ไม่ใช่ธงสมาพันธรัฐ: บทเรียนภาษาอังกฤษ

CGP Grey

ความยากในการเรียน
451 คำ 204 คำ/นาที

แนะนำวิดีโอ: คำอธิบายนี้แยกธงทางการของรัฐบาลสมาพันธรัฐออกจากธงรบที่คนมักเข้าใจผิดว่าเป็นธงชาติ พร้อมเล่าว่าปัญหาการแยกฝ่ายในสนามรบ ความหมายเชิงสัญลักษณ์ และการเรียกใช้ในเวลาต่อมามีผลต่อการเปลี่ยนแบบธงอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. เข้าใจสำนวนและภาษาภาพพจน์ “split in twain” ในเรื่องเล่าประวัติศาสตร์ว่าแปลว่าแยกเป็นสองส่วน สังเกตน้ำเสียงโบราณ และแยกจากคำทั่วไป “split in two” 2. ใช้กลุ่มคำสำเร็จรูป “what with the terror and the smoke.” เพื่อรวมหลายสาเหตุแบบภาษาพูด และอธิบายว่าเหตุใดผลลัพธ์ที่ยากลำบากจึงเกิดขึ้นได้อย่างเข้าใจง่าย 3. ใช้รูปแบบไวยากรณ์ “better in the sense that ... but worse in that ...” เพื่อเปรียบเทียบทางเลือกเดียวจากสองด้าน และบอกข้อแลกเปลี่ยนอย่างสมดุลแทนการตัดสินกว้าง ๆ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

This is not the Confederate national flag.

0:00

นี่ไม่ใช่ธงชาติของสมาพันธรัฐอเมริกา

When the United States split in twain during the Civil War, สำนวน

0:02

เมื่อครั้งที่สหรัฐอเมริกาถูกแบ่งเป็นสองฝ่ายในช่วงสงครามกลางเมือง

สำนวน

split in twain: สำนวนโบราณที่หมายถึง “แยกเป็นสองส่วน”

split in twain หมายถึง “แยกออกเป็นสองส่วน” คำว่า twain เป็นคำเก่าที่แปลว่า “สอง” ไม่ใช่ชื่อบุคคลหรือสถานที่ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวทำให้ประเทศดูเหมือนสิ่งหนึ่งเดียวที่ถูกฉีกออกเป็นสองฝ่ายตรงข้าม ถ้อยคำมีลักษณะโบราณและเป็นวรรณกรรม จึงทำให้การเล่าประวัติศาสตร์มีน้ำเสียงน่าตื่นเต้นมากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ split in twain ได้เป็นธรรมชาติที่สุดเพื่อสร้างน้ำเสียงที่ตั้งใจให้โบราณและน่าตื่นเต้น

  1. The ancient prophecy says the kingdom will be split in twain.
  2. The report says the file was split in twain for storage.
  3. Please split the bill in twain before we leave.
ดูคำตอบ

The ancient prophecy says the kingdom will be split in twain.

this was the first flag her rebel half used,

0:05

นี่คือธงผืนแรกที่ฝ่ายกบฏใช้

the Bonnie Blue, วัฒนธรรม

0:07

มีชื่อว่า Bonnie Blue

which she copied from the Republic of West Florida.

0:08

ซึ่งพวกเขาก๊อปปี้มาจากสาธารณรัฐเวสต์ฟลอริดา

วัฒนธรรม

the Bonnie Blue: ชื่อของธงประวัติศาสตร์

the Bonnie Blue เป็นชื่อเฉพาะของธงประวัติศาสตร์ผืนหนึ่ง ซึ่งมักเรียกว่า the Bonnie Blue Flag สัญญาณที่บอกว่าเป็นชื่อคือการใช้ตัวพิมพ์ใหญ่ คำนำหน้านาม the และการวางไว้ข้างหลัง “the first flag” เพื่ออธิบายว่าหมายถึงธงใด อนุประโยคที่ตามมาเชื่อมโยงธงนี้กับสาธารณรัฐเวสต์ฟลอริดา จึงควรเข้าใจวลีนี้ว่าเป็นชื่อของวัตถุทางประวัติศาสตร์ ไม่ใช่คำบรรยายว่า “สีฟ้าที่สวยงาม” และอย่าสับสนกับธงอีกผืนที่ชื่อ Stars and Bars

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The museum displayed the Bonnie Blue beside other Civil War flags,” the Bonnie Blue คืออะไร

  1. ชื่อของธงผืนหนึ่งโดยเฉพาะ
  2. คำบรรยายสีฟ้าที่สวยงาม
  3. ชื่อของพิพิธภัณฑ์
ดูคำตอบ

ชื่อของธงผืนหนึ่งโดยเฉพาะ

No really, น้ำเสียง/เจตนา

0:11

พูดจริงๆ นะ

this country existed.

0:11

ประเทศนี้เคยมีอยู่จริง

น้ำเสียง/เจตนา

“No really,” ที่ใช้ยืนยันว่าพูดจริง

No ในที่นี้ไม่ได้ปฏิเสธข้อความที่ตามมา แต่เป็นการตอบข้อสงสัยที่ผู้พูดคาดว่าผู้ฟังจะมี คล้ายกับพูดว่า “คุณอาจคิดว่าฉันล้อเล่น แต่ฉันไม่ได้ล้อเล่น” Really เพิ่มน้ำเสียงยืนยันอย่างจริงใจ เมื่อรวมกันแล้ว No really, ทำหน้าที่เน้นว่า “พูดจริงนะ” ก่อนบอกข้อเท็จจริง และจังหวะหยุดหลัง really แยกวลีนี้ออกจาก this country existed

แบบฝึกหัด

No really, ใน No really, this country existed. หมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดถามว่าประเทศนั้นเคยมีอยู่หรือไม่
  2. ผู้พูดบอกว่าประเทศนั้นไม่เคยมีอยู่
  3. ผู้พูดยืนยันว่าข้อความที่น่าประหลาดใจนั้นเป็นความจริง
ดูคำตอบ

ผู้พูดยืนยันว่าข้อความที่น่าประหลาดใจนั้นเป็นความจริง

A border disagreement between Spain and the US

0:13

ข้อพิพาทเรื่องพรมแดนระหว่างสเปนและสหรัฐฯ

over the Louisiana Purchase gave some local rebels an opportunity วลี

0:15

อันเกี่ยวเนื่องกับการซื้อลุยเซียนา ทำให้กลุ่มกบฏท้องถิ่นมีโอกาส

to take over a fort in 1810, กริยาวลี

0:17

เข้ายึดป้อมปราการในปี 1810

วลี

โครงสร้าง give someone an opportunity to do something

ส่วนที่เน้นใช้โครงสร้าง give + someone + an opportunity + to + กริยารูปพื้นฐาน ผู้ที่ได้รับโอกาสจะอยู่ถัดจาก give โดยตรง ส่วน infinitive ที่มี to ระบุการกระทำที่สามารถเกิดขึ้นได้ ในประโยคนี้ ข้อพิพาทสร้างสถานการณ์ที่เอื้อให้เกิดโอกาส ไม่ได้มอบสิ่งของจริง ๆ Some local rebels คือฝ่ายที่ได้รับโอกาส และ take over a fort คือการกระทำที่มีโอกาสทำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างเป้าหมาย give + person + an opportunity + to และใช้ gave กับ our team: The schedule change ____ finish the project early.

