วัวทองเหลือง (บทลงโทษที่เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ): บทเรียนภาษาอังกฤษ

The Infographics Show

ความยากในการเรียน
1,429 คำ 214 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ตอนนี้ติดตามตำนานกระทิงสำริดจากต้นกำเนิดกรีกที่เล่าต่อกันมา ไปถึงเรื่องสมัยโรมันและมรณสักขีชาวคริสต์ พร้อมแยกต้นฉบับที่ยังเหลืออยู่จากข้ออ้างที่นักประวัติศาสตร์ตรวจสอบได้ยาก ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. “could be said to have been” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: รวมการใช้กริยาช่วยเพื่อลดความแน่นอน การรายงานแบบถูกกระทำ และ perfect infinitive เพื่อพูดถึงอดีตที่ยังถกเถียงโดยไม่ยืนยันว่าแน่นอน 2. “so the story goes.” — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: บอกว่ารายละเอียดหนึ่งมาจากเรื่องที่เล่าต่อกันมา และถ่ายทอดโดยไม่รับรองว่าเป็นข้อเท็จจริง 3. “It's not for us to say” — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: ปฏิเสธอำนาจในการตัดสินขั้นสุดท้าย แล้วดำเนินต่อด้วยหลักฐานที่หนักแน่นกว่า

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Welcome back to our macabre series of shows การใช้คำ

0:00

ยินดีต้อนรับกลับสู่รายการซีรีส์สุดสยองขวัญของเรา

การใช้คำ

macabre: เนื้อหามืดหม่นที่เกี่ยวข้องกับความตายหรือความสยองขวัญ

ในที่นี้ macabre ใช้บรรยายว่ารายการชุดนี้เกี่ยวกับความตาย ความโหดร้าย หรือรายละเอียดอื่น ๆ ที่ชวนไม่สบายใจ คำนี้บอกทั้งเนื้อหาและบรรยากาศมืดหม่น ไม่ได้เพียงหมายความว่าผู้ชมรู้สึกกลัว คำคุณศัพท์นี้ใช้บรรยายเรื่องราว ภาพ อารมณ์ขัน ศิลปะ หรือความสนใจที่เชื่อมโยงกับความตายหรือการทำร้ายร่างกายอย่างน่ารบกวนได้

แบบฝึกหัด

คำคุณศัพท์ใดเหมาะที่สุดสำหรับนิทรรศการพิพิธภัณฑ์เกี่ยวกับธรรมเนียมงานศพสมัยวิกตอเรีย ซึ่งมีบรรยากาศมืดหม่นและเน้นเรื่องความตาย แม้ไม่ได้จัดขึ้นเพื่อทำให้ผู้ชมกลัว?

  1. macabre
  2. scary
  3. gruesome
ดูคำตอบ

macabre

featuring some of the worst things people

0:02

ที่นำเสนอสิ่งเลวร้ายที่สุดบางอย่างที่ผู้คน

have done to each other in the name of punishment. วลี

0:04

ได้ทำต่อกันในนามของการลงโทษ

วลี

in the name of: การเสนอเหตุผลที่กล่าวอ้าง

ในที่นี้ in the name of punishment นำเสนอ “การลงโทษ” ว่าเป็นเหตุผลที่ผู้คนกล่าวอ้างเพื่อรองรับการกระทำอันโหดร้าย ไม่ได้หมายถึงชื่อของบุคคลใดตามตัวอักษร โครงสร้าง in the name of + นามวลี หมายถึงการยกอุดมการณ์ คุณค่า หรืออำนาจบางอย่างขึ้นมาสนับสนุนการกระทำ ตัววลีเองอาจเป็นกลางได้ แต่ในบริบทนี้ช่วยให้ผู้พูดตั้งคำถามหรือวิจารณ์เหตุผลดังกล่าว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “ใช้ความปลอดภัยเป็นเหตุผลที่กล่าวอ้าง”: The officials restricted access ____ security.

ดูคำตอบ

in the name of

While in other shows,

0:06

ในขณะที่รายการอื่นๆ

we've talked about instruments of torture and killing

0:07

เราได้พูดถึงเครื่องมือทรมานและฆ่า

that could be said to be basic.

0:10

ที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นแบบพื้นฐาน

Claws that rip flesh,

0:11

กรงเล็บที่ฉีกเนื้อ

cudgels that smash bones.

0:13

กระบองที่ทุบกระดูก

This particular instrument of horrifyingly inhumane torture

0:14

แต่เครื่องมือทรมานที่ไร้มนุษยธรรมอย่างน่าสยดสยองชิ้นนี้

could be said to have been cooked up by creative folks. โน้ต

0:18

อาจกล่าวได้ว่าถูกคิดค้นขึ้นโดยผู้ที่มีความคิดสร้างสรรค์

ไวยากรณ์

could be said to have been: การตัดสินอดีตอย่างระมัดระวัง

Could be said เป็นโครงสร้างรายงานแบบไม่ระบุผู้กล่าว ในที่นี้ could ทำให้คำกล่าวอ่อนลงเป็นความหมายว่า “กล่าวเช่นนั้นได้อย่างมีเหตุผล” ไม่ได้แสดงความสามารถในอดีต ผู้พูดเสนอการตีความที่มีเหตุผลรองรับ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่แน่นอน To have been เริ่มโครงสร้าง infinitive แบบ perfect passive: to have been + past participle เช่น to have been cooked up โครงสร้างนี้วางการกระทำไว้ก่อนจุดเวลาที่กำลังอภิปราย รูปเต็ม could be said to have been ใช้ตัดสินเหตุการณ์หรือสภาวะในอดีตอย่างระมัดระวังได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปหกคำจากบทเรียนให้ตรงทุกคำ เพื่อแสดงการตัดสินอย่างระมัดระวังเกี่ยวกับสภาวะในอดีต: Looking back, the small pilot program ____ the beginning of the city's recycling system.

ดูคำตอบ

could be said to have been

กริยาวลี

cooked up: คิดหรือแต่งขึ้นอย่างจงใจ

Cooked up เป็นรูปอดีตของ phrasal verb cook up ในที่นี้หมายถึงคิดขึ้น ประดิษฐ์ขึ้น หรือวางแผนขึ้น ไม่ได้หมายถึงการทำอาหาร มักสื่อว่าแนวคิด เรื่องราว หรือแผนการนั้นถูกสร้างขึ้นอย่างจงใจ และอาจแปลก ไม่ซื่อสัตย์ หรือน่าสงสัย ใน have been cooked up by creative folks คำกริยาวลีนี้อยู่ในรูปถูกกระทำ หมายความว่าคนเหล่านั้นเป็นผู้คิดเครื่องมือนี้ขึ้นมา การเรียกพวกเขาว่า creative เป็นการประชดแบบมืดมน เพราะสิ่งที่พวกเขาคิดขึ้นนั้นโหดร้าย

แบบฝึกหัด

ใช้ phrasal verb สองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “แต่งขึ้นอย่างจงใจ” และมีน้ำเสียงสงสัยเพื่อเติมประโยค: The two witnesses ____ the same unlikely story before the interview.

ดูคำตอบ

cooked up

As with just about anything we've talked about in this series, ลำดับความ

0:21

เช่นเดียวกับเกือบทุกอย่างที่เราได้พูดถึงในซีรีส์นี้

it would be unimaginable to suffer this treatment. ไวยากรณ์

0:23

มันคงเป็นเรื่องที่จินตนาการไม่ออกเลยหากต้องทนรับการกระทำเช่นนี้

ลำดับความ

As with just about anything ในฐานะคำขึ้นต้นเพื่อเปรียบเทียบ

As with + นามวลีใช้เกริ่นการเปรียบเทียบ โดยบอกว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปก็เป็นจริงกับสิ่งหรือกลุ่มที่ระบุหลัง with เช่นกัน ในที่นี้ วลีดังกล่าวจัดให้การปฏิบัตินี้อยู่ในแบบแผนทั่วไปเดียวกับหัวข้ออื่น ๆ ที่เคยกล่าวถึงในซีรีส์ Just about หมายถึง “แทบจะ” ดังนั้น just about anything จึงขยายขอบเขตการเปรียบเทียบให้กว้างโดยไม่กล่าวแบบเด็ดขาด คำขึ้นต้นทั้งหมดจัดลำดับข้อมูลด้วยการให้แบบแผนที่คุ้นเคยก่อน แล้วจึงตามด้วยข้อประเมินใหม่

แบบฝึกหัด

As with just about anything ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้เสนอว่าการปฏิบัติดังกล่าวเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของแบบแผนกว้าง ๆ ที่พูดถึงไปแล้ว
  2. วลีนี้อ้างว่าทุกหัวข้อในซีรีส์มีการปฏิบัติแบบเดียวกันทุกประการ
  3. วลีนี้บอกว่าการปฏิบัติดังกล่าวเกิดขึ้นพร้อมกับทุกหัวข้อก่อนหน้า
ดูคำตอบ

วลีนี้เสนอว่าการปฏิบัติดังกล่าวเป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของแบบแผนกว้าง ๆ ที่พูดถึงไปแล้ว

ไวยากรณ์

It would be unimaginable to suffer: ประธานสมมติ it และ would เชิงสมมติ

ใน it would be unimaginable to suffer คำว่า it เป็นประธานสมมติ ไม่ได้ย้อนกลับไปอ้างถึงคำนามใดโดยเฉพาะ เนื้อหาที่ถูกประเมินจริง ๆ คือวลี infinitive to suffer this treatment รูปแบบ it would be + คำคุณศัพท์ + to-infinitive ใช้ให้ความเห็นต่อการกระทำหรือประสบการณ์สมมติ Would ทำให้ข้อความอยู่ในสถานการณ์ที่จินตนาการขึ้น ส่วน unimaginable ทำให้การประเมินหนักแน่นอย่างยิ่ง กล่าวคือ ประสบการณ์นั้นเกินกว่าที่ผู้พูดจะนึกภาพได้โดยง่าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปแบบการประเมินที่ใช้ would และ unimaginable: "____ to live in total isolation for a year."

ดูคำตอบ

It would be unimaginable

But hey,

0:26

แต่เดี๋ยวก่อน

we aren't going to say it's any worse

0:26

เราจะไม่พูดว่ามันแย่ไปกว่า

than having your intestines chewed on by starving rats.

0:28

การที่ลำไส้ของคุณถูกหนูหิวโซกัดกิน

Like that punishment though,

0:31

ทว่าเช่นเดียวกับการลงโทษนั้น

this one was slow,

0:32

สิ่งนี้เป็นไปอย่างช้าๆ

making hanging or head chopping

0:33

ทำให้การแขวนคอหรือการตัดหัว

seem very merciful in comparison.

0:36

ดูมีความเมตตามากเมื่อเทียบกัน

This form of execution was created by the ancient Greeks.

0:38

การประหารชีวิตรูปแบบนี้ถูกสร้างขึ้นโดยชาวกรีกโบราณ

It had a few names

0:40

มันมีหลายชื่อ

and it might also be called the bronze bull

0:42

และอาจเรียกว่ากระทิงทองสัมฤทธิ์

or the Sicilian bull.

0:44

หรือกระทิงซิซิลี

But how do we know anything about it at all? ลำดับความ

0:45

แต่เราจะรู้เรื่องราวเกี่ยวกับมันได้อย่างไรกัน?

