สุนทรพจน์ของสตีฟ จ็อบส์ ในพิธีสำเร็จการศึกษาที่มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ปี 2005: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Stanford
ภาพรวมวิดีโอ: สตีฟ จ็อบส์เล่าในพิธีรับปริญญาที่สแตนฟอร์ดถึงสามเรื่อง ได้แก่ การออกจากมหาวิทยาลัย การถูกแยกจาก Apple การเผชิญมะเร็ง และการใช้ความตายเป็นตัวช่วยเลือกชีวิตของตนเอง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. dropped out of — กริยาวลี: เข้าใจได้ว่าวลีที่พบบ่อยนี้หมายถึงออกจากโรงเรียนหรือหลักสูตรก่อนเรียนจบ ไม่ใช่แค่ขาดเรียนหรือย้ายสถาบัน 2. It was awful-tasting medicine, but I guess the patient needed it. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบ: มองออกว่าเขาเปรียบการถูกไล่ออกที่เจ็บปวดเป็นยาขมแต่จำเป็น จึงตามทันการเปลี่ยนจากความสูญเสียไปสู่การเริ่มต้นสร้างสรรค์อีกครั้ง 3. get my affairs in order, — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบ: เรียนรู้สำนวนสุภาพจริงจังที่หมายถึงจัดการเรื่องส่วนตัว ครอบครัว กฎหมาย หรือเรื่องจำเป็นต่าง ๆ เมื่อความตายหรือวิกฤตใหญ่อาจใกล้เข้ามา
คำอธิบายในบทเรียนนี้
commencement: พิธีสำเร็จการศึกษาของมหาวิทยาลัย
ในประโยคนี้ commencement หมายถึงพิธีสำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะในบริบทการศึกษาระดับอุดมศึกษาของสหรัฐฯ ไม่ได้หมายถึงการเริ่มต้นทั่ว ๆ ไป เหตุการณ์นี้เป็นการกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีสำเร็จการศึกษา ดังนั้น your commencement จึงหมายถึงพิธีที่จัดขึ้นให้ผู้ฟังซึ่งกำลังจะสำเร็จการศึกษา การรู้ความหมายเฉพาะในสถาบันการศึกษานี้ช่วยให้เข้าใจได้ทันทีว่าเป็นโอกาสที่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The dean welcomed families to the university’s commencement,” คำว่า commencement หมายถึงอะไร
- พิธีสำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการ
- ช่วงเริ่มต้นสุนทรพจน์ของคณบดี
- วันแรกของปีการศึกษาใหม่
ดูคำตอบ
พิธีสำเร็จการศึกษาอย่างเป็นทางการ
and this is the closest I've ever gotten to a college graduation. ไวยากรณ์
0:41และนี่เป็นสิ่งที่ใกล้เคียงที่สุดที่ฉันเคยได้รับเมื่อสำเร็จการศึกษาระดับวิทยาลัย
Truth be told: เกริ่นนำการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
Truth be told เป็นสำนวนตายตัวที่ใช้ขึ้นต้นประโยค หมายถึง “พูดตามตรง” หรือ “เอาตรง ๆ” สำนวนนี้บอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะยอมรับข้อเท็จจริง ความรู้สึก หรือความคิดเห็นอย่างเปิดเผย ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้เรื่องที่ผู้พูดไม่มีวุฒิมหาวิทยาลัยกลายเป็นการยอมรับอย่างตรงไปตรงมาและค่อนข้างเหนือความคาดหมาย ควรเข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว ไม่ใช่โครงสร้างถูกกระทำตามตัวอักษรที่แปลว่า “ความจริงถูกบอก”
แบบฝึกหัด
Truth be told ทำหน้าที่อะไรในประโยค “Truth be told, I was relieved when the meeting ended”
- เกริ่นนำการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
- แสดงว่าผู้พูดกำลังอ้างกฎข้อหนึ่ง
- บอกว่าคนอื่นเปิดเผยความลับ
ดูคำตอบ
เกริ่นนำการยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
the closest I've ever gotten to + คำนามหรือ -ing: จุดที่เคยเข้าใกล้มากที่สุด
โครงสร้าง the closest I've ever gotten to + คำนามหรือ -ing หมายถึง “จุดที่ฉันเคยเข้าใกล้ประสบการณ์ เป้าหมาย หรือผลลัพธ์นั้นมากที่สุดจนถึงตอนนี้” คำขั้นสูงสุด closest แสดงระดับที่มากที่สุด ส่วน I've ever gotten ครอบคลุมประสบการณ์ของผู้พูดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ในที่นี้ gotten to ไม่ได้หมายถึงเพียง “ไปถึงสถานที่หนึ่ง” ผู้พูดไม่ได้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัย การเข้าร่วมพิธีนี้จึงเป็นประสบการณ์ที่คล้ายหรือใกล้เคียงกับการสำเร็จการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยมากที่สุดสำหรับเขา
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างจากบทเรียนตามรูปแบบเดิมเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: This callback is ____ landing a lead role.
ดูคำตอบ
the closest I've ever gotten to
I want to tell you three stories from my life.
0:48ฉันอยากจะเล่าเรื่องสามเรื่องจากชีวิตของฉันให้คุณฟัง
The first story is about connecting the dots. สำนวน
0:55เรื่องแรกเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเชื่อมต่อจุดต่างๆ
connecting the dots: มองเห็นความสัมพันธ์ของสิ่งที่แยกจากกัน
Connecting the dots เป็นคำเปรียบเทียบที่หมายถึงการเชื่อมโยงประสบการณ์ ทางเลือก หรือข้อมูลที่แยกจากกัน เพื่อให้เห็นความสัมพันธ์และความหมายในภาพรวมอย่างชัดเจน รูป -ing ในที่นี้ใช้บอกหัวข้อของเรื่องแรก วลีนี้มักสื่อถึงการมองย้อนกลับไป โดย “จุด” ต่าง ๆ อาจดูไม่เกี่ยวข้องกันในตอนที่เกิดขึ้น แต่ภายหลังเราจึงมองเห็นความเชื่อมโยง
แบบฝึกหัด
connected the dots หมายถึงอะไรในประโยคนี้: After reading the emails, Lena connected the dots.
- เธอวาดภาพด้วยการลากเส้นเชื่อมจุดที่มีหมายเลข
- เธอมองเห็นว่าเบาะแสที่แยกจากกันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
- เธอลบข้อมูลที่ไม่ตรงกันออก
ดูคำตอบ
เธอมองเห็นว่าเบาะแสที่แยกจากกันมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
I dropped out of Reed College after the first six months, กริยาวลี
1:00ฉันลาออกจากวิทยาลัยรีดหลังจากหกเดือนแรก
dropped out of: ออกก่อนเรียนจบ
Dropped out of เป็นรูปอดีตของ drop out of หมายถึงออกจากโรงเรียน หลักสูตร หรือโครงการก่อนเรียนหรือทำจนจบ ในที่นี้ผู้พูดบอกว่าเขาเลิกเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยรีดหลังจากหกเดือน กรรมที่ตามหลัง of ระบุสิ่งที่บุคคลนั้นออกจากไป ส่วน dropped ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการตกลงมาจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายในรูปอดีต: After one semester, Nina ____ college without finishing her degree.
ดูคำตอบ
dropped out of
but then stayed around as a drop-in for another 18 months or so โน้ต
1:03แต่แล้วก็อยู่ต่อไปอีกประมาณ 18 เดือนหรือประมาณนั้น
as a drop-in: บทบาทผู้เข้าร่วมแบบไม่เป็นทางการ
ใน as a drop-in คำว่า as ใช้บอกบทบาทหรือสถานะ ส่วน a drop-in เป็นคำนามนับได้ หมายถึงผู้ที่แวะมาหรือเข้าร่วมแบบสบาย ๆ โดยไม่มีข้อตกลงประจำ ในที่นี้หมายความว่าผู้พูดยังคงอยู่ใกล้วิทยาลัยและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างไม่เป็นทางการหลังจากไม่ได้ลงทะเบียนเป็นนักศึกษาแล้ว Drop-in เป็นคำบรรยายแบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่ชื่อสถานะนักศึกษาอย่างเป็นทางการ เช่น ผู้เข้าฟังที่ได้รับอนุญาต
แบบฝึกหัด
as a drop-in ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร? He stayed near the college as a drop-in for another year.
- ตกเข้าไปในสถานที่หนึ่งโดยบังเอิญ
- สำเร็จการศึกษาพร้อมปริญญาอย่างเป็นทางการ
- เข้าร่วมอย่างไม่เป็นทางการโดยไม่ได้ลงทะเบียนตามปกติ
ดูคำตอบ
เข้าร่วมอย่างไม่เป็นทางการโดยไม่ได้ลงทะเบียนตามปกติ
or so หลังปริมาณ
Or so วางไว้หลังตัวเลขหรือปริมาณ และหมายถึง “ประมาณ” หรือ “ราว ๆ” ใน another 18 months or so ผู้พูดกำลังบอกระยะเวลาโดยประมาณ ไม่ใช่ระยะเวลาที่แน่นอน ให้จำ or so เป็นวลีหนึ่งชุดที่วางหลังปริมาณ เช่น eighteen months or so โดย so ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่แปลว่า “ประมาณ” ให้สมบูรณ์: The repair will take two hours ____.
ดูคำตอบ
or so
My biological mother was a young unwed graduate student,
1:15มารดาผู้ให้กำเนิดของฉันยังเป็นนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษาที่ยังไม่ได้แต่งงาน
decided to put me up for adoption: ตัดสินใจส่งฉันให้รับเป็นบุตรบุญธรรม
Decided to put me up for adoption หมายถึง “ตัดสินใจดำเนินการให้ครอบครัวอื่นรับฉันเป็นบุตรบุญธรรม” โครงสร้างคือ decide to + คำกริยา และ put + คน + up for adoption เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องแยก put กับ up โดยพูดว่า put me up for adoption ไม่ใช่ put up me for adoption และคำว่า for adoption จำเป็นต่อความหมายนี้ เพราะ put someone up เพียงอย่างเดียวอาจมีความหมายอื่น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าผู้ปกครองตามกฎหมายของเด็กตัดสินใจให้ครอบครัวอื่นรับเด็กไปเป็นบุตรบุญธรรม
- They decided to put the baby up for adoption.
- They decided to adopt the baby.
- They decided to put their guests up for the night.
ดูคำตอบ
They decided to put the baby up for adoption.
She felt very strongly that I should be adopted by college graduates,
1:22เธอเชื่ออย่างหนักแน่นว่าฉันควรถูกอุปการะโดยคนที่เรียนจบมหาวิทยาลัย
so everything was all set for me to be adopted at birth วลี
1:26ทุกอย่างจึงพร้อมสำหรับการรับเลี้ยงตั้งแต่แรกเกิด
everything was all set for me to be adopted at birth: การรับเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรมตั้งแต่แรกเกิดถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว
ในประโยคนี้ everything was all set หมายถึงการเตรียมการที่จำเป็นทั้งหมดเสร็จเรียบร้อยแล้ว เป็นการบอกว่าทุกอย่างพร้อม ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของไว้ที่ใดที่หนึ่งหรือการตั้งค่าอุปกรณ์ โครงสร้าง be all set for someone to do something ใช้บอกว่าการเตรียมการนั้นทำให้ใครทำอะไรหรือทำให้เหตุการณ์ใดเกิดขึ้นได้ ในที่นี้ for me to be adopted at birth หมายถึงมีแผนให้ผู้พูดถูกรับเป็นบุตรบุญธรรมทันทีที่เกิด โดย to be adopted เป็นกริยา infinitive รูปถูกกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย all set for: Everything is ____ us to leave at dawn.
ดูคำตอบ
all set for
I popped out: วิธีพูด I was born แบบมีอารมณ์ขัน
ในที่นี้ I popped out เป็นวิธีพูด I was born แบบกันเองมากและมีอารมณ์ขัน วลีนี้สร้างภาพที่ชัดเจนของทารกที่โผล่ออกมาอย่างกะทันหัน จึงทำให้เรื่องส่วนตัวฟังดูเบาลง ความหมายเกี่ยวกับการเกิดนี้ต้องอาศัยบริบท โดยทั่วไป pop out หมายถึงปรากฏตัวหรือออกมาอย่างกะทันหัน ในที่นี้ผู้พูดไม่ได้หมายความว่าตนออกไปข้างนอกชั่วครู่
แบบฝึกหัด
สำนวนนี้เหมาะกับรายงานทางการแพทย์ที่เป็นทางการหรือไม่? The baby popped out at 3:00 a.m.
- ไม่เหมาะสม
- เหมาะสม
ดูคำตอบ
ไม่เหมาะสม
they decided at the last minute that they really wanted a girl. วลี
1:33พวกเขาตัดสินใจในนาทีสุดท้ายว่าพวกเขาต้องการผู้หญิงจริงๆ
at the last minute: ช้ามาก ก่อนเหตุการณ์จะเกิดขึ้นเพียงไม่นาน
at the last minute หมายถึง “ช้ามาก โดยเกิดขึ้นก่อนการตัดสินใจ กำหนดเวลา หรือเหตุการณ์เพียงไม่นาน” โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงหกสิบวินาทีสุดท้ายตามตัวอักษร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวแสดงว่าการตัดสินใจถูกเปลี่ยนในช่วงที่สายมากแล้ว และทำให้เรื่องราวเกิดจุดพลิกผันอย่างกะทันหัน ใช้เพื่อบอกว่าการกระทำหรือการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตอนที่แทบไม่เหลือเวลาแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่หมายถึง “ช้ามาก ก่อนเหตุการณ์เพียงไม่นาน”: The keynote speaker withdrew ____, so we had to change the schedule.
ดูคำตอบ
at the last minute
She refused to sign the final adoption papers.
1:59เธอปฏิเสธที่จะลงนามในเอกสารการรับเลี้ยงบุตรบุญธรรมขั้นสุดท้าย
She only relented: ต่อต้านก่อนแล้วจึงยอมอ่อนข้อ
relented หมายความว่าก่อนหน้านั้นเธอต่อต้าน ปฏิเสธ หรือยืนกรานในจุดยืนที่แข็งกร้าว แล้วภายหลังจึงผ่อนท่าทีและยอมอ่อนข้อ คำกริยานี้มีการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลัง คือเริ่มจากการต่อต้านแล้วจึงยอม only ทำงานร่วมกับ a few months later เพื่อเน้นว่าการเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นช้ามาก เธอไม่ยอมอ่อนข้อจนกระทั่งผ่านไปหลายเดือน relented จึงเฉพาะเจาะจงกว่าเพียง agreed หรือ changed her mind
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ relented มากที่สุด?
- คนคนหนึ่งตอบตกลงทันทีโดยไม่ต่อต้าน
- คนคนหนึ่งปฏิเสธคำขอหลายครั้ง แล้วในที่สุดก็อนุญาต
- คนคนหนึ่งเสียใจกับการตัดสินใจ แต่ไม่ได้เปลี่ยนการตัดสินใจนั้น
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งปฏิเสธคำขอหลายครั้ง แล้วในที่สุดก็อนุญาต
when my parents promised that I would go to college.
2:05เมื่อพ่อแม่ของฉันสัญญาว่าฉันจะได้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
But I naively chose a college that was almost as expensive as Stanford, ไวยากรณ์
2:17แต่ฉันเลือกวิทยาลัยที่เกือบจะแพงพอๆ กับมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดอย่างไร้เดียงสา
was almost as expensive as Stanford: การเปรียบเทียบที่เกือบเท่ากัน
โครงสร้าง almost as + คำคุณศัพท์ + as ใช้เปรียบเทียบว่าสองสิ่งมีระดับใกล้เคียงกัน ใน was almost as expensive as Stanford คำว่า expensive คือคุณสมบัติที่นำมาเปรียบเทียบ และ Stanford คือเกณฑ์อ้างอิง almost ขยายระดับของโครงสร้างเปรียบเทียบ as ... as ทั้งหมด หมายความว่าค่าใช้จ่ายของมหาวิทยาลัยนั้นใกล้เคียงกับสแตนฟอร์ด แต่ยังไม่เท่ากันทั้งหมด almost ต้องอยู่หน้าคำว่า as ตัวแรก ไม่ได้ขยาย Stanford
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ almost as ... as: The repair cost $950, and a new laptop cost $1,000. The repair was ____ buying a new laptop.
