สรุปแล้วฟินแลนด์อยู่ในสแกนดิเนเวียหรือไม่?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
CGP Grey
คำอธิบายวิดีโอ: วิดีโอนี้แยกสแกนดิเนเวียออกจากกลุ่มประเทศนอร์ดิกที่กว้างกว่า และแสดงว่าภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ ภาษา สถาบัน และการใช้ทั่วไปทำให้ขอบเขตของชื่อพร่ามัวอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "one part geography, one part history, and one part linguistics," — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ใช้การซ้ำ "one part..." แบบขนานเพื่อนำเสนอแนวคิดว่าเป็นส่วนผสมของหลายปัจจัย 2. "under the banner of Scandinavia" — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นการรวมตัวภายใต้ชื่อร่วม ไม่ใช่อยู่ใต้ธงจริง 3. "should it be necessary." — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: อ่านรูปเงื่อนไขกลับคำแบบทางการนี้ว่า "if it should be necessary" เพื่อกล่าวถึงเงื่อนไขอนาคตที่มีโอกาสต่ำอย่างระมัดระวัง
คำอธิบายในบทเรียนนี้
government-issued boxes ในฐานะภาพแทนสวัสดิการนอร์ดิก
ในรายการนี้ government-issued หมายถึง “จัดหาให้หรือแจกโดยรัฐบาล” วลีนี้ชวนให้นึกถึงชุดของใช้สำหรับแม่และเด็กของฟินแลนด์ ซึ่งมักเรียกว่า “กล่องเด็กอ่อน” ครอบครัวที่มีสิทธิ์สามารถรับของใช้เด็กอ่อนในกล่องกระดาษแข็งที่ใช้เป็นพื้นที่นอนแห่งแรกของทารกได้ด้วย ภาพนี้เป็นสัญลักษณ์ทางวัฒนธรรมที่สื่อถึงสวัสดิการสังคมแบบนอร์ดิกอย่างรวดเร็ว ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าปกติแล้วทารกถูกบรรจุหรือเก็บไว้ในกล่องธรรมดา และไม่ควรสรุปว่าทุกประเทศในสแกนดิเนเวียมีธรรมเนียมเดียวกัน
แบบฝึกหัด
government-issued boxes ในที่นี้น่าจะชวนให้นึกถึงอะไรมากที่สุด?
- หมายถึงภาพของสวัสดิการแบบนอร์ดิก: รัฐแจกกล่องใส่ของใช้เด็กอ่อนให้ครอบครัว และกล่องนั้นใช้เป็นที่นอนของทารกได้ด้วย
- หมายความว่ารัฐบาลเก็บทารกไว้ในกล่องขนส่งธรรมดา
- หมายความว่าพ่อแม่ต้องซื้อกล่องที่รัฐบาลรับรอง
ดูคำตอบ
หมายถึงภาพของสวัสดิการแบบนอร์ดิก: รัฐแจกกล่องใส่ของใช้เด็กอ่อนให้ครอบครัว และกล่องนั้นใช้เป็นที่นอนของทารกได้ด้วย
But like, where exactly are the borders of Scandinavia?
0:12แต่ว่า พรมแดนที่แน่นอนของสแกนดิเนเวียอยู่ตรงไหนกันล่ะ?
to be more precise เพื่อแก้คำพูดให้แม่นยำยิ่งขึ้น
to be more precise เป็นคำบอกว่าผู้พูดกำลังแก้คำพูดของตนให้แม่นยำขึ้น โดยส่งสัญญาณว่าถ้อยคำต่อไปจะทำให้ข้อความก่อนหน้าแคบลงหรือถูกต้องยิ่งขึ้น เช่น เปลี่ยนจาก three countries เป็น three kingdoms วลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงวิธีพูดหรือความแม่นยำของการออกเสียง แต่ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยบอกผู้ฟังให้แทนที่คำเรียกกว้าง ๆ ด้วยคำที่ถูกต้องกว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีแก้คำพูดของตนเองสี่คำจากบทเรียน: “The meeting starts around noon—or, ____, at 12:05.”
ดูคำตอบ
to be more precise
all of which ในอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ
ในประโยคนี้ all of which ย้อนกลับไปหมายถึง three kingdoms คำว่า all หมายถึงสมาชิกทุกส่วนของกลุ่มนั้น ส่วน which นำข้อมูลเพิ่มเติมที่ตามมา นั่นคือราชอาณาจักรทั้งสามแห่งตั้งอยู่บนคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย โครงสร้าง all of which + กริยาพหูพจน์ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงเกี่ยวกับทั้งกลุ่มที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ อนุประโยคนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ จึงตามหลังเครื่องหมายจุลภาคและให้ข้อมูลเสริมแทนที่จะระบุว่าหมายถึงราชอาณาจักรใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสัมพันธ์สามคำที่หมายถึงแกลเลอรีทุกแห่งในกลุ่ม: The museum has four galleries, ____ are open today.
ดูคำตอบ
all of which
collectively called สำหรับชื่อร่วมของกลุ่ม
Collectively called หมายถึงการใช้ชื่อเดียวเรียกหลายสิ่งเมื่อมองสิ่งเหล่านั้นรวมกันเป็นกลุ่ม ในที่นี้ Fennoscandia เป็นชื่อของทั้งสามประเทศเมื่อรวมเป็นกลุ่ม ไม่ใช่ชื่อแยกของแต่ละประเทศ โครงสร้างที่ใช้ทั่วไปคือ ประธานพหูพจน์ + be + collectively called + ชื่อกลุ่ม คำว่า collectively เป็นคำวิเศษณ์ที่ขยาย called และทำให้ชัดเจนว่าชื่อนั้นใช้กับทั้งกลุ่ม
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่หมายความอย่างชัดเจนว่าชื่อหนึ่งชื่อใช้กับทั้งกลุ่ม
- One clinic is commonly called the Riverside Clinic.
