ปรัชญา - เพลโต: บทเรียนภาษาอังกฤษ

The School of Life

ความยากในการเรียน
956 คำ 162 คำ/นาที

ภาพรวม: แนวคิดสี่ข้อของเพลโตเชื่อมการตรวจสอบความเห็น การเติบโตผ่านความรัก ความงามในฐานะการสอนศีลธรรม และสังคมที่มุ่งสู่ชีวิตสมบูรณ์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “go along with” — กริยาวลี: เข้าใจความหมายว่ายอมรับความเห็นโดยไม่ตรวจสอบ และใช้พูดถึงการทำตามกลุ่มหรือการถกเถียง 2. “are whispering important truths” — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เห็นการทำให้สิ่งสวยงามเป็นครูเงียบ ๆ และบรรยายสิ่งที่ดูเหมือนสื่อคุณค่า 3. “not just maths and spelling, but also how to be good and kind.” — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้ not just...but also เพิ่มเป้าหมายที่สำคัญกว่า พร้อมรักษาสองส่วนให้สมดุล

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Athens 2400 years ago, it's a compact place.

0:09

เอเธนส์เมื่อ 2400 ปีก่อน เป็นสถานที่ที่กะทัดรัด

Only about a quarter of a million people live here.

0:13

มีประชากรอาศัยอยู่ที่นี่เพียงราวสองแสนห้าหมื่นคน

There are fine baths, theaters, temples, shopping arcades, and gymnasiums.

0:16

มีทั้งโรงอาบน้ำชั้นยอด โรงละคร วิหาร ย่านร้านค้า และโรงยิม

It's warm for more than half the year.

0:20

ที่นี่อากาศอบอุ่นเกินกว่าครึ่งปี

This is also home to the world's first true and probably greatest philosopher, Plato.

0:22

ที่นี่ยังเป็นบ้านเกิดของนักปรัชญาที่แท้จริงคนแรกและอาจจะยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกอย่าง เพลโต

Born into a prominent and wealthy family in the city,

0:29

เขาเกิดในครอบครัวที่มีชื่อเสียงและร่ำรวยในเมือง

Plato devoted his life to one goal, วลี

0:31

เพลโตอุทิศชีวิตให้กับเป้าหมายเดียว

helping people to reach a state of what he termed Eudaimonia or fulfillment. วัฒนธรรม

0:34

นั่นคือการช่วยให้ผู้คนบรรลุสภาวะที่เขาเรียกว่า ยูไดโมเนีย (Eudaimonia) หรือความบริบูรณ์

วลี

devoted his life to: อุทิศชีวิตให้กับ…

Devoted his life to หมายความว่าเขาทุ่มเทแรงกาย ความพยายาม และความสนใจตลอดชีวิตให้กับเป้าหมายสำคัญหนึ่งอย่าง วลีนี้สื่อถึงความมุ่งมั่นที่ลึกซึ้งและยาวนาน ไม่ใช่เพียงการใช้เวลากับกิจกรรมหนึ่ง ในที่นี้ to เป็นคำบุพบทในโครงสร้าง devote ... to และตามด้วยคำนามหรือรูป -ing เช่น devoted his life to one goal; devoted her life to helping others.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นตลอดชีวิต: Maria ____ medical research.

ดูคำตอบ

devoted her life to

วัฒนธรรม

Eudaimonia หรือ fulfillment: ชีวิตที่สมบูรณ์และงอกงาม

Eudaimonia เป็นแนวคิดในปรัชญากรีกเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ดีในฐานะมนุษย์อย่างครบถ้วน ในประโยคนี้ fulfillment ช่วยอธิบายความหมายอย่างง่าย ๆ ว่าเป็นชีวิตที่คนคนหนึ่งพัฒนาความสามารถ ทำสิ่งที่ดี และทำให้ศักยภาพของตนเป็นจริง แนวคิดนี้กว้างกว่าการรู้สึกมีความสุขในช่วงเวลาหนึ่ง เพราะเน้นคุณภาพและทิศทางของชีวิตโดยรวม วลีนี้จึงเป็นชื่อของเป้าหมายที่เพลโตต้องการช่วยให้ผู้คนไปถึง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดแสดงถึง eudaimonia ในความหมายทางปรัชญาได้ดีที่สุด

  1. คนคนหนึ่งเพลิดเพลินกับรสชาติของขนมหวาน
  2. คนคนหนึ่งหัวเราะกับวิดีโอตลกเป็นเวลาหนึ่งนาที
  3. คนคนหนึ่งสร้างชีวิตที่มีความหมายด้วยการพัฒนาความสามารถของตนและช่วยเหลือผู้อื่นเป็นเวลาหลายปี
ดูคำตอบ

คนคนหนึ่งสร้างชีวิตที่มีความหมายด้วยการพัฒนาความสามารถของตนและช่วยเหลือผู้อื่นเป็นเวลาหลายปี

Plato is often confused with Socrates. วลี

0:40

เพลโตมักถูกสับสนกับโสกราตีส

วลี

be confused with: เข้าใจผิดว่า A เป็น B

ในประโยค “Plato is often confused with Socrates.” วลี be confused with หมายถึงผู้คนเข้าใจผิดว่าเพลโตคือโสเครตีส หรือแยกทั้งสองคนไม่ออก รูปประโยคถูกกระทำเน้นที่เพลโตซึ่งเป็นคนที่ถูกระบุตัวผิด ใช้ be confused with เมื่อคน สิ่งของ คำศัพท์ หรือผลิตภัณฑ์หนึ่งถูกเข้าใจผิดว่าเป็นอีกสิ่งหนึ่ง โครงสร้างคือ A + be + confused with + B

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผู้คนเข้าใจผิดว่าคนหนึ่งเป็นอีกคนหนึ่ง?

  1. Daniel is often confused with his brother.
  2. Daniel is often confused about his brother.
  3. Daniel often confuses his brother.
ดูคำตอบ

Daniel is often confused with his brother.

Socrates was an older friend who taught Plato a lot but didn't write any books.

0:42

โสกราตีสเป็นเพื่อนรุ่นพี่ที่สอนเพลโตมากมาย แต่ไม่ได้เขียนหนังสือใดๆ เลย

Plato wrote lots of them,

0:47

แต่เพลโตเขียนไว้มากมาย

36, all dialogues,

0:48

ถึง 36 เล่ม ทั้งหมดเป็นบทสนทนา

beautifully crafted scripts of imaginary discussions

0:50

เป็นบทละครจำลองการถกเถียงที่ประพันธ์ขึ้นอย่างงดงาม

in which Socrates is always allotted a starring role. วลี

0:53

ซึ่งโสกราตีสมักจะได้รับบทนำเสมอ

วลี

be allotted a starring role: ได้รับมอบบทนำ

ใน “Socrates is always allotted a starring role” คำว่า is allotted เป็นรูปประโยคถูกกระทำที่ค่อนข้างเป็นทางการ หมายถึง “ได้รับมอบหมาย” หรือ “ได้รับตามการตัดสินใจ” ส่วน a starring role คือบทนำหรือหนึ่งในบทที่สำคัญที่สุด ในที่นี้ โสเครตีสถูกวางไว้เป็นศูนย์กลางของบทสนทนา แต่ไม่ได้หมายความว่าเขาเป็นผู้เขียนงานเหล่านั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คนหรือสิ่งของ + be + allotted + บทบาท งาน เวลา หรือทรัพยากร รูปประโยคถูกกระทำเน้นผู้ที่ได้รับการจัดสรร ส่วนผู้ที่เป็นคนจัดสรรอาจไม่ถูกกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่า Maya ได้รับมอบบทนำอย่างเป็นทางการ?

  1. Maya allotted a starring role to another actor.
  2. Maya played a starring role in the school play.
  3. Maya was allotted a starring role in the school play.
ดูคำตอบ

Maya was allotted a starring role in the school play.

Among them,

0:56

ในบรรดาหนังสือเหล่านั้น

The Republic, The Symposium, The Laws, The Meno, and The Apology.

0:56

ได้แก่ อุตมรัฐ ซิมโพเซียม เดอะ ลอว์ส เมโน และอะพอโลจี

Plato had four big ideas for making life more fulfilled.

1:00

เพลโตมีแนวคิดสำคัญสี่ประการที่จะทำให้ชีวิตมีความบริบูรณ์มากขึ้น

First big idea,

1:04

แนวคิดสำคัญข้อแรก

think more.

1:06

จงคิดให้มากขึ้น

We rarely give ourselves time to think carefully and logically about our lives

1:07

เราแทบไม่เคยให้เวลาตัวเองในการคิดอย่างรอบคอบและมีเหตุผลเกี่ยวกับชีวิตของเรา

and how to live them.

1:11

และวิธีที่จะใช้ชีวิตเลย

Sometimes we just go along with what the Greeks called doxa โน้ต

1:12

บางครั้งเราก็แค่โอนอ่อนไปตามสิ่งที่ชาวกรีกเรียกว่า ท็อกซา (doxa)

or popular opinions.

1:16

หรือความเห็นของคนหมู่มาก

กริยาวลี

Go along with: ยอมรับหรือทำตาม

ในประโยคนี้ go along with หมายถึงยอมรับ สนับสนุน หรือทำตามความคิดเห็นหนึ่งแทนที่จะตั้งคำถาม ไม่ได้หมายถึงเดินทางไปที่ใดกับใครสักคน วลีนี้มักสื่อว่าคนคนหนึ่งยอมตามเพราะคนอื่นทำเช่นนั้น หรือเพราะการคัดค้านเป็นเรื่องลำบาก คำว่า just ในที่นี้เน้นความหมายของการยอมรับความคิดเห็นที่แพร่หลายโดยไม่ได้คิดให้มาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ go along with ได้ดีที่สุดเพื่อสื่อถึงการยอมรับการตัดสินใจของกลุ่มแบบตามน้ำ

  1. I walked along the river with the committee.
  2. I proved that the committee's plan was correct.
  3. I had doubts, but I went along with the committee's plan.
ดูคำตอบ

I had doubts, but I went along with the committee's plan.

