วิธีตัดขาดจากเทคโนโลยี - บทเรียน English for Life: บทเรียนภาษาอังกฤษ
British Council | English
ภาพรวมวิดีโอ: ผู้พูดเสนอวิธีที่ทำได้จริงสี่วิธีเพื่อถอยออกจากการใช้เทคโนโลยีตลอดเวลา ได้แก่ กำหนดขอบเขตการใช้อุปกรณ์ ฝึกทักษะแบบออฟไลน์และสำรวจสิ่งต่าง ๆ โดยไม่พึ่งคำแนะนำจากอัลกอริทึม จัดเวลาคุณภาพกับคนสำคัญโดยไม่มีอุปกรณ์ และกลับไปเชื่อมโยงกับธรรมชาติ ใจความสำคัญคือการตัดการเชื่อมต่ออย่างตั้งใจอาจช่วยเรื่องการนอน สมาธิ การค้นพบ และความสัมพันธ์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. setting boundaries of technology. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้การเข้าใจและใช้ “setting boundaries” เพื่อบอกว่ากำลังจำกัดเวลา หรือวิธีใช้เทคโนโลยีอย่างจงใจ กลุ่มคำนี้ยังนำไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงขอบเขตในงาน ความสัมพันธ์ และด้านอื่น ๆ ของชีวิตประจำวัน 2. the process is just as valuable as the outcome. — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตวิธีที่ผู้พูดกล่าวย้ำข้อเสนอหลักว่า การค้นหา การเรียนรู้ และการสำรวจอาจสำคัญพอ ๆ กับผลลัพธ์สุดท้าย และใช้การเปรียบเทียบที่สมดุลนี้เพื่อเน้นประเด็นในการอธิบายหรือนำเสนอได้ 3. I don't know what will. — วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่านี่ไม่ใช่ความไม่แน่ใจตามตัวอักษร แต่เป็นการกล่าวเกินจริงเพื่อโน้มน้าวว่า หากภาพหรือเหตุผลก่อนหน้ายังจูงใจไม่ได้ ก็คงไม่มีอะไรทำได้ พร้อมเรียนรู้น้ำเสียงเน้นย้ำที่ใช้ต่อจากประโยคเงื่อนไข
คำอธิบายในบทเรียนนี้
we're always connected: ติดต่อได้ตลอดผ่านเทคโนโลยี
ในที่นี้ we're always connected หมายถึงผู้คนออนไลน์อยู่ผ่านโทรศัพท์ บริการอินเทอร์เน็ต และแพลตฟอร์มการสื่อสาร ทำให้ผู้อื่นติดต่อหรือส่งข้อมูลถึงพวกเขาได้แทบทุกเวลา Connected บอกถึงสถานะทางดิจิทัล ไม่ได้หมายถึงคนที่เชื่อมกันด้วยสายเคเบิลจริง ๆ ส่วน Always เน้นว่าสถานะที่ติดต่อได้นี้ดูเหมือนจะต่อเนื่องแทบตลอดเวลา
แบบฝึกหัด
“we're always connected” ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้คนติดต่อเราทางออนไลน์ได้แทบทุกเวลา
- เราเชื่อมติดกันด้วยสายเคเบิลจริง ๆ
- เราใช้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพียงประเภทเดียว
ดูคำตอบ
ผู้คนติดต่อเราทางออนไลน์ได้แทบทุกเวลา
and where everything is always switched on. กริยาวลี
0:03และเป็นที่ที่ทุกอย่างถูกเปิดใช้งานอยู่เสมอ
always switched on: บอกสภาพที่เปิดและทำงานอยู่ตลอด
ในที่นี้ always switched on หมายถึงอุปกรณ์และระบบรอบตัวเราดูเหมือนจะเปิดและทำงานอยู่ตลอดเวลา Everything เป็นการกล่าวรวม ๆ ที่ทำให้เทคโนโลยีสมัยใหม่ดูเหมือนไม่เคยหยุดทำงาน Switched on เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี switch on ในการใช้นี้ on เป็นส่วนหนึ่งของกริยา ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพว่าวัตถุหนึ่งอยู่เหนืออีกวัตถุหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายระบบที่เปิดอยู่ตลอดทั้งคืนได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- A guard switches the security system on at midnight.
- The security system switches on a lamp at midnight.
- The security system is switched on all night.
ดูคำตอบ
The security system is switched on all night.
Sometimes we need to disconnect and switch off. วลี
0:05บางครั้งเราก็จำเป็นต้องตัดการเชื่อมต่อและปิดสวิตช์บ้าง
disconnect and switch off: เว้นระยะจากเทคโนโลยีเพื่อผ่อนคลาย
ในประโยคนี้ disconnect หมายถึงหยุดออนไลน์หรือหยุดจดจ่อกับข้อมูลดิจิทัล ส่วน switch off เพิ่มความหมายว่าหยุดใช้ความคิดชั่วคราวและผ่อนคลาย เมื่อใช้คู่กัน ทั้งสองคำสื่อถึงการพักจากอุปกรณ์ ข้อความ และสิ่งกระตุ้นที่เข้ามาตลอดเวลา คำคู่นี้รวมทั้งการกระทำภายนอกและการเปลี่ยนแปลงภายใน คือหยุดใช้เทคโนโลยีและหยุดให้ความสนใจกับมันด้วย ไม่ได้หมายถึงแค่ถอดสายหรือกดสวิตช์ใดสวิตช์หนึ่ง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดแสดงถึงการที่ใครคนหนึ่งเลือก disconnect and switch off ได้ดีที่สุด
- เธอเก็บโทรศัพท์ หยุดตรวจข้อความ และพักผ่อนตลอดช่วงเย็น
- เธอย้ายสวิตช์ไฟของโคมไฟไปไว้อีกด้านของโต๊ะ
- เธอเชื่อมต่อแล็ปท็อปกับอินเทอร์เน็ตที่เร็วขึ้น
ดูคำตอบ
เธอเก็บโทรศัพท์ หยุดตรวจข้อความ และพักผ่อนตลอดช่วงเย็น
it can be really hard to + กริยารูปพื้นฐาน: บอกว่าการกระทำหนึ่งทำได้ยาก
it can be really hard to + กริยารูปพื้นฐาน เป็นโครงสร้างทั่วไปที่ใช้บอกว่าการกระทำอย่างหนึ่งอาจยากมาก it ทำหน้าที่เป็นประธานแทนและไม่ได้ชี้ถึงสิ่งของใดโดยเฉพาะ ส่วนการกระทำที่ถูกบอกว่ายากจะอยู่ในรูป to-infinitive ที่ตามมา ในประโยคนี้ do that ย้อนกลับไปหมายถึง disconnect and switch off can แสดงว่าความยากนั้นอาจเกิดขึ้น ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นจริงทุกครั้ง ส่วน really ช่วยเน้นระดับของ hard สามารถเปลี่ยน do that เป็นกริยารูปพื้นฐานคำอื่นได้ เช่น It can be really hard to concentrate.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้ให้ตรงทั้งหมด รวมทั้งคำเน้นระดับด้วย: ____ concentrate when messages keep appearing on your screen.
ดูคำตอบ
It can be really hard to
So, I want to give you four ways that you can do just that. วลี
0:12ดังนั้น ผมเลยอยากจะบอก 4 วิธีที่คุณสามารถทำสิ่งนั้นได้
do just that: ทำการกระทำที่กล่าวไว้ก่อนหน้าให้ตรงตามนั้น
do just that ใช้ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำหรือผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ that หมายถึงการตัดการเชื่อมต่อและปิดอุปกรณ์ ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึง “ทำตามสิ่งที่เพิ่งอธิบายไว้อย่างตรงตามนั้น” ช่วยให้ไม่ต้องพูดการกระทำนั้นซ้ำทั้งหมด just ในวลีนี้เพิ่มความหมายเน้นว่า “อย่างตรงตามนั้น” ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” ในเชิงเวลา
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ do just that หมายความว่าอย่างไร
- ทำการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงให้ตรงตามนั้น
- ทำบางอย่างเมื่อสักครู่เท่านั้น
- เลือกการกระทำอื่น
ดูคำตอบ
ทำการกระทำที่เพิ่งกล่าวถึงให้ตรงตามนั้น
So, the first way is about setting boundaries of technology. วลี
0:21วิธีแรกคือการกำหนดขอบเขตของการใช้เทคโนโลยี
setting boundaries of technology: กำหนดขอบเขตการใช้เทคโนโลยี
setting boundaries หมายถึงการกำหนดกฎหรือข้อจำกัดที่ชัดเจนว่าสิ่งใดยอมรับได้ ในที่นี้หมายถึงการตัดสินใจว่าจะใช้เทคโนโลยีเมื่อใด ที่ไหน หรืออย่างไร boundaries เหล่านี้เป็นกฎเกี่ยวกับพฤติกรรม ไม่ใช่เส้นแบ่งทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อความหมายเรื่องการกำหนดกฎสำหรับการใช้อุปกรณ์ที่บ้านได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- We need to mark a physical boundary around our home.
- We need to set boundaries around technology use at home.
- We need to learn how every device at home works.
ดูคำตอบ
We need to set boundaries around technology use at home.