- The five clinics are collectively called the Riverside Health Network.
- The five clinics are respectively called North, South, East, West, and Central.
ดูคำตอบ
The five clinics are collectively called the Riverside Health Network.
If you do: do ที่ใช้แทนการกระทำที่กล่าวถึงก่อนหน้า
ใน if you do คำว่า do ใช้แทนการตั้งชื่อที่เพิ่งกล่าวถึง คือการเรียกสามประเทศนี้ว่า Fennoscandia จึงไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำทั้งหมด ตรงนี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้แทนเนื้อหาก่อนหน้า ในอนุประโยค if คำว่า if you do หมายถึง “ถ้าคุณทำการกระทำนั้นที่เข้าใจได้จากบริบท” ไม่ใช่ “ถ้าคุณทำอะไรบางอย่างที่ไม่ได้ระบุ”
แบบฝึกหัด
เติมกริยาช่วยที่ใช้แทน call the folder 'Archive': You can call the folder 'Archive.' If you ____, tell the team.
ดูคำตอบ
do
because no one except the nerdiest of geography nerds
0:39เพราะไม่มีใครนอกจากพวกเนิร์ดภูมิศาสตร์ขั้นสุด
one part geography, one part history, and one part linguistics ในฐานะโครงสร้างขนาน
การใช้กรอบ one part geography, one part history, and one part linguistics ซ้ำ ทำให้ Scandinavia ถูกนำเสนอเป็นแนวคิดผสมที่เกิดจากปัจจัยทั้งสาม โครงสร้างขนานนี้ให้น้ำหนักเชิงวาทศิลป์แก่แต่ละปัจจัยใกล้เคียงกัน และทำให้ติดตามคำอธิบายได้ง่าย one part ในที่นี้ไม่ได้บอกว่าทั้งสามส่วนมีสัดส่วนเท่ากันอย่างแม่นยำ แต่ระบุว่าแต่ละด้านเป็นส่วนประกอบหรืออิทธิพลหนึ่งอย่าง จึงใช้รูปแบบนี้จัดระเบียบคำอธิบายเกี่ยวกับอัตลักษณ์ รูปแบบ หรือสาเหตุที่เกิดจากหลายองค์ประกอบได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ one part A, one part B เพื่อแสดงการผสมในเชิงวาทศิลป์แทนที่จะบอกปริมาณที่แน่นอน?
- Her teaching style is one part patience, one part theatre, and one part careful planning.
- Mix one part syrup with two parts water.
- One part of the report is missing.
ดูคำตอบ
Her teaching style is one part patience, one part theatre, and one part careful planning.
which is why: อ้างกลับไปยังเหตุและนำเข้าสู่ผล
ในโครงสร้าง “..., which is why + อนุประโยค” คำว่า which ย้อนกลับไปอ้างถึงใจความทั้งหมดก่อนเครื่องหมายจุลภาค ไม่ได้อ้างถึงเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุด ในประโยคนี้หมายถึงบทบาทร่วมกันของภูมิศาสตร์ ประวัติศาสตร์ และภาษาศาสตร์ วลีนี้นำเข้าสู่ผลที่เกิดจากสถานการณ์ก่อนหน้า มีความหมายประมาณว่า “และนั่นคือเหตุผลที่...” จึงเชื่อมเหตุไปสู่ผลอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสัมพันธ์สามคำที่หมายถึง “และนั่นคือเหตุผลที่”: The roads were covered in ice, ____ the school opened two hours late.
ดูคำตอบ
which is why
because she used to be considered one of the Baltic sisters ไวยากรณ์
0:56เพราะเธอเคยถูกมองว่าเป็นหนึ่งในพี่น้องรัฐบอลติก
used to be considered: บอกการจัดประเภทในอดีต
used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำที่เกิดเป็นประจำหรือสภาวะที่เคยเป็นจริงในอดีต แต่ปัจจุบันไม่เป็นเช่นนั้นแล้ว หรือผู้พูดไม่ได้เสนอว่าเป็นจริงในปัจจุบัน หลัง used to ต้องใช้ be รูปพื้นฐาน be considered เป็นรูปถูกกระทำ แสดงว่าการจัดประเภทนั้นเป็นมุมมองของผู้อื่น เมื่อนำมารวมกัน used to be considered จึงหมายถึง “ในอดีตโดยทั่วไปเคยถูกมองว่า...” และแสดงความต่างจากปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ used to และรูปถูกกระทำของ consider: Before the game rules changed, this move ____ illegal, but it is allowed now.
ดูคำตอบ
used to be considered
is included because of her relationship, it's complicated, with Sweden.
1:02ก็ถูกรวมเข้าไปด้วยเพราะความสัมพันธ์ของเธอ (มันซับซ้อนนะ) กับสวีเดน
something like + จำนวนโดยประมาณ
ในประโยคนี้ something like อยู่หน้าช่วงตัวเลข 15 to 21 และหมายถึง “ประมาณ” หรือ “ราว ๆ” จึงบอกว่าผู้พูดกำลังให้ค่าประมาณ ไม่ใช่ยอดที่แน่นอน ในที่นี้ something like ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “สิ่งที่คล้ายกับ...” โครงสร้าง something like + ตัวเลขหรือปริมาณ ยังใช้บอกเวลา จำนวน หรือระดับโดยประมาณได้ด้วย
แบบฝึกหัด
วลีใดเหมาะที่สุดสำหรับสื่อว่า 200 เป็นค่าประมาณแบบภาษาพูด? The hall can hold ___ 200 people.
