บิงโกไขลาน | พ่อไปส่ง | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
205 คำ 171 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: ระหว่างที่พ่อกำลังรีบพาบลูอี้ไปโรงเรียน เขาหยุดเพื่อเล่นพิธีประจำที่ทำเหมือนไขลานบิงโก บลูอี้สงสัยว่าถ้าไม่เล่นพวกเขาจะประหยัดเวลาได้หรือไม่ แต่บทสนทนาเผยว่าเกมนี้ทำให้เกิดมิตรภาพครั้งใหม่ และชี้ให้เห็นว่าการตัดสินใจเล็ก ๆ อาจสร้างผลที่ยืนยาวได้ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. Come on, — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่าสำนวนนี้ใช้ให้กำลังใจหรือเร่งให้อีกฝ่ายทำบางอย่างได้ ไม่ได้หมายถึงการบอกให้เดินเข้ามาหาเสมอไป ผู้เรียนจะแยกได้จากบริบทและน้ำเสียงว่าเป็นการสนับสนุน การกระตุ้น หรือความไม่อดทนเล็กน้อยในบทสนทนาประจำวัน 2. If we didn't play / would we — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: ใช้โครงสร้างเงื่อนไขนี้ถามว่าผลลัพธ์อาจเปลี่ยนไปอย่างไร หากการกระทำในอดีตไม่ได้เกิดขึ้น ช่วยให้เชื่อมทางเลือกสมมติกับผลที่อาจตามมาเมื่อต้องย้อนพูดถึงการตัดสินใจเมื่อไม่นานมานี้ 3. forever and ever and ever. — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำปรากฏร่วม: สังเกตว่าการกล่าว ever ซ้ำช่วยเน้นความหมายว่า “ตลอดไป” และเติมอารมณ์แบบเด็กลงในคำสัญญา ผู้เรียนจะเข้าใจหรือใช้การพูดเกินจริงที่ทั้งขี้เล่นและเปี่ยมความรักนี้เป็นสำนวนทั้งชุด แทนการแปล ever แยกทีละคำ

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Bingo, walk straight.

0:01

บิงโก เดินตรงๆ หน่อย

Come on, it's not hard. น้ำเสียง/เจตนา

0:04

เอาน่า มันไม่ยากหรอก

น้ำเสียง/เจตนา

Come on: การให้กำลังใจและการเร่งเบา ๆ

ในที่นี้ Come on เป็นคำอุทานที่ใช้ให้กำลังใจและกระตุ้นผู้ฟังเบา ๆ ให้พยายามต่อ ไม่ได้หมายถึงการขอให้ผู้ฟังเดินเข้ามาใกล้ตามตัวอักษร วลีนี้ช่วยให้บทสนทนาหรือการกระทำดำเนินต่อไป น้ำหนักของคำขึ้นอยู่กับน้ำเสียงและบริบท โดยในประโยคนี้เป็นการให้กำลังใจอย่างเป็นมิตร

แบบฝึกหัด

Come on ทำหน้าที่หลักอย่างไรในประโยคนี้?

  1. เชิญผู้ฟังเข้าร่วมงานอย่างเป็นทางการ
  2. ขอให้ผู้ฟังเดินเข้ามาใกล้
  3. ให้กำลังใจผู้ฟังให้พยายามต่อ
ดูคำตอบ

ให้กำลังใจผู้ฟังให้พยายามต่อ

Oh man, we are late.

0:07

โธ่เอ๊ย เราสายแล้วนะเนี่ย

See you Bingo.

0:09

ไว้เจอกันนะบิงโก

Bit of sunscreen. วลี

0:12

ทาครีมกันแดดหน่อย

วลี

Bit of sunscreen: รูปย่อแบบกันเองของ a bit of

Bit of sunscreen เป็นวลีไม่เต็มประโยคในภาษาพูดแบบกันเอง เข้าใจได้ว่าเป็น a bit of sunscreen ซึ่งหมายถึงครีมกันแดดปริมาณเล็กน้อย ในที่นี้ bit เป็นส่วนหนึ่งของวลีบอกปริมาณ a bit of ไม่ใช่คำกริยา เมื่อการกระทำและสิ่งของชัดเจนจากสถานการณ์ ผู้พูดจึงละคำนำหน้านาม a และส่วนที่เหลือของประโยคเต็ม การพูดแบบย่อนี้พบได้บ่อยเมื่อพูดไปพร้อมกับทำกิจวัตรประจำวัน

แบบฝึกหัด

เติมรูปมาตรฐานของวลีแบบกันเองนี้ให้สมบูรณ์: ____ sunscreen.

