คุณนับนิ้วได้ถึงเท่าไหร่? (สปอยล์: มากกว่า 10 เยอะมาก) - เจมส์ แทนตัน (James Tanton): บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
584 คำ 168 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอเริ่มจากการนับนิ้วแบบทั่วไป ก่อนพัฒนาไปสู่การนับเป็นกลุ่มละ 12 และระบบประจำหลัก โดยแสดงว่านิ้วสิบหลักใช้แทนเลขฐานสองได้ถึง 1,023 ใช้สามสถานะได้ถึง 59,048 และช่วยอธิบายหลักการเปิด–ปิดที่คอมพิวเตอร์ใช้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. How high can you count — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าคำถามที่ใช้ “How high can…” เปลี่ยนกิจกรรมคุ้นเคยให้เป็นโจทย์ปลายเปิดได้อย่างไร พร้อมทำหน้าที่เป็นคำถามดึงความสนใจและกำหนดทิศทางช่วงต้นของคำอธิบายเชิงวิทยาศาสตร์ 2. positional notation, — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจศัพท์คณิตศาสตร์ที่หมายถึงระบบซึ่งตำแหน่งของสัญลักษณ์เป็นตัวกำหนดค่า ทำให้ติดตามคำอธิบายเรื่องค่าประจำหลักฐานสิบ กำลังของสอง และการเข้ารหัสตัวเลขด้วยนิ้วได้ถูกต้อง 3. just by counting off ones and zeros. — กริยาวลี: เข้าใจว่า count off หมายถึงการไล่นับหรือกล่าวสิ่งต่าง ๆ ตามลำดับ ไม่ใช่เพียงหาผลรวม และใช้สำนวนนี้อธิบายได้ว่าสถานะง่าย ๆ ที่เกิดซ้ำรองรับการทำงานอันซับซ้อนของคอมพิวเตอร์อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

How high can you count on your fingers? ลำดับความ

0:06

คุณนับเลขด้วยนิ้วได้ถึงเท่าไหร่?

ลำดับความ

How high can you count: การถามขีดจำกัดของตัวเลข

ใน How high can you count...? คำว่า how high ถามถึงขีดจำกัดสูงสุดของตัวเลข ไม่ได้ถามถึงความสูงทางกายภาพ คำถามเต็ม ๆ หมายถึง เมื่อนับด้วยนิ้ว คุณนับไปได้ถึงเลขที่มากที่สุดเท่าไร การเปิดเรื่องด้วยคำถามนี้ทำให้กิจกรรมที่คุ้นเคยกลายเป็นเรื่องที่น่าค้นหา ผู้ฟังจะถูกชวนให้เดาคำตอบที่ดูเหมือนง่ายก่อน จึงเกิดความสงสัยว่าคำตอบจริงอาจน่าประหลาดใจหรือไม่

แบบฝึกหัด

การเปิดเรื่องด้วย “How high can you count on your fingers?” มีผลหลักอย่างไร

  1. ถามว่าใครคนหนึ่งนับได้เร็วเพียงใด
  2. ถามถึงขีดจำกัดของตัวเลขและเปลี่ยนกิจกรรมที่คุ้นเคยให้เป็นหัวข้อที่น่าค้นหา
  3. ถามว่านิ้วอยู่สูงจากพื้นเพียงใด
  4. บอกคำตอบสุดท้ายก่อนแนะนำหัวข้อ
ดูคำตอบ

ถามถึงขีดจำกัดของตัวเลขและเปลี่ยนกิจกรรมที่คุ้นเคยให้เป็นหัวข้อที่น่าค้นหา

It seems like a question with an obvious answer. ไวยากรณ์

0:10

ดูเหมือนเป็นคำถามที่มีคำตอบชัดเจนอยู่แล้ว

ไวยากรณ์

It seems like: การบอกความประทับใจแรกที่ยังไม่แน่นอน

It seems like + กลุ่มคำนาม ใช้บอกความประทับใจแรกว่าสิ่งหนึ่งดูเหมือนเป็นสิ่งประเภทนั้น นอกจากนี้ It seems like ยังตามด้วยอนุประโยคได้ เช่น It seems like we are early. seems ทำให้การตัดสินนั้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐาน ไม่ใช่ความแน่นอน ในประโยคนี้ การใช้คำดังกล่าวเปิดโอกาสให้คำตอบที่ดูเหมือนชัดเจนถูกตั้งคำถามหรือแก้ไขในภายหลัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกความประทับใจแรกที่อาจถูกแก้ไขในภายหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. It proves like an easy problem, but there may be a hidden difficulty.
  2. The problem is definitely easy, and no other answer is possible.
  3. It seems an easy problem like, but there may be a hidden difficulty.
  4. It seems like an easy problem, but there may be a hidden difficulty.
ดูคำตอบ

It seems like an easy problem, but there may be a hidden difficulty.

After all, most of us have 10 fingers, ลำดับความ

0:12

เพราะท้ายที่สุดแล้ว พวกเราส่วนใหญ่ก็มี 10 นิ้ว

ลำดับความ

After all: การเพิ่มเหตุผลสนับสนุน

After all ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนหรืออธิบายข้อความก่อนหน้า โดยบอกเป็นนัยว่าข้อเท็จจริงที่ตามมาทำให้ข้อความนั้นฟังสมเหตุสมผล ในที่นี้ ข้อเท็จจริงที่คุ้นเคยกันว่าคนเรามีนิ้วมือ 10 นิ้วถูกนำมาใช้สนับสนุน ในการใช้นี้ after all มีความหมายว่าเมื่อคำนึงถึงข้อเท็จจริงที่เห็นได้ชัดนี้ ไม่ได้หมายถึงท้ายที่สุด

แบบฝึกหัด

คำเชื่อมใดเหมาะที่สุดสำหรับขึ้นต้นประโยคที่สองเพื่อให้ประโยคนั้นเป็นเหตุผลสนับสนุน? We can take our time. The museum is open until eight.

  1. In contrast
  2. At first
  3. After all
ดูคำตอบ

After all

or to be more precise, eight fingers and two thumbs. ลำดับความ

0:15

หรือถ้าจะพูดให้ถูกก็คือนิ้วมือแปดนิ้วและนิ้วหัวแม่มือสองนิ้ว

ลำดับความ

to be more precise: ปรับคำกล่าวให้แม่นยำขึ้น

to be more precise เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังเปลี่ยนคำอธิบายที่กว้างหรือคร่าว ๆ ให้เป็นคำอธิบายที่แคบลงและแม่นยำกว่าเดิม ในที่นี้ 10 fingers เป็นคำเรียกแบบกว้าง ๆ ที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ส่วน eight fingers and two thumbs เป็นการจำแนกที่แม่นยำกว่า วลีนี้ช่วยเพิ่มความละเอียดให้ข้อความเดิม ไม่ได้ปฏิเสธทั้งหมด

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้เกริ่น at 10:15 ให้เป็นข้อมูลที่แม่นยำกว่าคำว่า in the morning ได้?

  1. after all
  2. on the other hand
  3. to be more precise
ดูคำตอบ

to be more precise

This gives us a total of 10 digits on our two hands, วลี

0:19

นั่นทำให้เรามีนิ้วทั้งหมด 10 นิ้วบนสองมือ

วลี

a total of 10 digits: การบอกจำนวนรวม

ใน a total of 10 digits วลี a total of นำเสนอจำนวนสุดท้ายที่ได้จากการนับส่วนต่าง ๆ รวมกัน ใช้รูปแบบ a total of + ตัวเลข + คำนาม เพื่อสรุปผลรวม และเมื่อจำนวนมากกว่าหนึ่ง คำนามนับได้ต้องเป็นรูปพหูพจน์ ในที่นี้ total เป็นคำนาม ดังนั้นคำนำหน้านาม a จึงเป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ ต้องพูดว่า a total of 10 digits ไม่ใช่ total of 10 digits

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบเป้าหมายเพื่อบอกว่ากล่องสองใบมีดินสอรวมกัน 24 แท่ง: The two boxes contain ____.

ดูคำตอบ

a total of 24 pencils

which we use to count to 10. ไวยากรณ์

0:22

ซึ่งเราใช้ในการนับถึง 10

ไวยากรณ์

which we use to count to 10: อนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ

which we use to count to 10 เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบไม่จำกัดความ โดยเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับ two hands ที่กล่าวถึงก่อนหน้า ว่าเราใช้มือทั้งสองข้างนั้นในการนับ ภายในอนุประโยค we เป็นประธาน use เป็นคำกริยา และ which แทน hands โดยทำหน้าที่เป็นกรรมของ use เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่าส่วนนี้เป็นคำอธิบายเสริม ไม่ใช่คำถามใหม่หรือประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง ใจความหลักสมบูรณ์แล้วก่อนถึงอนุประโยคนี้ ส่วนอนุประโยค which เพียงอธิบายการใช้งาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคที่มีเครื่องหมายจุลภาค + which อย่างถูกต้อง เพื่อเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานของสิ่งของที่กล่าวถึงแล้ว?

  1. I packed a compass, which we can use to find north.
  2. I packed a compass which can we use to find north?
  3. I packed a compass, that we can use to find north.
ดูคำตอบ

I packed a compass, which we can use to find north.

It's no coincidence that the 10 symbols we use in our modern numbering system โน้ต

0:24

มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่สัญลักษณ์ 10 ตัวที่เราใช้ในระบบตัวเลขสมัยใหม่

are called digits as well. การใช้คำ

0:28

จะถูกเรียกว่า 'digits' (ตัวเลข/นิ้วมือ) ด้วยเช่นกัน

ลำดับความ

It's no coincidence that: แสดงความเชื่อมโยงที่ไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

It's no coincidence that + อนุประโยค แสดงว่าข้อเท็จจริงในอนุประโยคนั้นไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ผู้พูดยืนยันว่ามีความเชื่อมโยงหรือคำอธิบายที่มีความหมายอยู่เบื้องหลัง ในฐานะกรอบจัดระเบียบข้อมูล สำนวนนี้ทำให้เนื้อหาที่ตามมากลายเป็นหลักฐานที่ต้องอธิบาย และมักนำไปสู่สาเหตุ ต้นกำเนิดร่วม หรือความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์ ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเชื่อมชื่อ digits เข้ากับสัญลักษณ์สิบตัวในระบบการเขียนจำนวน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกรอบสี่คำจากบทเรียนที่บอกว่าความเชื่อมโยงไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ: ____ both devices failed after the same update.