ดูคำตอบ

gave our team an opportunity to

กริยาวลี

take over: เข้าควบคุม

ในประโยคนี้ take over หมายถึงการยึดป้อมแล้วเริ่มควบคุมป้อมนั้น กรรม a fort และบริบทของกลุ่มกบฏทำให้การกระทำนี้มีความหมายว่าเข้ายึดโดยใช้กำลัง ไม่ใช่การส่งมอบหน้าที่ตามปกติ โดยทั่วไป take over ใช้ในความหมายว่าเข้าควบคุมหรือรับช่วงการควบคุมสถานที่ องค์กร ตำแหน่งงาน หรือกิจกรรม น้ำเสียงจะขึ้นอยู่กับว่าใครเข้าควบคุมและทำอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่หมายถึง ‘เข้าควบคุม’: After the director retires, Nina will ____ the department.

ดูคำตอบ

take over

declare independence as required with a flag, วลี

0:19

ประกาศเอกราชด้วยธงตามธรรมเนียม

วลี

declare independence: ประกาศเอกราชอย่างเป็นทางการ

Declare independence หมายถึงการประกาศอย่างเป็นทางการว่าประเทศหรือดินแดนจะปกครองตนเอง แทนที่จะอยู่ภายใต้การปกครองของอำนาจอื่น ในที่นี้ declare ทำให้การประกาศเป็นการกระทำทางการเมืองอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่เพียงคำพูดทั่วไป รูปแบบปกติคือ declare independence ในที่นี้ independence เป็นคำนามนามธรรมที่นับไม่ได้ จึงมักไม่ใช้คำนำหน้านาม ไม่ใช่ declare an independence

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่หมายถึงการประกาศว่าจะปกครองตนเองอย่างเป็นทางการ: After the referendum, the territory's leaders voted to ____.

ดูคำตอบ

declare independence

and run a government for 78 days

0:21

และบริหารรัฐบาลได้นานถึง 78 วัน

until the United States put an end to that. วลี

0:24

จนกระทั่งสหรัฐอเมริกาเข้ามาจัดการยุติเรื่องนี้

วลี

put an end to: ทำให้บางสิ่งยุติลงอย่างเด็ดขาด

put an end to หมายถึงทำให้กิจกรรม สถานการณ์ หรือปัญหาหยุดลงโดยสิ้นเชิง โครงสร้างคือ put an end to + คำนามหรือกลุ่มคำนาม โดย to เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนนี้ ในประโยคนี้ that อ้างถึงรัฐบาลท้องถิ่นที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ สำนวนนี้แสดงว่าสหรัฐอเมริกาเป็นฝ่ายที่ทำให้สิ่งนั้นยุติลง และเน้นผลลัพธ์ที่เด็ดขาด ไม่ใช่เพียงการหยุดชั่วคราว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ยุติลงอย่างเด็ดขาด” ให้สมบูรณ์: The new rules finally ____ the dangerous practice.

ดูคำตอบ

put an end to

Anyway,

0:26

เอาเป็นว่า

fast forward to the Civil War, ลำดับความ

0:26

ข้ามมาที่ช่วงสงครามกลางเมือง

ลำดับความ

fast forward to สำหรับการข้ามเวลาในการเล่าเรื่อง

fast forward to เป็นการเปรียบเทียบที่มาจากปุ่มกรอวิดีโอหรือเสียงไปข้างหน้า ในเรื่องเล่าหรือคำอธิบาย สำนวนนี้บอกผู้ฟังให้ข้ามเหตุการณ์ระหว่างทางและย้ายตรงไปยังเวลา เหตุการณ์ หรือช่วงที่อยู่ภายหลัง โครงสร้างคือ fast forward to + จุดหมายบนเส้นเวลา ในที่นี้ Anyway ใช้ปิดข้อมูลพื้นหลังก่อนหน้า แล้ว fast forward to the Civil War ย้ายเส้นเวลาไปยังจุดทางประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นภายหลัง สำนวนนี้ทำหน้าที่จัดลำดับเรื่อง ไม่ใช่คำสั่งให้ใช้งานเครื่องเล่นจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้ข้ามช่วงปีระหว่างทางเพื่อให้การเปลี่ยนเรื่องสมบูรณ์: ____ 2020, when the company opened its first store.

ดูคำตอบ

Fast forward to

and when Mississippi seceded from the Union, การใช้คำ

0:28

เมื่อรัฐมิสซิสซิปปีแยกตัวออกจากสหภาพ

การใช้คำ

seceded from the Union: แยกตัวออกจากสหภาพอย่างเป็นทางการ

Secede from หมายถึงการถอนตัวอย่างเป็นทางการจากสหภาพทางการเมืองที่ใหญ่กว่า โดยมักใช้เมื่อรัฐ ภูมิภาค หรือดินแดนประกาศว่าจะไม่เป็นส่วนหนึ่งของสหภาพนั้นอีกต่อไป โครงสร้างคือ secede from + หน่วยงานทางการเมือง และ seceded เป็นรูปอดีตธรรมดา ในประโยคนี้ รัฐมิสซิสซิปปีถูกกล่าวถึงว่าแยกตัวออกจากสหรัฐอเมริกาในบริบทของสงครามกลางเมืองอเมริกา ส่วน the Union หมายถึงสหรัฐอเมริกาในฐานะสหพันธรัฐ ไม่ได้หมายถึงกลุ่มทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย secede และคำบุพบทที่จำเป็น: After the referendum, the province voted to ____ the federation.

