มายาคติเรื่องเชื้อชาติ ถูกหักล้างใน 3 นาที: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Vox
แนะนำวิดีโอ: หมวดหมู่เชื้อชาติในสหรัฐฯ เปลี่ยนตามนโยบายและไม่มีพื้นฐานพันธุกรรมหนึ่งเดียว แต่ยังส่งผลจริงต่อชีวิต ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "bought into" — กริยาวลี: หมายถึงยอมรับแนวคิด ไม่ใช่ซื้อสิ่งของ จึงเข้าใจว่าผู้บรรยายกล่าวถึงการรับทฤษฎีเชื้อชาติอย่างไร 2. "one drop of African ancestry," — วัฒนธรรม สื่อ และบริบทโลกจริง: เรียกเกณฑ์ทางประวัติศาสตร์ และช่วยให้เข้าใจว่าการข้ามเขตรัฐอาจเปลี่ยนป้ายเชื้อชาติทางการได้อย่างไร 3. "This, of course, does not mean that the concept of race isn't hugely important" — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: แยกคำปฏิเสธที่ซ้อนกัน และเห็นว่าหมวดหมู่ที่สังคมสร้างยังทำให้เกิดผลร้ายแรงได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You may think you know exactly what race you are, ไวยากรณ์
0:01คุณอาจคิดว่าคุณรู้แน่ชัดว่าตัวเองเป็นคนเชื้อชาติใด
ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่าใน what race you are
ใน know exactly what race you are กลุ่มคำ what race you are เป็นอนุประโยคคำถามแบบฝังที่ขึ้นต้นด้วย what อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เป็นกรรมของ know และบอกสิ่งที่บุคคลนั้นคิดว่าตนรู้ เนื่องจากอนุประโยคนี้อยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: what + คำนาม + ประธาน + be หลังคำกริยาอย่าง know, wonder หรือ ask ให้ใช้ what race you are ไม่ใช่ what race are you
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำถามแบบฝังหลัง knows ได้ถูกต้อง?
- She knows what time starts the meeting.
- She knows what time does the meeting start.
- She knows what time the meeting starts.
ดูคำตอบ
She knows what time the meeting starts.
but how would you prove it if someone disagreed with you? ไวยากรณ์
0:03แต่ถ้ามีคนไม่เห็นด้วย คุณจะพิสูจน์อย่างไร?
โครงสร้างสมมติ how would ... if ...
How would you prove it ถามว่าผู้ฟังอาจใช้วิธีใดเพื่อพิสูจน์เรื่องนั้นในสถานการณ์ที่มีการท้าทายซึ่งสมมติขึ้น Would ทำให้คำถามเป็นเชิงสมมติ แทนที่จะถามถึงแผนที่กำหนดไว้แล้ว ใน if someone disagreed with you คำว่า disagreed อยู่ในรูปอดีต แต่ไม่ได้หมายความว่าความไม่เห็นด้วยเกิดขึ้นไปแล้ว โครงสร้าง would + กริยารูปพื้นฐานในประโยคหลัก และอดีตกาลในอนุประโยค if แสดงสถานการณ์ปัจจุบันหรืออนาคตที่ไม่เป็นจริงหรือไม่แน่นอน ในที่นี้คำถามยังมีน้ำเสียงท้าทายด้วยว่า หากคำกล่าวนั้นถูกตั้งคำถาม ผู้ฟังจะนำหลักฐานอะไรมาแสดงได้
แบบฝึกหัด
คำถามใดมองว่าการปฏิเสธของคณะกรรมการเป็นสถานการณ์สมมติ?
- How would you defend the proposal if the committee rejected it?
- How will you defend the proposal if the committee rejects it?
- How did you defend the proposal when the committee rejected it?
ดูคำตอบ
How would you defend the proposal if the committee rejected it?
การใช้ The fact is, เพื่อเสนอประเด็นหลัก
The fact is, เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจบส่วนเกริ่นนำและเสนอข้อกล่าวอ้างหลักอย่างหนักแน่น ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอ race isn't real เป็นข้อสรุปที่ผู้ฟังควรให้ความสำคัญ วลีนี้ช่วยจัดลำดับข้อมูลและเพิ่มน้ำเสียงมั่นใจ แต่ตัววลีเองไม่ได้พิสูจน์ข้อกล่าวอ้าง เมื่อได้ยินวลีนี้ ให้คาดว่าประเด็นสำคัญกำลังจะตามมา
แบบฝึกหัด
คำขึ้นต้นใดประกาศข้อสรุปหลักที่หนักแน่นของผู้พูดได้ชัดเจนที่สุด หลังจากมีการเกริ่นนำแล้ว?
- By the way,
- For example,
- The fact is,
ดูคำตอบ
The fact is,
การใช้ even though เพื่อยอมรับข้อเท็จจริงที่ขัดแย้งกัน
even though นำเสนอข้อเท็จจริงที่ดูเหมือนขัดกับประโยคหลัก แต่ไม่ได้ทำให้ประโยคหลักเป็นโมฆะ ผู้พูดยอมรับว่าเชื้อชาติมีผลกระทบสำคัญทางสังคมและการเมือง แต่ยังคงเสนอข้อกล่าวอ้างหลักว่าเชื้อชาติไม่ใช่หมวดหมู่ที่ตายตัวทางชีววิทยาหรือกำหนดได้อย่างเป็นรูปธรรม โครงสร้างคือ even though + อนุประโยค, ประโยคหลัก หรือประโยคหลัก + even though + อนุประโยค มีความหมายว่า “แม้จะมีข้อเท็จจริงว่า” ไม่ใช่ “เพราะว่า”
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่แสดงว่าฝนตกหนักเป็นข้อเท็จจริงที่รู้แล้ว ไม่ใช่เพียงความเป็นไปได้: “We finished the game, ___ it was raining heavily.”
