จิตวิทยาเบื้องหลังการตัดสินใจที่ไร้เหตุผล - Sara Garofalo: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
612 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: โจทย์เลือกในเกมโชว์และการทดลองเรื่องความน่าจะเป็นสองกรณีแสดงให้เห็นว่า การหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ความผิดพลาดแบบสันธาน และผลจากการยึดติดกับข้อมูลตั้งต้น ทำให้สัญชาตญาณขัดกับตรรกะได้อย่างไร วิดีโออธิบายว่าฮิวริสติกเคยช่วยให้มนุษย์อยู่รอด แต่ควรถูกตรวจสอบอย่างมีสติเมื่อต้องตัดสินใจเรื่องซับซ้อนในปัจจุบัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Let's say — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้ว่าวลีนี้ชวนผู้ฟังให้ยอมรับสถานการณ์สมมติก่อน เพื่อให้ผู้พูดต่อยอดเป็นตัวอย่างหรือข้อโต้แย้งได้ คุณจะจำได้ว่าเป็นเครื่องมือเปิดฉากในการอธิบาย ไม่ใช่คำชวนให้ “พูด” ตามความหมายตรงตัว 2. cognitive bias — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำสำคัญทางจิตวิทยาและการคิดเชิงวิพากษ์ ซึ่งหมายถึงแนวโน้มอย่างเป็นระบบที่ทำให้การตัดสินเบี่ยงจากการวิเคราะห์อย่างมีเหตุผล จึงใช้กล่าวถึงรูปแบบซ้ำ ๆ เช่น การหลีกเลี่ยงความสูญเสีย ความผิดพลาดแบบสันธาน และการยึดติดกับข้อมูลตั้งต้น ไม่ใช่ความผิดพลาดครั้งเดียว 3. shut off our brains' heuristics, — กริยาวลี: สังเกตว่า shut off ขยายจากการปิดเครื่องจักรมาใช้เชิงเปรียบเทียบกับการหยุดกลไกทางความคิดได้ จึงเข้าใจว่ามนุษย์ปิดฮิวริสติกไม่ได้ง่าย ๆ แต่สามารถตระหนักถึงอิทธิพลของมันและทบทวนคำตอบจากสัญชาตญาณก่อนตัดสินใจเกี่ยวกับตัวเลขหรือความน่าจะเป็นได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Let's say you're on a game show. โน้ต

0:06

สมมติว่าคุณอยู่ในรายการเกมโชว์

ลำดับความ

Let's say: ใช้เปิดสถานการณ์สมมติ

ในที่นี้ Let's say ใช้ตั้งสถานการณ์สมมติเพื่อให้ผู้ฟังยอมรับสถานการณ์นั้นชั่วคราวและนึกตามตัวอย่างได้ ไม่ได้เป็นการขอให้ผู้ฟังพูดอะไรออกมาจริง ๆ โครงสร้างที่ใช้บ่อยคือ Let's say + ประโยคสมบูรณ์ ผู้พูดจะตั้งสถานการณ์ก่อน แล้วจึงถาม อธิบาย หรือให้เหตุผลต่อจากสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

Let's say ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. รายงานสถานการณ์ที่เกิดขึ้นแน่นอนแล้ว
  2. ตั้งสถานการณ์สมมติสำหรับตัวอย่าง
  3. ขอให้ผู้ฟังพูดบางคำซ้ำ
ดูคำตอบ

ตั้งสถานการณ์สมมติสำหรับตัวอย่าง

วัฒนธรรม

game show: รายการแข่งขันทางโทรทัศน์ที่มีกติกาและรางวัล

game show คือรายการแข่งขันทางโทรทัศน์ที่ผู้เข้าแข่งขันตอบคำถาม ทำภารกิจ หรือเล่นเกมตามกติกาที่กำหนด โดยปกติจะแข่งขันเพื่อชิงรางวัล ในที่นี้ be on a game show หมายถึงเข้าร่วมรายการในฐานะผู้แข่งขัน ไม่ใช่ดูการแสดงหรือนิทรรศการ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดตรงกับความหมายของ game show มากที่สุด

  1. นักแสดงแสดงเรื่องแต่งบนเวทีละคร
  2. ผู้เข้าแข่งขันทำตามกติกาและแข่งขันกันทางโทรทัศน์เพื่อชิงรางวัล
  3. ร้านค้านำวิดีโอเกมใหม่มาจัดแสดงไว้ที่หน้าร้าน
ดูคำตอบ

ผู้เข้าแข่งขันทำตามกติกาและแข่งขันกันทางโทรทัศน์เพื่อชิงรางวัล

You've already earned $1,000 in the first round ไวยากรณ์

0:08

คุณทำเงินได้แล้ว 1,000 ดอลลาร์ในรอบแรก

when you land on the bonus space. การใช้คำ

0:12

ตอนที่คุณตกในช่องโบนัส

ไวยากรณ์

You've already earned: ผลลัพธ์ที่เสร็จแล้วและสำคัญในตอนนี้

You've เป็นรูปย่อของ you have โครงสร้าง have + earned เป็น present perfect และ already มักอยู่ระหว่างกริยาช่วยกับ past participle ในประโยคนี้ ผู้พูดมองเงิน 1,000 ดอลลาร์ว่าเป็นผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้วและเป็นส่วนหนึ่งของสถานการณ์ปัจจุบัน รอบแรกอาจจบแล้ว แต่เกมและการตัดสินใจยังดำเนินอยู่ จุดสำคัญไม่ใช่แค่ว่าเคยได้เงินในอดีต แต่คือได้เงินนั้นมาแล้วก่อนจะเลือกขั้นต่อไป

แบบฝึกหัด

ใช้ earn ในรูป present perfect และวาง already ในตำแหน่งกลางตามปกติเพื่อเติมประโยค: You ____ enough points to enter the final round.

ดูคำตอบ

have already earned

การใช้คำ

land on the bonus space: เดินไปสิ้นสุดที่ช่องในเกม

ในเกมกระดานหรือเกมที่คล้ายกัน land on หมายถึงตัวหมากหรือผู้เล่นเคลื่อนที่แล้วไปหยุดที่ช่องหนึ่ง ส่วน bonus space คือช่องที่ให้รางวัลเพิ่มเติม ดังนั้น land on the bonus space จึงบอกผลของการเดินในเกม ไม่ได้หมายถึงเครื่องบินลงจอด รูปแบบนี้ใช้ land on ตามด้วยช่อง สี หรือตัวเลขได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ land on ในความหมายว่าตัวหมากเดินไปสิ้นสุดที่ช่องหนึ่ง?

  1. The plane lands on the runway before sunset.
  2. Place the bonus card next to the game board.
  3. Your token lands on the bonus space, so take an extra card.
ดูคำตอบ

Your token lands on the bonus space, so take an extra card.

Now you have a choice.

0:14

ตอนนี้คุณมีทางเลือก

You can either take a $500 bonus guaranteed ไวยากรณ์

0:16

คุณสามารถรับโบนัสการันตี 500 ดอลลาร์

ไวยากรณ์

a $500 bonus guaranteed: guaranteed ที่อยู่หลังวลีนาม

ในที่นี้ guaranteed อยู่หลังวลีนาม a $500 bonus และขยายความโบนัสนั้น หมายความว่าจะได้รับเงิน 500 ดอลลาร์แน่นอน ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชค และไม่ได้เป็นการกระทำอีกอย่างที่แปลว่าให้ไปรับประกันโบนัส นี่คือการวางคำคุณศัพท์หลังคำนาม หรือการใช้แบบ postpositive ซึ่งฟังเหมือนเป็นคำยืนยันที่เติมเข้ามาในภาษาพูด ลำดับคำที่เป็นกลางและพบบ่อยกว่าคือ a guaranteed $500 bonus ส่วนรูปที่เป็นอนุประโยคเต็มคือ the $500 bonus is guaranteed.

แบบฝึกหัด

ในประโยค The winner gets a $100 payment guaranteed คำว่า guaranteed ทำหน้าที่อะไร?

  1. คำนี้บอกให้ผู้ชนะให้คำสัญญา
  2. คำนี้บอกว่าเงินก้อนนั้นจะได้รับอย่างแน่นอน
  3. คำนี้นำเสนอรางวัลชิ้นที่สอง
ดูคำตอบ

คำนี้บอกว่าเงินก้อนนั้นจะได้รับอย่างแน่นอน

or you can flip a coin. วลี

0:20

หรือคุณสามารถโยนเหรียญ

ไวยากรณ์

can either ... or ... สำหรับเสนอทางเลือกสองทาง

โครงสร้างคู่ either ... or ... ใช้เสนอทางเลือกสองทาง ในประโยคนี้ ทางเลือกแรกคือรับโบนัส 500 ดอลลาร์ที่ได้แน่นอน และทางเลือกที่สองคือโยนเหรียญ ในการตัดสินใจนี้ต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่ได้เสนอให้ทำทั้งสองอย่าง either บอกจุดเริ่มต้นของทางเลือกแรก และ or นำเข้าสู่ทางเลือกที่สอง ให้เข้าใจ either ... or ... เป็นกรอบการเลือกชุดเดียว ไม่ใช่แปล either แยกออกมาว่า ด้วย เช่นกัน ผู้พูดใช้ you can ซ้ำหลัง or ซึ่งเป็นธรรมชาติในการสนทนา รูปที่สั้นและขนานกันมากกว่าคือ You can either take the bonus or flip a coin.

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างการเลือก either ... or ... ให้สมบูรณ์: At the activity desk, you have two choices: You can ____ join the art class ____ play soccer.

ดูคำตอบ

either · or

วลี

flip a coin: ใช้การสุ่มเพื่อตัดสิน

flip a coin เป็นสำนวนตายตัว หมายถึงการโยนเหรียญแล้วใช้ผลว่าออกหัวหรือก้อยเพื่อเลือกผลลัพธ์หนึ่ง ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวเสนอวิธีตัดสินแบบสุ่ม โดยหมายถึงวิธีตัดสินด้วยเหรียญทั้งหมด ไม่ใช่เพียงการพลิกเหรียญกลับด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึงการใช้เหรียญเพื่อตัดสินแบบสุ่ม: Let's ____ to decide who goes first.

ดูคำตอบ

flip a coin

If it's heads, โน้ต

0:22

ถ้าออกหัว

you win $1,000 bonus.