วัฒนธรรม

Doxa: ความคิดเห็นที่ยอมรับแพร่หลายแต่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ

Doxa เป็นศัพท์กรีกโบราณที่หมายถึงความคิดเห็นหรือความเชื่อทั่วไป ในประโยคนี้ ผู้พูดอธิบายทันทีว่าเป็น popular opinions ซึ่งหมายถึงมุมมองที่ชุมชนยอมรับกันอย่างแพร่หลาย แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นความจริงหรือมีหลักฐานรองรับที่ดี ในทางปรัชญา โดยเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับความรู้หรือการค้นคว้าอย่างรอบคอบ doxa อาจหมายถึงความเชื่อที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบเชิงวิพากษ์ ส่วน popular ในที่นี้หมายถึงแพร่หลาย ไม่ได้หมายถึงดีเป็นพิเศษหรือน่าชื่นชม

แบบฝึกหัด

อ่านข้อความนี้: The essay challenges the doxa of its time. doxa น่าจะหมายถึงอะไร

  1. ข้อเท็จจริงที่ได้รับการพิสูจน์โดยไม่มีข้อสงสัย
  2. ความเชื่อที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายแต่อาจยังไม่ได้รับการตรวจสอบเชิงวิพากษ์
  3. ความคิดที่ได้รับความชื่นชมเพราะกำลังเป็นที่นิยม
ดูคำตอบ

ความเชื่อที่ยอมรับกันอย่างแพร่หลายแต่อาจยังไม่ได้รับการตรวจสอบเชิงวิพากษ์

In the 36 books he wrote,

1:17

ในหนังสือทั้ง 36 เล่มที่เขาเขียน

Plato showed this common-sense to be riddled with errors, สำนวน

1:19

เพลโตได้แสดงให้เห็นว่าสามัญสำนึกนี้เต็มไปด้วยข้อผิดพลาด

prejudice, and superstition.

1:22

อคติ และความเชื่อโชคลาง

สำนวน

ความหมายของ be riddled with errors, prejudice, and superstition

ในโครงสร้าง be riddled with + คำนาม คำว่า riddled หมายถึงมีสิ่งไม่ดีจำนวนมากอยู่ทั่วทั้งสิ่งนั้น ในที่นี้หมายความว่าความคิดเห็นตามสามัญสำนึกที่ไม่ได้ผ่านการตรวจสอบมีทั้งข้อผิดพลาด อคติ และความเชื่องมงายจำนวนมาก ไม่ใช่แค่มีข้อบกพร่องเป็นครั้งคราว ภาพเปรียบเทียบคือสิ่งที่ถูกเจาะเป็นรูหลายแห่ง จึงเป็นสำนวนที่มีน้ำเสียงวิจารณ์อย่างรุนแรง และหนักแน่นกว่า simply has errors ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการไขปริศนาและไม่ได้บรรยายรูกระสุนตามตัวอักษร

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเหมาะที่สุดสำหรับอธิบายร่างงานที่มีข้อผิดพลาดด้านข้อเท็จจริงจำนวนมากอยู่ทั่วทั้งฉบับ

  1. riddled with
  2. interested in
  3. free from
ดูคำตอบ

riddled with

Fame is great.

1:24

ความโด่งดังเป็นสิ่งที่ดี

Follow your heart.

1:25

ทำตามหัวใจตัวเอง

Money is the key to a good life.

1:26

เงินคือหัวใจสำคัญของชีวิตที่ดี

The problem is popular opinions edge us towards the wrong values, การใช้คำ

1:28

ปัญหาคือความเห็นของคนหมู่มากผลักดันเราไปสู่ค่านิยม,

careers, and relationships.

1:32

อาชีพ และความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยน

การใช้คำ

Edge us towards: อิทธิพลที่เกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป

ในที่นี้ edge เป็นคำกริยาในโครงสร้าง edge + กรรม + towards + ผลลัพธ์ Edge us towards หมายถึงความคิดเห็นที่แพร่หลายค่อย ๆ ทำให้เราเคลื่อนไปในทิศทางหนึ่ง us ระบุผู้ที่ได้รับผลกระทบ ส่วนข้อความหลัง towards ระบุผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น คำกริยานี้แสดงว่าอิทธิพลเกิดขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไปหรือแนบเนียน ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางกายอย่างกะทันหันหรือการบังคับอย่างเปิดเผย โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีเมื่ออธิบายว่าแนวคิด นโยบาย หรือสถานการณ์ค่อย ๆ มีผลต่อการตัดสินใจอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใน “Several small delays edged Nina towards canceling the trip,” คำว่า edged Nina towards หมายถึงอะไร

  1. ทำให้นีน่าลงมือทันทีโดยไม่มีทางเลือก
  2. ค่อย ๆ มีอิทธิพลต่อนีน่าให้ไปในทิศทางนั้น
  3. วางนีน่าไว้ที่ขอบทางกายภาพของบางสิ่ง
ดูคำตอบ

ค่อย ๆ มีอิทธิพลต่อนีน่าให้ไปในทิศทางนั้น

Plato's answer is know yourself. วัฒนธรรม

1:34

คำตอบของเพลโตคือ จงรู้จักตัวเอง

วัฒนธรรม

know yourself ในฐานะคติพจน์ทางปรัชญา

ในที่นี้ know yourself เป็นวลีคำสั่งที่ทำหน้าที่เป็นเนื้อหาของคำตอบของเพลโต วลีนี้ชวนให้คนเราพิจารณาว่าตนเองเป็นใคร ไม่ใช่เพียงรวบรวมข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข้อมูลส่วนตัว วลีนี้สะท้อนคติพจน์กรีกโบราณที่เชื่อมโยงกับปรัชญาแบบโสเครตีส ในความหมายทางปรัชญา การรู้จักตนเองรวมถึงการมองเห็นแรงจูงใจ ค่านิยม นิสัย ข้อจำกัด และวิธีตัดสินของตน เพื่อให้การไตร่ตรองนำทางการกระทำ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ know yourself ต้องการให้คนเราทำอะไรเป็นหลัก?

  1. พิจารณาแรงจูงใจ ค่านิยม และวิธีตัดสินของตน
  2. เชื่อแรงกระตุ้นแรกทุกครั้งที่เกิดขึ้น
  3. แนะนำตัวเองให้ผู้อื่นรู้จัก
  4. จดจำข้อมูล เช่น ชื่อและอายุของตน
ดูคำตอบ

พิจารณาแรงจูงใจ ค่านิยม และวิธีตัดสินของตน

It means doing a special kind of therapy,

1:37

มันหมายถึงการบำบัดรูปแบบพิเศษ

philosophy.

1:40

นั่นคือ ปรัชญา

Subjecting your ideas to examination วลี

1:41

การนำความคิดของคุณมาตรวจสอบ

rather than acting on impulse. วลี

1:44

แทนที่จะทำตามอารมณ์ชั่ววูบ

วลี

Subjecting your ideas to examination: นำความคิดไปผ่านการตรวจสอบ

ในที่นี้ subjecting เป็นคำกริยา โครงสร้าง subject + object + to + noun หมายถึง “ทำให้กรรมผ่านกระบวนการบางอย่าง” Subjecting your ideas to examination หมายถึงการตั้งใจนำความคิดของตนไปผ่านการตรวจสอบอย่างละเอียดและมีวิจารณญาณ วลี -ing นี้อธิบายว่าปรัชญาชนิดนี้เกี่ยวข้องกับอะไร และนำไปเปรียบต่างกับ acting on impulse คำว่า examination ในที่นี้หมายถึงการทดสอบเหตุผลและข้อสมมติ ไม่ใช่การเข้าสอบในโรงเรียน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของคำกริยา subject และวลี to examination: Before voting, the committee ____ every proposal ____.

ดูคำตอบ

subjected · to examination

วลี

act on impulse: ทำตามแรงกระตุ้น

To act on impulse หมายถึงการทำบางอย่างเพราะความต้องการหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นชั่วขณะ โดยไม่ได้คิดให้รอบคอบก่อน ในที่นี้ impulse คือความต้องการหรืออารมณ์ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ประโยคนี้ใช้ rather than เพื่อเปรียบต่างพฤติกรรมดังกล่าวกับการตรวจสอบความคิดของตนก่อน จึงเน้นให้คิดก่อนลงมือทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึงการลงมือทำอย่างฉับพลันโดยไม่ได้คิดให้รอบคอบ: When he saw the limited-time offer, he ____ and bought it immediately.

ดูคำตอบ

acted on impulse

If you strengthen your self-knowledge,

1:46

หากคุณเสริมสร้างการรู้จักตนเอง

you don't get so pulled around by feelings.

1:48

คุณก็จะไม่ถูกความรู้สึกดึงไปมาได้ง่ายๆ

Plato compared the role of our feelings ลำดับความ

1:51

เพลโตเปรียบเทียบบทบาทความรู้สึกของเรา

to being dragged dangerously along

1:53

เหมือนกับการถูกลากไปอย่างอันตราย

by a group of wild horses.

1:55

โดยฝูงม้าป่า

ลำดับความ

เปรียบบทบาทของความรู้สึกกับการถูกม้าป่าลากไป

Compare A to B ใช้สร้างการเปรียบเทียบเชิงอุปมา โดย A เป็นหัวข้อที่เป็นนามธรรม และ B เป็นภาพที่เป็นรูปธรรมซึ่งช่วยอธิบายหัวข้อนั้น ในประโยคนี้ บทบาทของความรู้สึกคือ A และการถูกม้าป่าลากไปคือ B ม้าเหล่านั้นไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์จริง แต่เป็นภาพที่แสดงว่าความรู้สึกรุนแรงสามารถดึงคนไปและทำให้ควบคุมตนเองได้น้อยลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ compare A to B เพื่ออธิบายแนวคิดที่เป็นนามธรรมด้วยภาพที่เป็นรูปธรรม

  1. The teacher compared the two test scores and found a small difference.
  2. The teacher compared memory to a library with many shelves.
  3. The teacher described the library after class.
ดูคำตอบ

The teacher compared memory to a library with many shelves.