ลำดับความ

ใช้ how do we know ... at all? เพื่อเปลี่ยนไปพูดถึงหลักฐาน

คำถามนี้ใช้จัดลำดับคำอธิบาย ไม่ได้ขอให้ผู้ชมตอบ เป็นสัญญาณเปลี่ยนจากการบรรยายเรื่องนั้นไปสู่คำถามว่าเรามีหลักฐานอะไรจึงรู้เรื่องนี้ได้ at all เน้น how do we know ให้แรงขึ้น โดยสื่อว่าการรู้เรื่องนี้อาจดูยากหรือน่าประหลาดใจ เมื่อผู้บรรยายตอบคำถามเองทันที รูปแบบถามแล้วตอบนี้จะนำเข้าสู่แหล่งที่มาของหลักฐาน

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายกล่าวว่า "No eyewitnesses are still alive. But how do we know anything about the event at all?" แล้วจึงแนะนำบันทึกเก่าเล่มหนึ่ง คำถามนี้ทำหน้าที่อะไร

  1. เป็นสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปพูดถึงหลักฐานที่สนับสนุนเรื่องราว
  2. เป็นการขอให้ผู้ชมเดาคำตอบก่อนที่วิดีโอจะดำเนินต่อ
  3. แสดงว่าผู้บรรยายตัดสินใจแล้วว่าเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้น
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปพูดถึงหลักฐานที่สนับสนุนเรื่องราว

One of the answers is because

0:47

คำตอบหนึ่งก็คือ

it was written about in something called

0:48

เพราะมันถูกเขียนไว้ในบางสิ่งที่เรียกว่า

the Bibliotheca Historica,

0:50

Bibliotheca Historica

which translates as historical library. วลี

0:52

ซึ่งแปลว่าห้องสมุดประวัติศาสตร์

วลี

ใช้ translates as เพื่อนำคำแปล

ในโครงสร้าง X translates as Y นั้น X คือคำหรือสำนวนในภาษาหนึ่ง ส่วน Y คือถ้อยคำที่ใช้แปลเป็นอีกภาษาหนึ่ง ในที่นี้ which อ้างกลับไปที่ Bibliotheca Historica และ historical library ถูกนำเสนอเป็นคำแปลภาษาอังกฤษ บุพบท as ใช้นำผลลัพธ์ของการแปล ในโครงสร้างนี้ as ไม่ได้แสดงบทบาท เหตุผล หรือเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย translates as: The Spanish phrase buenos días ____ good morning in English.

ดูคำตอบ

translates as

It consists of many books written วลี

0:55

มันประกอบด้วยหนังสือหลายเล่มที่เขียนขึ้น

วลี

consists of: ระบุส่วนประกอบของสิ่งที่เป็นทั้งหมด

ใน consists of คำว่า consist ตามด้วย of เพื่อระบุส่วนต่าง ๆ ที่รวมกันเป็นทั้งหมด ในประโยคนี้ it คือสิ่งที่เป็นทั้งหมด และ many books คือส่วนประกอบของมัน ใช้โครงสร้าง “สิ่งที่เป็นทั้งหมด + consist(s) of + ส่วนประกอบ” รูปกริยาต้องสอดคล้องกับประธาน เช่น The collection consists of ... แต่ The volumes consist of ...

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ consist of: The emergency kit ____ a flashlight, water, and bandages.

ดูคำตอบ

consists of

by an ancient Greek historian named Diodorus Siculus.

0:57

โดยนักประวัติศาสตร์ชาวกรีกโบราณนามว่า ไดโอโดรัส ซิคูลัส

In these books,

1:00

ในหนังสือเหล่านี้

you'll find his version of the history of the world.

1:01

คุณจะพบเวอร์ชันประวัติศาสตร์โลกในมุมมองของเขา

From what went down in ancient Egypt กริยาวลี

1:04

จากสิ่งที่เกิดขึ้นในอียิปต์โบราณ

to the leader Alexander the Great.

1:06

ไปจนถึงผู้นำอย่างอเล็กซานเดอร์มหาราช

กริยาวลี

what went down: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่า “เกิดอะไรขึ้น”

ใน what went down คำว่า went down เป็นรูปอดีตของ phrasal verb แบบไม่เป็นทางการ go down ซึ่งในที่นี้หมายถึง “เกิดขึ้น” ทั้งวลีจึงหมายถึง “สิ่งที่เกิดขึ้น” หรือ “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น” ไม่ใช่การเคลื่อนลงไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่า คำรอบข้างเป็นตัวกำหนดความหมาย ในที่นี้ what ใช้ถามถึงเหตุการณ์ และการอ้างถึงช่วงเวลาในประวัติศาสตร์ทำให้ความหมายว่า “เกิดขึ้น” เป็นความหมายที่เป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ใน “The coach asked the players to explain what went down after the game,” วลี what went down หมายถึงอะไร?

  1. อะไรเคลื่อนไปยังตำแหน่งที่ต่ำกว่า
  2. เกิดอะไรขึ้น
  3. มีคนเขียนอะไรลงไป
ดูคำตอบ

เกิดอะไรขึ้น

Quite a lot of it is still intact, การใช้คำ

1:08

หลายส่วนยังคงสมบูรณ์อยู่

but some parts in the series

1:09

แต่บางส่วนในซีรีส์

are missing or in fragments.

1:11

ขาดหายไปหรือเหลือเพียงเศษซาก

การใช้คำ

still intact ... in fragments: ระดับของการเก็บรักษา

ในที่นี้ still intact หมายถึงผลงานส่วนใหญ่ยังคงอยู่ครบเป็นส่วนเดียวโดยไม่สูญเสียรูปแบบสำคัญของมัน คำว่า still เน้นว่าสภาพนี้ดำเนินต่อมาจนถึงปัจจุบัน และอาจเป็นเรื่องน่าประหลาดใจเมื่อเวลาผ่านไปนานแล้ว ส่วน in fragments หมายถึงเนื้อหาอื่น ๆ เหลืออยู่เพียงเป็นส่วนหรือข้อความที่ไม่สมบูรณ์ เมื่อพูดถึงงานเขียน fragments อาจหมายถึงข้อความที่หลงเหลือเพียงบางส่วน ไม่จำเป็นต้องเป็นวัตถุที่แตกจริง ๆ สองสำนวนนี้ช่วยจัดลำดับสภาพการเก็บรักษาจากสมบูรณ์ไปจนถึงเหลือเพียงบางส่วน

แบบฝึกหัด

เอกสารฉบับหนึ่งมีหน้าครบทุกหน้าและไม่เสียหาย ประโยคใดอธิบายสภาพของเอกสารได้แม่นยำที่สุด

  1. The document is still intact.
  2. The document survives in fragments.
  3. The document is missing.
ดูคำตอบ

The document is still intact.

In one of these books,

1:12

ในหนังสือเล่มหนึ่งนี้

Mr. Siculus wrote about the brazen bull

1:13

คุณซิคูลัสเขียนถึงกระทิงทองสัมฤทธิ์

and this is what he said.

1:16

และนี่คือสิ่งที่เขากล่าวไว้

The guy who invented it

1:17

ชายผู้ประดิษฐ์มัน

was an inventor by trade วลี

1:18

เป็นนักประดิษฐ์โดยอาชีพ

วลี

by trade: อาชีพหลักของบุคคล

ใน was an inventor by trade คำว่า by trade ระบุว่าการเป็นนักประดิษฐ์คืออาชีพหรือสายงานที่มั่นคงของบุคคลนั้น ในที่นี้ trade หมายถึงอาชีพ งานฝีมือ หรืองานที่ผ่านการฝึกฝนมา ไม่ได้หมายถึงการซื้อขาย รูปแบบ be + อาชีพ + by trade พบได้บ่อยในคำบรรยายประวัติบุคคลแบบสั้น ๆ โดยบอกภูมิหลังด้านอาชีพ ซึ่งอาจต่างจากงานอดิเรก บทบาทชั่วคราว หรือแม้แต่งานที่บุคคลนั้นทำอยู่ในปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เป็นอาชีพหลักที่ทำมา” ให้สมบูรณ์: Maya works in school administration now, but she is an electrician ____.

ดูคำตอบ

by trade

and he was named Perillos of Athens.

1:20

และเขามีชื่อว่าเพอริลลอสแห่งเอเธนส์

It's said before he built this thing

1:22

ว่ากันว่าก่อนที่เขาจะสร้างสิ่งนี้ขึ้นมา

somewhere between 570 and 554 BC,

1:24

ในช่วงระหว่าง 570 ถึง 554 ปีก่อนคริสตกาล

he actually pitched the idea. วลี

1:27

เขาได้เสนอแนวคิดนี้ขึ้นมาจริง ๆ

วลี

pitch the idea: นำเสนอแนวคิดอย่างโน้มน้าว

ในประโยคนี้ pitched the idea หมายถึงการอธิบายและผลักดันข้อเสนอเพื่อให้ได้รับการอนุมัติ เงินทุน หรือการสนับสนุน เป็นรูปอดีตของ pitch an idea Pitch เน้นขั้นตอนการโน้มน้าวผู้ฟัง คุณไม่ได้เพียงกล่าวถึงแนวคิด แต่ยังอธิบายด้วยว่าเหตุใดแนวคิดนั้นจึงควรได้รับการสนับสนุน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยเปลี่ยน pitch the idea เป็นรูปอดีต: At the budget meeting, Leo ____ to the directors.

ดูคำตอบ

pitched the idea

He was what you might call a creative technologist น้ำเสียง/เจตนา

1:28

เขาคือคนที่คุณอาจเรียกว่าเป็นนักเทคโนโลยีเชิงสร้างสรรค์

of the past looking for some funding. วลี

1:31

ในอดีตที่กำลังมองหาเงินทุน

น้ำเสียง/เจตนา

what you might call + คำเรียกแบบไม่ฟันธง

ใน what you might call a creative technologist of the past วลี what you might call ใช้นำหน้าคำเรียกแบบไม่ฟันธงที่ผู้พูดเลือกเอง คำเรียกนั้นช่วยให้เข้าใจหรือมีอารมณ์ขัน แต่ไม่ได้เสนอว่าเป็นหมวดหมู่ที่ถูกต้องแม่นยำ วลีนี้ทำให้การเรียกชื่อฟังดูนุ่มนวลขึ้น โดยมีความหมายประมาณว่า “คนที่พอจะเรียกได้ว่า...” ไม่ใช่คำถามที่ขอให้ผู้ฟังบอกชื่อ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้คำเรียกแบบไม่ฟันธงแทนที่จะถามชื่อ

  1. Sam is what you might call a professional problem-solver.
  2. What is Sam's official job title?
  3. What do you call the tool used to open this case?
ดูคำตอบ

Sam is what you might call a professional problem-solver.

วลี

looking for some funding: การมองหาเงินทุนสนับสนุน

ใน looking for some funding คำว่า look for หมายถึง “พยายามค้นหาหรือให้ได้มา” ส่วน funding หมายถึงการสนับสนุนทางการเงินสำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นอย่างเป็นระบบ เช่น โครงการ ธุรกิจ หรือโครงการวิจัย ดังนั้น วลีนี้จึงหมายความว่าเขากำลังพยายามหาการสนับสนุนให้กับงานของตน ในความหมายนี้ funding โดยปกติเป็นคำนามนับไม่ได้ some funding หมายถึงการสนับสนุนทางการเงินในจำนวนที่ไม่ได้ระบุ ไม่ได้หมายถึง “fundings” หลายก้อนที่แยกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ look for ตามด้วย some และคำนามนับไม่ได้ที่ใช้ตามปกติเพื่อหมายถึงการสนับสนุนทางการเงิน: The research team is ____ to continue the study.

ดูคำตอบ

looking for some funding

He got that funding from a man named Phalaris,

1:33

เขาได้รับเงินทุนนั้นจากชายที่ชื่อว่าฟาลาริส

the tyrant of Acragas.