ดูคำตอบ

secede from

she adopted the flag of the tiny country

0:29

รัฐนี้ได้นำธงของประเทศเล็กๆ

that had been within her borders,

0:32

ที่เคยอยู่ภายในพรมแดนของตนมาใช้

and it became the unofficial flag of the rebellion,

0:33

และมันก็กลายมาเป็นธงอย่างไม่เป็นทางการของฝ่ายกบฏ

but not for long. ลำดับความ

0:35

แต่ก็ใช้ได้ไม่นาน

ลำดับความ

but not for long: แต่ก็อยู่ได้ไม่นาน

But not for long เติมต่อท้ายข้อความเพื่อบอกว่าสถานการณ์นั้นเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้น ๆ หรือจะคงอยู่เพียงช่วงสั้น ๆ คำว่า but ทำให้ข้อความก่อนหน้ากลายเป็นเพียงช่วงชั่วคราวในลำดับเหตุการณ์ และเตรียมผู้ฟังให้คาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตามมา ในที่นี้ for long หมายถึงระยะเวลา ไม่ใช่ความยาวทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

วลีใดเติมเรื่องเล่านี้ได้เหมาะสมที่สุด? Nina's phone worked again, ...; it stopped completely the next morning.

  1. but not for long
  2. before long
  3. from then on
ดูคำตอบ

but not for long

Blue wouldn't do. การใช้คำ

0:37

สีฟ้าไม่ค่อยเวิร์คเท่าไหร่

การใช้คำ

wouldn't do: ไม่เหมาะสมหรือยอมรับไม่ได้

ในประโยคนี้ wouldn't do หมายถึง “ไม่เหมาะสมหรือยอมรับไม่ได้” ผู้พูดกำลังปฏิเสธสีน้ำเงินในฐานะตัวเลือก ไม่ได้หมายความว่าสีน้ำเงินไม่มีความสามารถทำบางอย่าง ตรงนี้ do ไม่มีกรรม และหมายถึง “ดีพอสำหรับจุดประสงค์นั้น” หรือ “ตรงตามข้อกำหนด” รูปปฏิเสธบอกว่าตัวเลือกที่เสนอมานั้นไม่ผ่านเกณฑ์นี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ wouldn't do ในความหมายว่า “ไม่ใช่ตัวเลือกที่เหมาะสม”

  1. Maya couldn't do the final calculation.
  2. The thin paper wouldn't do for an outdoor poster.
  3. The old printer wouldn't work after the power cut.
ดูคำตอบ

The thin paper wouldn't do for an outdoor poster.

That's a Yankee color. วัฒนธรรม

0:38

นั่นมันสีของพวกแยงกี้ (ฝ่ายเหนือ)

วัฒนธรรม

Yankee color: ป้ายระบุฝ่ายทางการเมืองในสงครามกลางเมือง

ในบริบทของสงครามกลางเมืองอเมริกานี้ Yankee หมายถึงฝ่ายสหภาพ โดยเฉพาะชาวเหนือ ไม่ได้หมายถึงชาวอเมริกันทุกคน การเรียกสีน้ำเงินว่า “a Yankee color” จึงเชื่อมโยงสีนั้นกับฝ่ายตรงข้าม ดังนั้นวลีนี้จึงทำมากกว่าการบรรยายสีน้ำเงิน เพราะแสดงอัตลักษณ์ทางการเมืองและให้เหตุผลว่าทำไมผู้พูดจึงมองว่าสีนี้ยอมรับไม่ได้

แบบฝึกหัด

พิจารณาประโยคนี้: “That's a Yankee color.” ในบริบทของสงครามกลางเมืองอเมริกา Yankee น่าจะสื่อถึงอะไรที่สุด

  1. ชื่อที่เป็นกลางสำหรับสีน้ำเงินทุกเฉด
  2. สีที่คิดค้นขึ้น ณ ที่ใดก็ได้ในสหรัฐอเมริกา
  3. ความเชื่อมโยงกับฝ่ายสหภาพหรือฝ่ายเหนือ
ดูคำตอบ

ความเชื่อมโยงกับฝ่ายสหภาพหรือฝ่ายเหนือ

The new Confederate government asked for flag designs and got several,

0:39

รัฐบาลสมาพันธรัฐชุดใหม่ได้ขอให้มีการออกแบบธง และได้รับมาหลายแบบ

including one from a German Prussian artist in Alabama

0:43

รวมถึงผลงานจากศิลปินชาวเยอรมัน-ปรัสเซียในรัฐแอละแบมา

who possibly took design cues from the Austrian Empire วลี

0:45

ซึ่งอาจจะได้แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากจักรวรรดิออสเตรีย

and Betsy Ross.

0:48

และเบ็ตซี่ รอสส์

วลี

take design cues from: นำองค์ประกอบการออกแบบมาเป็นแนวทาง

ในประโยคนี้ took design cues from หมายถึงการนำลักษณะที่สังเกตได้จากแหล่งหนึ่งมาใช้เป็นแนวทางหรือแรงบันดาลใจในการออกแบบ สิ่งที่ตามหลัง from ระบุแหล่งอิทธิพลที่เป็นไปได้ สำนวนนี้สื่อถึงการหยิบยืมแนวคิดหรือลักษณะทางสไตล์ ไม่ได้หมายถึงการทำสำเนาเหมือนต้นฉบับทุกอย่าง คำว่า possibly ก็สำคัญ เพราะผู้พูดกำลังเสนอความเป็นไปได้ของอิทธิพล ไม่ได้ระบุว่าเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายความว่าบรรจุภัณฑ์นำลักษณะการออกแบบที่ระบุได้มาใช้โดยไม่ได้ลอกเหมือนต้นฉบับทุกอย่าง: The new packaging ____ vintage travel posters.

ดูคำตอบ

takes design cues from

Side note here, ลำดับความ

0:49

ขอแทรกเกร็ดเล็กน้อยตรงนี้

ลำดับความ

Side note here เพื่อบอกว่าเป็นเรื่องแทรก

Side note here เป็นเครื่องหมายจัดลำดับเนื้อหา ซึ่งบอกผู้ฟังว่าผู้พูดกำลังจะออกจากแนวอธิบายหลักชั่วครู่เพื่อเพิ่มข้อมูลรอง สำนวนนี้ช่วยจัดระเบียบคำพูดโดยลดลำดับความสำคัญของข้อมูลนั้น และมักทำให้ผู้ฟังคาดว่าผู้พูดจะกลับไปยังหัวข้อหลัก คำว่า side ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Side note here เพื่อแทรกเรื่องรองสั้น ๆ ก่อนกลับสู่หัวข้อหลักได้เหมาะสมที่สุด

  1. Side note here: the old bridge appeared in a film. Now, back to the route we are planning.
  2. Side note here: this is the main safety rule, and everything that follows explains it.
  3. Side note here means that the note is physically beside the page.
ดูคำตอบ

Side note here: the old bridge appeared in a film. Now, back to the route we are planning.

while we're talking about misnamed flags,

0:50

ในเมื่อเรากำลังพูดถึงธงที่ถูกเรียกชื่อผิด

Betsy Ross probably didn't design this flag.

