จะเกิดอะไรขึ้นถ้าโลกกลายเป็นทองคำ? - วันสิ้นโลกสีทอง: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Kurzgesagt – In a Nutshell

ความยากในการเรียน
1,442 คำ 175 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การทดลองทางความคิดนี้ทดสอบสัมผัสของไมดาสสามรูปแบบ และอธิบายว่าทำไมโลกที่กลายเป็นทองจึงลงเอยด้วยหายนะทุกครั้ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. "King Midas," — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เชื่อมคำสาปในตำนานเข้ากับสมมติฐานของวิดีโอ เพื่อเข้าใจชื่อเรื่อง มุกตลก และจุดตั้งต้นของการวิเคราะห์เชิงวิทยาศาสตร์ 2. "so overdense that it exploded" / "so underdense that it imploded," — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้าง so...that ที่ขนานกันเพื่อเชื่อมระดับสุดขั้วกับผลลัพธ์ และเปรียบเทียบความล้มเหลวสองแบบที่ตรงข้ามกัน 3. "sweet spot" — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจว่าเป็นคำเปรียบถึงช่วงที่เหมาะที่สุดระหว่างข้อจำกัดที่แข่งขันกัน โดยไม่เหมารวมว่าหลีกเลี่ยงความล้มเหลวสองอย่างแล้วผลทั้งหมดจะปลอดภัย

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Here in the Kurzgesagt Labs,

0:01

ที่ Kurzgesagt Labs แห่งนี้

we only work on the most important scientific problems

0:02

เราทำงานกับปัญหาทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญที่สุดเท่านั้น

like what if we nuke stuff? ไวยากรณ์

0:05

เช่น จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราใช้นิวเคลียร์ทำลายสิ่งต่างๆ?

ไวยากรณ์

what if สำหรับการตั้งความเป็นไปได้แบบสมมติ

What if ใช้เปิดเงื่อนไขสมมติ โดยตามด้วยอนุประโยค ซึ่งในที่นี้คือ we nuke stuff คำถามนี้ชวนให้ผู้ฟังคิดถึงผลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ได้บอกว่าการกระทำนั้นเป็นแผนจริง ใช้โครงสร้าง What if + ประธาน + กริยา...? เพื่อทดลองแนวคิด ยกข้อกังวล หรือเริ่มการทดลองทางความคิด น้ำเสียงอาจดูสงสัย ตื่นเต้น หรือกังวลตามบริบท

แบบฝึกหัด

เติมคำถามด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนที่ใช้เปิดความเป็นไปได้แบบสมมติ: ____ the school closes early tomorrow?

ดูคำตอบ

What if

Or how about we make this elephant explode?

0:07

หรือถ้าเราทำให้ช้างตัวนี้ระเบิดล่ะ?

Or who could forget?

0:09

หรือใครจะลืมได้?

Look at this thing.

0:11

ดูสิ่งนี้สิ

It's really big.

0:12

มันใหญ่มากๆ

Continuing this proud tradition,

0:14

เพื่อสานต่อประเพณีที่น่าภาคภูมิใจนี้

let's explore the scientific mystery of what would happen to you

0:16

มาสำรวจความลึกลับทางวิทยาศาสตร์กันว่า จะเกิดอะไรขึ้นกับคุณ

if Earth suddenly turned into gold. กริยาวลี

0:19

หากจู่ๆ โลกกลายเป็นทองคำ

กริยาวลี

turned into สำหรับการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์

turn into หมายถึงเปลี่ยนจากสิ่งของ สสาร รูปแบบ หรือสภาวะหนึ่งไปเป็นอีกอย่างหนึ่ง ใน turned into gold สิ่งที่เปลี่ยนคือ Earth และ gold คือผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลง โครงสร้างคือ ประธาน + turn into + ผลลัพธ์ ในที่นี้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงอย่างสมบูรณ์ ไม่ใช่เพียงเคลื่อนไปทางทองคำหรือเอาทองคำมาปกคลุมโลก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ turn into: During the cold night, the rainwater ____ ice.

ดูคำตอบ

turned into

The Midaspocalypse,

0:22

เหตุการณ์ Midaspocalypse

based on the ancient tale of King Midas, วัฒนธรรม

0:23

มีพื้นฐานมาจากนิทานโบราณของกษัตริย์ไมดาส

who was cursed so everything he touched turned into gold.

0:26

ผู้ต้องคำสาปที่ทำให้ทุกสิ่งที่เขาสัมผัสกลายเป็นทองคำ

วัฒนธรรม

กษัตริย์ไมดาสกับคำสาปสัมผัสทองคำ

กษัตริย์ไมดาสเป็นกษัตริย์ในเทพปกรณัมกรีกโบราณ พระองค์มีชื่อเสียงจากพลังที่ทำให้ทุกสิ่งที่สัมผัสกลายเป็นทองคำ ในประโยคนี้ พลังดังกล่าวถูกเรียกว่าเป็นคำสาป ไม่ใช่แค่วิธีทำให้ร่ำรวย การอ้างถึงไมดาสจึงกำหนดกฎสำคัญของเรื่องว่า สิ่งของธรรมดาจะกลายเป็นทองคำเมื่อพระองค์สัมผัส

แบบฝึกหัด

การกล่าวถึง King Midas ในประโยคนี้บอกอะไรแก่คุณ?

  1. พระองค์เป็นผู้ปกครองที่ซ่อนทองคำทั้งหมดของตน
  2. พระองค์เป็นกษัตริย์ในตำนานที่สัมผัสสิ่งใดแล้วสิ่งนั้นกลายเป็นทองคำ
  3. พระองค์เป็นนักวิทยาศาสตร์ที่ทดลองวิธีสร้างทองคำ
ดูคำตอบ

พระองค์เป็นกษัตริย์ในตำนานที่สัมผัสสิ่งใดแล้วสิ่งนั้นกลายเป็นทองคำ

Before we can explore this scenario with science, ลำดับความ

0:30

ก่อนที่เราจะสำรวจสถานการณ์นี้ด้วยวิทยาศาสตร์

we'll first define the premise.

0:32

เราต้องมากำหนดข้อสมมติฐานกันก่อน

ลำดับความ

Before we can ... we'll first define: วางขั้นเตรียมการไว้ก่อน

โครงสร้าง Before we can + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเป้าหมายที่จะทำในภายหลังและต้องอาศัยขั้นเตรียมการก่อน ในที่นี้ explore คือเป้าหมายภายหลัง We'll first + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกขั้นตอนที่จะทำตอนนี้ define the premise หมายถึงการกำหนดกฎและข้อสมมติของสถานการณ์ จึงต้องกำหนดเงื่อนไขตั้งต้นก่อนแล้วค่อยสำรวจ คำว่า before ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีการสำรวจเกิดขึ้นเลย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจัดลำดับขั้นตอนสองวลีจากบทเรียน: ____ publish the website, ____ check every link.

ดูคำตอบ

Before we can · we'll first

Midas's curse is a very special phenomenon called magic,

0:35

คำสาปของไมดาสเป็นปรากฏการณ์พิเศษมากที่เรียกว่า เวทมนตร์

which allows us to modify physics. ไวยากรณ์

0:39

ซึ่งช่วยให้เราสามารถดัดแปลงกฎฟิสิกส์ได้

ไวยากรณ์

“which allows us to” ในอนุประโยคสัมพัทธ์แบบไม่จำกัดความ

เมื่อมีเครื่องหมายจุลภาคอยู่หน้า which อนุประโยคนั้นจะเพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่ระบุชัดเจนแล้ว ในที่นี้ which ย้อนกลับไปอ้างถึง magic และอธิบายผลอย่างหนึ่งของเวทมนตร์ อนุประโยคนี้เป็นแบบไม่จำกัดความ จึงไม่ได้ใช้แยกแยะว่าเป็นเวทมนตร์ชนิดใดชนิดหนึ่ง โครงสร้าง allow + someone + to + คำกริยา หมายถึงทำให้ใครบางคนสามารถทำสิ่งหนึ่งได้ ในที่นี้ allows us to modify บอกถึงความสามารถที่เวทมนตร์ทำให้เกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการได้รับอนุญาตจากบุคคล

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่เติมประโยคได้ถูกต้องในฐานะข้อมูลเสริมแบบไม่จำกัดความ: The new app has an offline mode, (gap) work without an internet connection.

  1. which allows us to
  2. which allow us to
  3. that allows us to
  4. which allows we to
ดูคำตอบ

which allows us to

So, what happens when Midas touches something and it turns to gold?

0:41

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นเมื่อไมดาสสัมผัสบางสิ่ง แล้วมันกลายเป็นทองคำ?

An atom of gold has 79 protons and 118 neutrons in its nucleus.

0:53

อะตอมของทองคำมีโปรตอน 79 ตัว และนิวตรอน 118 ตัวในนิวเคลียส

The electric force of the protons on the electrons around them shapes the atom

0:58

แรงทางไฟฟ้าของโปรตอนที่กระทำต่ออิเล็กตรอนรอบๆ จะสร้างรูปร่างให้กับอะตอม

and gives gold its chemical properties

1:03

และทำให้ทองคำมีคุณสมบัติทางเคมีเฉพาะตัว

like that it doesn't rust and that it's kind of shiny and bendy.

1:05

เช่น ไม่เกิดสนิม และมีความแวววาวรวมถึงโค้งงอได้นิดหน่อย

So, to make not gold into gold,

1:08

ดังนั้น การจะทำให้สิ่งที่ไม่ใช่ทองคำกลายเป็นทองคำ

we have to change atoms.

1:11

เราต้องเปลี่ยนอะตอม

Let's say Midas touches a duck.

1:13

สมมติว่าไมดาสสัมผัสเป็ด

All the light elements

1:15

ธาตุเบาทั้งหมด

like hydrogen, carbon, and oxygen

1:16

เช่น ไฮโดรเจน คาร์บอน และออกซิเจน

gain electrons and protons

1:19

จะได้รับอิเล็กตรอนและโปรตอน

and neutrons to become gold.

1:21

รวมถึงนิวตรอนเพื่อกลายเป็นทองคำ

Not only is the duck suddenly 33 times more massive, ไวยากรณ์

1:23

เป็ดไม่เพียงแต่จะมีมวลเพิ่มขึ้น 33 เท่าในทันที

it's also much too dense.

1:26

แต่มันยังมีความหนาแน่นมากเกินไปอีกด้วย

ไวยากรณ์

การกลับคำเมื่อขึ้นต้นด้วย “Not only is ... it's also ...”

การเริ่มอนุประโยคด้วย Not only ช่วยเน้นความหมายอย่างมาก และทำให้คำกริยาหรือกริยาช่วยมาอยู่หน้าประธาน เนื่องจากคำกริยาในที่นี้คือ be จึงย้าย is ไปไว้หน้า the duck โดยต้องพูดว่า Not only is the duck ... ไม่ใช่ Not only the duck is ... อนุประโยคที่สองใช้ also เพื่อเพิ่มผลอีกอย่างหนึ่ง โครงสร้างคู่แบบเต็มคือ Not only ..., but ... also ... ในบทสนทนาบางครั้งจะละ but ดังนั้นคำบรรยายจึงต่อด้วย it's also ทันที

แบบฝึกหัด

รวมข้อเท็จจริงในปัจจุบันสองข้อนี้: The robot is fast. It is also accurate. เติมประโยคให้สมบูรณ์: Not only ____ the robot fast, but it is also accurate.

