วันหยุดของพอลลี่ 🐷🦜️ เป๊ปป้าพิก ตอนเต็ม - การ์ตูนพร้อมคำบรรยาย: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Peppa Pig - Official Channel

ความยากในการเรียน
432 คำ 148 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปป้ากับจอร์จช่วยดูแลพอลลี่ นกแก้วของคุณตาคุณยาย ระหว่างที่ทั้งคู่ไปเที่ยว เมื่อประตูที่เปิดทิ้งไว้ทำให้พอลลี่บินหนีขึ้นต้นไม้ ทุกคนจึงพยายามพากลับมา และสุดท้ายจอร์จก็ใช้เมล็ดอาหารโปรดล่อพอลลี่ลงมาได้สำเร็จ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. look after her. — กริยาวลี: เข้าใจว่า look after หมายถึงการดูแลคนหรือสัตว์ ไม่ได้หมายถึงเพียงการมองดู สามารถใช้สำนวนที่พบได้ในชีวิตประจำวันนี้เมื่อพูดถึงหน้าที่รับผิดชอบในการดูแลเด็ก ญาติ สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของ ขณะที่ผู้ดูแลหรือเจ้าของไม่อยู่ 2. It's very important not to — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้วิธีนำการกระทำที่ไม่ควรทำมาไว้ในข้อความที่เน้นความสำคัญด้วย not to โครงสร้างนี้ช่วยให้บอกกฎ คำเตือน และข้อควรระวังด้านความปลอดภัยได้ชัดเจน เช่น สิ่งที่ต้องหลีกเลี่ยงขณะให้อาหารสัตว์หรือป้องกันไม่ให้สัตว์หนีไป 3. how are we going to get Polly down from the tree? — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตวิธีถามหาแนวทางแก้ไขที่เป็นรูปธรรมอย่างเป็นธรรมชาติเมื่อเกิดปัญหาแล้ว สามารถประยุกต์ how are we going to…? เพื่อหารือเรื่องแผน อุปสรรค การตัดสินใจร่วมกัน และขั้นตอนที่จำเป็นเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามต้องการ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

I'm Peppa Pig.

0:02

ฉันคือเป็ปป้า พิก

This is my little brother George.

0:04

นี่คือน้องชายตัวเล็กของฉัน จอร์จ

This is Mummy Pig.

0:07

นี่คือแม่หมู

and this is Daddy Pig.

0:09

และนี่คือพ่อหมู

Peppa Pig.

0:13

เป็ปป้า พิก

Polly's holiday.

0:17

วันหยุดของพอลลี่

Granny and Grandpa Pig are going on holiday. วลี

0:20

ย่าหมูและปู่หมูกำลังจะไปพักร้อน

วลี

go on holiday: สำนวนอังกฤษแบบบริติชที่แปลว่า “ไปเที่ยวพักผ่อน”

go on holiday เป็นสำนวนที่ใช้ทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช หมายถึงออกจากบ้านไปพักผ่อนหรือท่องเที่ยว ในประโยคนี้ are going on holiday กล่าวถึงทริปที่วางแผนไว้แล้วและกำลังจะเกิดขึ้น ให้มอง on holiday เป็นวลีตายตัว โดย on ในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ go on holiday ไม่ใช่ go to holiday

แบบฝึกหัด

ใช้ go on holiday ในรูป present continuous เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: We are ____ next week.

ดูคำตอบ

going on holiday

They are bringing Polly Parrot to Peppa's house, วลี

0:23

พวกเขาพานกแก้วพอลลี่มาที่บ้านของเป็ปป้า

วลี

bring ... to ...: พาพอลลี่นกแก้วไปที่บ้านของเป๊ปป้า

โครงสร้าง bring + คน สัตว์ หรือสิ่งของ + to + จุดหมาย หมายถึงพาคนหรือสัตว์ หรือนำสิ่งของนั้นไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ ในประโยคนี้สิ่งที่ถูกพาไปคือ Polly Parrot และจุดหมายคือ Peppa's house bring ไม่ได้ใช้กับสิ่งของเท่านั้น เมื่อพูดถึงคนหรือสัตว์ ให้วางคนหรือสัตว์ไว้หลัง bring ทันที แล้วใช้ to หน้าจุดหมาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง bring + สัตว์ + to + จุดหมาย ได้ถูกต้อง

  1. Leo is bringing his cat to my house.
  2. Leo is bringing his cat my house.
  3. Leo is bringing his cat at my house.
ดูคำตอบ

Leo is bringing his cat to my house.

so Peppa and George can look after her. โน้ต

0:25

เพื่อให้เป็ปป้าและจอร์จช่วยดูแลมัน

ไวยากรณ์

so + ประธาน + can: ใช้บอกจุดประสงค์

ในประโยคนี้ so ใช้บอกจุดประสงค์ของการกระทำหรือแผนที่กล่าวมาก่อนหน้า นั่นคือทำสิ่งนั้นเพื่อให้เป๊ปป้ากับจอร์จดูแลพอลลี่ได้ ในการใช้แบบนี้ so มีความหมายใกล้กับ so that ไม่ได้แปลเพียงว่า “ดังนั้น” โครงสร้างคือ การกระทำ + so + ประธาน + can + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เชื่อมสิ่งที่คนหนึ่งทำกับสิ่งที่การกระทำนั้นทำให้อีกคนสามารถทำได้

แบบฝึกหัด

ใน “I put the cups on a low shelf so the children can reach them,” อนุประโยค so อธิบายอะไร?

  1. จุดประสงค์ของการวางถ้วยไว้ตรงนั้น
  2. เวลาที่มีการย้ายถ้วย
  3. การเปรียบต่างระหว่างถ้วยกับชั้นวาง
ดูคำตอบ

จุดประสงค์ของการวางถ้วยไว้ตรงนั้น

กริยาวลี

look after her: ดูแลคนหรือสิ่งของ

look after เป็นกริยาหลายคำที่หมายถึง “ดูแล” หรือ “รับผิดชอบ” ในประโยคนี้ her หมายถึง Polly ดังนั้นเป๊ปป้ากับจอร์จจะดูแลนกแก้วตัวนี้ ให้มอง look after เป็นหน่วยเดียวกัน กรรมจะอยู่หลังวลีทั้งหมด เช่น look after her, look after a child หรือ look after a bag

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเป็นการขอให้ใครสักคนดูแลกระต่าย?

