ปาร์ตี้ชุดนอน | ตอนเต็ม | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: ในคืนที่มัฟฟินมาค้างบ้าน บลูอีและบิงโกคาดว่าจะได้นอนดึกเพราะคุณแม่เคยสัญญาไว้ แต่มัฟฟินไม่ได้งีบกลางวันและเหนื่อยมากจนทำให้การเล่นสมมติเป็นร้านอาหารและการไล่จับของตำรวจวุ่นวายไปหมด ท้ายที่สุดบลูอีเลือกดูแลให้ลูกพี่ลูกน้องที่หมดแรงได้พัก แทนที่จะยืดเวลาสนุกต่อไป ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. you remember your promise? — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที เข้าใจว่านี่ไม่ใช่เพียงคำถามว่าอีกฝ่ายจำได้หรือไม่ แต่เป็นวิธีที่เด็กใช้เตือนผู้ใหญ่ถึงคำมั่นเดิมและกดดันให้รักษาสัญญา ผู้เรียนจะสังเกตและใช้กลยุทธ์นี้ได้เมื่อข้อตกลงก่อนหน้าช่วยสนับสนุนคำขอ พร้อมเข้าใจด้วยว่าน้ำเสียงอาจฟังดูยืนกราน 2. $4 dollarbucks, — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง รู้ว่า dollarbucks เป็นชื่อเรียกเงินแบบขำ ๆ ในโลกสมมติของ Bluey ไม่ใช่สกุลเงินจริงที่เป็นทางการ ความเข้าใจนี้ช่วยให้ตามบทเล่นขายของของเด็ก ๆ ได้ และแยกคำที่สื่อสร้างขึ้นออกจากคำเรียกเงินที่เหมาะกับธุรกรรมจริง 3. should have been in bed long ago. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้ว่า should have been ใช้กล่าวถึงสภาพในอดีตที่ควรหรือคาดว่าจะเกิดขึ้น แต่ความจริงไม่ได้เกิด ในเรื่องนี้สื่อคำตำหนิว่ามัฟฟินตื่นเลยเวลาที่เหมาะสมมานานแล้ว ผู้เรียนจึงใช้รูปแบบนี้ประเมินความคาดหวังในอดีตที่ไม่เป็นจริงได้ โดยไม่สับสนกับคำแนะนำเกี่ยวกับปัจจุบัน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
you remember your promise? เพื่อเตือนให้อีกฝ่ายทำตามสัญญา
ในประโยคนี้ you remember your promise? ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อทดสอบความจำของแม่ เด็กยกเรื่องคำสัญญาครั้งก่อนขึ้นมาเพื่อเตือนว่าตอนนี้แม่ควรทำตามสัญญา คำถามนี้ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า จึงฟังเป็นภาษาสนทนา แต่ยังสื่อความคาดหวังอย่างชัดเจนว่าแม่ให้สัญญาแล้วจึงควรทำตาม
แบบฝึกหัด
เด็กกำลังทำอะไรเป็นหลักเมื่อถามว่า you remember your promise?
- ตรวจสอบว่าแม่มีความจำดีหรือไม่
- ขอให้แม่ให้สัญญาใหม่
- เตือนแม่ให้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้
ดูคำตอบ
เตือนแม่ให้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ก่อนหน้านี้
Yes, I do ในฐานะคำตอบรับแบบสั้น
Yes, I do เป็นคำตอบรับแบบสั้นของคำถามก่อนหน้าที่ใช้ present simple เกี่ยวกับการจำ กริยาช่วย do ใช้แทน remember your promise ผู้พูดจึงไม่ต้องพูดวลีกริยาทั้งหมดซ้ำ do ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า ทำ ความหมายแบบเต็มคือ Yes, I remember my promise สำหรับคำตอบรับแบบสั้นของคำถาม present simple ให้ใช้ Yes, + ประธาน + do เมื่อประธานในคำตอบคือ I, you, we หรือ they
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบรับแบบสั้นมาตรฐานให้สมบูรณ์: Do you like apples? Yes, I ____.
ดูคำตอบ
do
because it's a special night and cousin Muffin's sleeping over. กริยาวลี
0:31เพราะคืนนี้เป็นคืนพิเศษและลูกพี่ลูกน้องมัฟฟินจะมาค้างด้วย
sleeping over: ค้างคืนที่บ้านของคนอื่น
sleeping over เป็นรูป -ing ของกริยาวลี sleep over ซึ่งหมายถึงการค้างคืนที่บ้านของคนอื่น ในประโยคนี้ is sleeping over บอกว่ามีการวางแผนไว้แล้วว่ามัฟฟินซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องจะมาค้างคืน ให้เข้าใจ sleep over เป็นหน่วยความหมายเดียวกัน เพราะ over ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “อยู่ข้างบน”
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “ค้างคืนที่บ้านเพื่อน”: Maya is sleeping ____ at her friend's house tonight.
ดูคำตอบ
over
get to stay up: ได้รับอนุญาตให้อยู่ดึกขึ้น
get to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงการมีโอกาสหรือได้รับอนุญาตให้ทำบางอย่าง และมักสื่อว่าสิ่งนั้นน่ายินดีหรือพิเศษ ในประโยคนี้ get to stay up ทำให้การตื่นอยู่จนดึกขึ้นฟังดูเป็นสิทธิพิเศษ get to ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ไปถึงสถานที่” โดย to นำหน้ากริยารูปพื้นฐาน stay ส่วน stay up หมายถึงยังตื่นอยู่แทนที่จะเข้านอน
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่ทำให้การได้เลือกฟังดูเป็น “โอกาสพิเศษ”: As a reward, we ____ choose the game today.
ดูคำตอบ
get to
stay up a little later: เลื่อนเวลานอนออกไปเล็กน้อย
ใน stay up คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี stay up หมายถึงยังคงตื่นอยู่แทนที่จะเข้านอน โดยเฉพาะเมื่อถึงหรือเลยเวลานอนตามปกติ A little later แสดงว่าเวลานอนช้ากว่าเวลาปกติหรือเวลาที่คาดไว้เพียงเล็กน้อย ประโยคนี้อนุญาตให้เข้านอนช้ากว่าปกตินิดหน่อย ไม่ได้หมายความว่าให้อยู่ตื่นตลอดทั้งคืน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของสำนวนเป้าหมายที่หมายถึง “ยังตื่นอยู่เลยเวลานอนตามปกติไปเล็กน้อย”: I ____ to finish the chapter.
ดูคำตอบ
stayed up a little later
What's up with you?: ถามถึงพฤติกรรมที่ผิดไปจากปกติ
What's up with you? ใช้ถามว่าทำไมอีกฝ่ายจึงมีพฤติกรรม ความรู้สึก หรือท่าทางต่างจากปกติ ในที่นี้ผู้พูดสังเกตเห็นสิ่งที่ผิดไปจากที่คาดในตัว Muffin และต้องการคำอธิบาย คำเดียวกันนี้อาจแสดงความห่วงใย ความประหลาดใจ หรือความหงุดหงิดได้ตามน้ำเสียง ให้เข้าใจคำถามทั้งประโยคว่าเป็นสำนวนแสดงปฏิกิริยา ไม่ใช่ความหมายตรงตัวของ up
แบบฝึกหัด
จู่ ๆ เพื่อนสนิทก็เริ่มกระซิบกับเก้าอี้ว่าง คำถามใดถามตรงที่สุดว่าทำไมเพื่อนจึงมีพฤติกรรมผิดปกติ?
- What's up with you?
- How's it going?
- What are you up to this weekend?
ดูคำตอบ
What's up with you?
Oh boy ที่ใช้เป็นปฏิกิริยาแสดงความกังวล
Oh boy เป็นคำอุทานแบบไม่เป็นทางการ ในที่นี้แสดงว่าผู้พูดสังเกตเห็นปัญหาและคิดว่าสถานการณ์อาจยุ่งยากขึ้น มีความหมายใกล้กับ “แย่แล้ว” หรือ “โอ๊ย” ในบริบทนี้ คำนี้ไม่ได้ใช้เรียกเด็กผู้ชาย ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นปฏิกิริยาต่อสถานการณ์ โดยอารมณ์ที่แน่นอนขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียงของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ในฉากสบาย ๆ ที่มีคนสังเกตว่าปัญหาอาจกำลังเริ่มขึ้น “Oh boy” น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด
- แสดงความกังวลเล็กน้อยว่าปัญหาอาจกำลังจะมา
- ประกาศข่าวร้ายที่ร้ายแรงอย่างเป็นทางการ
- เรียกเด็กผู้ชายโดยตรง
ดูคำตอบ
แสดงความกังวลเล็กน้อยว่าปัญหาอาจกำลังจะมา
skipped a sleep: พลาดช่วงนอนตามปกติหนึ่งครั้ง
ในบริบทกิจวัตรของเด็ก skipped a sleep หมายถึงช่วงนอนตามปกติครั้งหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้น โดยเฉพาะการงีบตอนกลางวัน Skip หมายถึงการไม่ทำสิ่งที่คาดหมายหรือวางแผนไว้ ในที่นี้ a sleep เป็นคำนามที่นับได้และหมายถึงการนอนหนึ่งช่วง วลีนี้บอกว่าพลาดการพักผ่อนหนึ่งครั้ง ไม่ได้หมายถึงการกระโดดข้ามบางอย่างตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เมื่อพูดถึงกิจวัตรประจำวันของเด็ก “Muffin's skipped a sleep” หมายความว่าอะไร
- มัฟฟินนอนนานกว่าปกติ
- ช่วงนอนตามปกติของมัฟฟินครั้งหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้น
- มัฟฟินกระโดดข้ามเตียง
ดูคำตอบ
ช่วงนอนตามปกติของมัฟฟินครั้งหนึ่งไม่ได้เกิดขึ้น
Did she say ...? เพื่อยืนยันสิ่งที่ได้ยิน
คำถามที่ไฮไลต์ใช้ตรวจสอบว่าผู้พูดได้ยินคำพูดของอีกคนถูกต้องหรือไม่ Did she say she's a llama? เป็นการถามว่าเธอพูดจริง ๆ หรือว่าตัวเองเป็นลามา และใช้ได้ทั้งเพื่อแสดงความประหลาดใจและขอการยืนยัน โครงสร้างคือ Did + ประธาน + say + อนุประโยค Did ทำหน้าที่บอกอดีตแล้ว ดังนั้น say จึงคงรูปเดิม ไม่ใช้ said ในคำบรรยายฉบับเต็ม Did she ครั้งแรกเป็นการเริ่มพูดใหม่กลางประโยค ส่วนคำถามที่นำไปใช้ต่อได้เริ่มจากช่วงที่ไฮไลต์ Did she say ...?
