เสียงของคุณมีความหมายหรือไม่? อธิบายระบบคณะผู้เลือกตั้ง - Christina Greer: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
707 คำ 173 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้อธิบายว่าคะแนนคณะผู้เลือกตั้งสหรัฐฯ 538 คะแนนถูกจัดสรรให้แต่ละรัฐอย่างไร เหตุใด 270 คะแนนจึงทำให้ชนะตำแหน่งประธานาธิบดี ผู้ชนะคะแนนเสียงประชาชนอาจยังแพ้ได้อย่างไร และรัฐฐานเสียงมั่นคงกับรัฐสมรภูมิมีผลต่อกลยุทธ์หาเสียงและข้อถกเถียงเกี่ยวกับระบบอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. what exactly is — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจคำถามตรงรูปแบบนี้ว่าเป็นวิธีพาผู้ฟังจากชื่อที่คุ้นเคยไปสู่คำนิยามที่แม่นยำ สามารถนำไปใช้ในการนำเสนอหรืองานเขียนอธิบายเพื่อส่งสัญญาณว่ากำลังจะชี้แจงแก่นและการทำงานจริงของแนวคิด สถาบัน หรือกระบวนการ ไม่ใช่เพียงเอ่ยชื่อเท่านั้น 2. Some critics of the Electoral College argue that — วาทกรรม การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การเสนอจุดยืนเชิงวิจารณ์โดยไม่ทำให้ดูเหมือนเป็นความเห็นของผู้บรรยายเอง โครงสร้างนี้ระบุเจ้าของความเห็นชัดเจน และช่วยให้เปรียบเทียบกับข้อโต้แย้งของอีกฝ่ายได้อย่างสมดุล โดยไม่ยกจุดยืนใดเป็นข้อเท็จจริงที่พิสูจน์แล้ว 3. the magic number is 270 — สำนวนและภาษาภาพพจน์: เข้าใจ magic number ว่าหมายถึงตัวเลขเป้าหมายชี้ขาดที่ต้องทำให้ถึง ไม่ใช่ตัวเลขที่มีพลังวิเศษ ในที่นี้ใช้สรุปเกณฑ์ชนะเลือกตั้งให้จำง่าย และยังประยุกต์ใช้กับเป้าหมายเชิงตัวเลขในด้านการเมือง กีฬา ธุรกิจ การระดมทุน หรือบริบทอื่นที่มุ่งผลลัพธ์ได้

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Most people have heard of the Electoral College during presidential election years. โน้ต

0:15

คนส่วนใหญ่เคยได้ยินเกี่ยวกับคณะผู้เลือกตั้งในช่วงปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี

วลี

have heard of: จำชื่อได้หรือรู้ว่ามีอยู่

ในประโยคนี้ have heard of หมายถึงรู้ว่า Electoral College มีอยู่ หรือจำชื่อนี้ได้ ไม่ได้หมายถึงเพียงได้ยินเสียง และไม่ได้สื่อว่ารู้รายละเอียด รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ have/has heard of + บุคคล สถานที่ องค์กร หรือหัวข้อ present perfect แสดงว่าการรับรู้นี้เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่มีมาจนถึงปัจจุบัน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายสองคำที่หมายถึงรู้ว่าสิ่งนั้นมีอยู่: I have ____ the neighborhood tool library, but I have never used it.

ดูคำตอบ

heard of

วัฒนธรรม

Electoral College: ระบบคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ

Electoral College เป็นชื่อเฉพาะของระบบคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในกระบวนการนี้ ผู้เลือกตั้งที่ได้รับการแต่งตั้งจะลงคะแนนอย่างเป็นทางการเพื่อเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี ประโยคนี้ตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าผู้คนจำชื่อนี้ได้ในช่วงปีเลือกตั้งประธานาธิบดี College ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงมหาวิทยาลัย แต่ใช้ในความหมายเชิงสถาบัน คือกลุ่มบุคคลที่จัดตั้งขึ้นและมีหน้าที่ทางการร่วมกัน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ Electoral College หมายถึงอะไร

  1. มหาวิทยาลัยที่สอนกฎหมายการเลือกตั้ง
  2. ระบบของสหรัฐฯ ที่ผู้เลือกตั้งซึ่งได้รับการแต่งตั้งลงคะแนนอย่างเป็นทางการเพื่อเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี
  3. คณะกรรมการของมหาวิทยาลัยที่จัดการรณรงค์ทางการเมือง
ดูคำตอบ

ระบบของสหรัฐฯ ที่ผู้เลือกตั้งซึ่งได้รับการแต่งตั้งลงคะแนนอย่างเป็นทางการเพื่อเลือกประธานาธิบดีและรองประธานาธิบดี

การใช้คำ

presidential election years: ปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี

ในประโยคนี้ presidential election years หมายถึงปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี รูปพหูพจน์ years จัดปีประเภทนี้จากวาระการเลือกตั้งหลายรอบไว้เป็นกลุ่มเดียวกัน ไม่ได้หมายถึงทุกปีตลอดวาระของประธานาธิบดีคนหนึ่ง วลีนี้กำหนดกรอบเวลา โดยผู้คนมีแนวโน้มจะได้ยินเรื่องคณะผู้เลือกตั้งมากเป็นพิเศษในช่วงปีเลือกตั้งเหล่านั้น รูปแบบนี้ยังนำไปใช้บอกได้ว่าประเด็นหนึ่งได้รับความสนใจมากขึ้นเมื่อใด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดี: Political advertising increases during ____.

ดูคำตอบ

presidential election years

But what exactly is the Electoral College? ลำดับความ

0:20

แต่คณะผู้เลือกตั้งคืออะไรกันแน่?

ลำดับความ

What exactly is ...?: ... คืออะไรกันแน่

What exactly is X? ใช้ขอคำจำกัดความของ X ที่ชัดเจนและแม่นยำ Exactly สื่อว่าคำอธิบายกว้าง ๆ หรือการเพียงแค่จำชื่อได้ยังไม่เพียงพอ ในที่นี้ But เปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่ว่าหลายคนเคยได้ยินชื่อนี้ ไปสู่คำถามว่าสิ่งนั้นแท้จริงแล้วคืออะไร โครงสร้างนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายได้ โดยแนะนำคำศัพท์ก่อน แล้วใช้ What exactly is ...? เพื่อเริ่มให้คำจำกัดความ

แบบฝึกหัด

ใช้ exactly และลำดับคำของคำถามตรงที่ถูกต้อง: What ____ dark matter?

ดูคำตอบ

exactly is

Simply said, ลำดับความ

0:22

พูดง่ายๆ ก็คือ

ลำดับความ

Simply said, ในฐานะสัญญาณก่อนคำอธิบายแบบง่าย

Simply said, ทำหน้าที่เป็นคำบอกสัญญาณในการเรียบเรียงคำพูด ประโยคนี้บอกผู้ฟังว่าต่อไปจะเป็นคำอธิบายเรื่องที่ซับซ้อนในแบบสั้นและเข้าใจง่าย ความหมายใกล้เคียงกับ “พูดแบบง่าย ๆ” โดยช่วยจัดลำดับข้อมูลที่จะตามมา ไม่ได้เพิ่มเนื้อหาให้กับคำนิยามนั้นเอง

แบบฝึกหัด

ในคำบรรยาย Simply said, บอกอะไรแก่ผู้ฟัง?

  1. หมายความว่าผู้พูดให้รายละเอียดทั้งหมดไปแล้ว
  2. บอกว่าหัวข้อนี้ไม่จำเป็นต้องอธิบาย
  3. บอกว่าต่อไปจะเป็นคำอธิบายแบบง่าย
ดูคำตอบ

บอกว่าต่อไปจะเป็นคำอธิบายแบบง่าย

it is a group of people

0:24

เป็นกลุ่มคน

appointed by each state ไวยากรณ์

0:25

ที่ได้รับการแต่งตั้งจากแต่ละรัฐ

who formally elect the president ไวยากรณ์

0:26

ผู้ซึ่งทำหน้าที่เลือกตั้งประธานาธิบดี

and vice president of the United States.

0:27

และรองประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกาอย่างเป็นทางการ

ไวยากรณ์

appointed by each state ในฐานะอนุประโยคขยายแบบลดรูป

appointed by each state เป็นวลี past participle ที่วางไว้หลัง people วลีนี้บอกว่าบุคคลเหล่านั้นได้รับการคัดเลือกอย่างไร กล่าวคือแต่ละรัฐเป็นผู้แต่งตั้งพวกเขา รูปเต็มของอนุประโยคขยายคือ people who are appointed by each state โครงสร้างหลักของประโยคคือ it is a group of people ส่วน appointed ไม่ใช่กริยาหลัก อนุประโยคขยายรูปถูกกระทำแบบลดรูปนี้เป็นโครงสร้างกระชับที่พบได้บ่อยในคำนิยามและคำอธิบายที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยอนุประโยคขยายรูปถูกกระทำแบบลดรูปโดยใช้ appoint: The panel members ____ the university will serve for one year.

ดูคำตอบ

appointed by

ไวยากรณ์

who formally elect: อนุประโยคขยายที่บอกหน้าที่อย่างเป็นทางการ

อนุประโยคขยาย who formally elect ขยายคำว่า people และบอกหน้าที่อย่างเป็นทางการของคนกลุ่มนี้ คำว่า who อ้างถึง people ซึ่งเป็นพหูพจน์ ไม่ได้อ้างถึง each state ดังนั้นจึงใช้ elect ไม่ใช่ elects ในที่นี้ formally หมายถึงการดำเนินการตามกระบวนการอย่างเป็นทางการที่กฎหมายกำหนด จึงต่างจากการเพียงแสดงความชอบว่าจะลงคะแนนให้ใคร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคขยายได้ถูกต้องเพื่อบอกหน้าที่อย่างเป็นทางการของคนกลุ่มหนึ่งที่เป็นพหูพจน์

  1. The delegates are the people who formally elect the chair.
  2. The delegates are the people which formally elect the chair.
  3. The delegates are the people who formally elects the chair.
ดูคำตอบ

The delegates are the people who formally elect the chair.

To understand how this process began ไวยากรณ์

0:30

เพื่อให้เข้าใจว่ากระบวนการนี้เริ่มต้นขึ้นได้อย่างไร

and how it continues today,

0:32

และดำเนินมาจนถึงปัจจุบันอย่างไร

we can look at the Constitution วลี

0:34

เราสามารถดูได้จากรัฐธรรมนูญ

ไวยากรณ์

To understand how ... and how ...: จุดประสงค์และอนุประโยคคู่ขนาน

To understand ... เป็นวลี infinitive ที่บอกจุดประสงค์ โดยอธิบายว่าทำไมผู้พูดจึงเสนอให้ศึกษารัฐธรรมนูญ นั่นคือการทำเช่นนั้นจะช่วยอธิบายกระบวนการนี้ อนุประโยค how this process began และ how it continues today เชื่อมกันด้วย and และทั้งคู่เติมความหมายให้ understand อนุประโยคเหล่านี้เป็นคำถามทางอ้อม จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า this process began และ it continues ไม่ใช่ลำดับคำแบบคำถามตรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ infinitive บอกจุดประสงค์และตามด้วยคำถามทางอ้อมสองส่วนที่วางขนานกันได้ถูกต้อง

  1. To understand how does the system work and how has it changed, we can examine the records.
  2. For understand how the system works and how it has changed, we can examine the records.
  3. To understand how the system works and how it has changed, we can examine the records.
ดูคำตอบ

To understand how the system works and how it has changed, we can examine the records.

วลี

look at the Constitution: การเปิดดูแหล่งข้อมูลเพื่อพิจารณา

ในที่นี้ look at the Constitution หมายถึงการเปิดดูและพิจารณารัฐธรรมนูญในฐานะแหล่งข้อมูลสำหรับใช้อธิบาย ไม่ได้หมายถึงเพียงแค่หันสายตาไปมองเอกสารนั้น โครงสร้าง look at + แหล่งข้อมูล เช่น ข้อมูล หลักฐาน หรือรายงาน สามารถหมายถึงการพิจารณาเนื้อหาเพื่อทำความเข้าใจหรือวิเคราะห์เรื่องหนึ่งได้ ความหมายว่าศึกษาอย่างรอบคอบมาจากบริบท ส่วน look at เองเป็นทางการน้อยกว่า examine

แบบฝึกหัด

ใน "Let's look at the evidence before deciding," คำว่า look at หมายถึงอะไร

  1. หาว่าหลักฐานถูกเก็บไว้ที่ใด
  2. เปิดดูและพิจารณาหลักฐาน
  3. เพียงหันสายตาไปที่หลักฐานโดยไม่พิจารณาเนื้อหา
ดูคำตอบ

เปิดดูและพิจารณาหลักฐาน

of the United States.

0:35

ของสหรัฐอเมริกา

Article 2, วัฒนธรรม

0:37

มาตราที่ 2

section 1,

0:38

ส่วนที่ 1

clause 2 of the Constitution.

