน tickets to the theater คำว่า to เชื่อมตั๋วเข้ากับจุดหมายหรือกิจกรรมที่ตั๋วนั้นให้สิทธิ์เข้าไป วลีนี้หมายถึงตั๋วสำหรับไปโรงละครเพื่อชมการแสดง ไม่ใช่ตั๋วที่จะนำไปมอบให้โรงละคร สามารถใช้ ticket(s) to หน้าจุดหมายหรือกิจกรรมได้หลายอย่าง เช่น a ticket to the museum และ tickets to a concert คำที่ตามหลัง to บอกว่าตั๋วทำให้ผู้ถือไปที่ไหนหรือเข้าร่วมกิจกรรมใดได้

แบบฝึกหัด

กิจกรรมคือ the concert เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง ticket(s) to + กิจกรรม: Maya bought two ____.

ดูคำตอบ

tickets to the concert

Thank you.

4:19

ขอบคุณนะ

Mummy Pig loves going to the theater. ไวยากรณ์

4:21

แม่หมูชอบไปดูละครเวทีมาก

ไวยากรณ์

loves going: ใช้ love + -ing บอกความชอบทั่วไป

หลัง love สามารถใช้กริยารูป -ing เพื่อบอกกิจกรรมที่ใครบางคนชอบได้ ในประโยคนี้ loves going to the theater หมายถึงการไปโรงละครเป็นกิจกรรมหนึ่งที่ Mummy Pig ชอบเป็นปกติ ไม่ได้หมายความว่าตอนนี้เธอกำลังเดินทางไปที่นั่น เมื่อประธานเป็นเอกพจน์บุรุษที่สาม ให้ใช้ loves เช่น she loves reading โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + love/loves + กริยารูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ love และ read เพื่อบอกความชอบเป็นประจำ: Maya ____ before bed.

ดูคำตอบ

loves reading

And Granny Pig and I are going to babysit the little ones. โน้ต

4:23

แล้วย่ายายหมูกับพ่อจะช่วยดูแลเด็กๆ ให้เอง

ไวยากรณ์

are going to babysit: ใช้ be going to บอกแผนในอนาคตที่มีอยู่แล้ว

be going to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำในอนาคตในฐานะความตั้งใจหรือแผนที่มีอยู่แล้วก่อนพูด are going to babysit หมายความว่ามีความตั้งใจหรือการจัดเตรียมไว้อยู่แล้วว่าจะดูแลเด็ก ๆ ประธาน Granny Pig and I มีความหมายเท่ากับ we จึงใช้ be ในรูป are และ babysit คงอยู่ในรูปพื้นฐาน ในที่นี้ going to ไม่ได้บอกการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด การที่มีกริยารูปพื้นฐาน babysit ตามหลัง to ทันทีแสดงว่า going to ใช้บอกแผนในอนาคต

แบบฝึกหัด

ใช้ be going to เพื่อบอกแผนที่มีอยู่แล้ว: We ____ babysit the children next door tonight.

ดูคำตอบ

are going to

การใช้คำ

the little ones: คำแทนพหูพจน์ที่ให้ความรู้สึกเอ็นดู

ใน the little ones คำว่า ones ใช้แทนคำนามนับได้รูปพหูพจน์ที่ผู้ฟังรู้ได้จากบริบท ในที่นี้หมายถึงเด็ก ๆ ที่ต้องมีคนดูแล คำนี้ทำหน้าที่เป็นคำแทน ไม่ได้หมายถึงเลข one การใช้ ones ช่วยให้ไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ little บอกว่าพวกเขายังเล็ก และทั้งวลี the little ones ให้ความรู้สึกอบอุ่นเอ็นดูในบริบทครอบครัว

แบบฝึกหัด

ในงานปิกนิกของครอบครัว คุณป้าคนหนึ่งพูดว่า “The little ones are playing by the tree.” คำว่า the little ones น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด?

  1. เลข 1 ที่เขียนไว้หลายตัว
  2. ผู้ใหญ่ที่ตัวเตี้ย
  3. เด็กเล็ก ๆ
ดูคำตอบ

เด็กเล็ก ๆ

Hooray!

4:27

ไชโย!

What a super birthday.

4:30

เป็นวันเกิดที่สุดยอดไปเลย

I'm the luckiest Mummy in the whole world. ไวยากรณ์

4:32

แม่เป็นแม่ที่โชคดีที่สุดในโลกเลย

ไวยากรณ์

the luckiest Mummy in the whole world: ขั้นสูงสุดที่แสดงอารมณ์อย่างชัดเจน

The luckiest เป็นรูปขั้นสูงสุดของ lucky โครงสร้างคือ the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนาม + in + ขอบเขตการเปรียบเทียบ เช่น the luckiest Mummy in the whole world คำว่า whole ช่วยเน้นว่าขอบเขตนั้นครอบคลุมทุกแห่ง ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้จัดอันดับทั่วโลกแบบที่วัดผลได้ แต่ใช้ขั้นสูงสุดแบบเกินจริงเพื่อแสดงความสุขและความขอบคุณอย่างมาก หมายความว่าเธอรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมาก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่แสดงความตื่นเต้นนี้ด้วยรูปขั้นสูงสุดมาตรฐานแบบ -iest ของ lucky: I'm ____ child in the whole world.

ดูคำตอบ

the luckiest

And the most beautiful. ลำดับความ

4:35

และสวยที่สุดด้วย

ลำดับความ

“And the most beautiful.” ในฐานะข้อความเสริมแบบละคำ

“And the most beautiful.” ต้องอาศัยประโยคก่อนหน้า คือ “I'm the luckiest Mummy in the whole world.” คำที่ซ้ำกับประโยคนั้นถูกละไว้ ดังนั้นใจความเต็มจึงเท่ากับ “And I'm the most beautiful Mummy in the whole world.” นี่เป็นส่วนของประโยคที่ผู้พูดตั้งใจย่อ ไม่ใช่ข้อผิดพลาดทางไวยากรณ์ ข้อความเสริมสั้น ๆ นี้ช่วยเลี่ยงการพูดซ้ำและเน้นคำบรรยายใหม่ว่า “the most beautiful” เมื่อพบรูปแบบนี้ ให้ใช้ประโยคก่อนหน้าเพื่อเติมประธาน กริยา คำนาม หรือส่วนร่วมอื่น ๆ ที่ถูกละไว้ในการทำความเข้าใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคก่อนหน้าคือ “Lina is the strongest runner on the team.” แล้ว “And the fastest.” หมายความว่าอย่างไร

  1. นักวิ่งอีกคนหนึ่งเร็วที่สุดในทีม
  2. Lina เป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดในทีมด้วย
  3. วลีนี้ไม่มีคำใดถูกละไว้
ดูคำตอบ

Lina เป็นนักวิ่งที่เร็วที่สุดในทีมด้วย