0:51

เบ็ตซี่ รอสส์ น่าจะไม่ได้เป็นคนออกแบบธงผืนนี้หรอก

There's no evidence to support that she did, ลำดับความ

0:53

ไม่มีหลักฐานใดๆ มาสนับสนุนว่าเธอทำ

only stories from long after she died,

0:55

มีแต่เรื่องเล่าที่โผล่มาหลังจากเธอเสียชีวิตไปตั้งนานแล้ว

ลำดับความ

There's no evidence to support that: ไม่มีหลักฐานสนับสนุนไม่เท่ากับพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ

There's no evidence to support that... เปลี่ยนจุดสนใจจากการกล่าวข้ออ้างซ้ำ ไปเป็นการตรวจสอบว่ามีหลักฐานรองรับหรือไม่ ในประโยคเต็ม that นำอนุประโยค she did และ did ใช้แทน designed this flag การไม่มีหลักฐานสนับสนุนไม่เท่ากับการพิสูจน์ว่าข้ออ้างนั้นเป็นเท็จ โครงสร้างนี้ใช้ตั้งข้อสงสัยอย่างระมัดระวังโดยอิงหลักฐาน กล่าวคือ หากไม่มีสิ่งสนับสนุนที่น่าเชื่อถือ ก็ไม่ควรถือว่าข้ออ้างนั้นเป็นข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ There's no evidence to support that ได้แม่นยำที่สุด

  1. ผู้พูดมีหลักฐานหนักแน่นว่าข้ออ้างนั้นเป็นจริง
  2. ข้ออ้างนั้นขาดหลักฐานสนับสนุน แต่ไม่ได้แปลว่าถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จแล้วเสมอไป
  3. ข้ออ้างนั้นถูกหักล้างอย่างเด็ดขาดแล้ว
ดูคำตอบ

ข้ออ้างนั้นขาดหลักฐานสนับสนุน แต่ไม่ได้แปลว่าถูกพิสูจน์ว่าเป็นเท็จแล้วเสมอไป

Lady Godiva style. วัฒนธรรม

0:57

สไตล์เดียวกับตำนานของเลดี้โกไดวา

วัฒนธรรม

Lady Godiva style: การเปรียบเทียบทางวัฒนธรรมด้วยสองคำ

Lady Godiva style เป็นการเปรียบเทียบแบบละคำบางส่วน โดยหมายถึง “ในแบบที่เชื่อมโยงกับเรื่องของเลดี้โกไดวา” โครงสร้าง “ชื่อเฉพาะ + style” ย่อการอ้างอิงทางวัฒนธรรมทั้งชุดให้เป็นความเห็นสั้น ๆ การเปรียบเทียบนี้ไม่ได้บอกว่าเบ็ตซี รอสทำสิ่งเดียวกับที่เล่ากันว่าเลดี้โกไดวาเคยทำ แต่ชี้ไปที่การที่เรื่องราวซึ่งน่าสงสัยค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นหลังยุคที่บุคคลในประวัติศาสตร์มีชีวิตอยู่นานมาก จึงนำเสนอเรื่องของเบ็ตซี รอสว่าเป็นตำนานที่เกิดขึ้นภายหลังในลักษณะคล้ายกัน

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Lady Godiva style หมายความว่าอะไร

  1. ระบุว่าเลดี้โกไดวาเป็นผู้ออกแบบธงผืนนี้
  2. เป็นการเปรียบเทียบการที่เรื่องนี้กลายเป็นตำนานในภายหลัง กับวิธีที่ตำนานเลดี้โกไดวาพัฒนาขึ้น
  3. หมายความว่าเบ็ตซี รอสแต่งตัวหรือขี่ม้าเหมือนเลดี้โกไดวาทุกอย่าง
ดูคำตอบ

เป็นการเปรียบเทียบการที่เรื่องนี้กลายเป็นตำนานในภายหลัง กับวิธีที่ตำนานเลดี้โกไดวาพัฒนาขึ้น

But we're getting off track here. สำนวน

0:59

แต่เราเริ่มจะนอกเรื่องกันแล้ว

สำนวน

getting off track: เบี่ยงออกจากหัวข้อหลัก

ในประโยคนี้ get off track เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงบทสนทนากำลังเบี่ยงออกจากหัวข้อหลัก รูปปัจจุบันกำลังกระทำ we're getting แสดงว่าการเบี่ยงนั้นกำลังเกิดขึ้น และ we รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟัง But ... here เป็นสัญญาณว่าจะกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก สำนวนนี้ช่วยยอมรับว่ามีการออกนอกเรื่อง แล้วพาบทสนทนากลับมาโดยไม่ตัดบทอย่างกะทันหัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของสำนวนเป้าหมาย: We started by discussing the budget, but now we're ____. Let's return to the numbers.

ดูคำตอบ

getting off track

The Confederate government selected this as her official flag วลี

1:00

รัฐบาลสมาพันธรัฐเลือกธงนี้ให้เป็นธงชาติอย่างเป็นทางการ

วลี

select A as B: การมอบบทบาทอย่างเป็นทางการ

Select A as B หมายถึงเลือก A อย่างเป็นทางการเพื่อให้ A มีบทบาท อัตลักษณ์ หรือสถานะ B ในประโยคนี้ this คือกรรม A และ her official flag คือบทบาท B ส่วน as นำเข้าสู่ผลของการเลือก ไม่ได้แสดงเวลา เหตุผล หรือการเปรียบเทียบ คำสรรพนาม her เป็นการทำให้หน่วยการเมืองสมาพันธรัฐมีลักษณะเหมือนบุคคล และมีความหมายเท่ากับ its การใช้บุคลาธิษฐานนี้แยกจากโครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้ คือ select + กรรม + as + บทบาทหรือสถานะ

แบบฝึกหัด

เติมหนึ่งคำเพื่อให้ Priya ได้รับบทบาทโฆษก: The team selected Priya ____ its spokesperson.