ดูคำตอบ

It's no coincidence that

การใช้คำ

our modern numbering system: ระบบฐานสิบสำหรับเขียนจำนวน

ในที่นี้ our modern numbering system หมายถึงวิธีฐานสิบที่ใช้กันทั่วไปในปัจจุบันเพื่อเขียนจำนวน ระบบนี้ใช้สัญลักษณ์ตัวเลขสิบตัวตั้งแต่ 0 ถึง 9 และจัดวางตามตำแหน่งเพื่อแสดงค่าที่ต่างกัน ในนามวลีนี้ modern ขยายคำทั้งหมดว่า numbering system โดย numbering system ในที่นี้หมายถึงชุดสัญลักษณ์และกฎที่เป็นระบบสำหรับแสดงจำนวน ไม่ใช่เพียงการกำหนดหมายเลขให้สิ่งต่าง ๆ เช่น การใส่เลขหน้า

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ our modern numbering system หมายถึงอะไร

  1. รายการหมายเลขโทรศัพท์ปัจจุบัน
  2. วิธีที่เป็นระบบซึ่งใช้เลข 0 ถึง 9 และกฎค่าประจำหลักเพื่อแสดงจำนวน
  3. ตารางสำหรับกำหนดหมายเลขให้สิ่งประดิษฐ์สมัยใหม่
  4. การใส่เลขหน้าให้หนังสือหนึ่งเล่ม
ดูคำตอบ

วิธีที่เป็นระบบซึ่งใช้เลข 0 ถึง 9 และกฎค่าประจำหลักเพื่อแสดงจำนวน

การใช้คำ

are called digits as well: ความหมายสองอย่างของ digit

ใน are called digits as well โครงสร้างกรรมวาจก be called + ชื่อ หมายถึง “มีชื่อเรียกว่า...” และ as well หมายถึง “ด้วย” ประโยคนี้บอกว่าสัญลักษณ์ทั้งสิบตัวใช้ชื่อเดียวกับที่กล่าวถึงในแนวคิดก่อนหน้า ความเชื่อมโยงนี้มาจากความหมายสองอย่างที่เกี่ยวข้องกันของ digit ได้แก่ นิ้วมือหรือนิ้วเท้า และสัญลักษณ์ตัวเลขหนึ่งตัวตั้งแต่ 0 ถึง 9 ประโยคใช้คำเดียวกันนี้เชื่อมการนับด้วยนิ้วเข้ากับระบบตัวเลขสมัยใหม่ ดังนั้น as well จึงไม่ได้เพียงเพิ่มข้อมูลที่ไม่เกี่ยวข้อง

แบบฝึกหัด

as well ช่วยแสดงอะไรในประโยคนี้?

  1. สัญลักษณ์มีชื่อที่ต่างจากส่วนต่าง ๆ ของร่างกาย
  2. สัญลักษณ์ทั้งสิบตัวเป็นรูปวาดของนิ้วทั้งหมด
  3. Digit หมายถึงระบบตัวเลขทั้งหมดเท่านั้น
  4. ทั้งสัญลักษณ์และนิ้วสามารถเรียกด้วยคำว่า digit ได้
ดูคำตอบ

ทั้งสัญลักษณ์และนิ้วสามารถเรียกด้วยคำว่า digit ได้

But that's not the only way to count. ลำดับความ

0:30

แต่นั่นไม่ใช่วิธีนับเลขเพียงวิธีเดียว

ลำดับความ

not the only way to: เปิดทางไปสู่ทางเลือกอื่น

รูปแบบ not the only way to + คำกริยา หมายความว่าวิธีหนึ่งใช้ได้หรือมีอยู่จริง แต่ยังมีวิธีอื่นที่เป็นไปได้ด้วย ในตัวอย่าง that ย้อนกลับไปหมายถึงวิธีที่เพิ่งพูดถึง และ to count บอกเป้าหมายของวิธีนั้น การขึ้นต้นด้วย But ทำให้รูปแบบนี้เป็นคำเชื่อมเพื่อเปลี่ยนไปสู่ข้อมูลถัดไป วิธีแรกยังคงใช้ได้ แต่ผู้ฟังจะได้รับการเตรียมให้พบกับอีกวิธีหนึ่ง ข้อยกเว้น หรือตัวอย่างที่แย้งแนวคิดเดิม รูปแบบนี้ไม่ได้บอกว่าวิธีแรกผิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับวิธีหนึ่งแล้วเปิดโอกาสให้มีทางเลือกอื่น?

  1. Taking the bus is convenient, but it's not the only way to get downtown.
  2. Taking the bus is the only way to get downtown today.
  3. Taking the bus is too slow; it's no way to get downtown on time.
ดูคำตอบ

Taking the bus is convenient, but it's not the only way to get downtown.

In some places,

0:33

ในบางสถานที่

it's customary to go up to 12 on just one hand. การใช้คำ

0:34

เป็นเรื่องปกติที่จะนับถึง 12 ด้วยมือเพียงข้างเดียว

การใช้คำ

it's customary to go up to 12: ธรรมเนียมและขีดบนของการนับ

“It's customary to + คำกริยารูปพื้นฐาน” หมายถึงการกระทำหนึ่งเป็นธรรมเนียมหรือแนวปฏิบัติที่สืบต่อกันมาในสถานที่หรือกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง ใช้บอกสิ่งที่ผู้คนโดยทั่วไปทำ ไม่ใช่นิสัยส่วนตัวหรือกฎที่ห้ามมีข้อยกเว้น ในที่นี้ “go up to 12” หมายถึงนับต่อไปจนถึง 12 ดังนั้น 12 จึงเป็นขีดบนของการนับ ทั้งวลีจึงหมายความว่า ในบางพื้นที่ ผู้คนนับด้วยมือข้างเดียวไปจนถึง 12 ตามธรรมเนียม

แบบฝึกหัด

“it's customary to go up to 12” ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้คนมักเดินไปยังสถานที่ชื่อ 12
  2. ในบางพื้นที่ เป็นธรรมเนียมที่จะนับไปจนถึง 12
  3. กฎหมายกำหนดให้ทุกคนต้องนับให้ได้ 12 พอดี
ดูคำตอบ

ในบางพื้นที่ เป็นธรรมเนียมที่จะนับไปจนถึง 12

How?

0:38

ทำได้อย่างไร?

Well,

0:39

เอาล่ะ

each finger is divided into three sections, วลี

0:39

แต่ละนิ้วแบ่งออกเป็นสามข้อ

วลี

is divided into three sections: รูปแบบ be divided into

“Be divided into + จำนวน/ส่วน” ใช้อธิบายว่าสิ่งที่เป็นหนึ่งทั้งหมดถูกแบ่งหรือจัดเป็นส่วนย่อย ๆ ใน “each finger is divided into three sections” รูปประโยคกรรมวาจกทำให้จุดสนใจอยู่ที่โครงสร้างของนิ้ว ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้แบ่ง ใช้ into นำหน้าส่วนต่าง ๆ ที่เกิดจากการแบ่ง เช่น a book is divided into chapters หรือ a task is divided into stages

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกปัจจุบันของ divide และคำบุพบทที่จำเป็น: The course ____ four short units.

ดูคำตอบ

is divided into

and we have a natural pointer to indicate each one, การใช้คำ

0:42

และเรามีตัวชี้ตามธรรมชาติเพื่อระบุแต่ละข้อ

the thumb.

0:45

นั่นคือนิ้วหัวแม่มือ

การใช้คำ

a natural pointer to indicate each one: ใช้นิ้วหัวแม่มือเป็นตัวชี้

ในที่นี้ ผู้พูดเรียกนิ้วหัวแม่มือว่า a natural pointer หมายถึงอุปกรณ์ชี้ที่มีอยู่กับมืออยู่แล้ว จึงไม่ต้องใช้อุปกรณ์อื่น pointer เป็นการเปรียบเทียบตามหน้าที่ ไม่ได้หมายถึงเคอร์เซอร์บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ วลี infinitive to indicate each one บอกจุดประสงค์ของตัวชี้นี้ indicate หมายถึงชี้หรือระบุ ส่วน each one หมายถึงการชี้ส่วนต่าง ๆ ของนิ้วทีละส่วนขณะนับ

แบบฝึกหัด

a natural pointer ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. นิ้วหัวแม่มือคำนวณผลรวมได้เอง
  2. นิ้วหัวแม่มือแบ่งออกเป็นสิบสองส่วน
  3. นิ้วหัวแม่มือสามารถชี้แต่ละส่วนขณะที่เรานับ
  4. นิ้วหัวแม่มือแสดงตัวเลขบนหน้าจอ
ดูคำตอบ

นิ้วหัวแม่มือสามารถชี้แต่ละส่วนขณะที่เรานับ

That gives us an easy way to count to 12 on one hand. วลี

0:46

นั่นทำให้เรามีวิธีที่ง่ายดายในการนับถึง 12 บนมือเดียว

วลี

That gives us an easy way to + คำกริยารูปพื้นฐาน

That ย้อนกลับไปหมายถึงวิธีที่เพิ่งอธิบายไป แทนที่จะกล่าวซ้ำ ผู้พูดใช้ข้อเท็จจริงก่อนหน้าเป็นสาเหตุของผลลัพธ์ที่จะบอกต่อไป gives us an easy way to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึง “ทำให้เรามีวิธีง่าย ๆ ในการทำบางอย่าง” คำกริยาหลัง to บอกว่าการกระทำใดง่ายขึ้น ซึ่งในประโยคนี้คือ count

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ give us an easy way to: The color code ____ organize the files.

ดูคำตอบ

gives us an easy way to

And if we want to count higher, ไวยากรณ์

0:50

และถ้าเราต้องการนับให้มากกว่านั้น

ไวยากรณ์

if we want to count higher: กำหนดเงื่อนไขสำหรับขั้นตอนถัดไป

อนุประโยค if we want to count higher กำหนดเงื่อนไขที่ทำให้วิธีถัดไปมีประโยชน์ นั่นคือเป้าหมายในการนับไปถึงตัวเลขที่มากขึ้น higher ในที่นี้หมายถึงค่าตัวเลขที่มากขึ้น ไม่ใช่ตำแหน่งที่สูงขึ้นจริง ๆ อนุประโยค if แบบนี้ปูทางให้ประโยคหลักบอกผลลัพธ์หรือวิธีแก้ เช่น we can use another method จึงเป็นการเรียบเรียงคำอธิบายโดยบอกเป้าหมายก่อน แล้วจึงบอกขั้นตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ if we want to count higher เพื่อกำหนดเป้าหมาย แล้วจึงบอกวิธีทำ?

  1. Although we can count higher, a place-value chart is impossible.
  2. If we want to count higher, we can use a place-value chart.
  3. We can use a place-value chart, but we do not want to count higher.
ดูคำตอบ

If we want to count higher, we can use a place-value chart.

we can use the digits on our other hand

0:52

เราสามารถใช้นิ้วบนมืออีกข้าง

to keep track of each time we get to 12. โน้ต

0:54

เพื่อคอยจดจำทุกๆ ครั้งที่เรานับถึง 12

วลี

to keep track of: ติดตามจำนวนที่สะสมต่อเนื่อง

to keep track of หมายถึงการคอยติดตามหรือบันทึกสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้รู้จำนวน ความคืบหน้า หรือสถานะปัจจุบัน ในประโยคนี้ นิ้วของมืออีกข้างใช้บันทึกจำนวนครั้งที่นับครบ 12 รูปแบบคือ keep track of + คำนามหรืออนุประโยค เช่น keep track of the score หรือ keep track of how many turns we have taken สำนวนนี้สื่อว่าข้อมูลได้รับการอัปเดตไปตามเวลา ไม่ใช่แค่สังเกตเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ไฮไลต์ซึ่งหมายถึง “ติดตามอย่างต่อเนื่อง”: I use a calendar to ____ assignment deadlines as they change.

