คุณไขปริศนาแร็กนาร็อกได้หรือไม่? - Dan Finkel: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
735 คำ 157 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ปริศนาที่มีฉากหลังเป็นตำนานนอร์สถูกทำให้ง่ายขึ้นเป็นกราฟซึ่งประกอบด้วยจุดยอดและเส้นเชื่อม แบบจำลองนี้เผยให้เห็นว่าเส้นทางออยเลอร์จะผ่านทุกส่วนของยอร์มุนกันด์เพียงครั้งเดียวได้อย่างไร และเหตุใดจุดยอดที่มีดีกรีเป็นจำนวนคี่จึงกำหนดจุดเริ่มต้นกับจุดสิ้นสุดของเส้นทาง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. One powerful way to solve problems is to simplify. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: มองให้ออกว่านี่คือประโยคใจความหลักที่ประกาศกลยุทธ์แก้ปัญหาก่อนเริ่มอธิบายเหตุผลโดยละเอียด คุณสามารถนำรูปแบบ One way to...is to... ไปใช้เกริ่นวิธีการอย่างชัดเจนในการนำเสนอ งานเขียนเชิงเหตุผล และคำอธิบายแบบเป็นขั้นตอน 2. nodes and edges. — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เข้าใจคำพื้นฐานทางทฤษฎีกราฟนี้ว่าเป็นจุดเชื่อมต่อและเส้นที่เชื่อมจุดเหล่านั้น ไม่ใช่อาศัยเพียงความหมายทั่วไป ความเข้าใจนี้ช่วยให้ติดตามการอธิบายที่เปลี่ยนภาพหรือเส้นทางจริงให้เป็นเครือข่ายคณิตศาสตร์เชิงนามธรรมได้ 3. odd number of edges — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: ตีความ odd ว่า “เป็นจำนวนคี่” ในภาษาอังกฤษเชิงคณิตศาสตร์ และเชื่อมวลีนี้กับเงื่อนไขของเส้นทางออยเลอร์ คุณจะแยกความหมายนี้ออกจากความหมายทั่วไปว่า “แปลก” และอธิบายได้ว่าดีกรีของจุดยอดกำหนดจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดที่เป็นไปได้อย่างไร

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Ragnarok, the fabled end of the world, โน้ต

0:06

แร็กนาร็อก จุดจบของโลกตามตำนาน

วัฒนธรรม

Ragnarok: จุดจบของโลกในตำนานนอร์ส

Ragnarok (แร็กนาร็อก) คือเหตุการณ์จุดจบของโลกในตำนานนอร์ส ไม่ใช่ชื่อบุคคลหรือชื่อสถานที่ทั่วไป เหตุการณ์นี้เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งครั้งสุดท้ายอันหายนะและการล่มสลายของโลกเก่า การเอ่ยชื่อนี้ตั้งแต่ต้นทำให้ประโยคมีบรรยากาศแบบวันสิ้นโลกและยิ่งใหญ่ดุจมหากาพย์ทันที เมื่อพบชื่อเฉพาะนี้ในเรื่อง ให้ใช้ความหมายตามตำนานนอร์สเพื่อทำความเข้าใจอันตรายที่ตามมา

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Ragnarok หมายถึงอะไร?

  1. ชื่อของกษัตริย์นอร์ส
  2. เหตุการณ์จุดจบของโลกในตำนานนอร์ส
  3. เมืองสแกนดิเนเวียสมัยใหม่
ดูคำตอบ

เหตุการณ์จุดจบของโลกในตำนานนอร์ส

การใช้คำ

fabled end of the world: ในตำนาน ไม่ใช่เพียงมีชื่อเสียง

ในวลี fabled end of the world คำว่า fabled หมายถึง “เป็นที่รู้จักจากตำนานหรือได้รับการกล่าวขานในตำนาน” คำนี้ทำให้วลีมีน้ำเสียงแบบเทพปกรณัมและวรรณกรรม ไม่ได้หมายเพียงว่า “มีชื่อเสียง” และไม่ได้หมายว่า “แต่งขึ้นจึงไม่สำคัญ” คำคุณศัพท์นี้มักใช้กับสถานที่ บุคคล สิ่งของ และเหตุการณ์ในตำนาน เช่น a fabled city หรือ a fabled treasure

แบบฝึกหัด

วลีใดทำให้สถานที่มีลักษณะแบบตำนานและวรรณกรรมได้ดีที่สุด?

  1. a fabled city hidden beyond the mountains
  2. a famous city with ten million visitors
  3. a fictional city created for the novel
ดูคำตอบ

a fabled city hidden beyond the mountains

when giants, monsters, and Norse gods battle for the future. โน้ต

0:09

เป็นตอนที่ยักษ์ สัตว์ประหลาด และเทพเจ้านอร์สต่อสู้กันเพื่ออนาคต

วัฒนธรรม

Norse gods: เทพเจ้าในตำนานนอร์ส

Norse gods หมายถึงเทพเจ้าในตำนานนอร์สโดยเฉพาะ ซึ่งเป็นขนบความเชื่อที่เกี่ยวข้องกับสแกนดิเนเวียก่อนรับศาสนาคริสต์ ไม่ได้หมายถึงเทพเจ้าทั้งหมดในยุโรปหรือเทพเจ้าทั้งหมดในตำนาน “ตะวันตก” ในเรื่องเล่า เกม และภาพยนตร์ ชื่ออย่าง Odin และ Thor หรือสถานที่อย่าง Valhalla เป็นสัญญาณว่าเนื้อหาอยู่ในโลกตำนานเดียวกันนี้

แบบฝึกหัด

ในบทวิจารณ์ Norse gods หมายถึงอะไร?

  1. เทพเจ้าในตำนานกรีกโบราณ
  2. เทพเจ้าในตำนานนอร์ส
  3. เทพเจ้าทั้งหมดจากขนบความเชื่อของยุโรป
ดูคำตอบ

เทพเจ้าในตำนานนอร์ส

วลี

battle for the future: for บอกเป้าหมายที่แย่งชิงกัน

ใน battle for the future คำว่า for นำหน้าสิ่งที่กำลังแย่งชิงกัน ซึ่งก็คืออำนาจในการกำหนดสิ่งที่จะเกิดขึ้นต่อไป วลีนี้หมายถึงการต่อสู้เพื่อกำหนดหรือรักษาอนาคต ไม่ได้หมายถึงการเดินทางไปยังอนาคตเพื่อสู้รบ โครงสร้าง battle/fight/compete for + เป้าหมาย ใช้บอกสิ่งที่ผู้เข้าร่วมต้องการได้มา รักษาไว้ หรือตัดสินชี้ขาด เช่น fight for freedom หรือ compete for control

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ battle และคำบุพบทที่นำหน้าเป้าหมายซึ่งกำลังแย่งชิงกัน: The two groups are ____ control of the city.

ดูคำตอบ

battling for

The gods were winning handily until the great serpent Jörmungandr emerged. โน้ต

0:14

เหล่าเทพเจ้ากำลังจะชนะอย่างง่ายดาย จนกระทั่งพญางู Jörmungandr ปรากฏตัวขึ้น

การใช้คำ

were winning handily: ชนะอย่างสบายด้วยความได้เปรียบชัดเจน

ในประโยคนี้ were winning handily หมายถึงเหล่าเทพกำลังชนะอย่างสบาย ๆ และมีความได้เปรียบอย่างชัดเจน handily บอกว่าความได้เปรียบนั้นเด็ดขาดเพียงใด ไม่ได้หมายถึงการกระทำด้วยมือ รูปอดีตกำลังกระทำ were winning แสดงว่านี่เป็นสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่ ก่อนอสรพิษจะปรากฏ สถานการณ์ที่เป็นต่อดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ handily ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. She carried the glass handily in her left hand.
  2. The Falcons won handily, 84 to 52.
  3. The Falcons won handily after a one-point overtime finish.
ดูคำตอบ

The Falcons won handily, 84 to 52.

ลำดับความ

until: เกริ่นเหตุการณ์ที่เปลี่ยนสถานการณ์

until เชื่อมสถานการณ์ที่กำลังดำเนินอยู่กับเหตุการณ์ที่เป็นจุดสิ้นสุดของสถานการณ์นั้น ความได้เปรียบอย่างสบายของเหล่าเทพดำเนินต่อไปจนถึงตอนที่เยอร์มุงกันด์ปรากฏตัว ในการเล่าเรื่อง โครงสร้างนี้มักสร้างจุดพลิกผัน โดยเหตุการณ์ดำเนินไปในทิศทางหนึ่งจนกระทั่งมีเหตุการณ์ใหม่เข้ามาเปลี่ยนสถานการณ์ ผลของการพลิกผันเกิดจากความแตกต่างระหว่างสถานการณ์เดิมกับเหตุการณ์ที่ตามมา ไม่ได้เกิดจาก until เพียงคำเดียว

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ until เพื่อเกริ่นเหตุการณ์ที่ทำให้สถานการณ์ก่อนหน้าสิ้นสุดลง

  1. Everything was going smoothly because the power went out.
  2. Everything was going smoothly although the power went out.
  3. Everything was going smoothly until the power went out.
ดูคำตอบ

Everything was going smoothly until the power went out.

วัฒนธรรม

great serpent Jörmungandr: คำบรรยายตามด้วยชื่อเฉพาะ

Jörmungandr คืออสรพิษแห่งโลกในตำนานนอร์ส คำว่า serpent ตรงนี้ไม่ได้หมายถึงงูทั่วไป แต่ระบุถึงสิ่งมีชีวิตในตำนานตนหนึ่งโดยเฉพาะ ในวลี the great serpent Jörmungandr ส่วน great serpent บอกว่าตัวละครนี้คืออะไร ส่วน Jörmungandr คือชื่อเฉพาะ คำว่า great ในที่นี้หมายถึง “ใหญ่โต” หรือ “ทรงพลัง” ไม่ใช่ “ยอดเยี่ยม”

แบบฝึกหัด

ใน great serpent Jörmungandr สองส่วนนี้สัมพันธ์กันอย่างไร?

  1. great serpent บรรยายตัวละคร และ Jörmungandr บอกชื่อตัวละคร
  2. วลีทั้งหมดหมายถึงงูธรรมดาชนิดหนึ่ง
  3. great เป็นชื่อตัวละคร และ Jörmungandr เป็นชื่อสถานที่
ดูคำตอบ

great serpent บรรยายตัวละคร และ Jörmungandr บอกชื่อตัวละคร

It swallowed Valhalla, contorted itself across the land, โน้ต

0:19

มันกลืนกิน Valhalla เลื้อยบิดตัวไปทั่วแผ่นดิน

วัฒนธรรม

Valhalla: ท้องพระโรงแห่งหนึ่งโดยเฉพาะในตำนานนอร์ส

Valhalla เป็นท้องพระโรงแห่งหนึ่งโดยเฉพาะในตำนานนอร์ส ปกครองโดยโอดิน และเกี่ยวข้องกับนักรบที่เสียชีวิตในสนามรบบางคนซึ่งได้รับเลือก ในประโยคนี้ Valhalla เป็นชื่อสถานที่ ไม่ใช่ชื่อเมืองหรือชื่อบุคคล แม้บางครั้งจะมีการเปรียบ Valhalla อย่างกว้าง ๆ กับสวรรค์ แต่คำนี้ไม่ใช่คำทั่วไปที่หมายถึงสวรรค์ ประโยคนี้กล่าวถึงสถานที่ในตำนานแห่งนี้โดยเฉพาะว่าเป็นสิ่งที่อสรพิษกลืนเข้าไป

แบบฝึกหัด

Valhalla หมายถึงอะไรในประโยคเกี่ยวกับตำนานนอร์สนี้?

  1. ชื่อส่วนตัวของวีรบุรุษนอร์สคนหนึ่ง
  2. ท้องพระโรงในตำนานแห่งหนึ่งโดยเฉพาะซึ่งเกี่ยวข้องกับโอดินและนักรบที่เสียชีวิตในสนามรบซึ่งได้รับเลือก
  3. คำภาษาอังกฤษทั่วไปที่หมายถึงสวรรค์ในทุกศาสนา
ดูคำตอบ

ท้องพระโรงในตำนานแห่งหนึ่งโดยเฉพาะซึ่งเกี่ยวข้องกับโอดินและนักรบที่เสียชีวิตในสนามรบซึ่งได้รับเลือก

การใช้คำ

contorted itself across the land: รูปร่างที่บิดผิดธรรมชาติและแผ่ข้ามผืนดิน

ในประโยคนี้ contorted itself หมายถึงสิ่งมีชีวิตนั้นบิดร่างของตัวเองอย่างรุนแรงจนมีรูปร่างผิดเพี้ยนและไม่เป็นธรรมชาติ คำสรรพนามสะท้อนกลับ itself แสดงว่าสิ่งที่เปลี่ยนรูปร่างคือร่างของประธานเอง Across the land บอกขอบเขตของรูปร่างที่ผิดเพี้ยนนั้น คือร่างของมันบิดอยู่และแผ่ไปทั่วพื้นที่กว้าง วลีนี้บรรยายรูปร่างและตำแหน่ง ไม่ใช่การเคลื่อนที่ตามปกติจากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง

แบบฝึกหัด

contorted itself across the land ในประโยคนี้แสดงอะไรเป็นหลัก?

