แด๊ดดี้พิกสอนเป๊ปป้าและจอร์จวิธีเล่นว่าว: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
392 คำ 179 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ครอบครัวของเป๊ปป้าพยายามเล่นว่าวในสวน ต้องรอจนลมพัด และต่อมาก็ต้องช่วยเอาว่าวลงจากต้นไม้ เหตุวุ่นวายทำให้ทุกคนเปื้อนโคลน กฎที่ห้ามกระโดดในแอ่งน้ำจึงเปลี่ยนเป็นการเล่นน้ำร่วมกันของทั้งครอบครัว ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. no matter how fast you run. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า no matter how ใช้นำใจความยอมรับข้อเท็จจริงว่า ต่อให้เพิ่มระดับของการกระทำเพียงใด ผลลัพธ์ก็ไม่เปลี่ยนเมื่อขาดเงื่อนไขจำเป็น ผู้เรียนใช้รูปแบบนี้อธิบายข้อจำกัด โต้แย้งข้อสันนิษฐาน หรือย้ำว่าผลยังเหมือนเดิมไม่ว่าจะพยายามมากเพียงใดได้ 2. Watch out for — กริยาวลี: จดจำว่าเป็นคำเตือนทันทีให้ระวังอันตรายหรือสิ่งกีดขวางที่เฉพาะเจาะจง ไม่ใช่แปลแต่ละคำแยกกัน สามารถตามด้วยคำนามเพื่อเตือนเรื่องรถ กิ่งไม้ต่ำ พื้นลื่น หรือความเสี่ยงอื่นที่ผู้ฟังต้องสังเกต 3. After all, — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: ระบุได้ว่าเป็นคำเชื่อมทางวาทกรรมที่เติมเหตุผลเพื่อสนับสนุนการตัดสินใจ หรือทำให้การเปลี่ยนใจฟังดูสมเหตุสมผล ใช้เชื่อมข้อสรุปเข้ากับข้อเท็จจริงที่เกี่ยวข้องและเป็นสิ่งที่คู่สนทนารู้อยู่แล้วได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:02

หนูชื่อเปปป้าพิก

This is my little brother George.

0:04

นี่คือน้องชายตัวน้อยของหนู จอร์จ

This is Mummy Pig.

0:07

นี่คือแม่หมู

And this is Daddy Pig.

0:09

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig

0:13

เปปป้าพิก

Flying a Kite.

0:20

การเล่นว่าว

It is a bright sunny day. วลี

0:24

วันนี้เป็นวันที่แดดจ้าสดใส

วลี

a bright sunny day: คำบรรยายอากาศในเชิงบวก

ใน a bright sunny day คำว่า bright และ sunny ต่างก็ขยาย day โดย sunny หมายถึงมีแสงแดดมาก ส่วน bright เพิ่มความรู้สึกว่าแสงสว่างและบรรยากาศสดใส ในที่นี้ bright เป็นคำบรรยายเชิงบวก ไม่ได้หมายถึง “สว่างจ้าจนแสบตา” โครงสร้างคือ คำนำหน้านาม + คำคุณศัพท์ + คำคุณศัพท์ + คำนาม: a + bright + sunny + day เป็นคำบรรยายสั้น ๆ ที่ใช้เปิดฉากในเรื่องเล่าหรือการเล่าเรื่องทั่วไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปิดเรื่องด้วยวลีบอกอากาศเป้าหมายสี่คำ โดยใช้ a, bright, sunny และ day: It is ____.

ดูคำตอบ

a bright sunny day

Peppa and her family are in the park.

0:26

เปปป้าและครอบครัวอยู่ที่สวนสาธารณะ

They are going to fly a kite. โน้ต

0:31

พวกเขากำลังจะเล่นว่าว

ไวยากรณ์

are going to fly: ใช้ be going to บอกการกระทำถัดไปที่วางแผนไว้

ใน are going to fly คำว่า are คือรูปของ be ที่สอดคล้องกับ they และ fly คือคำกริยารูปพื้นฐาน โครงสร้าง ประธาน + be + going to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกการกระทำในอนาคต ในประโยคนี้ พวกเขาตั้งใจจะเล่นว่าวอยู่แล้ว ดังนั้น be going to จึงบอกการกระทำถัดไปที่วางแผนไว้ ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังเดินทางไปที่ใด เพราะ going to ตามด้วยคำกริยาบอกการกระทำ fly โดยตรง โครงสร้างเดียวกันนี้ยังใช้คาดการณ์อนาคตจากหลักฐานที่เห็นในปัจจุบันได้ด้วย

แบบฝึกหัด

ใช้ be going to และรูป be ที่ถูกต้องเพื่อเติมการกระทำที่วางแผนไว้นี้ให้สมบูรณ์: They ____ visit Grandma tomorrow.

ดูคำตอบ

are going to

วลี

fly a kite: วลีภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติ

Fly a kite เป็นวลีภาษาอังกฤษที่เป็นธรรมชาติสำหรับการทำให้ว่าวลอยขึ้นและควบคุมว่าวอยู่บนฟ้า ในประโยคนี้ fly บอกการกระทำ ส่วน a kite คือสิ่งที่พวกเขาจะทำให้ลอย เรียน fly a kite เป็นคำกลุ่มเดียว ภาษาอังกฤษใช้ fly กับกิจกรรมนี้ จึงไม่ควรแปลคำกริยาจากภาษาอื่นแบบคำต่อคำเป็น put หรือ play

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษตามธรรมชาติที่หมายถึงกิจกรรมเล่นว่าวให้สมบูรณ์: On windy days, we like to ____ in the park.

ดูคำตอบ

fly a kite

George is going to fly the kite first.

0:36

จอร์จจะเป็นคนเล่นว่าวก่อน

George runs as fast as he can. ไวยากรณ์

0:40

จอร์จวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้

ไวยากรณ์

as fast as he can: รูปแบบ as ... as ... can

As fast as he can หมายถึงจอร์จวิ่งด้วยความเร็วสูงสุดที่เขาทำได้ หรือเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้สำหรับเขา คำว่า fast บอกว่าเขาวิ่งอย่างไร รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ as + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + as + ประธาน + can ในที่นี้ can หมายถึง can run โดยละ run ไว้เพราะเข้าใจได้อยู่แล้ว ประธานหลัง as ตัวที่สองบอกว่าความสามารถของใครเป็นตัวกำหนดขีดจำกัด ไม่ใช่บุคคลหรือสิ่งของอีกอย่างที่นำมาเปรียบเทียบ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบ as ... as ... can และคำวิเศษณ์ carefully เติมประโยคให้สมบูรณ์: Please check the numbers ____.