1:36

ทรราชแห่งอัครากัส

Given his frightening title, ไวยากรณ์

1:38

ด้วยตำแหน่งที่น่าสะพรึงกลัวของเขา

you wouldn't be surprised to hear วลี

1:39

คุณคงไม่แปลกใจที่ได้ยินว่า

that this man was said to be very cruel.

1:40

ชายผู้นี้ถูกกล่าวขานว่าโหดร้ายมาก

ไวยากรณ์

Given his frightening title: Given + นามวลี

Given ที่อยู่ต้นประโยคและตามด้วยนามวลี หมายถึง “เมื่อพิจารณา” หรือ “เมื่อคำนึงถึง” Given his frightening title นำสมญาของเขามาเป็นข้อมูลตั้งต้นของการตัดสินในประโยคหลัก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Given + นามวลี, ประโยคหลัก โครงสร้างนี้ย่อเหตุผลหรือเงื่อนไขเบื้องหลังโดยไม่ได้บรรยายการกระทำที่หมายถึงการให้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ Given ตามด้วยนามวลีในวงเล็บ: ____, we should bring an umbrella. (the dark clouds)

ดูคำตอบ

Given the dark clouds

วลี

you wouldn't be surprised to hear: บอกว่าผลลัพธ์เป็นไปตามคาด

ในประโยคนี้ you wouldn't be surprised to hear บอกผู้ฟังว่าข้อมูลถัดไป—ความโหดร้ายของชายคนนั้น—สอดคล้องกับสิ่งที่ฉายาอันน่ากลัวได้บอกเป็นนัยไว้แล้ว ผู้พูดถือว่าผู้ฟังก็จะเห็นความเชื่อมโยงเดียวกัน นี่เป็นสำนวนเชิงวาทศิลป์ ไม่ใช่คำถามจริง ๆ เกี่ยวกับความรู้สึกของผู้ฟัง ใช้โครงสร้าง you wouldn't be surprised to hear that + อนุประโยค เพื่อนำเสนอข้อมูลว่าเป็นสิ่งที่คาดเดาได้จากข้อความก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ผู้บรรยายเพิ่งอธิบายว่าร้านอาหารแห่งหนึ่งมีรีวิวห้าดาวหลายร้อยรายการ ประโยคใดนำเสนอความนิยมของร้านว่าเป็นผลลัพธ์ที่คาดหมายได้

  1. Would you be surprised to hear that it is usually full?
  2. You wouldn't be surprised to hear that it is usually full.
  3. You may be surprised to hear that it is usually full.
ดูคำตอบ

You wouldn't be surprised to hear that it is usually full.

In some accounts of his life,

1:43

ในบันทึกบางฉบับเกี่ยวกับชีวิตของเขา

it's written that he enjoyed torture

1:44

มีเขียนไว้ว่าเขาชอบการทรมาน

and even went so low as to eat children. สำนวน

1:46

และทำตัวต่ำทรามถึงขั้นกินเด็ก

สำนวน

went so low as to: ประณามการกระทำที่ต่ำทรามอย่างยิ่ง

went so low as to หมายความว่าเขาตกต่ำทางศีลธรรมจนถึงระดับที่น่าละอาย และถึงกับทำสิ่งที่ตามหลังสำนวนนี้ ในที่นี้ การกินเด็กถูกนำเสนอว่าเป็นตัวอย่างที่ร้ายแรงที่สุดในรายการการกระทำอันโหดร้าย โครงสร้างคือ go/went so low as to + กริยารูปพื้นฐาน คำว่า low ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อประณามพฤติกรรมว่าน่ารังเกียจ ไม่ได้หมายถึงความสูงทางกายภาพหรือสถานะทางสังคม

แบบฝึกหัด

ผู้จัดการคนหนึ่งแอบเปลี่ยนข้อมูลของเพื่อนร่วมงานเพื่อให้เธอถูกไล่ออก ประโยคใดประณามการกระทำนั้นอย่างชัดเจนที่สุดว่าเสื่อมเสียทางศีลธรรม

  1. He went downstairs to falsify her records.
  2. He went so far as to falsify her records.
  3. He went so low as to falsify her records.
ดูคำตอบ

He went so low as to falsify her records.

We should say that Encyclopedia

1:49

เราต้องขอบอกไว้ว่าสารานุกรม

Britannica cites research that says

1:50

บริแทนนิกาอ้างถึงงานวิจัยที่ระบุว่า

he wasn't as cruel as some people have written.

1:52

เขาไม่ได้โหดร้ายอย่างที่บางคนเขียนไว้

Whatever the case, ลำดับความ

1:55

ไม่ว่าในกรณีใด

it seems he commissioned the building of the brazen bull. วลี

1:56

ดูเหมือนว่าเขาสั่งให้สร้างกระทิงทองสัมฤทธิ์นี้ขึ้น

ลำดับความ

Whatever the case: กลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

“Whatever the case” หมายถึง “ไม่ว่าความเป็นไปได้ข้อไหนที่เพิ่งกล่าวมาจะเป็นจริง” ในที่นี้ คำถามก่อนหน้ายังไม่ได้ข้อยุติ แต่ข้อความที่ตามมาถูกเสนอว่ายังคงเป็นจริงไม่ว่าคำตอบจะเป็นอย่างไร ในฐานะคำเชื่อมความ การใช้สำนวนนี้ช่วยยุติหรือพักประเด็นย่อยที่ยังแก้ไม่ได้ แล้วดึงความสนใจกลับไปยังประเด็นหลัก ไม่ได้หมายถึง “whatever” ที่พูดเดี่ยว ๆ แบบไม่ใส่ใจในความหมายว่า “อะไรก็ช่าง”

แบบฝึกหัด

“Whatever the case,” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. สำนวนนี้แสดงว่าผู้พูดไม่สนใจหัวข้อนั้น
  2. สำนวนนี้นำเสนอหลักฐานว่ามีเรื่องเล่าก่อนหน้าเพียงเรื่องเดียวที่อาจเป็นจริง
  3. สำนวนนี้บอกว่าข้อสรุปยังคงเป็นจริง แม้ว่าคำถามก่อนหน้าจะยังไม่ได้ข้อยุติ
ดูคำตอบ

สำนวนนี้บอกว่าข้อสรุปยังคงเป็นจริง แม้ว่าคำถามก่อนหน้าจะยังไม่ได้ข้อยุติ

วลี

commissioned the building of: สั่งดำเนินโครงการอย่างเป็นทางการ

ในประโยคนี้ “commissioned the building of” หมายถึงการอนุมัติและจัดการอย่างเป็นทางการให้มีการสร้างกระทิง โดยทั่วไปอาจรวมถึงการออกเงินหรือออกคำสั่งด้วย ประธานเป็นผู้ริเริ่มโครงการ ไม่ได้หมายความว่าเขาลงมือก่อสร้างเอง โครงสร้างคือ commission + นามวลี เช่น commission the building or construction of something โครงสร้างที่เกี่ยวข้องคือ commission + บุคคล + to-infinitive เช่น“They commissioned an architect to design it.”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดคงความหมายของ“The museum commissioned the restoration of the mural” ได้ดีที่สุด

  1. เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์บูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนังทุกส่วนด้วยตนเอง
  2. พิพิธภัณฑ์ได้รับค่านายหน้าจากการขายภาพจิตรกรรมฝาผนัง
  3. พิพิธภัณฑ์จัดการอย่างเป็นทางการให้บุคคลอื่นบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนัง
ดูคำตอบ

พิพิธภัณฑ์จัดการอย่างเป็นทางการให้บุคคลอื่นบูรณะภาพจิตรกรรมฝาผนัง

So,

1:58

แล้ว

how did one perish in a brazen bull?

1:59

คนจะตายในกระทิงทองสัมฤทธิ์ได้อย่างไร?

Well,

2:01

เอาล่ะ

it was certainly a thing conjured up กริยาวลี

2:01

มันคือสิ่งที่ถูกเสกสรรค์ขึ้นมาอย่างแน่นอน

by a creative yet sadistic imagination.

2:03

โดยจินตนาการที่สร้างสรรค์แต่แฝงด้วยความซาดิสม์

กริยาวลี

Conjured up: สร้างขึ้นด้วยจินตนาการ

ในประโยคนี้ conjured up หมายถึงถูกจินตนาการและคิดสร้างขึ้น ไม่ใช่ทำให้ปรากฏขึ้นด้วยเวทมนตร์ สำนวนนี้แสดงว่าสิ่งนั้นเป็นผลผลิตจากจินตนาการที่ทรงพลังและไม่ธรรมดา conjure up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ในประโยคกรรตุวาจกใช้ได้ทั้ง conjure up + คำนาม หรือ conjure + คำนามหรือคำสรรพนาม + up เช่น conjure it up มักใช้กับความคิด ภาพในใจ ฉาก คำอธิบาย หรือสิ่งสมมติ และทำให้การจินตนาการดูมีชีวิตชีวา

แบบฝึกหัด

conjured up ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. มันถูกเรียกออกมาด้วยคาถาเวทมนตร์จริง ๆ
  2. มันถูกคัดลอกจากคู่มือทั่วไป
  3. มันถูกสร้างขึ้นด้วยจินตนาการของใครบางคน
ดูคำตอบ

มันถูกสร้างขึ้นด้วยจินตนาการของใครบางคน

It was said to be the same size of a bull

2:06

ว่ากันว่ามันมีขนาดเท่ากับวัวกระทิง

but shaped from bronze

2:08

แต่ขึ้นรูปจากทองสัมฤทธิ์

with an opening where a man could enter the thing.

2:10

โดยมีช่องเปิดให้คนสามารถเข้าไปข้างในสิ่งนั้นได้

A fire was then lit under the bull

2:12

จากนั้นจะมีการจุดไฟใต้ตัวกระทิง

and the man would slowly roast to death. วลี

2:14

และชายคนนั้นก็จะถูกย่างจนตายอย่างช้าๆ

วลี

Roast to death: คำกริยา + to death เพื่อบอกผลลัพธ์ถึงตาย

ใน roast to death คำว่า roast บอกกระบวนการ คือการสัมผัสความร้อนรุนแรงเป็นเวลานาน ส่วน to death บอกผลลัพธ์ว่าคนนั้นเสียชีวิตเพราะกระบวนการดังกล่าว ในที่นี้ to หมายถึง “จนทำให้เสียชีวิต” ไม่ใช่ “เพื่อที่จะตาย” รูปแบบบอกผลลัพธ์ที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ to death หลังคำกริยา เช่น freeze to death, bleed to death หรือ scare someone to death สองตัวอย่างแรกอาจหมายถึงการเสียชีวิตจริง ส่วนตัวอย่างสุดท้ายมักเป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกผลลัพธ์ที่หมายความว่าการเสียเลือดอาจทำให้เสียชีวิต: If the wound is not treated, the patient could bleed ____.