ดูคำตอบ
almost as expensive as
working-class parents': ภูมิหลังทางชนชั้นและรูปแสดงความเป็นเจ้าของพหูพจน์
working-class เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และขยายคำว่า parents ใช้บอกภูมิหลังทางเศรษฐกิจและสังคมแบบกว้าง ๆ ซึ่งสัมพันธ์กับงานที่รับค่าจ้าง และมักมีทรัพย์สินหรือความมั่นคงทางการเงินน้อยกว่า ไม่ได้หมายถึงเพียง “พ่อแม่ที่กำลังทำงานอยู่” เครื่องหมายอะพอสทรอฟีหลัง parents ซึ่งเป็นรูปพหูพจน์แสดงความเป็นเจ้าของ ดังนั้น savings จึงเป็นของพ่อแม่ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวเน้นว่าการใช้เงินเก็บทั้งหมดจ่ายค่าเล่าเรียนเป็นภาระทางการเงินที่หนักมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'The new childcare policy reduced pressure on working-class parents' budgets,' คำว่า working-class parents' หมายถึงอะไร
- งบประมาณที่เป็นของพ่อแม่จากภูมิหลังชนชั้นแรงงาน
- งบประมาณสำหรับห้องเรียนที่กำลังทำงาน
- งบประมาณที่เป็นของพ่อแม่ทุกคนซึ่งมีงานทำอยู่ในขณะนี้
ดูคำตอบ
งบประมาณที่เป็นของพ่อแม่จากภูมิหลังชนชั้นแรงงาน
After six months, I couldn't see the value in it. วลี
2:27หลังจากผ่านไปหกเดือนฉันก็ไม่เห็นคุณค่าของมัน
couldn't see the value in it: มองไม่เห็นว่าเหตุใดสิ่งหนึ่งจึงคุ้มค่า
ในประโยคนี้ couldn't see the value in it หมายถึงผู้พูดไม่เข้าใจว่าสิ่งนั้นคุ้มค่าหรือมีประโยชน์อย่างไร see หมายถึงการตระหนักหรือเข้าใจ ไม่ใช่การมองเห็นด้วยตา ส่วน it หมายถึงการศึกษาในมหาวิทยาลัยที่มีค่าใช้จ่ายสูงซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้า โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ see the value in + คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing ใช้ประเมินว่าสิ่งใดคุ้มกับเวลา เงิน หรือความพยายามหรือไม่ ส่วนรูปปฏิเสธแสดงว่าผู้พูดมองไม่เห็นประโยชน์ที่มากพอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เข้าใจว่าทำไมจึงคุ้มค่า”: After trying the app for a week, I still couldn't ____ paying for premium.
ดูคำตอบ
see the value in
and no idea how college was going to help me figure it out.
2:33และไม่รู้ว่าวิทยาลัยจะช่วยฉันคิดได้อย่างไร
had no idea what ... / no idea how ...: คำถามทางอ้อมที่ใช้ลำดับคำแบบบอกเล่า
Had no idea what ... และ no idea how ... เชื่อมโครงสร้าง no idea + อนุประโยค wh- สองชุดเข้าด้วยกัน what ใช้นำเนื้อหาหรือตัวเลือกที่ไม่รู้ ส่วน how ใช้นำวิธีการหรือรูปแบบที่ไม่รู้ การกล่าว no idea ซ้ำช่วยเน้นว่าผู้พูดไม่รู้ทั้งสองเรื่อง ส่วนเหล่านี้เป็นคำถามทางอ้อมที่อยู่ในประโยค ไม่ใช่คำถามตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น what I wanted และ how college was going to help โดยไม่สลับลำดับแบบ what did I want หรือ how was college going to help
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค wh- ทางอ้อมหลัง no idea ได้ถูกต้อง
- I have no idea what wants he.
- I have no idea what does he want.
- I have no idea what he wants.
ดูคำตอบ
I have no idea what he wants.
And here I was: พาเข้าสู่ฉากในอดีต
And here I was เป็นกรอบที่ใช้ในการเล่าเรื่อง โดย here ในที่นี้ไม่ได้มีหน้าที่หลักเพื่อระบุสถานที่จริง แต่พาผู้ฟังเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ในอดีตของผู้พูด ราวกับว่าเหตุการณ์นั้นกำลังเกิดขึ้นต่อหน้าในตอนนี้ And เชื่อมฉากนี้กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า จากนั้นวลี -ing อย่าง spending all the money... จึงบอกว่าผู้พูดกำลังทำอะไรอยู่ ลำดับแบบนี้เน้นสถานการณ์ก่อนจะเปิดเผยการกระทำที่น่าหนักใจ จึงเพิ่มความรู้สึกกดดันและการทบทวนตัวเอง
แบบฝึกหัด
And here I was ทำหน้าที่หลักอะไรในประโยคนี้?
- แสดงว่าเรื่องเล่าจบลงแล้ว
- บอกตำแหน่งปัจจุบันที่แน่นอนของผู้พูด
- พาผู้ฟังเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ในอดีตของผู้พูด
ดูคำตอบ
พาผู้ฟังเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ในอดีตของผู้พูด
work out: ลงเอยด้วยผลลัพธ์ที่ดี
ใน it would all work out okay คำว่า work out เป็นกริยาวลีอกรรม หมายถึงสถานการณ์ดำเนินไปได้ดี ได้รับการแก้ไข หรือลงเอยด้วยผลลัพธ์ที่ยอมรับได้ โดย it และ all รวมกันชี้ถึงสถานการณ์ที่ยังไม่แน่นอนทั้งหมด ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกาย เมื่ออยู่หลัง trust that วลีนี้แสดงความเชื่อมั่นต่อผลลัพธ์สุดท้าย แม้ว่าผู้พูดจะยังไม่รู้แน่ชัดว่าจะเกิดขึ้นได้อย่างไร ส่วน okay ย้ำว่าผลลัพธ์นั้นจะเป็นที่น่าพอใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ work out ในความหมายว่า “ดำเนินไปได้ดีหรือลงเอยด้วยดี”?
- Let's work out the total cost before we order.
- We work out at the gym every Saturday.
- Even if the plan changes, I think everything will work out.
ดูคำตอบ
Even if the plan changes, I think everything will work out.
but looking back, it was one of the best decisions I ever made. ลำดับความ
2:49แต่เมื่อมองย้อนกลับไป มันเป็นหนึ่งในการตัดสินใจที่ดีที่สุดที่ฉันเคยทำ
looking back: เปลี่ยนไปสู่การประเมินในภายหลัง
Looking back เป็นเครื่องหมายบอกมุมมองย้อนอดีต โดยบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังประเมินเหตุการณ์ในอดีตจากช่วงเวลาที่มาทีหลัง ในที่นี้ but looking back เปลี่ยนมุมมองด้านเวลาจากความรู้สึกในตอนนั้นที่เห็นว่าการตัดสินใจน่ากลัว ไปสู่การประเมินเชิงบวกของผู้พูดในภายหลัง ในการเล่าประสบการณ์ส่วนตัว วลีนี้ช่วยจัดระเบียบสองมุมมอง ได้แก่ ประสบการณ์ในเวลานั้นกับสิ่งที่ผู้พูดเข้าใจในภายหลัง วลีนี้หมายถึง “เมื่อมองย้อนกลับไป” ไม่ใช่การหันตัวไปมองด้านหลังจริง ๆ
แบบฝึกหัด
looking back ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- แสดงว่าผู้พูดหันตัวกลับไปจริง ๆ
- เกริ่นแผนเกี่ยวกับการตัดสินใจในอนาคต
- เปลี่ยนจากความกลัวที่รู้สึกในตอนนั้นไปสู่การประเมินในภายหลัง
ดูคำตอบ
เปลี่ยนจากความกลัวที่รู้สึกในตอนนั้นไปสู่การประเมินในภายหลัง
The minute + อนุประโยค: 'ทันทีที่'
โครงสร้าง The minute + ประธาน + กริยา สามารถทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมบอกเวลาที่หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “ในตอนที่” ได้ ใน The minute I dropped out วลีนี้นำหน้าอนุประโยคบอกเวลา ส่วนประโยคหลักที่ตามมาจะบอกว่าสิ่งใดเกิดขึ้นหรือเป็นไปได้ทันทีหลังจากนั้น อนุประโยคที่อยู่ต้นประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาหกสิบวินาที เมื่อวางอนุประโยคบอกเวลาไว้ก่อน โดยปกติจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคเหมือนในคำบรรยาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่มี minute และหมายถึง “ทันทีที่”: ____ the teacher finished speaking, Maya raised her hand.
ดูคำตอบ
The minute
I could stop taking the required classes that didn't interest me,
2:55ฉันสามารถหยุดเรียนวิชาบังคับที่ฉันไม่สนใจได้
and begin dropping in on the ones that looked far more interesting. กริยาวลี
2:59และเริ่มไปนั่งเรียนวิชาที่ดูน่าสนใจกว่ามาก
dropping in on: เข้าร่วมหรือไปเยี่ยมแบบไม่เป็นทางการ
ในที่นี้ dropping in on หมายถึงการเข้าไปเรียนบางวิชาแบบไม่เป็นทางการ โดยไม่ได้ลงทะเบียนเรียนอย่างเป็นทางการ คำว่า the ones หมายถึงวิชาเรียน จึงไม่ได้หมายถึงการตกลงไปในสถานที่จริง ๆ โครงสร้าง drop in on + บุคคล ชั้นเรียน การประชุม หรือกิจกรรม หมายถึงการแวะไปเยี่ยมหรือเข้าร่วมชั่วครู่แบบไม่เป็นทางการ โดยมักไม่มีแผนล่วงหน้าที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ drop in on: I wasn't registered for the course, but I ____ one lecture to see what it was like.
ดูคำตอบ
dropped in on
It wasn't all romantic: แก้ภาพที่ถูกทำให้ดูสวยงามในอุดมคติ
ในประโยคนี้ romantic หมายถึงถูกทำให้ดูสวยงามในอุดมคติ หรูหรา หรือดีกว่าความเป็นจริง ไม่ได้หมายถึงเกี่ยวข้องกับความรัก It wasn't all romantic. หมายความว่าประสบการณ์นั้นมีด้านที่น่าดึงดูด แต่ก็มีความยากลำบากจริง ๆ เช่นกัน โครงสร้าง not all + คำคุณศัพท์ เป็นการปฏิเสธเพียงบางส่วน ใช้ลดและแก้ภาพที่ดูดีเกินจริง แทนที่จะบอกว่าประสบการณ์ทั้งหมดเลวร้าย
แบบฝึกหัด
ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อกล่าวว่า It wasn't all romantic.?
- ประสบการณ์นั้นไม่มีสิ่งดีอยู่เลย
- ประสบการณ์นั้นเกี่ยวกับความรักเป็นหลัก
- ประสบการณ์นั้นได้รับการวางแผนอย่างรอบคอบ
- ประสบการณ์นั้นมีด้านที่น่าดึงดูด แต่ก็มีความยากลำบากจริง ๆ เช่นกัน
ดูคำตอบ
ประสบการณ์นั้นมีด้านที่น่าดึงดูด แต่ก็มีความยากลำบากจริง ๆ เช่นกัน
I returned Coke bottles for the 5-cent deposits to buy food with, วัฒนธรรม
3:10ฉันคืนขวดโค้กเป็นเงินมัดจำ 5 เซ็นต์เพื่อซื้ออาหารด้วย
returned Coke bottles for the 5-cent deposits: คืนขวดเพื่อรับเงินมัดจำ
ในที่นี้ returned Coke bottles หมายถึงการนำขวดเปล่าไปคืนที่จุดรับคืน ส่วน the 5-cent deposits คือเงินมัดจำจำนวนเล็กน้อย 5 เซนต์ที่ขอคืนได้สำหรับขวดแต่ละใบ และ for แสดงว่าได้รับเงินนี้เป็นสิ่งแลกเปลี่ยนกับการคืนขวด Deposits ไม่ได้หมายถึงเงินฝากในบัญชีธนาคาร ในบางพื้นที่ของสหรัฐอเมริกา ผู้ซื้อจะจ่ายเงินเพิ่มเล็กน้อยสำหรับภาชนะเครื่องดื่มบางชนิด และรับเงินนั้นคืนเมื่อนำภาชนะเปล่ามาคืน ดังนั้นประโยคนี้จึงกล่าวถึงการนำเงินมัดจำขวดจำนวนเล็กน้อยหลาย ๆ ครั้งไปซื้ออาหาร ไม่ใช่การคืนสินค้าตามปกติ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ returned Coke bottles for the 5-cent deposits หมายความว่าอย่างไร
- ผู้พูดซื้อขวดใหม่ในราคาใบละ 5 เซนต์
- ผู้พูดเก็บขวดไว้ในตู้นิรภัยของธนาคาร
- ผู้พูดคืนโค้กที่ยังไม่เปิดเพราะรสชาติไม่ดี
- ผู้พูดนำขวดเปล่าไปคืนและรับเงิน 5 เซนต์ที่ขอคืนได้จากแต่ละขวด
ดูคำตอบ
ผู้พูดนำขวดเปล่าไปคืนและรับเงิน 5 เซนต์ที่ขอคืนได้จากแต่ละขวด
and I would walk the 7 miles across town every Sunday night
3:14และฉันจะเดิน 7 ไมล์ข้ามเมืองทุกคืนวันอาทิตย์
to get one good meal a week at the Hare Krishna Temple. วัฒนธรรม
3:18เพื่อรับอาหารดีๆ หนึ่งมื้อต่อสัปดาห์ที่วัด Hare Krishna
the Hare Krishna Temple: สถานที่ของชุมชนศาสนาที่ให้บริการอาหาร
The Hare Krishna Temple หมายถึงสถานที่ของขบวนการศาสนา Hare Krishna ซึ่งเกี่ยวข้องกับขนบการอุทิศตนในศาสนาฮินดู ข้อมูลเบื้องหลังที่จำเป็นต่อประโยคนี้มีเพียงว่า สถานที่ของชุมชนศาสนาแห่งนี้ให้บริการอาหาร และไม่ใช่ชื่อร้านอาหารทั่วไป ชื่อสถานที่นี้อธิบายว่าผู้พูดสามารถไปรับอาหารที่อิ่มท้องได้สัปดาห์ละหนึ่งมื้อที่ไหน ในบริบทนี้ รายละเอียดดังกล่าวบอกว่าผู้พูดมีเงินน้อยมาก ไม่ได้กำลังเล่าถึงการไปเที่ยวชมสถานที่
แบบฝึกหัด
ข้อใดเป็นความเข้าใจที่เหมาะสมที่สุดของ the Hare Krishna Temple ในประโยคนี้
- สถานที่ท่องเที่ยวเกี่ยวกับกระต่ายป่า
- ร้านอาหารทั่วไปที่ชื่อ Hare Krishna
- สถานที่ที่ดำเนินการโดยชุมชนศาสนาและผู้พูดสามารถไปรับอาหารได้
- ธนาคารที่เก็บเงินมัดจำขวด
ดูคำตอบ
สถานที่ที่ดำเนินการโดยชุมชนศาสนาและผู้พูดสามารถไปรับอาหารได้
And much of what I stumbled into by following my curiosity and intuition กริยาวลี
3:23และสิ่งที่ฉันสะดุดโดยทำตามความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณของฉัน
I stumbled into: เข้าไปเกี่ยวข้องโดยบังเอิญ
I stumbled into ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงฉันเข้าไปเกี่ยวข้องหรือพบเจอบางสิ่งโดยไม่ได้วางแผน ผู้พูดทำตามความอยากรู้อยากเห็นและสัญชาตญาณแทนที่จะยึดแผนตายตัว สิ่งที่ค้นพบจึงเกิดขึ้นโดยบังเอิญ ในโครงสร้าง stumble into + something กรรมคือประสบการณ์ สาขา บทบาท หรือสถานการณ์ที่เข้าไปโดยบังเอิญ ในที่นี้ what แทนสิ่งต่าง ๆ หรือประสบการณ์ที่ผู้พูดบังเอิญเข้าไปพบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เข้าสู่สาขานั้นโดยบังเอิญ”: I had never planned to work in radio; I ____ it after volunteering at a local station.
ดูคำตอบ
stumbled into
turned out to be: เผยผลลัพธ์ที่รู้ในภายหลัง
turned out to be ใช้บอกผลลัพธ์ที่เพิ่งชัดเจนในภายหลัง กล่าวคือ ในที่สุดมีการค้นพบหรือพิสูจน์ว่าบางสิ่งมีตัวตนหรือคุณสมบัติอย่างหนึ่ง ในที่นี้ สิ่งที่ได้พบถูกมองในภายหลังว่ามีค่าจนประเมินไม่ได้ แม้ตอนแรกคุณค่าของมันจะยังไม่ชัดเจน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + turn out + to be + คำนามหรือคำคุณศัพท์ รูปอดีต turned out เป็นการย้อนมองผลที่ค้นพบเรียบร้อยแล้ว และ later on ช่วยเน้นความต่างของช่วงเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ภายหลังพบว่าเป็น”: The unlabeled box ____ full of old family photos.
ดูคำตอบ
turned out to be
Let me give you one example: เปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะ
ในการพูด Let me give you one example เป็นสัญญาณบอกโครงสร้างว่า ผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากข้อคิดเห็นหรือคำอธิบายทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะที่จะทำให้ประเด็นชัดเจนขึ้น ในฐานะผู้ฟัง คุณจึงคาดได้ว่าต่อไปจะมีเรื่องเล่า กรณีตัวอย่าง หรือหลักฐาน ประโยคนี้ช่วยนำความสนใจของผู้ฟัง ไม่ได้เป็นเพียงคำพูดสุภาพเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า “Let me give you one example.” คุณควรคาดว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป
- เขากำลังจะจบการพูดทั้งหมด
- เขากำลังขออนุญาตจากผู้ฟัง
- เขากำลังจะเปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้องเลย
- เขากำลังเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะ
ดูคำตอบ
เขากำลังเปลี่ยนจากประเด็นทั่วไปไปสู่กรณีเฉพาะ
perhaps the best calligraphy instruction in the country.
3:34บางทีอาจเป็นการสอนคัดลายมือที่ดีที่สุดในประเทศ
Throughout the campus, every poster, every label on every drawer
3:38ทั่วมหาวิทยาลัย ทุกโปสเตอร์ ทุกป้าย บนทุกลิ้นชัก
Because I had dropped out and didn't have to take the normal classes,
3:45เพราะผมลาออกแล้วไม่ต้องเรียนภาคปกติ
I decided to take a calligraphy class to learn how to do this.