0:39

วรรค 2 ของรัฐธรรมนูญ

วัฒนธรรม

Article 2, section 1, clause 2: ตัวระบุตำแหน่งแบบลำดับชั้นในเอกสารกฎหมาย

Article 2, section 1, clause 2 เป็นตัวระบุตำแหน่งแบบลำดับชั้นในเอกสารกฎหมาย โดยเริ่มจากหน่วยใหญ่คือ Article 2 แล้วแคบลงไปที่ Section 1 ภายใน Article นั้น และต่อไปยัง Clause 2 ภายใน Section ดังกล่าว ในประโยคนี้ ตัวระบุตำแหน่งชี้ไปยังส่วนหนึ่งโดยเฉพาะของรัฐธรรมนูญสหรัฐฯ คำว่า Article ในที่นี้เป็นหน่วยโครงสร้างของเอกสารกฎหมาย ไม่ได้หมายถึงบทความในหนังสือพิมพ์หรือเว็บไซต์

แบบฝึกหัด

"Article 2, section 1, clause 2" ทำหน้าที่อะไรในการอ้างอิงกฎหมาย

  1. ระบุชื่อเอกสารกฎหมายสามฉบับแยกกัน
  2. ระบุประโยคที่สองของบทความออนไลน์
  3. ระบุตำแหน่งให้แคบลงจาก Article 2 ไปยัง Section 1 แล้วจึง Clause 2
ดูคำตอบ

ระบุตำแหน่งให้แคบลงจาก Article 2 ไปยัง Section 1 แล้วจึง Clause 2

It specifies how many electors ไวยากรณ์

0:41

ซึ่งระบุว่ามีผู้เลือกตั้งจำนวนเท่าใด

each state is entitled to have. การใช้คำ

0:43

ที่แต่ละรัฐมีสิทธิ์ที่จะมี

ไวยากรณ์

specifies how many ...: การระบุจำนวนด้วยคำถามทางอ้อม

รูปแบบที่เน้นไว้หมายความว่าเอกสารหรือบทบัญญุระบุจำนวนผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีไว้อย่างแน่นอน specify เป็นทางการและเจาะจงกว่า say โดยแสดงว่ารายละเอียดนั้นถูกกำหนดหรือแจกแจงไว้อย่างชัดเจน ข้อความที่ขึ้นต้นด้วย how many เป็นคำถามทางอ้อมซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรมของ specifies คำถามทางอ้อมใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า คือ how many electors each state is entitled to have ไม่ใช่ how many electors is each state entitled to have

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ specifies ตามด้วยคำถามทางอ้อมที่ขึ้นต้นด้วย how many: The safety guide ____ passengers each boat can carry.

ดูคำตอบ

specifies how many

การใช้คำ

is entitled to have: สิทธิอย่างเป็นทางการตามกฎ

วลีที่เน้นไว้หมายความว่าแต่ละรัฐมีสิทธิ์ตามกฎที่ใช้บังคับในการมีผู้เลือกตั้งประธานาธิบดีจำนวนหนึ่ง วลีนี้กล่าวถึงสิทธิอย่างเป็นทางการ ไม่ใช่จำนวนที่รัฐต้องการ และไม่จำเป็นต้องหมายความว่ารัฐมีบุคคลเหล่านั้นอยู่แล้วจริง ๆ โครงสร้างคือ be entitled to + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ to นำหน้ารูป infinitive ดังนั้น have จึงคงรูปพื้นฐานไว้ ในความหมายเกี่ยวกับสิทธินี้ entitled เป็นคำที่เป็นกลาง ไม่ได้มีความหมายเชิงตำหนิแบบ an entitled person ซึ่งหมายถึงคนที่คาดหวังการปฏิบัติเป็นพิเศษทั้งที่ไม่สมควรได้รับ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ be entitled to + have: Under the plan, each member ____ one free ticket.

ดูคำตอบ

is entitled to have

Since 1964, ไวยากรณ์

0:45

ตั้งแต่ปี 1964

there have been 538 electors

0:47

มีผู้เลือกตั้งจำนวน 538 คน

in each presidential election.

0:49

ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีแต่ละครั้ง

ไวยากรณ์

Since 1964, there have been ...: เชื่อมจุดเริ่มต้นในอดีตกับปัจจุบัน

Since 1964 กำหนดให้ปี 1964 เป็นจุดเริ่มต้น และขยายช่วงเวลามาจนถึงปัจจุบันที่กำลังกล่าวถึง จึงใช้รูป present perfect คือ there have been ประโยคนี้หมายความว่าในการเลือกตั้งประธานาธิบดีทุกครั้งตลอดช่วงเวลาดังกล่าว มีจำนวนรวม 538 คน ไม่ได้กล่าวถึงเฉพาะปี 1964 เท่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Since + จุดเวลาในอดีต, there has/have been ... ใช้ has กับคำนามเอกพจน์ และใช้ have กับคำนามพหูพจน์ โดย 538 electors เป็นพหูพจน์ จึงใช้ have

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้าง there be ในรูป present perfect ให้สมบูรณ์: Since 2010, there ____ several changes to the law.

ดูคำตอบ

have been

How did they decide on the number 538? วลี

0:51

พวกเขาตัดสินใจเลือกตัวเลข 538 ได้อย่างไร?

วลี

decide on the number: การเลือกตัวเลือกสุดท้าย

Decide on the number หมายถึงการเลือกตัวเลขนั้นเป็นตัวเลือกสุดท้ายหลังจากพิจารณาความเป็นไปได้ต่าง ๆ แล้ว บุพบท on เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง decide on + คำนาม และในที่นี้ไม่ได้บอกตำแหน่ง ใช้ decide on หน้าสิ่งที่ถูกเลือก เช่น ตัวเลข วันที่ สถานที่ หรือแผน คำถามนี้ถามว่าเลข 538 ถูกเลือกมาอย่างไร ไม่ได้เพียงถามว่ามีใครตัดสินใจหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมวลีเป้าหมายที่หมายถึง “เลือกหลังจากพิจารณาตัวเลือกแล้ว”: We need to ____ a date by Friday.

ดูคำตอบ

decide on

Well,

0:54

อืม

the number of electors is equal วลี

0:54

จำนวนผู้เลือกตั้งจะเท่ากับ

to the total voting membership of the United States Congress. การใช้คำ

0:56

สมาชิกที่มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงทั้งหมดของรัฐสภาสหรัฐอเมริกา

วลี

is equal to: ระบุความเท่ากันของตัวเลขอย่างสมบูรณ์

ในโครงสร้าง A is equal to B วลี is equal to ระบุว่า A และ B มีค่าเชิงตัวเลขเท่ากันทุกประการ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกว่าจำนวนคณะผู้เลือกตั้งตรงกับจำนวนรวมของสมาชิกรัฐสภาที่มีสิทธิออกเสียงในเชิงตัวเลข ส่วนที่ตามหลัง to คือค่า ปริมาณ หรือยอดรวมที่นำมาเทียบว่าเท่ากับ A คำกริยา be เปลี่ยนรูปตามประธาน เช่น is equal to, are equal to และ was equal to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปสามคำของ be equal to ที่สอดคล้องกับประธานเอกพจน์: The number of available tickets ____ the number of confirmed guests.

ดูคำตอบ

is equal to

การใช้คำ

voting membership: สมาชิกที่มีสิทธิออกเสียง

ในภาษาทางการของสถาบัน voting membership หมายถึงสมาชิกที่มีสิทธิลงคะแนนอย่างเป็นทางการ โดยมองเป็นกลุ่มหรือเป็นจำนวนรวม ในประโยคนี้ total voting membership หมายถึงจำนวนของสมาชิกเหล่านั้นอย่างชัดเจน ไม่ใช่สถานะเชิงนามธรรมของการเป็นสมาชิกรัฐสภา Voting จำกัดขอบเขตความหมายของ membership ผู้ที่เกี่ยวข้องกับสถาบันแต่ไม่มีสิทธิออกเสียงจะไม่ถูกรวมไว้ ดังนั้น voting membership ของสถาบันอาจไม่เท่ากับจำนวนทุกคนที่ทำงานในสถาบันหรือมีความเกี่ยวข้องกับสถาบัน

แบบฝึกหัด

คณะกรรมการหนึ่งมีสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียง 12 คน ที่ปรึกษาที่ไม่มีสิทธิออกเสียง 3 คน และเจ้าหน้าที่ 2 คน กฎข้อหนึ่งกล่าวถึงครึ่งหนึ่งของ voting membership คำว่า voting membership หมายถึงกลุ่มใด

  1. สมาชิก 12 คนที่มีสิทธิออกเสียง
  2. ที่ปรึกษา 3 คนที่ไม่มีสิทธิออกเสียง
  3. ผู้เกี่ยวข้องกับคณะกรรมการทั้ง 17 คน
ดูคำตอบ

สมาชิก 12 คนที่มีสิทธิออกเสียง

435 representatives

0:59

สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 435 คน

plus 100 senators

1:01

บวกกับสมาชิกวุฒิสภา 100 คน

and three electors from the District of Columbia. วัฒนธรรม

1:03

และผู้เลือกตั้ง 3 คนจากเขตโคลัมเบีย

วัฒนธรรม

the District of Columbia: เขตสหพันธ์ที่เป็นเมืองหลวงของสหรัฐฯ

the District of Columbia ซึ่งมักเรียกว่า Washington, D.C. เป็นเขตสหพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นเมืองหลวงของสหรัฐฯ ไม่ใช่มลรัฐ และคำว่า Columbia ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงประเทศ Colombia หรือโคลอมเบีย แม้จะไม่ใช่มลรัฐ แต่เขตนี้ได้รับการจัดสรรสมาชิกคณะผู้เลือกตั้ง 3 คนในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ด้วยเหตุนี้ เมื่อนับสมาชิกคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด 538 คน จึงต้องนำ 3 คนนี้ไปรวมกับจำนวนที่มาจากสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 435 คนและวุฒิสมาชิก 100 คน

แบบฝึกหัด

ในประโยคนี้ the District of Columbia หมายถึงอะไร

  1. เขตสหพันธ์ที่เป็นเมืองหลวงของสหรัฐฯ และมีสมาชิกคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี 3 คน
  2. มลรัฐแห่งหนึ่งของสหรัฐฯ บนชายฝั่งตะวันตก
  3. เขตการปกครองในประเทศ Colombia ของทวีปอเมริกาใต้
ดูคำตอบ

เขตสหพันธ์ที่เป็นเมืองหลวงของสหรัฐฯ และมีสมาชิกคณะผู้เลือกตั้งประธานาธิบดี 3 คน

Essentially, ลำดับความ

1:05

โดยพื้นฐานแล้ว

ลำดับความ

Essentially: เปลี่ยนจากรายละเอียดไปสู่ประเด็นหลัก

เมื่ออยู่ต้นคำอธิบาย Essentially เป็นคำบอกบทบาททางวาทกรรมที่หมายความว่า “ถ้าตัดรายละเอียดที่สำคัญน้อยกว่าออกไป ประเด็นหลักก็คือสิ่งนี้” คำนี้ครอบคลุมข้อความทั้งหมดที่ตามมา ไม่ได้ขยายเพียงคำกริยาคำเดียว ในที่นี้ คำนี้ส่งสัญญาณว่าเนื้อหากำลังเปลี่ยนจากตัวเลขก่อนหน้าไปสู่คำอธิบายที่เรียบง่ายขึ้นเกี่ยวกับการทำงานของระบบ คุณสามารถใช้คำนี้เมื่อต้องการสรุปกลไกหลักของกระบวนการที่ซับซ้อนได้เช่นกัน

แบบฝึกหัด

การใช้ Essentially ข้อใดใช้เปิดบทสรุปของกลไกหลักได้อย่างถูกต้อง

  1. หลังจากอธิบายรายละเอียดทางเทคนิคจำนวนมาก ผู้พูดกล่าวว่า “Essentially, the device filters dirty water.”
  2. เพื่อเน้นว่าข้อยกเว้นเล็ก ๆ ทุกข้อมีความสำคัญ ผู้พูดเริ่มรายการด้วย Essentially
  3. เพื่อเปลี่ยนไปยังเรื่องที่ไม่เกี่ยวข้อง ผู้พูดกล่าวว่า “Essentially, my favorite color is green.”
ดูคำตอบ

หลังจากอธิบายรายละเอียดทางเทคนิคจำนวนมาก ผู้พูดกล่าวว่า “Essentially, the device filters dirty water.”

the Democratic candidate วัฒนธรรม

1:06

ผู้สมัครจากพรรคเดโมแครต

and Republican candidate

1:07

และผู้สมัครจากพรรครีพับลิกัน

วัฒนธรรม

Democratic candidate ... Republican candidate ในฐานะชื่อระบุพรรคของสหรัฐฯ

ในการรายงานข่าวการเลือกตั้งของสหรัฐฯ Democratic candidate หมายถึงผู้สมัครของพรรคเดโมแครต ส่วน Republican candidate หมายถึงผู้สมัครของพรรครีพับลิกัน ในที่นี้ Democratic และ Republican เป็นชื่อระบุพรรคการเมือง Democratic ไม่ได้หมายเพียงว่าคนนั้นสนับสนุนประชาธิปไตย และ Republican ก็ไม่ได้หมายเพียงว่าสนับสนุนระบอบสาธารณรัฐ

แบบฝึกหัด

ในข่าวการเลือกตั้งของสหรัฐฯ วลี 'the Democratic candidate and the Republican candidate' หมายถึงอะไร

  1. ผู้สมัครสองคนที่ต่างสนับสนุนประชาธิปไตยแต่ไม่ได้ระบุพรรค
  2. ผู้สมัครที่พรรคเดโมแครตเลือกและผู้สมัครที่พรรครีพับลิกันเลือก
  3. ผู้สมัครที่สนับสนุนประชาธิปไตยทางตรงและผู้สมัครที่สนับสนุนระบอบสาธารณรัฐ
ดูคำตอบ

ผู้สมัครที่พรรคเดโมแครตเลือกและผู้สมัครที่พรรครีพับลิกันเลือก

are each trying to add up the electors วลี

1:09

ต่างก็พยายามรวบรวมจำนวนผู้เลือกตั้ง

วลี

add up the electors: การคำนวณยอดรวม

ในประโยคนี้ add up เป็นกริยาสกรรม โดย add up the electors หมายถึงนับจำนวนผู้เลือกตั้งที่ผู้สมัครได้รับจากผลการเลือกตั้งของแต่ละรัฐ แล้วคำนวณยอดรวม กรรม the electors ระบุว่าสิ่งที่กำลังนับคืออะไร รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับตัวเลข คะแนน เสียงเลือกตั้ง หรือค่าใช้จ่ายได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึง “คำนวณยอดรวม”: After the final round, please ____ the points for each team.

