นกไม้ ☀️ | คลิปใหม่ล่าสุด ซีซั่น 3 - นกไม้ | Bluey: บทเรียนภาษาอังกฤษ

Bluey - Official Channel

ความยากในการเรียน
248 คำ 176 คำ/นาที

ภาพรวมวิดีโอ: หลังจากเด็กบางคนทำให้นกที่ทำจากกิ่งไม้เสียหาย บลูอี้พาเด็ก ๆ ที่กำลังเสียใจและโกรธทำแบบฝึกหัดโดยใช้จินตนาการ พวกเขาค้นหาความโกรธในร่างกาย รวบรวมมันไว้ในมือ แล้วขว้างออกไปไกลถึงกลางทะเล เมื่อรู้สึกดีขึ้น ทุกคนก็เริ่มแข่งวิ่งกลับไปหาแม่ ประเด็นสำคัญในการเรียนภาษาอังกฤษ: 1. show you a trick — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เรียนรู้โครงสร้างที่เป็นธรรมชาติสำหรับเสนอว่าจะสาธิตวิธีหรือทักษะที่มีประโยชน์ให้ใครดู การวางผู้รับไว้หลัง show โดยตรงฟังลื่นไหลในสถานการณ์สอน ช่วยเหลือ หรือแบ่งปันเคล็ดลับในชีวิตประจำวัน และช่วยหลีกเลี่ยงการเรียงคำแบบแปลตรงตัวที่ไม่เป็นธรรมชาติ 2. throw it away. — กริยาวลี: เข้าใจว่า throw away หมายถึงทิ้งสิ่งของ และในแบบฝึกหัดด้านอารมณ์นี้ยังสื่อเชิงเปรียบเทียบถึงการปล่อยความโกรธที่ไม่ต้องการออกไปด้วย นอกจากนี้จะได้เรียนรู้ตำแหน่งสรรพนามที่จำเป็น โดยต้องวาง it ระหว่าง throw กับ away ซึ่งเป็นหลักสำคัญในการใช้กริยาวลีแบบแยกคำได้อย่างถูกต้องในการสนทนา 3. give you a head start. — สำนวนและถ้อยคำเชิงเปรียบเทียบ: รู้จักสำนวนทั่วไปที่หมายถึงการให้ใครเริ่มก่อนหรือได้เปรียบในช่วงต้น สามารถนำโครงสร้างเดียวกันไปใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเมื่อพูดถึงการแข่งขัน เกม งานที่มีการแข่งขัน หรือโครงการที่ผู้เข้าร่วมคนหนึ่งได้รับเวลาเพิ่มหรือมีความคืบหน้าล่วงหน้าตั้งแต่เริ่มต้น

คำอธิบายในบทเรียนนี้

Some kids ruined a stickbird.

0:00

มีเด็กทำนกไม้พังน่ะ

Oh, I can show you a trick my buddy Mia taught me if you like. โน้ต

0:02

โอ้ ฉันให้เธอดูเคล็ดลับที่เมียเพื่อนฉันสอนมาได้นะถ้าเธอต้องการ

วลี

show you a trick: แสดงเทคนิคที่เป็นประโยชน์ให้ใครดู

ในประโยคนี้ show you a trick หมายถึงการสาธิตวิธีเล็ก ๆ ที่เป็นประโยชน์ให้ใครสักคนดู trick ในที่นี้หมายถึงเทคนิคหรือเคล็ดลับ ไม่ใช่การหลอกลวงหรือการแกล้ง โครงสร้างคือ show + คน + สิ่งของ: show you a trick เมื่อผู้รับเป็นคำสรรพนามอย่าง you ลำดับนี้จะเป็นธรรมชาติเป็นพิเศษ show a trick to you ถูกหลักไวยากรณ์เช่นกัน แต่ในบริบทนี้มักฟังดูอ้อมกว่า

แบบฝึกหัด

ใช้ show, you และ a trick ตามลำดับที่เป็นธรรมชาติเพื่อเติมข้อเสนอให้สมบูรณ์: I can ____ for folding a paper airplane.