ดูคำตอบ

to death

But get this, น้ำเสียง/เจตนา

2:17

แต่ฟังนะ

it was made so that when the man was howling in agony, โน้ต

2:17

มันถูกสร้างมาเพื่อให้เมื่อชายคนนั้นร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด

น้ำเสียง/เจตนา

But get this, ในฐานะสัญญาณเรียกความสนใจขณะเล่าเรื่อง

ในประโยคนี้ “But get this,” เป็นสัญญาณในบทสนทนาที่ใช้เรียกความสนใจ โดยบอกผู้ฟังว่ารายละเอียดถัดไปน่าประหลาดใจ โดดเด่น หรือควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ คำว่า get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” But ที่อยู่ต้นวลีบอกว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนจากการปูเรื่องไปสู่การเปิดเผยประเด็นสำคัญ ผู้พูดใช้วลีทั้งหมดเพื่อสร้างความลุ้นและชี้นำความสนใจของผู้ฟังไปยังจุดที่ต้องการให้เกิดปฏิกิริยาอย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

“But get this,” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. เป็นการยืนยันว่าผู้ฟังเข้าใจคำสั่งก่อนหน้านี้แล้ว
  2. เป็นการขอให้ผู้ฟังไปนำสิ่งของชิ้นหนึ่งมา
  3. เป็นสัญญาณว่ารายละเอียดถัดไปน่าประหลาดใจหรือควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ
ดูคำตอบ

เป็นสัญญาณว่ารายละเอียดถัดไปน่าประหลาดใจหรือควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ

ไวยากรณ์

was made so that + ประโยคบอกจุดประสงค์

Was made เป็นโครงสร้างกรรมวาจก โดยจุดสนใจของประโยคอยู่ที่สิ่งของ ไม่ใช่ผู้สร้าง ในที่นี้ made หมายถึง “ถูกสร้างหรือออกแบบ” และผู้สร้างที่ไม่ได้ระบุชื่อไม่ใช่ข้อมูลสำคัญ So that ใช้นำเสนอผลที่การออกแบบนั้นมุ่งหมาย ประโยคย่อยนี้มีประธานและกริยาที่ผันของตนเอง ในตัวอย่างนี้ when เริ่มประโยคย่อยบอกเวลาภายในประโยคบอกจุดประสงค์ที่ใหญ่กว่า ส่วนผลลัพธ์จะกล่าวต่อหลังคำบรรยายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างกรรมวาจกเกี่ยวกับการออกแบบจำนวนสี่คำจากบทเรียน ซึ่งใช้นำประโยคบอกจุดประสงค์ที่สมบูรณ์: “The safety gate ____ children could not run into the road.”

ดูคำตอบ

was made so that

วลี

“howling in agony”: การร้องโหยหวนจากความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

“Howling” หมายถึงการร้องเสียงดัง ยาวนาน และควบคุมไม่ได้ แม้สัตว์จะ howl ได้ แต่คำกริยานี้ก็ใช้บรรยายคนได้เช่นกัน เมื่อเสียงนั้นฟังดิบและคล้ายเสียงสัตว์ “In agony” บอกสาเหตุและระดับความรุนแรง กล่าวคือบุคคลนั้นกำลังเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ไม่ใช่แค่ไม่สบายเล็กน้อย เมื่อรวมกัน “howling in agony” จึงสร้างภาพที่ชัดเจนของคนที่ร้องเสียงดังเพราะความเจ็บปวดเกินจะทนไหว

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ “howling in agony” ในตัวอย่างมากที่สุด?

  1. ส่งเสียงร้องตามปกติของสัตว์โดยไม่มีความเจ็บปวด
  2. พูดเบา ๆ ถึงความไม่สบายเพียงเล็กน้อย
  3. ร้องเสียงดังและยาวเพราะความเจ็บปวดอย่างรุนแรง
ดูคำตอบ

ร้องเสียงดังและยาวเพราะความเจ็บปวดอย่างรุนแรง

his shrieks would emanate through specially distorted pipes

2:20

เสียงกรีดร้องของเขาจะดังออกมาผ่านท่อที่ถูกดัดแปลงพิเศษ

built into the bull,

2:23

ซึ่งถูกสร้างไว้ในตัวกระทิง

so the impression an onlooker would get ไวยากรณ์

2:24

ดังนั้นความรู้สึกที่ผู้พบเห็นจะได้รับ

was an animal bellowing in pain.

2:26

คือเสียงสัตว์ร้องคำรามด้วยความเจ็บปวด

ไวยากรณ์

“the impression an onlooker would get”: การละคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่เป็นกรรม

ใน “the impression an onlooker would get” ส่วน “an onlooker would get” เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย “impression” รูปเต็มคือ “the impression that an onlooker would get” “That” ละได้เพราะทำหน้าที่เป็นกรรมของ “get”: an onlooker would get that impression นามวลีทั้งหมดเป็นประธานของ “was” จึงไม่ควรหยุดวิเคราะห์โครงสร้างหลังคำว่า “impression”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดละคำสรรพนามสัมพัทธ์ที่เป็นกรรมได้อย่างถูกต้องและยังคงความหมายเดิม?

  1. The impression an onlooker would get could be misleading.
  2. The impression would get an onlooker could be misleading.
  3. The impression an onlooker get could be misleading.
ดูคำตอบ

The impression an onlooker would get could be misleading.

This might have been the fun part

2:28

นี่อาจเป็นส่วนที่สนุกสนาน

for someone like the tyrant of Acragas.

2:30

สำหรับคนอย่างทรราชแห่งอัครากัส

The smoke would come out through the holes in the bull's nose

2:32

ควันจะออกมาทางรูจมูกของกระทิง

and that nose was filled with incense

2:35

และจมูกนั้นก็ถูกอัดแน่นไปด้วยเครื่องหอม

since burning bodies don't smell so good.

2:37

เนื่องจากศพที่ถูกเผาจะมีกลิ่นที่ไม่ค่อยดีนัก

The bones that were left

2:39

กระดูกที่เหลืออยู่

would then be turned into bracelets, กริยาวลี

2:40

จะถูกนำไปทำเป็นสร้อยข้อมือ

so the story goes. ลำดับความ

2:42

ตามที่เรื่องราวเล่าขานกันมา

กริยาวลี

turned into bracelets: be turned into + ผลลัพธ์

ใน would then be turned into bracelets โครงสร้าง be turned into เป็นรูปถูกกระทำ โดย bones เป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ ส่วน bracelets ระบุผลลัพธ์ วลีนี้หมายถึงกระดูกจะถูกแปรรูปหรือเปลี่ยนให้กลายเป็นกำไล ใช้ be turned into + คำนามที่บอกผลลัพธ์ เมื่อต้องการเน้นว่าสิ่งหนึ่งเปลี่ยนไปเป็นอะไร ในที่นี้ into บอกลักษณะ สภาพ หรือการใช้งานใหม่ ไม่ได้บอกภาชนะหรือทิศทางการเคลื่อนที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ถูกเปลี่ยนจนกลายเป็น”: The empty factory was ____ a community theater.

ดูคำตอบ

turned into

ลำดับความ

so the story goes: คำท้ายประโยคที่เว้นระยะจากความจริง

so the story goes เป็นคำแสดงความเห็นที่วางท้ายประโยค หมายถึง “นี่คือเรื่องในแบบที่ผู้คนเล่าต่อกันมา” วลีนี้จัดให้ข้อความก่อนหน้าเป็นเรื่องที่ได้รับการบอกเล่าหรือสืบทอดมา ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว ในที่นี้ goes หมายถึง “ถูกเล่าหรือแพร่ต่อในรูปแบบนี้” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ ผู้พูดจึงสามารถถ่ายทอดคำกล่าวที่น่าสนใจ พร้อมรักษาระยะห่างจากคำถามที่ว่ามันเป็นเรื่องจริงหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนท้ายประโยคจากบทเรียนนี้ที่แสดงว่าคำกล่าวเป็นเรื่องเล่าดั้งเดิมที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน: The old clock stops at midnight, ____.

ดูคำตอบ

so the story goes

When the idea was pitched by Perillos,

2:43

เมื่อไอเดียนี้ถูกนำเสนอโดยเพอริลลอส

it's said he said this to the tyrant Phalaris.

2:45

ว่ากันว่าเขาพูดสิ่งนี้กับทรราชฟาลาริส

The occupant will shriek and roar in unremitting agony การใช้คำ

2:48

ผู้อยู่ข้างในจะกรีดร้องและคำรามด้วยความเจ็บปวดอย่างไม่หยุดหย่อน

การใช้คำ

Unremitting agony: ความทุกข์ทรมานที่ไม่บรรเทา

ในที่นี้ unremitting agony หมายถึงความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรงที่ดำเนินต่อไปโดยไม่มีช่วงหยุดหรือการบรรเทา unremitting ขยาย agony และทำให้เห็นว่าความเจ็บปวดนั้นไม่เพียงรุนแรง แต่ยังต่อเนื่องอย่างไม่ปรานี วลีนี้มีน้ำเสียงรุนแรงมากและเป็นทางการหรือเชิงวรรณกรรม ในคำโฆษณาของผู้ประดิษฐ์ วลีนี้ใช้กล่าวเกินจริงถึงผลของการทรมาน ไม่ใช่อธิบายความเจ็บปวดอย่างเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรงซึ่งไม่เคยบรรเทาลงในประโยค: The account says the captive endured ____.

ดูคำตอบ

unremitting agony

and his cries will come to you through the pipes

2:51

และเสียงร้องของเขาจะมาถึงท่านผ่านทางท่อ

as the tenderest, most pathetic, ลำดับความ

2:54

เป็นเสียงคำรามที่นุ่มนวลที่สุด น่าเวทนาที่สุด

most melodious of bellowings.

2:56

และไพเราะที่สุด

Your victim will be punished

2:57

เหยื่อของท่านจะถูกลงโทษ

and you will enjoy the music.

2:59

และท่านจะเพลิดเพลินไปกับเสียงดนตรี

ลำดับความ

เสียงคำรามที่อ่อนโยน ชวนให้สงสาร และไพเราะที่สุด: การประชดแบบน่าสยดสยอง

อนุประโยคนี้นำเสนอเสียงร้องว่าเป็น the tenderest, most pathetic, most melodious of bellowings คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุดที่เรียงขนานกันสร้างคำบรรยายเชิงดนตรีที่วิจิตร ขณะที่ bellowings หมายถึงเสียงคำรามดังคล้ายเสียงสัตว์ ความขัดแย้งนี้จัดโครงสร้างประโยคให้เกิดการประชดแบบน่าสยดสยอง เพราะภาษาที่ปกติใช้ชื่นชมดนตรีอันงดงามและซาบซึ้งกลับถูกนำมาใช้กับความทุกข์ของเหยื่อ จึงเผยให้เห็นความโหดร้ายและท่าทีขายของผู้พูด ในถ้อยคำแบบเก่านี้ pathetic เน้นความหมายว่า “ชวนให้สงสาร” แม้คำชื่นชมนั้นยังคงบิดเบี้ยว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ การเรียกเสียงร้องว่า the tenderest, most pathetic, most melodious of bellowings ให้ผลหลักอย่างไร

  1. แสดงว่าเสียงร้องของเหยื่อเบาและเหยื่อไม่รู้สึกเจ็บปวดทางกาย
  2. อธิบายอย่างเป็นกลางว่าเหยื่อเคยเรียนร้องเพลงอย่างมืออาชีพ
  3. สร้างการประชดแบบน่าสยดสยองโดยบรรยายเสียงคำรามจากความทรมานด้วยภาษาของดนตรีอันงดงามและซาบซึ้ง
ดูคำตอบ

สร้างการประชดแบบน่าสยดสยองโดยบรรยายเสียงคำรามจากความทรมานด้วยภาษาของดนตรีอันงดงามและซาบซึ้ง

When the bull was finished,

3:00

เมื่อสร้างกระทิงเสร็จแล้ว

Phalaris told the inventor to get inside the thing

3:02

ฟาลาริสบอกให้นักประดิษฐ์เข้าไปข้างใน

to test out the sound, กริยาวลี

3:04

เพื่อทดสอบเสียง

but some sources say he lit the fire

3:05

แต่บางแหล่งข้อมูลกล่าวว่าเขาจุดไฟ

and the inventor died there.