ดูคำตอบ

as

and named it the Stars and Bars. วัฒนธรรม

1:03

และตั้งชื่อมันว่า Stars and Bars

วัฒนธรรม

“the Stars and Bars” ในฐานะชื่อของธงผืนหนึ่งโดยเฉพาะ

ในประโยคนี้ “the Stars and Bars” เป็นชื่อเฉพาะของธงชาติทางการผืนแรกของสมาพันธรัฐ ซึ่งนำมาใช้ในปี 1861 ชื่อนี้กล่าวถึงดาวและแถบแนวนอนในลวดลายของธง ชื่อนี้ไม่ใช่ชื่อที่ถูกต้องของธงรบสมาพันธรัฐลายกากบาททแยงซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป การเข้าใจว่านี่เป็นชื่อทางประวัติศาสตร์ที่เฉพาะเจาะจงช่วยให้ติดตามการแก้ข้อมูลของผู้พูดได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ “the Stars and Bars” หมายถึงธงผืนใด

  1. ธงรบสมาพันธรัฐลายกากบาททแยงซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไป
  2. ธงใด ๆ ที่สมาพันธรัฐเคยใช้
  3. ธงชาติทางการผืนแรกของสมาพันธรัฐซึ่งมีดาวและแถบแนวนอน
ดูคำตอบ

ธงชาติทางการผืนแรกของสมาพันธรัฐซึ่งมีดาวและแถบแนวนอน

So calling this the Stars and Bars is wrong on two counts. วลี

1:04

ดังนั้นการเรียกธงนี้ (ธงรบ) ว่า Stars and Bars จึงผิดในสองประเด็น

วลี

“wrong on two counts” สำหรับข้อผิดพลาดสองประเด็นที่แยกจากกัน

“On two counts” หมายถึง “ในสองแง่มุมที่แยกจากกัน” หรือ “ด้วยเหตุผลสองข้อที่ต่างกัน” ในโครงสร้าง wrong on + จำนวน + count(s) คำว่า count หมายถึงประเด็นหรือเหตุผลข้อหนึ่งในการโต้แย้ง สำนวนนี้บอกผู้ฟังล่วงหน้าว่าจะมีการแก้ข้อมูลสองประเด็นที่แยกจากกัน ไม่ใช่เพียงกล่าวกว้าง ๆ ว่าบางอย่างไม่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ wrong และโครงสร้าง count(s) เพื่อสื่อว่า “ไม่ถูกต้องด้วยเหตุผลสองข้อที่แยกจากกัน”: Your claim is ____: the date is incorrect, and the source is unreliable.

ดูคำตอบ

wrong on two counts

That's not its name,

1:07

อย่างแรก นั่นไม่ใช่ชื่อของมัน

and this is a cross.

1:09

และอย่างที่สอง นี่คือไม้กางเขน

These are bars.

1:10

นี่ต่างหากคือแถบ (bars)

New flag adopted, ลำดับความ

1:11

นำธงใหม่มาใช้

off to war.

1:12

แล้วออกไปรบ

ลำดับความ

การละคำใน “New flag adopted, off to war.”

ในการเล่าเรื่องแบบย่อ “New flag adopted” ใช้แทน “A new flag was adopted” โดยละคำนำหน้านามและกริยาช่วยของรูปถูกกระทำ ส่วน “Off to war” ใช้แทนความหมายประมาณว่า “the Confederacy went off to war” โดยละประธานและกริยา เครื่องหมายจุลภาคเรียงภาพสองภาพตามลำดับเวลา คือมีการใช้ธงผืนใหม่ก่อน แล้วฝ่ายสมาพันธรัฐจึงออกไปรบ การละคำแบบโทรเลขนี้ช่วยสรุปเหตุการณ์อย่างรวดเร็ว แทนที่จะนำเสนอเป็นประโยคที่สมบูรณ์ตามหลักไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

ในการเล่าเรื่องเกี่ยวกับฝ่ายสมาพันธรัฐ ข้อใดเป็นความหมายแบบเต็มที่ตรงกับ “New flag adopted, off to war.” มากที่สุด

  1. มีการใช้ธงผืนใหม่ แล้วฝ่ายสมาพันธรัฐก็ออกไปรบ
  2. มีคนถามว่าฝ่ายสมาพันธรัฐควรนำธงผืนใหม่ไปทำสงครามหรือไม่
  3. ฝ่ายสมาพันธรัฐออกไปรบเพราะปฏิเสธที่จะใช้ธงผืนใหม่
ดูคำตอบ

มีการใช้ธงผืนใหม่ แล้วฝ่ายสมาพันธรัฐก็ออกไปรบ

But on the battlefield,

1:13

แต่ในสนามรบ

the flag's similarity with the Union's was confusing,

1:14

ความคล้ายคลึงของธงนี้กับธงของฝ่ายสหภาพทำให้เกิดความสับสน

what with the terror and the smoke. วลี

1:17

แถมยังมีทั้งความหวาดกลัวและควันปืนอีก

วลี

โครงสร้าง what with A and B ที่ใช้บอกเหตุผล

ในที่นี้ what with นำเข้าสถานการณ์เพิ่มเติมที่ช่วยอธิบายว่าเหตุใดความคล้ายกันของธงจึงทำให้เกิดความสับสน “What with the terror and the smoke” มีความหมายโดยประมาณว่า “เพราะความหวาดกลัวและควัน” หรือ “เมื่อมีความหวาดกลัวและควันเพิ่มเข้ามาในสถานการณ์ด้วย” โครงสร้างนี้ไม่ใช่คำถาม รูปแบบคือ ประโยคหลัก, what with + นามวลี + and + นามวลี สำนวนนี้รวบรวมปัจจัยหลายอย่างที่มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์ และทำให้ผลลัพธ์ในประโยคหลักดูเข้าใจได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสองคำที่ขึ้นต้นด้วย what และใช้เพิ่มเหตุผลหลายประการที่มีส่วนทำให้เกิดผลลัพธ์: “The outdoor concert was difficult to enjoy, ____ the cold and the rain.”

ดูคำตอบ

what with

Nonetheless, ลำดับความ

1:19

ถึงกระนั้น

the Confederacy stuck with her flag, กริยาวลี

1:19

สมาพันธรัฐก็ยังคงยึดมั่นกับธงของตน

ลำดับความ

Nonetheless: ผลลัพธ์ยังคงเกิดขึ้นแม้มีปัญหาก่อนหน้า

Nonetheless หมายถึง “ถึงกระนั้น” หรือ “แม้จะเป็นเช่นนั้น” คำนี้บอกว่าสิ่งที่ตามมายังคงเป็นจริงหรือยังคงเกิดขึ้น แม้ว่าข้อมูลก่อนหน้าจะทำให้คาดหวังผลลัพธ์อีกแบบหนึ่งก็ตาม ในที่นี้ ปัญหาที่กล่าวถึงก่อนหน้าอาจทำให้ผู้อ่านคาดว่าจะมีการเปลี่ยนธง Nonetheless เปลี่ยนทิศทางของเนื้อหาไปสู่ผลลัพธ์ที่ตรงข้ามกับความคาดหมายนั้น คือสมาพันธรัฐยังคงใช้ธงเดิม นี่เป็นคำเชื่อมแสดงการยอมรับข้อขัดแย้งอย่างกระชับ ไม่ใช่คำบอกลำดับเวลาว่าเกิดอะไรขึ้นต่อไป

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดแสดงได้ดีที่สุดว่าทีมยังคงยืนยันการตัดสินใจแม้มีปัญหา? The first plan had several flaws. _____, the team decided to keep it.

