ฉันคือใคร? การสำรวจเชิงปรัชญา - เอมี แอดกินส์: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้ใช้ปฏิทรรศน์เรือของธีซุสสำรวจอัตลักษณ์ส่วนบุคคล หากเรือหรือคนค่อย ๆ เปลี่ยนส่วนประกอบทีละชิ้น อะไรทำให้ยังคงเป็นสิ่งเดิมเมื่อเวลาผ่านไป เนื้อหาเปรียบเทียบความต่อเนื่องกับองค์ประกอบดั้งเดิม แล้วเชื่อมปัญหานี้เข้ากับร่างกาย ความคิด อารมณ์ และสถานการณ์ของเราที่เปลี่ยนแปลงเสมอ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. From the ancient Greek aphorism inscribed on the Temple of Apollo, "Know thyself," to the Who's rock anthem, "Who are you?" — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ เรียนรู้การใช้ From...to... เพื่อวางตัวอย่างที่ห่างกันทั้งทางวัฒนธรรมและยุคสมัยไว้บนช่วงเดียวกัน และแสดงอย่างกระชับว่าคำถามหนึ่งครอบคลุมหลายยุคกับหลายบริบทสังคม 2. the Ship of Theseus — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง เข้าใจว่านี่คือชื่อปฏิทรรศน์ทางปรัชญาที่ถามว่าวัตถุยังคงอัตลักษณ์เดิมหรือไม่หลังจากชิ้นส่วนทั้งหมดถูกเปลี่ยนอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพื่อให้ติดตามข้อโต้แย้งเรื่องความต่อเนื่องและความแท้จริงได้ 3. what does this have to do with you? — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม ใช้คำถามที่พบบ่อยนี้เพื่อเปลี่ยนจากเรื่องราวหรือทฤษฎีนามธรรมมาสู่ความเกี่ยวข้องกับผู้ฟัง ทำให้การนำเสนอมีความหมายส่วนตัวโดยไม่ต้องอธิบายช่วงเชื่อมยาว ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Throughout the history of mankind: การเปิดเรื่องด้วยกรอบเวลากว้าง
Throughout the history of mankind กำหนดกรอบเวลาให้กว้างที่สุดก่อนจะเข้าสู่ใจความหลัก ในประโยคนี้ วลีนี้ไม่ได้แค่บอกว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อใด แต่ยังชี้นำให้ผู้ฟังมองหัวข้อที่กำลังจะตามมาในมุมของประวัติศาสตร์มนุษย์ทั้งหมด รูปแบบ «วางกรอบกว้างก่อน แล้วค่อยเข้าสู่หัวข้อเฉพาะ» ทำให้คำถามที่เป็นเรื่องส่วนบุคคลหรือนามธรรมดูเป็นเรื่องสากลที่มีมายาวนาน วิธีเปิดเรื่องแบบนี้พบได้บ่อยในสุนทรพจน์ สารคดี และงานเขียนเชิงอธิบาย
แบบฝึกหัด
การเปิดเรื่องนี้มีหน้าที่หลักในการเรียบเรียงเนื้อหาอย่างไร?
- บอกผู้ฟังว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นที่ไหน
- วางกรอบให้หัวข้อถัดไปเป็นเรื่องที่มนุษย์มีร่วมกันมาอย่างยาวนานตลอดประวัติศาสตร์
- จำกัดการอภิปรายไว้ที่เหตุการณ์หนึ่งซึ่งมีวันที่ชัดเจน
ดูคำตอบ
วางกรอบให้หัวข้อถัดไปเป็นเรื่องที่มนุษย์มีร่วมกันมาอย่างยาวนานตลอดประวัติศาสตร์
have sent poets..., philosophers..., and seekers...: กริยาร่วมหนึ่งตัวในรายการแบบขนาน
รูปแบบคือ have sent A to X, B to Y, and C to Z หากเขียนเต็ม ความหมายจะเป็น have sent poets..., have sent philosophers... และ have sent seekers... แต่ละวลีกริยาที่ซ้ำกันถูกละไว้ในรายการที่สองและสาม โดยคนแต่ละกลุ่มยังคงมีวลี to ของตัวเอง การใช้กริยาร่วมกันในรายการที่มีโครงสร้างขนานทำให้ประโยคกระชับ และสร้างจังหวะที่สม่ำเสมอพร้อมกับค่อย ๆ เพิ่มน้ำหนัก นอกจากนี้ยังแสดงให้เห็นว่าสาเหตุเดียวกันส่งผลต่อคนหลายกลุ่ม
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้กริยาตัวเดียวร่วมกันในโครงสร้างขนานได้อย่างถูกต้อง?
- The storm sent hikers to shelters, drivers went to side roads, and officials to the control room.
- The storm hikers to shelters, drivers to side roads, and officials to the control room.
- The storm sent hikers to shelters, drivers to side roads, and officials to the control room.
ดูคำตอบ
The storm sent hikers to shelters, drivers to side roads, and officials to the control room.
Know thyself: รูปโบราณของ know yourself
Know thyself เป็นถ้อยคำภาษาอังกฤษแบบดั้งเดิมของคติพจน์กรีกโบราณ มีความหมายว่า know yourself คือให้เข้าใจนิสัย แรงจูงใจ จุดแข็ง และข้อจำกัดของตนเอง ในประโยคนี้ การยกคำกล่าวดังกล่าวเชื่อมคำถามเรื่องอัตลักษณ์เข้ากับขนบปรัชญาโบราณ Thyself เป็นสรรพนามสะท้อนกลับแบบโบราณที่เทียบได้กับ yourself ในภาษาอังกฤษปัจจุบัน การคงคำว่า thyself ไว้บอกว่านี่คือคำอ้างอิงทางประวัติศาสตร์ที่เป็นที่รู้จัก ไม่ใช่คำสั่งทั่วไปในภาษาอังกฤษสมัยใหม่
แบบฝึกหัด
เติมรูปภาษาอังกฤษดั้งเดิมของคติพจน์นี้ให้สมบูรณ์: ____.
ดูคำตอบ
Know thyself
From ... to ... เพื่อแสดงช่วงที่ครอบคลุมยุคสมัยและวัฒนธรรม
ในที่นี้ from A to B ใช้กำหนดจุดปลายสองด้านของช่วง ไม่ได้บอกการเดินทางจริง จุดปลายแรกคือคติพจน์กรีกโบราณ ส่วนอีกจุดคือเพลงร็อกสมัยใหม่ การนำตัวอย่างที่ห่างกันมากมาไว้ในกรอบ from ... to ... เดียวกัน แสดงให้เห็นว่าคำถามเดียวกันเกี่ยวกับอัตลักษณ์ปรากฏอยู่ในยุคสมัยและรูปแบบวัฒนธรรมที่ต่างกัน วลี from ... to ... ทั้งชุดมักใช้วางกรอบให้อนุประโยคหลักที่ตามมา ซึ่งบอกว่าสิ่งใดเป็นจริงตลอดทั้งช่วงนั้น
แบบฝึกหัด
From ... to ... ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- บอกว่าคติพจน์โบราณเขียนขึ้นเพื่อเพลงร็อกเพลงนั้น
- แสดงช่วงตั้งแต่แหล่งข้อมูลโบราณไปจนถึงผลงานวัฒนธรรมสมัยใหม่
- บอกเส้นทางเดินทางจากวิหารไปยังคอนเสิร์ต
ดูคำตอบ
แสดงช่วงตั้งแต่แหล่งข้อมูลโบราณไปจนถึงผลงานวัฒนธรรมสมัยใหม่
the Who's rock anthem: The Who ในฐานะชื่อวง
ในวลี the Who's rock anthem คำว่า Who ไม่ใช่คำคำถาม The Who เป็นชื่อเฉพาะของวงร็อกอังกฤษ และ apostrophe-s ทำให้ชื่อทั้งชื่อแสดงความเป็นเจ้าของหรือความเกี่ยวข้อง จึงหมายถึงเพลงร็อกที่วงนี้เล่นหรือเพลงที่เกี่ยวข้องกับวง ข้อความ “Who are you?” ที่ตามมาคือชื่อเพลง ให้เข้าใจนามวลีทั้งหมดว่า “เพลงร็อกของวง The Who” การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ในชื่อเฉพาะและชื่อเพลงที่ตามมาแสดงว่า Who's ในที่นี้ไม่ใช่คำย่อของ who is หรือ who has
แบบฝึกหัด
apostrophe-s ใน “the Who's rock anthem” ทำหน้าที่อะไร?
- ทำให้คำว่า who เป็นพหูพจน์
- ย่อ who is ที่อยู่หน้า rock anthem
- แสดงว่า The Who คือวงที่เกี่ยวข้องกับเพลงร็อกนี้
ดูคำตอบ
แสดงว่า The Who คือวงที่เกี่ยวข้องกับเพลงร็อกนี้
and politicians have all tackled the subject of identity. วลี
0:33และนักการเมือง ล้วนเคยจัดการกับหัวข้อเรื่องตัวตน
tackle the subject of identity: ลงมือจัดการหัวข้อที่ซับซ้อน
ใน tackle the subject of identity คำว่า tackle เป็นคำกริยาเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงลงมือรับมือ ตรวจสอบ หรือทำงานกับหัวข้อที่ยากอย่างจริงจัง ไม่ได้หมายถึงการเข้าปะทะทางกายแบบกีฬา และไม่ได้แปลว่าหัวข้อนั้นได้รับการแก้ไขสำเร็จแล้วเสมอไป have all tackled บอกว่าทุกกลุ่มที่กล่าวมาล้วนเคยมีส่วนจัดการหรือศึกษาหัวข้อนี้มาจนถึงปัจจุบัน คำว่า all เน้นว่าเป็นจริงกับทุกกลุ่มในรายการ
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบ tackle the subject of ใน present perfect เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Researchers have ____ climate change for decades.