- exactly
- at least
- something like
ดูคำตอบ
something like
depending on how you want to count it: ขึ้นอยู่กับวิธีนับ
วลีท้ายประโยค depending on how you want to count it จำกัดความหมายของข้อความทั้งหมดที่อยู่ข้างหน้า โดยหมายความว่ายอดรวมเปลี่ยนไปตามวิธีนับ และไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์ที่แยกออกมาต่างหาก ในที่นี้ it หมายถึงจำนวนสงคราม ส่วน how หมายถึงกฎที่ใช้ตัดสินว่าเหตุการณ์ใดนับเป็นสงครามหนึ่งครั้ง โดยทั่วไป depending on how + อนุประโยค ใช้เพิ่มเงื่อนไขหรือวิธีการที่อาจเปลี่ยนผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงว่ายอดรวมที่รายงานอาจเปลี่ยนไปเมื่อใช้วิธีนับที่ต่างกัน?
- The report lists 42 completed tasks, and everyone uses the same counting rule.
- The report lists exactly 42 completed tasks because the final count is fixed.
- The report lists 40 to 45 completed tasks, depending on how you count partially finished work.
ดูคำตอบ
The report lists 40 to 45 completed tasks, depending on how you count partially finished work.
And it's complicated-er because they mostly fought over Norway. โน้ต
1:11และมันซับซ้อนยิ่งกว่าเพราะพวกเขาส่วนใหญ่สู้กันเพื่อแย่งนอร์เวย์
complicated-er ในฐานะรูปขั้นกว่าที่ใช้เล่นมุก
Complicated-er เป็นรูปขั้นกว่าที่จงใจสร้างขึ้น รูปมาตรฐานคือ more complicated แต่ผู้พูดเติม -er ต่อท้าย complicated ราวกับว่าเป็นคำคุณศัพท์สั้น ในที่นี้ รูปที่ผิดปกตินี้ขยายความคิดก่อนหน้าที่ว่าสถานการณ์ซับซ้อนให้มากขึ้นแบบติดตลก โดยหมายถึง “ซับซ้อนยิ่งกว่าเดิม” และทำให้การเพิ่มระดับความซับซ้อนฟังดูขบขัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The instructions got complicated-er after the third page,” complicated-er สื่ออะไร?
- วิธีพูด more complicated แบบติดตลกและจงใจไม่เป็นมาตรฐาน
- วิธีบอกว่าบางสิ่งซับซ้อนน้อยลง
- รูปขั้นกว่าที่เป็นทางการและเป็นมาตรฐานของ complicated
ดูคำตอบ
วิธีพูด more complicated แบบติดตลกและจงใจไม่เป็นมาตรฐาน
fought over: สิ่งที่เป็นข้อพิพาท
ในโครงสร้าง fight over + คำนามหรืออนุประโยคคำถาม คำว่า over ใช้นำสิ่งของ ดินแดน ทรัพยากร หรือประเด็นที่ทำให้เกิดความขัดแย้ง Fought เป็นรูปอดีตของ fight ดังนั้น fought over จึงหมายถึง “ขัดแย้งกันเรื่องบางสิ่งหรือเพื่อควบคุมสิ่งนั้น” วลีนี้เพียงอย่างเดียวไม่ได้บอกว่าเป็นการต่อสู้จริงหรือการโต้เถียงอย่างรุนแรง ต้องดูจากบริบท ในที่นี้ Norway คือดินแดนที่ถูกแย่งชิง และ over ไม่ได้หมายถึง “อยู่เหนือ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fight และคำบุพบทที่ระบุสิ่งที่กำลังแย่งชิงกัน: The children ____ the last cookie.
ดูคำตอบ
fought over
Who wouldn't? เพื่อแสดงความเห็นด้วยเชิงวาทศิลป์แบบขำ ๆ
“Who wouldn't?” เป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ในที่นี้ wouldn't ละการกระทำที่กล่าวถึงไปแล้ว คือ fight over Norway ผู้พูดไม่ได้ถามว่าคนคนนั้นคือใคร แต่สื่อว่า “ทุกคนก็คงทำแบบนั้น” มุกนี้พูดถึงนอร์เวย์ราวกับเป็นคนที่มีเสน่ห์ คำถามจึงแสดงความเห็นด้วยแบบขำ ๆ รูปแบบนี้ทำให้ปฏิกิริยาหนึ่งดูเป็นเรื่องธรรมดาหรือชัดเจนได้ โดยให้เหตุผลที่น่าดึงดูดก่อน แล้วจึงถามว่า “Who wouldn't?”
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบเชิงวาทศิลป์แบบสบาย ๆ ด้วยสำนวนจากบทเรียน: A: Would people want to attend the concert? B: The tickets are free, and the band is excellent. ____?
ดูคำตอบ
Who wouldn't
they probably mean the Nordic countries.
1:20พวกเขาอาจจะหมายถึงกลุ่มประเทศนอร์ดิก (Nordic countries)
Though, you can hardly blame people for confusion น้ำเสียง/เจตนา
1:25ถึงแม้ว่าคุณแทบจะโทษคนที่สับสนไม่ได้เลย
Can hardly blame someone for something: แทบจะโทษใครไม่ได้ในเรื่องหนึ่ง
Can hardly blame someone for something หมายถึงแทบไม่มีเหตุผลที่เหมาะสมให้ตำหนิบุคคลนั้นในเรื่องดังกล่าว ในประโยคนี้ ข้อเท็จจริงรอบข้างทำให้ความสับสนของผู้คนเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ผู้พูดจึงใช้สำนวนนี้เพื่อลดความแรงของคำวิจารณ์ Hardly หมายถึง “แทบจะไม่” ไม่ใช่ “อย่างรุนแรง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ can hardly blame + คน + for + คำนามหรือรูป -ing โดยส่วนหลัง for ระบุการกระทำหรือสถานการณ์ที่ถูกตำหนิ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียน: Given that the instructions were unclear, you ____ Mia for making a mistake.