  1. Could you look at my rabbit this weekend?
  2. Could you look after my rabbit this weekend?
  3. Could you look for my rabbit this weekend?
ดูคำตอบ

Could you look after my rabbit this weekend?

Hello everyone.

0:32

สวัสดีทุกคน

Hello Grandpa Pig.

0:34

สวัสดีปู่หมู

Hello Granny Pig.

0:36

สวัสดีย่าหมู

Polly is very excited about her holiday วลี

0:38

พอลลี่ตื่นเต้นกับวันหยุดของมันมาก

วลี

excited about her holiday: ตื่นเต้นและตั้งตารอบางสิ่ง

be excited about something หมายถึงรู้สึกดีใจและกระตือรือร้นมากเพราะกำลังตั้งตารอสิ่งนั้น วลีนามหลัง about บอกเหตุการณ์ แผน หรือสิ่งที่ทำให้เกิดความรู้สึกนี้ ในประโยคนี้ her holiday คือสิ่งที่พอลลี่กำลังตั้งตารอ โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ be + excited + about + คำนามหรือรูป -ing

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย excited และคำบุพบทที่ปกติใช้บอกเหตุการณ์ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกนี้: Mia is ____ the school trip.

ดูคำตอบ

excited about

with Peppa and George.

0:40

ที่จะได้อยู่กับเป็ปป้าและจอร์จ

Hello Polly.

0:42

สวัสดีพอลลี่

Hello Polly.

0:44

สวัสดีพอลลี่

Polly Parrot copies everything that is said. ไวยากรณ์

0:47

นกแก้วพอลลี่เลียนแบบทุกคำที่ได้ยิน

ไวยากรณ์

everything that is said: อนุประโยคสัมพันธ์แบบ passive

everything หมายถึงทุกสิ่งหรือเนื้อหาทั้งหมด อนุประโยคสัมพันธ์ that is said จำกัดความหมายให้เป็นเนื้อหาทั้งหมดที่ผู้คนพูด is said เป็น present simple แบบ passive: be + past participle โดยไม่ระบุผู้พูด เพราะจุดสำคัญอยู่ที่คำพูด ไม่ใช่ผู้ที่พูด และไม่ได้หมายถึงการกำลังพูดอยู่ในขณะนี้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพันธ์แบบ passive ได้ถูกต้องเพื่อสื่อว่าอุปกรณ์บันทึกเนื้อหาทั้งหมดที่มีคนพูด?

  1. The device records everything that says in the room.
  2. The device records everything that is saying in the room.
  3. The device records everything that is said in the room.
ดูคำตอบ

The device records everything that is said in the room.

What's in Polly's suitcase, Granny?

0:52

ในกระเป๋าเดินทางของพอลลี่มีอะไรเหรอคะคุณย่า?

This is Polly's food.

0:55

นี่คืออาหารของพอลลี่จ้ะ

George, can you guess what Polly likes to eat best? ไวยากรณ์

0:56

จอร์จ หลานเดาได้ไหมว่าพอลลี่ชอบกินอะไรมากที่สุด?

ไวยากรณ์

what Polly likes to eat best: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามแทรก

อนุประโยค what Polly likes to eat best เป็นคำถามแทรกที่ตามหลัง guess โดยถามว่าพอลลี่ชอบกินอะไรมากที่สุด แต่เมื่ออยู่ภายในประโยคใหญ่จะใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ คำแสดงคำถาม + ประธาน + กริยา เช่น what + Polly + likes ส่วนต้น Can you guess ทำให้ทั้งประโยคเป็นคำถามอยู่แล้ว จึงไม่ต้องสลับคำด้วย do/does ภายในคำถามแทรก ส่วน what does Polly like to eat best ใช้ได้เมื่อเป็นคำถามตรงที่อยู่เดี่ยว ๆ เท่านั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ลำดับคำในคำถามแทรกได้ถูกต้อง

  1. Can you tell me where does Sam live?
  2. Can you tell me where lives Sam?
  3. Can you tell me where Sam lives?
ดูคำตอบ

Can you tell me where Sam lives?

Chocolate cake.

1:00

เค้กช็อกโกแลต

No, not chocolate cake.

1:03

ไม่ใช่ ไม่ใช่เค้กช็อกโกแลต

Polly likes birdseed.

1:05

พอลลี่ชอบเมล็ดพืช

Birdseed.

1:07

เมล็ดพืช

Can I feed her, Granny Pig? น้ำเสียง/เจตนา

1:10

หนูขอป้อนอาหารมันได้ไหมคะย่าหมู?

น้ำเสียง/เจตนา

Can I feed her?: การขออนุญาตด้วย Can I

Can I feed her? เป็นการขออนุญาต ผู้พูดต้องการรู้ว่าตนได้รับอนุญาตให้ป้อนอาหารพอลลี่หรือไม่ can ในที่นี้ไม่ได้เน้นถามว่าผู้พูดมีความสามารถทำสิ่งนั้นหรือไม่ ใช้ Can I + กริยารูปพื้นฐาน? เพื่อขออนุญาตในบทสนทนาทั่วไป ประธาน I แสดงว่าผู้พูดกำลังขออนุญาตทำการกระทำของตนเอง

แบบฝึกหัด

คุณต้องการขออนุญาตเปิดหน้าต่าง ควรใช้ประโยคใด

  1. Can you open the window?
  2. I can open the window.
  3. Can I open the window?
ดูคำตอบ

Can I open the window?

Can I feed her?

1:12

ผมขอป้อนมันได้ไหม?

Yes.

1:13

ได้สิ

It's very important not to give Polly too much food. ไวยากรณ์

1:14

สิ่งสำคัญมากคืออย่าให้อาหารพอลลี่มากเกินไป

ไวยากรณ์

It's very important not to ...: บอกว่าการหลีกเลี่ยงการกระทำสำคัญมาก

It's very important not to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ใส่การกระทำที่ต้องหลีกเลี่ยงไว้ในโครงสร้างที่บอกว่าการหลีกเลี่ยงนั้นสำคัญมาก ในประโยคนี้ not to give หมายถึง “อย่าให้” และ not ไม่ได้ทำให้ important เป็นปฏิเสธ โครงสร้างนี้ใช้กับกฎ คำเตือน และคำแนะนำด้านความปลอดภัยได้ โดย very ทำให้คำเตือนหนักแน่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างคำเตือนที่หนักแน่นแบบเดียวกัน: ____ touch the exposed wire.