3:49ฉันตัดสินใจเข้าเรียนวิชาคัดลายมือเพื่อเรียนรู้วิธีทำสิ่งนี้
I learned about serif and sans serif typefaces, วัฒนธรรม
3:52ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับแบบอักษร serif และ sans serif
serif and sans serif typefaces: แบบอักษรพื้นฐานสองประเภท
serif คือเส้นตกแต่งเล็ก ๆ ที่ปลายเส้นหลักของตัวอักษร serif typeface มีเส้นเหล่านี้ ส่วน sans serif typeface ไม่มี คำว่า sans หมายถึง “ไม่มี” และ typeface หมายถึงรูปแบบการออกแบบตัวอักษรโดยรวม ซึ่งในภาษาทั่วไปมักเรียกว่า font เมื่อรวมกัน serif and sans serif typefaces หมายถึงแบบอักษรพื้นฐานสองประเภทในงานออกแบบตัวพิมพ์ ประโยคนี้แสดงว่าผู้พูดเคยเรียนเรื่องการออกแบบรูปทรงตัวอักษร ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญเมื่อเนื้อหาต่อมาเปลี่ยนไปพูดถึงตัวพิมพ์บนคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ sans serif typeface
- ลายเซ็นที่นักออกแบบเขียนด้วยมือ
- ตัวอักษรมีเส้นตกแต่งเล็ก ๆ ที่ปลาย
- ไฟล์ที่มีเฉพาะรูปภาพ
- ตัวอักษรไม่มีเส้นตกแต่งเล็ก ๆ ที่ปลาย
ดูคำตอบ
ตัวอักษรไม่มีเส้นตกแต่งเล็ก ๆ ที่ปลาย
about varying the amount of space between different letter combinations,
3:56เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงจำนวนช่องว่างระหว่างการผสมตัวอักษรต่างๆ
about what makes great typography great. ไวยากรณ์
3:59เกี่ยวกับสิ่งที่ทำให้การออกแบบตัวอักษรที่ยอดเยี่ยมนั้นยอดเยี่ยม
what makes great typography great: โครงสร้าง what makes X Y
ในโครงสร้าง what makes X Y คำว่า make หมายถึง “ทำให้ X เป็นหรือดูเป็น Y” โดย X คือสิ่งที่กำลังกล่าวถึง และ Y คือคุณสมบัติหรือบทบาทที่เกิดขึ้น ใน what makes great typography great นั้น great typography คือ X ส่วน great คำสุดท้ายคือ Y คำถามนี้ถามว่าคุณสมบัติใดทำให้การออกแบบตัวอักษรที่ดีมีความยอดเยี่ยม ส่วน great คำที่สองเป็นส่วนเติมเต็มของประโยค ไม่ใช่การพูดซ้ำโดยไม่ตั้งใจ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง what makes X Y: The workshop explored ____ a logo memorable.
ดูคำตอบ
what makes
artistically subtle in a way that science can't capture, ไวยากรณ์
4:05ละเอียดอ่อนทางศิลปะในแบบที่วิทยาศาสตร์ไม่สามารถจับภาพได้
in a way that science can't capture: อธิบายลักษณะด้วย in a way that
in a way that + อนุประโยค ใช้เพิ่มคำอธิบายว่าคุณสมบัติหรือการกระทำหนึ่งถูกรับรู้หรือสัมผัสในลักษณะใด ในที่นี้ that science can't capture ระบุลักษณะเฉพาะของความละเอียดอ่อนทางศิลปะ capture ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการบันทึก นำเสนอ หรือถ่ายทอดคุณสมบัติอย่างครบถ้วน ผู้พูดหมายความว่าวิทยาศาสตร์ไม่สามารถบรรยายหรืออธิบายความละเอียดอ่อนทางศิลปะนั้นได้ทั้งหมด ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งใดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย in a way that: The coach described the drill ____ the whole team could understand.
ดูคำตอบ
in a way that
None of this had even a hope of: ไม่มีแม้แต่ความเป็นไปได้เพียงน้อยนิด
None of this หมายถึงไม่มีส่วนใดของสิ่งที่เขาเรียนมาเลย ส่วน had even a hope of ในที่นี้ไม่ได้บอกว่ามีใครรู้สึกมีความหวัง แต่ hope หมายถึงความเป็นไปได้หรือโอกาส ประธานที่เป็นปฏิเสธและ even ช่วยกันเน้นการประเมินว่า ณ เวลานั้น ไม่มีสิ่งใดดูเหมือนจะมีโอกาสแม้แต่น้อยที่จะเป็นประโยชน์ในชีวิตของเขา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have no hope of + คำนามหรือรูป -ing และรูปที่เน้นอย่างมีอารมณ์มากกว่าคือ not have even a hope of + คำนามหรือรูป -ing รูปแบบนี้นำเสนอผลลัพธ์ว่าแทบเป็นไปไม่ได้ โดยมักสะท้อนมุมมองของผู้พูดในเวลานั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบเน้นย้ำจากบทเรียน: With the bridge washed out and no boat available, we did not ____ reaching the island that night.
ดูคำตอบ
have even a hope of
But 10 years later, when we were designing the first Macintosh computer,
4:17แต่ 10 ปีต่อมา ตอนที่เราออกแบบคอมพิวเตอร์แมคอินทอชเครื่องแรก
it all came back to ...: ความรู้หรือประสบการณ์กลับเข้ามาในความทรงจำ
ใน it all came back to me คำว่า it ใช้อ้างรวมถึงความรู้และประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ส่วน all เน้นรายละเอียดที่เชื่อมโยงกันทั้งหมด Came back to me หมายถึงความรู้นั้นกลับเข้ามาในความคิดของผู้พูดเมื่อมันกลับมาเกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดเคลื่อนเข้าหาเขาจริง ๆ รูปแบบ X came back to someone ใช้บรรยายความทรงจำ ทักษะ ชื่อ ความรู้สึก หรือความคิดที่กลับมาใช้งานได้อีกหลังจากถูกลืมหรือไม่ได้ใช้มาระยะหนึ่ง มักสื่อว่าสถานการณ์บางอย่างกระตุ้นให้ระลึกขึ้นได้ แทนที่จะเป็นการตั้งใจค้นหาความทรงจำนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึงความรู้กลับเข้ามาในความคิดของเธอ: Maya had not coded in Python for years, but after one short task, it all ____ her.
ดูคำตอบ
came back to
It was the first computer with beautiful typography.
4:25มันเป็นคอมพิวเตอร์เครื่องแรกที่มีตัวอักษรที่สวยงาม
the Mac would have never had multiple typefaces or proportionally spaced fonts. วัฒนธรรม
4:32Mac ไม่เคยมีแบบอักษรหลายแบบหรือแบบอักษรที่เว้นระยะห่างตามสัดส่วน
If I had never... / would have never had: การสมมติอดีตที่ตรงข้ามกับความจริง
นี่คือประโยคเงื่อนไขที่สมมติสิ่งตรงข้ามกับความจริงในอดีต If I had never dropped in จินตนาการสิ่งที่ตรงข้ามกับเหตุการณ์จริง กล่าวคือ ผู้พูดได้เข้าเรียนวิชานั้นจริง ส่วน the Mac would have never had แสดงผลลัพธ์ในอดีตที่สมมติขึ้นว่า หากไม่มีเหตุการณ์นั้น Mac ก็คงไม่มีความสามารถด้านแบบอักษรเหล่านี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + ประธาน + had (not/never) + กริยาช่องที่สาม, ประธาน + would have (not/never) + กริยาช่องที่สาม ใช้ย้อนมองอดีตที่จบไปแล้วและเชื่อมเงื่อนไขที่ไม่เป็นจริงกับผลลัพธ์ที่ไม่เป็นจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสมมติอดีตโดยใช้ never รูปแบบ had never ... would have never ... และกริยา try กับ discover: If Ana ____ pottery, she ____ her favorite hobby.
ดูคำตอบ
had never tried · would have never discovered
proportionally spaced fonts: ความกว้างอักขระที่เปลี่ยนตามรูปร่าง
proportionally spaced fonts เป็นศัพท์ด้านการจัดพิมพ์ ในแบบอักษรชนิดนี้ อักขระแต่ละตัวใช้ความกว้างที่เหมาะกับรูปร่างของตน เช่น i แคบ ส่วน m กว้าง ไม่ได้หมายถึงการใส่ช่องว่างเพิ่มระหว่างตัวอักษร ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุความสามารถด้านการจัดพิมพ์ที่เฉพาะเจาะจงของ Mac ไม่ได้หมายถึงเพียงตัวอักษรที่สวยหรือหลากหลาย จุดเปรียบเทียบหลักคือ monospaced font ซึ่งอักขระทุกตัวใช้ความกว้างแนวนอนเท่ากัน
แบบฝึกหัด
proportionally spaced fonts ในที่นี้หมายถึงอะไร?
- แบบอักษรที่ความกว้างของอักขระเปลี่ยนตามรูปร่างของอักขระ
- แบบอักษรที่อักขระทุกตัวมีความกว้างเท่ากันทุกประการ
- แบบอักษรที่มีช่องว่างขนาดใหญ่มากระหว่างตัวอักษรทุกคู่
ดูคำตอบ
แบบอักษรที่ความกว้างของอักขระเปลี่ยนตามรูปร่างของอักขระ
it's likely that no personal computer would have them.
4:39ก็เป็นไปได้ว่าคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคงไม่มีสิ่งเหล่านี้
If I had never dropped out, I would have never dropped in on that calligraphy class,
4:49ถ้าฉันไม่เคยลาออก ฉันคงจะไม่เข้าเรียนวิชาคัดลายมือนั้นเลย
and personal computers might not have the wonderful typography that they do.
4:53และคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลก็อาจไม่มีงานตัวพิมพ์สวยๆ แบบทุกวันนี้
but it was very, very clear looking backwards 10 years later.
5:02แต่มันก็ชัดเจนมากเมื่อมองย้อนกลับไป 10 ปีต่อมา
Again, you can't connect the dots looking forward.
5:06ขอย้ำอีกครั้งว่าคุณไม่สามารถเชื่อมโยงจุดต่างๆ ที่มองไปข้างหน้าได้
You can only connect them looking backwards.
5:09คุณสามารถเชื่อมต่อได้เฉพาะเมื่อมองย้อนกลับไปเท่านั้น
to connect the dots looking forward ... only connect them looking backwards: คุณไม่สามารถเชื่อมต่อจุดต่างๆ โดยมองไปข้างหน้าได้ คุณทำได้แค่มองย้อนกลับไปเท่านั้น
"connect the dots" เป็นอุปมาจากเกมสำหรับเด็กที่ลากเส้นเชื่อมต่อจุดที่มีหมายเลขเพื่อเผยให้เห็นภาพที่ซ่อนอยู่ ตรงนี้ จอบส์ใช้เพื่ออธิบายว่าประสบการณ์ชีวิต ทางเลือก และเหตุการณ์ต่างๆ สามารถก่อตัวเป็นรูปแบบที่มีความหมายได้ – แต่ก็ต่อเมื่อคุณมองย้อนกลับไปเท่านั้น "Looking forward" หมายถึงการพยายามมองเห็นรูปแบบนั้นในขณะที่คุณยังคงใช้ชีวิตอยู่ โดยจ้องมองไปยังอนาคต "Looking backwards" หมายถึงการทบทวนอดีตหลังจากผ่านไปนานพอสมควร ในบริบทของสุนทรพจน์นี้ มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะคาดเดาความหมายของประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยของเขาในตอนนั้น แต่สิบปีต่อมา ทุกอย่างก็สมเหตุสมผลเมื่อมองย้อนหลัง ข้อคิดสำคัญ: คุณมักไม่สามารถเข้าใจความหมายของทางเลือกของคุณในขณะนั้นได้ คุณทำได้แค่เชื่อมต่อจุดต่างๆ โดยการใคร่ครวญถึงอดีตของคุณเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ในสุนทรพจน์ สตีฟ จอบส์ หมายถึงอะไรเมื่อพูดว่า "you can only connect them looking backwards"?
- คุณสามารถทำนายความเชื่อมโยงในอนาคตได้หากคุณพยายามมากพอ
- คุณต้องเดินถอยหลังตามตัวอักษรเพื่อเชื่อมต่อจุดบนพื้น
- การมองไปข้างหน้าสำคัญกว่าการใคร่ครวญอดีต
- คุณสามารถมองเห็นความหมายของประสบการณ์ในอดีตได้โดยการมองย้อนกลับไปเท่านั้น
ดูคำตอบ
คุณสามารถมองเห็นความหมายของประสบการณ์ในอดีตได้โดยการมองย้อนกลับไปเท่านั้น
So you have to trust that the dots will somehow connect in your future.
5:12ดังนั้นคุณต้องเชื่อมั่นว่าจุดต่างๆ จะเชื่อมโยงกันในอนาคตของคุณ
because believing that the dots will connect down the road สำนวน
5:21เพราะการเชื่อว่าจุดต่างๆ จะเชื่อมถึงกันในวันข้างหน้า
down the road: ช่วงเวลาในอนาคตที่ไม่ระบุแน่ชัด
ในประโยคนี้ down the road หมายถึง “ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตที่ไม่ระบุแน่ชัด” โดยขยาย will connect และบอกว่าผลของการเชื่อมโยงจะเกิดขึ้นภายหลัง ไม่ใช่ตอนนี้ วลีนี้ใช้ถนนเป็นอุปมาเรื่องเวลา โดยมองการดำเนินชีวิตเหมือนการเคลื่อนไปตามเส้นทาง ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงถนนหรือทิศทางจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งในอนาคตที่ไม่ระบุแน่ชัด”: Keeping clear notes now will make the project easier ____.
ดูคำตอบ
down the road
to follow your heart: ทำตามสิ่งที่คุณให้คุณค่าจริง ๆ
To follow your heart หมายถึงการลงมือทำตามคุณค่า ความหวัง หรือทิศทางที่ลึก ๆ แล้วคุณรู้สึกว่าเหมาะกับตัวเอง เป็นการเปรียบเทียบเชิงอุปมา โดย heart หมายถึงความรู้สึกและคุณค่าภายใน ไม่ใช่อวัยวะในร่างกาย ในประโยคนี้ รูป infinitive to follow your heart บอกว่าความมั่นใจนั้นทำให้คุณทำอะไรได้ ข้อความนี้ชวนให้เชื่อในทิศทางจากภายในแม้เป็นทางเลือกที่ไม่เป็นไปตามธรรมเนียม แต่ไม่ได้หมายความว่าต้องทำตามแรงกระตุ้นชั่ววูบทุกครั้ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงตามบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “ทำตามสิ่งที่คุณให้คุณค่าอย่างแท้จริง”: After comparing both offers, you may still choose to ____ and take the work you care about most.
ดูคำตอบ
follow your heart
off the well-worn path: ออกจากเส้นทางตามแบบแผน
Off the well-worn path ใช้ถนนเป็นอุปมาเพื่อหมายถึงการออกจากวิธีทำสิ่งต่าง ๆ ที่คุ้นเคยและเป็นที่ยอมรับอย่างกว้างขวาง ตามความหมายตรงตัว well-worn path คือเส้นทางที่สึกเพราะมีผู้คนสัญจรซ้ำ ๆ ส่วนความหมายเชิงเปรียบเทียบคือทางเลือกหรือวิธีที่คนจำนวนมากเคยทำตามมาแล้ว ในประโยคนี้ off แสดงการเคลื่อนออกจากเส้นทางตามธรรมเนียมนั้น แนวคิดคือการทำตามทิศทางภายในอาจนำไปสู่ทางเลือกที่ไม่เป็นแบบแผน ไม่ได้หมายความว่ารองเท้าของใครสึกเก่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตามบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “ออกจากเส้นทางที่คุ้นเคยและเป็นแบบแผน”: By rejecting the standard formula, the filmmaker stepped ____ and found a fresh style.
ดูคำตอบ
off the well-worn path
will make all the difference: ส่งผลอย่างเด็ดขาด
will make all the difference หมายถึง “จะส่งผลสำคัญจนทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป” ในที่นี้ make ไม่ได้แปลตรงตัวว่า “สร้าง” และ all the difference ก็ไม่ได้หมายถึงความแตกต่างหลายอย่าง สำนวนนี้ชี้ว่าปัจจัยหนึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลลัพธ์ will ใช้คาดการณ์ผลที่จะเกิดขึ้น โครงสร้าง [ประธาน] + make all the difference ใช้สรุปได้ว่าทำไมการกระทำ เงื่อนไข หรือบุคคลหนึ่งจึงเป็นกุญแจสำคัญต่อสิ่งที่จะเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ส่งผลอย่างเด็ดขาด”: A few minutes of preparation can ____ before an interview.
ดูคำตอบ
make all the difference
into a $2 billion company with over 4,000 employees.
5:56กลายเป็นบริษัทมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ที่มีพนักงานมากกว่า 4,000 คน
had grown from X into Y: พัฒนาไปเป็นสภาพใหม่
had grown from X into Y เชื่อมสภาพเริ่มต้น X เข้ากับสภาพหรือสถานะใหม่ที่เป็นผลลัพธ์ Y ในประโยคนี้ จุดเริ่มต้นคือคนเพียงสองคนในโรงรถ ส่วนผลลัพธ์คือบริษัทมูลค่า 2 พันล้านดอลลาร์ into แสดงการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่การเคลื่อนเข้าไปในสถานที่ had grown เป็น past perfect ซึ่งแสดงว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นเกิดขึ้นสำเร็จแล้วเมื่อถึงจุดหนึ่งในอดีตที่อยู่ถัดมา โครงสร้างนี้ใช้บรรยายว่าองค์กร โครงการ หรือบุคคลพัฒนาไปเป็นรูปแบบที่แตกต่างอย่างมากได้อย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย had grown from ... into ... เพื่อแสดงการพัฒนาไปเป็นรูปแบบใหม่: By its tenth year, the project ____ a weekend idea ____ a national nonprofit.