ดูคำตอบ

keep track of

ไวยากรณ์

each time we get to 12: เงื่อนไขที่เกิดซ้ำ

each time + อนุประโยค หมายถึง “ทุกครั้งที่สิ่งนี้เกิดขึ้น” โครงสร้างนี้แสดงเหตุการณ์หนึ่งเป็นเงื่อนไขที่เกิดซ้ำ กล่าวคือ ทุกครั้งที่นับถึง 12 ก็จะทำสิ่งเดิมอีกครั้ง ในที่นี้ get to 12 หมายถึง “นับไปจนถึง 12” ไม่ใช่การเดินทางไปยังสถานที่หนึ่ง วลีนี้ช่วยจัดวิธีดังกล่าวให้เป็นกลุ่มละ 12 ที่ทำซ้ำไปเรื่อย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำที่ขึ้นต้นด้วย each และหมายถึง “ทุกครั้ง”: Move one marker ____ you reach ten.

ดูคำตอบ

each time

Up to five groups of 12 or 60. วลี

0:57

ซึ่งนับได้สูงสุดห้ากลุ่มของ 12 หรือก็คือ 60

วลี

Up to five groups of 12: ขีดจำกัดสูงสุด

up to + จำนวน ใช้บอกค่าสูงสุด ปริมาณจริงอาจน้อยกว่านี้ได้ แต่ห้ามมากกว่า ห้ากลุ่มที่มีกลุ่มละ 12 มีขีดสูงสุดเท่ากับ 5 × 12 = 60 และไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีครบห้ากลุ่มเสมอไป Up to five groups of 12 เป็นส่วนหนึ่งของประโยคที่ละข้อความบางส่วนไว้ ในคำอธิบายนี้ วลีดังกล่าวเติมความคิดก่อนหน้าให้มีความหมายประมาณว่า “We can count up to five groups of 12, or 60.” ส่วนของประโยคสั้น ๆ แบบนี้พบได้บ่อยในการอธิบายด้วยคำพูดและข้อความบนหน้าจอ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่า 30 คนคือความจุสูงสุด แต่มีคนน้อยกว่านั้นได้?

  1. The room can hold at least 30 people.
  2. The room can hold exactly 30 people.
  3. The room can hold up to 30 people.
ดูคำตอบ

The room can hold up to 30 people.

Better yet, ลำดับความ

1:02

หรือให้ดีกว่านั้น

ลำดับความ

Better yet: เสนอตัวเลือกที่ดีกว่า

“Better yet” บอกว่าแนวคิดที่จะตามมาดีกว่าแนวคิดที่เพิ่งกล่าวถึงหรือสื่อไว้ วลีนี้ไม่ได้เพียงเพิ่มความเป็นไปได้อีกอย่าง แต่เสนอแนวคิดใหม่ว่าเป็นการปรับปรุงให้ดีขึ้น เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมเปลี่ยนไปยังข้อเสนอใหม่ และมักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค โดยบอกผู้ฟังหรือผู้อ่านว่าตัวเลือกที่ดีกว่า ง่ายกว่า หรือมีประโยชน์กว่ากำลังจะตามมา

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Better yet เพื่อเสนอตัวเลือกที่ผู้พูดเห็นว่าดีกว่า?

  1. We can send you a printed map. Also, the envelope is white.
  2. We can send you a printed map. Better yet, we can send live directions to your phone.
  3. We can send you a printed map. In other words, the map is made of paper.
ดูคำตอบ

We can send you a printed map. Better yet, we can send live directions to your phone.

let's use the sections on the second hand

1:03

เรามาใช้ข้อบนมือข้างที่สอง

to count 12 groups of 12, วลี

1:05

เพื่อนนับ 12 กลุ่มของ 12

up to 144.

1:07

จนถึง 144

วลี

to count 12 groups of 12: จำนวนกลุ่มและจำนวนในแต่ละกลุ่ม

“12 groups of 12” อธิบายกลุ่มที่มีจำนวนเท่ากัน กล่าวคือ มี 12 กลุ่ม และแต่ละกลุ่มมี 12 ชิ้น ในรูปแบบ number + groups of + number ตัวเลขแรกบอกจำนวนกลุ่ม ส่วนตัวเลขหลัง of บอกจำนวนในแต่ละกลุ่ม ในที่นี้ 12 × 12 = 144 คำกริยา count แสดงว่ากำลังใช้การแบ่งกลุ่มเป็นวิธีนับไปจนถึงจำนวนรวม

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำจากบทเรียนนี้เพื่อให้ข้อความการแบ่งกลุ่มสมบูรณ์: Twenty-four beads are arranged into three ____ eight.

ดูคำตอบ

groups of

That's a pretty big improvement, ลำดับความ

1:10

นั่นถือเป็นการพัฒนาขึ้นมากเลยทีเดียว

ลำดับความ

That's a pretty big improvement: บอกความคืบหน้าก่อนเข้าสู่ขั้นต่อไป

“That's a pretty big improvement” เป็นการประเมินผลที่เพิ่งอธิบายไปในแง่บวก ในที่นี้ pretty ขยาย big และหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” ไม่ได้หมายถึง “สวย” ในลำดับการอธิบาย ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นเครื่องหมายบอกความคืบหน้า โดยยืนยันว่าวิธีปัจจุบันใช้ได้ผลดี แล้วเปิดทางไปสู่การปรับปรุงที่มากขึ้น การเข้าใจรูปแบบ “ประเมินผลแล้วจึงอธิบายต่อ” ช่วยให้ติดตามการจัดข้อมูลในคำอธิบายได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในการอธิบาย “That's a pretty big improvement” ทำหน้าที่ใดอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดในที่นี้?

  1. ประโยคนี้สรุปความคืบหน้าในแง่บวกก่อนที่ผู้พูดจะไปยังขั้นต่อไป
  2. ประโยคนี้ปฏิเสธว่าวิธีก่อนหน้านี้ล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
  3. ประโยคนี้บอกว่าการปรับปรุงนั้นมีรูปลักษณ์ที่สวย
ดูคำตอบ

ประโยคนี้สรุปความคืบหน้าในแง่บวกก่อนที่ผู้พูดจะไปยังขั้นต่อไป

but we can go higher by finding more countable parts on each hand. โน้ต

1:12

แต่เราสามารถนับได้มากขึ้นด้วยการหาส่วนที่นับได้เพิ่มขึ้นบนแต่ละมือ

ไวยากรณ์

go higher by finding: บอกวิธีการด้วย by + คำกริยา-ing

ในบริบทนี้ go higher หมายถึงการเพิ่มจำนวนสูงสุดที่สามารถแสดงหรือนับได้ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบนจริง ๆ by finding more countable parts อธิบายว่าสามารถบรรลุผลนั้นด้วยวิธีใด ใช้โครงสร้าง “ผลลัพธ์หรือเป้าหมาย + by + คำกริยา-ing” เพื่อบอกวิธีการ ในที่นี้ by เป็นคำบุพบท ดังนั้น find จึงอยู่ในรูป -ing คือ finding

แบบฝึกหัด

เปลี่ยน reuse เป็นรูปที่ถูกต้องหลัง by: We reduced waste by ____ glass bottles.

ดูคำตอบ

reusing

การใช้คำ

more countable parts: ส่วนที่สามารถนับแยกกันได้มากขึ้น

ใน more countable parts คำว่า countable เป็นคำคุณศัพท์ที่สร้างจาก count + -able และหมายถึง “สามารถนับได้” โดยใช้อธิบายส่วนที่แยกออกจากกันได้และนับเป็นหน่วยแต่ละหน่วยได้ ในที่นี้ countable ไม่ได้ใช้เป็นหลักในความหมายของป้ายกำกับทางไวยากรณ์ใน countable noun แนวคิดคือการหาบริเวณเพิ่มเติมบนมือแต่ละข้างที่ใช้เป็นหน่วยนับแยกกันได้

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ more countable parts หมายความว่าอย่างไร?

  1. ส่วนที่สามารถแยกออกมาและนับแยกกันได้มากขึ้น
  2. ส่วนที่นับเสร็จแล้วมีมากขึ้น
  3. คำที่เป็นคำนามนับได้มีมากขึ้น
ดูคำตอบ

ส่วนที่สามารถแยกออกมาและนับแยกกันได้มากขึ้น

For example,

1:17

ตัวอย่างเช่น

each finger has three sections and three creases,

1:17

แต่ละนิ้วมีสามข้อและสามรอยพับ

for a total of six things to count.

1:21

รวมเป็นหกสิ่งที่เรานับได้

Now we're up to 24 on each hand, วลี

1:23

ตอนนี้เรานับได้ถึง 24 บนแต่ละมือแล้ว

วลี

Now we're up to 24: การบอกยอดรวมที่มาถึงในปัจจุบัน

ใน Now we're up to 24 โครงสร้าง be up to + ตัวเลข ใช้ในบริบทนี้เพื่อบอกว่าปริมาณหรือระดับได้มาถึงตัวเลขนั้นแล้ว และสื่อถึงการเพิ่มขึ้นจากจำนวนที่ต่ำกว่ามาสู่ผลลัพธ์ปัจจุบัน Now ชี้ว่า 24 คือขั้นล่าสุด ในประโยคนี้ 24 ไม่ใช่ขีดจำกัด แต่เป็นจำนวนที่ปัจจุบันสามารถนับได้จากมือแต่ละข้าง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าปัจจุบันกลุ่มนี้มีสมาชิก 50 คน?

  1. The group needs 50 more members.
  2. The group can have up to 50 members.
  3. The group is now up to 50 members.
ดูคำตอบ

The group is now up to 50 members.

and using our other hand to mark groups of 24 วลี

1:25

และถ้าใช้มืออีกข้างเพื่อทำเครื่องหมายกลุ่มของ 24

gets us all the way to 576. วลี

1:28

ก็จะพาเราไปถึง 576 เลยทีเดียว

วลี

to mark groups of 24: ทำเครื่องหมายเพื่อติดตามกลุ่มที่เสร็จแล้ว

ในที่นี้ mark หมายถึง “ทำหรือใช้เครื่องหมายที่มองเห็นได้ หรือตำแหน่งของมือ เพื่อติดตามบางสิ่ง” มืออีกข้างจะบันทึกทุกกลุ่มละ 24 ที่ทำเสร็จแล้ว ผู้ที่กำลังนับจึงไม่ต้องจำจำนวนกลุ่มทั้งหมดไว้ในใจ to mark อธิบายจุดประสงค์ของการใช้มืออีกข้าง ในบริบทการนับนี้ mark ไม่ได้หมายถึง “ให้คะแนน”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ mark ในความหมายว่า “ทำเครื่องหมายเพื่อติดตาม” เหมือนกับตัวอย่าง

  1. The teacher will mark the quiz after class.
  2. Move one bead to mark each group of ten.
  3. The holiday marks the start of summer.
ดูคำตอบ

Move one bead to mark each group of ten.

