ความย้อนแย้งของโรงแรมอนันต์ - Jeff Dekofsky: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
906 คำ 173 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: โรงแรมอนันต์ของฮิลเบิร์ตแสดงให้เห็นว่าโรงแรมที่เต็มทุกห้องยังรับคนจำนวนจำกัดหรือกลุ่มอนันต์แบบนับได้เพิ่มได้อย่างไร ก่อนอธิบายว่าเหตุใดวิธีจัดสรรเดียวกันจึงใช้ไม่ได้กับอนันต์แบบนับไม่ได้ของจำนวนจริง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. famous thought experiment — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจว่านี่คือสถานการณ์สมมติที่สร้างขึ้นเพื่อใช้เหตุผลกับแนวคิดยาก ๆ ไม่ใช่การทดลองที่ลงมือทำจริง คุณจะจำสำนวนมาตรฐานนี้ได้ในคำอธิบายด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และปรัชญา และนำไปใช้เปิดตัวแบบจำลองเชิงสมมติได้ 2. assigns every current guest to — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้รูปแบบ assign someone to something สำหรับจัดบุคคลไปยังห้อง ที่นั่ง ทีม หน้าที่ หรือสถานที่ ในเรื่องนี้รูปแบบดังกล่าวช่วยให้ติดตามได้ว่าแขกเดิมแต่ละคนถูกจับคู่กับห้องอย่างเป็นระบบตามเลขยกกำลังของสอง 3. If we were dealing / these structured strategies would no longer be — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตประโยคเงื่อนไขเชิงสมมติที่เปลี่ยนชนิดของอนันต์แล้วระบุข้อจำกัดที่ตามมา คุณสามารถใช้กรอบเดียวกันอธิบายว่าเหตุใดวิธีการ กฎ หรือความสามารถหนึ่งจึงจะไม่ทำงานอีกต่อไปเมื่อเงื่อนไขทางทฤษฎีเปลี่ยนไป

คำอธิบายในบทเรียนนี้

In the 1920s,

0:06

ในทศวรรษ 1920

the German mathematician David Hilbert devised a famous thought experiment การใช้คำ

0:08

เดวิด ฮิลเบิร์ต นักคณิตศาสตร์ชาวเยอรมันได้คิดค้นการทดลองทางความคิดที่โด่งดัง

การใช้คำ

famous thought experiment: สำรวจแนวคิดด้วยสถานการณ์สมมติ

thought experiment คือ “การทดลองทางความคิด” ซึ่งเป็นสถานการณ์สมมติที่ใช้สำรวจแนวคิดด้วยการให้เหตุผล แม้จะมีคำว่า experiment แต่โดยทั่วไปไม่จำเป็นต้องทำการทดลองจริง ในประโยคนี้ famous ขยายวลี thought experiment ทั้งหมด หมายความว่าฮิลเบิร์ตคิดสถานการณ์สมมติที่เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางขึ้นมาเพื่อใช้พิจารณาแนวคิดที่เข้าใจยาก

แบบฝึกหัด

thought experiment ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. การทดสอบในห้องปฏิบัติการที่ทำเสร็จแล้ว
  2. ความคิดเห็นสั้น ๆ ที่ไม่มีการให้เหตุผล
  3. สถานการณ์สมมติที่ใช้สำรวจแนวคิดด้วยการให้เหตุผล
ดูคำตอบ

สถานการณ์สมมติที่ใช้สำรวจแนวคิดด้วยการให้เหตุผล

to show us just how hard it is to wrap our minds around the concept of infinity. โน้ต

0:12

เพื่อแสดงให้เราเห็นว่ามันยากแค่ไหนในการทำความเข้าใจแนวคิดเรื่องอนันต์

ไวยากรณ์

just how hard it is to...: เน้นระดับความยาก

just how hard it is to... เน้นระดับความยาก โดยสื่อว่าการทำสิ่งหนึ่งนั้นยากอย่างมาก ในที่นี้ how ใช้บอกระดับ และ just ใช้เพิ่มน้ำหนัก ไม่ได้หมายถึง “เพียงเท่านั้น” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ just how + adjective + subject + be + to-infinitive เนื่องจากเป็นอนุประโยคในประโยคที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า it is ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถาม is it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ just how, important, it และรูปปัจจุบันของ be: The fire drill showed us ____ stay calm in an emergency.

ดูคำตอบ

just how important it is to

สำนวน

wrap our minds around: การเข้าใจสิ่งที่ยาก

wrap our minds around หมายถึง “เข้าใจหรือมองสิ่งนั้นออกในความคิด” โดยเฉพาะเมื่อแนวคิดนั้นซับซ้อน ใหญ่มาก หรือจินตนาการได้ยาก ในประโยคนี้หมายความว่าเราเข้าใจเรื่องอนันต์ได้ยากจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงการนำอะไรไปห่ออย่างตรงตัว คำแสดงความเป็นเจ้าของจะเปลี่ยนตามประธาน เช่น I wrap my mind around it แต่ถ้าประธานเป็น we จะใช้ we wrap our minds around it หลังสำนวนนี้ใช้ได้ทั้งนามวลี เช่น wrap my mind around the problem และอนุประโยค เช่น wrap my mind around why it happened

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวน wrap one's mind around โดยเปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของให้สอดคล้องกับ I: I still can't ____ why the system failed.

ดูคำตอบ

wrap my mind around

Imagine a hotel with an infinite number of rooms ลำดับความ

0:18

ลองจินตนาการถึงโรงแรมที่มีห้องพักจำนวนเป็นอนันต์

and a very hard-working night manager.

0:21

และผู้จัดการกะดึกที่ขยันขันแข็งมากๆ

ลำดับความ

Imagine: การเปิดฉากสมมติ

Imagine เป็นคำกริยารูปคำสั่งที่เชิญให้ผู้ฟังสร้างฉากสมมติขึ้นในใจ ไม่ได้ยืนยันว่าโรงแรมนั้นมีอยู่จริง แต่สร้างจุดเริ่มต้นร่วมกันสำหรับคำอธิบายที่จะตามมา ใช้ Imagine + นามวลีได้ เช่น Imagine a world without clocks หรือใช้ Imagine + อนุประโยคได้ เช่น Imagine that every room is full การเปิดเรื่องแบบนี้ช่วยจัดระเบียบตัวอย่าง การเปรียบเทียบ หรือการทดลองทางความคิด

แบบฝึกหัด

เติมคำกริยาที่เชิญให้ผู้ฟังเข้าสู่ฉากสมมติในประโยคเปิดเรื่อง: ____ a school where every lesson is an adventure.

ดูคำตอบ

Imagine

One night,

0:24

คืนหนึ่ง

the infinite hotel is completely full,

0:25

โรงแรมอนันต์แห่งนี้เต็มจนไม่มีที่ว่าง

totally booked up with an infinite number of guests. กริยาวลี

0:27

ถูกจองเต็มทั้งหมดโดยแขกจำนวนอนันต์

กริยาวลี

totally booked up: ถูกจองเต็มและไม่มีที่ว่างเหลือ

Booked up หมายถึงห้อง ที่นั่ง เวลานัด หรือพื้นที่อื่นที่เปิดให้จองถูกจองไปทั้งหมดแล้ว คำว่า up แสดงว่าการจองอยู่ในสภาพที่เสร็จสมบูรณ์ ส่วน totally เน้นย้ำว่าไม่มีที่ว่างเหลือเลย ในประโยคนี้ completely full กล่าวซ้ำถึงผลเดียวกัน ส่วน with an infinite number of guests บอกว่าใครเป็นผู้ใช้พื้นที่ทั้งหมดนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงช่วงบ่ายวันนี้ไม่มีเวลานัดเหลืออยู่แล้วอย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The dentist has several open appointments this afternoon.
  2. The dentist is totally booked up this afternoon.
  3. The dentist closed early this afternoon.
ดูคำตอบ

The dentist is totally booked up this afternoon.

A man walks into the hotel and asks for a room.

0:31

มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาในโรงแรมและขอเปิดห้อง

Rather than turn him down, โน้ต

0:34

แทนที่จะปฏิเสธเขาไป

the night manager decides to make room for him. วลี

0:35

ผู้จัดการกะดึกตัดสินใจที่จะหาห้องให้เขา

ไวยากรณ์

Rather than + กริยารูปพื้นฐาน: เลือก B แทน A

Rather than ใช้นำหน้าการกระทำที่ไม่ได้เลือก ใน Rather than turn him down ผู้จัดการกะกลางคืนไม่เลือกที่จะปฏิเสธแขก ส่วนอนุประโยคหลักบอกทางเลือกที่ทำจริง คือหาที่ให้เขา เมื่อโครงสร้างนี้อยู่ต้นประโยค ให้ใช้ rather than + กริยารูปพื้นฐาน แล้วตามด้วยอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์: Rather than wait, we left. ทั้งสองส่วนควรแสดงทางเลือกที่ชัดเจน และโดยทั่วไปมีผู้กระทำคนเดียวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ใช้นำหน้าการกระทำซึ่งไม่ได้เลือก: ____ take the bus, Lina walked to school.

ดูคำตอบ

Rather than

กริยาวลี

turn him down: ปฏิเสธคำขอของเขา

ในที่นี้ turn him down หมายถึง “ปฏิเสธคำขอของเขา” วลีนี้ไม่ได้หมายถึงทำให้เขาหันตัวหรือเคลื่อนลงด้านล่าง Turn down เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น him, her หรือ it ต้องวางไว้ระหว่าง turn กับ down: turn him down ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง turn down the request และ turn the request down

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย turn down และใช้ him แทน Sam: Sam asked for extra time, but the teacher had to ____.

ดูคำตอบ

turn him down

วลี

make room for him: จัดที่ว่างให้เขา

Make room for him หมายถึง “จัดพื้นที่หรือที่ว่างให้เขาอย่างเพียงพอ” ในที่นี้ room เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึง “พื้นที่” ไม่ใช่ห้องแยกห้องหนึ่งในอาคาร โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งที่ไม่ใช่พื้นที่จริงได้ด้วย คุณสามารถใช้ make room for something เมื่อปรับตาราง แผน หรือการสนทนาที่มีอยู่เพื่อเปิดโอกาสให้สิ่งอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย make room for: We moved the boxes to ____ the new desk.

ดูคำตอบ

make room for

How?

0:38

ทำได้อย่างไรน่ะหรือ?

Easy.

0:38

ง่ายมาก

He asks the guest in room number one

0:39

เขาขอให้แขกในห้องหมายเลขหนึ่ง

to move to room two.

0:42

ย้ายไปห้องหมายเลขสอง

The guest in room two

0:43

แขกในห้องหมายเลขสอง

to move to room three

0:45

ให้ย้ายไปห้องหมายเลขสาม

and so on. วลี

0:46

และทำไปเรื่อยๆ

วลี

and so on: การดำเนินต่อของรูปแบบที่กำหนดไว้

ในประโยคนี้ and so on หมายความว่ารูปแบบการย้ายจากห้องหนึ่งไปยังห้องถัดไปยังคงดำเนินต่อ โดยไม่ต้องบอกทุกกรณี ผู้พูดจึงไม่ต้องกล่าวตัวอย่างที่เหลือซ้ำ ๆ ใช้เมื่อผู้ฟังมีข้อมูลมากพอที่จะคาดเดาสิ่งที่ตามมาเท่านั้น วลีนี้ใช้ปิดท้ายรายการ ลำดับ หรือชุดขั้นตอนที่ทำซ้ำได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ and so on เพื่อแสดงว่ารูปแบบที่อธิบายไว้อย่างชัดเจนยังดำเนินต่อไป

  1. The list ends at 10, and so on.
  2. Start at 1 and add 3 each time: 1, 4, 7, 10, and so on.
  3. Pick a number, and so on.
ดูคำตอบ

Start at 1 and add 3 each time: 1, 4, 7, 10, and so on.

Every guest moves from room number n วลี

0:47

แขกทุกคนย้ายจากห้องหมายเลข n

to room number n + 1.

0:50

ไปยังห้องหมายเลข n + 1

วลี

from room number n to room number n + 1: จับคู่จุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุด

โครงสร้าง from A to B แสดงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด ในที่นี้ แขกแต่ละคนเริ่มจากห้องหมายเลข n และไปสิ้นสุดที่ห้องหมายเลข n + 1 ตัวอักษร n แทนหมายเลขห้องใด ๆ และ n + 1 คือหมายเลขถัดไป ดังนั้นประโยคนี้จึงบอกกฎทั่วไปในการจับคู่ ไม่ได้กล่าวถึงการย้ายระหว่างห้องเฉพาะสองห้องเท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมคำที่แสดงจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดเพื่อทำกฎทั่วไปให้สมบูรณ์: Each label changes ____ code n ____ code n + 1.