ดูคำตอบ
tackled the subject of
Their hypotheses are widely varied and lack significant consensus. วลี
0:38สมมติฐานของพวกเขามีความหลากหลายและขาดฉันทามติที่ชัดเจน
lack significant consensus: กลุ่มยังมีความเห็นพ้องไม่มากพอ
lack significant consensus หมายถึงแทบไม่มีความเห็นพ้องที่ชัดเจน ในประโยคนี้ สมมติฐานที่หลากหลายไม่ได้มุ่งไปสู่มุมมองเดียวที่คนส่วนใหญ่เห็นร่วมกัน คำว่า consensus หมายถึงความเห็นพ้องในระดับกลุ่ม ไม่ใช่การอนุมัติของคนคนเดียว ในที่นี้ lack เป็นสกรรมกริยา จึงตามด้วยนามวลี significant consensus ได้โดยตรง คำว่า significant บอกระดับหรือความหนักแน่นของความเห็นพ้อง กล่าวคือ ยังมีความเห็นร่วมกันไม่มากพอที่จะเรียกว่าเป็นฉันทามติที่ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ lack เป็นคำกริยา และใช้ consensus ในความหมายของความเห็นพ้องในระดับกลุ่มได้ถูกต้อง
- One engineer gave her personal consensus on the safest design.
- The panel members lack of significant consensus on the safest design.
- The panel members lack significant consensus on the safest design.
ดูคำตอบ
The panel members lack significant consensus on the safest design.
So, what's so hard about coming up with the right answer? กริยาวลี
0:44แล้วอะไรที่ทำให้การหาคำตอบที่ถูกต้องเป็นเรื่องยากนัก?
coming up with the right answer: คิดคำตอบที่ถูกต้องขึ้นมา
come up with เป็นกริยาหลายคำที่หมายถึงคิดหรือสร้างแนวคิด คำตอบ หรือแผนขึ้นมา ในประโยคนี้ coming up with the right answer หมายถึงใช้ความคิดเพื่อสร้างคำตอบที่ถูกต้อง ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนตามความหมายตรงตัว ในโครงสร้าง what's so hard about ... หลัง about ต้องตามด้วยรูป -ing ดังนั้น come จึงเปลี่ยนเป็น coming ส่วน with เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนและใช้เชื่อมกับสิ่งที่คิดขึ้นมา ซึ่งก็คือ the right answer
แบบฝึกหัด
ใช้สำนวนสามคำที่เรียนในข้อนี้ซึ่งหมายถึงคิดและสร้างขึ้นมาเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We need to ____ a name for the club.
ดูคำตอบ
come up with
One challenge certainly lies with the complex concept of the persistence of identity. โน้ต
0:49ความท้าทายหนึ่งแน่นอนว่าอยู่ที่แนวคิดอันซับซ้อนเรื่องความคงอยู่ของตัวตน
lies with: ระบุต้นตอหรือผู้มีอำนาจ
ในประโยคนี้ lies with หมายถึง “อยู่ที่” หรือ “มีที่มาจาก” ผู้พูดกำลังชี้ว่าแนวคิดที่ซับซ้อนนี้เป็นต้นตอของความท้าทายประการหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการนอนอยู่ในตำแหน่งใดหรือการโกหก โครงสร้าง X lies with Y ใช้ระบุได้ว่าปัญหา ความรับผิดชอบ อำนาจ หรือการตัดสินใจอยู่ที่ Y ในที่นี้ประธาน One challenge เป็นเอกพจน์ จึงใช้ lies ซึ่งเป็นรูปเอกพจน์บุรุษที่สามของ lie
แบบฝึกหัด
ใช้ lie with ในรูปที่ถูกต้อง: The final decision ____ the principal.
ดูคำตอบ
lies with
the persistence of identity: ยังคงเป็นสิ่งเดิมท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง
The persistence of identity หมายถึงการที่บุคคลหรือสิ่งหนึ่งยังคงเป็นสิ่งเดิมตลอดเวลาและท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง ในที่นี้ persistence หมายถึง “การดำรงอยู่ต่อไป” ส่วน identity หมายถึงการเป็นสิ่งเดิม ไม่ใช่บัตรประจำตัว แนวคิดนี้ตั้งคำถามว่าอะไรทำให้สิ่งหนึ่งยังคงเป็นสิ่งเดิม แม้ว่าคุณลักษณะ ความทรงจำ หรือส่วนประกอบของมันจะเปลี่ยนไป ในตัวอย่างเรื่องเรือที่ตามมา การเปลี่ยนชิ้นส่วนใช้ทดสอบว่าอัตลักษณ์ของเรือยังคงต่อเนื่องหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ the persistence of identity หมายถึงอะไร?
- คนดื้อรั้นปฏิเสธที่จะเปลี่ยนความคิดเห็นหรือไม่
- บัตรประจำตัวยังใช้ได้อยู่หรือไม่
- บุคคลหรือสิ่งหนึ่งยังคงเป็นสิ่งเดิมตลอดเวลาและท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงหรือไม่
ดูคำตอบ
บุคคลหรือสิ่งหนึ่งยังคงเป็นสิ่งเดิมตลอดเวลาและท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงหรือไม่
การเล่นคำโดยเจตนาใน Which you is who? ... And when is am? ... And which aspect of you is I?
คำถามเหล่านี้จงใจนำคำว่า you, who, am และ I มาเป็นสิ่งที่ต้องพิจารณา แทนที่จะปล่อยให้คำเหล่านี้ทำหน้าที่ทางไวยากรณ์ตามปกติ แต่ละคำถามแยกภาษาที่ใช้พูดถึงอัตลักษณ์ออกเป็นส่วน ๆ ได้แก่ you เวอร์ชันใด คำว่า am ผูกกับช่วงเวลาใด และด้านใดนับเป็น I ไวยากรณ์ที่ดูเหมือนผิดรูปนี้เป็นกลวิธีเชิงวาทศิลป์ การทำให้ไวยากรณ์ที่คุ้นเคยดูแปลกออกไปช่วยจัดคำถามนามธรรมหนึ่งข้อให้เป็นคำถามเรื่องเวลา สภาวะ และอัตลักษณ์ รูปเหล่านี้ไม่ใช่โครงสร้างคำถามมาตรฐานสำหรับขอข้อมูลในชีวิตประจำวัน
แบบฝึกหัด
จุดประสงค์เชิงวาทศิลป์หลักของไวยากรณ์ที่ไม่ปกติในคำถามเหล่านี้คืออะไร
- เพื่อเปลี่ยนคำไวยากรณ์ธรรมดาให้เป็นสิ่งที่ใช้ใคร่ครวญทางปรัชญา
- เพื่อสอนรูปแบบคำถามมาตรฐานสำหรับการสนทนาในชีวิตประจำวัน
- เพื่อแก้ไขการออกเสียงคำสรรพนามบุรุษ
ดูคำตอบ
เพื่อเปลี่ยนคำไวยากรณ์ธรรมดาให้เป็นสิ่งที่ใช้ใคร่ครวญทางปรัชญา
มิติที่วางขนานกันใน Are you your physical body ... your actions?
คำถามนี้วางกลุ่มคำนามที่มีโครงสร้างขนานกันสามกลุ่มไว้หลัง Are you ได้แก่ your physical body, your thoughts and feelings และ your actions รายการนี้แบ่งแนวคิดนามธรรมเรื่องอัตลักษณ์ออกเป็นมิติที่เป็นรูปธรรมและพิจารณาได้ทีละด้าน ในที่นี้ Are you X? หมายถึง “คุณเป็นสิ่งเดียวกับ X หรือไม่” ไม่ใช่เพียงรายการสิ่งของที่คุณเป็นเจ้าของ การใช้ your ซ้ำทำให้คำจำกัดความแต่ละแบบอยู่ในโครงสร้างขนานกันและเปรียบเทียบได้ง่าย
แบบฝึกหัด
รายการ your physical body, your thoughts and feelings, your actions ทำหน้าที่อะไรในประโยค
- เป็นการแจกแจงสิ่งของที่เป็นของผู้ฟัง
- เป็นการแสดงว่ามีเพียงร่างกายเท่านั้นที่กำหนดอัตลักษณ์
- เป็นการแบ่งอัตลักษณ์ออกเป็นหลายมิติเพื่อเปรียบเทียบ
ดูคำตอบ
เป็นการแบ่งอัตลักษณ์ออกเป็นหลายมิติเพื่อเปรียบเทียบ
These murky waters of abstract logic are tricky to navigate, สำนวน
1:18กระแสน้ำอันขุ่นมัวของตรรกะเชิงนามธรรมเหล่านี้ยากที่จะฝ่าไปได้
murky waters ... tricky to navigate: อุปลักษณ์การเดินเรือสำหรับการให้เหตุผลที่คลุมเครือและยาก
murky waters ตามตัวอักษรหมายถึงน้ำที่มืดหรือขุ่นจนมองเห็นได้ไม่ชัด ที่นี่ผู้พูดเปรียบตรรกะนามธรรมเป็นพื้นที่ที่คลุมเครือจนมองเห็นทางไปต่อได้ยาก tricky to navigate สานต่ออุปลักษณ์เดียวกัน โดย navigate หมายถึงการทำความเข้าใจและค่อย ๆ จัดการกับการให้เหตุผลที่ซับซ้อน ไม่ใช่การบังคับเรือจริง ๆ เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองวลีบอกว่าตรรกะชนิดนี้ไม่ชัดเจนและรับมือได้ยาก
แบบฝึกหัด
อุปลักษณ์เรื่องน้ำและการนำทางในประโยคนี้หมายถึงอะไร
- ตรรกะนามธรรมทำให้แหล่งน้ำเปลี่ยนแปลงทางกายภาพจริง ๆ
- ตรรกะนามธรรมไม่ชัดเจนและยากต่อการทำความเข้าใจและจัดการ
- ผู้พูดกำลังอธิบายวิธีเดินเรืออย่างปลอดภัยในน้ำสกปรก
ดูคำตอบ
ตรรกะนามธรรมไม่ชัดเจนและยากต่อการทำความเข้าใจและจัดการ
and so it's probably fitting that to demonstrate the complexity, วลี
1:22และดังนั้นจึงอาจจะเหมาะสมที่จะแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อน
it's probably fitting that: บอกว่าสิ่งที่ตามมามีความเหมาะสม
it's probably fitting that หมายถึง “น่าจะเหมาะสมหรือเข้ากันเป็นพิเศษที่...” ในที่นี้ fitting เป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้ประเมินเนื้อหาที่ตามมา ไม่ได้หมายถึงการลองเสื้อผ้า It เป็นประธานสมมติ ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ระบุเหตุการณ์หรือทางเลือกที่กำลังถูกประเมิน probably ช่วยลดความหนักแน่นของคำตัดสิน ดังนั้นผู้พูดจึงเสนอว่าวิธีสาธิตต่อไปนี้เข้ากับสถานการณ์ได้ดี ไม่ได้บอกว่าเป็นสิ่งจำเป็นอย่างเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนที่มีความหมายว่า “สิ่งนี้น่าจะเหมาะสม”: ____ the awards ceremony ends with a thank-you to the volunteers.