3:07

และนักประดิษฐ์ก็ตายอยู่ที่นั่น

กริยาวลี

test out: ประเมินด้วยการทดลองใช้จริง

test out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หมายถึงการใช้หรือตรวจสอบบางสิ่งในสภาพจริงหรือใกล้เคียงความจริง เพื่อดูว่ามันทำงานได้ดีเพียงใด ในประโยคนี้ นักประดิษฐ์ถูกสั่งให้เข้าไปในอุปกรณ์เพื่อประเมินเสียงของมันจากการใช้งานจริง out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกไปข้างนอก เมื่อเทียบกับคำกว้าง ๆ อย่าง test แล้ว test out มักเน้นการทดลองใช้จริงก่อนตัดสินใจหรือสรุปผลมากกว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยวาง test out ไว้คนละด้านของสรรพนามให้ถูกต้อง: The backup system seems reliable, but we need to ____ it ____ under heavy load.

ดูคำตอบ

test · out

Others say he pulled him out,

3:08

คนอื่นๆ บอกว่าเขาดึงตัวชายคนนั้นออกมา

but then killed him by pushing him over a cliff.

3:10

แต่แล้วก็ฆ่าเขาด้วยการผลักตกหน้าผา

It seems for all his hard work, ไวยากรณ์

3:12

ดูเหมือนว่าสำหรับความทุ่มเททั้งหมด

Perillos was killed,

3:13

เพอริลลอสกลับถูกฆ่าตาย

but perhaps not because Phalaris didn't want to pay.

3:15

แต่อาจไม่ใช่เพราะฟาลาริสไม่ต้องการจ่ายเงิน

ไวยากรณ์

for all his hard work: แสดงความขัดแย้ง ไม่ใช่สาเหตุ

for all + noun phrase สามารถนำหน้าความหมายเชิงยอมรับข้อเท็จจริงแต่แสดงผลที่ขัดกัน โดยหมายถึง “แม้จะมีทุกสิ่งที่นามวลีนั้นกล่าวถึง” ในที่นี้ การทำงานหนักตามปกติควรนำไปสู่รางวัลหรือค่าตอบแทน แต่ประโยคหลักกลับบอกว่าเพริลลอสถูกฆ่า โครงสร้างนี้ทำให้ผู้ฟังเกิดความคาดหมายก่อน แล้วจึงพลิกความคาดหมายนั้นด้วยประโยคหลัก มันไม่ได้บอกว่าการทำงานหนักเป็นสาเหตุของการถูกฆ่า เพราะ for เป็นส่วนหนึ่งของกรอบแสดงความขัดแย้งนี้

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนแสดงความขัดแย้งสองคำจากบทเรียน: ____ its careful design, the prototype still failed the safety check.

ดูคำตอบ

For all

Even though Phalaris is said to have been keen on cruelty, วลี

3:17

แม้ว่าฟาลาริสจะได้ชื่อว่าชื่นชอบความโหดร้าย

วลี

keen on cruelty: keen on + คำนาม/รูป -ing

Be keen on something หมายถึงสนใจบางสิ่งมากหรือชอบสิ่งนั้นมาก หลัง on ใช้คำนาม คำสรรพนาม หรือรูป -ing โดยในที่นี้ cruelty เป็นกรรมที่เป็นคำนาม เนื่องจาก cruelty เป็นสิ่งที่เลวร้ายในทางศีลธรรม keen on จึงไม่ได้ทำให้มันกลายเป็นเรื่องดี สำนวนนี้บรรยายว่าฟาลาริสมีความชื่นชอบความโหดร้ายอย่างแรงกล้า และทำให้วลีที่ปกติมีความหมายเชิงบวกเกิดน้ำเสียงมืดมนและประณาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ keen on ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าเลนาสนใจดาราศาสตร์มาก

  1. Lena is keen on studying astronomy.
  2. Lena is keen on study astronomy.
  3. Lena is keen to studying astronomy.
ดูคำตอบ

Lena is keen on studying astronomy.

it's written that he said this to Perillos

3:20

แต่มีบันทึกว่าเขาพูดแบบนี้กับเพอริลลอส

after hearing about the execution method.

3:23

หลังจากได้ยินเกี่ยวกับวิธีการประหารชีวิต

His words revolted การใช้คำ

3:24

คำพูดของเขาทำให้ข้า

me. I loathe the thought of such ingenious cruelty วลี

3:26

ขยะแขยง ข้าเกลียดความคิดถึงความโหดร้ายที่ช่างคิดเช่นนี้

การใช้คำ

His words revolted me: revolt ในความหมายว่าทำให้ขยะแขยง

ใน His words revolted me คำว่า revolt เป็นกริยาสกรรมที่หมายถึงทำให้ใครบางคนรู้สึกขยะแขยงอย่างรุนแรง His words เป็นสาเหตุ ส่วน me คือผู้ที่รู้สึกเช่นนั้น ความหมายนี้ไม่ใช่การก่อกบฏในทางการเมือง สำนวนที่พบบ่อยในภาษาอังกฤษสมัยใหม่คือ I was revolted by his words ซึ่งยังคงมีสาเหตุและผู้รู้สึกคนเดิม แต่เปลี่ยนประโยคกรรมวาจกเป็นประโยคถูกกระทำ

แบบฝึกหัด

ในประโยค The graphic images revolted Amir เกิดอะไรขึ้น

  1. ภาพเหล่านั้นทำให้อาเมียร์รู้สึกขยะแขยงอย่างรุนแรง
  2. อาเมียร์จัดการกบฏต่อต้านภาพเหล่านั้น
  3. อาเมียร์ทำให้ภาพเหล่านั้นรู้สึกขยะแขยง
ดูคำตอบ

ภาพเหล่านั้นทำให้อาเมียร์รู้สึกขยะแขยงอย่างรุนแรง

วลี

I loathe the thought of: การแสดงความรังเกียจอย่างรุนแรง

Loathe เป็นคำกริยาที่มีน้ำหนักแรงมาก หมายถึงรู้สึกรังเกียจหรือต่อต้านอย่างรุนแรง ในประโยคนี้ I loathe รับนามวลี the thought of such ingenious cruelty เป็นกรรมตรง ผู้พูดจึงปฏิเสธแม้กระทั่งความคิดเกี่ยวกับสิ่งนั้น ซึ่งรุนแรงกว่า dislike มาก The thought of ตามด้วยคำนามหรือรูป -ing และเน้นไปที่ความเป็นไปได้หรือแนวคิดหนึ่ง เช่น loathe the thought of cruelty และ loathe the thought of hurting someone

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงกับความหมายว่า “รู้สึกรังเกียจอย่างรุนแรงต่อความคิดที่จะทำสิ่งหนึ่ง”: I ____ humiliating someone for entertainment.

ดูคำตอบ

loathe the thought of

and resolved to punish the artificer in kind. สำนวน

3:29

และตัดสินใจลงโทษผู้สร้างด้วยวิธีเดียวกัน

สำนวน

in kind: ตอบกลับด้วยวิธีเดียวกัน

ในประโยคนี้ in kind เป็นสำนวนที่ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ขยาย punish หมายความว่าผู้สร้างจะถูกลงโทษด้วยวิธีประเภทเดียวกับอันตรายที่เขาคิดขึ้นเพื่อใช้กับผู้อื่น จึงให้ความรู้สึกถึงการตอบโต้หรือผลกรรมที่สาสม คำกริยาที่อยู่รอบสำนวนนี้สำคัญมาก เมื่อใช้กับ respond, repay, treat หรือ punish โดยทั่วไป in kind หมายถึงด้วยการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน ไม่ใช่ด้วยสิ่งของ

แบบฝึกหัด

in kind หมายถึงอะไรในประโยคนี้: The critic mocked him, so he replied in kind?

  1. เขาจ่ายให้ผู้วิจารณ์ด้วยสิ่งของแทนเงิน
  2. เขาตอบกลับด้วยการปฏิบัติประเภทเดียวกัน
  3. เขาตอบกลับอย่างอ่อนโยนและใจกว้าง
ดูคำตอบ

เขาตอบกลับด้วยการปฏิบัติประเภทเดียวกัน

I said to him,

3:31

ข้าพูดกับเขาว่า

"If your art can really produce this effect,

3:32

"หากงานศิลปะของเจ้าสามารถสร้างผลลัพธ์เช่นนี้ได้จริง

get inside yourself and pretend to roar

3:34

จงเข้าไปข้างในและแกล้งทำเป็นร้องคำรามดู

and we'll see whether the pipes will make such music as you describe."

3:36

แล้วเราจะเห็นว่าท่อจะสร้างเสียงดนตรีอย่างที่เจ้าบรรยายไว้หรือไม่"

By the way,

3:39

อีกอย่างหนึ่ง

it's written that upon his downfall, วลี

3:40

มีบันทึกไว้ว่าเมื่อเขาหมดอำนาจ

Phalaris was also killed inside the bull.

3:42

ฟาลาริสก็ถูกฆ่าตายภายในกระทิงเช่นกัน

วลี

upon his downfall: วลีบอกเวลาแบบเป็นทางการ

upon his downfall หมายถึง “เมื่อเขาสูญเสียอำนาจ” หรือ “ในช่วงที่การปกครองของเขาล่มสลาย” ในที่นี้ downfall หมายถึงการสูญเสียอำนาจหรือสถานะครั้งใหญ่ ไม่ใช่การหกล้มทางร่างกายหรือการรู้สึกเศร้า โครงสร้าง upon + นามวลีที่บอกเหตุการณ์ เป็นวิธีที่กระชับและเป็นทางการในการระบุว่าเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้นในเวลาที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น มักพบในงานเล่าเรื่องทางประวัติศาสตร์ การเมือง และชีวประวัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคประวัติศาสตร์แบบเป็นทางการนี้ด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เมื่อประธานาธิบดีเวกาสูญเสียอำนาจ”: ____, her advisers left the country.

ดูคำตอบ

Upon President Vega's downfall

So,

3:44

ดังนั้น

that's inventor and commissioner

3:44

นั่นหมายถึงนักประดิษฐ์และผู้สั่งทำ

both killed at their own hands in a way. สำนวน

3:46

ต่างก็ตายด้วยน้ำมือของตนเองในแง่หนึ่ง

สำนวน

at their own hands: ความรับผิดชอบและการขยายความหมายเชิงย้อนแย้ง

โครงสร้าง be killed at someone's hands หมายถึงถูกฆ่าเพราะการกระทำของบุคคลนั้น เมื่อคำแสดงความเป็นเจ้าของคือ own คนกลุ่มเดียวกันมักเป็นทั้งเหยื่อและผู้ที่ต้องรับผิดชอบ และหากตีความตามตัวอักษรก็อาจสื่อถึงความตายที่เกิดจากการกระทำต่อตนเอง ในที่นี้มีการขยายความหมายของวลีเพื่อเล่นคำ ผู้ประดิษฐ์สร้างอุปกรณ์ ส่วนผู้ว่าจ้างทำให้มีการสร้างอุปกรณ์ขึ้น และต่อมาทั้งคู่ก็ถูกอุปกรณ์นั้นฆ่า ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองคนฆ่าตัวตายจริง ๆ คำบรรเทา in a way ชี้ว่าสำนวนนี้เข้ากับสถานการณ์เพียงในความหมายทางอ้อม

แบบฝึกหัด

ตัดสินการตีความประโยคต้นฉบับนี้: at their own hands มีความหมายตามตัวอักษรว่าชายทั้งสองคนตั้งใจฆ่าตัวตาย

  1. ถูกต้อง
  2. ไม่ถูกต้อง
ดูคำตอบ

ไม่ถูกต้อง

Word of the brazen bull was passed down

3:48

เรื่องราวของกระทิงทองสัมฤทธิ์ถูกส่งต่อกันมา

and histories were written

3:50

และมีการเขียนประวัติศาสตร์ขึ้น

and they linked the device with these two men,

3:52

และพวกเขาเชื่อมโยงอุปกรณ์นี้กับชายสองคน

the inventor and the tyrant.