- even though
- because
- even if
ดูคำตอบ
even though
เป็นแรงขับเคลื่อนผลลัพธ์ทางสังคมและการเมืองจำนวนมาก
ในประโยคนี้ drives หมายถึง “มีอิทธิพลอย่างมากต่อการก่อรูปหรือการเกิดขึ้นของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง” ไม่ได้หมายถึง “ขับยานพาหนะ” ประธาน race ถูกนำเสนอว่าเป็นแรงสำคัญเบื้องหลังผลลัพธ์ทางสังคมและการเมืองที่เกิดขึ้นจริงมากมาย โครงสร้าง X drives Y outcomes พบได้บ่อยในงานเขียนเชิงวิเคราะห์ โดยแสดงความสัมพันธ์เชิงเหตุผลที่หนักแน่นกว่าการบอกเพียงว่า X เกี่ยวข้องกับ Y แต่ไม่ได้หมายความว่า X เป็นสาเหตุเพียงอย่างเดียวเสมอไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของกริยาที่เน้นไว้: Stable housing ____ better health outcomes.
ดูคำตอบ
drives
หนึ่งในคนกลุ่มแรกที่พยายามจัดหมวดหมู่
โครงสร้าง one of the first + คำนามพหูพจน์ + to-infinitive หมายความว่าบุคคลหนึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มเล็ก ๆ ที่ทำสิ่งนั้นในช่วงแรก เป็นถ้อยคำที่ระมัดระวัง เพราะระบุว่าบุคคลนั้นเป็นผู้บุกเบิกยุคแรก แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนแรกเพียงคนเดียว วลี One of the first people to attempt to categorize humans according to race ทั้งหมดเป็นประธานของ was หลัง one of the first ใช้คำนามพหูพจน์ เช่น people แต่กริยาหลักต้องสอดคล้องกับคำหลัก one ดังนั้น was จึงถูกต้องในที่นี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคเพื่อแสดงว่า Leo อยู่ในกลุ่มที่มาถึงช่วงแรก โดยไม่ยืนยันว่าเขาเป็นคนแรกเพียงคนเดียวอย่างแน่นอน: Leo was ____ volunteers to arrive.
ดูคำตอบ
one of the first
came up with: คิดหรือเสนอแนวคิดขึ้นมา
ในประโยคนี้ came up with หมายถึง “คิดขึ้นมาหรือออกแบบขึ้นมา” เขาสร้างระบบที่มีห้าหมวดหมู่ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ come up with + แนวคิด แผน ชื่อ คำอธิบาย หรือผลลัพธ์อื่นจากการคิด came เป็นรูปอดีต และนามวลีหลัง with ระบุสิ่งที่ถูกคิดหรือเสนอขึ้นมา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำที่หมายถึง “คิดหรือสร้างแนวคิดขึ้นมา”: After a long discussion, Maya finally ____ a solution everyone could accept.
ดูคำตอบ
came up with
of European descent: บอกเชื้อสาย
of European descent ขยายคำว่า Americans และบอกเชื้อสาย กล่าวคือ ครอบครัวหรือบรรพบุรุษของคนเหล่านี้มาจากยุโรป ไม่ได้หมายความว่าคนเหล่านี้เกิดในยุโรปหรือเพิ่งอพยพมา โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ person or people + of + คำคุณศัพท์บอกสถานที่หรือกลุ่ม + descent เช่น of Korean descent ในที่นี้ descent หมายถึงต้นกำเนิดของครอบครัว ไม่ใช่การเคลื่อนลง สัญชาติ หรือที่อยู่อาศัยปัจจุบัน
แบบฝึกหัด
ผู้หญิงคนหนึ่งเกิดในบราซิล เป็นพลเมืองแคนาดา และมีปู่ย่าตายายมาจากญี่ปุ่น วลีใดบอกเชื้อสายของเธอ
- of Japanese descent
- born in Japan
- a Japanese citizen
ดูคำตอบ
of Japanese descent
bought into: ยอมรับและเชื่อในแนวคิดหนึ่ง
Bought into เป็นรูปอดีตของกริยาวลี buy into ในที่นี้หมายถึงการยอมรับและเชื่อในวิธีคิดแบบหนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการจ่ายเงินซื้อสิ่งของ คำวิเศษณ์ eagerly แสดงว่าการยอมรับนั้นเป็นไปอย่างกระตือรือร้นและเต็มใจ รูปแบบที่นำไปใช้ในบริบทอื่นได้คือ buy into + แนวคิด ทฤษฎี คำอธิบาย แผน หรือระบบ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ buy into ซึ่งหมายถึง “ยอมรับและเชื่อ”: Although the theory was popular, Maya never ____ it.
ดูคำตอบ
bought into
Some historians have said the idea that there were different races
0:30นักประวัติศาสตร์บางคนกล่าวว่า แนวคิดที่ว่ามนุษย์มีหลายเชื้อชาติ
resolve the contradiction between A and B: คลี่คลายความขัดแย้งระหว่าง A กับ B
Resolve the contradiction between A and B เป็นรูปแบบภาษาทางการที่หมายถึงการทำให้ข้อกล่าวอ้าง หลักการ หรือข้อเท็จจริงสองอย่างที่ดูเหมือนเข้ากันไม่ได้มีความสอดคล้องกัน หรือหาวิธีจัดการกับความไม่เข้ากันนั้น ในประโยคนี้ แนวคิดเรื่องเชื้อชาติถูกนำเสนอเป็นเหตุผลที่ทำให้ผู้คนยืนยันสิทธิตามธรรมชาติที่จะมีเสรีภาพไปพร้อมกับการยอมรับความจริงของระบบทาส ถ้อยคำนี้บอกว่าพวกเขาจัดการความไม่สอดคล้องทางความคิดอย่างไร ไม่ได้บอกว่าระบบทาสหรือความอยุติธรรมของมันได้รับการแก้ไขจริง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ resolve the contradiction between: The committee revised the rule to ____ equal access and the limited number of seats.
