แคลอรี่คืออะไร? - Emma Bryce: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
552 คำ 158 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าแคลอรีในอาหารใช้วัดอะไร ร่างกายแบ่งพลังงานไปใช้กับการย่อยอาหาร กิจกรรมทางกาย และการทำงานพื้นฐานอย่างไร พร้อมชี้ว่าเราไม่อาจระบุความต้องการจริงของแต่ละคนหรือพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้ได้จากฉลากโภชนาการเพียงอย่างเดียว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. the body's energy budget. — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจอุปมาทางการเงินที่เปรียบการรับและการใช้แคลอรีกับรายรับและรายจ่ายในงบประมาณ คุณจะสังเกตได้ว่างานอธิบายวิทยาศาสตร์นำระบบที่คุ้นเคยมาช่วยทำให้สมดุลเชิงนามธรรมระหว่างพลังงานที่สะสมกับพลังงานที่ใช้ไปเห็นภาพง่ายขึ้นอย่างไร 2. Not necessarily. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เรียนรู้การโต้แย้งข้อสรุปที่เหมารวมเกินไปโดยไม่ต้องตอบ no อย่างแข็งกร้าว คุณสามารถใช้คำตอบสั้น ๆ นี้เพื่อบอกว่าข้อความหนึ่งอาจจริงในบางสถานการณ์ แต่ไม่ได้จริงกับทุกคนโดยอัตโนมัติ ก่อนเสริมเงื่อนไขหรือข้อยกเว้น 3. Good luck finding all of that — สำนวนและภาษาภาพพจน์: แยกแยะได้ว่าโครงสร้างนี้อาจเป็นการประชด ไม่ใช่การอวยพรอย่างจริงใจ ในที่นี้สื่อความสงสัยว่าปัจจัยส่วนบุคคลทั้งหมดที่มีผลต่อความต้องการแคลอรีจะปรากฏบนฉลากโภชนาการ คุณสามารถใช้ good luck ตามด้วยรูป -ing เพื่อบอกเป็นนัยว่าสิ่งหนึ่งยากมากหรือแทบเป็นไปไม่ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

We hear about calories all the time. วลี

0:06

เรามักได้ยินเกี่ยวกับแคลอรีอยู่เสมอ

วลี

all the time: บ่อยมาก

ในประโยคนี้ all the time หมายถึง “บ่อยมาก” หรือ “ซ้ำแล้วซ้ำอีก” โดยบอกว่าผู้คนได้ยินเรื่องแคลอรีอยู่บ่อย ๆ ไม่ได้หมายถึงเวลาทั้งหมดตามตัวอักษร วลีนี้ใช้บรรยายการกระทำที่เกิดซ้ำ หรือสิ่งที่ดูเหมือนดำเนินต่อเนื่องได้ ต้องดูบริบทเพื่อเลือกความหมายที่เหมาะสม ในที่นี้ใจความสำคัญคือเรื่องเดิมถูกพูดถึงอยู่บ่อย ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “บ่อยมาก”: Mia mentions her favorite book ____.

ดูคำตอบ

all the time

How many calories are in this cookie?

0:09

ในคุกกี้ชิ้นนี้มีกี่แคลอรี?

How many are burned by 100 jumping jacks ไวยากรณ์

0:11

การกระโดดตบ 100 ครั้งจะเผาผลาญไปกี่แคลอรี

or long-distance running or fidgeting? วลี

0:13

หรือการวิ่งระยะไกล หรือการขยับยุกยิกไปมา?

ไวยากรณ์

are burned by: รูปถูกกระทำใน present simple

are burned เป็นรูปถูกกระทำใน present simple โดยมีโครงสร้าง be + past participle ส่วน How many ย้อนกลับไปแทน calories ในประโยคก่อนหน้า ดังนั้นคำถามจึงถามว่ามีแคลอรีถูกใช้ไปเท่าไร by ใช้นำหน้ากิจกรรมที่ทำให้เกิดผลนั้น เช่น การกระโดดตบ การวิ่ง หรือการขยับตัวไปมา รูปถูกกระทำเน้นจำนวนแคลอรี ส่วนรูปกระทำจะใช้กิจกรรมเป็นประธาน เช่น This exercise burns calories.

แบบฝึกหัด

เติมคำถามรูปถูกกระทำด้วยรูป present simple ของ burn และคำที่ใช้นำหน้ากิจกรรม: How many calories ____ this exercise?

ดูคำตอบ

are burned by

วลี

long-distance running: คำขยายประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์

Long-distance running หมายถึงกิจกรรมการวิ่งเป็นระยะทางไกล ในที่นี้ running เป็นคำนามหลัก ส่วน long-distance ทำหน้าที่เป็นคำขยายประสมหนึ่งหน่วยที่บอกว่าเป็นการวิ่งประเภทใด เครื่องหมายยัติภังค์แสดงว่า long และ distance ทำงานร่วมกันหน้าคำว่า running รูปแบบเดียวกันนี้พบได้ใน long-distance travel และ a long-distance race

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงกิจกรรมการวิ่งระยะไกล โดยใช้เครื่องหมายยัติภังค์ให้ถูกต้อง: She prefers ____ to sprinting.

ดูคำตอบ

long-distance running

But what is a calorie really? ลำดับความ

0:16

แต่แท้จริงแล้วแคลอรีคืออะไร?

ลำดับความ

What is ... really?: ใช้เปิดประเด็นไปสู่คำจำกัดความที่ลึกขึ้น

ใน What is a calorie really? คำว่า really ใช้ถามถึงแก่นแท้หรือคำจำกัดความที่ชัดเจนของแนวคิดที่คุ้นเคย ไม่ได้สื่อว่าผู้พูดสงสัยว่าแคลอรีมีอยู่จริงหรือไม่ ในฐานะคำถามที่ช่วยจัดลำดับข้อมูล What is X really? เปลี่ยนคำที่ผู้ฟังคุ้นเคยให้เป็นหัวข้อถัดไปที่จะอธิบาย ในที่นี้ คำถามพาเนื้อหาจากการกล่าวถึงแคลอรีในชีวิตประจำวันไปสู่คำจำกัดความที่ลึกขึ้น

แบบฝึกหัด

What is a calorie really? มีหน้าที่หลักอย่างไรในการเรียบเรียงคำอธิบายนี้?

  1. เปลี่ยนจากการกล่าวถึงแคลอรีในชีวิตประจำวันไปสู่คำจำกัดความที่ลึกขึ้น
  2. ตั้งคำถามว่าแคลอรีมีอยู่จริงหรือไม่
  3. ถามว่าสะกดคำว่า calorie อย่างไร
ดูคำตอบ

เปลี่ยนจากการกล่าวถึงแคลอรีในชีวิตประจำวันไปสู่คำจำกัดความที่ลึกขึ้น

And how many of them do we actually need?

0:18

และเราต้องการมันมากแค่ไหนกันแน่?

Calories are a way of keeping track of the body's energy budget. โน้ต

0:21

แคลอรีเป็นวิธีหนึ่งในการติดตามงบประมาณพลังงานของร่างกาย

วลี

a way of keeping track of: วิธีติดตามสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง

โครงสร้าง a way of doing something หมายถึงวิธีหนึ่งในการทำบางสิ่ง ในที่นี้ of เป็นคำบุพบท กริยาที่ตามมาจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ keeping keep track of หมายถึงการจดบันทึก ตรวจสอบ หรือรับรู้สถานะของสิ่งหนึ่งอย่างต่อเนื่อง ไม่ได้หมายถึงการเดินตามสิ่งนั้นจริง ๆ วลีทั้งหมดบอกว่าแคลอรีเป็นวิธีหนึ่งในการติดตามสมดุลพลังงานของร่างกาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย: A checklist is ____ the jobs you have finished.