0:23

คุณจะได้รับโบนัส 1,000 ดอลลาร์

If it's tails,

0:25

ถ้าออกก้อย

you get no bonus at all. ไวยากรณ์

0:26

คุณจะไม่ได้รับโบนัสเลย

ไวยากรณ์

If it's heads ... If it's tails: จับคู่เงื่อนไขกับผลลัพธ์

If it's heads และ If it's tails เป็นอนุประโยคเงื่อนไข if สองส่วนที่วางขนานกัน คำว่า heads และ tails เรียกผลสองด้านที่เป็นไปได้จากการโยนเหรียญ ส่วนประโยคหลักหลังแต่ละเงื่อนไขจะบอกผลที่ตามมา การใช้รูปแบบ If it's ... ซ้ำกันช่วยแยกกฎทั้งสองข้อและทำให้เปรียบเทียบได้ง่าย รูปแบบนี้ยังใช้จัดคู่ทางเลือกอื่นได้ด้วย: If + เงื่อนไข, ผลลัพธ์; if + อีกเงื่อนไข, อีกผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดใช้เงื่อนไข if สองส่วนที่วางขนานกันอย่างชัดเจน เพื่อกำหนดผลลัพธ์ที่ต่างกันให้เหรียญแต่ละด้าน

  1. If it's heads, Mia and Leo start.
  2. Mia starts first, and Leo starts second.
  3. If it's heads, Mia starts. If it's tails, Leo starts.
ดูคำตอบ

If it's heads, Mia starts. If it's tails, Leo starts.

การใช้คำ

heads ... tails: เหรียญสองด้าน

ในการโยนเหรียญ heads หมายถึงด้านที่มีศีรษะบุคคล ภาพบุคคล หรือลวดลายหลัก ส่วน tails หมายถึงด้านตรงข้าม ในประโยคนี้ อนุประโยค if สองส่วนแสดงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองแบบและรางวัลของแต่ละแบบ คำทั้งสองเป็นรูปคำตายตัวที่ใช้ในการโยนเหรียญ แม้จะลงท้ายด้วย -s ใช้พูดว่า “It's heads,” “It's tails,” หรือ “Heads or tails?” ในบริบทนี้อย่าแปลเป็นอวัยวะร่างกายตามความหมายทั่วไป

แบบฝึกหัด

เติมคำถามมาตรฐานสำหรับการโยนเหรียญให้สมบูรณ์: “____ or ____?”

ดูคำตอบ

Heads · tails

ไวยากรณ์

no bonus at all: การเน้นความหมายปฏิเสธ

at all วางหลังวลีปฏิเสธ no bonus เพื่อทำให้ความหมายปฏิเสธหนักแน่นขึ้น ประโยคนี้หมายความว่าจำนวนโบนัสเป็นศูนย์ หรือไม่ได้โบนัสเลยแม้แต่น้อย โครงสร้างที่พบบ่อยคือ “คำปฏิเสธ + at all” เช่น no help at all และ I don't understand at all ในการใช้นี้ at all ไม่ได้หมายถึงทุกสถานที่หรือทุกสิ่ง แต่เน้นว่าไม่มีแม้แต่ปริมาณหรือระดับที่น้อยที่สุด

แบบฝึกหัด

ความหมายใดใกล้เคียงกับ “You get no bonus at all” มากที่สุด

  1. คุณได้รับโบนัสเล็กน้อย
  2. คุณจะได้รับโบนัสภายหลัง
  3. คุณไม่ได้รับโบนัสเลย
ดูคำตอบ

คุณไม่ได้รับโบนัสเลย

In the second round,

0:29

ในรอบที่สอง

you've earned $2,000 when you land on the penalty space. การใช้คำ

0:30

คุณทำเงินได้ 2,000 ดอลลาร์เมื่อคุณตกในช่องลงโทษ

การใช้คำ

penalty space: ช่องเกมที่ทำให้เกิดผลเสีย

ในประโยคนี้ penalty space หมายถึงช่องที่ทำเครื่องหมายไว้บนกระดานเกม ซึ่งทำให้ผู้เล่นได้รับผลเสียเมื่อตกลงบนช่องนั้น เช่น เสียเงิน เสียคะแนน หรือเสียหนึ่งตา penalty บอกถึงผลเสียที่เกิดขึ้นตามกฎ ไม่ได้จำกัดความหมายอยู่แค่การยิงลูกโทษหรือการลงโทษในกีฬาเท่านั้น ในเกมตัดสินใจนี้ penalty space เป็นชื่อของตำแหน่งที่ให้ผลเสีย ส่วนผลทางการเงินที่แน่นอนจะระบุไว้ในกฎที่เกี่ยวข้อง คำนาม penalty ขยายคำว่า space เพื่อบอกว่าเป็นช่องเกมประเภทใด

แบบฝึกหัด

ในคำอธิบายกติกาเกมกระดาน penalty space น่าจะหมายถึงอะไรที่สุด

  1. ช่องที่ให้รางวัลพิเศษแก่ผู้เล่นเสมอ
  2. ช่องที่ทำให้เกิดผลเสียตามกฎ
  3. บริเวณที่ผู้ชมนั่งระหว่างการแข่งขันกีฬา
ดูคำตอบ

ช่องที่ทำให้เกิดผลเสียตามกฎ

Now you have another choice.

0:34

ตอนนี้คุณมีอีกหนึ่งทางเลือก

You can either take a $500 loss วลี

0:36

คุณสามารถยอมเสียเงิน 500 ดอลลาร์

วลี

take a $500 loss: ยอมรับหรือแบกรับการขาดทุน 500 ดอลลาร์

take a loss เป็นการใช้คำกริยาคู่กับคำนามที่พบได้ทั่วไป หมายถึงประสบ ยอมรับ หรือแบกรับความสูญเสีย ใน take a $500 loss จำนวนเงินดอลลาร์ขยายคำว่า loss และบอกขนาดของความสูญเสีย ส่วน take ไม่ได้หมายถึงการหยิบสิ่งของขึ้นมา ในตัวเลือกนี้ วลีดังกล่าวนำเสนอการขาดทุน 500 ดอลลาร์ว่าเป็นต้นทุนที่แน่นอนและสามารถยอมรับได้ แทนที่จะเสี่ยงต่อความเสียหายที่มากกว่าแต่ไม่แน่นอนต่อไป รูปแบบเดียวกันใช้กับจำนวนเงินหรือคำคุณศัพท์อื่นได้ เช่น take a small loss และ take a major loss

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีตายตัวจากบทเรียนที่หมายถึง “ยอมรับการขาดทุนทางการเงิน”: To avoid bigger costs later, the store decided to ____ on the damaged goods.

ดูคำตอบ

take a loss

or try your luck at the coin flip. สำนวน

0:39

หรือลองเสี่ยงดวงกับการโยนเหรียญ

สำนวน

try your luck at the coin flip: เสี่ยงโชคกับการโยนเหรียญ

try your luck หมายถึงการลองทำบางอย่างเมื่อผลลัพธ์ไม่แน่นอนและขึ้นอยู่กับโชคส่วนหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการทดสอบตามตัวอักษรว่าตัวเองโชคดีแค่ไหน at the coin flip ระบุว่าเหตุการณ์ที่ขึ้นอยู่กับโชคคือการโยนเหรียญ โครงสร้าง try one's luck at + คำนามหรือรูป -ing แสดงว่าคนหนึ่งลองทำสิ่งที่ผลไม่แน่นอน โดยหวังว่าผลจะเข้าข้างตนเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง try one's luck: Nina wants a chance-based prize, so she will ____ the raffle.

ดูคำตอบ

try her luck at

If it's heads,

0:42

ถ้าออกหัว

you lose nothing.

0:43

คุณจะไม่เสียอะไรเลย

But if it's tails, ไวยากรณ์

0:44

แต่ถ้าออกก้อย

you lose $1,000 instead.

0:45

คุณจะเสียเงิน 1,000 ดอลลาร์แทน

ไวยากรณ์

But if it's tails, ... instead: เงื่อนไขอีกแบบและผลที่มาแทน

But แสดงการเปลี่ยนจากกรณีก่อนหน้าไปสู่อีกกรณีหนึ่ง if it's tails ให้เงื่อนไขอีกแบบ และ you lose $1,000 บอกผลที่เกิดจากเงื่อนไขนั้น instead หมายความว่าผลนี้เข้ามาแทนผลที่อธิบายไว้ก่อนหน้า รูปแบบ But if + เงื่อนไขอีกแบบ, + ผลที่มาแทน + instead ใช้อธิบายสองทางเลือกของกฎหรือแผนได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ But if ... instead ได้ถูกต้องเพื่อแสดงเงื่อนไขอีกแบบและผลที่มาแทน?

  1. But instead the bus is late, we'll walking.
  2. But if the bus is late instead of, we'll walk.
  3. But if the bus is late, we'll walk instead.
ดูคำตอบ

But if the bus is late, we'll walk instead.

If you're like most people, น้ำเสียง/เจตนา

0:48

ถ้าคุณเป็นเหมือนคนส่วนใหญ่

you probably chose to take the guaranteed bonus in the first round

0:50

คุณอาจเลือกที่จะรับโบนัสการันตีในรอบแรก

and flip the coin in the second round.

0:54

และเลือกโยนเหรียญในรอบที่สอง

น้ำเสียง/เจตนา

If you're like most people: การกล่าวถึงแนวโน้มทั่วไปอย่างนุ่มนวล

If you're like most people นำปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมีไปอยู่ในรูปแบบที่พบได้ทั่วไป ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวใช้ร่วมกับ probably เพื่อคาดเดาทางเลือกที่คนมักเลือก โดยไม่ได้ยืนยันว่าทุกคนเลือกแบบเดียวกัน การพูดแบบนี้ยังชวนให้ผู้ฟังเปรียบเทียบปฏิกิริยาของตนกับแนวโน้มของคนทั่วไป เป็นการเกริ่นอย่างนุ่มนวล ไม่ใช่การตัดสินหรือติดป้ายให้ผู้ฟังเป็นรายบุคคล

แบบฝึกหัด

“If you're like most people” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้

  1. วลีนี้พิสูจน์ว่าทางเลือกที่คนมักเลือกนั้นมีเหตุผล
  2. วลีนี้ติดป้ายว่าผู้ฟังเป็นคนประเภทหนึ่งโดยเฉพาะ
  3. วลีนี้บอกว่าทางเลือกดังกล่าวเป็นแนวโน้มที่พบได้ทั่วไป โดยไม่ได้บอกว่าทุกคนเลือกแบบนั้น
ดูคำตอบ

วลีนี้บอกว่าทางเลือกดังกล่าวเป็นแนวโน้มที่พบได้ทั่วไป โดยไม่ได้บอกว่าทุกคนเลือกแบบนั้น

But if you think about it, ลำดับความ

0:57

แต่ถ้าคุณลองคิดดู

this makes no sense. วลี

0:58

มันไม่มีเหตุผลเลย

ลำดับความ

But if you think about it: เปลี่ยนไปสู่การวิเคราะห์อย่างละเอียดขึ้น

But แสดงความขัดแย้งกับทางเลือกตามสัญชาตญาณที่เพิ่งกล่าวถึง ส่วน If you think about it ขอให้ผู้ฟังหยุดและพิจารณาทางเลือกนั้นใหม่ ก่อนจะได้ยินข้อสรุปว่า this makes no sense คำเหล่านี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลร่วมกัน โดยเริ่มจากสิ่งที่รู้สึกว่าเป็นธรรมชาติ แล้วเปลี่ยนไปสู่การวิเคราะห์อย่างละเอียดขึ้นเพื่อโต้แย้งสิ่งนั้น ในที่นี้ think about it ไม่ได้หมายถึงการคิดตามตัวอักษรเท่านั้น แต่เป็นสัญญาณเตรียมให้รู้ว่ามุมมองกำลังจะเปลี่ยนไป