ดูคำตอบ
can hardly blame
when organizations like the American-Scandinavian Foundation
1:27เมื่อองค์กรอย่าง American-Scandinavian Foundation
under the banner of Scandinavia: ภายใต้ชื่อร่วมว่าสแกนดิเนเวีย
under the banner of Scandinavia หมายถึงการใช้ Scandinavia เป็นชื่อหรืออัตลักษณ์สาธารณะร่วมกัน คำว่า banner ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ จึงไม่จำเป็นต้องหมายถึงธงจริง ในประโยคนี้ ประเทศนอร์ดิกอาจประชาสัมพันธ์ร่วมกันโดยใช้ชื่อที่ผู้คนคุ้นเคยนี้ วลีดังกล่าวอธิบายวิธีที่พวกเขานำเสนอตัวเอง ไม่ได้หมายความว่าทุกประเทศนอร์ดิกเป็นส่วนหนึ่งของสแกนดิเนเวียในทางภูมิศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่หมายถึง “โดยใช้อัตลักษณ์สาธารณะร่วมกัน” ลงในประโยค: Several neighborhood groups are campaigning ____ Safe Roads.
ดูคำตอบ
under the banner of
This is the Holland approach to international relations.
1:36นี่คือแนวทางความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแบบ 'ฮอลแลนด์'
Go with it: ยอมรับตัวเลือกที่มีอยู่
Go with it หมายถึงยอมรับตัวเลือก ความคิด หรือสถานการณ์ที่มีอยู่แล้ว แล้วเดินหน้าต่อโดยไม่ต่อต้านหรือคิดมากเกินไป ในที่นี้หมายถึงการยอมรับชื่อยอดนิยมที่ผู้คนยังคงใช้ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปกับสิ่งใด ประโยคนี้มีน้ำเสียงขี้เล่นและประชดเล็กน้อย สื่อว่า “เลิกเถียงเรื่องชื่อที่ไม่สมบูรณ์แบบนี้ได้แล้ว” ไม่ใช่กฎจริงจังที่บอกว่าเราควรยอมรับความผิดทุกอย่าง
แบบฝึกหัด
ทีมของคุณเลือกโลโก้แบบเรียบง่ายไว้แล้ว และคุณตัดสินใจยอมรับตัวเลือกนั้นและเดินหน้าต่อ คุณจะพูดว่าอย่างไร?
- Let's go for it.
- Let's go without it.
- Let's go with it.
ดูคำตอบ
Let's go with it.
get along: เข้ากันได้ดี
get along หมายถึง “มีความสัมพันธ์ที่เป็นมิตรและอยู่ร่วมกันได้ดี” ในที่นี้มีการกล่าวถึงประเทศราวกับเป็นคน โดยสื่อว่ากลุ่มประเทศนอร์ดิกร่วมมือกันได้ดีพอที่จะจัดตั้งสหภาพ วลีนี้อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสองฝ่าย ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปตามทิศทางใดทิศทางหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าคนสองคนมีความสัมพันธ์ที่ดี?
- Leah and Priya get through well, so sharing a room is easy.
- Leah and Priya get along well, so sharing a room is easy.
- Leah and Priya get away well, so sharing a room is easy.
ดูคำตอบ
Leah and Priya get along well, so sharing a room is easy.
well enough that: ระดับที่เพียงพอจนเกิดผลลัพธ์
ใน well enough that คำว่า well บอกว่าประเทศเหล่านี้เข้ากันได้ดีเพียงใด ส่วน enough บอกว่าระดับนั้นถึงเกณฑ์ที่ต้องการแล้ว อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลของการถึงเกณฑ์นั้น คือพวกเขาได้จัดตั้งสหภาพอย่างเป็นทางการ โครงสร้าง adjective/adverb + enough that + clause หมายถึง “อยู่ในระดับที่เพียงพอ โดยอนุประโยคถัดไปบอกผลที่เกิดขึ้น” ไม่จำเป็นต้องหมายถึง “ดีมาก” แต่หมายถึงดีพอที่จะทำให้เกิดผลนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสามคำที่หมายถึง “อยู่ในระดับที่เพียงพอ โดยผลลัพธ์จะตามมา” ลงในประโยค: The microphone worked ____ everyone could hear the speech.
ดูคำตอบ
well enough that
occasionally unrealistically dream of joining.
1:52บางครั้งก็ฝันหวานแบบไม่เป็นความจริงว่าอยากจะเข้าร่วม
do ที่ใช้เน้นใน do get to sit
ตรงนี้ do เป็นกริยาช่วยที่ใช้เน้น ประโยคพื้นฐานคือ the Baltic sisters get to sit with them เมื่อเติม do ผู้พูดกำลังยืนยันอย่างชัดเจนว่าโอกาสอันจำกัดนี้มีอยู่จริง get to sit หมายถึงมีโอกาสหรือได้รับอนุญาตให้นั่ง ไม่ได้หมายถึงไปหาเก้าอี้มา เมื่อใช้ Though และ but ผู้พูดยอมรับข้อดีอย่างหนึ่งก่อน แล้วจึงจำกัดขอบเขตของมัน กล่าวคือ พวกเธอเข้าร่วมได้ แต่ไม่มีสิทธิ์ลงคะแนน รูปแบบ do ที่เน้นแล้วตามด้วยใจความขัดแย้งช่วยยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งข้อโดยไม่ทำให้ข้อจำกัดที่ตามมาอ่อนลง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ do เพื่อเน้นการยอมรับว่ามีโอกาสจริง ก่อนจะเพิ่มข้อจำกัด?
- They do get to join the discussion, but they cannot vote.
- They must join the discussion, but they cannot vote.
- They might get to join the discussion, but nobody knows yet.
ดูคำตอบ
They do get to join the discussion, but they cannot vote.