  1. Then
  2. For example
  3. Nonetheless
ดูคำตอบ

Nonetheless

but her army wanted to avoid friendly fire, การใช้คำ

1:21

แต่กองทัพของพวกเขาต้องการหลีกเลี่ยงการยิงกันเอง

กริยาวลี

stuck with: ยังคงใช้ตัวเลือกเดิม

Stuck with เป็นรูปอดีตของ stick with ในที่นี้ stick with หมายถึงยังคงใช้หรือสนับสนุนตัวเลือกเดิมแทนที่จะเปลี่ยน เมื่อมีปัญหาหรือมีทางเลือกอื่นปรากฏขึ้น โครงสร้างคือ stick with + คำนามหรือคำสรรพนาม เช่น stick with a plan, a method, a candidate, or it. ในประโยคนี้ stuck with แสดงว่ารัฐบาลไม่ได้เปลี่ยนธงแม้จะมีปัญหาในการใช้งานจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีรูปอดีตที่หมายถึง “ยังคงใช้ตัวเลือกเดิมต่อไป”: Even after hearing the objections, Mia ____ her original plan.

ดูคำตอบ

stuck with

การใช้คำ

friendly fire: ความเสียหายโดยไม่ตั้งใจจากฝ่ายเดียวกัน

Friendly fire คือการที่กองกำลังฝ่ายตนเองหรือฝ่ายพันธมิตรยิงพลาดไปโดนคนที่อยู่ฝ่ายเดียวกัน ในที่นี้ friendly บอกความสัมพันธ์ว่าเป็นฝ่ายเดียวกัน ไม่ได้หมายความว่าเป็นการยิงแบบเป็นมิตรหรือไม่รุนแรง วลีนี้อธิบายว่าทำไมการมีเครื่องหมายให้มองเห็นและแยกฝ่ายได้ชัดเจนจึงสำคัญ หากกองกำลังจำฝ่ายพันธมิตรได้ ก็มีโอกาสโจมตีผิดฝ่ายน้อยลง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเป็นตัวอย่างของ friendly fire?

  1. พลเรือนติดอยู่ระหว่างกองทัพสองฝ่ายที่กำลังยิงโต้ตอบกัน
  2. ทหารถูกกองทัพฝ่ายตรงข้ามโจมตี
  3. ทหารโจมตีหน่วยพันธมิตรโดยไม่ตั้งใจหลังจากเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรู
ดูคำตอบ

ทหารโจมตีหน่วยพันธมิตรโดยไม่ตั้งใจหลังจากเข้าใจผิดว่าเป็นศัตรู

and so took one of the rejected designs

1:23

จึงได้นำหนึ่งในแบบที่ถูกปฏิเสธไปแล้ว

and squarified it into a battle flag. การใช้คำ

1:24

มาปรับให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเพื่อใช้เป็นธงรบ

การใช้คำ

squarified: คำสร้างขำขันด้วย -ify

Squarified เป็นคำกริยาที่สร้างขึ้นอย่างขำขันจาก square ตามด้วยปัจจัยสร้างคำกริยา -ify และคำลงท้ายอดีตกาล -ed ในประโยคนี้หมายถึง made it square (“ทำให้มันเป็นรูปสี่เหลี่ยม”) หรือ turned it into a square (“เปลี่ยนมันให้เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส”) ผู้พูดภาษาอังกฤษอาจเข้าใจคำใหม่ที่ลงท้ายด้วย -ify ได้จากคำฐานและการกระทำในบริบท แต่การเข้าใจคำที่สร้างขึ้นเฉพาะกาลไม่ได้ทำให้คำนั้นเป็นคำมาตรฐานในพจนานุกรมหรือศัพท์เทคนิค คำที่แปลกนี้ทำให้น้ำเสียงการบรรยายดูเบาสบายและมีอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดเหมาะกับ squarified ในที่นี้มากที่สุด?

  1. เป็นรูปอดีตกาลมาตรฐานของ square หมายถึง multiplied it by itself (“นำมันมาคูณด้วยตัวมันเอง”)
  2. เป็นคำที่สร้างขึ้นอย่างขำขัน หมายถึง made it square (“ทำให้มันเป็นรูปสี่เหลี่ยม”)
  3. เป็นศัพท์ทหารอย่างเป็นทางการ หมายถึง approved it for battle (“อนุมัติให้ใช้ในการรบ”)
ดูคำตอบ

เป็นคำที่สร้างขึ้นอย่างขำขัน หมายถึง made it square (“ทำให้มันเป็นรูปสี่เหลี่ยม”)

The Navy too liked this design and eventually switched,

1:27

กองทัพเรือก็ชอบดีไซน์นี้ด้วยและเปลี่ยนมาใช้ในที่สุด

though using a brighter,

1:29

แม้ว่าจะใช้สีฟ้าที่สว่างกว่า

presumably non-Yankee blue. น้ำเสียง/เจตนา

1:30

และน่าจะเป็นสีฟ้าที่ไม่ใช่ของพวกแยงกี้

น้ำเสียง/เจตนา

presumably: ข้อสรุปที่สมเหตุสมผลแต่ยังไม่ได้ยืนยัน

ในประโยคนี้ presumably ทำให้คำว่า “non-Yankee” เป็นการคาดเดาที่มีเหตุผลของผู้บรรยาย โดยพูดเชิงขำขันว่าสีที่สว่างกว่านั้นเป็นสีน้ำเงินที่ไม่ชวนให้นึกถึงพวกแยงกี ผู้บรรยายไม่ได้อ้างว่ามีหลักฐานโดยตรงเกี่ยวกับเหตุผลของกองทัพเรือ presumably เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่แสดงระดับความมั่นใจของผู้พูด โดยบอกว่าข้อความนั้นมาจากสิ่งที่ดูน่าจะเป็นไปได้หรือสิ่งที่สันนิษฐานไว้ จึงช่วยให้กล่าวอย่างระมัดระวังและเปิดโอกาสให้การคาดเดานั้นผิดได้

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ presumably ใน “a brighter, presumably non-Yankee blue” มากที่สุด