ดูคำตอบ
It's probably fitting that
the Greek historian Plutarch used the story of a ship.
1:25นักประวัติศาสตร์ชาวกรีก พลูทาร์ค จึงใช้เรื่องราวของเรือลำหนึ่ง
As the tale goes: วลีเปิดเรื่องราวที่สืบต่อกันมา
As the tale goes เป็นวลีเปิดเรื่องที่หมายถึง «ตามเรื่องราวฉบับที่เล่าสืบต่อกันมา» วลีนี้บอกว่ากำลังเปลี่ยนไปเล่าตำนาน นิทานพื้นบ้าน หรือเกร็ดเรื่องราว แทนที่จะนำเสนอข้อความถัดไปว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบโดยตรงแล้ว คำว่า goes ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง «เดิน» หรือ «เดินทาง» แต่หมายถึงเรื่องราวนั้น «ถูกเล่า» หรือ «แพร่ต่อกัน» ในรูปแบบหนึ่ง เช่นเดียวกับใน the story goes
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ As the tale goes ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- As the train schedule goes, the next service leaves at noon.
- As the tale goes, a silver fox guards the mountain at night.
- As the laboratory report goes, the liquid froze at minus five degrees.
ดูคำตอบ
As the tale goes, a silver fox guards the mountain at night.
Theseus, the mythical founder king of Athens, วัฒนธรรม
1:35เธเซอุส กษัตริย์ผู้ก่อตั้งเอเธนส์ในตำนาน
mythical founder king of Athens: Theseus ในเทพปกรณัม
คำที่เน้นไว้เพิ่มข้อมูลพื้นหลังเกี่ยวกับ Theseus ในเทพปกรณัมกรีก เขาถูกนำเสนอว่าเป็นกษัตริย์ยุคแรกที่เกี่ยวข้องกับการก่อตั้งและการรวมเอเธนส์ วลีเต็มที่ตามหลัง Theseus ทำหน้าที่เป็นวลีซ้อนอธิบาย โดยเรียกและระบุตัวเขาอีกแบบหนึ่ง mythical แสดงว่าบทบาทนี้มาจากขนบตำนาน ไม่ใช่ตำแหน่งสมัยใหม่หรือยศที่ได้รับการยืนยันเหมือนอาชีพในปัจจุบัน ส่วน founder king รวมความคิดเรื่องกษัตริย์ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญในเรื่องราวต้นกำเนิดของเมืองไว้ในสองคำ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ mythical founder king of Athens บอกอะไรเกี่ยวกับ Theseus
- ขนบตำนานนำเสนอว่าเขาเป็นกษัตริย์ยุคแรกที่มีบทบาทสำคัญต่อต้นกำเนิดของเอเธนส์
- เขาเป็นช่างต่อเรือที่ก่อตั้งบริษัทในเอเธนส์
- เขาดำรงตำแหน่งสมัยใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งในเอเธนส์
ดูคำตอบ
ขนบตำนานนำเสนอว่าเขาเป็นกษัตริย์ยุคแรกที่มีบทบาทสำคัญต่อต้นกำเนิดของเอเธนส์
single-handedly slayed the evil minotaur at Crete, การใช้คำ
1:39ได้สังหารมิโนทอร์ผู้ชั่วร้ายที่เกาะครีตด้วยตัวคนเดียว
single-handedly slayed: สังหารโดยไม่มีผู้ช่วย
ในประโยคนี้ single-handedly slayed หมายถึง “สังหารโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครเลย” คำว่า single-handedly ขยาย slayed และเน้นว่าคนเพียงคนเดียวทำการกระทำนั้นสำเร็จ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นใช้มือเพียงข้างเดียวจริง ๆ Slayed เป็นรูปอดีตรูปหนึ่งของ slay ในที่นี้ slay หมายถึง “สังหาร” และมีน้ำเสียงเชิงละครแบบเรื่องราววีรบุรุษ ซึ่งเหมาะกับการกล่าวถึงสัตว์ประหลาด โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ single-handedly + กริยาแสดงการกระทำรูปอดีต เพื่อเน้นการกระทำอันน่าประทับใจที่ทำสำเร็จโดยไม่มีผู้ช่วย
แบบฝึกหัด
ประโยค 'The hero single-handedly slayed the monster' หมายความว่าอย่างไร
- วีรบุรุษสังหารสัตว์ประหลาดโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครเลย
- วีรบุรุษสังหารสัตว์ประหลาดโดยใช้มือเพียงข้างเดียว
- วีรบุรุษกับทีมร่วมกันสังหารสัตว์ประหลาด
ดูคำตอบ
วีรบุรุษสังหารสัตว์ประหลาดโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือจากใครเลย
To honor this heroic feat: วลีบอกจุดประสงค์
To honor this heroic feat เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะอธิบายว่าเหตุใดการกระทำต่อมาจึงเกิดขึ้น กล่าวคือ ทำการกระทำนั้นเพื่อแสดงความเคารพและรำลึกถึงความสำเร็จดังกล่าว Honor เป็นคำกริยาในที่นี้ ส่วน feat หมายถึงความสำเร็จอันโดดเด่นที่ต้องใช้ความกล้าหาญ ทักษะ หรือความพยายาม Heroic ช่วยเน้น feat โดยแสดงว่าความสำเร็จนั้นกล้าหาญหรือน่าชื่นชมเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
ใช้ honor, heroic และ feat เติมวลีบอกจุดประสงค์ให้สมบูรณ์: ____, the city built a monument.
ดูคำตอบ
To honor this heroic feat
for 1,000 years Athenians painstakingly maintained his ship in the harbor วลี
1:47เป็นเวลา 1,000 ปีที่ชาวเอเธนส์ได้บำรุงรักษาเรือของเขาไว้ในท่าเรืออย่างอุตสาหะ
painstakingly maintained: ดูแลรักษาด้วยความละเอียดและทุ่มเทอย่างมาก
Painstakingly maintained หมายถึง “รักษาให้อยู่ในสภาพดีด้วยงานที่ละเอียดมากและใช้เวลานาน” maintain บอกถึงการดูแลอย่างต่อเนื่อง ส่วน painstakingly บอกวิธีที่ทำงานนั้น คือใส่ใจรายละเอียด อดทน และใช้ความพยายามอย่างมาก แม้ใน painstakingly จะมีคำว่า pain แต่คำวิเศษณ์นี้ไม่ได้หมายความว่าคนทำงานเจ็บปวดทางร่างกาย แต่บอกว่าวิธีทำงานนั้นทั้งละเอียดและหนัก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “รักษาให้อยู่ในสภาพดีด้วยความพยายามอย่างละเอียดมาก”: During the year-long exhibition, the museum team ____ the fragile clock.
ดูคำตอบ
painstakingly maintained
annually reenacted his voyage: จัดแสดงการเดินทางของเขาขึ้นใหม่ทุกปี
Annually reenacted his voyage หมายถึง “ตั้งใจจำลองหรือแสดงการเดินทางของเขาขึ้นใหม่ทุกปี” annually บอกความถี่ว่าปีละครั้ง ส่วน reenacted แสดงว่าผู้คนกำลังนำเหตุการณ์หนึ่งในอดีตมาถ่ายทอดใหม่ Reenact มีความหมายเฉพาะกว่าการทำบางอย่างซ้ำอีกครั้ง โดยทั่วไปหมายถึงการจัดแสดงการกระทำหรือฉากต่าง ๆ เพื่อรำลึก ให้ความรู้ หรือสาธิตเหตุการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงผู้คนจัดแสดงเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ในอดีตขึ้นใหม่ทุกปี
- Local actors repeat one line because the audience cannot hear it.
- Local actors practice for the ceremony every afternoon.
- Local actors annually reenact the town's founding ceremony.
ดูคำตอบ
Local actors annually reenact the town's founding ceremony.
it was replaced with an identical piece of the same material,
2:01มันจะถูกแทนที่ด้วยชิ้นส่วนที่เหมือนกันและทำจากวัสดุเดียวกัน
Whenever ... was replaced: เงื่อนไขที่เกิดซ้ำและรูปถูกกระทำ
Whenever ใช้นำหน้าเงื่อนไขที่เกิดซ้ำ หมายถึงทุกครั้งที่ชิ้นส่วนอยู่ในสภาพสึกหรอหรือเสียหาย ก็จะมีการเปลี่ยนชิ้นส่วนนั้น ไม่ได้กล่าวถึงการซ่อมเพียงครั้งเดียว was worn or damaged บอกสภาพที่ทำให้ต้องดำเนินการ ส่วน it was replaced ใช้รูปถูกกระทำในอดีตเพื่อเน้นสิ่งที่เกิดขึ้นกับชิ้นส่วน โดยไม่ระบุว่าใครเป็นผู้เปลี่ยน โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีกับกฎ ขั้นตอนบำรุงรักษา และกิจวัตรระยะยาว
แบบฝึกหัด
เติมกฎการบำรุงรักษาที่ทำซ้ำนี้ด้วย Whenever และรูปอดีตแบบถูกกระทำของ replace: ____ a safety cable was damaged, it ____ immediately.