ดูคำตอบ

a bit of

All right, keep it real Bingo. สำนวน

0:13

เอาล่ะ ทำตัวดีๆ นะบิงโก

สำนวน

keep it real: คำลาแบบสแลงที่ใช้หยอกล้อ

keep it real เป็นสำนวนสแลงที่ไม่เป็นทางการมาก หมายถึงประมาณว่า “จริงใจกับตัวเอง” หรือ “เป็นตัวของตัวเอง” ปกติไม่ได้เป็นคำสั่งตามตัวอักษรให้ทำให้สิ่งของยังคงเป็นของจริง ในประโยคนี้ใช้เป็นคำลาแบบหยอกล้อกับ Bingo ผู้ใหญ่จงใจยืมวลีที่ฟังดูเท่และเป็นผู้ใหญ่มาสร้างอารมณ์ขัน ไม่ได้เตือนอย่างจริงจังให้เธอซื่อสัตย์

แบบฝึกหัด

ผู้พูดใช้ keep it real ในประโยคนี้เพื่อทำอะไร

  1. สั่งอย่างจริงจังให้พิสูจน์ว่าสิ่งหนึ่งเป็นของจริง
  2. เตือน Bingo อย่างเป็นทางการว่าอย่าโกหก
  3. ใช้ keep it real เป็นคำลาแบบหยอกล้อและเป็นสแลง ซึ่งหมายถึงประมาณว่า “เป็นตัวของตัวเอง”
ดูคำตอบ

ใช้ keep it real เป็นคำลาแบบหยอกล้อและเป็นสแลง ซึ่งหมายถึงประมาณว่า “เป็นตัวของตัวเอง”

Dad.

0:14

พ่อคะ

Yes mate. การใช้คำ

0:15

ว่าไงลูกรัก

การใช้คำ

mate: คำเรียกขานที่เป็นมิตรและไม่เป็นทางการ

ในที่นี้ mate เป็นคำเรียกขานที่ใช้เรียกผู้ฟังโดยตรง Yes, mate คือการตอบ “ใช่” หรือ “ได้” กับอีกฝ่ายอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ โดย mate ไม่ได้บอกอาชีพหรือความเป็นคู่หูตามความหมายตรงตัว การใช้แบบนี้พบได้บ่อยเป็นพิเศษในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลียและอังกฤษ ใช้เรียกเพื่อน เด็ก และบางครั้งก็คนแปลกหน้าได้ โดยความรู้สึกอบอุ่นเป็นกันเองมาจากบริบทและน้ำเสียง

แบบฝึกหัด

mate ทำหน้าที่อะไรใน Yes, mate.?

  1. บอกว่าผู้ฟังเป็นคู่สมรสของผู้พูด
  2. บอกตำแหน่งทางการของผู้ฟัง
  3. ใช้ mate เรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ
ดูคำตอบ

ใช้ mate เรียกผู้ฟังอย่างเป็นมิตรและไม่เป็นทางการ

You didn't do Wind Up Bingo.

0:16

พ่อยังไม่ได้เล่นไขลานบิงโกเลยนะ

Ah, look mate, I got to get Bluey to school. วลี

0:19

อา ฟังนะลูก พ่อต้องไปส่งบลูอี้ที่โรงเรียน

วลี

get Bluey to school: รูปแบบ get + คน + to + สถานที่

ใน get Bluey to school คำว่า get หมายถึง “ทำให้แน่ใจว่าใครคนหนึ่งไปถึงสถานที่หนึ่ง” ผู้พูดต้องพา Bluey ไปโรงเรียนหรือทำให้แน่ใจด้วยวิธีอื่นว่าเธอไปถึงที่นั่น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ get + คน + to + สถานที่ ในที่นี้ get ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” หรือ “ได้มา”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ get, Maya และ the airport เพื่อสื่อว่า “ทำให้แน่ใจว่า Maya ไปถึงสนามบิน”: I need to ____ by six.

ดูคำตอบ

get Maya to the airport

But you always do Wind Up Bingo.