ดูคำตอบ

a way of keeping track of

สำนวน

the body's energy budget: อุปลักษณ์เปรียบการรับและใช้พลังงานกับงบประมาณ

the body's energy budget เป็นอุปลักษณ์ โดยเปรียบพลังงานจากอาหารกับเงินที่เข้าสู่งบประมาณ และเปรียบพลังงานที่ใช้ไปกับการเคลื่อนไหวและการทำงานพื้นฐานของร่างกายกับเงินที่ออกไป คำว่า budget ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงงบประมาณเงินจริง ๆ แต่เป็นวิธีง่าย ๆ ในการคิดว่าร่างกายรับ ใช้ และอาจเก็บสะสมพลังงานไว้เท่าใด

แบบฝึกหัด

the body's energy budget ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. เปรียบพลังงานที่ร่างกายรับและใช้กับเงินที่เข้าและออกจากงบประมาณ
  2. หมายถึงจำนวนเงินที่ร่างกายใช้ซื้ออาหาร
  3. หมายถึงรายการราคาของการออกกำลังกายประเภทต่าง ๆ
ดูคำตอบ

เปรียบพลังงานที่ร่างกายรับและใช้กับเงินที่เข้าและออกจากงบประมาณ

A healthy balance occurs when we put in about as much energy as we lose. ไวยากรณ์

0:25

ความสมดุลที่ดีต่อสุขภาพจะเกิดขึ้นเมื่อเรานำพลังงานเข้าสู่ร่างกายพอๆ กับที่สูญเสียไป

ไวยากรณ์

about as much energy as we lose: พลังงานเกือบเท่ากับที่เราใช้ไป

โครงสร้าง as much + คำนามนับไม่ได้ + as ใช้เปรียบเทียบปริมาณที่เท่ากัน ในที่นี้ as much energy as we lose หมายถึงปริมาณพลังงานที่รับเข้าไปเท่ากับปริมาณที่ใช้ไป about ทำให้การเปรียบเทียบเป็นค่าโดยประมาณ ดังนั้นปริมาณทั้งสองจึงใกล้เคียงกัน ไม่จำเป็นต้องเท่ากันพอดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ as much ... as และคำนาม water: This tank holds about ____ the other tank does.

ดูคำตอบ

as much water as

If we consistently put more energy into our bodies than we burn, ไวยากรณ์

0:30

หากเรานำพลังงานเข้าสู่ร่างกายมากกว่าที่เผาผลาญอย่างต่อเนื่อง

the excess will gradually be stored as fat in our cells โน้ต

0:34

ส่วนเกินจะค่อยๆ ถูกสะสมเป็นไขมันในเซลล์ของเรา

การใช้คำ

the excess: ส่วนที่เกินกว่าที่จำเป็น

ในที่นี้ the excess เป็นวลีคำนาม หมายถึง “ส่วนที่เกินกว่าปริมาณที่จำเป็น” คำนำหน้านามชี้เฉพาะ the บอกว่าวลีนี้ย้อนกลับไปถึงปริมาณที่กล่าวไว้แล้ว คือพลังงานที่รับเข้าไปมากกว่าพลังงานที่ใช้ไป การใช้เป็นคำนามแบบนี้พบได้บ่อยในคำอธิบายที่ค่อนข้างเป็นทางการเกี่ยวกับสุขภาพ เงิน ขีดจำกัด และนโยบาย more หมายถึงเพียงปริมาณที่มากกว่า ส่วน excess สื่อว่าเกินความต้องการ ปริมาณ หรือขีดจำกัดไปแล้ว

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the excess หมายถึงอะไร

  1. ปริมาณทั้งหมดที่มีอยู่
  2. ปริมาณที่ใช้ไปแล้ว
  3. ปริมาณที่เกินกว่าที่จำเป็น
ดูคำตอบ

ปริมาณที่เกินกว่าที่จำเป็น

ไวยากรณ์

will gradually be stored as fat: รูปถูกกระทำในอนาคตและรูปแบบการจัดเก็บ

Will be stored เป็นรูปถูกกระทำในอนาคต มีโครงสร้าง will + be + กริยาช่องที่สาม โครงสร้างนี้บอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับส่วนที่เกิน และเน้นกระบวนการกับผลลัพธ์ ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ทำ gradually แสดงว่ากระบวนการเกิดขึ้นทีละน้อยตามเวลา ใน be stored as fat คำว่า as นำหน้ารูปแบบที่พลังงานถูกเก็บไว้ จึงหมายถึง “ในรูปของไขมัน” ไม่ใช่ “ในลักษณะที่คล้ายไขมัน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคใหม่ให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้างรูปถูกกระทำในอนาคตที่เน้นไว้: Over the next month, the backup copies ____ encrypted files.

ดูคำตอบ

will gradually be stored as

and we'll gain weight. วลี

0:38

และเราก็จะมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น

ไวยากรณ์

If we consistently put more energy ... than we burn: การกำหนดเงื่อนไขที่เป็นไปได้จริง

อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย If กำหนดเงื่อนไขของผลในประโยคหลัก นั่นคือการรับพลังงานมากกว่าที่ร่างกายเผาผลาญเป็นประจำ ส่วนนี้ยังไม่ใช่ข้อสรุปที่สมบูรณ์เมื่ออยู่เพียงลำพัง เพราะส่วนที่เหลือของประโยคจะบอกผลที่ตามมา เมื่อกล่าวถึงเงื่อนไขจริงที่อาจเกิดขึ้น ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ในอนุประโยค If (put, burn) และใช้ will ในส่วนที่บอกผล (will be stored, we'll gain) คำว่า consistently เน้นว่าความไม่สมดุลนี้เกิดซ้ำ ไม่ใช่เกิดเพียงครั้งเดียว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้างเงื่อนไขจริงและคำว่า use กับ run เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: If we ____ more electricity than the solar panels produce, the battery ____ out.

ดูคำตอบ

use · will run

วลี

we'll gain weight: คำที่ใช้คู่กัน gain weight

gain weight เป็นคำที่ใช้คู่กันตามธรรมชาติ เพื่อบอกว่าร่างกายหนักขึ้นเพราะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ในที่นี้ gain หมายถึง “เพิ่มขึ้นในด้านปริมาณ” ไม่ได้หมายถึง “ชนะ” หรือ “ได้รับ” บางสิ่ง we'll เป็นรูปย่อของ we will ดังนั้น we'll gain weight จึงกล่าวถึงน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นว่าเป็นผลที่จะเกิดในอนาคต

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำคู่ gain + คำนามจากบทเรียนนี้: If I keep eating more food than my body needs, I may ____.

ดูคำตอบ

gain weight

If we burn off more energy than we replenish, โน้ต

0:40

หากเราเผาผลาญพลังงานออกไปมากกว่าที่เติมเข้ามา

we'll lose weight.

0:42

เราก็จะน้ำหนักลด

กริยาวลี

burn off: ใช้พลังงานผ่านกิจกรรม

burn off เป็นกริยาวลีที่หมายถึงใช้พลังงาน แคลอรี หรือไขมันจนลดลง โดยเฉพาะผ่านกิจกรรมทางร่างกาย ในประโยคนี้ burn off more energy หมายถึงใช้พลังงานมากกว่าที่ร่างกายเติมกลับเข้าไป off เพิ่มความหมายของการลดหรือใช้บางสิ่งจนหมด ไม่ได้หมายความว่ามีสิ่งใดติดไฟจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “ใช้ไปผ่านกิจกรรม”: A short run can help you ____ extra energy.

ดูคำตอบ

burn off

ไวยากรณ์

more energy than we replenish: การเปรียบเทียบปริมาณที่ไม่เท่ากัน

more + คำนาม + than + อนุประโยค ใช้เปรียบเทียบปริมาณสองค่า ใน more energy than we replenish นั้น more energy คือปริมาณที่มากกว่า และ we replenish เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ คือพลังงานที่เราเติมกลับเข้าไป than ใช้เริ่มส่วนเปรียบเทียบ ไม่ได้เริ่มผลลัพธ์อีกอย่างหนึ่ง ในอนุประโยค if นี้ ปริมาณพลังงานที่เผาผลาญมากกว่าปริมาณที่เติมกลับ

แบบฝึกหัด

ใช้คำว่า more, energy และ than เพื่อเติมประโยคเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: The solar panel produces 8 units of energy, but the house uses 10. The house uses ____ the panel produces.

ดูคำตอบ

more energy than

So we have to be able to measure the energy we consume and use,

0:44

ดังนั้นเราจึงต้องสามารถวัดพลังงานที่เราบริโภคและนำไปใช้ได้

and we do so with a unit called the calorie. วลี

0:48

และเราทำเช่นนั้นด้วยหน่วยที่เรียกว่าแคลอรี

วลี

we do so with: เลี่ยงการพูดซ้ำและระบุเครื่องมือ

do so ใช้แทนวลีกริยาที่กล่าวไปแล้ว ในที่นี้ we do so หมายถึง we measure the energy we consume and use จึงไม่ต้องพูดการกระทำทั้งหมดซ้ำ with บอกสิ่งที่ใช้ทำการกระทำนั้น คือ a unit called the calorie รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ กล่าวการกระทำก่อน แล้วใช้ do so with + วิธี เครื่องมือ หรือหน่วย

แบบฝึกหัด

ใช้ do so with เพื่อไม่กล่าว test the water ซ้ำ: We need to test the water, and we ____ a simple kit.