แบบฝึกหัด
เติมคำถามที่ใช้ตรวจสอบว่า Maya พูดอะไร โดยใช้รูปที่ถูกต้องของ say: Did Maya ____ she needed a ride?
ดูคำตอบ
say
is called สำหรับบอกชื่อหรือชื่อเรื่อง
โครงสร้าง be called + ชื่อ ใช้บอกชื่อหรือชื่อเรื่องของบุคคล สิ่งของ หรือผลงาน ในประโยคนี้ is called ใช้นำหน้าชื่อตอน The Sleepover Called เป็นรูป past participle ของ call และใช้ร่วมกับ is เป็นโครงสร้างแบบ passive ในโครงสร้างนี้ call หมายถึงตั้งชื่อหรือเรียกว่า ไม่ได้หมายถึงโทรศัพท์
แบบฝึกหัด
ใช้ be called ในรูปที่ถูกต้องเพื่อแนะนำชื่อของละคร: Our school play ____ Moonlight.
ดูคำตอบ
is called
You stop, doors, doorstop: การเล่นคำประสมแบบเด็ก ๆ
นี่เป็นคำพูดที่จงใจให้ขาดเป็นช่วง ๆ เพื่อเล่นคำ ไม่ใช่คำสั่งตามปกติ ผู้พูดโยงจาก stop และ doors ไปหา doorstop เพราะคำเหล่านี้มีรูปและเสียงที่สัมพันธ์กัน doorstop คือสิ่งของที่ใช้ค้ำประตูให้เปิดอยู่ เป็นคำนามประสมจาก door + stop โดย s ที่แสดงพหูพจน์ใน doors ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ doorstop ความขำเกิดจากการเชื่อมโยงคำอย่างฉับพลันนี้
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับการเล่นคำในประโยคนี้มากที่สุด
- คำว่า doors stop เป็นชื่อมาตรฐานของประตูที่ล็อกอยู่
- ผู้พูดเชื่อม stop และ doors เข้ากับคำนามประสม doorstop
- ผู้พูดกำลังออกคำสั่งปกติสามคำสั่งเกี่ยวกับการขยับประตู
ดูคำตอบ
ผู้พูดเชื่อม stop และ doors เข้ากับคำนามประสม doorstop
What's going on?: การถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
What's going on? ใช้ขอให้ผู้อื่นอธิบายสถานการณ์ปัจจุบันว่า “กำลังเกิดอะไรขึ้น” เป็นคำถามที่เป็นธรรมชาติเมื่อคุณเพิ่งมาถึง เห็นความวุ่นวาย หรือพบสิ่งที่ไม่คาดคิด ในที่นี้ go on หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ดำเนินอยู่” คำว่า on เป็นส่วนหนึ่งของ go on ไม่ได้บอกสถานที่หรือทิศทาง
แบบฝึกหัด
คุณเดินเข้าไปในห้องที่ทุกคนกำลังตะโกน คำถามใดใช้ขอคำอธิบายเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบัน
- Where is everyone going?
- What time does it start?
- What's going on?
ดูคำตอบ
What's going on?
Remember when you dudes were younger and used to have a little sleep during the day? โน้ต
1:12จำได้ไหมตอนที่พวกหลานยังเล็กและเคยต้องนอนพักตอนกลางวัน?
Remember when ...? เพื่อย้อนกลับไปยังความทรงจำร่วมกัน
ในคำถามนี้ Remember when ...? ไม่ได้มีหน้าที่เพียงถามว่าผู้ฟังจำได้หรือไม่ แต่พาบทสนทนากลับไปยังประสบการณ์ที่ผู้พูดคาดว่าทุกคนรู้ร่วมกัน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย when ระบุสถานการณ์ในอดีต คำเปิดแบบนี้ช่วยสร้างภูมิหลังร่วมกันก่อนที่ผู้พูดจะอธิบาย เปรียบเทียบ หรือเล่าเรื่องต่อ
แบบฝึกหัด
เติมคำเปิดที่ใช้พูดถึงความทรงจำร่วมกัน โดยใช้ Remember กับคำเชื่อมที่ถูกต้อง: ____ we used to build forts in the living room?
ดูคำตอบ
Remember when
you dudes: คำเรียกคนหลายคนแบบกันเองมาก
ในที่นี้ you dudes เป็นการเรียกคนหลายคนโดยตรงแบบเป็นมิตรและกันเองมาก ทำหน้าที่คล้ายคำเรียกสบาย ๆ ว่า you guys ไม่ใช่คำเรียกอย่างเป็นทางการเช่น gentlemen ในอดีต dude มักใช้เรียกผู้ชาย แต่ในบางกลุ่ม dudes ใช้เรียกคนเป็นกลุ่มได้กว้างกว่านั้น การใช้แบบกว้างนี้ไม่ได้เป็นสากล ดังนั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นจึงขึ้นอยู่กับภูมิภาค อายุ ความสัมพันธ์ และความชอบของคนในกลุ่ม
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะกับการใช้ dudes มากที่สุด?
- เมื่อเขียนอีเมลทางการถึงลูกค้า: Dear dudes,
- เมื่อพูดกับเพื่อนสนิท: Are you dudes ready to go?
- เมื่อต้อนรับเจ้าหน้าที่ระดับสูงในพิธี: Welcome, dudes.
ดูคำตอบ
เมื่อพูดกับเพื่อนสนิท: Are you dudes ready to go?
used to have a little sleep: นิสัยในอดีต
โครงสร้าง used to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกนิสัยหรือสภาวะในอดีต และมักสื่อว่าตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว ในประโยคนี้ used to have a little sleep หมายถึงการนอนสั้น ๆ ตอนกลางวันเป็นสิ่งที่ทำเป็นประจำเมื่อพวกเขายังเด็กกว่านี้ หลัง used to ต้องใช้ have ในรูปพื้นฐาน ตรงนี้ไม่ได้เป็นความหมายแบบถูกกระทำว่า “ถูกใช้เพื่อจุดประสงค์หนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าการงีบหลับเป็นนิสัยในอดีต
- I use to take a nap after lunch.
- I am used to taking a nap after lunch.
- I used to take a nap after lunch.
ดูคำตอบ
I used to take a nap after lunch.
Well, as you got older: เกริ่นการเปลี่ยนแปลงตามเวลา
ใน as you got older คำว่า as หมายถึง “ในขณะที่” หรือ “เมื่อเวลาผ่านไป” โดยใช้เกริ่นกระบวนการหนึ่งที่เปลี่ยนแปลงไปตามเวลา ส่วนประโยคหลักที่ตามมามักจะบอกการเปลี่ยนแปลงอีกอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกันหรือเป็นผลตามมา Well เชื่อมความคิดนี้กับสิ่งที่พูดไปก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่ากำลังจะมีคำอธิบาย เครื่องหมายจุลภาคแสดงว่า as you got older เป็นอนุประโยคนำ ประโยคจึงยังให้ความหมายไม่ครบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ as เพื่อเกริ่นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นตามเวลา
- As the weather got colder, the lake began to freeze.
- The box is as heavy as the suitcase.
- As a guide, Leo knows the city well.
ดูคำตอบ
As the weather got colder, the lake began to freeze.
stopped having ...: stop + กริยารูป -ing
stop + กริยารูป -ing หมายถึงเลิกกิจกรรมที่กำลังทำอยู่หรือกิจกรรมที่กลายเป็นนิสัยแล้ว ในที่นี้ stopped having that little sleep หมายความว่าคนนั้นไม่ได้นอนงีบสั้น ๆ ครั้งนั้นอีกแล้ว having คือรูป -ing ที่มาเติมความหมายของ stopped ในการใช้นี้ have a sleep หมายถึงนอนสักพักหรืองีบหลับ ไม่ได้หมายถึงการเป็นเจ้าของสิ่งใด
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ drink เพื่อแสดงว่า Leo เลิกนิสัยนี้แล้ว: Leo stopped ____ energy drinks every morning.
ดูคำตอบ
drinking
didn't you?: คำถามพ่วงเพื่อขอการยืนยัน
คำถามพ่วงคือคำถามสั้น ๆ ที่เติมท้ายข้อความบอกเล่าเพื่อขอให้ผู้ฟังยืนยัน ในประโยคนี้ didn't you? ใช้ตรวจสอบข้อความ you stopped having that little sleep ไม่ได้เป็นการเริ่มคำถามปฏิเสธใหม่ ข้อความหลักเป็นรูปบอกเล่าและอยู่ใน simple past คำถามพ่วงจึงใช้กริยาช่วยอดีต did ในรูปปฏิเสธ คือ didn't และนำประธาน you มาใช้ซ้ำในส่วนคำถามพ่วง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้คำถามพ่วงได้ถูกต้อง
- You called Maya yesterday, didn't you?
- You called Maya yesterday, don't you?
- You called Maya yesterday, weren't you?
ดูคำตอบ
You called Maya yesterday, didn't you?