แบบฝึกหัด

“But if you think about it” ส่งสัญญาณการเปลี่ยนทิศทางของเนื้อหาแบบใด

  1. การเปลี่ยนจากปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณไปสู่การวิเคราะห์อย่างละเอียดขึ้น
  2. คำขอให้จำตัวอย่างก่อนหน้า
  3. บทสรุปสุดท้ายที่ปิดหัวข้อ
ดูคำตอบ

การเปลี่ยนจากปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณไปสู่การวิเคราะห์อย่างละเอียดขึ้น

วลี

makes no sense: บอกว่าบางสิ่งไม่สมเหตุสมผล

ในประโยคนี้ makes no sense หมายถึง “ไม่สมเหตุสมผลหรือเข้าใจไม่ได้” ประธาน this ชี้ไปที่ความคิดหรือทางเลือกที่เพิ่งพูดถึง ดังนั้นผู้พูดกำลังประเมินความคิดนั้น ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่ามีใครกำลัง “สร้าง” บางสิ่ง make sense เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึง “เข้าใจได้หรือสมเหตุสมผล” เมื่อประธานเอกพจน์อยู่ใน present tense คำว่า make จะเปลี่ยนเป็น makes และเมื่อเติม no ก็จะมีความหมายปฏิเสธ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ไม่สมเหตุสมผล”: The rule contradicts itself, so it ____.

ดูคำตอบ

makes no sense

The odds and outcomes in both rounds การใช้คำ

1:00

ความน่าจะเป็นและผลลัพธ์ในทั้งสองรอบ

are exactly the same.

1:02

เหมือนกันทุกประการ

การใช้คำ

The odds and outcomes: โอกาสเกิดและผลลัพธ์ที่เป็นไปได้

ในที่นี้ odds หมายถึงโอกาสที่เหตุการณ์ใดเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้น ส่วน outcomes หมายถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ดังนั้น The odds and outcomes จึงครอบคลุมสองส่วนของทางเลือกที่มีความเสี่ยง คือแต่ละผลลัพธ์มีโอกาสเกิดขึ้นมากเพียงใด และผลลัพธ์นั้นคืออะไร ประโยคนี้เปรียบเทียบทั้งสองรอบในสองด้านดังกล่าว ในภาษาอังกฤษที่ใช้พูดเรื่องความน่าจะเป็นทั่วไป odds มักอยู่ในรูปพหูพจน์ ส่วน outcomes เป็นพหูพจน์ในที่นี้เพราะกำลังพิจารณาผลลัพธ์ที่เป็นไปได้หลายอย่าง

แบบฝึกหัด

ข้อความใดแยกความหมายของ odds และ outcomes ได้ถูกต้อง

  1. odds บอกว่าบางสิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากเพียงใด ส่วน outcomes บอกว่าอะไรอาจเกิดขึ้นได้
  2. odds ระบุผลลัพธ์ ส่วน outcomes บอกว่าผลลัพธ์เหล่านั้นมีโอกาสเกิดขึ้นมากเพียงใด
  3. odds บอกว่าเหตุใดบางสิ่งจึงเกิดขึ้น ส่วน outcomes บอกว่าใครเป็นผู้เลือก
ดูคำตอบ

odds บอกว่าบางสิ่งมีโอกาสเกิดขึ้นมากเพียงใด ส่วน outcomes บอกว่าอะไรอาจเกิดขึ้นได้

So why does the second round seem much scarier? ลำดับความ

1:04

แล้วทำไมรอบที่สองถึงดูน่ากลัวกว่ามาก?

ลำดับความ

So why ...?: ตั้งคำถามหลักเพื่อนำเข้าสู่คำอธิบาย

ในที่นี้ So เชื่อมคำถามเข้ากับผลที่เพิ่งกล่าวไป กล่าวคือ ถ้าทั้งสองรอบมีโอกาสและผลลัพธ์เหมือนกัน ทำไมรอบที่สองจึงดูน่ากลัวกว่า คำถามนี้เปลี่ยนความขัดแย้งดังกล่าวให้เป็นประเด็นหลักที่คำอธิบายต่อไปจะตอบ ในการพูดอธิบาย So why ...? มักใช้เพื่อเชื่อมไปสู่ประเด็นถัดไปและดึงความสนใจ ผู้พูดอาจกำลังปูทางไปสู่คำตอบของตนเอง ไม่ได้เพียงถามข้อมูลจากผู้ฟังเท่านั้น

แบบฝึกหัด

คำถาม “So why does the second round seem much scarier?” ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบายนี้?

  1. เปลี่ยนผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้าให้เป็นคำถามหลักสำหรับคำอธิบายถัดไป
  2. แสดงว่าคำอธิบายจบลงแล้ว
  3. เปลี่ยนไปพูดเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

เปลี่ยนผลที่กล่าวไว้ก่อนหน้าให้เป็นคำถามหลักสำหรับคำอธิบายถัดไป

The answer lies in a phenomenon known as loss aversion. โน้ต

1:08

คำตอบอยู่ในปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การหลีกเลี่ยงความสูญเสีย (loss aversion)

วลี

The answer lies in ...: ชี้ว่าคำอธิบายสำคัญอยู่ที่ใด

The answer lies in ... หมายความว่า คำตอบหรือคำอธิบายสำคัญอยู่ในสิ่งที่กล่าวต่อจากนั้น ในประโยคนี้ สำนวนดังกล่าวชี้ว่า loss aversion เป็นแนวคิดที่อธิบายความรู้สึกที่แตกต่างกัน ส่วน lies in ไม่ได้หมายถึงการที่สิ่งหนึ่งนอนอยู่ข้างในอีกสิ่งหนึ่งจริง ๆ โครงสร้างคือ The answer lies in + คำนาม กลุ่มคำนาม หรือกลุ่มคำที่ใช้ -ing โครงสร้างนี้ช่วยเปลี่ยนจากคำถามไปสู่ปัจจัยที่ใช้อธิบายได้อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตายตัวที่หมายถึง “คำตอบอยู่ที่”: Why is the service slow? The answer ____ outdated equipment.

ดูคำตอบ

lies in

วลี

known as: ใช้บอกชื่อเรียก

ใน known as loss aversion คำว่า known as หมายถึง “ถูกเรียกว่า” หรือ “มีชื่อว่า” วลีนี้อยู่หลัง phenomenon และบอกชื่อของปรากฏการณ์นั้น ในทางไวยากรณ์ known as loss aversion เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อมาจาก a phenomenon that is known as loss aversion โครงสร้างสั้นแบบนี้ใช้บ่อยเมื่อต้องการแนะนำคำศัพท์หรือชื่อเรียก

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่แปลว่า “ถูกเรียกว่า” ลงในประโยค: Scientists study a pattern ____ the halo effect.

ดูคำตอบ

known as

การใช้คำ

loss aversion: ความสูญเสียรู้สึกหนักกว่าผลกำไรที่เท่ากัน

การหลีกเลี่ยงความสูญเสียคือแนวโน้มที่ความสูญเสียมีผลทางจิตใจรุนแรงกว่าผลกำไรที่มีขนาดเท่ากัน ตัวอย่างเช่น การเสียเงิน 20 ดอลลาร์อาจทำให้รู้สึกแย่มากกว่าความรู้สึกดีที่ได้ 20 ดอลลาร์ แนวคิดนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงการไม่ชอบสูญเสีย แต่หมายถึงความไม่สมดุลที่คาดเดาได้และมีผลต่อการตัดสินใจ เช่น การเก็บบางสิ่งไว้เพียงเพราะต้องการหลีกเลี่ยงความรู้สึกว่าต้องเสียสิ่งนั้นไป

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดง loss aversion ได้ดีที่สุด

  1. แซมรู้สึกเสียใจที่เสียเงิน 20 ดอลลาร์มากกว่าความดีใจเมื่อพบเงิน 20 ดอลลาร์
  2. แซมคิดว่าความสูญเสียทุกครั้งมีขนาดเป็นสองเท่าของผลกำไรทุกครั้งอย่างแน่นอน
  3. แซมเลือกตัวเลือกที่อาจให้รางวัลสูงที่สุดเสมอ
ดูคำตอบ

แซมรู้สึกเสียใจที่เสียเงิน 20 ดอลลาร์มากกว่าความดีใจเมื่อพบเงิน 20 ดอลลาร์

Under rational economic theory, ลำดับความ

1:13

ภายใต้ทฤษฎีเศรษฐศาสตร์แบบมีเหตุผล

ลำดับความ

Under rational economic theory, ในฐานะวลีบอกกรอบทฤษฎี

Under rational economic theory หมายถึง “ตามสมมติฐานของทฤษฎีเศรษฐศาสตร์เชิงเหตุผล” ในที่นี้ under ไม่ได้บอกตำแหน่งทางกายภาพ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะกำหนดกรอบให้กับเนื้อหาที่ตามมา โดยบอกว่าข้อความถัดไปเป็นการคาดการณ์ตามทฤษฎี ไม่จำเป็นต้องเป็นคำอธิบายว่าคนในชีวิตจริงจะทำเช่นนั้นเสมอ

แบบฝึกหัด

วลีต้นประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร: “Under this theory, the model predicts lower demand” ?

  1. การคาดการณ์เป็นไปตามสมมติฐานของทฤษฎี
  2. แบบจำลองอยู่ข้างใต้ทฤษฎีในทางกายภาพ
  3. ผู้พูดกำลังถามว่าใครเป็นผู้สร้างทฤษฎี
ดูคำตอบ

การคาดการณ์เป็นไปตามสมมติฐานของทฤษฎี

our decisions should follow a simple mathematical equation

1:15

การตัดสินใจของเราควรเป็นไปตามสมการคณิตศาสตร์ง่ายๆ

that weighs the level of risk against the amount at stake. โน้ต

1:18

ที่ชั่งน้ำหนักระหว่างระดับความเสี่ยงกับจำนวนเงินเดิมพัน

วลี

weighs the level of risk against the amount at stake: การชั่งน้ำหนักสองปัจจัย

Weigh X against Y หมายถึงการเปรียบเทียบปัจจัยสองอย่างอย่างรอบคอบก่อนตัดสินหรือเลือก ในประโยคนี้ สมการเปรียบเทียบระดับความเสี่ยงกับจำนวนเงินที่อาจได้หรือเสียไป weigh ในที่นี้ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการประเมินความสำคัญ ต้นทุน หรือประโยชน์ที่สัมพันธ์กัน ไม่ใช่การชั่งน้ำหนักจริง ส่วน against ใช้นำปัจจัยอีกด้านของการเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

เติมรูปแบบ weigh X against Y ให้สมบูรณ์: Before we decide, we need to ____ the benefits ____ the costs.