ดูคำตอบ

from · to

Since there are an infinite number of rooms, ไวยากรณ์

0:52

เนื่องจากมีห้องจำนวนเป็นอนันต์

there is a new room for each existing guest.

0:54

จึงมีห้องใหม่สำหรับแขกที่มีอยู่เดิมแต่ละคน

ไวยากรณ์

Since: ใช้เพื่อบอกเหตุผล

ในที่นี้ Since ใช้นำเหตุผลหรือข้อมูลตั้งต้นว่า มีห้องอยู่ไม่จำกัด แล้วประโยคหลักจึงบอกผลที่ตามมาจากข้อมูลนั้น ในการใช้นี้ since มีความหมายใกล้กับ because หรือ given that Since ยังใช้บอกจุดเริ่มต้นของเวลาได้ เช่น since Monday แต่ประโยคนี้ไม่ได้ระบุเวลาเริ่มต้น อนุประโยค since อธิบายว่าเหตุใดผลลัพธ์นั้นจึงเป็นไปได้

แบบฝึกหัด

Since ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. ระบุเวลาที่จำนวนห้องเริ่มกลายเป็นอนันต์
  2. แสดงความขัดแย้งระหว่างห้องกับแขก
  3. ใช้เกริ่นเหตุผลที่รองรับผลลัพธ์
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นเหตุผลที่รองรับผลลัพธ์

This leaves room one open for the new customer. วลี

0:57

สิ่งนี้ทำให้ห้องหมายเลขหนึ่งว่างสำหรับลูกค้าคนใหม่

วลี

This leaves room one open: leave + กรรม + คำคุณศัพท์

โครงสร้าง leave + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงการกระทำหนึ่งทำให้หรือปล่อยให้กรรมอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง ในที่นี้ room one เป็นกรรม และ open เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพผลลัพธ์ว่า ห้องนั้นว่างและพร้อมใช้งาน This อ้างถึงการกระทำที่เพิ่งกล่าวไป ทั้งประโยคจึงหมายความว่าการกระทำนั้นทำให้ห้องหมายเลขหนึ่งพร้อมสำหรับลูกค้าคนใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้ leave + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อขอให้เปิดหน้าต่างทิ้งไว้: Please ____ the window ____ while the paint dries.

ดูคำตอบ

leave · open

The process can be repeated for any finite number of new guests. การใช้คำ

1:00

กระบวนการนี้สามารถทำซ้ำได้สำหรับจำนวนแขกใหม่ที่เป็นจำนวนจำกัด

การใช้คำ

any finite number of: มากเท่าใดก็ได้ แต่ต้องไม่เป็นอนันต์

ในประโยคนี้ any finite number of หมายถึงแขกจำนวนเท่าใดก็ได้ ตราบใดที่จำนวนนั้นเป็นจำนวนจำกัด คำว่า any ไม่กำหนดตัวเลขเฉพาะภายในกลุ่มจำนวนจำกัด ส่วน finite ยังคงตัดจำนวนที่ไม่มีที่สิ้นสุดหรือเป็นอนันต์ออกไป finite ไม่ได้แปลว่า “น้อย” จำนวน 1, 40 และหนึ่งพันล้านล้วนเป็นจำนวนจำกัด ประโยคนี้บอกว่ากระบวนการใช้ได้กับทุกจำนวนเช่นนี้ ไม่ว่าจะมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

“any finite number of new guests” ยอมรับจำนวนแบบใด?

  1. แขกจำนวนไม่สิ้นสุด
  2. จำนวนแขกใด ๆ ที่ไม่เป็นอนันต์
  3. แขกจำนวนน้อยเท่านั้น
ดูคำตอบ

จำนวนแขกใด ๆ ที่ไม่เป็นอนันต์

If, say, a tour bus unloads 40 new people looking for rooms, น้ำเสียง/เจตนา

1:03

สมมติว่ามีรถทัวร์นำคน 40 คนที่กำลังหาห้องพักมาลงที่นี่

น้ำเสียง/เจตนา

If, say, ...: เพิ่มตัวอย่างในเงื่อนไข

ใน If, say, ... คำว่า if ใช้เริ่มเงื่อนไขสมมติ ส่วน say ที่แทรกเข้ามาหมายถึง “ตัวอย่างเช่น” หรือ “สมมติว่า” โดยทำให้รถทัวร์และคน 40 คนเป็นกรณีตัวอย่างที่สะดวกต่อการอธิบาย ไม่ใช่คำสั่งให้ใครพูด say เป็นคำแทรก ดังนั้นเมื่อตัดออก โครงสร้างเงื่อนไขยังคงอยู่: “If a tour bus unloads 40 new people looking for rooms, ...” ในภาษาเขียน มักใช้จุลภาคคั่น say ที่ใช้แบบนี้

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขด้วยคำแทรกที่หมายถึง “ตัวอย่างเช่น”: If, ____, ten more people arrive, we can add another table.

ดูคำตอบ

say

then every existing guest just moves from room number n

1:07

แขกที่มีอยู่เดิมทุกคนก็แค่ย้ายจากห้องหมายเลข n

to room number n + 40.

1:11

ไปยังห้องหมายเลข n + 40

Thus, opening up the first 40 rooms. กริยาวลี

1:13

ด้วยวิธีนี้ จึงทำให้ห้อง 40 ห้องแรกว่างขึ้น

กริยาวลี

opening up: ทำให้ห้องพร้อมใช้งาน

ในที่นี้ opening up หมายถึงการทำให้ห้องที่เดิมยังใช้ไม่ได้กลายเป็นห้องที่พร้อมใช้งาน คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี open up และเน้นสภาพผลลัพธ์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน รูป -ing ใน opening up แสดงว่าสภาพที่พร้อมใช้นี้เป็นผลจากการกระทำก่อนหน้า การใช้แบบเดียวกันนี้ใช้พูดถึงพื้นที่ ช่วงเวลา หรือโอกาสที่ว่างขึ้นได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าการย้ายสิ่งของทำให้พื้นที่ที่เดิมถูกใช้อยู่กลายเป็นพื้นที่ว่างพร้อมใช้งาน?

  1. Moving the shelves opened up more floor space.
  2. Moving the shelves took up more floor space.
  3. Moving the shelves opened the door to the storeroom.
ดูคำตอบ

Moving the shelves opened up more floor space.

But now, an infinitely large bus with a countably infinite number of passengers วัฒนธรรม

1:17

แต่คราวนี้ มีรถบัสขนาดใหญ่อนันต์ซึ่งมีผู้โดยสารจำนวนอนันต์นับได้

วัฒนธรรม

countably infinite: เซตอนันต์ที่สามารถกำหนดหมายเลขได้

Countably infinite เป็นศัพท์คณิตศาสตร์สำหรับเซตที่มีสมาชิกจำนวนอนันต์ แต่ยังสามารถจับคู่สมาชิกแบบหนึ่งต่อหนึ่งกับจำนวนธรรมชาติ 1, 2, 3 และต่อไปเรื่อย ๆ ได้ กล่าวอีกอย่างคือ สมาชิกเหล่านั้นสามารถเรียงเป็นรายการที่มีหมายเลขและไม่มีวันสิ้นสุดได้ ในประโยคนี้ ผู้โดยสารมีจำนวนอนันต์แบบนับได้ จึงสามารถกำหนดหมายเลขที่แตกต่างกันให้ผู้โดยสารแต่ละคนได้ การกำหนดหมายเลขนี้ทำให้สามารถใช้กฎจัดสรรห้องได้ แม้ว่าจะไม่มีผู้โดยสารคนสุดท้ายก็ตาม

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ countably infinite มากที่สุด?

  1. เซตอนันต์ที่ไม่สามารถเรียงเป็นรายการแบบมีหมายเลขเช่นนี้ได้
  2. เซตอนันต์ที่สมาชิกสามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับ 1, 2, 3 และต่อไปเรื่อย ๆ
  3. เซตจำกัดที่ใหญ่เกินกว่าจะนับได้
ดูคำตอบ

เซตอนันต์ที่สมาชิกสามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับ 1, 2, 3 และต่อไปเรื่อย ๆ

pulls up to rent rooms. กริยาวลี

1:22

มาจอดเพื่อขอเช่าห้อง

กริยาวลี

pulls up: ยานพาหนะมาถึงแล้วหยุด

ในที่นี้ pulls up หมายถึงยานพาหนะมาถึงสถานที่หนึ่งแล้วหยุด คำว่า pull ไม่ได้ใช้ในความหมายตรงตัวทั่วไปว่า “ดึงบางสิ่ง” pulls เป็นรูปปัจจุบันสำหรับประธานบุรุษที่สามเอกพจน์ของ pull ส่วน up รวมกับ pull เป็นกริยาวลี และ to rent rooms บอกจุดประสงค์ของการหยุด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ pull up เพื่อแสดงว่ารถบัสมาถึงแล้วหยุด: The bus ____ in front of the museum, and the children got off.

ดูคำตอบ

pulled up

Countably infinite is the key. วลี

1:23

"อนันต์นับได้" คือหัวใจสำคัญ

วลี

is the key: ชี้ประเด็นสำคัญที่ชี้ขาด

ในโครงสร้าง X is the key คำว่า key ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่า X คือข้อเท็จจริง แนวคิด หรือปัจจัยที่สำคัญที่สุดต่อการเข้าใจบางสิ่งหรือทำให้สิ่งนั้นใช้ได้ผล ไม่ได้หมายถึงกุญแจจริง ๆ โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยดึงความสนใจไปยังจุดที่ชี้ขาด ในประโยคนี้ ผู้พูดบอกให้ผู้ฟังสนใจแนวคิดเรื่องอนันต์แบบนับได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า ความอดทนเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการเรียนรู้ทักษะใหม่?

  1. Patience is the key of learning a new skill.
  2. Patience is the key to learning a new skill.
  3. Patience is the key to learn a new skill.
ดูคำตอบ

Patience is the key to learning a new skill.

Now, the infinite bus of infinite passengers perplexes the night manager at first, ลำดับความ

1:26

ทีนี้ รถบัสอนันต์ที่มาพร้อมกับผู้โดยสารอนันต์ทำให้ผู้จัดการงุนงงในตอนแรก

but he realizes there's a way to place each new person. การใช้คำ

1:30

แต่เขาก็ตระหนักได้ว่ามีวิธีที่จะจัดที่พักให้กับคนใหม่แต่ละคน

ลำดับความ

at first, but ...: จากสถานการณ์เริ่มต้นไปสู่การเปลี่ยนแปลงภายหลัง

at first บอกสถานการณ์หรือปฏิกิริยาในช่วงเริ่มต้น และมักเตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงตามมา ส่วน but นำเข้าสู่เหตุการณ์ที่ตรงข้ามกับช่วงแรก กล่าวคือ ตอนแรกผู้จัดการสับสน แล้วจึงตระหนักว่ามีทางแก้ เมื่อใช้ร่วมกัน at first ... but ... จะจัดข้อความเป็น “สถานะเริ่มต้น → การเปลี่ยนแปลงภายหลัง” ทั้งสองส่วนไม่จำเป็นต้องอยู่ติดกัน ในประโยคนี้ at first ปิดอนุประโยคแรก ก่อนที่ but จะเริ่มอนุประโยคถัดไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ at first ... but ... อย่างชัดเจนเพื่อเปลี่ยนจากความยากในตอนแรกไปสู่การเปลี่ยนแปลงในภายหลัง

  1. At first, the map was confusing, but after a minute I found the right path.
  2. The map was confusing because several paths looked alike.
  3. At first, the map was confusing, so I checked it at first.
ดูคำตอบ

At first, the map was confusing, but after a minute I found the right path.

การใช้คำ

place each new person: place ในฐานะคำกริยาสำหรับการจัดสรรอย่างเป็นระบบ

ในที่นี้ place เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จัดให้ใครสักคนอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม” วลีนี้หมายความว่าผู้โดยสารที่มาถึงแต่ละคนจะได้รับที่ของตน ถ้อยคำนี้เน้นการจัดสรรอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่แค่การเคลื่อนย้ายคน ความหมายเดียวกันนี้ใช้ได้เมื่อจัดคนเข้าห้อง ที่นั่ง กลุ่ม หรือบทบาท

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ place เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จัดใครสักคนให้อยู่ในตำแหน่งหรือกลุ่มที่เหมาะสม”

  1. The coach placed each new player in a practice group.
  2. The coach chose a place beside the practice field.
  3. The coach described each new player's favorite place.
ดูคำตอบ

The coach placed each new player in a practice group.