In honor of his mentor and friend Socrates,

1:57

เพื่อเป็นเกียรติแก่โสกราตีสผู้เป็นทั้งอาจารย์และเพื่อนของเขา

this kind of examination is called a Socratic discussion. วัฒนธรรม

2:00

การตรวจสอบแบบนี้จึงถูกเรียกว่า การถกเถียงแบบโสกราตีส

วัฒนธรรม

Socratic discussion: การอภิปรายแบบโสเครตีส

การอภิปรายแบบโสเครตีสคือวิธีตรวจสอบแนวคิดโดยใช้คำถาม คำถามเหล่านี้ใช้ทดสอบข้อสันนิษฐาน ขอเหตุผล และทำให้คำสำคัญชัดเจนขึ้น ไม่ใช่เพียงแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน ชื่อนี้มาจากโสเครตีส ซึ่งเชื่อมโยงกับการเรียนรู้ผ่านการตั้งคำถามอย่างรอบคอบ ดังนั้น การเรียกการอภิปรายว่า Socratic จึงบอกถึงวิธีดำเนินการด้วยคำถามที่เจาะลึก ไม่ใช่เพียงความเกี่ยวข้องกับชื่อบุคคลเท่านั้น

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับการอภิปรายแบบโสเครตีสมากที่สุด

  1. การโต้วาทีที่มีเป้าหมายเพื่อเอาชนะอีกฝ่าย
  2. การสำรวจด้วยคำถามที่ทดสอบข้อสันนิษฐานและทำให้แนวคิดชัดเจน
  3. การคุยเล่นเกี่ยวกับหัวข้อใดก็ได้
ดูคำตอบ

การสำรวจด้วยคำถามที่ทดสอบข้อสันนิษฐานและทำให้แนวคิดชัดเจน

You can have it with yourself or ideally with another person

2:03

คุณสามารถทำกับตัวเอง หรือในอุดมคติคือกับคนอื่น

who isn't trying to catch you out กริยาวลี

2:07

คนที่ไม่ได้พยายามจะจับผิดคุณ

but wants to help you clarify your own ideas.

2:08

แต่ต้องการช่วยคุณทำให้ความคิดของคุณชัดเจนขึ้น

กริยาวลี

catch you out: จับผิดหรือทำให้เผยข้อผิดพลาด

Catch someone out หมายถึงการพบหรือเปิดเผยข้อผิดพลาด ความไม่สอดคล้อง หรือสิ่งที่ใครบางคนไม่รู้ มักทำผ่านคำถามที่ยากหรือมีลักษณะหลอกล่อ โครงสร้างคือ catch + person + out ดังนั้น you จึงหมายถึงคนที่อาจถูกเปิดเผยข้อผิดพลาด ในที่นี้ isn't trying to catch you out but wants to help เปรียบเทียบเจตนาสองแบบ อีกฝ่ายไม่ได้มองหาโอกาสทำให้คุณตอบผิดหรือดูน่าอาย แต่กำลังช่วยให้คุณทำความคิดของตัวเองให้ชัดเจนขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค "She isn't trying to catch you out," เธอไม่ได้พยายามทำอะไร

  1. ตามคุณให้ทันหลังจากอยู่ข้างหลัง
  2. เปิดเผยหรือทำให้คุณเผยข้อผิดพลาด
  3. จับตัวคุณจริง ๆ ขณะที่คุณกำลังจากไป
ดูคำตอบ

เปิดเผยหรือทำให้คุณเผยข้อผิดพลาด

Second big idea,

2:12

แนวคิดสำคัญข้อที่สอง

let your lover change you.

2:13

ปล่อยให้คนรักเปลี่ยนแปลงคุณ

That sounds weird if you think that love means finding someone

2:16

มันอาจฟังดูแปลกถ้าคุณคิดว่าความรักคือการหาใครสักคน

who wants you just the way you are. วลี

2:19

ที่ต้องการคุณในแบบที่คุณเป็น

วลี

just the way you are: ยอมรับใครสักคนอย่างที่เขาเป็นอย่างเต็มที่

ในที่นี้ just the way you are หมายถึง “อย่างที่คุณเป็นอยู่ตอนนี้ทุกประการ” คำว่า the way บอกถึงลักษณะหรือสภาพปัจจุบันของคน ไม่ได้หมายถึงเส้นทางหรือวิธีการ วลีนี้เพิ่มความหมายของการยอมรับอย่างเต็มที่ด้วย กล่าวคือ คนนั้นไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรูปลักษณ์ บุคลิก หรือนิสัยทั่วไปเพื่อให้ได้รับการยอมรับ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ just the way + subject + be เช่น just the way it is

แบบฝึกหัด

just the way you are ในตัวอย่างหมายความว่าอย่างไร?

  1. บอกเส้นทางที่ถูกต้องให้ใครสักคน
  2. ยอมรับใครสักคนอย่างที่เขาเป็นทุกประการ
  3. ต้องการให้ใครสักคนเปลี่ยนแปลงก่อนจะรักเขา
ดูคำตอบ

ยอมรับใครสักคนอย่างที่เขาเป็นทุกประการ

In The Symposium, วัฒนธรรม

2:22

ในหนังสือ ซิมโพเซียม

Plato's play about a dinner party

2:23

บทละครของเพลโตเกี่ยวกับงานเลี้ยงอาหารค่ำ

where a group of friends drink too much and get talking about love, sex, and relationships,

2:25

ที่กลุ่มเพื่อนดื่มกันหนักเกินไปและเริ่มพูดคุยเรื่องความรัก เซ็กส์ และความสัมพันธ์

Plato says true love is admiration.

2:29

เพลโตกล่าวว่าความรักที่แท้จริงคือความชื่นชม

วัฒนธรรม

The Symposium (ซิมโพเซียม): บทสนทนาของเพลโตที่มีฉากเป็นงานเลี้ยงดื่ม

The Symposium เป็นชื่อผลงานบทสนทนาเชิงปรัชญาของเพลโต เรื่องนี้มีฉากเป็นงานเลี้ยงดื่มในกรีกโบราณ ซึ่งผู้พูดหลายคนสนทนาเรื่องความรักและความปรารถนา ในที่นี้ Symposium หมายถึงผลงานดังกล่าวและฉากงานเลี้ยง ไม่ได้หมายถึงการประชุมวิชาการแบบสมัยใหม่ คำบรรยายเรียกผลงานนี้แบบไม่เป็นทางการว่า play เพราะแนวคิดต่าง ๆ ถูกนำเสนอผ่านตัวละครและบทสนทนา แต่โดยทั่วไปผลงานนี้เรียกว่าบทสนทนา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ The Symposium คืออะไร?

  1. การประชุมวิชาการสมัยใหม่ที่ตั้งชื่อตามเพลโต
  2. บทสนทนาของเพลโตที่มีฉากเป็นงานเลี้ยงดื่มซึ่งผู้คนสนทนาเรื่องความรัก
  3. ละครตลกเวทีเกี่ยวกับแขกที่พยายามหาบัตรเชิญไปงานอาหารค่ำ
ดูคำตอบ

บทสนทนาของเพลโตที่มีฉากเป็นงานเลี้ยงดื่มซึ่งผู้คนสนทนาเรื่องความรัก

In other words, ลำดับความ

2:33

พูดอีกอย่างก็คือ

the person you need to get together with กริยาวลี

2:34

คนที่คุณควรจะคบหาด้วย

should have very good qualities which you yourself lack. ไวยากรณ์

2:35

ควรมีคุณสมบัติที่ดีมากซึ่งตัวคุณเองขาดหายไป

ลำดับความ

In other words: ใช้เริ่มการกล่าวใหม่ให้ชัดเจนขึ้น

In other words บอกผู้ฟังว่าข้อความถัดไปจะพูดแนวคิดก่อนหน้านี้อีกครั้งให้ชัดเจนหรือเป็นรูปธรรมมากขึ้น ในที่นี้ ประโยคถัดมาอธิบายความหมายของ true love is admiration ด้วยถ้อยคำที่นำไปเข้าใจได้ง่ายขึ้น ควรเข้าใจข้อความที่สองว่าเป็นการกล่าวใหม่ ไม่ใช่ข้อเสนออีกประเด็นหนึ่ง คำเชื่อมนี้ช่วยให้ผู้อ่านเชื่อมข้อความเชิงนามธรรมกับคำอธิบายที่ชัดเจนกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำเชื่อมสามคำที่ใช้เริ่มการกล่าวใหม่ให้ชัดเจนขึ้น: The museum has waived the entrance fee. ____, you can enter for free.

ดูคำตอบ

In other words

กริยาวลี

get together with ในบริบทเกี่ยวกับความรัก

ในประโยคนี้ get together with หมายถึงเริ่มต้นหรือมีความสัมพันธ์เชิงรักกับใครบางคน บริบทที่กว้างขึ้นซึ่งกล่าวถึงคนรักและความสัมพันธ์ทำให้วลีนี้มีความหมายด้านความรัก วลีนี้ไม่ได้มีความหมายดังกล่าวเสมอเมื่ออยู่ลำพัง ในบริบทอื่น get together with someone อาจหมายถึงเพียงพบปะกันทางสังคม จึงต้องใช้คำใบ้รอบข้างเพื่อเลือกความหมาย

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: After months of flirting, Maya finally got together with Alex. got together with น่าจะหมายถึงอะไรมากที่สุด?