  1. ร่างของมันเองบิดเป็นรูปร่างที่ไม่เป็นธรรมชาติและแผ่ไปทั่วผืนดิน
  2. มันอยู่กับที่โดยรูปร่างไม่เปลี่ยนแปลง
  3. มันเดินตามปกติจากด้านหนึ่งของผืนดินไปอีกด้านหนึ่ง
ดูคำตอบ

ร่างของมันเองบิดเป็นรูปร่างที่ไม่เป็นธรรมชาติและแผ่ไปทั่วผืนดิน

and then merged into one continuous body with no head and no tail. โน้ต

0:24

และผสานตัวมันเองเข้าด้วยกันเป็นร่างเดียวที่ไม่มีทั้งหัวและหาง

วลี

merged into one continuous body: merge into + ผลลัพธ์

ในที่นี้ merged into one continuous body หมายถึงส่วนต่าง ๆ ที่ก่อนหน้านี้แยกจากกันได้รวมเข้าด้วยกันและกลายเป็นหนึ่งเดียวที่ไม่ขาดตอน Continuous บรรยายผลลัพธ์ว่าไม่มีช่องว่างหรือขอบเขตภายในที่แยกจากกัน โครงสร้าง merge into + ผลลัพธ์ ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งกลายเป็นอะไรหลังจากรวมกัน Into สำคัญเพราะนำเข้าสู่ผลลัพธ์ใหม่ กล่าวคือส่วนต่าง ๆ merged into one body

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ merge into เพื่อบอกผลลัพธ์ใหม่ของการรวมกัน?

  1. The two files merge into one document.
  2. The files merge automatically.
  3. The smaller file merges with the main file.
ดูคำตอบ

The two files merge into one document.

ไวยากรณ์

with no head and no tail: ใช้ with เพิ่มลักษณะที่ไม่มีอยู่

with no head and no tail เป็นวลีที่ขึ้นต้นด้วย with และใช้เพิ่มสภาพหรือลักษณะให้กับ one continuous body ในที่นี้ with หมายถึง “ที่มี” หรือ “ที่มีลักษณะ” ไม่ได้หมายถึง “อยู่ด้วยกันกับ” การใช้ no ซ้ำหน้าคำนามทั้งสองคำทำให้ชัดเจนว่าไม่มีทั้งสองสิ่ง กล่าวคือ ร่างนั้นไม่มีทั้งหัวและหาง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + with no X and no Y

แบบฝึกหัด

วลีใดบรรยาย “อาคารที่ไม่มีทั้งหน้าต่างและประตู” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. a building with not windows and not doors
  2. a building with no windows and no doors
  3. a building and no windows with no doors
ดูคำตอบ

a building with no windows and no doors

As it begins to digest Valhalla, ไวยากรณ์

0:29

เมื่อมันเริ่มย่อย Valhalla

an exhausted Odin explains that he has just enough power ไวยากรณ์

0:32

Odin ที่เหนื่อยล้าได้อธิบายว่า เขาเหลือพลังเพียงพอ

to strike the creature with one final bolt of lightning. วลี

0:36

ที่จะโจมตีสัตว์ประหลาดตัวนี้ด้วยสายฟ้าฟาดครั้งสุดท้ายเท่านั้น

ไวยากรณ์

As it begins to...: สร้างฉากหลังด้านเวลาที่เกิดขึ้นพร้อมกัน

ในที่นี้ As it begins to digest Valhalla เป็นอนุประโยคบอกเวลา โดยนำการกระทำที่เพิ่งเริ่มต้นมาเป็นฉากหลัง ส่วนประโยคหลัก an exhausted Odin explains... ถ่ายทอดเหตุการณ์หลัก ในบริบทนี้ as หมายถึง “เมื่อ” หรือ “ขณะที่” ไม่ใช่ “เพราะว่า” คำนี้มักเชื่อมการกระทำสองอย่างที่ดำเนินไปในช่วงเวลาเดียวกัน โดยวางข้อมูลฉากหลังก่อนแล้วตามด้วยข้อมูลหลัก

แบบฝึกหัด

as แสดงความสัมพันธ์แบบใดในประโยค 'As the train begins to move, Maya waves goodbye'?

  1. Maya โบกมือเพราะรถไฟเริ่มเคลื่อนที่
  2. Maya โบกมือก่อนที่รถไฟจะเริ่มเคลื่อนที่
  3. การเริ่มเคลื่อนที่ของรถไฟและการโบกมือของ Maya เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน
ดูคำตอบ

การเริ่มเคลื่อนที่ของรถไฟและการโบกมือของ Maya เกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน

ไวยากรณ์

has just enough power to: มีพลังพอดีแค่จะทำบางสิ่ง

ใน has just enough power to strike... คำว่า has แสดงว่ามีทรัพยากรคือ power อยู่ และ to-infinitive บอกว่าทรัพยากรนั้นทำให้ทำอะไรได้ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ have/has + just enough + คำนามที่เป็นทรัพยากร + to + คำกริยา just enough หมายถึงปริมาณแตะขั้นต่ำที่จำเป็น แต่แทบไม่มีเหลือหรือไม่มีส่วนเกินเลย ในที่นี้จึงยังทำสิ่งนั้นได้แบบเฉียดฉิว ไม่ได้หมายความว่ามีพลังเหลือเฟือ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าโทรศัพท์อัปโหลดจนเสร็จได้ แต่หลังจากนั้นแบตเตอรี่จะแทบไม่เหลือ

  1. The phone has enough powerful to finish the upload.
  2. The phone has more than enough power to finish the upload.
  3. The phone has just enough power to finish the upload.
ดูคำตอบ

The phone has just enough power to finish the upload.

วลี

one final bolt of lightning: การนับสายฟ้าอย่างเป็นธรรมชาติ

ใน one final bolt of lightning คำว่า bolt เป็นคำนามนับได้ที่ใช้บอกสายฟ้าหรือการปล่อยประจุที่เห็นเป็นหนึ่งครั้งชัดเจน ส่วน lightning โดยทั่วไปเป็นคำนามนับไม่ได้ ภาษาอังกฤษจึงใช้รูป a/one + bolt of lightning แทน a lightning final บอกว่านี่คือสายฟ้าครั้งสุดท้าย ในวลีนี้ bolt หมายถึงสายฟ้า ไม่ใช่สลักเกลียวโลหะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายอย่างเป็นธรรมชาติว่าฟ้าผ่าหนึ่งครั้งลงที่ต้นไม้

  1. A bolt of lightning struck the tree.
  2. A lightning struck the tree.
  3. A piece of lightning struck the tree.
ดูคำตอบ

A bolt of lightning struck the tree.

If you magnify his blast with your fabled hammer Mjölnir, โน้ต

0:40

หากคุณใช้ Mjölnir ค้อนในตำนานของคุณขยายพลังการโจมตีของเขา

วลี

magnify his blast with ...: สิ่งที่ถูกเพิ่มและเครื่องมือที่ใช้

ใน magnify his blast with ... คำว่า magnify เป็นคำกริยา ส่วน his blast เป็นกรรมตรงหรือพลังที่ถูกเพิ่ม และ with Mjölnir ระบุเครื่องมือที่ใช้เพิ่มพลังนั้น magnify มักหมายถึงทำให้บางสิ่งดูใหญ่ขึ้น แต่ยังใช้หมายถึงเพิ่มผลกระทบ พลัง หรือความสำคัญได้ด้วย ในที่นี้ใช้ในเชิงจินตนาการเพื่อเพิ่มพลังของการโจมตี

แบบฝึกหัด

ในประโยค “The technician magnified the crack with a digital microscope,” ส่วน “with a digital microscope” ระบุอะไร

  1. เครื่องมือที่ใช้ขยายรอยร้าว
  2. รอยร้าวที่กำลังถูกขยาย
  3. ระดับที่รอยร้าวดูใหญ่ขึ้น
ดูคำตอบ

เครื่องมือที่ใช้ขยายรอยร้าว

วัฒนธรรม

fabled hammer Mjölnir: ชื่อเฉพาะของค้อนในตำนาน

Mjölnir เป็นชื่อเฉพาะของค้อนของธอร์ในตำนานนอร์ส เป็นอาวุธในตำนานชิ้นหนึ่งโดยเฉพาะ ไม่ใช่ชื่อยี่ห้อหรือคำทั่วไปที่หมายถึงค้อน ในกลุ่มคำนาม fabled hammer Mjölnir คำว่า fabled hammer อธิบายว่าวัตถุนั้นเป็นสิ่งประเภทใด ส่วน Mjölnir ระบุชื่อของมัน ความเชื่อมโยงที่รู้จักกันดีกับธอร์ ฟ้าร้อง และสายฟ้า ช่วยอธิบายว่าทำไมค้อนจึงเพิ่มพลังโจมตีได้ในบริบทแฟนตาซีนี้

แบบฝึกหัด

ในวลี the fabled hammer Mjölnir คำว่า Mjölnir คืออะไร?

  1. ชื่อเฉพาะของค้อนในตำนาน
  2. คำที่แปลว่าสายฟ้า
  3. ยี่ห้อการค้าของค้อนธรรมดา
ดูคำตอบ

ชื่อเฉพาะของค้อนในตำนาน

it should pierce the massive serpent.

0:44

มันก็จะสามารถทะลวงร่างของพญางูยักษ์ได้

ไวยากรณ์

If ..., it should ... เพื่อบอกผลที่คาดไว้เมื่อเงื่อนไขเป็นจริง

โครงสร้าง If + เงื่อนไขรูปปัจจุบัน, ... should + กริยารูปพื้นฐาน เชื่อมเงื่อนไขที่อาจเป็นจริงเข้ากับผลที่คาดไว้ ในประโยคนี้ การใช้มโยลเนียร์เพิ่มพลังการโจมตีคือเงื่อนไข ส่วน pierce บอกผลที่คาดว่าจะตามมา should ในที่นี้หมายถึง “คาดว่าน่าจะ” หรือ “มีแนวโน้มว่าจะ” ไม่ได้หมายถึงหน้าที่หรือคำแนะนำ โดยแสดงความมั่นใจจากแผนหรือการคำนวณ แต่ยังมีความไม่แน่นอนมากกว่า will

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ should เพื่อคาดการณ์ผลที่มีแนวโน้มจะเกิดหลังจากเงื่อนไขเป็นจริง

  1. The router should not be left in direct sunlight.
  2. If the router is offline, you should restart it.
  3. If we restart the router, it should connect within a minute.
ดูคำตอบ

If we restart the router, it should connect within a minute.

You'll run with super speed along the serpent's body

0:47

คุณจะต้องวิ่งด้วยความเร็วเหนือแสงไปตามลำตัวของงู

when you hold your hammer high,

0:50

เมื่อคุณชูค้อนขึ้นสูง

Odin will strike it with lightning, วลี

0:52

Odin จะฟาดสายฟ้าลงมาที่ค้อน

วลี

strike it with lightning: ระบุเป้าหมายและพลังที่ใช้

strike it with lightning หมายถึงโจมตีมันโดยใช้สายฟ้าเป็นพลัง รูปแบบคือ strike + กรรม + with + พลัง อาวุธ หรือเครื่องมือ โดย it เป็นสิ่งที่รับการโจมตี ส่วน with lightning บอกสิ่งหรือวิธีที่ใช้ with ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่าสายฟ้าเพียงเกิดขึ้นพร้อมกับการกระทำ แต่ตอบคำถามว่าใช้อะไร รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ได้ทั้งกับเครื่องมือที่จับต้องได้และพลังที่ถูกส่งไปยังเป้าหมาย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคภาษาอังกฤษด้วยรูปอดีตของ strike และคำบุพบทที่ใช้บอกพลังที่นำมาใช้: Yesterday, the robot ____ the metal door ____ a laser beam.

ดูคำตอบ

struck · with

and split Jörmungandr open at that point. ไวยากรณ์

0:54

และผ่าร่าง Jörmungandr ให้แยกออก ณ จุดนั้น

ไวยากรณ์

split Jörmungandr open: open บอกผลของการกระทำ

ใน split Jörmungandr open คำว่า split เป็นการกระทำ Jörmungandr เป็นกรรม และ open เป็นคำคุณศัพท์ที่บอกสภาพซึ่งเกิดจากการกระทำนั้น นี่คือโครงสร้าง คำกริยา + กรรม + ส่วนเติมเต็มบอกผล โดยการผ่าทำให้ Jörmungandr แยกเปิดออก คำว่า open สำคัญเพราะระบุผลลัพธ์อย่างชัดเจน split เพียงอย่างเดียวบอกการผ่าหรือการแยก แต่ split ... open เน้นว่าสิ่งนั้นถูกบังคับหรือทำให้แตกจนเปิดออก

แบบฝึกหัด

เติมคำคุณศัพท์บอกผลที่มีความหมายว่า “จนอยู่ในสภาพเปิด” ให้ประโยคสมบูรณ์: The pressure split the sealed container ____.

ดูคำตอบ

open

Then, you'll need to continue running along its body วลี

0:57

จากนั้น คุณจะต้องวิ่งต่อไปตามลำตัวของมัน

until every part of it is destroyed. ไวยากรณ์

1:00

จนกว่าทุกส่วนของมันจะถูกทำลาย

วลี

continue running along its body: ทำกิจกรรมต่อเนื่องไปตามเส้นทาง

Continue running หมายถึงวิ่งต่อไป โดย running เป็นรูป -ing ที่ตามหลัง continue เพื่อบอกว่าการกระทำที่กำลังดำเนินอยู่ยังคงทำต่อไป ส่วน along its body ระบุเส้นทาง โดยมองลำตัวยาวนั้นเป็นเส้นทางให้เคลื่อนที่ตาม ในที่นี้ along สื่อถึงการเคลื่อนจากส่วนหนึ่งของเส้นทางไปสู่อีกส่วนหนึ่ง ไม่ใช่เพียงตำแหน่งคงที่ที่อยู่บนหรือข้างเส้นทาง โครงสร้าง continue + -ing + along + เส้นทาง ใช้บรรยายการเคลื่อนที่ต่อเนื่องผ่านพื้นที่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดสื่อชัดเจนที่สุดว่านักเดินป่ายังคงเคลื่อนที่โดยใช้แนวแม่น้ำเป็นเส้นทาง?