ดูคำตอบ

add up

in every state

1:11

ในทุกๆ รัฐ

so that they surpass 270 electoral votes ไวยากรณ์

1:12

เพื่อให้คะแนนทะลุ 270 เสียงของคณะผู้เลือกตั้ง

or just over half the 538 votes วลี

1:15

หรือแค่เกินครึ่งหนึ่งของ 538 เสียง

วลี

just over half: มากกว่า 50% เล็กน้อย

Just over half หมายถึงมากกว่า 50% เล็กน้อย ในที่นี้ just จำกัดว่าจำนวนดังกล่าวสูงกว่าครึ่งหนึ่งเพียงใด ไม่ได้หมายความว่าจำนวนนั้นไม่สำคัญ ใน half the 538 votes คำว่า half วางไว้หน้ากลุ่มคำนามได้โดยตรง และมีความหมายเท่ากับ half of the 538 votes เนื่องจากครึ่งหนึ่งของ 538 คือ 269 ดังนั้น 270 จึงมากกว่าครึ่งหนึ่งเพียงเล็กน้อย

แบบฝึกหัด

เติมรายงานด้วยสำนวนภาษาอังกฤษสามคำที่หมายถึงมากกว่า 50% เล็กน้อย: ____ of the members voted in favor.

ดูคำตอบ

Just over half

and win the presidency. วลี

1:18

และคว้าตำแหน่งประธานาธิบดี

ไวยากรณ์

so that they surpass 270 electoral votes: การบอกจุดประสงค์

ในประโยคนี้ so that นำเข้าสู่เป้าหมายของความพยายามของผู้สมัคร กล่าวคือ พวกเขาพยายามรวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้งให้มากพอที่จะเกิน 270 คะแนน ในที่นี้จึงหมายถึง “เพื่อให้” ไม่ใช่เพียง “ดังนั้น” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ การกระทำ + so that + ประธาน + กริยา โครงสร้างนี้เชื่อมการกระทำหรือกลยุทธ์ที่ตั้งใจทำกับผลลัพธ์ที่ต้องการให้เกิดขึ้น ในบริบทอื่น so that อาจนำเข้าสู่ผลลัพธ์ได้ แต่ trying ทำให้ความหมายด้านจุดประสงค์ชัดเจนในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

so that they surpass 270 electoral votes ในตัวอย่างบอกอะไร?

  1. เป้าหมายที่ต้องการจากการรวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง
  2. ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ
  3. การเปรียบต่างระหว่างระบบเลือกตั้งสองระบบ
ดูคำตอบ

เป้าหมายที่ต้องการจากการรวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง

วลี

win the presidency: ชนะตำแหน่งประธานาธิบดี

Win the presidency หมายถึงชนะการเลือกตั้งและได้ตำแหน่งประธานาธิบดี คำว่า presidency ใช้เรียกตำแหน่งหรือสถานะ ไม่ได้หมายถึงบุคคลที่ดำรงตำแหน่งนั้น นี่เป็นคำที่ใช้คู่กันอย่างเป็นธรรมชาติในบริบทการเมือง เมื่อมองผลลัพธ์ว่าเป็นชัยชนะในการเลือกตั้ง ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีและอาจ win the presidency ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกถึงการชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีได้เป็นธรรมชาติที่สุด

  1. She hopes to get the president position in the next election.
  2. She hopes to win the presidency in the next election.
  3. She hopes to win the president in the next election.
ดูคำตอบ

She hopes to win the presidency in the next election.

So how do states even get electoral votes? ลำดับความ

1:19

แล้วรัฐต่างๆ จะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งมาได้อย่างไร?

ลำดับความ

So how do states even get ...?: คำถามเชื่อมไปสู่ประเด็นถัดไป

So เชื่อมคำถามนี้กับประเด็นที่เพิ่งอธิบายและบอกว่าคำอธิบายกำลังไปสู่ขั้นถัดไป ผู้พูดเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่ว่าผู้สมัครต้องมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ไปสู่คำถามว่าคะแนนของแต่ละรัฐมาจากไหน Even เพิ่มน้ำหนักแบบ “มันทำงานได้อย่างไรกันแน่” ทำให้กลไกนี้เป็นเรื่องพื้นฐานแต่ไม่ได้ชัดเจนในตัวเองและควรอธิบาย ในที่นี้ไม่ได้หมายความว่ารัฐได้รับคะแนน “ด้วย” หรือเป็นสิ่งเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

'So how do states even get electoral votes?' ทำหน้าที่อะไรในคำอธิบาย

  1. เชื่อมกับประเด็นก่อนหน้าและเปิดคำถามถัดไปเกี่ยวกับที่มาของคะแนน
  2. อ้างว่ารัฐต่าง ๆ ได้รับคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเป็นรางวัลพิเศษที่ไม่คาดคิด
  3. ถามว่ารัฐใดมีคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมากที่สุด
ดูคำตอบ

เชื่อมกับประเด็นก่อนหน้าและเปิดคำถามถัดไปเกี่ยวกับที่มาของคะแนน

Each state receives a particular number of electors

1:23

แต่ละรัฐจะได้รับจำนวนผู้เลือกตั้งที่เฉพาะเจาะจง

based on population size. วลี

1:25

อิงตามขนาดประชากร

วลี

based on population size: การระบุเกณฑ์ของการตัดสินใจ

based on population size หมายถึง “ใช้ขนาดประชากรเป็นเกณฑ์” ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวอธิบายว่าอะไรเป็นตัวกำหนดจำนวนผู้แทนเลือกตั้งที่แต่ละรัฐได้รับ โครงสร้าง based on + นามวลี ใช้ระบุข้อมูล หลักฐาน หรือกฎที่เป็นพื้นฐานของการตัดสินใจ การคำนวณ หรือการจัดประเภท ไม่ได้หมายถึงสถานที่หรือฐานทางกายภาพ

แบบฝึกหัด

ใช้วลีที่เน้นไว้เติมประโยคให้สมบูรณ์: The number of council seats is determined ____.

ดูคำตอบ

based on population size

The census is conducted every 10 years, การใช้คำ

1:27

การสำรวจสำมะโนประชากรจะจัดขึ้นทุกๆ 10 ปี

การใช้คำ

census is conducted every 10 years: การใช้รูป passive แบบเป็นทางการ

census คือการนับประชากรอย่างเป็นทางการ ในที่นี้ is conducted เป็นรูป passive ของ conduct ใน present simple และหมายถึง “ถูกดำเนินการ” การใช้ passive ทำให้จุดเน้นอยู่ที่สำมะโนประชากรในฐานะกระบวนการสาธารณะที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ไม่ใช่องค์กรที่เป็นผู้ดำเนินการ every 10 years ระบุช่วงเวลา หมายถึงกระบวนการนี้เกิดขึ้นหนึ่งครั้งในทุกช่วงสิบปี

แบบฝึกหัด

ใช้รูป present simple passive ของ conduct: The safety inspection ____ every six months.

ดูคำตอบ

is conducted

so every time the census happens, ไวยากรณ์

1:30

ดังนั้นทุกครั้งที่มีการสำรวจสำมะโนประชากร

states might gain วลี

1:32

รัฐต่างๆ อาจได้เพิ่ม

or lose a few electoral votes.

1:33

หรือเสียคะแนนคณะผู้เลือกตั้งบางส่วน

ไวยากรณ์

every time the census happens: เงื่อนไขด้านเวลาที่เกิดซ้ำ

โครงสร้าง every time + ประโยคย่อย หมายถึง “ทุกครั้งที่เหตุการณ์ในประโยคย่อยนั้นเกิดขึ้น” ในที่นี้ every time the census happens ใช้บอกเงื่อนไขด้านเวลาที่เกิดซ้ำ โดยการสำรวจสำมะโนประชากรแต่ละครั้งอาจทำให้จำนวนคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเปลี่ยนไป ประโยคย่อยหลัง every time มีประธานและกริยาของตัวเอง คือ the census happens ไม่ต้องเติม when หลัง every time ในบริบทนี้ happens หมายถึง “มีการดำเนินการ” ตามกระบวนการที่เกิดขึ้นเป็นประจำ ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ every time ได้ถูกต้องเพื่อบอกเงื่อนไขด้านเวลาที่เกิดซ้ำ

  1. Every time the schedule changes, we update the website.
  2. Every time when the schedule changes, we update the website.
  3. Every the schedule changes, we update the website.
ดูคำตอบ

Every time the schedule changes, we update the website.

วลี

gain or lose: สองทิศทางของการเปลี่ยนแปลงปริมาณ

gain or lose แสดงความเป็นไปได้ของการเปลี่ยนแปลงปริมาณในสองทิศทางที่ตรงข้ามกัน คือปริมาณอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง ในประโยคนี้ กริยาทั้งสองใช้กรรมร่วมกันคือ a few electoral votes จึงหมายความว่าแต่ละรัฐอาจได้คะแนนเพิ่มหรือเสียคะแนนบางส่วนไป gain or lose + คำนาม ใช้ได้เมื่อการเปลี่ยนแปลงทั้งสองทิศทางมีโอกาสเกิดขึ้น เช่น gain or lose seats, points, customers หรือ money ในที่นี้ gain หมายถึงจำนวนที่เพิ่มขึ้น ไม่ได้หมายถึงการได้รับประสบการณ์หรือประโยชน์เชิงนามธรรมอย่างอื่น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างเป็นธรรมชาติว่าจำนวนที่นั่งอาจเพิ่มขึ้นหรือลดลง

  1. The party could gain or lose several seats.
  2. The party could grow or miss several seats.
  3. The party could receive or disappear several seats.
ดูคำตอบ

The party could gain or lose several seats.

Let's say you're a voter in California, ลำดับความ

1:35

สมมติว่าคุณเป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งในแคลิฟอร์เนีย

a state with 55 electoral votes. ไวยากรณ์

1:37

รัฐที่มีคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 55 เสียง

ลำดับความ

Let's say you're... สำหรับตั้งสถานการณ์สมมติ

ในที่นี้ Let's say you're... หมายถึง “สมมติว่าคุณเป็น...” ใช้ตั้งสถานการณ์ในจินตนาการ ไม่ได้ขอให้ผู้ฟังพูดอะไรจริง ๆ กรอบนี้ช่วยเปลี่ยนจากแนวคิดทั่วไปไปสู่ตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมสำหรับใช้อธิบายหรือให้เหตุผล รูปแบบทั่วไปคือ Let's say + อนุประโยคที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ประโยคขึ้นต้นใดชวนให้ผู้ฟังจินตนาการถึงกรณีสมมติได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Tell everyone you have fifty dollars to spend on dinner.
  2. Say out loud that you have fifty dollars to spend on dinner.
  3. Let's say you have fifty dollars to spend on dinner.
ดูคำตอบ

Let's say you have fifty dollars to spend on dinner.

ไวยากรณ์

a state with 55 electoral votes: ใช้ with เพิ่มคุณลักษณะให้คำนาม

คำว่า a state with 55 electoral votes อยู่หลัง California และเพิ่มข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสถานที่นี้ เป็นนามวลีซ้อนเพื่ออธิบายเพิ่มเติม โดย a state ใช้คำนามอีกคำเรียก California ส่วน with 55 electoral votes บอกคุณลักษณะหนึ่งของรัฐ ในโครงสร้าง คำนาม + with + ลักษณะหรือจำนวน คำว่า with มักหมายถึง “ที่มี” หรือ “ที่ประกอบด้วย” โครงสร้างนี้ช่วยขยายคำนามอย่างกระชับ เช่น a room with two windows และไม่ได้หมายถึงการถือหรือพกบางสิ่งจริง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำบุพบทที่เพิ่มลักษณะให้คำนาม room: We booked a room ____ two large windows.