  1. พบ Alex เพื่อประชุมงานตามแผนเพียงครั้งเดียว
  2. เริ่มมีความสัมพันธ์เชิงรักกับ Alex
  3. เข้าร่วมทีมกีฬาเดียวกับ Alex
ดูคำตอบ

เริ่มมีความสัมพันธ์เชิงรักกับ Alex

ไวยากรณ์

you yourself ที่ใช้เน้นย้ำ

ใน which you yourself lack คำว่า you เป็นประธานของ lack และ which แทน qualities ที่ยังขาดอยู่ ส่วน yourself วางอยู่ข้าง you เพื่อเพิ่มการเน้นย้ำ ไม่ใช่กรรมของ lack วลีนี้หมายถึงตัวคุณเองเป็นผู้ที่ขาดคุณสมบัติเหล่านั้น และมักสร้างความเปรียบต่างกับอีกคนที่มีคุณสมบัติเหล่านั้น เมื่อตัด yourself ออก ประโยคยังถูกต้องตามไวยากรณ์ แต่ความเปรียบต่างจะอ่อนลง

แบบฝึกหัด

ในประโยค “You yourself found the missing key,” คำว่า “yourself” ทำหน้าที่อะไร

  1. หมายความว่าคุณพบร่างกายของตัวเอง
  2. เน้นว่าคุณเป็นคนพบกุญแจ ไม่ใช่คนอื่น
  3. เป็นกรรมที่ถูกพบ
ดูคำตอบ

เน้นว่าคุณเป็นคนพบกุญแจ ไม่ใช่คนอื่น

Let's say they should be really brave ลำดับความ

2:39

สมมติว่าพวกเขาควรจะกล้าหาญมากๆ

or organized or warm and sincere.

2:41

หรือมีระเบียบ หรืออบอุ่นและจริงใจ

ลำดับความ

Let's say ที่ใช้ยกตัวอย่างสมมติ

Let's say จัดลำดับคำอธิบายด้วยการขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงกรณีที่อาจเป็นไปได้หนึ่งกรณี ในที่นี้ใช้เพื่อยก brave, organized, warm และ sincere เป็นตัวอย่างของคุณสมบัติที่ดี ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าทุกคนต้องพูดบางคำพร้อมกัน และรายการนี้ก็ไม่ได้ครอบคลุมทั้งหมด คุณสามารถใช้ Let's say หน้าประโยคย่อยเมื่อสถานการณ์สมมติช่วยให้พูดคุยแนวคิดได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ใน “Let's say the bus is late,” คำว่า “Let's say” ทำหน้าที่อะไร

  1. เสนอให้ทุกคนพูดประโยคนั้นออกเสียงพร้อมกัน
  2. รายงานว่าปกติผู้คนพูดอะไรเกี่ยวกับรถโดยสาร
  3. ขอให้ผู้ฟังจินตนาการว่ารถโดยสารมาสาย
ดูคำตอบ

ขอให้ผู้ฟังจินตนาการว่ารถโดยสารมาสาย

By getting close to this person, ไวยากรณ์

2:45

การได้ใกล้ชิดกับคนผู้นี้

you can become a little like they are.

2:47

คุณก็สามารถกลายเป็นเหมือนพวกเขาได้บ้าง

ไวยากรณ์

By getting...: ใช้ by + กริยา-ing เพื่อบอกวิธี

by + คำกริยารูป -ing ใช้บอกวิธีหรือการกระทำที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ getting close to this person คือวิธีที่อาจทำให้คุณค่อย ๆ กลายเป็นเหมือนคนนั้นขึ้นมานิดหน่อย getting ในที่นี้เป็นคำนามที่มาจากคำกริยา หรือ gerund ไม่ใช่กริยาหลักของรูปกาลต่อเนื่อง ประโยคหลักคือ you can become... ซึ่งบอกผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย by + รูป -ing ของ listen เพื่อบอกวิธี: You can learn new expressions ____ native speakers.

ดูคำตอบ

by listening to

The right person for us

2:49

คนที่ใช่สำหรับเรา

helps us grow to our full potential. วลี

2:50

จะช่วยให้เราเติบโตจนเต็มศักยภาพ

วลี

Grow to our full potential: พัฒนาความสามารถอย่างเต็มที่

Grow to our full potential หมายถึงการพัฒนาตนเองจนสามารถใช้ความสามารถและคุณสมบัติที่มีได้อย่างเต็มที่ที่สุด grow ในที่นี้หมายถึงการเติบโตด้านความสามารถและตัวตน ไม่ใช่แค่ร่างกายใหญ่ขึ้น Potential คือสิ่งที่คนคนหนึ่งมีความสามารถจะเป็นหรือทำได้ ไม่ใช่ผลงานในปัจจุบัน วลีนี้กล่าวถึงกระบวนการพัฒนาที่ใช้เวลา ไม่ใช่ความสำเร็จอย่างรวดเร็วเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

grow to their full potential หมายถึงอะไรในประโยคนี้? A good coach helps young players grow to their full potential.

  1. มีร่างกายสูงกว่าผู้เล่นคนอื่นทุกคน
  2. พัฒนาความสามารถของพวกเขาให้เต็มที่ที่สุด
  3. พิสูจน์ว่าผลงานในปัจจุบันของพวกเขาสมบูรณ์แบบอยู่แล้ว
ดูคำตอบ

พัฒนาความสามารถของพวกเขาให้เต็มที่ที่สุด

For Plato,

2:53

สำหรับเพลโต

in a good relationship,

2:54

ในความสัมพันธ์ที่ดี

a couple shouldn't love each other exactly as they are right now.

2:55

คู่รักไม่ควรรักกันในแบบที่พวกเขาเป็นอยู่เป๊ะๆ ในตอนนี้

They should be committed to educating each other วลี

2:59

พวกเขาควรมุ่งมั่นที่จะให้ความรู้แก่กันและกัน

and to enduring the stormy passages this inevitably involves. สำนวน

3:01

และอดทนต่อมรสุมที่พัดผ่านเข้ามาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วลี

Be committed to educating: committed to + กริยารูป -ing

Be committed to doing something หมายถึงการทุ่มเทอย่างจริงจังให้กับกิจกรรมหนึ่ง และพร้อมจะให้เวลาหรือความพยายามกับกิจกรรมนั้นอย่างต่อเนื่อง ในประโยคนี้ committed to educating each other สื่อถึงความรับผิดชอบร่วมกันที่ต้องทำต่อเนื่อง ไม่ใช่การสอนเพียงครั้งเดียวหรือความตั้งใจชั่วคราว ในโครงสร้างนี้ to เป็นคำบุพบท ดังนั้น educating จึงเป็นกริยารูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นคำนาม ส่วน and to enduring ... ที่ตามมาเป็นโครงสร้างขนานกัน: committed to educating ... and to enduring ....

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ volunteer เติมประโยคให้สมบูรณ์: Maya has made a year-long promise to help at the library. Maya is committed to ____ every Saturday.

ดูคำตอบ

volunteering

สำนวน

Enduring the stormy passages: คำเปรียบเทียบถึงช่วงเวลาที่ยากลำบาก

Enduring หมายถึงการผ่านสิ่งที่ยากลำบากต่อไปโดยไม่ยอมแพ้ Stormy passages เป็นคำเปรียบเทียบ โดย passages หมายถึงช่วงเวลาหรือขั้นตอนภายในประสบการณ์ที่ยาวนานกว่า และ stormy ทำให้ช่วงเหล่านั้นดูเต็มไปด้วยความขัดแย้งหรือปัญหา เมื่อนำมารวมกัน enduring the stormy passages หมายถึงการอยู่ผ่านช่วงที่ยากลำบากและพยายามก้าวข้ามไปให้ได้ ในที่นี้ passages ไม่ได้หมายถึงย่อหน้าของงานเขียน ทางเดิน หรือการเดินทางจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The young company endured several stormy passages,” คำว่า stormy passages หมายถึงอะไร

  1. ช่วงเวลาที่ยากลำบากในประวัติของบริษัท
  2. ย่อหน้าที่กล่าวถึงสภาพอากาศเลวร้าย
  3. ทางเดินแคบ ๆ ในอาคารของบริษัท
ดูคำตอบ

ช่วงเวลาที่ยากลำบากในประวัติของบริษัท

Each person should want to seduce the other การใช้คำ

3:06

แต่ละคนควรต้องการที่จะชักจูงอีกฝ่าย

into becoming a better version of themselves.

3:08

ให้กลายเป็นเวอร์ชันที่ดีขึ้นของตัวเอง

การใช้คำ

seduce someone into becoming...: ใช้เสน่ห์นำใครบางคนไปสู่การเปลี่ยนแปลง

ในโครงสร้าง seduce someone into doing something คำว่า into ตามด้วยรูป -ing ในที่นี้ seduce the other into becoming หมายถึงการดึงดูดหรือเย้ายวนอีกฝ่ายอย่างมากจนอีกฝ่ายรู้สึกอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผู้พูดจงใจใช้คำกริยาที่ให้ภาพชัดและมีน้ำหนัก เป้าหมายคือการเติบโตในทางที่ดี แต่ seduce เพิ่มนัยของเสน่ห์ ความปรารถนา และอิทธิพลที่อาจเกิดขึ้น ไม่ใช่การใช้เหตุผลอย่างเป็นกลาง ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการยั่วยวนทางเพศ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ seduce the other into becoming a better version of themselves มีความหมายใกล้เคียงกับข้อใดมากที่สุด

  1. บังคับให้อีกฝ่ายเปลี่ยนแปลงด้วยการลงโทษ
  2. ชื่นชมรูปลักษณ์ของอีกฝ่ายโดยไม่สนับสนุนให้เปลี่ยนแปลง
  3. ใช้แรงดึงดูดหรือเสน่ห์นำอีกฝ่ายไปสู่การพัฒนาตนเอง
ดูคำตอบ

ใช้แรงดึงดูดหรือเสน่ห์นำอีกฝ่ายไปสู่การพัฒนาตนเอง

Three,

3:11

ข้อสาม

decode the message of beauty.