He asks the guest in room one

1:33

เขาขอให้แขกในห้องหมายเลขหนึ่ง

to move to room two.

1:35

ย้ายไปห้องหมายเลขสอง

He then asks the guest in room two

1:36

จากนั้นเขาก็ขอให้แขกในห้องหมายเลขสอง

to move to room four.

1:38

ย้ายไปห้องหมายเลขสี่

The guest in room three

1:40

แขกในห้องหมายเลขสาม

to move to room six

1:41

ย้ายไปห้องหมายเลขหก

and so on.

1:43

และทำไปเรื่อยๆ

Each current guest moves from room number n

1:44

แขกปัจจุบันแต่ละคนย้ายจากห้องหมายเลข n

to room number 2n,

1:47

ไปยังห้องหมายเลข 2n

filling up only the infinite even-numbered rooms. โน้ต

1:50

ทำให้เต็มเฉพาะห้องหมายเลขคู่ที่เป็นอนันต์

กริยาวลี

filling up: เต็มขึ้นหรือทำให้เต็ม

fill up หมายถึง “เต็มขึ้น” หรือ “ทำให้บางสิ่งเต็ม” โดยมักเน้นกระบวนการที่พื้นที่ว่างหรือความจุที่เหลือค่อย ๆ ลดลงเมื่อมีคนหรือสิ่งของเข้ามามากขึ้น ในวลีนี้ filling up ตามด้วย rooms จึงหมายถึงการทำให้ห้องเหล่านั้นมีผู้เข้าพักจนเต็ม โดยใช้เฉพาะห้องหมายเลขคู่ และ up เน้นผลลัพธ์ของการเต็มความจุ

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติและหมายถึงที่นั่งกำลังมีคนจับจองเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

  1. The seats are moving up quickly.
  2. The seats are cleaning up quickly.
  3. The seats are filling up quickly.
ดูคำตอบ

The seats are filling up quickly.

การใช้คำ

infinite even-numbered rooms: จำนวนไม่สิ้นสุดและหมายเลขห้องเป็นเลขคู่

infinite บอกว่าจำนวนห้องไม่มีที่สิ้นสุด ส่วน even-numbered เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่วางหน้า rooms โดยแต่ละห้องมีหมายเลขคู่ เช่น 2, 4, 6 หรือ 8 คำคุณศัพท์สองคำนี้ตอบคนละคำถาม infinite บอกว่ามีห้องกี่ห้อง ส่วน even-numbered บอกว่าหมายเลขห้องใดอยู่ในกลุ่มนี้ ไม่ได้หมายความเพียงว่าจำนวนห้องทั้งหมดเป็นจำนวนคู่

แบบฝึกหัด

ข้อใดอธิบาย infinite even-numbered rooms ได้ถูกต้อง

  1. กลุ่มห้องที่ไม่มีที่สิ้นสุดและมีหมายเลข 2, 4, 6 ต่อไปเรื่อย ๆ
  2. กลุ่มห้องที่มีจำนวนจำกัดและมีจำนวนห้องทั้งหมดเป็นจำนวนคู่
  3. กลุ่มห้องที่ไม่มีที่สิ้นสุดและทุกห้องมีขนาดเท่ากัน
ดูคำตอบ

กลุ่มห้องที่ไม่มีที่สิ้นสุดและมีหมายเลข 2, 4, 6 ต่อไปเรื่อย ๆ

By doing this, he has now emptied all of the infinitely many odd-numbered rooms, โน้ต

1:54

ด้วยการทำเช่นนี้ ตอนนี้เขาได้ทำให้ห้องหมายเลขคี่ที่มากมายเป็นอนันต์ว่างลงแล้ว

ลำดับความ

By doing this: เชื่อมวิธีกับผลลัพธ์

By doing this ย้อนกลับไปอ้างถึงการกระทำหรือวิธีที่เพิ่งกล่าวไป จึงไม่ต้องพูดขั้นตอนทั้งหมดซ้ำ โครงสร้าง by + กริยาเติม -ing แสดงว่าการกระทำก่อนหน้านั้นเป็นวิธีการ ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ ในที่นี้ วลีนี้พาผู้ฟังจากวิธีที่ใช้ไปสู่ผลที่เกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ใช้วลีภาษาอังกฤษสามคำจากบทเรียนเพื่อเติมความเชื่อมโยงระหว่างวิธีกับผลลัพธ์: The team switched to reusable cups. ____, it cut its plastic waste in half.

ดูคำตอบ

By doing this

การใช้คำ

infinitely many odd-numbered rooms: จำนวนไม่สิ้นสุดและหมายเลขคี่

Infinitely many ขยายคำนามนับได้รูปพหูพจน์ rooms และหมายความว่าจำนวนห้องไม่มีขีดจำกัดที่เป็นจำนวนจำกัด ในบริบททางคณิตศาสตร์ คำนี้มีความหมายมากกว่าแค่ “จำนวนที่มากมาก” Odd-numbered เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่เขียนด้วยเครื่องหมายยัติภังค์ หมายถึง “ได้รับหมายเลขคี่” เช่น 1, 3 หรือ 5 ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงห้องจำนวนไม่สิ้นสุดที่มีหมายเลขห้องเป็นเลขคี่ ไม่ได้หมายความว่าตัวห้องเองดูแปลก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าไม่มีขีดจำกัดของจำนวนห้องที่มีหมายเลขห้องเป็นเลขคี่?

  1. There are infinitely much odd-numbered rooms.
  2. There are infinitely many odd-numbered rooms.
  3. There is infinite many odd-numbered rooms.
ดูคำตอบ

There are infinitely many odd-numbered rooms.

which are then taken by the people filing off the infinite bus. กริยาวลี

1:59

ซึ่งจากนั้นก็ถูกเข้าพักโดยผู้คนที่ทยอยลงมาจากรถบัสอนันต์

กริยาวลี

filing off the infinite bus: ลงจากรถทีละคน

ในวลี people filing off the infinite bus คำว่า filing off บรรยายคนกลุ่มหนึ่งที่ลงจากรถบัสทีละคน โดยปกติจะเคลื่อนเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ ในที่นี้ file เป็นคำกริยาที่บอกว่าผู้คนเคลื่อนที่อย่างไร ไม่ได้หมายถึงการจัดเก็บเอกสาร อนุประโยค -ing filing off the infinite bus ขยายคำว่า people โดยระบุคนเหล่านั้นผ่านการกระทำที่พวกเขากำลังทำ

แบบฝึกหัด

ฟังประโยคภาษาอังกฤษทั้งประโยคแล้วเลือกสิ่งที่ได้ยิน โดยเน้นฟังเสียงสระแรกใน filing

  1. The passengers are filing off the bus.
  2. The passengers are filling up the bus.
ดูคำตอบ

The passengers are filing off the bus.

Everyone's happy and the hotel's business is booming more than ever. วลี

2:03

ทุกคนมีความสุขและธุรกิจของโรงแรมก็เฟื่องฟูมากกว่าที่เคย

วลี

the hotel's business is booming: ธุรกิจโรงแรมกำลังเติบโตอย่างมาก

the hotel's business is booming หมายความว่าโรงแรมดำเนินธุรกิจได้ดีมาก โดยยอดจอง ยอดขาย หรือจำนวนลูกค้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก booming ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ สื่อถึงการเติบโตที่คึกคักและเห็นได้ชัด ไม่ได้หมายถึงการระเบิดหรือเสียงดัง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายร้านอาหารที่ยอดขายและจำนวนลูกค้ากำลังเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The restaurant's business is booming.
  2. A booming noise is coming from the restaurant's dining room.
  3. The restaurant's business is steady but unchanged.
ดูคำตอบ

The restaurant's business is booming.

Well, actually it is booming exactly the same amount as ever, น้ำเสียง/เจตนา

2:07

เอาจริงๆ มันก็เฟื่องฟูเท่ากับทุกวันนั่นแหละ

น้ำเสียง/เจตนา

ใช้ Well, actually เพื่อแก้ข้อมูลอย่างนุ่มนวล

Well, actually ใช้เกริ่นก่อนแก้ไขสิ่งที่เพิ่งพูดไป หรือให้ข้อมูลในแบบที่แม่นยำกว่า well ช่วยเว้นจังหวะและทำให้การสนทนานุ่มนวลขึ้นเล็กน้อย ส่วน actually บอกว่าข้อเท็จจริงต่างจากความเข้าใจก่อนหน้า ในที่นี้ ผู้พูดแก้ความคิดที่ว่าสิ่งนั้นกำลังรุ่งเรืองกว่าเดิม โดยบอกว่าระดับความรุ่งเรืองยังเท่าเดิมทุกประการ วลีนี้ทำให้การแก้ข้อมูลไม่ห้วนเท่าการเริ่มด้วย No แต่ไม่ได้ทำให้ความเห็นที่ต่างกันหายไป

แบบฝึกหัด

เพื่อนบอกว่าห้องสมุดปิดสองทุ่ม แต่จริง ๆ ปิดหกโมงเย็น คำตอบใดแก้ข้อเท็จจริงได้อย่างนุ่มนวล?

  1. Well, the library might close someday.
  2. No, you're wrong; the library closes at six.
  3. Well, actually, the library closes at six.
ดูคำตอบ

Well, actually, the library closes at six.

banking an infinite number of dollars a night. การใช้คำ

2:10

กวาดเงินเข้าธนาคารได้คืนละอนันต์ดอลลาร์

การใช้คำ

banking: หาเงินและรับเงินเข้ามา

ในการใช้แบบไม่เป็นทางการนี้ banking หมายถึงการหาเงินหรือรับเงินเข้ามา ซึ่งมักเป็นเงินจำนวนมาก กรรมที่ตามหลัง bank ระบุสิ่งที่หาได้ ดังนั้น banking an infinite number of dollars จึงหมายถึงหาเงินได้จำนวนดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการไปธนาคารหรือทำธุรกรรมธนาคาร รูป -ing ในที่นี้เชื่อมต่อกับคำบรรยายที่ยาวกว่า แต่รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ bank + เงินหรือจำนวนเงิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ bank ในความหมายว่าหาเงินหรือรับเงินจำนวนมาก?

  1. She banked the airplane sharply to the left.
  2. He walked to the bank before lunch.
  3. The film banked millions in its first week.
ดูคำตอบ

The film banked millions in its first week.

Word spreads about this incredible hotel. วลี

2:14

ข่าวลือเกี่ยวกับโรงแรมสุดทึ่งนี้แพร่กระจายออกไป

วลี

Word spreads: ข่าวแพร่กระจายออกไป

ในที่นี้ word หมายถึงข่าวหรือข้อมูลที่ส่งต่อจากคนหนึ่งไปยังอีกคนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงคำศัพท์เพียงคำเดียว Word spreads หมายความว่ามีคนรู้จักโรงแรมนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ในโครงสร้างนี้ word เป็นคำนามนับไม่ได้ที่ใช้โดยไม่มีคำนำหน้านาม และ spreads เป็นคำกริยา รูปแบบ word spreads about + หัวข้อ พบได้บ่อยในการเล่าเรื่อง เพราะแสดงให้เห็นว่าข้อมูลกำลังแพร่ไปในกลุ่มคน และมักบอกเป็นนัยว่าสถานการณ์กำลังขยายตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าข่าวเกี่ยวกับงานหนึ่งเป็นที่รู้จักของคนมากขึ้นเรื่อย ๆ

  1. Word spread quickly about the surprise concert.
  2. People gathered quickly for the surprise concert.
  3. A reporter wrote one word about the surprise concert.
ดูคำตอบ

Word spread quickly about the surprise concert.

People pour in from far and wide. โน้ต

2:16

ผู้คนหลั่งไหลเข้ามาจากทุกสารทิศ

กริยาวลี

People pour in: ผู้คนจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามา

Pour in หมายถึงคนหรือสิ่งของจำนวนมากมาถึงหรือเข้ามา โดยมักเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วหรือต่อเนื่อง ภาพของสำนวนนี้มาจากของเหลวที่ไหลเข้าไปในสถานที่หนึ่ง แต่ในที่นี้ใช้บรรยายคน ใน People pour in คำว่า people เป็นประธาน ส่วน in แสดงการเคลื่อนที่เข้าไปยังสถานที่ที่กำลังพูดถึง วลีนี้เน้นจำนวนและการหลั่งไหลของฝูงชน ไม่ได้หมายถึงการเทของเหลวตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ pour in: After the team opened registration, applications ____ from across the country.

