คุณเป็นคนที่รักยากหรือเปล่า?: บทเรียนภาษาอังกฤษ
The School of Life
แนะนำวิดีโอ: บทความนี้เสนอว่าความใกล้ชิดเปิดเผยนิสัยและข้อบกพร่องที่การอยู่คนเดียว เพื่อน และอดีตคนรักอาจปกปิดไว้ ความรักที่เป็นผู้ใหญ่เริ่มจากการรู้จักตนเองอย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช่การคิดว่าตนไม่มีความผิด ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "get bogged down in" — กริยาวลี: เข้าใจการติดอยู่ในรายละเอียดที่หนักหนา เพื่ออธิบายว่าเหตุใดเพื่อนจึงเลี่ยงการวิจารณ์บุคลิกอย่างยืดยาว 2. "holding up a mirror." — สำนวนและภาษาภาพพจน์: มองคำสะท้อนจากคู่รักเป็นกระจกที่เผยพฤติกรรมเดิมของเรา ไม่ใช่การโจมตีส่วนตัว 3. "the point of ... isn't to ... just to ..." — ไวยากรณ์และรูปประโยค: ชี้แจงว่าการสำรวจตนเองไม่ได้มีไว้สร้างความละอาย แต่เพื่อเห็นว่านิสัยของเราส่งผลต่ออีกคนอย่างไร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
The idea that one is in many ways an extremely difficult person to be in a relationship with น้ำเสียง/เจตนา
0:01แนวคิดที่ว่าเราเป็นคนที่ยากจะคบหาด้วยอย่างมากในหลายๆ ด้าน
จำกัดขอบเขตของคำตัดสินด้วย in many ways
in many ways หมายถึง “ในหลายด้าน” หรือ “เมื่อมองจากหลายมุม” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจำกัดขอบเขตของการบอกว่าใครคนหนึ่งเป็นคนที่คบหาด้วยยากมาก กล่าวคือ คำวิจารณ์นี้ใช้กับหลายด้านของความสัมพันธ์ แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นการปฏิเสธตัวตนของคนนั้นในทุกด้าน ใช้วลีนี้เพื่อให้คำตัดสินที่มีขอบเขตกว้างแม่นยำขึ้น โดยไม่ทำให้เป็นคำกล่าวแบบเด็ดขาดทั้งหมด
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับ in many ways ในตัวอย่างมากที่สุด
- คนคนนั้นคบหาด้วยยากในทุกด้านที่เป็นไปได้โดยไม่มีข้อยกเว้น
- คนคนนั้นคบหาด้วยยากเพียงเพราะมีถนนหลายสายที่นำไปสู่ความสัมพันธ์
- คนคนนั้นคบหาด้วยยากในหลายด้านของความสัมพันธ์ แต่ข้อความนี้ไม่ได้ตำหนิเขาในทุกด้าน
ดูคำตอบ
คนคนนั้นคบหาด้วยยากในหลายด้านของความสัมพันธ์ แต่ข้อความนี้ไม่ได้ตำหนิเขาในทุกด้าน
may sound rather improbable and even at points offensive. น้ำเสียง/เจตนา
0:06อาจฟังดูเป็นไปไม่ได้และบางครั้งอาจดูเป็นการดูถูกด้วยซ้ำ
นำเสนอปฏิกิริยาแรกด้วย may sound ... at points offensive
may sound นำเสนอคำอธิบายที่ตามมาว่าเป็นความประทับใจแรกที่ผู้ฟังอาจมี ไม่ใช่ข้อสรุปสุดท้ายของผู้พูด sound ในที่นี้เป็นกริยาเชื่อม หมายถึง “ดูเหมือนเป็นเช่นนั้นเมื่อได้ฟังหรือพิจารณา” rather ทำให้ improbable มีระดับที่พอประมาณ แทนที่จะเป็นป้ายตัดสินที่ตรงและแข็งกระด้าง ส่วน even ชี้ว่า offensive เป็นปฏิกิริยาที่น่าประหลาดใจกว่า และ at points จำกัดปฏิกิริยานั้นไว้เฉพาะบางช่วงหรือบางส่วน ไม่ใช่แนวคิดทั้งหมด เมื่อใช้ร่วมกัน ผู้พูดจึงยอมรับแรงต่อต้านที่อาจเกิดขึ้นก่อนดำเนินข้อโต้แย้งต่อ
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดอธิบายผลของ may sound rather improbable and even at points offensive ได้ดีที่สุด
- ผู้พูดได้พิสูจน์แล้วว่าแนวคิดนี้ผิดและทำให้รู้สึกขุ่นเคืองทั้งหมด
- แนวคิดนี้ส่งเสียงทางกายภาพที่ไม่น่าฟังอย่างแน่นอนตั้งแต่ต้นจนจบ
- ในตอนแรกแนวคิดนี้อาจดูไม่น่าเป็นไปได้ และบางส่วนอาจทำให้รู้สึกขุ่นเคือง
ดูคำตอบ
ในตอนแรกแนวคิดนี้อาจดูไม่น่าเป็นไปได้ และบางส่วนอาจทำให้รู้สึกขุ่นเคือง
admit to + คำนามหรือรูป -ing
ในโครงสร้าง admit to + คำนามหรือรูป -ing คำว่า admit หมายถึงการยอมรับข้อเท็จจริง ความรับผิดชอบ หรือความเป็นไปได้ที่อาจทำให้รู้สึกไม่สบายใจ ในที่นี้ this possibility หมายถึงความเป็นไปได้ที่คนคนหนึ่งอาจเป็นผู้ที่รักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดด้วยได้ยากในระยะยาว to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ infinitive โดยนำหน้ากลุ่มคำนามได้ เช่น admit to the mistake หรือนำหน้ารูป -ing ได้ เช่น admit to making a mistake
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสองคำที่เน้นไว้: After checking the logs, Maya had to ____ deleting the file by mistake.
ดูคำตอบ
admit to
the surest way of making sure: การซ้ำอย่างมีเจตนา
วลีนี้ใช้ sure ซ้ำในหน้าที่ทางไวยากรณ์สองแบบ surest เป็นคำคุณศัพท์ขั้นสูงสุดใน the surest way โดยนำเสนอว่าวิธีหนึ่งน่าเชื่อถือกว่าทางเลือกอื่นทั้งหมด ส่วน making sure เป็นวลีกริยาที่หมายถึงการทำให้แน่ใจว่าผลลัพธ์หนึ่งจะเกิดขึ้น เสียงสะท้อนจากการซ้ำนี้จัดระเบียบข้อเสนอให้เริ่มจากวิธีการแล้วตามด้วยผลลัพธ์ที่ต้องการ โดยเน้นว่าการยอมรับความเป็นไปได้ที่ไม่สบายใจอย่างตรงไปตรงมา อาจเป็นหนทางที่น่าเชื่อถือที่สุดในการยังคงเป็นคนที่ผู้อื่นอยู่ด้วยได้ในความสัมพันธ์ระยะยาว การซ้ำนี้มีเจตนา หากตัด sure ครั้งแรก จะเสียการเปรียบเทียบระหว่างวิธีต่าง ๆ และหากตัด make sure จะเสียความหมายเรื่องการรับประกันผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
การซ้ำใน the surest way of making sure ทำหน้าที่อะไร?
- นำเสนอวิธีหนึ่งว่าน่าเชื่อถือที่สุด แล้วจึงระบุผลลัพธ์ที่วิธีนั้นมีไว้เพื่อทำให้แน่นอน
- เปลี่ยน sure ให้เป็นคำนามในการใช้ครั้งที่สอง
- กล่าวข้ออ้างทางไวยากรณ์แบบเดิมซ้ำทุกประการโดยไม่เพิ่มความหมาย
- แสดงว่าผู้เขียนไม่แน่ใจว่าวิธีนั้นจะได้ผลหรือไม่
ดูคำตอบ
นำเสนอวิธีหนึ่งว่าน่าเชื่อถือที่สุด แล้วจึงระบุผลลัพธ์ที่วิธีนั้นมีไว้เพื่อทำให้แน่นอน
over the long term: ในระยะยาว
over the long term หมายถึงการพิจารณาสิ่งหนึ่งตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน โดยมองแนวโน้มโดยรวมหรือผลสุดท้าย ไม่ใช่เพียงช่วงเวลาสั้น ๆ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้พิจารณาว่าเมื่อเวลาผ่านไป คนคนหนึ่งยังเป็นคู่ที่อีกฝ่ายทนอยู่ด้วยได้หรือไม่ วลีนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนขยายบอกเวลา ใช้เมื่อต้องการประเมินว่าความสัมพันธ์ นิสัย การลงทุน หรือกลยุทธ์พัฒนาและส่งผลอย่างไรเมื่อเวลาผ่านไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “ตลอดช่วงเวลาที่ยาวนาน”: Regular maintenance can save the company money ____.