A boundary is a limit: ความหมายเชิงนามธรรมของ boundary
ในที่นี้ boundary หมายถึงเส้นแบ่ง ซึ่งมักมองไม่เห็น ที่บอกว่าพฤติกรรมหรือการเข้าถึงที่ยอมรับได้สิ้นสุดตรงไหน ผู้พูดใช้ limit เป็นคำนิยามง่าย ๆ กล่าวคือ boundary จำกัดว่าสิ่งหนึ่งจะไปได้ไกลแค่ไหน boundary ไม่จำเป็นต้องเป็นเขตแดนทางภูมิศาสตร์ แต่อาจเป็นกฎส่วนตัวเกี่ยวกับเวลา ความเป็นส่วนตัว งาน หรือวิธีที่คนอื่นปฏิบัติต่อคุณได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A boundary is a limit,” boundary หมายถึงอะไร
- เส้นระหว่างสองประเทศเท่านั้น
- เครื่องมือสำหรับวัดระยะทาง
- เส้นที่มองเห็นหรือมองไม่เห็นซึ่งบอกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
ดูคำตอบ
เส้นที่มองเห็นหรือมองไม่เห็นซึ่งบอกว่าอะไรเป็นสิ่งที่ยอมรับได้
this far and no further: การกำหนดขอบเขตอย่างหนักแน่น
สำนวนตายตัว this far and no further หมายถึง “ถึงจุดหรือระดับนี้ แต่ห้ามเกินกว่านี้” ในที่นี้ far ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อกล่าวถึงระดับของพฤติกรรมหรือการยอมผ่อนปรนที่ยังยอมรับได้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงระยะทางจริง เมื่อพูดเช่นนี้ ผู้พูดกำลังขีดเส้นอย่างชัดเจนและปฏิเสธไม่ให้สถานการณ์ดำเนินต่อหรือข้ามเส้นนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ขอบเขตอยู่ตรงนี้และจะไม่ยอมให้มีมากกว่านี้”: We've accepted enough delays—____.
ดูคำตอบ
this far and no further
wait for an hour: for + ระยะเวลา
ใน wait for an hour คำว่า for ใช้บอกระยะเวลาที่รอ คือหนึ่งชั่วโมง ในที่นี้ for หมายถึง “ตลอดระยะเวลานั้น” ไม่ได้หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ wait for + ระยะเวลา เช่น wait for ten minutes ในภาษาอังกฤษแบบไม่เป็นทางการ สามารถพูดว่า wait an hour ได้เช่นกัน แต่ประโยคนี้ใช้รูปแบบ for + ระยะเวลา ที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้ for และ an hour เติมประโยคให้สมบูรณ์: We waited ____ before the doors opened.
ดูคำตอบ
for an hour
turn on your phone: เปิดเครื่องอุปกรณ์
Turn on your phone หมายถึงเปิดเครื่องเพื่อให้โทรศัพท์เริ่มทำงาน turn on เป็นกริยาวลี โดย on เป็นส่วนหนึ่งของกริยาและไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง turn on your phone และ turn your phone on เป็นธรรมชาติ แต่เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างสองส่วน คือ turn it on ไม่ใช่ turn on it
แบบฝึกหัด
โปรเจ็กเตอร์ปิดอยู่ ประโยคใดใช้ turn on กับคำสรรพนาม it ได้ถูกต้อง
- Please turn on it before the meeting.
- Please turn it on before the meeting.
- Please turn it before the meeting on.
ดูคำตอบ
Please turn it on before the meeting.
Or maybe in the evening you switch off all your devices กริยาวลี
0:34หรือในตอนเย็น คุณอาจจะปิดอุปกรณ์ทั้งหมด
switch off all your devices: ปิดอุปกรณ์ทั้งหมด
switch off all your devices หมายถึง “ปิดอุปกรณ์ทั้งหมดเพื่อให้อุปกรณ์หยุดทำงาน” switch off เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ และ all your devices เป็นกรรม เมื่อกรรมเป็นคำนาม ทั้ง switch off all your devices และ switch all your devices off ถูกต้อง แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางว่า switch them off
แบบฝึกหัด
เมื่อ them ใช้แทนอุปกรณ์หลายชิ้น ให้เลือกประโยคที่เป็นธรรมชาติ
- Please switch them off before class.
- Please switch them before class off.
- Please switch off them before class.
ดูคำตอบ
Please switch them off before class.
before going to bed: โครงสร้าง before + -ing
ใน before going to bed คำว่า before ตามด้วย going ซึ่งเป็นรูป -ing จึงเกิดเป็นวลีบอกเวลาแบบกระชับที่หมายถึง “ก่อนที่การกระทำนั้นจะเกิดขึ้น” โดยปกติจะเข้าใจผู้ทำกริยา -ing จากประโยคหลัก ในที่นี้คนที่ปิดอุปกรณ์กับคนที่เข้านอนคือคนเดียวกัน go to bed เป็นสำนวนในชีวิตประจำวันที่หมายถึง “เริ่มเข้านอนหรือเริ่มนอนหลับ” ไม่ได้หมายถึงเพียงเดินไปที่เตียง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย before และรูป -ing ของ leave: Please close the windows ____ the office.
ดูคำตอบ
before leaving
That tends to improve the quality of your sleep. วลี
0:39ซึ่งมันมักจะช่วยให้คุณภาพการนอนหลับของคุณดีขึ้น
tends to improve: ผลที่มักเกิดขึ้น ไม่ใช่การรับประกัน
ในที่นี้ That หมายถึงการปิดอุปกรณ์หนึ่งชั่วโมงก่อนเข้านอน tends to improve หมายความว่าการกระทำนี้มักช่วยให้คุณภาพการนอนดีขึ้น โครงสร้างคือ tend to + คำกริยารูปพื้นฐาน ซึ่งใช้บอกแนวโน้มทั่วไปที่อาจมีข้อยกเว้นได้ Tends ให้ความรู้สึกระมัดระวังกว่า will ผู้พูดกำลังบอกประโยชน์ที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ไม่ได้สัญญาว่าจะได้ผลเหมือนกันทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย tends to improve เพื่อบอกผลที่มักเกิดขึ้นแต่ไม่รับประกัน: Good lighting ____ visibility.
ดูคำตอบ
tends to improve
waiting for an hour after you wake up ในหน้าที่ประธาน
Waiting for an hour after you wake up เป็นวลี gerund ในประโยคที่สมบูรณ์ กิจกรรมทั้งหมดนี้ถูกมองเป็นสิ่งหนึ่งและทำหน้าที่เป็นประธานของภาคแสดงที่ตามมา Waiting ในที่นี้ไม่ใช่กริยารูปต่อเนื่อง เพราะไม่มีรูปของ be อยู่ข้างหน้า แต่ยังคงมีส่วนขยายแบบคำกริยาอยู่ในวลี โดย for an hour บอกระยะเวลา และ after you wake up บอกว่าการรอเกิดขึ้นเมื่อใด
แบบฝึกหัด
เปลี่ยนคำในวงเล็บให้เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน: ____ can make the morning feel calmer. (wait for an hour after you wake up)
ดูคำตอบ
Waiting for an hour after you wake up
allows you to start the day with more focus and more clarity. โน้ต
0:46จะช่วยให้คุณเริ่มต้นวันใหม่ด้วยสมาธิและความปลอดโปร่งมากขึ้น
allows you to start the day: โครงสร้าง allow + บุคคล + to + คำกริยา
allows you to start the day ใช้โครงสร้าง allow + บุคคล + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งสร้างเงื่อนไขที่ทำให้คุณเริ่มต้นวันในรูปแบบหนึ่งได้ ในที่นี้ allow ไม่ได้หมายถึงคนให้อนุญาตอย่างเป็นทางการ ประธานมาจากบริบทก่อนหน้า คือ นิสัยการรอหนึ่งชั่วโมงหลังตื่นนอน ดังนั้นความหมายคือนิสัยนี้สร้างเงื่อนไขที่เอื้ออำนวย โครงสร้างนี้ใช้กับเครื่องมือ แผน นิสัย และเงื่อนไขอื่น ๆ ได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้มีความหมายว่าเครื่องมือนี้ทำให้คุณวางแผนทั้งสัปดาห์ได้ง่ายขึ้น โดยใช้โครงสร้าง allow: This simple scheduling tool ____ plan your week more easily.
ดูคำตอบ
allows you to
with more focus and more clarity: ใช้ with บรรยายสภาพที่ดีขึ้น
with more focus and more clarity ใช้ with + นามวลี เพื่อบรรยายสภาพขณะที่คุณเริ่มต้นวัน หมายถึงคุณเริ่มวันโดยมีความสามารถในการจดจ่อและคิดอย่างชัดเจนมากขึ้น รูปแบบที่ซ้ำกัน more + คำนาม ... and more + คำนาม ให้น้ำหนักเท่ากันกับสิ่งที่ดีขึ้นสองด้าน focus หมายถึงความสนใจที่จดจ่อ ส่วน clarity ในที่นี้หมายถึงความคิดหรือความเข้าใจที่ชัดเจน ไม่ใช่ความคมชัดทางสายตา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya เริ่มทำงานด้วยความตั้งใจและความคิดที่ชัดเจนมากขึ้น
- Maya began her work with more focus and more clarity.
- Maya began her work with more focused and more clearly.
- Maya began her work for more focus and more clarity.
ดูคำตอบ
Maya began her work with more focus and more clarity.