Well, Muffin is right in the middle of stopping that second little sleep during the day. วลี
1:22เอาล่ะ ตอนนี้มัฟฟินกำลังอยู่ในช่วงเลิกนอนกลางวันรอบที่สองอยู่พอดี
right in the middle of stopping: อยู่ในช่วงของการเปลี่ยนแปลงที่ยังไม่เสร็จ
โครงสร้าง be right in the middle of + -ing หมายถึงกระบวนการหนึ่งเริ่มขึ้นแล้วแต่ยังไม่เสร็จ right ช่วยเน้นว่าคนหรือสิ่งนั้นกำลังอยู่ในช่วงนั้นพอดี middle ในที่นี้หมายถึงช่วงหนึ่งของกระบวนการ ไม่ใช่ตำแหน่งทางกายภาพ และไม่จำเป็นต้องเป็นจุดกึ่งกลางพอดี ในประโยคนี้ การเลิกงีบครั้งที่สองตอนกลางวันเป็นการเปลี่ยนกิจวัตรของมัฟฟินอย่างค่อยเป็นค่อยไป เธอยังอยู่ระหว่างการเปลี่ยนแปลงนั้น หลัง of ต้องใช้รูป -ing เช่น stopping
แบบฝึกหัด
“Nora is right in the middle of changing her routine” หมายความว่าอย่างไร
- การเปลี่ยนแปลงจบไปนานแล้ว
- การเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินอยู่และยังไม่เสร็จ
- การเปลี่ยนแปลงยังไม่เริ่มขึ้น
ดูคำตอบ
การเปลี่ยนแปลงกำลังดำเนินอยู่และยังไม่เสร็จ
Early bed for you: คำสั่งสั้น ๆ ให้เข้านอนเร็ว
“Early bed for you” เป็นสำนวนย่อสั้น ๆ ที่ใช้ในครอบครัว โดยละคำจากประโยคอย่าง “It's an early bedtime for you” หรือ “You're going to bed early” แต่ยังทำหน้าที่เป็นการบอกหรือคำสั่งที่ชัดเจนว่า ผู้ฟังต้องเข้านอนเร็วกว่าปกติ bed ในที่นี้หมายถึงการเข้านอนหรือเวลาเข้านอน ไม่ได้หมายถึงเตียงที่เป็นเฟอร์นิเจอร์ว่า “เร็ว”
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ครอบครัว “Early bed for you” มีความหมายอย่างเป็นธรรมชาติที่สุดว่าอะไร
- ผู้ฟังต้องการเตียงใหม่
- ผู้ฟังต้องเข้านอนเร็ว
- เตียงมาถึงเร็วกว่าที่คาด
ดูคำตอบ
ผู้ฟังต้องเข้านอนเร็ว
though ท้ายประโยค: เสริมความคิดที่ขัดแย้งกัน
เมื่อ though อยู่ท้ายประโยค จะเป็นการเพิ่มประเด็นที่ขัดกับสิ่งที่พูดไปก่อนหน้าหรือสิ่งที่คาดไว้ ในที่นี้ 'We get to stay up late' เป็นข้อโต้แย้งต่อคำกล่าวก่อนหน้าเกี่ยวกับเวลาเข้านอน โดยเพิ่มข้อดีที่ทำให้การสนทนาเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้าม though ที่อยู่ท้ายประโยคจะย้อนกลับไปขยายข้อความทั้งประโยคและแสดงว่าเป็นความคิดที่เสริมขึ้นมาภายหลัง ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยคใหม่ ในบทสนทนาเข้าใจได้ในความหมายประมาณว่า “ถึงอย่างนั้น” หรือ “แต่อีกมุมหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
ตัวเลือกใดใช้ though ท้ายประโยคเพื่อเสริมความคิดที่ขัดแย้งกันภายหลัง
- Though the room is small, it's comfortable.
- The room is small, so it's comfortable.
- The room is small. It's comfortable, though.
ดูคำตอบ
The room is small. It's comfortable, though.
gotta run: วิธีพูดแบบไม่เป็นทางการว่าต้องไปแล้ว
gotta run เป็นวิธีที่ไม่เป็นทางการมากในการพูดว่า “ฉันต้องไปแล้วตอนนี้” ในสำนวนบอกลานี้ run หมายถึงรีบออกไป ไม่ได้แปลว่าต้องเคลื่อนที่ด้วยการวิ่งจริง ๆ เสมอไป รูปที่เต็มกว่าคือ 'I've got to run.' ในประโยคสั้น ๆ แบบสบาย ๆ นี้จะละ 'I've' ไว้ และเขียน got to เป็น gotta เมื่อมี Uh well นำหน้า วลีนี้จะปิดบทสนทนาอย่างรวดเร็ว และอาจสื่อว่าผู้พูดไม่อยากอธิบายเพิ่มเติม
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำที่หมายถึง “ต้องไปแล้วตอนนี้” ลงในประโยคบอกลาแบบสบาย ๆ นี้: Sorry, I've ____. My train is here.
ดูคำตอบ
gotta run
do the right thing by someone: ปฏิบัติต่อใครบางคนอย่างยุติธรรมและมีความรับผิดชอบ
ใน do the right thing by someone คำว่า by ใช้นำหน้าคนที่เราต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และการได้รับความเป็นธรรมของเขา ในประโยคนี้ do the right thing by Muffin หมายถึงปฏิบัติต่อ Muffin อย่างยุติธรรมและมีความรับผิดชอบ ไม่ได้หมายถึงทำบางอย่างขณะยืนอยู่ข้าง Muffin รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ do the right thing by + บุคคลหรือกลุ่มคน
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ปฏิบัติต่อทีมอย่างยุติธรรมและมีความรับผิดชอบ”: After the mistake, the club promised to do the right thing ____ the team.
ดูคำตอบ
by
One game, then bed: กฎแบบสั้นที่ใช้ then
One game, then bed. เป็นประโยคละคำในภาษาพูด โดยตัดคำที่ผู้ฟังอนุมานได้ง่ายออกไป ความหมายเต็ม ๆ ใกล้เคียงกับ You can play one game, and then you go to bed. วลีคำนามสั้น ๆ สองวลีจัดลำดับของกฎ One game กำหนดขีดจำกัดที่อนุญาต ส่วน then bed บอกว่าสิ่งใดต้องเกิดขึ้นต่อไป รูปแบบนี้มีประโยชน์สำหรับตารางเวลา คำสั่ง และการกำหนดขอบเขตแบบสั้น ๆ
แบบฝึกหัด
กฎสั้น ๆ ข้อใดหมายความว่าอนุญาตให้ดูก่อนหนึ่งตอน แล้วต้องทำการบ้านต่อ?
- One episode, then homework.
- Homework, then one episode.
- One episode during homework.
ดูคำตอบ
One episode, then homework.
so that we have to stay up late to finish it. ไวยากรณ์
2:08เพื่อที่เราจะได้ต้องนอนดึกเพื่อเล่นให้จบ
so that we have to ...: จุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้
ในที่นี้ so that ใช้นำหน้าจุดประสงค์ที่ตั้งใจไว้ของการสร้างเกมให้ยาวมาก ผู้พูดต้องการสร้างสถานการณ์ที่ทำให้ทุกคนต้องอยู่ดึก ไม่ได้เพียงเชื่อมกับผลที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ ในอนุประโยคบอกจุดประสงค์ have to แสดงความจำเป็นที่เกิดจากแผนนั้น ส่วน to finish it อธิบายว่าทำไมจึงต้องอยู่ดึก รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ do something so that + ประธาน + can/will/has to + กริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมสองคำที่แสดงจุดประสงค์ให้ประโยคสมบูรณ์: I set an alarm ____ I wouldn't miss the train.
ดูคำตอบ
so that
shall we have a nice slow dinner at the restaurant? น้ำเสียง/เจตนา
2:22เรามากินมื้อค่ำแบบช้าๆ ที่ร้านอาหารกันไหม?
shall we have ...?: การชวนทำบางอย่างร่วมกันอย่างสุภาพ
Shall we have ...? ใช้ถามเพื่อเสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำกิจกรรมร่วมกัน ในประโยคนี้เป็นการชวนทุกคนอย่างสุภาพให้รับประทานมื้อเย็นแบบไม่รีบร้อน โครงสร้างคือ Shall we + กริยารูปพื้นฐาน ...? น้ำเสียงมักดูสุภาพเรียบร้อยหรือจงใจเลียนแบบผู้ใหญ่ จึงเข้ากับบทสนทนาร้านอาหารแบบเล่นสมมติ
แบบฝึกหัด
เติมข้อเสนอให้ทำร่วมกันอย่างสุภาพด้วย Shall we: ____ sit by the window?
ดูคำตอบ
Shall we
Sure thing, babe.: การตอบตกลงแบบสบาย ๆ พร้อมคำเรียกที่รัก
Sure thing เป็นวิธีตอบรับคำขอแบบกันเองและเป็นบวก หรือใช้บอกว่า “ได้เลย ไม่มีปัญหา” ในที่นี้ thing ไม่ได้หมายถึงสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่ง แต่ Sure thing เป็นคำตอบแบบตายตัว Babe เป็นคำเรียกอย่างรักใคร่สำหรับคนสนิท ซึ่งมักเป็นคนรักหรือคู่ชีวิต เมื่อรวมกันแล้ว ประโยคนี้จึงฟังดูเต็มใจ สบาย ๆ และอบอุ่น
แบบฝึกหัด
คนรักของคุณถามว่า “Can you bring me a glass of water?” ปกติคุณทั้งคู่ใช้คำเรียกอย่างรักใคร่ต่อกัน คำตอบใดฟังดูเป็นกันเอง เต็มใจ และอบอุ่น
- Sorry, I can’t.
- Of course, sir.
- Sure thing, babe.
ดูคำตอบ
Sure thing, babe.
Welcome to our restaurant: รูปแบบ Welcome to + สถานที่
Welcome to + สถานที่ งาน องค์กร หรือแพลตฟอร์ม เป็นคำทักทายมาตรฐานสำหรับต้อนรับคนที่เพิ่งมาถึงหรือเข้าร่วม ในประโยคนี้ our restaurant ระบุสถานที่ที่กำลังต้อนรับแขก คง Welcome to ไว้แล้วเปลี่ยนสถานที่หรืองานที่อยู่ท้ายประโยค เช่น Welcome to our school; Welcome to the show คำว่า to เชื่อมคำต้อนรับเข้ากับสถานที่หรือบริบทนั้น
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ขาดหายไปเพื่อทำคำต้อนรับมาตรฐานให้สมบูรณ์: Welcome ____ our museum.