3:12

ถอดรหัสข้อความของความงาม

Everyone pretty much likes beautiful things, วลี

3:14

แทบทุกคนล้วนชอบของสวยๆ งามๆ

วลี

pretty much: วลีสนทนาที่ช่วยลดความเด็ดขาดของข้อสรุป

Pretty much เป็นวลีในภาษาสนทนาที่หมายถึง เกือบจะ โดยพื้นฐาน หรือโดยส่วนใหญ่ ในข้อความที่บอกว่าทุกคนชอบสิ่งสวยงาม วลีนี้ขยาย likes ในทางไวยากรณ์ วลีนี้ไม่ได้ขยาย everyone โดยตรง แต่ในทางการใช้จริง วลีนี้ทำให้ข้อสรุปโดยรวมฟังดูไม่เด็ดขาดเกินไป ผู้พูดจึงเปิดโอกาสให้มีข้อยกเว้น แทนที่จะยืนยันว่าเป็นจริงเสมอโดยไม่มีข้อยกเว้น

แบบฝึกหัด

ใน Everyone pretty much likes beautiful things คำว่า pretty much ทำหน้าที่อะไร

  1. บอกว่ามีคนเพียงจำนวนน้อยที่ชอบความงาม
  2. หมายความว่าสิ่งสวยงามมีความน่าดึงดูดมากทีเดียว
  3. ทำให้ข้อสรุปโดยรวมเป็นเพียงการประมาณและไม่เด็ดขาดเกินไป
ดูคำตอบ

ทำให้ข้อสรุปโดยรวมเป็นเพียงการประมาณและไม่เด็ดขาดเกินไป

Plato was the first to ask,

3:17

เพลโตเป็นคนแรกที่ตั้งคำถามว่า

why do we like them?

3:18

ทำไมเราถึงชอบมัน?

He found a fascinating reason.

3:20

เขาพบเหตุผลที่น่าหลงใหล

Beautiful objects are whispering important truths สำนวน

3:22

วัตถุที่สวยงามกำลังกระซิบความจริงที่สำคัญ

to us about the good life.

3:24

แก่เราเกี่ยวกับชีวิตที่ดี

สำนวน

บุคลาธิษฐานใน are whispering important truths

วัตถุไม่สามารถกระซิบได้จริง ในที่นี้ are whispering important truths หมายถึงความงามของวัตถุเหล่านั้นกำลังบอกเป็นนัยอย่างแผ่วเบาถึงแนวคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตที่ดี เช่น ความอ่อนโยน ความกลมกลืน หรือความสมดุล ประโยคนี้ใช้บุคลาธิษฐาน โดยให้วัตถุทำกิริยาของมนุษย์เพื่อทำให้ลักษณะที่มองเห็นได้ของมันดูเหมือนข้อความอันละเอียดอ่อน เมื่อสิ่งไม่มีชีวิตพูด กระซิบ หรือเชื้อเชิญในงานเขียนเชิงไตร่ตรอง ให้มองหาสิ่งที่ลักษณะของมันสื่อเป็นนัย ไม่ใช่เสียงจริง

แบบฝึกหัด

are whispering important truths ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. วัตถุเหล่านั้นกำลังส่งเสียงพูดที่ได้ยินจริง
  2. วัตถุเหล่านั้นปฏิเสธที่จะแสดงคุณสมบัติใด ๆ
  3. วัตถุเหล่านั้นสื่อแนวคิดสำคัญอย่างแผ่วเบาผ่านความงามของมัน
ดูคำตอบ

วัตถุเหล่านั้นสื่อแนวคิดสำคัญอย่างแผ่วเบาผ่านความงามของมัน

We find things beautiful

3:27

เราพบว่าสิ่งต่างๆ สวยงาม

when we unconsciously sense in them qualities we need ไวยากรณ์

3:28

เมื่อเราสัมผัสได้ในจิตใต้สำนึกถึงคุณสมบัติที่เราต้องการ

but are missing in our lives.

3:31

แต่ขาดหายไปในชีวิตของเรา

ไวยากรณ์

qualities we need but are missing in our lives: คำขยายด้วยอนุประโยคสัมพันธ์สองส่วน

หลังคำนาม qualities มีคำอธิบายแบบกระชับสองส่วนที่กล่าวถึงคุณสมบัติชุดเดียวกัน คือ we need [the qualities] แต่ [the qualities] are missing in our lives ดังนั้น qualities จึงเป็นกรรมที่เข้าใจได้ของ need และเป็นประธานที่เข้าใจได้ของ are missing ส่วน we ไม่ใช่ประธานของ are missing เมื่อแสดงความเชื่อมโยงทั้งหมดจะได้ qualities that we need but that are missing in our lives เมื่อคำนามตามด้วยคำขยายจากอนุประโยคสัมพันธ์ที่เชื่อมกัน ให้เชื่อมคำกริยาแต่ละคำกลับไปยังคำนามนั้น เพื่อไม่ให้การเปลี่ยนหน้าที่ทางไวยากรณ์บดบังความหมาย

แบบฝึกหัด

ข้อใดแสดงโครงสร้างเต็มของ qualities we need but are missing in our lives ได้ถูกต้อง

  1. qualities that we need but that are missing in our lives
  2. qualities that we need but that are missing us in our lives
  3. qualities that need us but that we are missing in our lives
ดูคำตอบ

qualities that we need but that are missing in our lives

Gentleness,

3:33

ความอ่อนโยน,

harmony, balance,

3:34

ความกลมกลืน ความสมดุล,

peace, strength.

3:36

ความสงบสุข ความแข็งแกร่ง

Beautiful objects,

3:38

วัตถุที่สวยงาม

therefore, ลำดับความ

3:39

ดังนั้น

have a really important function.

3:40

จึงมีหน้าที่สำคัญมาก

ลำดับความ

Therefore ในฐานะคำเชื่อมสรุปแบบแทรก

Therefore บอกผู้อ่านว่าข้อความเกี่ยวกับวัตถุที่สวยงามเป็นข้อสรุปที่ได้จากเหตุผลก่อนหน้า คำนี้ช่วยจัดลำดับข้อโต้แย้ง โดยเริ่มจากเหตุผล แล้วจึงตามด้วยผลหรือข้อสรุป ในประโยคนี้ therefore เป็นคำกริยาวิเศษณ์เชื่อมความแบบแทรก อยู่ระหว่างประธาน Beautiful objects กับคำกริยา have เครื่องหมายจุลภาคสองตัวคร่อมคำนี้เพื่อแสดงว่าเป็นข้อความแทรก โดย therefore เชื่อมแนวคิดทางตรรกะ ไม่ได้ใช้ขึ้นต้นอนุประโยค

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ therefore หลังประธานได้ถูกต้องเพื่อแสดงข้อสรุป

  1. The bridge was closed. Our class, because, took another route.
  2. The bridge was closed. Our class, therefore, took another route.
  3. The bridge was closed. Our class therefore, took another route.
ดูคำตอบ

The bridge was closed. Our class, therefore, took another route.

They help to educate our souls.

3:41

พวกมันช่วยขัดเกลาจิตวิญญาณของเรา

Ugliness is a serious matter too.

3:44

ความอัปลักษณ์ก็เป็นเรื่องร้ายแรงเช่นกัน

It parades dangerous and damaged characteristics in front of us.

3:46

มันนำเอาลักษณะที่อันตรายและบกพร่องมาแสดงให้เราเห็น

It makes it harder to be wise, kind, and calm.

3:50

ทำให้การเป็นคนฉลาด ใจดี และเยือกเย็นนั้นยากขึ้น

Plato sees art as therapeutic. วลี

3:54

เพลโตมองว่าศิลปะคือการบำบัด

วลี

โครงสร้าง see A as B: sees art as therapeutic

ในโครงสร้าง see A as B คำว่า see หมายถึงมองว่า เข้าใจว่า หรือถือว่า ไม่ได้หมายถึงมองเห็นด้วยตา ในที่นี้เพลโตมีความเห็นว่าศิลปะมีคุณสมบัติในการเยียวยา A คือสิ่งที่ถูกประเมิน ซึ่งก็คือ art ส่วน B ใช้อธิบายหรือจัดประเภทสิ่งนั้น ซึ่งก็คือ therapeutic คำว่า Therapeutic หมายถึงช่วยให้คนฟื้นตัวหรือรู้สึกดีขึ้นทางจิตใจหรืออารมณ์ ในที่นี้ใช้บอกผลของศิลปะ ไม่ได้เป็นคำรับรองว่าจะรักษาทางการแพทย์ได้

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง see A as B เติมประโยคให้สมบูรณ์: The teacher ____ group projects ____ a way to learn cooperation.

ดูคำตอบ

sees · as

It's the duty of poets and painters and nowadays novelists, ไวยากรณ์

3:56

มันเป็นหน้าที่ของกวีและจิตรกร และในปัจจุบันคือนักเขียนนวนิยาย,

TV producers, and designers

3:59

ผู้จัดรายการทีวี และนักออกแบบ

to help us to live good lives.

4:01

ที่จะช่วยให้เรามีชีวิตที่ดี

ไวยากรณ์

It's the duty of A to do B: A มีหน้าที่ทำ B

ใช้ It's the duty of A to do B เพื่อบอกว่า A มีหน้าที่รับผิดชอบในการทำ B ในที่นี้ it เป็นประธานเตรียม และเนื้อหาที่แท้จริงของหน้าที่อยู่ในรูปกริยา infinitive ที่นำด้วย to คำนามหรือกลุ่มหลัง of คือผู้มีหน้าที่ ส่วนวลีกริยาหลัง to คือการกระทำที่ต้องทำ ในตัวอย่าง กวี จิตรกร นักประพันธ์ โปรดิวเซอร์โทรทัศน์ และนักออกแบบคือกลุ่มผู้มีหน้าที่ ส่วนการช่วยให้เราใช้ชีวิตที่ดีคือการกระทำที่ต้องทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปย่อ It's the duty of A to do B: ____ emergency services ____ protect the public during a disaster.

ดูคำตอบ

It's the duty of · to

Four,

4:03

ข้อสี่

reform society.

4:04

ปฏิรูปสังคม

Plato spent a lot of time thinking

4:06

เพลโตใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิด

how the government and society should ideally be.

4:08

ว่ารัฐบาลและสังคมในอุดมคติควรเป็นอย่างไร

He was the world's first utopia thinker.

4:11

เขาเป็นนักคิดยูโทเปียคนแรกของโลก

In this,

4:14

ในเรื่องนี้

he was inspired by Athens's great rival, วัฒนธรรม

4:15

เขาได้รับแรงบันดาลใจจากคู่แข่งตัวฉกาจของเอเธนส์

Sparta.