Number two, it's all about developing your skills. ลำดับความ
0:50ข้อที่สอง คือการพัฒนาทักษะของคุณเอง
it's all about developing your skills: การบอกประเด็นหลัก
ใน “it's all about developing your skills” คำว่า all about ชี้ว่า developing your skills คือใจความหลักของข้อที่สอง เป็นการเน้นจุดสำคัญ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกหัวข้อที่เป็นไปได้เกี่ยวข้องกับทักษะทั้งหมด โครงสร้าง “It's all about + คำนามหรือรูป -ing” ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากคำบอกลำดับอย่าง “Number two” ไปสู่สาระสำคัญ ในที่นี้ developing เป็นรูป -ing ที่อยู่หลัง about
แบบฝึกหัด
“It's all about developing your skills” ที่ตามหลัง “Number two” ทำหน้าที่อะไร?
- ประกาศว่าข้อที่สองจบแล้ว
- ระบุว่า developing your skills คือประเด็นหลัก
- บอกว่าทุกหัวข้อเชื่อมโยงกับทักษะของคุณ
ดูคำตอบ
ระบุว่า developing your skills คือประเด็นหลัก
I wasn't organized enough to source out roaming data. โน้ต
0:55ผมไม่ได้เตรียมตัวจัดการเรื่องโรมมิ่งดาต้ามาให้ดีพอ
organized enough to: คำคุณศัพท์ + enough + to
ใน “wasn't organized enough to...” ผู้พูดบอกว่าระดับการจัดการหรือการเตรียมตัวยังไม่เพียงพอสำหรับการค้นหาหรือจัดหาดาต้าโรมมิ่ง รูปปฏิเสธ “not + คำคุณศัพท์ + enough + to” มักใช้อธิบายว่าทำไมจึงทำบางอย่างไม่สำเร็จ โครงสร้างคือ คำคุณศัพท์ + enough + to + คำกริยารูปพื้นฐาน เมื่อ enough ขยายคำคุณศัพท์ จะวางไว้หลังคำคุณศัพท์ ดังนั้นใช้ organized enough ไม่ใช่ enough organized
แบบฝึกหัด
เรียง organized, enough และ to ให้ถูกต้อง: We were ____ submit every form before the deadline.
ดูคำตอบ
organized enough to
roaming data: อินเทอร์เน็ตมือถือเมื่ออยู่นอกเครือข่ายหลัก
roaming data หมายถึงอินเทอร์เน็ตมือถือที่ใช้เมื่อโทรศัพท์เชื่อมต่อผ่านเครือข่ายของผู้ให้บริการรายอื่น นอกเครือข่ายหลักตามปกติของตน ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่ออยู่ต่างประเทศ ในที่นี้ roaming เป็นศัพท์ด้านโทรคมนาคมที่หมายถึงการโรมมิ่ง ไม่ใช่การเดินไปมาในความหมายทั่วไป วลีนี้ระบุถึงบริการข้อมูลสำหรับการเดินทางที่ผู้พูดยังไม่ได้จัดเตรียมไว้
แบบฝึกหัด
roaming data หมายถึงอะไรในบริบทนี้
- เส้นทางเดินที่บันทึกไว้สำหรับใช้โดยไม่ต้องเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต
- อินเทอร์เน็ตมือถือที่ให้บริการผ่านเครือข่ายอื่นเมื่อโทรศัพท์อยู่นอกเครือข่ายหลัก
- ไฟล์ที่ย้ายระหว่างแอปในโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ
ดูคำตอบ
อินเทอร์เน็ตมือถือที่ให้บริการผ่านเครือข่ายอื่นเมื่อโทรศัพท์อยู่นอกเครือข่ายหลัก
So, my SIM card isn't working very well in France.
0:58ซิมการ์ดของผมก็เลยใช้งานที่ฝรั่งเศสไม่ค่อยได้
I've had to use: ความจำเป็นที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน
I've had to use เป็นรูปย่อของ I have had to use โดย have ตัวแรกเป็นกริยาช่วยของ present perfect ส่วน had เป็น past participle ในโครงสร้าง have to รูปนี้บอกว่าสถานการณ์ทำให้จำเป็นต้องทำสิ่งนั้นในช่วงเวลาที่ต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน อาจหมายถึงเหตุการณ์หนึ่งครั้งหรือหลายครั้งก็ได้ จึงไม่ได้แปลว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นต่อเนื่องตลอดเวลาเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ have to ในรูป present perfect และคำกริยา use: Since my laptop broke on Monday, I ____ my tablet for work.
ดูคำตอบ
have had to use
and I've just had to build a map of the city in my head. สำนวน
1:07และสร้างแผนที่เมืองขึ้นมาในหัวของผมเอง
build a map of the city in my head: สร้างแผนที่ขึ้นในใจ
ในประโยคนี้ build a map of the city in my head เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการค่อย ๆ เรียนรู้ว่าถนน สถานที่ และทิศทางต่าง ๆ ในเมืองเชื่อมโยงกันอย่างไร จนสามารถนึกภาพผังเมืองได้โดยไม่ต้องดูแผนที่ คำว่า build เน้นว่าความเข้าใจนี้ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นจากประสบการณ์ ในความหมายที่กว้างขึ้น เราสามารถใช้ build a map in your head เมื่อจัดสถานที่หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้องกันให้กลายเป็นภาพในใจที่ใช้งานได้
แบบฝึกหัด
build a map of the city in my head ในที่นี้หมายถึงอะไร
- วางแผนว่าควรสร้างเมืองใหม่ทั้งหมดไว้ที่ใด
- วาดแผนที่เมืองลงบนกระดาษจากความทรงจำ
- ค่อย ๆ สร้างภาพในใจว่าเมืองมีผังอย่างไร
- จำชื่อถนนและอาคารทุกแห่งได้อย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ
ค่อย ๆ สร้างภาพในใจว่าเมืองมีผังอย่างไร
kind of ในฐานะคำช่วยลดน้ำหนักในการพูด
ในที่นี้ kind of เป็นคำช่วยลดน้ำหนักแบบไม่เป็นทางการในการพูด หมายถึง “ในระดับหนึ่ง” หรือ “ประมาณนั้น” ทำให้คำพูดมีความแน่นอนน้อยลง กล่าวคือ ผู้พูดพอจะหาทางได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะทำได้อย่างสมบูรณ์หรือมั่นใจในทุกสถานการณ์ เมื่อวาง kind of ไว้หน้า find my way around คำนี้จะลดน้ำหนักของข้อความทั้งหมด ในบริบทอื่น kind of อาจหมายถึง “ชนิดหนึ่ง” ได้เช่นกัน แต่ในที่นี้ไม่ได้ใช้โครงสร้างคำนามแบบนั้น
แบบฝึกหัด
kind of ทำหน้าที่อะไรในประโยคตัวอย่าง
- เปลี่ยน find ให้เป็นคำกริยารูปอดีต
- ทำให้ข้อความฟังดูไม่แน่นอนหรือไม่เด็ดขาดมากนัก
- หมายความว่าผู้พูดรู้จักถนนทุกสายอย่างแม่นยำ
- บอกว่ามีเส้นทางอยู่ชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ
ทำให้ข้อความฟังดูไม่แน่นอนหรือไม่เด็ดขาดมากนัก
find my way around: หาทางในสถานที่ทั้งแห่ง
find my way around หมายถึงสามารถหาทางไปยังส่วนต่าง ๆ ของสถานที่ได้โดยไม่หลง เป็นการบอกว่าคุ้นเคยกับผังโดยรวม ไม่ใช่แค่หาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งเจอ ใน find one's way around คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I find my way แต่ she finds her way และสามารถใส่สถานที่ต่อจาก around ได้ เช่น find my way around the campus
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนเป้าหมายเพื่อบอกว่าคุณหาทางในโรงเรียนทั้งแห่งได้: After a week at the new school, I can ____ without a map.
ดูคำตอบ
find my way around
without having to use: ตัดความจำเป็นออกไป
without having to use หมายถึงสามารถทำการกระทำหลักได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้สิ่งใดสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ have to แสดงความจำเป็น ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของ เนื่องจาก without เป็นคำบุพบท have จึงต้องเปลี่ยนเป็นรูป -ing คือ having โครงสร้างที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ without having to + คำกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย having to + carry เพื่อแสดงว่าไม่จำเป็นต้องพกกุญแจ: The app opens the door without ____ a key.
ดูคำตอบ
having to carry
Next time you need to check the answer to something, โน้ต
1:20ครั้งหน้าที่คุณต้องการค้นหาคำตอบอะไรสักอย่าง
Next time you need to ...: ตั้งสถานการณ์ในอนาคตเพื่อให้คำแนะนำ
Next time you need to ... หมายถึง “ครั้งหน้าที่คุณต้อง...” โครงสร้างนี้ตั้งสถานการณ์ในอนาคตก่อน แล้วประโยคหลักที่ตามมาจึงให้คำแนะนำ คำเตือน หรือสิ่งที่ควรทำในสถานการณ์นั้น หลัง Next time ภาษาอังกฤษมักใช้ need ในรูปปัจจุบัน แม้ความหมายจะกล่าวถึงอนาคต ไม่ใช้ will ในอนุประโยคบอกเวลานี้
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: ____ charge your phone, use this cable.
ดูคำตอบ
Next time you need to
check the answer to something: การใช้ answer to
check the answer to something หมายถึงค้นหาหรือเปรียบเทียบคำตอบเพื่อยืนยันว่าถูกต้อง วลีนี้ใช้กับการเปิดดูหนังสือหรือแหล่งข้อมูลอื่นได้ ไม่ได้หมายถึงการตรวจข้อสอบเท่านั้น ในโครงสร้าง answer to + question/problem คำว่า to แสดงว่าคำตอบนั้นตรงกับคำถามหรือปัญหาใด ส่วน something ใช้แทนคำถาม ปัญหา หรือเรื่องใด ๆ ที่อาจมีคำตอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กลุ่มคำมาตรฐานเพื่อบอกว่าตรวจยืนยันคำตอบของคำถาม?