ดูคำตอบ

do so with

One calorie,

0:51

หนึ่งแคลอรี

the kind we measure in food, ไวยากรณ์

0:52

ชนิดที่เราวัดในอาหาร

also called a large calorie, การใช้คำ

0:54

เรียกอีกอย่างว่าแคลอรีใหญ่ (กิโลแคลอรี)

ไวยากรณ์

the kind we measure in food: การละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม

นามวลี the kind we measure in food ระบุว่ากำลังพูดถึง calorie ชนิดใด ส่วน we measure in food เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย the kind ไม่ใช่จุดเริ่มต้นของประโยคใหม่ที่สมบูรณ์ มีการละสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรม คือ that หรือ which โดยรูปเต็มคือ the kind that/which we measure in food การละนี้ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ เพราะสรรพนามที่หายไปจะเป็นกรรมของ measure เครื่องหมายจุลภาคทั้งสองด้านทำให้นามวลีทั้งหมดเป็นคำอธิบายแทรกของ One calorie

แบบฝึกหัด

เติมคำภาษาอังกฤษที่ตรงกับความหมายว่า “ที่ชมรมของเราใช้ทำโปสเตอร์” และละสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม: This paper is the kind ____.

ดูคำตอบ

our club uses for posters

is defined as the amount of energy วลี

0:56

ถูกกำหนดให้เป็นปริมาณพลังงาน

it would take to raise the temperature of 1 kg of water ไวยากรณ์

0:58

ที่ต้องใช้ในการเพิ่มอุณหภูมิของน้ำ 1 กิโลกรัม

by 1 °C.

1:02

ขึ้น 1 องศาเซลเซียส

การใช้คำ

also called a large calorie: ชื่อทางเทคนิคของ kilocalorie

วลีลดรูป also called a large calorie เพิ่มชื่ออีกชื่อหนึ่งให้กับหน่วย Calorie ที่ใช้กับอาหาร วลีนี้ขยายได้เป็น which is also called a large calorie โดย called อยู่ในรูปถูกกระทำ หมายความว่าหน่วยนี้ได้รับชื่อนี้ Large calorie เป็นศัพท์เฉพาะ ไม่ใช่คำบรรยายทั่วไปที่หมายถึงแคลอรีซึ่งมีขนาดใหญ่ หนึ่ง large calorie เท่ากับหนึ่ง kilocalorie หรือ 1,000 small calories บนฉลากอาหาร คำว่า Calorie ที่ขึ้นต้นด้วย C ตัวพิมพ์ใหญ่มักหมายถึงหน่วยที่เท่ากับ kilocalorie นี้

แบบฝึกหัด

large calorie ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ใช้อธิบายอาหารทุกชนิดที่มีพลังงานมาก
  2. หมายความว่าคำว่า calorie ที่พิมพ์ออกมามีขนาดใหญ่จริง ๆ
  3. เป็นชื่อทางเทคนิคอีกชื่อหนึ่งของหนึ่ง kilocalorie
ดูคำตอบ

เป็นชื่อทางเทคนิคอีกชื่อหนึ่งของหนึ่ง kilocalorie

วลี

is defined as: ใช้เริ่มคำนิยามมาตรฐาน

X is defined as Y เป็นโครงสร้างประโยคกรรมวาจกที่ใช้ให้คำนิยาม โดย Y ระบุความหมายที่แน่นอนของ X ดังนั้นในประโยคนี้ กลุ่มคำนามหลัง as จึงบอกปริมาณพลังงานมาตรฐานที่คำศัพท์นั้นหมายถึง as ในที่นี้ใช้เชื่อมไปยังเนื้อหาของคำนิยาม ไม่ได้หมายถึง “ในแบบเดียวกับ” รูปกรรมวาจกช่วยเน้นคำศัพท์และความหมายของมัน แทนที่จะเน้นผู้ที่สร้างคำนิยาม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้โครงสร้างกรรมวาจกสำหรับให้คำนิยามจากบทเรียน: In geometry, a square ____ a shape with four equal sides and four right angles.

ดูคำตอบ

is defined as

ไวยากรณ์

it would take to raise: บอกสิ่งที่ต้องใช้ภายใต้เงื่อนไขสมมติ

ใน the amount of energy it would take to raise ... อนุประโยค it would take ... to raise ... ระบุปริมาณที่ต้องใช้ หรือก็คือต้องใช้พลังงานเท่าใดเพื่อทำให้อุณหภูมิสูงขึ้น โครงสร้างนี้มาจาก It would take an amount of energy to raise the temperature. เมื่ออยู่ในกลุ่มคำนาม จะละ that ซึ่งแทนปริมาณหลัง take ได้: the amount of energy (that) it would take to raise .... ในที่นี้ it เพียงทำหน้าที่อยู่ในตำแหน่งประธาน ไม่ได้หมายถึงพลังงาน Would ใช้ตั้งการคำนวณแบบสมมติภายใต้เงื่อนไขที่ระบุ ไม่ได้บอกเหตุการณ์ในอดีต ใน take an amount of energy to raise something คำว่า take หมายถึง “ต้องใช้” และ raise ต้องตามด้วยกรรม เช่น raise the temperature

แบบฝึกหัด

เติมการประมาณแบบสมมติโดยใช้โครงสร้างจากบทเรียน: With a lighter design, ____ less energy to move the robot.

ดูคำตอบ

it would take

Everything we consume has a calorie count, วลี

1:05

ทุกสิ่งที่เราบริโภคเข้าไปมีปริมาณแคลอรี

วลี

has a calorie count: แสดงค่าจำนวนแคลอรีเป็นตัวเลข

ใน has a calorie count คำว่า count เป็นคำนาม หมายถึงจำนวนหรือค่าที่คำนวณได้ วลีนี้บอกว่าสิ่งที่เรากินหรือดื่มสามารถระบุปริมาณแคลอรีเป็นตัวเลขได้ โดย count ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการนับ calorie count พบได้บ่อยบนฉลากอาหาร เมนู และข้อมูลสุขภาพ และทำหน้าที่เป็นนามวลีในรูปอย่าง check the calorie count และ a high calorie count

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าอาหารทุกรายการในเมนูมีค่าจำนวนแคลอรีที่เป็นตัวเลข

  1. Each item on the menu has a calorie count.
  2. Each item on the menu is a calorie counter.
  3. Each item on the menu counts one calorie.
ดูคำตอบ

Each item on the menu has a calorie count.

a measure of how much energy ลำดับความ

1:08

ซึ่งเป็นตัววัดว่ามีพลังงานเท่าใด

the item stores in its chemical bonds. การใช้คำ

1:10

ที่สิ่งนั้นสะสมอยู่ในพันธะเคมีของมัน

ลำดับความ

a measure of how much energy: วลีขยายที่อธิบายคำก่อนหน้า

นามวลี a measure of how much energy ... กล่าวซ้ำพร้อมอธิบายคำก่อนหน้า calorie count โครงสร้างนี้เป็นส่วนขยายแบบวางเคียงหรือ appositive โดยผู้พูดวางคำจำกัดความต่อจากคำศัพท์ทันที แทนที่จะเริ่มประโยคใหม่ ในที่นี้ a measure หมายถึงตัวชี้วัดหรือวิธีแสดงสิ่งหนึ่งเป็นตัวเลข อนุประโยค how much บอกข้อมูลที่ตัวชี้วัดนั้นแสดง นั่นคือสิ่งนั้นเก็บพลังงานไว้มากเพียงใด Measure ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ใช่คำสั่งให้ทำการวัด

แบบฝึกหัด

a measure of how much energy ... ทำหน้าที่จัดข้อมูลในประโยคอย่างไร

  1. บอกให้ผู้อ่านทำการวัดใหม่
  2. แนะนำพันธะเคมีอีกประเภทหนึ่ง
  3. อธิบายว่าคำก่อนหน้า calorie count แทนข้อมูลอะไร
ดูคำตอบ

อธิบายว่าคำก่อนหน้า calorie count แทนข้อมูลอะไร

การใช้คำ

store energy in its chemical bonds: เก็บพลังงานไว้ในพันธะเคมีของมัน

ในบริบททางวิทยาศาสตร์นี้ the item หมายถึงอาหาร และ stores ... in its chemical bonds หมายความว่าพลังงานถูกเก็บไว้ในพันธะเคมีภายในโมเลกุลของอาหาร chemical bonds คือแรงที่ยึดอะตอมเข้าด้วยกัน ไม่ใช่ความสัมพันธ์ระหว่างคน เมื่อต้องการสร้างประโยคที่สมบูรณ์และนำไปใช้ซ้ำได้ ให้ใช้รูปแบบ ประธาน + store + energy + in + chemical bonds เช่น Food stores energy in its chemical bonds. ในที่นี้ store มักต้องมีกรรมเพื่อบอกว่าสิ่งที่ถูกเก็บคืออะไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าโมเลกุลเก็บพลังงานไว้ในพันธะเคมีของมัน

  1. A glucose molecule stores energy in its chemical bonds.
  2. A glucose molecule stores in its chemical bonds.
  3. A glucose molecule stores its chemical bonds in energy.
ดูคำตอบ

A glucose molecule stores energy in its chemical bonds.