วลี

gets us all the way to: ไปถึงจุดหมายที่ถูกเน้นย้ำ

ในโครงสร้าง gets us ... to คำว่า get หมายถึง “ทำให้หรือช่วยให้ใครไปถึงสถานที่ จุด หรือผลลัพธ์หนึ่ง” ประธานคือวิธีนับนี้ ส่วน us คือคนที่ใช้วิธีนี้ วิธีนี้จึงช่วยให้พวกเขาไปถึง 576 ได้ all the way to เน้นว่า 576 เป็นจุดหมายที่ไกลหรือน่าประทับใจ เมื่อเทียบกับจุดที่เริ่มนับหรือจุดที่ปกติอาจต้องหยุด วลีนี้แสดงถึงความคืบหน้าที่มากและไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเดินทางจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “พาเราไปถึงจุดหมายที่ไกลอย่างเห็นได้ชัด”: This bus ____ the national park.

ดูคำตอบ

gets us all the way to

Can we go any higher? ลำดับความ

1:31

เรานับให้สูงกว่านี้ได้ไหม?

ลำดับความ

Can we go any higher? ในฐานะคำถามเชื่อมไปยังขั้นถัดไป

ในที่นี้ Can we go any higher? ไม่ได้เพียงถามว่าจะทำผลลัพธ์ให้สูงขึ้นได้หรือไม่ แต่ยังรับช่วงจากผลที่เพิ่งทำได้และหันความสนใจไปยังขั้นถัดไปที่อาจเป็นไปได้ ในการอธิบาย คำถามแบบนี้อาจเป็นคำถามเชิงวาทศิลป์ ผู้พูดอาจไม่ได้รอคำตอบจริง ๆ คำถามนี้เปิดโอกาสให้ผู้ฟังคาดเดาสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปชั่วครู่ แล้วจึงเริ่มการทดสอบ วิธีการ หรือการพูดถึงขีดจำกัดในขั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ในการอธิบาย หลังจากเพิ่งนำเสนอผลลัพธ์แล้ว Can we go any higher? มีหน้าที่หลักอย่างไร

  1. เชื่อมผลลัพธ์ปัจจุบันเข้ากับขั้นต่อไปที่อาจเป็นไปได้
  2. เปลี่ยนเรื่องโดยไม่เกี่ยวข้องกับผลลัพธ์เลย
  3. ให้คำตอบสุดท้ายและจบการอธิบาย
ดูคำตอบ

เชื่อมผลลัพธ์ปัจจุบันเข้ากับขั้นต่อไปที่อาจเป็นไปได้

It looks like we've reached the limit of how many different finger parts วลี

1:32

ดูเหมือนว่าเราได้มาถึงขีดจำกัดของจำนวนส่วนต่างๆ บนนิ้ว

วลี

It looks like we've reached the limit: ข้อสรุปที่ยังไม่ยืนยันอย่างเด็ดขาด

It looks like นำเสนอข้อสรุปว่าเป็นการอนุมานจากหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ ไม่ใช่การยืนยันแบบเด็ดขาด ผู้พูดฟังดูค่อนข้างมั่นใจ แต่ยังเปิดโอกาสให้มีข้อมูลใหม่ We've reached เป็น present perfect การถึงขีดจำกัดเกิดขึ้นก่อนตอนนี้ และผลของมันยังสำคัญในปัจจุบัน Reach the limit of ... หมายถึงไปถึงขอบเขตของจำนวน ความสามารถ ช่วง หรือกระบวนการอย่างหนึ่ง

แบบฝึกหัด

It looks like we've reached the limit มีความหมายที่ถูกต้องที่สุดอย่างไร

  1. หลักฐานในปัจจุบันบ่งชี้ว่าน่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว
  2. ผู้พูดพิสูจน์แล้วว่าจะไม่มีทางปรับปรุงได้อีกในอนาคต
  3. จะถึงขีดจำกัดอย่างแน่นอนในเวลาหนึ่งที่ยังไม่ทราบ
ดูคำตอบ

หลักฐานในปัจจุบันบ่งชี้ว่าน่าจะถึงขีดจำกัดแล้ว

we can count with any precision. การใช้คำ

1:36

ที่เราสามารถนับได้อย่างแม่นยำแล้ว

การใช้คำ

with any precision: ระดับความแม่นยำในการนับ

ในประโยคนี้ with any precision เป็นวลีขยายกริยา count โดยบอกว่าการนับทำได้อย่างแม่นยำหรือน่าเชื่อถือเพียงใด ไม่ได้บอกว่านับอะไร precision หมายถึงระดับความแม่นยำหรือความละเอียด ในที่นี้ any ขยายช่วงระดับที่กำลังพิจารณา วลีนี้จึงหมายถึง “ด้วยระดับความแม่นยำที่มีความหมายหรือใช้งานได้” ไม่ใช่ “ด้วยความแม่นยำหลายชนิด”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึง “ด้วยระดับความแม่นยำที่มีความหมาย”: In the fog, we couldn't estimate the distance ____.

ดูคำตอบ

with any precision

So let's think of something different. ลำดับความ

1:38

ดังนั้นเราลองมาคิดอะไรที่ต่างออกไปดูบ้าง

ลำดับความ

So let's think of something different: ส่งสัญญาณถึงทิศทางใหม่

So เชื่อมข้อเสนอนี้กับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า กล่าวคือ วิธีเดิมพบปัญหาหรือข้อจำกัด และตอนนี้ผู้พูดกำลังเสนอขั้นตอนถัดไป Let's ชวนผู้ฟังให้คิดไปด้วยกัน ส่วน something different หมายถึงแนวคิดหรือวิธีที่ต่างออกไป ไม่ใช่แค่วัตถุชิ้นอื่น ทั้งประโยคจบแนวคิดเดิมและส่งสัญญาณว่าจะเปลี่ยนไปสู่ทิศทางใหม่

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบาย 'So let's think of something different.' ส่งสัญญาณถึงอะไร

  1. การขอให้อธิบายแนวคิดเดิมอย่างละเอียดขึ้น
  2. การยืนยันว่าแนวคิดก่อนหน้าทั้งหมดถูกต้อง
  3. การเปลี่ยนจากวิธีปัจจุบันไปสู่แนวคิดใหม่
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนจากวิธีปัจจุบันไปสู่แนวคิดใหม่

One of our greatest mathematical inventions ไวยากรณ์

1:41

หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์ทางคณิตศาสตร์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา

is the system of positional notation, การใช้คำ

1:43

คือระบบสัญกรณ์อิงตำแหน่ง

ไวยากรณ์

One of our greatest mathematical inventions is: คำนามพหูพจน์กับกริยาเอกพจน์

โครงสร้าง one of + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ หมายถึงสมาชิกหนึ่งรายการจากกลุ่มสิ่งที่ดีที่สุด ยิ่งใหญ่ที่สุด หรือสำคัญที่สุด ใน one of our greatest mathematical inventions คำว่า inventions เป็นพหูพจน์ เพราะวลีนี้กล่าวถึงกลุ่มสิ่งประดิษฐ์หลายรายการ แกนทางไวยากรณ์ของประธานคือ one กริยาจึงเป็นเอกพจน์ ต้องใช้ One of ... is ไม่ใช่ One of ... are ส่วนนามวลีหลัง is ระบุว่าสิ่งประดิษฐ์หนึ่งรายการที่กำลังแนะนำคืออะไร

แบบฝึกหัด

เติมรูปปัจจุบันของ be ให้ประโยคสมบูรณ์: One of our best players ____ absent right now.

ดูคำตอบ

is

การใช้คำ

positional notation: สัญกรณ์ที่ตำแหน่งเป็นตัวกำหนดค่า

positional notation คือระบบเขียนจำนวนที่ค่าของเลขโดดขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่เลขโดดนั้นปรากฏ ตัวสัญลักษณ์และตำแหน่งร่วมกันกำหนดค่า ตัวอย่างเช่น ในเลขฐานสิบ 999 เลขโดดที่เหมือนกันทั้งสามตัวแทนค่า 900, 90 และ 9 ตามลำดับ ทั้งระบบฐานสิบและฐานสองเป็นระบบเชิงตำแหน่ง แม้จะใช้ฐานต่างกัน

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบาย positional notation ได้ถูกต้อง

  1. Positional notation หมายถึงค่าของเลขโดดหนึ่งตัวในตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่ง
  2. ใน positional notation เลขโดดทุกตัวมีค่าเท่ากันไม่ว่าจะปรากฏที่ใด
  3. ใน positional notation ค่าของเลขโดดอาจเปลี่ยนเมื่อเปลี่ยนตำแหน่ง
ดูคำตอบ

ใน positional notation ค่าของเลขโดดอาจเปลี่ยนเมื่อเปลี่ยนตำแหน่ง

where the placement of symbols allows for different magnitudes of value, การใช้คำ

1:46

ซึ่งการวางสัญลักษณ์ช่วยให้มีขนาดของค่าที่แตกต่างกัน

as in the number 999.

1:50

เช่นในตัวเลข 999

การใช้คำ

allows for different magnitudes of value: ทำให้ค่าประจำหลักที่ต่างกันเป็นไปได้

ในประโยคนี้ allows for หมายถึง “ทำให้เป็นไปได้” หรือ “รองรับได้” ประธานคือ the placement of symbols กล่าวคือตำแหน่งทำให้สัญลักษณ์แสดงค่าที่มีขนาดต่างกันได้ different magnitudes of value เป็นภาษาทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึงระดับของค่าหรือค่าประจำหลักที่ต่างกัน ใน 999 ตัวเลขเดียวกันแทนค่า 900, 90 และ 9 เพราะตำแหน่งทำให้ค่าของมันเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ allow for: A flexible schedule ____ unexpected delays.