ดูคำตอบ

poured in

สำนวน

from far and wide: จากสถานที่ต่าง ๆ มากมาย

Far and wide เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงครอบคลุมพื้นที่กว้างมากหรืออยู่ในสถานที่ต่าง ๆ มากมาย ในวลี from far and wide สำนวนนี้บอกว่าผู้คนเดินทางมาจากหลายแห่งที่อยู่ห่างไกลกัน ควรเข้าใจคำเหล่านี้รวมกันเป็นสำนวนเดียว ไม่ได้กล่าวถึงการวัดระยะทางและความกว้างแยกจากกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทนี้ที่หมายถึง “จากสถานที่ต่าง ๆ มากมาย”: Fans traveled from ____ to attend the final.

ดูคำตอบ

far and wide

One night, the unthinkable happens.

2:18

คืนหนึ่ง เกิดสิ่งที่ไม่คาดคิดขึ้น

The night manager looks outside

2:21

ผู้จัดการกะดึกมองออกไปข้างนอก

and sees an infinite line of infinitely large buses,

2:23

และเห็นขบวนรถบัสขนาดใหญ่อนันต์เรียงรายเป็นระยะทางอนันต์

each with a countably infinite number of passengers.

2:27

โดยแต่ละคันมีผู้โดยสารจำนวนอนันต์นับได้

What can he do? ลำดับความ

2:30

เขาจะทำอย่างไรได้บ้าง?

ลำดับความ

What can he do?: คำถามที่เชื่อมจากปัญหาไปสู่ทางแก้

ในที่นี้ What can he do? เป็นคำถามที่ผู้บรรยายใช้หยุดชั่วครู่หลังจากเสนอปัญหา และชวนผู้ฟังให้คิดถึงวิธีรับมือที่เป็นไปได้ จุดประสงค์หลักไม่ใช่การขอคำตอบจากผู้ฟัง คำถามนี้ยังแสดงโครงสร้างของคำอธิบายด้วย คือเริ่มจากปัญหา ตามด้วยคำถามนี้ แล้วจึงเข้าสู่ทางแก้ การหยุดสั้น ๆ ช่วยสร้างความน่าติดตามและทำให้เข้าใจการเปลี่ยนประเด็นได้ง่าย

แบบฝึกหัด

ข้อความสั้นใดใช้ What can he do? เพื่อเปลี่ยนจากปัญหาไปสู่ทางแก้

  1. The gate is locked. What can he do? He can call the caretaker for help.
  2. His bicycle is broken. What can he do?
  3. Everyone is choosing a role for the play. What can he do? He can sing and dance.
ดูคำตอบ

The gate is locked. What can he do? He can call the caretaker for help.

If he cannot find rooms for them, ไวยากรณ์

2:31

หากเขาไม่สามารถหาห้องให้พวกเขาได้

the hotel will lose out on an infinite amount of money กริยาวลี

2:33

โรงแรมก็จะสูญเสียเงินจำนวนเป็นอนันต์

ไวยากรณ์

If he cannot ... the hotel will: เงื่อนไขที่เป็นไปได้จริงและผลลัพธ์

ใน If he cannot find rooms for them ประโยคย่อย if บอกเงื่อนไขที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง แม้เงื่อนไขนี้จะเกี่ยวกับสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป แต่ cannot ยังใช้รูปปัจจุบัน The hotel will lose out ... เป็นประโยคหลักที่บอกผลลัพธ์ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ If + รูปปัจจุบัน, ... will + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกผลในอนาคตที่เป็นไปได้จริง

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขอนาคตที่เป็นไปได้จริงด้วยรูปที่ถูกต้องของ rain และ stay: If it ____, we ____ inside.

ดูคำตอบ

rains · will stay

กริยาวลี

lose out on: พลาดผลประโยชน์ที่มีโอกาสได้รับ

lose out on หมายถึงไม่ได้รับผลประโยชน์ โอกาส หรือเงินที่เดิมมีโอกาสได้รับ ในที่นี้โรงแรมอาจไม่ได้ทำเงินทั้งที่มีโอกาสทำได้ วลีนี้ไม่ได้หมายความเพียงว่าเงินที่โรงแรมมีอยู่แล้วหายไป ใช้โครงสร้าง lose out on + คำนามหรือกริยารูป -ing เช่น lose out on a chance และ lose out on earning more

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าร้านไม่ได้รับเงินที่เดิมมีโอกาสหาได้

  1. The shop lost a receipt under the counter.
  2. The shop lost thousands of dollars in a bad investment.
  3. The shop lost out on thousands of dollars because its website was down.
ดูคำตอบ

The shop lost out on thousands of dollars because its website was down.

and he will surely lose his job.

2:36

และเขาจะต้องตกงานอย่างแน่นอน

Luckily, he remembers that around the year 300 BCE, วัฒนธรรม

2:38

โชคดีที่เขาจำได้ว่าประมาณ 300 ปีก่อนคริสตกาล

วัฒนธรรม

around the year 300 BCE: ช่วงเวลาโดยประมาณก่อนคริสต์ศักราช

ใน around the year 300 BCE คำว่า around บอกว่าปีดังกล่าวเป็นช่วงเวลาโดยประมาณ ไม่ใช่ปีที่แน่นอน ทั้งวลีจึงหมายถึงประมาณปี 300 ก่อนคริสต์ศักราช BCE ย่อมาจาก Before Common Era และใช้กำกับปีที่อยู่ก่อนปี 1 CE เมื่อเวลาเดินไปข้างหน้า ตัวเลขปี BCE จะลดลง ดังนั้น 300 BCE จึงเก่ากว่า 200 BCE

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ around the year 300 BCE ได้ถูกต้อง

  1. ช่วงเวลาโดยประมาณใกล้กับปี 300 BCE
  2. วันที่แน่นอนในปี 300 CE
  3. ช่วงเวลาที่ยาวนาน 300 ปี
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาโดยประมาณใกล้กับปี 300 BCE

Euclid proved that there is an infinite quantity of prime numbers. วัฒนธรรม

2:42

ยุคลิดได้พิสูจน์แล้วว่าจำนวนเฉพาะนั้นมีปริมาณเป็นอนันต์

วัฒนธรรม

prime numbers: จำนวนเต็มที่มีตัวหารบวกสองตัวพอดี

Prime numbers หมายถึงจำนวนเฉพาะ ซึ่งเป็นจำนวนเต็มที่มากกว่า 1 และมีตัวหารบวกอยู่สองตัวพอดี คือ 1 กับตัวมันเอง ตัวอย่างเช่น 2, 3, 5 และ 7 เป็นจำนวนเฉพาะ แต่ 1 ไม่ใช่ ในประโยคนี้ an infinite quantity of prime numbers หมายความว่ารายการจำนวนเฉพาะไม่มีวันสิ้นสุด ไม่ว่าจะพบจำนวนเฉพาะมากเพียงใด ก็ยังมีจำนวนเฉพาะอื่นอีกเสมอ

แบบฝึกหัด

ข้อความใดเกี่ยวกับ prime numbers ถูกต้อง

  1. One is a prime number because it is divisible by 1.
  2. Seven is a prime number because its only positive factors are 1 and 7.
  3. Nine is a prime number because it is odd.
ดูคำตอบ

Seven is a prime number because its only positive factors are 1 and 7.

So, to accomplish this seemingly impossible task วลี

2:47

ดังนั้น เพื่อทำงานที่ดูเหมือนจะเป็นไปไม่ได้นี้ให้สำเร็จ

วลี

to accomplish this seemingly impossible task: จุดประสงค์และการทำให้สำเร็จ

วลี to accomplish this seemingly impossible task ที่ต้นประโยคเป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ วลีนี้อธิบายว่าทำไมจึงมีการกระทำถัดไป นั่นคือเพื่อทำภารกิจให้สำเร็จ Accomplish a task หมายถึงทำภารกิจให้สำเร็จ ซึ่งมักต้องใช้ความพยายาม ส่วน seemingly impossible หมายถึงดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นไปไม่ได้จริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ infinitive บอกจุดประสงค์ร่วมกับ accomplish a task ได้ถูกต้อง

  1. To accomplish at this difficult task, we need a clear plan.
  2. To accomplish this difficult task, we need a clear plan.
  3. To accomplishing this difficult task, we need a clear plan.
ดูคำตอบ

To accomplish this difficult task, we need a clear plan.

of finding infinite beds for infinite buses of infinite weary travelers,

2:50

ในการหาเตียงอนันต์สำหรับรถบัสอนันต์ของผู้เดินทางที่เหนื่อยล้าเป็นอนันต์

the night manager assigns every current guest วลี

2:54

ผู้จัดการกะดึกได้จัดให้แขกปัจจุบันทุกคน

to the first prime number, two,

2:57

ไปอยู่ที่จำนวนเฉพาะตัวแรก คือสอง

raised to the power of their current room number. การใช้คำ

2:59

ยกกำลังด้วยหมายเลขห้องปัจจุบันของพวกเขา

วลี

assigns every current guest to: โครงสร้าง assign someone to something

Assigns every current guest to ... ใช้โครงสร้าง assign someone to something โดย every current guest คือผู้ที่ถูกจัดสรร และวลีหลัง to ระบุหมายเลขห้องหรือจุดหมายอื่นที่กำหนดให้บุคคลนั้น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับกลุ่ม ตำแหน่งงาน โครงการ ที่นั่ง และห้องได้ รูปประโยคถูกกระทำคือ someone is assigned to something

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง assign someone to something ให้สมบูรณ์: The teacher assigned each student ____ a group.

ดูคำตอบ

to

การใช้คำ

raised to the power of: การระบุเลขชี้กำลัง

ในโครงสร้าง A raised to the power of B นั้น A คือฐาน และ B คือเลขชี้กำลัง วลีนี้หมายถึงการใช้ B เป็นเลขชี้กำลังของ A ในประโยคนี้ two คือฐาน และหมายเลขห้องปัจจุบันของพวกเขาคือเลขชี้กำลัง นี่เป็นรูปแบบเต็มในการพูดถึงการยกกำลัง ตัวอย่างเช่น two raised to the power of seven หมายถึง 2⁷ ซึ่งเท่ากับ 128

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ raised to the power of เพื่อบอกอย่างถูกต้องว่า 3⁴ เท่ากับ 81

  1. Three multiplied by four equals eighty-one.
  2. Three raised to the power of four equals eighty-one.
  3. Four raised to the power of three equals eighty-one.
ดูคำตอบ

Three raised to the power of four equals eighty-one.

So, the current occupant of room number seven

3:02

ดังนั้น ผู้พักในห้องหมายเลขเจ็ดปัจจุบัน

goes to room number two to the seventh power, วัฒนธรรม

3:04

จะไปที่ห้องหมายเลขสองยกกำลังเจ็ด

which is room 128.

3:07

ซึ่งก็คือห้อง 128

วัฒนธรรม

two to the seventh power: การอ่าน 2⁷

ใน two to the seventh power นั้น two คือฐาน และ seventh ระบุเลขชี้กำลัง โครงสร้างคือ ฐาน + to the + เลขลำดับ + power ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง 2⁷ ซึ่งเท่ากับ 128 โครงสร้างนี้ต้องใช้รูปเลขลำดับ คือ seventh ไม่ใช่ seven สำหรับเลขชี้กำลัง 2 และ 3 ภาษาอังกฤษยังนิยมใช้ squared และ cubed ด้วย

แบบฝึกหัด

เติมการอ่านเลขชี้กำลังแบบมาตรฐานให้สมบูรณ์ ค่าคือ 128: Two to the ____ power is one hundred twenty-eight.

ดูคำตอบ

seventh

The night manager then takes the people on the first of the infinite buses

3:10

จากนั้นผู้จัดการกะดึกก็พาคนบนรถบัสคันแรกจากรถบัสอนันต์คันอื่นๆ

and assigns them to the room number of the next prime, three, การใช้คำ

3:14

และจัดพวกเขาเข้าสู่หมายเลขห้องของจำนวนเฉพาะตัวถัดไป คือสาม

raised to the power of their seat number on the bus.