The average pizza slice has 272 calories.

1:13

พิซซ่าหนึ่งชิ้นโดยเฉลี่ยมี 272 แคลอรี

There are about 78 in a piece of bread,

1:17

ในขนมปังหนึ่งแผ่นมีประมาณ 78 แคลอรี

and an apple has about 52.

1:20

และแอปเปิ้ลหนึ่งผลมีประมาณ 52 แคลอรี

That energy is released during digestion and stored in other molecules ไวยากรณ์

1:23

พลังงานนั้นถูกปลดปล่อยระหว่างการย่อยอาหารและถูกเก็บไว้ในโมเลกุลอื่นๆ

that can be broken down to provide energy กริยาวลี

1:28

ซึ่งสามารถแตกตัวเพื่อให้พลังงานได้

when the body needs it.

1:30

ในยามที่ร่างกายต้องการ

ไวยากรณ์

is released ... and stored ...: ใช้กริยาช่วยหนึ่งคำกับกริยากรรมวาจกสองคำ

That energy เป็นสิ่งที่รับการกระทำทั้งสองอย่าง คือถูกปล่อยออกมาระหว่างการย่อยอาหาร แล้วถูกเก็บไว้ในโมเลกุลอื่น released และ stored แสดงกระบวนการสองขั้นที่เกิดตามกัน ไม่ใช่กระบวนการเดียวกัน กริยาช่วย is เพียงคำเดียวใช้ร่วมกับกริยาช่องสามทั้งสองคำ รูปเต็มคือ is released ... and is stored ... แต่ภาษาอังกฤษมักละ is ตัวที่สอง โครงสร้างกรรมวาจกแบบเชื่อมนี้ทำให้สสารหรือพลังงานยังคงเป็นหัวข้อเมื่อผู้ทำกริยาไม่สำคัญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้กรรมวาจกแบบเชื่อมเพื่อให้ energy เป็นสิ่งที่รับการกระทำสองอย่าง

  1. During charging, energy is transferring and storing the battery.
  2. During charging, energy transfers and stores in the battery.
  3. During charging, energy is transferred and stored in the battery.
ดูคำตอบ

During charging, energy is transferred and stored in the battery.

กริยาวลี

can be broken down — โครงสร้างกรรมวาจกที่หมายถึง “สามารถย่อยสลายได้”

ในบริบทชีววิทยาหรือเคมีนี้ can be broken down หมายความว่าโมเลกุลสามารถถูกย่อยให้เป็นส่วนประกอบที่เล็กลงและนำไปใช้ได้ ในที่นี้ break down หมายถึง “ย่อยสลาย” ไม่ใช่ “หยุดทำงาน” หรือ “เสียหลักทางอารมณ์” โครงสร้างคือ can + be + past participle เป็นกรรมวาจกเพราะโมเลกุลเป็นฝ่ายรับการกระทำ วลี infinitive to provide energy บอกผลที่เกิดจากการย่อยสลาย นั่นคือการให้พลังงาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ can และรูปกรรมวาจกของ break down: During digestion, large food molecules ____ into smaller parts by enzymes.

ดูคำตอบ

can be broken down

It's used in three ways. ลำดับความ

1:32

มันถูกนำไปใช้ใน 3 วิธี

ลำดับความ

It's used in three ways. — การเกริ่นว่าจะมีรายการสามข้อ

ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นสัญญาณบอกโครงสร้างของคำอธิบายที่ตามมา โดยบอกว่าพลังงานที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ถูกใช้เพื่อจุดประสงค์สามแบบ ผู้ฟังจึงคาดว่าจะมีประเด็นสามข้อต่อจากนี้ three ways หมายถึงการใช้สามแบบ ไม่ใช่อาหารสามชนิด โดยทั่วไป ประโยคอย่าง X is used in three ways จะบอกจำนวนและประเภทของประเด็นก่อนเริ่มแจกแจง กรอบข้อมูลนี้ทำให้ติดตามคำอธิบายได้ง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดบอกอย่างชัดเจนว่าต่อไปจะมีรายการวิธีช่วยเหลือสามวิธี?

  1. The program supports families because free meals are important.
  2. The program supports three families. They receive free meals.
  3. The program supports families in three ways. First, it provides free meals.
ดูคำตอบ

The program supports families in three ways. First, it provides free meals.

About 10% enables digestion,

1:34

ประมาณ 10% ช่วยในการย่อยอาหาร

about 20% fuels physical activity, วลี

1:36

ประมาณ 20% เป็นพลังงานสำหรับกิจกรรมทางกาย

วลี

fuels physical activity: ให้พลังงานแก่กิจกรรมทางกาย

ในที่นี้ fuels เป็นคำกริยา หมายถึง “ให้พลังงานแก่” หรือ “ขับเคลื่อน” ประธาน about 20% หมายถึงพลังงานประมาณหนึ่งในห้าที่กำลังกล่าวถึง ส่วน physical activity คือกระบวนการที่ได้รับพลังงานนั้น เมื่อเป็นคำกริยา fuel ไม่ได้ใช้เฉพาะกับน้ำมันเชื้อเพลิงเท่านั้น แต่ใช้บอกว่าอาหารให้พลังงาน หรือบางสิ่งทำให้กระบวนการดำเนินต่อไปได้ โดยตามด้วยกรรมโดยตรง เช่น food fuels exercise และไม่ใช้ with

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fuel เป็นคำกริยาในความหมายว่า “ให้พลังงานแก่กิจกรรม”?

  1. A balanced lunch can fuel your afternoon activities.
  2. A balanced lunch can be fuel your afternoon activities.
  3. A balanced lunch can fuel with your afternoon activities.
ดูคำตอบ

A balanced lunch can fuel your afternoon activities.

and the biggest chunk, สำนวน

1:39

และส่วนที่ใหญ่ที่สุด

around 70%,

1:41

ประมาณ 70%

supports the basic functions of our organs and tissues.

1:42

สนับสนุนการทำงานพื้นฐานของอวัยวะและเนื้อเยื่อของเรา

สำนวน

the biggest chunk: สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด

ในที่นี้ the biggest chunk หมายถึง “ส่วนหรือสัดส่วนที่ใหญ่ที่สุด” ของยอดรวม chunk ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงก้อนวัตถุจริง วลี around 70% ซึ่งคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค บอกว่าส่วนนั้นมีขนาดเท่าใด การใช้ chunk ทำให้คำอธิบายตัวเลขฟังเห็นภาพและเข้าใจง่ายขึ้น

แบบฝึกหัด

ในประโยค “Housing takes the biggest chunk of our monthly budget.” คำว่า the biggest chunk หมายถึงอะไร?

  1. สิ่งของที่หนักที่สุดซึ่งซื้อด้วยงบประมาณนั้น
  2. สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของงบประมาณ
  3. บัญชีธนาคารแยกต่างหากสำหรับค่าที่อยู่อาศัย
ดูคำตอบ

สัดส่วนที่ใหญ่ที่สุดของงบประมาณ

That third usage corresponds to your basal metabolic rate, โน้ต

1:47

การใช้งานส่วนที่สามนั้นสอดคล้องกับอัตราการเผาผลาญพื้นฐานของคุณ

วลี

corresponds to: แสดงว่าสิ่งหนึ่งสอดคล้องกับอีกสิ่งหนึ่ง

Corresponds to หมายถึง “สอดคล้องกับ” หรือ “เป็นตัวแทนของ” ในที่นี้ การใช้พลังงานประเภทที่สามสอดคล้องกับปริมาณที่อธิบายว่าเป็นอัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐานของคุณ โครงสร้างคือ correspond to + คำนาม เนื่องจาก That third usage เป็นเอกพจน์ กริยาจึงเติม -s เป็น corresponds และ to ก็เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างนี้

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างให้สมบูรณ์: Each blue symbol corresponds ____ a water station.

ดูคำตอบ

to

a number of calories you would need to survive ไวยากรณ์

1:51

ซึ่งก็คือจำนวนแคลอรีที่คุณจำเป็นต้องใช้เพื่อการอยู่รอด

if you weren't eating or moving around.