ดูคำตอบ
to
known for its speedy service: การใช้ be known for
be known for + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “มีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จักเพราะบางสิ่ง” ในที่นี้ known for its speedy service อธิบายจุดเด่นของร้านอาหารว่า ผู้คนรู้จักร้านนี้เพราะให้บริการลูกค้าอย่างรวดเร็ว ในส่วนของคำบรรยายนี้ known เป็นคำกริยาช่องสามที่ใช้ในวลีบรรยาย หากเขียนเป็นประโยคเต็ม ปกติจะอยู่หลังรูปหนึ่งของ be: The restaurant is known for its speedy service.
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทที่ทำให้ประโยคมีความหมายว่า “มีชื่อเสียงเพราะ”:The town is known ____ its old bridge.
ดูคำตอบ
for
How many will be dining tonight?: การถามจำนวนผู้รับประทานอาหาร
How many will be dining tonight? เป็นวิธีที่พนักงานต้อนรับของร้านอาหารใช้ถามว่าคืนนั้นจะมีคนมารับประทานอาหารที่ร้านกี่คน How many แทน how many people หรือ how many guests เพราะบริบทของร้านอาหารทำให้เข้าใจคำนามที่ละไว้ได้ชัดเจน คำถามนี้ไม่ได้ถามปริมาณอาหาร Dine หมายถึงรับประทานอาหาร แต่ฟังเป็นทางการและเกี่ยวกับงานบริการมากกว่า eat รูปอนาคตกำลังกระทำ will be dining นำเสนอมื้ออาหารที่วางแผนไว้เป็นกิจกรรมที่จัดเตรียมแล้ว และทำให้คำถามมีน้ำเสียงสุภาพแบบงานต้อนรับ
แบบฝึกหัด
พนักงานต้อนรับของร้านอาหารจะใช้คำถามใดอย่างเป็นธรรมชาติเพื่อถามจำนวนแขกที่จะรับประทานอาหารคืนนี้
- What time will you be dining tonight?
- How many will be dining tonight?
- How much food will you order tonight?
ดูคำตอบ
How many will be dining tonight?
Wake up! ในรูปคำสั่ง
Wake up หมายถึงหยุดนอนและตื่นขึ้น ในที่นี้เป็นประโยคคำสั่ง โดยผู้พูดบอก Sheila โดยตรงให้ตื่น Sheila เป็นคนที่ผู้พูดเรียก ไม่ใช่กรรมของคำว่า wake ในกริยาวลีนี้ up เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน
แบบฝึกหัด
Sheila กำลังหลับและคุณกำลังพูดกับเธอโดยตรง ประโยคใดบอกให้เธอตื่น
- Sheila wakes me up!
- Wake up, Sheila!
- Wake Sheila up!
ดูคำตอบ
Wake up, Sheila!
needs to go to bed: need to + กริยารูปพื้นฐาน
ใช้ need to หน้าคำกริยาที่ไม่เปลี่ยนรูปเพื่อบอกว่าการกระทำนั้นจำเป็น รูปที่ไม่เปลี่ยนนี้เรียกว่ากริยารูปพื้นฐาน เมื่อประธานเป็น he, she, it หรือชื่อของคนหนึ่งคน need จะเปลี่ยนเป็น needs แต่กริยาถัดไปยังคงรูปเดิม จึงใช้ needs to go ไม่ใช่ needs to goes go to bed เป็นสำนวนตายตัวที่หมายถึงเริ่มนอนหรือเริ่มกิจวัตรก่อนนอน ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่เดินไปทางเตียง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ need to กับ she ได้ถูกต้อง
- She need to goes to bed early.
- She needs to go to bed early.
- She needs go to bed early.
ดูคำตอบ
She needs to go to bed early.
she's fine: บอกว่าเธอไม่เป็นไร
ในประโยคนี้ she's fine หมายถึง “เธอไม่เป็นไร” หรือ “ไม่ต้องเป็นห่วงเธอ” คำว่า fine บอกว่าสภาพของเธออยู่ในระดับที่ไม่มีปัญหา ไม่ได้หมายความว่าเธอทำผลงานได้ยอดเยี่ยม คำตอบนี้ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจ และอาจลดความสำคัญของการเข้าไปช่วยหรือแทรกแซงด้วย ผู้พูดกำลังบอกตามการประเมินของตนว่า ตอนนี้เธอไม่ต้องการความช่วยเหลือ
แบบฝึกหัด
ในคำตอบที่ใช้ทำให้อีกฝ่ายสบายใจ "She's fine." น่าจะหมายความว่าอะไรที่สุด?
- เธอทำผลงานได้ยอดเยี่ยม
- เธอต้องจ่ายค่าปรับ
- เธอไม่เป็นไรและอาจไม่ต้องการความช่วยเหลือ
ดูคำตอบ
เธอไม่เป็นไรและอาจไม่ต้องการความช่วยเหลือ
next stop, the museum: สำนวนประกาศแบบระบบขนส่ง
ประกาศ Next stop, the museum เป็นรูปย่อของ The next stop is the museum ในที่นี้ stop เป็นคำนาม หมายถึงจุดที่รถไฟหรือรถโดยสารให้ผู้โดยสารขึ้นลง ไม่ใช่คำกริยาที่แปลว่า “หยุด” หลังเสียงรถไฟ Choo choo ประโยคประกาศนี้ทำให้ฉากสมมติเปลี่ยนเป็นการเดินทาง รูปแบบถ้อยคำเหมือนประกาศบนรถจึงทำให้การเปลี่ยนบทบาทอย่างฉับพลันชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมคำหนึ่งคำเพื่อให้ประกาศการเดินทางสมบูรณ์: Next ____, Central Station.
ดูคำตอบ
stop
Here are the menus: การยื่นสิ่งของหลายชิ้น
Here are ... เป็นโครงสร้างที่ใช้เมื่อยื่น แสดง หรือชี้ให้ดูสิ่งของมากกว่าหนึ่งชิ้น ในประโยคนี้ผู้พูดใช้ขณะยื่นเมนูให้ผู้อื่น ดังนั้น here จึงไม่ได้บอกเพียงสถานที่ว่า “ที่นี่” menus เป็นคำนามพหูพจน์ จึงใช้ are หากมีสิ่งของชิ้นเดียวให้ใช้ Here is ... เช่น Here is the menu.
แบบฝึกหัด
พนักงานเสิร์ฟกำลังยื่นเมนูหลายเล่ม จงเติมประโยคให้สมบูรณ์: Here ____ the menus.
ดูคำตอบ
are
just warning you: การเตือนล่วงหน้าแบบกันเอง
Just warning you เป็นรูปย่อในภาษาพูดของ I'm just warning you ใช้เกริ่นข้อมูลที่อีกฝ่ายอาจรู้สึกว่าไม่สะดวก ไม่คาดคิด หรือมีปัญหาเล็กน้อย เพื่อให้อีกฝ่ายเตรียมตัวได้ ในที่นี้ warning ไม่ได้หมายถึงภัยคุกคามร้ายแรง แต่ใกล้เคียงกับ “ขอบอกไว้ก่อน” คำว่า just ทำให้คำเตือนฟังเบาและเป็นกันเองขึ้น แต่โทนเสียงยังมีผลต่อความรู้สึก
แบบฝึกหัด
เพื่อนกำลังจะนั่งบนม้านั่งที่เพิ่งทาสี ประโยคใดใช้เตือนล่วงหน้าแบบเป็นกันเองได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- I was wondering whether the paint is still wet.
- Thanks for telling me the paint is still wet.
- Just warning you, the paint is still wet.
ดูคำตอบ
Just warning you, the paint is still wet.
take a long time deciding: โครงสร้าง take + เวลา + -ing
Take a long time doing something หมายถึงคนหรือกลุ่มคนใช้เวลามากกับกิจกรรมหนึ่ง ในที่นี้ deciding บอกว่ากิจกรรมนั้นคือการตัดสินใจ ดังนั้น we'll take a long time deciding จึงหมายถึงเราจะใช้เวลานานกว่าจะตัดสินใจได้ โครงสร้างคือ คนหรือกลุ่มคน + take + สำนวนบอกเวลา + รูป -ing มีเพียง take ที่เปลี่ยนตามกาลหรือประธาน เช่น we take, she takes, we took หรือ we'll take ส่วน deciding ยังคงเป็นรูป -ing ตามปกติภาษาอังกฤษไม่พูดว่า decide long time แต่ใช้ take เชื่อมสำนวนบอกเวลาเข้ากับคนหรือกลุ่มคนที่ทำกิจกรรมนั้น
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเป้าหมาย take + เวลา + -ing โดยใช้รูปที่ถูกต้องของ choose: We took a long time ____ a name for our team.
ดูคำตอบ
choosing
No, you won't: ใช้ won't ปฏิเสธคำพูดเกี่ยวกับอนาคต
No, you won't ปฏิเสธโดยตรงต่อคำพูดเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้ฟังจะทำหรือสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับผู้ฟัง won't เป็นรูปย่อของ will not วลีกริยาหลักถูกละไว้เพราะเข้าใจได้จากประโยคก่อนหน้า ในที่นี้ you won't หมายถึง you won't take a long time deciding การใช้เพียง will หรือ won't แบบนี้ช่วยไม่ให้ต้องพูดวลีกริยาในอนาคตซ้ำทั้งหมด
แบบฝึกหัด
มีคนพูดกับคุณว่า 'You'll change your mind.' คำตอบใดปฏิเสธคำคาดการณ์นี้อย่างตรงไปตรงมาและหนักแน่นโดยไม่พูดกริยาหลักซ้ำ?
- I might change my mind.
- No, I won't.
- Yes, I will.