ดูคำตอบ

with

If your candidate wins in California, ไวยากรณ์

1:40

ถ้าผู้สมัครของคุณชนะในแคลิฟอร์เนีย

they get all 55 of the state's electoral votes.

1:42

พวกเขาก็จะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของรัฐนั้นไปทั้งหมด 55 เสียง

ไวยากรณ์

If your candidate wins ... they get all 55: ประโยคเงื่อนไขที่ใช้บอกกฎ

ในประโยคนี้ If your candidate wins เป็นเงื่อนไข ส่วน they get all 55 เป็นผลที่ตามมาตามกติกาการเลือกตั้ง ทั้งสองอนุประโยคใช้ simple present เพราะผู้พูดกำลังอธิบายว่าระบบทำงานอย่างไร ไม่ได้เล่าถึงการเลือกตั้งครั้งหนึ่งที่จบไปแล้ว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ If + simple present, simple present มักใช้บอกกฎ ขั้นตอน และผลที่คาดหมายได้ ในที่นี้ they แบบเอกพจน์อ้างกลับไปที่ candidate และ all 55 หมายถึงคะแนนคณะผู้เลือกตั้งครบทั้ง 55 เสียง ไม่ใช่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมด

แบบฝึกหัด

ใช้ reach และ win ในรูป simple present เพื่อเติมกติกาเกมนี้ให้สมบูรณ์: If a player ____ the final square, they ____ the game.

ดูคำตอบ

reaches · win

If your candidate loses,

1:45

ถ้าผู้สมัครของคุณแพ้

they get none.

1:47

พวกเขาก็จะไม่ได้เลยสักเสียง

This is why many presidential candidates ลำดับความ

1:48

นี่คือเหตุผลที่ว่าทำไมผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีหลายคน

ลำดับความ

This is why: เชื่อมเหตุผลที่กล่าวก่อนหน้ากับผลลัพธ์

This is why อ้างกลับไปยังข้อเท็จจริง กฎ หรือคำอธิบายที่กล่าวมาก่อน แล้วจึงนำเสนอผลที่เกิดตามมา ในคำบรรยายนี้ This หมายถึงกติกาการเลือกตั้งที่อธิบายไว้ก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงรัฐที่เอ่ยชื่อในภายหลัง การจัดข้อมูลคือ บอกเหตุก่อน แล้วตามด้วย This is why + ผลลัพธ์ รูปแบบนี้ช่วยให้ผู้พูดเปลี่ยนจากคำอธิบายไปสู่ผลที่เกิดขึ้นจริงได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายสามคำที่อ้างกลับไปยังสาเหตุก่อนหน้า: The road is covered in ice. ____ the school is closed.

ดูคำตอบ

This is why

want to win states like Texas,

1:50

ถึงต้องการชนะในรัฐอย่างเท็กซัส

Florida,

1:52

ฟลอริดา

and New York.

1:53

และนิวยอร์ก

If you currently add up วลี

1:53

ถ้าคุณลองนำมารวมกันในตอนนี้

the electoral votes of those three states,

1:54

คะแนนคณะผู้เลือกตั้งของสามรัฐนั้น

you would have 96 electoral votes. ไวยากรณ์

1:57

คุณก็จะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 96 เสียง

วลี

add up the electoral votes: รวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง

ในประโยคนี้ add up the electoral votes หมายถึงการนำจำนวนคะแนนคณะผู้เลือกตั้งมาบวกกันเพื่อหาผลรวม ในที่นี้ add up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้และต้องมีกรรม ผู้ที่คำนวณเป็นประธาน ส่วนจำนวนที่นำมารวมเป็นกรรม ตัวเลขและผลรวม 96 ที่ระบุไว้ทำให้ชัดเจนว่าเป็นความหมายด้านการคำนวณ Add up ยังอาจหมายถึงสมเหตุสมผลได้ด้วย แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมกริยาวลีเป้าหมายที่หมายถึงการคำนวณผลรวมลงในคำสั่ง: To find the final cost, ____ the four prices.

ดูคำตอบ

add up

ไวยากรณ์

you would have: ผลลัพธ์ด้านจำนวนตามสมมติฐาน

ในอนุประโยคบอกผลนี้ you would have 96 electoral votes หมายถึงผลรวมที่คำนวณได้จะเท่ากับคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง 96 คะแนน คำว่า have ในที่นี้บอกจำนวนรวมที่ได้จากการคำนวณ ไม่ได้หมายถึงการครอบครองสิ่งของ Would แสดงว่าจำนวนรวมนั้นเป็นผลจากการคำนวณตามสถานการณ์สมมติ ไม่ได้ทำให้ผลลัพธ์กลายเป็นเหตุการณ์ในอดีต รูปแบบที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้คือ If + เงื่อนไขสมมติ, ประธาน + would have + จำนวน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดแสดงจำนวนสมมติในฐานะผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง

  1. If we combined the two groups, we would have thirty people.
  2. If we combined the two groups, we would had thirty people.
  3. If we would combine the two groups, we have thirty people.
ดูคำตอบ

If we combined the two groups, we would have thirty people.

Even if a candidate won North Dakota, ไวยากรณ์

1:59

ต่อให้ผู้สมัครคนหนึ่งชนะในนอร์ทดาโคตา

South Dakota,

2:02

เซาท์ดาโคตา

Montana,

2:03

มอนแทนา

Wyoming,

2:04

ไวโอมิง

Vermont,

2:05

เวอร์มอนต์

New Hampshire,

2:06

นิวแฮมป์เชียร์

Connecticut,

2:07

คอนเนตทิคัต

and West Virginia,

2:08

และเวสต์เวอร์จิเนีย

they would only gain 31 electoral วลี

2:09

พวกเขาจะได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเพียง 31

votes total from those eight states.

2:11

เสียงโดยรวมจากแปดรัฐนั้น

ไวยากรณ์

Even if: ยอมรับเงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

Even if ใช้เปิดเงื่อนไขเชิงยอมรับ กล่าวคือผู้พูดยอมรับว่าเงื่อนไขหนึ่งอาจเกิดขึ้น แล้วบอกว่าแม้เป็นเช่นนั้น ผลหลักก็ยังคงเดิม ในประโยคนี้ การชนะทั้งแปดรัฐฟังดูเป็นเรื่องใหญ่ แต่ก็ยังได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งเพียง 31 เสียง เมื่อเทียบกับ if ทั่วไป even if เน้นว่าแม้เงื่อนไขจะเป็นจริง ก็ยังไม่เพียงพอที่จะเปลี่ยนข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดยอมรับว่าถนนอาจมีรถหนาแน่น แต่บอกว่าผลเรื่องเวลาที่มาถึงจะไม่เปลี่ยนไป

  1. Because the road is busy, we will arrive before noon.
  2. Even if the road is busy, we will arrive before noon.
  3. If the road is busy, we may arrive after noon.
ดูคำตอบ

Even if the road is busy, we will arrive before noon.

วลี

would only gain: จำกัดผลลัพธ์ในสถานการณ์สมมติ

would แสดงผลของเงื่อนไขสมมติที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน only จำกัดจำนวนที่ผู้สมัครจะได้รับ ดังนั้น would only gain จึงหมายความว่าจะได้รับเพียงจำนวนที่ระบุ และนำเสนอว่า 31 เสียงเป็นผลที่น้อย จุดเน้นอยู่ที่จำนวนที่ได้รับมีจำกัด ไม่ใช่ประธาน they หากใช้ Only they would gain จะหมายความว่าไม่มีคนอื่นได้รับ มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่ได้รับ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายความว่าผลสมมติจำกัดอยู่ที่ 31 เสียง ไม่ใช่ว่าไม่มีคนอื่นได้รับคะแนนเสียงเลย

  1. Only they would gain 31 votes.
  2. They would only gain 31 votes.
ดูคำตอบ

They would only gain 31 votes.

Here is where it can get a little tricky. ลำดับความ

2:14

ตรงนี้คือจุดที่อาจจะมีความซับซ้อนขึ้นมาเล็กน้อย

ลำดับความ

Here is where ... gets a little tricky: สัญญาณว่าเข้าสู่ส่วนที่ยาก

Here is where... ไม่ได้ชี้ถึงสถานที่จริง แต่ใช้บอกจุดหนึ่งในคำอธิบายที่แนวคิดถัดไปเริ่มขึ้นหรือเริ่มมีความสำคัญ get a little tricky หมายถึงบางสิ่งเริ่มเข้าใจหรือจัดการได้ยากขึ้นเล็กน้อย ทั้งประโยคทำหน้าที่เป็นสัญญาณให้ตั้งใจมากขึ้น เพราะส่วนถัดไปอาจชวนสับสน ไม่ได้หมายความว่าอันตราย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดส่งสัญญาณอย่างเป็นธรรมชาติว่าคำอธิบายกำลังจะเข้าสู่ส่วนที่ยาก?

  1. Here is where the calculation gets a little tricky.
  2. Here is where the calculator is stored.
  3. The calculation was completed before the explanation began.
ดูคำตอบ

Here is where the calculation gets a little tricky.

On a rare occasion, วลี

2:16

ในโอกาสที่หาได้ยาก

วลี

On a rare occasion: กรณีพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว

On a rare occasion หมายถึงในเหตุการณ์ผิดปกติครั้งหนึ่ง หรือในเวลาที่บางสิ่งเกิดขึ้นไม่บ่อย ในที่นี้ occasion หมายถึงกรณีหรือเหตุการณ์หนึ่ง ไม่ใช่งานเฉลิมฉลอง เมื่ออยู่ต้นประโยค วลีนี้ทำให้สิ่งที่ตามมาถูกมองว่าเป็นข้อยกเว้นจากรูปแบบปกติ เครื่องหมายจุลภาคแยกกรอบสถานการณ์ที่ขึ้นต้นประโยคออกจากประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเน้นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่บ่อยเพียงครั้งเดียว แทนที่จะอธิบายรูปแบบทั่วไปที่เกิดขึ้นเป็นครั้งคราว?

  1. On rare occasions, the museum stays open past midnight.
  2. Every Friday, the museum stays open past midnight.
  3. On a rare occasion last year, the museum stayed open past midnight.
ดูคำตอบ

On a rare occasion last year, the museum stayed open past midnight.

like in the year 2000,

2:18

อย่างเช่นในปี 2000

someone can win the popular vote โน้ต

2:19

บางคนสามารถชนะคะแนนเสียงมหาชน (popular vote) ได้

วัฒนธรรม

popular vote: คะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงโดยตรง

popular vote หมายถึงคะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงโดยตรง หรือผลรวมของคะแนนเหล่านั้น ในศัพท์การเลือกตั้งนี้ popular หมายถึง “ของประชาชน” ไม่ได้บอกว่าผู้สมัครเป็นที่ชื่นชอบมากเพียงใด ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ผลรวมคะแนนเสียงประชาชนกับผลรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้งเป็นการนับคนละแบบ ตำแหน่งประธานาธิบดีตัดสินด้วยคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ดังนั้นการชนะ popular vote จึงไม่ได้หมายความว่าจะชนะตำแหน่งประธานาธิบดีเสมอไป

แบบฝึกหัด

ในบริบทการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ popular vote หมายถึงอะไร?

  1. คะแนนที่สมาชิกคณะผู้เลือกตั้งเท่านั้นเป็นผู้ลง
  2. คะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปลงโดยตรง
  3. ระดับความนิยมของผู้สมัครในผลสำรวจความคิดเห็น
ดูคำตอบ

คะแนนที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทั่วไปลงโดยตรง

but fail to gain 270 electoral votes.

2:21

แต่กลับได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งไม่ถึง 270 เสียง

ลำดับความ

win ... but fail to gain ...: เชื่อมผลลัพธ์ที่ขัดแย้งกัน

โครงสร้าง win ... but fail to ... วางผลลัพธ์สองอย่างที่ขัดแย้งกันไว้คู่กัน ส่วนแรกแสดงความสำเร็จตามเกณฑ์หนึ่ง จากนั้น but ชี้ว่าเป้าหมายที่สองไม่สำเร็จ โครงสร้างนี้จึงช่วยอธิบายผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจหรือขัดกับความคาดหมาย ในประโยคนี้ fail to gain 270 electoral votes หมายถึงได้คะแนนไม่ถึงเกณฑ์ชนะ 270 เสียง ไม่ได้หมายความว่าไม่ได้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งเลย รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ประสบความสำเร็จตามเกณฑ์ A แต่ไม่ผ่านข้อกำหนด B

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ fail to เพื่อแสดงว่าเป้าหมายที่สองไม่สำเร็จ: The team won the audience vote but ____ qualify for the final.