ดูคำตอบ
over the long term
than those who don't at regular intervals suspect they might be so. วลี
0:26ยิ่งไปกว่าคนที่ไม่เคยสงสัยเลยว่าตัวเองอาจเป็นคนแบบนั้นเป็นระยะๆ
few people more ... than those who: แทบไม่มีใคร...ยิ่งกว่าคนที่...
few ในที่นี้หมายถึง “แทบไม่มี” ไม่ใช่ “มีอยู่บ้าง” ในโครงสร้าง few + คำนามพหูพจน์ + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า + than ... โครงสร้างนี้บอกว่ามีคนน้อยมากที่มีคุณสมบัตินั้นมากกว่ากลุ่มหลัง than โครงสร้างนี้ให้ผลใกล้เคียงกับขั้นสูงสุด โดยวางคนที่บรรยายหลัง than ไว้ใกล้จุดสุดขั้ว แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้นที่พบได้น้อยมาก those who หมายถึง “คนที่...” และนำหน้าอนุประโยคที่ใช้ระบุกลุ่มคนซึ่งกำลังถูกประเมิน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดถอดความการเปรียบเทียบในตัวอย่างได้ดีที่สุด
- แทบไม่มีใครน่าเหลือทนไปกว่าคนที่ไม่เคยสงสัยว่าตัวเองอาจเป็นคนน่าเหลือทน
- หลายคนน่าเหลือทนน้อยกว่าคนที่ทบทวนตัวเองเป็นประจำ
- กำลังมีการเปรียบเทียบคนนิสัยดีจำนวนหนึ่งกันเอง
ดูคำตอบ
แทบไม่มีใครน่าเหลือทนไปกว่าคนที่ไม่เคยสงสัยว่าตัวเองอาจเป็นคนน่าเหลือทน
at regular intervals: การกระทำที่เกิดซ้ำตามช่วงเวลา
at regular intervals หมายถึงสิ่งหนึ่งเกิดซ้ำโดยมีช่วงเวลาคั่นระหว่างแต่ละครั้ง ในประโยคนี้วลีนี้ขยาย suspect คือคนเราควรคิดเป็นครั้งคราวว่าตัวเองอาจเป็นคนน่าทนไม่ไหวเหมือนกันหรือไม่ regular สื่อถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงการสงสัยตัวเองตลอดเวลา ช่วงห่างอาจถูกกำหนดด้วยตารางเวลาที่แน่นอน หรือเพียงสม่ำเสมอพอให้เห็นเป็นรูปแบบก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึง “เกิดซ้ำโดยมีช่วงเวลาห่างกันใกล้เคียงกัน”: The safety system runs a full check ____.
ดูคำตอบ
at regular intervals
We are all of us invariably hugely tricky propositions.
0:31เราทุกคนล้วนเป็นสิ่งมีชีวิตที่รับมือยากอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
don't need to know anyone in particular ... everyone: จากการไม่ต้องมีกรณีเฉพาะไปสู่ข้อสรุปทั่วไป
โครงสร้าง don't need to X to Y บอกว่า X ไม่ใช่สิ่งจำเป็นสำหรับการไปถึง Y ส่วน anyone in particular ชี้ไปที่คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะ ขณะที่ everyone ทำให้ข้อสรุปครอบคลุมทุกคน ความแตกต่างนี้จัดลำดับเหตุผลจากการไม่ต้องมีกรณีของบุคคลใดโดยเฉพาะ ไปสู่ข้อกล่าวอ้างเกี่ยวกับผู้คนโดยรวม ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่ารู้รายละเอียดส่วนตัวของทุกคน และ this อ้างถึงข้อสังเกตที่กว้างกว่าซึ่งกำลังพูดถึงอยู่ก่อนแล้ว
แบบฝึกหัด
การตีความใดตรงกับข้อโต้แย้งนี้มากที่สุด? You don't need to interview anyone in particular to know that the whole team is exhausted.
- ไม่จำเป็นต้องสัมภาษณ์คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเพื่อให้ข้อสังเกตทั่วไปเกี่ยวกับทีม
- ต้องสัมภาษณ์คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะก่อนจึงจะตัดสินอะไรเกี่ยวกับทีมได้
- ทราบเรื่องราวส่วนตัวของสมาชิกทุกคนในทีมอย่างละเอียดอยู่แล้ว
ดูคำตอบ
ไม่จำเป็นต้องสัมภาษณ์คนใดคนหนึ่งโดยเฉพาะเพื่อให้ข้อสังเกตทั่วไปเกี่ยวกับทีม
in some way or another: ไม่ระบุรูปแบบที่แน่นอน
in some way or another หมายถึง “ในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่งที่ไม่ได้ระบุชัดเจน” รูปแบบที่แน่นอนอาจแตกต่างกันไปในแต่ละคน แต่ผู้พูดบอกว่าใจความโดยรวมยังคงใช้ได้กับทุกคน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยลดความเหมารวมเกี่ยวกับทุกคน กล่าวคือ ทุกคนไม่ได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เพียงพอในแบบเดียวกันทั้งหมด แต่แต่ละคนอาจเคยพบข้อบกพร่องบางรูปแบบ
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับความหมายของ in some way or another ในประโยคมากที่สุด
- รูปแบบของการเลี้ยงดูที่ไม่เพียงพออาจแตกต่างกัน แต่ประสบการณ์โดยรวมใช้ได้กับทุกคน
- การเลี้ยงดูมีรูปแบบที่เป็นไปได้เพียงสองแบบเท่านั้น
- ทุกคนได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เพียงพอในแบบเดียวกันทุกประการ
ดูคำตอบ
รูปแบบของการเลี้ยงดูที่ไม่เพียงพออาจแตกต่างกัน แต่ประสบการณ์โดยรวมใช้ได้กับทุกคน
been inadequately parented: parent ในรูปกริยาถูกกระทำ
ในที่นี้ parent เป็นคำกริยาที่หมายถึง “เลี้ยงดูและดูแลเด็กในฐานะพ่อแม่” have been parented เป็นโครงสร้าง present perfect แบบถูกกระทำ ซึ่งอธิบายการเลี้ยงดูที่คนคนหนึ่งได้รับ ไม่ใช่สิ่งที่คนนั้นทำ inadequately ขยาย parented และหมายความว่าการดูแลหรือการชี้แนะไม่เพียงพอในบางด้าน คำนี้กล่าวถึงคุณภาพของการเลี้ยงดู ไม่ใช่จำนวนพ่อแม่
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับความหมายของ been inadequately parented มากที่สุด
- พวกเขาเลี้ยงลูกของตนเองได้ไม่ดี
- พวกเขาได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เพียงพอในบางด้าน
- พวกเขามีพ่อแม่น้อยกว่าจำนวนที่ต้องการ
ดูคำตอบ
พวกเขาได้รับการเลี้ยงดูที่ไม่เพียงพอในบางด้าน
We have a panoply of unfortunate psychological traits. การใช้คำ
0:45เรามีลักษณะทางจิตวิทยาที่โชคร้ายอยู่มากมาย
“a panoply of” สำหรับกลุ่มสิ่งที่กว้างขวางและหลากหลาย
“A panoply of” หมายถึงกลุ่มสิ่งต่าง ๆ ที่มีจำนวนมากและหลากหลาย โครงสร้างคือ a panoply of + คำนามพหูพจน์ โดยเน้นความหลากหลายและภาพของสิ่งที่นำมาแสดงอย่างครบชุด ไม่ใช่แค่จำนวนที่มากเท่านั้น ในประโยคนี้ การใช้ถ้อยคำที่โอ่อ่าและเป็นทางการทำให้ลักษณะทางจิตใจที่ไม่น่าพึงประสงค์ดูเหมือนถูกนำมาจัดแสดงครบชุด จึงให้ความรู้สึกเกินจริงและมีอารมณ์ขันเล็กน้อย เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงอุปกรณ์จริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียนที่หมายถึงกลุ่มสิ่งที่กว้างขวางและหลากหลาย: The festival offers ____ performances from around the world.