ดูคำตอบ
No, I won't.
It all looks so good: บรรยายตัวเลือกทั้งหมดเป็นภาพรวม
ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งที่จัดแสดงหรือกลุ่มตัวเลือกทั้งหมด ส่วน all ครอบคลุมทุกอย่างที่อยู่ในกลุ่มนั้น ดังนั้น it all looks so good จึงหมายความว่าทุกตัวเลือกดูน่าสนใจ โดย all ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “อย่างสมบูรณ์” looks ทำหน้าที่เป็นกริยาเชื่อมที่ตามด้วยคำคุณศัพท์ good ส่วน so ช่วยเน้นให้ปฏิกิริยาเชิงบวกนั้นชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
คุณเห็นตู้จัดแสดงขนาดใหญ่ที่มีของหวานหลายชนิด ประโยคใดบรรยายของในตู้ทั้งหมดได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- It all look so good.
- It all looks so good.
- They all looks so good.
ดูคำตอบ
It all looks so good.
Let us out!: ขอให้ปล่อยออกไป
Let us out! หมายถึง “อนุญาตให้พวกเราออกจากสถานที่ปิดนี้” หรือ “ปล่อยพวกเราไป” us คือผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำของ let ส่วน out แสดงทิศทางจากข้างในไปข้างนอก โครงสร้างคือ let + คน + out โดยไม่ใส่ to หน้า out ใช้เมื่อผู้ฟังเป็นผู้ควบคุมประตู สิ่งกีดขวาง หรือข้อจำกัดอื่นที่ทำให้ออกไปไม่ได้
แบบฝึกหัด
คุณติดอยู่ในห้องที่ล็อกไว้ เติมคำขอให้สมบูรณ์: Please let us ____!
ดูคำตอบ
out
we've finished: ผลที่เสร็จแล้วและสำคัญในตอนนี้
we've finished เป็นรูปย่อของ we have finished ในประโยคนี้ present perfect แสดงว่าการเล่นเกมให้จบเป็นการกระทำที่เสร็จแล้วและผลของมันสำคัญต่อปัจจุบัน ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าตอนนี้เกมจบแล้วหรือยัง ใน a game we've finished ส่วน we've finished เป็นอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ขยาย a game โดยละคำสรรพนามสัมพัทธ์ that ซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรม รูปเต็มคือ a game that we've finished คำถามนี้ถามว่านี่เป็นเกมที่เล่นจบแล้วหรือไม่
แบบฝึกหัด
ใน “Is this a game we've finished?” ผู้พูดกำลังตรวจสอบเรื่องใดเป็นหลัก?
- พวกเขาวางแผนจะเริ่มเกมพรุ่งนี้หรือไม่
- เกมเริ่มตอนกี่โมงอย่างแน่นอน
- ตอนนี้เกมเล่นจบแล้วหรือยัง
ดูคำตอบ
ตอนนี้เกมเล่นจบแล้วหรือยัง
the chip shop: ร้านอาหารซื้อกลับแบบอังกฤษและออสเตรเลีย
ในภาษาอังกฤษแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่ใช้ในชีวิตประจำวัน chip shop คือร้านอาหารซื้อกลับขนาดเล็กที่ขายมันฝรั่งทอดร้อน ๆ และมักขายปลาทอดด้วย ชื่อที่เต็มกว่าของร้านประเภทนี้คือ fish and chip shop ในที่นี้ chips หมายถึงชิ้นมันฝรั่งทอดร้อน ๆ ไม่ได้หมายถึงขนมแผ่นบางกรอบที่ภาษาอังกฤษแบบอเมริกันมักเรียกว่า potato chips ส่วนภาษาอังกฤษแบบอังกฤษมักเรียกขนมบรรจุถุงนั้นว่า crisps
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ chip shop คือสถานที่แบบใด?
- ร้านที่ซ่อมชิปคอมพิวเตอร์
- ร้านอาหารซื้อกลับที่ขายมันฝรั่งทอดร้อน ๆ และมักขายปลาทอดด้วย
- ร้านที่เชี่ยวชาญการขายมันฝรั่งแผ่นทอดแบบบรรจุถุง
ดูคำตอบ
ร้านอาหารซื้อกลับที่ขายมันฝรั่งทอดร้อน ๆ และมักขายปลาทอดด้วย
Chippies!: รูปแบบขี้เล่นและเป็นภาษาของเด็กของ chips
ในประโยคนี้ Chippies เป็นคำเรียก chips แบบขี้เล่นและเป็นภาษาของเด็ก การเพิ่มอีกหนึ่งพยางค์ทำให้เสียงเรียกอาหารฟังดูน่ารักและตื่นเต้น แต่ยังคงหมายถึงมันฝรั่งทอดเหมือนเดิม ให้เข้าใจว่าเป็นคำพูดเล่น ๆ ของเด็ก ไม่ใช่กฎทั่วไปสำหรับสร้างชื่ออาหาร
แบบฝึกหัด
"Chippies!" ในประโยคนี้หมายความว่าอะไร?
- หมายถึงชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก
- เป็นชื่อมาตรฐานอย่างเป็นทางการของ chips ในเมนู
- เป็นวิธีพูด chips แบบขี้เล่นและเป็นภาษาของเด็ก
ดูคำตอบ
เป็นวิธีพูด chips แบบขี้เล่นและเป็นภาษาของเด็ก
Get your chips here: คำเรียกลูกค้าแบบพ่อค้าแม่ค้า
Get your chips here. เป็นคำเรียกลูกค้าแบบพ่อค้าแม่ค้าที่สั้นกระชับ โดยวางการกระทำและสินค้า get your chips ไว้ก่อน แล้ววางสถานที่ here ไว้ท้ายประโยค ผู้ฟังจึงรู้ได้อย่างรวดเร็วว่ามีอะไรขายและขายที่ไหน ในบริบทการขายนี้ get หมายถึง "ซื้อหรือมารับ" ประโยคคำสั่งนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชิญแบบเปิดถึงลูกค้า ไม่ใช่คำสั่งส่วนตัวที่สั่งคนเพียงคนเดียว
แบบฝึกหัด
คำเรียก "Get your chips here." มีหน้าที่หลักอะไร?
- เรียกลูกค้าเข้ามาและบอกว่ามีมันฝรั่งทอดขายที่จุดนี้
- บอกให้คนคนหนึ่งนำมันฝรั่งทอดที่ตนมีอยู่แล้วมาคืน
- อธิบายว่ามันฝรั่งทอดทำอย่างไร
ดูคำตอบ
เรียกลูกค้าเข้ามาและบอกว่ามีมันฝรั่งทอดขายที่จุดนี้
Would you like some chips? สำหรับการเสนออย่างสุภาพ
Would you like some chips? ใช้เสนออาหารที่มีอยู่ในตอนนั้นอย่างสุภาพ ในที่นี้ Would you like...? หมายถึงถามว่าอีกฝ่ายต้องการรับตอนนี้หรือไม่ ไม่ได้ถามว่าโดยทั่วไปชอบอาหารชนิดนั้นหรือไม่ เวลาเสนอสิ่งของ มักใช้ some อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายอาจรับข้อเสนอ คำตอบสั้น ๆ อาจเป็น Yes, please. หรือ No, thank you.
แบบฝึกหัด
พนักงานกำลังเสนอน้ำที่มีอยู่ตอนนี้ ประโยคใดสุภาพและเป็นธรรมชาติที่สุด
- Would you like some water?
- Do you usually like water?
- Did you drink some water?
ดูคำตอบ
Would you like some water?
Please do not don't...: ใช้รูปปฏิเสธเพียงรูปเดียว
คำบรรยายเก็บการพูดปฏิเสธซ้ำที่ไม่เป็นมาตรฐานไว้ โดย don't มีความหมายเท่ากับ do not อยู่แล้ว ดังนั้น do not don't จึงนำรูปปฏิเสธเดียวกันสองแบบมาใช้ติดกัน นี่เป็นการพูดผิดหรือเริ่มประโยคผิดแบบเด็ก ๆ ไม่ใช่การเน้นให้แรงขึ้น ในภาษาอังกฤษมาตรฐาน ให้เลือกเพียงรูปเดียวหน้าคำกริยารูปพื้นฐาน ได้แก่ Please do not shake my shop. หรือ Please don't shake my shop. ทั้งสองประโยคขอให้อีกฝ่ายไม่เขย่าร้าน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเป็นคำขอปฏิเสธที่เป็นมาตรฐานและเป็นธรรมชาติ
- Please don't lean on the door.
- Please don't to lean on the door.
- Please do not don't lean on the door.
ดูคำตอบ
Please don't lean on the door.
We'd love some chips, please: การตอบรับอย่างอบอุ่นและสุภาพ
We'd เป็นรูปย่อของ we would ในที่นี้ we'd love some chips หมายถึงกลุ่มผู้พูดยินดีมากที่จะรับเฟรนช์ฟรายส์ คำว่า love แสดงความอยากหรือความเต็มใจอย่างมาก ไม่ได้หมายถึงความรักแบบคนรัก please ทำให้คำขอสุภาพขึ้น โครงสร้าง We'd love + คำนาม ใช้ตอบรับข้อเสนออย่างกระตือรือร้น หรือขอสิ่งใดอย่างเป็นมิตรและเต็มใจ
แบบฝึกหัด
พนักงานเสนอของหวานให้กลุ่มของคุณ คำตอบใดเป็นการตอบรับอย่างอบอุ่นและสุภาพ
- We want cake.
- We'd loved some cake, please.
- We'd love some cake, please.
ดูคำตอบ
We'd love some cake, please.
take your time: ไม่ต้องรีบ
Take your time เป็นสำนวนที่หมายถึง “ไม่ต้องรีบ ใช้เวลาได้เท่าที่ต้องการ” ในประโยคนี้ ผู้พูดทำให้อีกฝ่ายสบายใจว่าไม่จำเป็นต้องรีบทำทันที คำว่า take ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึง “หยิบ” ตามตัวอักษร สามารถใช้ได้เมื่ออีกฝ่ายกำลังคิด เลือก หรือลงมือทำงานให้เสร็จ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่หมายถึง “ไม่ต้องรีบ” ให้สมบูรณ์: You can decide later—take your ____.