ดูคำตอบ
had grown from · into
We just released our finest creation, the Macintosh,
5:59เราเพิ่งเปิดตัวผลงานสร้างสรรค์ที่ดีที่สุดของเรา Macintosh
I got fired: รูปถูกกระทำแบบ get ในภาษาสนทนาที่หมายถึงถูกไล่ออก
I got fired ใช้รูปถูกกระทำแบบ get ซึ่งมีโครงสร้าง get + กริยาช่องที่สาม ในที่นี้ fired หมายถึง “ถูกให้ออกจากงาน” ดังนั้นข้อความนี้จึงบอกว่านายจ้างยุติการจ้างงานของผู้พูด ไม่ได้หมายถึงไฟหรือเปลวไฟ เมื่อเทียบกับ I was fired แล้ว I got fired เป็นภาษาสนทนามากกว่า และนำเสนอการถูกไล่ออกว่าเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับผู้พูดและส่งผลต่อเขา ประโยคเน้นการเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหันในสถานการณ์ของผู้พูด ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ตัดสินใจ
แบบฝึกหัด
ในประโยค "After several warnings, Maya got fired," เกิดอะไรขึ้นกับ Maya?
- นายจ้างรับเธอเข้าทำงาน
- นายจ้างให้เธอหยุดงาน
- นายจ้างไล่เธอออก
ดูคำตอบ
นายจ้างไล่เธอออก
How can you get fired from a company you started?
6:08คุณจะถูกไล่ออกจากบริษัทที่คุณเริ่มต้นได้อย่างไร?
Well, as Apple grew, we hired someone who I thought was very talented
6:12เมื่อ Apple เติบโตขึ้น เราก็จ้างคนที่ฉันคิดว่ามีความสามารถมาก
But then our visions of the future began to diverge, การใช้คำ
6:20แต่แล้วภาพอนาคตของเราก็เริ่มแตกต่างออกไป
began to diverge: ทิศทางเริ่มแยกห่างออกจากกัน
ในที่นี้ began to diverge หมายถึง “เริ่มพัฒนาไปในทิศทางที่แตกต่างกัน” ประธานคือ our visions of the future ดังนั้นการแยกออกจากกันจึงเป็นเรื่องนามธรรม กล่าวคือ ผู้พูดไม่ได้มองเห็นอนาคตแบบเดียวกันอีกต่อไป Begin to บอกจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลง ส่วน diverge แสดงว่ามุมมอง เป้าหมาย หรือเส้นทางที่เดิมเคยใกล้เคียงกันเริ่มแยกห่างออกจากกัน คำนี้บอกว่าความแตกต่างเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความด้วยตัวมันเองว่าคนเหล่านั้นทะเลาะกัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ begin ตามด้วย to diverge: At first, both teams had the same priorities, but after the merger, their plans ____.
ดูคำตอบ
began to diverge
have a falling out: ความสัมพันธ์แตกหักหลังความขัดแย้งรุนแรง
Have a falling out หมายถึงมีความขัดแย้งรุนแรงจนความสัมพันธ์เสียหาย ในประโยคนี้ we had a falling out บอกว่าความสัมพันธ์หรือการร่วมงานระหว่างผู้พูดกับอีกฝ่ายพังลงหลังเกิดความขัดแย้ง ไม่ได้หมายถึงมีใครตกลงมาจริง ๆ รูปแบบที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ have a falling out with someone และมักตามด้วย over หรือ about เพื่อบอกสาเหตุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย have a falling out ในรูปอดีต: After a serious argument, Leo and Omar stopped speaking. They ____.
ดูคำตอบ
had a falling out
When we did, our board of directors sided with him. วลี
6:25เมื่อเราทำเช่นนั้น คณะกรรมการบริหารของเราก็เข้าข้างเขา
side with someone: สนับสนุนฝ่ายหนึ่งในความขัดแย้ง
ใน side with someone คำว่า side เป็นคำกริยา หมายถึงเลือกและสนับสนุนจุดยืนของบุคคลนั้นในการโต้แย้งหรือความขัดแย้ง ในที่นี้ sided with him หมายถึงคณะกรรมการสนับสนุนเขาแทนที่จะสนับสนุนอีกฝ่าย โครงสร้างคือ side with + บุคคล กลุ่ม หรือความคิดเห็น ส่วน sided เป็นรูปอดีตธรรมดา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ side และคำบุพบทที่ถูกต้อง: After hearing both arguments, the committee ____ the tenants.
ดูคำตอบ
sided with
I was out ... very publicly out: ไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้นอีกต่อไป
ในที่นี้ out หมายถึงไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้นหรือไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งขององค์กรอีกต่อไป ไม่ได้หมายถึง “อยู่ข้างนอก” ในเชิงสถานที่ การพูด out ซ้ำใน very publicly out ช่วยเน้นความหมาย ผู้พูดไม่ได้เพียงเสียตำแหน่ง แต่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นต่อหน้าสาธารณชนและเป็นที่รับรู้อย่างกว้างขวาง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After the board replaced him, he was out,” คำว่า out หมายถึงอะไร?
- เขาไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้นอีกต่อไป
- เขากำลังยืนอยู่กลางแจ้ง
- เขาได้นำบางอย่างออกจากภาชนะ
ดูคำตอบ
เขาไม่ได้ดำรงตำแหน่งนั้นอีกต่อไป
What had been the focus of my entire adult life was gone, ไวยากรณ์
6:32สิ่งที่เป็นจุดสนใจในชีวิตวัยผู้ใหญ่ของฉันทั้งหมดหายไป
What had been ... was gone: what-clause ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
ข้อความ What had been the focus of my entire adult life ทั้งหมดเป็น what-clause หนึ่งชุด ซึ่งมีความหมายเท่ากับ the thing that had been the focus of my entire adult life อนุประโยคทั้งหมดนี้เป็นประธานของ was gone ดังนั้น What จึงไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม ในทางไวยากรณ์ โครงสร้างนี้เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม โดย what รวมแนวคิดของ the thing และ that ไว้ด้วยกัน โครงสร้างนี้ช่วยรวมคำอธิบายยาว ๆ ให้เป็นประธานเพียงหนึ่งส่วน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ what-clause เป็นประธานได้ถูกต้องเพื่อบอกว่าเส้นทางที่เคยปลอดภัยที่สุดตอนนี้ถูกปิดกั้นแล้ว?
- Our safest route what had been was now blocked.
- What had been our safest route was now blocked.
- What was our safest route?
ดูคำตอบ
What had been our safest route was now blocked.
I really didn't know what to do for a few months.
6:38ฉันไม่รู้จริงๆว่าจะทำอย่างไรเป็นเวลาสองสามเดือน
I felt that I'd let the previous generation of entrepreneurs down, กริยาวลี
6:40ฉันรู้สึกว่าฉันจะทำให้ผู้ประกอบการรุ่นก่อนผิดหวัง
I'd let ... down: ทำให้ใครบางคนผิดหวัง
let someone down หมายถึง “ทำให้ใครบางคนผิดหวัง” หรือไม่สามารถทำตามความไว้วางใจหรือความคาดหวังที่คนนั้นมีต่อเราได้ ในประโยคนี้ ผู้พูดรู้สึกว่าตนทำให้ผู้ประกอบการรุ่นก่อนผิดหวัง ส่วน down เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงทิศทางลงจริง ๆ กริยาวลีนี้แยกคำได้ โดยวางนามวลีไว้ระหว่าง let กับ down เช่น let the previous generation of entrepreneurs down ถ้ากรรมเป็นสรรพนาม ต้องวางตรงกลางว่า let them down ไม่ใช่ let down them ในบริบทนี้ I'd หมายถึง I had ดังนั้น I'd let... down จึงบอกถึงความล้มเหลวที่เกิดขึ้นก่อนและทำให้ผู้พูดรู้สึกผิดในภายหลัง
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ทำให้ผิดหวัง” ให้สมบูรณ์: I promised to help, so I don't want to ____ my friends ____.
ดูคำตอบ
let · down
that I had dropped the baton as it was being passed to me. สำนวน
6:44ว่าฉันทำไม้ต่อหล่นตอนที่มันถูกส่งมาให้ฉัน
had dropped the baton as it was being passed: ภาพเปรียบเทียบของการส่งต่อที่ล้มเหลว
ประโยคนี้ใช้ภาพเปรียบเทียบจากการแข่งขันวิ่งผลัด ในการวิ่งผลัด นักวิ่งจะส่งไม้ผลัดจากคนหนึ่งไปยังคนถัดไป ส่วนในที่นี้ ไม้ผลัดแทนงาน ความรับผิดชอบ และโอกาสที่คนรุ่นก่อนส่งต่อมา การบอกว่าทำไม้ผลัดตกจึงหมายถึงผู้พูดรู้สึกว่าตนไม่สามารถสานต่อสิ่งที่ได้รับมาได้ ไม่ใช่ว่าทำแท่งไม้ตกจริง ๆ วลี as it was being passed to me หมายความว่าความล้มเหลวเกิดขึ้นระหว่างการส่งต่อ โครงสร้างถูกกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ was being passed ทำให้จุดสนใจอยู่ที่ไม้ผลัดและทำให้ช่วงเวลาสำคัญของการสืบทอดเห็นภาพชัดเจน
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ I had dropped the baton as it was being passed to me หมายความว่าอย่างไร?
- ฉันส่งต่อความรับผิดชอบของตัวเองให้คนอื่นได้สำเร็จ
- ฉันทำไม้ผลัดตกจริง ๆ ระหว่างการแข่งขันวิ่งผลัด
- ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถสานต่อความรับผิดชอบที่ได้รับมาได้
ดูคำตอบ
ฉันรู้สึกว่าตัวเองไม่สามารถสานต่อความรับผิดชอบที่ได้รับมาได้
for screwing up: การบอกเหตุผลของคำขอโทษ
screw up เป็นกริยาวลีแบบไม่เป็นทางการ หมายถึงทำผิดพลาดร้ายแรงหรือจัดการบางอย่างได้แย่มาก ในที่นี้ screwing up แสดงว่าผู้พูดคิดว่าตนเองจัดการสถานการณ์นั้นผิดพลาดอย่างมาก หลัง apologize ใช้โครงสร้าง apologize for + คำนามหรือรูป -ing เพื่อบอกเหตุผลที่ขอโทษ ใน for screwing up คำว่า for เป็นคำบุพบท จึงต้องเปลี่ยน screw เป็น gerund คือ screwing
แบบฝึกหัด
เติมคำขอโทษให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างที่เน้นไว้: I apologized ____ the project timeline so badly.
ดูคำตอบ
for screwing up
and I even thought about running away from the valley. วัฒนธรรม
6:55และฉันก็คิดที่จะหนีออกจากหุบเขาด้วย
the valley: คำเรียกสั้น ๆ ของ Silicon Valley
ในที่นี้ the valley เป็นคำเรียกสั้น ๆ ของ Silicon Valley ซึ่งต้องอาศัยบริบท การกล่าวถึง Apple ผู้ประกอบการ และความล้มเหลวที่เป็นที่จับตามองทำให้ความหมายนี้ชัดเจน วลีนี้หมายถึงชุมชนเทคโนโลยีและสตาร์ตอัปในซิลิคอนแวลลีย์ ไม่ใช่ลักษณะภูมิประเทศทั่วไป ดังนั้น running away from the valley จึงหมายถึงการคิดจะออกจากโลกและสภาพแวดล้อมทางอาชีพนั้น
แบบฝึกหัด
ในบริบทด้านเทคโนโลยีและการเป็นผู้ประกอบการนี้ the valley หมายถึงอะไร?
- บริษัทที่ชื่อ Valley
- ซิลิคอนแวลลีย์และชุมชนเทคโนโลยี
- หุบเขาบนภูเขาทั่วไป
ดูคำตอบ
ซิลิคอนแวลลีย์และชุมชนเทคโนโลยี
something slowly began to dawn on: การตระหนักรู้ที่ค่อย ๆ ก่อตัว
สำนวน dawn on someone หมายถึง “บางสิ่งค่อย ๆ เป็นที่เข้าใจหรือตระหนักโดยคนนั้น” ในประโยคนี้ something คือความคิดหรือความจริงที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ส่วน me คือคนที่เกิดความเข้าใจนั้น dawn ตามตัวอักษรหมายถึง “รุ่งสาง” สำนวนนี้ใช้ภาพของท้องฟ้าที่ค่อย ๆ สว่างแทนความเข้าใจที่ค่อย ๆ ชัดเจนขึ้น ส่วน slowly began to เน้นว่าการตระหนักรู้นั้นก่อตัวตามเวลา ไม่ได้เกิดขึ้นในทันที
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนที่เรียน: After checking the dates again, it slowly ____ me that the deadline had passed.
ดูคำตอบ
dawned on
The turn of events at Apple had not changed that one bit. วลี
7:04เหตุการณ์ที่พลิกผันที่ Apple ไม่ได้เปลี่ยนแปลงแม้แต่น้อย
had not changed that one bit: ไม่ได้เปลี่ยนแม้แต่น้อย
not ... one bit เป็นวิธีเน้นความหมายว่า “ไม่เลย” หรือ “ไม่แม้แต่น้อย” ในที่นี้ that ย้อนกลับไปถึงการที่ผู้พูดยังคงรักสิ่งที่ตนทำ ดังนั้น had not changed that one bit จึงหมายความว่าเหตุการณ์เหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนความรู้สึกนั้นเลย bit ในที่นี้หมายถึงปริมาณที่น้อยมาก ไม่ใช่หน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์ เนื่องจาก one bit อยู่ในโครงสร้างปฏิเสธ จึงช่วยเน้นการปฏิเสธ ไม่ได้หมายความว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าความคิดเห็นเหล่านั้นไม่ได้เปลี่ยนการตัดสินใจของเธอเลยแม้แต่น้อย
- The feedback didn't change her decision one bit.
- The feedback changed her decision a bit.
- The feedback barely changed her decision.
ดูคำตอบ
The feedback didn't change her decision one bit.
decided to start over: เลือกที่จะเริ่มต้นใหม่
start over หมายถึงเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้น โดยมักใช้เมื่อความพยายามหรือสถานการณ์ก่อนหน้าสิ้นสุดลงหรือใช้ต่อไม่ได้แล้ว ในที่นี้ decided to start over แสดงว่าการเริ่มใหม่นั้นเป็นการตัดสินใจโดยตั้งใจ ใน decided to start over คำว่า decided ตามด้วย to และคำกริยารูปพื้นฐาน start ส่วน over เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี start over ไม่ได้หมายถึงอยู่ด้านบนในที่นี้
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึงเริ่มใหม่ตั้งแต่ต้นให้สมบูรณ์: The instructions changed completely, so we decided to ____.
ดูคำตอบ
start over
was the best thing that could have ever happened to me.
7:17เป็นสิ่งที่ดีที่สุดที่อาจเกิดขึ้นกับฉัน
The heaviness ... was replaced by the lightness ...: การจัดโครงสร้างการพลิกกลับทางอารมณ์
ประโยคนี้จัดโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงด้วย A was replaced by B โดยวางสภาวะเดิมไว้ที่ A และวางสภาวะใหม่ไว้หลัง by นามวลีสองส่วนที่มีรูปแบบสอดคล้องกัน ได้แก่ the heaviness of being successful และ the lightness of being a beginner again สร้างโครงสร้างคู่ขนานที่ทำให้ติดตามจุดเปลี่ยนได้ง่าย heaviness และ lightness เป็นอุปลักษณ์ ไม่ใช่น้ำหนักทางกายภาพ คำทั้งสองนำเสนอความสำเร็จเป็นแรงกดดัน และการกลับมาเป็นผู้เริ่มต้นเป็นความโล่งใจและอิสระ การวางแนวคิดตรงข้ามเหล่านี้ในกรอบเดียวกันทำให้การพลิกกลับทางอารมณ์ชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างก่อนและหลังแบบคู่ขนานเดียวกัน เพื่อแสดงว่าสภาวะเชิงนามธรรมหนึ่งถูกแทนที่ด้วยอีกสภาวะหนึ่ง
- The tension of waiting was replaced by the relief of knowing the result.
- The old chair was replaced by a lighter chair.
- I was nervous while I waited, but I relaxed after I heard the result.
ดูคำตอบ
The tension of waiting was replaced by the relief of knowing the result.
It freed me to enter one of the most creative periods of my life. วลี
7:27มันทำให้ฉันมีอิสระที่จะเข้าสู่ช่วงเวลาที่สร้างสรรค์ที่สุดช่วงหนึ่งในชีวิตของฉัน
It freed me to enter: free someone to do something เมื่อข้อจำกัดถูกขจัดออกไป
ในที่นี้ freed เป็นคำกริยา โครงสร้าง free + คน + to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงบางสิ่งช่วยขจัดข้อจำกัด ภาระ หรืออุปสรรค ทำให้คนนั้นสามารถลงมือทำได้ It freed me to enter จึงหมายความว่าสถานการณ์นั้นเปิดทางให้ผู้พูดเริ่มต้นช่วงเวลาดังกล่าวได้ enter a period เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “เริ่มต้นหรือก้าวเข้าสู่ช่วงหนึ่งของชีวิต” ไม่ใช่การเดินเข้าไปในสถานที่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ free และคำสรรพนาม us เติมประโยคให้สมบูรณ์: The grant ____ hire two assistants.