4:17

นั่นคือสปาร์ตา

วัฒนธรรม

สปาร์ตา คู่แข่งสำคัญของเอเธนส์

สปาร์ตาเป็นนครรัฐกรีกโบราณและเป็นหนึ่งในคู่แข่งสำคัญของเอเธนส์ วลี Athens's great rival ใช้ระบุว่าสปาร์ตาคือคู่แข่งนั้น เอเธนส์และสปาร์ตาเป็นนครรัฐในกรีกโบราณ ไม่ใช่รัฐชาติสมัยใหม่ สังคมสปาร์ตามีชื่อเสียงเป็นพิเศษในเรื่องระเบียบวินัยที่เข้มงวด การฝึกทหาร และการจัดระเบียบชีวิตรอบเป้าหมายสาธารณะร่วมกัน ในข้อความนี้ การได้รับแรงบันดาลใจจากสปาร์ตาอาจหมายถึงการนำรูปแบบการจัดระเบียบสังคมมาใช้ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเห็นด้วยกับเป้าหมายทางทหารของสปาร์ตา

แบบฝึกหัด

ข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ข้อใดอธิบายได้ดีที่สุดว่าเหตุใดสปาร์ตาจึงสำคัญในประโยคนี้

  1. สปาร์ตาเป็นประเทศสมัยใหม่ที่รวมกรีซทั้งหมดเข้าด้วยกันอย่างสันติ
  2. สปาร์ตาเป็นเทศกาลกรีกโบราณสำหรับศิลปินและนักเขียน
  3. สปาร์ตาเป็นนครรัฐกรีกโบราณ เป็นคู่แข่งสำคัญของเอเธนส์ และมีชื่อเสียงด้านระเบียบวินัยทางทหารที่เข้มงวด
ดูคำตอบ

สปาร์ตาเป็นนครรัฐกรีกโบราณ เป็นคู่แข่งสำคัญของเอเธนส์ และมีชื่อเสียงด้านระเบียบวินัยทางทหารที่เข้มงวด

This was a city-sized machine สำนวน

4:18

นี่คือเครื่องจักรขนาดเท่าเมือง

for turning out great soldiers. กริยาวลี

4:20

สำหรับการสร้างทหารผู้ยิ่งใหญ่

สำนวน

เครื่องจักรขนาดเท่าเมือง: คำเปรียบเทียบถึงระบบสังคมทั้งหมด

วลีนี้ไม่ได้กล่าวถึงเครื่องจักรจริง แต่เปรียบทั้งเมืองและสถาบันต่าง ๆ เป็นเครื่องจักรขนาดเท่าเมืองในจินตนาการ ซึ่งทุกส่วนทำงานไปสู่ผลลัพธ์เดียวกัน นั่นคือทหารชั้นยอด การเปรียบเช่นนี้เน้นขนาด การประสานงาน และประสิทธิภาพ อีกทั้งอาจทำให้ผู้คนดูเหมือนสินค้าแทนที่จะเป็นมนุษย์แต่ละคน ในที่นี้ city-sized หมายถึงคำเปรียบเทียบครอบคลุมทั้งเมือง ไม่ได้หมายความว่ามีการวัดเครื่องจักรจริงแล้วพบว่ามันใหญ่เท่าเมือง

แบบฝึกหัด

city-sized machine หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. เมืองนี้ใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่มากหนึ่งเครื่องเพื่อผลิตอาวุธ
  2. เครื่องจักรจริงมีขนาดเท่ากับพื้นที่ของเมืองพอดี
  3. ทั้งเมืองถูกนำเสนอเป็นระบบที่มีการจัดระเบียบเพื่อผลิตทหารที่แข็งแกร่ง
ดูคำตอบ

ทั้งเมืองถูกนำเสนอเป็นระบบที่มีการจัดระเบียบเพื่อผลิตทหารที่แข็งแกร่ง

กริยาวลี

turning out: ผลิตคนที่มีทักษะตามต้องการ

ในที่นี้ turning out หมายถึงการผลิตหรือฝึกคนให้เป็นผลลัพธ์ของสถาบัน คำเปรียบเทียบเรื่องเครื่องจักรทำให้ great soldiers เป็นผลลัพธ์ที่ทั้งเมืองสร้างขึ้นซ้ำ ๆ ในการใช้นี้ turn out เป็นกริยาที่ต้องมีกรรม โดยตามด้วยสิ่งของหรือคนที่ถูกผลิตหรือฝึก เช่น a factory turns out cars หรือ a school turns out skilled graduates กรรม great soldiers เป็นเบาะแสที่บอกความหมายนี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย phrasal verb ที่เรียนในบทนี้ ซึ่งหมายถึง “ผลิตซ้ำ ๆ”: This factory ____ hundreds of bicycles every week.

ดูคำตอบ

turns out

Everything the Spartans did,

4:22

ทุกสิ่งที่ชาวสปาร์ตาทำ

how they raised their children,

4:24

วิธีที่พวกเขาเลี้ยงดูเด็ก

how their economy was organized,

4:25

วิธีจัดระบบเศรษฐกิจของพวกเขา

whom they admired,

4:26

คนที่พวกเขาชื่นชม

how they had sex,

4:27

วิธีที่พวกเขามีเพศสัมพันธ์

what they ate,

4:28

สิ่งที่พวกเขากิน

was tailored to that one goal. วลี

4:29

ล้วนถูกปรับแต่งมาเพื่อเป้าหมายนั้นเป้าหมายเดียว

วลี

be tailored to that one goal: ปรับให้เหมาะกับเป้าหมายเดียวกันนั้น

ในประโยคนี้ was tailored to that one goal หมายความว่า ทุกด้านของชีวิตชาวสปาร์ตาถูกจัดวางและปรับอย่างตั้งใจเพื่อรับใช้เป้าหมายเดียวกัน รูปแบบคือ be tailored to + เป้าหมายหรือความต้องการ คำว่า tailored เดิมมาจากการตัดเสื้อให้พอดีตัว แต่ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบ หมายถึงการออกแบบหรือปรับให้เหมาะกับจุดประสงค์เฉพาะ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปสองคำของ tailor ที่หมายถึง “ปรับให้เหมาะโดยเฉพาะ” The workshop was ____ the needs of new team leaders.

ดูคำตอบ

tailored to

And Sparta was hugely successful

4:31

และสปาร์ตาก็ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาล

from a military point of view. วลี

4:34

ในมุมมองทางทหาร

วลี

from a military point of view: เมื่อมองจากมุมมองทางการทหาร

ในประโยคนี้ from a military point of view จำกัดขอบเขตของข้อสรุป กล่าวคือ สปาร์ตาประสบความสำเร็จอย่างมากเมื่อวัดจากผลลัพธ์ทางการทหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสำเร็จในทุกด้าน รูปแบบ from a/an + คำคุณศัพท์บอกด้าน + point of view ใช้บอกมุมหรือเกณฑ์ในการประเมิน ที่นี่ point of view หมายถึงด้านที่ใช้ประเมิน ไม่จำเป็นต้องเป็นความคิดเห็นของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างชัดเจนว่าการออกแบบนี้ทำงานได้ดีเฉพาะเมื่อประเมินตามมาตรฐานความปลอดภัยเท่านั้น

  1. From a safety point of view, the design works well.
  2. The design works well in every possible way.
  3. The designer likes how the product looks.
ดูคำตอบ

From a safety point of view, the design works well.

But that wasn't Plato's concern.

4:36

แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เพลโตใส่ใจ

He wanted to know,

4:38

เขาอยากรู้ว่า

how could a society get better at producing not military power, ไวยากรณ์

4:39

สังคมจะเก่งขึ้นในการสร้างสิ่งที่ไม่ใช่พลังทางทหารได้อย่างไร

but fulfilled people?

4:42

แต่เป็นผู้คนที่บรรลุความบริบูรณ์

ไวยากรณ์

not A, but B: ไม่ใช่อำนาจทางทหาร แต่เป็นผู้คนที่มีชีวิตสมบูรณ์

โครงสร้าง not A, but B ปฏิเสธว่า A คือจุดเน้นที่ต้องการ แล้วแทนที่ด้วย B ในที่นี้ producing ใช้ร่วมกับนามทั้งสองกลุ่ม กล่าวคือ สิ่งที่สังคมจะสร้างขึ้นไม่ใช่ military power แต่เป็น fulfilled people การเปรียบต่างนี้ย้ายจุดเน้นหลักไปที่ fulfilled people หรือผู้คนที่รู้สึกว่าชีวิตมีความหมายและได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่ ไม่ได้หมายถึงผู้ที่ทำงานหนึ่งเสร็จแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ความเข้าใจด้วยโครงสร้าง not A, but B: The program is designed ____ to reward speed, ____ to improve accuracy.

ดูคำตอบ

not · but

In his book,

4:45

ในหนังสือของเขา

The Republic,

4:45

อุตมรัฐ

Plato identifies a number of changes that should be made.

4:46

เพลโตได้ระบุการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ควรทำ

Athenian society was very focused on the rich,

4:50

สังคมเอเธนส์มุ่งเน้นไปที่คนรวยมาก

like the louche aristocrat Alcibiades, การใช้คำ

4:52

อย่างเช่นขุนนางจอมสำมะเลเทเมา อัลซิเบียดีส

and sports celebrities like the boxer Milo of Croton.

4:54

และคนดังด้านกีฬาอย่างนักมวย ไมโลแห่งโครตอน

การใช้คำ

louche aristocrat: ขุนนางที่มีเสน่ห์แต่ชื่อเสียงไม่ดี

ในที่นี้ louche ใช้บรรยายขุนนางที่อาจดูมีสไตล์ มีเสน่ห์ หรือน่าตื่นตาตื่นใจ แต่มีศีลธรรมน่าสงสัยหรือชื่อเสียงไม่ดี คำนี้แสดงความไม่เห็นชอบอย่างชัดเจน และทำให้เขาดูเป็นชนชั้นสูงที่มีเสน่ห์แต่ไม่น่าไว้วางใจ louche ไม่ได้หมายถึงแค่ร่ำรวย หรูหรา หรือทันสมัย แต่ชี้ถึงลักษณะที่ไม่น่าไว้ใจและเสเพล ส่วน aristocrat บอกฐานะทางสังคมของเขาแยกต่างหาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ louche ตามความหมายที่เป็นธรรมชาติ?