ดูคำตอบ

weigh · against

การใช้คำ

amount at stake: จำนวนเงินที่อาจได้หรือเสียไป

ในประโยคนี้ the amount at stake หมายถึงจำนวนเงินที่อาจได้มาหรือเสียไปจากการตัดสินใจนั้น at stake ใช้ชี้ถึงสิ่งสำคัญที่ผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน สำนวนนี้ใช้กับสิ่งอื่นนอกจากเงินได้ด้วย เช่น งาน ชื่อเสียง หรือความปลอดภัยของใครบางคน ในที่นี้ stake ไม่ได้หมายถึงเสาไม้หรือสัดส่วนการเป็นเจ้าของ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้สำนวนตายตัว at stake ได้ถูกต้อง

  1. The future of the community center is on stake.
  2. The future of the community center is at stake.
  3. The future of the community center is in stake.
ดูคำตอบ

The future of the community center is at stake.

But studies have found that for many people, ลำดับความ

1:22

แต่การศึกษาพบว่าสำหรับคนจำนวนมาก

ลำดับความ

studies have found: การเกริ่นหลักฐานจากงานวิจัย

Studies have found ใช้เกริ่นข้อสรุปที่ได้รับการสนับสนุนจากงานวิจัยหลายชิ้น ในที่นี้ studies เป็นคำนามพหูพจน์ที่หมายถึงโครงการวิจัย และ have found เป็น present perfect ซึ่งแสดงว่าข้อค้นพบก่อนหน้านี้ยังเกี่ยวข้องกับประเด็นที่กำลังกล่าวถึง But ที่ต้นประโยคบอกว่าหลักฐานนี้จะช่วยจำกัดหรือโต้แย้งแนวคิดที่เพิ่งกล่าวไป ดังนั้น สำนวนนี้จึงเปลี่ยนคำอธิบายจากข้อกล่าวอ้างหรือแบบจำลองไปสู่หลักฐานเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเกริ่นข้อค้นพบจากงานวิจัยหลายชิ้นได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Studies have found that regular sleep helps memory.
  2. Studies has found that regular sleep help memory.
  3. Studies have founded that regular sleep helps memory.
ดูคำตอบ

Studies have found that regular sleep helps memory.

the negative psychological impact we feel from losing something

1:25

ผลกระทบทางจิตวิทยาในแง่ลบที่เรารู้สึกจากการสูญเสียสิ่งใดสิ่งหนึ่งไป

is about twice as strong as the positive impact ไวยากรณ์

1:29

รุนแรงเป็นสองเท่าของผลกระทบในแง่บวก

of gaining the same thing.

1:32

จากการได้รับสิ่งเดียวกัน

ไวยากรณ์

about twice as strong as: การเปรียบเทียบแบบประมาณสองเท่า

รูปแบบการเปรียบเทียบจำนวนเท่าคือ ตัวคูณ + as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as + สิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ twice as strong as หมายความว่าผลกระทบด้านลบมีความรุนแรงประมาณสองเท่าของผลกระทบด้านบวก โดย as ตัวที่สองนำเข้าสู่เกณฑ์เปรียบเทียบ about ทำให้ twice เป็นค่าโดยประมาณ ไม่ใช่ค่าที่แน่นอน ต้องคง as ไว้ทั้งสองตัว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A is about twice as strong as B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปแบบเปรียบเทียบจากบทเรียน โดยต้องหมายถึง “มีความแรงประมาณสองเท่า”: The new signal is ____ the old one.

ดูคำตอบ

about twice as strong as

Loss aversion is one cognitive bias that arises from heuristics, การใช้คำ

1:34

การหลีกเลี่ยงความสูญเสียคืออคติทางปัญญาอย่างหนึ่งที่เกิดจากฮิวริสติก (heuristics)

การใช้คำ

cognitive bias: รูปแบบอย่างเป็นระบบในการคิด

cognitive bias หรืออคติทางความคิด คือแนวโน้มอย่างเป็นระบบในวิธีที่คนสังเกต จดจำ หรือตัดสินข้อมูล แนวโน้มนี้อาจบิดเบือนการตัดสินใจซ้ำ ๆ หรือทำให้ห่างจากการใช้เหตุผลอย่างรอบคอบและอิงหลักฐาน โดยเจ้าตัวมักไม่รู้ตัว ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดให้การหลีกเลี่ยงความสูญเสียเป็นตัวอย่างหนึ่งของรูปแบบความคิดชนิดนี้ bias ในคำศัพท์นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงความคิดเห็นที่จงใจต่อต้านบุคคลหรือกลุ่มใด

แบบฝึกหัด

เติมคำนิยามด้วยศัพท์ทางจิตวิทยาจากบทเรียน: A systematic tendency that can distort thinking and judgment is a ____.

ดูคำตอบ

cognitive bias

problem-solving approaches based on previous experience and intuition, การใช้คำ

1:39

วิธีการแก้ปัญหาที่ใช้ประสบการณ์และสัญชาตญาณในอดีต

การใช้คำ

problem-solving approaches based on previous experience and intuition ในฐานะคำจำกัดความของ heuristics

วลีนามที่ไฮไลต์กล่าวถึง heuristics ซ้ำด้วยคำที่เข้าใจง่ายกว่าและอธิบายความหมายของคำนี้ โดยบอกว่า heuristics คือวิธีแก้ปัญหาที่อาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาและสัญชาตญาณ เครื่องหมายจุลภาคนำเข้าส่วนขยายแบบ appositive ซึ่งทำหน้าที่ให้คำจำกัดความ กล่าวคือ เริ่มจากคำศัพท์แล้วตามด้วยวลีนามที่อธิบายคำนั้น ในที่นี้ approaches หมายถึง “วิธีการ” และ based on บอกว่าวิธีการเหล่านั้นอาศัยอะไรเป็นพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

วลีที่ไฮไลต์ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. ให้คำจำกัดความ heuristics ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
  2. กล่าวถึงอคติทางความคิดอีกชนิดหนึ่ง
  3. บอกว่า approaches กำลังเคลื่อนเข้าใกล้ปัญหาจริง ๆ
ดูคำตอบ

ให้คำจำกัดความ heuristics ด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย

rather than careful analysis. ไวยากรณ์

1:43

มากกว่าการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ

ไวยากรณ์

rather than careful analysis: การตัดทางเลือกที่เป็นพื้นฐานอีกแบบออก

rather than นำเสนอทางเลือกอีกอย่างที่ถูกปฏิเสธหรือกันออกไป แนวทางเหล่านี้อาศัยประสบการณ์ที่ผ่านมาและสัญชาตญาณ ไม่ได้อาศัยการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ส่วนที่นำมาเปรียบต่างกันมักทำหน้าที่ทางไวยากรณ์เหมือนกัน ในที่นี้ previous experience and intuition และ careful analysis ต่างก็เป็นวลีนามที่เติมโครงสร้าง based on X ให้สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rather than เพื่อเปรียบต่างวิธีแก้ปัญหาสองแบบที่มีโครงสร้างไวยากรณ์ขนานกัน?

  1. We solved the issue through careful testing because the deadline was close.
  2. We solved the issue through careful testing rather than guesswork.
  3. We solved the issue after careful testing and reported the result.
ดูคำตอบ

We solved the issue through careful testing rather than guesswork.

And these mental shortcuts can lead to irrational decisions. โน้ต

1:46

และทางลัดทางความคิดเหล่านี้สามารถนำไปสู่การตัดสินใจที่ไร้เหตุผลได้

สำนวน

these mental shortcuts: อุปมาของการตัดสินอย่างรวดเร็ว

ในที่นี้ วลี these mental shortcuts ย้อนกลับไปหมายถึง heuristics หรือวิธีตัดสินแบบรวดเร็วและเรียบง่ายโดยไม่ตรวจดูทุกรายละเอียด วลีนี้ใช้อุปมาเรื่องการเดินทาง ราวกับว่าสมองเลือกเส้นทางที่สั้นกว่า mental shortcut ไม่ใช่เส้นทางจริง และไม่ได้แย่เสมอไป วิธีนี้ช่วยประหยัดเวลาได้ แต่อาจทำให้มองข้ามข้อมูลสำคัญและบางครั้งนำไปสู่การตัดสินใจที่ไร้เหตุผล

แบบฝึกหัด

วลี these mental shortcuts ในตัวอย่างหมายถึงอะไร?

  1. เส้นทางจริงที่อยู่ภายในสมอง
  2. วิธีตัดสินแบบรวดเร็วและเรียบง่าย
  3. เส้นทางที่ทำให้การเดินทางสั้นลง
ดูคำตอบ

วิธีตัดสินแบบรวดเร็วและเรียบง่าย

วลี

can lead to irrational decisions: การบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

Lead to หมายถึงทำให้เกิดหรือก่อให้เกิดผลลัพธ์ ในโครงสร้าง A can lead to B นั้น A คือสาเหตุที่เป็นไปได้ และ B คือผลลัพธ์ ซึ่งในที่นี้ B คือ irrational decisions การใช้นี้บอกความสัมพันธ์เชิงเหตุและผล ไม่ได้หมายถึงการพาใครไปยังสถานที่หนึ่งจริง ๆ Can บอกความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าทางลัดทางความคิดจะให้ผลเช่นนี้เสมอ หลัง lead to ใช้กลุ่มคำนามหรือรูป -ing เช่น mistakes หรือ making mistakes

แบบฝึกหัด

เติมวลีแสดงเหตุและผลให้สมบูรณ์: Too little sleep can lead ____ mistakes at school.

ดูคำตอบ

to

Not like falling in love or bungee jumping off a cliff, ลำดับความ

1:50

ไม่ใช่เหมือนการตกหลุมรักหรือการกระโดดบันจี้จัมพ์หน้าผา

but logical fallacies that can easily be proven wrong.

1:53

แต่เป็นเหตุผลวิบัติทางตรรกะที่สามารถพิสูจน์ได้ง่ายว่าผิด

ลำดับความ

Not like ... but logical fallacies: การแก้ความเข้าใจ

คำว่า Not like ... ตัดตัวเลือกแบบ “ไร้เหตุผล” ที่ผู้ฟังอาจนึกถึงก่อนออกไป นั่นคือตัวเลือกที่เกิดจากอารมณ์หรือมีความเสี่ยง จากนั้น but logical fallacies จึงบอกความหมายที่ผู้พูดตั้งใจ คือข้อผิดพลาดในการใช้เหตุผลที่พิสูจน์ได้ว่าผิด นี่เป็นรูปแบบย่อสำหรับแก้ความเข้าใจในภาษาพูด Not like X, but Y หมายถึง “ไม่ใช่ X แต่เป็น Y” รูปแบบนี้จัดข้อมูลโดยขจัดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงบอกแนวคิดที่ถูกต้อง

แบบฝึกหัด

โครงสร้าง Not like ... but ... ที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในที่นี้?