ดูคำตอบ

failed to

This means that the winner

2:24

นั่นหมายความว่าผู้ชนะ

may have won and collected their electoral votes ไวยากรณ์

2:25

อาจจะชนะและรวบรวมคะแนนคณะผู้เลือกตั้งของพวกเขาได้

by small margins, การใช้คำ

2:28

ด้วยส่วนต่างที่สูสี

ไวยากรณ์

may have won and collected: ความเป็นไปได้เกี่ยวกับอดีต

may have + กริยาช่อง 3 ใช้เสนอว่าเหตุการณ์ในอดีตอาจเกิดขึ้น ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นเรื่องแน่นอน ในที่นี้ may have won and collected เสนอว่าการชนะและการได้คะแนนเสียงคณะผู้เลือกตั้งเป็นคำอธิบายหนึ่งที่เป็นไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ยืนยันแล้ว may have เพียงชุดเดียวครอบคลุมกริยาช่อง 3 ที่เชื่อมกันทั้ง won และ collected โดยมีขอบเขตเท่ากับ may have won and may have collected คำว่า have ในที่นี้เป็นกริยาช่วยที่สร้างโครงสร้าง perfect ไม่ใช่กริยาหลักที่แปลว่า “มี”

แบบฝึกหัด

ใช้ may เพื่อแสดงความไม่แน่ใจเกี่ยวกับการกระทำที่เสร็จแล้วทั้งสองอย่าง: The researcher ____ found the error and corrected the final total.

ดูคำตอบ

may have

การใช้คำ

by small margins: ชนะด้วยส่วนต่างเพียงเล็กน้อย

by small margins หมายถึงผลของผู้ชนะกับผลของอีกฝ่ายต่างกันเพียงเล็กน้อย ในข่าวการเลือกตั้งและกีฬา margin หมายถึงส่วนต่างเชิงตัวเลขของคะแนนเสียง คะแนนการแข่งขัน หรือหน่วยวัดคล้ายกัน ไม่ใช่พื้นที่ว่างรอบหน้ากระดาษ คำบุพบท by ใช้นำหน้าขนาดของส่วนต่าง เช่น win by ten votes, win by two points หรือ win by a small margin การใช้ margins รูปพหูพจน์ในที่นี้ชี้ว่ามีชัยชนะแบบสูสีแยกกันในหลายการแข่งขันหรือหลายพื้นที่

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าชัยชนะในหลายเขตเป็นชัยชนะแบบสูสีทั้งหมด?

  1. They won several districts by small spaces.
  2. They won several districts in small margins.
  3. They won several districts by small margins.
ดูคำตอบ

They won several districts by small margins.

winning just enough states วลี

2:29

ด้วยการชนะในจำนวนรัฐที่มากพอ

with just enough electoral votes,

2:31

พร้อมกับคะแนนคณะผู้เลือกตั้งที่มากพอดี

วลี

just enough ... with just enough ...: ผ่านข้อกำหนดสองอย่างแบบพอดี

ในที่นี้ just enough หมายถึงมีจำนวนเท่าที่จำเป็นเพื่อให้ผ่านเงื่อนไข โดยแทบไม่เหลือหรือไม่เหลือเลย ไม่ได้หมายถึงมีจำนวนมาก วลีนี้ซ้ำกันในโครงสร้างคู่ขนานว่า just enough states with just enough electoral votes โดยครั้งแรกขยายจำนวนรัฐ และครั้งที่สองขยายคะแนนคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมด จึงเน้นว่าผลลัพธ์เกิดขึ้นแบบเฉียดเกณฑ์และแทบไม่มีส่วนเกิน

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกว่าเสบียงตอบสนองความต้องการสองอย่างได้พอดี โดยแทบไม่เหลือหรือไม่เหลือเลย?

  1. We did not bring enough food or water for the hike.
  2. We brought just enough food and just enough water for the hike.
  3. We brought plenty of food and water for the hike.
ดูคำตอบ

We brought just enough food and just enough water for the hike.

but the losing candidate

2:33

แต่ผู้สมัครที่แพ้

may have captured large voter margins การใช้คำ

2:34

อาจคว้าส่วนต่างคะแนนเสียงของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไว้ได้มาก

in the remaining states.

2:36

ในรัฐที่เหลือ

การใช้คำ

captured large voter margins: ได้เปรียบด้วยส่วนต่างคะแนนจำนวนมาก

ในรายงานการเมืองนี้ captured หมายถึงได้มาหรือคว้ามา ไม่ใช่จับสิ่งใดทางกายภาพ วลีนี้บอกว่าผู้สมัครมีส่วนต่างคะแนนชนะสูงในบางรัฐ margin คือผลต่างระหว่างคะแนนรวมของผู้สมัครคนหนึ่งกับคะแนนรวมของคู่แข่ง ดังนั้น large voter margins จึงหมายถึงการนำอยู่หลายคะแนน ผู้สมัครอาจนำมากในบางรัฐแต่ยังแพ้การเลือกตั้งโดยรวมได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ captured ในความหมายว่าได้บางสิ่งมาในการแข่งขัน?

  1. The police captured the escaped prisoner.
  2. The campaign captured 55 percent of the vote.
  3. The camera captured a clear image of the crowd.
ดูคำตอบ

The campaign captured 55 percent of the vote.

If this is the case, ลำดับความ

2:37

หากเป็นกรณีนี้

ลำดับความ

If this is the case: เชื่อมสถานการณ์ก่อนหน้ากับผลที่ตามมา

ในที่นี้ If this is the case ทำให้รูปแบบการกระจายคะแนนที่เพิ่งกล่าวถึงเป็นเงื่อนไข โดย this อ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดนั้น และ case หมายถึงสถานการณ์ ไม่ใช่คดีความ เมื่อวางไว้ต้นประโยค วลีนี้จะเชื่อมข้อความหรือความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลที่ตามมา ความหมายโดยประมาณคือ หากสถานการณ์นั้นเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เติมวลีภาษาอังกฤษ 5 คำที่อ้างกลับไปยังความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้: The road may still be closed. ____, we should take the train.

ดูคำตอบ

If this is the case

the very large margins

2:39

ส่วนต่างจำนวนมหาศาล

secured by the losing candidate ไวยากรณ์

2:40

ที่ถูกรับรองโดยผู้สมัครที่พ่ายแพ้

in the other states

2:42

ในรัฐอื่นๆ

would add up วลี

2:43

จะรวมกัน

to over 50% of the ballots cast nationally. การใช้คำ

2:44

เป็นมากกว่า 50% ของบัตรลงคะแนนทั่วประเทศ

ไวยากรณ์

secured by the losing candidate: วลี past participle ที่วางหลังคำนาม

secured by the losing candidate วางหลัง margins เพื่อระบุว่าหมายถึงส่วนต่างคะแนนใด คำนาม margins เป็นผู้รับการกระทำ กล่าวคือ ผู้สมัครเป็นฝ่ายได้ส่วนต่างคะแนนนั้นมา วลีนี้เป็นรูปย่อของอนุประโยคขยายคำนามแบบ passive ซึ่งเทียบได้กับ margins that were secured by the losing candidate ในที่นี้ secure หมายถึงประสบความสำเร็จในการได้มาหรือคว้าบางสิ่ง ไม่ใช่ทำให้สิ่งนั้นปลอดภัย วลี past participle ช่วยรวมข้อมูลนี้ไว้ในนามวลี ซึ่งเป็นรูปแบบที่พบบ่อยในงานเขียนอธิบายอย่างเป็นทางการ

แบบฝึกหัด

เติมวลี passive สองคำที่สร้างจาก secure ให้สมบูรณ์: The funding ____ local donors paid for the new playground.

ดูคำตอบ

secured by

วลี

add up to + ยอดรวม: รวมกันแล้วได้ผลลัพธ์ตามที่ระบุ

โครงสร้าง add up to + จำนวนหรือเปอร์เซ็นต์ หมายถึงเมื่อนำหลายส่วนมารวมกันแล้วได้ยอดรวมตามที่ระบุ ในที่นี้ เมื่อนำส่วนต่างคะแนนจำนวนมากจากรัฐต่าง ๆ มารวมกัน ผลลัพธ์จะมากกว่า 50% ของบัตรลงคะแนนทั้งหมดทั่วประเทศ would แสดงว่านี่เป็นผลลัพธ์ที่คาดการณ์หรือสมมติขึ้นในการให้เหตุผล คำที่อยู่หลัง to คือ over 50% เป็นผลรวมที่ได้ ไม่ใช่อีกรายการหนึ่งที่ต้องนำมาบวก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบอกได้อย่างถูกต้องว่าค่าใช้จ่ายแต่ละรายการรวมกันมากกว่า 200 ดอลลาร์

  1. The separate charges add up more than $200.
  2. The separate charges add up to more than $200.
  3. The separate charges add to up more than $200.
ดูคำตอบ

The separate charges add up to more than $200.

การใช้คำ

ballots cast nationally: ความหมายในการเลือกตั้งและอนุประโยคถูกกระทำแบบย่อ

ballots cast nationally หมายถึงบัตรลงคะแนนที่ผู้มีสิทธิ์ใช้ลงคะแนนทั่วทั้งประเทศ ในภาษาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง cast a ballot หมายถึง ลงคะแนนเสียง โดย cast ในที่นี้ไม่ได้ใช้ในความหมายทั่วไปว่า ขว้าง cast nationally เป็นอนุประโยคสัมพันธ์รูปถูกกระทำที่ย่อไว้หลัง ballots โดยรูปเต็มคือ ballots that were cast nationally คำว่า cast มีรูปเหมือนกันทั้งรูปกริยาพื้นฐาน รูปอดีต และกริยาช่องที่สาม ส่วน nationally กำหนดขอบเขตของสถิติว่าเป็นทั้งประเทศ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ cast เป็นกริยาช่องที่สามในความหมายว่า “ใช้ในการลงคะแนนแล้ว”

  1. Officials counted every ballot casting before the deadline.
  2. Officials counted every ballot cast before the deadline.
  3. Officials counted every ballot thrown before the deadline.
ดูคำตอบ

Officials counted every ballot cast before the deadline.

Therefore, ลำดับความ

2:46

ดังนั้น

the losing candidate

2:48

ผู้สมัครที่แพ้

may have gained more than 50% ลำดับความ

2:48

อาจจะได้มากกว่า 50%

of the ballots cast by voters,

2:50

ของบัตรลงคะแนนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

but failed to gain 270

2:52

แต่พลาดเป้าหมาย 270

of the electoral votes.

2:53

คะแนนจากคณะผู้เลือกตั้ง

ลำดับความ

Therefore: ใช้บอกข้อสรุปเชิงเหตุผล

Therefore บอกว่าข้อความถัดไปเป็นข้อสรุปที่ได้จากข้อเท็จจริงหรือการให้เหตุผลก่อนหน้า ในประโยคนี้ คำดังกล่าวนำเสนอผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจว่าผู้สมัครที่แพ้อาจยังได้รับคะแนนเสียงเกินครึ่ง โดยเป็นข้อสรุปจากคำอธิบายก่อนหน้า คำนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงลำดับเวลาว่าเกิดขึ้นถัดไป แต่จัดระเบียบข้อโต้แย้งให้เหตุผลนำไปสู่ข้อสรุป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ therefore เพื่อนำเสนอข้อสรุปเชิงตรรกะ

  1. The temperature dropped below freezing; meanwhile, the wet roads became icy.
  2. The temperature dropped below freezing; however, the wet roads became icy.
  3. The temperature dropped below freezing; therefore, the wet roads became icy.
ดูคำตอบ

The temperature dropped below freezing; therefore, the wet roads became icy.

ลำดับความ

may have gained ... but failed to gain ...: เปรียบต่างความสำเร็จที่เป็นไปได้กับเป้าหมายที่ไม่บรรลุ

โครงสร้าง may have + กริยาช่อง 3 นำเสนอผลในอดีตที่อาจเกิดขึ้นหรือเป็นกรณีสมมุติ จากนั้น but นำผลดังกล่าวไปเปรียบต่างกับ failed to + กริยารูปพื้นฐาน ซึ่งบอกว่าไม่บรรลุผลลัพธ์ที่จำเป็น ในประโยคนี้ ตัวเลขทั้งสองเป็นคนละเกณฑ์ ได้แก่ คะแนนเสียงที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงและคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง ผู้สมัครอาจได้คะแนนประเภทแรกมากกว่าครึ่ง แต่ยังไม่ถึง 270 คะแนนในประเภทหลังได้ ดังนั้นความสำเร็จที่เห็นได้กับการขาดเกณฑ์สำคัญจึงเกิดขึ้นพร้อมกันได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างเปรียบต่างเป้าหมาย โดยใช้ control และ score ในรูปที่ถูกต้อง: The team ____ most of the game, ____ the winning goal.