ดูคำตอบ
a panoply of
“beset by” สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
“Be beset by” หมายถึงการถูกรบกวนด้วยปัญหาอย่างต่อเนื่องหรืออย่างหนัก โดยปกติใช้ในโครงสร้างกรรมวาจก ประธาน + be + beset by + ปัญหาหรือสาเหตุของความเดือดร้อน ในประโยคนี้ นิสัยที่ไม่ดีถูกนำเสนอเหมือนเป็นแรงที่คอยกดดันเราอยู่ตลอด จึงมีน้ำเสียงหนักกว่าการพูดเพียงว่าเรามีนิสัยที่ไม่ดี
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกรบกวนซ้ำ ๆ โดย”: The old system is ____ technical problems.
ดูคำตอบ
beset by
นำปัญหาจำนวนมหาศาลเข้าไปในชีวิตของคนอื่น
ในที่นี้ bring trouble into someone's life เปรียบปัญหาเหมือนสิ่งของที่ถูกนำเข้าไปในโลกของอีกคนหนึ่ง หมายความว่าการมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับใครสักคนอาจสร้างปัญหาหรือภาระใหม่จำนวนมากให้คนนั้น ในวลี an awesome amount คำว่า awesome หมายถึง “มากอย่างน่าทึ่ง” หรือ “มหาศาล” ไม่ได้หมายถึง “ยอดเยี่ยม” คำนามเชิงลบ trouble เป็นตัวกำหนดความหมาย และการพูดเกินจริงทำให้การวิจารณ์ตนเองของผู้พูดมีอารมณ์ขัน
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: The tiny mistake caused an awesome amount of trouble. an awesome amount of trouble หมายถึงอะไร?
- ปัญหาจำนวนมากอย่างน่าทึ่ง
- ปัญหาชนิดที่สนุกมาก
- ปัญหาเล็ก ๆ ที่ดูน่าประทับใจ
ดูคำตอบ
ปัญหาจำนวนมากอย่างน่าทึ่ง
by agreeing to be their partner: ด้วยการตกลงเป็นคู่ชีวิตของอีกฝ่าย
by + รูป -ing แสดงการกระทำหรือวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในประโยคนี้ การตกลงเป็นคู่ชีวิตของอีกฝ่ายถูกนำเสนอว่าเป็นการกระทำที่นำปัญหาเข้าไปในชีวิตของคนนั้น โครงสร้างนี้ไม่ได้สื่อว่าการตกลงนั้นมีเจตนาร้าย แต่เชื่อมการตัดสินใจกับผลที่ตามมา กล่าวคือ เมื่อเข้าสู่ความสัมพันธ์ใกล้ชิด ความยากลำบากของแต่ละฝ่ายก็เข้ามาอยู่ในชีวิตของอีกฝ่ายด้วย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย by + รูป -ing ของ double-check: Nina caught the typo ____ the address.
ดูคำตอบ
by double-checking
be shielded from: ได้รับการปกป้องไม่ให้สัมผัสหรือได้รับผลกระทบ
To be shielded from something หมายถึงได้รับการปกป้องจนไม่ต้องประสบ เห็น ได้ยิน หรือเผชิญกับสิ่งนั้นอย่างเต็มที่ ในประโยคนี้เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือคนถูกกันไม่ให้เผชิญข้อมูลที่ไม่น่ายินดี ไม่ได้หมายถึงการอยู่หลังโล่จริง ๆ โครงสร้างกรรมวาจกคือ be + shielded + from + กลุ่มคำนาม โดยเน้นคนที่ได้รับการปกป้อง ส่วนสาเหตุหรือผู้ที่ปกป้องสามารถเติมด้วย by ได้ แต่มักไม่ระบุ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ shield และคำบุพบทที่จำเป็น: The younger campers were ____ the frightening details.
ดูคำตอบ
shielded from
prior to: คำบุพบทแบบเป็นทางการที่หมายถึง before
Prior to หมายถึง before และใช้เชื่อมกับเวลาหรือเหตุการณ์ที่เกิดภายหลังเพื่อบอกว่าอีกสิ่งหนึ่งเกิดก่อนหน้านั้น ในประโยคนี้ใช้ระบุช่วงเวลาก่อนมีความสัมพันธ์ครั้งสำคัญ ในที่นี้ to เป็นคำบุพบท ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ infinitive หลังคำนี้ใช้กลุ่มคำนาม เช่น prior to the meeting หรือรูป -ing เช่น prior to entering
แบบฝึกหัด
เติมประกาศแบบเป็นทางการด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง before: All safety checks must be completed ____ departure.
ดูคำตอบ
prior to
loved us too much to tell us: โครงสร้าง too ... to
โครงสร้าง too + คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + to + คำกริยา ใช้ too ในความหมายว่า “มากเกินไป” และส่วน infinitive บอกการกระทำที่ไม่เกิดขึ้นเพราะระดับนั้น ในประโยคนี้ much ขยาย loved หมายความว่าความรักอันมากมายของพ่อแม่ทำให้พวกเขาไม่อยากพูดตรง ๆ เรื่องข้อเสียของลูก tell us ละไว้ว่า “บอกอะไร” แต่เข้าใจได้จากบริบท ประโยคนี้ไม่ได้หมายความว่าความรักทำให้พวกเขาบอกความจริง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ “Our parents loved us too much to tell us” หมายความว่าอย่างไร?
- พวกเขาไม่ได้รักเรามากพอที่จะพูดกับเรา
- พวกเขารักเรามาก จึงตั้งใจบอกความจริงกับเรา
- ความรักทำให้พวกเขาหลีกเลี่ยงการบอกความจริงที่ฟังแล้วไม่สบายใจกับเรา
ดูคำตอบ
ความรักทำให้พวกเขาหลีกเลี่ยงการบอกความจริงที่ฟังแล้วไม่สบายใจกับเรา
in detailed critiques of our personalities.
1:12อยู่กับการวิพากษ์วิจารณ์บุคลิกภาพของเราอย่างละเอียด
get bogged down in: ติดอยู่กับรายละเอียดจนไปต่อไม่ได้
Get bogged down in หมายถึงการเข้าไปพัวพันกับเรื่องที่ยาก ละเอียด หรือใช้เวลามากจนความคืบหน้าช้าลงหรือหยุดไป สำนวนนี้มาจากภาพของการติดอยู่ในพื้นโคลน แต่โดยทั่วไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ในประโยคนี้ เพื่อน ๆ ไม่อยากให้การพบปะแบบสบาย ๆ กลายเป็นการวิเคราะห์บุคลิกของผู้พูดอย่างยาวนานและละเอียด หลัง in ใช้นามวลีหรือรูป -ing เพื่อบอกสิ่งที่ทำให้ล่าช้า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ get bogged down in ที่เหมาะสม: The meeting ____ minor wording changes and never reached the main issue.
ดูคำตอบ
got bogged down in
A pleasant occasional meal is all they want from us.
1:15การรับประทานอาหารร่วมกันอย่างมีความสุขในบางครั้งคือทั้งหมดที่พวกเขาต้องการจากเรา
โครงสร้าง too keen to escape from us to offer up
ในที่นี้ too keen to escape from us to offer up ... หมายถึง “อยากหนีไปจากเรามากเสียจนไม่ได้ให้...” keen ตามด้วย infinitive แรกคือ to escape from us เพื่อบอกสิ่งที่พวกเขาอยากทำอย่างมาก infinitive ที่สองคือ to offer up ทำให้โครงสร้าง too ... to สมบูรณ์และบอกการกระทำที่ไม่ได้เกิดขึ้น ไม่ได้บอกจุดประสงค์ของการหนี ในที่นี้ offer up หมายถึง “ให้” หรือ “มอบให้”
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร? “Nora was too keen to catch the early train to stay for breakfast.”