  1. The hikers continued walking along the river until sunset.
  2. The hikers continued walking across the river until sunset.
  3. The hikers continued standing by the river until sunset.
ดูคำตอบ

The hikers continued walking along the river until sunset.

ไวยากรณ์

until every part of it is destroyed: เงื่อนไขปลายทางที่ต้องบรรลุ

ในประโยคนี้ until นำหน้าเงื่อนไขที่ทำให้การกระทำซึ่งกำลังดำเนินอยู่สิ้นสุดลง การวิ่งจะดำเนินต่อไปจนถึงจุดที่ทุกส่วนถูกทำลายแล้ว โดย until ไม่ได้บอกว่าการวิ่งเริ่มเมื่อใด every part of it is destroyed เป็นอนุประโยคแบบกรรมวาจก จุดเน้นอยู่ที่ผลลัพธ์ที่ต้องเสร็จสมบูรณ์สำหรับทุกส่วน ไม่ใช่ผู้ที่ทำลาย รูปแบบ continue หรือ keep doing something until a result is reached พบได้บ่อยในกฎและคำแนะนำ

แบบฝึกหัด

คำแนะนำข้อใดใช้ until เพื่อให้ผลลัพธ์แบบกรรมวาจกที่เสร็จสมบูรณ์เป็นเงื่อนไขหยุดการกระทำ

  1. Keep sanding the board until every rough edge is removed.
  2. Keep sanding the board because every rough edge is removed.
  3. Keep sanding the board before every rough edge is removed.
ดูคำตอบ

Keep sanding the board until every rough edge is removed.

You can't run over the same section twice, การใช้คำ

1:03

คุณไม่สามารถวิ่งผ่านส่วนเดิมซ้ำสองครั้งได้

การใช้คำ

run over the same section: การเคลื่อนผ่านช่วงหนึ่งของเส้นทาง

ในที่นี้ run over หมายถึงเคลื่อนข้ามหรือไปตามช่วงหนึ่งของเส้นทาง กรรม the same section และบริบทของการเคลื่อนที่ทำให้เลือกความหมายเกี่ยวกับเส้นทาง กล่าวคือ กฎนี้ระบุว่าห้ามผ่านช่วงเดียวกันมากกว่าหนึ่งครั้ง Run over ยังมีความหมายอื่นด้วย หากกรรมเป็นคนหรือสัตว์ในบริบทที่เกี่ยวกับยานพาหนะ โดยทั่วไปจะหมายถึงขับรถชนและทับผ่าน ความหมายเกี่ยวกับการชนนี้ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

run over ในประโยคใดมีความหมายเกี่ยวกับการเคลื่อนผ่านเส้นทางเหมือนในตัวอย่าง

  1. The runners must run over every marked section once.
  2. The runners must wait beside every marked section.
  3. The driver might run over the traffic cone.
ดูคำตอบ

The runners must run over every marked section once.

or you'll fall into the already blasted part of the snake. ลำดับความ

1:06

มิฉะนั้นคุณจะตกลงไปในส่วนของงูที่ถูกระเบิดไปแล้ว

ลำดับความ

or you'll fall...: or ที่ใช้บอกผลตามมา

or ในที่นี้หมายถึง “ไม่เช่นนั้น” โดยเชื่อมกฎที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลของการไม่ทำตามกฎ นั่นคือคุณจะตกลงไปในส่วนที่ถูกระเบิดไปแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำสั่ง/สิ่งที่จำเป็นต้องทำ + or + ผลที่ไม่พึงประสงค์” อนุประโยคที่สองทำหน้าที่เตือน ไม่ได้เสนออีกตัวเลือกหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ or เพื่อบอกผลของการไม่ทำตามคำสั่ง?

  1. Save your work now, or you may lose it.
  2. The work is complete, or nearly complete.
  3. You may save your work or print it.
ดูคำตอบ

Save your work now, or you may lose it.

But you can make multiple passes through points วลี

1:09

แต่คุณสามารถวิ่งผ่านจุดเดิมได้หลายครั้ง

where the creature intersects its own body. If you leave any portion unzapped, โน้ต

1:12

ตรงที่ร่างของมันตัดไขว้กันเอง หากคุณเหลือส่วนใดไว้โดยไม่โดนสายฟ้า

วลี

make multiple passes through points: ผ่านตำแหน่งต่าง ๆ หลายครั้ง

ใน make multiple passes through points คำว่า pass เป็นคำนามนับได้ หมายถึงการผ่าน การกวาดตรวจ หรือการทำงานครบหนึ่งรอบในพื้นที่หนึ่ง ดังนั้น multiple จึงใช้กับรูปพหูพจน์ passes ส่วน through points ระบุตำแหน่งที่ผ่าน รูปแบบนี้ใช้บรรยายการเคลื่อนที่ การสแกน การตรวจ หรือการประมวลผลซ้ำได้ ในที่นี้ passes หมายถึงจำนวนครั้งที่บางสิ่งผ่าน ไม่ได้หมายถึงการสอบผ่านหรือบัตรผ่าน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ passes เป็นคำนามนับได้ในความหมายว่าการสแกนหรือตรวจซ้ำหลายรอบ?

  1. Elena passes the library on her way home.
  2. The software made three passes through the file to find errors.
  3. The visitors showed their security passes at the gate.
ดูคำตอบ

The software made three passes through the file to find errors.

การใช้คำ

intersects its own body: เส้นทางที่ตัดกับตัวเอง

ในที่นี้ intersects หมายถึง “ตัดกัน” หรือ “พาดผ่าน” โดยมองร่างของสิ่งมีชีวิตเหมือนเส้นหรือเส้นทางที่ตัดกับอีกส่วนหนึ่งของร่างเดียวกัน จึงเกิดจุดตัด ในบริบทนี้ intersect เจาะจงกว่า touch เพราะสื่อว่าส่วนต่าง ๆ ของร่างเป็นเหมือนเส้นหรือเส้นทางที่ตัดหรือทับกัน ไม่ใช่เพียงพื้นผิวมาแตะกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ intersect ได้ถูกต้องเพื่ออธิบายเส้นทางสองเส้นที่ตัดกัน

  1. The two routes intersect near the station.
  2. The two routes end on opposite sides of the city.
  3. The two routes remain parallel near the station.
ดูคำตอบ

The two routes intersect near the station.

Jörmungandr will magically regenerate. การใช้คำ

1:18

Jörmungandr จะงอกใหม่ได้ราวกับมีเวทมนตร์

ไวยากรณ์

leave any portion unzapped: leave + กรรม + สภาพ

leave ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “จากไป” แต่ใช้โครงสร้าง leave + กรรม + ส่วนเติมเต็มบอกสภาพ โดย any portion เป็นกรรม และ unzapped บอกสภาพที่ส่วนนั้นยังคงอยู่ ดังนั้นเงื่อนไขนี้จึงหมายถึง “ถ้ายังมีส่วนใดที่ไม่ถูกกระแสไฟฟ้าโจมตี” unzapped เป็นคำคุณศัพท์ที่สร้างขึ้นตามบริบทจาก un- + zapped โดย zapped ในที่นี้หมายถึง “ถูกไฟฟ้าหรือพลังงานโจมตี” ดังนั้น unzapped จึงหมายถึง “ไม่ถูกโจมตี” โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้คำคุณศัพท์หรือคำกริยารูป participle เพื่อบอกสภาพสุดท้ายของกรรมได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ leave + กรรม + สภาพ เพื่อสื่อว่าประตูยังคงเปิดอยู่

  1. Please don't walk through the open door while the air conditioner is on.
  2. Please don't leave the door open while the air conditioner is on.
  3. Please don't open the door before turning on the air conditioner.
ดูคำตอบ

Please don't leave the door open while the air conditioner is on.

การใช้คำ

magically regenerate: สร้างขึ้นใหม่ด้วยเวทมนตร์

ในที่นี้ regenerate หมายถึงการก่อตัวขึ้นใหม่หลังจากเสียหายหรือสูญหาย ส่วน magically บอกวิธีที่เกิดขึ้น คือด้วยเวทมนตร์ ไม่ใช่กระบวนการทางชีวภาพตามปกติ คำกริยานี้เน้นว่าสิ่งหนึ่งถูกสร้างขึ้นมาอีกครั้ง เช่น เนื้อเยื่อใหม่ อวัยวะที่หายไป หรือทรัพยากรในเกมที่ถูกเติมคืน จึงเฉพาะเจาะจงกว่าการแค่มีอาการดีขึ้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ regenerate เพื่อบอกว่าอวัยวะที่สูญหายก่อตัวขึ้นใหม่

  1. Some lizards can protect a tail from injury.
  2. Some lizards can recover after losing a tail.
  3. Some lizards can regenerate a lost tail.
ดูคำตอบ

Some lizards can regenerate a lost tail.

Odin's last power will be spent, ไวยากรณ์

1:20

พลังเฮือกสุดท้ายของ Odin ก็จะหมดลง

ไวยากรณ์

will be spent: ทรัพยากรจะถูกใช้จนหมด

Will be spent เป็นรูปอนาคตแบบกรรมวาจกของ spend โดยมีโครงสร้าง will + be + กริยาช่องที่สาม Odin's last power คือทรัพยากรที่รับการกระทำ ดังนั้นประโยคจึงเน้นว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับพลังนั้น ไม่ใช่ว่าใครเป็นผู้ใช้ ในที่นี้ spent หมายถึงถูกใช้จนไม่เหลือ ไม่ได้หมายถึงการใช้จ่ายเงินเท่านั้น เมื่อใช้ร่วมกับ last power จึงสื่อว่าหลังการใช้งานครั้งนี้จะไม่เหลือพลังอีก

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาช่องที่สามของ spend เพื่อแสดงว่าทรัพยากรที่เหลือถูกใช้จนหมด: By the end of the rescue, all their remaining energy will be ____.

ดูคำตอบ

spent

and Valhalla will fall forever.

1:23

และ Valhalla ก็จะล่มสลายตลอดกาล

What path can you take to destroy the serpent? ลำดับความ

1:25

คุณจะใช้เส้นทางไหนในการทำลายงูตัวนี้ได้บ้าง?

ลำดับความ

What path can you take ...?: การตั้งโจทย์ให้ค้นหาเส้นทาง

“What path can you take ...?” เปลี่ยนข้อมูลตั้งต้นก่อนหน้าให้เป็นโจทย์ที่ชัดเจนซึ่งต้องหาคำตอบ คำถามที่ขึ้นต้นด้วย what ถามหาเส้นทางที่เป็นไปได้ ส่วน “to destroy the serpent” ระบุเป้าหมายที่เส้นทางนั้นต้องทำให้สำเร็จ ในที่นี้ “path” เชื่อมเรื่องราวเข้ากับคณิตศาสตร์ โดยหมายถึงทั้งเส้นทางในโลกของเรื่องและวิถีในแบบจำลองกราฟ ดังนั้น คำถามนี้จึงเป็นสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากการอธิบายกฎและข้อจำกัดไปสู่การค้นหาคำตอบ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเปลี่ยนชุดเงื่อนไขให้เป็นโจทย์ค้นหาเส้นทางได้ชัดเจนที่สุด?

  1. Why do city parks close at night?
  2. The checkpoints are marked on the map.
  3. What route can we take to visit every checkpoint exactly once?
ดูคำตอบ

What route can we take to visit every checkpoint exactly once?

One powerful way to solve problems is to simplify. ลำดับความ

1:36

วิธีแก้ปัญหาที่ทรงพลังวิธีหนึ่งคือการทำให้มันง่ายขึ้น

ลำดับความ

One ... way to ... is to ...: กรอบสำหรับนำเสนอกลยุทธ์

กรอบ “One way to do A is to do B” ใช้เพื่อนำเสนอกลยุทธ์ โดย to-infinitive ชุดแรกระบุเป้าหมาย และชุดที่สองระบุวิธีการ คำว่า “One” แสดงว่านี่เป็นทางเลือกหนึ่งที่มีประโยชน์ ไม่ได้หมายความว่าเป็นวิธีเดียวเสมอไป ในประโยคนี้ “simplify” หมายถึงการตัดรายละเอียดที่ไม่กระทบความสัมพันธ์สำคัญออก เพื่อให้สร้างแบบจำลองและวิเคราะห์ปัญหาได้ง่ายขึ้น ประโยคนี้ทำหน้าที่เป็นประโยคใจความหลัก โดยบอกกลยุทธ์สำคัญก่อน แล้วจึงอธิบายวิธีใช้ในส่วนถัดไป

แบบฝึกหัด

เติมกรอบ One way to ... is to ... ให้สมบูรณ์: One way ____ reduce mistakes is ____ check your work.

ดูคำตอบ

to · to

And in this case, ลำดับความ

1:40

และในกรณีนี้

ลำดับความ

in this case: จำกัดประเด็นให้เหลือสถานการณ์ปัจจุบัน

ในที่นี้ in this case หมายถึง “ในสถานการณ์เฉพาะที่กำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้” ไม่ได้หมายถึงคดีทางกฎหมาย โดย case ในที่นี้หมายถึงสถานการณ์หรือชุดของเงื่อนไข เมื่อวางไว้ใกล้ต้นประโยค วลีนี้ทำหน้าที่เป็นคำเชื่อมในการดำเนินเรื่อง โดยจำกัดประเด็นทั่วไปให้แคบลงมาที่ตัวอย่างปัจจุบัน และบอกว่าสิ่งที่จะกล่าวต่อไปใช้กับสถานการณ์นี้โดยเฉพาะ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ in this case เพื่อจำกัดกฎทั่วไปให้เหลือสถานการณ์ปัจจุบัน

  1. Most repairs need a new part, but in this case, tightening one screw is enough.
  2. Keep the camera in its case when you travel.
  3. The lawyer described the case to the judge.
ดูคำตอบ

Most repairs need a new part, but in this case, tightening one screw is enough.

we can focus our attention on the two things วลี

1:41

เราสามารถมุ่งความสนใจไปที่สองสิ่ง

that are important for our path,

1:44

ซึ่งมีความสำคัญต่อเส้นทางของเรา

วลี

focus our attention on: มุ่งความสนใจไปยังเป้าหมาย

วลี focus our attention on หมายถึงการจงใจหันสิ่งที่เราสังเกตหรือคิดไปยังเรื่องใดเรื่องหนึ่งโดยเฉพาะ ในประโยคนี้ ผู้พูดจำกัดประเด็นการสนทนาให้เหลือสองสิ่งที่สำคัญต่อเส้นทาง โครงสร้างคือ focus + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + attention + on + เป้าหมาย เปลี่ยนคำแสดงความเป็นเจ้าของตามว่าเป็นความสนใจของใคร เช่น focus my attention on, focus your attention on หรือ focus their attention on

แบบฝึกหัด

เติมบุพบทที่ถูกต้องในโครงสร้าง focus + attention: During the review, let's focus our attention ____ the two biggest risks.