The Nordic Council is largely a collection of committees
1:59คณะมนตรีนอร์ดิกส่วนใหญ่เป็นกลุ่มของคณะกรรมการ
get + กรรม + to-infinitive ใน get its members to cooperate
get + กรรม + to-infinitive หมายถึงทำให้ โน้มน้าว หรือจัดการให้กรรมเป็นผู้ทำการกระทำนั้น ใน get its members to cooperate นั้น its members เป็นกรรมของ get และเป็นประธานโดยนัยของ cooperate ด้วย ต้องมี to เสมอ เนื่องจากสภา tries to get them to cooperate ประโยคนี้จึงอธิบายความพยายามที่จะทำให้เกิดความร่วมมือ ไม่ได้รับประกันว่าจะมีความร่วมมือจริง get มักสื่อว่าพยายามให้ได้ผลลัพธ์ผ่านการโน้มน้าว การจัดการ หรือความพยายาม มากกว่าการบังคับโดยตรง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างทำให้ด้วยรูปอดีตของ get และคำบอก infinitive: The coach ____ the players ____ practise together.
ดูคำตอบ
got · to
finds time to make: จัดเวลาทำบางอย่างให้ได้
ใน finds time to make โครงสร้าง find time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสามารถจัดเวลาใส่กิจกรรมหนึ่งลงในตารางได้ โดยเฉพาะเมื่อมีอย่างอื่นต้องทำอยู่แล้ว ไม่ได้หมายถึงการค้นพบก้อนเวลาจริง ๆ ในที่นี้ งานสาธารณะที่สำคัญถูกนำมาเปรียบต่างกับการทำรายการที่ละเอียดผิดปกติ ดังนั้น finds time to จึงมีนัยหยอกล้อเล็กน้อยว่า แม้จะมีเรื่องอื่นมากมาย สภาก็ยังให้เวลากับงานเพิ่มเติมนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ find time to ในความหมายว่า สามารถแทรกกิจกรรมหนึ่งไว้ในตารางที่ยุ่งได้?
- During exam week, Lena finds a watch under the sofa.
- During exam week, Lena says the dog walk takes a long time.
- Even during exam week, Lena finds time to walk the dog.
ดูคำตอบ
Even during exam week, Lena finds time to walk the dog.
the sovereignty of which: ความเป็นเจ้าของแบบเป็นทางการด้วยคำนาม + of which
the sovereignty of which เป็นรูปประโยคย่อยสัมพันธ์แบบเป็นทางการ คือ คำนาม + of which โดย which ย้อนกลับไปอ้างถึงสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ซึ่งก็คือ respect distance และ of แสดงความสัมพันธ์คล้ายการเป็นเจ้าของ วลีนี้มีความหมายโดยประมาณเท่ากับ whose sovereignty การบอกว่าพื้นที่ว่างธรรมดามี sovereignty ทำให้พื้นที่นั้นเหมือนเป็นรัฐเอกราช ไวยากรณ์ที่โอ่อ่าและคำทางการเมืองทำให้กฎฟังดูจริงจังเกินเหตุโดยตั้งใจ จึงเกิดอารมณ์ขัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบการแสดงความเป็นเจ้าของอย่างเป็นทางการแบบเดียวกับ the sovereignty of which?
- The museum has a central courtyard, and ivy covers it.
- The museum has a central courtyard, the walls of which are covered in ivy.
- The museum has a central courtyard, which is covered in ivy.
ดูคำตอบ
The museum has a central courtyard, the walls of which are covered in ivy.
get to live and work in any of the others, ไวยากรณ์
2:22สามารถไปอาศัยและทำงานในประเทศใดก็ได้ในกลุ่ม
the biggest deal: ประโยชน์ที่สำคัญที่สุด
ในประโยคนี้ the biggest deal หมายถึงประโยชน์ของคณะมนตรีนอร์ดิกที่สำคัญที่สุดหรือน่าสนใจที่สุด คำว่า deal ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงธุรกรรมทางธุรกิจ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกว่าประโยชน์นั้นคืออะไร นั่นคือ พลเมืองสามารถอาศัยและทำงานในประเทศสมาชิกอื่นได้ โดยทั่วไป the biggest deal ใช้เกริ่นถึงลักษณะหรือผลลัพธ์ที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจมากที่สุด
แบบฝึกหัด
ในประโยค “For commuters, the biggest deal is that the pass includes free bus travel,” คำว่า the biggest deal หมายถึงอะไร?
- ประโยชน์ที่สำคัญที่สุด
- ธุรกรรมทางธุรกิจที่ใหญ่ที่สุด
- สิ่งที่ไม่สำคัญ
ดูคำตอบ
ประโยชน์ที่สำคัญที่สุด
get to live and work: โอกาสหรือสิทธิ์
ในประโยคนี้ get to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีโอกาส ได้รับอนุญาต หรือมีสิทธิ์ทำบางอย่าง ข้อตกลงนี้ทำให้พลเมืองอาศัยและทำงานในประเทศสมาชิกอื่นได้ ดังนั้นวลีนี้จึงนำเสนอเรื่องดังกล่าวว่าเป็นข้อดี ไม่ใช่เพียงบอกความสามารถ มี to เพียงคำเดียวที่นำหน้าคำกริยาคู่ขนานทั้งสองคำ: get to live and work วลีนี้ไม่ได้หมายถึงการไปถึงหรือเดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดนำเสนอการเข้าร่วมเวิร์กช็อปว่าเป็นประโยชน์หรือโอกาสพิเศษ?
- At science camp, you have to attend three workshops.
- At science camp, you attend three workshops.
- At science camp, you get to attend three workshops.