ดูคำตอบ

It's very important not to

ไวยากรณ์

too much food: แสดงปริมาณที่มากเกินไปกับคำนามนับไม่ได้

Too much + คำนามนับไม่ได้ หมายถึงปริมาณที่มากกว่าปริมาณที่เหมาะสมหรือที่ต้องการ ใน too much food คำว่า food ถูกมองเป็นปริมาณรวม จึงเป็นคำเตือนว่ามีมากเกินไป ไม่ใช่แค่มีปริมาณมาก ใช้ too much กับปริมาณที่นับไม่ได้ และใช้ too many กับสิ่งของที่นับได้และเป็นพหูพจน์ หากต้องการบอกเพียงว่ามีอาหารมากโดยไม่ได้วิจารณ์ว่ามากเกินไป ให้ใช้ a lot of food

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่หมายถึงอาหารมากเกินกว่าที่ดีต่อสุขภาพหรือเหมาะสมลงในคำเตือน:Don't give the puppy ____ at dinner.

ดูคำตอบ

too much food

Yes, Grandpa Pig.

1:18

ครับปู่หมู

Grandpa, can Polly come out of the cage? กริยาวลี

1:20

คุณปู่คะ พอลลี่ออกมาจากกรงได้ไหมคะ?

กริยาวลี

come out of the cage: ออกมาจากด้านในกรง

Come out of + สถานที่ หมายถึงเคลื่อนจากด้านในของสถานที่นั้นออกมาด้านนอก ในคำถามนี้ the cage คือจุดเริ่มต้น และผู้พูดกำลังถามว่าพอลลี่ออกจากด้านในของกรงได้ไหม ต้องเข้าใจ out of พร้อมกับสถานที่ที่ตามมา: come out of the cage บอกว่าการเคลื่อนที่เริ่มจากที่ใด หากใช้ come out อย่างเดียว จะหมายเพียงว่าออกมาหรือปรากฏตัว โดยไม่ได้บอกจุดเริ่มต้น

แบบฝึกหัด

ลูกแมวอยู่ในกล่อง เติมประโยคโดยใช้ come out of + สถานที่: The kitten is afraid and will not ____.

ดูคำตอบ

come out of the box

Yes, but you must keep all the doors and windows closed, ไวยากรณ์

1:23

ได้ แต่หลานต้องปิดประตูและหน้าต่างทุกบานนะ

ไวยากรณ์

must keep all the doors and windows closed: keep + กรรม + คำคุณศัพท์

Keep + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึงทำให้หรือปล่อยให้กรรมคงอยู่ในสภาพนั้น ในที่นี้กรรมคือ all the doors and windows และ closed บอกสภาพที่ประตูกับหน้าต่างต้องคงอยู่ต่อไป Must ทำให้ข้อความนี้เป็นข้อกำหนดที่หนักแน่น closed เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่หลังกรรม ใช้อธิบายสภาพของประตูและหน้าต่าง ไม่ได้บอกการกระทำอีกอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในอดีต

แบบฝึกหัด

ใช้ keep, the gate และ closed เติมคำสั่งให้สมบูรณ์: During the match, please ____.

ดูคำตอบ

keep the gate closed

so Polly doesn't fly away. โน้ต

1:27

เพื่อไม่ให้พอลลี่บินหนีไป

ไวยากรณ์

so Polly doesn't fly away: บอกว่าสิ่งที่ทำช่วยป้องกันอะไร

ในที่นี้ so แสดงจุดประสงค์ของคำสั่งก่อนหน้า คือเพื่อไม่ให้ Polly บินหนีไป สิ่งที่การกระทำนั้นต้องการป้องกันคือความเป็นไปได้ที่ Polly จะบินจากไป ไม่ได้บอกว่า Polly บินหนีไปแล้ว รูปแบบที่ใช้ได้บ่อยคือ การกระทำหรือคำสั่ง + so + ประธาน + don't/doesn't + กริยารูปพื้นฐาน รูปแบบนี้บอกว่าทำสิ่งหนึ่งเพื่อให้แน่ใจว่าอีกเหตุการณ์จะไม่เกิดขึ้น ใช้ doesn't กับ he, she, it หรือชื่อคนหรือสิ่งของหนึ่งอย่าง เช่น Polly และใช้กริยาหลังจากนั้นเป็นรูปพื้นฐาน เช่น fly ไม่ใช่ flies

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ so เพื่อบอกว่าสิ่งที่ทำมีไว้ป้องกันอะไร?

  1. Please close the gate so the puppy doesn't run into the road.
  2. Please close the gate, but the puppy doesn't run into the road.
  3. Please close the gate because the puppy doesn't run into the road.
ดูคำตอบ

Please close the gate so the puppy doesn't run into the road.

กริยาวลี

fly away: ออกจากสถานที่ด้วยการบิน

Fly away หมายถึงออกจากสถานที่หนึ่งด้วยการบิน คำว่า fly บอกว่าประธานเคลื่อนที่อย่างไร ส่วน away บอกทิศทาง คือออกห่างจากจุดเริ่มต้นหรือคนที่กำลังมองอยู่ ในตัวอย่าง doesn't fly away ทำให้การบินจากไปเป็นเหตุการณ์ที่ต้องการป้องกัน Fly away ใช้กับนกและแมลง รวมถึงอากาศยานหรือวัตถุเบาที่ถูกพาไปในอากาศได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ fly away อย่างเป็นธรรมชาติในความหมายว่าออกจากสถานที่ผ่านทางอากาศ?

  1. The butterfly rested on my sleeve, then flew away.
  2. The boat sailed out of the harbor, then flew away.
  3. The child left the room on foot, so she flew away.
ดูคำตอบ

The butterfly rested on my sleeve, then flew away.

Yes, Grandpa Pig.

1:29

ค่ะปู่หมู

Goodbye, Peppa.