3:54

นักประดิษฐ์และทรราช

But the history of the bull doesn't stop there. ลำดับความ

3:55

แต่ประวัติศาสตร์ของกระทิงไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น

ลำดับความ

การใช้ doesn't stop there เพื่อดำเนินเรื่องต่อ

ในที่นี้ doesn't stop there หมายความว่าประวัติเรื่องนี้ยังดำเนินต่อจากสิ่งที่เพิ่งอธิบายไป คำว่า stop ไม่ได้หมายถึงการหยุดเคลื่อนไหวทางกายภาพ ในฐานะคำเชื่อมเปลี่ยนช่วงของการเล่าเรื่อง วลีนี้ปิดเนื้อหาช่วงหนึ่งและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีพัฒนาการ ตัวอย่าง หรือหลักฐานเพิ่มเติม ทำให้ผู้ฟังอยากติดตามเรื่องต่อไป

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นในประโยคนี้ส่งสัญญาณถึงอะไร?

  1. ประวัติเรื่องนี้ยังมีพัฒนาการต่อไปที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย
  2. ผู้พูดเล่าประวัติเรื่องนี้จบแล้ว
  3. วัวหยุดเคลื่อนไหวจริง ๆ ณ สถานที่นั้น
ดูคำตอบ

ประวัติเรื่องนี้ยังมีพัฒนาการต่อไปที่ผู้พูดกำลังจะอธิบาย

The Romans had it said had a taste for the brazen bull

3:58

ว่ากันว่าชาวโรมันก็ชื่นชอบกระทิงทองสัมฤทธิ์

and if you've watched our other shows on Roman torture,

4:00

และถ้าคุณเคยดูรายการอื่นๆ ของเราเกี่ยวกับการทรมานของชาวโรมัน

you won't be surprised to hear

4:03

คุณจะไม่แปลกใจเลยที่ได้ยินว่า

that some people wouldn't have had many scruples วลี

4:04

บางคนอาจจะไม่มีความรู้สึกผิดตะขิดตะขวงใจมากนัก

about roasting a man to death

4:06

เกี่ยวกับการย่างคนจนตาย

and enjoying his screams.

4:07

และเพลิดเพลินกับเสียงกรีดร้องของเขา

วลี

wouldn't have had many scruples about: แทบไม่มีความลังเลทางศีลธรรม

Have scruples about something หมายถึงรู้สึกลังเลที่จะทำบางสิ่งเพราะเหตุผลด้านศีลธรรมหรือจริยธรรม scruples คือความกังวลว่าการกระทำนั้นผิดหรือไม่ ไม่ใช่ความยากทั่วไป กฎ หรือความกลัว Wouldn't have had many ทำให้แนวคิดนี้อยู่ในกรอบการอนุมานของผู้พูดเกี่ยวกับสถานการณ์ในอดีต ผู้พูดตัดสินว่าคนเหล่านั้นคงแทบไม่มีสิ่งยับยั้งทางศีลธรรมต่อการกระทำรุนแรงที่กล่าวต่อมา หลัง about ใช้คำนามหรือรูป -ing เพื่อระบุการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ในอดีตคงแทบไม่มีความลังเลทางศีลธรรม”: Given his record, he ____ lying to another customer.

ดูคำตอบ

wouldn't have had many scruples about

We might look at the story of a man named Saint Eustace.

4:09

เราอาจลองดูเรื่องราวของชายที่ชื่อว่า นักบุญยูสเทซ

It's said he became a martyr วัฒนธรรม

4:12

ว่ากันว่าเขากลายเป็นผู้พลีชีพเพื่อศาสนา

after being killed in the second century.

4:13

หลังจากถูกสังหารในศตวรรษที่สอง

วัฒนธรรม

became a martyr: กลายเป็นมรณสักขี

ในบริบทประวัติศาสตร์คริสต์ became a martyr หมายความว่า ภายหลังผู้คนตีความการตายของเขาว่าเป็นการทนทุกข์หรือถูกฆ่าเพราะเขายังคงยึดมั่นในศาสนา martyr ไม่ได้หมายถึงทุกคนที่ตายอย่างรุนแรง คำกริยา became นำเสนอ martyr ว่าเป็นสถานะหรืออัตลักษณ์ที่ผู้คนมอบให้เขาจากการตีความลักษณะการตายของเขา และผู้ศรัทธารุ่นหลังมักให้เกียรติหรือเคารพบูชาเขา

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ “became a martyr” ในประโยคนี้มากที่สุด?

  1. เขารอดชีวิตและกลายเป็นผู้นำคริสตจักร
  2. เขาเป็นเพียงหนึ่งในเหยื่ออุบัติเหตุจำนวนมาก
  3. เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ถูกฆ่าเพราะศรัทธาคริสต์
ดูคำตอบ

เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ที่ถูกฆ่าเพราะศรัทธาคริสต์

The Romans were punishing many Christians

4:15

ชาวโรมันได้ลงโทษคริสเตียนจำนวนมาก

before they themselves converted to Christianity

4:17

ก่อนที่พวกเขาเองจะเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์

under the emperor Constantine.

4:19

ภายใต้จักรพรรดิคอนสแตนติน

But that was in the fourth century AD

4:21

แต่นั่นคือในช่วงศตวรรษที่สี่

before a lot of Christian blood was spilled สำนวน

4:23

ก่อนที่จะมีการนองเลือดชาวคริสต์จำนวนมาก

and it seems a few Christians also got cooked to death inside a bronze animal.

4:25

และดูเหมือนว่าชาวคริสต์บางคนก็ถูกย่างจนตายภายในสัตว์ทองสัมฤทธิ์เช่นกัน

สำนวน

blood was spilled: เกิดการนองเลือดและการสูญเสีย

ในที่นี้ blood was spilled เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบในรูปประธานถูกกระทำ หมายถึงมีผู้บาดเจ็บหรือถูกฆ่าจากความรุนแรง Christian blood ใช้แทนชาวคริสต์และชีวิตที่สูญเสียไป ไม่ได้หมายถึงเพียงเลือดที่เป็นของเหลว รูปประธานถูกกระทำช่วยสรุปการบาดเจ็บล้มตายและเน้นความรุนแรงแทนที่จะระบุว่าใครเป็นผู้ก่อ สำนวนลักษณะนี้พบได้บ่อยในการกล่าวโดยรวมถึงการเบียดเบียน สงคราม และความขัดแย้ง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Before the ceasefire, more blood was spilled,” กำลังรายงานว่าเกิดอะไรขึ้น?

  1. ภาชนะใส่เลือดถูกชนล้มโดยบังเอิญ
  2. ความขัดแย้งยุติลงโดยไม่มีผู้บาดเจ็บล้มตาย
  3. มีผู้บาดเจ็บหรือถูกฆ่าจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อไป
ดูคำตอบ

มีผู้บาดเจ็บหรือถูกฆ่าจากความรุนแรงที่เกิดขึ้นต่อไป

Saint Eustace was said to have been one of them.

4:29

นักบุญยูสเทซถูกกล่าวว่าเป็นหนึ่งในนั้น

Before he converted to Christianity,

4:31

ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนมานับถือศาสนาคริสต์

he had served under a Roman emperor,

4:33

เขาเคยรับใช้จักรพรรดิโรมัน

but he saw the light, สำนวน

4:35

แต่เขาได้เห็นแสงสว่าง

so to speak, ลำดับความ

4:36

จะว่าอย่างนั้นก็ได้

ลำดับความ

so to speak: การบอกว่าถ้อยคำเป็นเชิงเปรียบเทียบหรือโดยประมาณ

So to speak เป็นเครื่องหมายทางวาทกรรมแบบวลีแทรกที่บอกผู้ฟังว่าไม่ควรตีความถ้อยคำก่อนหน้าอย่างตรงตามตัวอักษรหรือแม่นยำทั้งหมด โดยทำหน้าที่บอกว่าถ้อยคำนั้นเป็นเชิงเปรียบเทียบ โดยประมาณ หรือเลือกใช้ด้วยน้ำเสียงเล่นคำเล็กน้อย ในที่นี้ วลีดังกล่าวย้อนกลับไปขยาย saw the light โดยวางกรอบให้เป็นสำนวนเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงด้านความเข้าใจหรือศรัทธา พร้อมทั้งดึงความสนใจไปที่ถ้อยคำเชิงภาพในประโยคที่กล่าวถึงนิมิต เครื่องหมายนี้ช่วยจัดแนวทางการตีความ ไม่ได้บอกให้ใครพูด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so to speak เพื่อบอกว่าเป็นคำบรรยายเชิงเปรียบเทียบ

  1. The new intern became the team's compass, so to speak, during the crisis.
  2. The meeting starts at nine, so to speak.
  3. Please explain the rule again, so to speak.
ดูคำตอบ

The new intern became the team's compass, so to speak, during the crisis.

when he had a vision one day,

4:36

เมื่อเขาเห็นนิมิตในวันหนึ่ง

which involved a stag and a crucifix.

4:38

ซึ่งมีกวางตัวผู้และไม้กางเขน

สำนวน

saw the light: การตระหนักรู้และนัยทางศาสนา

saw the light ในที่นี้เป็นสำนวน หมายถึงคนคนหนึ่งเข้าใจความจริงในที่สุด หรือยอมรับความคิดหรือความเชื่อหลังจากเคยสงสัยหรือต่อต้าน โดย saw เป็นรูปอดีตของ see ในประโยคนี้ นิมิตที่มีกวางตัวผู้และไม้กางเขนทำให้สำนวนนี้สื่อถึงการเปลี่ยนศรัทธาทางศาสนา และทำให้ภาพของการเห็นแสงสว่างเด่นขึ้นอีกครั้ง แต่ไม่ได้หมายความว่ามีลำแสงจริงปรากฏขึ้นเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการเข้าใจและยอมรับความจริงในที่สุด: After months of rejecting the data, Leon finally ____ and changed his mind.

ดูคำตอบ

saw the light

Christians might tell you that this man then lost

4:40

ชาวคริสต์อาจบอกคุณว่าต่อมาชายคนนี้สูญเสีย

everything, which was one of those tests of God.

4:42

ทุกสิ่งทุกอย่าง ซึ่งนั่นคือหนึ่งในบททดสอบของพระเจ้า

He lost his cash,

4:45

เขาสูญเสียเงินทอง

his servants,

4:46

คนรับใช้

and his wife and kids were taken away from him

4:47

ภรรยาและลูก ๆ ของเขาก็ถูกพรากไปจากเขา

by, of all things, น้ำเสียง/เจตนา

4:49

โดยสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่าง

a lion and a wolf.

4:50

สิงโตและหมาป่า

น้ำเสียง/เจตนา

of all things: ชี้รายละเอียดที่เหนือความคาดหมายอย่างมาก

Of all things เป็นสำนวนแทรกที่บอกว่ารายละเอียดถัดไปนั้นเหนือความคาดหมาย ไม่น่าเป็นไปได้ หรือชวนให้รู้สึกประชดเป็นพิเศษ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวแสดงว่าผู้พูดแทบไม่อยากเชื่อว่าผู้กระทำคือสิงโตกับหมาป่า ไม่ใช่คนธรรมดา ในรูปแบบ อนุประโยค +, of all things, + รายละเอียดที่น่าประหลาดใจ สำนวนนี้ใช้แสดงความเห็นต่อรายละเอียดนั้น ไม่ได้เปรียบเทียบทุกสิ่งในโลกตามความหมายตรงตัว เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าเป็นข้อความแทรก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่แสดงว่าตัวเลือกนั้นน่าประหลาดใจเป็นพิเศษ: For the camping trip, Maya packed, ____, a crystal vase.