ดูคำตอบ

is

The gold atoms are far closer together than they like

1:29

อะตอมของทองคำอยู่ชิดกันมากเกินกว่าที่พวกมันต้องการ

and repel each other violently,

1:31

และจะผลักกันอย่างรุนแรง

causing the golden duck to explode ไวยากรณ์

1:33

ส่งผลให้เป็ดทองคำระเบิดออก

ไวยากรณ์

causing ... to explode: อนุประโยค -ing ที่บอกผลลัพธ์

ใน causing the golden duck to explode คำว่า causing เริ่มอนุประโยคบอกผลที่ใช้ present participle โดยย้อนอ้างถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าทั้งหมด คืออะตอมผลักกัน และบอกผลโดยตรงของเหตุการณ์นั้น รูปแบบ “อนุประโยค, causing + กรรม + to-infinitive” เป็นการย่อประโยคบอกผลที่เต็มกว่า เช่น “and this causes the golden duck to explode” รูปแบบนี้เน้นความสัมพันธ์ระหว่างเหตุและผล ไม่ใช่เพียงสองการกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ cause เพื่อแสดงผลโดยตรง: The pipe burst, ____ water to flood the basement.

ดูคำตอบ

causing

with the energy of half a ton of TNT,

1:35

ด้วยพลังงานที่เทียบเท่ากับทีเอ็นทีครึ่งตัน

leaving only gold dust and a very dead Midas.

1:37

เหลือทิ้งไว้เพียงฝุ่นทองคำและไมดาสที่ตายสนิท

This is clearly not a very good way for Midas's power to work.

1:40

นี่ชัดเจนว่าไม่ใช่วิธีการทำงานที่ดีนักสำหรับพลังของไมดาส

So, what if instead Midas's power uses the atoms that are already present ลำดับความ

1:44

แล้วจะเป็นอย่างไร ถ้าพลังของไมดาสใช้อะตอมที่มีอยู่แล้ว

and simply rearranges all particles in the matter he touches into gold?

1:49

และเพียงแค่จัดเรียงอนุภาคทั้งหมดในสสารที่เขาสัมผัสให้กลายเป็นทองคำ?

ลำดับความ

what if instead: การเสนอสมมติฐานทางเลือก

ในที่นี้ what if instead เปลี่ยนการอภิปรายจากแนวคิดที่ล้มเหลวไปสู่สมมติฐานใหม่ที่จะใช้แทน What if ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงความเป็นไปได้ ส่วน instead บอกว่าความเป็นไปได้นั้นมาแทนตัวเลือกก่อนหน้า วลีนี้จัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยปฏิเสธหรือตั้งคำถามกับคำอธิบายหนึ่งก่อน แล้วจึงทดสอบอีกคำอธิบายหนึ่ง ในลำดับคำของประโยคต้นฉบับ instead ชี้ไปข้างหน้าถึงอนุประโยคใหม่ทั้งหมดเกี่ยวกับพลังของไมดัส ไม่ได้ใช้บรรยายตัวไมดัสเอง

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งปฏิเสธแผนที่มีค่าใช้จ่ายสูงและต้องการเสนอทางเลือกที่ถูกกว่า ประโยคใดแสดงการเปลี่ยนไปใช้ทางเลือกใหม่ได้ชัดเจนที่สุด?

  1. Instead of the old machine.
  2. What if the old machine breaks?
  3. What if instead we repair the old machine?
ดูคำตอบ

What if instead we repair the old machine?

No matter is created or destroyed, การใช้คำ

1:54

ไม่มีการสร้างหรือทำลายสสารใดๆ

การใช้คำ

matter ใน No matter is created or destroyed

ในประโยควิทยาศาสตร์นี้ matter เป็นคำนามนับไม่ได้ หมายถึงสสารทางกายภาพที่ประกอบขึ้นเป็นสิ่งต่าง ๆ คำว่า No เป็นคำกำหนดที่ขยาย matter ดังนั้น No matter ทั้งกลุ่มจึงเป็นประธานและหมายถึงไม่มีสสารเลย ไม่ได้หมายถึง “ไม่ว่าอย่างไรก็ตาม” วลีกริยากรรมวาจก is created or destroyed บอกว่าเกิดอะไรขึ้นกับสสารนั้น เนื่องจาก no matter ในที่นี้ไม่ได้ตามด้วยคำแสดงคำถาม เช่น what หรือ how จึงไม่ใช่โครงสร้าง no matter what หรือ no matter how ที่มีความหมายว่า “ไม่ว่า...”

แบบฝึกหัด

ใน “No matter is created or destroyed” คำว่า matter หมายถึงอะไร

  1. สสารทางกายภาพ
  2. ปัญหาหรือหัวข้อ
  3. ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
ดูคำตอบ

สสารทางกายภาพ

instead atoms dissolve

1:56

แต่อะตอมจะสลายตัวแทน

and the protons, neutrons, and electrons are reassembled to make gold.

1:58

และโปรตอน นิวตรอน รวมถึงอิเล็กตรอนจะถูกประกอบขึ้นใหม่เพื่อสร้างทองคำ

However, gold is very dense,

2:03

อย่างไรก็ตาม ทองคำมีความหนาแน่นสูงมาก

about 20 times denser than a duck.

2:05

หนาแน่นกว่าเป็ดถึงประมาณ 20 เท่า

Without adding any matter, ไวยากรณ์

2:08

หากไม่มีการเพิ่มสสารใดๆ เลย

the gold duck would be a very awkward kind of foamy gold

2:10

เป็ดทองคำจะกลายเป็นทองคำฟองน้ำรูปร่างแปลกๆ

ไวยากรณ์

Without adding any matter: โครงสร้าง without + -ing

Without adding any matter เป็นอนุประโยคแบบ without + -ing ซึ่งกำหนดเงื่อนไขเชิงปฏิเสธว่า ถ้าไม่มีการเติมสสาร รูป -ing คือ adding ตามหลังคำบุพบท without และไม่ได้บอกกาลของกริยาหลัก จากบริบท ผู้ที่ทำหรือกระบวนการที่สร้างเป็ดทองคำก็เป็นผู้ทำกริยา adding โดยนัยเช่นกัน โดยทั่วไป without + -ing ใช้บอกว่าผลบางอย่างเกิดขึ้นเมื่อไม่มีการทำกริยาหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองคำ without + -ing โดยใช้กริยา practice: You cannot improve ____ regularly.

ดูคำตอบ

without practicing

with lots of tiny microscopic gaps.

2:13

ที่มีช่องว่างขนาดเล็กระดับจุลภาคอยู่เต็มไปหมด

This is funky and doesn't explode,

2:16

นี่มันแปลกประหลาด แต่ก็ไม่เกิดการระเบิด

which is progress. น้ำเสียง/เจตนา

2:18

ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้า

น้ำเสียง/เจตนา

“which is progress.”: คำชมแบบยั้ง ๆ สำหรับการพัฒนาขึ้นเล็กน้อย

ใน “which is progress” คำว่า which ย้อนกลับไปหมายถึงข้อเท็จจริงทั้งหมดที่ว่าเจ้าสิ่งนี้ไม่ระเบิด วลีนี้มองข้อเท็จจริงนั้นว่าเป็นการพัฒนาขึ้นเล็กน้อย คำชมถูกลดระดับอย่างจงใจ เพราะการไม่ระเบิดเป็นมาตรฐานที่ต่ำจนน่าขัน การเรียกสิ่งนี้ว่า “progress” จึงสร้างมุกตลกแบบหน้าตาย ไม่ได้หมายความว่าการออกแบบนี้ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว

แบบฝึกหัด

ในที่นี้ ผู้พูดต้องการสื่ออะไรเป็นหลักด้วย “which is progress”?

  1. โครงการประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์แล้ว
  2. ผู้พูดกำลังวัดความคืบหน้าอย่างเป็นทางการ
  3. สถานการณ์ยังดูแปลกอยู่ แต่การพัฒนาขึ้นเล็กน้อยถูกมองว่าเป็นข่าวดี
ดูคำตอบ

สถานการณ์ยังดูแปลกอยู่ แต่การพัฒนาขึ้นเล็กน้อยถูกมองว่าเป็นข่าวดี

Now that we've established a sort of magic that works, ไวยากรณ์

2:20

ตอนนี้เราได้กำหนดเวทมนตร์รูปแบบที่ใช้งานได้แล้ว

ไวยากรณ์

Now that + อนุประโยค: พื้นฐานที่เกิดขึ้นแล้วสำหรับสิ่งที่จะกล่าวต่อ

“Now that” ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นจริงหรือเพิ่งได้รับการยืนยัน และนำข้อเท็จจริงนั้นมาเป็นเหตุผลหรือพื้นฐานของสิ่งที่จะพูดต่อไป ใช้โครงสร้าง “Now that + ประธาน + กริยา, ประโยคหลัก” ในประโยคนี้ อนุประโยค “we've established a sort of magic that works” ให้ข้อมูลพื้นหลัง ส่วนประโยคหลักถัดไปจะบอกว่าสามารถทำอะไรได้เพราะเรื่องนี้ “Now that” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ในขณะนี้” เท่านั้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมจากบทเรียนนี้: ____ the rain has stopped, we can continue the game.

ดูคำตอบ

Now that

what would happen if Midas stumbles?

2:23

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไมดาสสะดุดล้ม?

What if he touches Earth itself?

2:26

ถ้าเขาสัมผัสโลกของเราล่ะ?

Let's freeze time for just a moment สำนวน

2:29

มาหยุดเวลาไว้ชั่วขณะหนึ่ง

and rearrange all the matter in the Earth.

2:31

และจัดเรียงสสารทั้งหมดในโลกใหม่

สำนวน

freeze time: การสร้างช่วงหยุดชั่วคราวในจินตนาการ

ในประโยคนี้ freeze time เป็นคำเปรียบเปรยที่หมายถึงการทำให้ทุกกระบวนการหยุดลงในชั่วขณะเดียว ผู้บรรยายขอให้เราจินตนาการถึงการหยุดชั่วคราว ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงของอุณหภูมิหรือนาฬิกาที่ถูกแช่แข็ง การหยุดในจินตนาการนี้ทำให้เกิดภาพนิ่งที่เราตรวจดูได้ โดยเปลี่ยนจากการเคลื่อนไหวที่กำลังดำเนินอยู่ไปเป็นสภาพที่วิเคราะห์ทีละขั้นตอนได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำที่สื่อถึงการจินตนาการว่าเวลาหยุดลง: Let's ____ at this instant and examine the spinning wheel.

ดูคำตอบ

freeze time

Just like the duck, ลำดับความ

2:34

เช่นเดียวกับเป็ด

the Earth is now solid gold,

2:35

ตอนนี้โลกกลายเป็นทองคำแท้

ลำดับความ

Just like: เชื่อมตัวอย่างที่คุ้นเคยกับกรณีใหม่

Just like ใช้เริ่มต้นการเปรียบเทียบโดยตรง โดยย้อนกลับไปอ้างถึงตัวอย่างเป็ดที่คุ้นเคย และบอกผู้ฟังให้ใช้กรณีก่อนหน้านั้นเป็นแบบจำลองเพื่อทำความเข้าใจสภาพใหม่ของโลก โครงสร้างคือ Just like + นามวลีที่ใช้อ้างอิง, ประโยคหลัก ในที่นี้ like เป็นคำบุพบทที่หมายถึงคล้ายกับ ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึงชอบ ส่วน Just ทำให้การเปรียบเทียบดูใกล้เคียงหรือชัดเจนเป็นพิเศษ แต่ไม่ได้หมายความว่าทั้งสองสิ่งเหมือนกันทุกด้าน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมเปรียบเทียบสองคำจากบทเรียน: ____ a recipe, these instructions guide us step by step.

ดูคำตอบ

Just like

but with many tiny atomic-scale gaps.

2:37

แต่มีช่องว่างขนาดเล็กระดับอะตอมอยู่มากมาย

While these gaps weren't a huge deal for the duck, สำนวน

2:40

แม้ว่าช่องว่างเหล่านี้จะไม่ใช่ปัญหาใหญ่สำหรับเป็ด

they're a big problem for the Earth.