- I checked the answer at the final question in the answer key.
- I checked the answer to the final question in the answer key.
- I checked to the answer of the final question in the answer key.
- I checked the answer of the final question in the answer key.
ดูคำตอบ
I checked the answer to the final question in the answer key.
consider using: ใช้ consider + -ing เพื่อเสนอแนะอย่างนุ่มนวล
ใน consider using a physical book คำว่า consider นำเสนอการกระทำเป็นตัวเลือกให้ผู้ฟังนำไปคิด จึงเป็นคำแนะนำที่ตรงน้อยกว่า Use a physical book เมื่อ consider หมายถึงการคิดว่าจะทำสิ่งใด จะตามด้วยรูป -ing: consider doing something ในที่นี้ using คือการกระทำที่กำลังถูกพิจารณา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย consider + รูป -ing ของ take: If traffic is heavy, ____ the train.
ดูคำตอบ
consider taking
Google it: ใช้ Google เป็นคำกริยาที่หมายถึงค้นหาทางออนไลน์
ใน Google it คำว่า Google เป็นคำกริยา หมายถึงใช้เครื่องมือค้นหาบนอินเทอร์เน็ตเพื่อหาข้อมูล ในภาษาพูดทั่วไป มักเข้าใจในความหมายกว้างว่าค้นหาสิ่งนั้นทางออนไลน์ โดยไม่ได้เน้นหน้าเว็บ Google หน้าใดโดยเฉพาะ สรรพนาม it แทนสิ่ง คำถาม หรือข้อมูลที่ต้องการค้นหา เมื่อ Google เป็นคำกริยา สามารถตามด้วยสิ่งที่ค้นหาได้โดยตรง เช่น Google the address หรือ Google it
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'If you don't recognize the name, Google it,' คำว่า Google it หมายถึงอะไร
- หมายถึงเปิดสำนักงานของบริษัท
- หมายถึงส่งชื่อนั้นทางอีเมล
- หมายถึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชื่อนั้นทางออนไลน์
- หมายถึงบันทึกชื่อนั้นเป็นรายชื่อติดต่อ
ดูคำตอบ
หมายถึงค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับชื่อนั้นทางออนไลน์
Because the process of finding information in a book ไวยากรณ์
1:28เพราะกระบวนการค้นหาข้อมูลในหนังสือ
the process of finding information: โครงสร้าง the process of + กริยาเติม -ing
วลี the process of finding information มองการค้นหาข้อมูลเป็นกิจกรรมที่มีหลายขั้นตอน ไม่ได้มองเฉพาะผลลัพธ์ที่เสร็จแล้ว รูปแบบคือ the process of + กริยาเติม -ing คำว่า of เป็นคำบุพบท ดังนั้น find จึงต้องอยู่ในรูป gerund คือ finding ใช้รูปแบบนี้เมื่อต้องการนำกิจกรรมหรือขั้นตอนต่าง ๆ ของกิจกรรมนั้นมาเป็นหัวข้อของประโยค
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ solve: The process of ____ this puzzle taught us to be patient.
ดูคำตอบ
solving
is just as valuable as finding the information. ไวยากรณ์
1:32ก็มีคุณค่าพอๆ กับการได้เจอข้อมูลนั้นเลย
just as valuable as: การเปรียบเทียบระดับเท่ากัน
วลี just as valuable as บอกว่าสองสิ่งมีคุณค่าในระดับเท่ากัน รูปแบบการเปรียบเทียบคือ as + คำคุณศัพท์ + as โดย as ตัวแรกอยู่หน้า valuable และตัวที่สองนำเข้าสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ just ในที่นี้เน้นความเท่ากัน ให้ความหมายว่าเท่ากันจริง ๆ ไม่ได้แปลว่าเพียงแค่ ในประโยคนี้ กระบวนการค้นหาได้รับความสำคัญเท่ากับข้อมูลที่ค้นพบ
แบบฝึกหัด
เติมการเปรียบเทียบระดับเท่ากันด้วยรูปแบบที่เน้นไว้: Learning from a mistake is ____ getting the right answer.
ดูคำตอบ
just as valuable as
and tell us what we should be listening to or buying. ไวยากรณ์
1:39และคอยบอกว่าเราควรฟังหรือควรซื้ออะไร
what we should be listening to or buying: ลำดับคำในคำถามแฝงและการเชื่อมการกระทำแบบขนาน
อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย what บอกเนื้อหาที่ตามหลัง tell us: tell us [what ...] ในคำถามแฝง ภาษาอังกฤษใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what + we + should ไม่ใช่ลำดับคำของคำถามตรง what + should + we what เพียงตัวเดียวใช้ร่วมกับการกระทำทั้งสอง จึงเข้าใจได้ว่าเป็น listen to what หรือ buy what คำว่า listen ต้องมีบุพบท to ส่วน buy รับกรรมได้โดยตรง และ should be ก็ใช้ร่วมกับทั้ง listening to และ buying
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค what หลัง tells us ได้ถูกต้อง และเชื่อม listen to กับ buy แบบขนานกัน?
- The app tells us what do we should be listening to or buying.
- The app tells us what we should be listening to or buying.
- The app tells us what should we be listening to or buying.
- The app tells us what we should be listening or buying.
ดูคำตอบ
The app tells us what we should be listening to or buying.
ignore all of that: การอ้างกลับไปถึงเนื้อหาทั้งกลุ่มที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ใน ignore all of that คำว่า that อ้างกลับไปถึงคำแนะนำหรือข้อความชี้แนะที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน all รวมสิ่งเหล่านั้นให้เป็นกลุ่มเดียว จึงไม่ต้องพูดซ้ำทีละรายการ ในที่นี้ ignore หมายถึงการตั้งใจไม่สนใจข้อมูลหรือไม่ทำตามข้อมูลนั้น ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเสียมารยาทต่อบุคคล แต่หมายถึงการเลือกไม่ให้คำแนะนำเหล่านั้นชี้นำการตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ignore all of that หมายความว่าอะไร?
- ดูหมิ่นคนที่ให้คำแนะนำเหล่านั้น
- เลือกที่จะไม่ทำตามคำแนะนำใด ๆ ที่เพิ่งกล่าวถึง
- ไม่ได้ยินคำแนะนำเพราะเสียงเบาเกินไป
ดูคำตอบ
เลือกที่จะไม่ทำตามคำแนะนำใด ๆ ที่เพิ่งกล่าวถึง
physical record store: ร้านขายแผ่นเสียงที่มีหน้าร้านจริง
ในที่นี้ physical record store หมายถึงร้านขายเพลงที่มีสถานที่จริงและสามารถไปเยี่ยมชมได้ด้วยตนเอง physical หมายถึงมีตัวตนจริงและไม่ใช่ออนไลน์ ซึ่งตรงข้ามกับบริการดิจิทัลหรือออนไลน์ ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่เกี่ยวกับร่างกาย ในบริบทนี้ record หมายถึงแผ่นเสียงเพลง การกล่าวถึงร้านที่มีหน้าร้านจริงเน้นการไปค้นหาเพลงด้วยตนเอง แทนที่จะพึ่งคำแนะนำจากแพลตฟอร์มดิจิทัลเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
physical record store ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- โรงยิมที่เปิดเพลงบันทึกเสียง
- สถานที่เก็บเอกสารลายลักษณ์อักษร
- บริการออนไลน์ที่แนะนำเพลง
- ร้านที่ไปเยี่ยมชมได้ด้วยตนเองและขายแผ่นเสียงเพลง
ดูคำตอบ
ร้านที่ไปเยี่ยมชมได้ด้วยตนเองและขายแผ่นเสียงเพลง
take a random record: เลือกหนึ่งแผ่นโดยไม่ได้วางแผนไว้
Take a random record หมายถึงหยิบหรือเลือกแผ่นเสียงเพลงหนึ่งแผ่นโดยไม่ได้กำหนดชื่อที่ต้องการไว้ล่วงหน้า random อธิบายวิธีเลือกว่าไม่ได้เลือกตามแผนที่วางไว้หรือตามคำแนะนำ ในบริบทนี้ take หมายถึงหยิบสินค้าจากชั้นเป็นขั้นตอนก่อนนำไปฟัง ตัวคำนี้เองไม่ได้หมายถึงนำแผ่นเสียงออกจากร้าน และ record หมายถึงแผ่นเสียงเพลง ไม่ใช่ข้อมูลที่เขียนบันทึกไว้
แบบฝึกหัด
take a random record ในบริบทนี้หมายถึงอะไร?