ดูคำตอบ
freed us to
During the next 5 years, I started a company named NeXT,
7:31ในอีก 5 ปีข้างหน้า ฉันก่อตั้งบริษัทชื่อ NeXT
and fell in love with an amazing woman who would become my wife.
7:35และตกหลุมรักผู้หญิงที่น่าทึ่งคนหนึ่งซึ่งกลายมาเป็นภรรยาของฉัน
Pixar went on to create the world's first computer-animated feature film, วลี
7:39พิกซาร์เดินหน้าสร้างภาพยนตร์แอนิเมชันคอมพิวเตอร์เรื่องแรกของโลก
Pixar went on to create: go on to do เพื่อบอกขั้นตอนถัดไป
go on to + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมช่วงหนึ่งเข้ากับการกระทำหรือความสำเร็จอีกอย่างที่เกิดขึ้นในภายหลัง Pixar went on to create นำเสนอภาพยนตร์เรื่องนี้ว่าเป็นสิ่งที่พิกซาร์สร้างขึ้นภายหลังในเส้นทางการพัฒนา ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใด ในเรื่องเล่าและชีวประวัติ went on to มักใช้เลื่อนลำดับเวลาไปข้างหน้าจากเหตุการณ์ก่อนหน้าไปสู่ขั้นตอนสำคัญถัดไป
แบบฝึกหัด
Leo อธิบายปัญหาเสร็จแล้วจึงอธิบายวิธีแก้ ประโยคใดนำเสนอการอธิบายวิธีแก้ว่าเป็นการกระทำใหม่ที่เกิดขึ้นถัดไป
- Leo went on describing the problem.
- Leo kept describing the problem.
- Leo went on to describe the solution.
ดูคำตอบ
Leo went on to describe the solution.
and is now the most successful animation studio in the world.
7:43และปัจจุบันเป็นสตูดิโอแอนิเมชั่นที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในโลก
In a remarkable turn of events, Apple bought NeXT, วลี
7:49ในเหตุการณ์พลิกผันที่น่าทึ่ง Apple ได้ซื้อ NeXT
In a remarkable turn of events: เกริ่นถึงเหตุการณ์พลิกผันที่น่าจับตา
กรอบเปิดประโยค In a remarkable turn of events บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปคือการเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์ที่ไม่ธรรมดาและน่าจับตา ในที่นี้ turn หมายถึงการเปลี่ยนทิศทางหรือแนวทางของเหตุการณ์ ไม่ใช่การหมุนตัวจริง ๆ remarkable หมายถึง “น่าสังเกต” แต่ไม่ได้บอกด้วยตัวเองว่าการเปลี่ยนแปลงนั้นดีหรือไม่ดี วลีทั้งหมดช่วยเตรียมผู้ฟังให้พร้อมรับพัฒนาการที่คาดไม่ถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ถูกต้องจากบทเรียน เพื่อบอกว่าเหตุการณ์เปลี่ยนไปในแบบที่ไม่ธรรมดาและน่าจับตา: ____, the company that had rejected her idea later funded it.
ดูคำตอบ
In a remarkable turn of events
is at the heart of Apple's current renaissance. สำนวน
7:56เป็นหัวใจสำคัญของยุคฟื้นฟูศิลปวิทยาในปัจจุบันของ Apple
is at the heart of Apple's current ...: แสดงความสำคัญในฐานะแกนกลาง
โครงสร้าง be at the heart of + นามวลี หมายถึงเป็นศูนย์กลางหรือเป็นหนึ่งในส่วนที่สำคัญที่สุดของบางสิ่ง ในประโยคนี้ เทคโนโลยีของ NeXT ถูกนำเสนอว่าเป็นรากฐานสำคัญของการฟื้นตัวของ Apple ในปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงสิ่งที่อยู่ในหัวใจจริง ๆ ภาพเปรียบเทียบนี้มอง heart ว่าเป็นศูนย์กลางที่จำเป็นซึ่งทำให้ระบบที่ใหญ่กว่าดำเนินต่อไป ใช้โครงสร้างนี้เพื่อชี้ให้เห็นแนวคิด คุณค่า สาเหตุ หรือองค์ประกอบหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “เป็นศูนย์กลางของ”: Clear communication ____ effective teamwork.
ดูคำตอบ
is at the heart of
none of this would have happened if I hadn't been fired from: การสมมติตรงข้ามความจริงในอดีต
นี่คือโครงสร้างสมมติตรงข้ามกับความจริงในอดีต ความจริงคือผู้พูดถูก Apple ไล่ออก และเหตุการณ์ภายหลังที่ this กล่าวถึงก็เกิดขึ้นจริง เขาจินตนาการถึงอดีตในทางตรงกันข้าม แล้วบอกว่าเหตุการณ์เหล่านั้นคงไม่เกิดขึ้นหากไม่มีจุดเปลี่ยนนั้น อนุประโยคผลใช้ would have + กริยาช่อง 3 (would have happened) ส่วนอนุประโยค if ใช้ past perfect (hadn't been fired) รูปแบบนี้เชื่อมเงื่อนไขในอดีตที่ไม่เป็นจริงกับผลในอดีตที่ไม่เป็นจริง ไม่ใช่การคาดการณ์อนาคต
แบบฝึกหัด
ข้อเท็จจริงคืออีกฝ่ายช่วยคุณ คุณจึงไม่พลาดการสัมภาษณ์ เติมประโยคสมมติตรงข้ามความจริงในอดีตโดยใช้กริยา miss และ help: I ____ the interview if you ____ me.
ดูคำตอบ
would have missed · hadn't helped
It was awful-tasting medicine, but I guess the patient needed it. สำนวน
8:07มันเป็นยาที่รสชาติแย่มาก แต่ฉันเดาว่าผู้ป่วยต้องการมัน
awful-tasting medicine ... the patient needed it: ประสบการณ์ที่เจ็บปวดแต่จำเป็น
ประโยคนี้เป็นการเปรียบเปรยเรื่องยาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่รายงานทางการแพทย์ตามความหมายตรง awful-tasting medicine แทนการถูกไล่ออก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่รู้สึกแย่มากในตอนนั้น the patient หมายถึงตัวผู้พูดเอง และ needed it หมายความว่าภายหลังเขามองว่าประสบการณ์นี้จำเป็นต่อการเปลี่ยนแปลงที่ตามมา การหักมุมด้วย but และคำที่ช่วยลดความหนักแน่นอย่าง I guess แสดงถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปหลังจากได้ทบทวน เขายังบอกว่าประสบการณ์นี้เจ็บปวด แต่ตอนนี้ยอมรับว่ามันอาจช่วยเขาไว้
แบบฝึกหัด
การเปรียบเปรยเรื่องยาในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- ผู้พูดชอบกินยาที่มีรสชาติแย่
- ผู้พูดกำลังให้คำแนะนำทางการแพทย์แก่คนไข้
- ภายหลังประสบการณ์ที่เจ็บปวดนั้นดูเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์
ดูคำตอบ
ภายหลังประสบการณ์ที่เจ็บปวดนั้นดูเป็นสิ่งจำเป็นและมีประโยชน์
sometimes life's going to hit you in the head with a brick. สำนวน
8:12บางครั้งชีวิตก็เอาอิฐฟาดหัวคุณ
life's going to hit you in the head with a brick: ภาพเปรียบเทียบที่รุนแรงถึงอุปสรรคในชีวิต
ประโยคนี้ทำให้ชีวิตมีลักษณะเหมือนผู้ที่เข้ามาทำร้าย การถูกก้อนอิฐฟาดศีรษะไม่ใช่คำทำนายตามตัวอักษร แต่เป็นภาพเปรียบเทียบถึงอุปสรรคครั้งใหญ่ที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันและเจ็บปวด ภาพที่รุนแรงนี้เพิ่มพลังทางอารมณ์ให้กับความยากลำบาก และปูไปสู่คำแนะนำว่าอย่าสูญเสียศรัทธาหลังจากได้รับผลกระทบครั้งใหญ่
แบบฝึกหัด
ภาพที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร
- บางครั้งชีวิตจะทำให้เกิดอุปสรรคที่กะทันหันและเจ็บปวด
- ชีวิตจะโยนก้อนอิฐใส่ผู้พูดจริง ๆ
- ชีวิตจะจัดหาวัสดุก่อสร้างเพื่อแก้ปัญหา
ดูคำตอบ
บางครั้งชีวิตจะทำให้เกิดอุปสรรคที่กะทันหันและเจ็บปวด
that kept me going: แรงสนับสนุนที่ทำให้ผมเดินหน้าต่อไป
that เป็นสรรพนามเชื่อมความที่นำอนุประโยคมาขยาย the only thing โครงสร้าง keep + คน + going หมายถึงการให้แรงจูงใจ พลัง หรือการสนับสนุนมากพอที่จะทำให้คนนั้นเดินหน้าต่อไปท่ามกลางความยากลำบาก ในที่นี้ เนื้อหาหลัง was ระบุว่า “สิ่งเดียว” นั้นคือความรักที่ผู้พูดมีต่องานของตน going หมายถึงการพยายามต่อไป ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางร่างกาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ให้แรงจูงใจแก่ผมเพื่อเดินหน้าต่อไป”: When I wanted to quit, my friends' messages ____.
ดูคำตอบ
kept me going
You've got to: คำแนะนำที่หนักแน่นในภาษาพูด
ในประโยคนี้ You've got to หมายถึง “คุณต้อง” หรือ “คุณจำเป็นต้องจริง ๆ” ผู้พูดกำลังให้คำแนะนำที่หนักแน่นและตรงไปตรงมา โดยเสนอว่าการค้นหาสิ่งที่คุณรักเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่แค่ตัวเลือกที่ดี ตรงนี้ have got to ทำหน้าที่เป็นหน่วยเดียวเพื่อบอกความจำเป็น คำว่า got ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา” และวลีนี้ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน find
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อแบบภาษาสนทนาของ You have got to: ____ back up your files before the update.
ดูคำตอบ
You've got to
and that is as true for work as it is for your lovers. ไวยากรณ์
8:24และนั่นก็เป็นจริงสำหรับการทำงานเช่นเดียวกับสำหรับคู่รักของคุณ
is as true for ... as it is for ...: ใช้ได้อย่างเท่าเทียมกัน
โครงสร้าง X is as true for A as it is for B บอกว่าข้อความหรือหลักการเดียวกันใช้ได้กับ A และ B อย่างเท่าเทียมกัน ในที่นี้กำลังเปรียบเทียบสองด้านคือการงานกับความสัมพันธ์เชิงรัก ไม่ได้บอกว่าทั้งสองอย่าง “เป็นของจริง” เท่า ๆ กัน true for หมายถึง “ใช้ได้กับ” หรือ “ถูกต้องในกรณีของ” ใน as true for A as it is for B คำว่า it ย้อนกลับไปแทน X และครึ่งหลังทำให้การเปรียบเทียบแบบขนานสมบูรณ์โดยไม่ต้องกล่าว X ซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่แสดงว่าใช้ได้อย่างเท่าเทียมกัน X is as true for A as it is for B: This advice ____ beginners ____ experts.
ดูคำตอบ
is as true for · as it is for
Your work is going to fill a large part of your life,
8:27งานของคุณกำลังจะเติมเต็มส่วนสำคัญในชีวิตของคุณ
the only way to... is to...: การเสนอวิธีที่จำเป็น
รูปแบบ the only way to + เป้าหมาย + is to + การกระทำ นำเสนอว่าการกระทำหนึ่งเป็นหนทางที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์บางอย่าง ในประโยคนี้ เป้าหมายคือการรู้สึกพึงพอใจอย่างแท้จริง และการกระทำคือการทำงานที่ตนเองเชื่อว่ายอดเยี่ยม รูป infinitive ทั้งสองทำหน้าที่ต่างกัน โดย to be truly satisfied ขยายคำว่า way และบอกผลลัพธ์ที่ต้องการ ส่วน is to do บอกว่าหนทางนั้นประกอบด้วยการทำอะไร อนุประโยค what หมายถึงงานที่คุณเชื่อว่ายอดเยี่ยม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ the only way to... is to...: The only way ____ build trust ____ tell the truth.
ดูคำตอบ
to · is to
And the only way to do great work is to love what you do.
8:34และวิธีเดียวที่จะทำงานได้อย่างยอดเยี่ยมคือการรักในสิ่งที่คุณทำ
keep looking, and don't settle: การให้กำลังใจไม่ให้ลดมาตรฐาน
Keep looking เป็นคำสั่งตรง ๆ ให้ค้นหาต่อไป ในบริบทนี้หมายถึงการค้นหางานหรือเส้นทางที่รู้สึกว่าเหมาะสมกับตนเองจริง ๆ ต่อไป Don't settle หมายถึงอย่ายอมรับตัวเลือกที่น่าพึงพอใจน้อยกว่าเพียงเพื่อให้การค้นหาจบลง ในที่นี้ settle สื่อถึง settle for less หรือการยอมลดมาตรฐาน ไม่ได้หมายถึงการตั้งถิ่นฐานถาวรหรือการยุติข้อพิพาท คำสั่งทั้งสองร่วมกันกระตุ้นให้พยายามต่อไปโดยไม่ลดมาตรฐาน
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ keep looking, and don't settle หมายความว่าอย่างไร
- ค้นหาต่อไปและอย่ายอมรับสิ่งที่ต่ำกว่าสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ
- รออย่างเงียบ ๆ จนกว่าสถานการณ์จะสงบลง
- เคลื่อนย้ายต่อไปจนกว่าจะพบที่อยู่อาศัย
- หยุดค้นหาแล้วแก้ปัญหา
ดูคำตอบ
ค้นหาต่อไปและอย่ายอมรับสิ่งที่ต่ำกว่าสิ่งที่คุณต้องการจริง ๆ
As with all matters of the heart, you'll know when you find it. สำนวน
8:43เช่นเดียวกับทุกเรื่องของหัวใจ คุณจะรู้เมื่อพบมัน
As with all matters of the heart: ความรู้สึกและการตัดสินใจจากใจ
As with ... หมายถึง ‘เช่นเดียวกับในกรณีของ ...’ และใช้สร้างการเปรียบเทียบ ในประโยคนี้หมายความว่า การพบ ‘สิ่งนั้น’ เกิดขึ้นในแบบเดียวกับ matters of the heart อื่น ๆ matters of the heart เป็นคำเปรียบเทียบถึงความรัก ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง ความหลงใหล และการเลือกที่เป็นเรื่องส่วนตัวมาก ไม่ได้หมายถึงปัญหาหัวใจทางการแพทย์ ผู้พูดต้องการสื่อว่าเรามักรับรู้การเลือกแบบนี้ได้จากความมั่นใจภายใน ไม่ใช่จากการคำนวณด้วยเหตุผลเพียงอย่างเดียว
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ matters of the heart หมายถึงอะไร?
- การเลือกที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก ความรัก หรือคุณค่าส่วนตัวที่ลึกซึ้ง
- คำถามที่มีเพียงผู้เชี่ยวชาญเท่านั้นที่ตอบได้
- การรักษาโรคหัวใจทางการแพทย์
- งานประจำเล็ก ๆ น้อย ๆ
ดูคำตอบ
การเลือกที่เกี่ยวข้องกับความรู้สึก ความรัก หรือคุณค่าส่วนตัวที่ลึกซึ้ง
as the years roll on: เมื่อหลายปีผ่านไปอย่างต่อเนื่อง
as ในที่นี้หมายถึง ‘ขณะที่’ หรือ ‘เมื่อเวลาผ่านไป’ ส่วน the years roll on เปรียบปีต่าง ๆ เหมือนสิ่งที่เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง ‘เมื่อหลายปีผ่านไปเรื่อย ๆ’ ภาพเปรียบเทียบนี้ทำให้ประโยคมีน้ำเสียงชวนไตร่ตรองและเป็นกวีเล็กน้อย พร้อมเน้นการเปลี่ยนแปลงทีละน้อยในช่วงเวลายาวนาน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงฉับพลันในปีใดปีหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง ‘เมื่อหลายปีผ่านไปมากขึ้น’ เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Their bond grows stronger ____.
ดูคำตอบ
as the years roll on
When I was 17, I read a quote that went something like, วลี
9:08ตอนที่ฉันอายุ 17 ปี ฉันอ่านคำคมที่ประมาณว่า
quote that went something like: เกริ่นถ้อยคำโดยประมาณ
ใน a quote that went something like... อนุประโยคสัมพันธ์ that went something like ขยายคำว่า quote และนำเข้าสู่ถ้อยคำตามที่จำได้ ในที่นี้ went ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ แต่ went something like หมายถึง “มีถ้อยคำประมาณนี้” รูปนี้บอกว่าผู้พูดกำลังถ่ายทอดใจความสำคัญจากความทรงจำ ไม่ได้รับรองว่าเป็นคำพูดต้นฉบับที่ตรงทุกคำ
แบบฝึกหัด
เติมวลีสามคำจากคำคมซึ่งใช้เกริ่นถ้อยคำโดยประมาณให้สมบูรณ์: The note ____, 'Meet us by the west gate.'