1:31

ลาก่อนนะเป็ปป้า

Goodbye, George.

1:32

ลาก่อนนะจอร์จ

Goodbye, Granny Pig.

1:34

ลาก่อนค่ะย่าหมู

Goodbye, Grandpa Pig.

1:35

ลาก่อนค่ะปู่หมู

Goodbye, Granny Pig.

1:37

ลาก่อนค่ะย่าหมู

Goodbye, Grandpa Pig.

1:39

ลาก่อนค่ะปู่หมู

Would you like a cup of tea? น้ำเสียง/เจตนา

1:43

รับชาสักถ้วยไหมคะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Would you like ...? สำหรับเสนอสิ่งของอย่างสุภาพ

Would you like + คำนาม...? ใช้เสนอสิ่งของอย่างสุภาพและถามว่าอีกฝ่ายต้องการรับหรือไม่ ในประโยคนี้กำลังเสนอชาหนึ่งถ้วย ในรูปแบบนี้ would ช่วยให้คำถามฟังนุ่มนวลขึ้น ไม่ได้บอกว่าเป็นเหตุการณ์ในอดีต

แบบฝึกหัด

เติมข้อเสนออย่างสุภาพแก่แขกโดยใช้คำขึ้นต้น Would you like: ____ some cake?

ดูคำตอบ

Would you like

Would you like a cup of tea?

1:46

รับชาสักถ้วยไหมคะ?

George has got Polly's birdseed. การใช้คำ

1:49

จอร์จเอาเมล็ดพืชของพอลลี่มา

การใช้คำ

has got ที่ใช้บอกการมีอยู่ในปัจจุบัน

ในภาษาอังกฤษแบบบริติชที่ใช้ในชีวิตประจำวัน has got มักมีความหมายเหมือน has คือมีหรือครอบครองอยู่ ในประโยคนี้เมล็ดอาหารนกของพอลลี่อยู่ในมือหรืออยู่กับจอร์จ ไม่ได้เน้นว่าเขาได้มันมาอย่างไร Has got เป็นรูปบุรุษที่สามเอกพจน์ของ have got โดย he, she, it หรือชื่อเอกพจน์ใช้ has got ส่วนประธานอื่นมักใช้ have got

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป have got ที่ใช้ในภาษาพูดแบบบริติช: Mia ____ a blue backpack.

ดูคำตอบ

has got

George, that is too much birdseed.

1:53

จอร์จ นั่นมันเมล็ดพืชเยอะเกินไปนะ

Polly will go very big and burst like a balloon. สำนวน

1:56

พอลลี่จะตัวใหญ่มากแล้วระเบิดเหมือนลูกโป่ง

สำนวน

burst like a balloon: อุปมาแบบกล่าวเกินจริง

like ใช้สร้างอุปมา โดยเปรียบการที่ Polly แตกกับลูกโป่งที่แตก ภาพนี้ทำให้คำเตือนชัดเจนและนึกภาพตามได้ง่าย ในที่นี้ผู้พูดจงใจกล่าวเกินจริงเพื่อห้ามไม่ให้ใครให้อาหาร Polly มากเกินไป ประโยคนี้หมายความว่าการให้อาหารมากเกินไปอาจส่งผลเสีย ไม่ได้ทำนายตามตัวอักษรว่า Polly จะแตกจริง ๆ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ burst like a balloon มีหน้าที่หลักอย่างไร?

  1. อธิบายวิธีทำให้ลูกโป่งแตก
  2. ทำนายทางการแพทย์ว่า Polly จะกลายเป็นลูกโป่ง
  3. สร้างภาพที่กล่าวเกินจริงเพื่อเตือนไม่ให้ให้อาหาร Polly มากเกินไป
ดูคำตอบ

สร้างภาพที่กล่าวเกินจริงเพื่อเตือนไม่ให้ให้อาหาร Polly มากเกินไป

Pop.

1:59

ปุ้ง

Burst like a balloon.

2:01

ระเบิดเหมือนลูกโป่ง

What's that noise? น้ำเสียง/เจตนา

2:09

นั่นเสียงอะไรน่ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

What's that noise?: ใช้ตอบสนองเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่รู้ที่มา

What's that noise? เป็นคำถามที่เป็นธรรมชาติเมื่อจู่ ๆ ได้ยินเสียง แต่ไม่รู้ว่าเป็นเสียงอะไรหรือมาจากไหน คำว่า that ชี้ถึงเสียงที่เพิ่งดึงความสนใจ แม้จะมองไม่เห็นแหล่งที่มาของเสียงก็ตาม noise ในที่นี้หมายถึงเสียงที่ดึงความสนใจและยังไม่ทราบว่าเป็นเสียงอะไร คำถามนี้ใช้ขอให้ใครสักคนระบุหรืออธิบายเสียงนั้น

แบบฝึกหัด

จู่ ๆ คุณได้ยินเสียงกระแทกในห้องครัว แต่มองไม่เห็นว่าเกิดจากอะไร ประโยคใดเป็นปฏิกิริยาที่เป็นธรรมชาติที่สุด?

  1. What colour is the kitchen?
  2. What sound does the fridge make?
  3. What's that noise?
ดูคำตอบ

What's that noise?

Ice cream.

2:10

ไอศกรีม

Ice cream.

2:16

ไอศกรีม

Hooray!

2:16

ไชโย!

Oh dear, George has forgotten to close the door. ไวยากรณ์

2:20

ตายจริง จอร์จลืมปิดประตู

ไวยากรณ์

has forgotten to close the door: ความผิดพลาดในอดีตที่มีผลถึงปัจจุบัน

Has forgotten เป็น present perfect ซึ่งประกอบด้วย has + กริยาช่องสาม forgotten ใช้บอกว่าการพลาดทำบางอย่างในอดีตยังมีผลสำคัญอยู่ในตอนนี้ ในประโยคนี้จอร์จไม่ได้ปิดประตู ประตูจึงอาจยังเปิดอยู่ Forget to do something หมายถึงลืมทำสิ่งที่จำเป็นหรือตั้งใจจะทำ การกระทำที่ไม่ได้ทำจะอยู่หลัง to เช่น to close the door

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ forget to bring: Mia ____ her key, so she cannot get in.