- Nora ขึ้นรถไฟเพื่อที่จะได้กินอาหารเช้า
- Nora อยากขึ้นรถไฟมากจนไม่ได้อยู่กินอาหารเช้า
- Nora อยากอยู่กินอาหารเช้าก่อนตัดสินใจเรื่องรถไฟ
ดูคำตอบ
Nora อยากขึ้นรถไฟมากจนไม่ได้อยู่กินอาหารเช้า
They simply told us they needed a little bit more space น้ำเสียง/เจตนา
1:25พวกเขาเพียงแค่บอกเราว่าพวกเขาต้องการพื้นที่ส่วนตัวอีกสักหน่อย
needed a little bit more space ในความสัมพันธ์
ในการสนทนาเรื่องความสัมพันธ์ needed a little bit more space มักหมายถึงต้องการระยะห่างทางอารมณ์หรือพื้นที่ส่วนตัวมากขึ้น เช่น ติดต่อกันน้อยลง มีเวลาอยู่คนเดียวมากขึ้น หรือพักความสัมพันธ์ไว้ชั่วคราว โดยทั่วไปไม่ได้หมายถึงขนาดของห้อง ถ้อยคำนี้พูดอย่างอ้อม ๆ และทำให้นุ่มนวลลง needed นำเสนอระยะห่างนั้นว่าเป็นความจำเป็นส่วนตัว ส่วน a little bit ทำให้คำขอฟังดูไม่ตรงหรือแข็งเกินไป บริบทจะบอกว่าต้องการเว้นระยะชั่วคราวหรือกำลังบอกเป็นนัยว่าจะยุติความสัมพันธ์
แบบฝึกหัด
ตัดสินข้อความต่อไปนี้: หลังจากทะเลาะกัน คนหนึ่งบอกคู่รักว่า “I need a little bit more space.” คำพูดนี้หมายความอย่างแน่นอนว่าเขาต้องการห้องที่ใหญ่ขึ้น
- เท็จ
- จริง
ดูคำตอบ
เท็จ
on our own: อยู่โดยไม่มีคนอื่นอยู่ด้วย
ในประโยคนี้ on our own หมายถึงอยู่คนเดียวหรือไม่มีคนอื่นอาศัยอยู่กับเรา บริบทเน้นว่าไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อแสดงปฏิกิริยาต่อนิสัยของเรา วลีเดียวกันนี้อาจหมายถึงทำบางอย่างโดยไม่รับความช่วยเหลือได้ด้วย จึงต้องใช้บริบทตัดสินความหมาย ที่นี่พูดถึงการมีหรือไม่มีคนอยู่ด้วย ไม่ใช่ความสามารถ
แบบฝึกหัด
ในประโยค “After his roommate left, Leo was on his own in the apartment,” คำว่า on his own หมายถึงอะไร
- เขาเป็นเจ้าของอะพาร์ตเมนต์นั้น
- เขาทำงานที่ยากสำเร็จโดยไม่ได้รับความช่วยเหลือ
- เขาอยู่ที่นั่นโดยไม่มีใครอาศัยอยู่ด้วย
ดูคำตอบ
เขาอยู่ที่นั่นโดยไม่มีใครอาศัยอยู่ด้วย
might well be: ความเป็นไปได้ที่มีเหตุผลรองรับ
might well be นำเสนอความเป็นไปได้ว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผลหรือมีโอกาสเกิดขึ้นค่อนข้างมาก ผู้พูดยังคงไม่ยืนยันอย่างแน่นอน แต่ให้น้ำหนักกับการคาดเดามากกว่าเมื่อใช้เพียง might be ในที่นี้ well ขยายระดับการประเมินความเป็นไปได้ที่ might แสดงอยู่ ไม่ได้หมายถึง “ในทางที่ดี” ทั้งวลีสื่อว่ามีเหตุผลที่ดีให้คิดว่าเราอาจดูน่ารำคาญในสายตาคนอื่น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างสามคำที่ตรงตัว might + well + be เพื่อแสดงความเป็นไปได้ที่ระมัดระวังแต่มีเหตุผลรองรับ: With all those delays, the package ____ late.
ดูคำตอบ
might well be
In the eyes of others: ตามการประเมินของคนอื่น
“In the eyes of others” เป็นกรอบที่ใช้เปลี่ยนมุมมอง หมายถึง “ตามความคิดเห็นหรือการประเมินของคนอื่น” โดย others หมายถึงคนที่อยู่นอกกลุ่มที่เรียกว่า we ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ข้างในดวงตาของใครจริง ๆ วลีนี้เปลี่ยนจุดสนใจจากการที่เรามองตัวเองอย่างไรไปเป็นความประทับใจที่คนอื่นมีต่อเรา ใจความในประโยคนี้คือเราอาจไม่รู้ว่าพฤติกรรมของเราดูน่ารำคาญเพียงใดเมื่อมองจากภายนอก
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “In the eyes of others, Malik appeared calm,” วลีที่ขึ้นต้นประโยคหมายความว่าอย่างไร
- ด้วยการมองตรงเข้าไปในดวงตาของคนอื่น
- ขณะที่ Malik กำลังสังเกตคนอื่น
- ตามวิธีที่คนอื่นประเมิน Malik
ดูคำตอบ
ตามวิธีที่คนอื่นประเมิน Malik
Be in a sulk: งอนและปลีกตัวเพราะไม่พอใจ
“Be in a sulk” บรรยายภาวะที่ต่อเนื่องซึ่งใครบางคนดูอารมณ์เสียและปลีกตัวเพราะรู้สึกโกรธ ไม่พอใจ หรือผิดหวัง การ sulk มักมีทั้งการเงียบ ตอบสั้น ๆ หรือปฏิเสธการพูดคุยตามปกติ จึงมีความหมายมากกว่าแค่รู้สึกเศร้า ในประโยคนี้ for the whole of Sunday เน้นว่าภาวะดังกล่าวกินเวลานานเพียงใด วลีนี้ยังมีน้ำเสียงประเมินในเชิงลบ โดยนำเสนอพฤติกรรมดังกล่าวว่าเต็มไปด้วยความเวทนาตัวเองและทำให้คนอื่นทนได้ยาก
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ “Nina was in a sulk after the decision” มากที่สุด
- เธอรู้สึกเศร้าแต่ยังเปิดใจและเป็นมิตรกับทุกคน
- เธอเงียบเพียงเพราะต้องใช้สมาธิ
- เธอแสดงความไม่พอใจด้วยการอารมณ์เสียและปลีกตัวจากการพูดคุยตามปกติ
ดูคำตอบ
เธอแสดงความไม่พอใจด้วยการอารมณ์เสียและปลีกตัวจากการพูดคุยตามปกติ
be driven crazy by: ถูก……ทำให้แทบคลั่ง
ในประโยคนี้ be driven crazy by หมายถึง ถูกบางสิ่งทำให้รำคาญอย่างมากหรือทนต่อไปไม่ไหว รูปถูกกระทำ be driven เน้นคนที่ได้รับผล ส่วน by ใช้บอกสาเหตุ โดยทั่วไปนี่เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีใครป่วยทางจิต ในที่นี้ไม่มีใครอยู่ตรงนั้นเพื่อรับความรำคาญอย่างรุนแรงจากความสงสารตัวเองและความโกรธที่เก็บกดของผู้พูด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปถูกกระทำของ drive someone crazy: After three hours of constant tapping, I was ____ by the noise.
ดูคำตอบ
driven crazy
use our work as an escape from intimacy: ใช้การทำงานเป็นทางหนีจากความใกล้ชิด
Use A as an escape from B หมายถึง ใช้ A เป็นวิธีหลีกเลี่ยง B ในที่นี้ A คือการทำงาน และ B คือ intimacy หรือความใกล้ชิดทางอารมณ์ Escape เป็นการใช้เชิงเปรียบเทียบ ประโยคนี้บอกว่าการทำงานอาจช่วยให้ใครบางคนหลีกเลี่ยงความใกล้ชิดทางอารมณ์ ไม่ได้หมายความว่างานเป็นทางออกจริง ๆ สำหรับหนีจากอันตราย
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Lena หันไปออกกำลังกายเพื่อหลีกเลี่ยงการรับมือกับความเครียด?
- Lena escapes exercise because of stress.
- Lena uses exercise as an escape from stress.
- Lena uses stress as an escape from exercise.
ดูคำตอบ
Lena uses exercise as an escape from stress.
we can pass off our eccentric hours without comment. กริยาวลี
1:50เราก็สามารถปล่อยผ่านช่วงเวลาแปลกๆ ของเราไปได้โดยไม่มีใครวิจารณ์
so long as: การนำเสนอเงื่อนไข
ในที่นี้ so long as หมายถึง “ตราบใดที่” หรือ “โดยมีเงื่อนไขว่า” ใช้บอกเงื่อนไขที่ทำให้ผลในประโยคหลักเกิดขึ้นได้ กล่าวคือ การไม่ได้อยู่กับใครอย่างถาวรทำให้ตารางเวลาที่ไม่ปกติไม่ถูกทักท้วง วลีนี้เชื่อมเงื่อนไขกับผลลัพธ์ ไม่ได้บอกระยะเวลาว่านานเท่าใด โครงสร้างที่ใช้ได้คือ ผลลัพธ์ + so long as + เงื่อนไข และสามารถนำอนุประโยคเงื่อนไขขึ้นต้นได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง so long as แสดงเงื่อนไขใด?