ดูคำตอบ

on

intersections, and the stretches of snake between them. การใช้คำ

1:46

นั่นคือ จุดตัด และช่วงลำตัวงูที่อยู่ระหว่างจุดเหล่านั้น

การใช้คำ

intersections ... the stretches of snake between them: จุดตัดและช่วงที่เชื่อมต่อกัน

ในที่นี้ intersections คือจุดที่เส้นทางของงูตัดกับตัวมันเอง ส่วน the stretches of snake between them คือช่วงลำตัวที่ต่อเนื่องจากจุดตัดหนึ่งไปยังจุดตัดถัดไป stretch ในที่นี้เป็นคำนามนับได้ หมายถึง “ช่วงหรือส่วนที่ต่อเนื่อง” และ them หมายถึง intersections สองวลีนี้เปลี่ยนภาพให้เป็นแบบจำลองเครือข่ายอย่างง่าย โดยจุดตัดทำหน้าที่เป็นจุด และช่วงลำตัวงูที่เชื่อมจุดเหล่านั้นทำหน้าที่เป็นเส้นเชื่อม นี่คือตัวอย่างที่คำบอกพื้นที่ทั่วไปใช้เรียกส่วนประกอบของโครงสร้างทางคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

ในแบบจำลองนี้ “intersections, and the stretches of snake between them” แทนสิ่งใด?

  1. จุดตัดและช่วงลำตัวงูที่ต่อเนื่องซึ่งเชื่อมจุดเหล่านั้น
  2. งูหลายตัวที่แยกจากกันและไม่เชื่อมต่อกัน
  3. สถานที่ที่งูหยุดเพื่อยืดลำตัว
ดูคำตอบ

จุดตัดและช่วงลำตัวงูที่ต่อเนื่องซึ่งเชื่อมจุดเหล่านั้น

Or, as they're referred to in graph theory, โน้ต

1:50

หรือที่ในทฤษฎีกราฟเรียกว่า

วัฒนธรรม

in graph theory: ความหมายทางคณิตศาสตร์ของ graph

ทฤษฎีกราฟเป็นสาขาคณิตศาสตร์ที่ศึกษาเครือข่ายซึ่งประกอบด้วยจุดและความเชื่อมโยงระหว่างจุด ในที่นี้ graph หมายถึงเครือข่ายเชิงนามธรรม ไม่ใช่แผนภูมิแท่งหรือกราฟเส้นที่ใช้แสดงข้อมูล วลีบุพบท in graph theory ระบุว่าวิชาใดเป็นผู้กำหนดความหมายของศัพท์ จึงบอกว่าคำที่ตามมา เช่น nodes และ edges มีความหมายเฉพาะทางในทฤษฎีกราฟ

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ graph ใน in graph theory หมายถึงอะไร?

  1. ภาพวาดด้วยมือชนิดใดก็ได้
  2. เครือข่ายเชิงนามธรรมที่ประกอบด้วยโหนดและเส้นเชื่อม
  3. แผนภูมิแท่งหรือกราฟเส้นที่ใช้แสดงข้อมูล
ดูคำตอบ

เครือข่ายเชิงนามธรรมที่ประกอบด้วยโหนดและเส้นเชื่อม

nodes and edges. การใช้คำ

1:53

จุดยอด (Node) และ เส้นเชื่อม (Edge)

วลี

as they're referred to in graph theory: การแนะนำชื่อเฉพาะของสาขา

ในที่นี้ as they're referred to in graph theory หมายถึง “ใช้ชื่อที่ทฤษฎีกราฟตั้งให้สิ่งเหล่านั้น” โดยชื่อ nodes and edges จะตามหลังอนุประโยคแทรกที่ขึ้นต้นด้วย as ทันที รูปแบบที่ตรงกว่าคือ They are referred to as nodes and edges in graph theory. ใช้ be referred to as + ชื่อ เพื่อบอกว่าสิ่งหนึ่งเรียกว่าอะไร โดยเฉพาะเมื่อแนะนำศัพท์ทางการหรือศัพท์เฉพาะสาขา ในการใช้เพื่อบอกชื่อนี้ referred to ไม่ได้หมายถึงเพียง “ถูกกล่าวถึง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ refer: This effect is ____ the placebo effect.

ดูคำตอบ

referred to as

การใช้คำ

nodes and edges: จุดและความเชื่อมโยงในทฤษฎีกราฟ

ในทฤษฎีกราฟ nodes คือจุดหรือวัตถุในเครือข่าย ส่วน edges คือความเชื่อมโยงระหว่างจุดหรือวัตถุเหล่านั้น edge อาจวาดเป็นเส้น แต่หน้าที่สำคัญคือแสดงความสัมพันธ์ระหว่างโหนดสองโหนด ในฉากนี้ จุดตัดถูกจำลองเป็น nodes และช่วงระหว่างจุดตัดถูกจำลองเป็น edges ในที่นี้ edge ไม่ได้หมายถึงเพียงขอบนอกของวัตถุจริง

แบบฝึกหัด

การจับคู่ใดใช้ nodes และ edges ในทฤษฎีกราฟได้ถูกต้อง?

  1. เรียกทั้งเมืองและถนนว่า edges
  2. เรียกถนนว่า nodes และเรียกเมืองว่า edges
  3. เรียกเมืองว่า nodes และเรียกถนนที่เชื่อมเมืองว่า edges
ดูคำตอบ

เรียกเมืองว่า nodes และเรียกถนนที่เชื่อมเมืองว่า edges

The edges are important because they're what we need to travel.

1:55

เส้นเชื่อมนั้นสำคัญเพราะมันคือเส้นทางที่เราต้องเดินทาง

And the nodes matter because they connect the edges

1:59

และจุดยอดก็สำคัญเพราะมันเชื่อมต่อเส้นเชื่อม

and are where we may need to make choices ไวยากรณ์

2:02

และเป็นจุดที่เราอาจต้องตัดสินใจ

ไวยากรณ์

where we may need to make choices: อธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ณ สถานที่หนึ่ง

อนุประโยค where we may need to make choices เติมความหมายหลัง are โดยอธิบายหน้าที่ของสถานที่ที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ผ่านสิ่งที่อาจเกิดขึ้นที่นั่น กล่าวคือ ณ จุดเหล่านั้นเราอาจจำเป็นต้องเลือก ในที่นี้ where เชื่อมสถานที่เข้ากับสิ่งที่เกิดขึ้นที่สถานที่นั้น ไม่ได้เพียงระบุสถานที่เท่านั้น may need to แสดงความเป็นไปได้ ไม่ใช่ความแน่นอน เราอาจต้องเลือก ณ จุดใดจุดหนึ่ง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเลือกในทุกจุดเสมอไป

แบบฝึกหัด

เติม where ลงในประโยคเพื่ออธิบายว่าเกิดอะไรขึ้น ณ สถานที่นั้น: The checkout counter is ____ customers pay.

ดูคำตอบ

where

as we run from edge to edge.

2:05

เมื่อเราวิ่งจากเส้นเชื่อมหนึ่งไปยังอีกเส้นเชื่อมหนึ่ง

This simplification into nodes and edges ลำดับความ

2:07

การจำแนกให้เป็นจุดยอดและเส้นเชื่อมนี้

ลำดับความ

This simplification into nodes and edges: สรุปขั้นตอนก่อนหน้า

This simplification ใช้โครงสร้าง this + คำนามที่ใช้สรุปความ เพื่อรวบการกระทำที่อธิบายไว้ก่อนหน้าให้เป็นแนวคิดเดียว คำนาม simplification ทำหน้าที่ตั้งชื่อให้การกระทำนั้น ส่วน this แสดงว่าผู้พูดกำลังย้อนอ้างถึงสิ่งเดิม ไม่ได้กำลังนำเสนอขั้นตอนใหม่ into nodes and edges ระบุผลลัพธ์หรือรูปแบบที่ได้จากการทำให้ง่ายลง เมื่อคำอธิบายก่อนหน้ามีชื่อเรียกแล้ว ผู้พูดก็สามารถใช้สิ่งนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของการให้เหตุผลในส่วนถัดไปได้

แบบฝึกหัด

ข้อความต่อข้อใดใช้ this + คำนามที่ใช้สรุปความ เพื่อย้อนอ้างถึงการกระทำในประโยคแรก?

  1. We removed duplicate entries. This cleanup made the list easier to analyze.
  2. We removed duplicate entries. This happened after lunch.
  3. We removed duplicate entries. That list is stored in the archive.
ดูคำตอบ

We removed duplicate entries. This cleanup made the list easier to analyze.

leaves us with a ubiquitous and important mathematical object โน้ต

2:10

ทำให้เราได้เห็นวัตถุทางคณิตศาสตร์ที่พบได้ทั่วไปและมีความสำคัญ

การใช้คำ

ubiquitous and important mathematical object: การประเมินเอนทิตีเชิงนามธรรมอย่างเป็นทางการ

Ubiquitous หมายถึง “มีอยู่หรือพบได้แทบทุกหนแห่ง” ในวลีนี้ ubiquitous และ important เป็นคำคุณศัพท์ที่เชื่อมกันเพื่อขยาย mathematical object ผู้พูดกำลังบอกว่าเอนทิตีชนิดนี้ทั้งแพร่หลายในคณิตศาสตร์และมีความสำคัญ Mathematical object คือเอนทิตีเชิงนามธรรมที่ศึกษาในวิชาคณิตศาสตร์ เช่น จำนวน เซต ฟังก์ชัน หรือกราฟ คำว่า object ในที่นี้ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของทางกายภาพที่สัมผัสได้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ a ubiquitous and important mathematical object มากที่สุด?

  1. สิ่งของหายากที่สำคัญเพราะสามารถสัมผัสได้
  2. เครื่องมือในห้องเรียนที่เป็นวัตถุและพบได้เพียงแห่งเดียว
  3. เอนทิตีทางคณิตศาสตร์เชิงนามธรรมที่แพร่หลายและมีความสำคัญ
ดูคำตอบ

เอนทิตีทางคณิตศาสตร์เชิงนามธรรมที่แพร่หลายและมีความสำคัญ

known as a graph or network. วลี

2:14

หรือที่รู้จักกันในชื่อกราฟหรือเครือข่าย

วลี

leaves us with: กระบวนการหนึ่งก่อให้เกิดผลลัพธ์สุดท้าย

ในโครงสร้าง leave someone with something คำว่า leave หมายถึง “ทำให้ใครบางคนมีหรือต้องเผชิญกับบางสิ่งหลังจากกระบวนการหรือเหตุการณ์หนึ่ง” ในที่นี้ leaves us with ใช้นำเสนอผลจากกระบวนการก่อนหน้า กล่าวคือ สิ่งที่เราได้ในท้ายที่สุดคือกราฟหรือเครือข่าย โครงสร้างคือ ประธาน + leave + บุคคล + with + ผลลัพธ์ ประธานอาจเป็นการกระทำ การคำนวณ การเลือก หรือเหตุการณ์ ส่วนผลลัพธ์อาจเป็นสิ่งที่เหลืออยู่หรือข้อสรุปใหม่ ไม่ได้หมายถึงมีคนเดินจากไปจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง leave someone with something โดยใช้ us: After the refund, that ____ enough money for lunch.

ดูคำตอบ

leaves us with

วลี

known as a graph or network: การแนะนำชื่อทางเทคนิค

โครงสร้าง be known as + ชื่อ หมายถึง “ถูกเรียกว่า...” หรือ “มีชื่อที่เป็นที่ยอมรับว่า...” เป็นโครงสร้างแบบถูกกระทำที่ใช้แนะนำศัพท์ ชื่อเรียก ชื่ออื่น อัตลักษณ์ หรือประเภท ในส่วนของคำบรรยาย known as แนะนำชื่อสองชื่อสำหรับโครงสร้างชนิดเดียวกัน ในที่นี้ graph ใช้ในความหมายทางคณิตศาสตร์และคอมพิวเตอร์ คือโครงสร้างที่ประกอบด้วยจุดยอด ซึ่งเรียกอีกอย่างว่าโหนด และเส้นเชื่อม ไม่ได้หมายถึง “แผนภูมิ” ส่วน network ถูกเสนอเป็นอีกชื่อหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำจากบทเรียนที่หมายถึง “ถูกเรียกว่า”: The aurora borealis is ____ the northern lights.