ดูคำตอบ
resolve the contradiction between
โครงสร้างสมมติ If ... were ..., then ... could ...
อนุประโยค if ใช้รูปอดีต were เพื่อนำเสนอการแบ่งกลุ่มนี้ว่าเป็นข้อสมมติหรือข้อที่ยังไม่ได้รับการยืนยัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงในอดีตที่ยุติแล้ว เนื่องจากประธาน whites เป็นพหูพจน์ were จึงสอดคล้องกับรูปอดีตตามปกติด้วย ส่วนความหมายเชิงสมมติมาจากโครงสร้าง if ... then ทั้งหมด อนุประโยค then แสดงผลที่จินตนาการไว้ could หมายความว่าการรู้สึกเดือดร้อนใจน้อยลงนั้นเป็นไปได้ แต่ไม่รับประกัน ในบริบทนี้ ผู้พูดกำลังอธิบายแนวคิดที่เป็นอันตรายซึ่งถูกใช้เพื่อสร้างความชอบธรรมให้การกดขี่ ไม่ได้เห็นด้วยกับแนวคิดนั้น
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับโครงสร้างในประโยคนี้มากที่สุด
- รายงานเหตุการณ์ในอดีตสองเหตุการณ์ที่ได้รับการยืนยันแล้ว
- นำเสนอข้อสมมติที่ยังไม่ได้รับการยืนยันและผลที่เป็นไปได้
- ออกคำสั่งโดยตรงแล้วตามด้วยคำสัญญา
ดูคำตอบ
นำเสนอข้อสมมติที่ยังไม่ได้รับการยืนยันและผลที่เป็นไปได้
feel a lot better about + -ing: รู้สึกสบายใจขึ้นมากเกี่ยวกับการกระทำ
Feel better about something หมายถึงรู้สึกสบายใจขึ้น กังวลน้อยลง หรือรู้สึกผิดน้อยลงเมื่อนึกถึงเรื่องหนึ่ง a lot ใช้เพิ่มระดับของ better ในที่นี้วลีดังกล่าวบรรยายว่าผู้กดขี่รู้สึกไม่สบายใจน้อยลงเกี่ยวกับการพรากเสรีภาพ ไม่ได้หมายความว่าการกระทำนั้นดีขึ้นในทางศีลธรรม about เป็นคำบุพบท ดังนั้น denying จึงเป็น gerund โครงสร้างคือ about + -ing ในรูปแบบนี้ หลัง about ใช้คำนามหรือรูป -ing ไม่ใช่ infinitive
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำบุพบทที่หมายถึง 'เกี่ยวกับ' การกระทำ ไม่ใช่ 'หลังจาก' การกระทำนั้น: Maya felt a lot better ____ asking for more time once her manager explained the policy.
ดูคำตอบ
about
people who they labeled black: label + กรรม + หมวดหมู่
ในที่นี้ labeled เป็นคำกริยาที่หมายถึง “จัดประเภทหรืออธิบายว่าอยู่ในหมวดหมู่หนึ่ง” ใน people who they labeled black คำว่า who ย้อนกลับไปที่ people และทำหน้าที่เป็นกรรมของ labeled ส่วน black เป็นส่วนเติมเต็มกรรมที่บอกหมวดหมู่ซึ่งถูกกำหนดให้ โครงสร้างคือ label + กรรม + หมวดหมู่ จึงไม่จำเป็นต้องมี as ถ้อยคำนี้อาจนำเสนอหมวดหมู่ดังกล่าวว่าเป็นการจัดประเภทที่บุคคลอื่นหรือสถาบันกำหนดให้จากภายนอก ไม่ใช่การอธิบายตนเองอย่างเป็นกลาง ในการอภิปรายทางประวัติศาสตร์นี้ ถ้อยคำดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าหมวดหมู่ทางเชื้อชาติถูกยัดเยียดและถูกใช้เพื่อวาดภาพว่าคนกลุ่มหนึ่งแตกต่างโดยพื้นฐานอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ label โดยใช้โครงสร้าง label + กรรม + หมวดหมู่: The inspector ____ the building unsafe.
ดูคำตอบ
labeled
right along with them: การเน้นการเปลี่ยนแปลงคู่ขนาน
ในที่นี้ them หมายถึง political priorities ส่วน right along with them หมายความว่าคำจำกัดความเรื่องเชื้อชาติเปลี่ยนไปในแนวเดียวกับความสำคัญเหล่านั้น โดยสอดคล้องอย่างใกล้ชิดทั้งด้านจังหวะเวลาหรือทิศทาง right ทำหน้าที่เน้น along with ไม่ได้หมายถึง “ถูกต้อง” หรือทิศทางตรงข้ามกับ left ใช้ right along with เมื่อสิ่งหนึ่งพัฒนา เพิ่มขึ้น ลดลง หรือเปลี่ยนแปลงไปพร้อมกับอีกสิ่งหนึ่ง วลีนี้เน้นการเคลื่อนไหวคู่ขนาน แต่ตัววลีเพียงอย่างเดียวไม่ได้พิสูจน์ว่าการเปลี่ยนแปลงหนึ่งเป็นสาเหตุของอีกการเปลี่ยนแปลงหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสามคำที่หมายถึง “สอดคล้องอย่างใกล้ชิด”: As demand rose, prices climbed ____ it.