- เราหลีกเลี่ยงคำทักท้วงได้เพราะเราใช้ตารางเวลาเดิมมานาน
- เราหลีกเลี่ยงคำทักท้วงได้หลังจากย้ายไปอยู่กับใครอย่างถาวร
- เราหลีกเลี่ยงคำทักท้วงได้ตราบใดที่เราไม่ได้อยู่กับใครอย่างถาวร
ดูคำตอบ
เราหลีกเลี่ยงคำทักท้วงได้ตราบใดที่เราไม่ได้อยู่กับใครอย่างถาวร
pass off: ผ่านไปโดยไม่ถูกสนใจหรือทักท้วง
ในที่นี้ pass off หมายถึงทำให้เรื่องที่น่าสงสัยหรือไม่ปกติได้รับการยอมรับโดยไม่ดึงดูดความสนใจ คำถาม หรือคำทักท้วง ผู้พูดหมายความว่าตารางเวลาประหลาดนั้นไม่ถูกตั้งคำถามได้ ตราบใดที่ไม่มีใครอยู่กับพวกเขาอย่างถาวร ในโครงสร้างนี้ คนทำให้สิ่งของหรือพฤติกรรมหนึ่งผ่านไปโดยไม่ถูกตั้งข้อสงสัย และมักมีวลีอย่าง without comment หรือ without anyone noticing ตามมา แม้ไม่ใช่การหลอกลวงที่ซับซ้อน วลีนี้ก็อาจสื่อว่ากำลังหลีกเลี่ยงการตรวจสอบ
แบบฝึกหัด
ในที่นี้ pass off our eccentric hours without comment หมายถึงอะไร?
- จัดให้ตารางเวลานั้นเกิดขึ้นอย่างสงบ
- ทำให้ตารางเวลาที่ไม่ปกติไม่ดึงดูดคำถามหรือคำทักท้วง
- แสร้งทำว่าตารางเวลานั้นเป็นของคนอื่น
ดูคำตอบ
ทำให้ตารางเวลาที่ไม่ปกติไม่ดึงดูดคำถามหรือคำทักท้วง
Eventually, a partner will call us out on these traits. กริยาวลี
2:04ในที่สุด คู่ชีวิตก็จะทักท้วงลักษณะนิสัยเหล่านี้ของเรา
call someone out on: ทักท้วงใครโดยตรงเกี่ยวกับปัญหา
call someone out on something หมายถึงการทักท้วงหรือตั้งคำถามกับใครโดยตรง และบางครั้งทำอย่างเปิดเผย เกี่ยวกับพฤติกรรม คำกล่าวอ้าง หรือปัญหาอื่น ทำให้อีกฝ่ายละเลยเรื่องนั้นได้ยาก และมีน้ำหนักแรงกว่าการเพียงสังเกตเห็นหรือกล่าวถึง โครงสร้างคือ call + คน + out + on + ปัญหา ในประโยคนี้ us คือคนที่ถูกทักท้วง และ these traits คือปัญหาที่คู่รักชี้ให้เห็น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า Nina ทักท้วง Omar โดยตรงที่เขาเอาผลงานของเธอไปเป็นผลงานของตนเอง
- Nina called Omar after hearing about his work.
- Nina called Omar out on taking credit for her work.
- Nina pointed Omar out after the meeting.
ดูคำตอบ
Nina called Omar out on taking credit for her work.
which a nicer person wouldn't put us through. กริยาวลี
2:10ซึ่งคนที่ดีกว่าคงไม่ทำให้เราต้องเจอเรื่องแบบนี้
put someone through something: ทำให้ใครต้องทนรับประสบการณ์หนึ่ง
put someone through something หมายถึงการทำให้ใครต้องเผชิญเหตุการณ์หรือกระบวนการที่ยาก เครียด หรือไม่น่าพอใจ สำนวนนี้มองว่าประสบการณ์ดังกล่าวเป็นสิ่งที่คน เหตุการณ์ หรือกระบวนการหนึ่งทำให้อีกคนต้องทนรับ โครงสร้างทั่วไปคือ put + คน + through + ประสบการณ์ ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึง a horrible personal attack และทำหน้าที่แทนประสบการณ์นั้น จึงวาง through ไว้ท้ายอนุประโยคสัมพันธ์อย่างเป็นธรรมชาติ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่สร้างจาก put และหมายถึง “ทำให้เราต้องเผชิญ”: The week-long delay ____ a lot of unnecessary stress.
ดูคำตอบ
put us through
it's no such thing: ปฏิเสธการจัดประเภทที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
But แสดงให้เห็นว่าผู้พูดกำลังโต้แย้งการเรียกสิ่งนั้นว่า “a horrible personal attack” ซึ่งกล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้ it's no such thing ปฏิเสธการจัดประเภทดังกล่าว กล่าวคือ ปฏิกิริยานี้ไม่ใช่การโจมตีประเภทนั้น ไม่ได้หมายความว่าปฏิกิริยานั้นไม่มีอยู่จริง รูปแบบ it's no such thing ใช้เมื่อ such thing อ้างกลับไปยังประเภทหรือคำอธิบายก่อนหน้าได้อย่างชัดเจน เป็นการแก้ไขอย่างหนักแน่นว่าอีกฝ่ายมองหรือจัดประเภทเหตุการณ์ การกระทำ หรือความคิดนั้นอย่างไร
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง “it's no such thing” หมายความว่าอย่างไร
- ปฏิกิริยานั้นไม่ตรงกับคำอธิบายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
- ปฏิกิริยานั้นไม่เคยเกิดขึ้นหรือไม่มีอยู่จริง
- ปฏิกิริยานั้นเป็นการโจมตีแบบที่กล่าวไว้ก่อนหน้าพอดี
ดูคำตอบ
ปฏิกิริยานั้นไม่ตรงกับคำอธิบายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
It's an inevitable response to our failings,
2:14มันเป็นการตอบสนองที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ต่อข้อบกพร่องของเรา
which anyone would need eventually to bring up. กริยาวลี
2:17ซึ่งในที่สุดใครๆ ก็จำเป็นต้องยกขึ้นมาพูดถึง
bring up: กล่าวถึงหัวข้อเพื่อพูดคุยกัน
ในที่นี้ bring up หมายถึงการกล่าวถึงปัญหาหรือหัวข้อเพื่อให้ผู้คนได้พูดคุยกัน กรรมของคำนี้คือ “our failings” กล่าวคือ ในที่สุดคนใดคนหนึ่งในความสัมพันธ์ก็จำเป็นต้องพูดถึงข้อบกพร่องเหล่านั้น กริยาวลีนี้แยกคำได้และใช้ได้สองรูปแบบ ได้แก่ bring up the issue หรือ bring the issue up แต่ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น bring it up ไม่ใช่ bring up it
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีเป้าหมายลงในประโยค: Before we decide, I need to ____ one concern.
ดูคำตอบ
bring up
Holding up a mirror เพื่อสะท้อนพฤติกรรม
ในที่นี้ holding up a mirror เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงคู่รักทำให้คนคนหนึ่งมองเห็นพฤติกรรมและข้อบกพร่องของตนเองอย่างตรงไปตรงมา เขาเพียงเผยให้เห็นปัญหาที่มีอยู่แล้ว ไม่ได้สร้างปัญหาขึ้นมา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ hold up a mirror to someone or something ซึ่งหมายถึงสะท้อนคนหรือสิ่งใดตามความจริงจนผู้คนมองเห็นความจริงนั้นได้
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The documentary holds up a mirror to the city,” สำนวนนี้หมายความว่าอะไร
- สารคดีขอให้เมืองแขวนกระจกจริง
- สารคดีแสดงภาพที่ตรงไปตรงมาของพฤติกรรมและปัญหาของเมืองเอง
- สารคดีขัดขวางไม่ให้เมืองดำเนินการจนกว่าการถ่ายทำจะเสร็จ
ดูคำตอบ
สารคดีแสดงภาพที่ตรงไปตรงมาของพฤติกรรมและปัญหาของเมืองเอง
has an appalling amount wrong with their character.