ดูคำตอบ

as carefully as you can

But the kite won't fly. การใช้คำ

0:45

แต่ว่าวก็ไม่ยอมบิน

การใช้คำ

won't fly: สิ่งของไม่ทำงานตามที่คาดหวัง

เมื่อประธานเป็นสิ่งไม่มีชีวิตและตามด้วย won't + คำกริยารูปพื้นฐาน won't อาจหมายถึงสิ่งนั้นไม่ทำงานหรือไม่ให้ผลตามที่คาดหวัง ในที่นี้ won't fly หมายถึงว่าวไม่ลอยขึ้น แม้ว่าจะมีคนพยายามทำให้มันบินอยู่ก็ตาม การใช้นี้มักสื่อถึงปัญหาที่กำลังเกิดขึ้นหรือการลองหลายครั้งแล้วไม่สำเร็จ ไม่ได้เป็นเพียงการคาดการณ์อนาคต และไม่ได้หมายความว่าว่าวมีความตั้งใจแบบมนุษย์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายรถที่ยังสตาร์ตไม่ติดหลังจากลองหลายครั้งได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. The car won't start.
  2. The car may start tomorrow.
  3. The car didn't start yesterday.
ดูคำตอบ

The car won't start.

George, you're doing it all wrong. น้ำเสียง/เจตนา

0:51

จอร์จ เธอทำผิดวิธีแล้ว

น้ำเสียง/เจตนา

doing it all wrong: บอกว่าวิธีทั้งหมดผิด

You're doing it all wrong หมายถึงวิธีที่อีกฝ่ายกำลังทำงานนั้นผิดทั้งหมด it หมายถึงกิจกรรมที่กำลังทำ wrong บอกว่าทำอย่างไร ส่วน all เน้นการประเมินในแง่ลบว่าเป็นวิธีการทั้งหมดที่ผิด ไม่ใช่เพียงรายละเอียดเล็ก ๆ จุดเดียว ประโยคนี้ไม่ใช่การสังเกตแบบเป็นกลาง แต่เป็นการวิจารณ์วิธีของอีกฝ่ายโดยตรงและนำไปสู่การแก้ไข

แบบฝึกหัด

ตัดสินว่า เมื่อคุณเพิ่งรู้จักใครคนหนึ่ง โดยทั่วไปเหมาะสมหรือไม่ที่จะแก้ไขเขาด้วยคำว่า You're doing it all wrong

  1. โดยทั่วไปเหมาะสม เพราะเป็นคำแนะนำที่สุภาพมาก
  2. โดยทั่วไปไม่เหมาะสม เพราะฟังเหมือนคำวิจารณ์ที่ตรงและแรง
ดูคำตอบ

โดยทั่วไปไม่เหมาะสม เพราะฟังเหมือนคำวิจารณ์ที่ตรงและแรง

You didn't run fast enough. ไวยากรณ์

0:56

เธอวิ่งไม่เร็วพอ

ไวยากรณ์

fast enough: คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + enough

ใน fast enough คำว่า enough วางหลังคำกริยาวิเศษณ์ fast และหมายถึง “ถึงระดับที่จำเป็น” โครงสร้างคือ “คำคุณศัพท์/คำกริยาวิเศษณ์ + enough” เช่น warm enough หรือ carefully enough เนื่องจากประโยคเป็นรูปปฏิเสธ didn't run fast enough จึงหมายความว่าความเร็วในการวิ่งไม่ถึงระดับที่ต้องการ ไม่ใช้ enough fast

แบบฝึกหัด

เรียง quiet และ enough ให้ถูกต้อง: The room is ____ for the baby to sleep.

ดูคำตอบ

quiet enough

Now it's my turn. วลี

0:58

ตอนนี้ตาพี่แล้ว

วลี

Now it's my turn: บอกว่าใครเป็นคนถัดไป

Now it's my turn หมายความว่า ในกิจกรรมที่แต่ละคนทำตามลำดับ ผู้พูดเป็นคนถัดไปที่จะลงมือ ที่นี่ turn เป็นคำนามนับได้ หมายถึงโอกาสของคนหนึ่งที่จะทำ ไม่ได้หมายถึงการหมุน ใช้ It's + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + turn เพื่อบอกว่าใครเป็นคนถัดไป เช่น It's your turn หรือ It's Maya's turn ถ้าจะบอกว่าต้องทำอะไร ให้เติม to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น It's my turn to read.

แบบฝึกหัด

เติมด้วย It's + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + turn สำหรับ Ben: Anna has rolled the dice. Now ____.

ดูคำตอบ

it's Ben's turn

Peppa runs as fast as she can.

1:00

เปปป้าวิ่งให้เร็วที่สุดเท่าที่เธอจะทำได้

But the kite still won't fly.

1:06

แต่ว่าวก็ยังไม่ยอมบิน

The kite won't fly if there isn't any wind, ไวยากรณ์

1:14

ว่าวจะไม่บินถ้าไม่มีลม

ไวยากรณ์

if there isn't any wind: เงื่อนไขเชิงปฏิเสธ

อนุประโยค if บอกเงื่อนไขที่ทำให้ผลนี้เป็นจริง กล่าวคือ เมื่อไม่มีลม ว่าวก็จะบินไม่ได้ ใน there isn't any wind นั้น there is ใช้บอกการมีอยู่ และ not ... any รวมกันหมายความว่าไม่มีลมเลย เมื่อพูดถึงเงื่อนไขในอนาคตที่มีโอกาสเกิดขึ้น ภาษาอังกฤษมักใช้รูปปัจจุบันในอนุประโยค if (if there isn't ...) และใช้ will หรือ won't ในอนุประโยคผลลัพธ์ (The kite won't ...)

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขโดยใช้ if there isn't any และคำนาม power: The lamp won't turn on ____.