  1. โครงสร้างนี้ปฏิเสธการตีความที่น่าจะเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงบอกการตีความที่ตั้งใจไว้
  2. โครงสร้างนี้บอกว่าการตกหลุมรักทำให้ใช้เหตุผลผิดพลาด
  3. โครงสร้างนี้แจกแจงตรรกะวิบัติสองชนิดที่ถูกต้องพอ ๆ กัน
ดูคำตอบ

โครงสร้างนี้ปฏิเสธการตีความที่น่าจะเกิดขึ้นก่อน แล้วจึงบอกการตีความที่ตั้งใจไว้

Situations involving probability are notoriously bad for applying heuristics. การใช้คำ

1:58

สถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความน่าจะเป็นมักจะแย่มากในการใช้ฮิวริสติก

การใช้คำ

notoriously bad for ...: ปัญหาเชิงลบที่รู้จักกันอย่างกว้างขวาง

ใน notoriously bad for applying heuristics คำว่า notoriously เพิ่มความหมายว่าลักษณะเชิงลบนี้เป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวาง วลีนี้ประเมินอย่างชัดเจนว่าสถานการณ์เกี่ยวกับความน่าจะเป็นเป็นบริบทที่ฮิวริสติก ซึ่งเป็นกฎลัดจากประสบการณ์ มักให้คำตอบผิด ในที่นี้ bad for applying หมายถึง “เป็นเงื่อนไขที่ไม่ดีสำหรับการใช้” ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์นั้นทำลายการกระทำที่เรียกว่าการนำไปใช้ จุดสำคัญคือฮิวริสติกไม่น่าเชื่อถือในปัญหาประเภทนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ notoriously ได้เป็นธรรมชาติที่สุดโดยไม่มีความหมายเชิงประชด?

  1. This birthday cake is notoriously delicious.
  2. The singer is notoriously talented and widely admired.
  3. The old bridge is notoriously dangerous in winter.
ดูคำตอบ

The old bridge is notoriously dangerous in winter.

For instance,

2:03

ตัวอย่างเช่น

say you were to roll a die with four green faces โน้ต

2:04

สมมติว่าคุณต้องทอยลูกเต๋าที่มีหน้าสีเขียวสี่หน้า

ไวยากรณ์

say you were to ...: การตั้งสถานการณ์สมมติ

ในที่นี้ say หมายถึง “สมมติว่า” หรือ “ลองนึกภาพว่า” ไม่ได้หมายถึง “พูด” คำนี้ชวนให้ผู้ฟังนึกถึงตัวอย่างหนึ่งขึ้นมา ในโครงสร้าง say you were to + คำกริยารูปพื้นฐาน were to บอกว่าการกระทำนั้นเป็นเพียงสถานการณ์สมมติ ไม่ใช่เหตุการณ์ในอดีตที่เกิดขึ้นจริง โครงสร้างนี้ใช้ตั้งการทดลองหรือสถานการณ์ในจินตนาการก่อนถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมสถานการณ์สมมติด้วย were to: Say you ____ lose your phone while traveling—what would you do?

ดูคำตอบ

were to

วลี

roll a die: วลีมาตรฐานที่ใช้ die เอกพจน์

roll a die เป็นวลีมาตรฐานที่หมายถึงการทอยลูกเต๋าหนึ่งลูกให้กลิ้งและมีหน้าหนึ่งหงายขึ้น วลีนี้พบบ่อยในเกม โจทย์ความน่าจะเป็น และคำสั่งในการทดลอง die เป็นคำนามเอกพจน์ ส่วน dice เป็นพหูพจน์ ดังนั้น หนึ่งลูกใช้ a die หรือ one die แต่สองลูกใช้ two dice ในประโยคนี้ die หมายถึงลูกเต๋าที่ใช้เล่นเกม ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “ตาย”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ die และ dice ได้ถูกต้อง?

  1. Roll a dice now, and roll two die on your next turn.
  2. Roll a die now, and roll two dice on your next turn.
  3. Roll a die now, and roll two dies on your next turn.
ดูคำตอบ

Roll a die now, and roll two dice on your next turn.

and two red faces 20 times.

2:07

และหน้าสีแดงสองหน้า จำนวน 20 ครั้ง

การใช้คำ

faces ในวลี four green faces and two red faces

ในที่นี้ faces หมายถึงพื้นผิวแบนของลูกเต๋า วลีนี้บอกว่าจากทั้งหมดหกหน้า มีสี่หน้าเป็นสีเขียวและสองหน้าเป็นสีแดง จำนวนเหล่านี้เป็นตัวกำหนดโอกาสที่จะทอยได้แต่ละสี เมื่อพูดถึงลูกเต๋า ลูกบาศก์ และรูปทรงตันอื่น ๆ face หมายถึงพื้นผิวแบนหนึ่งด้าน ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงใบหน้าของคน

แบบฝึกหัด

faces ในประโยคตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. คนที่กำลังมองลูกเต๋า
  2. พื้นผิวแบนของลูกเต๋า
  3. ทิศทางที่ลูกเต๋าเคลื่อนที่
ดูคำตอบ

พื้นผิวแบนของลูกเต๋า

You can choose one of the following sequences of rolls,

2:10

คุณสามารถเลือกลำดับการทอยลูกเต๋าต่อไปนี้อย่างใดอย่างหนึ่ง

and if it shows up, กริยาวลี

2:13

และถ้ามันออกตามนั้น

you'll win $25.

2:14

คุณจะชนะเงิน 25 ดอลลาร์

กริยาวลี

shows up ในความหมายว่า “ปรากฏ”

ใน if it shows up คำว่า it หมายถึงลำดับผลการทอยที่เลือกไว้ Shows up หมายถึง “ปรากฏ” หรือ “เกิดขึ้น” ดังนั้นเงื่อนไขก็คือลำดับดังกล่าวเกิดขึ้นจริงในการทอย Show up ใช้บอกว่าคนมาถึงได้ แต่ก็ใช้บอกว่ารูปแบบ ผลลัพธ์ ข้อผิดพลาด หรือสิ่งอื่นปรากฏหรือสังเกตเห็นได้เช่นกัน ให้ดูประธานและบริบทเพื่อตัดสินความหมาย

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลี show up ที่หมายถึง “ปรากฏ” ให้สมบูรณ์: If the same pattern shows ____ in the data, check the results again.

ดูคำตอบ

up

Which would you pick?

2:16

คุณจะเลือกอันไหน?

In one study,

2:18

ในการศึกษาหนึ่ง

65% of the participants,

2:19

65% ของผู้เข้าร่วมทดลอง

who were all college students,

2:22

ซึ่งล้วนเป็นนักศึกษา

chose sequence B,

2:24

เลือกลำดับ B

even though A is shorter and contained within B. โน้ต

2:26

แม้ว่า A จะสั้นกว่าและรวมอยู่ใน B ก็ตาม

ไวยากรณ์

even though: เปรียบเทียบข้อเท็จจริงที่ทราบกับผลลัพธ์ที่เกินคาด

even though ใช้นำข้อเท็จจริงที่เป็นจริง แต่ข้อเท็จจริงนั้นไม่ได้ทำให้เกิดผลลัพธ์ตามที่คาดไว้ ในที่นี้ A สั้นกว่าและเป็นส่วนหนึ่งของ B ดังนั้น A น่าจะมีโอกาสเกิดมากกว่า แต่กลับมีการเลือกลำดับ B โครงสร้างนี้แสดงการยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์ ไม่ได้บอกสาเหตุ อนุประโยคหลักให้ผลลัพธ์ที่น่าแปลกใจ ส่วนอนุประโยค even though ให้ข้อเท็จจริงที่ขัดกับผลลัพธ์นั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสองคำที่นำข้อเท็จจริงซึ่งทราบแล้วและขัดกับผลลัพธ์: ____ the road was icy, the bus arrived on time.

ดูคำตอบ

Even though

การใช้คำ

contained within B: อยู่ภายในส่วนรวมที่ใหญ่กว่าอย่างครบถ้วน

contained within B ใช้โครงสร้างกรรมวาจก be + contained + within หมายความว่า A ทั้งหมดอยู่ภายในขอบเขตของ B สำหรับลำดับ A จะปรากฏเป็นส่วนหนึ่งที่ครบถ้วนของ B วลีนี้ใช้อธิบายการรวมกันในเชิงนามธรรมได้ ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่อยู่ในภาชนะจริงเท่านั้น หากลำดับ B ที่ครบถ้วนเกิดขึ้น ส่วน A ข้างในก็เกิดขึ้นด้วย แต่ A สามารถเกิดขึ้นโดยไม่มีส่วนเพิ่มเติมที่จำเป็นสำหรับ B ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่ารูปแบบ A ทั้งหมดอยู่ภายในรูปแบบ B?

  1. Pattern A contains within pattern B.
  2. Pattern A is contained toward pattern B.
  3. Pattern A is contained within pattern B.
ดูคำตอบ

Pattern A is contained within pattern B.

In other words, ลำดับความ

2:29

กล่าวอีกนัยหนึ่ง

more likely.

2:30

มันมีแนวโน้มที่จะเกิดขึ้นมากกว่า

ลำดับความ

In other words: กล่าวใจความเดิมใหม่ให้ง่ายขึ้น

In other words บอกว่าสิ่งที่จะพูดต่อไปคือการกล่าวใจความหลักเดิมซ้ำด้วยถ้อยคำที่ง่ายกว่า ตรงกว่า หรือแตกต่างออกไป ในส่วนนี้ more likely สรุปความสัมพันธ์ด้านความน่าจะเป็นก่อนหน้าให้สั้นลงว่า "มีแนวโน้มมากกว่า" สัญญาณทางภาษานี้ช่วยให้ผู้ฟังเชื่อมโยงถ้อยคำใหม่กับสิ่งที่กล่าวไปก่อนหน้า ไม่ได้ใช้เพื่อเริ่มแนวคิดใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน

แบบฝึกหัด

"In other words" บอกอะไรแก่ผู้ฟัง

  1. ผู้พูดกำลังยกตัวอย่างเฉพาะหนึ่งตัวอย่าง
  2. ผู้พูดกำลังเริ่มแนวคิดใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้อง
  3. คำต่อไปจะกล่าวแนวคิดเดิมใหม่ให้ง่ายขึ้น
ดูคำตอบ

คำต่อไปจะกล่าวแนวคิดเดิมใหม่ให้ง่ายขึ้น

This is what's called a conjunction fallacy. โน้ต

2:31

นี่คือสิ่งที่เรียกว่า เหตุผลวิบัติเชิงตรรกะแบบเชื่อมโยง (conjunction fallacy)

วลี

what's called a conjunction fallacy: การบอกชื่อแนวคิด

What's เป็นรูปย่อของ what is ใน what's called a conjunction fallacy คำว่า called ใช้บอกว่า conjunction fallacy คือชื่อของข้อผิดพลาดประเภทที่เพิ่งอธิบายไป รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ This is what's called X ซึ่งหมายถึง "นี่คือปรากฏการณ์ที่รู้จักกันในชื่อ X" ในที่นี้ called หมายถึงได้รับการตั้งชื่อ ไม่ได้หมายถึงถูกตะโกนเรียก

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปในรูปแบบที่ใช้บอกชื่อ: This is what's ____ a feedback loop.