ดูคำตอบ
At science camp, you get to attend three workshops.
adds yet another semi-overlapping bubble
2:27นี่จะเพิ่มฟองสบู่แห่งความซับซ้อนที่กึ่งทับซ้อนกันอีกชั้น
The immigration rule, however, doesn't apply to Icelandic horses, วลี
2:32อย่างไรก็ตาม กฎเรื่องการอพยพนี้ไม่สามารถใช้ได้กับม้าไอซ์แลนด์
doesn't apply to: อยู่นอกขอบเขตของกฎ
ในที่นี้ apply to หมายถึง “ใช้กับ” หรือ “ครอบคลุม” ประธานของประโยคคือกฎ ส่วนคำที่ตามหลัง to ระบุบุคคล สัตว์ สิ่งของ หรือสถานการณ์ที่ได้รับผลจากกฎนั้น doesn't apply to หมายความว่าสิ่งนั้นอยู่นอกขอบเขตของกฎ ไม่ได้หมายความว่า “ไม่ยื่นใบสมัคร”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปฏิเสธของ apply to โดยใช้ doesn't: Visitors need a ticket, but the rule ____ children under five.
ดูคำตอบ
doesn't apply to
super adorables ที่ขี้เล่นแต่ไม่เป็นมาตรฐาน
ในประโยคนี้ super หมายถึง “มาก” ส่วน adorables เป็นคำที่สร้างขึ้นอย่างขี้เล่นจากคำคุณศัพท์ adorable ผู้พูดจงใจใช้ adorable เหมือนคำนามพหูพจน์ที่หมายถึง “เหล่าตัวน่ารัก” เพื่อให้ฟังดูน่ารักและตลกเป็นพิเศษ ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน คำคุณศัพท์มักไม่เติม -s เพื่อแสดงพหูพจน์ ควรพูดว่า They are super adorable หรือเรียกพวกมันว่า adorable animals ให้เข้าใจ super adorables ว่าเป็นการเล่นคำ ไม่ใช่รูปแบบไวยากรณ์ทั่วไป
แบบฝึกหัด
super adorables เหมาะสำหรับใช้ในรายงานทางการเกี่ยวกับสัตว์หรือไม่
- ไม่เหมาะ เพราะเป็นภาษาอังกฤษแบบขี้เล่นและไม่เป็นมาตรฐาน
- เหมาะ เพราะเป็นภาษาอังกฤษทางการแบบมาตรฐาน
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะ เพราะเป็นภาษาอังกฤษแบบขี้เล่นและไม่เป็นมาตรฐาน
Should they ever leave: เงื่อนไขทางการแบบกลับคำ
ใน “should they ever leave” คำว่า should อยู่หน้าประธาน they เพราะละคำว่า if ไว้ รูปเต็มคือ “if they should ever leave” ดังนั้นวลีนี้จึงตั้งเงื่อนไขว่า หากเกิดกรณีที่พวกมันออกไป Should ตรงนี้ไม่ได้แสดงหน้าที่หรือความจำเป็น และลำดับคำนี้ก็ไม่ได้ทำให้เป็นคำถาม ส่วน ever ขยายและเน้นเงื่อนไขให้ครอบคลุมเวลาใดก็ตามในอนาคต จึงมักทำให้ความเป็นไปได้นั้นฟังดูห่างไกลหรือเป็นการกล่าวเผื่อไว้
แบบฝึกหัด
เขียนเงื่อนไขใหม่โดยใช้รูปกลับคำที่เป็นทางการ: If the guests should arrive early, ask them to wait. ____, ask them to wait.
ดูคำตอบ
Should the guests arrive early
A story for another time: เลื่อนหัวข้อย่อยไว้พูดภายหลัง
“A story for another time” ใช้เรียกหัวข้อย่อยที่น่าสนใจซึ่งผู้พูดเลือกที่จะยังไม่อธิบายตอนนี้ ใน “That’s a story for another time” วลีนี้ใช้จบช่วงที่ออกนอกเรื่องและดึงความสนใจกลับไปยังหัวข้อหลัก วลีนี้มักมีน้ำเสียงสบาย ๆ หรือขบขัน และไม่ได้รับประกันว่าจะเล่าเรื่องนั้นจริงในภายหลัง เพราะ “another time” อาจเพียงหมายถึง “ไม่ใช่ตอนนี้”
แบบฝึกหัด
สำนวนใดใช้จบหัวข้อย่อยที่น่าสนใจได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะผู้พูดยังไม่ต้องการอธิบายตอนนี้
- That's another story.
- That's a story for another time.
- To make a long story short.
ดูคำตอบ
That's a story for another time.
without some special territorial weirdness to mention.
2:45ถ้าไม่มีการพูดถึงความแปลกประหลาดทางดินแดนเป็นพิเศษ
โครงสร้าง wouldn't be X without Y
โครงสร้าง “it wouldn't be X without Y” นำเสนอว่า Y เป็นลักษณะที่ดูเหมือนจะเกิดขึ้นเป็นประจำหรือเป็นสิ่งที่คาดได้ทุกครั้งที่มี X ในประโยคนี้ ผู้พูดพูดติดตลกว่าการจัดการดินแดนที่ไม่ธรรมดาเป็นลักษณะที่มักพบในสหภาพทางการเมืองของยุโรป นี่เป็นการกล่าวเกินจริงเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่ข้ออ้างอย่างเคร่งครัดว่าสหภาพเช่นนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่มีเรื่องดังกล่าว
แบบฝึกหัด
เติมข้อความสรุปแบบติดตลกโดยใช้โครงสร้าง wouldn't be X without Y: It ____ a family road trip ____ someone asking, 'Are we there yet?'