1:54

หากคุณไม่ได้กินหรือเคลื่อนไหวไปมา

การใช้คำ

your basal metabolic rate: พลังงานที่ใช้รักษาการทำงานพื้นฐานขณะพัก

Basal metabolic rate มักย่อว่า BMR และหมายถึง “อัตราการเผาผลาญพลังงานพื้นฐาน” คืออัตราที่ร่างกายใช้พลังงานขณะพักเพื่อให้การทำงานที่จำเป็นดำเนินต่อไป เช่น การหายใจ การไหลเวียนเลือด และการทำงานของอวัยวะ ในประโยคนี้ ข้อความหลังเครื่องหมายจุลภาคให้คำอธิบายอย่างง่ายว่าเป็นแคลอรีที่จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่โดยไม่กินอาหารหรือเคลื่อนไหว Basal หมายถึง “ในระดับพื้นฐาน” metabolic เกี่ยวข้องกับวิธีที่ร่างกายใช้พลังงาน และ rate หมายถึงความเร็วในการใช้พลังงาน BMR ไม่รวมพลังงานเพิ่มเติมทั้งหมดที่ใช้ในการทำกิจกรรมทางกายหรือย่อยอาหาร

แบบฝึกหัด

คำจำกัดความใดตรงกับ basal metabolic rate มากที่สุด

  1. พลังงานที่ใช้เฉพาะระหว่างออกกำลังกาย
  2. จำนวนแคลอรีทั้งหมดในอาหารทุกอย่างที่คนหนึ่งกิน
  3. อัตราที่ร่างกายใช้พลังงานขณะพักเพื่อรักษาการทำงานที่จำเป็น
ดูคำตอบ

อัตราที่ร่างกายใช้พลังงานขณะพักเพื่อรักษาการทำงานที่จำเป็น

ไวยากรณ์

would need ... if you weren't ...: ความจำเป็นในสถานการณ์สมมติ

Would need ... if ... ใช้บอกสิ่งที่จำเป็นภายใต้เงื่อนไขสมมติ ในประโยคนี้ would need to survive หมายถึงพลังงานจำนวนนี้จำเป็นต่อการมีชีวิตอยู่ ส่วน if you weren't eating or moving around เป็นเงื่อนไขแบบง่ายที่สมมติขึ้น ในรูปแบบนี้ weren't มีรูปเป็นอดีตกาล แต่ไม่ได้กล่าวถึงอดีต เมื่อใช้ร่วมกับ would จะบอกว่าเป็นกรณีสมมติที่ใช้กำหนดค่าพื้นฐาน ไม่ใช่คำแนะนำให้หยุดกินอาหารหรือหยุดเคลื่อนไหว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกความจำเป็นในสถานการณ์สมมติโดยใช้รูปแบบ would ... if + รูปอดีต

  1. You needed warm clothes because it was cold yesterday.
  2. You would need warm clothes if you lived near the North Pole.
  3. You will need warm clothes if you travel north next week.
ดูคำตอบ

You would need warm clothes if you lived near the North Pole.

Add in some physical activity and digestion, กริยาวลี

1:57

เมื่อบวกกิจกรรมทางกายเล็กน้อยและการย่อยอาหารเข้าไป

กริยาวลี

Add in: รวมปัจจัยเพิ่มเติมเข้าในการคำนวณ

Add in หมายถึงการนำรายการหรือปัจจัยเพิ่มเติมเข้าไปรวมในการคำนวณ แผน หรือคำอธิบาย ในคำสั่งนี้ ผู้ฟังได้รับคำบอกให้รวมกิจกรรมทางกายและการย่อยอาหารเพิ่มเติมจากค่าพื้นฐาน คำว่า in เน้นการนำสิ่งที่ยังไม่เคยนับมารวมไว้ในยอดรวม ในประโยคนี้ไม่ได้หมายถึงการนำวัตถุใส่เข้าไปในภาชนะจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ add in ในความหมายว่า “รวมปัจจัยเพิ่มเติมไว้ในการคำนวณ”

  1. The delay added to our travel time.
  2. Add up the ticket prices to find the total.
  3. Add in the parking fee before you compare the final prices.
ดูคำตอบ

Add in the parking fee before you compare the final prices.

and you arrive at the official guidelines วลี

1:59

คุณก็จะถึงเกณฑ์ตามแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นทางการ

for how many calories the average person requires each day.

2:02

สำหรับจำนวนแคลอรีที่คนทั่วไปต้องการในแต่ละวัน

วลี

you arrive at the official guidelines: ใช้ arrive at เมื่อได้ผลลัพธ์เชิงนามธรรม

ในประโยคนี้ arrive at หมายถึงการได้หรือไปถึงผลลัพธ์หลังจากคำนวณหรือใช้เหตุผล ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปถึงสถานที่ เมื่อนำพลังงานที่ใช้กับกิจกรรมทางกายและการย่อยอาหารมารวมในการคำนวณก่อนหน้า ก็จะได้ตัวเลขในแนวทางอย่างเป็นทางการ โครงสร้าง arrive at + ผลลัพธ์เชิงนามธรรม แสดงว่าผลลัพธ์เป็นจุดสิ้นสุดของกระบวนการ มักใช้กับคำนามอย่าง conclusion, decision, estimate หรือ solution

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ arrive at: After comparing all three plans, we ____ the same decision.

ดูคำตอบ

arrived at

2,000 for women

2:06

2,000 แคลอรีสำหรับผู้หญิง

and 2,500 for men.

2:07

และ 2,500 แคลอรีสำหรับผู้ชาย

Those estimates are based on factors like average weight, วลี

2:10

การประเมินเหล่านี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น น้ำหนักเฉลี่ย

physical activity,

2:13

กิจกรรมทางกาย

and muscle mass.

2:14

และมวลกล้ามเนื้อ

วลี

Those estimates are based on factors: โครงสร้าง be based on ที่ใช้บอกหลักเกณฑ์

ใน Those estimates are based on factors คำว่า be based on หมายถึงสิ่งหนึ่งถูกสร้างหรือสนับสนุนโดยใช้ข้อมูลบางอย่าง estimates เป็นผลลัพธ์ ส่วน factors เป็นหลักที่นำมาใช้ ภาษาอังกฤษจึงใช้โครงสร้างกรรมวาจก A is/are based on B Like ใช้ยกตัวอย่าง ไม่ได้หมายถึงรายการทั้งหมด ในที่นี้น้ำหนักเฉลี่ย กิจกรรมทางกาย และมวลกล้ามเนื้อเป็นข้อมูลบางส่วนที่ใช้สร้างค่าประมาณ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ be based on: The safety rule ____ factors like speed and visibility.

ดูคำตอบ

is based on

So does that mean everyone should shoot for around 2,000 calories? กริยาวลี

2:16

แล้วนั่นหมายความว่าทุกคนควรตั้งเป้าไว้ที่ประมาณ 2,000 แคลอรีใช่ไหม?

กริยาวลี

should shoot for: ตั้งตัวเลขเป็นเป้าหมาย

ในคำถามนี้ should ใช้เพื่อให้คำแนะนำ ส่วน shoot for หมายถึง “ตั้งบางสิ่งเป็นเป้าหมายและพยายามไปให้ถึง” ผู้พูดกำลังถามว่าทุกคนควรใช้ประมาณ 2,000 แคลอรีเป็นเป้าหมายหรือไม่ shoot ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ยิง” ตามตัวอักษร โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ shoot for + ตัวเลข ผลลัพธ์ หรือความสำเร็จ ซึ่งสื่อถึงเป้าหมาย ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ shoot for อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่า “ตั้งบางสิ่งเป็นเป้าหมาย”

  1. We should shoot at a response time under two seconds.
  2. We should shoot for a response time under two seconds.
  3. We should shoot for to get a response time under two seconds.
ดูคำตอบ

We should shoot for a response time under two seconds.

Not necessarily. น้ำเสียง/เจตนา

2:20

ก็ไม่จำเป็นเสมอไป

น้ำเสียง/เจตนา

Not necessarily: บอกว่าข้อสรุปไม่ได้แน่นอนเสมอไป

Not necessarily เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่ตั้งข้อสงสัยต่อความแน่นอนของข้อสรุปก่อนหน้า ในที่นี้หมายความว่าเป้าหมายประมาณ 2,000 แคลอรีไม่ได้เหมาะกับทุกคนโดยอัตโนมัติ คำตอบนี้ยังเปิดโอกาสให้แนวคิดนั้นเป็นจริงได้ในบางกรณี ต่างจากการตอบ no แบบปฏิเสธทั้งหมด เพราะมีความหมายว่า “อาจเป็นจริง แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นจริงเสมอไป”

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า “The bus is late, so the driver must be careless.” คำตอบใดตั้งข้อสงสัยต่อข้อสรุปนี้โดยไม่บอกว่าเป็นไปไม่ได้

  1. Yes, definitely.
  2. Not necessarily.
  3. No, that is impossible.
ดูคำตอบ

Not necessarily.