ดูคำตอบ

called

การใช้คำ

a conjunction fallacy: A และ B เทียบกับ A เพียงอย่างเดียว

ความผิดพลาดจากการเชื่อมร่วมคือการตัดสินความน่าจะเป็นผิด โดยคิดว่าเหตุการณ์ที่ต้องตรงกับสองเงื่อนไข A และ B มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าเหตุการณ์ที่กว้างกว่าและต้องตรงกับ A เพียงเงื่อนไขเดียว ทุกกรณีที่เป็นทั้ง A และ B ย่อมเป็นกรณีของ A อยู่แล้ว ดังนั้นการเพิ่มเงื่อนไข B จึงทำให้เหตุการณ์มีโอกาสมากขึ้นไม่ได้ ในที่นี้ conjunction หมายถึงการรวมเงื่อนไขทางตรรกะ ไม่ใช่คำสันธานในไวยากรณ์

แบบฝึกหัด

การตัดสินข้อใดเป็นความผิดพลาดจากการเชื่อมร่วม?

  1. ทุกกรณีที่ Ava อยู่ในทีมและเล่นไวโอลิน ก็เป็นกรณีที่ Ava อยู่ในทีมด้วย
  2. การที่ Ava อยู่ในทีมโรงเรียนและเล่นไวโอลิน มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าการที่ Ava อยู่ในทีมโรงเรียน
  3. Ava อาจอยู่ในทีมโรงเรียนและเล่นไวโอลินด้วยก็ได้
ดูคำตอบ

การที่ Ava อยู่ในทีมโรงเรียนและเล่นไวโอลิน มีโอกาสเกิดขึ้นมากกว่าการที่ Ava อยู่ในทีมโรงเรียน

Here, we expect to see more green rolls,

2:34

ในที่นี้ เราคาดหวังว่าจะได้เห็นการทอยออกสีเขียวมากขึ้น

so our brains can trick us into picking the less likely option. วลี

2:37

ดังนั้นสมองของเราสามารถหลอกเราให้เลือกตัวเลือกที่มีความเป็นไปได้น้อยกว่า

วลี

trick us into picking: หลอกให้ใครบางคนลงมือทำ

ใน trick us into picking คำว่า trick หมายถึงทำให้ใครบางคนทำบางอย่างด้วยการทำให้เข้าใจผิด ไม่ได้หมายถึงการแกล้งเล่นแบบไม่เป็นอันตราย โครงสร้างคือ trick + person + into + -ing โดย us คือผู้ที่ได้รับผล และ picking อยู่หลัง into ในรูป -ing ประโยคนี้ทำให้สมองดูเหมือนเป็นคน ความหมายคือความคาดหวังอาจทำให้เราเข้าใจผิดจนเลือกได้ไม่ดี ไม่ได้หมายความว่าสมองจงใจแกล้งเรา

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปให้ประโยคสมบูรณ์: The misleading pop-up tricked me ____ opening an unwanted page.

ดูคำตอบ

into

Heuristics are also terrible at dealing with numbers in general. วลี

2:41

โดยทั่วไปแล้วฮิวริสติกยังแย่มากในการจัดการกับตัวเลข

วลี

terrible at dealing with ... in general: โดยทั่วไปแย่มากในการจัดการกับ...

ในที่นี้ terrible at dealing with numbers หมายถึง “จัดการกับตัวเลขได้แย่มาก” deal with หมายถึง “จัดการหรือรับมือ” ไม่ใช่ “ซื้อขาย” และ in general บอกว่านี่เป็นแนวโน้มโดยรวม ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be terrible at + คำนามหรือรูป -ing เพราะ at เป็นคำบุพบท deal จึงเปลี่ยนเป็น dealing: terrible at dealing with something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ be terrible at + -ing: Lena is terrible ____ last-minute changes.

ดูคำตอบ

at dealing with

In one example,

2:45

ในตัวอย่างหนึ่ง

students were split into two groups. วลี

2:46

นักศึกษาถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

วลี

were split into two groups: ถูกแบ่งออกเป็นสองกลุ่ม

were split into two groups เป็นรูปประโยคกรรมวาจก มีคนแบ่งนักเรียนออกเป็นกลุ่ม แต่ประโยคเน้นที่นักเรียนและผลลัพธ์ที่ได้เป็นสองกลุ่ม ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้จัดกลุ่ม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be split into + กลุ่มหรือส่วนที่ได้จากการแบ่ง ในที่นี้ split หมายถึง “แบ่งหรือจัดกลุ่ม” ไม่ใช่ฉีกออกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่หายไปเพื่อให้เป็นรูปแบบการแบ่งกลุ่มมาตรฐาน: During the workshop, the participants were split ____ three groups.

ดูคำตอบ

into

The first group was asked whether Mahatma Gandhi died before or after age 9, ไวยากรณ์

2:49

กลุ่มแรกถูกถามว่ามหาตมะ คานธีเสียชีวิตก่อนหรือหลังอายุ 9 ขวบ

while the second was asked whether he died before or after age 140.

2:54

ในขณะที่กลุ่มที่สองถูกถามว่าเขาเสียชีวิตก่อนหรือหลังอายุ 140 ปี

ไวยากรณ์

whether ... died before or after ...: การถ่ายทอดคำถามแบบสองตัวเลือก

whether ... before or after ... ใช้นำเนื้อหาของคำถามที่มีสองตัวเลือก คือ “ก่อน” และ “หลัง” ในที่นี้ อนุประโยค whether แต่ละส่วนบอกอย่างชัดเจนว่าแต่ละกลุ่มถูกถามอะไร เนื่องจากเป็นคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ whether Mahatma Gandhi died ไม่ใช่ whether did Mahatma Gandhi die ในประโยคนี้ whether หมายถึงการเลือกระหว่างสองทาง ไม่ได้หมายถึง “ถ้า” ที่ใช้บอกเงื่อนไข

แบบฝึกหัด

ประโยคใดถ่ายทอดคำถาม “Did the event happen before or after noon?” ได้ถูกต้อง

  1. They were asked whether the event happen before or after noon.
  2. They were asked whether the event happened before or after noon.
  3. They were asked whether did the event happen before or after noon.
ดูคำตอบ

They were asked whether the event happened before or after noon.

Both numbers were obviously way off, การใช้คำ

3:00

ตัวเลขทั้งสองนั้นผิดไปไกลมากอย่างเห็นได้ชัด

การใช้คำ

way off: ห่างจากค่าที่ถูกต้องอย่างมาก

way off หมายถึงห่างไกลจากคำตอบที่ถูกต้อง ค่าจริง หรือค่าประมาณที่สมเหตุสมผลอย่างมาก คำว่า way ใช้เพิ่มระดับของ off จึงสื่อว่าเป็นข้อผิดพลาดมาก ไม่ใช่ความคลาดเคลื่อนเล็กน้อย ในที่นี้ off หมายถึง “ไม่ถูกต้อง” ไม่ได้หมายถึง “จากไป” ตัวเลขอายุทั้งสองค่าห่างจากอายุจริงของคานธีตอนเสียชีวิตอย่างเห็นได้ชัด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่ใช้ทั่วไปและหมายถึง “ไม่ถูกต้องอย่างมาก” ให้สมบูรณ์: The first estimate was way ____; the actual cost was three times higher.

ดูคำตอบ

off

but when the students were then asked to guess the actual age at which he died, ไวยากรณ์

3:02

แต่เมื่อนักศึกษาถูกขอให้เดาอายุที่แท้จริงตอนที่เขาเสียชีวิต

ไวยากรณ์

age at which he died: โครงสร้างทางการแบบคำบุพบท + สรรพนามสัมพันธ์

ใน age at which he died ส่วน at which he died เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย age คำบุพบท at มาจากความสัมพันธ์ที่แสดงใน die at an age ส่วน which ย้อนกลับไปอ้างถึง age โดย which ตรงนี้ไม่ได้เป็นคำถามใหม่ หลัง at which ให้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าตามปกติ คือ he died ไม่ใช่ did he die โครงสร้าง คำนาม + คำบุพบท + which + อนุประโยค นี้ใช้เชื่อมคำนามกับข้อมูลเกี่ยวกับคำนามนั้นในภาษาอังกฤษแบบเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสัมพันธ์แบบทางการที่มีสองคำ: This was the age ____ the scientist published her first paper.

ดูคำตอบ

at which

the first group's answers averaged to 50, การใช้คำ

3:07

คำตอบของกลุ่มแรกมีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 50 ปี

while the second group's averaged to 67.

3:10

ในขณะที่ค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่สองอยู่ที่ 67 ปี

การใช้คำ

averaged to: การรายงานค่าเฉลี่ยเลขคณิต

ในวลีที่เน้นทั้งสองแห่ง averaged เป็นคำกริยารูปอดีต หมายถึงมีค่าเฉลี่ยเลขคณิตเท่ากับค่าหนึ่ง ในที่นี้ to ตามด้วยผลที่คำนวณได้ คือคำตอบของกลุ่มแรกมีค่าเฉลี่ย 50 และคำตอบของกลุ่มที่สองมีค่าเฉลี่ย 67 ค่าเฉลี่ยสรุปข้อมูลทั้งชุด ดังนั้น averaged to 50 ไม่ได้หมายความว่าทุกคำตอบเป็น 50 เมื่อโครงสร้างนี้ตามหลังชุดของค่า ให้เข้าใจว่าเป็นการรายงานค่าเฉลี่ยที่คำนวณแล้ว

แบบฝึกหัด

ประโยคภาษาอังกฤษ “The ratings averaged to 4.2” มีความหมายว่าอะไรในที่นี้

  1. ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนประเมินคือ 4.2
  2. คะแนนประเมินทุกค่าคือ 4.2 เท่ากันทั้งหมด
  3. คะแนนประเมินเพิ่มขึ้น 4.2
ดูคำตอบ

ค่าเฉลี่ยเลขคณิตของคะแนนประเมินคือ 4.2

Even though the clearly wrong information in the initial questions ไวยากรณ์

3:13

แม้ว่าข้อมูลที่ผิดอย่างชัดเจนในคำถามเริ่มต้น

should have been irrelevant,

3:17

ไม่ควรจะนำมาเกี่ยวข้องเลยก็ตาม

it still affected the students' estimates.