ดูคำตอบ
wouldn't be · without
Mainly, Aland, an autonomous region of Finland การใช้คำ
2:47หลักๆ ก็คือ Aland เขตปกครองตนเองของฟินแลนด์
autonomous region: เขตปกครองตนเองภายในประเทศ
autonomous region คือพื้นที่ที่ตามกฎหมายยังเป็นส่วนหนึ่งของประเทศที่ใหญ่กว่า แต่ได้รับอำนาจอย่างเป็นทางการบางส่วนให้จัดการกิจการของตนเอง ระดับการปกครองตนเองแตกต่างกันไปตามกฎหมายและแต่ละพื้นที่ การเรียก Aland ว่าเป็น autonomous region ของฟินแลนด์บอกทั้งว่าพื้นที่นี้มีสิทธิปกครองตนเองและยังคงเป็นส่วนหนึ่งของฟินแลนด์ คำว่า autonomous ไม่ได้หมายความว่ามีอำนาจอธิปไตยหรือเป็นเอกราช
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ autonomous region มากที่สุด
- รัฐอธิปไตยที่ตามกฎหมายแยกจากประเทศอื่นทุกประเทศ
- พื้นที่ชนบทใด ๆ ที่อยู่ห่างจากเมืองหลวงของประเทศ
- พื้นที่ภายในประเทศที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการให้มีอำนาจจัดการกิจการของตนเองบางส่วน
ดูคำตอบ
พื้นที่ภายในประเทศที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการให้มีอำนาจจัดการกิจการของตนเองบางส่วน
and that Greenlanders aren't historically or linguistically related to Nords.
3:00และชาวกรีนแลนด์ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับชาวนอร์ดิกทั้งทางประวัติศาสตร์หรือภาษาศาสตร์เลย
the odd girl out: การดัดแปลง the odd one out ด้วยการทำให้เป็นบุคคล
“The odd girl out” หมายความว่ากรีนแลนด์เป็นสมาชิกที่ไม่เข้ากับรูปแบบร่วมของสมาชิกคนอื่นในกลุ่มนอร์ดิก ในที่นี้ odd หมายถึงแตกต่างอย่างเห็นได้ชัดหรือดูไม่เข้าพวก ไม่ได้หมายความว่าประหลาด แย่ หรือผิดเสมอไป สำนวนมาตรฐานคือ “the odd one out” เนื่องจากวิดีโอทำให้ประเทศและดินแดนเป็นบุคคลโดยใช้ she จึงเปลี่ยน one เป็น girl อย่างขี้เล่นเพื่อสานต่อการทำให้เป็นบุคคล รูปแบบดัดแปลงนี้เข้าใจได้จากบริบท แต่ไม่ใช่รูปสำนวนตายตัวที่ใช้กันทั่วไป
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “the odd girl out” สื่ออะไรเกี่ยวกับกรีนแลนด์?
- เป็นสมาชิกที่แตกต่างจากสมาชิกอื่นอย่างชัดเจนที่สุด
- ถูกนำออกจากกลุ่มเพราะทำสิ่งผิด
- เป็นสมาชิกเพียงรายเดียวที่ทราบเพศ
ดูคำตอบ
เป็นสมาชิกที่แตกต่างจากสมาชิกอื่นอย่างชัดเจนที่สุด
given that: นำข้อเท็จจริงที่ทราบแล้วมาเป็นพื้นฐานของข้อสรุป
“Given that” ใช้นำข้อเท็จจริงหนึ่งข้อหรือหลายข้อที่ผู้พูดถือว่าเป็นที่ยอมรับแล้ว และใช้ข้อเท็จจริงนั้นเป็นพื้นฐานของข้อสรุป ในประโยคนี้ อนุประโยคที่มี that สองส่วนด้านหลังเป็นเหตุผลที่ใช้บอกว่ากรีนแลนด์แตกต่างจากสมาชิกนอร์ดิกอื่น ๆ เมื่อใช้เป็นคำเชื่อม given that หมายถึง “เมื่อพิจารณาข้อเท็จจริงที่ว่า” หรือ “เนื่องจากคำนึงว่า” โดยวางเหตุผลอยู่บนสถานการณ์ที่ทราบอยู่แล้ว given ในที่นี้ไม่ใช่รูป past participle ทั่วไปของ give ที่หมายถึงมีการส่งมอบบางสิ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำจากบทเรียนซึ่งใช้คำพยากรณ์อากาศเป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ: “____ the forecast predicts heavy snow, the match has been cancelled.”
ดูคำตอบ
Given that
Also, her flag ruins the otherwise consistent design motif. การใช้คำ
3:04นอกจากนี้ ธงของเธอยังทำลายธีมการออกแบบที่ควรจะสอดคล้องกันอีก
otherwise consistent: ลักษณะโดยรวมที่มีข้อยกเว้นหนึ่งอย่าง
ใน otherwise consistent คำว่า otherwise ขยายคำคุณศัพท์ consistent โดยหมายถึง “สอดคล้องกันในด้านอื่นทั้งหมด” หรือ “สอดคล้องกันหากไม่นับข้อยกเว้นที่เพิ่งกล่าวถึง” ธงเป็นสิ่งเดียวที่ทำลายรูปแบบการออกแบบร่วมกันนี้ การใช้นี้ช่วยบอกลักษณะโดยรวมพร้อมกับแยกข้อยกเว้นที่รู้อยู่แล้วออกหนึ่งอย่าง otherwise ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ไม่เช่นนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมคำที่หมายถึง “ในด้านอื่นทั้งหมด” ลงในประโยค: One confusing chart spoiled an ____ clear report.
ดูคำตอบ
otherwise
But she's part of Denmark because Vikings. ลำดับความ
3:07แต่เธอเป็นส่วนหนึ่งของเดนมาร์ก เพราะไวกิ้ง
because + คำนาม: เหตุผลที่จงใจย่อให้สั้น
โดยปกติ because จะนำหน้าอนุประโยคที่สมบูรณ์ เช่น because the Vikings settled there แต่ใน because Vikings ผู้พูดจงใจหยุดหลังคำนาม Vikings และไม่กล่าวถึงความเชื่อมโยงของเหตุและผลโดยละเอียด การย่ออย่างฉับพลันนี้เปลี่ยนคำอธิบายทางประวัติศาสตร์ที่ซับซ้อนให้เป็นสรุปสั้น ๆ คล้ายมุกปิดท้าย โดยจัดข้อมูลในลักษณะว่า “นี่คือเหตุผลง่าย ๆ อย่าคาดหวังคำอธิบายเต็มรูปแบบ” จึงฟังดูขี้เล่นและจงใจทำให้เรื่องง่ายเกินจริง
แบบฝึกหัด
ในมุกแบบเป็นกันเอง คำตอบใดใช้ because + คำนามเพื่อให้คำอธิบายที่จงใจทำให้ง่ายเกินจริง?