If you're doing an energy-guzzling activity like cycling the Tour de France, สำนวน

2:22

หากคุณกำลังทำกิจกรรมที่สิ้นเปลืองพลังงานมากอย่างการปั่นจักรยานตูร์เดอฟร็องส์

สำนวน

energy-guzzling activity: กิจกรรมที่ใช้พลังงานมหาศาล

energy-guzzling หมายถึง “ที่ใช้พลังงานปริมาณมหาศาล” คำนี้เปรียบกิจกรรมราวกับว่ากำลังดื่มพลังงานอึกใหญ่ ๆ อย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้มีอะไรดื่มพลังงานจริง ๆ energy-guzzling เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และวางไว้หน้า activity โดย energy บอกสิ่งที่ถูกใช้ ส่วน guzzling เน้นการใช้ในปริมาณมาก สำนวนนี้จึงทำให้ความต้องการพลังงานที่สูงมากเห็นภาพชัดขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีที่มีเครื่องหมายยัติภังค์และหมายถึง “กิจกรรมที่ใช้พลังงานปริมาณมหาศาล”: Hiking through deep snow can be an ____.

ดูคำตอบ

energy-guzzling activity

your body could use up to 9,000 calories per day. วลี

2:26

ร่างกายของคุณอาจใช้พลังงานถึง 9,000 แคลอรีต่อวัน

วลี

could use up to ... calories per day: ขีดจำกัดบนที่อาจเป็นไปได้

ใน could use up to 9,000 calories per day คำว่า up to ระบุว่า 9,000 เป็นค่าสูงสุดที่อาจไปถึงได้ ร่างกายอาจใช้พลังงานน้อยกว่านี้ ประโยคไม่ได้บอกว่าจะใช้ครบ 9,000 แคลอรีทุกครั้ง could เพิ่มความหมายว่าเป็นไปได้ use ในที่นี้หมายถึง “ใช้หรือเผาผลาญ” และ per day ระบุช่วงเวลาที่ใช้วัด รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ could + คำกริยา + up to + ตัวเลข + หน่วย + per + ช่วงเวลา

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่ระบุว่า 800 เป็นค่าสูงสุดที่เป็นไปได้: In summer, the pool could welcome ____ 800 visitors per day.

ดูคำตอบ

up to

Pregnancy requires slightly more calories than usual, ไวยากรณ์

2:30

การตั้งครรภ์ต้องการแคลอรีมากกว่าปกติเล็กน้อย

ไวยากรณ์

slightly more ... than usual: เพิ่มขึ้นจากปกติเล็กน้อย

ใน slightly more calories than usual โครงสร้าง more ... than เปรียบเทียบปริมาณแคลอรีกับปริมาณตามปกติ ส่วน than usual ระบุเกณฑ์เปรียบเทียบ และ slightly จำกัดระดับความต่าง จึงหมายถึงเพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อย ไม่ใช่เพิ่มขึ้นมาก รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ slightly more + คำนาม + than usual ใช้บอกการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยอย่างระมัดระวังโดยไม่กล่าวเกินจริง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ slightly more ... than usual: The repair took ____.

ดูคำตอบ

slightly more time than usual

and elderly people typically have a slower metabolic rate. การใช้คำ

2:34

และผู้สูงอายุมักมีอัตราการเผาผลาญที่ช้ากว่า

การใช้คำ

slower metabolic rate: อัตราการใช้พลังงานที่ช้าลง

Metabolic rate คืออัตราที่ร่างกายใช้พลังงาน a slower metabolic rate หมายถึงโดยทั่วไปร่างกายใช้พลังงานในอัตราที่ช้ากว่าเมื่อเทียบกับเกณฑ์หนึ่ง ในที่นี้ rate หมายถึงอัตราที่วัดได้ ไม่ใช่ราคา ส่วน slower บรรยายความเร็วของการใช้พลังงาน หากเน้นระดับของค่าที่วัดได้มากกว่าความเร็ว ก็พบการใช้ lower metabolic rate ได้บ่อยเช่นกัน

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ a slower metabolic rate มากที่สุด

  1. โดยทั่วไปร่างกายใช้พลังงานในอัตราที่ช้ากว่า
  2. บุคคลนั้นเคลื่อนไหวช้าเสมอ
  3. อาหารถูกขายในราคาที่ต่ำลง
ดูคำตอบ

โดยทั่วไปร่างกายใช้พลังงานในอัตราที่ช้ากว่า

Energy is burned more gradually,

2:37

พลังงานจะถูกเผาผลาญอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น

so less is needed.

2:39

ดังนั้นจึงต้องการพลังงานน้อยลง

Here's something else you should know before you start counting calories. ลำดับความ

2:41

นี่ยังมีสิ่งอื่นที่คุณควรรู้ก่อนจะเริ่มนับแคลอรี

ลำดับความ

Here's something else you should know before ...: การเกริ่นประเด็นสำคัญเรื่องใหม่

โครงสร้าง Here's something else you should know before ... ใช้เกริ่นประเด็นสำคัญเพิ่มอีกหนึ่งเรื่อง และนำเสนอว่าเป็นข้อมูลที่ควรรู้ก่อนลงมือทำบางอย่าง something else หมายถึงข้อมูลเพิ่มเติมจากสิ่งที่อธิบายไปแล้ว ส่วน before เชื่อมประเด็นใหม่นี้เข้ากับการกระทำที่ตามมา เมื่อใช้เป็นคำเชื่อม โครงสร้างนี้บอกผู้ฟังว่าข้อมูลต่อไปอาจเพิ่มข้อจำกัดหรือแก้ความเข้าใจแบบง่ายที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ในประโยคนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเสริมข้อเท็จจริงที่ไม่เกี่ยวข้อง แต่เป็นการเตรียมผู้ฟังให้รู้ว่ามีเงื่อนไขสำคัญที่ต้องพิจารณาก่อนนับแคลอรี

แบบฝึกหัด

เติมคำเชื่อมด้วยวลีเป้าหมาย: ____ you choose a summer camp.

ดูคำตอบ

Here's something else you should know before

The calorie counts on nutrition labels measure how much energy the food contains,

2:44

การนับแคลอรีบนฉลากโภชนาการเป็นการวัดปริมาณพลังงานที่อาหารนั้นมีอยู่

not how much energy you can actually get out of it. โน้ต

2:50

ไม่ใช่พลังงานที่คุณจะได้รับจากมันจริงๆ

ลำดับความ

not how much energy you can actually get out of it: จำกัดขอบเขตการวัดด้วย A ไม่ใช่ B

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง measure A, not B เพื่อระบุให้ชัดเจนว่าตัวเลขบนฉลากแสดงถึงอะไร อนุประโยค how much แรกระบุปริมาณที่วัด ส่วนอนุประโยค not how much ที่เน้นไว้ปฏิเสธการตีความอีกแบบหนึ่ง not ปฏิเสธเฉพาะความเป็นไปได้ที่สอง ไม่ได้หมายความว่าจำนวนแคลอรีไม่มีประโยชน์ actually เน้นความแตกต่างระหว่างพลังงานที่อาหารมีอยู่กับพลังงานที่คนเราสามารถได้รับจากอาหารนั้นจริง ๆ get energy out of food หมายถึงได้รับพลังงานจากอาหาร โดยทั่วไป โครงสร้าง A, not B ช่วยบอกข้อมูลที่ถูกต้องและตัดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้นได้ทันที

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง A, not B แบบเดียวกันเพื่อบอกว่าบันทึกแสดงอะไรและตัดความเข้าใจผิดที่อาจเกิดขึ้น?

  1. The survey records who replied, not who actually read every question.
  2. The survey records who replied, so every question was read.
  3. The survey records neither replies nor questions.
ดูคำตอบ

The survey records who replied, not who actually read every question.