ดูคำตอบ

if there isn't any power

no matter how fast you run. ไวยากรณ์

1:17

ไม่ว่าลูกจะวิ่งเร็วแค่ไหนก็ตาม

ไวยากรณ์

no matter how fast you run: ผลลัพธ์ไม่เปลี่ยนแม้ระดับจะเปลี่ยน

No matter how fast you run หมายความว่า ต่อให้ความเร็วในการวิ่งเปลี่ยนไป ผลหลักก็ไม่เปลี่ยน วลีนี้เพิ่มความหมายแบบยอมรับข้อหนึ่งแต่ผลยังเหมือนเดิม กล่าวคือ แม้จะวิ่งเร็วมาก ว่าวก็ยังบินไม่ได้หากไม่มีลม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ no matter how + คำคุณศัพท์หรือคำวิเศษณ์ + ประธาน + กริยา ในที่นี้ fast อธิบายลักษณะการวิ่ง ดังนั้นอนุประโยคนี้ไม่ใช่คำถามและใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how fast you run ไม่ใช่ how fast do you run

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ no matter how และคำว่า loudly we talked: The baby stayed asleep ____.

ดูคำตอบ

no matter how loudly we talked

Oh.

1:19

โอ้ว

We just have to wait until the wind picks up a bit. โน้ต

1:20

เราแค่ต้องรอให้ลมพัดแรงขึ้นอีกหน่อย

ไวยากรณ์

wait until the wind picks up: รอจนกว่าเงื่อนไขจะเกิดขึ้น

Wait until + อนุประโยค หมายถึงรอต่อไปและเริ่มทำสิ่งถัดไปก็ต่อเมื่อเหตุการณ์หรือเงื่อนไขที่ระบุเกิดขึ้น ในประโยคนี้ การรอสิ้นสุดลงเมื่อลมแรงขึ้น เมื่อกล่าวถึงเหตุการณ์ในอนาคตหลัง until ภาษาอังกฤษมักใช้ present simple ในอนุประโยค until โดยใช้ until the wind picks up ไม่ใช่ until the wind will pick up

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ until, the rain และรูป present simple ของ stop: Wait ____.

ดูคำตอบ

until the rain stops

กริยาวลี

picks up ในความหมายว่า “แรงขึ้น”

เมื่อ wind เป็นประธาน pick up หมายถึงแรงขึ้น ในประโยคนี้ picks up บอกการเปลี่ยนแปลงของลม ไม่ได้หมายถึงยกหรือเก็บสิ่งของใด การใช้แบบไม่มีกรรมนี้ยังใช้กับประธานอย่าง the pace, activity, traffic หรือ business เมื่อสิ่งเหล่านั้นเพิ่มขึ้นหรือคึกคักขึ้นได้ด้วย picks เติม -s เพราะประธานเอกพจน์ในที่นี้คือ the wind

แบบฝึกหัด

picks up ในประโยคนี้หมายถึงอะไร? Business usually picks up before the holidays.

  1. ยกสิ่งของชิ้นหนึ่งขึ้น
  2. ไปรับบางสิ่งจากสถานที่หนึ่ง
  3. คึกคักขึ้น
ดูคำตอบ

คึกคักขึ้น

การใช้คำ

a bit: บอกระดับเพียงเล็กน้อย

ใน “picks up a bit” คำว่า a bit หมายถึง “เล็กน้อย” หรือ “ในระดับนิดเดียว” โดยขยายกริยาวลี picks up ดังนั้นลมต้องแรงขึ้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ในที่นี้ bit ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของสิ่งของ สำนวนนี้ช่วยลดระดับของการเปลี่ยนแปลง คุณสมบัติ หรือความรู้สึก โดยวางหลังวลีกริยาได้เหมือนในประโยคนี้ หรือวางหน้าคำคุณศัพท์ที่บอกระดับได้ เช่น a bit tired

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าน้ำกำลังอุ่นขึ้นเพียงเล็กน้อย

  1. The water is getting a bit warmer.
  2. The water is getting much warmer.
  3. The water is not getting warmer.
ดูคำตอบ

The water is getting a bit warmer.

Oh.

1:24

โอ้ว

Look!

1:28

ดูสิ!

It's getting windy. ไวยากรณ์

1:29

ลมเริ่มพัดแล้ว

ไวยากรณ์

getting windy: ใช้ get + คำคุณศัพท์ บอกสภาพที่กำลังเปลี่ยน

Getting windy ใช้โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์ โดย get หมายถึง “กลายเป็น” สภาพอากาศกำลังเปลี่ยนจากลมน้อยไปเป็นมีลม ในที่นี้ get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” รูปปัจจุบันกำลังกระทำ is getting แสดงว่าการเปลี่ยนแปลงกำลังเกิดขึ้นตอนนี้ โครงสร้างเดียวกันใช้กับคำคุณศัพท์อื่นได้ เช่น getting dark, getting cold และ getting better

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันกำลังกระทำของ get เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงที่กำลังเกิดขึ้น: The room ____ warmer.

ดูคำตอบ

is getting

Now that it is windy, ไวยากรณ์

1:31

ตอนนี้ลมพัดแล้ว

the kite can fly.

1:32

ว่าวก็บินได้

ไวยากรณ์

Now that it is windy: ข้อเท็จจริงใหม่ที่นำไปสู่ผลลัพธ์

“Now that” ใช้นำข้อเท็จจริงที่เพิ่งเกิดขึ้นจริง หรือข้อเท็จจริงที่ตอนนี้ชัดเจนและเกี่ยวข้องกับข้อความถัดไป ใน “Now that it is windy,” การมีลมคือเงื่อนไขใหม่ที่ทำให้ผลลัพธ์ต่อไปเกิดขึ้นได้ อนุประโยคหลัง now that บอกเหตุผล ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ ตรงนี้มีความหมายใกล้เคียงกับ “because it is windy now” ไม่ใช่การแยก now กับ that เป็นคนละส่วน

แบบฝึกหัด

ใช้ “now that” เพื่อนำเสนอเหตุผลที่เพิ่งเกิดขึ้นจริง: ____ the road is clear, we can continue our trip.