2:27ล้วนมีสิ่งที่ผิดปกติในลักษณะนิสัยของพวกเขาในปริมาณที่น่าตกใจ
Seen close-up: ถูกสังเกตอย่างใกล้ชิดและละเอียด
ใน everyone seen close-up คำว่า seen เป็นกริยาช่องสามที่ขยาย everyone โดยมีความหมายว่า everyone when viewed close-up ในที่นี้ close-up เป็นคำเปรียบเทียบ โดยเปรียบความคุ้นเคยอย่างใกล้ชิดและต่อเนื่องกับการมองคนจากระยะสั้นมาก ซึ่งทำให้สังเกตเห็นข้อบกพร่องเล็ก ๆ ได้ง่ายขึ้น ประโยคนี้กล่าวถึงการรู้จักนิสัยของใครบางคนอย่างละเอียด ไม่ใช่การจัดกรอบภาพของกล้อง
แบบฝึกหัด
ใน “People seen close-up often seem less perfect,” คำว่า seen close-up หมายความว่าอะไร
- ปรากฏในภาพจากกล้องที่ถ่ายมาจากระยะไกล
- ถูกมองเห็นเพียงชั่วครู่โดยไม่มีใครเข้าใจ
- เป็นที่รู้จักหรือถูกสังเกตอย่างละเอียดถึงระดับใกล้ชิด
ดูคำตอบ
เป็นที่รู้จักหรือถูกสังเกตอย่างละเอียดถึงระดับใกล้ชิด
ไม่ใช่แค่พวกเรา…แต่เป็นสภาวะร่วมของมนุษย์: การขยายขอบเขตของปัญหา
ประโยคสั้นประโยคแรกปฏิเสธกรอบมองที่แคบว่า ปัญหานี้ไม่ได้มีเฉพาะกับ “พวกเรา” แต่ไม่ได้หมายความว่า “พวกเรา” ไม่มีข้อบกพร่องเลย ประโยคที่สองเปลี่ยนไปใช้กรอบที่กว้างขึ้น ในที่นี้ human condition หมายถึงข้อจำกัดและความยากลำบากที่มนุษย์โดยทั่วไปมีร่วมกัน ไม่ใช่โรคใดโรคหนึ่ง ความต่างที่ชัดเจนของสองประโยคสั้นทำให้ข้อโต้แย้งขยายจากคนกลุ่มหนึ่งไปสู่มนุษยชาติทั้งหมด
แบบฝึกหัด
การวางสองประโยคสั้นให้ต่างกันเช่นนี้ทำหน้าที่อะไร?
- อ้างว่าคนกลุ่มนี้ไม่มีข้อบกพร่องใด ๆ เลย
- ระบุโรคเฉพาะที่ส่งผลต่อคนกลุ่มนี้
- ปฏิเสธแนวคิดที่ว่ามีเพียงคนกลุ่มนี้ที่มีปัญหา และนำเสนอว่าปัญหานี้เป็นเรื่องสากล
ดูคำตอบ
ปฏิเสธแนวคิดที่ว่ามีเพียงคนกลุ่มนี้ที่มีปัญหา และนำเสนอว่าปัญหานี้เป็นเรื่องสากล
Whatever we think or feel about ourselves: การยอมรับแบบไม่มีเงื่อนไข
Whatever ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับเงื่อนไขทุกรูปแบบ Whatever we think or feel about ourselves หมายถึง “ไม่ว่าเราจะมีความคิดเห็นหรือความรู้สึกอย่างไรต่อตัวเอง” ใจความในประโยคหลักยังคงเป็นจริงสำหรับทุกมุมมองที่อาจมีต่อตัวเอง ผู้พูดไม่ได้ถามว่าผู้คนคิดอย่างไรหรือบอกว่าไม่รู้คำตอบ แต่อนุประโยคนี้แสดงว่าความคิดเห็นต่อตัวเองไม่ใช่เงื่อนไขของผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าผลลัพธ์ยังคงเป็นจริงไม่ว่าคนคนหนึ่งจะมีความคิดเห็นอย่างไร?
- What you think about the plan may change the deadline.
- Do you think the plan can meet the deadline?
- Whatever you think about the plan, the deadline stays the same.
ดูคำตอบ
Whatever you think about the plan, the deadline stays the same.
Sadly, it's not that our partner is being too critical
2:47น่าเศร้าที่ไม่ได้หมายความว่าคู่ชีวิตของเราจู้จี้จุกจิกเกินไป
the bearer of an inevitable bit of bad news: ผู้นำข่าวร้ายที่หลีกเลี่ยงไม่ได้มาบอก
ในประโยคนี้ the bearer of an inevitable bit of bad news หมายถึงคนที่นำมาหรือประกาศความจริงอันไม่น่ายินดีซึ่งจะมาถึงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ Bearer ระบุบทบาทของผู้ส่งข่าว ไม่ใช่คนที่ก่อปัญหาหรือคนที่รับข่าว อนุประโยค that ที่ตามมาระบุเนื้อหาของข่าวร้ายว่า that we are a nightmare โครงสร้างนี้แยกคนที่ส่งสารออกจากตัวสารเอง
แบบฝึกหัด
Nina บอกทีมว่าโครงการถูกยกเลิก แต่เธอไม่ได้เป็นคนตัดสินใจ การเรียก Nina ว่า the bearer of bad news หมายความว่าอย่างไร
- เธอเป็นคนแรกที่ได้ยินข้อมูลนี้
- เธอเป็นผู้บอกข้อมูลที่ไม่น่ายินดี
- เธอเป็นสาเหตุให้โครงการถูกยกเลิก
ดูคำตอบ
เธอเป็นผู้บอกข้อมูลที่ไม่น่ายินดี
acknowledge one's flaws: ยอมรับข้อบกพร่องของตนเอง
To acknowledge one's flaws หมายถึงการตระหนักและยอมรับว่าจุดอ่อนหรือข้อบกพร่องของตนมีอยู่จริง และมักเป็นการยอมรับอย่างเปิดเผย Acknowledge มีความหมายมากกว่าเพียงแค่รู้ เพราะสื่อถึงการเผชิญหน้ากับข้อเท็จจริงแทนที่จะปฏิเสธหรือหลีกเลี่ยง สำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงการเห็นดีด้วยกับข้อบกพร่องเหล่านั้น หรือบอกว่าคนนั้นแย่เป็นพิเศษ One's เป็นคำแสดงความเป็นเจ้าของแบบทั่วไป เมื่อกล่าวถึงบุคคลที่เจาะจง ให้เปลี่ยนเป็น my, your, his, her, our หรือ their เช่น acknowledge my flaws
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดกับการพูดคุยอย่างสงบและเป็นทางการเกี่ยวกับการยอมรับจุดอ่อนของตน โดยไม่ได้สื่อว่าจุดอ่อนเหล่านั้นเป็นเรื่องดี
- She ignored her flaws and listened to the feedback.
- She acknowledged her flaws and listened to the feedback.
- She praised her flaws and listened to the feedback.
ดูคำตอบ
She acknowledged her flaws and listened to the feedback.
What would be strange would be to think: การเน้นใจความด้วยโครงสร้าง pseudo-cleft
ในที่นี้ What would be strange ไม่ใช่คำถาม แต่เป็นอนุประโยค what ที่ทำหน้าที่เป็นนาม หมายถึง “สิ่งที่จะดูแปลก” และทำหน้าที่เป็นประธานของประโยคใหญ่ would be ตัวที่สองเป็นกริยาเชื่อมหลัก ส่วน to think that one was without major defects ระบุการกระทำที่ถูกประเมิน โครงสร้าง pseudo-cleft นี้ย้ายจุดเน้นไปยังความคิดหลัง would be ตัวที่สอง และมักใช้แก้ไขการตัดสินก่อนหน้า
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนของโครงสร้าง pseudo-cleft เพื่อให้ประโยคใหม่นี้สมบูรณ์: “____ would be surprising ____ to assume that careful people never make mistakes.”
ดูคำตอบ
What · would be
going to be very hard for another person to live around. ไวยากรณ์
3:12ที่จะเป็นคนที่ใช้ชีวิตด้วยได้ยากมากๆ สำหรับคนอื่น
does mean: do แบบเน้นย้ำในประโยคบอกเล่า
ในประโยคบอกเล่าแบบยืนยัน สามารถเติม does ไว้หน้ากริยารูปพื้นฐานเพื่อเน้นว่าข้อความนั้นเป็นจริงได้ ในที่นี้ does mean มีน้ำหนักมากกว่าการใช้เพียง means การเน้นนี้ตอบรับกับความขัดแย้งของข้อมูล กล่าวคือ ข้อดีที่กล่าวไว้ก่อนหน้าไม่ได้ลบล้างข้อสรุปนี้ โครงสร้างคือ do/does/did + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น mean จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมคำกริยาช่วยที่ใช้เน้นเพื่อยืนยันข้อสรุปอย่างชัดเจน: “The test isn't perfect, but it ____ mean we need more data.”