ดูคำตอบ

has forgotten to bring

Ice cream.

2:27

ไอศกรีม

Ice cream.

2:28

ไอศกรีม

It is Miss Rabbit, the ice cream lady.

2:29

นั่นคุณกระต่าย คนขายไอศกรีมนี่นา

Hello, Mummy Pig.

2:32

สวัสดีค่ะแม่หมู

Hello, Miss Rabbit.

2:33

สวัสดีค่ะคุณกระต่าย

Four ice creams, please. น้ำเสียง/เจตนา

2:35

ขอไอศกรีมสี่ที่ค่ะ

น้ำเสียง/เจตนา

Four ice creams, please: การสั่งแบบสั้นและสุภาพ

ในร้านค้า คาเฟ่ หรือแผงขายอาหารที่สถานการณ์ชัดเจน รูปแบบ number + item + please สามารถใช้เป็นคำขอสั้น ๆ ที่สมบูรณ์ได้ Four ice creams, please มีความหมายเหมือน I'd like four ice creams, please แม้จะละประธานและคำกริยาไว้ Ice cream เป็นคำนามนับได้เมื่อหมายถึงไอศกรีมแต่ละที่หรือแต่ละโคน เนื่องจากสั่งจำนวน four จึงใช้รูปพหูพจน์ ice creams ส่วน please และน้ำเสียงที่เป็นมิตรทำให้การสั่งสั้น ๆ นี้สุภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้รูปแบบการสั่งสั้น ๆ เพื่อขอแซนด์วิชสามชิ้น: ____, please.

ดูคำตอบ

Three sandwiches

Thank you, Miss Rabbit.

2:39

ขอบคุณค่ะคุณกระต่าย

George, you forgot to close the door.

2:43

จอร์จ น้องลืมปิดประตู

Polly will have flown away. ไวยากรณ์

2:47

พอลลี่ต้องบินหนีไปแล้วแน่ๆ

ไวยากรณ์

will have flown away: การคาดคะเนผลที่เสร็จสิ้นแล้ว

Will have + past participle ใช้นำเสนอว่าการกระทำหนึ่งเสร็จสิ้นแล้วภายในเวลาอ้างอิง ในประโยคนี้ will have flown away หมายถึงผู้พูดสรุปว่าพอลลี่น่าจะบินไปแล้ว โดย will แสดงการคาดคะเนที่ค่อนข้างมั่นใจ ไม่ได้เพียงบอกเหตุการณ์อนาคตทั่วไป Flown เป็นรูป past participle ของ fly และ fly away หมายถึงบินออกจากสถานที่หนึ่ง จุดสำคัญคือผลที่เกิดขึ้นเรียบร้อยแล้ว นั่นคือพอลลี่ไม่อยู่ตรงนั้นแล้ว

แบบฝึกหัด

will have flown away ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. ผู้พูดสัญญาว่าพอลลี่จะไม่บินไป
  2. ผู้พูดคาดคะเนว่าพอลลี่น่าจะบินไปแล้ว
  3. ผู้พูดบอกว่าพอลลี่บินไปทุกวัน
  4. ผู้พูดสั่งให้พอลลี่บินไปเดี๋ยวนี้
ดูคำตอบ

ผู้พูดคาดคะเนว่าพอลลี่น่าจะบินไปแล้ว

Don't worry, Peppa. น้ำเสียง/เจตนา

2:49

ไม่ต้องห่วงนะเป็ปป้า

น้ำเสียง/เจตนา

Don't worry: การปลอบอีกฝ่ายอย่างอ่อนโยน

Don't worry เป็นคำพูดที่ใช้บ่อยเพื่อทำให้คนที่กังวลหรือกลัวรู้สึกสบายใจ แม้จะอยู่ในรูปประโยคคำสั่งปฏิเสธ แต่ในที่นี้มีจุดประสงค์เพื่อปลอบและทำให้เป๊ปป้าสงบลง ไม่ใช่ออกคำสั่งอย่างเข้มงวด

แบบฝึกหัด

เพื่อนคนหนึ่งหากุญแจไม่เจอ คำตอบต่อไปนี้เหมาะสำหรับใช้ปลอบเธอหรือไม่: Don't worry. I'll help you look for them.

  1. ไม่เหมาะสม
  2. เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

I'm sure Polly is still inside. น้ำเสียง/เจตนา

2:51

พ่อแน่ใจว่าพอลลี่ยังอยู่ข้างใน

น้ำเสียง/เจตนา

I'm sure: แสดงความมั่นใจอย่างมากและทำให้อีกฝ่ายสบายใจ

โครงสร้าง I'm sure + อนุประโยคสมบูรณ์ หมายความว่าผู้พูดเชื่ออย่างมากว่าเนื้อหาในอนุประโยคนั้นเป็นความจริง ในที่นี้ผู้พูดมั่นใจว่า Polly ยังอยู่ข้างใน และใช้ความมั่นใจนั้นเพื่อทำให้คนอื่นสบายใจ สำนวนนี้บอกระดับความมั่นใจของผู้พูด แต่ไม่ได้รับประกันว่าผู้พูดมีหลักฐาน

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายที่แสดงความมั่นใจอย่างมากให้ประโยคสมบูรณ์: ____ your cat is hiding nearby.

ดูคำตอบ

I'm sure

Polly's not here.

2:55

พอลลี่ไม่อยู่ที่นี่

Oh.