- Because of the pancake mix.
- Because pancakes.
- Because we made pancakes.
ดูคำตอบ
Because pancakes.
unincorporated territory: สถานะการปกครองแบบพิเศษ
ในที่นี้ unincorporated territory เป็นศัพท์ทางภูมิศาสตร์การเมืองแบบเป็นทางการ หมายถึงดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของประเทศหนึ่ง แต่ไม่ได้ถูกรวมเข้ากับระบบหน่วยปกครองท้องถิ่นตามปกติในลักษณะเดียวกับแผ่นดินใหญ่หรือภูมิภาคทั่วไปของประเทศนั้น unincorporated ขยายคำว่า territory คำนี้ไม่ได้หมายความว่าสถานที่นั้นไร้ระเบียบ ไม่มีผู้อยู่อาศัย หรือเป็นอิสระ ประเทศนั้นยังคงปกครองดินแดนดังกล่าวได้ภายใต้ข้อตกลงทางกฎหมายแบบพิเศษ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ unincorporated territory ในประโยคมากที่สุด
- พื้นที่ว่างที่ไม่มีผู้อยู่อาศัยหรือชุมชนที่มีการจัดระเบียบ
- ประเทศอธิปไตยที่เป็นอิสระทางกฎหมายจากรัฐอื่นทั้งหมด
- ดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐหนึ่ง แต่ไม่ได้รวมอยู่ในระบบการปกครองทั่วไปในลักษณะเดียวกับภูมิภาคปกติของรัฐนั้น
ดูคำตอบ
ดินแดนที่อยู่ภายใต้อธิปไตยของรัฐหนึ่ง แต่ไม่ได้รวมอยู่ในระบบการปกครองทั่วไปในลักษณะเดียวกับภูมิภาคปกติของรัฐนั้น
that must be mentioned because it has prepared for the apocalypse
3:13ซึ่งต้องพูดถึงเพราะมันได้เตรียมพร้อมสำหรับวันสิ้นโลก
seed bank: bank ในความหมายของแหล่งเก็บสำรอง
Seed bank เป็นคำนามประสม หมายถึงสถานที่หรือกลุ่มตัวอย่างที่จัดเก็บเมล็ดพันธุ์อย่างเป็นระบบ เพื่อรักษาสายพันธุ์พืชและความหลากหลายทางพันธุกรรมไว้สำหรับการเพาะปลูก การวิจัย หรือการฟื้นฟูในอนาคต ในที่นี้ bank หมายถึงแหล่งสำรองหรือคลังเก็บสิ่งที่มีค่า เช่นใน blood bank หรือ data bank ไม่ได้หมายถึงสถาบันการเงิน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียน: To protect crop diversity for future planting, researchers store seeds in a ____.
ดูคำตอบ
seed bank
การสลับลำดับในประโยคเงื่อนไขแบบเป็นทางการ: should it be necessary
ในประโยคนี้ should it be necessary หมายถึง “หากจำเป็น” หรือ “หากสิ่งนั้นกลายเป็นเรื่องจำเป็น” อนุประโยคนี้ตั้งเงื่อนไขในอนาคตอย่างระมัดระวัง กล่าวคือ จะฟื้นฟูระบบเกษตรทั้งหมดก็ต่อเมื่อสถานการณ์บังคับให้ต้องทำ นี่คือการสลับลำดับคำในประโยคเงื่อนไขแบบเป็นทางการ โดยละ if แล้วนำ should มาไว้หน้าประธาน it ในที่นี้ should ไม่ได้แปลว่า “ควร” เพื่อให้คำแนะนำ และลำดับคำนี้ก็ไม่ได้ทำให้เป็นคำถาม
แบบฝึกหัด
อนุประโยคเงื่อนไขใน “The clinic can open another room, should it be necessary.” หมายความว่าอย่างไร
- คลินิกสามารถเปิดห้องเพิ่มได้หากจำเป็น
- คลินิกควรเปิดห้องเพิ่มตอนนี้
- คลินิกกำลังถามว่าจำเป็นต้องมีห้องเพิ่มหรือไม่
ดูคำตอบ
คลินิกสามารถเปิดห้องเพิ่มได้หากจำเป็น
การปิดหัวข้อด้วย that's that
That's that เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่าเรื่องหนึ่งจบแล้ว ตัดสินเรียบร้อยแล้ว หรือไม่เปิดให้ถกเถียงต่อ that ทั้งสองคำกล่าวถึงสถานการณ์ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงสิ่งของสองอย่างที่แยกกัน ในที่นี้ So, that's that ใช้น้ำเสียงสบาย ๆ เพื่อจบข้อมูลเพิ่มเติมและส่งสัญญาณว่าจะไปยังประเด็นถัดไป หากพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น ประโยคเดียวกันอาจฟังดูเด็ดขาด หมายถึงจะไม่มีการถกเถียงเรื่องการตัดสินใจนี้อีก
แบบฝึกหัด
ผู้จัดการตัดสินใจขั้นสุดท้ายแล้วและไม่ต้องการพูดคุยเรื่องนี้อีก ประโยคใดสื่อความหมายนี้ได้ดีที่สุด
- We might use the original plan if everyone agrees.
- We are using the original plan, and that's that.
- We are using the original plan, but what do you think?
ดูคำตอบ
We are using the original plan, and that's that.
Next time you say Scandinavia and you're not 100% sure who that includes,
3:23ครั้งหน้าที่คุณพูดคำว่า สแกนดิเนเวีย และไม่แน่ใจ 100% ว่ารวมใครบ้าง