ดูคำตอบ
does
hard for another person to live around: ทำให้คนอื่นใช้ชีวิตอยู่ใกล้ ๆ ได้ยาก
โครงสร้าง X is hard for Y to + verb แสดงว่า X คือคนหรือสิ่งที่ทำให้ Y ทำกริยานั้นได้ยาก ในประโยคนี้ X คือ we, Y คือ another person และการกระทำคือ live around X around ไม่ได้ระบุกรรมไว้ตรง ๆ จึงย้อนกลับไปหมายถึง we กล่าวคือ คนอื่นต้องใช้ชีวิตอยู่รอบตัวเรา ในที่นี้ live around someone หมายถึงการใช้พื้นที่ใกล้กันและดำเนินชีวิตประจำวันร่วมกับคนนั้นเป็นประจำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่า พฤติกรรมหรือการอยู่ร่วมกับฉันทำให้เพื่อนร่วมห้องใช้พื้นที่ในชีวิตประจำวันร่วมกับฉันได้ยาก
- I find it hard to live near my roommates.
- I can be hard for my roommates to live around.
- It can be hard for me to live around my roommates.
ดูคำตอบ
I can be hard for my roommates to live around.
in as candid a manner as we can manage: อย่างตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่ทำได้
in as candid a manner as we can manage หมายถึง ด้วยวิธีที่ตรงไปตรงมาที่สุดเท่าที่เราสามารถทำได้จริง วลีบุพบทนี้อธิบายว่าเราควรถามตัวเองอย่างไร ส่วน can manage กำหนดขอบเขตตามความเป็นจริง คือให้ตรงไปตรงมาเท่าที่เราทำได้จริง รูปแบบทางการคือ as + คำคุณศัพท์ + a/an + คำนามนับได้เอกพจน์ + as ซึ่งในที่นี้คือ as candid a manner as จุดที่ดูไม่ปกติคือ a อยู่หลัง candid ไม่ได้อยู่ข้างหน้า
แบบฝึกหัด
ใช้ candid และรูปแบบทางการ as + คำคุณศัพท์ + a + คำนาม + as เติมประโยคให้สมบูรณ์: Please describe what happened in ____ manner ____ you can manage.
ดูคำตอบ
as candid a · as
to the question, "How are you difficult to live with?"
3:29ต่อคำถามที่ว่า "คุณเป็นคนที่ใช้ชีวิตด้วยยากอย่างไร"
involves having: โครงสร้าง involve + -ing
โครงสร้าง involve + -ing หมายความว่ากิจกรรม คุณสมบัติ หรือสถานการณ์หนึ่งมีหรือต้องอาศัยการกระทำนั้น ในที่นี้ involves having หมายถึงความเป็นผู้ใหญ่รวมถึงความสามารถในการให้คำตอบอย่างละเอียด โดยไม่ใช้ involve to have โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนแนวคิดนามธรรมให้เป็นข้อกำหนดที่เป็นรูปธรรมได้: X involves doing Y ใน answer to the question คำว่า to เชื่อม answer กับคำถามที่ได้รับคำตอบ ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ infinitive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ involve และ work: Organizing a community festival ____ with many volunteers.
ดูคำตอบ
involves working
is at the heart of self-righteousness and cruelty. สำนวน
3:35คือหัวใจสำคัญของความหลงตัวเองและความโหดร้าย
A presumption of one's own innocence: ภาษากฎหมายที่ใช้วิจารณ์ทางศีลธรรม
สำนวนทางกฎหมาย presumption of innocence หมายถึงการปฏิบัติต่อผู้ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีความผิด ในประโยคนี้ one's own เปลี่ยนเป้าหมายของสำนวน กล่าวคือไม่ได้พูดถึงศาลที่คุ้มครองผู้อื่น แต่พูดถึงคนที่เริ่มจากความเชื่อว่าตนเองไม่มีทางเป็นฝ่ายผิด เมื่อใช้เช่นนี้ ภาษากฎหมายจะกลายเป็นอุปมาเชิงวิจารณ์ถึงการขาดการทบทวนตนเอง ผู้เขียนเชื่อมการมองว่าตนไร้ความผิดโดยอัตโนมัติเข้ากับความคิดว่าตนชอบธรรมและความโหดร้าย โดยไม่ได้ปฏิเสธหลักกฎหมายดังกล่าว
แบบฝึกหัด
ในประโยค "A presumption of one's own innocence is at the heart of self-righteousness and cruelty," วลีที่เน้นมีความหมายว่าอย่างไร
- ศาลควรลงโทษผู้ถูกกล่าวหาก่อนที่จะมีหลักฐาน
- คนคนหนึ่งมั่นใจว่าคนอื่นทุกคนบริสุทธิ์
- คนคนหนึ่งเต็มใจยอมรับความผิดของตนเอง
- คนคนหนึ่งมองว่าตนเองไม่มีความผิดโดยอัตโนมัติ
ดูคำตอบ
คนคนหนึ่งมองว่าตนเองไม่มีความผิดโดยอัตโนมัติ
at the heart of: ระบุสาเหตุสำคัญ
at the heart of หมายถึง “อยู่ที่ส่วนกลางหรือส่วนที่สำคัญที่สุดของ” บางสิ่ง ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชี้ว่าความเชื่อว่าตนเองบริสุทธิ์เป็นต้นตอสำคัญของความหลงว่าตนเองถูกต้องและความโหดร้าย ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพ ใช้โครงสร้าง be at the heart of + นามวลี เพื่ออธิบายสิ่งที่ขับเคลื่อน หล่อหลอม หรือกำหนดปัญหา ระบบ หรือคุณลักษณะในระดับพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสี่คำที่หมายถึง “สาเหตุสำคัญของ”: A lack of trust is ____ the conflict.
ดูคำตอบ
at the heart of
and remember only our tender and beautiful sides,
3:41และจำได้แต่ด้านที่อ่อนโยนและสวยงามของเราเท่านั้น
minds may go blank: จู่ ๆ ก็คิดหรือจำอะไรไม่ออก
เมื่อ someone's mind goes blank คนคนนั้นจะคิดไม่ออกชั่วคราวว่าควรพูดอะไร หรือจำข้อมูลที่ต้องการไม่ได้ ในที่นี้ minds may go blank สื่อว่าคนอาจนึกถึงข้อบกพร่องของตนไม่ออกอย่างกะทันหัน แม้ความทรงจำเหล่านั้นยังคงอยู่ ใน our minds may go blank คำว่า may แสดงความเป็นไปได้ และ go เป็นรูปกริยาพื้นฐานหลัง may ส่วน blank อธิบายสภาพจิตใจที่เกิดขึ้น วลีนี้โดยทั่วไปสื่อถึงอาการชะงักที่ไม่ได้ตั้งใจ ไม่ใช่การตัดสินใจเงียบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตกาลแบบธรรมดาสามคำของ mind go blank: When I was asked to name every capital city, my ____.
ดูคำตอบ
mind went blank
lean on a set of prompts: อาศัยชุดข้อความชี้นำ
ในที่นี้ lean on หมายถึงใช้บางสิ่งเป็นที่พึ่งหรือความช่วยเหลือ ผู้พูดแนะนำให้ใช้ชุดข้อความชี้นำเมื่อคิดต่อได้ยาก ไม่ได้หมายถึงการเอาร่างกายไปพิง โครงสร้างคือ lean on + บุคคล เครื่องมือ ประสบการณ์ หรือแหล่งข้อมูล โดยมองสิ่งนั้นเป็นแรงสนับสนุนที่ช่วยให้ทำต่อหรือรับมือกับงานยากได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงใช้บางสิ่งเป็นที่พึ่งหรือความช่วยเหลือ: When I cannot remember all the steps, I ____ my checklist.
ดูคำตอบ
lean on
I have a tendency to + คำกริยารูปพื้นฐาน
have a tendency to หมายถึงมีแนวโน้มที่จะทำบางอย่างหรือแสดงรูปแบบพฤติกรรมบางอย่างซ้ำ ๆ สำนวนนี้เปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น จึงนุ่มนวลและแม่นยำกว่าการบอกว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นเสมอ โครงสร้างคือ ประธาน + have/has a tendency to + คำกริยารูปพื้นฐาน ข้อความชี้นำนี้ตั้งใจเว้นไว้ไม่จบ โดยเติมการกระทำ เช่น speak too quickly หลัง I have a tendency to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนนี้ที่ใช้บอกถึงรูปแบบที่เกิดซ้ำแต่ไม่แน่นอน: When I'm nervous, ____ speak too quickly.