2:56

โอ้

We've lost Polly. การใช้คำ

3:00

เราทำพอลลี่หาย

การใช้คำ

We've lost Polly: lost หมายถึงหาไม่พบ

We've เป็นรูปย่อของ we have ในประโยคนี้และบริบทที่กำลังตามหา lose หมายความว่าผู้พูดหา Polly ไม่เจอแล้ว ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาแพ้การแข่งขันให้ Polly Present perfect ใน have lost เชื่อมเหตุการณ์ก่อนหน้านี้เข้ากับผลในปัจจุบัน นั่นคือ ตอนนี้ Polly ยังหายอยู่

แบบฝึกหัด

การตีความใดตรงกับ We've lost Polly. มากที่สุด

  1. Polly ชนะพวกเราในเกมหนึ่ง
  2. ตอนนี้หา Polly ไม่พบ
  3. พวกเราจงใจทิ้ง Polly ไว้ที่ไหนสักแห่ง
  4. พวกเราเศร้าเพราะ Polly ไม่อยู่
ดูคำตอบ

ตอนนี้หา Polly ไม่พบ

Grandpa and Granny are going to be very sad. ไวยากรณ์

3:01

ปู่กับย่าต้องเสียใจมากแน่ๆ

ไวยากรณ์

are going to be very sad: การคาดการณ์สภาวะในอนาคต

โครงสร้าง be going to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไปจากข้อมูลที่รู้อยู่ในตอนนี้ ในที่นี้ are สอดคล้องกับประธานพหูพจน์ Grandpa and Granny be ตัวที่สองเชื่อมประธานเข้ากับวลีคุณศัพท์ very sad ดังนั้น are going to be very sad จึงคาดการณ์สภาวะทางอารมณ์ของทั้งคู่ในอนาคต ในประโยคนี้ going to ไม่ได้หมายความว่าพวกเขากำลังเดินทางไปที่ใด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ be going to เพื่อคาดการณ์สภาวะในอนาคตได้ถูกต้อง

  1. The children going to be excited when they see the presents.
  2. The children are going be excited when they see the presents.
  3. The children are going to be excited when they see the presents.
  4. The children are going to excited when they see the presents.
ดูคำตอบ

The children are going to be excited when they see the presents.

Maybe we should try the garden. น้ำเสียง/เจตนา

3:05

บางทีเราน่าจะลองไปหาในสวน

น้ำเสียง/เจตนา

Maybe we should try the garden: การเสนอแนะอย่างนุ่มนวล

Maybe we should + กริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ทุกคนทำบางอย่างร่วมกันโดยไม่ฟังเหมือนเป็นคำสั่ง Maybe ทำให้ข้อเสนอฟังดูไม่บังคับมากเกินไป ส่วน should แสดงว่าเป็นขั้นตอนต่อไปที่สมเหตุสมผล ในการค้นหา try + สถานที่ หมายถึงตรวจดูสถานที่นั้นเป็นตัวเลือกถัดไป ดังนั้น try the garden จึงหมายถึงไปหาในสวนเป็นลำดับต่อไป ไม่ได้หมายถึงชิมสวน

แบบฝึกหัด

ครอบครัวหนึ่งกำลังหานาฬิกาข้อมือที่หายไป ประโยคใดเป็นข้อเสนอแนะที่นุ่มนวลและเป็นธรรมชาติที่สุด

  1. Maybe we should trying the kitchen.
  2. Maybe we should try the kitchen.
  3. Maybe should we try the kitchen.
  4. Maybe we should taste the kitchen.
ดูคำตอบ

Maybe we should try the kitchen.

Look, what's that?

3:09

ดูสิ นั่นอะไรน่ะ?

What has Mummy Pig seen in the garden?

3:11

แม่หมูเห็นอะไรในสวน?

It's Polly.

3:15

พอลลี่นั่นเอง

Hooray!

3:16

ไชโย!

But Daddy, how are we going to get Polly down from the tree? โน้ต

3:18

แต่คุณพ่อคะ เราจะเอาพอลลี่ลงมาจากต้นไม้ได้ยังไง?

ไวยากรณ์

How are we going to ...?: ใช้ถามวิธีแก้ปัญหา

How are we going to + กริยารูปพื้นฐาน ...? ใช้ถามว่ากลุ่มของเราจะใช้วิธีหรือแผนใดเพื่อจัดการปัญหา ในประโยคนี้ ผู้พูดต้องการรู้วิธีที่ใช้ได้จริงในการพาพอลลี่ลงมา ไม่ได้เพียงถามว่าอนาคตจะเกิดอะไรขึ้น ในประโยคคำถาม are จะอยู่หน้า we และหลัง going to ใช้กริยารูปพื้นฐาน get ตรงนี้ going to ช่วยแสดงการกระทำที่ตั้งใจจะทำ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้ How are we going to + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: ____ move this heavy table?

ดูคำตอบ

How are we going to

วลี

get ... down from ...: พาคนหรือสิ่งของลงมาจากที่สูง

get + กรรม + down from + สถานที่ หมายถึงทำให้หรือช่วยให้คนหรือสิ่งของเคลื่อนจากตำแหน่งที่สูงลงมายังตำแหน่งที่ต่ำกว่า ใน get Polly down from the tree คำว่า Polly เป็นกรรม down บอกผลว่าอยู่ต่ำลงมา และ from the tree บอกจุดเริ่มต้น get ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการได้รับหรือได้บางสิ่ง แต่มีความหมายเชิงทำให้เกิดผล คือทำหรือจัดการให้กรรมมาอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้ get + the kite + down from + the tree เพื่อเติมคำถามให้สมบูรณ์: How can we ____?

ดูคำตอบ

get the kite down from the tree

Don't worry, Peppa.

3:23

ไม่ต้องห่วงนะเป็ปป้า

I'll rescue Polly.

3:25

พ่อจะช่วยพอลลี่เอง

Come on, Polly. น้ำเสียง/เจตนา

3:28

มานี่สิพอลลี่

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: คำชวนอย่างอ่อนโยนให้ขยับหรือทำบางอย่าง

Come on ในที่นี้เป็นคำเรียก Polly อย่างอ่อนโยน ผู้พูดต้องการให้ Polly เข้ามาหาหรือลงมาจากต้นไม้ จึงมีความหมายประมาณว่า “มานี่สิ” หรือ “ไปกันเถอะ” Come on ทำหน้าที่เป็นคำชวนที่สมบูรณ์ในตัวเอง ความหมายขึ้นอยู่กับสถานการณ์และน้ำเสียง ส่วน on ไม่ได้สั่งให้ Polly เคลื่อนที่ขึ้นไปข้างบนต่ออย่างตรงตัว

แบบฝึกหัด

ใน “Come on, Max. Let’s go home,” คำว่า Come on น่าจะทำหน้าที่ใดมากที่สุด?

  1. ประกาศว่า Max ชนะการแข่งขัน
  2. เรียก Max อย่างอ่อนโยนให้ไปด้วยกัน
  3. ถามว่า Max มาจากไหน
  4. ดุ Max เพราะอยู่บ้านแล้ว
ดูคำตอบ

เรียก Max อย่างอ่อนโยนให้ไปด้วยกัน

Would you like a cup of tea?