2:42

แต่เป็นปัญหาใหญ่มากสำหรับโลก

สำนวน

a huge deal: สิ่งที่สำคัญหรือร้ายแรงมาก

ในประโยคนี้ a huge deal หมายถึงสิ่งที่สำคัญหรือร้ายแรงมากและส่งผลกระทบอย่างมาก ตรงนี้เป็นสำนวน ไม่ได้หมายถึงข้อตกลงทางธุรกิจขนาดใหญ่ รูปปฏิเสธ weren't a huge deal บอกว่าช่องว่างเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลต่อเป็ดมากนัก โครงสร้าง be a huge deal for someone และ be a huge deal to someone ใช้บอกได้ว่าสิ่งหนึ่งสำคัญมากเพียงใดหรือส่งผลต่อใครมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ "Losing the only key would be a huge deal," คำว่า a huge deal หมายถึงอะไร

  1. สิ่งที่มองข้ามได้ง่าย
  2. ข้อตกลงทางธุรกิจที่ใหญ่มาก
  3. สิ่งที่สำคัญหรือร้ายแรงมาก
ดูคำตอบ

สิ่งที่สำคัญหรือร้ายแรงมาก

A spongy planet is not a thing that can exist

2:45

ดาวเคราะห์ที่มีลักษณะคล้ายฟองน้ำไม่สามารถดำรงอยู่ได้

as gravity compresses Earth,

2:48

เนื่องจากแรงโน้มถ่วงจะบีบอัดโลก

squeezing it together to close up the gaps. กริยาวลี

2:49

กดมันเข้าหากันเพื่อปิดช่องว่างเหล่านั้น

กริยาวลี

close up: ทำให้ช่องว่างปิดและหายไป

ตรงนี้ close up เป็นกริยาวลีที่หมายถึงทำให้ช่องว่างปิดลงจนพื้นที่เปิดหายไป การบีบอัดเป็นการกระทำที่ทำให้ช่องว่างปิด close up ใช้เป็นกริยาที่มีกรรมได้ เช่น close up the gaps หรือเป็นกริยาที่ไม่มีกรรมได้ เช่น the gap closed up ในทั้งสองรูปแบบ up สื่อว่าการกระทำนั้นเสร็จสมบูรณ์ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนขึ้นด้านบน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ close up ในความหมายว่าช่องเปิดปิดลง

  1. The photographer took a close-up of the flower.
  2. The small cut should close up in a few days.
  3. The store will close at six.
ดูคำตอบ

The small cut should close up in a few days.

As a result, the Earth contracts, ลำดับความ

2:52

ผลที่ตามมาคือ โลกหดตัวลง

shrinking to two-thirds of its radius.

2:54

ลดขนาดลงเหลือสองในสามของรัศมีเดิม

ลำดับความ

“As a result,” ใช้เกริ่นผลลัพธ์

“As a result” เป็นคำเชื่อมประโยคที่บอกผู้อ่านว่าสิ่งที่ตามมาคือผลจากสาเหตุที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในที่นี้คำนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเชื่อมการบีบอัดก่อนหน้าเข้ากับการที่โลกมีขนาดเล็กลง เมื่ออยู่ต้นประโยคหรืออนุประโยค โดยทั่วไปจะตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้นำเข้าสู่ผลที่ตามมา แต่ไม่ได้ระบุสาเหตุด้วยตัวมันเอง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “As a result” เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ได้ถูกต้อง

  1. As a result of, the neighborhood lost electricity.
  2. The storm damaged the power lines. As a result, the neighborhood lost electricity.
  3. The neighborhood lost electricity as a result the storm.
ดูคำตอบ

The storm damaged the power lines. As a result, the neighborhood lost electricity.

If you're standing on Earth's surface,

2:57

หากคุณยืนอยู่บนพื้นผิวโลก

you'll suddenly find yourself in free-fall, ไวยากรณ์

2:59

จู่ๆ คุณจะพบว่าตัวเองอยู่ในสภาวะตกอย่างอิสระ

ไวยากรณ์

find yourself in + สถานการณ์: อยู่ในสภาวะที่ไม่คาดคิด

ใน “find yourself in free-fall” คำว่า find ไม่ได้หมายถึง “ค้นหา” รูปแบบ find yourself + ส่วนเติมเต็ม หมายถึงการตระหนักว่าตัวเองอยู่ในสภาวะหรือสถานการณ์หนึ่งแล้ว ซึ่งมักเกิดขึ้นโดยไม่คาดคิดหรือไม่ได้เลือกอย่างตั้งใจ ในที่นี้ in free-fall ระบุสถานการณ์ ในรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้ find yourself in + นามวลี วลีบุพบทที่ขึ้นต้นด้วย in มักทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็ม

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “find yourself” เพื่อบรรยายสถานการณ์ที่เกิดขึ้นโดยไม่คาดคิด

  1. You may find yourself a map before the trip.
  2. You may find a map in the middle of a forest.
  3. After one wrong turn, you may find yourself in the middle of a forest.
ดูคำตอบ

After one wrong turn, you may find yourself in the middle of a forest.

like on a roller coaster,

3:02

เหมือนกำลังเล่นรถไฟเหาะ

as the ground sinks away beneath you.

3:03

ในขณะที่พื้นดินทรุดตัวลงไปใต้เท้าคุณ

But since the ground is falling too,

3:06

แต่เนื่องจากพื้นดินก็กำลังตกลงไปเช่นกัน

it doesn't move away from you.

3:08

มันจึงไม่ได้เคลื่อนที่หนีไปจากคุณ

It feels like someone turned off gravity, กริยาวลี

3:09

มันรู้สึกเหมือนมีใครมาปิดสวิตช์แรงโน้มถ่วง

and you and everything else would begin to float.

3:11

และตัวคุณรวมถึงสิ่งอื่น ๆ จะเริ่มลอยขึ้น

กริยาวลี

turned off gravity ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ

ในที่นี้ turned off เป็นการใช้กริยาวลีทั่วไป turn off ในเชิงเปรียบเทียบ ปกติใช้เมื่อหยุดการทำงานของอุปกรณ์หรือระบบ แต่ประโยคนี้ทำให้แรงโน้มถ่วงดูเหมือนมีสวิตช์เปิดปิด ไม่มีใครปิดแรงโน้มถ่วงจริง ๆ แรงโน้มถ่วงยังคงทำงานอยู่ ภาพเปรียบเทียบนี้อธิบายความรู้สึกเหมือนไร้น้ำหนักเมื่อทุกสิ่งตกอย่างอิสระไปพร้อมกัน

แบบฝึกหัด

turned off gravity หมายความว่าอย่างไรในประโยคนี้

  1. หมายความว่ามีคนจริง ๆ พบเครื่องจักรที่ควบคุมแรงโน้มถ่วงได้
  2. หมายความว่าแรงโน้มถ่วงแรงขึ้นและกดทุกสิ่งไว้ด้านล่าง
  3. เป็นการจินตนาการว่าแรงโน้มถ่วงเป็นระบบที่ปิดได้ เพื่ออธิบายความรู้สึกเหมือนไร้น้ำหนัก
ดูคำตอบ

เป็นการจินตนาการว่าแรงโน้มถ่วงเป็นระบบที่ปิดได้ เพื่ออธิบายความรู้สึกเหมือนไร้น้ำหนัก

But the ride doesn't last forever. สำนวน

3:15

แต่การลอยตัวนี้ไม่ได้อยู่ตลอดไป

สำนวน

ความหมายเชิงเปรียบเทียบของ the ride doesn't last forever

ride ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงยานพาหนะหรือเครื่องเล่นจริง ๆ แต่เปลี่ยนประสบการณ์ลอยตัวช่วงสั้น ๆ ให้เป็นเหมือนการนั่งเครื่องเล่นในจินตนาการ ทำให้เห็นภาพเหตุการณ์แปลก ๆ ได้ง่ายขึ้น doesn't last forever หมายความว่าประสบการณ์นี้จะสิ้นสุดลง หลังจากใช้ภาพเปรียบเทียบที่สนุกแล้ว อนุประโยคนี้ส่งสัญญาณว่าสถานการณ์กำลังจะเปลี่ยนและเตือนว่าการลอยตัวเป็นเพียงสิ่งชั่วคราว

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ ประโยค The ride doesn't last forever ส่งสัญญาณอะไร

  1. ประสบการณ์ลอยตัวเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวและกำลังจะจบลง
  2. เครื่องเล่นจริงจะทำงานต่อไปโดยไม่หยุด
  3. ผู้พูดต้องการซื้อตั๋วเครื่องเล่นอีกใบ
ดูคำตอบ

ประสบการณ์ลอยตัวเป็นเพียงสิ่งชั่วคราวและกำลังจะจบลง

It takes only 10 minutes for everything to crash down, ไวยากรณ์

3:17

ใช้เวลาเพียง 10 นาทีที่ทุกสิ่งจะพังทลายลงมา

ไวยากรณ์

It takes + เวลา + for + คำนาม + to do: บอกระยะเวลา

โครงสร้าง It takes + เวลา + for + คำนาม + to + คำกริยา ใช้บอกว่ากระบวนการหนึ่งใช้เวลานานเท่าไร ในประโยคนี้ It เป็นประธานสมมติ จึงไม่ได้หมายถึงหรือแทนสิ่งใดโดยเฉพาะ คำนามหลัง for เป็นประธานทางความหมายของกริยารูป infinitive กล่าวคือ everything คือสิ่งที่ crash down ส่วน only เน้นว่าเวลาสิบนาทีนั้นสั้นเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้ถูกต้องว่าสีต้องใช้เวลาสองชั่วโมงจึงจะแห้ง

  1. It takes for two hours the paint to dry.
  2. It takes two hours for the paint to dry.
  3. It takes two hours that the paint dries.
ดูคำตอบ

It takes two hours for the paint to dry.

and a weird 10 minutes it is indeed. ไวยากรณ์

3:20

และมันก็เป็น 10 นาทีที่แปลกประหลาดมากจริงๆ

ไวยากรณ์

a weird 10 minutes it is indeed: ส่วนเติมเต็มที่ย้ายมาไว้ข้างหน้า

หากใช้ลำดับคำตามปกติ ประโยคนี้จะเป็น It is indeed a weird 10 minutes ส่วนเติมเต็ม a weird 10 minutes ถูกย้ายมาไว้ต้นประโยคเพื่อเน้นคำบรรยาย และทำให้ประโยคมีอารมณ์แบบน่าตื่นเต้นพร้อมทั้งสรุปเหตุการณ์ It หมายถึงช่วงเวลาสิบนาทีที่กล่าวถึงไปแล้ว ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถาม เพราะหลังส่วนเติมเต็มที่ย้ายมาข้างหน้า ประธานยังคงอยู่หน้าคำกริยาใน it is ส่วน indeed ใช้ยืนยันคำบรรยายอย่างหนักแน่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นประโยคบอกเล่าที่เน้นความหมายด้วยการย้ายส่วนเติมเต็มมาไว้ข้างหน้า

  1. Was it a strange day indeed?
  2. A strange day it was indeed.
  3. A strange day was it indeed.
ดูคำตอบ

A strange day it was indeed.

And then, as abruptly as it started, ไวยากรณ์

3:23

แล้วจากนั้น มันก็หยุดลง

it stops.