ดูคำตอบ

show you a trick

น้ำเสียง/เจตนา

if you like: ทำให้ข้อเสนอเลือกได้และนุ่มนวลขึ้น

if you like ที่ท้ายข้อเสนอนี้หมายถึง “ถ้าคุณต้องการรับข้อเสนอนี้” ช่วยให้ผู้ฟังมีสิทธิ์เลือกจริง ๆ และทำให้ I can show you... ฟังดูนุ่มนวลขึ้น ในที่นี้ like ไม่มีกรรมที่ระบุไว้ วลีนี้ไม่ได้ถามว่าผู้ฟังชอบเคล็ดลับหรือไม่ แต่หมายถึงผู้ฟังเต็มใจรับข้อเสนอแนะหรือไม่

แบบฝึกหัด

เติมคำเชิญที่นุ่มนวลและปฏิเสธได้ด้วย if you like: You can join us for lunch ____.

ดูคำตอบ

if you like

It's for after you're upset and angry. ไวยากรณ์

0:05

มันใช้หลังจากที่เธอรู้สึกเสียใจและโกรธ

ไวยากรณ์

for after you're upset and angry: เวลาที่ตั้งใจให้ใช้

ในประโยคนี้ for แสดงจุดประสงค์ของวิธีนี้ ส่วน after you're upset and angry บอกว่าควรใช้เมื่อใด ทั้งวลีหมายความว่าให้ใช้วิธีนี้หลังจากความรู้สึกเหล่านั้นเกิดขึ้นแล้ว ไม่ได้หมายความว่าวิธีนี้ทำให้เกิดความเสียใจหรือความโกรธ ผู้พูดละคำอย่าง use เพราะเข้าใจการกระทำที่ต้องการได้จากบริบท รูปแบบสั้น ๆ It's for after + เหตุการณ์หรือสถานการณ์ เชื่อมสิ่งหนึ่งเข้ากับเวลาหลังเหตุการณ์หรือสถานการณ์นั้น

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร?

  1. วิธีนี้มีไว้ทำให้คนรู้สึกเสียใจและโกรธ
  2. วิธีนี้มีไว้ใช้เฉพาะตอนที่คนคนนั้นกำลังเริ่มโกรธเท่านั้น
  3. วิธีนี้มีไว้ใช้หลังจากคนคนนั้นรู้สึกเสียใจและโกรธแล้ว
ดูคำตอบ

วิธีนี้มีไว้ใช้หลังจากคนคนนั้นรู้สึกเสียใจและโกรธแล้ว

Okay, so you have to collect all the upset and all the angry. โน้ต

0:09

เอาล่ะ เธอต้องรวบรวมความเสียใจและความโกรธทั้งหมดไว้ด้วยกัน

ไวยากรณ์

have to collect: การกระทำที่จำเป็น

have to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้แสดงความจำเป็น ใน have to collect คำว่า collect ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน และผู้พูดบอกว่าการรวบรวมเป็นขั้นตอนที่ต้องทำในแบบฝึกหัดนี้ have ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “มี” แต่ have to ทั้งชุดเป็นโครงสร้างที่แสดงความจำเป็น ส่วน collect ใช้ในเชิงเปรียบเทียบ เพราะแบบฝึกหัดให้จินตนาการว่าอารมณ์เป็นสิ่งของที่รวบรวมได้

แบบฝึกหัด

เติมขั้นตอนที่จำเป็นด้วย have to + collect: First, you ____ all the tickets.

ดูคำตอบ

have to collect

สำนวน

all the upset and all the angry: มองอารมณ์เป็นเหมือนสิ่งของ

ในการบรรยายอารมณ์ตามปกติ upset และ angry มักเป็นคำคุณศัพท์ที่ใช้บอกสภาพของคน แต่ในที่นี้ผู้พูดเติม all the ไว้หน้าคำทั้งสอง และใช้คำเหล่านี้ชั่วคราวราวกับเป็นชื่อของอารมณ์จำนวนหนึ่ง วิธีพูดนี้ทำให้อารมณ์ที่มองไม่เห็นดูเหมือนสิ่งของที่สามารถค้นหา รวบรวม และจัดการได้ เป็นภาษาที่ใช้จินตนาการในกิจกรรมด้านอารมณ์สำหรับเด็ก ไม่ได้หมายถึงสิ่งของจริง ๆ

แบบฝึกหัด

all the upset and all the angry ในประโยคนี้หมายความว่าอย่างไร

  1. ผู้พูดกำลังรวบรวมของเล่นจริงสองชนิด
  2. อารมณ์ถูกจินตนาการให้เป็นสิ่งที่สามารถรวบรวมได้
  3. Upset และ Angry เป็นชื่อของคนสองคน
ดูคำตอบ

อารมณ์ถูกจินตนาการให้เป็นสิ่งที่สามารถรวบรวมได้

How do I collect upset and angry?