- บันทึกเพลงที่คนอื่นเลือกไว้
- หยิบแผ่นเสียงเพลงหนึ่งแผ่นโดยไม่ได้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าว่าจะเลือกแผ่นใด
- นำแผ่นเสียงที่ยังไม่ได้จ่ายเงินออกจากร้าน
- เขียนเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดเป็นบันทึกทางการ
ดูคำตอบ
หยิบแผ่นเสียงเพลงหนึ่งแผ่นโดยไม่ได้ตัดสินใจไว้ล่วงหน้าว่าจะเลือกแผ่นใด
And again, the process is just as valuable as the outcome. ลำดับความ
1:54และแน่นอนว่า กระบวนการมันก็มีคุณค่าไม่แพ้ผลลัพธ์เลย
the process is just as valuable as the outcome: การย้อนกลับไปย้ำประเด็นหลัก
ประโยคนี้กล่าวย้ำข้อเสนอที่พูดไว้แล้วว่า ประสบการณ์จากการลงมือทำหรือสำรวจบางสิ่งอาจสำคัญพอ ๆ กับผลลัพธ์สุดท้าย หน้าที่ของประโยคนี้ไม่ใช่เพิ่มการเปรียบเทียบใหม่ แต่พาผู้ฟังกลับมาที่ประเด็นหลัก คำขึ้นต้น And again เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังย้อนกลับมาที่ประเด็นนั้น ส่วนการกล่าวข้อเสนอเดิมซ้ำทั้งประโยคช่วยให้การพูดมีแนวเรื่องชัดเจน ผู้พูดมักย้ำประโยคสำคัญหลังยกตัวอย่างใหม่ เพื่อให้ผู้ฟังเห็นว่าตัวอย่างนั้นสนับสนุนประเด็นหลักเดิมอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้มีหน้าที่หลักอย่างไรในการจัดโครงเรื่องของการพูด
- แก้ไขข้อผิดพลาดด้านข้อเท็จจริงที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
- ย้อนกลับไปยังประเด็นหลักที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและย้ำให้หนักแน่นขึ้น
- เสนอข้อโต้แย้งใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องโดยสิ้นเชิง
- บอกว่าผลลัพธ์สำคัญกว่ากระบวนการ
ดูคำตอบ
ย้อนกลับไปยังประเด็นหลักที่กล่าวไว้ก่อนหน้าและย้ำให้หนักแน่นขึ้น
disconnect us from each other: ทำให้สายสัมพันธ์ทางสังคมอ่อนลง
ในที่นี้ disconnect us from each other หมายถึงทำให้ความเชื่อมโยงทางสังคมหรือทางอารมณ์ของเราอ่อนลง กล่าวถึงการที่ผู้คนมีปฏิสัมพันธ์กันน้อยลง ไม่ใช่การถอดสายหรือยกเลิกการเชื่อมต่ออุปกรณ์จริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ disconnect someone from someone or something กรรมหลัง disconnect ระบุคนที่ได้รับผลกระทบ ส่วน from นำหน้าคน กลุ่ม กิจกรรม หรือสภาพแวดล้อมที่คนนั้นค่อย ๆ ห่างออกมา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ disconnect someone from a group ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าคนคนนั้นห่างเหินจากกลุ่มในทางสังคม
- Months of remote work disconnected Maya from her team.
- Months of remote work disconnected Maya her team.
- Months of remote work disconnected Maya with her team.
- Months of remote work disconnected from Maya her team.
ดูคำตอบ
Months of remote work disconnected Maya from her team.
Often, we can't spend quality time with people วลี
2:04บ่อยครั้งที่เราไม่สามารถใช้เวลาคุณภาพร่วมกับผู้คนได้
spend quality time with people: ใช้เวลาร่วมกันอย่างใส่ใจและมีความหมาย
spend quality time with people หมายถึงการให้ความสนใจกับอีกฝ่ายอย่างเต็มที่และใช้เวลาร่วมกันในแบบที่ช่วยให้ความสัมพันธ์แน่นแฟ้นขึ้นหรือมีความหมาย quality ในที่นี้บอกคุณค่าของการมีปฏิสัมพันธ์ ไม่ใช่คุณภาพของสินค้า และไม่ได้หมายถึงเพียงแค่ใช้เวลาหลายชั่วโมง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ spend quality time with + บุคคลหรือกลุ่มคน โดยต่อยอดจาก spend time with someone และ quality เพิ่มความหมายเรื่องการใส่ใจและการมีส่วนร่วมอย่างมีความหมาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึงการใช้เวลากับใครสักคนอย่างใส่ใจและมีความหมาย: We put away the games so we could ____ our cousins.
ดูคำตอบ
spend quality time with
distracted by our devices: ระบุสาเหตุที่ทำให้เสียสมาธิ
ใน distracted by our devices อุปกรณ์อย่างโทรศัพท์ แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ดึงความสนใจของเราออกจากคนหรือกิจกรรมที่อยู่ตรงหน้า รูปแบบคือ be distracted by + สาเหตุหรือแหล่งที่มา distracted บอกสภาวะของบุคคล ส่วน by นำหน้าสิ่งที่ทำให้เกิดสภาวะนั้น โดย by ในที่นี้ไม่ได้บอกสถานที่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ be distracted by: While doing my homework, I ____ messages on my tablet.
ดูคำตอบ
was distracted by
people who I only communicate with online: คนที่ฉันติดต่อด้วยทางออนไลน์เท่านั้น
ใน people who I only communicate with online คำว่า who แทน people ที่อยู่ข้างหน้าและทำหน้าที่เป็นกรรมของ with รูปแบบพื้นฐานคือ communicate with someone ในอนุประโยคขยายคำนาม ภาษาอังกฤษสามารถวางบุพบทไว้ท้ายส่วนนี้ได้ เช่น people who I communicate with ในที่นี้ online บอกวิธีที่ใช้สื่อสาร ส่วน only จำกัดความสัมพันธ์ไว้ที่ช่องทางนั้น ผู้พูดหมายถึงคนที่ติดต่อกันผ่านอินเทอร์เน็ต ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านั้นแค่กำลัง “ออนไลน์” อยู่ในขณะนั้น
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบคำกริยาและบุพบทที่หมายถึง “แลกเปลี่ยนข้อมูลกับบุคคล” ให้สมบูรณ์: I have a remote mentor who I only ____ online.
ดูคำตอบ
communicate with
and we have these conversations that have no beginning or no end. สำนวน
2:12และเราก็มีการสนทนาที่ไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุด
no beginning or no end: บทสนทนาที่ไม่มีขอบเขตเริ่มต้นและสิ้นสุดชัดเจน
ในประโยคนี้ have no beginning or no end หมายความว่าบทสนทนาเหล่านั้นไม่เหมือนเหตุการณ์ที่สมบูรณ์และแยกจากกันโดยมีช่วงเปิดและปิดที่ชัดเจน ข้อความออนไลน์อาจหยุดแล้วกลับมาคุยต่อภายหลัง จึงมองเห็นขอบเขตของบทสนทนาได้ยาก นี่เป็นคำบรรยายเชิงประเมินที่ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรง ไม่ได้หมายความว่าบทสนทนาดำเนินไปตลอดกาล แต่สื่อว่าการโต้ตอบดูเป็นช่วง ๆ หรือยังไม่จบสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
no beginning or no end ในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ข้อความไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน
- ไม่มีใครจำคำพูดใด ๆ ได้เลย
- บทสนทนาดำเนินต่อไปทุกวินาทีตลอดกาล
- ผู้พูดถูกห้ามไม่ให้เริ่มหรือจบบทสนทนา
ดูคำตอบ
ข้อความไม่มีจุดเริ่มต้นหรือจุดสิ้นสุดที่ชัดเจน
ping each other messages: ส่งข้อความดิจิทัลสั้น ๆ หากัน
ในที่นี้ ping เป็นคำกริยาแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ส่งข้อความดิจิทัลสั้น ๆ ถึงใครสักคน” หรือ “ติดต่อทางออนไลน์แบบสั้น ๆ” ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงคำสั่งเครือข่ายคอมพิวเตอร์ที่ใช้ตรวจสอบว่าอุปกรณ์ตอบสนองหรือไม่ ในโครงสร้าง ping each other messages คำว่า each other ระบุผู้รับ ส่วน messages ระบุสิ่งที่ส่ง กล่าวคือ ทั้งสองฝ่ายต่างส่งข้อความให้อีกฝ่าย โครงสร้างนี้สื่อถึงการติดต่อเป็นช่วง ๆ แบบสั้น ๆ มากกว่าการสนทนาเต็มรูปแบบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ ping ในความหมายว่า “ส่งข้อความดิจิทัลสั้น ๆ”
- The bell made a ping when the door opened.
- The computer can ping the server once a minute.
- If the train is delayed, ping me before six.
ดูคำตอบ
If the train is delayed, ping me before six.
and we don't have long meaningful conversations. วลี
2:20และเราไม่ได้มีการสนทนาที่มีความหมายและยาวนานเลย
long meaningful conversations: การสนทนาที่ยาวนานและมีความหมาย
ใน long meaningful conversations คำว่า long บอกระยะเวลา ส่วน meaningful บอกคุณภาพของการสนทนา คือบทสนทนานั้นมีสาระ มีคุณค่า หรือมีความสำคัญทางความรู้สึก และอาจช่วยให้ผู้คนเข้าใจเรื่องหนึ่งหรือเข้าใจกันได้ดีขึ้น meaningful conversation เป็นการใช้คำร่วมกันอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าการสนทนามีความลึก meaningful ไม่ได้หมายเพียงว่า interesting หรือ entertaining ดังนั้นวลีนี้จึงต่างจากการส่งข้อความสั้น ๆ ที่ขาดช่วง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าการสนทนามีความลึกหรือคุณค่า ไม่ใช่แค่น่าสนใจหรือใช้เวลานาน
- They had an interesting conversation about how to solve the problem.
- They had a meaningful conversation about how to solve the problem.