ดูคำตอบ

Now that

The wind is quite strong now. การใช้คำ

1:37

ตอนนี้ลมค่อนข้างแรง

การใช้คำ

quite strong: การบอกระดับที่เห็นได้ชัด

“Quite” ขยายคำคุณศัพท์ที่บอกระดับได้อย่าง “strong” ในประโยคนี้ “quite strong” หมายถึง “ค่อนข้างแรง” หรือ “แรงพอสมควร” คือเห็นได้ชัดว่าลมแรง ไม่ใช่แค่แรงเล็กน้อย ระดับความแรงที่ quite สื่ออาจเปลี่ยนไปตามรูปแบบภาษาอังกฤษ บริบท และการเน้นเสียง เมื่อใช้กับ strong ในที่นี้ quite แสดงระดับที่เห็นได้ชัด ส่วน very strong แสดงระดับสูงอย่างตรงไปตรงมามากกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อได้ดีที่สุดว่าลมค่อนข้างแรงหรือแรงพอสมควร

  1. The wind is a bit strong.
  2. The wind is quite strong.
  3. The wind is not strong.
ดูคำตอบ

The wind is quite strong.

Wind is very strong now.

1:41

ลมแรงมากแล้วตอนนี้

George!

1:43

จอร์จ!

Thank you, Daddy.

1:48

ขอบคุณครับ พ่อ

Daddy Pig flies the kite.

1:51

พ่อหมูเล่นว่าว

Hooray!

1:53

ไชโย!

Higher, higher.

1:56

สูงขึ้นอีก สูงขึ้นอีก

Daddy Pig flies the kite very well.

2:05

พ่อหมูเล่นว่าวเก่งมาก

Wow!

2:10

ว้าว!

Yes, I am a bit of an expert in these things. วลี

2:12

ใช่ พ่อเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้อยู่นิดหน่อย

วลี

a bit of an expert: พูดอ้างความเชี่ยวชาญให้นุ่มนวลลง

ใน a bit of an expert โครงสร้าง a bit of a/an + คำนามนับได้เอกพจน์ หมายถึงค่อนข้างจะเป็นหรือพอจะถือว่าเป็นคนแบบนั้น ผู้พูดกำลังบอกว่าตนรู้เรื่องเหล่านี้ดี ไม่ได้หมายความว่าตนเป็นเพียงส่วนหนึ่งของผู้เชี่ยวชาญ วลีนี้ทำให้คำพูดดูไม่ตรงหรือหนักแน่นเกินไป แต่เมื่อใช้พูดถึงตัวเอง การลดน้ำหนักเช่นนี้ก็ยังอาจฟังดูมั่นใจแบบขำ ๆ หรือโอ้อวดเล็กน้อย โดยเฉพาะในบริบทที่ชวนขำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมาย เพื่อบอกว่าตนเชี่ยวชาญแบบนุ่มนวลและติดตลกเล็กน้อย: I'm ____ when it comes to repairing old radios.

ดูคำตอบ

a bit of an expert

Watch out for the trees. กริยาวลี

2:18

ระวังต้นไม้ด้วยนะคะ

กริยาวลี

Watch out for + อันตรายที่เฉพาะเจาะจง

Watch out for + คำนาม ใช้เตือนให้ใครสักคนระวัง เพราะบุคคลหรือสิ่งที่ระบุอาจก่อให้เกิดอันตราย ปัญหา หรือเป็นสิ่งกีดขวาง ในที่นี้ต้นไม้คือสิ่งกีดขวางที่ต้องสังเกตและหลีกเลี่ยง for ใช้นำหน้าสิ่งที่ต้องระวังโดยเฉพาะ Watch out for เป็นวลีเตือนที่สมบูรณ์ ไม่ได้แปลว่ามองออกไปข้างนอก

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยวลีเป้าหมาย: ____ broken glass near the bin.

ดูคำตอบ

Watch out for

You might get the kite stuck in one. ไวยากรณ์

2:20

คุณอาจจะทำว่าวไปติดบนนั้นได้

ไวยากรณ์

might get the kite stuck: might get + กรรม + สภาพผลลัพธ์

ใน might get the kite stuck คำว่า might บอกถึงความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น ส่วนโครงสร้าง get + กรรม + คำบอกสภาพผลลัพธ์ แสดงสภาพสุดท้ายของกรรม โครงสร้างนี้หมายความว่าการกระทำของใครบางคนอาจทำให้ว่าวติดค้างได้ ตรงนี้ get ไม่ได้แปลว่า «ได้รับ» the kite คือกรรมที่ได้รับผล และ stuck คือสภาพผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้น ส่วน in one หมายถึง «บนต้นไม้ต้นหนึ่งที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้»

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนให้สมบูรณ์ด้วย get + กรรม + stuck โดยใช้ your fingers เป็นกรรม: Be careful, or you might ____ in the door.

ดูคำตอบ

get your fingers stuck

Don't worry.

2:22

อย่ากังวลไปเลย

I know what I'm doing. น้ำเสียง/เจตนา

2:23

ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่

น้ำเสียง/เจตนา

I know what I'm doing: การตอบข้อกังวลอย่างมั่นใจ

เมื่อพูด I know what I'm doing เพื่อตอบคำเตือนหรือข้อสงสัยเรื่องความสามารถ ประโยคนี้ไม่ได้แค่บอกว่าผู้พูดมีความรู้ แต่ยังสื่อว่าผู้พูดมั่นใจว่าจัดการได้และไม่ต้องการให้อีกฝ่ายกังวลหรือแนะนำต่อ ประโยคนี้อาจฟังดูมั่นใจอย่างสุขุม ตั้งรับ หรือไม่พอใจ ขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและความสัมพันธ์ ความหมายทางสังคมนี้เกิดจากบริบท ไม่ใช่แค่ความหมายตรงตัว

แบบฝึกหัด

เพื่อนเตือน Sam ว่าบันไดไม่มั่นคง Sam ตอบว่า "I know what I'm doing." Sam น่าจะต้องการสื่อว่าอะไร?

  1. ฉันลืมว่ากำลังพยายามทำอะไร
  2. ฉันจัดการได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรือแนะนำฉันต่อแล้ว
  3. ฉันอยากให้คุณอธิบายทุกขั้นตอนให้ฉันฟัง
ดูคำตอบ

ฉันจัดการได้ ดังนั้นไม่ต้องกังวลหรือแนะนำฉันต่อแล้ว

Oh dear.