0:14

ฉันจะรวบรวมความเสียใจและความโกรธได้ยังไง?

You just feel where it is and go get it. ไวยากรณ์

0:17

เธอแค่ต้องรู้สึกว่ามันอยู่ตรงไหนแล้วก็ไปเอามันมา

ไวยากรณ์

feel where it is: ลำดับคำในคำถามแบบฝัง

ใน feel where it is คำว่า where it is เป็นอนุประโยคคำถามที่ฝังอยู่ในประโยค โดยทำหน้าที่เติมเนื้อหาให้ feel และหมายถึงการสัมผัสว่าสิ่งนั้นอยู่ที่ไหน ในบริบทนี้ it หมายถึงอารมณ์ที่ถูกจินตนาการให้เป็นเหมือนสิ่งของ เพราะอนุประโยค where อยู่ภายในประโยคบอกเล่าที่ใหญ่กว่า จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า: where + ประธาน + กริยา จึงเป็น where it is ส่วนคำถามตรงที่เป็นประโยคเดี่ยวคือ Where is it? ซึ่งวาง is ไว้หน้าประธาน

แบบฝึกหัด

เลือกประโยคที่ใช้ลำดับคำของคำถามแบบฝังได้ถูกต้อง

  1. Can you feel where is the pain?
  2. Can you feel where the pain is?
ดูคำตอบ

Can you feel where the pain is?

ไวยากรณ์

go get it: go + กริยารูปพื้นฐานโดยไม่ใช้ to

ใน go get it คำว่า go ตามด้วยกริยารูปพื้นฐาน get โดยตรง กริยาสองคำนี้รวมกันเป็นลำดับการกระทำแบบสั้น ๆ คือไปแล้วเอาสิ่งนั้นมา โครงสร้างนี้ไม่ใช้ to ในประโยคนี้ it หมายถึงความรู้สึกที่ถูกจินตนาการว่าเป็นสิ่งที่หาเจอและนำออกมาได้ โดยทั่วไป go + กริยารูปพื้นฐานเป็นวิธีสั้น ๆ ที่ใช้บอกให้ใครไปทำการกระทำถัดไป หรือบอกว่าใครจะไปทำการกระทำนั้น

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างแบบสั้น go + กริยารูปพื้นฐาน เพื่อบอกให้ใครไปเอาเสื้อโค้ตมา

  1. Go and get your coat.
  2. Go get your coat.
  3. Go to the hall to get your coat.
ดูคำตอบ

Go get your coat.

Hmm.

0:20

อืม

There's usually some in your belly or your neck,

0:20

ปกติมันจะอยู่ที่ท้องหรือที่คอของเธอ

and always remember to check your ears. วลี

0:24

และอย่าลืมตรวจดูที่หูด้วยนะ

วลี

remember to check: งานที่ยังต้องทำ

Remember to check หมายถึง “อย่าลืมตรวจดู” โครงสร้างคือ remember to + กริยารูปพื้นฐาน และชี้ถึงการกระทำที่ยังต้องทำ หลัง check จะตามด้วยสิ่งที่ต้องตรวจ เช่น check your ears หรือ check the door ทำให้วลีนี้มีประโยชน์สำหรับคำเตือน ขั้นตอนการทำงาน และขั้นตอนด้านความปลอดภัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดเตือนให้อีกคนทำการตรวจที่ยังไม่ได้ทำ

  1. I remembered that the windows were already checked.
  2. Remember to check the windows before you leave.
  3. I remember checking the windows before I left.
ดูคำตอบ

Remember to check the windows before you leave.

Okay.

0:26

โอเค

Now, you've got all that upset and angry in your hands. สำนวน

0:32

เอาล่ะ ตอนนี้ความเสียใจและความโกรธอยู่ในมือของเธอแล้ว

สำนวน

all that upset and angry in your hands: ทำให้ความรู้สึกเป็นรูปธรรม

ในที่นี้ upset และ angry ถูกพูดถึงราวกับเป็นสิ่งของก้อนหนึ่งที่รวบรวมและถือไว้ได้ วลีที่ไม่ค่อยพบอย่าง all that upset and angry หมายถึงความรู้สึกเหล่านั้น ไม่ใช่วัตถุจริง in your hands สานต่ออุปมาในการจินตนาการตามคำแนะนำนี้ ผู้ฟังต้องนึกภาพว่ากำลังถือความรู้สึกไว้ เพื่อให้ความรู้สึกดูเป็นรูปธรรมและจัดการได้ แต่จริง ๆ แล้วไม่มีสิ่งของอยู่ในมือ