0:22

แต่พ่อเล่นไขลานบิงโกตลอดเลยนี่คะ

I know, it's just we're running late, kiddo. โน้ต

0:24

พ่อรู้ แต่ตอนนี้เรากำลังสายนะเจ้าหนู

น้ำเสียง/เจตนา

it's just: เกริ่นคำอธิบายอย่างนุ่มนวล

ใน I know, it's just we're running late วลี it's just ใช้เกริ่นเหตุผลที่ผู้พูดไม่สามารถทำต่อไปตามที่อีกฝ่ายต้องการได้ ความหมายที่เป็นธรรมชาติใกล้เคียงกับ “ประเด็นคือ” หรือ “คือว่า” ไม่ได้หมายถึงเพียง “แค่” เท่านั้น ในการพูดแบบไม่เป็นทางการ มักละ that ได้: it's just (that) we're running late วลีนี้ช่วยผ่อนน้ำเสียงในการสนทนา โดยแสดงความเข้าใจก่อนแล้วจึงบอกข้อจำกัด ทำให้คำอธิบายฟังไม่ห้วนเกินไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ it's just เพื่อทำให้คำอธิบายฟังนุ่มนวลขึ้น

  1. I'd come with you; it's just I have to finish this report.
  2. It's just five minutes past noon.
  3. The package arrived just yesterday.
ดูคำตอบ

I'd come with you; it's just I have to finish this report.

วลี

running late: ช้ากว่ากำหนด

running late หมายถึงช้ากว่าเวลาที่วางแผนไว้ จึงอาจไปถึงช้ากว่าที่คาด ที่นี่ running ไม่ได้หมายถึงการวิ่งด้วยเท้า สำนวนนี้ใช้ได้ทั้งกับคนและกำหนดการ คนคนหนึ่งอาจ running late สำหรับนัดหมาย ส่วนการประชุมหรือรถโดยสารก็อาจ running late ได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสองคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ช้ากว่ากำหนด”: The bus was due five minutes ago, so it is ____.

ดูคำตอบ

running late

But how will I get in the door?

0:27

แล้วหนูจะเดินเข้าประตูไปได้ยังไงล่ะคะ?

Okay.

0:33

โอเค

Hooray!

0:34

ไชโย!

Let's aim you up. กริยาวลี

0:35

เล็งทิศทางกันก่อนนะ

กริยาวลี

aim you up: จัดให้คนหันไปทางที่ต้องการ

ในฉากนี้ aim you up หมายถึงหมุนหรือจัดตำแหน่งให้อีกฝ่ายหันไปทางที่ต้องการ คำว่า you คือคนที่ถูกขยับหรือปรับทิศ ไม่ใช่เป้าหมายที่อีกคนกำลังเล็ง รูปแบบคือ กริยา + กรรม + คำอนุภาค: aim + you + up โดยสรรพนามกรรม you อยู่ระหว่าง aim กับ up อย่างไรก็ตาม วลีนี้เป็นคำพูดเล่น ๆ ที่ต้องอาศัยบริบทเพื่อบรรยายท่าทาง ไม่ใช่สำนวนตายตัวที่ใช้กันทั่วไป

แบบฝึกหัด

ในฉากนี้ "Let's aim you up" หมายถึงอะไร

  1. หมุนและจัดตำแหน่งให้อีกฝ่ายหันไปทางที่ต้องการ
  2. ขอให้อีกฝ่ายเลือกเป้าหมายหนึ่งอย่าง
  3. หันสิ่งของไปทางอีกฝ่ายโดยให้อีกฝ่ายเป็นเป้าหมาย
ดูคำตอบ

หมุนและจัดตำแหน่งให้อีกฝ่ายหันไปทางที่ต้องการ

Wind, wind, wind, wind,

0:36

ไขลาน ไขลาน ไขลาน ไขลาน

and one for good luck. วลี

0:39

แถมอีกครั้งเพื่อความโชคดี

วลี

one for good luck: ทำเพิ่มอีกหนึ่งครั้งเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย

one for good luck หมายถึงการเพิ่มอีกหนึ่งอย่างหรือทำการกระทำนั้นซ้ำอีกหนึ่งครั้งหลังจากครบจำนวนที่ตั้งใจไว้แล้ว ความหมายเฉพาะของ one ต้องดูจากบริบท ในที่นี้หมายถึงการหมุนไขลานเพิ่มอีกหนึ่งรอบ ไม่จำเป็นต้องหมายถึงสิ่งของหนึ่งชิ้น ผู้พูดทำให้การกระทำที่เพิ่มมานั้นดูเป็นพิธีเล็ก ๆ เพื่อเอาฤกษ์เอาชัย น้ำเสียงเป็นแบบขำ ๆ และสบาย ๆ คือแค่หวังว่าจะโชคดี ไม่ได้ยืนยันว่าการกระทำนั้นจะรับประกันโชคดีจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนที่หมายถึงการทำเพิ่มอีกหนึ่งครั้งเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย: After two practice kicks, Ava says, "I'll take ____ before the match."

ดูคำตอบ

one for good luck

Wind, and release.

0:40

ไขลาน แล้วปล่อย

See you Wind Up Bingo.

0:44

ไว้เจอกันนะตุ๊กตาไขลานบิงโก

See you.

0:46

ไว้เจอกัน

Oh man, we're so late.

0:47

โธ่เอ๊ย เราสายมากแล้ว

Dad?

0:51

พ่อคะ?

Yeah mate.

0:52

ว่าไงลูกรัก

If we didn't play Wind Up Bingo just then, โน้ต

0:53

ถ้าเมื่อกี้เราไม่ได้เล่นไขลานบิงโก

would we still be late?

0:55

เราจะยังสายอยู่ไหมคะ?

ไวยากรณ์

If we didn't ... would we ...?: เงื่อนไขสมมติและผลลัพธ์

ในคำถามนี้ If we didn't play ... สร้างสถานการณ์ทางเลือกในจินตนาการว่า สมมติว่าการกระทำนั้นไม่ได้เกิดขึ้น ประโยคนี้ไม่ได้บอกว่าพวกเขาไม่ได้เล่นจริง ๆ ส่วน would we ใช้ถามว่าผลจะเป็นอย่างไรภายใต้เงื่อนไขสมมตินั้น โครงสร้างที่นำไปใช้ได้คือ If + ประธาน + กริยารูปอดีต, would + ประธาน + กริยารูปพื้นฐาน? มักใช้แสดงว่าสถานการณ์นั้นเป็นเพียงสมมติฐานหรือขัดกับข้อเท็จจริงที่ทราบอยู่แล้ว ส่วน still ถามว่าผลเดิม—คือการมาสาย—จะยังคงเกิดขึ้นหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมคำถามโดยใช้กรอบสมมติ didn't ... would ...: If we ____ leave now, ____ we miss the opening scene?

ดูคำตอบ

didn't · would

การใช้คำ

just then: ชี้ช่วงเวลาที่แน่นอนเมื่อครู่นี้

ในที่นี้ just then หมายถึง “ณ ช่วงเวลานั้นพอดีเมื่อไม่นานมานี้” โดยย้อนชี้ไปยังตอนที่พวกเขาเล่น Wind Up Bingo ดังนั้นคำถามจึงถามว่าการกระทำนั้นเปลี่ยนผลที่ว่าพวกเขาจะยังมาสายหรือไม่ just ทำให้เวลาที่ then ชี้ถึงเจาะจงขึ้น วลีนี้ยังใช้ชี้ช่วงเวลาหนึ่งที่แน่นอนในเรื่องเล่าอดีตได้ จึงไม่ได้หมายถึง “เมื่อกี้” เสมอไป ต้องดูบริบทว่าเป็นเวลาใด

แบบฝึกหัด

just then ในประโยคตัวอย่างหมายถึงอะไร

  1. หลังจากนั้น ในฐานะเหตุการณ์ถัดไป
  2. ณ ช่วงเวลานั้นพอดีเมื่อไม่นานมานี้
  3. ในเวลาใดเวลาหนึ่งที่ไม่ระบุในอดีต
ดูคำตอบ