ดูคำตอบ
went something like
live each day as if it was your last: ลงมือทำตามสถานการณ์ในจินตนาการ
Live each day as if it was your last ใช้ as if เพื่อเกริ่นสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น โดยให้ใช้ชีวิตในแต่ละวันราวกับว่าเป็นวันสุดท้าย ใน your last มีการละคำว่า day ซึ่งเข้าใจได้จาก each day สถานการณ์นี้ไม่ได้ถูกกล่าวว่าเป็นความจริง แต่ใช้เป็นแนวทางในการลงมือทำ กล่าวคือให้ตัดสินใจตอนนี้ด้วยความเร่งด่วนหรือความรอบคอบแบบที่คุณจะมีในวันสุดท้าย
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำจากคำคมซึ่งใช้เกริ่นสถานการณ์ในจินตนาการเพื่อเป็นแนวทางในการกระทำ: Treat every rehearsal ____ it was opening night.
ดูคำตอบ
as if
make an impression on someone: สร้างความรู้สึกที่น่าจดจำให้ใครบางคน
ในประโยคนี้ made an impression on me หมายถึง “ส่งผลต่อฉันในแบบที่ฉันจดจำหรือรู้สึกได้อย่างชัดเจน” ประธาน It คือสิ่งที่ก่อให้เกิดผลนั้น และ me คือผู้ที่ได้รับผล ในที่นี้ impression หมายถึงผลที่เกิดในความคิดหรือความรู้สึก ไม่ใช่รอยพิมพ์ที่เป็นรูปธรรม โครงสร้าง make an impression on someone ใช้บอกว่าคน ความคิด หนังสือ สุนทรพจน์ หรือประสบการณ์ยังคงอยู่ในความทรงจำของใครบางคน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ make an impression on: The documentary ____ me, and I kept thinking about it.
ดูคำตอบ
made an impression on
If ... were ..., would I ...?: ใช้สถานการณ์สมมติเพื่อตรวจสอบทางเลือก
ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง If + ประธาน + were ..., would + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน ...? โดยสมมติสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริงหรือยังไม่แน่นอน แล้วเปลี่ยนให้เป็นคำถามเกี่ยวกับทางเลือกในปัจจุบัน ในที่นี้ผู้พูดถามว่า สิ่งที่วางแผนจะทำวันนี้ยังคุ้มที่จะทำหรือไม่ภายใต้เงื่อนไขที่สุดโต่งนั้น Were ทำหน้าที่บอกเงื่อนไขสมมติ ไม่ได้ทำให้ today กลายเป็นเรื่องในอดีต ส่วน What I am about to do หมายถึง “สิ่งที่กำลังจะทำในอีกไม่นาน” คำถามนี้จึงเป็นการตรวจสอบแผนที่อยู่ตรงหน้ากับตัวเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างมาตรฐานสำหรับตรวจสอบตัวเองด้วยสถานการณ์สมมติ: If this ____ my last chance to speak, ____ I stay silent?
ดูคำตอบ
were · would
And whenever the answer has been no for too many days in a row, วลี
9:33และเมื่อใดก็ตามที่คำตอบคือไม่ติดต่อกันหลายวันเกินไป
for too many days in a row: ช่วงเวลาต่อเนื่องที่มากเกินไป
for too many days in a row หมายถึง “เป็นเวลาหลายวันติดต่อกันมากเกินไป” โดย for นำหน้าระยะเวลา too many แสดงว่าผู้พูดมองว่าจำนวนวันนั้นมากเกินไป และ in a row บอกว่าวันเหล่านั้นต่อเนื่องกันโดยไม่มีช่วงขาด ในที่นี้ row เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว in a row ไม่ได้หมายถึงแถวของคนหรือที่นั่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ติดต่อกันโดยไม่ขาดช่วง”: The lab has opened early for five days ____.
ดูคำตอบ
in a row
Remembering that ... is ...: วลี -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
Remembering that I'll be dead soon เป็นวลี gerund ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกเนื้อหาที่ถูกจดจำ ส่วน is เป็นกริยาหลักของประโยค โครงสร้างพื้นฐานคือ [Remembering that I'll be dead soon] [is] [the most important tool I've ever encountered] ดังนั้น Remembering ที่ต้นประโยคจึงไม่ใช่คำสั่ง เมื่อวลี -ing ยาว ๆ อยู่หน้ากริยาเอกพจน์อย่าง is ให้มองวลีทั้งหมดเป็นกิจกรรมหรือแนวคิดหนึ่งอย่างที่ประโยคกำลังกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Taking a short walk after lunch improves my focus,” ส่วนใดเป็นประธาน?
- ประโยคคำสั่งที่บอกให้ผู้ฟังออกไปเดิน
- กริยา “improves”
- นามวลี “my focus”
- วลี gerund ทั้งหมด “Taking a short walk after lunch”
ดูคำตอบ
วลี gerund ทั้งหมด “Taking a short walk after lunch”
expectations, all pride, all fear of embarrassment or failure,
9:50ความคาดหวัง ความหยิ่งผยอง ความกลัวความอับอายหรือความล้มเหลว
fall away in the face of death: หายไปเมื่อเผชิญกับความตาย
"fall away" เป็นกริยาวลีหมายความว่า ค่อยๆ หายไป หมดความสำคัญ หรือกลายเป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้อง "in the face of death" หมายความว่า เมื่อเผชิญหน้ากับความตายหรือความคิดถึงความตาย สตีฟ จ็อบส์ใช้คำอุปมานี้เพื่อบอกว่า การระลึกถึงความตายทำให้ความคาดหวังภายนอก ความหยิ่งยโส และความกลัวที่จะอับอายหรือล้มเหลวทั้งหมดสูญสิ้นอำนาจ เหลือเพียงสิ่งที่สำคัญอย่างแท้จริง
แบบฝึกหัด
"these things just fall away in the face of death" หมายความว่าอย่างไร?
- ผู้คนหันหลังให้คนที่กำลังจะตาย
- สิ่งเหล่านี้แข็งแกร่งขึ้นเมื่อมีคนกำลังจะตาย
- ความกดดันภายนอก ความหยิ่งยโส และความกลัวเหล่านี้กลายเป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้องเมื่อคิดถึงความตาย
- สิ่งของเหล่านี้หล่นลงมาเมื่อคุณอยู่ใกล้ศพ
ดูคำตอบ
ความกดดันภายนอก ความหยิ่งยโส และความกลัวเหล่านี้กลายเป็นเรื่องไม่เกี่ยวข้องเมื่อคิดถึงความตาย
avoid the trap of thinking you have something to lose: หลีกเลี่ยงกับดักของความคิดว่าคุณมีบางสิ่งที่ต้องสูญเสีย
ในที่นี้ trap เป็นอุปลักษณ์หมายถึงวิธีคิดที่ผิดและอาจฉุดรั้งคนไว้ ไม่ใช่กับดักจริง ๆ แนวคิดที่อยู่ในกับดักนี้คือ thinking you have something to lose หรือการเชื่อว่าสถานะ ความมั่นคง หรือสิ่งอื่นที่คุณให้คุณค่ากำลังตกอยู่ในความเสี่ยง โครงสร้าง avoid the trap of thinking + อนุประโยค นำเสนอข้อสันนิษฐานว่าเป็นข้อจำกัดทางความคิด และเตือนว่าอย่าปล่อยให้ความคิดนั้นควบคุมการตัดสินใจของคุณ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยอุปลักษณ์จากบทเรียนนี้: When reading social media posts, avoid ____ everyone else has a perfect life.
ดูคำตอบ
the trap of thinking
You are already naked: อุปมาว่าไม่มีอะไรเหลือให้ปกป้อง
naked ในที่นี้เป็นอุปมา ไม่ได้หมายถึงร่างกายตามตัวอักษร ในข้อคิดเรื่องความตายที่อยู่รอบประโยคนี้ ความคาดหวังจากภายนอก ความหยิ่งทะนง และความกลัวไม่อาจให้การปกป้องที่ยั่งยืนได้ ผู้ฟังจึงไม่มีภาพลักษณ์หรือเกราะกำบังที่มั่นคงเหลือให้รักษาไว้ already ทำให้ประเด็นนี้เกิดขึ้นในปัจจุบัน กล่าวคือ ที่จริงแล้วคุณอยู่ในสภาพที่ไร้การปกป้องนั้นแล้ว ประโยคนี้ขจัดความกลัวว่าจะเสียภาพลักษณ์หรือสถานะ และปูทางไปสู่คำชวนให้ลงมือทำตามสิ่งที่สำคัญจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ในบริบทเชิงใคร่ครวญนี้ You are already naked หมายความว่าอย่างไร
- คุณควรซ่อนความเชื่อของตนไว้จนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยขึ้น
- คุณไม่ได้สวมเสื้อผ้าอยู่จริง ๆ
- คุณไม่มีการปกป้องหรือภาพลักษณ์ที่ยั่งยืนเหลือให้รักษาไว้แล้ว
ดูคำตอบ
คุณไม่มีการปกป้องหรือภาพลักษณ์ที่ยั่งยืนเหลือให้รักษาไว้แล้ว
There is no reason not to follow: การให้กำลังใจด้วยการปฏิเสธซ้อน
รูปแบบ There is no reason not to + คำกริยารูปพื้นฐาน มีคำปฏิเสธสองส่วนคือ no reason และ not to ในเชิงตรรกะ รูปแบบนี้บอกว่าไม่มีเหตุผลที่สมควรในการคัดค้านการกระทำนั้น จึงมักใช้สนับสนุนหรือส่งเสริมให้ลงมือทำ ในประโยคนี้ follow your heart หมายถึงการให้คุณค่าและความรู้สึกส่วนลึกที่สุดของตนชี้นำการตัดสินใจ แทนที่จะออกคำสั่งตรง ๆ ผู้พูดนำเสนอการกระทำนั้นว่าเป็นทางเลือกที่เหลืออยู่เมื่อขจัดข้อคัดค้านแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างปฏิเสธซ้อนที่หมายความว่าไม่ควรมีสิ่งใดขัดขวางการกระทำ: The test is safe and reversible. ____ try it.
ดูคำตอบ
There is no reason not to
About a year ago, I was diagnosed with cancer. วลี
10:13ประมาณหนึ่งปีที่แล้ว ฉันได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็ง
was diagnosed with cancer: be diagnosed with + โรค
was diagnosed with cancer หมายถึงบุคลากรทางการแพทย์ตรวจพบว่าผู้พูดเป็นมะเร็ง ประโยคนี้ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be diagnosed with + โรค ซึ่งเน้นที่ผู้ป่วยและผลการวินิจฉัย ในโครงสร้างนี้ ชื่อโรคจะตามหลัง with Was แสดงว่าการวินิจฉัยเกิดขึ้นในอดีต วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดเป็นผู้วินิจฉัยมะเร็ง แต่หมายความว่าผู้พูดได้รับการวินิจฉัยดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ใช้รูปกรรมวาจกในอดีตกาลของ be diagnosed with เติมประโยคให้สมบูรณ์: Last week, Maya ____ asthma.
ดูคำตอบ
was diagnosed with
and it clearly showed a tumor on my pancreas.
10:19และมันแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ามีเนื้องอกในตับอ่อนของฉัน
The doctors told me this was almost certainly a type of cancer that is incurable วลี
10:25แพทย์บอกฉันว่านี่เกือบจะเป็นมะเร็งประเภทหนึ่งที่รักษาไม่หายแน่นอน
almost certainly: มั่นใจสูงแต่ยังเผื่อความไม่แน่นอนไว้เล็กน้อย
almost certainly หมายถึงผู้พูดเชื่อว่าบางสิ่งมีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นจริง แต่ยังยอมรับว่ามีโอกาสเล็กน้อยที่จะไม่เป็นเช่นนั้น almost ไม่ได้ทำให้ certainly กลายเป็นคำที่แสดงความมั่นใจต่ำ เพราะทั้งวลียังคงแสดงความมั่นใจอย่างมาก วลีนี้เหมาะสำหรับการตัดสินหรือการคาดการณ์ที่มีหลักฐานหนักแน่น แต่ยังรับประกันข้อสรุปไม่ได้ทั้งหมด ในประโยคนี้ แพทย์เสนอข้อสรุปว่าเป็นไปได้สูงมาก ไม่ใช่ว่าแน่นอนโดยสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ almost certainly ในประโยคนี้ได้เหมาะสมที่สุด: The package will almost certainly arrive tomorrow?
- ผู้พูดไม่มีหลักฐานและกำลังเดาเท่านั้น
- ผู้พูดคิดว่าพัสดุมีโอกาสมาถึงมากกว่าไม่มาถึงเพียงเล็กน้อย
- ผู้พูดมั่นใจมาก แต่ยอมรับว่ายังมีโอกาสเล็กน้อยที่ตนจะคิดผิด
- มีการพิสูจน์แล้วว่าพัสดุจะมาถึงโดยไม่มีโอกาสผิดพลาดเลย
ดูคำตอบ
ผู้พูดมั่นใจมาก แต่ยอมรับว่ายังมีโอกาสเล็กน้อยที่ตนจะคิดผิด
and that I should expect to live no longer than 3 to 6 months. วลี
10:30และคาดว่าจะมีชีวิตอยู่ได้ไม่เกิน 3 ถึง 6 เดือน
live no longer than 3 to 6 months: การกำหนดขีดจำกัดเวลาสูงสุด
ใน no longer than คำว่า no ทำให้ทิศทางการเปรียบเทียบของ longer than กลับกัน วลีนี้กำหนดขีดจำกัดสูงสุด หมายความว่าเวลาไม่น่าจะยาวเกินระยะที่กล่าวไว้ ในที่นี้ 3 to 6 months คือช่วงอายุที่เหลืออยู่ตามการประเมินของแพทย์ ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าจะมีชีวิตยืนยาวขึ้น แต่จำกัดการคาดการณ์ไว้ที่ช่วงสั้น ๆ นี้ โดยหกเดือนเป็นปลายบนสุดของช่วง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่เกินระยะเวลานี้”: The repair should take ____ two weeks.
ดูคำตอบ
no longer than
My doctor advised me to go home and get my affairs in order, สำนวน
10:35แพทย์แนะนำให้ฉันกลับบ้านไปจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อย
get my affairs in order: จัดการเรื่องสำคัญส่วนตัวให้เรียบร้อย
Get one's affairs in order หมายถึงการจัดการเรื่องสำคัญส่วนตัวให้เรียบร้อย เช่น การเงิน เอกสารทางกฎหมาย ทรัพย์สิน และแผนสำหรับสมาชิกในครอบครัว ในบริบททางการแพทย์นี้ get my affairs in order เป็นวิธีพูดอย่างนุ่มนวลแต่จริงจังเพื่อแนะนำให้เตรียมตัวรับความตาย affairs ในที่นี้หมายถึงเรื่องส่วนตัว ไม่ใช่ความสัมพันธ์เชิงชู้สาว และ in order หมายถึงได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ get one's affairs in order ที่สอดคล้องกับ he: Before the high-risk surgery, he decided to ____.
ดูคำตอบ
get his affairs in order
X is code for Y: เปิดเผยข้อความที่แฝงอยู่
ในรูปแบบ X is code for Y คำว่า code หมายถึงถ้อยคำอ้อม ๆ ที่มีความหมายซึ่งเข้าใจกันหรือซ่อนอยู่ ไม่ได้หมายถึงรหัสผ่านหรือคำสั่งคอมพิวเตอร์ ตรงนี้ which ย้อนกลับไปถึงคำพูดก่อนหน้าของหมอ และผู้พูดบอกว่าข้อความที่แท้จริงคือ “prepare to die” รูปแบบนี้ใช้ตีความถ้อยคำที่สุภาพ คลุมเครือ หรือใช้เฉพาะในกลุ่มหนึ่ง โดยบอกว่าผู้พูดคิดว่าถ้อยคำนั้นสื่ออะไรจริง ๆ ส่วน Y คือข้อความที่แฝงอยู่ ซึ่งอาจเป็นการตีความของผู้พูด ไม่ใช่ความหมายที่ยอมรับกันอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
code for ใน doctor's code for prepare to die หมายถึงอะไร?
- คำสั่งคอมพิวเตอร์ที่เขียนให้หมอ
- ถ้อยคำอ้อม ๆ ที่มีความหมายแฝงว่า “prepare to die”
- รหัสผ่านลับที่หมอใช้
ดูคำตอบ
ถ้อยคำอ้อม ๆ ที่มีความหมายแฝงว่า “prepare to die”
you thought you'd have the next 10 years to tell them,
10:46ที่คุณคิดว่ายังมีเวลาอีก 10 ปีค่อยบอกพวกเขา
It means to make sure everything is buttoned up, สำนวน
10:51มันหมายถึงการทำให้แน่ใจว่าทุกอย่างถูกจัดการไว้เรียบร้อย
everything is buttoned up: ทุกเรื่องได้รับการจัดการเรียบร้อย
Buttoned up ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงทุกอย่างได้รับการจัดการ จัดระเบียบ และทำให้เสร็จสมบูรณ์โดยไม่มีเรื่องสำคัญค้างอยู่ ไม่ได้หมายความว่าเสื้อผ้าหรือสิ่งของถูกติดกระดุมจริง ๆ ใน everything is buttoned up โครงสร้าง is + คำกริยาช่องที่สามบรรยายสภาพหลังจากการจัดเตรียมทั้งหมดเสร็จแล้ว โดยเน้นผลลัพธ์ว่าทุกเรื่องที่จำเป็นได้รับการจัดการแล้ว
แบบฝึกหัด
everything is buttoned up ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- เสื้อผ้าทุกชิ้นติดกระดุมเรียบร้อย
- ทุกอย่างถูกซ่อนหรือล็อกไว้
- เรื่องสำคัญทั้งหมดได้รับการจัดการและจัดระเบียบเรียบร้อย
ดูคำตอบ
เรื่องสำคัญทั้งหมดได้รับการจัดการและจัดระเบียบเรียบร้อย
so that it will be as easy as possible for your family.