3:18

ยกกำลังด้วยหมายเลขที่นั่งบนรถบัสของพวกเขา

การใช้คำ

the next prime: พจน์ถัดไปในลำดับจำนวนเฉพาะ

ในประโยคนี้ the next prime หมายถึงจำนวนถัดไปในลำดับที่เรียงไว้ของจำนวนเฉพาะ ในลำดับ 2, 3, 5, 7 และต่อไป three หรือ 3 คือจำนวนเฉพาะที่อยู่ถัดจาก 2 ทันที next ในที่นี้บอกตำแหน่งในลำดับทางคณิตศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงครั้งต่อไปที่มีบางอย่างเกิดขึ้น เครื่องหมายจุลภาคคั่น three ไว้เพื่อระบุว่ากำลังพูดถึงจำนวนเฉพาะตัวใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the next prime หมายถึงอะไร?

  1. จำนวนที่ใกล้กับหมายเลขห้องมากที่สุด
  2. จำนวนถัดไปในลำดับของจำนวนเฉพาะ
  3. ครั้งต่อไปที่มีคนตรวจว่าจำนวนหนึ่งเป็นจำนวนเฉพาะหรือไม่
ดูคำตอบ

จำนวนถัดไปในลำดับของจำนวนเฉพาะ

So, the person in seat number seven on the first bus

3:22

ดังนั้น ผู้ที่นั่งหมายเลขเจ็ดบนรถบัสคันแรก

goes to room number three to the seventh power,

3:25

จะไปที่ห้องหมายเลขสามยกกำลังเจ็ด

or room number 2,187.

3:28

หรือห้องหมายเลข 2,187

This continues for all of the first bus.

3:31

ดำเนินการแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนครบผู้โดยสารทุกคนในรถบัสคันแรก

The passengers on the second bus are assigned powers of the next prime, five. การใช้คำ

3:34

ผู้โดยสารบนรถบัสคันที่สองจะถูกจัดสรรให้ใช้เลขยกกำลังของจำนวนเฉพาะตัวถัดไป คือห้า

การใช้คำ

are assigned powers of the next prime: กฎการจัดสรรในรูปถูกกระทำ

วลีนี้ใช้โครงสร้างแบบถูกกระทำ someone is assigned something ผู้โดยสารเป็นฝ่ายรับตัวเลข ไม่ใช่ฝ่ายที่ทำการจัดสรร ดังนั้นประโยคจึงเน้นผู้รับและสิ่งที่พวกเขาได้รับ สิ่งที่พวกเขาได้รับคือ powers of the next prime หรือกำลังต่าง ๆ ของจำนวนเฉพาะตัวถัดไป ในที่นี้ five ระบุว่าจำนวนเฉพาะนั้นคือ 5 ค่าต่าง ๆ จึงใช้ 5 เป็นฐานและมีเลขชี้กำลังต่างกัน เช่น 5, 25 และ 125

แบบฝึกหัด

ประโยคใดกล่าวถึงกฎการจัดสรรนี้ได้ถูกต้องที่สุด?

  1. The passengers are given numbers such as 5, 25, and 125.
  2. The second bus is raised to the fifth power.
  3. The passengers give five prime numbers to someone else.
ดูคำตอบ

The passengers are given numbers such as 5, 25, and 125.

The following bus, powers of seven.

3:39

รถบัสคันถัดไป ใช้เลขยกกำลังของเจ็ด

Each bus follows powers of 11,

3:41

รถบัสแต่ละคันจะตามด้วยเลขยกกำลังของ 11

powers of 13,

3:43

เลขยกกำลังของ 13

powers of 17, etc.

3:45

เลขยกกำลังของ 17 เป็นต้น

Since each of these numbers only has one

3:47

เนื่องจากตัวเลขแต่ละตัวเหล่านี้มีเพียงเลขหนึ่ง

and the natural number powers of their prime number base as factors, การใช้คำ

3:49

และเลขยกกำลังจำนวนธรรมชาติของฐานจำนวนเฉพาะเท่านั้นที่เป็นตัวประกอบ

there are no overlapping room numbers. การใช้คำ

3:53

จึงไม่มีหมายเลขห้องที่ทับซ้อนกัน

การใช้คำ

as factors: ความหมายทางคณิตศาสตร์ของ factor

ในประโยคคณิตศาสตร์นี้ factor คือจำนวนที่หารอีกจำนวนหนึ่งได้ลงตัวโดยไม่มีเศษ วลี as factors ระบุว่า 1 และเลขยกกำลังที่กล่าวถึงเป็นตัวประกอบของแต่ละจำนวน factor ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงสาเหตุหรือปัจจัยที่มีอิทธิพลโดยทั่วไป โครงสร้าง have A as factors หมายความว่า A อยู่ในกลุ่มจำนวนที่หารจำนวนซึ่งเป็นประธานได้ลงตัว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ factor ในความหมายทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้อง

  1. 12 is a factor of 3.
  2. 3 is the factor that caused 12.
  3. 3 is a factor of 12.
ดูคำตอบ

3 is a factor of 12.

การใช้คำ

there are no overlapping room numbers: ไม่มีหมายเลขที่ซ้ำกัน

ในประโยคนี้ there are no บอกว่าไม่มีหมายเลขห้องแบบนั้นอยู่เลย Overlapping room numbers คือหมายเลขที่อาจปรากฏในการจัดสรรมากกว่าหนึ่งครั้งหรืออยู่ในชุดข้อมูลมากกว่าหนึ่งชุด ดังนั้นการจัดสรรที่ต่างกันจึงไม่ให้หมายเลขห้องเดียวกัน โดยทั่วไป overlap หมายถึงช่วงเวลา พื้นที่ หน้าที่ หรือชุดข้อมูลสองส่วนมีอย่างน้อยบางส่วนร่วมกัน สำหรับชุดตัวเลข overlapping value คือค่าที่อยู่ในมากกว่าหนึ่งชุด

แบบฝึกหัด

ในบริบทของการจัดสรรห้อง there are no overlapping room numbers หมายความว่าอย่างไร

  1. No two assignments use the same room number.
  2. Each assignment uses several neighboring room numbers.
  3. Some room-number ranges share one end.
ดูคำตอบ

No two assignments use the same room number.

All the buses' passengers fan out into rooms กริยาวลี

3:55

ผู้โดยสารรถบัสทุกคนกระจายตัวเข้าไปในห้องพัก

กริยาวลี

fan out into rooms: กระจายตัวแล้วเข้าไปในห้องต่าง ๆ

ในประโยคนี้ fan out หมายถึงผู้โดยสารแยกออกจากกันและเคลื่อนไปคนละทิศทาง ภาพที่สื่อออกมาคล้ายพัดที่กางออกกว้างขึ้น ส่วน into rooms บอกจุดหมายว่าแต่ละคนแยกกันเข้าไปในห้องต่าง ๆ แทนที่จะไปห้องเดียวกันทั้งหมด โดยทั่วไป fan out ใช้บรรยายกลุ่มที่กระจายจากจุดเดียวไปยังหลายทิศทางหรือหลายสถานที่

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตที่ถูกต้องของ fan out: After the briefing, the rescue teams ____ across the valley.

ดูคำตอบ

fanned out

using unique room assignment schemes based on unique prime numbers. การใช้คำ

3:58

โดยใช้รูปแบบการจัดสรรห้องแบบเฉพาะตัวที่อิงจากจำนวนเฉพาะที่ไม่ซ้ำกัน

การใช้คำ

room assignment schemes: scheme ในความหมายเป็นกลางว่าเป็นระบบ

วลี room assignment schemes หมายถึงวิธีการที่เป็นระบบหรือชุดกฎสำหรับตัดสินว่าแต่ละคนจะได้รับห้องใด ในกลุ่มคำนามนี้ room assignment บอกจุดประสงค์ ส่วน schemes เป็นคำนามหลัก ในที่นี้ schemes มีความหมายเป็นกลาง หมายถึงระบบหรือวิธีการที่ออกแบบไว้ ไม่ใช่แผนลับหรือแผนที่ไม่ซื่อสัตย์ ส่วน based on unique prime numbers แสดงว่าเป็นการใช้ในความหมายเชิงเทคนิคและเป็นระบบ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ room assignment schemes หมายถึงอะไร?

  1. แผนลับเพื่อแย่งห้องจากผู้อื่น
  2. รายการที่แสดงขนาดจริงของแต่ละห้อง
  3. ระบบสำหรับตัดสินว่าแต่ละคนจะได้รับห้องใด
ดูคำตอบ

ระบบสำหรับตัดสินว่าแต่ละคนจะได้รับห้องใด

In this way, the night manager can accommodate every passenger on every bus, โน้ต

4:03

ด้วยวิธีนี้ ผู้จัดการสามารถรองรับผู้โดยสารทุกคนบนรถบัสทุกคันได้

ลำดับความ

In this way: เชื่อมวิธีการกับผลลัพธ์

In this way ย้อนกลับไปอ้างถึงวิธีการหรือการจัดการที่เพิ่งอธิบายไป ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวบอกให้ผู้ฟังเชื่อมโยงวิธีก่อนหน้ากับการที่ผู้จัดการกะกลางคืนสามารถรองรับทุกคนได้ จากนั้นสำนวนนี้จะนำเข้าสู่ผลที่เกิดจากการใช้วิธีดังกล่าว การเชื่อมโยงจากวิธีไปสู่ผลลัพธ์แบบนี้มีประโยชน์ในการอธิบาย การพิสูจน์ และการเสนอทางแก้ เพราะไม่จำเป็นต้องกล่าววิธีนั้นซ้ำ

แบบฝึกหัด

In this way ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ย้อนอ้างถึงวิธีการและนำเข้าสู่ผลลัพธ์
  2. แสดงว่าวิธีก่อนหน้านี้ล้มเหลว
  3. เปลี่ยนไปพูดถึงเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

ย้อนอ้างถึงวิธีการและนำเข้าสู่ผลลัพธ์

การใช้คำ

accommodate every passenger: จัดพื้นที่หรือที่พักให้ผู้โดยสารทุกคน

ในบริบทนี้ accommodate every passenger หมายถึงการจัดพื้นที่หรือที่พักให้เพียงพอสำหรับผู้โดยสารทุกคน ผู้จัดการกะกลางคืนสามารถรับทุกคนและจัดที่ให้พวกเขาได้ วลีนี้กล่าวถึงความจุและที่พัก ไม่ได้หมายถึงการที่ผู้โดยสารปรับตัว เมื่อใช้กับโรงแรม ห้องพัก สถานที่จัดงาน หรือยานพาหนะ โครงสร้าง accommodate + คน กลุ่มคน หรือจำนวน มักหมายถึงมีพื้นที่เพียงพอสำหรับคนเหล่านั้น ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ เช่น ในโรงแรมอาจรวมถึงการจัดห้องพัก ส่วนในห้องโถงมักหมายถึงมีพื้นที่หรือที่นั่งเพียงพอ

แบบฝึกหัด

ใช้คำกริยาเป้าหมายที่หมายถึง “มีพื้นที่เพียงพอสำหรับ” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The new hostel can ____ up to eighty guests.

ดูคำตอบ

accommodate

although there will be many rooms that go unfilled, โน้ต

4:08

แม้ว่าจะมีห้องจำนวนมากที่ไม่ได้ถูกเติมเต็มก็ตาม

like room six,

4:11

เช่น ห้องหมายเลขหก

ไวยากรณ์

although: ใช้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง

Although ใช้นำอนุประโยคแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้ง โดยยอมรับว่าจะมีห้องหลายห้องที่ไม่ได้ใช้งาน แต่ชี้ว่าข้อเท็จจริงนี้ไม่ได้ล้มล้างใจความหลัก อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย although เป็นข้อมูลประกอบ ไม่ใช่ข้อสรุปหลัก หลัง although ต้องมีประธานและคำกริยา ในประโยคนี้คือ there will be อนุประโยคนี้วางไว้ก่อนหรือหลังประโยคหลักก็ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ although เพื่อแสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งได้ถูกต้อง?

  1. Although of the long hike, we reached the top before sunset.
  2. Although the hike was long, but we reached the top before sunset.
  3. Although the hike was long, we reached the top before sunset.
ดูคำตอบ

Although the hike was long, we reached the top before sunset.