2:28

โอ แย่แล้ว

Daddy Pig has got the kite caught in a tree.

2:29

พ่อหมูทำว่าวไปติดอยู่บนต้นไม้แล้ว

Oh no.

2:32

โอ ไม่นะ

Oh.

2:38

โอ้ว

Don't worry, George.

2:42

ไม่ต้องห่วงนะจอร์จ

Daddy will get the kite down. กริยาวลี

2:44

พ่อจะเอาว่าวลงมาให้

กริยาวลี

get the kite down: เอาสิ่งของลงมาจากที่สูง

ในประโยคนี้ get the kite down หมายถึง “ทำให้ว่าวลงมาจากที่สูงที่ว่าวติดอยู่” get ตามด้วยกรรม the kite และ down บอกผลลัพธ์ คือสุดท้ายว่าวมาอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำลง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + กรรม + down วิธีที่ใช้จริงอาจเป็นการหยิบ ดึง หรือหาวิธีอื่นเพื่อเอาสิ่งของลงมา โดยวลีนี้เน้นผลลัพธ์ว่าสิ่งของลงมาอยู่ข้างล่างแล้ว

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง get + กรรม + down เติมประโยคให้สมบูรณ์: The toy plane is stuck on top of the cupboard. Can you ____ for me?

ดูคำตอบ

get it down

Hooray!

2:46

ไชโย!

Uh yes.

2:49

เอ้อ ใช่

Careful.

2:52

ระวังด้วยนะ

There's a big muddy puddle. วลี

2:53

มีแอ่งโคลนขนาดใหญ่อยู่

วลี

muddy puddle: คำคุณศัพท์ + คำนาม

muddy puddle คือแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่มีโคลนปนอยู่หรือมีโคลนอยู่รอบ ๆ ในวลี muddy puddle คำว่า muddy เป็นคำคุณศัพท์ที่ขยายคำนาม puddle mud เป็นคำนามหมายถึงดินเปียกหรือโคลน ส่วน muddy เป็นคำคุณศัพท์ที่เกี่ยวข้องกัน สะกดด้วย d สองตัวและหมายถึง “เปื้อนโคลน” หรือ “มีโคลนปนอยู่” คำนาม puddle บอกว่าสิ่งนั้นคืออะไร ส่วน muddy บอกว่ามีลักษณะอย่างไร

แบบฝึกหัด

ใช้ muddy กับคำนามที่หมายถึง “แอ่งน้ำเล็ก ๆ” เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: After the rain, the children splashed in a ____.

ดูคำตอบ

muddy puddle

Peppa and George love to jump in muddy puddles.

2:55

เปปป้าและจอร์จชอบกระโดดเล่นในแอ่งโคลน

Can we jump in the puddle? น้ำเสียง/เจตนา

2:57

เรากระโดดลงไปในแอ่งโคลนได้ไหมคะ?

Please?

2:59

ได้โปรดเถอะนะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Can we ...? Please? สำหรับการขออนุญาต

ในที่นี้ Can we jump...? เป็นการขออนุญาต ไม่ได้ถามว่าเด็ก ๆ มีความสามารถทางร่างกายที่จะกระโดดหรือไม่ เมื่อผู้ฟังเป็นคนตัดสินว่าจะอนุญาตหรือปฏิเสธ Can + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน สามารถใช้ขออนุญาตได้ การพูด Please? แยกต่างหากหลังจากขอไปแล้วทำให้คำขอหนักแน่นขึ้น ฟังเหมือนการอ้อนเพิ่มให้อีกฝ่ายตอบตกลง มากกว่าจะเป็นส่วนหนึ่งของคำถามเกี่ยวกับข้อเท็จจริง

แบบฝึกหัด

เด็ก ๆ กำลังใช้ประโยคนี้เพื่อทำอะไรเป็นหลัก?

  1. พวกเขากำลังขออนุญาตกระโดด
  2. พวกเขากำลังบอกให้คนอื่นกระโดด
  3. พวกเขากำลังถามว่าร่างกายของตนสามารถกระโดดได้หรือไม่
ดูคำตอบ

พวกเขากำลังขออนุญาตกระโดด

No, I don't want you covered in mud. ไวยากรณ์

3:01

ไม่ พ่อไม่อยากให้พวกลูกตัวเปื้อนโคลน

ไวยากรณ์

don't want you covered in mud: want + กรรม + กริยาช่อง 3

ในที่นี้ want + กรรม + กริยาช่อง 3 ใช้บอกสภาพที่ผู้พูดต้องการหรือไม่ต้องการ You เป็นกรรมของ want และ covered in mud บอกสภาพของ you ที่ผู้พูดไม่ต้องการ Covered มีความหมายเป็นฝ่ายถูกกระทำ คือมีโคลนติดอยู่บนตัวคน ไม่ได้หมายความว่า you กำลังเอาโคลนไปปกคลุมสิ่งอื่นด้วยตัวเอง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำในวงเล็บ โดยใช้โครงสร้าง want + กรรม + กริยาช่อง 3: I don't want ____ during the move. (the new table / damage)

ดูคำตอบ

the new table damaged

Oh.

3:04

โอ้ว

Stand back, children. กริยาวลี

3:05

ถอยไปนะ เด็กๆ

กริยาวลี

Stand back: ถอยออกมาและรักษาระยะห่างที่ปลอดภัย

Stand back เป็นคำสั่งตรง ๆ ให้ถอยห่างจากบางสิ่งและเว้นระยะที่ปลอดภัย ในที่นี้ เด็ก ๆ ต้องถอยออกมาก่อนที่คุณพ่อพิกจะทำสิ่งที่อาจไม่ปลอดภัยอยู่ใกล้ ๆ ในกริยาวลีนี้ back บอกทิศทางของการเคลื่อนที่ ไม่ได้แปลว่า “ยืนอยู่ข้างหลังใครสักคน”

แบบฝึกหัด

คนงานกำลังจะย้ายกล่องหนัก ประโยคใดบอกให้คนที่อยู่ใกล้ ๆ ถอยออกไปอย่างชัดเจน?