ดูคำตอบ

of all things

Yet his faith remained strong throughout.

4:51

ทว่าศรัทธาของเขายังคงแน่วแน่ตลอดมา

There are a few different stories as to what happened to this man, วลี

4:53

มีเรื่องราวแตกต่างกันเล็กน้อยเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ชายคนนี้

วลี

as to what happened: นำเสนอประเด็นที่กำลังพูดถึง

ในที่นี้ as to หมายถึง เกี่ยวกับ หรือ ในเรื่องของ วลี as to what happened ระบุคำถามที่เรื่องเล่าแต่ละแบบให้ข้อมูลต่างกันอย่างชัดเจน นั่นคือเกิดอะไรขึ้นกับชายคนนั้น หลัง as to สามารถตามด้วยคำนามหรืออนุประโยคคำถามทางอ้อมที่มี wh- ได้ ใน as to what happened ส่วน what happened เป็นคำถามแทรกที่ทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ as to ไม่ใช่คำถามโดยตรง คำเชื่อมนี้ไม่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างเปรียบเทียบ as ... as

แบบฝึกหัด

ในประโยค ‘There are different accounts as to why the door was open.’ as to ใช้เกริ่นอะไร

  1. คำถามเฉพาะที่เรื่องเล่าเหล่านั้นกล่าวถึง
  2. เหตุผลที่พิสูจน์ว่าเรื่องเล่าเหล่านั้นเป็นความจริง
  3. การเปรียบเทียบว่าเรื่องเล่าเหล่านั้นเท่ากัน
ดูคำตอบ

คำถามเฉพาะที่เรื่องเล่าเหล่านั้นกล่าวถึง

but some people will tell you he got his wealth

4:56

แต่บางคนจะบอกคุณว่าเขาได้รับความมั่งคั่งกลับคืนมา

back as well as his family.

4:58

รวมถึงครอบครัวของเขาด้วย

But in the end,

4:59

แต่ท้ายที่สุดแล้ว

he, his wife and children

5:00

เขา ภรรยา และลูก ๆ ของเขา

were all roasted to death in the brazen bull

5:02

ทั้งหมดถูกย่างจนตายในกระทิงทองสัมฤทธิ์

on the orders of emperor Hadrian. วลี

5:04

ตามคำสั่งของจักรพรรดิฮาเดรียน

วลี

on the orders of: ระบุแหล่งที่มาของคำสั่ง

on the orders of someone หมายถึง การกระทำหนึ่งเกิดขึ้นเพราะบุคคลนั้นออกคำสั่งอย่างเป็นทางการ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวระบุว่าจักรพรรดิฮาดเรียนเป็นแหล่งที่มาของคำสั่งประหาร โดยไม่ได้บอกว่าใครเป็นผู้ลงมือ โครงสร้างคือ on the orders of + บุคคลหรือผู้มีอำนาจ วลีนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อสายการบังคับบัญชาหรือความรับผิดชอบสำคัญกว่าตัวผู้ปฏิบัติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีทางการที่หมายถึง ‘เพราะผู้มีอำนาจที่ระบุไว้เป็นคนสั่ง’: The inspection was carried out ____ the health minister.

ดูคำตอบ

on the orders of

We looked at some Christian sources

5:06

เราได้พิจารณาแหล่งข้อมูลของชาวคริสต์บางส่วน

and they seem to back that up, กริยาวลี

5:07

และดูเหมือนว่าจะสนับสนุนข้ออ้างนั้น

although they don't say his family got the treatment too. สำนวน

5:09

แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้ระบุว่าครอบครัวของเขาได้รับการลงโทษด้วยก็ตาม

กริยาวลี

back that up: สนับสนุนคำกล่าวด้วยหลักฐาน

back a claim up หมายถึง การให้หลักฐานที่สนับสนุนหรือยืนยันคำกล่าว ในประโยคนี้ that ชี้กลับไปยังเรื่องก่อนหน้าว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา แหล่งข้อมูลของคริสต์ศาสนาดูเหมือนจะสนับสนุนเรื่องนั้น แต่อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย although จำกัดขอบเขตของการสนับสนุนโดยไม่รวมรายละเอียดเกี่ยวกับครอบครัว ในความหมายนี้ back up เป็น phrasal verb ที่แยกได้ โดยใช้โครงสร้าง back + คำกล่าวหรือคำสรรพนาม + up คำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง เช่น back it up หรือ back that up ไม่ใช่ back up it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb เป้าหมายที่หมายถึง ‘สนับสนุนคำกล่าวนั้นด้วยหลักฐาน’: Lena says the contract was altered, and the email records ____.

ดูคำตอบ

back that up

สำนวน

Got the treatment too: ถ้อยคำเลี่ยงที่ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท

ในที่นี้ got the treatment หมายความว่าครอบครัวของเขาก็ถูกลงโทษอย่างร้ายแรงแบบเดียวกับที่ Eustace ถูกกระทำก่อนหน้านี้ นั่นคือการประหารด้วยวัวทองสัมฤทธิ์ คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the ย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่กล่าวไว้แล้ว ส่วน too ขยายชะตากรรมเดียวกันไปถึงครอบครัวของเขา Get the treatment ไม่ใช่สำนวนตายตัวที่แปลว่า “ถูกประหาร” คำว่า treatment เป็นคำนามทั่วไปที่ฟังดูเป็นกลาง แต่ในบริบทอันโหดร้ายนี้ ผู้พูดใช้คำดังกล่าวเพื่อเลี่ยงการกล่าวถึงความรุนแรงโดยตรง จึงเกิดผลเชิงเลี่ยงถ้อยคำและประชดอย่างมืดมน ความหมายเฉพาะต้องพิจารณาจากบริบทก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ his family got the treatment too น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?

  1. ครอบครัวของเขาก็ถูกลงโทษอย่างร้ายแรงแบบเดียวกัน
  2. ครอบครัวของเขาได้รับสิทธิพิเศษ
  3. ครอบครัวของเขาได้รับการรักษาพยาบาลหลังเหตุการณ์นั้น
ดูคำตอบ

ครอบครัวของเขาก็ถูกลงโทษอย่างร้ายแรงแบบเดียวกัน

We also found this piece of Christian history

5:11

เรายังพบประวัติศาสตร์คริสเตียนชิ้นนี้

written in the 1800s.

5:14

ซึ่งเขียนขึ้นในช่วงทศวรรษ 1800

It seems to suggest that when Eustace and his family got roasted,

5:15

ดูเหมือนจะชี้ให้เห็นว่าเมื่อยูสเทซและครอบครัวของเขาถูกย่าง

they died,

5:19

พวกเขาเสียชีวิต

but some miracles did happen. ไวยากรณ์

5:19

แต่ก็มีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น

ไวยากรณ์

Some miracles did happen: did ที่ใช้เพื่อเน้นย้ำ

ในอนุประโยคบอกเล่า some miracles did happen คำว่า did เป็นกริยาช่วยเพื่อเน้นย้ำ โดยเพิ่มน้ำหนักยืนยันว่า แม้จะมีความคาดหมายว่าไม่มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นหลังจากนั้น ผู้พูดก็ยืนยันว่าปาฏิหาริย์เกิดขึ้นจริง ประโยคบอกเล่าเกี่ยวกับอดีตที่ใช้การเน้นมีโครงสร้างเป็น ประธาน + did + กริยารูปพื้นฐาน เนื่องจาก did แสดงอดีตแล้ว happen จึงต้องคงรูปพื้นฐาน ไม่ใช่ happened ส่วนปัจจุบันใช้ do หรือ does เพื่อสร้างการเน้นแบบเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมกริยาช่วยอดีตที่ใช้เน้นเพื่อให้ประโยคแก้ความเข้าใจสมบูรณ์: You said no miracles occurred, but some miracles ____ happen.

ดูคำตอบ

did

This is from that text.

5:21

นี่คือข้อความจากบันทึกนั้น

The holy martyrs by divine power

5:23

มรณสักขีผู้ศักดิ์สิทธิ์โดยพลังศักดิ์สิทธิ์

remained alive for three days

5:25

ยังมีชีวิตอยู่เป็นเวลาสามวัน

praising and blessing the great giver of life and death.

5:27

สรรเสริญและอวยพรแด่ผู้ประทานชีวิตและความตายผู้ยิ่งใหญ่

At last,

5:30

ในท้ายที่สุด

when their voices ceased,

5:30

เมื่อเสียงของพวกเขาเงียบลง

the bull was opened

5:31

กระทิงถูกเปิดออก

and all four were found without life,

5:32

และพบว่าทั้งสี่คนไม่มีชีวิตอยู่แล้ว

but also without any injury to their bodies or garments.

5:34

แต่ร่างกายหรือเสื้อผ้าของพวกเขาไม่มีร่องรอยบาดเจ็บใดๆ

It's written that other Christians close to him at this time

5:37

มีบันทึกว่าคริสเตียนคนอื่นๆ ที่ใกล้ชิดกับเขาในเวลานี้

went the same way. สำนวน

5:40

ก็ต้องพบกับจุดจบเดียวกัน

สำนวน

went the same way: ประสบชะตากรรมเดียวกัน

ในประโยคนี้ went the same way ไม่ได้หมายความว่าคริสเตียนคนอื่น ๆ เดินทางไปตามเส้นทางเดียวกัน แต่ย้อนกลับไปกล่าวถึงชะตากรรมที่เล่าไว้ก่อนหน้า นั่นคือพวกเขาก็ถูกฆ่าด้วยวิธีคล้ายกัน ตรงนี้ the same way เป็นคำกล่าวย่อที่อ้างกลับไปยังข้อมูลก่อนหน้า ผู้ฟังต้องอาศัยบริบทก่อนหน้าเพื่อเข้าใจว่า way หมายถึงอะไร ในการเล่าเรื่อง วิธีพูดนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการกล่าวซ้ำถึงรายละเอียดที่โหดร้ายหรือสะเทือนใจ

แบบฝึกหัด

ในตัวอย่าง went the same way หมายความว่าอย่างไร

  1. พวกเขาเริ่มนับถือศาสนาเดียวกัน
  2. พวกเขาเดินทางไปตามถนนเส้นเดียวกัน
  3. พวกเขาก็ถูกฆ่าด้วยวิธีคล้ายกัน
ดูคำตอบ

พวกเขาก็ถูกฆ่าด้วยวิธีคล้ายกัน

For instance,

5:41

ยกตัวอย่างเช่น

a man known as Saint Antipas.

5:42

ชายผู้เป็นที่รู้จักในนามนักบุญอันติพาส

This was written about him.