10:53เพื่อให้ครอบครัวของคุณรับมือได้ง่ายที่สุด
say your goodbyes: การบอกลาครั้งสำคัญหรือครั้งสุดท้าย
Say your goodbyes หมายถึงการกล่าวอำลาคนสำคัญก่อนจากไป การใช้ goodbyes ในรูปพหูพจน์มักทำให้การบอกลาดูเป็นกระบวนการทั้งหมด เช่น บอกลาหลายคนหรือปิดฉากความสัมพันธ์หลายอย่าง ไม่ใช่แค่พูด “bye” แบบสบาย ๆ ครั้งเดียว ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวมีน้ำเสียงจริงจังและอาจหมายถึงการบอกลาครั้งสุดท้าย มักใช้เมื่อคนคนหนึ่งอาจไม่ได้พบคนเหล่านั้นอีกเป็นเวลานาน หรืออาจไม่ได้พบกันอีกเลย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ say your goodbyes มากที่สุด
- คนหนึ่งออกจากห้องเป็นเวลาสองนาที
- คนหนึ่งสิ้นสุดอาชีพที่ทำมายาวนานและไปหาอดีตเพื่อนร่วมทีมก่อนจากไป
- คนหนึ่งพบสมาชิกในชั้นเรียนใหม่เป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ
คนหนึ่งสิ้นสุดอาชีพที่ทำมายาวนานและไปหาอดีตเพื่อนร่วมทีมก่อนจากไป
where they stuck an endoscope down my throat, through my stomach, and into my intestines,
11:05โดยที่พวกเขาใช้กล้องเอนโดสโคปเข้าไปในลำคอของฉัน ผ่านท้องของฉัน และเข้าไปในลำไส้ของฉัน
put a needle into my pancreas, and got a few cells from the tumor.
11:10แทงเข็มเข้าไปในตับอ่อนของฉัน และดึงเซลล์บางส่วนออกจากเนื้องอก
told me that when they viewed the cells under a microscope,
11:17บอกฉันว่าเมื่อพวกเขาดูเซลล์ด้วยกล้องจุลทรรศน์
because it turned out to be a very rare form of pancreatic cancer
11:22เพราะกลายเป็นมะเร็งตับอ่อนรูปแบบที่หายากมาก
is curable with surgery: มีโอกาสรักษาให้หายด้วยการผ่าตัด
Curable หมายถึงโรคหรือภาวะนั้นมีโอกาสรักษาให้หายได้ ส่วน with surgery ระบุว่าวิธีนั้นคือการผ่าตัด ดังนั้น is curable with surgery จึงหมายความว่าการผ่าตัดเป็นวิธีหนึ่งที่อาจกำจัดหรือแก้ไขภาวะนั้นได้ สำนวนนี้บอกถึงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ผลที่เกิดขึ้นแล้ว และไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จกับผู้ป่วยทุกคน เนื่องจากก่อนหน้านี้โรคถูกบอกว่า incurable คำว่า curable จึงแสดงการเปลี่ยนจากไม่มีทางรักษาให้หายไปสู่การมีโอกาสรักษาให้หาย
แบบฝึกหัด
ข้อใดอธิบาย The condition is curable with surgery. ได้ถูกต้องที่สุด
- การผ่าตัดควบคุมภาวะนั้นได้ แต่รักษาให้หายไม่ได้
- การผ่าตัดอาจรักษาภาวะนั้นให้หายได้
- ภาวะนั้นได้รับการรักษาให้หายด้วยการผ่าตัดแล้ว
ดูคำตอบ
การผ่าตัดอาจรักษาภาวะนั้นให้หายได้
I had the surgery, and thankfully, I'm fine now.
11:28ฉันได้รับการผ่าตัด และโชคดีที่ตอนนี้ฉันสบายดี
This was the closest I've been to facing death, สำนวน
11:40นี่เป็นช่วงเวลาที่ใกล้เคียงที่สุดที่ฉันเคยเผชิญหน้ากับความตาย
to facing death: เผชิญกับภัยคุกคามจากความตายจริง ๆ
ใน facing death คำว่า face หมายถึงเผชิญหน้าหรือรับมือกับบางสิ่งโดยตรง ไม่ได้หมายถึงหันร่างกายไปทางสิ่งนั้น คำว่า death ในที่นี้เป็นความเป็นไปได้หรือภัยคุกคามที่เกิดขึ้นจริง วลีนี้จึงหมายถึงการต้องรับมือกับความเป็นไปได้ที่ตนเองอาจเสียชีวิต ในโครงสร้าง the closest I've been to facing death คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของ close to และทำหน้าที่เป็นคำบุพบท ด้วยเหตุนี้จึงต้องตามด้วยรูป -ing คือ facing ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน face
แบบฝึกหัด
facing death ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- หันร่างกายไปทางบุคคลหนึ่ง
- ตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ ที่อาจเสียชีวิต
- ไปร่วมงานศพ
ดูคำตอบ
ตกอยู่ในอันตรายจริง ๆ ที่อาจเสียชีวิต
and I hope it's the closest I get for a few more decades.
11:42และฉันหวังว่านี่จะเป็นครั้งที่ใกล้ที่สุดไปอีกหลายสิบปี
than when death was a useful but purely intellectual concept.
11:50กว่าเมื่อความตายเป็นแนวคิดที่มีประโยชน์แต่เป็นแนวคิดทางปัญญาล้วนๆ
Having lived through it: ใช้ประสบการณ์ที่เสร็จสิ้นแล้วสนับสนุนคำกล่าวในปัจจุบัน
Having lived through it เป็นอนุประโยคแบบ perfect participle ซึ่งมีโครงสร้าง having + past participle โดยวางประสบการณ์นั้นไว้ก่อนการกระทำในประโยคหลัก I can now say และ having ไม่ใช่คำกริยาหลัก Live through หมายถึงประสบกับเหตุการณ์ร้ายแรงและรอดผ่านมันมาได้ ในที่นี้ it หมายถึงประสบการณ์ทางการแพทย์ที่ยากลำบากซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า และอนุประโยคนี้ยังอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงมั่นใจมากขึ้น เพราะประสบการณ์ตรงช่วยสนับสนุนคำกล่าวในปัจจุบัน ประธานที่ละไว้ของ having lived through it คือ I ซึ่งเป็นประธานเดียวกับประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูป perfect participle ของ review: ____ the evidence, the detective could explain the case with confidence.
ดูคำตอบ
Having reviewed
Even people who want to go to heaven don't want to die to get there.
11:57แม้แต่คนที่อยากไปสวรรค์ก็ไม่อยากตายเพื่อไปสวรรค์
And yet, death is the destination we all share. ลำดับความ
12:01แต่ความตายก็ยังเป็นจุดหมายปลายทางที่เราทุกคนมีร่วมกัน
And yet: แสดงความขัดแย้งกับสิ่งที่คาดไว้
And yet ใช้นำเสนอข้อความที่ยังคงเป็นจริง แม้ว่าแนวคิดก่อนหน้าจะทำให้เราคาดหวังสิ่งที่ต่างออกไป ในที่นี้ ไม่มีใครอยากตาย แต่ความตายยังคงเป็นจุดหมายปลายทางร่วมกันของทุกคน เมื่ออยู่ต้นประโยค สำนวนนี้จะเปลี่ยนทิศทางของข้อโต้แย้งจากประเด็นก่อนหน้าไปสู่ข้อสรุปที่ขัดแย้งกัน ในการใช้แบบนี้ yet ไม่ได้มีความหมายด้านเวลาว่า จนถึงตอนนี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ And yet เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ที่ขัดกับความคาดหวังจากประโยคแรก
- The road was icy. And yet, the bus arrived on time.
- The road was icy. And also, the trip took two hours.
- The road was icy. And then, the driver checked the map.
ดูคำตอบ
The road was icy. And yet, the bus arrived on time.
because death is very likely the single best invention of life.
12:09เพราะความตายน่าจะเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในชีวิต
life's change agent: พลังที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
ใน change agent คำว่า agent หมายถึงบุคคลหรือพลังที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสำคัญ ผู้พูดมอบบทบาทนี้ให้ความตายภายในชีวิต กล่าวคือ เมื่อความตายนำสิ่งเก่าออกไป ก็ทำให้มีพื้นที่สำหรับการฟื้นฟูและคนรุ่นใหม่ รูปแสดงความเป็นเจ้าของ life's เชื่อมพลังนี้เข้ากับชีวิตเอง ข้อความนี้เป็นคำเปรียบเทียบเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่ตำแหน่งงานจริงหรือการกล่าวถึงสายลับ
แบบฝึกหัด
ใน It's life's change agent คำว่า change agent หมายถึงอะไร
- บริษัทที่จัดการเดินทางให้ชีวิต
- พลังภายในชีวิตที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
- สายลับที่ชีวิตว่าจ้าง
ดูคำตอบ
พลังภายในชีวิตที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลง
It clears out the old to make way for the new. สำนวน
12:15เป็นการล้างสิ่งเก่าออกไปเพื่อหลีกทางให้สิ่งใหม่
clear out the old to make way for the new: ขจัดสิ่งเก่าเพื่อเปิดทางให้สิ่งใหม่
clear out หมายถึงนำสิ่งที่ไม่ต้องการแล้วออกไป ส่วน make way for หมายถึงสร้างที่ว่างหรือเปิดโอกาสให้สิ่งอื่น เมื่อรวมเป็น clear out X to make way for Y การแทนที่จึงถูกนำเสนอราวกับว่ามีคนกำลังเคลียร์พื้นที่จริง ๆ ในประโยคนี้ ภาพดังกล่าวเป็นการเปรียบเทียบเชิงอุปมา โดย the old และ the new หมายถึงสิ่ง ช่วงเวลา หรือรูปแบบเก่าและใหม่อย่างกว้าง ๆ โครงสร้างนี้ใช้ได้ทั้งกับการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่จริงและการเปลี่ยนผ่านเชิงนามธรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายจากบทเรียนที่หมายถึงสร้างที่ว่างหรือโอกาสให้บางสิ่ง: The outdated rules were removed to ____ a simpler system.
ดูคำตอบ
make way for
you will gradually become the old and be cleared away.
12:23คุณจะค่อยๆ กลายเป็นคนแก่และถูกกวาดล้างไป
Sorry to be so dramatic, but it's quite true. น้ำเสียง/เจตนา
12:27ขออภัยที่ต้องดราม่ามาก แต่ก็ค่อนข้างจริง
Sorry to be so dramatic: คำเกริ่นที่ตระหนักถึงตนเองเพื่อทำให้น้ำเสียงนุ่มลง
Sorry to be so dramatic เป็นคำเกริ่นที่แสดงว่าผู้พูดตระหนักถึงน้ำเสียงของตนเอง โดยปกติไม่ใช่คำขอโทษอย่างเต็มรูปแบบ ผู้พูดยอมรับว่าถ้อยคำอาจฟังรุนแรง เกินจริง หรือเต็มไปด้วยอารมณ์ เพื่อให้ผู้ฟังต่อต้านสารนั้นน้อยลง ในประโยคเต็ม but แสดงว่าผู้พูดยังยืนยันคำกล่าวเดิม แม้น้ำเสียงอาจดูเกินจริง แต่ผู้พูดเชื่อว่าเนื้อหานั้นเป็นความจริง โครงสร้างนี้ช่วยลดความกระแทกของคำกล่าวที่หนักแน่นโดยไม่ถอนคำกล่าวนั้น
แบบฝึกหัด
หน้าที่หลักของ Sorry to be so dramatic ในตัวอย่างคืออะไร?
- ยอมรับว่าคำกล่าวฟังรุนแรงและช่วยลดความรุนแรงของน้ำเสียง
- ขอโทษอย่างเป็นทางการที่ก่อความเสียหาย
- ขอให้ใครบางคนแสดงให้ดูเกินจริงมากขึ้น
ดูคำตอบ
ยอมรับว่าคำกล่าวฟังรุนแรงและช่วยลดความรุนแรงของน้ำเสียง
Your time is limited, so don't waste it living someone else's life. สำนวน
12:31เวลาของคุณมีจำกัด ดังนั้นอย่าเสียเวลาไปกับการใช้ชีวิตแบบคนอื่น
don't waste it living someone else's life: อย่าเสียเวลาไปกับการใช้ชีวิตตามความคาดหวังของคนอื่น
ในประโยคนี้ it ย้อนกลับไปแทน your time โครงสร้าง waste + เวลาหรือทรัพยากรอื่น + กริยา -ing หมายถึงการใช้ทรัพยากรนั้นไปกับกิจกรรมที่ไม่คุ้มค่า Living someone else's life เป็นสำนวนเปรียบเทียบ หมายถึงการตัดสินใจเรื่องชีวิตโดยมุ่งทำตามความคาดหวัง ค่านิยม หรือแผนของคนอื่น แทนที่จะเลือกเส้นทางของตนเอง ไม่ได้หมายถึงการเข้าไปครอบครองชีวิตของคนอื่นตามความหมายตรงตัว
แบบฝึกหัด
เติมคำหนึ่งคำลงในโครงสร้างที่เน้นไว้: Do not waste your time ____ someone else's life.
ดูคำตอบ
living
which is living with the results of other people's thinking.
12:39ซึ่งก็คือการใช้ชีวิตตามผลลัพธ์จากความคิดของคนอื่น
dogma: ความเชื่อที่ถูกถือว่าห้ามตั้งคำถาม
Dogma หมายถึงความเชื่อหรือชุดความเชื่อที่ถูกมองว่าเป็นความจริงซึ่งห้ามตั้งคำถาม โดยทั่วไปคำนี้มีนัยวิจารณ์ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การมีความคิดหนึ่ง แต่คือการยอมรับข้อสรุปตายตัวโดยไม่ตรวจสอบ ในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย which อธิบายความหมายที่ผู้พูดตั้งใจไว้ การติดอยู่ใน dogma หมายถึงการปล่อยให้ผลลัพธ์จากความคิดของคนอื่นควบคุมวิธีใช้ชีวิตและวิธีคิดของตน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ dogma ในความหมายว่าเป็นความเชื่อแข็งทื่อที่ถูกมองว่าห้ามตั้งคำถาม?
- Maya shared her opinion about the concert.
- The committee challenged the dogma that one method must work for everyone.
- The guide explained the school's safety policy.
ดูคำตอบ
The committee challenged the dogma that one method must work for everyone.
Don't let the noise of others' opinions drown out your own inner voice. สำนวน
12:42อย่าปล่อยให้เสียงความคิดเห็นของผู้อื่น กลบเสียงภายในของคุณเอง
drown out your own inner voice: ความคิดเห็นภายนอกกลบการตัดสินใจของตนเอง
ใน drown out เสียงหนึ่งดังมากจนทำให้ไม่ได้ยินอีกเสียงหนึ่ง ในประโยคนี้ใช้เป็นอุปมา โดย “เสียงรบกวน” จากความคิดเห็นของคนอื่นอาจกลบการตัดสินใจ สัญชาตญาณ และความต้องการที่แท้จริงของคุณเอง Your own inner voice หมายถึงสิ่งชี้นำที่คุณรู้สึกจากภายใน ไม่ใช่เสียงที่ได้ยินจริง ๆ ข้อความนี้เตือนให้รับฟังความคิดเห็นภายนอกได้ แต่อย่าปล่อยให้ความคิดเห็นเหล่านั้นมาแทนที่ความคิดของตนเอง
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “กลบจนได้ยินหรือสังเกตได้ยาก” ลงในประโยค: Do not let constant criticism ____ your own inner voice.
ดูคำตอบ
drown out
And most important, have the courage to follow your heart and intuition.
12:46และที่สำคัญที่สุดคือมีความกล้าที่จะทำตามหัวใจและสัญชาตญาณของคุณ
They somehow already know what you truly want to become.
12:50พวกเขารู้อยู่แล้วว่าคุณอยากเป็นอะไรอย่างแท้จริง
Everything else is secondary: ปิดท้ายด้วยสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งที่ชัดเจน
ในที่นี้ Everything else รวมข้อพิจารณาทั้งหมดนอกเหนือจากการทำตามหัวใจและสัญชาตญาณไว้เป็นกลุ่มเดียว Secondary หมายถึงมีความสำคัญน้อยกว่า ดังนั้นประโยคนี้จึงวางหลักการที่กล่าวไว้ก่อนหน้าเป็นอันดับแรก และวางสิ่งอื่นทั้งหมดไว้รองลงมา เพราะเป็นประโยคที่สั้นและเด็ดขาด จึงทำหน้าที่เป็นบทสรุปปิดท้าย โดยหยุดเพิ่มรายละเอียดและทิ้งสิ่งสำคัญอันดับหนึ่งที่ชัดเจนไว้ให้ผู้ฟัง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Everything else is secondary,” secondary หมายถึงอะไร?