ดูคำตอบ
Whenever · was replaced
until at some point no original parts remained. โน้ต
2:05จนกระทั่งถึงจุดหนึ่งไม่มีชิ้นส่วนดั้งเดิมเหลืออยู่เลย
until at some point: ดำเนินไปถึงจุดเปลี่ยนที่ไม่ระบุเวลา
Until ระบุจุดสิ้นสุดของกระบวนการที่ดำเนินต่อเนื่องและกล่าวไว้ก่อนอนุประโยคนี้ At some point หมายถึง «ณ จุดหนึ่ง» โดยไม่ระบุเวลาที่แน่นอน ในบริบทนี้ until at some point พาผู้ฟังตามกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปจนถึงจุดเปลี่ยนภายหลัง ซึ่งในที่สุดก็ไม่มีชิ้นส่วนเดิมเหลืออยู่ ไม่ทราบหรือไม่จำเป็นต้องรู้ช่วงเวลาที่แน่นอน วลีนี้เน้นว่าการเปลี่ยนแปลงที่สะสมกันได้ก่อให้เกิดผลลัพธ์ในที่สุด ไม่ได้หมายความว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นตามเวลาที่กำหนดหรือบันทึกไว้อย่างแม่นยำ
แบบฝึกหัด
until at some point แสดงความหมายอะไรในประโยคนี้?
- กระบวนการก่อนหน้าดำเนินต่อไปจนถึงเวลาหนึ่งในภายหลังที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด และผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นในตอนนั้น
- ผลลัพธ์อาจเกิดขึ้นเมื่อใดก็ได้โดยไม่มีกระบวนการก่อนหน้า
- ผลลัพธ์เกิดขึ้นในเวลาที่แน่นอนและมีการบันทึกไว้
ดูคำตอบ
กระบวนการก่อนหน้าดำเนินต่อไปจนถึงเวลาหนึ่งในภายหลังที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด และผลลัพธ์ก็เกิดขึ้นในตอนนั้น
no original parts remained: ไม่มีชิ้นส่วนเดิมเหลือแม้แต่ชิ้นเดียว
ใน no original parts remained โครงสร้าง no + คำนามพหูพจน์หมายถึง “ไม่มีแม้แต่ชิ้นเดียว” วลี no original parts เป็นประธาน ส่วน remained เป็นกริยาอกรรมที่หมายถึง “ยังคงเหลืออยู่” หรือ “ยังคงมีอยู่” ไม่ได้หมายถึงมีคนเก็บชิ้นส่วนไว้โดยไม่ให้เปลี่ยนแปลง โครงสร้างนี้เน้นผลลัพธ์เมื่อกระบวนการสิ้นสุดลง กล่าวคือ เมื่อถึงจุดนั้นไม่มีชิ้นส่วนเดิมเหลืออยู่เลย ใช้ no + คำนามพหูพจน์ + remain/remained เพื่อบอกว่าไม่มีสิ่งประเภทนั้นเหลืออยู่หลังการเปลี่ยนแปลง การนำออก การสูญหาย หรือการเปลี่ยนทดแทน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย no + old trees เพื่อบอกผลลัพธ์สุดท้าย: After the town removed every old tree, ____ remained.
ดูคำตอบ
no old trees
Plutarch noted the Ship of Theseus was an example of the philosophical paradox วัฒนธรรม
2:09พลูทาร์คตั้งข้อสังเกตว่าเรือของเธเซอุสเป็นตัวอย่างของความขัดแย้งทางปรัชญา
the Ship of Theseus: ปฏิทรรศน์เกี่ยวกับอัตลักษณ์
the Ship of Theseus เป็นชื่อของการทดลองทางความคิดเชิงปรัชญา ไม่ได้เป็นเพียงการกล่าวถึงเรือธรรมดาลำหนึ่งในประวัติศาสตร์ แนวคิดนี้ถามว่า วัตถุยังเป็นชิ้นเดิมอยู่หรือไม่เมื่อชิ้นส่วนของมันถูกเปลี่ยนทีละชิ้น จนสุดท้ายไม่เหลือชิ้นส่วนเดิมเลย ชื่อนี้บอกให้รู้ว่ากำลังพูดถึงคำถามเรื่องอัตลักษณ์ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลง: อะไรทำให้สิ่งหนึ่งยังเป็นสิ่งเดิมเมื่อเวลาผ่านไป การจำชื่อเฉพาะนี้ได้ช่วยให้ติดตามข้อถกเถียงเกี่ยวกับเรือในรูปแบบต่าง ๆ ที่สร้างขึ้นใหม่ได้
แบบฝึกหัด
เรือของธีซีอุสตั้งคำถามสำคัญเรื่องใด?
- วัตถุยังเป็นชิ้นเดิมหรือไม่หลังจากเปลี่ยนชิ้นส่วนทั้งหมดแล้ว
- ธีซีอุสเป็นเจ้าของเรือมากกว่าหนึ่งลำหรือไม่
- เรือโบราณจะแล่นเร็วขึ้นหรือไม่เมื่อซ่อมเสร็จ
ดูคำตอบ
วัตถุยังเป็นชิ้นเดิมหรือไม่หลังจากเปลี่ยนชิ้นส่วนทั้งหมดแล้ว
revolving around: ทำให้หัวข้อหนึ่งเป็นศูนย์กลาง
ในที่นี้ revolving around หมายถึง “มีบางสิ่งเป็นหัวข้อหลัก” ไม่ใช่การหมุนเป็นวงกลมจริง ๆ วลีนี้ชี้ว่า the persistence of identity คือหัวข้อหลัก ในบริบทเชิงนามธรรม ใช้ revolve around + คำนามหรือวลีนาม เพื่อบอกว่าการอภิปราย เรื่องราว คำถาม หรืองานวิจัยมีประเด็นหลักเกี่ยวกับอะไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ revolve around: The science club's project ____ clean energy.
ดูคำตอบ
revolves around
How can ..., yet ...?: นำเสนอปฏิทรรศน์ผ่านความขัดแย้ง
How can ...? นำเสนอแนวคิดเป็นคำถามที่ชวนสงสัย ไม่ใช่การขอขั้นตอนวิธีทำ ส่วนแรกผลักข้อเท็จจริงไปจนถึงขีดสุด นั่นคือทุกส่วนถูกแทนที่ทั้งหมด yet หลังเครื่องหมายจุลภาคหมายถึง “แต่ถึงอย่างนั้น” ไม่ใช่ความหมายด้านเวลาของ not yet คำนี้นำเข้าสู่ข้อความที่ขัดแย้งกันว่าสิ่งนั้นยังคงเป็นสิ่งเดิม การใส่ข้อความทั้งสองไว้ในคำถามเดียวทำให้มองเห็นปฏิทรรศน์ได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้นำเสนอแนวคิดหลักสองอย่างในลักษณะใด
- ประโยคนี้เรียงสองขั้นตอนตามลำดับที่เกิดขึ้น
- ประโยคนี้นำเสนอแนวคิดทั้งสองเป็นความขัดแย้งที่ดูเหมือนเกิดขึ้นและต้องอธิบาย
- ประโยคนี้บอกว่าจนถึงตอนนี้ยังไม่มีส่วนใดถูกแทนที่
ดูคำตอบ
ประโยคนี้นำเสนอแนวคิดทั้งสองเป็นความขัดแย้งที่ดูเหมือนเกิดขึ้นและต้องอธิบาย
Let's imagine... เพื่อเกริ่นนำสถานการณ์สมมติ
Let's imagine... เป็นการชวนผู้ฟังให้เข้าสู่สถานการณ์สมมติไปพร้อมกับผู้พูด ในที่นี้ imagine ตามด้วยอนุประโยคที่สมบูรณ์ there are two ships เพื่อสร้างฉากของสถานการณ์ ใช้คำเปิดแบบนี้ก่อนเริ่มให้เหตุผลจากข้อสมมติ วิธีนี้ช่วยให้ทุกคนมีจุดเริ่มต้นร่วมกัน แทนที่จะบอกข้อสรุปทันที
แบบฝึกหัด
เติมคำเปิดด้วย Let's imagine และอนุประโยค there are ที่สมบูรณ์: ____ three ways to solve the problem.
ดูคำตอบ
Let's imagine there are
and the ship sailed by the Athenians a thousand years later,
2:29และเรือที่ชาวเอเธนส์แล่นในอีกหนึ่งพันปีต่อมา
our question is this: เพื่อเกริ่นนำคำถามหลัก
our question is this: ใช้ปิดส่วนที่อธิบายฉากหรือข้อมูลเบื้องต้น และบอกผู้ฟังว่าคำถามหลักที่ชัดเจนกำลังจะตามมา คำว่า this ชี้ไปข้างหน้าไปยังเนื้อหาหลังเครื่องหมายทวิภาค ไม่ได้ย้อนกลับไปหาคำนามทั่วไปก่อนหน้า วลีนี้เป็นสัญญาณจัดระเบียบข้อมูลในการอธิบาย การนำเสนอ และการเขียน เครื่องหมายทวิภาคแยกสัญญาณนี้ออกจากคำถามจริงที่ผู้ฟังควรให้ความสนใจ
แบบฝึกหัด
our question is this: ทำหน้าที่อะไรในการอธิบาย?
- เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
- บอกว่าคำถามหลักกำลังจะตามมา
- ให้คำตอบของคำถามที่ถามไว้ก่อนหน้า
ดูคำตอบ
บอกว่าคำถามหลักกำลังจะตามมา
Some would say that for 1,000 years there has been only one ship of Theseus, โน้ต
2:40บางคนอาจบอกว่าตลอดเวลา 1,000 ปี มีเรือของเธเซอุสเพียงลำเดียว
Some would say that: เสนอหนึ่งมุมมองอย่างระมัดระวัง
Some would say that ใช้เสนอความเห็นที่เป็นของคนบางกลุ่มซึ่งไม่ได้ระบุชัดเจน คำว่า Some จำกัดขอบเขตของคำกล่าว ผู้พูดไม่ได้บอกว่าทุกคนเห็นด้วย would ในที่นี้เป็นกริยาช่วยที่ช่วยเว้นระยะจากความเห็น ไม่ใช่อนาคตเมื่อมองจากอดีต ประโยคหลังถูกเสนอให้เป็นจุดยืนที่ใครบางคนอาจเชื่อได้อย่างสมเหตุสมผล ผู้พูดจึงจัดลำดับการอภิปรายได้โดยไม่จำเป็นต้องเห็นด้วยทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอความเห็นที่มีเพียงบางคนยึดถือและยังเปิดพื้นที่ให้มีความเห็นต่าง?