5:44

สิ่งนี้ถูกเขียนถึงเขา

They became enraged

5:45

พวกเขากลายเป็นเดือดดาล

and dragged him to the temple of Artemis

5:46

และลากเขาไปยังวิหารของอาร์เทมิส

and there they threw him into a glowing red hot copper or brazen metal bull

5:48

และที่นั่นพวกเขาโยนเขาเข้าไปในกระทิงทองแดงหรือทองสัมฤทธิ์ที่ร้อนแดงเรืองแสง

where they normally put their sacrifices to the idols

5:53

ซึ่งปกติพวกเขาใช้ใส่เครื่องบูชาแด่รูปเคารพ

to cast demons out of their own people. กริยาวลี

5:55

เพื่อขับไล่ปีศาจออกจากคนของพวกเขาเอง

กริยาวลี

cast demons out: ขับไล่ปีศาจออกจากคน

cast demons out ในที่นี้หมายถึง “บังคับให้ปีศาจออกจากคนที่เชื่อว่าถูกสิง” cast out เป็นกริยาวลีที่หมายถึง “ขับไล่” ไม่ใช่ cast ในความหมายว่า “โยน” หรือ “คัดเลือกนักแสดง” รูปแบบเต็มคือ cast + demons + out of + คนหรือสถานที่ เช่น cast demons out of their own people และสามารถวางกรรมไว้หลัง out ได้เช่นกัน คือ cast out demons ในความหมายนี้ รูปอดีตก็ยังเป็น cast ไม่ใช่ casted

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ cast + demons + out of: In the legend, the healer was said to ____ two villagers.

ดูคำตอบ

cast demons out of

He loudly prayed God to receive his soul

5:57

เขาสวดอ้อนวอนเสียงดังต่อพระเจ้าให้รับวิญญาณของเขา

and strengthen the faith of the Christians

5:59

และเสริมสร้างศรัทธาของชาวคริสต์ให้เข้มแข็ง

and begged God to forgive those who were inflicting on him his torment.

6:01

และขอร้องให้พระเจ้าอภัยให้แก่ผู้ที่กำลังลงทัณฑ์เขา

He then departed as peacefully as if he fell asleep. สำนวน

6:05

จากนั้นเขาก็จากไปอย่างสงบราวกับว่าเขานอนหลับไป

สำนวน

departed ... fell asleep: คำเลี่ยงอย่างเคร่งขรึมที่หมายถึงความตาย

ในประโยคนี้ departed กล่าวถึงความตาย ส่วน fell asleep ใช้การนอนหลับเป็นภาพเปรียบเทียบที่อ่อนโยนของความตาย ทั้งสองไม่ได้หมายถึงการจากสถานที่หนึ่งไปตามปกติหรือการเข้านอนจริง ๆ บริบทเรื่องการทรมานทำให้เห็นชัดว่าต้องตีความแบบไม่ตรงตัว โครงสร้าง as peacefully as if he fell asleep เปรียบความตายของเขากับการหลับตามปกติ ทำให้ความตายของผู้พลีชีพดูสงบ และทำให้ประโยคมีน้ำเสียงเคร่งขรึม ทางศาสนา หรือเชิงรำลึก ความหมายนี้ขึ้นอยู่กับบริบท เพราะในที่อื่นคำเดียวกันมักใช้ตามความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

ในข้อความรำลึก After the ordeal, he departed peacefully น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. เขาเสียชีวิตอย่างสงบ
  2. เขาออกจากสถานที่นั้นไปอย่างเงียบ ๆ
  3. เขาหลับไปอย่างสงบ
ดูคำตอบ

เขาเสียชีวิตอย่างสงบ

We should say that there are a lot of people

6:07

เราควรจะกล่าวว่ามีผู้คนมากมาย

who don't believe these stories

6:09

ที่ไม่เชื่อเรื่องราวเหล่านี้

and relate them more to legend than truth.

6:10

และเชื่อมโยงเข้ากับตำนานมากกว่าความเป็นจริง

It's not for us to say what's true or not, น้ำเสียง/เจตนา

6:13

ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะบอกว่าเรื่องใดจริงหรือไม่

น้ำเสียง/เจตนา

It's not for us to say: ระบุว่าตนไม่มีสิทธิ์ตัดสิน

โครงสร้าง It's not for + person + to + verb หมายความว่าบุคคลนั้นไม่ได้อยู่ในบทบาทหรือสถานะที่เหมาะสมจะทำสิ่งนั้น ในที่นี้ It's not for us to say หมายถึง “เราไม่ใช่คนที่ควรตัดสินว่าเรื่องนั้นจริงหรือไม่” โครงสร้างนี้อาจแสดงความถ่อมตัวหรือความระมัดระวัง แต่ก็อาจช่วยให้ผู้พูดเว้นระยะจากความรับผิดชอบต่อการตัดสินได้เช่นกัน ใจความสำคัญคืออำนาจหรือบทบาท ไม่ใช่เพียงความสามารถทางกายภาพในการพูด

แบบฝึกหัด

คุณเป็นผู้สังเกตการณ์ ไม่ใช่กรรมการ จงเติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย: It's ____ to decide the winner.

ดูคำตอบ

not for me

but most serious historians will at least tell you

6:15

แต่นักประวัติศาสตร์ที่จริงจังส่วนใหญ่อย่างน้อยจะบอกคุณว่า

that the stories from the bull's surprising beginnings in Greece

6:17

เรื่องราวตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่น่าประหลาดใจของกระทิงในกรีซ

to Christian martyrs not feeling any pain while being roasted

6:20

ไปจนถึงมรณสักขีชาวคริสต์ที่ไม่รู้สึกเจ็บปวดใดๆ ขณะถูกย่าง

are hard to verify. วลี

6:24

เป็นเรื่องยากที่จะพิสูจน์

วลี

hard to verify: หลักฐานไม่เพียงพอสำหรับการยืนยัน

hard to verify หมายความว่าแหล่งข้อมูลหรือหลักฐานที่มีอยู่ไม่ทำให้เรายืนยันได้โดยง่ายว่าเรื่องราวเหล่านั้นถูกต้อง ในที่นี้ hard บอกถึงความยากในการตรวจสอบคำกล่าวอ้าง ส่วน to verify หมายถึงการใช้หลักฐานพิสูจน์ความจริงหรือความถูกต้องของคำกล่าวนั้น ถ้อยคำนี้จงใจปล่อยให้เรื่องจริงหรือเท็จยังไม่มีข้อยุติ คำกล่าวอ้างที่ตรวจสอบยืนยันได้ยากอาจภายหลังพิสูจน์ว่าเป็นจริง เป็นเท็จ หรือยังคงไม่แน่นอนก็ได้ ตัววลีเองไม่ได้ปฏิเสธคำกล่าวอ้างนั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ hard to verify สื่อความหมายใด

  1. คำกล่าวอ้างนั้นยืนยันได้ง่ายแต่อธิบายได้ยาก
  2. คำกล่าวอ้างนั้นถูกพิสูจน์อย่างเด็ดขาดแล้วว่าเป็นเท็จ
  3. หลักฐานที่มีอยู่ไม่เพียงพอให้ยืนยันได้อย่างมั่นใจ
ดูคำตอบ

หลักฐานที่มีอยู่ไม่เพียงพอให้ยืนยันได้อย่างมั่นใจ

What is very much true ไวยากรณ์

6:25

สิ่งที่เป็นความจริงอย่างยิ่ง

is that stories of the brazen bull

6:26

ก็คือเรื่องราวของกระทิงทองสัมฤทธิ์

have been passed down throughout the ages กริยาวลี

6:28

ถูกส่งต่อกันมาตลอดทุกยุคทุกสมัย

and those manuscripts can still be read today.

6:30

และต้นฉบับเหล่านั้นยังคงสามารถอ่านได้ในปัจจุบัน

ไวยากรณ์

What is very much true is that: จำกัดให้เหลือข้อเท็จจริงที่มีหลักฐานสนับสนุน

นี่คือประโยคเน้นแบบ what-cleft ซึ่งเรียกอีกอย่างว่า pseudo-cleft: What is very much true is that X อนุประโยค What สร้างช่องสำหรับข้อเท็จจริงที่ผู้พูดพร้อมยืนยัน ส่วนอนุประโยค that เติมเนื้อหาลงในช่องนั้น ในที่นี้ โครงสร้างดังกล่าวจำกัดขอบเขตของคำกล่าวหลังจากพูดถึงเรื่องที่ตรวจสอบได้ยากกว่า ผู้พูดไม่ได้บอกว่าทุกรายละเอียดเป็นความจริง แต่ยืนยันเพียงว่าเรื่องราวเหล่านั้นถูกเล่าสืบต่อมาและต้นฉบับยังคงอ่านได้ very much เพิ่มระดับความมั่นใจ กรอบนี้มีประโยชน์ในการแยกข้อสรุปที่มีหลักฐานสนับสนุนมากที่สุดออกจากคำกล่าวที่กว้างกว่าและยังไม่แน่นอน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบเน้นที่ไฮไลต์ไว้ โดยต้องมี very much: ____ the audit found no missing funds.

ดูคำตอบ

What is very much true is that

กริยาวลี

passed down throughout the ages: สืบทอดกันมาตลอดหลายยุคสมัย

ในประโยคนี้ have been passed down หมายถึงผู้คนได้ถ่ายทอดเรื่องราวจากคนรุ่นหนึ่งไปยังคนรุ่นถัดไป รูปถูกกระทำทำให้จุดสนใจอยู่ที่ stories ไม่ใช่ผู้คนที่ถ่ายทอดเรื่องเหล่านั้น Throughout the ages เพิ่มช่วงเวลาทางประวัติศาสตร์ที่ยาวนานมาก โดยบอกว่าการถ่ายทอดดำเนินต่อเนื่องผ่านหลายยุคสมัย หมายความว่าเรื่องราวเหล่านี้คงอยู่ในฐานะประเพณี แต่ตัวสำนวนเองไม่ได้พิสูจน์ว่ารายละเอียดทุกอย่างเป็นความจริงทางประวัติศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ได้รับการถ่ายทอดผ่านหลายยุคสมัย”: This legend has been ____, with versions appearing in records from many different centuries.

ดูคำตอบ

passed down throughout the ages

By the way,

6:32

อีกอย่างหนึ่ง

while you might see a brazen bull in a museum in the world,

6:33

ในขณะที่คุณอาจเห็นกระทิงทองสัมฤทธิ์ในพิพิธภัณฑ์บนโลกใบนี้

it won't be the real thing, วลี

6:36

แต่มันจะไม่ใช่ของจริง

only a depiction of one.

6:37

เป็นเพียงแบบจำลองเท่านั้น

วลี

the real thing: ของจริงแท้

ในที่นี้ the real thing หมายถึงวัตถุทางประวัติศาสตร์ของแท้ตัวจริง ไม่ใช่แบบจำลอง สำเนา หรือภาพ คำนำหน้านามแบบชี้เฉพาะ the ชี้ไปยังของแท้ชิ้นหนึ่งที่สิ่งจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์พยายามนำเสนอ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวไม่ได้หมายถึง “เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจริง” โดยทั่วไปแล้ว สำนวนนี้ใช้ระบุสิ่งของหรือประสบการณ์ที่แท้จริงได้ และในบางบริบทก็ใช้ชมบุคคลหรือผลิตภัณฑ์ว่ามีคุณสมบัติตามที่กล่าวอ้างจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “ของจริงต้นฉบับ”: Unlike the reproduction in the lobby, the artifact in the secure case is ____.

ดูคำตอบ

the real thing

Have you seen worse in our other punishment shows?

6:38

คุณเคยเห็นอะไรที่แย่กว่านี้ในรายการการลงโทษอื่นๆ ของเราหรือไม่?

Tell us in the comments

6:41

บอกเราในช่องแสดงความคิดเห็น

and then go watch Eaten Alive,

6:42

จากนั้นไปรับชม Eaten Alive,

Scaphism,

6:44

Scaphism,

Worst Punishments in the History of Mankind.

6:45

Worst Punishments in the History of Mankind.

Thanks for watching

6:47

ขอบคุณที่รับชม

and as always,

6:48

และเช่นเคย

don't forget to like, share, and subscribe.

6:48

อย่าลืมกดถูกใจ แชร์ และติดตาม

See you next time.

6:51

แล้วพบกันใหม่คราวหน้า