3:25

กะทันหันเหมือนกับตอนที่เริ่ม

ไวยากรณ์

as abruptly as it started: การเปรียบเทียบระดับความกะทันหันที่เท่ากัน

ใน it stops as abruptly as it started โครงสร้าง as + abruptly + as เปรียบเทียบลักษณะการเกิดขึ้นของสองเหตุการณ์ การหยุดเกิดขึ้นอย่างกะทันหันเท่ากับตอนเริ่ม โดย abruptly บอกระดับความกะทันหันที่ทั้งสองเหตุการณ์มีเหมือนกัน as ตัวแรกเริ่มการเปรียบเทียบระดับที่เท่ากัน ส่วน as ตัวที่สองนำเข้าสิ่งที่ใช้เปรียบเทียบคือ it started ในที่นี้ as ตัวแรกไม่ได้หมายถึง while สามารถใช้โครงสร้าง as + adverb + as + clause เพื่อเปรียบเทียบว่าสองการกระทำเกิดขึ้นอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใช้คำสามคำพอดีโดยต้องมี abruptly เพื่อสร้างการเปรียบเทียบระดับที่เท่ากันแบบ as ... as: The rain stopped ____ it had started.

ดูคำตอบ

as abruptly as

The collapsing Earth has reached its desired size

3:26

โลกที่ยุบตัวลงมาถึงขนาดที่มันต้องการแล้ว

and gravity is suddenly turned back on for you.

3:29

และแรงโน้มถ่วงก็กลับมาทำงานสำหรับคุณอีกครั้งทันที

Hopefully you enjoyed your minutes of floating

3:32

หวังว่าคุณจะสนุกกับนาทีแห่งการลอยตัวนะ

because the ground and you with it

3:34

เพราะพื้นดินและตัวคุณที่อยู่บนนั้น

crash into the planet at 30,000 km/h,

3:36

จะพุ่งชนดาวเคราะห์ด้วยความเร็ว 30,000 กม./ชม.

making your body spatter like a water balloon as it hits. ลำดับความ

3:39

ทำให้ร่างกายคุณแหลกกระจายเหมือนลูกโป่งน้ำตอนที่มันกระแทก

ลำดับความ

spatter like a water balloon: อุปมาที่สร้างภาพการกระแทกอย่างชัดเจน

วลีนี้บอกผลลัพธ์ด้วยคำว่า spatter ก่อน แล้วจึงใช้ like a water balloon สร้างภาพที่ชัดเจนของผลลัพธ์นั้น เมื่อร่างกายกระแทก การเปรียบเทียบนี้ทำให้นึกถึงลูกโป่งน้ำที่แตกกระจายออกด้านนอกจากแรงกระแทก จึงช่วยให้เห็นภาพความรุนแรงและการกระจายได้ง่ายขึ้น Like แสดงการเปรียบเทียบแบบอุปมา ร่างกายถูกเปรียบกับลูกโป่งเฉพาะในแง่วิธีตอบสนองเมื่อกระแทก ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าร่างกายกลายเป็นหรือเป็นลูกโป่งน้ำจริง ๆ

แบบฝึกหัด

like a water balloon ทำหน้าที่อะไรในวลี making your body spatter like a water balloon as it hits?

  1. บอกว่าร่างกายทำมาจากวัสดุอะไร
  2. ให้ภาพที่ชัดเจนว่าร่างกายจะกระจายอย่างไรเมื่อกระแทก
  3. บอกว่าร่างกายกลายเป็นลูกโป่งน้ำจริง ๆ
ดูคำตอบ

ให้ภาพที่ชัดเจนว่าร่างกายจะกระจายอย่างไรเมื่อกระแทก

In one instant,

3:43

ในพริบตาเดียว

basically all of humanity gets smashed into red puddles.

3:44

มนุษยชาติเกือบทั้งหมดจะถูกบดขยี้กลายเป็นแอ่งเลือดสีแดง

This is only the start of our problems, though, ลำดับความ

3:48

แต่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของปัญหาเท่านั้น

since Earth imploded supersonically.

3:50

เนื่องจากโลกยุบตัวด้วยความเร็วเหนือเสียง

ลำดับความ

This is only the start of our problems, though: สัญญาณว่าสถานการณ์จะรุนแรงขึ้น

อนุประโยคนี้วางให้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนั้นเป็นเพียงขั้นแรกของปัญหาอีกยาวไกล ทำให้ผู้ฟังไม่มองว่าภัยพิบัติก่อนหน้านี้เป็นบทสรุป though ที่อยู่ท้ายประโยคเพิ่มความขัดแย้งโดยย้อนกลับไปมองเหตุการณ์ก่อนหน้า แม้เหตุการณ์นั้นจะดูร้ายแรงมาก แต่ปัญหาที่แท้จริงยังไม่จบ ในการเล่าเรื่อง วิธีนี้เป็นจุดเปลี่ยนที่ชะลอบทสรุปและเตรียมไปสู่ผลที่ใหญ่กว่าเดิม

แบบฝึกหัด

อนุประโยคที่เน้นไว้ทำหน้าที่อะไรในการเล่าเรื่องนี้?

  1. บอกว่าปัญหาหลักได้รับการแก้ไขแล้ว
  2. เริ่มต้นอนุประโยค although ที่ยังไม่จบและจะพูดต่อให้สมบูรณ์ภายหลัง
  3. นำเสนอว่าภัยพิบัติก่อนหน้านี้เป็นเพียงขั้นแรก และส่งสัญญาณว่าจะมีปัญหาที่ร้ายแรงกว่าเดิมตามมา
ดูคำตอบ

นำเสนอว่าภัยพิบัติก่อนหน้านี้เป็นเพียงขั้นแรก และส่งสัญญาณว่าจะมีปัญหาที่ร้ายแรงกว่าเดิมตามมา

The kinetic energy of the implosion

3:53

พลังงานจลน์จากการยุบตัว

is basically equivalent to detonating a planet made of TNT. วลี

3:55

เทียบเท่ากับการจุดระเบิดดาวเคราะห์ที่สร้างจากทีเอ็นที

วลี

equivalent to สำหรับเปรียบเทียบมูลค่าหรือผลลัพธ์

Equivalent to หมายถึงสิ่งสองอย่างเท่ากันหรือใกล้เคียงกันมากตามเกณฑ์ที่เลือก เช่น ปริมาณ มูลค่า หรือผลลัพธ์ ในประโยคนี้ ขนาดพลังงานจลน์ของการยุบตัวเข้าด้านในถูกเปรียบเทียบกับพลังงานที่ปล่อยออกมาจากการจุดระเบิดดาวเคราะห์ที่ทำจากทีเอ็นที ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์ทั้งสองเหมือนกันทางกายภาพ ในโครงสร้าง be equivalent to คำว่า to เป็นคำบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ได้ เช่น equivalent to detonating

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ equivalent to ได้ถูกต้องเพื่อเปรียบเทียบผลของการกระทำสองอย่างที่ต่างกัน?

  1. Pressing this button is identical to restarting the device.
  2. Pressing this button is equivalent with restarting the device.
  3. Pressing this button is equivalent to restarting the device.
ดูคำตอบ

Pressing this button is equivalent to restarting the device.

Crushed together under incredible forces,

3:58

ถูกบดขยี้เข้าด้วยกันภายใต้แรงอันมหาศาล

Earth's core reaches a million degrees Celsius,

4:01

แกนโลกจะมีอุณหภูมิสูงถึงหนึ่งล้านองศาเซลเซียส

a temperature closer to the core of a star ไวยากรณ์

4:05

ซึ่งเป็นอุณหภูมิที่ใกล้เคียงกับแกนของดาวฤกษ์

than anything we're used to finding on Earth.

4:07

มากกว่าสิ่งใดที่เราคุ้นเคยบนโลก

ไวยากรณ์

closer to ... than ...: ใกล้เคียงกับ...มากกว่า...

ใน “a temperature closer to the core of a star than anything ... on Earth” โครงสร้าง closer to ... than ... ใช้เปรียบเทียบว่าสองสิ่งใกล้เคียงกันไม่เท่ากัน หมายความว่าอุณหภูมินี้ใกล้เคียงกับสภาวะสุดขั้วในแก่นดาวมากกว่าอุณหภูมิใด ๆ ที่ผู้คนพบโดยทั่วไปบนโลก anything ในที่นี้ครอบคลุมตัวอย่างที่เกี่ยวข้องทั้งหมดบนโลก ส่วน we’re used to finding หมายถึง “เราคุ้นเคยกับการพบ” ไม่ใช่โครงสร้าง used to + กริยารูปพื้นฐานที่บอกนิสัยในอดีต

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ closer to ... than ... เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งคล้ายกับสิ่งอ้างอิงแรกมากกว่าสิ่งอ้างอิงที่สอง

  1. The new material is closer to glass than to plastic.
  2. The new material is closer than glass to the heater.
  3. The new material is as close to glass as it is to plastic.
ดูคำตอบ

The new material is closer to glass than to plastic.

As the Earth crashes into itself,

4:09

เมื่อโลกพุ่งชนเข้ากับตัวมันเอง

it generates an enormously powerful shockwave,

4:11

มันจะสร้างคลื่นกระแทกที่ทรงพลังมหาศาล

which plows upwards,

4:14

ซึ่งดันทะลุขึ้นด้านบน

catapulting the atmosphere up and off.

4:15

ดีดชั้นบรรยากาศให้ลอยสูงขึ้นและหลุดออกไป

The Earth's surface temperature reaches hundreds of thousands of degrees,

4:19

อุณหภูมิพื้นผิวโลกจะพุ่งสูงถึงหลายแสนองศา

and everything on it is instantly vaporized

4:22

และทุกสิ่งที่อยู่บนนั้นจะระเหยไปในทันที

to a fluffy plasma cloud that starts to expand,

4:25

กลายเป็นกลุ่มพลาสมาฟูนุ่มที่เริ่มขยายตัว

but not by much.

4:29

แต่ขยายไปได้ไม่มากนัก

Many of the atoms that may have been you

4:30

อะตอมจำนวนมากที่เคยอาจประกอบขึ้นเป็นตัวคุณ

get mixed into this cloud,

4:32

จะผสมเข้าไปในกลุ่มเมฆนี้

while others boil off, กริยาวลี

4:34

ในขณะที่ส่วนอื่นๆ จะเดือดและระเหย

escaping from the atmosphere.

4:35

หลุดรอดออกไปจากชั้นบรรยากาศ

กริยาวลี

boil off: เดือดเป็นไอแล้วหลุดออกไป

ใน boil off คำว่า boil บอกการเปลี่ยนเป็นไอเพราะความร้อน ส่วน off เพิ่มผลลัพธ์ว่าสารแยกออกจากที่เดิม สารไม่ได้แค่เดือด แต่กลายเป็นก๊าซแล้วหลุดออกจากชั้นบรรยากาศหรือระบบอื่น กริยาวลีนี้ใช้แบบไม่มีกรรมได้ เช่น “the water boiled off” และใช้แบบมีกรรมได้ เช่น “boil off the excess solvent”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงความร้อนทำให้ตัวทำละลายกลายเป็นไอและออกจากส่วนผสม

  1. The solvent boils off.
  2. The solvent cools off.
  3. The solvent boils.
ดูคำตอบ

The solvent boils off.

The golden plasma outshines the sun,

4:38

พลาสมาสีทองจะสว่างจ้ากว่าดวงอาทิตย์

while the enormous radiation lifts tons of material off into space.

4:40

ในขณะที่การแผ่รังสีมหาศาลจะพัดพาสสารหลายตันออกสู่อวกาศ

Over the coming days, ลำดับความ

4:45

ในช่วงหลายวันหลังจากนั้น

the plasma cloud cools

4:46

กลุ่มพลาสมาจะเย็นตัวลง

and eventually freezes into a shiny little golden ball.