- They had a long conversation about how to solve the problem.
ดูคำตอบ
They had a meaningful conversation about how to solve the problem.
One way around this is to schedule quality time with people โน้ต
2:24วิธีหนึ่งในการแก้ปัญหานี้คือ การจัดเวลาคุณภาพร่วมกับผู้คน
One way around this is to...: ใช้เสนอทางแก้
One way around this is to... ใช้เปลี่ยนประเด็นจากปัญหาไปสู่ทางแก้ที่เป็นไปได้หนึ่งทาง ในที่นี้ this หมายถึงปัญหาที่กล่าวไปแล้ว และ around this หมายถึงการหาทางข้ามผ่านหรือหลีกเลี่ยงอุปสรรค ไม่ได้หมายถึงการเดินอ้อมวัตถุจริง ๆ โครงสร้างคือ One way around + ปัญหา + is to + คำกริยารูปพื้นฐาน เป็นการเสนอทางเลือกที่ใช้ได้ทางหนึ่ง โดยไม่ได้บอกว่าเป็นคำตอบเพียงทางเดียว
แบบฝึกหัด
Our online meetings often run too long. ประโยคใดเสนอทางแก้ที่เป็นไปได้หนึ่งทาง
- One way around this is to set a clear agenda before each meeting.
- One result of this is that meetings feel longer.
- One example of this is a meeting without an agenda.
ดูคำตอบ
One way around this is to set a clear agenda before each meeting.
schedule quality time: ตั้งใจจัดเวลาเพื่อใช้ร่วมกันอย่างมีคุณภาพ
ใน schedule quality time คำว่า schedule เป็นคำกริยา หมายถึง “จัดไว้ล่วงหน้า” หรือ “กันเวลาไว้” วลีนี้สื่อถึงการตั้งใจใส่ช่วงเวลาสำหรับการมีปฏิสัมพันธ์ที่มีความหมายและใส่ใจกันลงในแผน Quality time ไม่ใช่แค่เวลาว่างช่วงใดก็ได้ แต่เป็นเวลาที่เราให้ความสนใจกับอีกฝ่ายและช่วยกระชับความสัมพันธ์ วลีนี้จึงเน้นทั้งการวางแผนและวิธีใช้เวลานั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้พูดจะตั้งใจกันเวลาไว้เพื่ออยู่ร่วมกันอย่างใส่ใจ
- Let's check the schedule together this Saturday.
- Let's schedule some quality time together this Saturday.
- Let's spend some quality time together right now.
ดูคำตอบ
Let's schedule some quality time together this Saturday.
where there are no devices: ใช้ where เพื่ออธิบายสถานการณ์
ในที่นี้ where there are no devices อธิบายสภาพแวดล้อมของช่วงเวลาดี ๆ ที่วางแผนไว้ร่วมกัน กล่าวคือ เป็นสถานการณ์ที่ไม่มีหรือไม่มีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ อนุประโยคนี้ไม่ได้เปิดประเด็นใหม่เกี่ยวกับอุปกรณ์ แต่เพิ่มเงื่อนไขให้กับสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า where สามารถใช้เกริ่นถึงสถานการณ์หรือรูปแบบการจัดกิจกรรมได้ ไม่ได้ใช้เฉพาะกับสถานที่จริงเท่านั้น ใช้แบบนี้เมื่อต้องการอธิบายสภาพแวดล้อมที่สร้างขึ้นสำหรับกิจกรรมหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เลือกคำที่เหมาะสมที่สุดเพื่อเน้นลักษณะของสภาพแวดล้อม: We want a classroom ___ everyone feels safe to ask questions.
- who
- when
- where
ดูคำตอบ
where
It can really help you to connect with friends and loved ones วลี
2:30มันช่วยให้คุณได้เชื่อมต่อกับเพื่อนๆ และคนที่คุณรักได้อย่างแท้จริง
connect with friends and loved ones: การสร้างความสัมพันธ์ส่วนตัว
ในประโยคนี้ connect with friends and loved ones หมายถึงการสร้างหรือกระชับความสัมพันธ์ส่วนตัวผ่านการใส่ใจ การพูดคุย หรือการใช้เวลาร่วมกัน เป็นความเชื่อมโยงทางอารมณ์และสังคม ไม่ใช่การเชื่อมต่ออุปกรณ์ loved ones เป็นคำรวมที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ใช้กล่าวถึงคนที่คุณรักและห่วงใยมาก ซึ่งอาจรวมถึงสมาชิกในครอบครัว คู่ชีวิต และเพื่อนสนิท ไม่ได้หมายถึงคู่รักเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย connect with: A shared meal can help you ____ friends and loved ones.
ดูคำตอบ
connect with
Number four, technology can disconnect us from nature. วลี
2:35ข้อที่สี่ เทคโนโลยีอาจตัดขาดเราจากธรรมชาติ
disconnect us from nature: ทำให้ความเชื่อมโยงของเรากับธรรมชาติอ่อนลง
ใน disconnect us from nature คำว่า disconnect ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เทคโนโลยีอาจทำให้ผู้คนใช้เวลาสังเกตหรือสัมผัสธรรมชาติน้อยลง หรือรู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของโลกธรรมชาติน้อยลง ไม่ได้หมายความว่าสายจริง ๆ ระหว่างคนกับธรรมชาติถูกตัด โครงสร้างคือ disconnect + someone + from + something ประธานระบุสาเหตุ someone คือผู้ที่ได้รับผลกระทบ และส่วนหลัง from ระบุความสัมพันธ์หรือแหล่งที่ความเชื่อมโยงอ่อนลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง disconnect someone from something: Spending all day online can ____ the people and places around us.
ดูคำตอบ
disconnect us from
Sometimes we feel like nature is out there and we're here. ลำดับความ
2:40บางครั้งเราก็รู้สึกเหมือนว่าธรรมชาติอยู่ตรงโน้น และเราอยู่ตรงนี้
nature is out there: วางกรอบให้ธรรมชาติแยกออกจากเรา
ในที่นี้ out there ไม่ได้เพียงบอกตำแหน่งของธรรมชาติ แต่ยังวางกรอบให้ธรรมชาติเป็นโลกที่ห่างจากชีวิตประจำวันของผู้คน ดังนั้นระยะห่างจึงเป็นทั้งทางกายภาพและทางความรู้สึก ประโยคจัดความคิดด้วยการเปรียบต่าง nature is out there / we're here รูปแบบที่ให้ธรรมชาติอยู่ตรงนั้นและเราอยู่ตรงนี้ทำให้ธรรมชาติกับผู้คนดูเหมือนอยู่คนละฝั่ง และนำไปสู่แนวคิดที่ว่าผู้คนไม่รู้สึกว่าตนเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติอีกต่อไป
แบบฝึกหัด
nature is out there สร้างมุมมองแบบใดในประโยคนี้
- ธรรมชาติอยู่ในตำแหน่งที่แน่นอนใกล้กับผู้พูด
- ธรรมชาติดูแยกออกจากชีวิตของเราและรู้สึกห่างไกล
- ธรรมชาติเป็นอีกชื่อหนึ่งของเทคโนโลยี
ดูคำตอบ
ธรรมชาติดูแยกออกจากชีวิตของเราและรู้สึกห่างไกล
not part of it: ความรู้สึกว่าไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของภาพรวมที่ใหญ่กว่า
be part of something หมายถึงการเป็นสมาชิกของหรือมีส่วนร่วมในสิ่งที่ใหญ่กว่า เช่น กลุ่ม กระบวนการ โครงการ หรือโลกธรรมชาติ รูปปฏิเสธ not part of it แสดงว่าผู้พูดตัดขาดจากสิ่งนั้นหรือไม่มีความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่ง ในที่นี้ it หมายถึง nature ที่กล่าวไว้ในประโยคก่อนหน้า ส่วน part หมายถึงสมาชิกหรือองค์ประกอบหนึ่งในภาพรวม ไม่ใช่ชิ้นส่วนทางกายภาพหรืออะไหล่
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After months away, Maya felt she was not part of the community anymore,” วลี not part of the community หมายถึงอะไร
- เธอรับผิดชอบกิจกรรมทุกอย่างของชุมชน
- เธอกำลังถือชิ้นส่วนที่แตกหักของชุมชน
- เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นอีกต่อไป
ดูคำตอบ
เธอไม่รู้สึกว่าตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนนั้นอีกต่อไป
paint you a picture: การเกริ่นนำคำบรรยายที่เห็นภาพชัด
Paint someone a picture อาจหมายถึงการวาดภาพจริง ๆ ได้ แต่ในที่นี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือการบรรยายสถานการณ์อย่างมีชีวิตชีวาจนผู้ฟังจินตนาการตามได้ ใน Let me paint you a picture คำว่า you คือผู้ที่ได้รับฟังคำบรรยายนั้น ประโยคนี้ยังทำหน้าที่เป็นสัญญาณว่า ฉากหรือข้อยกตัวอย่างที่มีรายละเอียดกำลังจะตามมา ไม่ใช่การเสนอว่าจะวาดภาพจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเปรียบเทียบที่หมายถึง “บรรยายฉากอย่างมีชีวิตชีวา”: Let me ____: every window was dark, and snow covered the empty street.