ดูคำตอบ

may have controlled · but failed to score

Some critics of the Electoral College ลำดับความ

2:55

นักวิจารณ์ระบบคณะผู้เลือกตั้งบางคน

argue that the system gives an unfair advantage วลี

2:58

แย้งว่าระบบนี้ให้ความได้เปรียบที่ไม่เป็นธรรม

ลำดับความ

Some critics of ... argue that: ระบุแหล่งที่มาของความเห็นเชิงวิจารณ์

Some critics of X argue that Y ใช้เสนอความเห็นเชิงวิจารณ์และระบุว่าความเห็นนั้นมาจากคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง Some หมายถึงคนบางส่วนที่ไม่ได้ระบุจำนวน ส่วน critics คือผู้ที่วิจารณ์ X ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นนักวิจารณ์อาชีพ และ argue that ใช้นำเข้าสู่ข้ออ้างที่คนเหล่านั้นสนับสนุน เมื่อระบุแหล่งที่มาของข้ออ้าง ผู้เขียนสามารถนำเสนอฝ่ายหนึ่งของข้อถกเถียงได้โดยไม่ทำให้ดูเหมือนเป็นข้อเท็จจริงที่ได้รับการยืนยันแล้ว โครงสร้างนี้มีประโยชน์ในการจัดข้อมูลในงานเขียนเชิงวิเคราะห์และอธิบาย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดระบุอย่างเป็นกลางว่าความเห็นเชิงวิจารณ์เป็นของคนเพียงบางส่วนในกลุ่ม?

  1. The policy's critics are professional film reviewers.
  2. Everyone knows that the policy is too expensive.
  3. Some critics of the policy argue that it is too expensive.
ดูคำตอบ

Some critics of the policy argue that it is too expensive.

to states with large numbers

3:00

ต่อรัฐที่มีจำนวนคะแนน

of electoral votes.

3:01

คณะผู้เลือกตั้งสูง

วลี

gives an unfair advantage: ทำให้เกิดความได้เปรียบในการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม

Give an unfair advantage to someone หรือ give someone an unfair advantage หมายถึงการทำให้บุคคลหรือกลุ่มหนึ่งอยู่ในตำแหน่งที่ได้เปรียบกว่าในการแข่งขันด้วยเหตุผลที่ถูกมองว่าไม่ยุติธรรม ในประโยคนี้มีการกล่าวว่าระบบเอื้อประโยชน์ให้บางรัฐมากกว่ารัฐอื่น โดย advantage หมายถึงความได้เปรียบเมื่อเทียบกับคู่แข่ง ไม่ใช่เพียงประโยชน์ทั่วไป โครงสร้างที่พบบ่อยมีสองแบบ คือ give + ผู้รับ + an unfair advantage และ give an unfair advantage to + ผู้รับ ในตัวอย่างใช้ gives ให้สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ the system

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป present simple ของ give ตามด้วย unfair advantage: The new rule ____ to teams with bigger budgets.

ดูคำตอบ

gives an unfair advantage

Think of it this way. ลำดับความ

3:03

ลองคิดแบบนี้

ลำดับความ

Think of it this way: การนำเสนอมุมมองใหม่

Think of it this way หมายถึง “ให้ใช้มุมมองที่กำลังจะอธิบายต่อไปนี้เพื่อทำความเข้าใจเรื่องนี้” ไม่ได้ชวนให้คิดอะไรก็ได้ แต่เป็นสัญญาณว่าจะมีคำอธิบาย การเปรียบเทียบ หรือตัวอย่างใหม่ตามมา ในฐานะสำนวนที่จัดลำดับเนื้อหา สำนวนนี้จะพักกรอบความเข้าใจเดิมไว้ชั่วคราว และเตรียมให้ผู้ฟังตีความแนวคิดเดิมใหม่ตามสิ่งที่จะอธิบายต่อไป

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนจากบทเรียนที่ใช้เริ่มมุมมองใหม่ในการทำความเข้าใจแนวคิด: ____: a password is like a key to your account.

ดูคำตอบ

Think of it this way

It is possible for a candidate ไวยากรณ์

3:04

มันเป็นไปได้ที่ผู้สมัครคนหนึ่ง

to not get a single person's vote,

3:05

อาจไม่ได้คะแนนเสียงจากประชาชนแม้แต่คนเดียว

ไวยากรณ์

It is possible for ... to ...: การระบุว่าใครสามารถทำบางอย่างได้

โครงสร้าง It is possible for + นามวลี + to + กริยา ใช้บอกว่าการกระทำหรือสถานการณ์หนึ่งเป็นไปได้สำหรับบุคคลหรือสิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ it เป็นประธานตามรูป ส่วนใจความหลักอยู่ในวลี infinitive และ for a candidate ระบุประธานทางความหมายของ get ในที่นี้ not ปฏิเสธ get ดังนั้นสถานการณ์ที่เป็นไปได้คือการไม่ได้รับคะแนนเสียงเลย to not get ถูกต้องตามไวยากรณ์อังกฤษสมัยใหม่ ส่วน not to get ก็ใช้ได้และมักเป็นที่นิยมกว่าในภาษาที่เป็นทางการ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้าง It is possible for + นามวลี + to + กริยา ได้ถูกต้อง

  1. It is possible for the team qualifying without winning today.
  2. It is possible the team to qualify without winning today.
  3. It is possible for the team to qualify without winning today.
ดูคำตอบ

It is possible for the team to qualify without winning today.

not one vote ลำดับความ

3:08

แม้แต่เสียงเดียวก็ไม่ได้

in 39 states

3:09

ใน 39 รัฐ

or the District of Columbia,

3:10

หรือเขตโคลัมเบีย

yet be elected president

3:12

แต่ยังคงได้รับเลือกเป็นประธานาธิบดี

ลำดับความ

not one vote ... yet be elected president: การชี้ให้เห็นความขัดแย้งที่เหนือความคาดหมาย

ส่วนที่เน้นทั้งสองส่วนสร้างความขัดแย้งที่ชัดเจน not one vote หมายถึงได้คะแนนเป็นศูนย์ในพื้นที่ที่กล่าวถึง ส่วน yet be elected president แสดงผลลัพธ์ที่ดูเหมือนยังเป็นไปได้แม้จะมีข้อเท็จจริงนั้น ในที่นี้ yet หมายถึง “ถึงอย่างนั้น” หรือ “แม้กระนั้น” และทำให้ส่วนหลังดูเหนือความคาดหมายเป็นพิเศษ ข้อความนี้เป็นการตั้งสมมติฐานเกี่ยวกับสิ่งที่ระบบอาจเปิดโอกาสให้เกิดขึ้น ไม่ใช่การรายงานการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นจริง ในรูปแบบนี้ yet เชื่อมข้อเท็จจริงเชิงลบกับผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจ ไม่ได้มีความหมายด้านเวลาว่า “ยังไม่” แบบใน not yet

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ yet เพื่อนำเสนอผลลัพธ์ที่น่าประหลาดใจเมื่อพิจารณาจากส่วนแรก?

  1. The bus arrived, so we got on.
  2. The bus has not arrived yet.
  3. The road was icy, yet the bus arrived on time.
ดูคำตอบ

The road was icy, yet the bus arrived on time.

by winning the popular vote ไวยากรณ์

3:14

จากการชนะคะแนนเสียงมหาชน

in just 11 of these 12 states:

3:15

ในเพียง 11 จาก 12 รัฐต่อไปนี้:

ไวยากรณ์

by winning the popular vote: การบอกวิธีด้วย by + -ing

โครงสร้าง by + กริยารูป -ing บอกว่าสามารถบรรลุผลลัพธ์ได้ด้วยวิธีใด ในที่นี้ by winning the popular vote ระบุวิธีไปสู่ผลลัพธ์ที่กล่าวถึงในประโยคโดยรอบ นั่นคือการชนะคะแนนเสียงประชาชนในรัฐที่กำหนด เมื่อใช้ by ในความหมายนี้ กริยาที่ตามมาต้องเป็นรูป -ing จึงใช้ by winning ไม่ใช่ by win ส่วน by ตรงนี้หมายถึงวิธีการหรือเครื่องมือ ไม่ได้บอกตำแหน่งว่า “อยู่ข้าง” หรือกำหนดเวลาว่า “ไม่เกิน”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ by และรูป -ing ของ practice: Leo improved his balance ____ yoga every morning.

ดูคำตอบ

by practicing

California,

3:17

แคลิฟอร์เนีย

New York,

3:19

นิวยอร์ก

Texas,

3:20

เท็กซัส

Florida,

3:21

ฟลอริดา

Pennsylvania,

3:21

เพนซิลเวเนีย

Illinois,

3:23

อิลลินอยส์

Ohio,

3:24

โอไฮโอ

Michigan,

3:24

มิชิแกน

New Jersey,

3:25

นิวเจอร์ซีย์

North Carolina,

3:27

นอร์ทแคโรไลนา

Georgia,

3:28

จอร์เจีย

or Virginia.

3:29

หรือเวอร์จิเนีย

This is why both parties

3:30

นี่คือเหตุผลที่ทั้งสองพรรค

pay attention to these states. วลี

3:31

ให้ความสำคัญกับรัฐเหล่านี้

วลี

pay attention to these states: สำนวนตายตัว pay attention to

pay attention to ตามด้วยนามวลี สรรพนาม รูป -ing หรืออนุประโยคคำถาม หมายถึงการมุ่งความสนใจไปยังบุคคล สิ่งของ หรือกิจกรรมนั้น ในประโยคนี้ พรรคการเมืองทั้งสองเห็นว่ารัฐเหล่านี้สำคัญ จึงมุ่งทั้งความสนใจและความพยายามในการหาเสียงไปที่รัฐเหล่านี้ to เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนตายตัว ต้องพูดว่า pay attention to these states ไม่ใช่ pay attention these states

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ pay attention พร้อมบุพบทที่จำเป็น: During the safety briefing, please ____ the emergency exits.

ดูคำตอบ

pay attention to

However, ลำดับความ

3:33

อย่างไรก็ตาม

ลำดับความ

However: ส่งสัญญาณการเปลี่ยนไปสู่มุมมองที่ขัดแย้ง

However เป็นคำเชื่อมที่บอกผู้อ่านหรือผู้ฟังว่าทิศทางของการอธิบายกำลังจะเปลี่ยนไป ในที่นี้ เนื้อหาเปลี่ยนจากการวิจารณ์ระบบคณะผู้เลือกตั้งไปสู่การปกป้องระบบนั้นหรือเสนอมุมมองที่ต่างออกไป เมื่ออยู่ต้นประโยค However มักตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้ไม่ได้เพียงเพิ่มข้อมูลอีกข้อ แต่เตรียมให้รู้ว่าจะมีความขัดแย้ง ข้อจำกัด หรือจุดยืนตรงข้ามตามมา

แบบฝึกหัด

รายงานกล่าวก่อนว่า The new system is costly. ประโยคใดต่อไปนี้นำเสนอข้อดีที่ขัดแย้งกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. For example, it could save money over time.
  2. Therefore, it could save money over time.
  3. However, it could save money over time.
ดูคำตอบ

However, it could save money over time.

others argue that the Electoral College ลำดับความ

3:34

คนอื่นๆ ก็แย้งว่าระบบคณะผู้เลือกตั้ง

protects small states การใช้คำ

3:36

ช่วยปกป้องรัฐเล็กๆ

ลำดับความ

others argue that: ใช้เสนออีกมุมมองหนึ่งในการถกเถียง

ในที่นี้ others argue that เปลี่ยนประเด็นจากฝ่ายหนึ่งของข้อถกเถียงไปสู่อีกกลุ่มหนึ่ง แล้วนำเสนอข้ออ้างของกลุ่มนั้น คำว่า others หมายถึงคนกลุ่มอื่นในการถกเถียงนี้ ไม่ใช่กลุ่มผู้วิจารณ์ที่เพิ่งกล่าวถึง วลีนี้ช่วยจัดลำดับมุมมองที่ขัดแย้งกัน และบอกว่าอนุประโยคถัดไปเป็นข้อโต้แย้งที่อ้างถึงคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้บรรยายยืนยันแล้ว รูปแบบที่พบบ่อยคือ Some argue that ...; others argue that ....

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนสามคำจากบทเรียนให้ถูกต้อง โดยสำนวนนี้ใช้แนะนำข้ออ้างของอีกกลุ่มหนึ่ง: Some residents support the plan; ____ it will cost too much.