ดูคำตอบ

allows for

Even though the same symbol is used three times, ไวยากรณ์

1:53

แม้ว่าจะใช้สัญลักษณ์เดียวกันถึงสามครั้ง

ไวยากรณ์

Even though the same symbol is used three times: นำเสนอความขัดแย้งแบบยอมรับข้อเท็จจริง

Even though ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงก่อนจะกล่าวถึงสิ่งที่ขัดแย้งกัน โดยเริ่มจากข้อเท็จจริงที่อาจทำให้เกิดความคาดหมายว่า เมื่อสัญลักษณ์เดียวกันปรากฏสามครั้ง ทั้งสามตำแหน่งก็น่าจะมีค่าเท่ากัน วลีนี้ส่งสัญญาณว่าประโยคหลักที่ตามมาจะหักล้างความคาดหมายนั้น เครื่องหมายจุลภาคแสดงจุดจบของอนุประโยค even though ดังนั้นข้อความส่วนนี้ยังต้องมีประโยคหลักเพื่อให้ความสัมพันธ์ที่ขัดแย้งกันสมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ even though ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบต่างข้อเท็จจริงกับผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด

  1. Because the boxes look identical, they contain different tools.
  2. Even though the boxes look identical, they contain different tools.
  3. Even if the boxes look identical, they may contain different tools.
ดูคำตอบ

Even though the boxes look identical, they contain different tools.

each position indicates a different order of magnitude. การใช้คำ

1:55

แต่แต่ละตำแหน่งก็บ่งบอกถึงขนาดของค่าที่ต่างกัน

การใช้คำ

a different order of magnitude: อันดับขนาดใหม่ในมาตราส่วนฐานสิบ

order of magnitude คือระดับของมาตราส่วนที่โดยทั่วไปอิงกับเลขยกกำลังของสิบ ในระบบเลขฐานสิบ หลักหน่วย หลักสิบ และหลักร้อยอยู่ในอันดับขนาดที่ต่อเนื่องกัน ในประโยคนี้ a different order of magnitude หมายความว่าแต่ละตำแหน่งแทนมาตราส่วนใหม่ที่ต่างกันสิบเท่า ไม่ใช่เพียงค่าที่ไม่เท่ากัน สำนวนนี้มีประโยชน์เมื่อระดับของมาตราส่วนสำคัญกว่าตัวเลขที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าตำแหน่งต่าง ๆ แทนมาตราส่วนที่ต่างกันสิบเท่า

  1. Each position represents a different value, but the scale is unchanged.
  2. Each position represents the same order of magnitude.
  3. Each position represents a different order of magnitude.
ดูคำตอบ

Each position represents a different order of magnitude.

So we can use positional value on our fingers การใช้คำ

2:00

ดังนั้นเราจึงสามารถใช้ค่าประจำตำแหน่งบนนิ้วของเรา

to beat our previous record. สำนวน

2:03

เพื่อทำลายสถิติเดิมของเราได้

การใช้คำ

can use positional value: ใช้ตำแหน่งเพื่อกำหนดค่าตัวเลข

can use positional value หมายความว่าสามารถใช้ตำแหน่งเป็นส่วนหนึ่งของระบบการนับได้ เมื่อนับด้วยนิ้ว เราสามารถกำหนดค่าตัวเลขที่ต่างกันให้นิ้วแต่ละนิ้วตามตำแหน่ง แทนที่จะนับนิ้วที่ยกขึ้นทุกนิ้วเป็นหนึ่งเสมอ ในที่นี้ can use นำเสนอ positional value ว่าเป็นวิธีที่นำมาใช้ได้ ไม่ได้หมายถึงการได้รับอนุญาต รูปแบบ can use + กลุ่มคำนามมักหมายความว่าสิ่งหนึ่งสามารถใช้เป็นเครื่องมือหรือวิธีเพื่อให้ได้ผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบาย positional value ได้ถูกต้อง

  1. We can use positional value, so position has no effect on value.
  2. We can use positional value, so every symbol must always have the same value.
  3. We can use positional value, so a symbol's value can depend on where it appears.
ดูคำตอบ

We can use positional value, so a symbol's value can depend on where it appears.

สำนวน

to beat our previous record: ทำได้ดีกว่าสถิติเดิม

ในที่นี้ beat หมายถึง “ทำได้ดีกว่า” หรือ “เหนือกว่า” ไม่ได้หมายถึง “ตี” วลีเต็ม beat our previous record หมายถึงทำผลงานได้ดีกว่าสถิติที่ดีที่สุดก่อนหน้านี้ของกลุ่ม รูป infinitive to beat... บอกจุดประสงค์ของการใช้ค่าประจำหลัก กล่าวคือ วิธีนี้มีไว้เพื่อช่วยให้พวกเขาก้าวข้ามสิ่งที่เคยทำได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่ากลุ่มหวังจะทำได้ดีกว่าสถิติที่ดีที่สุดก่อนหน้านี้?

  1. With more practice, we hope to beat our previous record.
  2. With more practice, we hope to match our previous record.
  3. With more practice, we hope to remember our previous record.
ดูคำตอบ

With more practice, we hope to beat our previous record.

Let's forget about finger sections for a moment ลำดับความ

2:05

เราลองลืมเรื่องข้อนิ้วไปก่อนสักครู่

ลำดับความ

Let's forget about ... for a moment: พักรายละเอียดหนึ่งไว้ชั่วคราว

ในประโยคนี้ Let's forget about ... for a moment หมายถึง “หยุดพิจารณา...ไว้ชั่วคราว” ไม่ใช่ “ลบเรื่องนั้นออกจากความทรงจำ” For a moment บอกว่าส่วนต่าง ๆ ของนิ้วถูกพักไว้เพียงช่วงสั้น ๆ โครงสร้างนี้จัดระเบียบข้อมูลโดยตัดรายละเอียดหนึ่งอย่างที่ทำให้เรื่องซับซ้อนออกก่อน ช่วยให้ผู้ฟังมุ่งสนใจรูปแบบที่ง่ายกว่าก่อน แล้วจึงนำรายละเอียดนั้นกลับมาเพิ่มภายหลังได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง Let's forget about ... for a moment เติมประโยคให้สมบูรณ์: ____ the spelling rules ____ and listen to the sound first.

ดูคำตอบ

Let's forget about · for a moment

and look at the simplest case วลี

2:07

แล้วมาดูในกรณีที่ง่ายที่สุด

of having just two options per finger, การใช้คำ

2:09

ของการมีเพียงสองตัวเลือกในแต่ละนิ้ว

วลี

look at the simplest case of having ...: เริ่มจากแบบจำลองที่ง่าย

ในที่นี้ look at หมายถึง “พิจารณา” หรือ “ศึกษา” ไม่ใช่เพียง “มองไปที่สิ่งหนึ่ง” ผู้พูดกำลังชวนผู้ฟังให้เริ่มจากแบบจำลองที่เข้าใจง่าย The simplest case หมายถึงสถานการณ์ที่ซับซ้อนน้อยที่สุด ส่วน of having ... บอกเงื่อนไขที่กำหนดสถานการณ์นั้น เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท have จึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ having ใช้รูปแบบ look at the simplest case of + -ing เมื่อต้องการทำปัญหาให้ง่ายก่อนแล้วจึงไปดูกรณีที่ยากขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเกริ่นกรณีที่ทำให้ง่ายขึ้นและมีตัวแปรเพียงหนึ่งตัวได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's look for the simplest case of having only one variable.
  2. Let's look at the simplest case of having only one variable.
  3. Let's look at the simplest case of have only one variable.
ดูคำตอบ

Let's look at the simplest case of having only one variable.

การใช้คำ

just two options per finger: per หมายถึง “ต่อหนึ่งหน่วย”

ในที่นี้ per หมายถึง “ต่อหนึ่งหน่วย” หรือ “สำหรับแต่ละ” two options per finger หมายความว่าแต่ละนิ้วมีตัวเลือกได้สองแบบ ไม่ใช่ว่านิ้วทั้งหมดมีตัวเลือกรวมกันเพียงสองแบบ just หมายถึง “เพียง” และเน้นว่าแบบจำลองถูกลดให้เหลือสองตัวเลือกต่อหนึ่งหน่วย รูปแบบ จำนวน + per + หน่วย พบได้บ่อยในการบอกอัตรา ขีดจำกัด ราคา และคำอธิบายทางเทคนิค

แบบฝึกหัด

ใช้ per เติมอัตรานี้ให้สมบูรณ์: The machine can pack thirty boxes ____ minute.

ดูคำตอบ

per

up and down. วลี

2:12

คือกางขึ้นและพับลง

วลี

up and down: สองสถานะที่เป็นไปได้

ในบริบทนี้ up และ down ใช้เรียกตำแหน่งสองแบบที่นิ้วหนึ่งนิ้วอาจอยู่ได้ โดย up หมายถึงยกขึ้น และ down หมายถึงวางลง วลีนี้จับทั้งสองแบบเป็นคู่ของสถานะ ไม่ได้หมายความว่านิ้วเดียวกำลังเคลื่อนขึ้นลงซ้ำ ๆ เมื่อ up and down บรรยายการกระทำ มักมีคำที่แสดงการเคลื่อนไหวอยู่ใกล้ ๆ เช่น move up and down

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ up and down หมายความว่าอะไร?

  1. ใช้เรียกสถานะที่เป็นไปได้สองแบบ: ยกขึ้นหรือวางลง
  2. บอกให้ใครบางคนเคลื่อนจากที่สูงไปยังที่ต่ำ
  3. บรรยายการเคลื่อนไหวขึ้นและลงซ้ำ ๆ
ดูคำตอบ

ใช้เรียกสถานะที่เป็นไปได้สองแบบ: ยกขึ้นหรือวางลง

This won't allow us to represent powers of 10, วลี

2:13

วิธีนี้จะไม่ช่วยให้เรานำเสนอเลขยกกำลังของ 10 ได้

วลี

allow us to represent powers of 10: ทำให้เราสามารถแทนค่าเลขยกกำลังของ 10 ได้

โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive หมายความว่าสิ่งหนึ่งทำให้บุคคลหรือกลุ่มมีความสามารถหรือโอกาสที่จะทำบางอย่าง ในที่นี้ us เป็นกรรม และ to represent เป็น infinitive เมื่อใช้กับรูปปฏิเสธ won't อนุประโยคนี้จึงหมายความว่าวิธีดังกล่าวไม่สามารถทำให้การแทนค่านั้นเป็นไปได้ ประเด็นคือความสามารถ ไม่ใช่การอนุญาต ในคำอธิบายทางคณิตศาสตร์และทางเทคนิค represent หมายถึงแสดงหรือสื่อบางสิ่งด้วยตัวเลข สัญลักษณ์ แผนภาพ หรือแบบจำลอง powers of 10 คือค่าต่าง ๆ เช่น 10, 100 และ 1,000 ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึงการแทนค่าเหล่านั้นในระบบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive ได้ถูกต้อง?

  1. This model allows us to represent the data visually.
  2. This model allows to us represent the data visually.
  3. This model allows us representing the data visually.
ดูคำตอบ

This model allows us to represent the data visually.

but it's perfect for the counting system that uses powers of two, การใช้คำ

2:16

แต่มันเหมาะอย่างยิ่งสำหรับระบบการนับที่ใช้เลขยกกำลังของสอง

otherwise known as binary. การใช้คำ

2:20

หรือที่เรียกกันว่าเลขฐานสอง

การใช้คำ

uses powers of two: ค่าประจำหลักในระบบฐานสอง

ในที่นี้ powers of two หมายถึงลำดับ 2^0, 2^1, 2^2, 2^3 และต่อไป ซึ่งเริ่มด้วย 1, 2, 4, 8, 16 วลี uses powers of two บอกว่าระบบการนับนี้สร้างขึ้นจากค่าเหล่านี้ ในระบบฐานสอง ค่าประจำหลักแต่ละตำแหน่งเป็นกำลังของสอง คำว่า power ในที่นี้เป็นศัพท์คณิตศาสตร์เกี่ยวกับการยกกำลัง ไม่ได้หมายถึงพลังหรือไฟฟ้า

แบบฝึกหัด

จำนวนใดเป็นกำลังของสอง?