  1. Stand back, please.
  2. Turn your back, please.
  3. Stand up, please.
ดูคำตอบ

Stand back, please.

Please be careful, Daddy Pig. น้ำเสียง/เจตนา

3:08

ได้โปรดระวังด้วยนะคะ พ่อหมู

น้ำเสียง/เจตนา

Please be careful: เตือนให้ระวังอย่างสุภาพ

Please be careful เป็นคำเตือนอย่างนุ่มนวลให้ใส่ใจและหลีกเลี่ยงอันตรายหรือความผิดพลาด ในที่นี้ ผู้พูดกำลังเป็นห่วงความปลอดภัยของคุณพ่อพิก Please ช่วยทำให้คำเตือนนุ่มนวลลง จึงฟังคล้ายคำสั่งน้อยลง ส่วน Be careful ขอให้อีกฝ่ายเริ่มทำสิ่งต่าง ๆ อย่างระมัดระวังตั้งแต่ตอนนั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณกำลังจะเดินข้ามพื้นเปียก คำเตือนใดสุภาพและเป็นธรรมชาติ?

  1. Please be careful on the wet floor.
  2. Please be quiet on the wet floor.
  3. Please sit down on the wet floor.
ดูคำตอบ

Please be careful on the wet floor.

I know what I'm doing.

3:12

ผมรู้ว่าผมกำลังทำอะไรอยู่

Please be careful.

3:21

ได้โปรดระวังด้วย

Just a bit further, Daddy. วลี

3:24

อีกนิดเดียวค่ะ พ่อ

วลี

Just a bit further: เพิ่มระยะอีกเล็กน้อย

Just a bit further หมายถึง “เคลื่อนไปอีกเล็กน้อยในทิศทางเดิม” คำว่า just และ a bit ทำให้การเคลื่อนไหวที่ขอฟังดูนิดเดียวและทำได้ง่าย ส่วน further เพิ่มระยะทางอีกเล็กน้อย นี่เป็นคำสั่งแบบละคำในภาษาพูด โดยละคำอย่าง move, reach หรือ go เพราะเห็นการกระทำอยู่แล้ว ในที่นี้ further หมายถึงระยะทางจริง ส่วนจะเป็นทิศไหนต้องดูจากสถานการณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนกำลังขยับเก้าอี้เข้าหากำแพงและต้องขยับไปอีกเล็กน้อย คุณจะพูดว่าอะไรได้บ้าง

  1. Just a bit further.
  2. At the beginning.
  3. Much too far.
ดูคำตอบ

Just a bit further.

Daddy Pig, you are much too heavy for that branch. ไวยากรณ์

3:29

พ่อหมู คุณตัวหนักเกินไปสำหรับกิ่งไม้นั้นนะ

ไวยากรณ์

much too heavy for...: หนักเกินขีดจำกัดไปมาก

Much too + คำคุณศัพท์ หมายความว่าคุณสมบัติหนึ่งเกินขีดจำกัดที่ยอมรับได้ เหมาะสม หรือปลอดภัยไปมาก much ใช้เน้น too ดังนั้น much too heavy จึงแรงกว่า too heavy และไม่ได้หมายถึงเพียง very heavy for that branch บอกเกณฑ์ที่ใช้ตัดสิน เมื่อเทียบกับน้ำหนักที่กิ่งไม้นั้นรับได้ พ่อพิกมีน้ำหนักมากเกินไป

แบบฝึกหัด

สายการบินจำกัดน้ำหนักไว้ที่ 23 กิโลกรัม แต่กระเป๋าเดินทางใบหนึ่งหนัก 40 กิโลกรัม ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติและชัดเจนว่าน้ำหนักเกินไปมาก

  1. The suitcase is very heavy, but it can still be checked in.
  2. The suitcase is much too heavy to check in.
  3. The suitcase is too much heavy to check in.
ดูคำตอบ

The suitcase is much too heavy to check in.

Nonsense. น้ำเสียง/เจตนา

3:33

ไร้สาระน่า

น้ำเสียง/เจตนา

Nonsense. ในฐานะคำโต้แย้งอย่างหนักแน่น

เมื่อใช้ตอบกลับ Nonsense. หมายถึง “สิ่งที่พูดนั้นไม่จริงหรือไม่มีเหตุผล” เป็นการปฏิเสธคำกล่าวของอีกฝ่ายโดยตรง ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดไม่รู้ เมื่อพูดคำนี้เพียงลำพังในที่นี้ ผู้พูดแสดงความมั่นใจอย่างมากและปัดคำเตือนทิ้ง น้ำเสียงที่ไม่ใส่ใจเช่นนี้เป็นส่วนหนึ่งของความหมาย ไม่ใช่เพียงการเห็นต่างแบบเป็นกลาง

แบบฝึกหัด

เพื่อนสนิทพูดว่า “ความผิดพลาดเล็ก ๆ ครั้งเดียวของฉันทำลายทุกอย่าง” คำตอบใดปฏิเสธคำกล่าวนี้อย่างหนักแน่น?

  1. Could you say that again?
  2. I'm not sure what happened.
  3. Nonsense. One small mistake did not ruin everything.
ดูคำตอบ

Nonsense. One small mistake did not ruin everything.

I know exactly how heavy I am. ไวยากรณ์

3:34

ผมรู้น่าว่าผมหนักเท่าไหร่

ไวยากรณ์

exactly how heavy I am: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามทางอ้อม

ใน I know exactly how heavy I am ส่วน exactly how heavy I am เป็นคำถามทางอ้อมที่ฝังอยู่หลัง know โดยกล่าวถึงคำตอบที่แน่ชัดของคำถาม “How heavy am I?” แทนที่จะถามโดยตรง คำถามที่ฝังอยู่ใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how heavy + ประธาน + be ดังนั้นรูปที่ถูกต้องคือ how heavy I am ส่วน How heavy am I? เป็นลำดับคำที่ใช้เฉพาะกับคำถามตรง Exactly เน้นว่าผู้พูดรู้น้ำหนักที่แน่นอน

แบบฝึกหัด

ใช้คำทั้งหมดในวงเล็บเติมคำถามทางอ้อมให้สมบูรณ์: The scale shows ____. (exactly / how heavy / the suitcase / is)

ดูคำตอบ

exactly how heavy the suitcase is

There.