ดูคำตอบ

others argue that

การใช้คำ

protects small states: หลักประกันทางสถาบันเพื่อรักษาอิทธิพลทางการเมือง

ในที่นี้ protects small states หมายความว่ามีการกล่าวว่าระบบช่วยรักษาอิทธิพลทางการเมืองของรัฐที่มีประชากรน้อยกว่าและป้องกันไม่ให้รัฐเหล่านั้นถูกมองข้าม คำว่า protects สื่อถึงหลักประกันทางสถาบัน ไม่ใช่การปกป้องทางกายภาพ ในบริบทการเลือกตั้งของสหรัฐฯ นี้ small states หมายถึงรัฐที่มีประชากรค่อนข้างน้อยเป็นหลัก ไม่จำเป็นต้องหมายถึงรัฐที่มีพื้นที่ขนาดเล็ก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ protects ในความหมายของหลักประกันทางสถาบัน ไม่ใช่การปกป้องทางกายภาพ

  1. The helmet protects her head during practice.
  2. The voting rule protects smaller groups from being ignored.
  3. The map shows which states are small in land area.
ดูคำตอบ

The voting rule protects smaller groups from being ignored.

such as Rhode Island,

3:37

เช่น โรดไอแลนด์

Vermont,

3:39

เวอร์มอนต์

and New Hampshire,

3:39

และนิวแฮมป์เชียร์

and even geographically large states วลี

3:40

และแม้แต่รัฐที่มีพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ขนาดใหญ่

with small populations,

3:42

แต่มีประชากรน้อย

วลี

geographically large states with small populations: แยกขนาดพื้นที่ออกจากจำนวนประชากร

Geographically large หมายถึงมีขนาดใหญ่ในแง่พื้นที่ คำวิเศษณ์ geographically ระบุเกณฑ์ที่ใช้วัด จึงไม่ได้หมายความว่า large คือมีคนอาศัยอยู่มาก วลีที่ขึ้นต้นด้วย with เพิ่มคุณสมบัติอีกอย่างให้ states คือรัฐเหล่านั้นมีประชากรน้อย นามวลีสั้น ๆ นี้รวมข้อเท็จจริงที่ตัดกันสองอย่างไว้ด้วยกัน ได้แก่ พื้นที่กว้างแต่มีผู้อยู่อาศัยน้อย

แบบฝึกหัด

ข้อใดตรงกับความหมายของ geographically large states with small populations มากที่สุด

  1. รัฐที่มีพื้นที่แคบแต่มีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก
  2. รัฐที่มีพื้นที่กว้างแต่มีผู้อยู่อาศัยค่อนข้างน้อย
  3. รัฐที่ทั้งมีพื้นที่กว้างและมีผู้อยู่อาศัยจำนวนมาก
ดูคำตอบ

รัฐที่มีพื้นที่กว้างแต่มีผู้อยู่อาศัยค่อนข้างน้อย

like Alaska,

3:44

อย่างอลาสก้า

Wyoming,

3:45

ไวโอมิง

and the Dakotas.

3:45

และรัฐดาโคตาทั้งสอง

That's because a candidate ลำดับความ

3:47

นั่นเป็นเพราะผู้สมัคร

ลำดับความ

That's because: จากผลลัพธ์ไปสู่เหตุผล

That's because ใช้ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์หรือข้อกล่าวที่เพิ่งพูดถึง แล้วเริ่มอธิบายสาเหตุ ในที่นี้ that หมายถึงแนวคิดทั้งหมดก่อนหน้า ไม่ได้หมายถึงรัฐหรือบุคคลใดโดยเฉพาะ ลำดับข้อมูลคือ ผลลัพธ์หรือข้อกล่าว → That's because + เหตุผล ในคำบรรยายนี้ วลีดังกล่าวส่งสัญญาณว่าคำต่อไปจะอธิบายว่าทำไมข้อกล่าวก่อนหน้าจึงเป็นจริง

แบบฝึกหัด

เลือกวลีที่นำเข้าสู่เหตุผลในประโยคที่สองได้ถูกต้อง: The school is closed today. _____ the roads are icy.

  1. That's why
  2. That's because
  3. That's when
ดูคำตอบ

That's because

can't completely ignore small states วลี

3:48

ไม่สามารถเพิกเฉยต่อรัฐเล็กๆ ได้อย่างสิ้นเชิง

วลี

can't completely ignore: ยังคงต้องนำบางสิ่งมาพิจารณา

can't completely ignore หมายความว่าไม่สมเหตุสมผลที่จะตัดบางสิ่งออกจากการพิจารณาโดยสิ้นเชิง completely ขยายคำว่า ignore และบอกระดับของการกระทำ ผู้พูดปฏิเสธการมองข้ามทั้งหมด แต่ไม่ได้กำหนดว่าต้องให้ความสนใจทั้งหมดกับสิ่งนั้น ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังให้ความเห็นเชิงกลยุทธ์ว่า รัฐขนาดเล็กอาจได้รับความสนใจน้อยกว่า แต่ยังคงต้องนำมาพิจารณา สำนวนนี้ไม่ได้บอกว่ารัฐเหล่านั้นไม่สำคัญหรือต้องเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ can't completely ignore ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อบอกว่าบางสิ่งยังควรนำมาพิจารณา

  1. Small markets earn less, so the company never needs to think about them.
  2. Small markets may earn less, but the company can't completely ignore them.
  3. Small markets are the company's only priority.
ดูคำตอบ

Small markets may earn less, but the company can't completely ignore them.

because in a close election, การใช้คำ

3:51

เพราะในการเลือกตั้งที่สูสี

การใช้คำ

in a close election: เมื่อคะแนนเสียงต่างกันน้อย

in a close election หมายถึง “ในการเลือกตั้งที่ผู้สมัครได้รับคะแนนเสียงใกล้เคียงกันมาก” ในที่นี้ close เป็นคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “แข่งขันกันอย่างสูสี” หรือ “ตัดสินกันด้วยส่วนต่างเล็กน้อย” ไม่ได้หมายถึง “ปิด” และไม่ได้บอกระยะทางทางกายภาพ วลีบุพบท in a close election กำหนดสถานการณ์ให้กับแนวคิดที่ตามมา โดยบอกว่าแนวคิดนั้นใช้ได้เป็นพิเศษเมื่อคาดเดาผลได้ยากเพราะคะแนนเสียงต่างกันน้อย

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดเหมาะจะอธิบายว่าเป็น a close election มากที่สุด

  1. The voting place was near the town hall.
  2. One candidate won almost every vote.
  3. The two candidates received almost the same number of votes.
ดูคำตอบ

The two candidates received almost the same number of votes.

every electoral vote counts. การใช้คำ

3:52

ทุกคะแนนคณะผู้เลือกตั้งล้วนมีความหมาย

การใช้คำ

every electoral vote counts: count ในความหมายว่า “สำคัญ”

ในที่นี้ counts หมายถึง “มีความสำคัญ” หรือ “ส่งผลต่อผลลัพธ์” ไม่ได้หมายถึงการนำคะแนนมานับรวมกัน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ every + คำนามนับได้เอกพจน์ + counts ซึ่งเน้นว่าแต่ละสิ่ง แต่ละคน หรือแต่ละช่วงเวลาล้วนสำคัญและไม่ควรถูกมองข้าม

แบบฝึกหัด

ในบริบทนี้ Every electoral vote counts. หมายความว่าอย่างไร?

  1. คะแนนคณะผู้เลือกตั้งแต่ละคะแนนอาจส่งผลต่อผลลัพธ์
  2. ผู้มีสิทธิเลือกตั้งแต่ละคนต้องคำนวณคะแนนคณะผู้เลือกตั้ง
  3. คะแนนคณะผู้เลือกตั้งทั้งหมดถูกนับเสร็จแล้ว
ดูคำตอบ

คะแนนคณะผู้เลือกตั้งแต่ละคะแนนอาจส่งผลต่อผลลัพธ์

There are certain states

3:54

มีบางรัฐ

that have a long history วลี

3:55

ที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน

of voting for a particular party.

3:56

ในการลงคะแนนให้กับพรรคการเมืองใดพรรคหนึ่ง

วลี

have a long history of voting for: การบอกแนวโน้มที่มีมายาวนาน

have a long history of + -ing ใช้อธิบายกิจกรรม แนวโน้ม หรือธรรมเนียมที่ดำเนินต่อเนื่องหรือเกิดซ้ำมาเป็นเวลานาน ในที่นี้หมายถึงบางรัฐมีแนวโน้มสนับสนุนพรรคหนึ่งซ้ำ ๆ มาเป็นเวลานาน ไม่ได้หมายความว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนหรือการเลือกตั้งทุกครั้งเป็นเช่นนั้น ในโครงสร้างนี้ of เป็นคำบุพบท ดังนั้นกริยาที่ตามหลังต้องอยู่ในรูป -ing ส่วน vote for หมายถึง “เลือกหรือสนับสนุนในการเลือกตั้ง” จึงใช้เป็น have a long history of voting for + ผู้สมัครหรือพรรค

แบบฝึกหัด

ใช้ have a long history of ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: The organization ____ supporting new families in the area.

ดูคำตอบ

has a long history of

These are known as safe states. การใช้คำ

3:58

รัฐเหล่านี้รู้จักกันในนาม รัฐฐานเสียง (safe states)

การใช้คำ

known as safe states: การแนะนำประเภทของรัฐในการเลือกตั้ง

Be known as + ชื่อ ป้ายกำกับ หรือบทบาท หมายถึง “ถูกเรียกว่า” ในที่นี้ใช้เพื่อแนะนำ safe states ในฐานะศัพท์การเลือกตั้งที่เป็นที่ยอมรับ ในการรายงานข่าวการเลือกตั้งของสหรัฐฯ safe state คือรัฐที่คาดหมายอย่างมากว่าพรรคใดพรรคหนึ่งจะชนะ เพราะฐานเสียงในรัฐนั้นมั่นคง safe กล่าวถึงความคาดเดาได้ของผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่ความปลอดภัยของบุคคลหรือระดับอาชญากรรม

แบบฝึกหัด

ในการรายงานข่าวการเลือกตั้ง “These are known as safe states” หมายความว่าอย่างไร

  1. รัฐเหล่านี้เรียกว่า safe states เพราะคาดหมายอย่างมากว่าพรรคหนึ่งจะชนะในรัฐเหล่านี้
  2. รัฐเหล่านี้เรียกว่า safe states เพราะแทบไม่มีอาชญากรรม
  3. รัฐเหล่านี้เรียกว่า safe states เพราะไม่อนุญาตให้ลงคะแนนเสียง
ดูคำตอบ

รัฐเหล่านี้เรียกว่า safe states เพราะคาดหมายอย่างมากว่าพรรคหนึ่งจะชนะในรัฐเหล่านี้

For the past four election cycles, วลี

4:00

ในรอบสี่วัฏจักรการเลือกตั้งที่ผ่านมา

วลี

For the past four election cycles: การกำหนดช่วงเวลาที่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน

For the past four election cycles เป็นวลีบอกเวลาที่ครอบคลุมสี่รอบการเลือกตั้งล่าสุดจนถึงปัจจุบันหรือจุดอ้างอิงปัจจุบัน วลีนี้จัดกรอบข้อมูลที่ตามมาว่าเป็นแนวโน้ม สถิติ หรือรูปแบบที่เกิดซ้ำตลอดช่วงเวลานั้น Election cycle คือช่วงเวลาที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งหนึ่งครั้ง เมื่อจุดอ้างอิงคือปัจจุบัน for the past + ระยะเวลา มักใช้กับ present perfect หรือ present perfect continuous ในภาษาอังกฤษ วลีนี้ครอบคลุมทั้งสี่รอบ ไม่ได้หมายถึงเหตุการณ์เดียวที่เกิดขึ้นเมื่อสี่รอบก่อน

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเป้าหมาย For the past + ช่วงเวลา: ____ three years, the town has held this festival every spring.

ดูคำตอบ

For the past

in 1996,

4:02

ในปี 1996

2000,

4:03

2000

2004,

4:04

2004

and 2008,

4:06

และ 2008

Democrats could count on states วลี

4:07

พรรคเดโมแครตสามารถพึ่งพารัฐต่างๆ

like Oregon,

4:08

อย่างโอเรกอน

วลี

could count on states: คาดหวังการสนับสนุนที่ไว้ใจได้จากรัฐต่าง ๆ

ในประโยคนี้ count on หมายถึง “พึ่งพา” หรือ “คาดหวังการสนับสนุนจาก” Democrats could count on states จึงหมายความว่าพรรคเดโมแครตมีเหตุผลที่จะคาดว่ารัฐเหล่านั้นจะสนับสนุนตน Count on ทำหน้าที่เป็นวลีเดียว ดังนั้น count ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “นับ” โครงสร้างที่ใช้ได้คือ count on + คนหรือสิ่งของ และ count on + คน + to-infinitive เช่น count on Maya to help

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่สร้างจาก count และหมายถึง “พึ่งพา”: You can ____ Maya to finish the report on time.

ดูคำตอบ

count on

Maryland,

4:10

แมริแลนด์

Michigan,

4:11

มิชิแกน

and Massachusetts,

4:11

และแมสซาชูเซตส์

whereas the Republicans ลำดับความ

4:13

ในขณะที่พรรครีพับลิกัน

could count on states

4:13

สามารถพึ่งพารัฐต่างๆ

ลำดับความ

whereas the Republicans: นำเสนออีกด้านหนึ่งของการเปรียบเทียบ

Whereas นำพรรครีพับลิกันเข้ามาเป็นด้านที่สองของการเปรียบเทียบ ข้อมูลก่อนหน้านี้กล่าวถึงรัฐที่พรรคเดโมแครตพึ่งพาได้ ส่วนอนุประโยคนี้เปลี่ยนไปกล่าวถึงรัฐที่พรรครีพับลิกันพึ่งพาได้ จึงจัดข้อมูลของทั้งสองพรรคไว้ในโครงสร้างที่ขนานกัน ในที่นี้ whereas หมายถึง “ในทางตรงกันข้าม” หรือ “ส่วน” ไม่ได้หมายถึง “ในเวลาที่” โดยปกติจะเชื่อมสองอนุประโยคที่นำเสนอข้อเท็จจริงซึ่งเปรียบเทียบกันได้แต่แตกต่างกัน

แบบฝึกหัด

เลือกคำเชื่อมที่แสดงการเปรียบต่างอย่างสมดุลได้ชัดเจนที่สุด: The north is cool and wet, _____ the south is hot and dry.