กริยาวลี

get ... out of it: ได้รับบางสิ่งจากแหล่งที่มา

ในโครงสร้าง get something out of something คำที่อยู่ระหว่าง get กับ out of ระบุสิ่งที่ได้รับ ส่วนวลีนามหลัง out of ระบุแหล่งที่มา ในที่นี้ how much energy คือสิ่งที่ได้รับ และ it หมายถึงอาหาร กล่าวคือ ร่างกายสามารถได้รับพลังงานที่นำไปใช้ได้ในปริมาณนั้นจากอาหาร เนื่องจาก how much energy อยู่ต้นอนุประโยคที่ใหญ่กว่า ส่วนต่าง ๆ ของโครงสร้างนี้จึงแยกออกจากกันในคำบรรยาย รูปพื้นฐานคือ get energy out of food และโครงสร้างเดียวกันนี้ยังใช้กล่าวถึงการได้รับคุณค่า ข้อมูล หรือประโยชน์จากประสบการณ์หรือทรัพยากรได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ get ... out of ... ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากหลักสูตร

  1. The course was difficult, but I got out of a lot of useful information.
  2. The course was difficult, but I got it out of useful information.
  3. The course was difficult, but I got a lot of useful information out of it.
ดูคำตอบ

The course was difficult, but I got a lot of useful information out of it.

Fibrous foods like celery and whole wheat take more energy to digest. โน้ต

2:54

อาหารที่มีเส้นใยอย่างขึ้นฉ่ายและโฮลวีตต้องใช้พลังงานในการย่อยมากกว่า

การใช้คำ

Fibrous foods: อาหารที่มีใยอาหารสูง

ในบริบทด้านโภชนาการนี้ fibrous foods หมายถึงอาหารที่มีใยอาหารมาก โดยยกเซเลอรีและโฮลวีตเป็นตัวอย่าง ดังนั้น fibrous จึงจำแนกอาหารตามปริมาณใยอาหาร ไม่ได้หมายถึงเพียงสัมผัสที่หยาบเท่านั้น

แบบฝึกหัด

ในประโยคเกี่ยวกับโภชนาการนี้ fibrous foods หมายถึงอะไร

  1. อาหารที่ไม่มีคาร์โบไฮเดรต
  2. อาหารที่เคี้ยวยากเสมอ
  3. อาหารที่มีใยอาหารมาก
ดูคำตอบ

อาหารที่มีใยอาหารมาก

วลี

take more energy to digest: take + ทรัพยากร + to do

ในที่นี้ take หมายถึง “ต้องใช้หรือใช้ไป” ไม่ใช่ “หยิบหรือเอา” โครงสร้าง take + ทรัพยากรหรือปริมาณ + to-infinitive บอกว่าการกระทำหนึ่งต้องใช้อะไร ดังนั้น take more energy to digest จึงหมายความว่าการย่อยต้องใช้พลังงานมากกว่า foods เป็นประธานทางไวยากรณ์ของ take ส่วนผู้ทำกริยา digest ที่เข้าใจกันคือร่างกาย โครงสร้างนี้วางสิ่งหรืองานที่ต้องใช้ทรัพยากรไว้ข้างหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้ take + more time + to ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Because the archive is large, it will ____ download.

ดูคำตอบ

take more time to

So you'd actually wind up with less energy from a 100-calorie serving of celery โน้ต

2:59

ดังนั้นคุณจะได้รับพลังงานจากขึ้นฉ่ายขนาด 100 แคลอรีน้อยกว่า

than a 100-calorie serving of potato chips.

3:04

เมื่อเทียบกับมันฝรั่งทอดขนาด 100 แคลอรี

กริยาวลี

wind up with less energy: ผลลัพธ์สุดท้าย

wind up with + คำนาม หมายถึง “ในที่สุดก็มีหรือได้รับบางสิ่งจากผลของกระบวนการหนึ่ง” ในที่นี้ you’d เป็นรูปย่อของ you would และผลสุดท้ายคือ less energy คำว่า actually เน้นว่าผลจริงต่างจากสิ่งที่ฉลาก 100 แคลอรีเท่ากันทั้งสองรายการอาจทำให้คาดไว้ wind up with มักนำเสนอผลลัพธ์ว่าไม่ได้วางแผนไว้ น่าประหลาดใจ หรือต่างจากที่คาดก่อนหน้า ในความหมายนี้ wind up ไม่ได้หมายถึงการบิดหรือม้วนสิ่งของ

แบบฝึกหัด

ใช้ wind up with เติมประโยคให้สมบูรณ์: If we ignore the budget, we may ____ no money for repairs.

ดูคำตอบ

wind up with

วลี

a 100-calorie serving of: อาหารหนึ่งหน่วยที่มี 100 แคลอรี

ในบริบทของอาหารและโภชนาการ a serving of + อาหาร หมายถึงอาหารชนิดนั้นหนึ่งหน่วยบริโภคตามปริมาณที่กำหนด ไม่ใช่การให้บริการหรือเสิร์ฟอาหารแก่ใคร A 100-calorie serving of celery หมายถึงขึ้นฉ่ายหนึ่งหน่วยบริโภคที่มี 100 แคลอรี ในที่นี้ 100-calorie เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย serving เมื่อใช้ตัวเลขและหน่วยร่วมกันเพื่อขยายคำนามที่ตามหลัง หน่วยจะอยู่ในรูปเอกพจน์และส่วนต่าง ๆ จะเชื่อมด้วยยัติภังค์ ประโยคนี้ใช้ than เพื่อเปรียบเทียบอาหารต่างชนิดกันสองอย่างในปริมาณที่ให้แคลอรีเท่ากัน

แบบฝึกหัด

ใช้ 200-calorie, serving และ of ตามลำดับที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The bowl contains a ____ soup.

ดูคำตอบ

200-calorie serving of

Not to mention the fact that some foods offer nutrients like protein and vitamins, ลำดับความ

3:07

ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ว่าอาหารบางชนิดให้สารอาหารเช่นโปรตีนและวิตามิน

while others provide far less nutritional value. การใช้คำ

3:12

ในขณะที่บางชนิดให้คุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่ามาก

ลำดับความ

Not to mention the fact that: การเพิ่มประเด็นสนับสนุนอีกข้อ

Not to mention the fact that ใช้เพิ่มข้อเท็จจริงอีกข้อหลังจากที่ได้เสนอเหตุผลหรือประเด็นหนึ่งไปแล้ว โดยบอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงใหม่นี้ยิ่งช่วยสนับสนุนข้อโต้แย้งเดิม คำเหล่านี้ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าจะไม่กล่าวถึงข้อเท็จจริงนั้น ผู้พูดจะบอกข้อเท็จจริงนั้นทันที ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวพาจากประเด็นก่อนหน้าเรื่องพลังงานที่ร่างกายนำไปใช้ได้ ไปสู่อีกเหตุผลหนึ่งที่คุณภาพอาหารมีความสำคัญ นั่นคืออาหารแต่ละชนิดมีสารอาหารและคุณค่าทางโภชนาการต่างกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Not to mention the fact that เป็นคำเชื่อมเพื่อเพิ่มเหตุผลสนับสนุนอีกข้อหนึ่ง

  1. She forgot to mention the fact that the heating was broken.
  2. The apartment is noisy, not to mention the fact that the heating is broken.
  3. He asked us not to mention the fact that the heating was broken.
ดูคำตอบ

The apartment is noisy, not to mention the fact that the heating is broken.

การใช้คำ

provide far less nutritional value: ให้คุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่ามาก

provide nutritional value หมายถึง “ให้สารอาหารที่เป็นประโยชน์” ในที่นี้ value หมายถึงประโยชน์ทางโภชนาการของอาหาร ไม่ใช่ราคา far ใช้เน้นคำเปรียบเทียบ less ดังนั้น far less จึงหมายถึง “มีปริมาณน้อยกว่ามาก” nutritional value ถือเป็นแนวคิดที่นับไม่ได้ จึงใช้ less ไม่ใช่ fewer

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ถูกต้องว่าขนมชนิดหนึ่งให้คุณค่าทางโภชนาการน้อยกว่าอาหารที่สมดุลมาก

  1. This snack provides far fewer vitamins than a balanced meal.
  2. This snack provides far less nutritional value than a balanced meal.
  3. This snack provides slightly less nutritional value than a balanced meal.
ดูคำตอบ

This snack provides far less nutritional value than a balanced meal.

Eating too many of those foods could leave you overweight and malnourished. ไวยากรณ์

3:15

การกินอาหารเหล่านั้นมากเกินไปอาจทำให้คุณน้ำหนักเกินและขาดสารอาหารได้

ไวยากรณ์

leave + กรรม + คำคุณศัพท์: ทำให้ใครบางคนอยู่ในสภาพหนึ่ง

โครงสร้าง leave + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงการกระทำหรือเหตุการณ์ทำให้กรรมตกอยู่ในสภาพหนึ่ง ใน could leave you overweight and malnourished คำว่า you เป็นกรรม และคำคุณศัพท์สองคำบอกผลที่อาจเกิดขึ้น leave ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ออกไปจาก” หรือ “ทิ้งไว้ข้างหลัง” แต่เน้นสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา ส่วน could แสดงว่าผลนั้นมีโอกาสเกิดขึ้น ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างแน่นอน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ leave + กรรม + คำคุณศัพท์ เพื่อแสดงสภาพที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา

  1. The long delay left the passengers tired and frustrated.
  2. The long delay left the passengers without any information.
  3. The long delay made the passengers tired and frustrated.
ดูคำตอบ

The long delay left the passengers tired and frustrated.