- Everyone agrees that the new rule is too strict.
- The new rule is definitely too strict.
- Some would say that the new rule is too strict.
ดูคำตอบ
Some would say that the new rule is too strict.
there has been only: การมีอยู่ที่ต่อเนื่องจากอดีตถึงปัจจุบัน
there has been เป็นรูป present perfect ของโครงสร้าง there be ที่ใช้บอกการมีอยู่ ในภาษาอังกฤษเขียนมาตรฐาน วลีนามที่ตามมาใช้กำหนดความสอดคล้องของรูปกริยา โดย only one ship เป็นเอกพจน์ จึงใช้ has ไม่ใช่ have for 1,000 years ระบุช่วงเวลาที่เริ่มในอดีตและต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน only จำกัดจำนวนตลอดช่วงเวลานั้น ข้อความจึงอ้างว่ามีเรือหนึ่งลำที่ยังคงถูกนับว่าเป็นเรือลำเดิม ไม่ใช่เพียงบอกว่าเคยมีเรืออยู่ครั้งหนึ่งในอดีต
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present perfect แบบไม่ย่อของ there be ร่วมกับ only: For ten years, ____ one entrance to the building.
ดูคำตอบ
there has been only
and because the changes made to it happened gradually,
2:45และเป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับเรือนั้นค่อยเป็นค่อยไป
at any point in time: ไม่มีช่วงเวลาใดเป็นข้อยกเว้น
at any point in time หมายถึง “ในช่วงเวลาใดก็ตามภายในระยะเวลาที่กำลังพิจารณา” วลีนี้ครอบคลุมทุกจุดเวลาที่เป็นไปได้บนเส้นเวลา ไม่ได้ระบุเวลาใดเวลาหนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคเต็ม วลีนี้อยู่ระหว่าง never ... stopped being และช่วยเน้นการปฏิเสธว่า ไม่มีช่วงเวลาใดเลยที่สถานะเดิมของเรือลำนั้นสิ้นสุดลง ใช้วลีนี้เมื่อต้องการระบุอย่างแม่นยำว่าสภาวะหนึ่งเคยเปลี่ยนไประหว่างช่วงเวลานั้นหรือไม่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะกับรายงานที่เป็นทางการที่สุด และหมายความว่าระบบไม่ขัดข้องเลยในทุกช่วงเวลาระหว่างการทดสอบ?
- The system did not fail sometime during the test.
- The system did not fail at any point in time during the test.
- You can contact the system anytime during the test.
ดูคำตอบ
The system did not fail at any point in time during the test.
stopped being: อัตลักษณ์หรือสภาวะสิ้นสุดลง
stopped being ใช้โครงสร้าง stop + รูป -ing ในที่นี้ being เป็นส่วนเติมเต็มของ stopped ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของรูปกาลต่อเนื่อง stop being + นามวลีหรือคำคุณศัพท์ หมายถึงการที่อัตลักษณ์ บทบาท หรือสภาวะหนึ่งสิ้นสุดลง ในที่นี้ being ตามด้วย the legendary ship ดังนั้น stopped being จึงหมายถึง “เลิกมีสถานะนั้น” ในประโยคเต็ม never ปฏิเสธ stopped จึงหมายความว่าสถานะนั้นยังคงอยู่ต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้าง stop + -ing ที่หมายความว่าถนนสายนี้ไม่ได้เป็นเส้นทางหลักอีกต่อไป: When the new bypass opened, this road ____ the main route.
ดูคำตอบ
stopped being
Though they have absolutely no parts in common, ไวยากรณ์
2:53แม้ว่าพวกมันจะไม่มีชิ้นส่วนที่เหมือนกันเลย
Though they have absolutely no parts in common: การนำความหมายแบบยอมรับข้อเท็จจริง
Though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนจะทำให้คาดว่าข้อความหลักควรเป็นอีกทางหนึ่ง ในที่นี้แปลว่า “แม้ว่า” ไม่ใช่ “เพราะว่า” ข้อความหลักที่ตามมาจะบอกข้อสรุปที่เหนือความคาดหมาย have no parts in common หมายถึงสิ่งเหล่านั้นไม่มีชิ้นส่วนร่วมกัน absolutely ใช้เน้น no จึงสื่อว่าไม่มีชิ้นส่วนร่วมกันแม้แต่ชิ้นเดียว เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าประโยคยังดำเนินต่อไปด้วยอนุประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ though อย่างถูกต้องเพื่อแสดงความหมายแบบยอมรับข้อเท็จจริงแต่มีผลที่ขัดกัน
- If the two robots have parts in common, this tool may fit both.
- Because the two robots have parts in common, they need the same repair kit.
- Though the two robots have no parts in common, they perform the same task.
ดูคำตอบ
Though the two robots have no parts in common, they perform the same task.
numerically identical: เป็นสิ่งเดียวกันจริง ๆ
ในทางปรัชญา numerically identical หมายถึงเป็นสิ่งเฉพาะสิ่งเดียวกันจริง ๆ แม้จะถูกอธิบายสองแบบหรือพิจารณาในเวลาต่างกัน numerically ตอบคำถามเรื่องการนับว่าเป็นหนึ่งสิ่ง ไม่ใช่สองสิ่ง ไม่ได้หมายความว่าค่าที่วัดได้สองค่ามีตัวเลขเท่ากัน ในประโยคนี้ the two ships ใช้เรียกตัวเลือกหรือภาพที่นำมาเปรียบเทียบสองแบบ ส่วน are numerically identical เสนอข้ออ้างที่ชัดเจนกว่า นั่นคือทั้งสองเป็นเรือลำเดียวกันจริง ๆ ข้ออ้างเรื่องอัตลักษณ์นี้ยังเกิดขึ้นได้แม้ชิ้นส่วนหรือคุณสมบัติอื่นจะแตกต่างกัน
แบบฝึกหัด
ในการอภิปรายทางปรัชญา ประโยคใดใช้ numerically identical ได้ถูกต้อง
- These two coins are numerically identical because they have the same design.
- The Morning Star and the Evening Star are numerically identical because both expressions refer to Venus.
- The two test scores are numerically identical because both are 90.
ดูคำตอบ
The Morning Star and the Evening Star are numerically identical because both expressions refer to Venus.
one and the same: สองชื่อที่หมายถึงสิ่งเดียวกัน
one and the same เป็นสำนวนตายตัว หมายความว่าชื่อ บทบาท คำบรรยาย หรือสิ่งสองอย่างที่ดูเหมือนแยกกันนั้น แท้จริงแล้วหมายถึงคนหรือสิ่งเดียวกันพอดี ในประโยคนี้เน้นว่า “เป็นสิ่งเดียวกัน” ไม่ใช่แค่ “คล้ายกัน” ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว เพราะ and ในที่นี้ไม่ได้เชื่อมสิ่งที่ต่างกันสองอย่าง สำนวนนี้มักใช้ชี้แจงว่าชื่อสองชื่อหมายถึงคนหรือสิ่งเดียวกันหรือไม่
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่แสดงว่าสองบทบาทเป็นของคนเดียวกันโดยแท้จริง: Maya writes the stories and also narrates them. The writer and the narrator are ____.
ดูคำตอบ
one and the same
However, others could argue that Theseus never set foot on ship B, โน้ต
3:03อย่างไรก็ตาม คนอื่นๆ อาจแย้งว่าเธเซอุสไม่เคยเหยียบขึ้นไปบนเรือ B เลย
However, others could argue: การนำเสนอข้อโต้แย้ง
However เป็นสัญญาณว่ากำลังเปลี่ยนจากจุดยืนก่อนหน้าไปสู่อีกมุมหนึ่ง ส่วน others ใช้กล่าวถึงคนที่มีมุมมองต่างออกไป ทั้งสองส่วนช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการเริ่มนำเสนอข้อโต้แย้ง ในที่นี้ could argue หมายถึง “อาจเสนอข้ออ้างว่า” ไม่ได้หมายถึง “มีความสามารถในการโต้เถียง” could เปิดพื้นที่ให้มองว่าเป็นจุดยืนหนึ่งที่เป็นไปได้ โดยไม่เสนอว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ผู้พูดเชื่ออย่างแน่นอน
แบบฝึกหัด
However, others could argue ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?
- กล่าวย้ำจุดยืนก่อนหน้าในฐานะข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว
- เปลี่ยนไปกล่าวถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งและเสนอข้อโต้แย้งที่อาจเป็นไปได้
- บอกว่าคนอีกกลุ่มหนึ่งมีความสามารถในการโต้วาทีจริง ๆ
ดูคำตอบ
เปลี่ยนไปกล่าวถึงคนอีกกลุ่มหนึ่งและเสนอข้อโต้แย้งที่อาจเป็นไปได้
set foot on: เหยียบย่างหรือไปเยือนสถานที่หนึ่ง
set foot on เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงขึ้นไป เข้าไป หรือไปเยือนสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ Theseus never set foot on ship B หมายความว่าธีซีอุสไม่เคยอยู่บนเรือ B จริง ๆ ไม่ใช่เพียงการบรรยายว่าเขาก้าวเท้าหนึ่งก้าว เมื่อใช้กับ never สำนวนนี้จะเน้นว่าไม่เคยเกิดขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว การที่เขาไม่เคยอยู่บนเรือนั้นสำคัญ เพราะข้อโต้แย้งใช้การปรากฏตัวของธีซีอุสเป็นหลักฐานตัดสินว่าเรือลำใดนับเป็นเรือของธีซีอุสได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวสามคำที่หมายถึงเคยเข้าไปหรือไปเยือนแม้แต่ครั้งเดียว: She has never ____ that island.