วลี

go unfilled: ยังคงไม่มีผู้ใช้งาน

go unfilled หมายถึงสถานที่ที่เปิดให้ใช้งานยังคงไม่มีคนหรือสิ่งของมาเติมเต็ม ในประโยคนี้มีห้องว่างให้จัดสรร แต่ห้องบางห้องไม่ได้จัดให้ผู้โดยสารคนใด ในโครงสร้าง go + คำคุณศัพท์ go อาจหมายถึง “ลงเอยหรือยังคงอยู่ในสภาพหนึ่ง” โดย unfilled คือสภาพนั้น ตัวอย่างที่คล้ายกันคือ go unanswered และ go unnoticed

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ go unfilled: Several job vacancies ____ for months.

ดูคำตอบ

went unfilled

since six is not a power of any prime number. การใช้คำ

4:12

เนื่องจากหกไม่ได้เป็นเลขยกกำลังของจำนวนเฉพาะใดๆ

การใช้คำ

a power of any prime: ผลจากการยกกำลังของจำนวนเฉพาะ

ใน not a power of any prime number วลี a power of a prime หมายถึงจำนวนที่อยู่ในรูป p^k โดย p เป็นจำนวนเฉพาะและ k เป็นจำนวนเต็มบวก เมื่ออยู่ภายใต้คำปฏิเสธ not คำว่า any มีความหมายว่า “ไม่มีแม้แต่จำนวนเดียว” กล่าวคือ ไม่มีจำนวนเฉพาะใดที่ยกกำลังด้วยจำนวนเต็มบวกแล้วได้ 6 ตัวอย่างเช่น 8 เป็นผลจากการยกกำลังของจำนวนเฉพาะ เพราะ 8 = 2^3 แต่ 6 = 2 × 3 จึงไม่ใช่ผลจากการยกกำลังของจำนวนเฉพาะเพียงจำนวนเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถูกต้องทางคณิตศาสตร์

  1. Six is a power of the prime number three.
  2. Eight is a power of the prime number two.
  3. Ten is a power of the prime number five.
ดูคำตอบ

Eight is a power of the prime number two.

Luckily, his bosses weren't very good in math,

4:15

โชคดีที่เจ้านายของเขาไม่ค่อยเก่งคณิตศาสตร์เท่าไหร่

so his job is safe. วลี

4:17

หน้าที่การงานของเขาจึงยังปลอดภัย

วลี

his job is safe: ไม่มีความเสี่ยงที่จะเสียตำแหน่งงาน

ใน his job is safe คำว่า safe หมายถึงตำแหน่งงานของเขาไม่มีความเสี่ยงที่จะหายไป ผู้พูดคิดว่าเขาจะไม่ถูกไล่ออกและตำแหน่งนั้นจะไม่ถูกยกเลิก safe ในที่นี้หมายถึงความมั่นคงในการทำงาน ไม่ใช่การปลอดภัยจากอันตรายทางร่างกาย ส่วน a safe workplace หรือ work that is safe to do หมายถึงความปลอดภัยทางกายภาพของสถานที่ทำงานหรืองานที่ทำ

แบบฝึกหัด

ใน After the review, his job is safe วลี his job is safe หมายความว่าอย่างไร

  1. เขามีโอกาสน้อยที่จะเสียตำแหน่งงาน
  2. สถานที่ทำงานของเขาไม่มีอันตรายทางกายภาพ
  3. เขาทำงานเสร็จโดยไม่เกิดอุบัติเหตุ
ดูคำตอบ

เขามีโอกาสน้อยที่จะเสียตำแหน่งงาน

The night manager's strategies are only possible because ไวยากรณ์

4:19

กลยุทธ์ของผู้จัดการกะดึกนี้เป็นไปได้ก็เพราะ

while the infinite hotel is certainly a logistical nightmare, สำนวน

4:22

ในขณะที่โรงแรมอนันต์นั้นเป็นฝันร้ายทางโลจิสติกส์อย่างแน่นอน

สำนวน

logistical nightmare: ปัญหาการประสานงานที่ยากอย่างยิ่ง

a logistical nightmare คือสถานการณ์ที่การจัดการผู้คน การเดินทาง เวลา พื้นที่ หรือสิ่งของเป็นเรื่องยากมาก คำว่า nightmare ในที่นี้เป็นคำเปรียบเทียบที่ช่วยเน้นความยาก ไม่ได้หมายถึงฝันร้ายขณะนอนหลับ logistical เน้นการวางแผนและการประสานงานในทางปฏิบัติ ไม่ใช่จุดประสงค์หลักของงานหรือโครงการ ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าการจัดเตรียมและดำเนินการบางอย่างยากเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่หมายถึงปัญหาการประสานงานที่ยากมาก: Moving all the laboratory equipment in one afternoon was a ____.

ดูคำตอบ

logistical nightmare

it only deals with the lowest level of infinity, กริยาวลี

4:26

แต่มันรับมือกับเพียงแค่ระดับต่ำสุดของอนันต์

ไวยากรณ์

are only possible because: เหตุผลชี้ขาดที่ทำให้สิ่งหนึ่งเป็นไปได้

are only possible because บอกว่าเหตุผลหลัง because คือสิ่งที่ทำให้กลยุทธ์เหล่านั้นเป็นไปได้ คำว่า only ทำให้เหตุผลนั้นเป็นปัจจัยชี้ขาด กล่าวคือ หากไม่มีข้อเท็จจริงที่เอื้อให้เกิดขึ้นนั้น กลยุทธ์ก็ใช้ไม่ได้ ใช้โครงสร้าง X is/are only possible because Y เมื่อ Y เป็นข้อเท็จจริงที่อธิบายว่าเหตุใด X จึงเกิดขึ้นได้ โครงสร้างนี้จำกัดว่าสิ่งใดทำให้ X เป็นไปได้ แทนที่จะเพียงให้ข้อมูลเบื้องหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสี่คำจากบทเรียนให้ถูกต้อง เพื่อแสดงว่าไฟเป็นเหตุผลชี้ขาด: These evening games ____ the field has lights.

ดูคำตอบ

are only possible because

กริยาวลี

deals with: ครอบคลุมหรือกล่าวถึงหัวข้อ

ในประโยคนี้ deals with หมายถึง “ครอบคลุม” “เกี่ยวข้องกับ” หรือ “กล่าวถึง” โดยระบุสิ่งที่อยู่ในขอบเขตของประธาน ซึ่งก็คือเฉพาะระดับต่ำสุดของอนันต์ โดยทั่วไป deal with เชื่อมบุคคล ข้อความ ทฤษฎี หรือระบบเข้ากับหัวข้อหรือปัญหา ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับประธาน: a chapter deals with a topic หมายถึงบทหนึ่งกล่าวถึงหัวข้อ ส่วน a person deals with a problem หมายถึงคนหนึ่งจัดการปัญหา

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “กล่าวถึงหัวข้อหนึ่ง”: This chapter deals ____ online privacy.

ดูคำตอบ

with

mainly the countable infinity of the natural numbers, วัฒนธรรม

4:29

ส่วนใหญ่เป็นอนันต์นับได้ของจำนวนธรรมชาติ

1, 2, 3, 4, and so on.

4:33

1, 2, 3, 4, และอื่นๆ

วัฒนธรรม

countable infinity of the natural numbers: เป็นอนันต์แต่เรียงลำดับได้

จำนวนธรรมชาติ 1, 2, 3, 4 และต่อไปเรื่อย ๆ ก่อให้เกิดอนันต์แบบนับได้ รายการนี้ไม่มีวันจบ แต่สมาชิกทุกตัวมีตำแหน่งอยู่ในลำดับ ในคณิตศาสตร์ countable ไม่ได้หมายถึงมีจำนวนจำกัดหรือนับเสร็จได้อย่างรวดเร็ว แต่หมายถึงสมาชิกสามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับจำนวนธรรมชาติได้ จึงกำหนดหมายเลขตามลำดับให้ครอบคลุมสมาชิกทั้งหมดได้

แบบฝึกหัด

countable ในวลี countable infinity หมายถึงอะไร?

  1. สมาชิกทุกตัวต้องเป็นจำนวนธรรมชาติเอง
  2. สมาชิกสามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับจำนวนธรรมชาติได้
  3. มีสมาชิกจำนวนมาก แต่การนับต้องสิ้นสุดลงในที่สุด
ดูคำตอบ

สมาชิกสามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับจำนวนธรรมชาติได้

Georg Cantor called this level of infinity aleph zero. วัฒนธรรม

4:36

เกออร์ก คันทอร์ เรียกระดับของอนันต์นี้ว่า อาเลฟ-ศูนย์

วัฒนธรรม

aleph zero: ขนาดของเซตอนันต์แบบนับได้

ในประโยคนี้ aleph zero คือชื่อของขนาดหรือคาร์ดินัลลิตีของเซตอนันต์แบบนับได้ โดยทั่วไปเขียนเป็น ℵ₀ และเซตของจำนวนธรรมชาติเป็นตัวอย่างมาตรฐาน คำว่าอนันต์แบบนับได้ในที่นี้หมายถึง สมาชิกทุกตัวสามารถจับคู่แบบหนึ่งต่อหนึ่งกับจำนวนธรรมชาติได้ แม้เซตนั้นจะไม่มีที่สิ้นสุด aleph zero ไม่ใช่เลขศูนย์ แต่เป็นชื่อของคาร์ดินัลลิตีอนันต์แบบเฉพาะนี้

แบบฝึกหัด

ในทฤษฎีเซต aleph zero เป็นชื่อของอะไร?

  1. สัญลักษณ์อีกแบบหนึ่งของเลขศูนย์
  2. จำนวนธรรมชาติที่มากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้
  3. คาร์ดินัลลิตีของเซตอนันต์แบบนับได้
ดูคำตอบ

คาร์ดินัลลิตีของเซตอนันต์แบบนับได้

We use natural numbers for the room numbers

4:40

เราใช้จำนวนธรรมชาติสำหรับหมายเลขห้อง

as well as the seat numbers on the buses. วลี

4:42

รวมถึงหมายเลขที่นั่งบนรถบัส

วลี

as well as: การเพิ่มรายการที่สอง

ในที่นี้ as well as เชื่อมการใช้จำนวนธรรมชาติสองอย่าง ได้แก่ หมายเลขห้องและหมายเลขที่นั่งบนรถบัส มีความหมายว่า “และยัง” หรือ “นอกจาก...แล้ว” จึงรวมการใช้ทั้งสองอย่าง ในรูป A as well as B โดยทั่วไปจะเสนอ A ก่อนเป็นข้อมูลหลัก แล้วจึงเพิ่ม B ดังนั้น แม้ทั้งสองข้อจะเป็นจริง วลีนี้อาจให้น้ำหนักข้อมูลไม่เท่ากันเหมือน and แบบธรรมดา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมที่เพิ่มประโยชน์ข้อที่สอง: The library offers quiet study rooms as ____ free Wi-Fi.