3:30

รับชาสักถ้วยไหมคะ?

Oh no, Polly has flown higher up the tree. ไวยากรณ์

3:33

โอ้ไม่นะ พอลลี่บินสูงขึ้นไปบนต้นไม้แล้ว

ไวยากรณ์

has flown higher up the tree: การกระทำที่เสร็จแล้วและมีผลในปัจจุบัน

Has flown เป็น present perfect มีโครงสร้าง has + past participle flown รูปนี้แสดงว่าการบินขึ้นด้านบนเกิดขึ้นและเสร็จแล้ว พร้อมเน้นผลในปัจจุบัน คือ ตอนนี้ Polly อยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่าและเอื้อมถึงได้ยากกว่า Higher up the tree เปรียบเทียบตำแหน่งปัจจุบันของ Polly กับตำแหน่งก่อนหน้าที่ต่ำกว่า higher หมายถึงตำแหน่งในแนวตั้งบนต้นไม้ที่สูงกว่า ไม่ได้หมายถึงบินไปไกลกว่าหรือบินอย่างมีความสุขกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่ออย่างชัดเจนว่าการบินขึ้นด้านบนเกิดขึ้นแล้วและมีผลอยู่ในตอนนี้?

  1. The kite has flown higher, so I can’t reach it now.
  2. The kite has flown farther, so it is farther away.
  3. The kite flew higher yesterday, but it is back on the ground now.
  4. The kite is larger, so it looks higher.
ดูคำตอบ

The kite has flown higher, so I can’t reach it now.

Oh dear.

3:36

ตายจริง

Be careful, Daddy. น้ำเสียง/เจตนา

3:38

ระวังนะคะคุณพ่อ

น้ำเสียง/เจตนา

Be careful: คำเตือนเรื่องความปลอดภัยที่แสดงความห่วงใย

Be careful เป็นประโยคคำสั่งที่ใช้เตือนก่อนที่อีกฝ่ายอาจบาดเจ็บ ทำผิดพลาด หรือทำสิ่งของเสียหาย ในประโยคนี้เป็นคำเตือนเรื่องความปลอดภัยที่แสดงความห่วงใย ไม่ใช่การต่อว่าเรื่องที่เกิดขึ้นไปแล้ว เมื่ออันตรายชัดเจน สามารถพูด Be careful เพียงอย่างเดียวได้ หากต้องการระบุให้ชัดขึ้น ให้ใช้ with + สิ่งของ หรือ when + การกระทำ: Be careful with the scissors. Be careful when you cross the road.

แบบฝึกหัด

ตัดสิน: เพื่อนของคุณกำลังจะเหยียบพื้นเปียก การเตือนว่า “Be careful. The floor is wet.” เหมาะสมหรือไม่

  1. เหมาะสม
  2. ไม่เหมาะสม
ดูคำตอบ

เหมาะสม

Don't fall out of the tree like you always do. โน้ต

3:39

อย่าตกลงมาจากต้นไม้เหมือนที่ทำประจำนะคะ

กริยาวลี

fall out of the tree: ตกจากตำแหน่งที่อยู่ระหว่างกิ่งไม้

fall out of the tree หมายถึงการเสียหลักขณะอยู่บนต้นไม้หรือระหว่างกิ่งไม้ แล้วตกลงมาจากตำแหน่งนั้น โครงสร้างคือ fall + out of + สถานที่ โดย out of แสดงการเคลื่อนออกจากสถานที่ที่คนหรือสิ่งของเคยอยู่ เนื่องจาก out of ตามด้วย the tree ความหมายทางกายภาพว่าตกลงมาจึงชัดเจน นี่ไม่ใช่ fall out with someone ซึ่งหมายถึงเลิกเป็นมิตรกันหลังจากทะเลาะกัน

แบบฝึกหัด

ใช้ fall out of + สถานที่ เติมประโยคให้สมบูรณ์: The bag is open, so an apple might ____.

ดูคำตอบ

fall out of the bag

ไวยากรณ์

like you always do: เปรียบเทียบการกระทำกับสิ่งที่ทำเป็นประจำ

ในที่นี้ like นำอนุประโยคเปรียบเทียบ โดย like you always do หมายถึง “เหมือนที่คุณทำเป็นประจำ” ในประโยคนี้ like ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ” do ใช้แทนการกระทำที่กล่าวไปก่อนหน้านี้คือ fall out of the tree จึงไม่ต้องพูดซ้ำทั้งหมด เมื่อใช้ร่วมกับ always ประโยคนี้ยังมีน้ำเสียงหยอกล้อว่าเหตุการณ์แบบเดิมเกิดขึ้นบ่อยด้วย

แบบฝึกหัด

เรียง like, she, always และ does ให้ถูกต้องเพื่อเติมส่วนเปรียบเทียบให้สมบูรณ์: Mia leaves her shoes by the door, ____.

ดูคำตอบ

like she always does

Don't worry, Peppa.

3:43

ไม่ต้องห่วงนะเป็ปป้า

I'll be very careful.

3:44

พ่อจะระวังให้มาก

Come on, Polly.

3:46

มานี่สิพอลลี่

Birdseed.

3:49

เมล็ดพืช

I wonder where George is going. ไวยากรณ์

3:52

ฉันสงสัยว่าจอร์จกำลังจะไปไหน

ไวยากรณ์

I wonder where George is going: ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าในคำถามทางอ้อม

I wonder + อนุประโยคคำถาม ใช้แสดงความสงสัยหรือความคิดที่พูดกับตัวเอง ฟังนุ่มนวลและตรงน้อยกว่าการถามคำถามนั้นโดยตรง และอาจไม่ได้ต้องการคำตอบก็ได้ Where George is going เป็นคำถามทางอ้อม หลัง where ต้องใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า โดยวางประธาน George ก่อน is ไม่ใช้ลำดับคำของคำถามตรงแบบ where is George going

แบบฝึกหัด

เรียง wonder, where, Mia, is และ going ให้ถูกต้องเพื่อเติมคำถามทางอ้อมให้สมบูรณ์: I ____.