4:47

และท้ายที่สุดจะแข็งตัวกลายเป็นลูกบอลทองคำเล็กๆ ที่แวววาว

ลำดับความ

Over the coming days ในฐานะกรอบเวลาของเรื่อง

Over the coming days กำหนดกรอบเวลาที่เริ่มจากจุดปัจจุบันของเรื่องและต่อเนื่องไปอีกหลายวัน coming อ้างอิงจากจุดนั้นในเรื่อง ไม่จำเป็นต้องหมายถึงวันจริงที่ผู้พูดกำลังพูดอยู่ Over ทำให้การเย็นลงและการแข็งตัวถูกมองเป็นกระบวนการที่ค่อย ๆ เกิดตลอดช่วงเวลานั้น วลีนี้ช่วยเดินหน้าคำอธิบายด้วยการบอกว่าขั้นต่อไปเกิดขึ้นเมื่อใด โดย over ในที่นี้บอกช่วงเวลา ไม่ได้บอกตำแหน่งว่า “อยู่เหนือ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอกระบวนการที่ค่อย ๆ ดำเนินไปตลอดหลายวันถัดไป

  1. In the coming days, a technician will visit once.
  2. The repair must be completed within the next few days.
  3. Over the coming days, the river will slowly return to its normal level.
ดูคำตอบ

Over the coming days, the river will slowly return to its normal level.

Okay, maybe this type of magic doesn't work.

4:51

โอเค บางทีเวทมนตร์แบบนี้อาจไม่ได้ผล

So, if replacing atoms made the Earth so overdense that it exploded ไวยากรณ์

4:55

ดังนั้น หากการแทนที่อะตอมทำให้โลกมีความหนาแน่นมากเกินไปจนระเบิดออก

and disassembling and reassembling atoms made the Earth so underdense that it imploded,

5:00

และการแยกชิ้นส่วนแล้วประกอบอะตอมใหม่ทำให้โลกมีความหนาแน่นน้อยไปจนยุบตัวลง

ไวยากรณ์

so overdense that ... so underdense that: ผลลัพธ์แบบขนาน

โครงสร้างที่เน้นคือ so overdense that it exploded และ so underdense that it imploded ซึ่งใช้รูป so + คำคุณศัพท์ + that + อนุประโยค so ที่เน้นแต่ละคำหมายถึง “ถึงระดับนั้น” และอนุประโยค that บอกผลที่เกิดจากระดับดังกล่าว ส่วน So, ที่แยกอยู่ต้นประโยคก่อน if เป็นคำเชื่อมความคิดที่มีความหมายใกล้กับ “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ดังนั้น” และไม่ใช่ส่วนหนึ่งของโครงสร้างผลลัพธ์ทั้งสอง การใช้กรอบเดิมซ้ำสร้างการเปรียบเทียบแบบขนาน ความหนาแน่นที่มากเกินไปทำให้ระเบิดออกด้านนอก ส่วนความหนาแน่นที่น้อยเกินไปทำให้ยุบเข้าด้านใน ไวยากรณ์ที่ซ้ำกันช่วยให้ผู้ฟังเปรียบเทียบเงื่อนไขที่ตรงข้ามกันและผลของแต่ละเงื่อนไขได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมทั้งสองส่วนด้วยโครงสร้างบอกผลแบบเดียวกัน: The first room was ____ hot ____ we opened the windows, while the second was ____ cold ____ we kept our coats on.

ดูคำตอบ

so · that · so · that

there must be a sweet spot where the Earth does neither. สำนวน

5:05

มันต้องมีจุดกึ่งกลางพอดีที่โลกไม่เกิดเหตุการณ์ทั้งสองอย่างนี้

สำนวน

sweet spot: สมดุลที่ดีที่สุดระหว่างผลลัพธ์สองอย่าง

sweet spot เป็นสำนวนที่หมายถึงจุดหรือช่วงที่หลายเงื่อนไขสมดุลกันได้ดีที่สุด ในประโยคนี้หมายถึงความหนาแน่นที่หลีกเลี่ยงได้ทั้งการระเบิดและการยุบตัวเข้าด้านใน ไม่ได้หมายถึงสถานที่ที่หวานอย่างตรงตัว และไม่ได้รับประกันว่าผลลัพธ์ทุกอย่างจะปลอดภัย แต่หมายถึงสมดุลที่เหมาะที่สุดสำหรับปัญหาสองอย่างที่กำลังพูดถึง

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับเรียกการตั้งค่าที่ให้สมดุลดีที่สุดระหว่างกำลังกับอายุการใช้งานแบตเตอรี่ โดยไม่บอกว่าการตั้งค่านี้จะป้องกันปัญหาทุกอย่างได้

  1. safe zone
  2. sweet spot
  3. high point
ดูคำตอบ

sweet spot

What if Midas's power is such that an object is suddenly replaced ไวยากรณ์

5:09

จะเป็นอย่างไรถ้าพลังของไมดาสคือการที่วัตถุหนึ่งถูกแทนที่ในทันที

by an object with the same volume made from solid gold?

5:13

ด้วยวัตถุที่มีปริมาตรเท่ากันและทำจากทองคำแท้?

ไวยากรณ์

is such that + อนุประโยคแสดงผลลัพธ์

Is such that ใช้เกริ่นผลลัพธ์ที่เกิดตามมาจากคุณสมบัติหรือสภาพของประธาน ในประโยคนี้ พลังดังกล่าวมีคุณสมบัติเฉพาะ และคุณสมบัตินั้นทำให้กฎการแทนที่วัตถุเป็นไปได้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์หรือผลกระทบของคุณสมบัตินั้นอย่างครบถ้วน ในที่นี้ such ต้องเข้าใจร่วมกับ that ไม่ใช่คำนามที่หมายถึงสิ่งประเภทนี้เมื่ออยู่เดี่ยว ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ is such that เพื่อเชื่อมคุณสมบัติของสิ่งหนึ่งเข้ากับผลลัพธ์

  1. The bridge is so strong that it can carry heavy trucks.
  2. The bridge is such as steel and concrete.
  3. The bridge is such that it can carry heavy trucks.
ดูคำตอบ

The bridge is such that it can carry heavy trucks.

That magic is a little bit more magic

5:17

เวทมนตร์นั้นดูเป็นเวทมนตร์มากขึ้นอีกนิด

and cuts a few extra corners, สำนวน

5:19

และลัดขั้นตอนออกไปบ้างเล็กน้อย

สำนวน

cuts a few extra corners: ข้ามขั้นตอนที่จำเป็นเพิ่มขึ้น

ในประโยคนี้ cut a few extra corners หมายถึงการข้ามขั้นตอนหรือคำอธิบายตามปกติเพิ่มขึ้น ซึ่งควรมีเพื่อให้แนวคิดนี้รัดกุม extra ทำให้สำนวนมีความหมายแรงขึ้น ส่วน a few ทำให้น้ำเสียงวิจารณ์ดูเบาและเป็นการแซวตัวเอง ไม่ได้บอกจำนวนที่แน่นอน cut corners เป็นสำนวนเชิงเปรียบเทียบ โดยทั่วไปหมายถึงการประหยัดเวลาหรือแรงด้วยการทำไม่ครบตามกระบวนการที่ถูกต้อง ซึ่งมักทำให้คุณภาพ ความปลอดภัย หรือความรอบคอบลดลง ไม่ได้หมายถึงการตัดมุมของสิ่งของจริง ๆ และเหตุผลก็ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องเงินเสมอไป

แบบฝึกหัด

ทีมหนึ่งข้ามการตรวจสอบความปลอดภัยที่จำเป็นเพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้น สำนวนใดอธิบายสิ่งที่พวกเขาทำได้ดีที่สุด

  1. follow every step
  2. cut corners
  3. keep an open mind
ดูคำตอบ

cut corners

but let's see where this leads us. สำนวน

5:21

แต่มาดูกันว่ามันจะนำพาเราไปสู่อะไร

สำนวน

see where this leads us: สำรวจก่อนตัดสินใจ

see where this leads us หมายถึงการติดตามความคิด แผน หรือแนวการให้เหตุผลต่อไป แล้วดูว่าจะเกิดผลอย่างไร ในที่นี้ this หมายถึงกฎที่เพิ่งเสนอ ส่วน lead พูดถึงผลลัพธ์ ไม่ใช่การพาไปยังสถานที่จริง สำนวนนี้ชะลอการตัดสินไว้ก่อน โดยชวนผู้อื่นมาสำรวจขั้นตอนต่อไปร่วมกัน แต่ไม่ได้ยืนยันว่าแนวคิดนั้นจะได้ผลแน่นอน

แบบฝึกหัด

เพื่อนเสนอให้ลองเส้นทางที่ไม่ธรรมดา และคุณต้องการสำรวจความคิดนี้ก่อนตัดสิน คำตอบใดเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. We already know it will fail.
  2. Let's see where this leads us.
  3. Let's ignore the idea completely.
ดูคำตอบ

Let's see where this leads us.

So, Midas stumbles again.

5:24

เอาล่ะ ไมดาสสะดุดอีกแล้ว

Even though our new pure gold Earth is not expanding or contracting, ไวยากรณ์

5:27

ถึงแม้ว่าโลกทองคำบริสุทธิ์ใบใหม่ของเราไม่ได้กำลังขยายหรือหดตัว

it's suddenly much more massive.

5:31

แต่มันกลับมีมวลมหาศาลขึ้นมาในทันที

ไวยากรณ์

Even though: การยอมรับข้อเท็จจริงเพื่อเน้นความขัดแย้ง

Even though ใช้นำเสนอข้อเท็จจริงที่ตามปกติแล้วน่าจะทำให้ข้อความในประโยคหลักดูไม่น่าเกิดขึ้น ในที่นี้โลกไม่ได้ขยายหรือหดตัว แต่ก็ยังเกิดปัญหาใหม่ขึ้น คือโลกมีมวลมากขึ้นอย่างมาก โครงสร้างคือ even though + อนุประโยค โดยมีประโยคหลักบอกผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย ความหมายคือ “ข้อเท็จจริงนี้เป็นจริง แต่ผลลัพธ์ก็ยังต่างจากที่ปกติน่าจะคาดไว้”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดนำเสนอการยกเลิกการแข่งขันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่ทราบแล้ว และแสดงผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมาย

  1. Even though the game was canceled, the players stayed to meet the fans.
  2. Even if the game is canceled, the players will stay to meet the fans.
  3. The players stayed to meet the fans because the game was canceled.
ดูคำตอบ

Even though the game was canceled, the players stayed to meet the fans.

The density of gold is three and a half times greater than the Earth, ไวยากรณ์

5:34

ความหนาแน่นของทองคำมีมากกว่าโลกถึงสามเท่าครึ่ง

ไวยากรณ์

three and a half times greater than: ตัวคูณที่มีความกำกวม

ตัวคูณ three and a half times ขยายการเปรียบเทียบ greater than ในบริบทนี้ผู้พูดคำนวณต่อโดยตีความว่าความหนาแน่นของทองคำเป็นประมาณ 3.5 เท่าของความหนาแน่นของโลก อย่างไรก็ตาม times greater than มีการตีความที่แตกต่างกันสองแบบ หลายคนใช้ 3.5 times greater than เพื่อหมายถึง 3.5 times as great as แต่ถ้าตีความแบบบวกอย่างเคร่งครัด อาจหมายถึงมากกว่าค่าเดิมเป็นจำนวน 3.5 เท่าของค่าเดิม หรือรวมแล้วเป็น 4.5 เท่าของค่าเดิม เมื่อต้องการเปรียบเทียบอย่างแม่นยำ ให้ระบุอัตราส่วนด้วย times as ... as

แบบฝึกหัด

หากสมการที่ต้องการสื่อคือ A = 3.5 × B ตัวเลือกใดเป็นการเขียน “A is three and a half times greater than B” ใหม่ที่ชัดเจนที่สุด

  1. A is three and a half percent greater than B.
  2. A is four and a half times as great as B.
  3. A is three and a half times as great as B.
ดูคำตอบ

A is three and a half times as great as B.

meaning the Earth is going to get three and a half times more massive.

5:38

หมายความว่าโลกจะมีมวลเพิ่มขึ้นสามเท่าครึ่ง

For starters, everyone now has to contend โน้ต

5:42

อย่างแรกเลย ตอนนี้ทุกคนต้องต่อสู้

with surface gravity that is more than three times stronger.