And even with the exact same food, ลำดับความ

3:21

และแม้กระทั่งกับอาหารที่เหมือนกันทุกประการ

ลำดับความ

even with the exact same food: การยอมรับเงื่อนไขก่อนนำไปสู่ผลที่ไม่คาดคิด

even with + นามวลี วางกรอบความหมายแบบยอมรับเงื่อนไขหนึ่งก่อน เงื่อนไขนั้นเป็นจริง แต่ก็ยังไม่รับประกันผลที่คนทั่วไปคาดไว้ ในที่นี้ อาหารอาจเหมือนกันทุกประการ แต่ข้อมูลต่อจากนี้บอกว่าแต่ละคนยังอาจได้รับพลังงานจากอาหารในปริมาณต่างกัน And ที่ต้นประโยคเชื่อมประเด็นนี้กับเนื้อหาก่อนหน้า ส่วน with ในที่นี้หมายถึง “ภายใต้เงื่อนไขนี้” ไม่ใช่ “อยู่ด้วยกันกับ” และ even เน้นว่าผลลัพธ์น่าประหลาดใจแม้มีเงื่อนไขร่วมกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนแสดงการยอมรับเงื่อนไขที่มีสองคำจากบทเรียนนี้: ____ the same map, the two teams chose different routes.

ดูคำตอบ

Even with

different people might not get the same number of calories.

3:23

คนแต่ละคนอาจไม่ได้รับจำนวนแคลอรีที่เท่ากัน

Variations in things like enzyme levels,

3:27

ความแตกต่างในเรื่องต่างๆ เช่น ระดับเอนไซม์

gut bacteria, การใช้คำ

3:29

แบคทีเรียในลำไส้

การใช้คำ

gut bacteria: แบคทีเรียในทางเดินอาหาร

gut bacteria คือแบคทีเรียที่อาศัยอยู่ในทางเดินอาหาร โดยเฉพาะในลำไส้ ในบริบทด้านสุขภาพและวิทยาศาสตร์ gut หมายถึงระบบย่อยอาหารภายในร่างกาย ไม่ใช่เพียงบริเวณภายนอกของท้อง วลีนี้มีความหมายเป็นกลาง bacteria ไม่ได้หมายถึง “เชื้อโรคที่เป็นอันตราย” โดยอัตโนมัติ ในที่นี้ แบคทีเรียในลำไส้เป็นหนึ่งในปัจจัยที่อาจส่งผลต่อวิธีที่ร่างกายจัดการอาหารและได้รับพลังงาน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ gut bacteria ได้อย่างถูกต้อง?

  1. A gut bacteria is one individual organism.
  2. Gut bacteria always cause disease.
  3. Gut bacteria can play a role in digestion.
ดูคำตอบ

Gut bacteria can play a role in digestion.

and even intestine length

3:31

และแม้กระทั่งความยาวของลำไส้

means that every individual's ability to extract energy from food วลี

3:33

หมายความว่าความสามารถของแต่ละบุคคลในการดึงพลังงานจากอาหาร

วลี

ability to extract energy from food: รูปแบบ extract A from B

ability to + คำกริยา ใช้บอกความสามารถในการทำสิ่งหนึ่ง ในที่นี้ การกระทำหลัง to คือ extract energy from food ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงความสามารถของคนในการรับพลังงานที่นำไปใช้ได้จากสิ่งที่กิน รูปแบบ extract A from B หมายถึงการนำหรือแยก A ออกจากแหล่ง B ในประโยคนี้ A คือ energy และ B คือ food โดย extract หมายถึงกระบวนการที่ร่างกายจัดการอาหารเพื่อให้ได้พลังงาน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ความหมายอย่างการถอนฟันหรือดึงข้อมูลจากไฟล์

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบที่เน้นไว้: This machine has the ____ drinking water from humid air.

ดูคำตอบ

ability to extract

is a little different.

3:37

นั้นแตกต่างกันเล็กน้อย

So a calorie is a useful energy measure,

3:39

ดังนั้นแคลอรีจึงเป็นตัววัดพลังงานที่มีประโยชน์

but to work out exactly how many of them each of us requires, กริยาวลี

3:42

แต่ในการจะคำนวณอย่างแน่ชัดว่าเราแต่ละคนต้องการเท่าใด

กริยาวลี

to work out exactly: คำนวณหรือหาคำตอบอย่างแม่นยำ

ในที่นี้ work out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการคำนวณหรือหาคำตอบโดยคิดจากข้อมูล ส่วน exactly บอกว่าผลลัพธ์ต้องแม่นยำ ไม่ใช่เพียงการประมาณ คำถามทางอ้อมที่ตามมา คือ how many of them each of us requires เป็นสิ่งที่ต้องหาคำตอบ เนื่องจาก work out ตามด้วยคำถามเกี่ยวกับจำนวน จึงไม่ได้หมายถึงการออกกำลังกายในที่นี้

แบบฝึกหัด

work out exactly ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? We need to work out exactly how much paint to buy?

  1. จบลงด้วยดี
  2. ออกกำลังกายที่โรงยิม
  3. คำนวณอย่างแม่นยำ
ดูคำตอบ

คำนวณอย่างแม่นยำ

we need to factor in things like exercise, กริยาวลี

3:46

เราจำเป็นต้องพิจารณาปัจจัยต่างๆ เช่น การออกกำลังกาย

food type,

3:48

ประเภทของอาหาร

and our body's ability to process energy.

3:49

และความสามารถของร่างกายในการประมวลผลพลังงาน

กริยาวลี

need to factor in: นำข้อมูลที่เกี่ยวข้องมาประกอบการตัดสินใจ

need to factor in หมายถึง “จำเป็นต้องนำบางสิ่งมาพิจารณาเป็นปัจจัยที่เกี่ยวข้องก่อนจะสรุปผลหรือตัดสินใจ” ในที่นี้ เมื่อตัดสินว่าร่างกายใช้พลังงานอย่างไร ต้องพิจารณาทั้งการออกกำลังกาย ประเภทอาหาร และความสามารถของร่างกายในการประมวลผลพลังงาน คำว่า factor ในที่นี้เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามทางคณิตศาสตร์ที่หมายถึง “ตัวประกอบ” factor in เป็นกริยาวลีที่แยกได้ จึงพูดได้ทั้ง factor in the cost และ factor the cost in เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น factor it in ไม่ใช่ factor in it หลัง need to ใช้ factor ในรูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมาย: Before choosing a venue, we need to ____ the travel time.

ดูคำตอบ

factor in

Good luck finding all of that on a nutrition label. สำนวน

3:52

ขอให้โชคดีในการค้นหาข้อมูลทั้งหมดนั้นบนฉลากโภชนาการ

สำนวน

Good luck finding all of that: การพูดเชิงประชดเพื่อแสดงความสงสัย

Good luck finding all of that ในที่นี้เป็นคำพูดเชิงประชด ไม่ใช่การอวยพรอย่างจริงใจ โครงสร้าง Good luck + รูป -ing อาจสื่อว่างานนั้นจะยากมากหรือแทบเป็นไปไม่ได้ สิ่งที่ผู้พูดต้องการบอกจริง ๆ คือฉลากโภชนาการไม่น่าจะมีข้อมูลทั้งหมดที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ บริบทเป็นตัวกำหนดว่าโครงสร้างนี้จริงใจหรือเป็นการประชด เมื่อสถานการณ์แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่สมเหตุสมผล Good luck finding... มักแสดงความสงสัยมากกว่าการให้กำลังใจ

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังกังวลเรื่องการหางานที่สำคัญ และคุณต้องการให้กำลังใจอย่างอบอุ่น การพูดว่า “Good luck finding a job” เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมหรือไม่

  1. เหมาะ เพราะ Good luck + -ing ไม่มีทางฟังเป็นการประชด
  2. เหมาะ เพราะวลีนี้หมายความว่าการหางานจะเป็นเรื่องง่าย
  3. ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังเป็นการประชด ราวกับว่าคุณสงสัยว่าเขาจะหางานได้
ดูคำตอบ

ไม่เหมาะ เพราะอาจฟังเป็นการประชด ราวกับว่าคุณสงสัยว่าเขาจะหางานได้