  1. She bought a louche new backpack because it was sturdy and practical.
  2. The museum displayed a louche vase because its colors were bright and cheerful.
  3. The novel follows a louche nightclub owner whose charm hides a trail of dishonest deals.
ดูคำตอบ

The novel follows a louche nightclub owner whose charm hides a trail of dishonest deals.

Plato wasn't impressed.

4:58

เพลโตไม่ประทับใจเลย

It really matters who we admire

4:59

มันสำคัญมากว่าเราชื่นชมใคร

because celebrities influence our outlook,

5:01

เพราะคนดังมีอิทธิพลต่อมุมมองของเรา,

ideas, and conduct.

5:04

ความคิด และพฤติกรรม

And bad heroes give glamour to flaws of character. สำนวน

5:06

และฮีโร่ที่แย่ก็มอบความเย้ายวนให้กับข้อบกพร่องทางนิสัย

สำนวน

give glamour to flaws of character: ทำให้ข้อบกพร่องทางนิสัยดูน่าหลงใหล

ในประโยคนี้ give glamour to หมายถึง “ทำให้บางสิ่งดูน่าตื่นเต้น น่าชื่นชม หรือน่าดึงดูด” กรรมของวลีนี้คือ flaws of character ซึ่งเป็นสิ่งเชิงลบ ดังนั้น glamour จึงหมายถึงเสน่ห์ที่ถูกนำมาครอบข้อบกพร่องไว้ ไม่ใช่แค่ความงามทางกายภาพ วลีนี้มีน้ำเสียงวิจารณ์ เพราะวีรบุรุษที่ไม่ดีอาจทำให้นิสัยที่อ่อนแอหรือเป็นอันตรายดูเหมือนควรเอาอย่าง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ give glamour to + คำนาม ซึ่งสื่อถึงการเพิ่มความน่าดึงดูดให้สิ่งที่ควรถูกมองอย่างมีวิจารณญาณมากกว่าเดิม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ทำให้พฤติกรรมที่เป็นอันตรายดูน่าดึงดูด”: The movie should not ____ reckless driving.

ดูคำตอบ

give glamour to

Plato therefore wanted to give Athens new celebrities,

5:10

เพลโตจึงต้องการมอบคนดังหน้าใหม่ให้กับเอเธนส์

replacing the current crop with ideally wise and good people he called guardians, โน้ต

5:13

แทนที่กลุ่มเดิมด้วยคนที่ฉลาดและเป็นคนดีในอุดมคติซึ่งเขาเรียกว่า ผู้พิทักษ์

models for everyone's good development.

5:18

เพื่อเป็นต้นแบบสำหรับการพัฒนาที่ดีของทุกคน

สำนวน

current crop: กลุ่มปัจจุบัน

ในที่นี้ current crop หมายถึง “กลุ่มคนหรือสิ่งของประเภทหนึ่งที่มีอยู่หรือกำลังมีบทบาทในตอนนี้” crop เป็นคำเปรียบเทียบจากการเกษตร โดยมองสมาชิกเป็นกลุ่มเดียวกันที่ปรากฏขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน โครงสร้างทั่วไปคือ the current crop of + คำนามพหูพจน์ เช่น candidates, actors หรือ products เมื่อรู้ชัดอยู่แล้วว่าพูดถึงคนหรือสิ่งของประเภทใด ก็ละส่วนที่ขึ้นต้นด้วย of ได้เหมือนในประโยคนี้ วลีนี้เน้นคนหรือสิ่งของกลุ่มปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงสมาชิกทุกคนในประเภทนั้น

แบบฝึกหัด

สำนวนใดเติมประโยคได้ดีที่สุดเพื่อให้หมายถึง “กลุ่มผู้สมัครที่กำลังได้รับการพิจารณาในตอนนี้”? The committee is reviewing the ____ of candidates.

  1. current crop
  2. current people
  3. present harvest
ดูคำตอบ

current crop

วัฒนธรรม

“ผู้พิทักษ์” ในนครอุดมคติของเพลโต

ในที่นี้ guardians หรือ “ผู้พิทักษ์” เป็นชื่อเฉพาะที่เพลโตใช้เรียกผู้ที่ได้รับมอบหมายให้นำทางนครในอุดมคติของเขา คนเหล่านี้ควรมีปัญญา มีศีลธรรมที่ดี อุทิศตนเพื่อบริการสาธารณะ และเป็นแบบอย่างให้ผู้อื่น คำนี้ไม่ได้หมายถึงผู้ปกครองตามกฎหมายของเด็กหรือเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั่วไป ชื่อนี้เน้นว่าผู้นำควรดูแลสังคมโดยรวมแทนที่จะแสวงหาชื่อเสียงส่วนตัว

แบบฝึกหัด

ในนครอุดมคติของเพลโต guardians คือใคร

  1. ผู้นำที่ฉลาดและมีคุณธรรมซึ่งควรเป็นแบบอย่างแก่สังคม
  2. ผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบเด็กตามกฎหมาย
  3. เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เฝ้าอาคาร
ดูคำตอบ

ผู้นำที่ฉลาดและมีคุณธรรมซึ่งควรเป็นแบบอย่างแก่สังคม

These people would be distinguished by their record of public service, วลี

5:20

คนเหล่านี้จะโดดเด่นด้วยประวัติการทำงานบริการสาธารณะของพวกเขา

their modesty and simple habits,

5:24

ความถ่อมตนและนิสัยที่เรียบง่ายของพวกเขา

their dislike of the limelight, สำนวน

5:25

ความไม่ชอบการเป็นจุดสนใจของพวกเขา

and their wide and deep experience.

5:27

และประสบการณ์ที่กว้างและลึกซึ้งของพวกเขา

วลี

record of public service: ประวัติการทำงานเพื่อสาธารณะ

Record of public service หมายถึงประวัติที่ตรวจสอบได้ของการทำงานเพื่อประโยชน์ส่วนรวม มักเกิดจากบทบาทในภาครัฐ งานด้านพลเมือง หรือชุมชน ในที่นี้ record เป็นคำนามและชี้ถึงรูปแบบการกระทำและผลงานที่สะสมมาตลอดช่วงเวลาหนึ่ง วลีนี้ใช้ประเมินประสบการณ์และลักษณะนิสัยของคน ไม่ใช่การทำความดีเพียงครั้งเดียว Public service คือการบริการชุมชนหรือหน่วยงานสาธารณะ ไม่ใช่ customer service ที่ให้แก่ลูกค้า

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่ตรงตามบทเรียน ซึ่งหมายถึงประวัติการรับใช้สาธารณะของบุคคลหนึ่ง: The committee valued her ____.

ดูคำตอบ

record of public service

สำนวน

the limelight: จุดสนใจของสาธารณชน

the limelight หมายถึงการเป็นศูนย์กลางความสนใจของสาธารณชนหรือสื่อ ในที่นี้ dislike of the limelight บอกว่าคนเหล่านี้ไม่แสวงหาชื่อเสียงหรือการประชาสัมพันธ์ และถูกกล่าวร่วมกับความถ่อมตนและนิสัยเรียบง่ายเพื่อแสดงลักษณะนิสัยของพวกเขา สำนวนนี้มาจากแสงสว่างจ้าที่เคยใช้บนเวทีละคร แต่โดยทั่วไปใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ เมื่อใครสักคนอยู่ in the limelight คนจำนวนมากกำลังจับตามองหรือพูดถึงคนนั้น

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึง “ความสนใจของสาธารณชน” ลงในประโยค: Although the singer is famous, she dislikes ____ and rarely gives interviews.

ดูคำตอบ

the limelight

They would be the most honored and admired people in society.

5:29

พวกเขาจะเป็นกลุ่มคนที่ได้รับการยกย่องและชื่นชมมากที่สุดในสังคม

He also wanted to end democracy in Athens.

5:33

เขายังต้องการยุติระบอบประชาธิปไตยในเอเธนส์ด้วย

He wasn't crazy. ลำดับความ

5:35

เขาไม่ได้บ้า

He just observed how few people think

5:37

เขาแค่สังเกตเห็นว่ามีคนน้อยแค่ไหนที่คิด

properly before they vote.

5:39

อย่างเหมาะสมก่อนที่จะลงคะแนนเสียง

And therefore,

5:40

และดังนั้น

we get very substandard rulers.

5:41

เราจึงได้ผู้ปกครองที่ต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ

ลำดับความ

He wasn't crazy: การคาดการณ์ข้อคัดค้าน

ประโยคสั้นนี้คาดการณ์ปฏิกิริยาที่ผู้ฟังน่าจะมีต่อแนวคิดยุติระบอบประชาธิปไตยซึ่งฟังดูสุดโต่ง การพูดว่า He wasn't crazy ก่อนให้เหตุผลทำให้ผู้พูดปฏิเสธการตัดสินอย่างรวดเร็วและขอให้ผู้ฟังชะลอการตัดสินไว้ก่อน ประโยคถัดไปเริ่มด้วย He just observed... ดังนั้นการให้เหตุผลจึงเปลี่ยนจากข้อคัดค้านที่อาจเกิดขึ้นไปสู่คำอธิบาย ในที่นี้ crazy หมายถึง “ไร้เหตุผล” ในเชิงวาทศิลป์แบบไม่เป็นทางการ ไม่ใช่การวินิจฉัยทางการแพทย์

แบบฝึกหัด

“He wasn't crazy.” ทำหน้าที่อะไรในข้อความนี้?