แบบฝึกหัด

วลีที่เน้นไว้หมายถึงอะไรในประโยคชวนจินตนาการนี้

  1. ผู้ฟังควรจินตนาการว่าความรู้สึกถูกรวบรวมและกำลังถือไว้ในมือ
  2. ผู้ฟังกำลังถือวัตถุจริงที่ชื่อว่า upset และ angry
  3. มือของผู้ฟังทำให้ผู้พูดรู้สึกเสียใจและโกรธ
ดูคำตอบ

ผู้ฟังควรจินตนาการว่าความรู้สึกถูกรวบรวมและกำลังถือไว้ในมือ

What do I do with it? วลี

0:35

ฉันต้องทำยังไงกับมัน?

วลี

do with it: ถามว่าจะจัดการสิ่งหนึ่งอย่างไร

ในโครงสร้าง do with something คำว่า with ใช้นำสิ่งที่จะจัดการ ใช้งาน หรือรับมือ What do I do with it? ถามว่าขั้นต่อไปควรทำอะไรกับสิ่งนั้น ในที่นี้ it หมายถึงกลุ่มความรู้สึกที่ไม่ต้องการซึ่งจินตนาการว่ารวบรวมไว้แล้ว โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งของ ปัญหา หรือข้อมูลได้ โดยถาม what to do with X เมื่อต้องตัดสินใจว่าจะจัดการ X อย่างไร

แบบฝึกหัด

เติมคำถามให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง do with something: I found this old key. What should I ____?

ดูคำตอบ

do with it

Do you want to keep it?

0:37

เธออยากเก็บมันไว้ไหม?

No, I don't want it.

0:39

ไม่ ฉันไม่อยากได้มัน

Well, what do you do with something you don't want anymore? ไวยากรณ์

0:41

แล้วเธอจะทำยังไงกับสิ่งที่เธอไม่ต้องการแล้วล่ะ?

ไวยากรณ์

something you don't want anymore: การละสรรพนามเชื่อมที่เป็นกรรม

อนุประโยค you don't want anymore วางต่อจาก something โดยตรง เพื่อบอกว่าผู้พูดหมายถึงสิ่งแบบใด something ทำหน้าที่เป็นกรรมของ want จึงละสรรพนามเชื่อมอนุประโยคสัมพันธ์ที่เป็นกรรมได้: something (that) you don't want anymore don't ... anymore หมายถึง “ไม่...อีกแล้ว” โดย anymore ใช้คู่กับ don't want ดังนั้นทั้งวลีจึงหมายถึงสิ่งบางอย่างที่คุณไม่ต้องการอีกต่อไป

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้อนุประโยคหลัง something ได้ถูกต้อง โดยละสรรพนามเชื่อมที่ทำหน้าที่เป็นกรรม?

  1. Please donate something you don't need it anymore.
  2. Please donate something you don't need anymore.
  3. Please donate something that doesn't need you anymore.
ดูคำตอบ

Please donate something you don't need anymore.

Uh, give it to you?

0:44

เอ่อ ให้เธอเหรอ?

Woah, I don't want it.

0:46

โว้ว ฉันไม่เอานะ

Yeah, me neither. ไวยากรณ์

0:48

ใช่ ฉันก็เหมือนกัน

ไวยากรณ์

me neither: การเห็นด้วยกับข้อความปฏิเสธ

Me neither เป็นคำตอบสั้น ๆ ที่หมายความว่าข้อความปฏิเสธเดียวกันนั้นเป็นจริงสำหรับผู้พูดด้วย ใช้ตอบประโยคปฏิเสธ เช่น I don't want it และในที่นี้มีความหมายเท่ากับ I don't want it either Yeah แสดงว่ารับรู้สิ่งที่อีกฝ่ายพูด ส่วน me neither แสดงการเห็นด้วยกับใจความปฏิเสธ รายละเอียดที่ละไว้ต้องเข้าใจจากประโยคก่อนหน้า จึงมักต้องมีบริบทนั้น

แบบฝึกหัด

เพื่อนพูดว่า I don't enjoy crowded places. คำตอบใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าคุณก็ไม่ชอบสถานที่แออัดเช่นกัน?

  1. So do I.
  2. Me neither.
  3. Me too.
ดูคำตอบ

Me neither.

Then what do I do with it?

0:49

แล้วฉันต้องทำยังไงกับมันล่ะ?