5:45

กับแรงโน้มถ่วงที่พื้นผิวที่แรงขึ้นกว่าเดิมถึงสามเท่า

ลำดับความ

For starters เพื่อบอกว่าเป็นประเด็นแรก

“For starters” ใช้เกริ่นรายการแรกของชุดเหตุผล ปัญหา ขั้นตอน หรือผลที่ตามมา ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวจัดให้แรงโน้มถ่วงที่พื้นผิวที่รุนแรงขึ้นเป็นปัญหาแรก และเตรียมให้ผู้ฟังคาดว่าจะมีปัญหาอื่นตามมา วลีนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบเนื้อหา ไม่ได้หมายถึงผู้เล่นตัวจริงหรือคนอื่นที่เริ่มทำบางอย่าง สามารถเข้าใจได้ว่า “ในฐานะประเด็นแรก” หรือ “เริ่มจากเรื่องแรก”

แบบฝึกหัด

ในประโยค “For starters, the schedule is too tight.” คำว่า “For starters” สื่ออะไรให้ผู้ฟังทราบ?

  1. นี่คือประเด็นแรก และน่าจะมีประเด็นอื่นตามมาอีก
  2. ผู้พูดกำลังพูดถึงผู้เล่นตัวจริงในการแข่งขัน
  3. มีเพียงปัญหานี้เท่านั้นที่สำคัญ
ดูคำตอบ

นี่คือประเด็นแรก และน่าจะมีประเด็นอื่นตามมาอีก

วลี

contend with: การรับมือกับสภาวะที่ยาก

“Contend with” หมายถึงการเผชิญและจัดการกับสภาวะที่ยาก ปัญหา หรือแรงกดดัน วลีนี้นำเสนอสถานการณ์ว่าเป็นความท้าทายหรือภาระ แต่ไม่ได้บอกว่าบุคคลนั้นเอาชนะมันได้ ใน “has to contend with” คำว่า “has to” แสดงว่าการรับมือนั้นเป็นสิ่งจำเป็น ไม่ใช่ความสมัครใจ ในที่นี้ ทุกคนต้องรับมือกับผลของแรงโน้มถ่วงที่พื้นผิวที่รุนแรงขึ้น ไม่ได้แข่งขันกับแรงโน้มถ่วง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ “contend with” อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “รับมือกับสภาวะที่ยาก”?

  1. We contend with dessert after dinner because it tastes wonderful.
  2. The coastal town must contend with frequent flooding.
  3. The two runners contend with each other to win the final.
ดูคำตอบ

The coastal town must contend with frequent flooding.

So, if you're not a champion weightlifter

5:48

ดังนั้น หากคุณไม่ได้เป็นแชมป์ยกน้ำหนัก

who's used to carrying around a few times your body weight on your shoulders, ไวยากรณ์

5:51

ที่ชินกับการแบกน้ำหนักตัวหลายเท่าไว้บนบ่า

you're probably going to be slammed to the ground by your own weight.

5:54

คุณก็อาจจะถูกน้ำหนักของตัวเองกดทับลงกับพื้น

ไวยากรณ์

ความแตกต่างระหว่าง be used to carrying กับ used to carry

ใน who's used to carrying... คำว่า who's เป็นรูปย่อของ who is โครงสร้าง be used to + คำนามหรือรูป -ing หมายถึงคุ้นเคยกับบางสิ่ง หรือรู้สึกว่าสิ่งนั้นไม่แปลกเพราะมีประสบการณ์มาก่อน ในที่นี้นักยกน้ำหนักแบกของหนักมากเป็นประจำ จึงคุ้นเคยกับความรู้สึกนั้น ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้นคำกริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ carrying โครงสร้างที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ be used to doing something ไม่ใช่ used to do something

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง be used to: Years of training have made Leo comfortable with heavy loads: He is ____ them.

ดูคำตอบ

used to carrying

Depending on where you were when Earth turned into gold, ไวยากรณ์

5:59

ขึ้นอยู่กับว่าคุณอยู่ที่ไหนในตอนที่โลกกลายเป็นทองคำ

this alone could seriously hurt or even kill you.

6:01

แค่สิ่งนี้อย่างเดียวก็อาจทำให้คุณบาดเจ็บสาหัสหรือถึงขั้นเสียชีวิตได้

ไวยากรณ์

Depending on ในฐานะกรอบเงื่อนไข

Depending on + คำนาม คำสรรพนาม หรืออนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วยคำถาม ใช้แนะนำปัจจัยที่อาจทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในที่นี้ where you were คือตัวแปร เพราะการอยู่คนละสถานที่อาจทำให้ระดับอันตรายต่างกัน เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะสร้างกรอบเงื่อนไขให้ข้อความหลักทั้งหมด โดยมักเข้าใจได้ว่า “ผลลัพธ์เปลี่ยนไปตามปัจจัยบางอย่าง” ไม่ได้หมายถึงการพึ่งพาทางอารมณ์หรือความสัมพันธ์ส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ในประโยคต่อไปนี้ Depending on the weather บอกอะไรเรา? Depending on the weather, the match may be moved indoors.

  1. การแข่งขันจะจัดในอาคารอย่างแน่นอน
  2. การตัดสินใจอาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ
  3. สภาพอากาศเปลี่ยนเพราะการแข่งขัน
ดูคำตอบ

การตัดสินใจอาจเปลี่ยนไปตามสภาพอากาศ

Trees and artificial structures collapse under stress วลี

6:04

ต้นไม้และโครงสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นจะพังทลายภายใต้ความกดดัน

they were never meant to sustain,

6:07

ที่พวกมันไม่ได้ถูกออกแบบมาให้รับไหว

วลี

collapse under stress: พังลงภายใต้ภาระ

ในประโยคนี้ collapse หมายถึง ‘เสียหายหรือพังลงเพราะโครงสร้างไม่สามารถรองรับภาระได้อีกต่อไป’ ส่วน stress หมายถึงแรงทางกายภาพหรือภาระที่กระทำต่อต้นไม้และโครงสร้าง ไม่ใช่ความวิตกกังวลทางอารมณ์ รูปแบบ collapse under + คำนาม ใช้บอกการพังเสียหายในขณะที่สิ่งหนึ่งกำลังเผชิญสภาวะที่ก่อความเสียหาย ในที่นี้ under แสดงสภาวะหรือแรงที่ต้องรับ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ใต้สิ่งอื่น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ตรงกับความหมายว่า ‘เสียหายขณะอยู่ภายใต้แรงกดดัน’: The support beam may ____ if the load is too great.

ดูคำตอบ

collapse under stress

while birds and planes and all things that were able to fly or float

6:09

ในขณะที่นก เครื่องบิน และทุกสิ่งที่บินหรือลอยน้ำได้

splash to the ground all around you.

6:12

จะร่วงลงกระแทกพื้นรอบๆ ตัวคุณ

And you're not the only thing weighed down by the greater gravity. กริยาวลี

6:16

และคุณไม่ใช่สิ่งเดียวที่ถูกถ่วงด้วยแรงโน้มถ่วงที่มากขึ้น

กริยาวลี

weighed down: ถูกน้ำหนักหรือแรงกดดันถ่วงไว้

weighed down เป็นรูปกริยาช่องสามของกริยาวลี weigh down หมายถึงถูกทำให้หนักหรือถูกน้ำหนักกดลง ในประโยคนี้ แรงโน้มถ่วงที่มากขึ้นคือแรงที่ทำให้เกิดผลดังกล่าว ดังนั้น weighed จึงไม่ได้หมายถึง ‘ถูกชั่งด้วยตาชั่ง’ รูปแบบกรรมวาจกที่ใช้บ่อย be weighed down by + สาเหตุ สามารถใช้เชิงเปรียบเทียบได้ด้วย เช่น คนหนึ่งอาจ be weighed down by debt, worry, or responsibilities เมื่อภาระเหล่านั้นทำให้ชีวิตยากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปกริยาวลีที่หมายถึง ‘ถูกถ่วงด้วย’: Elena was ____ by too many responsibilities.

ดูคำตอบ

weighed down

The weight of the atmosphere and also atmospheric pressure nearly quadruples,

6:18

น้ำหนักของชั้นบรรยากาศและรวมถึงความกดอากาศจะเพิ่มขึ้นเกือบสี่เท่า

which is a bad thing if you like living. น้ำเสียง/เจตนา

6:23

ซึ่งเป็นเรื่องแย่ถ้าคุณยังอยากมีชีวิตอยู่

น้ำเสียง/เจตนา

มุกหน้าตายใน which is a bad thing if you like living.

อนุประโยค if you like living กล่าวถึงเงื่อนไขที่เห็นได้ชัดว่าเป็นจริงสำหรับเกือบทุกคน ผู้พูดไม่ได้แบ่งคนอย่างจริงจังเป็นคนที่ชอบมีชีวิตอยู่กับคนที่ไม่ชอบ ประโยคนี้เรียกผลลัพธ์ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตว่าเพียง a bad thing จึงเป็นการพูดให้ดูเบาลงและสร้างมุกหน้าตาย ในประโยคคล้ายกัน เงื่อนไขที่เห็นชัดว่าไม่จำเป็นอาจส่งสัญญาณว่าผลลัพธ์นั้นอันตรายหรือไม่พึงประสงค์อย่างชัดเจน

แบบฝึกหัด

ใน "The brakes have failed, which is bad news if you like stopping," คำว่า if you like stopping สื่อความหมายอะไร?

  1. ผู้พูดเชื่ออย่างจริงจังว่ามีเพียงคนขับบางคนที่อยากหยุดรถ
  2. เบรกเสียไม่เป็นอันตรายเลยเมื่อขับด้วยความเร็วต่ำ
  3. อันตรายนั้นชัดเจน และผู้พูดกำลังเล่นมุกหน้าตาย
ดูคำตอบ

อันตรายนั้นชัดเจน และผู้พูดกำลังเล่นมุกหน้าตาย

On its own, this won't kill you. วลี

6:25

ลำพังแค่นี้มันไม่ทำให้คุณตายหรอก

วลี

On its own, ในความหมายว่า «เมื่อพิจารณาแยกต่างหาก»

On its own หมายถึง «เพียงอย่างเดียว» หรือ «เมื่อพิจารณาแยกจากปัจจัยอื่น» ในที่นี้วลีดังกล่าวแยกความดันบรรยากาศที่เพิ่มขึ้นออกมาพิจารณา และบอกว่าผลกระทบเพียงอย่างนี้จะไม่ถึงแก่ชีวิต วลีนี้ไม่ได้หมายความว่าความดันกระทำด้วยความสมัครใจหรือมีความคิดเป็นของตัวเอง ใช้โครงสร้างนี้เมื่อต้องการแยกสาเหตุ ผลกระทบ สิ่งของ หรือปัญหาหนึ่งอย่างออกจากองค์ประกอบที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง «เมื่อพิจารณาแยกจากปัจจัยอื่น»: ____, this small leak is not dangerous.

ดูคำตอบ

On its own

Scuba divers can comfortably breathe air at these pressures for a while,

6:27

นักดำน้ำแบบสกูบาสามารถหายใจรับอากาศภายใต้ความกดดันระดับนี้ได้สบายๆ อยู่ระยะหนึ่ง

but unfortunately squeezing the atmosphere this much

6:30

แต่น่าเสียดายที่การบีบอัดชั้นบรรยากาศมากขนาดนี้

raises its temperature to 150 degrees Celsius,

6:33

จะทำให้อุณหภูมิของมันสูงขึ้นถึง 150 องศาเซลเซียส

which is like the insides of an oven.