ดูคำตอบ

known as

We just need to figure out how to travel กริยาวลี

2:17

เราแค่ต้องหาวิธีเดินทาง

กริยาวลี

need to figure out: หาคำตอบหรือวิธีการ

need to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าการกระทำนั้นจำเป็น ส่วน figure out เป็นกริยาวลีที่หมายถึงการเข้าใจบางสิ่งหรือหาคำตอบหรือวิธีการด้วยการคิด ตรวจสอบ หรือลองทำ ความหมายนี้ไม่ได้มาจากการนำความหมายแยกกันของ figure และ out มารวมกัน หลัง figure out สามารถตามด้วยคำนามหรืออนุประโยคคำถามได้ ใน figure out how to travel ส่วน how to travel ระบุวิธีเดินทางที่ต้องคิดหา ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ให้วางคำสรรพนามไว้ตรงกลาง โดยพูดว่า figure it out ไม่ใช่ figure out it

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “แก้ปัญหาหรือทำความเข้าใจด้วยการคิด”: We need to ____ how to fit all the boxes in the car.

ดูคำตอบ

figure out

what mathematicians call an Eulerian path, โน้ต

2:20

ตามที่นักคณิตศาสตร์เรียกว่าวิถีออยเลอร์ (Eulerian path)

ลำดับความ

what mathematicians call an Eulerian path: โครงสร้างการตั้งชื่อโดยผู้เชี่ยวชาญ

what ตรงนี้นำอนุประโยคสัมพัทธ์ที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ไม่ได้ใช้ตั้งคำถาม ทั้งส่วนหมายถึง “สิ่งที่นักคณิตศาสตร์เรียกว่าเส้นทางออยเลอร์” mathematicians เป็นประธานของ call และ an Eulerian path เป็นชื่อที่ตั้งให้สิ่งนั้น โครงสร้าง what + บุคคลหรือกลุ่ม + call + ชื่อ เชื่อมสิ่งที่กำลังกล่าวถึงอยู่กับชื่อที่ผู้เชี่ยวชาญหรือกลุ่มอื่นใช้ อนุประโยคทั้งหมดทำหน้าที่เหมือนคำนามภายในประโยคที่ใหญ่กว่า

แบบฝึกหัด

ใช้โครงสร้าง what + ผู้เชี่ยวชาญ + call โดยใช้ astronomers เป็นกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ: This is ____ a red giant.

ดูคำตอบ

what astronomers call

วัฒนธรรม

Eulerian path: ผ่านเส้นเชื่อมทุกเส้นอย่างละหนึ่งครั้งพอดี

Eulerian path หรือเส้นทางออยเลอร์ คือเส้นทางในทฤษฎีกราฟที่ผ่านเส้นเชื่อมทุกเส้นของกราฟอย่างละหนึ่งครั้งพอดี จุดยอดหนึ่งจุดอาจถูกผ่านได้มากกว่าหนึ่งครั้ง เพราะกฎนี้ใช้กับเส้นเชื่อม ไม่ใช่จุดยอด คำคุณศัพท์ Eulerian มาจากชื่อของนักคณิตศาสตร์ Leonhard Euler จึงบอกว่านี่เป็นศัพท์เฉพาะที่มีความหมายชัดเจนในทฤษฎีกราฟ ไม่ใช่เส้นทางทั่วไป

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ Eulerian path?

  1. เส้นทางใดก็ได้ที่เชื่อมจุดยอดสองจุด
  2. เส้นทางที่ผ่านเส้นเชื่อมทุกเส้นอย่างละหนึ่งครั้งพอดี
  3. เส้นทางที่ผ่านจุดยอดทุกจุดอย่างละหนึ่งครั้งพอดี
ดูคำตอบ

เส้นทางที่ผ่านเส้นเชื่อมทุกเส้นอย่างละหนึ่งครั้งพอดี

which traces every edge exactly once. การใช้คำ

2:23

ซึ่งลากผ่านแต่ละเส้นเชื่อมเพียงครั้งเดียวเท่านั้น

การใช้คำ

traces every edge exactly once: ลากไปตามเส้นเชื่อมทุกเส้นเพียงหนึ่งครั้งพอดี

ในที่นี้ traces หมายถึง “เคลื่อนไปตาม” หรือ “ลากไปตามรูปทรงของ” เส้นในกราฟ ดังนั้น traces every edge จึงหมายถึงเส้นทางที่ผ่านเส้นเชื่อมทั้งหมดในกราฟ ไม่ได้หมายถึงการติดตามบุคคลเพื่อหาตัวเขา exactly once เป็นเงื่อนไขสำคัญ โดยต้องใช้เส้นเชื่อมแต่ละเส้นเพียงหนึ่งครั้ง ห้ามข้ามเส้นใดและห้ามใช้เส้นใดซ้ำสองครั้ง every edge และ exactly once ต้องอยู่ร่วมกันจึงจะเป็นกฎที่ครบถ้วน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุว่าไม่มีเส้นเชื่อมใดถูกข้าม และไม่มีเส้นใดถูกใช้มากกว่าหนึ่งครั้ง

  1. The route traces every edge exactly once.
  2. The route traces every edge at least once.
  3. The route traces one edge exactly once.
ดูคำตอบ

The route traces every edge exactly once.

Instead of looking at the path as a whole, ไวยากรณ์

2:27

แทนที่จะมองเส้นทางนี้แบบภาพรวมทั้งหมด

let's zoom in on a single node. กริยาวลี

2:30

เรามาซูมดูที่จุดยอดเพียงจุดเดียวกันก่อน

ไวยากรณ์

Instead of looking at ... as a whole: แทนที่จะมอง……โดยรวม

Instead of ตามด้วยคำนามหรือรูปกริยา -ing ใช้เพื่อเกริ่นถึงตัวเลือกที่ไม่ได้ใช้ ในที่นี้ instead of looking ตัดวิธีวิเคราะห์เส้นทางแบบหนึ่งออกไป แล้วเตรียมนำเสนอทางเลือกใหม่ คือการเจาะดูโหนดเพียงจุดเดียว As a whole เป็นวลีตายตัวที่หมายถึง “ในฐานะสิ่งที่สมบูรณ์หนึ่งสิ่ง” Looking at the path as a whole จึงหมายถึงการพิจารณาเส้นทางทั้งหมด ไม่ใช่เพียงส่วนใดส่วนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

ใช้รูปที่ถูกต้องของ look หลัง instead of: Instead of ____ at the painting as a whole, focus on one corner.

ดูคำตอบ

looking

กริยาวลี

Let's zoom in on ...: เปลี่ยนจากภาพรวมไปดูรายละเอียด

ในประโยคนี้ let's zoom in on ... ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึง “มาจำกัดขอบเขตความสนใจแล้วพิจารณา ... ให้ละเอียดขึ้นกัน” จึงไม่จำเป็นต้องเกี่ยวกับกล้องหรือการขยายภาพบนหน้าจอ รูปแบบคือ let's zoom in on + หัวข้อหรือส่วนที่เฉพาะเจาะจง รูปแบบนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยเปลี่ยนจากภาพรวมไปยังรายละเอียดที่เล็กลง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกผู้ฟังให้เปลี่ยนจากกระบวนการโดยรวมไปดูรายละเอียดหนึ่งจุดได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's zoom in the final step of the process.
  2. Let's zoom in on the final step of the process.
  3. Let's zoom out to see the whole process.
ดูคำตอบ

Let's zoom in on the final step of the process.

During some moment in your run,

2:32

ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งของการวิ่ง

you'll enter that node, and then exit it. การใช้คำ

2:34

คุณจะเข้าสู่จุดยอดนั้น แล้วก็ออกจากจุดนั้น

การใช้คำ

Enter that node, and then exit it: การเคลื่อนที่ผ่านโหนดในกราฟ

ในที่นี้ enter และ exit ใช้อธิบายการเคลื่อนที่ขณะไล่ตามเส้นทางในกราฟ คุณไปถึงโหนดนั้นตามเส้นเชื่อมหนึ่งเส้นแล้วเคลื่อนออกจากโหนดต่อไป โหนดนี้ไม่ใช่ห้องจริง คำกริยาคู่นี้ช่วยให้มองเส้นทางนามธรรมเป็นการเคลื่อนที่ที่มีทิศทางได้ง่ายขึ้น Enter a node แสดงการมาถึง ส่วน exit it แสดงการออกไป โดย it อ้างกลับไปถึง that node

แบบฝึกหัด

ในการอธิบายกราฟ “you'll enter that node, and then exit it” หมายความว่าอย่างไร

  1. คุณไปถึงโหนดตามเส้นเชื่อมหนึ่งเส้น แล้วเคลื่อนออกจากโหนดต่อไป
  2. คุณเดินเข้าไปในห้องจริงที่เรียกว่าโหนด แล้วเดินออกมา
  3. คุณเพิ่มโหนดลงในกราฟ แล้วจึงลบโหนดนั้น
ดูคำตอบ

คุณไปถึงโหนดตามเส้นเชื่อมหนึ่งเส้น แล้วเคลื่อนออกจากโหนดต่อไป

That takes care of two edges. กริยาวลี

2:37

นั่นเท่ากับจัดการไปแล้วสองเส้นเชื่อม

กริยาวลี

takes care of two edges: จัดการเส้นเชื่อมสองเส้น

ในประโยคนี้ takes care of หมายถึง “จัดการ” “แก้ไข” หรือทำสิ่งที่จำเป็นสำหรับเส้นเชื่อมสองเส้นให้เสร็จ เส้นเชื่อมเป็นส่วนหนึ่งของโจทย์หรือการคำนวณ จึงไม่ได้หมายถึงการดูแลเส้นเชื่อม That ชี้กลับไปที่ขั้นตอนที่เพิ่งอธิบาย รูปแบบ take care of + งาน/ปัญหา/รายละเอียด เป็นวิธีทั่วไปในการบอกว่าเรื่องนั้นได้รับการจัดการแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมวลีสามคำจากบทเรียนที่หมายถึง “จัดการ”: A short meeting should ____ the scheduling problem.

ดูคำตอบ

take care of

If you enter again, you'll need to exit again, too, ไวยากรณ์

2:39

หากคุณเข้าไปอีกครั้ง คุณก็จะต้องออกมาอีกครั้งเช่นกัน

which requires another pair of edges.

2:43

ซึ่งจะต้องใช้เส้นเชื่อมอีกคู่หนึ่ง

ไวยากรณ์

If you enter..., you'll need to exit...: ผลที่จำเป็นจากเงื่อนไข

อนุประโยคที่มี if กำหนดเงื่อนไขที่เป็นจริงและอาจเกิดขึ้นได้ คือการเข้าไปอีกครั้ง ส่วนประโยคหลักบอกผลที่จำเป็น คือจะต้องออกมาอีกครั้งด้วย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + present simple, ... will need to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ need to แสดงข้อบังคับที่เกิดจากกฎ ไม่ใช่คำแนะนำ again แสดงการทำซ้ำ ส่วน too แสดงว่าการเข้าไปใหม่ทำให้เกิดข้อกำหนดว่าต้องออกมาด้วย

แบบฝึกหัด

เติมกฎให้สมบูรณ์ด้วยรูปที่ถูกต้องของ stop และ need: If the machine ____ again, you'll ____ restart the test, too.

ดูคำตอบ

stops · need to

So every point along your path will have edges that come in pairs. วลี

2:46

ดังนั้นทุกๆ จุดบนเส้นทางของคุณจะมีเส้นเชื่อมที่มาเป็นคู่ๆ

วลี

come in pairs: ปรากฏเป็นคู่

ในประโยคนี้ come in pairs หมายถึง “ปรากฏหรือถูกจัดเป็นกลุ่มละสอง” คำว่า come บอกลักษณะที่เส้นเชื่อมปรากฏ ไม่ได้หมายถึง “เข้ามา” อนุประโยคสัมพันธ์ that come in pairs ขยายคำว่า edges รูปแบบนี้ใช้บรรยายสิ่งของ ลักษณะ หรือผลลัพธ์ที่มักจัดมาให้หรือพบเป็นชุดละสองได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าแบตเตอรี่ถูกจัดมาให้ครั้งละสองก้อน?

  1. These batteries come in two boxes.
  2. These batteries come in several sizes.
  3. These batteries come in pairs.
ดูคำตอบ

These batteries come in pairs.

One edge in each pair will function as entrance, วลี

2:51

เส้นเชื่อมหนึ่งในแต่ละคู่จะทำหน้าที่เป็นทางเข้า

วลี

function as entrance: ทำหน้าที่เป็นทางเข้า

ในที่นี้ function เป็นคำกริยา Function as หมายถึง “ทำหน้าที่เป็น” หรือ “ถูกใช้เป็น” ดังนั้นเส้นเชื่อมหนึ่งเส้นจึงมีบทบาทเป็นทางเข้า คำนาม entrance ที่ไม่มีคำนำหน้านามถูกใช้เป็นป้ายกำกับบทบาททางเทคนิคแบบกระชับ ในประโยคทั่วไปที่กล่าวถึงทางเข้าหนึ่งแห่งซึ่งเป็นคำนามนับได้ การใช้ function as an entrance มักเป็นธรรมชาติกว่า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ function as ได้ถูกต้องเพื่อบรรยายบทบาทที่ใช้งานได้จริง?

  1. The curtain can function as a room divider.
  2. The curtain can function a room divider.
  3. The curtain can function as divide the room.
ดูคำตอบ

The curtain can function as a room divider.

the other as exit.

2:54

และอีกเส้นเป็นทางออก

And that means that the number of edges

2:56

และนั่นหมายความว่าจำนวนเส้นเชื่อม

coming out of every node must be even. โน้ต

2:58

ที่ออกมาจากทุกจุดยอดจะต้องเป็นเลขคู่

การใช้คำ

must be even: กำหนดให้เป็นจำนวนคู่

ใน must be even คำว่า even เป็นคำคุณศัพท์ทางคณิตศาสตร์ หมายถึง “หารด้วย 2 ลงตัวโดยไม่มีเศษ” เนื่องจากประธานคือ the number of edges เงื่อนไขนี้จึงกำหนดว่าจำนวนนั้นต้องเป็น 0, 2, 4, 6 และต่อไปเรื่อย ๆ โครงสร้าง must be + adjective แสดงเงื่อนไขที่จำเป็น ในที่นี้ must มาจากกฎหรือการให้เหตุผล ไม่ใช่คำสั่งจากบุคคล ในบริบทเกี่ยวกับจำนวนนี้ even ไม่ได้หมายถึง “แบนราบ” และไม่ได้ทำหน้าที่เป็นคำที่ใช้เน้นข้อความ

แบบฝึกหัด

เติมเงื่อนไขทางคณิตศาสตร์ด้วยคำคุณศัพท์จากวลีที่เน้นไว้: A whole number divisible by two must be ____.