ดูคำตอบ

wonder where Mia is going

George has got Polly's birdseed.

3:56

จอร์จเอาเมล็ดพืชของพอลลี่มา

Polly loves to eat birdseed.

3:58

พอลลี่ชอบกินเมล็ดพืช

George has got Polly down from the tree. วลี

4:04

จอร์จพาพอลลี่ลงมาจากต้นไม้ได้แล้ว

วลี

has got Polly down from the tree: แสดงผลลัพธ์ที่ทำได้สำเร็จ

ในที่นี้ has got หมายถึง “ทำได้สำเร็จแล้ว” ไม่ใช่ “เป็นเจ้าของ” George ทำให้ Polly ลงมาจากต้นไม้ และ present perfect แสดงว่าผลนั้นเกิดขึ้นเรียบร้อยแล้วในตอนนี้ โครงสร้างคือ get + กรรม + วลีบอกทิศทางหรือผลลัพธ์: get Polly down from the tree โดย Polly เป็นกรรม ส่วน down from the tree บอกตำแหน่งที่ George ทำให้ Polly ไปถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย has และรูปของ get ที่ใช้ในภาษาอังกฤษแบบบริติช: Leah ____ the cat down from the roof.

ดูคำตอบ

has got

Hooray!

4:06

ไชโย!

What's that noise?

4:09

นั่นเสียงอะไรน่ะ?

Daddy Pig's mobile phone is ringing. การใช้คำ

4:11

โทรศัพท์มือถือของพ่อหมูกำลังดัง

การใช้คำ

mobile phone: คำที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติช

Mobile phone เป็นคำนามที่ใช้กันทั่วไปในภาษาอังกฤษแบบบริติชเพื่อหมายถึงโทรศัพท์มือถือ คำนี้เป็นชื่อเรียกอุปกรณ์โดยตรง ไม่ได้บรรยายว่าโทรศัพท์กำลังเคลื่อนที่ ในบทสนทนาประจำวันแบบบริติช mobile phone มักย่อเหลือ mobile เช่นในประโยค I left my mobile at home.

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดเป็นคำภาษาอังกฤษแบบบริติชที่พบได้ทั่วไปที่สุดสำหรับโทรศัพท์มือถือใน “My ___ is ringing”?

  1. cell phone
  2. mobile phone
  3. smartwatch
  4. landline
ดูคำตอบ

mobile phone

What?

4:13

อะไรนะ?

Hello.

4:17

ฮัลโหล

Oh, Granny Pig.

4:19

อ้อ ย่าหมูนั่นเอง

Hello, Daddy Pig.

4:20

สวัสดีจ้ะพ่อหมู

Please, may I talk to Polly? น้ำเสียง/เจตนา

4:23

รบกวนหน่อย แม่ขอคุยกับพอลลี่ได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Please, may I talk to ...?: การขอสายอย่างสุภาพทางโทรศัพท์

ทางโทรศัพท์ Please, may I talk to Polly? เป็นการขออย่างสุภาพให้พอลลี่มารับสาย หรือขออนุญาตคุยกับพอลลี่ talk to Polly หมายถึง “คุยกับพอลลี่” และไม่จำเป็นต้องเป็นการคุยแบบพบหน้ากัน โครงสร้าง may I + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ขออนุญาต ส่วน Please เพิ่มความสุภาพ ทำให้คำขอทั้งหมดฟังดูเกรงใจและให้เกียรติอีกฝ่าย

แบบฝึกหัด

ผู้โทรต้องการขอคุยกับ Noah อย่างสุภาพ ประโยคใดตรงกับจุดประสงค์นี้มากที่สุด

  1. Please, may I talk to Noah?
  2. Please, may Noah talk to me?
  3. Please, must I talk to Noah?
  4. Please, did I talk to Noah?
ดูคำตอบ

Please, may I talk to Noah?

Yes, of course. น้ำเสียง/เจตนา

4:25

ได้ครับ แน่นอน

น้ำเสียง/เจตนา

Yes, of course.: การตอบตกลงอย่างเต็มใจและเป็นมิตร

Yes, of course. เป็นวิธีตอบรับคำขอที่สมเหตุสมผลอย่างครบถ้วนและเป็นมิตร Yes ให้คำตอบยืนยันอย่างชัดเจน ส่วน of course แสดงว่าผู้พูดเต็มใจและเห็นว่าไม่มีปัญหา ในที่นี้ of course หมายถึง “แน่นอน” หรือ “ได้เลย” เป็นการอนุญาตในทางบวก ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดกำลังตำหนิว่าอีกฝ่ายถามเรื่องที่คำตอบชัดเจนอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เพื่อนถามว่า 'May I use your phone?' คำตอบใดเป็นการตอบตกลงอย่างชัดเจนและเป็นมิตร

  1. I don't think so.
  2. Not yet.
  3. Yes, of course.
  4. Of course not.
ดูคำตอบ

Yes, of course.

Hello, Polly.

4:28

สวัสดีพอลลี่

Are you having a nice holiday? น้ำเสียง/เจตนา

4:29

วันหยุดนี้สนุกไหมจ๊ะ?

น้ำเสียง/เจตนา

Are you having a nice holiday? — การถามถึงวันหยุดที่กำลังดำเนินอยู่

ใน have a nice holiday คำว่า have หมายถึง “ใช้เวลา” หรือ “มีประสบการณ์” ไม่ได้หมายถึง “เป็นเจ้าของ” คำถามนี้ถามว่าอีกฝ่ายกำลังเพลิดเพลินกับวันหยุดหรือไม่ Are you having ...? ใช้รูปปัจจุบันกำลังกระทำ เพราะวันหยุดยังดำเนินอยู่ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ถามถึงประสบการณ์อื่นที่กำลังเกิดขึ้นได้ เช่น Are you having a good time?

แบบฝึกหัด

เพื่อนของคุณยังอยู่ระหว่างทริปตั้งแคมป์ เติมคำถามด้วยรูปปัจจุบันกำลังกระทำของ have: ____ a good time at the campsite?

ดูคำตอบ

Are you having

Hello, Polly.

4:32

สวัสดีพอลลี่

Are you having a nice holiday?

4:33

วันหยุดนี้สนุกไหมจ๊ะ?