ดูคำตอบ
right along with
“the 1930 census” ในความหมายของระบบการจัดประเภทอย่างเป็นทางการ
ในประโยคนี้ “the 1930 census” มีความหมายมากกว่าแค่การนับจำนวนประชากร แต่หมายถึงระบบสำมะโนประชากรของรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งรวมถึงประเภทอย่างเป็นทางการที่ใช้บันทึกข้อมูลประชาชน ดังนั้น เมื่อกล่าวว่าสำมะโนประชากร “changed that to non-white” สิ่งที่เปลี่ยนคือป้ายกำกับอย่างเป็นทางการที่รัฐบาลใช้กับคนกลุ่มนี้ ไม่ใช่เชื้อสายหรือลักษณะทางกายภาพของพวกเขา การอ่านแบบนี้ช่วยให้เข้าใจกรณีที่ชื่อของสถาบันหรือเอกสารใช้แทนกฎและการตัดสินใจที่เกี่ยวข้องได้
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “the 1930 census” หมายถึงอะไร?
- การสำรวจความคิดเห็นของเอกชนเกี่ยวกับการเข้าเมือง
- การเปลี่ยนแปลงเชื้อสายของผู้ที่ถูกนับ
- ระบบสำมะโนประชากรอย่างเป็นทางการและกฎการจัดประเภทเชื้อชาติ
ดูคำตอบ
ระบบสำมะโนประชากรอย่างเป็นทางการและกฎการจัดประเภทเชื้อชาติ
Later, when the US needed to increase its labor force
1:02ต่อมา เมื่อสหรัฐฯ จำเป็นต้องเพิ่มกำลังแรงงาน
“switched back to white”: การกลับไปสู่ประเภทเดิม
“Were switched back to white” เป็นโครงสร้างกรรมวาจก หมายความว่าหน่วยงานที่มีอำนาจจากภายนอกเปลี่ยนประเภทอย่างเป็นทางการของคนกลุ่มนี้ให้กลับมาเป็น white อีกครั้ง รูปแบบ switch someone or something back to + สถานะ ประเภท หรือการตั้งค่า หมายถึงการทำให้คนหรือสิ่งของกลับไปสู่ตัวเลือกเดิม back แสดงว่าเดิมเคยจัดอยู่ในประเภท white ส่วน to white บอกประเภทที่เป็นผลจากการเปลี่ยนแปลง ประโยคนี้พูดถึงการจัดประเภทใหม่ ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงทางร่างกายของคน
แบบฝึกหัด
ใช้ switch back to ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคกรรมวาจกนี้ให้สมบูรณ์: When the free trial ended, the account was ____ the basic plan.
ดูคำตอบ
switched back to
what it took to be black: เกณฑ์ที่ต้องมีเพื่อถูกจัดประเภท
ในประโยคนี้ what it took to be black เป็นอนุประโยคนามแบบฝังและทำหน้าที่เป็นประธานของ varied หมายถึง “เกณฑ์ที่บุคคลต้องมีครบจึงจะถูกจัดว่าเป็นคนผิวดำ” ไม่ได้หมายถึงมีสิ่งใดถูกหยิบเอาไปหรือกล่าวถึงระยะเวลาที่ใช้ โครงสร้าง what it takes/took to + คำกริยา หมายถึง “เงื่อนไข คุณสมบัติ หรือความพยายามที่จำเป็นต่อการทำหรือการเป็นบางสิ่ง” เนื่องจากเป็นโครงสร้างแบบฝัง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า what it took ไม่ใช่ what did it take
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ qualify และโครงสร้างอดีต what it took to: ____ for the program varied from year to year.
ดูคำตอบ
What it took to qualify
one drop of African ancestry: กฎเลือดหนึ่งหยดในประวัติศาสตร์
ในที่นี้ one drop of African ancestry หมายถึง “กฎเลือดหนึ่งหยด” ในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ซึ่งเป็นแนวคิดเหยียดเชื้อชาติที่บางครั้งบังคับใช้ผ่านกฎหมายหรือจารีต โดยถือว่าเพียงทราบว่ามีเชื้อสายแอฟริกันไม่ว่าจะน้อยเพียงใดก็เพียงพอที่จะจัดบุคคลนั้นว่าเป็นคนผิวดำ drop เป็นคำเปรียบเทียบที่สื่อถึงเชื้อสายเพียงเล็กน้อยอย่างยิ่ง ไม่ใช่เลือดหนึ่งหยดจริง ๆ เมื่อนำไปวางคู่กับสัดส่วน 1/4 และ 1/16 วลีนี้แสดงให้เห็นว่าเกณฑ์การจำแนกเชื้อชาติแตกต่างกันอย่างไร้หลักเกณฑ์ระหว่างรัฐ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “one drop of African ancestry” หมายถึงอะไร?
- ทุกรัฐกำหนดให้ต้องมีเชื้อสายแอฟริกันหนึ่งในสิบหกพอดี
- เชื้อสายแอฟริกันในปริมาณใด ๆ ที่ทราบถูกถือว่าเพียงพอสำหรับการจัดบุคคลว่าเป็นคนผิวดำ
- ต้องใช้ตัวอย่างเลือดจริงเพื่อพิสูจน์ว่าบุคคลหนึ่งอาศัยอยู่ที่ใด
ดูคำตอบ
เชื้อสายแอฟริกันในปริมาณใด ๆ ที่ทราบถูกถือว่าเพียงพอสำหรับการจัดบุคคลว่าเป็นคนผิวดำ
just by crossing state lines: โครงสร้าง just by + -ing
by + รูปกริยา -ing ใช้อธิบายวิธีที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ by crossing state lines ตอบว่า ผู้คนถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเชื้อชาติที่ต่างออกไปได้ “อย่างไร” just เพิ่มความหมายที่น่าประหลาดใจว่า การกระทำเพียงอย่างเดียวนั้นก็เพียงพอแล้ว change races เป็นคำสรุปเชิงประชดถึงการเปลี่ยนแปลงการจัดประเภทอย่างเป็นทางการ ไม่ได้หมายถึงการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยา
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าเพียงแค่แตะบัตรก็เพียงพอที่จะปลดล็อกประตู?
- You were tapping your card while the door was unlocking.