ดูคำตอบ
set foot on
and his presence on the ship is an essential qualitative property of the Ship of Theseus. การใช้คำ
3:09และการมีอยู่ของเขาบนเรือเป็นคุณสมบัติเชิงคุณภาพที่สำคัญของเรือเธเซอุส
essential qualitative property: คุณสมบัติที่จำเป็นต่ออัตลักษณ์
essential qualitative property คือคุณสมบัติที่ข้อโต้แย้งมองว่าจำเป็นต่อการที่สิ่งหนึ่งจะยังนับว่าเป็นสิ่งนั้นอยู่ essential หมายความว่าหากสูญเสียคุณสมบัตินี้ไป อัตลักษณ์นั้นจะได้รับผลกระทบ ส่วน qualitative หมายความว่าประเด็นอยู่ที่สิ่งนั้นมีลักษณะประเภทใด ไม่ใช่มีบางอย่างอยู่มากเท่าใด ในที่นี้ การที่ธีซีอุสอยู่บนเรือถูกเสนอให้เป็นลักษณะที่กำหนดอัตลักษณ์ดังกล่าว ข้ออ้างคือความเชื่อมโยงระหว่างเรือกับธีซีอุสอาจขึ้นอยู่กับว่าธีซีอุสเคยอยู่บนเรือจริงหรือไม่ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับชิ้นส่วนทางกายภาพของเรือเท่านั้น
แบบฝึกหัด
ความหมายใดตรงกับ essential qualitative property ในตัวอย่างมากที่สุด
- คุณสมบัติที่ถูกมองว่าจำเป็นต่อการที่สิ่งนั้นจะมีอัตลักษณ์ดังกล่าว
- รายละเอียดชั่วคราวที่ไม่อาจส่งผลต่อวิธีระบุว่าสิ่งนั้นคืออะไร
- ตัวเลขที่ใช้วัดว่าสิ่งนั้นมีชิ้นส่วนกี่ชิ้น
ดูคำตอบ
คุณสมบัติที่ถูกมองว่าจำเป็นต่อการที่สิ่งนั้นจะมีอัตลักษณ์ดังกล่าว
cannot survive without...: การดำรงอยู่ต่อในความหมายเชิงนามธรรม
survive ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงนามธรรม คือ “ยังคงมีอยู่หรือยังคงใช้ได้” ไม่ใช่ “รอดชีวิต” คำว่า It หมายถึงอัตลักษณ์ของเรือธีซีอุส ไม่ได้มองเรือที่เป็นวัตถุจริงว่าเป็นสิ่งมีชีวิต รูปแบบ cannot survive without X แสดงว่า X เป็นเงื่อนไขที่จำเป็น ผู้พูดกำลังบอกว่า หากเรือไม่มีความเชื่อมโยงกับธีซีอุส อัตลักษณ์นั้นจะไม่คงอยู่ต่อไป แม้ว่าวัตถุที่ทำจากไม้จะยังคงมีอยู่ทางกายภาพได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบสามคำที่ตรงกับความหมายว่า “ไม่สามารถดำเนินต่อได้หากไม่มีสิ่งนั้น”: The small museum ____ public funding.
ดูคำตอบ
cannot survive without
though...numerically identical...not qualitatively identical: การยอมรับแล้วเปรียบต่างด้วยสองเกณฑ์
Though ใช้เปิดส่วนยอมรับข้อหนึ่งก่อน โดยอนุประโยคแรกยอมรับการตัดสินแบบหนึ่ง แล้วประโยคหลักบอกการตัดสินอีกแบบที่ขัดกันแต่ยังเป็นจริงอยู่ ประโยคนี้จึงจัดข้อมูลในรูป “เหมือนกันตามเกณฑ์หนึ่ง แต่ไม่เหมือนกันตามอีกเกณฑ์หนึ่ง” ในทางปรัชญา numerically identical หมายถึงเป็นสิ่งเดียวกันจริง ๆ ไม่ใช่เพียงมีจำนวนเท่ากัน ส่วน qualitatively identical หมายถึงมีคุณสมบัติหรือลักษณะเหมือนกัน ข้อความนี้จึงบอกได้ว่าเรือยังเป็นสิ่งเดิม แม้ว่าคุณสมบัติของมันจะเปลี่ยนไป
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ though ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าสองสิ่งเหมือนกันตามเกณฑ์หนึ่ง แต่ต่างกันตามอีกเกณฑ์หนึ่ง
- Though the two cars are visually identical, they are not mechanically identical.
- Though the two cars are visually identical, they are mechanically identical too.
- Because the two cars are visually identical, they are not mechanically identical.
ดูคำตอบ
Though the two cars are visually identical, they are not mechanically identical.
But what happens when we consider this twist? ลำดับความ
3:26แต่จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเราพิจารณาถึงจุดหักเหจุดนี้?
consider this twist: การเพิ่มปัจจัยใหม่
ในประโยคนี้ consider this twist หมายถึง “นำการเปลี่ยนแปลงใหม่ที่คาดไม่ถึงนี้มารวมในการคิดของเรา” คำว่า twist ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ โดยหมายถึงเหตุการณ์หรือเงื่อนไขที่อาจเปลี่ยนคำตอบ ไม่ใช่การบิดหรือหมุนทางกายภาพ คำถามนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบาย เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากปัญหาเดิมไปสู่ปัญหาแบบที่มีเงื่อนไขเปลี่ยนไป และชวนให้ผู้ฟังคิดใหม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า consider this twist?
- ขอให้ใครสักคนหมุนวัตถุจริง ๆ
- เพิ่มปัจจัยใหม่ที่อาจเปลี่ยนข้อสรุป
- กล่าวข้อสรุปเดิมซ้ำโดยไม่เปลี่ยนอะไร
ดูคำตอบ
เพิ่มปัจจัยใหม่ที่อาจเปลี่ยนข้อสรุป
What if, as each piece of the original ship was cast off, โน้ต
3:29จะเกิดอะไรขึ้นหากในขณะที่แต่ละชิ้นส่วนของเรือลำเดิมถูกโยนทิ้งไป
cast off: ทิ้งชิ้นส่วนเก่า
ในประโยคนี้ cast off เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ทิ้ง” หรือ “กำจัดออกไป” รูปถูกกระทำ was cast off แสดงว่าชิ้นส่วนเก่าแต่ละชิ้นของเรือถูกเลิกใช้และไม่ได้เก็บไว้ ให้เข้าใจ cast off เป็นหน่วยความหมายเดียวกัน ในที่นี้ cast ไม่ได้หมายถึง “ร่ายคาถา” หรือแค่ “ขว้าง” แต่เมื่อใช้ร่วมกับ off จะเกิดความหมายว่าเลิกเก็บและทิ้งบางสิ่งไว้เบื้องหลัง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ทิ้ง”: During the redesign, the team ____ several outdated rules.
ดูคำตอบ
cast off
somebody collected them all and rebuilt the entire original ship?
3:33มีใครบางคนรวบรวมชิ้นส่วนทั้งหมดแล้วสร้างเรือลำเดิมขึ้นมาใหม่ทั้งลำ?
What if ... as ...: การสร้างสมมติฐานที่มีสองกระบวนการเกิดพร้อมกัน
What if ใช้เสนอเหตุการณ์สมมติและชวนผู้ฟังคิดถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ส่วนอนุประโยคยาวที่ตามมาให้รายละเอียดของสถานการณ์สมมตินั้น as ในที่นี้หมายถึง “ในขณะที่” หรือ “ในเวลาเดียวกับที่” ระหว่างที่ชิ้นส่วนแต่ละชิ้นถูกทิ้ง ก็มีคนเก็บชิ้นส่วนเหล่านั้นไปพร้อมกัน as แสดงความสัมพันธ์ด้านเวลาของสองกระบวนการ และในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เพราะ”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ What if เพื่อสร้างสมมติฐาน และใช้ as เพื่อแสดงว่าสองกระบวนการเกิดขึ้นพร้อมกัน?
- What if, as the old bridge is taken apart, we label every piece?
- What if, because the old bridge is taken apart, we label every piece?
- What if we label every piece after the old bridge is taken apart?
ดูคำตอบ
What if, as the old bridge is taken apart, we label every piece?
the one that's docked in Athens and the one in some guy's backyard. โน้ต
3:43ลำหนึ่งจอดอยู่ที่เอเธนส์ และอีกลำหนึ่งอยู่ในสวนหลังบ้านของใครบางคน
the one ... and the one ...: ใช้กล่าวถึงสิ่งของเฉพาะสองชิ้น
the one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่ทราบอยู่แล้วจากบริบท ในที่นี้ one แต่ละคำใช้แทน ship ผู้พูดจึงระบุเรือสองลำที่ต่างกันได้โดยไม่ต้องพูด ship ซ้ำ นามวลีสองส่วนนี้มีโครงสร้างขนานกัน that's docked in Athens (that's = that is) ระบุเรือลำแรก และ in some guy's backyard ระบุเรือลำที่สอง ส่วนขยายทั้งสองตอบว่า “ลำไหน” และ and เชื่อมวัตถุทั้งสอง ในที่นี้ one ไม่ใช่เลข 1
แบบฝึกหัด
มีการกล่าวถึงเก้าอี้สองตัวไว้แล้ว วลีใดหมายถึง “เก้าอี้ข้างหน้าต่างและเก้าอี้ใกล้ประตู” ได้อย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่กล่าว chair ซ้ำ
- it by the window and it near the door
- the one by the window and the one near the door
- the ones by the window and the one near the door
ดูคำตอบ
the one by the window and the one near the door
some guy's backyard: ภาพในชีวิตประจำวันที่เป็นกันเอง
ใน some guy's backyard คำว่า some guy หมายถึงผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร เพราะไม่รู้ตัวตนหรือเพราะตัวตนไม่สำคัญในที่นี้ ไม่ได้หมายถึงผู้ชายคนใดคนหนึ่งที่ผู้พูดระบุไว้แล้ว ภาพธรรมดาในชีวิตประจำวันอย่าง backyard ตัดกับการสนทนาที่จริงจังกว่า เมื่อใช้ guy กับ backyard ร่วมกัน คำบรรยายจึงฟังเป็นกันเองและมีอารมณ์ขันเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ในประโยค "The bike was found in some guy's garage." คำว่า some guy สื่อความหมายใดได้เป็นธรรมชาติที่สุด?