ดูคำตอบ

well as

If we were dealing with higher orders of infinity, โน้ต

4:45

หากเราต้องจัดการกับอนันต์ในระดับที่สูงกว่า

วัฒนธรรม

higher orders of infinity: คาร์ดินัลลิตีของอนันต์ที่ใหญ่กว่า

ในประโยคนี้ higher orders of infinity หมายถึงอนันต์ที่มีคาร์ดินัลลิตี หรือขนาดของเซต ใหญ่กว่าอนันต์นับได้ โดยจำนวนจริงเป็นตัวอย่างที่กล่าวถึงในที่นี้ ข้อมูลพื้นฐานที่จำเป็นคือ เซตอนันต์ไม่ได้มีขนาดเท่ากันทั้งหมด จำนวนธรรมชาติสามารถเรียงเป็นลำดับได้ จึงเป็นอนันต์นับได้ แต่จำนวนจริงไม่สามารถเรียงให้ครบในลำดับที่กำหนดหมายเลขด้วยจำนวนธรรมชาติ จึงเป็นอนันต์นับไม่ได้ และวิธีไล่เรียงทีละจำนวนไม่สามารถครอบคลุมจำนวนจริงทั้งหมดได้

แบบฝึกหัด

higher orders of infinity ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. สำเนาซ้ำของเซตอนันต์เดิมโดยขนาดของเซตไม่เปลี่ยน
  2. เซตอนันต์ที่มีคาร์ดินัลลิตีใหญ่กว่าอนันต์นับได้
  3. จำนวนจำกัดที่มีค่ามากและอยู่ใกล้อนันต์
ดูคำตอบ

เซตอนันต์ที่มีคาร์ดินัลลิตีใหญ่กว่าอนันต์นับได้

such as that of the real numbers, วัฒนธรรม

4:48

เช่น ระดับของจำนวนจริง

วัฒนธรรม

real numbers: ศัพท์คณิตศาสตร์ที่หมายถึงจำนวนจริง

Real numbers เป็นศัพท์คณิตศาสตร์ที่หมายถึงจำนวนทั้งหมดที่วางบนเส้นจำนวนทั่วไปได้ ซึ่งรวมถึงจำนวนเต็ม เศษส่วน ทศนิยม และจำนวนอตรรกยะ เช่น π และ √2 คำว่า real ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ของจริง” หรือ “มาจากชีวิตจริง” แต่เป็นชื่อประเภทของจำนวนที่ในทางคณิตศาสตร์นำไปเปรียบต่างกับ imaginary numbers หรือจำนวนจินตภาพ

แบบฝึกหัด

real numbers ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. จำนวนบนเส้นจำนวนทั่วไป ซึ่งรวมทั้งจำนวนตรรกยะและจำนวนอตรรกยะ
  2. จำนวนที่มีประโยชน์เฉพาะในสถานการณ์ชีวิตจริง
  3. เฉพาะจำนวนเต็มบวกเท่านั้น
ดูคำตอบ

จำนวนบนเส้นจำนวนทั่วไป ซึ่งรวมทั้งจำนวนตรรกยะและจำนวนอตรรกยะ

these structured strategies would no longer be possible, วลี

4:50

กลยุทธ์ที่มีโครงสร้างเหล่านี้จะไม่สามารถทำได้อีกต่อไป

วลี

would no longer be: สภาพหนึ่งจะไม่ดำเนินต่อไปอีก

Would no longer be หมายความว่าสิ่งหนึ่งจะเลิกอยู่ในสภาพใดสภาพหนึ่ง โดย no longer บอกถึงการเปลี่ยนแปลง คือเข้าใจว่าสภาพนั้นเป็นจริงก่อนเกิดการเปลี่ยนแปลง แต่จะไม่ดำเนินต่อไปหลังจากนั้น โครงสร้างคือ would + no longer + be + ส่วนเติมเต็ม ในที่นี้ possible เป็นส่วนเติมเต็ม ดังนั้น would no longer be possible จึงหมายถึง “จะกลายเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้” ภายใต้เงื่อนไขที่กำลังกล่าวถึง ส่วน would แสดงว่านี่เป็นผลลัพธ์เชิงสมมติหรือมีเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมายสี่คำที่หมายถึง “จะเลิกอยู่ในสภาพนั้น”: If the safety rules changed, this shortcut ____ allowed.

ดูคำตอบ

would no longer be

as we have no way to systematically include every number. วลี

4:53

เนื่องจากเราไม่มีวิธีที่จะรวมทุกตัวเลขได้อย่างเป็นระบบ

ไวยากรณ์

If we were dealing ... these structured strategies would no longer be: เงื่อนไขสมมติ

If we were dealing ... these structured strategies would no longer be ... เป็นประโยคเงื่อนไขสมมติ อนุประโยค if ชวนให้เรานึกถึงกรณีที่ต่างจากกรณีที่กำลังพูดถึง ส่วนประโยคหลักบอกผลที่จะเกิดขึ้นภายใต้สมมตินั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + ประธาน + รูปอดีต, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน were dealing มีรูปเป็น past progressive แต่ในที่นี้ไม่ได้บอกเวลาในอดีต แต่แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง ส่วน would no longer be หมายความว่าสิ่งที่ทำได้ในเงื่อนไขเดิมจะไม่สามารถทำได้อีกภายใต้เงื่อนไขใหม่

แบบฝึกหัด

ใช้เงื่อนไข were + -ing และผลลัพธ์ would no longer be เติมประโยคให้สมบูรณ์: If we ____ with incomplete data, this method ____ reliable.

ดูคำตอบ

were working · would no longer be

วลี

systematically include every number: ใช้วิธีที่เป็นระบบและครอบคลุมทั้งหมด

systematically ขยายคำว่า include หมายถึงการใช้กระบวนการที่เป็นระเบียบและมีกฎเกณฑ์ แทนที่จะเพิ่มหรือไล่ตัวเลขโดยไม่มีแผน ส่วน every number กำหนดว่าต้องครอบคลุมทั้งหมดโดยห้ามตกหล่น เมื่อใช้ร่วมกับ no way to ประโยคนี้จึงหมายความว่าผู้พูดไม่สามารถหาวิธีที่ทั้งเป็นระบบและครอบคลุมทั้งเซตได้

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ systematically include every number มากที่สุด

  1. เลือกตัวเลขที่มีประโยชน์เพียงไม่กี่จำนวนโดยไม่ใช้วิธีที่กำหนดไว้
  2. จัดตัวเลขบางจำนวนให้เรียบร้อย แม้จะตกหล่นไปอีกหลายจำนวน
  3. ใช้วิธีที่เป็นระเบียบเพื่อไม่ให้ตัวเลขใดตกหล่น
ดูคำตอบ

ใช้วิธีที่เป็นระเบียบเพื่อไม่ให้ตัวเลขใดตกหล่น

The real number infinite hotel has negative number rooms in the basement, วัฒนธรรม

4:57

โรงแรมอนันต์จำนวนจริงมีห้องหมายเลขติดลบอยู่ในห้องใต้ดิน

วัฒนธรรม

real number infinite hotel: อุปมาโรงแรมทางคณิตศาสตร์

real number infinite hotel เป็นชื่อเชิงบรรยายในอุปมาทางคณิตศาสตร์ โดยให้จินตนาการถึงโรงแรมอนันต์ที่ห้องต่าง ๆ สอดคล้องกับจำนวนจริง ไม่ใช่อาคารที่มีอยู่จริง ให้อ่านกลุ่มคำนามนี้จากคำนามหลักคือ hotel โดย infinite ขยาย hotel ส่วน real number บอกระบบจำนวนที่ใช้กับห้องต่าง ๆ การวางห้องหมายเลขลบไว้ที่ชั้นใต้ดินเปลี่ยนแนวคิดนามธรรมเรื่องจำนวนจริงลบให้เป็นภาพทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายทางคณิตศาสตร์นี้ real number infinite hotel หมายถึงอะไร

  1. โรงแรมที่มีอยู่จริงและมีห้องธรรมดาจำนวนไม่สิ้นสุด
  2. โรงแรมอนันต์ที่ห้องต่าง ๆ ใช้เฉพาะหมายเลขจำนวนเต็มบวก
  3. โรงแรมอนันต์ในจินตนาการที่ห้องต่าง ๆ ใช้จำนวนจริงเป็นดัชนี
ดูคำตอบ

โรงแรมอนันต์ในจินตนาการที่ห้องต่าง ๆ ใช้จำนวนจริงเป็นดัชนี

fractional rooms, so the guy in room one half วัฒนธรรม

5:01

มีห้องเศษส่วน ทำให้ชายในห้องเศษหนึ่งส่วนสอง

always suspects he has less room than the guy in room one, สำนวน

5:04

มักจะสงสัยอยู่เสมอว่าเขามีพื้นที่น้อยกว่าชายในห้องหมายเลขหนึ่ง

วัฒนธรรม

fractional rooms: ห้องที่ใช้เศษส่วนเป็นหมายเลข

ในที่นี้ fractional rooms หมายถึงห้องที่มีหมายเลขเป็นเศษส่วน เช่น room one half หรือห้องหมายเลขหนึ่งส่วนสอง คำว่า fractional ขยายหมายเลขห้อง ไม่ได้บอกขนาดจริงของห้องหรือบอกว่าห้องไม่สมบูรณ์ โรงแรมในจินตนาการนี้เปลี่ยนแนวคิดทางคณิตศาสตร์ที่เป็นนามธรรมว่าเศษส่วนก็เป็นตัวเลข ให้กลายเป็นระบบหมายเลขห้องที่เห็นภาพได้ จึงช่วยให้จินตนาการถึงการใช้ตัวเลขชนิดต่าง ๆ เป็นป้ายกำกับได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

fractional rooms ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ห้องที่ใช้ได้เพียงบางช่วงของวัน
  2. ห้องที่มีหมายเลขเป็นเศษส่วน
  3. ห้องที่มีสภาพไม่สมบูรณ์
ดูคำตอบ

ห้องที่มีหมายเลขเป็นเศษส่วน

สำนวน

less room than: การเล่นคำด้วย room ในความหมายว่า “พื้นที่”

ใน less room than คำว่า room เป็นคำนามนับไม่ได้ หมายถึงพื้นที่ที่ใช้ได้ ส่วนใน room one half และ room one คำนี้เป็นคำนามนับได้ หมายถึงห้องพักในโรงแรมที่ระบุด้วยหมายเลข ประโยคนำสองความหมายมาไว้ใกล้กันเพื่อสร้างการเล่นคำ เศษส่วน one half จึงฟังดูเหมือนบอกปริมาณพื้นที่ ไม่ใช่แค่หมายเลขห้อง การเชื่อมโยงที่จงใจให้ผิดแต่น่าขำนี้ทำให้ผู้พักคิดว่าตนมีพื้นที่น้อยกว่า

แบบฝึกหัด

ทำไม less room than ในประโยคนี้จึงเป็นมุกตลก

  1. Room หมายถึงทั้งห้องพักในโรงแรมที่มีหมายเลขและพื้นที่ที่ใช้ได้
  2. ผู้พักกำลังเปรียบเทียบราคาของห้องสองห้อง
  3. คำว่า less เปลี่ยน one half ให้เป็นเลข one
ดูคำตอบ

Room หมายถึงทั้งห้องพักในโรงแรมที่มีหมายเลขและพื้นที่ที่ใช้ได้

square root rooms, like room radical two,

5:07

มีห้องสแควร์รูท เช่น ห้องรากที่สอง

and room pi, where the guests expect free dessert. สำนวน

5:10

และห้องพาย (pi) ซึ่งเป็นที่ที่แขกคาดหวังว่าจะได้กินขนมหวานพาย (pie) ฟรี

สำนวน

room pi ... free dessert: มุกคำพ้องเสียงภาษาอังกฤษ pi กับ pie

ใน room pi คำว่า pi เป็นชื่อของค่าคงที่ทางคณิตศาสตร์ π และถูกนำมาใช้เป็นชื่อห้องแบบขำ ๆ คำว่า free dessert ทำให้นึกถึง pie ซึ่งเป็นคำภาษาอังกฤษที่หมายถึงอาหารอบชนิดหนึ่งซึ่งอาจเป็นของหวาน และออกเสียงเหมือน pi ทุกประการ มุกนี้ใช้เสียงเดียวเชื่อมกับการสะกดและความหมายสองแบบ โดยคำว่า dessert ไม่ได้แปลว่า pi ในตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดบอกมุกในประโยคนี้ได้ถูกต้องที่สุด

  1. Pi หมายความว่าของหวานฟรี
  2. Pi และ pie ออกเสียงเหมือนกัน แต่คำหนึ่งเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ ส่วนอีกคำอาจหมายถึงของหวาน
  3. Room pi เป็นชื่อภาษาอังกฤษมาตรฐานของห้องอาหารในโรงแรม
ดูคำตอบ

Pi และ pie ออกเสียงเหมือนกัน แต่คำหนึ่งเกี่ยวกับคณิตศาสตร์ ส่วนอีกคำอาจหมายถึงของหวาน

What self-respecting night manager would ever want to work there, โน้ต

5:14

ผู้จัดการกะดึกที่มีความเคารพในตัวเองคนไหนล่ะจะอยากไปทำงานที่นั่น

even for an infinite salary? วลี

5:17

แม้ว่าจะมีเงินเดือนเป็นอนันต์ก็ตาม

การใช้คำ

self-respecting ใน What self-respecting ... would ...?

Self-respecting หมายถึงมีความเคารพตนเองมากพอที่จะรักษามาตรฐานพื้นฐานด้านศักดิ์ศรีหรือวิจารณญาณ ในประโยคนี้คำดังกล่าวขยาย night manager ในรูปแบบคำถามเชิงวาทศิลป์ What self-respecting ... would ...? ผู้พูดไม่ได้ถามหาบุคคลนั้นจริง ๆ คำถามสื่อว่าไม่มีคนที่มีมาตรฐานเหมาะสมในบทบาทนั้นจะเลือกทำเช่นนี้ คำนี้จึงเพิ่มน้ำเสียงวิจารณ์และพูดเกินจริง

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “มีมาตรฐานและศักดิ์ศรีที่เหมาะสม” ลงในคำถามเชิงวาทศิลป์: What ____ pilot would ignore a safety warning?