ดูคำตอบ

even

วลี

coming out of every node: ยื่นออกจากแต่ละโหนด

ในวลีเต็ม coming out of every node ขยายคำว่า edges โดยแสดงว่าเส้นเชื่อมยื่นหรือเชื่อมออกไปด้านนอกจากแต่ละโหนด อนุประโยค -ing อยู่หลัง edges เพื่อระบุว่ากำลังนับเส้นเชื่อมใด ในที่นี้ come out of มีความหมายเกี่ยวกับตำแหน่งหรือแผนภาพ ไม่ได้หมายถึง “ได้รับการตีพิมพ์” หรือ “กลายเป็นเรื่องที่สาธารณชนรับรู้” วลีนี้บรรยายการเชื่อมต่อที่มองเห็นได้เท่านั้น จึงไม่อาจใช้วลีนี้เพียงอย่างเดียวเพื่อตัดสินว่าเส้นเชื่อมในกราฟมีทิศทางอย่างเป็นทางการที่แสดงด้วยลูกศร

แบบฝึกหัด

เติมวลีที่เน้นไว้ซึ่งมีความหมายว่า “ยื่นออกจาก” ให้สมบูรณ์: Count the pipes ____ the side of the tank.

ดูคำตอบ

coming out of

There are just two exceptions, the start and end points, ลำดับความ

3:02

เว้นแต่จะมีเพียงสองข้อยกเว้น คือจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด

ลำดับความ

มีข้อยกเว้นเพียงสองข้อ…จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด

ประโยคนี้บอกจำนวนข้อยกเว้นก่อน แล้วจึงระบุว่าคืออะไรด้วยนามวลี the start and end points วลีที่สองนี้ใช้เรียก two exceptions ให้ชัดเจนขึ้น จึงช่วยให้ผู้ฟังแยกกฎทั่วไปออกจากกรณีที่ไม่เป็นไปตามกฎได้อย่างรวดเร็ว ในที่นี้ just หมายถึง “เพียง” หรือ “เท่านั้น” โดยจำกัดว่ามีข้อยกเว้นสองข้อพอดี ไม่ได้หมายถึง “เมื่อสักครู่” รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ There is/are just [number] exception(s), [specific case(s)].

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่ามีงานเพียงงานเดียวที่ไม่เป็นไปตามกฎ แล้วระบุว่างานนั้นคืออะไร

  1. Every task is automatic. There just has one exception, the final step.
  2. Every task is automatic. There is just one exception, the final step.
  3. Every task is automatic. There is one just exception, the final step.
ดูคำตอบ

Every task is automatic. There is just one exception, the final step.

where you can exit without entering or vice versa. วลี

3:06

ซึ่งคุณสามารถออกโดยไม่ต้องเข้า หรือเข้าโดยไม่ต้องออกได้

วลี

ออกโดยไม่เข้า หรือในทางกลับกัน

รูปแบบ without + -ing หมายความว่าการกระทำรูป -ing ที่อยู่หลัง without ไม่ได้เกิดขึ้น exit without entering จึงหมายถึงออกไปโดยที่ไม่ได้เข้า vice versa บอกให้สลับการกระทำสองอย่างแทนที่จะกล่าวความคิดเดิมซ้ำทั้งหมด ในที่นี้เพิ่มกรณี enter without exiting เข้ามา คำนี้ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่ง แต่เป็นวิธีสั้น ๆ ในการบอกว่าความสัมพันธ์แบบย้อนกลับก็เป็นจริงเช่นกัน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ vice versa เพื่อแสดงการสลับความสามารถสองอย่างอย่างชัดเจน

  1. Some people can read music without playing it, or vice versa.
  2. Some people can read music vice versa without playing it.
  3. Some people can vice versa music from reading to playing.
ดูคำตอบ

Some people can read music without playing it, or vice versa.

If we look at the network formed by the serpent again,

3:10

หากเราดูเครือข่ายที่เกิดจากงูนี้อีกครั้ง

and number how many edges emerge from each node, การใช้คำ

3:13

และนับจำนวนเส้นเชื่อมที่ออกมาจากแต่ละจุดยอด

การใช้คำ

number how many edges: การใช้ number เป็นคำกริยา

ในที่นี้ number เป็นคำกริยา ไม่ใช่คำนามที่หมายถึง “ตัวเลข” คำสั่งนี้ให้ผู้ดูหาจำนวนเส้นเชื่อมที่ยื่นออกจากแต่ละโหนด และน่าจะให้จดจำนวนนั้นไว้ด้วย อนุประโยค how many ระบุว่าต้องหาปริมาณใด ได้แก่ how many edges emerge from each node ในบริบทของกราฟ emerge from หมายถึงเส้นเชื่อมยื่นหรือทอดออกจากโหนด

แบบฝึกหัด

number ทำหน้าที่อะไรใน “number how many edges emerge from each node”?

  1. หมายถึงการกำหนดหมายเลขลำดับที่ต่างกันให้เส้นเชื่อมทุกเส้น
  2. เป็นคำนามที่หมายถึงตัวเลขซึ่งเขียนอยู่ข้างโหนดหนึ่ง
  3. เป็นคำกริยาที่บอกให้ผู้ดูกำหนดหรือบันทึกจำนวนเส้นเชื่อมของแต่ละโหนด
ดูคำตอบ

เป็นคำกริยาที่บอกให้ผู้ดูกำหนดหรือบันทึกจำนวนเส้นเชื่อมของแต่ละโหนด

a pattern jumps out that fits what we just saw. สำนวน

3:16

รูปแบบที่เห็นก็จะตรงกับสิ่งที่เราเพิ่งพูดถึง

สำนวน

a pattern jumps out: รูปแบบเห็นได้ชัดขึ้นมาทันที

ใน a pattern jumps out คำว่า jumps out ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ คือรูปแบบนั้นเห็นได้ชัดทันทีหรือดึงดูดความสนใจของผู้สังเกต ไม่ได้มีสิ่งใดกระโดดออกมาจริง ๆ อนุประโยค that fits what we just saw ขยายคำว่า pattern โดยบอกว่ารูปแบบที่เพิ่งสังเกตเห็นนั้นสอดคล้องกับหลักฐานหรือตัวอย่างที่เห็นก่อนหน้านี้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่ประกอบด้วย jump และมีความหมายว่า “เห็นได้ชัดทันที”: After the results are sorted, one pattern ____.

ดูคำตอบ

jumps out

Every node has an even number of edges emerging from it, ไวยากรณ์

3:20

ทุกจุดยอดจะมีจำนวนเส้นเชื่อมที่ออกมาเป็นเลขคู่

except two.

3:24

ยกเว้นสองจุด

ไวยากรณ์

Every node ... except two: การบอกกฎโดยรวมและข้อยกเว้น

ประโยคนี้เริ่มด้วย Every node has... เพื่อบอกกฎโดยรวม กล่าวคือ โดยหลักแล้วกฎนี้ใช้กับโหนดทั้งชุด จากนั้นวลี except two ท้ายประโยคจึงตัดโหนดสองโหนดออกจากกฎนี้ ใน except two คำว่า nodes ถูกละไว้เพราะเข้าใจได้ชัดเจนจากบริบท เมื่ออ่านโครงสร้าง every...except... ต้องนำข้อยกเว้นมาพิจารณาก่อนตัดสินว่ากฎครอบคลุมกว้างเพียงใด

แบบฝึกหัด

ประโยค "Every lab passed the safety check, except two." หมายความว่าอย่างไร

  1. ห้องปฏิบัติการทุกแห่งผ่านการตรวจสอบความปลอดภัยโดยไม่มีข้อยกเว้น
  2. ห้องปฏิบัติการทุกแห่งผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย ยกเว้นสองแห่ง
  3. มีเพียงสองห้องปฏิบัติการที่ผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย
ดูคำตอบ

ห้องปฏิบัติการทุกแห่งผ่านการตรวจสอบความปลอดภัย ยกเว้นสองแห่ง

So one of these must be the start of your route, ไวยากรณ์

3:25

ดังนั้นหนึ่งในสองจุดนี้จะต้องเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางของคุณ

and the other the end.

3:28

และอีกจุดหนึ่งคือจุดสิ้นสุด

ไวยากรณ์

one of these ... and the other ...: การกำหนดบทบาทให้สิ่งสองสิ่ง

one of these ... and the other ... ใช้แบ่งสิ่งสองสิ่งที่กล่าวถึงไว้แล้วให้ทำหน้าที่คนละอย่าง one of these เลือกสิ่งใดสิ่งหนึ่งจากสองสิ่งนั้น ส่วน the other หมายถึงสิ่งที่เหลืออยู่ในชุดที่มีสองสิ่ง ใน and the other the end มีการละ must be รูปเต็มคือ and the other must be the end การละคำแบบขนานนี้ช่วยหลีกเลี่ยงการพูดซ้ำ พร้อมคงความสมดุลระหว่าง start กับ end

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างคู่ one...the other... ให้สมบูรณ์: Of the two keys, one opens the office, and ____ the storage room.

ดูคำตอบ

the other

Interestingly enough, ลำดับความ

3:30

สิ่งที่น่าสนใจก็คือ

ลำดับความ

Interestingly enough: การบอกว่าผลลัพธ์ควรค่าแก่ความสนใจ

Interestingly enough เป็นวลีเชิงวาทกรรมที่ใช้ต้นประโยค วลีนี้บอกผู้ฟังว่าข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปถัดไปน่าสนใจ ผิดจากที่คาด หรือควรให้ความสนใจเป็นพิเศษ คำว่า enough ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงปริมาณที่เพียงพอ ให้เข้าใจทั้งวลีเป็นหน่วยเดียว เพราะวลีนี้แสดงความเห็นต่อข้อมูลที่ตามมาและทำให้ข้อมูลนั้นเด่นขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมวลีเชิงวาทกรรมที่ใช้เกริ่นผลลัพธ์ที่ควรให้ความสนใจ: Interestingly ____, the less expensive design was more reliable.

ดูคำตอบ

enough

any connected network that has exactly two nodes ไวยากรณ์

3:32

เครือข่ายที่เชื่อมต่อกันใดๆ ก็ตาม หากมีจุดยอดที่มีจำนวนเส้นเชื่อมเป็นเลขคี่

with an odd number of edges การใช้คำ

3:35

จำนวนสองจุดพอดี

การใช้คำ

odd number of edges: odd ในฐานะคำศัพท์ทางคณิตศาสตร์

ในวลี odd number of edges คำว่า odd หมายถึง “หารด้วย 2 ไม่ลงตัว” กล่าวคือ จำนวนเส้นเชื่อมเป็น 1, 3, 5 และต่อไปเช่นนี้ ตรงนี้ odd ขยายจำนวน ไม่ได้ขยายตัวเส้นเชื่อมเอง และในเงื่อนไขทางคณิตศาสตร์นี้ไม่ได้แปลว่า “แปลก”

แบบฝึกหัด

มีเส้นเชื่อมห้าเส้นมาบรรจบกันที่โหนดเดียว ประโยคใดบอกจำนวนนี้เป็นภาษาอังกฤษทางคณิตศาสตร์ได้ถูกต้อง

  1. The node has an even number of edges.
  2. The node has an odd number of edges.
  3. The node has a strange number of edges.
ดูคำตอบ

The node has an odd number of edges.

will also contain an Eulerian path.

3:37

เครือข่ายนั้นจะมีวิถีออยเลอร์ซ่อนอยู่เสมอ

ไวยากรณ์

any ... that ... will ...: การบอกกฎทั่วไป

ประโยคนี้ใช้โครงสร้าง any + คำนาม + อนุประโยค that แบบจำกัดขอบเขต + will + ผลลัพธ์ เพื่อบอกกฎทั่วไป any connected network หมายถึงเครือข่ายเชื่อมต่อทุกเครือข่ายที่ตรงตามเงื่อนไขในอนุประโยค that อนุประโยคสัมพันธ์ that has exactly two nodes with an odd number of edges จำกัดว่าเครือข่ายใดอยู่ในขอบเขต ส่วน will also contain แสดงผลที่กฎนี้รับรอง ไม่ได้ใช้ will เพื่อคาดการณ์อนาคตเป็นหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคนี้กล่าวข้อสรุปทั่วไปว่าอย่างไร?

  1. ทุกเครือข่ายมีเส้นทางออยเลอร์ ไม่ว่าจะมีโหนดที่มีจำนวนเส้นเชื่อมเป็นเลขคี่กี่โหนด
  2. เครือข่ายหนึ่งเครือข่ายที่ไม่มีเงื่อนไขจำกัดอาจมีเส้นทางออยเลอร์
  3. เครือข่ายเชื่อมต่อทุกเครือข่ายที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุมีเส้นทางออยเลอร์
ดูคำตอบ

เครือข่ายเชื่อมต่อทุกเครือข่ายที่ตรงตามเงื่อนไขที่ระบุมีเส้นทางออยเลอร์

The same is true if there are no nodes with an odd number of edges. ลำดับความ

3:40

เช่นเดียวกับกรณีที่ไม่มีจุดยอดใดเลยที่มีเส้นเชื่อมเป็นเลขคี่

ลำดับความ

The same is true: ขยายข้อสรุปไปยังอีกเงื่อนไขหนึ่ง

The same is true อ้างย้อนกลับไปยังข้อสรุปที่กล่าวไว้แล้ว และบอกว่าข้อสรุปนั้นใช้ได้กับกรณีใหม่ด้วย จึงไม่ต้องพูดข้อสรุปเดิมซ้ำทั้งหมด ในประโยคนี้ อนุประโยค if ที่ตามมาเป็นตัวนำเสนอเงื่อนไขใหม่ วลีนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลด้วยการนำผลเดิมไปใช้กับเงื่อนไขอีกชุดหนึ่ง

แบบฝึกหัด

รายงานฉบับหนึ่งเพิ่งกล่าวว่า “The refund rule applies to purchases made in the store.” ประโยคใดขยายกฎนี้ไปใช้กับการซื้อทางออนไลน์ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Online purchases are the same objects.
  2. The same sentence is written for online purchases.
  3. The same is true for online purchases.
ดูคำตอบ

The same is true for online purchases.