3:18

มันก็ยังคงมีผลต่อการประเมินของนักศึกษา

ไวยากรณ์

Even though ... should have been ...: ความคาดหมายในอดีตเทียบกับความเป็นจริง

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย Even though แสดงความขัดแย้งแบบยอมรับเงื่อนไขหนึ่งก่อน โดยให้เหตุผลหนักแน่นว่าข้อมูลนั้นไม่น่าจะมีผล จากนั้นประโยคหลักบอกความจริงที่น่าประหลาดใจว่า ข้อมูลนั้นยังคงส่งผลต่อค่าประมาณ Should have been irrelevant หมายความว่า ตามเหตุผลหรือความคาดหมาย ข้อมูลนั้นควรจะไม่เกี่ยวข้องในเวลานั้นในอดีต ไม่ได้ยืนยันว่าจริง ๆ แล้วข้อมูลไม่มีผล เพราะส่วนที่เหลือของประโยคแสดงให้เห็นว่าความคาดหมายนั้นผิด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Even though ... should have been ... เพื่อเปรียบต่างความคาดหมายในอดีตกับสิ่งที่เกิดขึ้นจริง

  1. The map should be accurate when we use it tomorrow.
  2. Even though the map should have been accurate, it still sent us to the wrong street.
  3. Because the map was accurate, it sent us to the right street.
ดูคำตอบ

Even though the map should have been accurate, it still sent us to the wrong street.

This is an example of the anchoring effect, การใช้คำ

3:21

นี่เป็นตัวอย่างหนึ่งของ ปรากฏการณ์การยึดติด (anchoring effect)

การใช้คำ

the anchoring effect: ข้อมูลแรกส่งผลต่อการตัดสินอย่างไร

the anchoring effect หรือปรากฏการณ์ยึดติดกับข้อมูลแรก คือแนวโน้มที่ตัวเลขหรือข้อมูลแรกกลายเป็นจุดอ้างอิงในใจ และดึงการประมาณหรือการตัดสินใจภายหลังให้เข้าใกล้ข้อมูลนั้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นได้แม้ข้อมูลเริ่มต้นจะผิดหรือไม่เกี่ยวข้องอย่างชัดเจน Anchoring เป็นคำเปรียบเทียบ หมายถึงการตัดสินที่ดูเหมือนถูกยึดไว้ใกล้สมอ ในที่นี้เป็นชื่อของผลทางจิตวิทยา ไม่ใช่การทอดสมอเรือจริง ๆ

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดง the anchoring effect ได้ดีที่สุด

  1. ร้านค้าแห่งหนึ่งเปลี่ยนเวลาเปิดทุกสัปดาห์
  2. ผู้ซื้อคำนวณงบประมาณโดยไม่เคยเห็นหรือได้ยินตัวเลขใดมาก่อน
  3. ผู้ขายพูดถึงราคา $1,000 ก่อน ทำให้ข้อเสนอภายหลังอยู่ใกล้กับจำนวนนั้น
ดูคำตอบ

ผู้ขายพูดถึงราคา $1,000 ก่อน ทำให้ข้อเสนอภายหลังอยู่ใกล้กับจำนวนนั้น

and it's often used in marketing and negotiations วัฒนธรรม

3:24

และมักใช้ในการตลาดและการเจรจาต่อรอง

to raise the prices that people are willing to pay. วลี

3:27

เพื่อเพิ่มราคาที่ผู้คนยินดีจะจ่าย

วัฒนธรรม

มักใช้ในการตลาดและการเจรจาต่อรอง

วลีนี้กล่าวถึงสถานการณ์จริงที่พบบ่อยสองอย่างซึ่งมีการใช้ผลของการยึดติดกับข้อมูลแรก ในการตลาด ราคาที่เสนอไว้ก่อนอาจกลายเป็นจุดอ้างอิงสำหรับข้อเสนอถัดไป ส่วนในการเจรจาต่อรอง ตัวเลขแรกอาจมีอิทธิพลต่อช่วงที่ผู้คนมองว่าสมเหตุสมผล often หมายความว่าสองอย่างนี้เป็นการใช้งานที่พบบ่อย ไม่ใช่การใช้งานเพียงสองอย่างเท่านั้น ผลของการยึดติดกับข้อมูลแรกยังส่งผลต่อการตัดสินในเรื่องอื่นนอกเหนือจากการตลาดและการเจรจาต่อรองได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่าความเข้าใจนี้ถูกต้องหรือไม่: ผลของการยึดติดกับข้อมูลแรกเกิดขึ้นเฉพาะในการตลาดและการเจรจาต่อรองเท่านั้น

  1. ถูก
  2. ผิด
ดูคำตอบ

ผิด

วลี

be willing to pay: ยินดีจ่าย

Be willing to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงพร้อมหรือยินยอมที่จะทำบางอย่างด้วยการตัดสินใจของตนเอง ในประโยคนี้ people are willing to pay อธิบายราคาที่ผู้คนยอมจ่าย willing เป็นคำคุณศัพท์ จึงมักตามหลังรูปหนึ่งของ be เช่น people are willing to pay ไม่ใช่คำกริยาช่วย will ที่ใช้พูดถึงอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง be willing to + กริยาโดยใช้ pay: How much are you willing ____ for the ticket?

ดูคำตอบ

to pay

So, ลำดับความ

3:30

ดังนั้น

if heuristics lead to all these wrong decisions,

3:31

ถ้าฮิวริสติกนำไปสู่การตัดสินใจที่ผิดพลาดทั้งหมดนี้

why do we even have them?

3:34

ทำไมเราถึงยังมีมันอยู่?

ลำดับความ

So, if ... why do we even ...?: เปลี่ยนจากปัญหาไปสู่การหาคำอธิบาย

ประโยคนี้เป็นคำถามที่ใช้เปลี่ยนไปสู่ประเด็นถัดไป So เชื่อมกลับไปยังปัญหาที่กล่าวมาก่อนหน้า ส่วนอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if ใช้แนวคิดที่ว่าฮิวริสติกนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาดเป็นจุดตั้งต้น จากนั้นคำถามที่ใช้ why ก็เปลี่ยนจุดสนใจจากปัญหาของฮิวริสติกไปเป็นเหตุผลที่มนุษย์มีมัน Even เพิ่มความประหลาดใจและน้ำหนักให้คำถาม กล่าวคือ ถ้าฮิวริสติกอาจก่อผลเสียได้มากขนาดนี้ การมีอยู่ของมันก็ดูเหมือนต้องมีคำอธิบาย คำถามนี้เตรียมผู้ฟังสำหรับคำอธิบายต่อไป ไม่ได้ยืนยันว่าฮิวริสติกไม่มีคุณค่าเลย

แบบฝึกหัด

คำถามนี้เปลี่ยนทิศทางของคำอธิบายอย่างไร?

  1. เปลี่ยนจากการแจกแจงปัญหาของฮิวริสติกไปเป็นการถามว่าทำไมมันจึงยังคงมีอยู่
  2. พิสูจน์ว่าฮิวริสติกทำให้เกิดการตัดสินใจที่ถูกต้องเสมอ
  3. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นคำนิยามประวัติศาสตร์มนุษย์ที่ไม่เกี่ยวข้อง
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากการแจกแจงปัญหาของฮิวริสติกไปเป็นการถามว่าทำไมมันจึงยังคงมีอยู่

Well,

3:36

อืม

because they can be quite effective.

3:37

เพราะว่าจริงๆแล้วมันอาจค่อนข้างมีประสิทธิภาพทีเดียว

For most of human history, ลำดับความ

3:39

สำหรับประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่ของมนุษยชาติ

survival depended on making quick decisions with limited information. วลี

3:41

การอยู่รอดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจอย่างรวดเร็วด้วยข้อมูลที่จำกัด

ลำดับความ

For most of human history: กำหนดกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กว้าง

For most of human history กำหนดกรอบเวลากว้าง ๆ ก่อนนำเสนอใจความหลัก วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อความเกี่ยวกับการอยู่รอดเป็นสิ่งที่โดยทั่วไปเป็นจริงตลอดช่วงเวลาที่ยาวนานมากในอดีตของมนุษย์ most of หมายถึงส่วนใหญ่ของช่วงเวลาทั้งหมด ไม่ได้ระบุยุคประวัติศาสตร์ยุคใดยุคหนึ่งโดยเฉพาะ และไม่ได้หมายถึงประวัติศาสตร์มนุษย์ทั้งหมด

แบบฝึกหัด

วลีเปิดประโยคทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. วางข้อความเกี่ยวกับการอยู่รอดไว้ในกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กว้าง
  2. บอกว่าข้อความนี้เป็นจริงเฉพาะในปัจจุบัน
  3. ระบุปีที่แน่นอนซึ่งมนุษย์เริ่มตัดสินใจอย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ

วางข้อความเกี่ยวกับการอยู่รอดไว้ในกรอบเวลาทางประวัติศาสตร์ที่กว้าง

วลี

depend on + -ing ใน depended on making quick decisions

depend on หมายถึง “พึ่งพา” หรือ “ถูกกำหนดโดย” ในที่นี้ depended on making หมายความว่าการอยู่รอดจำเป็นต้องอาศัยการตัดสินใจอย่างรวดเร็ว aในโครงสร้าง depend on + การกระทำ คำว่า on เป็นคำบุพบท ดังนั้นการกระทำจึงอยู่ในรูป -ing คือ making ส่วน with limited information บอกเงื่อนไขว่าการตัดสินใจเหล่านั้นเกิดขึ้นโดยมีข้อมูลจำกัด

แบบฝึกหัด

ใช้ depend on และรูป -ing ของ plan เติมประโยคให้สมบูรณ์: Our success depends ____ carefully before we begin.

ดูคำตอบ

on planning

When there's no time to logically analyze all the possibilities, ไวยากรณ์

3:46

เมื่อไม่มีเวลามานั่งวิเคราะห์ความเป็นไปได้ทั้งหมดอย่างมีตรรกะ

heuristics can sometimes save our lives. วลี

3:49

บางครั้งฮิวริสติกก็สามารถช่วยชีวิตเราได้

ไวยากรณ์

When there's no time to + คำกริยารูปพื้นฐาน

When there's no time to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้กำหนดสถานการณ์ที่มีเวลาไม่พอสำหรับทำสิ่งหนึ่ง อนุประโยค when นี้บอกสถานการณ์ก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกว่าอะไรอาจเกิดขึ้นหรือช่วยได้ในสถานการณ์นั้น หลัง no time คำว่า to ใช้สร้างรูป infinitive ดังนั้น analyze จึงคงอยู่ในรูปพื้นฐาน คำวิเศษณ์ logically สามารถวางระหว่าง to กับ analyze ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และบอกว่าการวิเคราะห์จะทำอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมด้วย to และรูปพื้นฐานของ check: When there's no time ____ every detail, use the emergency checklist.