ดูคำตอบ
paint you a picture
You're in a boat in the middle of the ocean surrounded by water. โน้ต
2:49คุณอยู่บนเรือกลางมหาสมุทรที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำ
in the middle of the ocean: ตำแหน่งกลางทะเลที่ไกลจากฝั่ง
in the middle of the ocean บอกว่าเรืออยู่ไกลออกไปกลางทะเล มีน้ำอยู่รอบด้าน และอยู่ห่างจากชายฝั่ง ในที่นี้ middle ไม่จำเป็นต้องหมายถึงจุดกึ่งกลางทางเรขาคณิตที่แม่นยำ โครงสร้าง in the middle of + place ใช้บอกว่าคนหรือสิ่งของอยู่บริเวณกลางหรือด้านในของพื้นที่ ซึ่งมักห่างจากขอบเขต ประโยคนี้ใช้บอกตำแหน่งจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง in the middle of + place: A tiny cabin stands ____ the woods.
ดูคำตอบ
in the middle of
surrounded by water: ใช้ past participle เพิ่มสภาพพื้นหลัง
surrounded by water เป็นวลี past participle ที่หมายถึงมีน้ำอยู่รอบเรือและบริเวณนั้น surrounded แสดงสภาพแบบถูกกระทำ คือเรือถูกน้ำล้อมรอบ ไม่ใช่เรือไปล้อมสิ่งอื่น เมื่อวางวลีนี้หลังคำบอกตำแหน่งหลัก จะช่วยเพิ่มข้อมูลพื้นหลังโดยไม่ต้องเริ่มประโยคสมบูรณ์ใหม่ โครงสร้างสั้นแบบเดียวกันใช้บรรยายคำนามหรือประธานได้ด้วย surrounded by + สิ่งที่อยู่รอบ ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ surround: The garden is ____ by a high wall.
ดูคำตอบ
surrounded
is setting: set หมายถึงพระอาทิตย์กำลังตกดิน
เมื่อ the sun เป็นประธาน set หมายถึง “เคลื่อนต่ำลงจนลับขอบฟ้า” ใน The sun is setting รูป present continuous แสดงว่ากระบวนการนี้กำลังเกิดขึ้นอยู่ตอนนี้ ในที่นี้ set ไม่ได้หมายถึง “ตั้งค่า” หรือ “วาง” sunset เป็นคำนามที่เกี่ยวข้อง ส่วน the sun sets และ the sun is setting เป็นรูปกริยา ทั้งหมดอยู่ในกลุ่มความหมายเดียวกัน แต่ไวยากรณ์จะบอกว่าผู้พูดกำลังเรียกชื่อปรากฏการณ์ บอกข้อเท็จจริงที่เกิดเป็นประจำ หรือบรรยายกระบวนการที่กำลังเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกริยาที่เน้นไว้: It will be dark soon because the sun ____.
ดูคำตอบ
is setting
a brilliant color: brilliant หมายถึงสว่างสดใส
เมื่อ brilliant ขยายคำที่เป็นสี คำนี้หมายถึงสีนั้นสว่างสดใสและสะดุดตาเป็นพิเศษ ใน a brilliant color คำนี้บรรยายลักษณะที่มองเห็น ไม่ได้หมายถึง “ฉลาด” ให้ดูคำที่ brilliant ขยายเพื่อเลือกความหมาย a brilliant student อาจหมายถึงนักเรียนที่ฉลาดมาก ส่วน brilliant light หรือ a brilliant color หมายถึงแสงหรือสีที่สว่างมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ brilliant เพื่อบรรยายสีที่สว่างสดใส?
- The stage curtains were a brilliant red under the lights.
- Brilliant! We finished early.
- Maya is a brilliant engineer.
ดูคำตอบ
The stage curtains were a brilliant red under the lights.
is rocking gently: โยกไปมาอย่างนุ่มนวล
ในที่นี้ is rocking หมายถึงกำลังเคลื่อนไปมาซ้ำ ๆ อย่างนุ่มนวล ไม่ว่าจะจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหรือไปข้างหน้าและข้างหลัง rock ทำหน้าที่เป็นคำกริยา ส่วน gently บอกว่าการเคลื่อนไหวนั้นเบา ไม่ฉับพลันหรือรุนแรง เมื่อประธานคือเรือ rock ใช้บรรยายการโยกบนผิวน้ำ ไม่ได้หมายถึงก้อนหินหรือดนตรีร็อก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ rock ในความหมายเดียวกับตัวอย่าง?
- She found a rock beside the path.
- The cradle rocked gently while the baby slept.
- The band rocked the crowd with its final song.
ดูคำตอบ
The cradle rocked gently while the baby slept.
If that doesn't make you want to get out into nature, โน้ต
3:06ถ้าสิ่งนี้ยังไม่ทำให้คุณอยากออกไปอยู่ท่ามกลางธรรมชาติอีก
If that doesn't make you want to...: การโน้มน้าวแบบเน้นย้ำ
ในที่นี้รูปแบบ If that doesn't make you want to... แสดงปฏิกิริยาที่เน้นย้ำ ไม่ใช่เงื่อนไขที่เป็นกลาง ผู้พูดคิดว่าสิ่งที่เพิ่งแสดงนั้นน่าดึงดูดมากจนควรทำให้เกิดความอยากลงมือทำบางอย่าง โครงสร้าง make + person + want to + verb หมายถึงทำให้ใครสักคนรู้สึกอยากทำบางอย่าง เป็นการกระตุ้นความต้องการ ไม่ใช่บังคับให้ลงมือทำ ในที่นี้ that ย้อนกลับไปหมายถึงภาพธรรมชาติก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
ผู้พูดสื่อความหมายอะไรด้วย If that doesn't make you want to get out into nature?
- ภาพนั้นน่าดึงดูดมากจนควรทำให้คุณอยากออกไปข้างนอก
- ผู้พูดกำลังบังคับให้ทุกคนออกไปทันที
- ภาพนั้นไม่ได้ให้เหตุผลใด ๆ ที่ทำให้คนอยากออกไปข้างนอก
ดูคำตอบ
ภาพนั้นน่าดึงดูดมากจนควรทำให้คุณอยากออกไปข้างนอก
get out into nature: ออกจากสภาพแวดล้อมประจำวันไปสัมผัสธรรมชาติ
get out into nature หมายถึงการออกจากสถานที่ในร่ม เมือง หรือสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวัน แล้วไปใช้เวลาในพื้นที่ธรรมชาติ get out เน้นการออกจากที่ที่อยู่ตอนนี้ ส่วน into nature เน้นสภาพแวดล้อมที่เข้าไป ดังนั้น out กับ into จึงใช้ร่วมกันได้ เมื่อกล่าวถึงธรรมชาติโดยทั่วไปแบบนี้ คำว่า nature ในภาษาอังกฤษมักไม่ใช้คำนำหน้านาม รูปที่เป็นธรรมชาติคือ get out into nature ไม่ใช่ go to the nature
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอให้ออกจากสภาพแวดล้อมในชีวิตประจำวันไปใช้เวลาในสถานที่ธรรมชาติได้เป็นธรรมชาติที่สุด
- Let's get out into nature this weekend.
- Let's go to the nature this weekend.
- Let's get out of nature this weekend.
ดูคำตอบ
Let's get out into nature this weekend.
I don't know what will: การละกริยาวลีเพื่อเน้นความหมาย
I don't know what will ดูเหมือนยังไม่จบ เพราะตัดคำหลัง will ที่ซ้ำกับข้อความก่อนหน้าออก ส่วนที่มาก่อนช่วยเติมความหมายนี้ให้ โดย what will หมายถึง what will make you want to get out into nature ภาษาอังกฤษสามารถละกริยาวลีที่กล่าวไปแล้วหลังคำกริยาช่วยอย่าง will ได้ ตรงนี้ผู้พูดไม่ได้เพียงยอมรับว่าไม่รู้ รูปเต็ม If that doesn't ..., I don't know what will สื่ออย่างหนักแน่นว่าผู้พูดคิดว่าสิ่งนี้มีโอกาสสูงมากที่จะให้ผลตามต้องการ และคงไม่มีอะไรอื่นที่ได้ผลดีกว่า
แบบฝึกหัด
ในคำพูดของโค้ช ‘If this comeback doesn't inspire the team, I don't know what will,’ ประโยค I don't know what will สื่อเป็นนัยว่าอะไร
- ผู้พูดกำลังขอคำทำนายตามข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอนาคต
- ผู้พูดลืมว่าทีมใดกำลังแข่งขันอยู่
- ผู้พูดเชื่อว่าการพลิกกลับมาครั้งนี้มีโอกาสสูงมากที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม
ดูคำตอบ
ผู้พูดเชื่อว่าการพลิกกลับมาครั้งนี้มีโอกาสสูงมากที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้ทีม
There are few better ways to disconnect from technology. ไวยากรณ์
3:10มีวิธีเพียงไม่กี่วิธีที่ดีกว่านี้ในการปลีกตัวจากเทคโนโลยี
ใช้ There are few better ways to... เพื่อชื่นชมวิธีหนึ่งอย่างมาก
ในประโยคนี้ There are few better ways to disconnect... หมายความว่ามีวิธีที่ดีกว่านี้น้อยมาก ผู้พูดกำลังชื่นชมวิธีที่พูดถึงอย่างมาก ไม่ได้บอกว่าโดยทั่วไปแล้วมีวิธีให้เลือกน้อย โครงสร้าง There are few better ways to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้นำเสนอกิจกรรมหนึ่งว่าเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแบบหนึ่ง มีน้ำหนักมากกว่า This is a good way แต่ไม่ได้ยืนยันว่าไม่มีอะไรดีกว่านี้ได้เลย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างชื่นชมอย่างมากจากบทเรียนให้ตรงตามต้นฉบับ: ____ relax after work than taking a quiet walk.