- The door unlocked just after you tapped your card.
- You can unlock the door just by tapping your card.
ดูคำตอบ
You can unlock the door just by tapping your card.
has left many Americans scratching their heads: leave + กรรม + -ing
leave + กรรม + รูปกริยา -ing สามารถหมายถึงบางสิ่งทำให้คนหรือสิ่งของตกอยู่หรือยังคงอยู่ในสภาวะหรือปฏิกิริยาที่ดำเนินต่อไป ใน has left many Americans scratching their heads นั้น many Americans เป็นกรรม และ scratching อธิบายปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นเป็นผลตามมา has left แสดงว่าผลลัพธ์นั้นยังเกี่ยวข้องกับปัจจุบัน scratching their heads เป็นสำนวนที่หมายถึง “รู้สึกสับสน” ไม่จำเป็นต้องหมายถึงการเกาศีรษะจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมหนึ่งคำให้ครบโครงสร้าง leave + กรรม + -ing: The unclear instructions have ____ several users wondering what to do.
ดูคำตอบ
left
scratching their heads: รู้สึกงุนงง
ในที่นี้ scratching their heads หมายถึงรู้สึกงุนงงหรือไม่แน่ใจว่าควรเลือกอย่างไร สำนวนนี้เป็นความหมายเชิงสำนวนในบริบทนี้ จึงไม่จำเป็นต้องมีการเกาศีรษะจริง ๆ โครงสร้างคือ has left + คน + วลี -ing กล่าวคือสถานการณ์นี้ทำให้ชาวอเมริกันจำนวนมากอยู่ในภาวะงุนงง ในประโยคอื่น คำแสดงความเป็นเจ้าของต้องสอดคล้องกับบุคคล เช่น I scratch my head แต่ they scratch their heads
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “รู้สึกงุนงง”: The contradictory directions left the tourists ____.
ดูคำตอบ
scratching their heads
when it comes to selecting: จำกัดหัวข้อด้วยรูป -ing
when it comes to selecting จำกัดประเด็นกว้างให้แคบลงเหลืองานเฉพาะในการเลือกหมวดหมู่อัตลักษณ์ โครงสร้าง when it comes to X หมายถึง “เมื่อพิจารณา X” หรือ “ในเรื่อง X” ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่จริง ในโครงสร้างนี้ to เป็นบุพบท จึงตามด้วยนามวลีหรือรูป -ing ดังนั้น selecting จึงถูกต้อง คือ when it comes to selecting ไม่ใช่ when it comes to select
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่หมายถึง “ในเรื่อง”: ____ choosing a password, length matters.
ดูคำตอบ
When it comes to
As many as 6.2%: นำเสนอตัวเลขว่าอยู่ในระดับสูงอย่างเห็นได้ชัด
ใน As many as 6.2% วลี as many as นำเสนอ 6.2% ว่าเป็นตัวเลขที่สูงหรือน่าสนใจเป็นพิเศษ เปอร์เซ็นต์ที่รายงานยังคงเป็น 6.2% แต่คำนี้เพิ่มมุมมองของผู้พูดว่าตัวเลขดังกล่าวควรได้รับความสนใจ รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ as many as + number เมื่อจำนวนดังกล่าวนับคนหรือสิ่งของที่นับได้ ในที่นี้เปอร์เซ็นต์หมายถึงผู้ตอบแบบสำมะโนประชากร ดังนั้น many จึงหมายถึงคนโดยอ้อม
แบบฝึกหัด
As many as 6.2% ในประโยคสื่อความหมายใด?
- ผู้พูดบอกว่า 6.2% เป็นเพียงขีดสูงสุดที่อาจเป็นไปได้
- ผู้พูดเปรียบเทียบ 6.2% กับเปอร์เซ็นต์ที่เท่ากัน
- ผู้พูดนำเสนอ 6.2% ว่าเป็นตัวเลขที่สูงอย่างเห็นได้ชัด
ดูคำตอบ
ผู้พูดนำเสนอ 6.2% ว่าเป็นตัวเลขที่สูงอย่างเห็นได้ชัด
look one way and identify another way: การเปรียบต่างแบบคู่ขนานที่กระชับ
โครงสร้าง someone might look one way and identify another way วางวลีกริยาคู่ขนานสองวลีไว้หลังประธานและกริยาช่วยร่วมกันคือ someone might โดย look one way บอกว่าบุคคลนั้นดูเป็นอย่างไรในสายตาคนอื่น ส่วน identify another way บอกว่าบุคคลนั้นเข้าใจหรือนิยามอัตลักษณ์ของตนอย่างไร One way ... another way แสดงผลลัพธ์ที่แตกต่างกันสองแบบและทำให้การเปรียบต่างกระชับ ในที่นี้ identify ไม่มีกรรมตรงและหมายถึงการระบุตัวตนของตนเอง ส่วน way หมายถึงลักษณะหรือผลลัพธ์ ไม่ใช่เส้นทางจริง
แบบฝึกหัด
ใน “Jordan may look one way to other people and identify another way,” โครงสร้าง one way ... another way จัดระเบียบการเปรียบต่างเรื่องใด?
- การเปรียบต่างระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกกับอัตลักษณ์ของตนเอง
- คนอีกสองคนที่พยายามระบุตัว Jordan
- เส้นทางจริงสองเส้นทางที่ Jordan อาจเดินทางไป
ดูคำตอบ
การเปรียบต่างระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกกับอัตลักษณ์ของตนเอง
จัดบุคคลให้อยู่ในหมวดหมู่ทางเชื้อชาติ
place ในที่นี้หมายถึงการจัดประเภทหรือตัดสินว่าใครบางคนอยู่ตรงไหนในระบบหมวดหมู่ เป็นความหมายเชิงนามธรรม ไม่ใช่การย้ายคนไปยังสถานที่จริง ผู้พูดกำลังกล่าวถึงการกำหนดหมวดหมู่ทางเชื้อชาติตามการรับรู้ที่ผู้อื่นมีต่อบุคคลนั้น ในโครงสร้าง be hard to place บุคคลนั้นเป็นกรรมที่เข้าใจกันโดยนัยว่า “จัดประเภทได้ยาก” สำนวนนี้เน้นว่าผู้สังเกตเลือกป้ายกำกับได้ยาก ไม่ได้หมายความว่าบุคคลนั้นไม่มีอัตลักษณ์ของตนเอง
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Several survey responses were hard to place in a single category,” คำว่า “place in a category” หมายถึงอะไร?