  1. 32
  2. 12
  3. 18
ดูคำตอบ

32

การใช้คำ

otherwise known as binary: การบอกชื่ออีกชื่อหนึ่ง

วลี otherwise known as binary ที่คั่นด้วยจุลภาคให้ชื่ออีกชื่อหนึ่งของระบบการนับที่เพิ่งกล่าวถึง หมายความว่าระบบนี้เรียกว่า binary เช่นกัน ในที่นี้ otherwise เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัวสำหรับบอกชื่อ otherwise known as ไม่ได้หมายถึง “มิฉะนั้น” และไม่ได้บอกผลลัพธ์อีกแบบหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่ใช้บอกชื่ออีกชื่อหนึ่ง: Sodium chloride, ____ table salt, is used in cooking.

ดูคำตอบ

otherwise known as

In binary,

2:22

ในระบบเลขฐานสอง

each position has double the value of the previous one. การใช้คำ

2:23

แต่ละตำแหน่งจะมีค่าเป็นสองเท่าของตำแหน่งก่อนหน้า

การใช้คำ

double the value: การเปรียบเทียบแบบสองต่อหนึ่ง

ใน has double the value of the previous one คำว่า double หมายถึง “เป็นสองเท่า” แต่ละหลักในระบบเลขฐานสองจึงมีค่าเป็นสองเท่าของหลักก่อนหน้า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A has double the + คำนามที่วัดปริมาณได้ + of B ซึ่งใช้เปรียบเทียบปริมาณ รูปแบบนี้บอกอัตราส่วนสองต่อหนึ่ง ไม่ได้แปลว่า A เปลี่ยนแปลงหรือมีขนาดเพิ่มขึ้นเสมอไป

แบบฝึกหัด

ใช้ double และ value เติมประโยคให้สมบูรณ์: The $20 voucher has ____ of the $10 voucher.

ดูคำตอบ

double the value

So we can assign our fingers values of 1 2 4 8 วลี

2:26

ดังนั้นเราสามารถกำหนดค่าให้กับนิ้วของเราเป็น 1, 2, 4, 8

all the way up to 512,

2:31

ไปเรื่อยๆ จนถึง 512

วลี

assign our fingers values of: assign + สิ่งที่รับค่า + ค่า

ใน assign our fingers values of ... คำว่า assign หมายถึงการตั้งใจให้ตัวเลขแก่นิ้วแต่ละนิ้วภายในระบบหนึ่ง นิ้วเป็นสิ่งที่ได้รับตัวเลข ส่วน values of 1, 2, 4, 8 ... บอกว่ามีการกำหนดตัวเลขใดบ้าง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ assign + สิ่งที่รับค่า + a value/values of + ตัวเลข เช่น assign each button a value of zero นอกจากนี้ยังวางค่าไว้ก่อนแล้วใช้ to ได้ด้วย: assign values to the buttons

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ assign + สิ่งที่รับค่า + a value of เติมประโยคให้สมบูรณ์: In our scoring system, we ____ each star ____ ten.

ดูคำตอบ

assign · a value of

and any positive integer up to a certain limit การใช้คำ

2:33

และจำนวนเต็มบวกใดๆ จนถึงขีดจำกัดหนึ่ง

can be expressed as a sum of these numbers. ไวยากรณ์

2:36

สามารถแสดงเป็นผลรวมของตัวเลขเหล่านี้ได้

การใช้คำ

any positive integer: จำนวนเต็มใด ๆ ที่มากกว่าศูนย์

positive integer คือจำนวนที่มากกว่า 0 และไม่มีส่วนที่เป็นเศษ เช่น 1, 2 หรือ 15 จึงไม่รวม 0 จำนวนลบ หรือค่าที่ไม่ใช่จำนวนเต็มอย่าง 2.5 ใน any positive integer คำว่า any แสดงว่าข้อความนี้ใช้ได้กับทุกจำนวนที่ตรงตามเงื่อนไข โดยพิจารณาทีละจำนวน ในที่นี้ positive มีความหมายทางคณิตศาสตร์ว่า 'มากกว่า 0' ไม่ได้หมายถึง 'คิดบวก' หรือ 'ดี'

แบบฝึกหัด

จำนวนใดเป็น positive integer?

  1. 2.5
  2. -3
  3. 7
  4. 0
ดูคำตอบ

7

ไวยากรณ์

can be expressed as a sum of: บรรยายให้อยู่ในรูปผลบวก

can be expressed as a sum of หมายถึง 'สามารถเขียนให้อยู่ในรูปที่นำจำนวนหรือปริมาณมาบวกกันได้' ประธานคือจำนวนที่ถูกนำมาแสดง และ a sum of ใช้นำหน้าส่วนต่าง ๆ ที่นำมาบวกกัน โครงสร้างคือ ประธาน + can be expressed as + รูปแบบ โดยใช้ can + be + กริยาช่องที่สามเป็นโครงสร้างกรรมวาจก เพราะเน้นรูปแบบที่สามารถใช้แสดงได้ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้เขียน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วย can be expressed as a sum of: Ten ____ six and four.

ดูคำตอบ

can be expressed as a sum of

For example,

2:39

ตัวอย่างเช่น

the number seven is 4 + 2 + 1,

2:40

เลขเจ็ดคือ 4 + 2 + 1

so we can represent it by having just these three fingers raised. ไวยากรณ์

2:43

ดังนั้นเราสามารถแสดงค่านี้ได้ด้วยการชูแค่นิ้วทั้งสามนี้ขึ้น

ไวยากรณ์

can represent it by having just these three fingers...: บอกวิธีด้วยการจัดให้อยู่ในสภาพหนึ่ง

ในวลี can represent it by having... โครงสร้าง by + -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้ได้ผลลัพธ์ กล่าวคือ ตำแหน่งของนิ้วเป็นวิธีที่ใช้แทนตัวเลขนั้น having just these three fingers raised ใช้โครงสร้าง have + กรรม + สภาพ หมายถึงการให้นิ้วเพียงสามนิ้วนี้อยู่ในสภาพที่ชูขึ้น ในที่นี้ have อธิบายสภาพที่ใช้เป็นสัญญาณ ไม่ได้หมายถึงการขอให้คนอื่นชูนิ้วให้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ by having + กรรม + สภาพ เพื่ออธิบายวิธีได้อย่างถูกต้อง

  1. We can mark the correct box by having it highlighted in green.
  2. We can mark the correct box by have it highlighted in green.
  3. We can mark the correct box by having highlight it in green.
ดูคำตอบ

We can mark the correct box by having it highlighted in green.

Meanwhile, ลำดับความ

2:47

ในขณะเดียวกัน

250 is 128 + 64 + 32 + 16 + 8 + 2.

2:48

250 คือ 128 + 64 + 32 + 16 + 8 + 2

ลำดับความ

Meanwhile: ใช้แนะนำตัวอย่างที่วางขนานกัน

Meanwhile ทำหน้าที่จัดระเบียบคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากกรณีก่อนหน้าไปยังอีกกรณีหนึ่งที่เกี่ยวข้อง คือเลข 250 ในที่นี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “มาดูอีกตัวอย่างหนึ่ง” หรือ “ในอีกด้านหนึ่ง” คำนี้ไม่ได้เน้นว่าการคำนวณทั้งสองเกิดขึ้นพร้อมกัน ในคำอธิบาย meanwhile สามารถเชื่อมกรณีที่วางขนานกันหรือมีความแตกต่างกันภายใต้หัวข้อเดียวกันได้

แบบฝึกหัด

หน้าที่หลักของ Meanwhile ในประโยคนี้คืออะไร

  1. ใช้พิสูจน์ว่าการคำนวณทั้งสองเกิดขึ้นในเวลาเดียวกันพอดี
  2. ใช้แนะนำอีกตัวอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้อง
  3. ใช้แสดงว่าการคำนวณเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

ใช้แนะนำอีกตัวอย่างหนึ่งที่เกี่ยวข้อง

How high can we go now?

2:56

คราวนี้เราจะนับไปได้ถึงเท่าไหร่?

That would be the number with all 10 fingers raised, ไวยากรณ์

2:57

นั่นก็คือตัวเลขที่กางนิ้วขึ้นทั้ง 10 นิ้ว

or 1,023.

3:00

หรือ 1,023

ไวยากรณ์

That would be...: ผลลัพธ์ที่อนุมานจากกฎ

ใน That would be... คำว่า would be ใช้นำเสนอตัวเลขว่าเป็นผลที่ได้จากการใช้กฎหรือจากคำอธิบายก่อนหน้า ความหมายโดยคร่าวคือ ในกรณีนี้ตัวเลขนั้นคือคำตอบ would ตรงนี้ไม่ได้แสดงความเต็มใจ และไม่ได้เป็นเพียงเครื่องหมายบอกอนาคต วลี with all 10 fingers raised ระบุสภาพที่ใช้ในการคำนวณ คือยกนิ้วทั้งสิบขึ้น ประโยคทั้งประโยคจึงเชื่อมสภาพนี้เข้ากับตัวเลข 1,023

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ would be เพื่อนำเสนอผลที่อนุมานจากกฎ

  1. The printed answer says the next number is 64.
  2. When the display updates, the next number will be 64.
  3. According to the pattern, the next number would be 64.
ดูคำตอบ

According to the pattern, the next number would be 64.

Is it possible to go even higher?

3:03

เป็นไปได้ไหมที่จะนับให้สูงกว่านี้อีก?

It depends on how dexterous you feel. โน้ต

3:05

มันขึ้นอยู่กับว่าคุณรู้สึกว่าตัวเองนิ้วพลิ้วแค่ไหน

ไวยากรณ์

depends on how dexterous you feel: ใช้ระดับเป็นเงื่อนไข

ใน depends on how dexterous you feel คำตอบจะเปลี่ยนไปตามระดับความคล่องแคล่วที่ผู้พูดคิดว่าตนเองมี โครงสร้าง depends on + how + คำคุณศัพท์หรือคำกริยาวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา ทำให้ระดับของคุณสมบัติหนึ่งเป็นเงื่อนไขของผลลัพธ์ได้ how dexterous you feel เป็นคำถามแบบฝัง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ you feel ไม่ใช่ do you feel ส่วน feel ในที่นี้หมายถึงมองว่าตนเองเป็นอย่างไร ไม่ได้หมายถึงสัมผัส

แบบฝึกหัด

เปลี่ยนคำถามตรง “How confident do you feel?” เป็นคำถามแบบฝังเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: It depends on ____.

ดูคำตอบ

how confident you feel

การใช้คำ

dexterous: ทักษะการใช้มืออย่างแม่นยำ

ในที่นี้ dexterous หมายถึงสามารถควบคุมนิ้วมือได้อย่างง่ายดายและแม่นยำ ผู้พูดกำลังกล่าวถึงการเคลื่อนไหวมืออย่างละเอียดที่จำเป็นต่อการงอนิ้วแต่ละนิ้ว คำคุณศัพท์นี้มักใช้บรรยายการประสานงานของร่างกาย โดยเฉพาะมือ ไม่ได้หมายถึงความรู้หรือความสามารถโดยทั่วไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ dexterous ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. A dexterous thunderstorm crossed the coast.
  2. A dexterous watchmaker can handle very small parts.
  3. A dexterous encyclopedia contains many facts.
ดูคำตอบ

A dexterous watchmaker can handle very small parts.