3:37

นั่นไง

Hooray!

3:39

ไชโย!

Daddy Pig has rescued the kite.

3:40

พ่อหมูช่วยกู้ว่าวลงมาได้แล้ว

Oh dear.

3:46

โอ แย่แล้ว

Everyone is covered in mud.

3:47

ทุกคนตัวเปื้อนโคลนกันหมด

It's only mud. น้ำเสียง/เจตนา

3:51

ก็แค่โคลนเองน่า

น้ำเสียง/เจตนา

It's only mud: ใช้ only เพื่อลดความร้ายแรงของปัญหา

ใน It's only mud คำว่า only ทำให้สถานการณ์ดูไม่ร้ายแรงไปกว่าการเปื้อนโคลน ผู้พูดกำลังปลอบคนอื่นว่าโคลนจัดการได้ จึงไม่จำเป็นต้องกังวลมาก ตรงนี้ only จำกัดว่าสิ่งที่เป็นปัญหาคืออะไร ไม่ได้บอกปริมาณของโคลน ความหมายคือ “ก็แค่โคลน” ไม่ใช่ “มีโคลนเพียงนิดเดียว”

แบบฝึกหัด

only ใน "It's only mud" สื่อท่าทีอย่างไร?

  1. สถานการณ์ไม่ร้ายแรงมาก เพราะก็แค่โคลน
  2. ไม่มีโคลนเลย
  3. มีโคลนอยู่ในปริมาณน้อยมาก
ดูคำตอบ

สถานการณ์ไม่ร้ายแรงมาก เพราะก็แค่โคลน

Luckily, Daddy Pig hasn't hurt himself.

3:56

โชคดีที่พ่อหมูไม่ได้รับบาดเจ็บ

And the kite is out of the tree.

3:59

และว่าวก็ออกจากต้นไม้แล้ว

Hooray!

4:00

ไชโย!

Mummy, now that we're all muddy, น้ำเสียง/เจตนา

4:04

แม่คะ ในเมื่อพวกเราเปื้อนโคลนกันหมดแล้ว

can we jump in the puddle?

4:07

เรากระโดดลงไปในแอ่งโคลนได้ไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

now that we're all muddy: ใช้สถานการณ์ใหม่เป็นเหตุผล

now that + อนุประโยค ใช้เกริ่นสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วและเกี่ยวข้องกับสิ่งที่จะพูดต่อ ในที่นี้ now that we're all muddy หมายความว่าทุกคนเปื้อนโคลนกันหมดแล้ว อนุประโยคนี้ยังช่วยจัดคำขอให้มีเหตุผลรองรับด้วย เพราะผลที่ทุกคนเคยต้องการหลีกเลี่ยงได้เกิดขึ้นแล้ว ผู้พูดจึงทำให้การไปกระโดดในแอ่งน้ำดูสมเหตุสมผลขึ้น now that มักหมายถึง “ในเมื่อขณะนี้สถานการณ์เป็นแบบนี้แล้ว” ไม่ได้หมายถึงเพียง “ในเวลานี้”

แบบฝึกหัด

ใน "Now that the road is clear, we can leave" อนุประโยคเปิดทำหน้าที่อะไร?

  1. ถามว่าถนนจะโล่งในภายหลังหรือไม่
  2. เกริ่นสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วเพื่อใช้เป็นเหตุผลในการออกเดินทาง
  3. บอกเพียงเวลาปัจจุบันโดยไม่ได้เชื่อมโยงกับการออกเดินทาง
ดูคำตอบ

เกริ่นสถานการณ์ที่เป็นจริงแล้วเพื่อใช้เป็นเหตุผลในการออกเดินทาง

I suppose so. น้ำเสียง/เจตนา

4:09

แม่ก็คิดว่าได้นะ

น้ำเสียง/เจตนา

I suppose so: การตอบตกลงแบบลังเล

ในคำตอบนี้ I suppose so หมายถึง “ตกลง แต่ไม่ได้เต็มใจหรือมั่นใจนัก” ผู้พูดยอมรับคำขอ แต่ฟังดูลังเลหรือยอมแบบจำใจมากกว่าการตอบ Yes ตรง ๆ So ใช้แทนความคิดทั้งหมดที่เพิ่งพูดถึง จึงไม่ต้องพูดซ้ำ ในบริบทอื่น I suppose so อาจหมายถึง “คิดว่าน่าจะจริง” ได้ ให้ดูว่าก่อนหน้าเป็นคำถามเรื่องข้อเท็จจริงหรือเป็นคำขอ

แบบฝึกหัด

เมื่อใครสักคนใช้ “I suppose so” เพื่อตอบรับคำขอ ท่าทีที่เป็นไปได้มากที่สุดคืออะไร

  1. การเห็นด้วยอย่างตื่นเต้นและกระตือรือร้น
  2. การปฏิเสธอย่างหนักแน่น
  3. การเห็นด้วยแบบลังเลหรือไม่ค่อยเต็มใจเล็กน้อย
ดูคำตอบ

การเห็นด้วยแบบลังเลหรือไม่ค่อยเต็มใจเล็กน้อย

After all, you can't get any muddier. โน้ต

4:11

ไหนๆ พวกลูกก็คงไม่เปื้อนไปมากกว่านี้แล้ว

ลำดับความ

After all: การเพิ่มเหตุผลสนับสนุน

ในที่นี้ After all ใช้เกริ่นข้อเท็จจริงที่สนับสนุนการตัดสินใจเมื่อครู่ หมายถึง “เมื่อนึกถึงเหตุผลสำคัญนี้” หรือ “เพราะข้อเท็จจริงนี้สำคัญ” สำนวนนี้จัดลำดับข้อมูลโดยกล่าวการตัดสินใจหรือความคิดเห็นก่อน แล้วใช้ After all เพื่อนำเข้าสู่เหตุผลสนับสนุน ไม่ได้หมายความว่าบางสิ่งเกิดขึ้นทีหลังตามลำดับเวลา

แบบฝึกหัด

“After all” ทำหน้าที่อะไรใน “After all, you can't get any muddier”