- ย้ายคำตอบไปยังสถานที่จริง
- จัดคำตอบไว้ภายใต้ป้ายกำกับหนึ่ง
- ขอให้ผู้ตอบเลือกอัตลักษณ์
ดูคำตอบ
จัดคำตอบไว้ภายใต้ป้ายกำกับหนึ่ง
can't even agree on: แม้แต่จะตกลงเรื่องหนึ่งก็ยังไม่ได้
Agree on หมายถึงการตัดสินใจหรือได้ข้อสรุปเดียวกันเกี่ยวกับหัวข้อ ตัวเลือก หรือแผนการที่เฉพาะเจาะจง ในที่นี้สิ่งที่ต้องตกลงกันคือป้ายกำกับทางเชื้อชาติ กล่าวคือ ผู้คนไม่สามารถมีข้อสรุปร่วมกันได้ว่าควรใช้ป้ายกำกับใด Even เพิ่มน้ำหนักและบอกว่าการตกลงกันไม่ได้นี้เป็นเรื่องน่าประหลาดใจ หรือเกิดขึ้นแม้แต่กับประเด็นที่น่าจะพื้นฐานมาก
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่เน้นไว้ โดยเปลี่ยนประธานจาก we เป็น the organizers: After hours of discussion, the organizers still ____ a date for the meeting.
ดูคำตอบ
can't even agree on
shows how shaky the very idea of race is. ไวยากรณ์
2:07แสดงให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องเชื้อชาตินั้นไม่มั่นคงเพียงใด
shows how shaky the very idea of race is: ลำดับคำในอนุประโยค how แบบแทรก
how shaky the very idea of race is เป็นอนุประโยคบอกระดับที่แทรกอยู่หลัง shows โดยหมายความว่าหลักฐานแสดงให้เห็นว่าแนวคิดเรื่องเชื้อชาตินั้นไม่มั่นคงหรือขาดขอบเขตที่ชัดเจนมากเพียงใด คำว่า shaky ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงการสั่นทางกายภาพ เนื่องจากส่วนนี้เป็นส่วนหนึ่งของประโยคบอกเล่า ไม่ใช่คำถามโดยตรง จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: how + คำคุณศัพท์ + ประธาน + คำกริยา ต้องพูดว่า shows how shaky the very idea of race is ไม่ใช่ shows how shaky is the very idea of race
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค how ที่แทรกหลัง show ได้ถูกต้อง
- The repeated errors show how unreliable the method is.
- The repeated errors show how unreliable is the method.
ดูคำตอบ
The repeated errors show how unreliable the method is.
point to: ระบุบางสิ่งเพื่อใช้เป็นหลักฐาน
ในประโยคนี้ point to หมายถึงการระบุสิ่งใดสิ่งหนึ่งอย่างชัดเจนเพื่อใช้เป็นหลักฐาน ไม่ได้หมายถึงเพียงการใช้นิ้วชี้ไปทางสิ่งนั้น ประเด็นคือใน DNA ไม่มี “โครโมโซมเชื้อชาติ” เพียงหนึ่งเดียวที่ใครจะระบุเป็นหลักฐานของการแบ่งเชื้อชาติแบบตายตัวได้ โครงสร้างคือ point to + หลักฐาน สัญญาณ สาเหตุ หรือข้อสรุป ใน that people can point to คำว่า that เป็นกรรมของ to ดังนั้นในภาษาอังกฤษจึงเป็นธรรมชาติที่จะวาง to ไว้ท้ายอนุประโยคขยาย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “บ่งชี้ในฐานะหลักฐาน”: The fingerprints found at both locations ____ the same suspect.
ดูคำตอบ
point to
“links race to health outcomes” ในฐานะถ้อยคำแสดงความสัมพันธ์
“Links A to B” หมายถึงการนำเสนอว่า A เชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องกับ B ในประโยคนี้ วงการแพทย์กำลังอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อชาติกับผลลัพธ์ด้านสุขภาพ แต่สำนวนนี้ไม่ได้หมายความโดยอัตโนมัติว่าเชื้อชาติเป็นสาเหตุของผลลัพธ์เหล่านั้น โครงสร้างคือ link + กรรม + to + ผลลัพธ์หรือปัจจัยที่เกี่ยวข้อง คำว่า link พบได้บ่อยในงานวิจัยและข่าว เพราะใช้บรรยายความสัมพันธ์ที่สังเกตได้หรือมีการเสนอขึ้น โดยไม่ต้องยืนยันความเป็นเหตุเป็นผลอย่างเต็มที่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรายงานความเชื่อมโยงโดยไม่ได้บอกว่าปัจจัยหนึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงของอีกปัจจัยหนึ่ง
- The study treats irregular sleep as the only cause of lower concentration.
- The study proves that irregular sleep directly causes lower concentration.
- The study links irregular sleep to lower concentration.
ดูคำตอบ
The study links irregular sleep to lower concentration.