ณ ช่วงเวลานั้นพอดีเมื่อไม่นานมานี้

Well, probably not as late. ไวยากรณ์

0:57

อืม ก็คงไม่สายขนาดนี้หรอก

ไวยากรณ์

not as late: ระดับความสายน้อยกว่า ไม่ใช่ไม่สายเลย

not as + คำคุณศัพท์ ใช้บอกว่าระดับของสิ่งหนึ่งต่ำกว่าจุดที่นำมาเปรียบเทียบ ในที่นี้ not as late หมายความว่าพวกเขาอาจยังมาสายอยู่ แต่ไม่สายมากเท่ากับตอนนี้ ส่วนท้ายของการเปรียบเทียบ as ... ถูกละไว้ เพราะบทสนทนาทำให้รู้จุดเปรียบเทียบอยู่แล้ว หากเติมให้ครบจะเป็น probably not as late as we are now การละแบบนี้เป็นธรรมชาติเมื่อจุดเปรียบเทียบชัดเจนแล้ว

แบบฝึกหัด

เติมการเปรียบเทียบด้วยโครงสร้าง not as + คำคุณศัพท์ + as ให้ถูกต้อง โดยคงความหมายว่า “ช้าอยู่ แต่ช้าน้อยกว่า”: We got home late, but ____ yesterday.

ดูคำตอบ

not as late as

So, why did you play it then?

0:59

แล้วทำไมพ่อถึงยังเล่นล่ะคะ?

Hmm, I don't know.

1:01

อืม พ่อก็ไม่รู้เหมือนกัน

Just did.

1:03

ก็แค่อยากเล่น

But what if you didn't? ไวยากรณ์

1:07

แล้วถ้าพ่อไม่ได้เล่นล่ะคะ?

What would happen then?

1:09

จะเกิดอะไรขึ้น?

ไวยากรณ์

what if you didn't?: ถามถึงอีกความเป็นไปได้โดยละการกระทำที่รู้อยู่แล้ว

ใน what if you didn't? คำว่า what if ใช้เสนออีกเหตุการณ์หนึ่งที่สมมติขึ้นว่า ถ้าคุณไม่ได้ทำสิ่งนั้นแล้วจะเกิดอะไรตามมา didn't แสดงความหมายปฏิเสธ ส่วนการกระทำหลักถูกละไว้ จากบริบทก่อนหน้า ความหมายเต็มคือ what if you didn't play it? ภาษาอังกฤษสามารถละกลุ่มคำกริยาที่ซ้ำได้เมื่อผู้ฟังเข้าใจได้ง่ายว่าหมายถึงการกระทำใด

แบบฝึกหัด

ก่อนหน้านี้ Maya พูดว่า 'I can call the shop.' จงเติมคำถามของ Leo เกี่ยวกับกรณีที่เธอเลือกไม่โทร ใช้ what if และ didn't แต่ไม่ต้องพูด call the shop ซ้ำ: But ____?

ดูคำตอบ

what if you didn't

Probably nothing I suppose. น้ำเสียง/เจตนา

1:10

พ่อว่าก็คงไม่เกิดอะไรขึ้นหรอกมั้ง

น้ำเสียง/เจตนา

I suppose: ทำให้คำตอบฟังดูไม่แน่นอนนัก

ในที่นี้ I suppose มีความหมายใกล้เคียงกับ I think หรือ I guess โดยแสดงว่า Probably nothing เป็นเพียงการคาดเดาของผู้พูด ไม่ใช่คำตอบที่ยืนยันแน่นอน เมื่อวางไว้ท้ายประโยค I suppose จะฟังเหมือนคำเสริมที่ช่วยลดความหนักแน่นของข้อความ ในประโยคนี้ไม่ได้ใช้เพื่อตั้งสมมติฐานอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

I suppose ที่ท้ายประโยค "The parcel will probably arrive tomorrow, I suppose" ทำหน้าที่อะไร?

  1. ทำให้คำทำนายฟังดูไม่แน่นอนนัก
  2. รับประกันว่าพัสดุจะมาถึง
  3. ขอให้ผู้ฟังจินตนาการถึงเงื่อนไขหนึ่ง
ดูคำตอบ

ทำให้คำทำนายฟังดูไม่แน่นอนนัก

Bingo would just walk through the door instead.

1:12

บิงโกก็คงแค่เดินผ่านประตูเข้าไปเอง

Yes, she would.