ดูคำตอบ
There are few better ways to
ใช้ There it is. เพื่อปิดรายการที่อธิบายจบแล้ว
ในที่นี้ There it is. ย้อนกลับไปหมายถึงประเด็นทั้งหมดที่ผู้พูดเพิ่งอธิบายจบ ทำหน้าที่คล้าย That's it หรือ There you have it คือบอกว่ารายการหรือคำอธิบายจบแล้ว คำว่า it แทนประเด็นก่อนหน้าทั้งหมดรวมกัน ดังนั้นประโยคนี้จึงใช้ปิดส่วนนี้ ไม่ใช่เพิ่มประเด็นใหม่
แบบฝึกหัด
หลังจากผู้พูดอธิบายรายการสี่ข้อจบแล้ว เขาพูดว่า There it is. ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไร
- ขอให้ผู้ฟังช่วยหาสิ่งของที่หายไป
- บอกว่ารายการนี้จบแล้ว
- เพิ่มประเด็นใหม่อีกหนึ่งข้อ
ดูคำตอบ
บอกว่ารายการนี้จบแล้ว
Here are four techniques that we can use to disconnect from technology. ลำดับความ
3:16นี่คือ 4 เทคนิคที่เราสามารถใช้เพื่อตัดการเชื่อมต่อจากเทคโนโลยี
Here are four techniques: การนำเสนอรายการ
Here are four techniques ใช้นำเสนอเนื้อหาสี่ข้อแก่ผู้ฟังในรูปแบบรายการ ในประโยคนี้ here ไม่ได้เน้นสถานที่ แต่ทั้งวลีหมายถึง “ต่อไปนี้คือเทคนิคสี่อย่าง” ตรงนี้โครงสร้างดังกล่าวใช้จัดระเบียบการทบทวน โดยผู้พูดรวบรวมวิธีต่าง ๆ เป็นชุดสี่ข้อ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Here are + คำนามพหูพจน์ ส่วนหนึ่งข้อให้ใช้ Here is + คำนามเอกพจน์
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังจะบอกเคล็ดลับสามข้อ ประโยคใดนำเสนอรายการนั้นโดยตรง
- I tried three tips yesterday.
- There are three tips in this guide.
- Here are three tips you can try.
ดูคำตอบ
Here are three tips you can try.
And I'd love to hear of any other techniques that you have. น้ำเสียง/เจตนา
3:19และผมอยากได้ยินเทคนิคอื่นๆ ที่คุณมีด้วยครับ
I'd love to hear of: การเชิญให้เสนอความคิดเห็นอย่างอบอุ่น
I'd love to hear of... เป็นวิธีที่อบอุ่นและสุภาพในการเชิญให้อีกฝ่ายพูดถึงสิ่งที่เขารู้จักหรือใช้อยู่ I'd เป็นรูปย่อของ I would ส่วน would love to แสดงความสนใจอย่างมากและเป็นมิตร ไม่ได้หมายถึงความรักแบบโรแมนติกตามตัวอักษร ในประโยคนี้ hear of ตามด้วยสิ่งที่ผู้พูดอยากรู้ ซึ่งก็คือ other techniques ผู้พูดกำลังชวนผู้ฟังให้แบ่งปันวิธีอื่นเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชิญให้อีกฝ่ายแบ่งปันแนวคิดเพิ่มเติมอย่างอบอุ่น
- I'd love to tell you about the other ideas I have.
- I'd love to hear of any other ideas you have.
- I'd love to hear from you after you choose an idea.
ดูคำตอบ
I'd love to hear of any other ideas you have.
And if you try any of these and you find them helpful, โน้ต
3:23ถ้าคุณได้ลองใช้วิธีเหล่านี้แล้วพบว่ามันมีประโยชน์
if you try any of these: เงื่อนไขแบบเปิดและการเลือกจากกลุ่มที่รู้กันอยู่แล้ว
ตรงนี้ if ใช้เปิดเงื่อนไขที่ยังไม่แน่ว่าจะเกิดขึ้นหรือไม่ ผู้ฟังอาจลองแนวคิดที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้สักข้อหนึ่ง หรืออาจไม่ลองก็ได้ อนุประโยคนี้กำหนดว่าเนื้อหาถัดไปจะเป็นจริงหากเกิดการลองนั้นขึ้น any of these หมายถึงข้อใดข้อหนึ่งหรือหลายข้อจากกลุ่มที่รู้กันอยู่แล้ว these ย้อนกลับไปถึงแนวคิดที่กล่าวไว้ ส่วน any บอกว่ายังไม่ได้เลือกข้อใดไว้ล่วงหน้า ไม่ได้หมายความว่าต้องลองทุกข้อ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าผู้ฟังสามารถเลือกหนังสือเล่มใดก็ได้ที่ชอบจากกลุ่มหนังสือที่รู้กันอยู่แล้ว
- If you like any these books, you can borrow one.
- If you like some of this books, you can borrow one.
- If you like any of these books, you can borrow one.
ดูคำตอบ
If you like any of these books, you can borrow one.
find them helpful: find + กรรม + คำคุณศัพท์
ใน find them helpful คำว่า find หมายถึงมองว่า หรือตัดสินว่า ไม่ได้หมายถึงค้นพบ them เป็นกรรมและย้อนกลับไปถึงแนวคิดที่กล่าวไว้ ส่วน helpful เป็นคำคุณศัพท์ที่แสดงการประเมินของผู้พูด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ find + กรรม + คำคุณศัพท์ เช่น I find this app useful; She found the task difficult โครงสร้างนี้มักใช้บอกความคิดเห็นที่เกิดจากประสบการณ์ การสังเกต หรือการคิด
แบบฝึกหัด
ใช้ find, this app และ useful อย่างละหนึ่งครั้งเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: I ____.
ดูคำตอบ
find this app useful
share it in the comment section: แชร์ในส่วนความคิดเห็น
the comment section คือพื้นที่ด้านล่างหรือด้านข้างของวิดีโอ บทความ หรือหน้าเว็บ ซึ่งผู้ใช้สามารถโพสต์ข้อความตอบกลับแบบสาธารณะได้ ในที่นี้ section หมายถึงส่วนหนึ่งของหน้าเว็บ ไม่ใช่บทหนึ่งของเอกสาร ใน share it in the comment section คำว่า it หมายถึงเคล็ดลับหรือประสบการณ์ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ share หมายถึงโพสต์สิ่งนั้นให้ผู้ชมคนอื่นเห็น ส่วน in บอกว่าควรโพสต์คำตอบไว้ที่ไหน ประโยคนี้เป็นการชวนให้ผู้ชมมีส่วนร่วม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกสถานที่ตามที่เรียนมาให้ตรงทุกคำ: Please share your experience ____.
ดูคำตอบ
in the comment section
I'm glad you've watched this video: ปิดท้ายอย่างเป็นมิตรด้วยความรู้สึกเชิงบวก
I'm glad + อนุประโยค ใช้แสดงความรู้สึกเชิงบวกของผู้พูดต่อสถานการณ์หนึ่ง ในประโยคนี้ glad บอกว่าผู้พูดรู้สึกดีใจเพราะผู้ชมได้ดูวิดีโอแล้ว ไม่ได้ใช้ประเมินคุณภาพของวิดีโอ You've watched เป็นรูปย่อของ you have watched รูป present perfect เชื่อมการดูที่เสร็จแล้วเข้ากับช่วงปิดท้ายในปัจจุบัน ประโยคนี้จึงเป็นคำปิดท้ายที่อบอุ่นและเป็นส่วนตัว ไม่ใช่รูปแบบการกล่าวขอบคุณโดยตรง
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: I'm glad you've watched this video. ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลัก
- ผู้พูดกำลังบอกอย่างเป็นกลางว่าวิดีโอนี้มีคุณภาพสูง
- ผู้พูดรู้สึกดีต่อสิ่งที่ผู้ชมได้ทำเสร็จแล้ว
- ผู้พูดกำลังขอให้ผู้ชมดูวิดีโออีกครั้ง
ดูคำตอบ
ผู้พูดรู้สึกดีต่อสิ่งที่ผู้ชมได้ทำเสร็จแล้ว
Now turn off all your devices and go for a walk. วลี
3:30ตอนนี้ปิดอุปกรณ์ทั้งหมดของคุณแล้วออกไปเดินเล่นกันเถอะ
go for a walk: วลีตายตัวที่แปลว่า “ออกไปเดินเล่น”
go for a walk เป็นวลีตายตัวที่ใช้ทั่วไป หมายถึงการออกจากที่ที่อยู่แล้วเดินเพื่อความเพลิดเพลิน รับอากาศสดชื่น หรือออกกำลังกาย โดยปกติไม่ได้เน้นการไปถึงจุดหมาย ให้มอง for a walk เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างทั้งหมด go for + คำนามที่เป็นกิจกรรม ในที่นี้ for ไม่ได้แปลแยกว่า “เพื่อ” ในความหมายว่า “เพื่อที่จะ” หากต้องการพูดว่า “ออกไปเดินเล่น” ให้ใช้ go for a walk โดยมีคำนำหน้านาม a
แบบฝึกหัด
ใช้วลีตายตัวจากบทเรียนนี้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The weather is nice, so let's ____ before dinner.
ดูคำตอบ
go for a walk