6:36

ซึ่งเหมือนกับอยู่ข้างในเตาอบ

The entire Earth's surface bakes,

6:39

พื้นผิวโลกทั้งหมดจะถูกอบ

roasting anything and everything. วลี

6:41

ย่างทุกสิ่งและทุกอย่าง

วลี

Anything and everything: การเน้นขอบเขตทั้งหมดโดยไม่มีข้อยกเว้น

ในประโยคนี้ anything and everything หมายถึง “ทุกสิ่งที่เป็นไปได้โดยไม่มีข้อยกเว้น” สองคำนี้ไม่ได้หมายถึงสิ่งของคนละกลุ่ม แต่การนำมาใช้คู่กันช่วยเน้นอย่างมากว่าขอบเขตครอบคลุมทั้งหมด anything ให้ความหมายว่า “ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใด” ส่วน everything เพิ่มแนวคิดว่าเป็นทั้งชุด ใช้คู่นี้เมื่อ everything เพียงคำเดียวยังไม่หนักแน่นพอสำหรับน้ำเสียงที่เข้มข้นและน่าตื่นเต้นของผู้พูด

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเน้นย้ำแบบตายตัวที่หมายถึง “ทุกสิ่งที่เป็นไปได้โดยไม่มีข้อยกเว้น”: The storage room contained ____.

ดูคำตอบ

anything and everything

There is no escape.

6:43

ไม่มีทางหนีรอด

Gold may be a metal,

6:45

ทองคำอาจเป็นโลหะ

but it's about three times weaker than steel

6:46

แต่มันอ่อนแอกว่าเหล็กกล้าถึงประมาณสามเท่า

and also very malleable,

6:49

และยังมีความอ่อนตัวสูงมาก

which makes it very bad mountain material. ไวยากรณ์

6:50

ทำให้มันเป็นวัสดุที่แย่มากในการสร้างภูเขา

ไวยากรณ์

Makes it very bad mountain material: make + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นนาม

ในที่นี้ make ไม่ได้หมายถึง “สร้าง” คุณสมบัติที่กล่าวมาก่อนหน้าทำให้ทอง ซึ่งแทนด้วย it ถูกมองว่าเป็น very bad mountain material โครงสร้างคือ make + กรรม + ส่วนเติมเต็มที่เป็นนามวลี: makes + it + very bad mountain material นามวลีท้ายประโยคใช้เรียกหรือจัดประเภทกรรมใหม่ เนื่องจาก material ใช้เป็นคำนามนับไม่ได้ในที่นี้ จึงไม่มี a แต่คำนามนับได้เอกพจน์มักต้องมี a/an เช่น makes her a good leader

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ make ในความหมายว่า “ทำให้ใครบางคนเป็นหรือถูกมองว่าเป็นบางสิ่ง” โดยมีนามวลีเป็นส่วนเติมเต็มของกรรม

  1. The good news makes her very happy.
  2. Her calm leadership makes her a great coach.
  3. She makes a new training plan every month.
ดูคำตอบ

Her calm leadership makes her a great coach.

The tallest mountains that can be supported are now only about 2 km high,

6:53

ภูเขาที่สูงที่สุดที่สามารถรับน้ำหนักได้ ตอนนี้จะมีความสูงเพียงประมาณ 2 กม. เท่านั้น

so whole ranges compress as their own weight basically crushes their base.

6:57

ดังนั้นเทือกเขาทั้งหมดจะถูกบีบอัด เนื่องจากน้ำหนักของพวกมันจะบดขยี้ฐานของตัวเอง

It's hard to say what happens here.

7:02

เป็นเรื่องยากที่จะบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นที่นี่

We're probably in for giant earthquakes and landslides วลี

7:04

เราอาจจะต้องเผชิญกับแผ่นดินไหวและแผ่นดินถล่มครั้งใหญ่

as the planet is squeezed into a new shape.

7:07

เมื่อดาวเคราะห์ถูกบีบให้กลายเป็นรูปร่างใหม่

วลี

“be in for” เพื่อบอกประสบการณ์ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น

be in for หมายถึง “มีแนวโน้มว่าจะได้ประสบหรือเผชิญบางสิ่งในเร็ว ๆ นี้” ในที่นี้ สัญญาณบ่งชี้ว่าแผ่นดินไหวขนาดมหึมาและดินถล่มน่าจะเป็นผลที่จะตามมา ส่วน probably ทำให้คำทำนายยังมีความไม่แน่นอน โครงสร้างคือ be + in for + นามวลี เช่น We are in for trouble. มักสื่อว่าเหตุการณ์กำลังจะเกิดขึ้นกับบุคคลนั้น ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าตัวเลือกอย่างอิสระ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “มีแนวโน้มว่าจะได้ประสบ”: The wind is getting stronger, so we may be ____ a rough night.

ดูคำตอบ

in for

And it's not just mountain ranges,

7:10

และไม่ใช่แค่เทือกเขาเท่านั้น

the differences between the continents and the ocean floor level out, กริยาวลี

7:11

ความแตกต่างระหว่างทวีปและพื้นมหาสมุทรจะราบเรียบลง

กริยาวลี

“level out” เพื่อบอกว่าแบนราบหรือคงที่ขึ้น

level out หมายถึง “แบนราบ สม่ำเสมอ หรือคงที่มากขึ้น” ในคำบรรยายนี้ ความต่างของความสูงระหว่างทวีปกับพื้นมหาสมุทรค่อย ๆ หายไป ทำให้พื้นผิวทั้งสองเข้าใกล้ระดับเดียวกันมากขึ้น ประธานคือสิ่งที่เปลี่ยนแปลง เช่น differences level out, prices level out หรือ a road levels out การเปลี่ยนแปลงนี้มักเกิดหลังจากช่วงที่ไม่สม่ำเสมอ ขึ้นลง หรือเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ level out ในความหมายว่า “แบนราบหรือสม่ำเสมอขึ้น”?

  1. The rough ground begins to level out near the lake.
  2. Leo hopes to level up before the next game.
  3. I need to level with you about the broken window.
ดูคำตอบ

The rough ground begins to level out near the lake.

causing the ocean basins to overflow,

7:15

ทำให้แอ่งมหาสมุทรล้นออกมา

sending massive tidal waves over the Earth's surface.

7:17

ส่งคลื่นยักษ์มหาศาลซัดข้ามพื้นผิวโลก

What remains is a planet made of gold, ไวยากรณ์

7:21

สิ่งที่เหลืออยู่คือดาวเคราะห์ที่ทำจากทองคำ

ไวยากรณ์

What remains is ... ในฐานะอนุประโยคประธาน

ในที่นี้ What remains หมายถึง “สิ่งที่ยังเหลืออยู่” What เป็นคำเชื่อมสัมพันธ์แบบรวมความหมาย โดย what remains มีความหมายเท่ากับ the thing that remains ดังนั้น What remains ทั้งส่วนจึงเป็นอนุประโยคคำนามที่ทำหน้าที่เป็นประธานของ is โครงสร้าง What remains is + นามวลีหรือคำบรรยาย ใช้บอกผลลัพธ์สุดท้ายหลังจากสิ่งอื่นทั้งหมดถูกนำออก เปลี่ยนแปลง หรือสิ้นสุดลงแล้ว ประโยคนี้เป็นประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามตรง ๆ ว่า What remains?

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเป้าหมาย What remains is ให้ถูกต้อง After the flood, ____ a muddy field.

ดูคำตอบ

what remains is

entirely covered by an ocean 3 km deep,

7:23

ถูกปกคลุมทั้งหมดด้วยมหาสมุทรลึก 3 กม.

a super hot atmosphere,

7:26

ชั้นบรรยากาศที่ร้อนสุดๆ

and a lot of dead people.

7:28

และคนตายจำนวนมาก

Hmm, okay.

7:32

อืม โอเค

There may be a lesson to take away here, วลี

7:33

มันอาจจะมีบทเรียนให้ได้เรียนรู้จากตรงนี้

วลี

A lesson to take away: ข้อคิดที่ควรจดจำ

ในวลี a lesson to take away คำว่า lesson หมายถึงข้อคิดที่ได้จากประสบการณ์ ส่วน take away หมายถึงจดจำข้อคิดนั้นและนำไปใช้ต่อไป คำกริยารูป infinitive to take away ขยาย lesson โดยบอกว่าเป็นสิ่งที่เราได้รับจากสถานการณ์นั้นได้ วลีนี้มักใช้เพื่อเกริ่นข้อสรุปหรือสาระที่เป็นประโยชน์ เป็นความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการหยิบบทเรียนหรือสิ่งของออกไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงข้อคิดที่ควรจดจำ After our failed experiment, there is one ____: test the battery first.

ดูคำตอบ

lesson to take away

but we're not sure what it is.

7:35

แต่เราไม่แน่ใจว่ามันคืออะไร

We did all the math, though. วลี

7:37

แต่เราคำนวณคณิตศาสตร์ทั้งหมดไว้แล้วนะ

วลี

did all the math: คำนวณทุกอย่างครบ

ในประโยคนี้ did all the math หมายถึงได้ทำการคำนวณทุกอย่างที่จำเป็นสำหรับแนวคิดที่กำลังพูดถึงจนเสร็จแล้ว all เน้นว่าคำนวณอย่างครบถ้วน ไม่ใช่แค่ประเมินคร่าว ๆ รูปพื้นฐานคือ do the math โดย do เปลี่ยนตามกาลเป็น do, did หรือ done สำนวนนี้อาจหมายถึงการคำนวณตัวเลขจริง ๆ หรือการหาข้อสรุปอย่างมีเหตุผลจากข้อมูลที่รู้ก็ได้ ความหมายขึ้นอยู่กับบริบท ในที่นี้หมายถึงการคำนวณจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนตรงตามบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึงทำการคำนวณที่จำเป็นครบทั้งหมดแล้ว: Before ordering the materials, we ____ to make sure the budget was enough.

ดูคำตอบ

did all the math

It's in our sources document

7:39

มันอยู่ในเอกสารแหล่งอ้างอิงของเรา

if you want to take a look. วลี

7:40

ถ้าคุณต้องการจะลองเข้าไปดู

วลี

take a look: ลองดู

Take a look เป็นสำนวนสนทนาที่มีรูปตายตัว หมายถึงดู ตรวจดู หรือพิจารณาบางสิ่งสั้น ๆ ในที่นี้ผู้พูดเสนอให้ผู้ฟังเปิดเอกสารแหล่งข้อมูลเพื่อตรวจดูได้ โดย if you want แสดงว่าอีกฝ่ายจะดูก็ได้ ไม่ดูก็ได้ เมื่อระบุสิ่งที่จะดู ให้ใช้ take a look at + คำนาม เช่น take a look at the chart หากรู้อยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร สามารถใช้ take a look โดยไม่ต้องมี at ได้ take ในสำนวนนี้ไม่ได้หมายถึงนำหรือถือสิ่งของไป

แบบฝึกหัด

เติมคำขอด้วยสำนวนตรงตามบทเรียนนี้ รวมทั้งคำบุพบทที่จำเป็น: Could you ____ my spelling before I submit the form?

ดูคำตอบ

take a look at

If you learned anything in this video,

7:42

ถ้าคุณได้เรียนรู้อะไรจากวิดีโอนี้

let us know what it was.

7:44

ช่วยบอกเราให้รู้หน่อยว่ามันคืออะไร

So, as you might know, ลำดับความ

7:46

ตามที่คุณอาจจะทราบ

ลำดับความ

as you might know: การเกริ่นข้อมูลพื้นหลังที่ผู้ฟังอาจรู้อยู่แล้ว

As you might know นำเสนอข้อมูลถัดไปว่าเป็นสิ่งที่ผู้ฟังอาจคุ้นเคยอยู่แล้ว คำว่า might ทำให้การคาดคะเนนั้นไม่แน่นอนและสุภาพขึ้น กล่าวคือ ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังรู้อย่างแน่นอน เมื่อวางไว้ต้นข้อความ วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลด้วยการเปลี่ยนอย่างนุ่มนวลไปสู่ข้อมูลพื้นหลังหรือหัวข้อใหม่ มันทำหน้าที่เหมือนสะพานสั้น ๆ ก่อนเข้าสู่ประเด็นหลัก ไม่ใช่การทดสอบความรู้ของผู้ฟัง

แบบฝึกหัด

ใช้วลีเดิมที่มี might เพื่อเกริ่นคำเตือนอย่างสุภาพ: ____, the library closes at six today.