1:14

ใช่ค่ะ เธอคงทำแบบนั้น

Wouldn't be as fun though. น้ำเสียง/เจตนา

1:16

แต่มันคงไม่สนุกเท่านี้หรอก

น้ำเสียง/เจตนา

though ท้ายประโยคเพื่อเสริมความขัดแย้งเล็กน้อย

ในประโยคนี้ though อยู่ท้ายประโยคเพื่อเติมความขัดแย้งเล็กน้อย คือถึงจะเข้าไปได้โดยไม่เล่น แต่ก็จะสนุกน้อยลง คำนี้ทำหน้าที่คล้าย “อย่างไรก็ตาม” หรือ “แต่ก็ยัง” ที่เติมตามหลังแบบเป็นกันเอง though ที่อยู่ท้ายประโยคขยายความข้อความก่อนหน้า ไม่ได้ใช้เปิดอนุประโยคใหม่ที่ต้องตามหลัง รูปแบบนี้ช่วยให้พูดใจความหลักก่อน แล้วค่อยเติมข้อจำกัดหรือข้อสงวนอย่างนุ่มนวล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำแสดงความขัดแย้งแบบเป็นกันเองที่วางท้ายประโยคตามที่เรียนในบทนี้: The café was crowded. We found a table, ____.

ดูคำตอบ

though

Yeah.

1:17

ใช่

I'm glad you did play it. ไวยากรณ์

1:22

หนูดีใจที่พ่อเล่นนะคะ

ไวยากรณ์

did play: did แบบเน้นในประโยคบอกเล่า

ในที่นี้ did play หมายถึง “เล่นจริง ๆ” หรือ “ได้เล่นอย่างแน่นอน” กริยาช่วย did เพิ่มการเน้นในประโยคบอกเล่าอดีต ไม่ได้แสดงการกระทำอีกอย่างหนึ่ง did ทำหน้าที่บอกอดีตแล้ว กริยาหลักจึงต้องคงรูปเดิม: ใช้ did play ไม่ใช่ did played โครงสร้างนี้ใช้ยืนยันข้อเท็จจริง หรือเปรียบต่างกับความสงสัย การปฏิเสธ หรือความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า

แบบฝึกหัด

ใช้ did แบบเน้น + bring เพื่อแสดงว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง: Maya thought Leo might forget the tickets, but he ____ them before they left.

ดูคำตอบ

did bring

Yeah, me too.

1:23

ใช่ พ่อก็เหมือนกัน

Me three. สำนวน

1:26

หนูด้วย

สำนวน

Me three: คำตอบเล่นมุกต่อจาก Me too

Me three เป็นคำพูดเล่นที่ดัดแปลงจาก Me too เมื่อมีคนพูด Me too ไปแล้ว คนที่สามอาจพูด Me three เพื่อสื่อว่าตนก็เห็นด้วยหรือรู้สึกเหมือนกัน มุกนี้เกิดจากการทำเหมือนว่า too คือเลข two แล้วนับต่อด้วย three ในที่นี้ three ไม่ได้บอกจำนวนสิ่งของ

แบบฝึกหัด

Me three ในบทสนทนานี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดกำลังแก้การออกเสียงตัวเลข
  2. คนที่สามก็เห็นด้วยและเล่นมุกตัวเลขต่อ
  3. ผู้พูดต้องการสิ่งของสามชิ้น
ดูคำตอบ

คนที่สามก็เห็นด้วยและเล่นมุกตัวเลขต่อ

Because that was the first time I met Bingo. ลำดับความ

1:28

เพราะนั่นเป็นครั้งแรกที่หนูได้เจอกับบิงโก

ลำดับความ

Because that was the first time I met Bingo: อธิบายว่าเหตุการณ์ก่อนหน้าสำคัญเพราะอะไร

Because ใช้บอกเหตุผลของสิ่งที่ผู้พูดกล่าวไว้ก่อนหน้านี้ เหตุการณ์ก่อนหน้านั้นสำคัญเพราะทำให้ผู้พูดได้พบ Bingo เป็นครั้งแรก ในโครงเรื่อง ประโยคนี้ย้อนกลับไปเชื่อมกับเนื้อหาก่อนหน้าแทนที่จะเริ่มหัวข้อใหม่ โดยเชื่อมการกระทำเล็ก ๆ ก่อนหน้านั้นเข้ากับความสำคัญที่เกิดขึ้นภายหลัง และปิดเรื่องด้วยการเผยว่าทำไมผู้พูดจึงรู้สึกดีใจกับเหตุการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

ประโยค Because นี้ทำหน้าที่หลักอย่างไรในเรื่อง

  1. ประโยคนี้อธิบายขั้นตอนของการพบกันทีละขั้น
  2. ประโยคนี้เริ่มเรื่องใหม่ที่ไม่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับอีกเหตุการณ์หนึ่ง
  3. ประโยคนี้ย้อนกลับไปเชื่อมกับคำพูดก่อนหน้าและเผยว่าเหตุการณ์นั้นสำคัญเพราะอะไร
ดูคำตอบ

ประโยคนี้ย้อนกลับไปเชื่อมกับคำพูดก่อนหน้าและเผยว่าเหตุการณ์นั้นสำคัญเพราะอะไร

See you.

1:30

ไว้เจอกันนะ

Hey, can you wind me back up please? โน้ต

1:36

นี่ ช่วยไขลานให้ฉันอีกรอบได้ไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Can you ... please? สำหรับขออย่างสุภาพ

ในประโยคนี้ can you ... please? ใช้เพื่อขอให้อีกฝ่ายทำบางอย่าง ผู้พูดต้องการให้อีกฝ่ายไขลานให้ ไม่ได้มีจุดประสงค์หลักเพื่อถามว่าอีกฝ่ายมีความสามารถทำได้หรือไม่ โครงสร้างคือ Can you + กริยารูปพื้นฐาน ... + please? รูปคำถามช่วยให้คำสั่งฟังนุ่มนวลขึ้น ส่วน please เพิ่มความสุภาพ จึงเป็นคำขอที่ตรงไปตรงมาแต่สุภาพ

แบบฝึกหัด

เติมคำขอโดยใช้รูป Can you ... please?: ____ pass me that book, ____?

ดูคำตอบ

Can you · please

กริยาวลี

wind me back up: ความหมายตามตัวอักษรว่าไขลานและตำแหน่งคำสรรพนาม

ในที่นี้ wind me back up หมายถึง “หมุนกุญแจไขลานในจินตนาการของฉันอีกครั้ง เพื่อให้ฉันขยับได้” ผู้พูดกำลังแกล้งทำเป็นของเล่นไขลาน ส่วน back หมายถึงการกลับไปสู่สภาพก่อนหน้าที่พร้อมทำงาน ในความหมายตามตัวอักษร wind ... up เป็นกริยาวลีที่แยกได้ หากกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่าง wind กับ up เช่น wind me up หรือ wind it up ไม่ใช่ wind up me เมื่อมี back ลำดับที่เป็นธรรมชาติคือ wind me back up

แบบฝึกหัด

ของเล่นไขลานหยุดแล้ว เติมคำขอโดยเรียง wind, it, back และ up ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติ: The toy has stopped. Can you ____?

ดูคำตอบ

wind it back up

Wind, wind, wind, wind, wind.

1:42

ไขลาน ไขลาน ไขลาน ไขลาน ไขลาน

Bingo is my friend now.

1:54

ตอนนี้บิงโกเป็นเพื่อนของฉันแล้ว

And I hope we're friends forever and ever and ever. วลี

1:57

และฉันหวังว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไป

วลี

forever and ever and ever: การซ้ำเพื่อเน้นอารมณ์

“Forever and ever” เป็นสำนวนที่คุ้นเคยและเปี่ยมอารมณ์สำหรับเน้นความหมายว่า “ตลอดไป” การเติม “and ever” อีกครั้งทำให้อารมณ์ยิ่งหนักแน่นขึ้น ผู้พูดหวังอย่างมากว่ามิตรภาพนี้จะไม่มีวันจบ การพูด “ever” ซ้ำไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาคนละช่วง การซ้ำช่วยยืดความรู้สึกของคำว่า “ตลอดไป” และเพิ่มน้ำเสียงอบอุ่น ขี้เล่น หรือดราม่า

แบบฝึกหัด

“forever and ever and ever” ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. สำนวนนี้เน้นความหวังว่ามิตรภาพจะไม่มีวันจบ
  2. สำนวนนี้แสดงว่าผู้พูดคาดว่ามิตรภาพจะจบลงในไม่ช้า
  3. สำนวนนี้กล่าวถึงช่วงเวลาที่ต่างกันสามช่วง
ดูคำตอบ

สำนวนนี้เน้นความหวังว่ามิตรภาพจะไม่มีวันจบ