  1. ผู้บรรยายบอกว่าคำบรรยายนั้นเป็นความจริงอย่างแน่นอน
  2. ผู้บรรยายกำลังอ้างคำอธิบายอย่างเป็นทางการของกองทัพเรือ
  3. ผู้บรรยายมองว่าคำบรรยายนั้นเป็นการคาดเดาที่มีเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว
ดูคำตอบ

ผู้บรรยายมองว่าคำบรรยายนั้นเป็นการคาดเดาที่มีเหตุผล ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว

The popularity of the official flag decreased in the Confederacy as time went on, วลี

1:32

เมื่อเวลาผ่านไป ความนิยมของธงชาติอย่างเป็นทางการในสมาพันธรัฐก็ลดลง

วลี

as time went on: การเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปในอดีต

As time went on หมายถึง “เมื่อเวลาผ่านไป” ในที่นี้แสดงว่าความนิยมของธงไม่ได้ลดลงในทันที แต่ค่อย ๆ ลดลงตลอดช่วงเวลาที่กำลังกล่าวถึง ในอนุประโยคบอกเวลานี้ as เชื่อมการผ่านไปของเวลากับการเปลี่ยนแปลงที่ค่อย ๆ เกิดขึ้น โดยหมายถึง “ขณะที่เวลายังคงผ่านไป” ไม่ได้หมายถึง “เพราะว่า”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคอดีตด้วยวลีเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “ค่อย ๆ เปลี่ยนเมื่อเวลาผ่านไป”: The new players became more confident ____.

ดูคำตอบ

as time went on

even though they kept increasing the stars, ไวยากรณ์

1:36

ถึงแม้ว่าพวกเขาจะคอยเพิ่มดาวเข้าไปเรื่อยๆ ก็ตาม

ไวยากรณ์

even though: ยอมรับข้อเท็จจริงแต่ได้ผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด

even though ใช้เปิดอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริง โดยเนื้อหาหลังคำนี้เป็นเรื่องจริงหรือถือว่าเป็นจริง ซึ่งตามปกติน่าจะทำให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ยากขึ้น ในที่นี้ การเพิ่มดาวต่อไปไม่ได้หยุดความนิยมของธงที่ลดลง โครงสร้างนี้วางก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้ ใช้เพื่อเน้นความขัดแย้งอย่างชัดเจนระหว่างสิ่งที่คาดไว้กับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าถนนเป็นน้ำแข็งจริง แต่รถประจำทางก็ยังมาถึงตรงเวลา?

  1. Because the road was icy, the bus arrived on time.
  2. Even if the road is icy, the bus will arrive on time.
  3. Even though the road was icy, the bus arrived on time.
ดูคำตอบ

Even though the road was icy, the bus arrived on time.

while the popularity of the battle flag grew.

1:38

ในขณะที่ความนิยมของธงรบกลับเพิ่มสูงขึ้น

So in 1863,

1:41

ดังนั้นในปี 1863

the Confederate government tried again and went with white, กริยาวลี

1:42

รัฐบาลสมาพันธรัฐจึงลองอีกครั้งโดยหันมาใช้สีขาว

sticking the battle flag in the corner. ไวยากรณ์

1:45

และเอาธงรบไปแปะไว้ที่มุม

กริยาวลี

went with white: การเลือกตัวเลือกหนึ่ง

ใน went with white คำว่า go with หมายถึงเลือกหรือตัดสินใจใช้ตัวเลือกหนึ่ง ประธานได้พิจารณาแบบต่าง ๆ ที่เป็นไปได้แล้วเลือกสีขาว ไม่ได้หมายความว่ามีใครเดินทางไปที่ใดจริง ๆ โครงสร้างคือ go with + นามวลี และเปลี่ยนรูปตามกาลตามปกติ ได้แก่ go with, went with, have gone with

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีสองคำที่แปลว่า “เลือก”: After comparing the two designs, we decided to ____ the simpler one.

ดูคำตอบ

go with

ไวยากรณ์

sticking the battle flag in the corner: การเสริมการกระทำด้วยรูป -ing

ส่วนขยายที่ตามหลังเครื่องหมายจุลภาคและใช้รูป + -ing เพิ่มการกระทำที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดให้กับประโยคหลัก ผู้กระทำโดยนัยยังคงเป็นรัฐบาลสมาพันธรัฐ กล่าวคือ รัฐบาลเลือกแบบสีขาวและวางธงรบไว้ที่มุมซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเลือกนั้น sticking ในที่นี้หมายถึง “วาง” หรือ “จัดวาง” ไม่ใช่ติดด้วยกาว โครงสร้างนี้ช่วยให้ผู้เล่าเพิ่มการกระทำที่เกิดร่วมกันได้โดยไม่ต้องกล่าวอนุประโยคที่มีประธานและกริยาครบซ้ำอีกครั้ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูป -ing ของ move เพื่อเพิ่มการกระทำที่เกี่ยวข้องซึ่งทำโดยประธานเดียวกัน: Lena revised the slide, ____ the chart to the left.

ดูคำตอบ

moving

This was better in the sense ไวยากรณ์

1:46

แบบนี้ดีกว่าในแง่ที่ว่า

that the flag looked less like the Yankees,

1:48

ธงดูเหมือนของพวกแยงกี้น้อยลง

but worse in that the international symbol of surrender วัฒนธรรม

1:50

แต่แย่กว่าตรงที่สัญลักษณ์สากลของการยอมจำนน

was now in the background.

1:53

ดันมาเป็นพื้นหลังซะแล้ว

ไวยากรณ์

better in the sense that ... but worse in that ...: ประเมินทั้งด้านดีและด้านเสีย

ประโยคนี้ประเมินแบบธงหนึ่งแบบด้วยเกณฑ์สองด้านที่ต่างกัน Better in the sense that นำเข้าสู่ด้านที่ดีขึ้นอย่างมีขอบเขต คือธงดูคล้ายธงของฝ่ายเหนือน้อยลง ส่วน But worse in that นำเข้าสู่ด้านที่ก่อให้เกิดปัญหา คือพื้นหลังสีขาวทำให้นึกถึงสัญลักษณ์สากลของการยอมแพ้ อนุประโยค that ทั้งสองบอกเกณฑ์ที่ใช้ประเมิน sense ในที่นี้หมายถึง “ด้าน” หรือ “แง่มุม” ไม่ใช่ประสาทสัมผัส และ in that เป็นวิธีกระชับในการสื่อว่า “เพราะว่า” หรือ “ในแง่ที่ว่า” กรอบนี้ช่วยไม่ให้กล่าวกว้าง ๆ ว่าสิ่งหนึ่งดีกว่าหรือแย่กว่าโดยรวม

แบบฝึกหัด

เติมการประเมินที่แสดงข้อดีและข้อเสียอย่างสมดุล ใช้ better in the sense that สำหรับข้อดี และ but worse in that สำหรับข้อเสีย: The smaller office is ____ it costs less, ____ there is no meeting room.