ดูคำตอบ
time
Your friend looks like she should be in bed. ไวยากรณ์
3:57เพื่อนของคุณดูเหมือนควรจะเข้านอนได้แล้วนะ
looks like she should be in bed: การตัดสินจากสิ่งที่สังเกตเห็น
ในประโยคนี้ looks like ใช้เกริ่นข้อสรุปจากสิ่งที่ผู้พูดสังเกตเห็น กล่าวคือ เพื่อนคนนั้นดูเหมือนต้องการพัก ไม่ได้บอกเพียงว่าหน้าตาคล้ายใคร หลัง looks like ข้อความ she should be in bed เป็นอนุประโยคที่สมบูรณ์ Should แสดงมุมมองของผู้พูดว่าสิ่งใดเหมาะสมหรือสมควรทำ เมื่อรวมกัน โครงสร้าง ประธาน + looks like + อนุประโยค ทำให้การตัดสินฟังตรงน้อยกว่าคำสั่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่า เมื่อดูจากท่าทางของ Jamie แล้ว ตอนนี้เขาน่าจะต้องพัก?
- Jamie looks like his brother.
- Jamie looks like he has already taken a break.
- Jamie looks like he should take a break.
ดูคำตอบ
Jamie looks like he should take a break.
Well, that'll be ...: การบอกจำนวนเงินที่ต้องชำระ
Well ใช้เปลี่ยนเข้าสู่ผลลัพธ์หรือยอดรวมอย่างเป็นธรรมชาติ ที่จุดชำระเงินหรือเมื่อเสนอราคา that'll be + จำนวนเงิน เป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้บอกยอดที่ลูกค้าต้องจ่าย That'll เป็นรูปย่อของ that will ในที่นี้ will ไม่ได้หมายถึงอนาคตอันไกล แต่ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นสำนวนประจำในสถานการณ์ซื้อขาย ส่วน Please ช่วยเพิ่มความสุภาพ
แบบฝึกหัด
ที่จุดชำระเงินในร้านค้า จงเติมประโยคโดยใช้รูปย่อของ that will และคำกริยา be: Well, ____ twelve pounds, please.
ดูคำตอบ
that'll be
$4 dollarbucks: คำเรียกเงินสมมติแบบขำ ๆ
dollarbucks เป็นคำเรียกเงินแบบสมมติและขำ ๆ ที่ใช้ใน Bluey โดยเกิดจากการนำ dollars กับ bucks มารวมกัน ในการซื้อขายสมมตินี้ $4 dollarbucks หมายถึงราคาเท่ากับเงินสี่หน่วยเท่านั้น คำนี้เป็นส่วนหนึ่งของมุกแบบเด็ก ๆ ในเรื่อง ไม่ใช่ชื่อทางการของสกุลเงินจริง ในภาษาอังกฤษทั่วไป ราคาจริง $4 ปกติอ่านว่า four dollars
แบบฝึกหัด
dollarbucks ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- บัญชีธนาคารประเภทหนึ่ง
- ชื่อทางการของสกุลเงินออสเตรเลีย
- วิธีพูดถึงเงินแบบสมมติและขำ ๆ
ดูคำตอบ
วิธีพูดถึงเงินแบบสมมติและขำ ๆ
if we pay him, the game's finished: เงื่อนไขและผลลัพธ์โดยตรง
อนุประโยค if คือ if we pay him ทำหน้าที่บอกเงื่อนไข ส่วนประโยคหลัก the game's finished บอกผลลัพธ์ว่า การจ่ายเงินให้เขาจะทำให้เกมจบ ทั้งสองส่วนใช้รูปปัจจุบัน คือ pay และ is finished ตรงนี้ควรเข้าใจ the game's finished ว่าเป็น the game is finished ซึ่งอธิบายสภาพที่เป็นผลตามมา โครงสร้างปัจจุบัน-ปัจจุบันนี้ทำให้ผลลัพธ์ฟังดูเกิดขึ้นทันทีและแน่นอนในสถานการณ์นั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างเงื่อนไขและผลลัพธ์โดยตรงแบบเดียวกัน?
- If we open the box, the surprise is over.
- Opening the box ended the surprise yesterday.
- If we opened the box, the surprise would be over.
ดูคำตอบ
If we open the box, the surprise is over.
gonna ในฐานะรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to
Gonna เป็นการเขียนแบบไม่เป็นทางการของ going to ที่มักออกเสียงย่อในภาษาพูด ใน are we gonna do คำนี้อยู่ในโครงสร้าง be + gonna + กริยารูปพื้นฐาน และใช้ถามถึงแผนในอนาคตหรือสิ่งที่จะทำต่อไป กริยารูปพื้นฐานในที่นี้คือ do เมื่อได้ยิน gonna หน้ากริยารูปพื้นฐาน ให้ตีความว่าเป็น going to ตัว gonna เองไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการของ going to: What are we ____ do after lunch?
ดูคำตอบ
gonna
game's still going: เกมยังไม่จบ
Game's เป็นรูปย่อของ game is ใน The game's still going คำว่า going หมายถึงการดำเนินต่อหรือยังอยู่ระหว่างดำเนินการ ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปที่ใด เกมเริ่มแล้วและยังไม่จบ Still แสดงว่าสถานการณ์นี้ดำเนินต่อมาจนถึงตอนนี้ มักใช้เมื่อมีคนคาดว่ามันจะหยุดหรือคิดว่ามันอาจจบไปแล้ว โครงสร้าง be + still going ยังใช้บรรยายกิจกรรมหรือกระบวนการอื่นที่ยังดำเนินอยู่ได้ด้วย
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดทำให้การพูดว่า "The meeting is still going" เป็นธรรมชาติ?
- การประชุมเริ่มไปก่อนหน้านี้และยังไม่จบ
- ผู้เข้าร่วมประชุมกำลังเดินไปยังอีกอาคารหนึ่ง
- การประชุมมีกำหนดจัดในวันพรุ่งนี้
ดูคำตอบ
การประชุมเริ่มไปก่อนหน้านี้และยังไม่จบ
Did someone call the police? — ตรวจสอบว่ามีใครติดต่อตำรวจหรือไม่
Did someone call the police? เป็นคำถามแบบตอบใช่หรือไม่เกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต คำว่า someone หมายถึงบุคคลที่ไม่ได้ระบุว่าเป็นใคร ผู้พูดกำลังถามว่ามีใครติดต่อตำรวจไปแล้วหรือยัง ส่วน call the police หมายถึงติดต่อตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุ ไม่ได้หมายถึงเพียงตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจ เมื่อใช้เป็นประโยคตอนปรากฏตัวในละครหรือการสวมบทบาท คำถามนี้ช่วยสื่อทันทีว่า “ฉันคือตำรวจที่มาตามคำแจ้งเหตุ” ประโยคเดียวกันนี้ใช้เป็นคำถามตามความหมายตรงในสถานการณ์จริงได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
Did someone call the police? ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร?
- คนที่ทราบตัวตนอยู่แล้วตะโกนเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ใกล้ ๆ
- มีใครติดต่อตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือหรือไม่?
- เจ้าหน้าที่ตำรวจโทรศัพท์หนึ่งครั้ง
ดูคำตอบ
มีใครติดต่อตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือหรือไม่?
she went that way — การเคลื่อนไปในทิศทางที่ชี้ไว้
ใน she went that way คำว่า went เป็นรูปอดีตของ go และ that way หมายถึง “ไปในทิศทางที่กำลังชี้อยู่” ทิศทางนั้นอาจแสดงด้วยการชี้มือ สายตา หรือข้อมูลที่เห็นได้ชัดอยู่แล้วในฉาก ในที่นี้ way หมายถึงทิศทางหรือเส้นทาง ไม่ใช่วิธีการ เมื่อใช้กับคำกริยาแสดงการเคลื่อนที่ go, went หรือ ran that way จะบอกว่าคนคนนั้นเคลื่อนไปทางไหน
แบบฝึกหัด
that way ในประโยคใดหมายถึง “ไปในทิศทางนั้น”?
- Maya solved the puzzle that way.
- Maya did not know the way.
- After the bell rang, Maya ran that way.
ดูคำตอบ
After the bell rang, Maya ran that way.
Thank you for your time, sir.: คำกล่าวปิดท้ายอย่างเป็นทางการ
Thank you for your time ใช้ขอบคุณอีกฝ่ายที่สละเวลาพูดคุย ตอบคำถาม หรือให้ความช่วยเหลือ ในประโยคนี้เป็นการจบการสนทนาอย่างสุภาพ your time หมายถึงเวลาและความใส่ใจที่ผู้ฟังมอบให้ ไม่ได้หมายถึงเวลาที่เขาเป็นเจ้าของ sir เป็นคำเรียกผู้ชายโดยตรงที่เพิ่มความเคารพและความเป็นทางการ ในการเล่นบทบาทสมมตินี้ ถ้อยคำแบบผู้ใหญ่ที่ฟังเป็นทางการช่วยให้ผู้พูดดูเหมือนผู้ปฏิบัติงานมืออาชีพ
แบบฝึกหัด
เมื่อจบการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ Thank you for your time, sir. สื่อความหมายอะไร?