If you can bend each finger just halfway, ไวยากรณ์

3:07

ถ้าคุณสามารถงอนิ้วแต่ละนิ้วลงแค่ครึ่งเดียวได้

ไวยากรณ์

If you can ... just halfway: การกำหนดเงื่อนไข

“If you can bend each finger just halfway” เป็นอนุประโยค if ที่ใช้กำหนดเงื่อนไข ส่วนประโยคหลักที่ตามมาควรอธิบายผลลัพธ์หรือความเป็นไปได้ที่เกิดขึ้นเมื่อเงื่อนไขนี้เป็นจริง ในเงื่อนไขนี้ can แสดงความสามารถ each บอกให้พิจารณานิ้วทีละนิ้ว และ just halfway จำกัดการเคลื่อนไหวไว้ที่ครึ่งหนึ่งของระยะการงอเต็มที่ วิธีนี้ทำให้ผู้พูดนับหรือใช้เหตุผลจากสถานะทางกายภาพใหม่ได้ แทนที่จะพิจารณาเพียงสองตำแหน่งปลายสุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยค if ได้ถูกต้อง เพื่อกำหนดเงื่อนไขของการเคลื่อนไหวก่อนบอกผลลัพธ์

  1. If you can turn the dial just halfway, the light will become dimmer.
  2. If you can turned the dial just halfway, the light will become dimmer.
  3. If can you turn the dial just halfway, the light will become dimmer.
ดูคำตอบ

If you can turn the dial just halfway, the light will become dimmer.

that gives us three different states, การใช้คำ

3:10

นั่นจะทำให้เรามีสถานะที่แตกต่างกันสามสถานะ

down,

3:12

คือพับลง

half-bent,

3:13

งอครึ่งหนึ่ง

and raised.

3:14

และกางขึ้น

การใช้คำ

three different states: สามสถานะที่แตกต่างกัน

ใน three different states คำว่า three บอกจำนวน ส่วน different บอกว่าตัวเลือกแต่ละอย่างแตกต่างกัน และ states หมายถึงสภาพหรือลักษณะที่นิ้วสามารถอยู่ได้ ในที่นี้ states ไม่ได้หมายถึง “รัฐ” อย่างรัฐต่าง ๆ ในสหรัฐฯ คำว่า different วางหน้าคำนามพหูพจน์ states ในวลีนี้หมายถึง “ต่างกันหรือแยกแยะได้” ไม่ได้หมายถึง “แปลก” และรายการ down, half-bent และ raised ที่ตามมาก็ระบุตัวเลือกทั้งสาม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ three different ได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อแนะนำตัวเลือกสามอย่างที่แตกต่างกัน

  1. The lamp has different three settings: off, dim, and bright.
  2. The lamp has three difference settings: off, dim, and bright.
  3. The lamp has three different settings: off, dim, and bright.
ดูคำตอบ

The lamp has three different settings: off, dim, and bright.

Now we can count using a base three positional system, การใช้คำ

3:15

ตอนนี้เราสามารถนับโดยใช้ระบบตำแหน่งฐานสามได้แล้ว

up to 59,048.

3:20

ซึ่งนับได้ถึง 59,048

การใช้คำ

a base-three positional system: ระบบเลขฐานสามแบบประจำหลัก

ระบบเลขฐานสามแบบประจำหลักใช้สัญลักษณ์ตัวเลขสามตัวในการเขียนจำนวน โดยทั่วไปคือ 0, 1 และ 2 คำว่า base three หมายความว่าค่าของแต่ละหลักอิงกับกำลังของ 3 เช่น 1, 3, 9 และ 27 คำว่า positional หมายความว่าค่าของตัวเลขขึ้นอยู่กับตำแหน่งที่อยู่ หลักการนี้เหมือนกับค่าประจำหลักในฐานสิบ แต่ค่าของหลักเพิ่มขึ้นทีละ 3 เท่าแทนที่จะเป็น 10 เท่า

แบบฝึกหัด

ข้อความใดอธิบายระบบเลขฐานสามแบบประจำหลักได้ถูกต้อง

  1. แต่ละตำแหน่งมีค่าประจำหลักที่อิงกับกำลังของสาม
  2. ทุกจำนวนต้องมีตัวเลข 3
  3. ทุกตำแหน่งมีค่าเป็น 3 เสมอ
ดูคำตอบ

แต่ละตำแหน่งมีค่าประจำหลักที่อิงกับกำลังของสาม

And if you can bend your fingers into four different states or more, วลี

3:24

และถ้าคุณสามารถงอนิ้วให้เป็นสี่สถานะหรือมากกว่านั้นได้

วลี

or more: กำหนดค่าต่ำสุดที่รวมจำนวนนั้น

เมื่อวาง or more หลังตัวเลข ตัวเลขนั้นจะเป็นค่าต่ำสุดที่นับรวมอยู่ด้วย และไม่กำหนดขีดจำกัดสูงสุด ในที่นี้ four different states or more รวมถึงสี่ ห้า หก และจำนวนที่สูงกว่านั้นทั้งหมด รูปแบบที่ใช้บ่อยคือวลีบอกจำนวนตามด้วย or more เช่น four players or more ไม่ได้หมายถึง exactly four หรือ about four

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ทำให้ four เป็นค่าต่ำสุดที่นับรวมอยู่ด้วย: The club needs four members ____.

ดูคำตอบ

or more

you can get even higher.

3:28

คุณก็สามารถนับได้สูงขึ้นไปอีก

That limit is up to you สำนวน

3:30

ขีดจำกัดนั้นขึ้นอยู่กับคุณ

สำนวน

That limit is up to you: คุณเป็นผู้กำหนดขีดจำกัด

ใน That limit is up to you วลี be up to someone หมายถึงคนนั้นมีสิทธิ์เลือกหรือมีอำนาจตัดสินใจ ประโยคนี้บอกว่าผู้พูดไม่ได้กำหนดขีดจำกัดตายตัว แต่คุณเป็นคนเลือก up to ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ choice or limit + be + up to + person เช่น The final choice is up to Mia.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าอีกฝ่ายสามารถเลือกเวลาประชุมได้

  1. We can meet at ten or eleven; the time is up to you.
  2. You need to arrive before the meeting starts.
  3. The meeting time depends on when the train arrives.
ดูคำตอบ

We can meet at ten or eleven; the time is up to you.

and your own flexibility and ingenuity. การใช้คำ

3:31

รวมถึงความยืดหยุ่นและความคิดสร้างสรรค์ของคุณเอง

การใช้คำ

own flexibility and ingenuity: ความยืดหยุ่นและความสามารถในการคิดวิธีแก้ปัญหาของตนเอง

วลี own flexibility and ingenuity กล่าวถึงความสามารถส่วนบุคคลสองอย่างพร้อมกัน ในบริบทการขยับนิ้วนี้ flexibility หมายถึงช่วงและความคล่องของการเคลื่อนไหวร่างกาย ส่วน ingenuity หมายถึงความสามารถในการคิดวิธีฉลาด ๆ เพื่อใช้สิ่งที่มีอยู่ Own ช่วยเน้นว่าขีดจำกัดที่ทำได้จริงส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับความสามารถเฉพาะตัวของคุณ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับกฎหรือท่าที่มีให้เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ flexibility และ ingenuity เพื่อบอกความสามารถทั้งสองอย่างได้ถูกต้อง

  1. Her flexibility helped her reach through the narrow opening, and her ingenuity helped her design a tool to pull the key closer.
  2. Her flexibility and ingenuity both mean that she memorized the instructions.
  3. Her ingenuity made her joints bend farther, and her flexibility invented a new tool.
ดูคำตอบ

Her flexibility helped her reach through the narrow opening, and her ingenuity helped her design a tool to pull the key closer.

Even with our fingers in just two possible states, ไวยากรณ์

3:35

แม้ว่านิ้วของเราจะมีสถานะที่เป็นไปได้แค่สองแบบ

ไวยากรณ์

Even with + นามวลี

Even with + นามวลี ใช้เปิดเงื่อนไขเชิงยอมรับ โดยกล่าวถึงข้อจำกัด ความยาก หรือทรัพยากรที่มีจำกัดก่อน แล้วบอกว่าผลลัพธ์หลักยังคงเกิดขึ้น หรือดูน่าประทับใจกว่าที่คาดไว้ ในที่นี้ our fingers in just two possible states เป็นนามวลีที่ตามหลัง with คำว่า in บอกว่านิ้วอยู่ในสถานะใด และ just เน้นว่ามีจำนวนเพียงเล็กน้อย คือแค่สองสถานะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดวางนามวลีหลัง Even with ได้ถูกต้อง

  1. Even with limited time, Maya finished the poster.
  2. Even if limited time, Maya finished the poster.
  3. Even with Maya had limited time, she finished the poster.
ดูคำตอบ

Even with limited time, Maya finished the poster.

we're already working pretty efficiently. วลี

3:38

เราก็ทำงานกันได้อย่างมีประสิทธิภาพมากอยู่แล้ว

วลี

working pretty efficiently: ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงและสิ้นเปลืองน้อย

working ในที่นี้หมายถึงทำงาน เดินเครื่อง หรือทำหน้าที่ ไม่ได้จำกัดแค่คนที่กำลังทำงานเท่านั้น แต่ใช้กับเครื่องจักร ระบบ หรือวิธีการได้ด้วย working efficiently หมายถึงให้ผลลัพธ์ที่ดีโดยไม่เสียเวลา แรง หรือทรัพยากรมากเกินไป pretty ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “ทีเดียว” และขยาย efficiently ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการทำงานหรือการเดินระบบมีประสิทธิภาพค่อนข้างสูงแล้ว

แบบฝึกหัด

ใน "The new heating system works efficiently," คำว่า works efficiently หมายความว่าอย่างไร

  1. ระบบมีรูปลักษณ์ที่สวยงาม
  2. มีคนหนึ่งได้รับการว่าจ้างจากระบบ
  3. ระบบทำงานได้ดีโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงานมาก
ดูคำตอบ

ระบบทำงานได้ดีโดยไม่สิ้นเปลืองพลังงานมาก

In fact, ลำดับความ

3:41

ในความเป็นจริง

ลำดับความ

In fact: เพิ่มข้อมูลสนับสนุนที่หนักแน่นหรือเฉพาะเจาะจงกว่า

In fact เป็นคำเชื่อมที่โยงข้อมูลถัดไปเข้ากับข้อความก่อนหน้า ในที่นี้คำนี้ส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเพิ่มข้อเท็จจริงที่หนักแน่นหรือเฉพาะเจาะจงกว่า เพื่อสนับสนุนคำกล่าวว่าสิ่งต่าง ๆ กำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ คำนี้ไม่ได้ใช้เปิดหัวข้อใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง และไม่ได้หมายถึงการแก้ข้อความก่อนหน้าเสมอไป ให้เข้าใจว่าเป็นสัญญาณว่าข้อมูลถัดไปจะยืนยัน เสริมให้หนักแน่น หรือทำให้ประเด็นก่อนหน้าชัดเจนแม่นยำขึ้น