“using race as a substitute for other factors” ในฐานะโครงสร้างแสดงการแทนที่
“Use A as a substitute for B” หมายถึงใช้ A แทน B โดย A เป็นสิ่งที่นำมาแทน และ B คือสิ่งที่ปกติจะใช้หรือพิจารณา ในที่นี้ race ถูกปฏิบัติราวกับเป็นตัวแทนของปัจจัยอื่น ๆ ถ้อยคำนี้วิจารณ์การใช้ทางลัดดังกล่าว race อาจสัมพันธ์กับหรือเป็นตัวแทนของปัจจัยอย่างภูมิหลังทางบรรพบุรุษหรือประสบการณ์ทางสังคมที่ผู้คนเผชิญจริง แต่ race ไม่ใช่สิ่งเดียวกับปัจจัยเหล่านั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ use A as a substitute for B เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งเข้ามาแทนที่อีกสิ่งหนึ่ง
- During the outage, the battery pack was used as a substitute for the main power source.
- During the outage, the battery pack was linked to the main power source.
- During the outage, the battery pack represented the main power source in the diagram.
ดูคำตอบ
During the outage, the battery pack was used as a substitute for the main power source.
may have been put: กรรมวาจกแบบ modal perfect
ใน may have been put คำว่า may แสดงความเป็นไปได้ have been ระบุว่าเหตุการณ์เกิดก่อนปัจจุบัน และ put เป็นกริยาช่องสามในโครงสร้างกรรมวาจก ลำดับกริยาช่วยคือ modal + have + been + กริยาช่องสาม บุคคลเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เลือกหมวดหมู่นั้นเอง วลีนี้หมายความว่าอาจมีผู้อื่นจัดพวกเขาให้อยู่ในกลุ่มเชื้อชาติเดียวกับผู้ฟัง โดยไม่ได้ระบุบุคคลหรือสถาบันที่เป็นผู้จัดกลุ่ม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป modal perfect กรรมวาจกของ put เพื่อแสดงการจัดประเภทในอดีตที่ไม่แน่นอน: “Some applicants ____ in the wrong category.”
ดูคำตอบ
may have been put
Dorothy Roberts explains that sickle
2:30Dorothy Roberts อธิบายว่าภาวะโลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงรูปเคียว
a prime example of this: การเสนอหลักฐานที่หนักแน่น
A prime example of this หมายถึงกรณีที่ชัดเจนเป็นพิเศษหรือเป็นตัวแทนที่ดีของประเด็นที่เพิ่งกล่าวถึง ในที่นี้ prime หมายถึง “ยอดเยี่ยม” หรือ “มีลักษณะเด่นที่สุด” ไม่ได้หมายถึง “อันดับแรก” และไม่ใช่คำคุณศัพท์ทางคณิตศาสตร์ วลีนี้ช่วยเปลี่ยนจากข้อกล่าวอ้างทั่วไปไปสู่หลักฐานที่เป็นรูปธรรม This ย้อนกลับไปอ้างถึงแนวคิดก่อนหน้า ดังนั้นผู้อ่านหรือผู้ฟังต้องสามารถระบุได้ว่าเป็นแนวคิดใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึงกรณีที่ชัดเจนและเป็นตัวแทนอย่างยิ่ง: “The bridge’s survival during the earthquake is ____ effective engineering.”
ดูคำตอบ
a prime example of
จริง ๆ แล้วไม่ได้เกี่ยวกับเชื้อชาติเลย
ประโยคนี้บอกว่าเชื้อชาติไม่ใช่คำอธิบายที่แท้จริง และ actually ใช้แก้ไขความเข้าใจที่ผู้ฟังอาจสร้างขึ้นไปแล้ว Not ... at all ทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น หมายถึงไม่ว่าในแง่ใดหรือไม่เลย ไม่ได้หมายถึงบางครั้ง ในประโยคนี้ ผู้พูดปฏิเสธการใช้เชื้อชาติเป็นคำอธิบาย ไม่ได้ปฏิเสธการมีอยู่ของโรคหรือความแตกต่างด้านสุขภาพ
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวว่า “The conflict is not actually about money at all.” เขากำลังทำอะไร
- บอกว่าเงินเป็นหนึ่งในหลายสาเหตุที่สำคัญเท่า ๆ กัน
- แก้ไขความคิดที่ว่าเงินคือปัญหาที่แท้จริง และปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าเงินเป็นปัญหา
- ยืนยันว่าเงินเป็นปัญหาเพียงอย่างเดียว
ดูคำตอบ
แก้ไขความคิดที่ว่าเงินคือปัญหาที่แท้จริง และปฏิเสธอย่างหนักแน่นว่าเงินเป็นปัญหา
does not mean that ... isn't hugely important
นี่เป็นโครงสร้างที่ต้องดูขอบเขตของคำปฏิเสธให้ดี does not mean ที่อยู่ด้านนอกปฏิเสธข้อสรุปหรือความหมายที่อนุมานได้ ส่วน isn't hugely important ที่อยู่ด้านในระบุข้อสรุปที่กำลังถูกปฏิเสธ ในที่นี้ ผู้พูดกำลังบอกว่า การที่เชื้อชาติไม่มีพื้นฐานทางชีววิทยาเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ทำให้เชื้อชาติไม่สำคัญในชีวิตทางสังคม ประโยคนี้ป้องกันการสรุปเกินจริง ไม่ได้ลบล้างประเด็นก่อนหน้า และไม่ได้บอกว่าเชื้อชาติไม่มีผลกระทบหรือความสำคัญในโลกจริง
แบบฝึกหัด
โค้ชกล่าวว่า “A slow start does not mean that the team isn't capable.” เขากำลังสื่ออะไร
- การเริ่มต้นช้าพิสูจน์ว่าทีมไม่มีความสามารถ
- โค้ชกำลังบอกว่าทีมชนะไปแล้ว
- ไม่ควรถือว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นหลักฐานว่าทีมไม่มีความสามารถ
ดูคำตอบ
ไม่ควรถือว่าข้อเท็จจริงนั้นเป็นหลักฐานว่าทีมไม่มีความสามารถ
categories to which we're assigned: บุพบท + which
ใน categories to which we're assigned คำว่า which อ้างกลับไปที่ categories ส่วนบุพบท to เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบ assign someone to a category และ we're assigned เป็นรูปถูกกระทำ เพราะคนเป็นฝ่ายได้รับการจัดประเภท การวาง to ไว้หน้า which ทำให้เกิดอนุประโยคสัมพันธ์แบบเป็นทางการและแสดงความสัมพันธ์กับ categories อย่างชัดเจน ในภาษาอังกฤษแบบสนทนา มักย้ายบุพบทไปไว้ท้ายประโยค: categories which we're assigned to
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสัมพันธ์แบบเป็นทางการที่ย้ายบุพบทมาข้างหน้า: The guide lists the teams ____ new volunteers are assigned.