- ผู้ชายที่ไม่ได้ระบุชัดและตัวตนของเขาไม่สำคัญ
- ผู้ชายมีชื่อเสียงที่ทุกคนรู้จัก
- ผู้ชายที่ระบุชื่อไว้แล้ว
ดูคำตอบ
ผู้ชายที่ไม่ได้ระบุชัดและตัวตนของเขาไม่สำคัญ
lay claim to: กล่าวอ้างสิทธิ์หรือความชอบธรรม
lay claim to หมายถึงการกล่าวอ้างว่าตนมีสิทธิ์ในบางสิ่ง หรือสมควรได้รับชื่อเรียก อัตลักษณ์ ทรัพย์สิน หรือเครดิตจากผลงาน ในประโยคนี้ เรือแต่ละลำสามารถให้เหตุผลว่าตนสมควรได้รับชื่อที่กำลังพูดถึง โครงสร้างคือ lay claim to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า to เป็นคำบุพบท และ lay เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ไม่ได้หมายถึงการวางสิ่งของลงจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงการกล่าวอ้างสิทธิ์: Both teams can ____ the title.
ดูคำตอบ
lay claim to
but only one could actually be the real thing. สำนวน
3:51แต่มีเพียงลำเดียวเท่านั้นที่สามารถเป็นของจริงได้
the real thing: ต้นฉบับหรือของแท้
the real thing เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงต้นฉบับหรือของแท้ ไม่ใช่สำเนา ของเลียนแบบ หรือของทดแทน ในประโยคนี้ thing หมายถึงตัวเลือกทั้งตัวที่กำลังตรวจสอบอัตลักษณ์ ประโยคบอกว่ามีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นต้นฉบับได้จริง ๆ ไม่ได้หมายเพียงว่าเป็น “วัตถุที่มีอยู่จริง”
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ของแท้” ให้สมบูรณ์: This watch is not a copy; it is ____.
ดูคำตอบ
the real thing
more importantly: เปลี่ยนไปเน้นประเด็นที่สำคัญกว่า
more importantly เป็นคำเชื่อมความคิดที่บอกผู้ฟังว่าประเด็นถัดไปสำคัญกว่าสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า หน้าที่ของมันคือจัดลำดับความสำคัญของข้อมูล ไม่ใช่เปรียบเทียบสิ่งของสองชิ้น เมื่ออยู่ต้นอนุประโยคหรือประโยค มักมีเครื่องหมายจุลภาคตามหลัง ส่วน And ในคำบรรยายเชื่อมประเด็นที่สำคัญกว่านี้เข้ากับเรื่องที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
more importantly ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? The route is shorter and, more importantly, safer.
- บอกว่าการสั้นกว่าและการปลอดภัยกว่ามีความหมายเหมือนกันทุกประการ
- ทำเครื่องหมายว่าการปลอดภัยกว่าเป็นประเด็นที่ควรได้รับความสนใจมากกว่า
- ใช้เกริ่นคำกล่าวอำลาครั้งสุดท้าย
ดูคำตอบ
ทำเครื่องหมายว่าการปลอดภัยกว่าเป็นประเด็นที่ควรได้รับความสนใจมากกว่า
What does this have to do with you?: การถามถึงความเกี่ยวข้อง
What does this have to do with you? ใช้ถามว่าหัวข้อที่กำลังพูดถึงเกี่ยวข้องกับผู้ฟังอย่างไร ในการอธิบาย คำถามนี้ช่วยเปลี่ยนจากการอภิปรายเชิงนามธรรมกลับมาที่ว่าเหตุใดหัวข้อนั้นจึงสำคัญต่อผู้ฟังเป็นการส่วนตัว ให้เข้าใจ have to do with เป็นสำนวนเดียวที่หมายถึง be connected with หรือ be related to โดย have to ในที่นี้ไม่ได้แสดงความจำเป็นหรือหน้าที่
แบบฝึกหัด
เติมคำถามด้วยสำนวนสี่คำที่หมายถึง “be related to”: What does this decision ____ our class?
ดูคำตอบ
have to do with
you are a collection of constantly changing parts. วลี
4:01คุณคือการรวบรวมของชิ้นส่วนที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
Like the Ship of Theseus, ...: การวางกรอบอุปมา
Like the Ship of Theseus เป็นวลีเปรียบเทียบที่วางไว้ต้นประโยค Like ในที่นี้เป็นคำบุพบทที่ตามด้วยนามวลี จึงหมายถึง “ในลักษณะเดียวกับเรือของธีซีอุส” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” การวางส่วนเปรียบเทียบไว้ก่อนเป็นการบอกผู้ฟังว่าควรจัดระเบียบข้อมูลต่อไปอย่างไร กล่าวคือ ให้ใช้เรือเป็นแบบจำลองในการทำความเข้าใจคน จากนั้นประโยคหลักจึงบอกลักษณะที่ทั้งสองมีร่วมกัน คือทั้งสองสามารถมองได้ว่าเป็นกลุ่มของส่วนต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา
แบบฝึกหัด
เติมอุปมาด้วยคำบุพบทที่หมายถึง “ในลักษณะเดียวกับ”: ____ a map, a clear outline shows how ideas fit together.
ดูคำตอบ
Like
a collection of constantly changing parts: องค์รวมที่ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
ในที่นี้ a collection หมายถึงกลุ่มของสิ่งต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ใช่ชุดสิ่งของที่เก็บสะสมเป็นงานอดิเรก การเรียกคนคนหนึ่งว่า a collection of parts แสดงมุมมองว่าคนนั้นประกอบขึ้นจากองค์ประกอบหลายอย่าง constantly changing ขยายคำว่า parts จึงหมายความว่าองค์ประกอบเหล่านั้นไม่ได้คงที่ รูปแบบ a collection of + คำนามพหูพจน์ สามารถใช้บรรยายสิ่งที่เป็นองค์รวมโดยระบุองค์ประกอบที่รวมกันเป็นสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
a collection of constantly changing parts ในที่นี้หมายถึงอะไร
- ส่วนเดียวที่ไม่เปลี่ยนแปลงและแยกออกจากทุกสิ่ง
- องค์รวมที่ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
- การจัดแสดงสิ่งของมีค่าที่ต้องได้รับการปกป้อง
ดูคำตอบ
องค์รวมที่ประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ซึ่งเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
Your physical body, mind, emotions, circumstances,
4:05ร่างกายทางกายภาพ จิตใจ อารมณ์ สถานการณ์ของคุณ
and even your quirks, always changing, การใช้คำ
4:10และแม้กระทั่งนิสัยแปลกๆ ของคุณ ก็เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
your quirks: นิสัยเล็ก ๆ ที่เป็นลักษณะเฉพาะของคุณ
Quirks หมายถึงนิสัยเล็ก ๆ ความชอบ หรือวิธีแสดงพฤติกรรมที่ค่อนข้างแปลกและทำให้คนคนนั้นมีลักษณะเฉพาะ คำนี้มักมีน้ำเสียงเบา ๆ และอาจฟังดูเอ็นดูหรือรู้สึกขำมากกว่าจะเป็นการวิจารณ์อย่างรุนแรง ในที่นี้ your quirks เป็นรายละเอียดส่วนตัวชนิดหนึ่งในรายการสิ่งต่าง ๆ ที่ประกอบกันเป็นตัวบุคคล และแสดงให้เห็นว่าแม้แต่รายละเอียดเฉพาะตัวเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ quirk ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงนิสัยส่วนตัวที่ไม่ร้ายแรงและมีลักษณะเฉพาะ
- The school bus is a quirk because it arrives at eight.
- Her broken arm is a quirk that needs emergency treatment.
- One of Ana's quirks is lining up her pencils by color.
ดูคำตอบ
One of Ana's quirks is lining up her pencils by color.
but still, in an amazing and sometimes illogical way, วลี
4:12แต่กระนั้น ในแบบที่น่าทึ่งและบางครั้งก็ไร้ตรรกะ
in an amazing and sometimes illogical way: บอกว่าสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นอย่างไร
โครงสร้าง in a/an + adjective(s) + way ใช้บอกว่าบางสิ่งเกิดขึ้น ถูกทำ หรือถูกรับรู้ในลักษณะใด ในตัวอย่างนี้ใช้ an เพราะ amazing ขึ้นต้นด้วยเสียงสระ amazing เป็นคำประเมินโดยรวม ส่วน sometimes ขยายเฉพาะ illogical หมายความว่าสิ่งนั้นน่าทึ่ง และไม่สมเหตุสมผลเพียงบางครั้ง วลีนี้แสดงความคิดเห็นต่อแนวคิดที่ว่าคนเรายังคงเป็นคนเดิม ผลลัพธ์นี้น่าทึ่งและบางครั้งก็ดูไม่เป็นไปตามตรรกะทั่วไป ที่นี่ way หมายถึง “ลักษณะหรือวิธี” ไม่ใช่ถนนหรือเส้นทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง in a ... way โดยใช้ calm แล้วตามด้วย respectful: She answered ____.
ดูคำตอบ
in a calm and respectful way
stay the same: ยังคงเหมือนเดิม
stay สามารถเป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ยังคงอยู่ในสภาพเดิม” ใน stay the same คำว่า the same บอกสภาพที่ไม่เปลี่ยนแปลง ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “ยังคงเหมือนเดิม” ไม่ใช่ “พักหรืออยู่ในสถานที่หนึ่ง” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวสื่อว่าอัตลักษณ์ของคนคนหนึ่งยังคงต่อเนื่อง แม้สิ่งอื่นจะเปลี่ยนไป นอกจากนี้ยังใช้บอกสภาวะ คุณลักษณะ จุดประสงค์ อัตลักษณ์ หรือข้อตกลงที่ไม่เปลี่ยนแปลงได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย stay + the same: Even after the update, the main idea will ____.
ดูคำตอบ
stay the same
one of the reasons that the ...: หนึ่งสาเหตุจากหลายสาเหตุ
one of the reasons หมายถึง “เหตุผลหนึ่งข้อจากเหตุผลหลายข้อ” วลีนี้ไม่ชี้ว่ามีสาเหตุเพียงอย่างเดียว จึงเหมาะเมื่อผลลัพธ์มีความซับซ้อน หลัง one of คำนามนับได้ต้องเป็นรูปพหูพจน์ จึงใช้ reasons ไม่ใช่ reason ในที่นี้ that เริ่มอนุประโยคที่บอกว่าเหตุผลนี้ช่วยอธิบายสถานการณ์ใด: the question ... is so complex.