In that case, ลำดับความ

3:44

ในกรณีนั้น

ลำดับความ

In that case: เชื่อมเงื่อนไขก่อนหน้ากับผลลัพธ์

In that case ใช้อ้างย้อนกลับไปถึงสถานการณ์หรือเงื่อนไขที่เพิ่งกล่าวถึง มีความหมายว่า “ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง” หรือ “เมื่อเป็นสถานการณ์นั้น” และส่งสัญญาณว่าสิ่งที่ตามมาคือผลลัพธ์ การตัดสินใจ หรือคำแนะนำที่อิงจากสถานการณ์ดังกล่าว case ในที่นี้หมายถึง “สถานการณ์” ไม่ใช่ภาชนะหรือคดีความ วลีนี้ช่วยจัดลำดับเหตุผลโดยเชื่อมข้อมูลก่อนหน้าเข้ากับขั้นตอนถัดไป

แบบฝึกหัด

พนักงานโรงแรมพูดว่า “The last shuttle has already left.” คำตอบใดใช้ข้อเท็จจริงนี้เพื่อนำเข้าสู่การตัดสินใจได้เหมาะสมที่สุด

  1. At any rate, I'll take a taxi.
  2. In that case, I'll take a taxi.
  3. For example, I'll take a taxi.
ดูคำตอบ

In that case, I'll take a taxi.

the path starts and ends in the same spot. วลี

3:45

เส้นทางจะเริ่มต้นและสิ้นสุดในจุดเดียวกัน

วลี

The path starts and ends in the same spot: จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดอยู่ที่เดียวกัน

อนุประโยคนี้บอกว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเส้นทางอยู่ในตำแหน่งเดียวกัน ดังนั้นเส้นทางจึงเป็นเส้นทางปิดหรือวนกลับมายังจุดที่เริ่มต้น Starts and ends ใช้วลีบอกสถานที่ in the same spot ร่วมกัน โดย spot ในที่นี้หมายถึง “สถานที่” หรือ “ตำแหน่ง” ไม่ใช่รอยหรือคราบ โครงสร้างร่วมนี้ทำให้ได้รูปแบบที่กระชับว่า X starts and ends in หรือ at the same place

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของเส้นทางอยู่ที่เดียวกัน

  1. The forest trail starts in one spot and ends in another.
  2. The forest trail crosses the same spot twice.
  3. The forest trail starts and ends in the same spot.
ดูคำตอบ

The forest trail starts and ends in the same spot.

So knowing that, ลำดับความ

3:49

เมื่อรู้เช่นนั้นแล้ว

ลำดับความ

So knowing that: ใช้ข้อมูลที่รู้อยู่แล้วเป็นฐานของขั้นตอนถัดไป

ในที่นี้ So knowing that ย้อนกลับไปอ้างถึงข้อเท็จจริงหรือข้อสรุปที่พูดไว้แล้ว ความหมายโดยประมาณคือ “ดังนั้น เมื่อคำนึงถึงข้อมูลนั้น” และเป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะใช้ข้อมูลนี้เป็นพื้นฐานของสิ่งที่จะพูดต่อไป Knowing that เป็นอนุประโยค -ing ที่วางไว้ต้นประโยค ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่งแยกต่างหาก โดยปกติประธานที่ละไว้จะตรงกับประธานของประโยคหลักที่ตามมา: So knowing that, we can ...

แบบฝึกหัด

เติมวลี -ing ภาษาอังกฤษสองคำที่สร้างจาก know และใช้ข้อเท็จจริงที่รู้อยู่แล้วเป็นพื้นฐานของขั้นตอนถัดไป: The road ahead is closed. So ____, we can take the bridge instead.

ดูคำตอบ

knowing that

let's return to our full graph.

3:50

กลับมาที่กราฟแบบเต็มของเรากัน

We can begin by taking care of this edge here.

3:52

เราสามารถเริ่มต้นด้วยการจัดการเส้นเชื่อมตรงนี้

Now, we can zigzag back and forth across the whole snake วลี

3:55

ทีนี้ เราก็สามารถวิ่งซิกแซ็กไปมาบนตัวงูทั้งหมด

until we reach the end.

4:00

จนกว่าเราจะถึงจุดสิ้นสุด

วลี

can zigzag back and forth: เคลื่อนที่สลับไปมาจากด้านหนึ่งสู่อีกด้านหนึ่ง

can แสดงว่านี่เป็นวิธีเคลื่อนที่แบบหนึ่งที่ทำได้ zigzag ในที่นี้เป็นคำกริยา หมายถึงการเคลื่อนที่ตามแนวที่หักเลี้ยวอย่างชัดเจนซ้ำ ๆ ส่วน back and forth เน้นการเปลี่ยนจากด้านหรือทิศทางหนึ่งไปอีกด้านหรือทิศทางหนึ่งซ้ำ ๆ เมื่อรวมกัน can zigzag back and forth บรรยายการเคลื่อนที่ในพื้นที่ตามเส้นทางที่คดเคี้ยวและสลับทิศทาง ที่นี่ back and forth หมายถึงทิศทางในพื้นที่ ไม่ใช่การโต้เถียงซ้ำไปมาหรือความลังเลใจ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายนักปั่นจักรยานที่เปลี่ยนทิศทางจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่งซ้ำ ๆ ตามเส้นทาง?

  1. The cyclist can zigzag back and forth through the cones.
  2. The cyclist can ride in a straight line through the cones.
  3. The cyclist can stop beside the cones.
ดูคำตอบ

The cyclist can zigzag back and forth through the cones.

And that's just one solution. ลำดับความ

4:01

และนั่นก็เป็นเพียงหนึ่งในวิธีแก้ปัญหา

ลำดับความ

That's just one solution: เปิดทางไว้สำหรับทางเลือกอื่น

หลังจากผู้พูดเสนอวิธีแก้ปัญหาไปแล้ว And that's just one solution ใช้ปิดช่วงนั้นของคำอธิบาย พร้อมกับเปิดไว้ว่ายังอาจมีวิธีอื่นอีก one solution แสดงว่าวิธีที่เพิ่งเสนอนั้นเป็นทางเลือกหนึ่งในบรรดาทางเลือกที่เป็นไปได้ ในที่นี้ just จำกัดความหมายของ one solution ให้หมายถึง “เป็นเพียงหนึ่งในหลายความเป็นไปได้” ไม่ได้หมายความว่าวิธีแก้นั้นไม่สำคัญหรือไม่ได้ผล

แบบฝึกหัด

ข้อใดตีความ “that's just one solution” ได้ตรงที่สุด

  1. วิธีแก้นั้นไม่สำคัญจนไม่ควรนำมาพิจารณา
  2. เป็นวิธีแก้หนึ่งที่เป็นไปได้ และอาจมีวิธีอื่นอีก
  3. เป็นวิธีเดียวที่ใช้ได้ผล
ดูคำตอบ

เป็นวิธีแก้หนึ่งที่เป็นไปได้ และอาจมีวิธีอื่นอีก

It helps to be systematic, วลี

4:03

การทำอย่างเป็นระบบจะช่วยได้มาก

วลี

It helps to be systematic: คำแนะนำเชิงปฏิบัติแบบนุ่มนวล

It helps to be systematic หมายความว่า การทำงานอย่างเป็นระเบียบและเป็นขั้นตอนช่วยให้งานง่ายขึ้นหรือมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประธาน it ไม่ได้อ้างถึงบุคคลหรือสิ่งใดโดยเฉพาะ แต่ใช้เปิดการประเมิน ส่วน to be systematic ระบุสิ่งที่เป็นประโยชน์ โครงสร้าง It helps to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้ให้คำแนะนำเชิงปฏิบัติโดยไม่ทำให้เป็นคำสั่ง ในที่นี้ helps หมายถึง “เป็นประโยชน์” ไม่ใช่การที่คนหนึ่งช่วยอีกคนหนึ่ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างสี่คำจากบทเรียนที่ใช้บอกว่าการทำอย่างเป็นระเบียบมีประโยชน์: When checking a long report, ____ systematic.

ดูคำตอบ

it helps to be

but you're likely to happen upon many others กริยาวลี

4:05

แต่คุณก็มีโอกาสที่จะพบวิธีอื่นๆ อีกมากมาย

once you know where to begin and end your run. ไวยากรณ์

4:08

เมื่อคุณรู้แล้วว่าควรเริ่มวิ่งและจบที่ตรงไหน

กริยาวลี

you're likely to happen upon: ความน่าจะเป็นและการค้นพบโดยบังเอิญ

be likely to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าการกระทำหรือผลลัพธ์นั้นมีแนวโน้มจะเกิดขึ้น ในตัวอย่าง you're likely to นำเข้าสิ่งที่น่าจะเกิดขึ้นต่อไป happen upon + กลุ่มคำนาม หมายถึงการพบใครหรือค้นพบบางสิ่งโดยบังเอิญ ทั้งที่ไม่ได้วางแผนจะค้นหา กรรมจะอยู่หลัง upon ดังนั้น you're likely to happen upon... จึงหมายถึง “คุณมีแนวโน้มจะพบบางสิ่งโดยไม่คาดคิด” ไม่ได้แปลตามตัวอักษรว่า “เกิดขึ้นบนบางสิ่ง”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย likely to happen upon เพื่อสื่อทั้งความน่าจะเป็นและการค้นพบที่ไม่ได้วางแผนไว้: On a walk through the old district, you're ____ a quiet courtyard.

ดูคำตอบ

likely to happen upon

ไวยากรณ์

once you know where to begin and end your run: การกำหนดเงื่อนไขก่อนเกิดผลลัพธ์

once ในที่นี้เป็นคำสันธานที่หมายถึง “ทันทีที่” หรือ “หลังจาก” เงื่อนไขหนึ่งสำเร็จ เงื่อนไขนั้นคือการรู้ว่าเส้นทางเริ่มและจบตรงไหน ในการใช้นี้ once ไม่ได้หมายถึง “หนึ่งครั้ง” อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย once เป็นอนุประโยคไม่อิสระ โดยกำหนดเงื่อนไขหรือจุดเวลา ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์ อนุประโยคนี้อาจอยู่หลังประโยคหลักเหมือนในคำบรรยายฉบับเต็ม หรืออยู่ข้างหน้าก็ได้: Once you know the route, planning is easier.

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ once ในความหมายว่า “หลังจากเงื่อนไขหนึ่งสำเร็จ”?

  1. I visited that museum once.
  2. Once you save the file, you can close the program.
  3. She read the message once more.
ดูคำตอบ

Once you save the file, you can close the program.

You hold your hammer high at the opportune moment, วลี

4:11

คุณชูค้อนขึ้นสูงในจังหวะที่เหมาะสม

วลี

at the opportune moment: จังหวะเวลาที่เหมาะสมสำหรับการลงมือทำ

at the opportune moment หมายถึง “ในช่วงเวลาที่เหมาะสมหรือได้เปรียบเป็นพิเศษสำหรับการกระทำที่วางแผนไว้” บุพบท at ใช้นำส่วนที่บอกเวลา และบุพบทวลีทั้งหมดบอกว่าคุณชูค้อนขึ้นสูงเมื่อใด opportune ประเมินว่าจังหวะเวลานั้นสอดคล้องกับเป้าหมายเพียงใด ตัวคำนี้ไม่ได้หมายความว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเพราะโชคดี

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนทางการจากบทเรียนที่หมายถึง “ในช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการลงมือทำ”: The campaign released its announcement ____.

ดูคำตอบ

at the opportune moment

and Odin sends the world-saving surge of lightning at you. ไวยากรณ์

4:14

และ Odin ก็ส่งคลื่นสายฟ้ากอบกู้โลกมาที่คุณ

ไวยากรณ์

the world-saving surge of lightning: world-saving ในฐานะส่วนขยายประสม

world-saving เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่มีเครื่องหมายยัติภังค์ สร้างจากคำนาม world และรูป -ing คือ saving โดยทำหน้าที่เป็นส่วนขยายหนึ่งหน่วยหน้าคำว่า surge และหมายถึง “ที่สามารถช่วยโลกได้” หรือ “ที่มีไว้เพื่อช่วยโลก” คำนามหลักของวลีทั้งหมดคือ surge ส่วน of lightning ที่ตามหลังมาระบุชนิดของพลังงานที่เกี่ยวข้อง เครื่องหมายยัติภังค์ช่วยให้ผู้อ่านเข้าใจ world-saving เป็นส่วนขยายหน่วยเดียว

แบบฝึกหัด

วลีใดใช้โครงสร้างส่วนขยายประสมแบบ “คำนาม + รูป -ing” ได้ถูกต้องเหมือนกับ world-saving surge?