ดูคำตอบ

As you might know

the things we sell in our shop

7:48

สิ่งของที่เราขายในร้านค้าของเรา

are the reason we're able to publish videos for free.

7:49

คือเหตุผลที่เราสามารถเผยแพร่วิดีโอให้ชมได้ฟรี

But it's way more than that for us. การใช้คำ

7:52

แต่มันมีความหมายกับเรามากกว่านั้นมาก

การใช้คำ

way more than that: การปฏิเสธคำอธิบายที่จำกัดเกินไปอย่างหนักแน่น

ในที่นี้ way เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการที่ช่วยเน้น more ให้แรงขึ้น Way more than that หมายถึงมากกว่าคำอธิบายที่เพิ่งกล่าวถึงอย่างมาก โดย way ไม่ได้หมายถึงถนนหรือวิธีการ วลีนี้ใช้แก้ความคิดที่จำกัดเกินไป That ย้อนกลับไปยังคำอธิบายก่อนหน้า และผู้พูดกำลังบอกว่าสิ่งที่พูดถึงมีคุณค่า ความหมาย หรือขอบเขตมากกว่าที่คำอธิบายนั้นสื่อ

แบบฝึกหัด

มีคนบอกว่าชมรมชุมชนมีไว้เล่นเกมเท่านั้น เติมคำตอบด้วยวลีเน้นย้ำแบบไม่เป็นทางการจากบทเรียน: No, it is ____.

ดูคำตอบ

way more than that

Here's a short story and a making-of. การใช้คำ

7:54

นี่คือเรื่องราวสั้นๆ และเบื้องหลังการทำงาน

การใช้คำ

A making-of ในฐานะคำนามนับได้สำหรับสื่อ

ในที่นี้ a making-of เป็นคำนามนับได้ หมายถึงวิดีโอ บทความ หรือเนื้อหาอื่นที่แสดงว่าผลงานสร้างสรรค์ชิ้นหนึ่งถูกผลิตขึ้นอย่างไร คำนำหน้านาม a แสดงว่านี่คือเนื้อหาเบื้องหลังหนึ่งชิ้น เครื่องหมายยัติภังค์ทำให้ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นป้ายชื่อประเภทสื่อ ไม่ใช่วลี making of ที่ยังไม่สมบูรณ์และต้องมีชื่อผลงานตามหลัง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยป้ายชื่อสื่อแบบนับได้ making-of พร้อมคำนำหน้านาม: The bonus menu has interviews, deleted scenes, and ____ about the costume design.

ดูคำตอบ

a making-of

A while ago, we posted this image on social media

7:57

เมื่อไม่นานมานี้ เราได้โพสต์ภาพนี้ลงบนโซเชียลมีเดีย

just to post something nice-looking.

8:00

เพียงเพื่อจะโพสต์บางสิ่งที่ดูสวยงาม

Immediately, a lot of people were quite upset about it

8:03

ทันใดนั้น ผู้คนจำนวนมากก็รู้สึกไม่พอใจกับมันมาก

because it was wrong

8:06

เพราะมันผิดพลาด

and you guys take what we put out that seriously. กริยาวลี

8:07

และพวกคุณก็จริงจังกับสิ่งที่เรานำเสนอออกมามากขนาดนั้น

กริยาวลี

Put out ในความหมายว่าเผยแพร่หรือปล่อย

ใน what we put out คำว่า put out หมายถึงเผยแพร่ ปล่อย หรือทำให้เนื้อหาพร้อมสำหรับสาธารณชนด้วยวิธีอื่น What we put out จึงหมายถึง “เนื้อหาที่เราเผยแพร่” กรรมและบริบทเป็นตัวกำหนดความหมายนี้ เนื่องจากกรรมคือเนื้อหาสาธารณะจากช่อง put out จึงไม่ได้หมายถึงดับไฟหรือนำสิ่งของออกไปไว้ข้างนอก

แบบฝึกหัด

ในประโยค The team puts out a safety update every month. คำว่า puts out หมายถึงอะไร

  1. ทำให้อีกคนไม่สะดวก
  2. เผยแพร่หรือปล่อยต่อสาธารณะ
  3. ดับเปลวไฟ
ดูคำตอบ

เผยแพร่หรือปล่อยต่อสาธารณะ

So, we deleted it

8:10

เราจึงลบมันทิ้ง

and contacted experts to make something new and better.

8:12

และติดต่อไปยังผู้เชี่ยวชาญเพื่อสร้างสิ่งใหม่และดียิ่งขึ้น

We spent hundreds of hours on research and illustration วลี

8:16

เราใช้เวลาหลายร้อยชั่วโมงในการวิจัยและวาดภาพประกอบ

วลี

โครงสร้าง spend + เวลา + on + คำนาม

โครงสร้าง spend + จำนวนเวลา + on + นามวลี หมายถึงการทุ่มเวลานั้นให้กับกิจกรรม งาน หรือโครงการ ในประโยคนี้ spent เป็นรูปอดีตของ spend, hundreds of hours คือจำนวนเวลา และ on นำเข้าสู่งานที่ทำ ได้แก่ research and illustration เนื่องจากกรรมคือ hours คำว่า spend ในที่นี้จึงหมายถึงการใช้เวลา ไม่ใช่การใช้เงิน ส่วน Hundreds of hours เน้นจำนวนโดยประมาณที่มาก ไม่ใช่ตัวเลขที่นับไว้อย่างแม่นยำ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ spend + time + on + a noun อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกเวลาที่ทีมทุ่มให้กับงาน?

  1. The team spent hundreds of hours at research.
  2. The team spent hundreds of hours for research.
  3. The team spent hundreds of hours on research.
ดูคำตอบ

The team spent hundreds of hours on research.

and created this new extensive map of evolution,

8:19

และได้สร้างแผนที่วิวัฒนาการใหม่ที่มีความละเอียดครอบคลุมนี้ขึ้นมา

a new visualization of the relationships between living things

8:23

ซึ่งเป็นการแสดงภาพความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งมีชีวิตแบบใหม่

that didn't exist before.

8:27

ที่ไม่เคยมีมาก่อน

And while this was obviously a lot of work and stress,

8:29

และในขณะที่มันเห็นได้ชัดว่าเป็นงานที่หนักและมีความเครียดสูง

it sort of exemplifies why working on this channel is so satisfying, น้ำเสียง/เจตนา

8:32

แต่มันก็แสดงให้เห็นว่าทำไมการทำงานในช่องนี้จึงน่าพึงพอใจอย่างมาก

น้ำเสียง/เจตนา

sort of ในฐานะคำช่วยลดความหนักแน่นในการสนทนา

ในที่นี้ sort of อยู่หน้า exemplifies เพื่อทำให้ข้อกล่าวอ้างฟังดูไม่เด็ดขาดเกินไป ผู้พูดหมายถึง “ในแง่หนึ่ง” หรือ “ในระดับหนึ่ง” คือประสบการณ์นี้แสดงให้เห็นจริงว่าทำไมงานจึงน่าพึงพอใจ แต่ไม่ได้ยืนยันว่าคำอธิบายนี้แม่นยำอย่างสมบูรณ์ คำช่วยลดความหนักแน่นนี้ทำให้ผู้พูดยังแสดงความคิดเห็นที่มีเนื้อหาได้ โดยไม่ฟังดูฟันธงหรือเด็ดขาดเกินไป

แบบฝึกหัด

ในประโยคภาษาอังกฤษ “This sort of explains the delay,” คำว่า sort of ทำหน้าที่อะไร?

  1. ทำให้ explains เบาลง โดยหมายถึง “อธิบายในแง่หนึ่งหรือในระดับหนึ่ง”
  2. บอกว่า delay เป็น explanation ประเภทหนึ่ง
  3. เปลี่ยน explains ให้เป็นรูปอดีต
ดูคำตอบ

ทำให้ explains เบาลง โดยหมายถึง “อธิบายในแง่หนึ่งหรือในระดับหนึ่ง”

because you people care

8:36

นั่นเป็นเพราะพวกคุณใส่ใจ

and this makes us work harder and learn things we didn't know before.

8:38

และสิ่งนี้ทำให้เราทำงานหนักขึ้นและได้เรียนรู้สิ่งใหม่ที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

So, thank you for supporting our crazy ideas

8:43

ดังนั้น ขอบคุณที่สนับสนุนไอเดียสุดบ้าบิ่นของเรา

and our sometimes crazy merch.

8:46

และสินค้าที่บางครั้งก็บ้าบอของเรา

Because of you,

8:49

เพราะพวกคุณ

we can continue to release our videos for free for everyone

8:50

เราจึงสามารถปล่อยวิดีโอของเราให้ทุกคนดูได้ฟรีต่อไป

and drop hundreds of hours into new concepts. วลี

8:53

และทุ่มเทเวลาหลายร้อยชั่วโมงให้กับแนวคิดใหม่ๆ

วลี

drop hundreds of hours into: การทุ่มเวลาจำนวนมากแบบไม่เป็นทางการ

ในประโยคนี้ drop hundreds of hours into หมายถึงการทุ่มเวลาและความพยายามจำนวนมากให้กับการพัฒนาบางสิ่ง คำว่า drop ไม่ได้หมายถึงการทิ้งเวลาไป แต่ทำให้เวลาเหล่านั้นดูเหมือนการลงทุนก้อนใหญ่ โครงสร้างในที่นี้คือ drop + จำนวนเวลา + into + โครงการหรือกิจกรรม เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่เน้นย้ำ จึงช่วยชูให้เห็นว่าโครงการนั้นต้องใช้ความพยายามมากเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ drop + จำนวนเวลา + into ในความหมายว่าทุ่มเวลาจำนวนมาก?

  1. We dropped by the community center and stayed for several hours.
  2. We dropped the community website after spending hundreds of hours on it.
  3. We dropped hundreds of hours into rebuilding the community website.
ดูคำตอบ

We dropped hundreds of hours into rebuilding the community website.

We are super grateful for that.

8:57

เรารู้สึกซาบซึ้งใจกับสิ่งนั้นอย่างมาก

You can check out the new evolution poster,

8:59

คุณสามารถเข้าไปดูโปสเตอร์วิวัฒนาการใหม่

among many other things,

9:01

รวมถึงสิ่งอื่น ๆ อีกมากมาย

made with love in our shop. วลี

9:02

ที่สร้างสรรค์ขึ้นด้วยความรักในร้านค้าของเรา

วลี

made with love: หมายถึงความใส่ใจ ไม่ใช่วัตถุดิบ

Made with love บอกว่าผู้ทำลงมือด้วยความใส่ใจ ความพิถีพิถัน และความรู้สึกอบอุ่น Love ไม่ใช่วัตถุดิบจริงที่ตามหลัง with ในคำบรรยายสินค้า วลีนี้เพิ่มข้อความทางอารมณ์เกี่ยวกับทัศนคติของผู้ทำ มักทำให้อาหาร งานฝีมือ ของขวัญ หรือสินค้าจากร้านเล็ก ๆ ดูเป็นกันเองและเต็มไปด้วยความตั้งใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ made with love อย่างเป็นธรรมชาติในคำบรรยายสินค้าที่อบอุ่น?

  1. Love is one of the physical materials in this metal chair.
  2. The family bakery says every loaf is made with love.
  3. The engineering report lists the bridge as made with love.
ดูคำตอบ

The family bakery says every loaf is made with love.