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับความหมายว่า “หนึ่งสาเหตุจากหลายสาเหตุ” ให้สมบูรณ์: This is ____ the school changed its schedule.
ดูคำตอบ
one of the reasons that
in order to answer it: บอกจุดประสงค์อย่างชัดเจน
in order to answer it หมายถึง “เพื่อจุดประสงค์ที่จะตอบสิ่งนั้น” โดย it ย้อนกลับไปแทนคำว่า question ในประโยคก่อนหน้า จึงไม่ต้องพูดคำนามเดิมซ้ำ โครงสร้างคือ in order to + คำกริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น answer จึงคงรูปเดิม in order to ทำให้ความสัมพันธ์ด้านจุดประสงค์ชัดเจนเป็นพิเศษ ส่วน to เพียงคำเดียวก็มักสื่อจุดประสงค์เดียวกันได้สั้นกว่า
แบบฝึกหัด
เพิ่งมีการกล่าวถึงคำถามหนึ่งข้อ เติมวลีบอกจุดประสงค์โดยใช้ in order to, answer และ it: ____, we need more evidence.
ดูคำตอบ
In order to answer it
like so many great minds before you: เช่นเดียวกับนักคิดผู้ยิ่งใหญ่ที่มาก่อนคุณ
Like ใช้เปิดการเปรียบเทียบ โดยเปรียบผู้ฟังกับนักคิดที่โดดเด่นจำนวนมาก Great minds หมายถึงนักคิดที่ฉลาดมากหรือมีอิทธิพล ไม่ได้หมายถึง “จิตใจขนาดใหญ่” ตามตัวอักษร ส่วน so many เน้นว่ามีคนเหล่านั้นจำนวนมาก โดยไม่ได้สื่อว่ามากเกินไป Before you กล่าวถึงเวลา หมายความว่าคนเหล่านั้นมีชีวิตหรือทำงานก่อนผู้ฟัง วลีทั้งหมดทำให้ผู้ฟังเป็นส่วนหนึ่งของธรรมเนียมอันยาวนานของผู้คนที่เคยเผชิญคำถามหรือความท้าทายคล้ายกัน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า Maya ทำตามแบบอย่างของนักวิจัยที่มีชีวิตหรือทำงานมาก่อนเธอ
- Like many researchers in front of her, Maya began by questioning an old assumption.
- Like many researchers before her, Maya began by questioning an old assumption.
- Before many researchers liked her, Maya began by questioning an old assumption.
ดูคำตอบ
Like many researchers before her, Maya began by questioning an old assumption.
you must be willing to dive into the bottomless ocean of philosophical paradox. โน้ต
4:28คุณต้องเต็มใจที่จะดำดิ่งลงไปในมหาสมุทรอันไร้ก้นบึ้งของความขัดแย้งทางปรัชญา
must be willing to + คำกริยารูปพื้นฐาน
Must be willing to หมายความว่าความเต็มใจหรือความพร้อมทางใจที่จะลงมือทำเป็นเงื่อนไขที่จำเป็น must เพิ่มความจำเป็นอย่างหนักแน่น ส่วน willing บรรยายคนที่ยินยอมหรือพร้อมจะทำบางอย่าง สำนวนนี้กล่าวถึงทัศนคติ ไม่ใช่ความสามารถ รูปแบบคือ must + be + willing + to + คำกริยารูปพื้นฐาน ในตัวอย่าง dive เป็นคำกริยารูปพื้นฐานที่ตามหลัง to ส่วน willing ในที่นี้เป็นคำคุณศัพท์ ไม่ใช่กริยาช่วย will ที่แสดงอนาคต
แบบฝึกหัด
ประโยคใดกล่าวอย่างถูกต้องว่าการเรียนรู้จากข้อผิดพลาดต้องอาศัยความเต็มใจ
- To improve, you must be willing learning from mistakes.
- To improve, you must willing to learn from mistakes.
- To improve, you must be willing to learn from mistakes.
ดูคำตอบ
To improve, you must be willing to learn from mistakes.
dive into the bottomless ocean of philosophical paradox: อุปมาเกี่ยวกับการสำรวจอย่างลึกซึ้ง
dive into ในที่นี้เป็นการเปรียบเปรย โดยนำการศึกษาหรือการคิดอย่างจริงจังไปเปรียบกับการเคลื่อนตัวลงไปใต้ผิวน้ำอย่างเต็มแรง สิ่งที่ดำลงไปหาในประโยคนี้ไม่ใช่น้ำ แต่คือ the bottomless ocean of philosophical paradox การเรียกปฏิทรรศน์ว่าเป็นมหาสมุทรที่ไร้ก้นบึ้งทำให้คำถามเชิงนามธรรมดูทั้งลึก ยาก และอาจไม่มีที่สิ้นสุด ภาพรวมจึงหมายถึงการเต็มใจคิดเกี่ยวกับปัญหาทางปรัชญาที่ซับซ้อนอย่างลึกซึ้ง ไม่ใช่การว่ายน้ำจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ภาพมหาสมุทรที่เน้นไว้ในประโยคนี้สื่อความหมายหลักว่าอย่างไร?
- ผู้ฟังควรว่ายน้ำจริง ๆ เพื่อศึกษาปรัชญา
- ปฏิทรรศน์ทางปรัชญาทุกข้อมีวิธีแก้ทางกายภาพที่ง่าย
- ปัญหาทางปรัชญาต้องอาศัยการศึกษาอย่างลึกซึ้งและอาจดูซับซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด
ดูคำตอบ
ปัญหาทางปรัชญาต้องอาศัยการศึกษาอย่างลึกซึ้งและอาจดูซับซ้อนไม่มีที่สิ้นสุด
Or maybe you could just answer: ทางเลือกที่พูดให้นุ่มนวล
Or ใช้เสนอทางเลือกจากความคิดก่อนหน้า ส่วน maybe และ could ช่วยลดความแข็งของประโยคให้เป็นคำแนะนำแทนคำสั่ง could ในที่นี้หมายถึง “สิ่งหนึ่งที่คุณอาจเลือกทำ” ไม่ใช่ “มีความสามารถที่จะทำ” Just ทำให้การตอบดูเป็นทางเลือกที่ง่าย หลังจากถ้อยคำที่ซับซ้อนหรือยิ่งใหญ่ การเสนอทางเลือกที่ง่ายขึ้นอย่างกะทันหันอาจสร้างความขบขันจากความแตกต่างได้ แต่โทนที่แท้จริงยังขึ้นอยู่กับบริบทและวิธีพูด
แบบฝึกหัด
Or maybe you could just answer ทำหน้าที่หลักอย่างไรในที่นี้?
- ประโยคนี้ทดสอบว่าผู้ฟังมีความสามารถทางร่างกายที่จะตอบหรือไม่
- ประโยคนี้เสนอทางเลือกง่าย ๆ อย่างนุ่มนวลและอาจสร้างความขบขันจากความแตกต่าง
- ประโยคนี้ออกคำสั่งอย่างเข้มงวดโดยไม่มีทางเลือกอื่น
ดูคำตอบ
ประโยคนี้เสนอทางเลือกง่าย ๆ อย่างนุ่มนวลและอาจสร้างความขบขันจากความแตกต่าง
"I am a legendary hero sailing a powerful ship on an epic journey." วลี
4:35"ฉันคือวีรบุรุษในตำนานที่ล่องเรืออันทรงพลังในการเดินทางอันยิ่งใหญ่"
on an epic journey: การผจญภัยครั้งยิ่งใหญ่แบบวีรบุรุษ
On a journey แสดงว่าคนหนึ่งกำลังอยู่ระหว่างการเดินทางหรือกำลังมุ่งหน้าไปยังจุดหมาย ในที่นี้ epic บอกว่าการเดินทางนั้นยิ่งใหญ่ เต็มไปด้วยการผจญภัย และเหมือนเหตุการณ์ในเรื่องราวของวีรบุรุษ ในประโยคนี้ epic มีความหมายเชิงเรื่องเล่าว่า “ยิ่งใหญ่ดุจมหากาพย์” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ยอดเยี่ยม” แบบภาษาพูด เมื่อใช้ร่วมกับ legendary hero และ powerful ship วลีนี้จึงจงใจสร้างบรรยากาศวีรบุรุษที่เกินจริง
แบบฝึกหัด
ในบริบทของวีรบุรุษนี้ "on an epic journey" สื่อถึงอะไร
- การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ
- การเดินทางสั้น ๆ แบบธรรมดา
- การเดินทางที่สะดวกสบายโดยไม่มีสิ่งสำคัญเป็นเดิมพัน
ดูคำตอบ
การผจญภัยที่ยิ่งใหญ่และกล้าหาญ
That could work, too.: ยอมรับแนวคิดอื่นอย่างยังไม่ฟันธง
That หมายถึงแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ work หมายถึง “ได้ผลหรือใช้การได้” ไม่ใช่ “ทำงาน” ส่วน could นำเสนอความสำเร็จในฐานะความเป็นไปได้ ผู้พูดจึงยอมรับแนวคิดนั้นโดยไม่ได้รับประกันว่าจะสำเร็จ Too แสดงว่านี่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ยอมรับได้ นอกเหนือจากทางเลือกที่พิจารณาไว้แล้ว ในบริบทนี้ คำตอบสั้น ๆ และเรียบเฉยทำเหมือนคำตอบที่เกินจริงนั้นอาจเป็นไปได้ จึงกลายเป็นการปิดท้ายแบบขบขัน
แบบฝึกหัด
คุณมีแผนหนึ่งอยู่แล้ว เพื่อนเสนอทางเลือกที่คาดไม่ถึงแต่มีโอกาสสำเร็จ คำตอบใดแสดงการเห็นชอบแบบสบาย ๆ และยังไม่แน่ใจ
- That did not work, either.
- That will definitely work.
- That could work, too.
ดูคำตอบ
That could work, too.