แบบฝึกหัด

อ่าน: "The library is popular. In fact, every seat is taken by noon." In fact ทำหน้าที่อะไร

  1. เปลี่ยนไปยังหัวข้อที่ไม่เกี่ยวข้อง
  2. แสดงว่าข้อความแรกเป็นเพียงเรื่องสมมติ
  3. เพิ่มข้อเท็จจริงเฉพาะที่ช่วยเสริมข้อความแรกให้หนักแน่นขึ้น
ดูคำตอบ

เพิ่มข้อเท็จจริงเฉพาะที่ช่วยเสริมข้อความแรกให้หนักแน่นขึ้น

our computers are based on the same principle. วลี

3:41

คอมพิวเตอร์ของเราก็มีพื้นฐานมาจากหลักการเดียวกัน

วลี

are based on the same principle: ตั้งอยู่บนหลักการเดียวกัน

Are based on the same principle หมายความว่า คอมพิวเตอร์ได้รับการออกแบบหรือทำงานตามแนวคิดพื้นฐานเดียวกัน โครงสร้างคือ be based on + พื้นฐาน แหล่งที่มา หรือเหตุผล โดย are สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ computers คำว่า same ย้อนอ้างถึงหลักการที่กล่าวถึงไปแล้ว โดยทั่วไปโครงสร้างนี้ใช้บอกว่าการออกแบบ ทฤษฎี การตัดสินใจ หรือเรื่องราวหนึ่ง ๆ อาศัยหรือมาจากพื้นฐานใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษรูปปัจจุบันด้วยรูปที่ถูกต้องของ be based on: The museum's new safety plan ____ expert advice.

ดูคำตอบ

is based on

Each microchip consists of tiny electrical switches that can be either on or off, โน้ต

3:45

ไมโครชิปแต่ละตัวประกอบด้วยสวิตช์ไฟฟ้าขนาดเล็กที่สามารถเปิดหรือปิดได้

วลี

consists of: ประกอบด้วย

Consists of หมายถึง 'ประกอบด้วย' โดยกล่าวถึงสิ่งที่เป็นองค์รวมก่อน แล้วจึงกล่าวถึงส่วนประกอบ: องค์รวม + consists of + ส่วนประกอบ ในประโยคนี้ each microchip คือองค์รวม และ tiny electrical switches คือส่วนประกอบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษรูปปัจจุบันด้วยรูปที่ถูกต้องของ consist of: The starter kit ____ a map, a flashlight, and a whistle.

ดูคำตอบ

consists of

ไวยากรณ์

can be either on or off: สองสถานะทางเลือก

either A or B ใช้เสนอทางเลือกสองอย่าง ในประโยคนี้ can be either on or off หมายความว่าสวิตช์แต่ละตัวอยู่ได้ในหนึ่งในสองสถานะ คือ เปิดหรือปิด ส่วนที่เชื่อมด้วย either ... or ควรมีรูปไวยากรณ์ขนานกัน ในที่นี้ on และ off ต่างก็เป็นคำบอกสถานะที่ตามหลัง be

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคู่ either ... or: The workshop can be ____ online ____ in person.

ดูคำตอบ

either · or

meaning that base two is the default way they represent numbers. โน้ต

3:50

หมายความว่าเลขฐานสองคือวิธีเริ่มต้นที่พวกมันใช้แทนตัวเลข

ลำดับความ

meaning that: เปลี่ยนข้อเท็จจริงเป็นข้อสรุป

meaning that ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อความก่อนหน้าและนำเสนอสิ่งที่ตามมาจากข้อความนั้น สวิตช์มีสองสถานะ ผู้พูดจึงใช้ meaning that เพื่อเชื่อมจากข้อเท็จจริงนี้ไปสู่ข้อสรุปว่าระบบฐานสองเป็นวิธีมาตรฐานในการแทนตัวเลข ในทางไวยากรณ์ meaning that เริ่มอนุประโยคแบบ -ing ที่เชื่อมกับข้อความก่อนหน้า จึงจัดข้อมูลในลำดับ “ข้อเท็จจริง → สิ่งที่สรุปได้” แทนที่จะเริ่มข้อกล่าวใหม่ที่เป็นอิสระ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ meaning that เพื่อเชื่อมจากข้อเท็จจริงไปสู่สิ่งที่สรุปได้จากข้อเท็จจริงนั้น

  1. Although the battery is full, the toy will not turn on.
  2. The battery is empty, meaning that the toy will not turn on.
  3. The toy will not turn on because the battery is empty.
ดูคำตอบ

The battery is empty, meaning that the toy will not turn on.

การใช้คำ

ฐานสองเป็นวิธีเริ่มต้นที่ใช้แทนจำนวน

base two หมายถึงระบบเลขฐานสอง ซึ่งใช้เพียง 0 และ 1 ในการแทนค่า the default way หมายถึงวิธีที่ใช้โดยอัตโนมัติเมื่อไม่ได้ระบุหรือเลือกวิธีอื่นไว้ ใจความของประโยคนี้คือ โดยปกติคอมพิวเตอร์จะแทนจำนวนด้วยเลขฐานสอง ในที่นี้ default มีความหมายเชิงเทคนิคว่า “กำหนดไว้ล่วงหน้าหรือใช้โดยอัตโนมัติ” ไม่ได้หมายถึงความล้มเหลวหรือการผิดข้อผูกพัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the default way หมายถึงอะไร

  1. วิธีที่ใช้เฉพาะหลังจากมีการฝ่าฝืนกฎ
  2. วิธีที่หยุดทำงานแล้ว
  3. วิธีที่ใช้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะเลือกวิธีอื่น
ดูคำตอบ

วิธีที่ใช้โดยอัตโนมัติ เว้นแต่จะเลือกวิธีอื่น

And just as we can use this system to count past 1,000 using only our fingers, โน้ต

3:55

และเช่นเดียวกับที่เราสามารถใช้ระบบนี้เพื่อนับเกิน 1,000 โดยใช้นิ้วเพียงอย่างเดียว

ไวยากรณ์

ใช้ just as X, Y เพื่อเกริ่นการเปรียบเทียบ

just as ใช้เกริ่นส่วนแรกของการเปรียบเทียบ รูปแบบที่พบบ่อยคือ Just as X, Y โดย X นำเสนอสถานการณ์หนึ่ง และ Y นำเสนอสถานการณ์ที่สอดคล้องกันซึ่งมีความสัมพันธ์หรือกลไกคล้ายกัน เนื่องจากคำบรรยายนี้จบหลังเครื่องหมายจุลภาค การเปรียบเทียบจึงยังไม่สมบูรณ์ อนุประโยคหลักที่ตามมาจะเติม Y ในที่นี้ การนับด้วยนิ้วเป็นสถานการณ์ที่คุ้นเคยและช่วยเตรียมผู้ฟังให้เข้าใจคำอธิบายที่สอดคล้องกันเกี่ยวกับการทำงานของคอมพิวเตอร์

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบ Just as X, Y โดยพิมพ์สองคำแรก: "____ a map helps travelers find a route, an outline helps readers follow an argument."

ดูคำตอบ

Just as

วลี

count past 1,000: นับต่อให้เลยตัวเลขหนึ่ง

ใน count past 1,000 คำว่า past หมายถึง “เลย” ขอบเขตของตัวเลข การนับไปถึง 1,000 แล้วนับต่อไปยังเลขที่มากกว่า ในที่นี้ past ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนผ่านสถานที่ โครงสร้างนี้คือ count past + ตัวเลข โดยเน้นการนับข้ามตัวเลขที่ระบุ ไม่ใช่หยุดที่ตัวเลขนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Leo นับถึง 100 แล้วนับเลขที่มากกว่าต่อไป?

  1. Leo counted past one hundred.
  2. Leo counted to one hundred.
  3. Leo started counting at one hundred.
ดูคำตอบ

Leo counted past one hundred.

computers can perform billions of operations วลี

4:00

คอมพิวเตอร์สามารถดำเนินการคำนวณนับพันล้านครั้ง

just by counting off ones and zeros. กริยาวลี

4:03

เพียงแค่นับเลขหนึ่งและศูนย์ไปเรื่อยๆ

วลี

can perform billions of operations: ความหมายเชิงเทคนิคของ perform

ใน can perform billions of operations คำว่า can แสดงความสามารถของคอมพิวเตอร์ และ perform หมายถึง “ดำเนินการ” หรือ “ปฏิบัติ” ไม่ใช่ “แสดงต่อหน้าผู้ชม” ส่วน operation คือขั้นตอนหรือกระบวนการคำนวณหนึ่งอย่าง ดังนั้น perform operations จึงเป็นคำที่ใช้คู่กันตามปกติในภาษาด้านเทคนิค billions of แสดงว่ามีจำนวนมหาศาล ในที่นี้เน้นความสามารถในการประมวลผล โดยไม่จำเป็นต้องเป็นยอดรวมที่ผ่านการวัดอย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอธิบายว่าอุปกรณ์ทำงานด้านการคำนวณได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. A small chip can play millions of operations per second.
  2. A small chip can perform millions of songs per second.
  3. A small chip can perform millions of operations per second.
ดูคำตอบ

A small chip can perform millions of operations per second.

กริยาวลี

just by counting off ones and zeros: วิธีง่าย ๆ และความหมายเชิงเปรียบเทียบ

รูปแบบ just by + กริยารูป -ing ใช้บอกวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ และเน้นว่าใช้เพียงวิธีนั้นก็เพียงพอแล้ว ในที่นี้ just by counting off ตอบคำถามว่า “คอมพิวเตอร์ทำงานได้มากมายขนาดนั้นอย่างไร” โดยทั่วไป count off หมายถึงพูดตัวเลขหรือรายการทีละอย่างตามลำดับ ในประโยคนี้ counting off ones and zeros เป็นคำเปรียบเทียบแบบเข้าใจง่ายถึงการประมวลผลเลขฐานสอง ไม่ได้หมายความว่าคอมพิวเตอร์พูดตัวเลขออกมาจริง ๆ และไม่ใช่คำอธิบายทางเทคนิคที่แม่นยำ

แบบฝึกหัด

“just by counting off ones and zeros” สื่อความหมายอย่างไรในประโยคนี้

  1. ด้วยการนับถอยหลังจนถึงศูนย์
  2. ด้วยการลบเลข 1 และ 0 ทั้งหมดก่อนเริ่มทำงาน
  3. เพียงแค่ประมวลผลลำดับของเลข 1 และ 0
ดูคำตอบ

เพียงแค่ประมวลผลลำดับของเลข 1 และ 0