  1. a time-saving tool
  2. a time saving-tool
  3. a saving-time tool
ดูคำตอบ

a time-saving tool

Then,

4:18

จากนั้น

you run like you've never run before. สำนวน

4:18

คุณก็วิ่งอย่างที่ไม่เคยวิ่งมาก่อน

สำนวน

run like you've never run before: วิ่งด้วยความพยายามอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน

Run like you've never run before เป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ หมายถึงให้วิ่งด้วยความเร็ว ความพยายาม หรือความมุ่งมั่นมากกว่าที่เคย ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นไม่เคยวิ่งมาก่อนเลย โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำกริยา + like you've never + past participle หรือกริยาช่อง 3 + before ใช้กระตุ้นให้ใครสักคนทำสิ่งหนึ่งอย่างเต็มที่ในระดับที่ไม่เคยทำมาก่อน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้กำลังใจด้วยโครงสร้างเน้นย้ำที่ตรงกับความหมายว่า “ด้วยพลังมากกว่าที่เคย”: Tonight, dance ____.

ดูคำตอบ

like you've never danced before

If you can pull this off, กริยาวลี

4:21

หากคุณทำเรื่องนี้สำเร็จ

กริยาวลี

can pull this off: ทำเรื่องยากให้สำเร็จ

Pull something off หมายถึงทำสิ่งที่ยาก เสี่ยง หรือน่าประหลาดใจได้สำเร็จ ดังนั้น can pull this off จึงหมายถึง “สามารถทำเรื่องยากนี้ได้สำเร็จ” ไม่ใช่ความหมายตรงตัวว่าดึงวัตถุบางอย่าง ในที่นี้ this เป็นคำสรรพนามที่ทำหน้าที่เป็นกรรม สำหรับ phrasal verb ที่แยกคำได้แบบนี้ ถ้ากรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง pull กับ off เช่น pull this off หรือ pull it off ไม่ใช่ pull off it

แบบฝึกหัด

ใช้รูปอดีตของ pull it off เติมประโยคให้สมบูรณ์: Everyone doubted us, but we ____.

ดูคำตอบ

pulled it off

surely nothing could stop the might of the Norse gods. ไวยากรณ์

4:22

แน่นอนว่าคงไม่มีอะไรมาหยุดยั้งพลังของเหล่าเทพเจ้านอร์สได้

ไวยากรณ์

surely nothing could stop: การตัดสินอย่างมั่นใจในสถานการณ์สมมติ

surely nothing could stop... แสดงการตัดสินอย่างมั่นใจมาก ผู้พูดมองว่าการหยุดยั้งพลังที่กล่าวถึงนั้นเป็นไปไม่ได้ surely แสดงความมั่นใจอย่างมาก ส่วน nothing ทำให้คำกล่าวนี้เป็นแบบเด็ดขาด could ในที่นี้ไม่ได้บอกเพียงความสามารถในอดีต แต่บอกว่าสิ่งใดจะเป็นไปได้ในสถานการณ์สมมติหรือสถานการณ์ในเรื่องเล่า ในการเล่าเรื่อง ความมั่นใจระดับนี้ยังอาจปูทางไปสู่การพลิกเรื่องหรือความประหลาดใจเชิงประชดได้ด้วย

แบบฝึกหัด

could ใน surely nothing could stop the might of the Norse gods แสดงความหมายใด

  1. ความสามารถที่ได้ใช้เฉพาะในอดีตเท่านั้น
  2. ความสามารถที่เป็นไปได้ภายในสถานการณ์สมมติ
  3. การขออย่างสุภาพให้ใครสักคนหยุดเหล่าเทพ
ดูคำตอบ

ความสามารถที่เป็นไปได้ภายในสถานการณ์สมมติ

And if something like that were out there, ไวยากรณ์

4:26

และหากมีตัวอะไรแบบนั้นอยู่ข้างนอก

slouching its way towards you, สำนวน

4:28

กำลังเลื้อยคืบคลานเข้ามาหาคุณล่ะก็

สำนวน

slouching its way towards you: การเคลื่อนไหวแบบบุคลาธิษฐานที่เห็นภาพชัด

ในประโยคนี้ slouching its way towards you ทำให้สิ่งที่กำลังเข้ามาดูเหมือนมีท่าทางแบบมนุษย์ ปกติ slouch ใช้บรรยายคนที่นั่ง ยืน หรือเคลื่อนไหวด้วยไหล่ห่อและท่าทีไร้เรี่ยวแรง แต่ตรงนี้ชวนให้นึกถึงบางสิ่งที่เคลื่อนเข้ามาช้า ๆ อย่างงุ่มง่ามและหนักอึ้ง โครงสร้าง กริยา + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way + ทิศทาง ใช้บอกว่าประธานเคลื่อนไปด้วยลักษณะตามกริยานั้น its ย้อนกลับไปยังสิ่งที่กำลังเคลื่อน และ way เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างการเคลื่อนที่ ไม่ได้หมายถึงถนนจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสร้างภาพที่ประกอบด้วย slouch + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + way: The tired robot came ____ toward us.

ดูคำตอบ

slouching its way

well,

4:30

เอาเถอะ

that would be a story for another day. สำนวน

4:30

นั่นคงเป็นเรื่องของวันหลังก็แล้วกัน

ไวยากรณ์

if ... were ... that would be: เงื่อนไขสมมติและผลลัพธ์

ประโยคนี้ใช้โครงสร้างสมมติ if + ประธาน + were... ประธาน + would... อนุประโยค if จินตนาการถึงสิ่งที่ยังไม่ทราบว่ามีอยู่จริงหรือไม่ ส่วนประโยคหลักบอกผลของเงื่อนไขที่สมมติขึ้นนั้น were ในที่นี้ไม่ได้รายงานว่ามีบางสิ่งอยู่จริงในอดีต แต่แสดงระยะห่างจากความเป็นจริง that อ้างถึงสถานการณ์สมมติทั้งหมด ส่วน would be บอกว่าสถานการณ์นั้นจะก่อให้เกิดผลอย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างสมมติแบบเป็นทางการ were...would ให้สมบูรณ์ โดยใช้คำกริยา be และ visit: If the museum ____ open tonight, we ____ after dinner.

ดูคำตอบ

were · would visit

สำนวน

that would be a story for another day: พักหัวข้อไว้พูดภายหลัง

ในประโยคนี้ that would be a story for another day ใช้ปิดประเด็นย่อย โดยผู้พูดบอกว่าจะยังไม่อธิบายตอนนี้และอาจค่อยพูดถึงภายหลัง สำนวนนี้ยังช่วยทิ้งความสงสัยไว้เล็กน้อยได้ด้วย another day มักไม่ได้หมายถึงการนัดหมายหรือคำสัญญาตามตัวอักษร ในที่นี้ would ทำให้คำพูดไม่ห้วนเกินไป และเพิ่มน้ำเสียงครุ่นคิดที่คล้ายการเล่าเรื่องเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่ใช้พักประเด็นย่อยนี้ไว้พูดภายหลัง: How we found the hidden room is ____.

ดูคำตอบ

a story for another day

Fortunately,

4:33

โชคดีที่

you can prepare for that fateful day by using Brilliant. วลี

4:34

คุณสามารถเตรียมตัวสำหรับวันแห่งโชคชะตานั้นได้ด้วย Brilliant

วลี

can prepare for that fateful day: เตรียมตัวสำหรับวันชี้ชะตา

Can prepare for ... หมายถึงสามารถเตรียมตัวล่วงหน้าสำหรับเหตุการณ์ที่ระบุไว้หลัง for ได้ โครงสร้างคือ can + prepare รูปพื้นฐาน + for + นามวลี ในที่นี้ that fateful day หมายถึงวันหนึ่งที่เฉพาะเจาะจงและคาดว่าจะก่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ร้ายแรงและส่งผลยาวนาน Fateful ไม่ได้หมายถึง future เพียงอย่างเดียว และไม่จำเป็นต้องหมายถึงอันตรายถึงชีวิต น้ำเสียงที่ดูน่าตื่นเต้นทำให้เหตุการณ์นั้นฟังดูสำคัญเป็นพิเศษ

แบบฝึกหัด

fateful ใน “We prepared for that fateful day” สื่อความหมายใด?

  1. วันนั้นอาจมีผลลัพธ์ที่สำคัญและยาวนาน
  2. วันนั้นเป็นเพียงวันใดวันหนึ่งในอนาคต
  3. วันนั้นจะทำให้ใครบางคนเสียชีวิตอย่างแน่นอน
ดูคำตอบ

วันนั้นอาจมีผลลัพธ์ที่สำคัญและยาวนาน

Brilliant is a problem-solving-based platform ไวยากรณ์

4:38

Brilliant เป็นแพลตฟอร์มที่เน้นการแก้ปัญหา

ไวยากรณ์

problem-solving-based platform ในฐานะคำขยายประสม

ใน problem-solving-based platform คำว่า problem-solving-based ทั้งหมดเป็นคำขยายประสมหนึ่งหน่วยที่วางไว้หน้าคำนาม platform หมายความว่าแพลตฟอร์มนี้มีพื้นฐานอยู่ที่กิจกรรมหรือวิธีการแก้ปัญหา ไม่ใช่การกระทำอีกอย่างหนึ่งในประโยค รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ X-based + คำนาม เครื่องหมายยัติภังค์ช่วยรวมคำหลายคำให้เป็นคำขยายเดียวหน้าคำนาม เช่น research-based methods และ project-based learning

แบบฝึกหัด

สร้างคำขยายประสมหนึ่งหน่วยจาก problem solving และ based เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The app is a ____ platform.

ดูคำตอบ

problem-solving-based

that has over 60 courses in math,

4:41

ซึ่งมีหลักสูตรมากกว่า 60 หลักสูตร ทั้งด้านคณิตศาสตร์

science, and computer science.

4:43

วิทยาศาสตร์ และวิทยาการคอมพิวเตอร์

Its course library will let you brush up on mathematical fundamentals กริยาวลี

4:45

คลังหลักสูตรนี้จะช่วยให้คุณได้ทบทวนพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

กริยาวลี

let you brush up on mathematical fundamentals: ช่วยให้คุณทบทวนพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

โครงสร้าง let + คน + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึง อนุญาตหรือเปิดโอกาสให้ใครทำบางอย่าง ดังนั้นจึงใช้ let you brush ไม่ใช่ let you to brush brush up on หมายถึงทบทวนและรื้อฟื้นความรู้หรือทักษะที่เคยเรียนมาแล้วแต่อาจลืมไปบางส่วน ในที่นี้ mathematical fundamentals หมายถึงแนวคิดและทักษะพื้นฐานทางคณิตศาสตร์

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “ทบทวนสิ่งที่เคยเรียนมาก่อน” ลงในประโยค: A weekend course will let you ____ your conversational Spanish.

ดูคำตอบ

brush up on

or forge ahead into subjects you've never studied before. สำนวน

4:50

หรือก้าวไปสู่การเรียนรู้วิชาที่คุณไม่เคยเรียนมาก่อน

สำนวน

forge ahead into subjects you've never studied before: ก้าวอย่างมุ่งมั่นสู่รายวิชาที่ยังไม่เคยเรียน

forge ahead หมายถึงเดินหน้าหรือสร้างความก้าวหน้าต่อไปด้วยพลังและความมุ่งมั่น โดยมักใช้เมื่อเส้นทางอาจยากลำบาก ในที่นี้ into ใช้บอกขอบเขตใหม่ที่กำลังเข้าไป นั่นคือรายวิชาที่ผู้เรียนไม่เคยเรียนมาก่อน forge ในสำนวนนี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึง “ปลอมแปลง” สำนวนนี้เปรียบการเรียนวิชาใหม่กับการมุ่งหน้าเข้าไปในดินแดนใหม่

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนสามคำที่หมายถึง “เดินหน้าอย่างมุ่งมั่นเข้าสู่ขอบเขตใหม่” ลงในประโยค: Despite the difficult start, the researchers chose to ____ an unfamiliar field.

ดูคำตอบ

forge ahead into

Visit brilliant.org/teded to check it out, กริยาวลี

4:54

ไปที่ brilliant.org/teded เพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติม

กริยาวลี

check it out: ความหมายและตำแหน่งของคำสรรพนาม

ในประโยคนี้ check it out หมายถึง “ไปเยี่ยมชม ไปดู หรือทำความรู้จักให้มากขึ้น” เป็นคำชวนที่ใช้บ่อยเพื่อให้คนสนใจเว็บไซต์ สินค้า วิดีโอ หรือสถานที่ โดย out เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทางว่า “ออกไปข้างนอก” เมื่อใช้ในความหมายนี้ check out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลาง: ใช้ check it out ไม่ใช้ check out it หากกรรมเป็นคำนาม สามารถใช้ได้ทั้ง check out the website และ check the website out

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแนะนำให้ใครสักคนไปชมนิทรรศการใหม่ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. You should check out it.
  2. You should check it out.
  3. You should it check out.
ดูคำตอบ

You should check it out.

and the first 800 33 of you to visit using that link

4:57

และ 833 คนแรกที่เข้าชมโดยใช้ลิงก์นี้

will receive 20% off the annual premium subscription fee. วลี

5:01

จะได้รับส่วนลด 20% สำหรับค่าสมัครสมาชิระดับพรีเมียมรายปี

วลี

will receive 20% off...: วิธีคำนวณส่วนลด

Will receive นำเสนอส่วนลดว่าเป็นสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับในอนาคต ใน receive 20% off the annual premium subscription fee คำว่า 20% off หมายถึงหัก 20% ออกจากค่าธรรมเนียมปกติ ลูกค้าจึงจ่าย 80% ของจำนวนเดิม โครงสร้างที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ percentage + off + สินค้าหรือราคาที่ลด เช่น 20% off the subscription fee ในที่นี้ off แสดงการลดราคา ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนออกไปหรือการปิดสิ่งใด

แบบฝึกหัด

แผนรายปีราคา $100 โฆษณาระบุว่า “20% off the annual subscription fee.” ต้องจ่ายเท่าใด

  1. $120
  2. $80
  3. $20
ดูคำตอบ

$80