  1. unless
  2. whereas
  3. because
ดูคำตอบ

whereas

like Mississippi,

4:15

อย่างมิสซิสซิปปี

Alabama,

4:16

แอละแบมา

Kansas,

4:17

แคนซัส

and Idaho.

4:17

และไอดาโฮ

States that are teetering between parties สำนวน

4:19

รัฐที่มีความไม่แน่นอนระหว่างพรรคการเมือง

สำนวน

teetering between parties: แกว่งไปมาระหว่างพรรค

ในที่นี้ teetering between parties ใช้ภาพของสิ่งที่เกือบจะเอียงจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง หมายถึงการสนับสนุนทางการเมืองของรัฐหนึ่งยังไม่มั่นคง ดังนั้นเสียงสนับสนุนจากผู้มีสิทธิเลือกตั้งหรือผลการเลือกตั้งอาจเปลี่ยนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่งได้ วลีนี้ใช้โครงสร้าง teeter between A and B ในบริบทนี้ parties หมายถึงพรรคการเมือง ไม่ใช่งานเลี้ยง โครงสร้างนี้ใช้อธิบายสิ่งที่ยังไม่ได้ลงหลักอย่างมั่นคงอยู่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง

แบบฝึกหัด

teetering between parties หมายถึงอะไรในประโยคนี้

  1. อาคารต่าง ๆ ในรัฐกำลังเสียการทรงตัวจริง ๆ
  2. รัฐนั้นได้เข้าร่วมหลายพรรคอย่างถูกกฎหมายในเวลาเดียวกัน
  3. การสนับสนุนทางการเมืองของรัฐอาจเปลี่ยนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่ง
ดูคำตอบ

การสนับสนุนทางการเมืองของรัฐอาจเปลี่ยนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่ง

are called swing states. การใช้คำ

4:21

จะเรียกว่า รัฐสมรภูมิ (swing states)

การใช้คำ

swing states: รัฐสวิงหรือรัฐสมรภูมิ

swing state คือรัฐในสหรัฐฯ ที่พรรคใหญ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีโอกาสชนะอย่างเป็นจริงได้ในการเลือกตั้งครั้งหนึ่ง ๆ รูปแบบการลงคะแนนมีการแข่งขันสูงพอที่ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนจากพรรคหนึ่งไปสู่อีกพรรคหนึ่ง ในที่นี้ swing อธิบายการเคลื่อนไหวทางการเมือง ไม่ได้หมายถึงเครื่องเล่นชิงช้า คำนี้ใช้เรียกสภาพการแข่งขันในการเลือกตั้ง ดังนั้นรัฐหนึ่งอาจเป็น swing state ในรอบการเลือกตั้งหนึ่ง แต่มีการแข่งขันน้อยลงในภายหลัง

แบบฝึกหัด

สถานการณ์ใดอธิบาย swing state ในการเลือกตั้งสหรัฐฯ ได้ดีที่สุด

  1. รัฐนั้นไม่เข้าร่วมการเลือกตั้งระดับชาติ
  2. คาดว่าพรรคหนึ่งจะชนะรัฐนั้นด้วยคะแนนห่างมาก
  3. พรรคใหญ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีโอกาสชนะรัฐนั้นได้จริง
ดูคำตอบ

พรรคใหญ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีโอกาสชนะรัฐนั้นได้จริง

In the past four election cycles,

4:23

ในวัฏจักรการเลือกตั้งสี่ครั้งที่ผ่านมา

Ohio and Florida have been swing states,

4:25

โอไฮโอและฟลอริดาเคยเป็นรัฐสมรภูมิ

twice providing electoral votes ไวยากรณ์

4:28

ที่ให้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งสองครั้ง

for a Democratic candidate

4:30

แก่ผู้สมัครพรรคเดโมแครต

and twice providing electoral votes

4:32

และให้คะแนนคณะผู้เลือกตั้งอีกสองครั้ง

for a Republican candidate.

4:33

แก่ผู้สมัครพรรครีพับลิกัน

ไวยากรณ์

twice providing electoral votes ... twice providing electoral votes: การเพิ่มหลักฐานด้วยวลี -ing

twice providing electoral votes ที่ปรากฏทั้งสองครั้งเป็นวลี present participle ซึ่งวางไว้หลังอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ วลีเหล่านี้ไม่ได้สร้างกริยาหลักขึ้นมาใหม่ กลุ่มกริยาหลักคือ have been และประธานที่เข้าใจได้ของ providing ยังคงเป็น Ohio and Florida วลี -ing สองวลีที่วางขนานกันให้หลักฐานว่าทำไมสองรัฐนี้จึงเป็นรัฐที่ผลการเลือกตั้งสูสี กล่าวคือ ในรอบการเลือกตั้งสี่ครั้ง ทั้งสองรัฐมอบคะแนนคณะผู้เลือกตั้งให้ผู้สมัครพรรคเดโมแครตสองครั้ง และให้ผู้สมัครพรรครีพับลิกันสองครั้ง โดยทั่วไป วลี -ing หลังเครื่องหมายจุลภาคสามารถเพิ่มการกระทำ ผลลัพธ์ หรือรายละเอียดสนับสนุนเกี่ยวกับประธานของอนุประโยคหลักได้ ในที่นี้หน้าที่เฉพาะคือสนับสนุนข้อกล่าวในประโยคหลัก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้วลี -ing หลังอนุประโยคหลักที่สมบูรณ์ได้ถูกต้องเพื่อเพิ่มหลักฐานสนับสนุน

  1. The team won four games, twice defeat the league leaders and twice defeat the runners-up.
  2. The team won four games, twice defeating the league leaders and twice defeating the runners-up.
  3. The team winning four games, twice defeating the league leaders and twice defeating the runners-up.
ดูคำตอบ

The team won four games, twice defeating the league leaders and twice defeating the runners-up.

Think about it.

4:35

ลองคิดดูสิ

Do you live in a safe state?

4:36

คุณอาศัยอยู่ในรัฐฐานเสียงหรือเปล?

If so,

4:37

ถ้าใช่

is it a Democratic or Republican safe state?

4:39

นั่นเป็นรัฐฐานเสียงของเดโมแครตหรือรีพับลิกัน?

Do you live in a swing state?

4:41

คุณอาศัยอยู่ในรัฐสมรภูมิใช่ไหม?

Are your neighboring states swing or safe?

4:43

รัฐเพื่อนบ้านของคุณเป็นรัฐสมรภูมิหรือรัฐฐานเสียง?

Is the population in your state

4:46

ประชากรในรัฐของคุณ

increasing or decreasing? วลี

4:48

กำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง?

วลี

increasing or decreasing: การถามทิศทางของแนวโน้ม

increasing or decreasing นำทิศทางที่ตรงข้ามกันสองแบบมาคู่กันเพื่อถามว่าแนวโน้มกำลังไปทางไหน รูป -ing ทั้งสองคำใช้กริยาช่วย is ร่วมกัน: Is the population ... increasing or decreasing? เนื่องจากเป็นรูป progressive คำถามนี้จึงเน้นการเปลี่ยนแปลงในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่จำนวนประชากร ณ เวลาใดเวลาหนึ่ง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับปริมาณที่วัดได้ เช่น ราคา ยอดขาย อุณหภูมิ หรืออัตราต่าง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมคำถามโดยใช้รูป -ing ของ increase และ decrease: Is the water level ____?

ดูคำตอบ

increasing or decreasing

And do not forget, ลำดับความ

4:50

และอย่าลืมว่า

ลำดับความ

do not forget: เน้นประเด็นที่ควรจำไว้ต่อไป

ในที่นี้ do not forget เป็นคำเตือนที่ช่วยจัดลำดับเนื้อหา โดยทำให้ข้อมูลที่ตามมามีความสำคัญขึ้น และบอกผู้ฟังให้นำประเด็นนั้นไปจำไว้สำหรับสถานการณ์ถัดไป ไม่ได้หมายความเสมอไปว่าผู้ฟังลืมบางอย่างไปแล้วจริง ๆ และไม่ได้เป็นการตำหนิโดยอัตโนมัติ ในคำอธิบาย มักทำหน้าที่ใกล้เคียงกับ “จำประเด็นนี้ไว้”

แบบฝึกหัด

do not forget ทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้?

  1. บอกว่าผู้ฟังเคยทำผิดพลาดอย่างแน่นอน
  2. เปลี่ยนหัวข้อไปเป็นเรื่องการลืมโดยตรง
  3. เน้นประเด็นที่ผู้ฟังควรจำไว้สำหรับสิ่งที่จะตามมา
ดูคำตอบ

เน้นประเด็นที่ผู้ฟังควรจำไว้สำหรับสิ่งที่จะตามมา

when you're watching the electoral returns การใช้คำ

4:52

เมื่อคุณกำลังดูผลการเลือกตั้ง

การใช้คำ

electoral returns: จำนวนคะแนนและผลการเลือกตั้งที่รายงาน

Electoral returns หมายถึงยอดคะแนนและผลการเลือกตั้งที่รายงานออกมาระหว่างการนับคะแนน ใน watching the electoral returns ผู้พูดหมายถึงการติดตามข้อมูลอัปเดตเหล่านี้จากการรายงานข่าวเลือกตั้ง returns ในที่นี้เป็นคำนามพหูพจน์ที่ใช้ในข่าวการเมือง ไม่ได้หมายถึงคนเดินทางกลับหรือสินค้าที่ถูกส่งคืน

แบบฝึกหัด

ในข่าวการเมือง electoral returns หมายถึงอะไร?

  1. นักการเมืองที่เดินทางกลับหลังลงคะแนน
  2. สินค้าที่ถูกส่งคืนระหว่างการเลือกตั้ง
  3. จำนวนคะแนนและผลการเลือกตั้งที่รายงาน
ดูคำตอบ

จำนวนคะแนนและผลการเลือกตั้งที่รายงาน

on election night every 4 years วัฒนธรรม

4:53

ในคืนวันเลือกตั้งทุกๆ 4 ปี

วัฒนธรรม

election night: คืนแห่งการนับคะแนนและรายงานผล

election night หมายถึงช่วงค่ำของวันเลือกตั้งที่มีการนับคะแนน และสื่อรายงานผลที่ทยอยเข้ามาหรือผลคาดการณ์ เป็นช่วงที่สาธารณชนติดตามผลการเลือกตั้ง ไม่ใช่งานหาเสียงหรืองานเลี้ยงใด ๆ ในที่นี้หมายถึงบริบทการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งจัดขึ้นทุกสี่ปี โดยมีการอัปเดตแผนที่รายรัฐและยอดคะแนนคณะผู้เลือกตั้งอยู่เรื่อย ๆ ผลสุดท้ายอาจยังไม่ชัดเจนภายในคืนนั้น

แบบฝึกหัด

election night ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. งานฉลองส่วนตัวก่อนที่ผู้คนจะลงคะแนน
  2. คืนใดก็ตามที่ผู้สมัครกล่าวสุนทรพจน์
  3. ช่วงค่ำที่มีการนับคะแนนและรายงานผล
ดูคำตอบ

ช่วงค่ำที่มีการนับคะแนนและรายงานผล

and the big map of the United States

4:56

และแผนที่ขนาดใหญ่ของสหรัฐอเมริกา

is on the screen,

4:57

ปรากฏอยู่บนหน้าจอ

know that the magic number สำนวน

4:58

จงรู้ไว้ว่าตัวเลขวิเศษนั้น

is 270

5:00

คือ 270

สำนวน

the magic number is 270: เกณฑ์ชี้ขาด

ในสำนวนเปรียบเทียบ the magic number is 270 คำว่า magic number หมายถึงยอดสำคัญที่ต้องถึงเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ คำว่า magic ใช้เน้นความสำคัญ ไม่ได้สื่อถึงสิ่งเหนือธรรมชาติหรือความลึกลับ ในบริบทการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 270 คือจำนวนเสียงคณะผู้เลือกตั้งเกินกึ่งหนึ่งที่ต้องมีเพื่อชนะ รูปแบบเดียวกันนี้ใช้ระบุเป้าหมายชี้ขาดในกีฬา การระดมทุน ยอดขาย และเป้าหมายที่วัดเป็นตัวเลขอื่น ๆ ได้

แบบฝึกหัด

การระดมทุนครั้งหนึ่งต้องได้ $10,000 จึงจะบรรลุเป้าหมาย มีคนพูดว่า “The magic number is ten thousand.” เขาหมายความว่าอย่างไร?

  1. หนึ่งหมื่นเป็นตัวเลขที่เลือกไว้สำหรับการแสดงมายากล
  2. หนึ่งหมื่นคือยอดสำคัญที่ต้องถึงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
  3. ไม่มีใครรู้ว่าตัวเลขหนึ่งหมื่นคำนวณมาอย่างไร
ดูคำตอบ

หนึ่งหมื่นคือยอดสำคัญที่ต้องถึงเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย

and start adding.

5:01

และเริ่มบวกคะแนนได้เลย