ดูคำตอบ

self-respecting

ไวยากรณ์

would ever want to ในคำถามเชิงวาทศิลป์

ในคำถามเชิงวาทศิลป์อย่าง What ... would ever want to ...? วลีนี้หมายถึง “ใครกันจะอยาก...” หรือ “จะมีใครอยาก...ได้อย่างไร” ever ทำให้การตั้งข้อสงสัยแรงขึ้นโดยครอบคลุมทุกกรณีที่พอจะนึกได้ ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต ผู้พูดไม่ได้คาดหวังคำตอบจริง ๆ คำถามนี้สื่ออย่างหนักแน่นว่า ผู้จัดการกะกลางคืนที่เคารพตัวเองคงไม่มีใครอยากทำงานที่นั่น

แบบฝึกหัด

ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า “Who would ever want to sleep in a wet tent?”

  1. ผู้พูดเชื่อว่าทุกคนอยากทำเช่นนั้น
  2. ผู้พูดสงสัยอย่างมากว่าจะมีใครอยากทำเช่นนั้น
  3. ผู้พูดกำลังถามชื่อคนที่อยากทำเช่นนั้นอย่างเป็นกลาง
ดูคำตอบ

ผู้พูดสงสัยอย่างมากว่าจะมีใครอยากทำเช่นนั้น

วลี

even for an ...: สิ่งจูงใจที่มากสุดขีดแต่ก็ยังไม่พอ

ในที่นี้ even for an infinite salary หมายถึง “แม้จะแลกกับเงินเดือนที่ไม่มีขีดจำกัดก็ตาม” รูปแบบ even for + นามวลี ใช้เสนอรางวัลหรือผลประโยชน์ที่ปกติแล้วน่าจะจูงใจได้มาก คำถามเชิงวาทศิลป์นี้บอกว่า แม้แต่รางวัลที่มากสุดขีดเช่นนั้นก็ยังไม่พอที่จะทำให้ผู้จัดการกะกลางคืนที่เคารพตัวเองยอมทำงานที่นั่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า แม้จะมีรางวัลก้อนโตมากก็ยังไม่เปลี่ยนการตัดสินใจ?

  1. I would enter that unsafe cave only for an enormous reward.
  2. I entered that unsafe cave because an enormous reward was offered.
  3. I would not enter that unsafe cave, even for an enormous reward.
ดูคำตอบ

I would not enter that unsafe cave, even for an enormous reward.

But over at Hilbert's infinite hotel,

5:18

แต่กลับมาที่โรงแรมอนันต์ของฮิลเบิร์ต

where there's never any vacancy and always room for more, สำนวน

5:21

ซึ่งไม่เคยมีห้องว่างและมีที่ว่างสำหรับผู้มาใหม่เสมอ

สำนวน

never any vacancy ... always room for more: ปฏิทรรศน์ที่จงใจสร้าง

ในบริบทของโรงแรม there's never any vacancy หมายถึงห้องทุกห้องมีผู้เข้าพัก ส่วน always room for more หมายถึงยังรับแขกเพิ่มได้ ในโรงแรมทั่วไปที่มีจำนวนห้องจำกัด ข้อความสองอย่างนี้ขัดแย้งกัน ประโยคนี้จงใจนำสองข้อความมาไว้ด้วยกันเพื่อสื่อถึงปฏิทรรศน์โรงแรมอนันต์ แม้ห้องที่มีหมายเลขทุกห้องจะเต็ม ก็ยังย้ายแขกเดิมเพื่อให้แขกใหม่เข้าพักได้ นอกจากนี้ยังเล่นกับความหมายของ room โดย vacancy หมายถึงห้องพักที่ว่าง ส่วน room ใน room for more เป็นคำนามนับไม่ได้ที่หมายถึงความจุหรือพื้นที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อปฏิทรรศน์แบบเดียวกับ never any vacancy and always room for more ได้ดีที่สุด

  1. มีห้องว่างหลายห้อง จึงสามารถรับแขกเพิ่มได้
  2. ห้องทุกห้องเต็ม แต่ยังสามารถรับแขกเพิ่มได้
  3. ห้องทุกห้องเต็ม โรงแรมจึงปฏิเสธแขกใหม่ทั้งหมด
ดูคำตอบ

ห้องทุกห้องเต็ม แต่ยังสามารถรับแขกเพิ่มได้

the scenarios faced by the ever-diligent and maybe too hospitable night manager

5:24

สถานการณ์ที่ต้องเผชิญโดยผู้จัดการกะดึกที่ขยันขันแข็งและอาจมีใจรักบริการมากเกินไปผู้นี้

serve to remind us of just how hard it is วลี

5:28

ทำหน้าที่ย้ำเตือนเราว่ามันยากเย็นเพียงใด

วลี

serve to remind us: การบอกผลหรือหน้าที่

ใน serve to remind us คำว่า serve หมายถึงมีหน้าที่หรือมีผลบางอย่าง ไม่ใช่ให้บริการ โครงสร้างคือ serve to + กริยารูปพื้นฐาน ดังนั้น serve to remind us จึงหมายถึงมีผลทำให้เรานึกขึ้นได้หรือเตือนเรา วลีนี้เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้าเข้ากับข้อสรุปที่ผู้พูดต้องการให้ผู้ฟังสังเกต ในที่นี้ สถานการณ์เหล่านั้นทำให้เราเห็นว่าเรื่องนี้ยากเพียงใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง serve to + กริยาที่หมายถึงมีผลเตือนเรา: These past mistakes ____ to check every detail.

ดูคำตอบ

serve to remind us

for our relatively finite minds สำนวน

5:31

สำหรับจิตใจที่ค่อนข้างมีจำกัดของเรา

to grasp a concept as large as infinity. วลี

5:33

ที่จะเข้าใจแนวคิดที่ยิ่งใหญ่อย่างอนันต์ได้

สำนวน

our relatively finite minds: ความเข้าใจที่จำกัดเทียบกับความอนันต์

ในที่นี้ our relatively finite minds หมายถึงความสามารถในการเข้าใจของมนุษย์มีขีดจำกัด คำว่า relatively ทำให้ข้อความไม่เด็ดขาดเกินไป กล่าวคือ ไม่ได้หมายความว่ามนุษย์คิดไม่เก่ง แต่หมายความว่าเมื่อเทียบกับสิ่งที่ไร้ขอบเขต ความสามารถของเรายังมีขีดจำกัด วลีนี้สร้างความเปรียบต่างเชิงวาทศิลป์กับ infinity โดยมองว่าความยากเกิดจากขีดจำกัดของจินตนาการและความเข้าใจของมนุษย์ ไม่ได้มองว่า infinity เป็นวัตถุที่มีขนาดใหญ่ทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

วลี our relatively finite minds ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วลีนี้บอกว่าความอนันต์เป็นวัตถุทางกายภาพที่มีขนาดใหญ่
  2. วลีนี้บอกว่าความคิดทุกอย่างของมนุษย์สามารถนับได้อย่างแม่นยำ
  3. วลีนี้เปรียบเทียบความเข้าใจที่จำกัดของมนุษย์กับแนวคิดเรื่องความอนันต์ที่ไร้ขอบเขต
ดูคำตอบ

วลีนี้เปรียบเทียบความเข้าใจที่จำกัดของมนุษย์กับแนวคิดเรื่องความอนันต์ที่ไร้ขอบเขต

วลี

grasp a concept: เข้าใจแนวคิดอย่างชัดเจน

ใน grasp a concept คำว่า grasp หมายถึงการเข้าใจความคิด ไม่ใช่การใช้มือจับสิ่งของ ความหมายทางกายภาพของคำว่า “จับ” กลายเป็นคำเปรียบเทียบถึงการเข้าใจแนวคิดนามธรรมในใจ ในโครงสร้างนี้ grasp ตามด้วยกรรมโดยตรง เช่น grasp a concept, grasp the idea หรือ grasp the meaning โดยไม่ใส่ to หลัง grasp คำนี้มักสื่อว่าเข้าใจประเด็นสำคัญ ไม่ใช่เพียงจำคำได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “เข้าใจความคิด”: The model helped Mia ____ of gravity.

ดูคำตอบ

grasp the concept

Maybe you can help tackle these problems after a good night's sleep, วลี

5:37

บางทีคุณอาจจะช่วยจัดการกับปัญหาเหล่านี้ได้หลังจากนอนหลับพักผ่อนอย่างเต็มอิ่ม

วลี

tackle these problems: เริ่มลงมือจัดการความยากลำบากอย่างจริงจัง

ในประโยคนี้ tackle these problems หมายถึงเริ่มลงมือจัดการปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง คำว่า tackle มองสิ่งเหล่านี้ว่าเป็นความยากลำบากที่ต้องใช้ความพยายามและการลงมือทำ แต่ไม่ได้รับประกันว่าจะแก้สำเร็จ โครงสร้างที่ใช้ได้บ่อยคือ tackle + problem, issue, challenge หรือ task โดยเน้นการเผชิญหน้ากับสิ่งนั้นและเริ่มลงมือทำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงความแตกต่างระหว่าง tackle กับ solve ได้ถูกต้อง

  1. To tackle a problem always means to solve it completely.
  2. We have started to tackle the problem, but we have not solved it yet.
  3. We solved the problem before we began working on it.
ดูคำตอบ

We have started to tackle the problem, but we have not solved it yet.

but honestly, we might need you to change rooms at 2:00 a.m. โน้ต

5:40

แต่พูดตามตรงเลยนะ เราอาจจำเป็นต้องให้คุณเปลี่ยนห้องตอนตี 2

น้ำเสียง/เจตนา

but honestly: เปลี่ยนเข้าสู่คำพูดที่ตรงไปตรงมา

but honestly เป็นคำที่ช่วยบอกทิศทางของบทสนทนา โดย but แสดงการเปลี่ยนจากความคิดก่อนหน้า ส่วน honestly บอกผู้ฟังว่ากำลังจะมีความคิดเห็นหรือคำบอกเล่าที่ตรงไปตรงมามากขึ้น ในที่นี้ ผู้พูดเปลี่ยนจากคำแนะนำที่ทำให้สบายใจไปสู่ความเป็นไปได้ที่น่าลำบากว่าจะต้องย้ายห้องตอนตีสอง ทำให้การหักมุมดูขบขัน คำว่า honestly ไม่ได้หมายความว่าคำพูดก่อนหน้านั้นเป็นเรื่องโกหก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ but honestly เพื่อเปลี่ยนจากคำชมเชิงบวกไปสู่ข้อกังวลที่พูดตรงไปตรงมา

  1. The poster is honest because it uses bright colors.
  2. The poster looks colorful, but honestly, the words are hard to read.
  3. But honestly is the title of our new poster.
ดูคำตอบ

The poster looks colorful, but honestly, the words are hard to read.

น้ำเสียง/เจตนา

might need you to: บอกข้อกำหนดที่อาจเกิดขึ้นอย่างนุ่มนวล

โครงสร้าง might need + บุคคล + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าผู้พูดอาจจำเป็นต้องให้บุคคลนั้นทำบางอย่าง ในที่นี้เป็นการแจ้งล่วงหน้าว่าผู้ฟังอาจต้องย้ายห้อง might ทำให้ข้อกำหนดฟังดูไม่แน่นอนและไม่ตรงเท่า We need you to... จึงช่วยให้ข้อความนุ่มนวลขึ้น แต่ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่าผู้ฟังจะเลือกไม่ทำก็ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำที่ใช้บอกข้อกำหนดที่เป็นไปได้อย่างนุ่มนวล: We ____ arrive ten minutes early tomorrow.

ดูคำตอบ

might need you to

วลี

change rooms at 2:00 a.m.: ย้ายห้องในเวลาที่กำหนด

Change rooms หมายถึงออกจากห้องที่กำลังใช้อยู่แล้วย้ายไปอีกห้องหนึ่ง ในบริบทของโรงแรมและหอพัก ภาษาอังกฤษมักใช้ rooms รูปพหูพจน์ในสำนวนนี้ At 2:00 a.m. ระบุเวลาที่แน่นอนของการย้ายห้อง คือเวลาตีสองหลังเที่ยงคืน เนื่องจากเป็นเวลาที่ไม่สะดวกมาก คำขอให้ย้ายห้องจึงฟังดูรบกวนเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนโรงแรมที่เป็นธรรมชาติและคำบุพบทสำหรับเวลาที่แน่นอน: The hotel asked us to change ____ ____ 10:00 a.m.

ดูคำตอบ

rooms · at