  1. คาดการณ์ข้อคัดค้านที่รุนแรงและขอให้ผู้ฟังพิจารณาเหตุผลที่จะตามมา
  2. เปลี่ยนหัวข้อจากประชาธิปไตยไปเป็นสุขภาพจิต
  3. ให้การวินิจฉัยทางการแพทย์ก่อนพูดเรื่องการลงคะแนน
ดูคำตอบ

คาดการณ์ข้อคัดค้านที่รุนแรงและขอให้ผู้ฟังพิจารณาเหตุผลที่จะตามมา

He didn't want to replace democracy with a horrid dictatorship,

5:44

เขาไม่ได้ต้องการแทนที่ประชาธิปไตยด้วยเผด็จการที่น่ากลัว

but he wanted to prevent people from voting ไวยากรณ์

5:47

แต่เขาต้องการป้องกันไม่ให้ผู้คนลงคะแนนเสียง

until they'd started to think rationally.

5:49

จนกว่าพวกเขาจะเริ่มคิดอย่างมีเหตุผล

ไวยากรณ์

prevent people from voting: โครงสร้าง prevent + กรรม + from + -ing

prevent people from voting ใช้โครงสร้าง prevent + กรรม + from + -ing หมายถึงการหยุดหรือขัดขวางไม่ให้กรรมทำการกระทำที่ระบุด้วยรูป -ing หลัง prevent ต้องใช้ from voting ไม่ใช่ to vote ในประโยคนี้ การขัดขวางดำเนินต่อไปจนกว่าผู้คนจะเริ่มคิดอย่างมีเหตุผล กรรมอาจเป็นคน กลุ่มคน หรือสิ่งของก็ได้: prevent someone/something from doing something

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมายโดยใช้ enter: The locked door prevented us ____ the room.

ดูคำตอบ

from entering

That is,

5:52

นั่นก็คือ

until they'd become philosophers.

5:52

จนกว่าพวกเขาจะกลายเป็นนักปรัชญา

Otherwise,

5:54

มิฉะนั้น

government would just be a kind of mob rule. วัฒนธรรม

5:55

รัฐบาลก็จะเป็นเพียงแค่การปกครองแบบกฎหมู่

วัฒนธรรม

mob rule: ป้ายกำกับทางการเมืองที่มีความหมายเชิงลบอย่างมาก

mob rule เป็นคำที่มีความหมายเชิงลบอย่างมาก ใช้กล่าวถึงการตัดสินใจสาธารณะที่ถูกควบคุมโดยฝูงชนที่โกรธหรือควบคุมไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่ออารมณ์หรือแรงกดดันเข้ามาแทนที่กฎหมาย มาตรการคุ้มครอง และการใช้เหตุผลอย่างรอบคอบ ในประโยคนี้ คำนี้ใช้วิจารณ์ลักษณะการทำงานที่รัฐบาลอาจมี ไม่ใช่คำจำกัดความที่เป็นกลางของประชาธิปไตย mob ในที่นี้หมายถึงฝูงชนที่ถูกมองว่าไร้ระเบียบ ไม่ใช่กลุ่มอาชญากรรมที่จัดตั้งเป็นองค์กร

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะสมที่สุดที่จะอธิบายด้วยคำเชิงลบอย่างมากว่า mob rule?

  1. แก๊งอาชญากรรมแอบหารายได้จากกิจกรรมผิดกฎหมาย
  2. ฝูงชนที่โกรธกดดันผู้นำให้เพิกเฉยต่อกฎหมายและการอภิปรายอย่างรอบคอบ
  3. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกตัวเลือกหนึ่งด้วยการลงคะแนนเสียงข้างมากตามกติกาที่ตกลงกัน
ดูคำตอบ

ฝูงชนที่โกรธกดดันผู้นำให้เพิกเฉยต่อกฎหมายและการอภิปรายอย่างรอบคอบ

To help the process,

5:58

เพื่อช่วยในกระบวนการนี้

Plato started a school,

5:59

เพลโตได้ก่อตั้งโรงเรียนขึ้น

The Academy in Athens, วัฒนธรรม

6:00

นั่นคือ ดิ อะคาเดมี่ ในเอเธนส์

which lasted a good 300 years. การใช้คำ

6:02

ซึ่งเปิดดำเนินการมายาวนานถึง 300 ปี

วัฒนธรรม

สำนักอะคาเดมีในเอเธนส์

ในที่นี้ The Academy หมายถึงโรงเรียนปรัชญาแห่งหนึ่งโดยเฉพาะที่เพลโตก่อตั้งในเอเธนส์ เป็นชื่อเฉพาะทางประวัติศาสตร์ ไม่ได้หมายถึงโรงเรียนสมัยใหม่ทั่วไปหรือองค์กรที่มอบรางวัล การกล่าวถึงชื่อนี้แสดงให้เห็นว่าเพลโตนำแนวคิดของตนไปปฏิบัติผ่านการศึกษาอย่างไร โรงเรียนนี้ดำเนินต่อมาหลายศตวรรษ จึงสะท้อนอิทธิพลที่ยืนยาวของเขาด้วย และชื่อนี้ยังเป็นที่มาทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญของคำภาษาอังกฤษสมัยใหม่ academy

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ The Academy in Athens หมายถึงอะไร

  1. องค์กรแจกรางวัลสมัยใหม่ที่ตั้งอยู่ในเอเธนส์
  2. โรงเรียนใดก็ตามที่ดำเนินอยู่ประมาณ 300 ปี
  3. โรงเรียนปรัชญาที่เพลโตก่อตั้ง
ดูคำตอบ

โรงเรียนปรัชญาที่เพลโตก่อตั้ง

การใช้คำ

a good 300 years: ยาวนานราว 300 ปี

เมื่อ a good อยู่หน้าตัวเลข จะใช้เน้นว่าปริมาณนั้นมากพอสมควร ให้ความรู้สึกว่า “เต็มจำนวน” และมักสื่อว่า “อย่างน้อยก็เท่านั้น” ในที่นี้ตัวเลขยังเป็นค่าประมาณ ดังนั้น a good 300 years จึงหมายถึงราว 300 ปี โดยเน้นว่าช่วงเวลานั้นยาวนานมาก Good ไม่ได้บอกว่าหลายปีนั้นน่ารื่นรมย์หรือประสบความสำเร็จ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ a good + ตัวเลข + หน่วย เช่น a good ten miles หรือ a good two hours

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นว่าการซ่อมใช้เวลานานถึงประมาณสามชั่วโมง

  1. The repair took three good hours.
  2. The repair took a good three hours.
  3. The repair took well three hours.
ดูคำตอบ

The repair took a good three hours.

There,

6:04

ที่นั่น

pupils learnt not just maths and spelling, ไวยากรณ์

6:04

นักเรียนไม่ได้เรียนแค่คณิตศาสตร์และการสะกดคำ

but also how to be good and kind.

6:07

แต่ยังรวมถึงวิธีการเป็นคนดีและมีน้ำใจ

ไวยากรณ์

not just A, but also B: ไม่เพียง A แต่ยัง B ด้วย

not just A, but also B บอกว่า A เป็นความจริง แล้วเพิ่ม B เป็นอีกประเด็นสำคัญ โดยมักเน้น B มากกว่า ในประโยคนี้ นักเรียนได้เรียนทั้งวิชาในโรงเรียน รวมถึงลักษณะนิสัยและการปฏิบัติต่อผู้อื่นด้วย but also ทำหน้าที่เพิ่มข้อมูล ไม่ได้ปฏิเสธส่วนแรก A และ B ควรทำหน้าที่ขนานกันในประโยค ในที่นี้ maths and spelling และ how to be good and kind ต่างก็ตอบคำถามว่า “นักเรียนเรียนรู้อะไร” แม้ส่วนแรกจะเป็นนามวลีและอีกส่วนเป็นอนุประโยค how to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสองส่วนแบบเดียวกับในบทเรียน: The library offers ____ books, ____ free art classes.

ดูคำตอบ

not just · but also

His ultimate goal

6:09

เป้าหมายสูงสุดของเขา

was that politicians should become philosophers.

6:10

คือนักการเมืองควรกลายเป็นนักปรัชญา

The world will not be right,

6:13

โลกจะไม่ถูกต้อง

he said,

6:14

เขากล่าวไว้

until kings become philosophers or philosophers kings. ไวยากรณ์

6:14

จนกว่ากษัตริย์จะกลายเป็นนักปรัชญา หรือนักปรัชญากลายเป็นกษัตริย์

ไวยากรณ์

until ... or philosophers kings: become ที่ถูกละไว้

รูปแบบ not ... until กำหนดให้เวลา หรือเงื่อนไขในอนุประโยค until เป็นจุดที่ต้องไปถึงก่อน ประโยคนี้กล่าวว่าโลกจะยังคงไม่ถูกต้องจนกว่าการเปลี่ยนบทบาทแบบใดแบบหนึ่งในสองแบบจะเกิดขึ้น ภายในอนุประโยค until คำว่า or เชื่อมความเป็นไปได้สองอย่างที่ขนานกัน คือ kings become philosophers และ philosophers become kings โดยละ become ตัวที่สองเพราะเป็นคำซ้ำและผู้อ่านเติมความหมายได้ง่าย ดังนั้น philosophers kings จึงไม่ใช่คำนามประสมหรือข้อผิดพลาด philosophers เป็นประธาน ส่วน kings บอกว่าพวกเขากลายเป็นอะไร

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The gate will not open until Ava presses the green button or Noah the red one,” มีส่วนใดที่เข้าใจได้แม้จะถูกละไว้ และทั้งประโยคหมายความว่าอะไร

  1. Noah กดปุ่มสีแดง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างก็ทำให้เงื่อนไขสำหรับเปิดประตูสำเร็จได้
  2. Noah กลายเป็นปุ่มสีแดง และประตูเปิดอยู่แล้ว
  3. Ava กดปุ่มทั้งสองปุ่ม ส่วน Noah ไม่มีบทบาทในเงื่อนไขนี้
ดูคำตอบ

Noah กดปุ่มสีแดง การกระทำอย่างใดอย่างหนึ่งในสองอย่างก็ทำให้เงื่อนไขสำหรับเปิดประตูสำเร็จได้