ดูคำตอบ
to which
make the difference between life and death: ปัจจัยชี้ขาด
ใน make the difference between A and B คำว่า make the difference หมายถึงการเป็นปัจจัยชี้ขาดที่กำหนดว่าผลลัพธ์ใดจะเกิดขึ้น ไม่ได้หมายถึงการระบุหรืออธิบายความแตกต่าง ปลายทั้งสองคือ life และ death ทำให้ผลที่ตามมาร้ายแรงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รูปแบบนี้ยังนำไปใช้เปรียบเทียบผลลัพธ์ที่ไม่สุดขั้วเท่านี้ได้ เช่น success และ failure
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปแบบเป้าหมายเพื่อแสดงว่าปัจจัยหนึ่งสามารถกำหนดได้ว่าผลลัพธ์ใดในสองแบบจะเกิดขึ้น
- A chart can show the difference between this year and last year.
- An editor can tell the difference between formal and informal wording.
- Good preparation can make the difference between a smooth launch and a chaotic one.
ดูคำตอบ
Good preparation can make the difference between a smooth launch and a chaotic one.
are made up:หมวดหมู่ทางเชื้อชาติถูกสร้างขึ้นโดยสังคม
ในวลี “are made up” คำว่า made up ในที่นี้หมายถึงถูกสร้างขึ้นหรือถูกประกอบสร้างโดยผู้คนและสังคม แสดงว่าหมวดหมู่เหล่านี้ไม่ใช่การแบ่งที่เป็นธรรมชาติและตายตัวซึ่งมีอยู่โดยไม่ขึ้นอยู่กับการเลือกของมนุษย์ วลีนี้อธิบายว่าสังคมก่อตัวขึ้นอย่างไร ไม่ได้หมายความว่าหมวดหมู่เหล่านี้ประกอบด้วยส่วนย่อยหลายส่วน ในประโยคนี้ การมองเห็นการสร้างดังกล่าวช่วยให้เราเข้าใจการเหยียดเชื้อชาติว่าเป็นปรากฏการณ์ที่มีประวัติศาสตร์และต้นกำเนิดจากการกระทำของมนุษย์
แบบฝึกหัด
ในประโยค “racial categories are made up” คำว่า made up หมายถึงอะไร
- ถูกสร้างขึ้นโดยผู้คนให้เป็นระบบทางสังคม
- แต่งขึ้นด้วยเครื่องสำอาง
- ประกอบด้วยส่วนที่เป็นวัตถุหลายส่วน
ดูคำตอบ
ถูกสร้างขึ้นโดยผู้คนให้เป็นระบบทางสังคม
give us an important perspective on:มุมมองสำหรับทำความเข้าใจหัวข้อ
โครงสร้าง “give someone an important perspective on something” หมายถึงช่วยให้ใครคนหนึ่งเข้าใจหรือตีความหัวข้อหนึ่งจากมุมที่เป็นประโยชน์ ในที่นี้ us คือผู้ที่ได้รับมุมมองดังกล่าว ส่วน “on where racism came from” ระบุคำถามที่มุมมองนี้ช่วยให้เราพิจารณาได้ ไม่ได้หมายถึงการมอบสถานที่จริงสำหรับใช้มองให้ใคร ในที่นี้ perspective หมายถึงวิธีคิดเกี่ยวกับประเด็นหนึ่งหรือกรอบในการตีความ ดังนั้นความเข้าใจนี้จึงเปลี่ยนวิธีที่เรามองต้นกำเนิดของการเหยียดเชื้อชาติ
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ “give us an important perspective on” ทำหน้าที่อะไร
- ให้คำตอบสุดท้ายสำหรับทุกคำถาม
- ให้สถานที่จริงสำหรับใช้มอง
- ให้วิธีที่เป็นประโยชน์ในการเข้าใจหัวข้อหนึ่ง
ดูคำตอบ
ให้วิธีที่เป็นประโยชน์ในการเข้าใจหัวข้อหนึ่ง
in the first place: ย้อนหาสาเหตุแรกเริ่ม
ในประโยคนี้ in the first place ดึงความสนใจย้อนกลับไปยังต้นกำเนิดหรือสาเหตุแรกเริ่ม โดยเน้น where racism came from ว่าการเหยียดเชื้อชาติเริ่มเกิดขึ้นได้อย่างไร ไม่ได้พูดถึงลำดับหรืออันดับ ใช้วลีนี้ในคำถามว่าสิ่งหนึ่งเริ่มขึ้นเพราะอะไร อย่างไร หรือจากที่ไหน เมื่อต้องการเน้นสาเหตุพื้นฐานมากกว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายหลัง ในประโยคเชิงวิจารณ์ วลีนี้ยังหมายถึง “ตั้งแต่แรก” หรือ “แต่แรกอยู่แล้ว” ได้ เช่น We should not have agreed in the first place.
แบบฝึกหัด
เติมวลีสี่คำที่เน้นเหตุผลแรกเริ่มให้ประโยคสมบูรณ์: Why did the committee reject the proposal ____?
ดูคำตอบ
in the first place