- เป็นการขอบคุณผู้ชายคนนั้นเพียงเพราะเขามาถึงตรงเวลา
- เป็นการบอกว่าตอนนี้ผู้พูดเป็นเจ้าของเวลาของผู้ชายคนนั้น
- เป็นการขอบคุณผู้ชายคนนั้นอย่างสุภาพสำหรับเวลาและความใส่ใจที่เขามอบให้
ดูคำตอบ
เป็นการขอบคุณผู้ชายคนนั้นอย่างสุภาพสำหรับเวลาและความใส่ใจที่เขามอบให้
throw the book at her: ลงโทษเธออย่างหนัก
throw the book at someone เป็นสำนวนที่หมายถึงลงโทษคนนั้นให้หนักที่สุดเท่าที่กฎหมายหรือกฎจะอนุญาต ในที่นี้ her ระบุคนที่จะได้รับโทษ ไม่ได้มีการขว้างหนังสือจริง ๆ ภาพเปรียบเทียบคือการใช้ "หนังสือ" กฎหมายหรือกฎทั้งเล่มจัดการกับใครบางคน ในประโยคเต็ม โครงสร้าง I want you to... ยังทำให้คำเรียกร้องฟังดูหนักแน่นด้วย
แบบฝึกหัด
The judge threw the book at him. หมายความว่าอะไร?
- ผู้พิพากษาลงโทษเขาให้หนักที่สุดเท่าที่ทำได้
- ผู้พิพากษายื่นหนังสือให้เขาอ่าน
- ผู้พิพากษาขอให้เขาเขียนกฎลงมา
ดูคำตอบ
ผู้พิพากษาลงโทษเขาให้หนักที่สุดเท่าที่ทำได้
listen up: คำสั่งตรง ๆ ให้ตั้งใจฟัง
Listen up เป็นคำสั่งในภาษาพูดแบบตรงไปตรงมา หมายถึง “หันมาสนใจฉันอย่างเต็มที่และฟังสิ่งที่จะพูดต่อไป” ในประโยคนี้ Now เพิ่มความเร่งด่วนและบอกว่าผู้พูดกำลังจะให้ข้อมูลหรือกฎสำคัญ ตรงนี้ up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลีตายตัว listen up ไม่ได้หมายความว่าเสียงเคลื่อนขึ้นด้านบน เมื่อเทียบกับ Listen แล้ว Listen up เน้นให้ทุกคนหันมาสนใจทันทีก่อนการประกาศหรือคำแนะนำมากกว่า
แบบฝึกหัด
ผู้พูดหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูด Listen up ในประโยคนี้?
- ตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดให้ดี
- บอกฉันว่าคุณไปที่ไหนมา
- เพิ่มระดับเสียงขึ้น
ดูคำตอบ
ตั้งใจฟังสิ่งที่ฉันกำลังจะพูดให้ดี
If ... she has to ...: การบอกหน้าที่ตามเงื่อนไข
อนุประโยค if บอกเงื่อนไขว่าเพื่อนซื้อมันฝรั่งทอด ส่วนประโยคหลักบอกผลที่จำเป็นว่าเธอต้องจ่ายเงิน ทั้งสองส่วนรวมกันเป็นกฎที่ใช้เมื่อเงื่อนไขนั้นเกิดขึ้น โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ If + present simple, ... have/has to + กริยารูปพื้นฐาน ใน has to pay นั้น has to หมายถึง “จำเป็นต้องจ่าย” ไม่ใช่ความหมายแสดงการครอบครองของ has
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ have to เพื่อเติมกฎให้สมบูรณ์: If Leo uses the art room, he ____ clean the table afterward.
ดูคำตอบ
has to
It's not fair: การทักท้วงว่าได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม
“It's not fair”ใช้บอกว่ากฎ การตัดสิน ผลลัพธ์ หรือวิธีปฏิบัติต่อใครบางคนไม่สมเหตุสมผลหรือไม่เท่าเทียม ในที่นี้ fair เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง“ยุติธรรม”ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงงานสาธารณะ เช่น งานแฟร์ ประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงเพียง“I don't like it”แต่ยังบอกเหตุผลของการไม่พอใจด้วย ผู้พูดคิดว่าบางคนได้รับการปฏิบัติอย่างไม่เท่าเทียมหรือได้เปรียบอย่างไม่เป็นธรรม น้ำเสียงมักแสดงความผิดหวังหรือการทักท้วง
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะพูดว่า“It's not fair”?
- คุณไม่ชอบสีของดินสอของตัวเอง
- ผู้เล่นหนึ่งคนได้เล่นสองรอบ แต่คนอื่นได้เล่นคนละรอบเดียว
- คุณเหนื่อยเพราะนอนดึก
ดูคำตอบ
ผู้เล่นหนึ่งคนได้เล่นสองรอบ แต่คนอื่นได้เล่นคนละรอบเดียว
It's up to you to + คำกริยา: การมอบหมายความรับผิดชอบ
“It's up to you to + คำกริยารูปพื้นฐาน”หมายความว่าบุคคลที่ระบุมีหน้าที่รับผิดชอบในการทำสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ผู้ฟังได้รับมอบหมายให้ดูแลลูกพี่ลูกน้อง up to ในที่นี้ไม่เกี่ยวกับตำแหน่งทางกายภาพ ส่วนวลีที่กว้างกว่าอย่าง“It's up to you”อาจหมายถึงการให้สิทธิ์ใครบางคนเป็นผู้เลือกได้ด้วย ดังนั้นต้องดูบริบทว่าวลีกำลังมอบหมายความรับผิดชอบ ให้สิทธิ์ตัดสินใจ หรือให้ทั้งสองอย่าง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้“It's up to you to lock the office”หมายความว่าอย่างไร
- คุณสามารถตัดสินใจว่าจะให้ใครล็อกสำนักงานหรือไม่
- คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการล็อกสำนักงาน
- คุณยืนอยู่เหนือสำนักงาน
ดูคำตอบ
คุณมีหน้าที่รับผิดชอบในการล็อกสำนักงาน
look after her: ดูแลใครสักคน
Look after someone หมายถึงดูแลคนนั้นและรับผิดชอบต่อความปลอดภัยหรือความต้องการของเขา ในประโยคนี้ her คือคนที่ได้รับการดูแล Look after เป็นคำกริยาที่ประกอบด้วยหลายคำ จึงไม่ควรแปลจากความหมายตรงตัวของ look และ after เมื่อนำมารวมกัน กรรมต้องอยู่หลังวลีทั้งหมด โดยใช้ look after her ไม่ใช่ look her after
แบบฝึกหัด
เติม phrasal verb ที่หมายถึง “ดูแล” ให้สมบูรณ์: While I'm away, please look ____ my dog.
ดูคำตอบ
after
should have been in bed long ago: ความคาดหวังในอดีตที่ไม่เกิดขึ้น
Should have + past participle หรือกริยาช่อง 3 ใช้มองย้อนกลับไปยังสถานการณ์ในอดีตที่คาดหวังไว้หรือควรเป็นเช่นนั้น แต่ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างที่ควร been เป็น past participle ของ be ดังนั้น should have been in bed จึงหมายความว่าในช่วงเวลาก่อนหน้านั้นก็ควรอยู่บนเตียงแล้ว Long ago หมายถึงเวลาที่คาดไว้นั้นผ่านไปนานมากก่อนเวลาที่พูด ในประโยคนี้ช่วยเน้นว่าเลยเวลานอนไปนานแล้ว และอาจให้น้ำเสียงตำหนิหรือเป็นห่วง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปของ be ที่แสดงความคาดหวังในอดีตซึ่งไม่เกิดขึ้น: We should ____ in our seats ten minutes ago.
ดูคำตอบ
have been
This doesn't mean ...: ปฏิเสธข้อสรุปที่อนุมานมา
ในที่นี้ This doesn't mean ใช้นำหน้าข้อสรุปที่ผู้พูดไม่ยอมรับ กล่าวคือ สถานการณ์ตอนนี้ไม่ได้เป็นหลักฐานว่าเกมยังดำเนินต่ออยู่ คำว่า mean ตรงนี้เป็นคำกริยาที่หมายถึง “หมายความว่า” หรือ “บ่งชี้ว่า” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ใจร้าย” โครงสร้าง This doesn't mean (that) + อนุประโยค ใช้แก้ข้อสันนิษฐานโดยไม่จำเป็นต้องปฏิเสธข้อเท็จจริงหรือเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดข้อสันนิษฐานนั้น
แบบฝึกหัด
คุณได้รับคำเชิญ แต่จะไปร่วมหรือไม่ก็ได้ ประโยคใดปฏิเสธข้อสรุปที่ว่า “คุณต้องไป” ได้อย่างถูกต้อง
- Getting an invitation means you have to attend.
- Getting an invitation doesn't mean you have to attend.
- Getting an invitation doesn't mean that you were invited.
ดูคำตอบ
Getting an invitation doesn't mean you have to attend.
Do what I do: ทำตามการกระทำหรือวิธีของฉัน
Do what I do เป็นคำสั่งโดยตรงให้เลียนแบบการกระทำหรือวิธีของผู้พูด do ตัวแรกเป็นคำกริยาคำสั่ง ส่วน what I do หมายถึง “สิ่งที่ฉันทำ” และอนุประโยคทั้งหมดนี้ทำหน้าที่เป็นกรรมของ do ตัวแรก ประโยคนี้เป็นธรรมชาติอย่างยิ่งเมื่อผู้พูดกำลังสาธิตไปพร้อมกัน เพื่อให้ผู้ฟังทำตามตัวอย่างแทนที่จะฟังเพียงขั้นตอนที่อธิบายด้วยคำพูด
แบบฝึกหัด
ผู้สอนกำลังสาธิตการเคลื่อนไหวและต้องการให้ทุกคนทำตาม คำสั่งใดเหมาะสมที่สุด
- Do what you do.
- Do what I do.
- Tell me what I do.
ดูคำตอบ
Do what I do.
Follow me!:บอกให้เดินตามฉัน
“Follow me!” เป็นคำสั่งโดยตรงให้คนอื่นเคลื่อนไหวไปกับผู้พูด โดยทั่วไปคือเดินตามหลังผู้พูดหรือไปตามเส้นทางที่ผู้พูดนำ ในประโยคนี้ผู้พูดกำลังนำให้ลงมือทำทันที คำว่า “follow” ในที่นี้หมายถึงการเดินตามคนจริง ๆ ไม่ได้หมายถึงการติดตามบัญชีออนไลน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกให้อีกคนเดินไปกับคุณในขณะที่คุณเป็นผู้นำได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Watch me!