ดูคำตอบ

to check

วลี

save our lives: ช่วยชีวิตหรือหลีกเลี่ยงอันตรายถึงตาย

save our lives หมายถึงทำให้เราไม่ตาย โครงสร้างคือ save + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life/lives เช่น save my life, save her life, save our lives เนื่องจาก our หมายถึงคนมากกว่าหนึ่งคน life จึงอยู่ในรูปพหูพจน์ lives ในประโยคนี้ heuristics คือทางลัดทางความคิดที่ช่วยให้ตัดสินใจได้รวดเร็ว การบอกว่าสิ่งเหล่านี้สามารถ save our lives ได้เป็นการเน้นว่า ในสถานการณ์อันตราย การเลือกที่เร็วพออาจป้องกันผลลัพธ์ที่ถึงแก่ชีวิตได้ สำนวนนี้อาจขยายไปถึงการหลีกเลี่ยงอันตรายร้ายแรงมาก แต่ยังคงมีน้ำเสียงที่หนักแน่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย save our lives ในรูปกาลที่ถูกต้อง: The life jackets ____ during the storm.

ดูคำตอบ

saved our lives

But today's environment requires far more complex decision making,

3:52

แต่สภาพแวดล้อมในปัจจุบันต้องการการตัดสินใจที่ซับซ้อนขึ้นมาก

and these decisions are more biased by unconscious factors than we think, ไวยากรณ์

3:56

และการตัดสินใจเหล่านี้มีอคติจากปัจจัยจิตใต้สำนึกมากกว่าที่เราคิด

ไวยากรณ์

more biased ... than we think: ระดับที่มากกว่าที่คาดไว้

โครงสร้าง more + คำคุณศัพท์หรือกริยาช่องสาม + than we think บอกว่าระดับที่แท้จริงมากกว่าที่คนเราตระหนัก ในที่นี้ more biased ... than we think แก้ความเข้าใจที่ประเมินไว้ต่ำเกินไป โดยบอกว่าปัจจัยใต้สำนึกส่งผลต่อการตัดสินใจแรงกว่าที่เรารู้ตัว Biased เป็นกริยาช่องสามในโครงสร้างกรรมวาจก be biased by + สาเหตุ การตัดสินใจเป็นสิ่งที่ได้รับอิทธิพล ไม่ได้กำลังลำเอียงเข้าข้างใครด้วยตัวเอง โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อผู้พูดต้องการโต้แย้งข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับขนาดของผลกระทบ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปกรรมวาจกของ influence และโครงสร้าง more ... than we think: Our choices are ____ by habit ____.

ดูคำตอบ

more influenced · than we think

affecting everything from health and education ลำดับความ

4:01

ส่งผลกระทบต่อทุกสิ่งตั้งแต่สุขภาพและการศึกษา

to finance and criminal justice.

4:03

ไปจนถึงการเงินและกระบวนการยุติธรรมทางอาญา

ลำดับความ

everything from X to Y: การแสดงขอบเขตที่กว้าง

โครงสร้าง everything from X to Y นำเสนอ X และ Y เป็นจุดตัวแทนของขอบเขตที่กว้าง ในประโยคนี้ การจับคู่สาขาต่าง ๆ ทำให้คำกล่าวที่ว่าบางสิ่งส่งผลต่อหลายด้านของสังคมเห็นภาพชัดขึ้น from ... to ... ทำหน้าที่จัดขอบเขตของข้อมูล ไม่ได้บอกเส้นทางการเดินทาง และ everything ยังสื่อว่าสาขาที่กล่าวมาเป็นเพียงตัวอย่างของกลุ่มที่ใหญ่กว่า ไม่ใช่รายการครบถ้วนเพียงสี่ด้าน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่แสดงขอบเขตกว้างให้สมบูรณ์: The course covers everything ____ basic first aid ____ emergency planning.

ดูคำตอบ

from · to

We can't just shut off our brains' heuristics, กริยาวลี

4:05

เราไม่สามารถแค่ปิดการทำงานของฮิวริสติกในสมองเราได้

but we can learn to be aware of them. วลี

4:08

แต่เราสามารถเรียนรู้ที่จะตระหนักรู้ถึงมันได้

กริยาวลี

shut off our brains' heuristics: การหยุดกระบวนการทางความคิด

ใน shut off our brains' heuristics คำว่า shut off ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการทำให้ทางลัดทางความคิดที่สมองใช้ตัดสินใจอย่างรวดเร็วหยุดทำงาน สิ่งที่กริยากระทำต่อคือ heuristics ดังนั้นประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการปิดสมองทั้งก้อนจริง ๆ ถ้อยคำนี้มองกระบวนการทางความคิดเหมือนฟังก์ชันที่มีสวิตช์เปิดและปิด ส่วน can't just เน้นว่าการทำให้มันหยุดโดยสิ้นเชิงไม่ใช่วิธีแก้ที่ง่ายหรือเป็นจริงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shut off ในความหมายเชิงเปรียบเทียบว่ากระบวนการภายในหยุดทำงาน

  1. The office shut down after the storm.
  2. Please shut off the water before repairing the pipe.
  3. You cannot simply shut off your emotions during a difficult conversation.
ดูคำตอบ

You cannot simply shut off your emotions during a difficult conversation.

วลี

learn to be aware of: พัฒนาความสามารถในการตระหนักรู้

be aware of หมายถึงการสังเกตหรือเข้าใจว่าบางสิ่งมีอยู่หรือกำลังส่งผลต่อเรา โดย of ใช้นำหน้าสิ่งที่เราตระหนักถึง ดังนั้น them จึงย้อนกลับไปหมายถึงวิธีคิดแบบลัดของสมอง learn to be aware of หมายถึงการค่อย ๆ พัฒนาความใส่ใจนี้ให้เป็นทักษะหรือนิสัย ประเด็นของประโยคไม่ใช่การกำจัดวิธีคิดแบบลัด แต่คือการสังเกตว่ามันอาจกำลังชี้นำความคิดของเราเมื่อใด

แบบฝึกหัด

เติมคำที่หายไปจาก learn to be aware of โดยมี learn ให้แล้ว: We can learn ____ hidden biases.

ดูคำตอบ

to be aware of

When you come to a situation involving numbers, วลี

4:11

เมื่อคุณเผชิญกับสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวเลข

probability, or multiple details,

4:13

ความน่าจะเป็น หรือรายละเอียดมากมาย

วลี

come to a situation involving ...: พบสถานการณ์ที่มีปัจจัยบางอย่าง

ในที่นี้ come to a situation หมายถึงการพบหรือมาถึงสถานการณ์หนึ่ง ไม่ใช่การเดินทางไปยังสถานที่จริง ส่วน when ใช้นำเสนอเงื่อนไขที่คำแนะนำถัดไปจะนำไปใช้ involving numbers, probability, or multiple details เป็นวลี present participle ที่ขยาย situation และบอกว่าสถานการณ์นั้นมีอะไรอยู่บ้าง a situation involving numbers มีความหมายเหมือนกับ a situation that involves numbers

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดถอดความส่วนที่เน้นไว้ได้ตรงกับบริบทมากที่สุด

  1. When you finish calculating all the numbers and details
  2. When you encounter a situation that involves numbers, probability, or several details
  3. When you travel to a place where numbers are kept
ดูคำตอบ

When you encounter a situation that involves numbers, probability, or several details

pause for a second and consider วลี

4:16

หยุดคิดสักวินาทีและพิจารณาว่า

วลี

pause for a second: หยุดสั้น ๆ ก่อนทำต่อ

Pause for a second หมายถึงหยุดชั่วครู่แล้วจึงทำต่อ ในที่นี้กริยาคำสั่ง pause เป็นคำแนะนำที่ตรงแต่ไม่แข็งกร้าว เพื่อเว้นเวลาให้คิด ในภาษาพูดทั่วไป for a second มักหมายถึง “ช่วงเวลาสั้น ๆ” ไม่ได้หมายความว่าต้องจับเวลาให้ได้หนึ่งวินาทีพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “หยุดชั่วครู่”: Before you reply, ____ and read the message again.

ดูคำตอบ

pause for a second

that the intuitive answer ไวยากรณ์

4:18

คำตอบจากสัญชาตญาณ

might not be the right one after all. ลำดับความ

4:20

แท้จริงแล้วอาจไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องก็ได้

ไวยากรณ์

might not be the right one after all: การประเมินใหม่อย่างระมัดระวัง

คำว่า that ที่ขึ้นต้นเชื่อมแนวคิดนี้กับกริยา consider ที่มาก่อนหน้า ทำให้เกิดโครงสร้าง consider that + อนุประโยค ภายในอนุประโยค might not be หมายถึง “อาจจะไม่ใช่” จึงเป็นการเตือนอย่างระมัดระวังว่าคำตอบตามสัญชาตญาณอาจผิด โดยไม่ได้ยืนยันว่าผิดแน่นอน ใน the right one คำว่า one ใช้แทน answer ส่วน after all ที่ท้ายประโยคแสดงการประเมินใหม่ คือเมื่อคิดให้มากขึ้น ความประทับใจแรกอาจดูไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเตือนอย่างระมัดระวังว่าเมื่อพิจารณาใหม่แล้ว ความประทับใจแรกอาจกลายเป็นสิ่งที่ผิดได้?

  1. The obvious answer might not be the right one after all.
  2. The obvious answer must be the right one after all.
  3. The obvious answer was not the right one from the start.
ดูคำตอบ

The obvious answer might not be the right one after all.

ลำดับความ

after all: การปรับความคาดหมายเดิม

ในประโยคนี้ after all ย้อนกลับไปเชื่อมกับความคาดหมายก่อนหน้าว่าตัวเลือกหนึ่งอาจถูกต้อง วลีนี้แสดงข้อสรุปที่ปรับใหม่ คือเมื่อคิดอีกครั้ง ผู้พูดยอมรับว่าตัวเลือกนั้นอาจไม่ถูกต้อง after all ตรงนี้ช่วยเชื่อมความคิดเดิมกับข้อสรุปใหม่ ไม่ได้หมายตามตัวอักษรว่า “หลังจากทุกเหตุการณ์” ต้องดูความสัมพันธ์ของแนวคิดรอบข้างว่าใช้เพื่อแสดงการคิดทบทวนหรือทำหน้าที่อื่นในบทสนทนา

แบบฝึกหัด

ตัวอย่างใดใช้ after all เพื่อแสดงว่าผลลัพธ์ต่างจากความคาดหมายก่อนหน้า

  1. Mia was ready. After all, she practiced every day.
  2. I thought the library would be closed, but it was open after all.
  3. We should invite Leo; he is on our team, after all.
ดูคำตอบ

I thought the library would be closed, but it was open after all.