- สำคัญน้อยกว่าสิ่งที่เป็นอันดับหนึ่ง
- เกิดขึ้นเป็นลำดับที่สองตามเวลา
- เกี่ยวข้องกับระดับมัธยมศึกษา
ดูคำตอบ
สำคัญน้อยกว่าสิ่งที่เป็นอันดับหนึ่ง
the Whole Earth Catalog: คู่มือเครื่องมือและแนวคิดที่ทรงอิทธิพล
Whole Earth Catalog เป็นสิ่งพิมพ์แบบเล่มของสหรัฐฯ ที่ทรงอิทธิพลและรวบรวมคำแนะนำเกี่ยวกับเครื่องมือ หนังสือ และแนวคิด โดยเฉพาะสำหรับผู้อ่านที่สนใจการเรียนรู้ด้วยตนเองและวิถีชีวิตทางเลือก ในประโยคนี้ ชื่อนี้มีน้ำหนักทางวัฒนธรรม Jobs กำลังกล่าวถึงแหล่งข้อมูลที่ช่วยหล่อหลอมความคิดและการกระทำของผู้คนจำนวนมากในรุ่นของเขา ไม่ใช่แค็ตตาล็อกสินค้าทั่วไปของร้านค้า
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ Whole Earth Catalog คืออะไร?
- สิ่งพิมพ์แบบเล่มที่ทรงอิทธิพลและรวบรวมเครื่องมือ หนังสือ และแนวคิด
- แค็ตตาล็อกธรรมดาของร้านค้าที่แสดงรายการสินค้าสำหรับขาย
- คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลรุ่นหนึ่งที่พัฒนาขึ้นในทศวรรษ 1960
ดูคำตอบ
สิ่งพิมพ์แบบเล่มที่ทรงอิทธิพลและรวบรวมเครื่องมือ หนังสือ และแนวคิด
one of the Bibles of my generation: คำเปรียบเปรยถึงคู่มือที่ทรงอิทธิพล
ในที่นี้ Bibles เป็นคำเปรียบเปรยถึงหนังสือหรือแหล่งข้อมูลที่ผู้คนมองว่าทรงอิทธิพลและน่าเชื่อถืออย่างยิ่ง ผู้พูดไม่ได้ระบุว่า Whole Earth Catalog เป็นคัมภีร์ทางศาสนา แต่กำลังยกย่องว่าเป็นคู่มือสำคัญที่ผู้คนพึ่งพาและกลับมาใช้อ้างอิงอยู่เสมอ โครงสร้าง one of + คำนามพหูพจน์ หมายถึงหนึ่งสิ่งจากกลุ่มที่ใหญ่กว่า ส่วน of my generation ระบุว่ามันมีสถานะเช่นนั้นสำหรับคนกลุ่มใด ดังนั้นวลีนี้จึงหมายความว่า มันเป็นหนึ่งในคู่มือสำคัญหลายเล่มที่หล่อหลอมคนรุ่นของผู้พูด
แบบฝึกหัด
one of the Bibles of my generation ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- หนึ่งในคัมภีร์ทางศาสนาหลายเล่มที่ผู้พูดเป็นเจ้าของ
- หนึ่งในคู่มือที่คนรุ่นนั้นไว้วางใจมากที่สุดและได้รับอิทธิพลมากที่สุด
- หนึ่งในหนังสือที่กฎหมายกำหนดให้ทุกคนในรุ่นนั้นต้องอ่าน
ดูคำตอบ
หนึ่งในคู่มือที่คนรุ่นนั้นไว้วางใจมากที่สุดและได้รับอิทธิพลมากที่สุด
It was created by a fellow named Stewart Brand, not far from here in Menlo Park,
13:17มันถูกสร้างขึ้นโดยเพื่อนชื่อ Stewart Brand ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ใน Menlo Park
and he brought it to life with his poetic touch. สำนวน
13:22และเขาก็ทำให้มันมีชีวิตขึ้นมาด้วยสัมผัสแห่งบทกวีของเขา
he brought it to life: ทำให้แนวคิดหรือผลงานมีชีวิตขึ้นมา
โครงสร้าง bring something to life หมายถึงทำให้แนวคิด โครงการ ตัวละคร หรือผลงานดูเป็นจริง มีชีวิตชีวา หรือเป็นรูปธรรมอย่างสมบูรณ์ brought เป็นรูปอดีตของ bring ในประโยคนี้ it หมายถึง Whole Earth Catalog วลีนี้บอกว่าสไตล์ที่เปี่ยมด้วยบทกวีของเขาทำให้สิ่งนี้กลายเป็นสิ่งพิมพ์ที่น่าสนใจและน่าจดจำ ไม่ได้หมายความว่าเขามอบชีวิตให้วัตถุไม่มีชีวิตจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ทำให้ตัวละครมีชีวิตชีวา”: The actor brought the character ____.
ดูคำตอบ
to life
This was in the late '60s, before personal computers and desktop publishing. โน้ต
13:25นี่เป็นช่วงปลายทศวรรษที่ 60 ก่อนคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและการเผยแพร่บนเดสก์ท็อป
the late '60s: ช่วงปลายทศวรรษ 1960
ในบริบททางประวัติศาสตร์นี้ the late '60s หมายถึงช่วงท้ายของทศวรรษ 1960 โดยมากคือประมาณปี 1967–1969 late ใช้บอกตำแหน่งภายในทศวรรษ ไม่ได้หมายถึง “มาสาย” เครื่องหมายอะพอสทรอฟีใน '60s แสดงว่าตัวเลขที่บอกศตวรรษใน 1960s ถูกละไว้ ในบริบทอื่นต้องดูจากบริบทว่าหมายถึงศตวรรษใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าแกลเลอรีเปิดในช่วงใกล้สิ้นทศวรรษ 1960
- The gallery opened in the late '60s.
- The gallery opened in the early '60s.
- The gallery opened in the late '70s.
ดูคำตอบ
The gallery opened in the late '60s.
desktop publishing: การจัดหน้าและเตรียมสิ่งพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์
desktop publishing หมายถึงการใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและซอฟต์แวร์เพื่อจัดวางข้อความกับรูปภาพและเตรียมเนื้อหาสำหรับการตีพิมพ์ คำว่า desktop ในที่นี้หมายถึงสภาพแวดล้อมการทำงานบนคอมพิวเตอร์ ไม่ใช่โต๊ะที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ วลีนี้ใช้บอกยุคทางเทคโนโลยี การกล่าวว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและ desktop publishing แสดงว่าเครื่องมือจัดพิมพ์ด้วยคอมพิวเตอร์แบบที่ใช้ในปัจจุบันยังไม่มีในตอนนั้น จึงช่วยให้เข้าใจว่าวิธีผลิตและจัดระเบียบข้อมูลสิ่งพิมพ์ในสมัยนั้นต่างจากปัจจุบันมาก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ desktop publishing หมายถึงอะไร?
- นำหนังสือมาวางแสดงบนโต๊ะจริง ๆ
- ตีพิมพ์เฉพาะเนื้อหาเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
- ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและซอฟต์แวร์ออกแบบและเตรียมสิ่งพิมพ์
ดูคำตอบ
ใช้คอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลและซอฟต์แวร์ออกแบบและเตรียมสิ่งพิมพ์
So it was all made with typewriters, scissors, and Polaroid cameras.
13:29ดังนั้นทั้งหมดจึงถูกสร้างขึ้นด้วยเครื่องพิมพ์ดีด กรรไกร และกล้องโพลารอยด์
It was sort of like Google in paperback form 35 years before Google came along. โน้ต
13:33มันเหมือนกับ Google ในรูปแบบปกอ่อนเมื่อ 35 ปีก่อนที่ Google จะเข้ามา
sort of like Google in paperback form: การเปรียบเทียบโดยประมาณ
ผู้พูดจัดคำอธิบายด้วยการเปรียบเทียบ โดย It was sort of like ยก Google ขึ้นมาเป็นสิ่งอ้างอิงที่ผู้ฟังคุ้นเคย ส่วน in paperback form เปลี่ยนสื่อจากเครื่องมือออนไลน์ให้เป็นหนังสือสิ่งพิมพ์ วิธีนี้ช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพสิ่งพิมพ์รุ่นเก่าได้อย่างรวดเร็วว่าเป็นเครื่องมือบนกระดาษสำหรับค้นหาและค้นพบข้อมูล sort of like หมายถึง “คล้ายกันในบางด้าน” ไม่ใช่ “เหมือนกันทุกอย่าง” ประโยคนี้เปรียบเทียบหน้าที่ ไม่ได้บอกว่าทั้งสองสิ่งเป็นสิ่งเดียวกันจริง ๆ และไม่ได้อ้างว่า Google มีฉบับหนังสือปกอ่อน
แบบฝึกหัด
วลี sort of like Google in paperback form ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- ใช้บริการสมัยใหม่ที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแหล่งข้อมูลสิ่งพิมพ์ที่เก่ากว่า
- บอกว่า Google ได้ตีพิมพ์หนังสือปกอ่อนไปแล้วในตอนนั้น
- บอกว่าสิ่งพิมพ์นั้นมีเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับ Google
ดูคำตอบ
ใช้บริการสมัยใหม่ที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายแหล่งข้อมูลสิ่งพิมพ์ที่เก่ากว่า
Google came along: came along หมายถึง “ปรากฏขึ้นภายหลัง”
ในประโยคนี้ came along หมายถึง “ปรากฏขึ้นภายหลัง” หรือ “เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์” วลีนี้วาง Google ไว้ในช่วงเวลาที่มาทีหลังของลำดับเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ come along ตรงนี้ใช้แบบอกรรมกริยา โดย Google คือสิ่งที่ปรากฏขึ้น วลีนี้ไม่ได้บรรยายการเคลื่อนที่เข้าหาผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ come along เพื่อสื่อว่า “ปรากฏขึ้นภายหลัง”: For years, only expensive models were available. Then a cheaper option ____.
ดูคำตอบ
came along
It was idealistic, overflowing with neat tools, and great notions.
13:39มันเป็นอุดมคติ เต็มไปด้วยเครื่องมือที่ประณีต และแนวคิดที่ยอดเยี่ยม
Stewart and his team put out several issues of the Whole Earth Catalog, กริยาวลี
13:44Stewart และทีมของเขาจัดพิมพ์ Whole Earth Catalog หลายฉบับ
put out several issues: ตีพิมพ์สิ่งพิมพ์เป็นระยะหลายฉบับ
put out ในที่นี้หมายถึง “ตีพิมพ์” หรือ “เผยแพร่” โดย Stewart and his team คือผู้จัดพิมพ์ และ several issues of the Whole Earth Catalog เป็นกรรมของกริยาวลีแบบสกรรม put out ในบริบทการพิมพ์ issue หมายถึงสิ่งพิมพ์รายฉบับของนิตยสาร วารสาร แค็ตตาล็อก หรือสิ่งพิมพ์เป็นระยะอื่น ๆ ซึ่งแยกตามวันที่หรือหมายเลข ดังนั้น several issues จึงหมายถึงหลายฉบับ ไม่ใช่หลายปัญหา
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ put out เพื่อสื่อว่า “ตีพิมพ์”: Last year, the museum ____ two special issues of its history magazine.
ดูคำตอบ
put out
and then, when it had run its course, they put out a final issue. สำนวน
13:48และเมื่อมันเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุด พวกเขาก็ออกฉบับสุดท้าย
when it had run its course: เมื่อดำเนินไปจนสิ้นสุดตามธรรมชาติ
Run its course หมายถึงดำเนินไปตามขั้นตอนตามธรรมชาติจนถึงจุดสิ้นสุด ในที่นี้ it หมายถึงวงจรการตีพิมพ์ของ Whole Earth Catalog ไม่ได้หมายถึงการวิ่งหรือวิชาเรียน รูป past perfect ใน had run แสดงว่าการสิ้นสุดตามธรรมชาตินี้เกิดขึ้นก่อนที่พวกเขาจะออกฉบับสุดท้าย สำนวนนี้สื่อว่ากระบวนการดำเนินไปจนจบ ไม่ใช่ถูกสั่งหยุดอย่างกะทันหัน
แบบฝึกหัด
ใน “After several weeks, the debate had run its course,” คำว่า had run its course หมายความว่าอย่างไร?
- มันดำเนินผ่านขั้นตอนต่าง ๆ และไปถึงจุดสิ้นสุดตามธรรมชาติ
- มันเรียนจบหลักสูตรหนึ่ง
- มันถูกยกเลิกอย่างกะทันหันก่อนจะเริ่ม
ดูคำตอบ
มันดำเนินผ่านขั้นตอนต่าง ๆ และไปถึงจุดสิ้นสุดตามธรรมชาติ
On the back cover of their final issue was a photograph of an early morning country road,
13:57ปกหลังของฉบับสุดท้ายมีรูปถ่ายถนนในชนบทยามเช้าตรู่
the kind you might find yourself hitchhiking on if you were so adventurous.
14:03แบบที่คุณอาจพบว่าตัวเองกำลังโบกรถอยู่หากคุณชอบผจญภัยมาก
Beneath it were the words, "Stay hungry. Stay foolish." สำนวน
14:08ข้างใต้มีข้อความว่า “จงหิวโหย จงโง่เขลา”
ความหมายเชิงให้กำลังใจของ “Stay hungry. Stay foolish.”
นี่คือประโยคคำสั่งคู่ขนานสองประโยคในโครงสร้าง Stay + คำคุณศัพท์ ซึ่งใช้เป็นคติพจน์ Hungry เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือให้คงความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้ สร้างสรรค์ และเติบโต ส่วน foolish ถูกใช้ในความหมายเชิงบวกอย่างจงใจ คือให้กล้าถาม ท้าทายสิ่งที่คนทั่วไปยึดถือ และลองแนวคิดที่ตอนแรกอาจดูไม่ฉลาด ข้อความนี้ไม่ได้ยกย่องความหิวจริง ๆ ความโง่ หรือพฤติกรรมบุ่มบ่าม ในฐานะคำอำลา มันเตือนผู้ฟังไม่ให้พอใจกับตัวเองเร็วเกินไปหรือระมัดระวังมากจนหยุดสำรวจสิ่งใหม่
แบบฝึกหัด
ในคติพจน์สร้างแรงบันดาลใจนี้ “Stay hungry. Stay foolish.” สนับสนุนให้ทำสิ่งใด?
- ปล่อยให้ตัวเองหิวจริง ๆ และหลีกเลี่ยงการตัดสินใจอย่างรอบคอบ
- ยังคงอยากเรียนรู้และพร้อมลองแนวคิดที่ไม่เป็นไปตามกรอบเดิม
- ซ่อนความอยากรู้อยากเห็นเพื่อให้ดูเหมือนมีความรู้อยู่เสมอ
ดูคำตอบ
ยังคงอยากเรียนรู้และพร้อมลองแนวคิดที่ไม่เป็นไปตามกรอบเดิม
It was their farewell message as they signed off. กริยาวลี
14:13มันเป็นข้อความอำลาของพวกเขาเมื่อปิดฉากลง
as they signed off: จบข้อความด้วยคำอำลา
ในที่นี้ signed off หมายถึงพวกเขาจบการออกอากาศ สิ่งพิมพ์ ข้อความ หรือการสื่อสารต่อสาธารณะรูปแบบอื่นด้วยคำพูดส่งท้าย วลี as they signed off ระบุว่าข้อความอำลานั้นเกิดขึ้นในช่วงเวลาที่กำลังปิดท้าย ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาลงนามในเอกสารแล้วจากไป เมื่อเน้นการยุติการสื่อสารและกล่าวลา สามารถใช้ sign off โดยไม่ต้องมีกรรมได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ sign off: After thanking the listeners, the radio host ____ for the night.
ดูคำตอบ
signed off
And now, as you graduate to begin anew, I wish that for you. ลำดับความ
14:22และตอนนี้ เมื่อคุณสำเร็จการศึกษาเพื่อเริ่มต้นใหม่ ฉันก็ปรารถนาสิ่งนั้นสำหรับคุณ
you graduate to begin anew: การสำเร็จการศึกษาในฐานะจุดเริ่มต้นใหม่
วลี you graduate ระบุช่วงเวลาสำคัญที่ผู้ฟังกำลังเผชิญอยู่ นั่นคือการสำเร็จการศึกษา จากนั้นวลี infinitive to begin anew ตีความช่วงเวลานี้ว่าเป็นจุดเริ่มต้นของขั้นใหม่ ทำให้สุนทรพจน์เปลี่ยนจากเรื่องก่อนหน้าไปสู่อนาคตของผู้สำเร็จการศึกษาและคำอวยพรสุดท้ายของผู้พูด ในที่นี้ to ใช้ขึ้นต้น infinitive to begin ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว graduate to ส่วน anew หมายถึง “อีกครั้งด้วยวิธีใหม่หรือแตกต่างออกไป” และทำให้การเปลี่ยนประเด็นมีน้ำเสียงเป็นทางการและเหมาะกับพิธีการ
แบบฝึกหัด
you graduate to begin anew ทำหน้าที่อะไรในสุนทรพจน์วันสำเร็จการศึกษานี้?
- วลีนี้บอกว่า graduate to เป็นกริยาวลีตายตัวที่หมายถึงการเรียนซ้ำ
- วลีนี้นำเสนอการสำเร็จการศึกษาว่าเป็นจุดจบของการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดในอนาคต
- วลีนี้เชื่อมการสำเร็จการศึกษาในปัจจุบันเข้ากับขั้นใหม่และเตรียมเข้าสู่คำอวยพรสุดท้าย
ดูคำตอบ
วลีนี้เชื่อมการสำเร็จการศึกษาในปัจจุบันเข้ากับขั้นใหม่และเตรียมเข้าสู่คำอวยพรสุดท้าย
The preceding program is copyrighted by Stanford University.
14:56โปรแกรมก่อนหน้านี้เป็นลิขสิทธิ์ของมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด