บลูอี้จะตามหาฌอง-ลุคเจอไหม | แคมป์ปิ้ง - ซีซั่น 1 | บลูอี้: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Bluey - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: บลูอีรู้ว่าฌอง-ลุคออกจากที่ตั้งแคมป์ไปแล้ว แม่ช่วยให้เธอยอมรับความเศร้าจากการจากลา เห็นคุณค่าของช่วงเวลาแห่งความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน และยังเปิดใจต่อความเป็นไปได้ที่จะพบกันอีก ภายหลังบลูอีอธิบายว่าเธอเพียงยืมหนังสือของมัฟฟินมาเท่านั้น ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. must have left — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้ว่า must ตามด้วย perfect infinitive ใช้สรุปเหตุการณ์ในอดีตจากหลักฐานที่เห็นในปัจจุบัน เต็นท์ที่หายไปและการเห็นพวกเขาเก็บของก่อนหน้านี้ทำให้อนุมานได้ว่าฌอง-ลุคออกเดินทางตอนเช้า ความหมายนี้ต่างจาก must leave ซึ่งสื่อถึงความจำเป็นในปัจจุบันหรืออนาคต 2. Sometimes special people come into our lives, stay for a bit, and then they have to go. — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: สังเกตการใช้ sometimes เปิดประโยค การเรียงกริยาแบบขนาน และ then เพื่อเปลี่ยนการจากลาอันเจ็บปวดครั้งหนึ่งให้เป็นข้อคิดทั่วไปที่อ่อนโยน รูปแบบนี้ช่วยให้เรียบเรียงคำปลอบใจที่ยอมรับทั้งคุณค่าของความสัมพันธ์และความจริงที่ว่าความสัมพันธ์นั้นอาจสิ้นสุดลง 3. just borrowing it. — วัจนปฏิบัติในการสนทนาและท่าที: เข้าใจว่า just ทำให้คำอธิบายของบลูอีนุ่มนวลขึ้น โดยทำให้การกระทำนั้นดูมีขอบเขตและเกิดขึ้นชั่วคราว ผู้เรียนจึงใช้คำนี้ชี้แจงเจตนา อธิบายตนเองโดยไม่ฟังดูก้าวร้าว และลดความตึงเครียดเมื่อมีข้อขัดแย้งเรื่องความเป็นเจ้าของได้
คำอธิบายในบทเรียนนี้
You know where Jean-Luc is?: คำถามแบบกันเองที่ละ do
ในบทสนทนาแบบกันเอง “You know where Jean-Luc is?” เป็นคำถามแบบละคำ โดยละกริยาช่วย do ที่ต้นประโยค รูปเต็มคือ “Do you know where Jean-Luc is?” ผู้พูดกำลังถามว่า Jean-Luc อยู่ที่ไหน ไม่ได้บอกว่าแม่รู้อยู่แล้ว หลัง know ส่วน “where Jean-Luc is” เป็นคำถามแทรกและยังใช้ลำดับแบบประโยคบอกเล่า: where + ประธาน + กริยา แม้จะเติม do ที่ต้นประโยค ก็ไม่เปลี่ยนส่วนนี้เป็น “where is Jean-Luc”
แบบฝึกหัด
ในการสนทนาแบบกันเอง ผู้พูดกำลังทำอะไรเมื่อพูดว่า “You know where the charger is?”
- ถามว่าผู้ฟังรู้ตำแหน่งของที่ชาร์จหรือไม่
- บอกว่าผู้ฟังรู้ตำแหน่งของที่ชาร์จอยู่แล้ว
- ขอให้ผู้ฟังนำที่ชาร์จไปวางไว้ที่ใดที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
ถามว่าผู้ฟังรู้ตำแหน่งของที่ชาร์จหรือไม่
packing up: เก็บข้าวของก่อนออกไป
ในที่นี้ “packing up” เป็นรูป -ing ของกริยาวลี “pack up” หมายถึงการรวบรวมข้าวของหรืออุปกรณ์แล้วเก็บเข้าที่หรือใส่กระเป๋า มักใช้เมื่อกิจกรรมกำลังจะจบและผู้คนเตรียมออกไป “Up” เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงทิศทางขึ้นด้านบน ใน “I saw them packing up” รูป -ing แสดงว่าผู้พูดเห็นการเก็บของขณะที่การกระทำนั้นกำลังดำเนินอยู่
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ pack up: When the market closed, I saw the vendors ____ their equipment.
ดูคำตอบ
packing up
must have left: การคาดคะเนอย่างมั่นใจเกี่ยวกับอดีต
must have + กริยาช่องที่ 3 ใช้แสดงการคาดคะเนอย่างมั่นใจเกี่ยวกับเหตุการณ์ในอดีต ในที่นี้ left เป็นกริยาช่องที่ 3 ของ leave และผู้พูดใช้หลักฐานที่เห็นอยู่ตอนนี้เพื่อสรุปอย่างมั่นใจว่าพวกเขาออกไปก่อนหน้านี้แล้ว โครงสร้างนี้แสดงการอนุมาน ไม่ใช่หน้าที่หรือความจำเป็น must leave หมายถึงจำเป็นต้องออกไป ส่วน must have left หมายถึงผู้พูดเชื่อว่าการออกไปเกิดขึ้นแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมการคาดคะเนอย่างมั่นใจด้วยรูปที่ถูกต้องของ leave: The office is dark and her coat is gone. She ____ already.
ดูคำตอบ
must have left
I'm afraid so: การยืนยันข่าวร้ายอย่างนุ่มนวล
I'm afraid so เป็นวิธีตอบยืนยันอย่างนุ่มนวลว่าข้อความที่ไม่น่ายินดีหรือน่าผิดหวังนั้นเป็นจริง so ใช้แทนใจความทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง ดังนั้นคำตอบนี้จึงมีความหมายโดยประมาณว่า “น่าเสียดายที่ใช่” afraid ในที่นี้มีหน้าที่หลักในการทำให้คำตอบนุ่มนวลและแสดงความใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้ฟัง ไม่จำเป็นต้องหมายความว่าผู้พูดรู้สึกกลัวจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำตอบอย่างนุ่มนวลโดยใช้ I'm afraid และคำที่ยืนยันใจความทั้งหมด: “So the last train has already gone?” “____.”
ดูคำตอบ
I'm afraid so
need a wee: คำพูดกันเองแบบอังกฤษและออสเตรเลียที่หมายถึงต้องการปัสสาวะ
ในประโยค Mum, I need a wee. คำว่า wee เป็นคำนาม หมายถึงการปัสสาวะ วลี need a wee ทั้งวลีหมายถึง “ต้องการปัสสาวะ” หรือ “ต้องไปห้องน้ำ” โดย wee ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “เล็กมาก” สำนวนนี้พบบ่อยเป็นพิเศษในบทสนทนาภายในครอบครัวของอังกฤษและออสเตรเลีย รวมถึงภาษาที่ใช้กับเด็ก คำนำหน้านาม a ช่วยบอกว่า wee ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำนาม
แบบฝึกหัด
ในบทสนทนาครอบครัวแบบไม่เป็นทางการของอังกฤษหรือออสเตรเลีย “I need a wee” หมายความว่าอะไร?
- ฉันต้องปัสสาวะ
- ฉันต้องการพักสั้น ๆ
- ฉันต้องการของที่เล็กมาก
ดูคำตอบ
ฉันต้องปัสสาวะ
bush wee: ปัสสาวะกลางแจ้งเมื่ออยู่ไกลจากห้องน้ำ
bush wee หมายถึงการปัสสาวะกลางแจ้งในสถานที่ธรรมชาติเมื่อไม่มีห้องน้ำให้ใช้ ในภาษาอังกฤษแบบออสเตรเลีย bush อาจหมายถึงพื้นที่ชนบทหรือธรรมชาติรกร้างโดยกว้าง ไม่ได้หมายถึงพุ่มไม้ต้นใดต้นหนึ่งเท่านั้น ใน do a bush wee คำว่า do ทำให้วลีนี้เป็นชื่อของกิจกรรม เป็นคำพูดกันเองที่มักใช้กับเด็ก และครอบครัวมักใช้ขณะตั้งแคมป์หรือเดินป่า
แบบฝึกหัด
ในจุดตั้งแคมป์ที่ไม่มีห้องน้ำอยู่ใกล้ ๆ “do a bush wee” หมายความว่าอะไร?
- มองหาห้องน้ำในอาคารที่อยู่ในป่า
- รดน้ำพุ่มไม้ด้วยภาชนะขนาดเล็ก
- ปัสสาวะกลางแจ้งในจุดธรรมชาติที่เป็นส่วนตัว
ดูคำตอบ
ปัสสาวะกลางแจ้งในจุดธรรมชาติที่เป็นส่วนตัว
can I come anyway? — ขออนุญาตแม้มีเหตุที่อาจทำไม่ได้
ใน can I come anyway? คำว่า anyway หมายถึง “แม้จะเป็นอย่างที่เพิ่งพูดไป” หรือ “ถึงอย่างนั้นก็ตาม” ผู้พูดยอมรับว่าเหตุผลก่อนหน้าไม่ตรงกับตน แต่ก็ยังขออนุญาตไปด้วย ตรงนี้ anyway เชื่อม No กับคำขอ รูปแบบนี้ใช้ยอมรับอุปสรรคหรือเงื่อนไขที่ไม่ครบ แล้วถามว่ายังทำสิ่งนั้นได้หรือไม่
แบบฝึกหัด
Maya ไม่มีชุดแต่งกาย แต่ยังอยากเข้าร่วมขบวนพาเหรด ประโยคใดสื่อคำขอของเธอได้ดีที่สุด?
- I have a costume, and I came yesterday.
- I don't have a costume, but can I come anyway?
- I don't have a costume, so I won't come.
ดูคำตอบ
I don't have a costume, but can I come anyway?
The more the merrier — ต้อนรับคนเพิ่ม
The more the merrier เป็นสำนวนตายตัวที่หมายความว่า ยิ่งมีคนเข้าร่วมมาก กิจกรรมก็ยิ่งสนุกหรือคึกคัก มักใช้เป็นวิธีพูดอย่างอบอุ่นว่า “ได้เลย ยินดีต้อนรับคนเพิ่ม” รูปประโยคนี้เป็นโครงสร้างเปรียบเทียบแบบย่อ หมายถึงยิ่งมีคนมาก บรรยากาศก็ยิ่งสนุก ในสำนวนนี้ merrier อธิบายผลลัพธ์ที่สนุกและคึกคักขึ้น ไม่ได้เปรียบเทียบคนสองคนโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนตายตัวที่ใช้ต้อนรับคนเพิ่มให้สมบูรณ์: Feel free to invite your teammates—____.
ดูคำตอบ
the more the merrier
have to go: ถามว่าทำไมจึงจำเป็นต้องไป
ใน have to go คำว่า have to แสดงถึงความจำเป็น ฌอง-ลุกต้องไปเพราะสถานการณ์บังคับ คำถามนี้ถามว่าทำไมการไปจึงจำเป็น ไม่ได้ถามว่าเขาอยากไปหรือไม่ หลังคำกริยาช่วยรูปอดีต did ให้ใช้ have รูปพื้นฐาน: Why did ... have to go? ในคำถามนี้ห้ามเปลี่ยน have เป็น had
แบบฝึกหัด
Maya ออกไปก่อนเพราะรถโดยสารเที่ยวสุดท้ายออกตอนหกโมง คำถามใดถามว่าทำไมสถานการณ์จึงทำให้เธอต้องไปก่อน
- Why did Maya want to go early?
- Why did Maya have to go early?
- Why did Maya get to go early?
ดูคำตอบ
Why did Maya have to go early?
holiday was over: บอกว่าช่วงเวลาหนึ่งสิ้นสุดแล้ว
ใน holiday was over คำว่า over อยู่หลัง was และหมายถึง 'สิ้นสุดแล้ว' หรือ 'จบแล้ว' โดยบอกว่าวันหยุดพักผ่อนได้มาถึงจุดสิ้นสุด รูปแบบ be over ใช้ได้กับช่วงเวลา กิจกรรม และเหตุการณ์ เช่น วันหยุดพักผ่อน บทเรียน การแข่งขัน หรือการประชุม ในที่นี้ over ไม่ได้หมายถึง 'อยู่เหนือ'
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ be over เติมประโยคให้สมบูรณ์: By nine o'clock, the concert ____.
ดูคำตอบ
was over
keep playing: keep + กริยา-ing เพื่อบอกว่าทำต่อ
ใน keep playing คำว่า keep หมายถึง “ทำต่อ” และ playing บอกการกระทำที่ดำเนินต่อไป โครงสร้างคือ keep + คำกริยารูป -ing ใช้โครงสร้างนี้เมื่อกิจกรรมเดิมยังดำเนินต่อ เช่น keep trying และ keep working เมื่อ keep มีความหมายนี้ ต้องตามด้วยรูป -ing ไม่ใช่คำกริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ keep playing ไม่ใช่ keep play
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย keep และรูป -ing ของ play: The game is fun, so I want to ____.
ดูคำตอบ
keep playing
Well, look. ในฐานะคำเกริ่นในภาษาพูด
Well, look. ในที่นี้ไม่ได้บอกให้อีกฝ่ายมองสิ่งของ แต่เป็นคำเกริ่นในภาษาพูดที่ดึงความสนใจของผู้ฟังก่อนเริ่มอธิบายหรือพูดให้สบายใจ Well ช่วยให้ผู้พูดมีเวลาสั้น ๆ เพื่อจัดความคิด ส่วน look ดึงความสนใจไปยังสิ่งที่จะพูดต่อไป ในการใช้แบบนี้ ทั้งวลีมีความหมายใกล้กับ “เอาล่ะ ฟังนะ” หรือ “ประเด็นคือแบบนี้”
แบบฝึกหัด
เมื่อไม่มีอะไรให้มอง Well, look. มีหน้าที่หลักอะไร?
- ขอให้ผู้ฟังตรวจดูสิ่งของชิ้นหนึ่ง
- ใช้เกริ่นคำอธิบายและขอให้ผู้ฟังตั้งใจฟัง
- หมายความว่าผู้พูดพูดจบแล้ว
ดูคำตอบ
ใช้เกริ่นคำอธิบายและขอให้ผู้ฟังตั้งใจฟัง
come into our lives: เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตและสร้างอิทธิพล
ในประโยคนี้ come into our lives หมายถึงคนบางคนกลายเป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ชีวิตของเรา โดยมักสร้างความสัมพันธ์หรือมีอิทธิพลต่อเรา ไม่ได้หมายถึงการเดินเข้าไปในสถานที่จริง ๆ รูปแบบคือ come into + คำแสดงความเป็นเจ้าของ + life/lives เช่น come into my life หรือ come into their lives สำนวนนี้เป็นธรรมชาติอย่างยิ่งเมื่อนึกย้อนถึงความสัมพันธ์ที่มีความหมายหรือช่วงสำคัญของชีวิต
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “กลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเรา”: Some mentors ____ and change us forever.
ดูคำตอบ
come into our lives
for a bit: ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ไม่ระบุแน่ชัด
ตรงนี้ for a bit หมายถึง “เป็นเวลาสั้น ๆ” ใน stay for a bit วลีนี้บอกว่าจะอยู่ไม่นาน แต่ไม่ได้ระบุระยะเวลาที่แน่นอน ในสำนวนบอกเวลานี้ bit หมายถึงช่วงเวลาสั้น ๆ ไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของสิ่งของหรือใช้เป็นรูปอดีตของ bite
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีภาษาพูดจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด”: Let's wait here ____ before we cross the road.
ดูคำตอบ
for a bit
Sometimes ... come ..., stay ..., and then ... go: การเรียบเรียงบทเรียนทั่วไปเกี่ยวกับชีวิต
Sometimes ทำให้การจากลาครั้งหนึ่งถูกมองกว้างขึ้นว่าเป็นสิ่งที่อาจเกิดขึ้นได้ทั่วไปในชีวิต ผู้พูดไม่ได้เพียงเล่าว่าเคยเกิดอะไรขึ้น แต่ยังเสนอวิธีมองประสบการณ์คล้ายกันอย่างสงบด้วย หลังประธาน special people มีวลีกริยาสามวลีที่แสดงขั้นตอนตามลำดับเวลา ได้แก่ come into our lives, stay for a bit และ have to go ส่วน and then ชี้ขั้นตอนสุดท้ายอย่างชัดเจน ลำดับง่าย ๆ นี้เปลี่ยนเหตุการณ์ให้เป็นบทเรียนชีวิตที่ช่วยปลอบใจ
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้จัดระเบียบสารที่ต้องการสื่ออย่างไร?
- บอกกำหนดการเดินทางที่แน่นอนของคนหนึ่งคน
- นำเสนอความเป็นไปได้ทั่วไป แล้วเรียงการพบกัน การอยู่ชั่วคราว และการจากไปตามลำดับเวลา
- ระบุการกระทำสามอย่างที่ไม่เกี่ยวข้องกันทางเวลา
ดูคำตอบ
นำเสนอความเป็นไปได้ทั่วไป แล้วเรียงการพบกัน การอยู่ชั่วคราว และการจากไปตามลำดับเวลา
But the bit where they were here was happy, wasn't it? ไวยากรณ์
1:16แต่ช่วงเวลาที่เขาอยู่ที่นี่มันมีความสุขไม่ใช่เหรอ?
the bit where they were here: where ใช้ระบุส่วนหนึ่ง
ใน the bit where they were here คำว่า bit หมายถึงส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ยาวกว่า อนุประโยคที่เริ่มด้วย where บอกสถานการณ์ที่ใช้ระบุส่วนนั้น ซึ่งก็คือช่วงเวลาที่พวกเขาอยู่ที่นี่ ในการเล่าเรื่องแบบไม่เป็นทางการ where สามารถชี้ถึงขั้นตอน ฉาก หรือสถานการณ์ได้ ไม่ได้หมายถึงสถานที่จริงเท่านั้น โครงสร้าง the bit where + อนุประโยค ช่วยเลือกส่วนหนึ่งของเรื่องราวหรือประสบการณ์ขึ้นมากล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างภาษาพูดจากบทเรียนนี้ที่หมายถึง “ส่วนที่…”: I laughed at ____ the dog opened the door.
ดูคำตอบ
the bit where
was happy, wasn't it?: ใช้คำถามท้ายประโยคเพื่อชวนให้เห็นด้วย
wasn't it? เป็นคำถามท้ายประโยคที่ต่อจากข้อความบอกเล่าเชิงบวก was happy โดยใช้กริยาช่วยตัวเดิมคือ was ในรูปปฏิเสธแบบย่อ และ it ใช้แทนประธานก่อนหน้า the bit ผู้พูดไม่ได้ถามเพราะไม่รู้ข้อมูลเป็นหลัก แต่กำลังชวนผู้ฟังอย่างนุ่มนวลให้เห็นด้วยว่าช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกันนั้นมีความสุข ทำให้ข้อความฟังดูอ่อนโยนและช่วยปลอบใจมากกว่าการพูดแบบยืนยันตรง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคที่ชวนให้อีกฝ่ายเห็นด้วยอย่างนุ่มนวล: The picnic was fun, ____?
ดูคำตอบ
wasn't it
makes it all worth it: บอกว่าผลลัพธ์ที่ดีทำให้สิ่งที่เสียไปคุ้มค่า
ใน makes it all worth it คำว่า make หมายถึงทำให้บางสิ่งคุ้มค่า it ตัวแรกหมายถึงประสบการณ์ทั้งหมด ส่วน all เน้นว่าหมายถึงทุกส่วนของประสบการณ์นั้น และ worth it หมายถึงมีคุณค่ามากพอที่จะชดเชยความพยายาม ความเจ็บปวด หรือสิ่งที่ต้องเสียไป ในประโยคนี้ that หมายถึงช่วงเวลาแห่งความสุขที่กำลังนึกถึง ผู้พูดกำลังบอกว่าส่วนที่ดีนี้อาจเปลี่ยนมุมมองที่มีต่อประสบการณ์ทั้งหมดได้ แม้ว่าประสบการณ์นั้นจะจบลงด้วยความเศร้า
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้าง make + it all + worth it ด้วยรูปกริยาที่ถูกต้อง: Every weekend is exhausting, but seeing the children enjoy the show ____.
ดูคำตอบ
makes it all worth it
ever see him again?: ถามว่ายังมีโอกาสในอนาคตไหม
ในคำถามเกี่ยวกับอนาคตนี้ ever หมายถึง “เมื่อใดสักครั้ง” คำถามนี้ถามว่าจะยังมีโอกาสได้พบเขาอีกไหม ส่วน again หมายถึง “อีกครั้ง” การเติม ever ทำให้คำถามฟังดูกังวลและเหมือนพยายามถามให้แน่ใจมากกว่า Will I see him again? ในที่นี้ ever ชี้ไปยังช่วงเวลาหนึ่งที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ได้หมายถึง “เคยในอดีต”
แบบฝึกหัด
คำถามใดใช้ ever เพื่อถามว่าบางสิ่งอาจเกิดขึ้นเมื่อใดสักครั้งในอนาคตหรือไม่?
- Will we ever find out what happened?
- Did we ever find out what happened?
- Will we find out tomorrow what happened?
ดูคำตอบ
Will we ever find out what happened?
you never know: เปิดโอกาสไว้เมื่อผลลัพธ์ยังไม่แน่นอน
You never know เป็นสำนวนสนทนาตายตัวที่หมายความว่าไม่มีใครแน่ใจได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงยังเป็นไปได้ ในที่นี้ สำนวนนี้ช่วยให้คำตอบนุ่มนวลขึ้นและยังคงเปิดพื้นที่ให้มีความหวังโดยไม่ได้ให้คำมั่น คำว่า You ใช้ในความหมายทั่วไป จึงไม่ได้ตำหนิว่าผู้ฟังไม่มีความรู้
แบบฝึกหัด
คำตอบใดใช้ you never know อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อเปิดโอกาสไว้ว่าผลลัพธ์ที่ดีอาจเกิดขึ้น?
- We might still get tickets—you never know.
- You never know, so the tickets are definitely ours.
- You never know because you have learned nothing.
ดูคำตอบ
We might still get tickets—you never know.
The world's a magical place: คำปิดท้ายที่ให้ความหวัง
ประโยคนี้ไม่ได้ยืนยันตามตัวอักษรว่ามีเวทมนตร์อยู่จริง ในที่นี้ magical หมายถึง “เต็มไปด้วยความเป็นไปได้ที่น่าประหลาดใจและงดงาม” ผู้พูดจึงเปลี่ยนความไม่แน่นอนของอนาคตให้กลายเป็นความหวัง เมื่อใช้เป็นคำประเมินกว้าง ๆ ตอนท้ายของคำปลอบใจ ประโยคนี้จะสรุปสารที่ให้กำลังใจและเปิดอนาคตไว้ ไม่ได้กำหนดตายตัว โดยสื่อว่าสิ่งดี ๆ อาจเกิดขึ้นได้ แต่ไม่ได้รับประกันผลลัพธ์ใดโดยเฉพาะ
แบบฝึกหัด
“The world's a magical place.” ทำหน้าที่หลักอย่างไรเมื่ออยู่ท้ายคำปลอบใจ?
- บอกข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์เกี่ยวกับโลก
- รับปากว่าเหตุการณ์หนึ่งจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
- ปิดท้ายด้วยคำประเมินกว้าง ๆ ที่มีความหวัง พร้อมเปิดอนาคตไว้
ดูคำตอบ
ปิดท้ายด้วยคำประเมินกว้าง ๆ ที่มีความหวัง พร้อมเปิดอนาคตไว้
mine ... yours: บอกความเป็นเจ้าของโดยไม่พูดคำนามซ้ำ
Mine และ yours เป็นสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของและใช้เดี่ยว ๆ ได้ ในที่นี้ mine หมายถึง “my book” ส่วน yours หมายถึง “your book” เมื่อรู้อยู่แล้วว่ากำลังพูดถึง book รูปเหล่านี้จึงช่วยไม่ให้ต้องพูดคำนามซ้ำ ใช้โครงสร้าง คำนาม/สรรพนาม + be + mine/yours เช่น The book is mine. และอย่าวางคำนามต่อท้าย mine หรือ yours
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสรรพนามแสดงความเป็นเจ้าของที่ถูกต้อง: This pencil belongs to me, so it's ____. That notebook belongs to you, so it's ____.
ดูคำตอบ
mine · yours
just borrowing it: ใช้ just เพื่อทำให้คำอธิบายนุ่มนวลลง
ในที่นี้ just หมายถึง “แค่” หรือ “เพียง” ไม่ใช่ “เมื่อสักครู่” คำนี้จำกัดการกระทำไว้ที่การยืม คือผู้พูดบอกว่ากำลังใช้สิ่งของนั้นชั่วคราวและไม่ได้อ้างว่าเป็นของตนเอง การวาง just ไว้หน้า borrowing ยังทำให้คำอธิบายนุ่มนวลขึ้น ช่วยให้อีกฝ่ายสบายใจและลดความขัดแย้งได้ แม้ผู้พูดอาจฟังดูเหมือนกำลังแก้ตัวเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
มีคนพูดว่า “That book is mine.” ประโยค “I'm just borrowing it.” มีความหมายที่เป็นธรรมชาติที่สุดว่าอย่างไร
- ฉันใช้มันเพียงชั่วคราวและไม่ได้อ้างว่าเป็นของฉัน
- ฉันกำลังยกมันให้คนอื่น
- ฉันเพิ่งซื้อมันเมื่อสักครู่
ดูคำตอบ
ฉันใช้มันเพียงชั่วคราวและไม่ได้อ้างว่าเป็นของฉัน