ดูคำตอบ
I have a tendency to
Around money, I can be a bit difficult because การใช้คำ
3:59เรื่องเงิน ฉันอาจจะรับมือยากนิดหน่อย เพราะ
Around money ที่ใช้กำหนดขอบเขตของหัวข้อ
ในที่นี้ Around money หมายถึง “ในสถานการณ์หรือการสนทนาที่เกี่ยวข้องกับเงิน” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งทางกายภาพที่อยู่ใกล้เงิน เมื่อวางไว้ต้นประโยค บุพบทวลีนี้จะกำหนดหัวข้อหรือขอบเขตของข้อความที่ตามมา การใช้ around แบบนี้พบบ่อยเมื่อต้องการอธิบายความรู้สึก นิสัย หรือพฤติกรรมที่เชื่อมโยงกับประเด็นหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Around money, I can be difficult,” Around money หมายถึงอะไร?
- ยืนอยู่ข้างเงินจำนวนหนึ่งทางกายภาพ
- ในสถานการณ์หรือการสนทนาที่เกี่ยวข้องกับเงิน
- เงินจำนวนหนึ่งโดยประมาณ
ดูคำตอบ
ในสถานการณ์หรือการสนทนาที่เกี่ยวข้องกับเงิน
I suppose I might be a bit of a handful around sex because สำนวน
4:08ฉันคิดว่าฉันอาจจะรับมือยากสักหน่อยเรื่องเซ็กส์ เพราะ
A bit of a handful: ค่อนข้างรับมือยาก
ในประโยคนี้ a handful เป็นสำนวนที่ใช้กับคนซึ่งต้องใช้พลัง ความอดทน หรือความใส่ใจมากในการรับมือ ไม่ได้เกี่ยวกับขนาดตัวของคนหรือสิ่งของที่ถืออยู่ในมือข้างเดียว a bit of ทำให้การยอมรับนี้ฟังดูเบาลง ผู้พูดกำลังพูดแบบสบาย ๆ และอาจติดตลกว่า “ฉันอาจจะรับมือยาก” ในประโยคเต็ม around sex จำกัดพฤติกรรมนี้ให้อยู่ในเรื่องเซ็กซ์
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่นุ่มนวลกว่าของสำนวน a handful: Our puppy is sweet, but he can be ____ when guests arrive.
ดูคำตอบ
a bit of a handful
just to see how easily they could be confusing,
4:20แต่เพียงเพื่อให้เห็นว่ามันสร้างความสับสนได้ง่ายเพียงใด
the point of ... isn't to ..., just to ...: จุดประสงค์ไม่ใช่เพื่อ... แต่เพียงเพื่อ...
โครงสร้าง the point of X isn't to Y, just to Z แยกจุดประสงค์ที่ผู้พูดปฏิเสธออกจากจุดประสงค์ที่แท้จริง X ระบุการกระทำหรือการสนทนา Y คือสิ่งที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น และ Z คือเป้าหมายที่มีขอบเขตจำกัดซึ่งผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสนใจ ในที่นี้ just หมายถึง “เพียง” หรือ “แค่” ผู้พูดไม่ได้ขอให้ผู้คนรู้สึกผิดหรือละอายใจ เป้าหมายคือให้สังเกตว่าพฤติกรรมของตนอาจส่งผลต่ออีกคนอย่างไร
แบบฝึกหัด
ประโยคใดปฏิเสธจุดประสงค์หนึ่งก่อน แล้วจึงบอกจุดประสงค์ที่แท้จริงและมีขอบเขตจำกัดกว่า
- The point of the review is not only to assign blame, but also to prevent the same mistake.
- The point of the review isn't to assign blame, just to prevent the same mistake.
- The point of the review is to assign blame rather than prevent the same mistake.
ดูคำตอบ
The point of the review isn't to assign blame, just to prevent the same mistake.
in which we are going to be a serious challenge to live around.
4:31ที่เราจะเป็นความท้าทายร้ายแรงในการใช้ชีวิตร่วมกัน
commit ourselves to a relationship: ผูกมัดตนเองอย่างจริงจังกับความสัมพันธ์
ใน commit oneself to something คำว่า commit หมายถึงการตัดสินใจอย่างจริงจังว่าจะมอบเวลา ความพยายาม ความซื่อสัตย์ หรือความรับผิดชอบให้กับสิ่งนั้น คำสรรพนามสะท้อนกลับเปลี่ยนตามประธาน เช่น I commit myself, we commit ourselves และ she commits herself ในประโยคนี้ commit ourselves to a relationship หมายถึงการเข้าสู่ความสัมพันธ์ด้วยความทุ่มเทอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ไม่ใช่เพียงไปออกเดตหรือเริ่มต้นบางสิ่งแบบไม่จริงจัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่า Maya ผูกมัดตนเองกับความสัมพันธ์อย่างจริงจังและต่อเนื่อง
- Maya committed herself to the relationship and planned a future with her partner.
- Maya went on one casual date and made no further plans.
- Maya heard that two friends had started a relationship.
ดูคำตอบ
Maya committed herself to the relationship and planned a future with her partner.
get fully acquainted with: ทำความรู้จักอย่างลึกซึ้งและถี่ถ้วน
get acquainted with หมายถึงการค่อย ๆ คุ้นเคยกับบุคคล หัวข้อ ระบบ หรือชุดข้อมูลบางอย่าง ในประโยคนี้ สิ่งที่ต้องทำความรู้จักคือทุกด้านของตนเองที่อาจทำให้การใช้ชีวิตร่วมกันเป็นเรื่องยาก จึงหมายถึงการเรียนรู้รูปแบบพฤติกรรมของตน ไม่ใช่เพียงการพบใครสักคนครั้งแรก fully เพิ่มความหมายของความครบถ้วนและลึกซึ้ง กล่าวคือ ก่อนผูกมัดตัวเองกับความสัมพันธ์ เราต้องเข้าใจตนเองอย่างซื่อสัตย์และถี่ถ้วน โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์หรือคำกริยารูป participle แสดงการเข้าสู่สภาวะหนึ่ง ส่วน with นำหน้าสิ่งที่เราค่อย ๆ คุ้นเคย
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ get fully acquainted with มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด
- พัฒนาความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสิ่งนั้น
- รู้อย่างสมบูรณ์อยู่แล้วโดยไม่ต้องเรียนรู้อีก
- พบกันสั้น ๆ เป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ
พัฒนาความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับสิ่งนั้น
Our relationship reboot cards inspire conversations
4:45การ์ดรีบูตความสัมพันธ์ของเราช่วยสร้างแรงบันดาลใจในการสนทนา
that can help to rekindle love between you and your partner. สำนวน
4:49ที่จะช่วยจุดประกายความรักระหว่างคุณและคู่ของคุณอีกครั้ง
rekindle love: ทำให้ความรักกลับมาแรงกล้าอีกครั้ง
rekindle love ใช้ภาพเปรียบเทียบกับไฟ โดยมองความรักเป็นเปลวไฟที่อ่อนลงหรือดับไปแล้ว และ rekindle หมายถึงการทำให้เปลวไฟนั้นกลับมามีพลังและแรงกล้าอีกครั้ง คำนำหน้า re- เพิ่มความหมายว่าอีกครั้ง ดังนั้นสำนวนนี้จึงตั้งอยู่บนความเข้าใจว่าความรักหรือความผูกพันเคยมีอยู่ก่อนแล้ว ในประโยคนี้ บทสนทนาถูกนำเสนอว่าเป็นวิธีหนึ่งที่อาจช่วยฟื้นความใกล้ชิดระหว่างคู่รัก สำนวนนี้บอกถึงความรู้สึกที่กลับมา ไม่ใช่การจุดไฟจริง และไม่ได้รับประกันว่าความสัมพันธ์ทั้งหมดได้รับการแก้ไขแล้ว
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดตรงกับ rekindle love มากที่สุด
- คู่รักจุดเทียนเพื่อทำให้ห้องสว่างขึ้น
- คู่รักที่ความรู้สึกจืดจางเริ่มใช้เวลาที่มีความหมายร่วมกันเพื่อฟื้นความรัก
- คนแปลกหน้าสองคนพบกันและรู้สึกดึงดูดกันเป็นครั้งแรก
ดูคำตอบ
คู่รักที่ความรู้สึกจืดจางเริ่มใช้เวลาที่มีความหมายร่วมกันเพื่อฟื้นความรัก