  1. ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนการตัดสินใจเมื่อครู่
  2. แสดงว่าการกระทำเกิดขึ้นภายหลังตามลำดับเวลา
  3. เปลี่ยนการตัดสินใจให้เป็นคำถาม
ดูคำตอบ

ใช้เกริ่นเหตุผลที่สนับสนุนการตัดสินใจเมื่อครู่

ไวยากรณ์

can't get any muddier: ถึงระดับสูงสุดแล้ว

ในโครงสร้างปฏิเสธ can't get any + คำคุณศัพท์ขั้นกว่า คำว่า any หมายถึง “เพิ่มขึ้นอีกแม้แต่นิดเดียว” ไม่ได้หมายถึง “อะไรก็ได้” หรือ “ชนิดใดก็ได้” โครงสร้างนี้บอกว่าคุณสมบัติหนึ่งอยู่ในระดับสูงสุดตามความเป็นจริงหรือตามที่ผู้พูดนึกภาพไว้แล้ว ในที่นี้ get หมายถึง “กลายเป็น” และ muddier เป็นรูปขั้นกว่าของ muddy ประโยค You can't get any muddier หมายความว่าพวกเขาเลอะโคลนมากอยู่แล้ว จนดูเหมือนว่าจะเลอะมากไปกว่านี้ไม่ได้อีก

แบบฝึกหัด

ใช้ can't get any และรูปขั้นกว่าของ close เติมประโยคให้สมบูรณ์: These front-row seats are as near to the stage as possible, so we ____.

ดูคำตอบ

can't get any closer

And I think Daddy Pig is going to be doing the washing. โน้ต

4:15

และแม่คิดว่าพ่อหมูจะต้องเป็นคนซักเสื้อผ้านะ

ไวยากรณ์

is going to be doing: กิจกรรมที่กำลังดำเนินอยู่ในอนาคต

รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประธาน + am/is/are going to be + คำกริยา-ing โครงสร้างนี้วางกิจกรรมไว้ในช่วงเวลาหนึ่งในอนาคต และทำให้เห็นภาพว่าบุคคลนั้นกำลังทำหรือยุ่งอยู่กับกิจกรรมนั้น แทนที่จะเพียงบอกชื่อการกระทำในอนาคต ในประโยคนี้ การซักผ้ายังไม่ได้เกิดขึ้นในตอนนี้ ผู้พูดคาดการณ์ผลจากการที่ทุกคนเลอะโคลนว่า หลังจากนั้นคุณพ่อพิกจะยุ่งอยู่กับการซักเสื้อผ้า

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง be going to be doing และคำกริยา study เติมประโยคให้สมบูรณ์: At eight tonight, Maya ____ for her exam.

ดูคำตอบ

is going to be studying

วลี

doing the washing: ทำงานซักผ้า

ใน doing the washing คำว่า doing เป็นคำกริยา ส่วน the washing เป็นชื่อของงานบ้าน วลีทั้งหมดหมายถึงการซักเสื้อผ้าหรือจัดการผ้าหนึ่งกองที่ต้องซัก ในประโยคนี้คุณพ่อพิกน่าจะเป็นคนรับหน้าที่นั้น ให้เข้าใจ do the washing เป็นสำนวนงานบ้านที่ใช้รวมกันเป็นชุด คำว่า washing ในที่นี้เป็นคำนาม ไม่ใช่คำกริยาที่ใช้เดี่ยว ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนงานบ้านแบบบริติชที่หมายถึงซักเสื้อผ้า: On Saturday morning, Mia is ____ while Leo washes the dishes.

ดูคำตอบ

doing the washing

Oh.

4:18

โอ้ว

Peppa and George love jumping up and down in muddy puddles. วลี

4:24

เปปป้าและจอร์จชอบกระโดดโลดเต้นในแอ่งโคลน

วลี

jumping up and down: การเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ

ใน jumping up and down วลี up and down เป็นคำบอกทิศทางที่ใช้เป็นคู่ หมายถึงการกระโดดซ้ำ ๆ คือร่างกายขึ้นไป ลงมา แล้วทำอีกครั้ง เมื่อใช้กับคำกริยาบอกการเคลื่อนไหว up and down ยังบรรยายการเคลื่อนที่ซ้ำระหว่างสองทิศทางหรือสองสถานที่ได้ด้วย ให้เข้าใจคำคู่นี้เป็นรูปแบบการเคลื่อนไหวซ้ำแบบเดียว ไม่ใช่การกระทำสองอย่างที่ไม่เกี่ยวกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีบอกทิศทางสามคำที่แสดงการเคลื่อนไหวขึ้นลงซ้ำ ๆ: The fans were jumping ____ when their team scored.

ดูคำตอบ

up and down

Mummy and Daddy love jumping up and down in muddy puddles.

4:30

แม่และพ่อก็ชอบกระโดดโลดเต้นในแอ่งโคลน

Everyone loves jumping up and down in muddy puddles.

4:34

ทุกคนชอบกระโดดโลดเต้นในแอ่งโคลน

Jumping up and down in muddy puddles

4:39

การกระโดดโลดเต้นในแอ่งโคลน

is just as much fun as flying the kite. ไวยากรณ์

4:41

สนุกพอๆ กับการเล่นว่าวเลย

ไวยากรณ์

just as much fun as: เปรียบเทียบว่าความสนุกอยู่ในระดับเท่ากัน

ในประโยคนี้ just as much fun as บอกว่าการกระโดดในแอ่งโคลนกับการเล่นว่าวให้ความสนุกในระดับเท่ากัน สิ่งที่เปรียบเทียบคือระดับความสนุก ไม่ใช่ความสูง ความเร็ว หรือความแรงของการเคลื่อนไหว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ A is (just) as much fun as B ในที่นี้ fun เป็นคำนามนับไม่ได้ จึงใช้กับ much ส่วน just เน้นว่าทั้งสองอย่างอยู่ในระดับเท่ากัน A และ B อาจเป็นกิจกรรมที่แสดงด้วยรูป -ing เช่น Jumping ... และ flying ....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคเปรียบเทียบด้วยรูปแบบห้าคำที่อธิบายไว้ข้างต้น: Building a blanket fort can be ____ playing a video game.

ดูคำตอบ

just as much fun as