- Follow me online!
- Follow me!
ดูคำตอบ
Follow me!
You won't catch us, police lady!:คำท้าทายระหว่างการไล่จับ
“You won’t catch us” เป็นรูปปฏิเสธของอนาคตที่ใช้ will not หมายความว่าผู้พูดคาดว่าอีกฝ่ายจะจับพวกเขาไม่ได้ ในการเล่นไล่จับ ประโยคนี้ไม่ใช่แค่การคาดการณ์อย่างสงบ แต่เป็นคำท้าทายแบบหยอกล้อ มีความหมายใกล้กับ “จับพวกเราไม่ได้หรอก!” คำว่า catch ในที่นี้หมายถึงไล่ตามจนทันแล้วจับคนที่กำลังถูกไล่ ส่วน “police lady” เป็นคำเรียกผู้ไล่จับในบทบาทตำรวจแบบเด็ก ๆ และตรงไปตรงมา ไม่ใช่คำเรียกเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ไล่จับแบบเล่น ๆ “You won’t catch us!” มีผลหลักอย่างไร
- เป็นการขอความช่วยเหลือจากคนที่ไล่ตามอย่างสุภาพ
- เป็นการรายงานว่าการไล่จับจบลงเมื่อวาน
- เป็นคำท้าทายคนที่ไล่ตามอย่างมั่นใจ
ดูคำตอบ
เป็นคำท้าทายคนที่ไล่ตามอย่างมั่นใจ
'They'll never find you here': การคาดการณ์เชิงปฏิเสธอย่างหนักแน่น
They'll เป็นรูปย่อของ they will ใน they'll never find คำว่า never อยู่หลัง will และอยู่หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน find จึงเป็นการคาดการณ์ว่าการหาเจอจะไม่เกิดขึ้นไม่ว่าเวลาใด ในประโยคนี้ never ทำให้คำคาดการณ์หนักแน่นมาก ผู้พูดบอกเป็นนัยว่าที่ซ่อนนี้ปลอดภัยและมั่นใจว่าจะหาไม่เจอ ไม่ใช่แค่คิดว่าโอกาสหาเจอมีน้อย
แบบฝึกหัด
เติมคำหนึ่งคำที่หมายถึง “ไม่ว่าเวลาใด” เพื่อให้คำคาดการณ์เชิงปฏิเสธสมบูรณ์: They will ____ find the entrance.
ดูคำตอบ
never
stay quiet: stay + คำคุณศัพท์เพื่อบอกสภาวะที่ต่อเนื่อง
stay + คำคุณศัพท์ หมายถึงการคงอยู่ในสภาวะหนึ่ง ใน stay quiet คำว่า stay เป็นกริยาเชื่อม และ quiet เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาวะนั้น ดังนั้น stay ไม่ได้หมายถึงแค่ “อยู่ในสถานที่หนึ่ง” เท่านั้น เมื่อใช้เป็นคำสั่ง stay quiet เป็นการบอกให้อีกฝ่ายเงียบต่อไปตั้งแต่ช่วงเวลานั้น โครงสร้างเดียวกันพบได้ใน stay calm, stay safe และ stay awake
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ stay และคำคุณศัพท์ calm: Even if the plan changes, ____.
ดูคำตอบ
stay calm
the coast is clear: ไม่มีอันตราย จึงลงมือได้
The coast is clear เป็นสำนวน หมายถึงไม่มีอันตราย สิ่งกีดขวาง หรือคนคอยเฝ้าดู จึงลงมือทำได้อย่างปลอดภัย ในประโยคนี้ check if หมายถึงผู้พูดจะดูก่อนเพื่อให้รู้ว่าสถานการณ์เป็นเช่นนั้นหรือไม่ คำว่า coast ไม่ได้หมายถึงชายฝั่งจริง ๆ ในที่นี้ ให้จำทั้งวลีว่าเป็นสัญญาณว่าใครบางคนออกมา ผ่านไป หรือทำตามแผนต่อได้
แบบฝึกหัด
เพื่อนคนหนึ่งตรวจดูทางเดินที่ว่างเปล่าแล้วพูดว่า “The coast is clear.” เขาหมายความว่าอะไร
- มองเห็นชายหาดได้ชัดเจน
- ชายฝั่งได้รับการทำความสะอาดแล้ว
- ตอนนี้เคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว
ดูคำตอบ
ตอนนี้เคลื่อนที่ได้อย่างปลอดภัยแล้ว
Good work: ชมความพยายามหรือผลงาน
Good work เป็นคำชมสั้น ๆ สำหรับความพยายาม ผลงาน หรือผลลัพธ์ของใครบางคนหลังจากทำงานชิ้นหนึ่งได้ดี ในที่นี้ผู้พูดกำลังชื่นชมสิ่งที่ Bluey เพิ่งทำ Work หมายถึงสิ่งที่ทำและผลที่ได้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงอาชีพหรืองานที่ได้รับค่าจ้าง ดังนั้นจึงใช้กับการบ้าน การฝึกฝน เกม หรืองานทั่วไปในชีวิตประจำวันได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Good work ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Good work! You solved every problem.
- Good work! My keys are missing.
- Good work! The bus is late.
ดูคำตอบ
Good work! You solved every problem.
Maybe you should ...: การให้คำแนะนำอย่างนุ่มนวล
Maybe you should + กริยารูปพื้นฐาน เป็นรูปประโยคที่ใช้ให้คำแนะนำอย่างนุ่มนวล should แสดงว่าผู้พูดคิดว่าการกระทำนั้นเป็นความคิดที่ดี ส่วน maybe ทำให้คำแนะนำฟังดูไม่ตรงเกินไป ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังแนะนำให้อีกฝ่ายเข้านอนเร็วขึ้น ไม่ได้ออกคำสั่ง maybe ช่วยลดความตรงลง แต่ผู้พูดยังคงมีความเห็นจริงจังอยู่
แบบฝึกหัด
เติมคำแนะนำแบบนุ่มนวลด้วยสำนวนที่เรียนมา: ____ ask an adult for help.
ดูคำตอบ
Maybe you should
Yeah, probably: เห็นด้วยโดยยังไม่แน่ใจทั้งหมด
Yeah, probably เป็นคำตอบสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการที่แสดงว่าโดยรวมแล้วเห็นด้วย แต่ยังเหลือความไม่แน่ใจอยู่บ้าง Yeah ให้คำตอบเชิงบวก ส่วน probably หมายถึงผู้พูดคิดว่าสิ่งนั้นน่าจะเป็นจริง แต่ไม่รับประกัน ในที่นี้ ผู้พูดเห็นด้วยกับสิ่งที่เพิ่งพูดไปเป็นส่วนใหญ่ แต่เลี่ยงการแสดงความมั่นใจเต็มที่
แบบฝึกหัด
มีคนถามว่า “Do you think the bus will arrive soon?” คุณคิดว่าน่าจะมาเร็ว ๆ นี้แต่ยังไม่แน่ใจ คำตอบใดเหมาะที่สุด?
- Yeah, probably.
- Yes, definitely.
- No, not at all.
ดูคำตอบ
Yeah, probably.
Why is there...?:ถามว่าทำไมจึงมีบางสิ่งอยู่ในสถานที่หนึ่ง
Why is there + a/an + คำนามเอกพจน์ + สถานที่? ใช้ถามว่าทำไมสิ่งหนึ่งจึงอยู่หรือปรากฏในสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ยังแสดงความประหลาดใจด้วย เพราะการมีนกฟลามิงโกอยู่ในถุงนอนเป็นเรื่องไม่คาดคิด there ในที่นี้เป็นส่วนประกอบทางไวยากรณ์ของโครงสร้างบอกการมีอยู่ there is ไม่ได้หมายถึงสถานที่ว่า “ที่นั่น” เมื่อตั้งคำถามด้วย why ให้วาง is ไว้หน้า there: There is... → Why is there...?
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้างบอกการมีอยู่ด้วย there เพื่อเติมคำถามเกี่ยวกับสิ่งของหนึ่งชิ้นที่ไม่คาดคิดให้สมบูรณ์: Why ____ a football in the fridge?
ดูคำตอบ
is there
sleeping bag:คำนามประสมที่หมายถึงถุงนอนสำหรับตั้งแคมป์
sleeping bag คือถุงบุให้นุ่มและอุ่นสำหรับให้คนนอนข้างใน โดยเฉพาะเวลาไปตั้งแคมป์หรือพักในสถานที่ที่ไม่มีเตียง ซึ่งก็คือ “ถุงนอน” ในคำนามประสมนี้ sleeping บอกจุดประสงค์ของถุงว่าใช้สำหรับนอน ไม่ได้หมายความว่าตัวถุงกำลังหลับ สามารถใส่คำแสดงความเป็นเจ้าของไว้ข้างหน้าได้ เช่น my sleeping bag หรือ their sleeping bags
แบบฝึกหัด
เติมคำนามประสมตายตัวที่หมายถึงถุงอุ่นสำหรับใช้ตั้งแคมป์ให้สมบูรณ์: Please pack your sleeping ____ for the trip.
ดูคำตอบ
bag
It's a long story: การเลื่อนคำอธิบายที่ซับซ้อนไว้ก่อน
It's a long story เป็นสำนวนภาษาพูดที่ใช้กันทั่วไป หมายถึงเบื้องหลังของเรื่องนั้นซับซ้อนและต้องใช้เวลาอธิบาย ในที่นี้ story หมายถึงเรื่องราวทั้งหมดของสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องแต่ง ผู้พูดใช้สำนวนนี้เพื่อเลื่อนหรือหลีกเลี่ยงการเล่ารายละเอียดในตอนนั้น ผู้พูดอาจอธิบายในภายหลัง หรืออาจจบหัวข้อนั้นไว้เพียงเท่านั้น
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายความว่าคำอธิบายซับซ้อนและต้องใช้เวลา: A: Why did you leave so suddenly? B: It's ____.
ดูคำตอบ
a long story