ดูคำตอบ

better in the sense that · but worse in that

วัฒนธรรม

สัญลักษณ์สากลของการยอมแพ้

ในที่นี้ the international symbol of surrender หมายถึงธงขาว ในวัฒนธรรมทางภาพทั่วไป ธงขาวมักถูกเข้าใจว่าเป็นสัญญาณของการยอมแพ้ ผู้พูดจึงใช้ข้อตกลงร่วมกันนี้แทนการพูดว่า white flag โดยตรง เนื่องจากแบบธงมีพื้นหลังสีขาวขนาดใหญ่ เมื่อมองจากระยะไกลจึงอาจดูเหมือนสัญญาณยอมแพ้ in the background หมายถึงพื้นหลังทางภาพของธง ไม่ได้หมายความว่าการยอมแพ้เกิดขึ้นในภูมิหลังทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the international symbol of surrender หมายถึงอะไร?

  1. ตราแผ่นดินของประเทศหนึ่ง
  2. ป้ายเตือนสีแดง
  3. ธงขาว
ดูคำตอบ

ธงขาว

The army stuck with theirs.

1:54

ส่วนกองทัพก็ยังคงใช้ธงของตัวเองต่อไป

Two years later,

1:56

สองปีต่อมา

the Confederate government again changed the flag,

1:56

รัฐบาลสมาพันธรัฐก็เปลี่ยนธงอีกครั้ง

adding a red bar and a new tough name.

1:59

ด้วยการเติมแถบสีแดงและชื่อใหม่ที่ดูแข็งแกร่ง

Also,

2:01

นอกจากนี้

the design slightly rectangular-fied the battle flag.

2:01

ดีไซน์ใหม่นี้ยังปรับให้ธงรบมีความเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้ามากขึ้นเล็กน้อย

This could no longer be mistaken for surrender ไวยากรณ์

2:04

คราวนี้มันจะไม่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการยอมแพ้อีกต่อไป

ไวยากรณ์

could no longer be mistaken for surrender: ไม่อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นการยอมแพ้ได้อีกต่อไป

Mistake A for B หมายถึงการเข้าใจผิดว่า A คือ B ในโครงสร้างกรรมวาจก A + be mistaken for B นั้น A จะเป็นประธาน เช่น this could be mistaken for surrender Could no longer แสดงถึงการเปลี่ยนแปลงเมื่อเวลาผ่านไป หมายความว่าความเสี่ยงที่จะถูกเข้าใจผิดซึ่งเคยมีอยู่ได้ถูกขจัดไปแล้ว แบบที่แก้ไขแล้วจึงไม่ถูกมองว่าเป็นสัญญาณยอมแพ้อีก ในที่นี้ for นำหน้าตัวตนหรือความหมายที่ถูกเข้าใจผิด ไม่ได้บอกจุดประสงค์

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเต็มจากบทเรียนนี้เพื่อแสดงว่าความเสี่ยงเดิมได้หมดไปแล้ว: After the label was enlarged, the medicine bottle ____ a soft-drink bottle.

ดูคำตอบ

could no longer be mistaken for

and was the last flag,

2:06

และนี่ก็เป็นธงผืนสุดท้าย

as 36 days later,

2:08

เพราะในอีก 36 วันต่อมา

the Confederacy surrendered.

2:10

สมาพันธรัฐก็ยอมจำนน

So this design was never technically the flag of the Confederate government, น้ำเสียง/เจตนา

2:11

ดังนั้น ในทางเทคนิคแล้วดีไซน์นี้จึงไม่เคยเป็นธงของรัฐบาลสมาพันธรัฐเลย

น้ำเสียง/เจตนา

never technically: จำกัดข้อความไว้ตามคำนิยามอย่างเคร่งครัด

Technically จำกัดขอบเขตของข้อความให้อยู่ตามคำนิยามที่เคร่งครัดหรือเป็นทางการ Never technically หมายความว่าแบบธงนี้ไม่เคยผ่านเงื่อนไขอย่างเป็นทางการที่จะนับเป็นธงของรัฐบาล วลีนี้ยังเปิดพื้นที่ให้มุมมองแบบทั่วไปที่ต่างออกไป ผู้คนอาจเชื่อมโยงแบบธงนี้กับสมาพันธรัฐอย่างมาก แม้ชื่อเรียกอย่างเป็นทางการจะไม่ถูกต้องก็ตาม ใช้ technically เพื่อแยกสถานะที่ถูกต้องแม่นยำออกจากคำอธิบายทั่วไปที่กว้างกว่า

แบบฝึกหัด

technically หมายความว่าอะไรในประโยคนี้: “The club was never technically a charity, although many people treated it like one”?

  1. ตามคำนิยามอย่างเป็นทางการที่เคร่งครัด
  2. ด้วยความมั่นใจทางอารมณ์อย่างสมบูรณ์
  3. ตามการคาดเดาคร่าว ๆ ในชีวิตประจำวัน
ดูคำตอบ

ตามคำนิยามอย่างเป็นทางการที่เคร่งครัด

but close enough. น้ำเสียง/เจตนา

2:15

แต่ก็ใกล้เคียงแหละนะ

น้ำเสียง/เจตนา

but close enough: ยอมรับสิ่งที่ใกล้เคียงแต่ไม่ตรงทั้งหมด

But แสดงการยอมรับข้อยกเว้นหลังจากแก้ข้อมูลให้แม่นยำแล้ว Close enough เป็นข้อความแบบละคำ โดยเข้าใจประธานและรูปของ be ได้จากบริบท หมายความว่าสิ่งนั้นไม่ตรงทั้งหมด แต่คล้ายหรือแม่นยำพอสำหรับจุดประสงค์ในขณะนั้น ผู้พูดยังคงยืนยันข้อเท็จจริงอย่างเคร่งครัด แต่เห็นว่าชื่อเรียกแบบกว้าง ๆ ในชีวิตประจำวันพอเข้าใจได้ วลีนี้มักใช้จบความเห็นต่างเล็กน้อยด้วยการยอมรับความใกล้เคียงที่ใช้ได้จริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่ใช้ยอมรับสิ่งที่ไม่ตรงกันทั้งหมด: The shade is not exact, ____.

ดูคำตอบ

but close enough