You throw it away. กริยาวลี

0:52

เธอโยนมันทิ้งไปไง

กริยาวลี

throw it away: ตำแหน่งคำสรรพนามในกริยาวลีแบบแยกได้

Throw away หมายถึง “ทิ้ง” หรือ “กำจัด” ในประโยคนี้ it คือสิ่งที่ถูกทิ้ง กริยาวลีนี้แยกคำได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม เช่น it หรือ them ต้องวางคำสรรพนามไว้ระหว่างคำกริยากับ away: throw it away ไม่ใช่ throw away it หากกรรมเป็นคำนาม จะวางได้ทั้งสองตำแหน่ง: throw the box away หรือ throw away the box

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้ throw away และคำสรรพนาม it ตามลำดับที่ถูกต้อง: This cup is cracked, so please ____.

ดูคำตอบ

throw it away

Oh.

0:53

โอ้

Uh-uh, like Mum said, ลำดับความ

0:55

อะ อา เหมือนที่แม่บอก

you need to throw this thing really far.

0:57

เธอต้องโยนเจ้านี่ไปให้ไกลๆ

ลำดับความ

like Mum said: การย้อนอ้างถึงคำพูดก่อนหน้า

ใน like Mum said คำว่า like ย้อนอ้างถึงสิ่งที่แม่พูดไว้ก่อนหน้า ผู้พูดใช้คำพูดนั้นเพื่อเกริ่นและสนับสนุนคำสั่งที่ตามมา รูปแบบที่ใช้ในภาษาพูดคือ Like + บุคคล + said แล้วตามด้วยประเด็นที่นำมาพูดซ้ำหรือนำไปใช้ ที่นี่ like หมายถึง “อย่างที่พูดไว้” ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ชอบ”

แบบฝึกหัด

ประโยคใดย้อนอ้างถึงคำเตือนก่อนหน้าของโค้ชได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. The coach likes it when we keep our eyes on the ball.
  2. Like the coach said, keep your eyes on the ball.
  3. Like the coach, I keep my eyes on the ball.
ดูคำตอบ

Like the coach said, keep your eyes on the ball.

Stand sideways like on a skateboard, ไวยากรณ์

0:59

ยืนหันข้างเหมือนตอนเล่นสเก็ตบอร์ด

ไวยากรณ์

like on a skateboard: ใช้สถานการณ์ที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายท่าทาง

ในคำสั่งนี้ like on a skateboard หมายถึง “อยู่ในท่าหันข้างแบบเดียวกับตอนยืนบนสเกตบอร์ด” วลี on a skateboard ยกสถานการณ์ที่คุ้นเคยมาให้เห็นว่าควรยืนอย่างไร ผู้ฟังไม่ได้ยืนอยู่บนสเกตบอร์ดจริง ๆ ในคำสั่งแบบไม่เป็นทางการ เราสามารถย่อการเปรียบเทียบได้เมื่อเข้าใจสิ่งที่ละไว้ได้ง่าย รูปที่เต็มกว่าคือ as if you were standing on a skateboard

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ like + สถานการณ์ที่คุ้นเคยเพื่ออธิบายท่าทางได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. Keep your knees bent, liking skis.
  2. Keep your knees bent, because you are skis.
  3. Keep your knees bent, like on skis.
ดูคำตอบ

Keep your knees bent, like on skis.

bend your knees,

1:02

ย่อเข่าลง

yep, get comfy, การใช้คำ

1:03

ใช่ ทำตัวให้สบาย

การใช้คำ

get comfy: ทำตัวให้สบายในภาษาพูดแบบเป็นกันเอง

Comfy เป็นรูปไม่เป็นทางการของ comfortable ส่วน Get comfy หมายถึง “ขยับหรือจัดตัวให้อยู่ในสภาพที่สบายและผ่อนคลาย” ในที่นี้เป็นการบอกให้อีกฝ่ายปรับท่าจนรู้สึกสบายและเป็นธรรมชาติ ในโครงสร้าง get + adjective คำว่า get หมายถึง “กลายเป็น” ไม่ใช่ “ได้รับ” ดังนั้น get comfy จึงเน้นการเปลี่ยนเข้าสู่สภาพที่สบาย

แบบฝึกหัด

เติมคำชวนให้สมบูรณ์ด้วยสำนวนไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียน: Sit on the sofa and ____.

ดูคำตอบ

get comfy

that's good.

1:04

ดีมาก

Aim with this arm

1:05

เล็งด้วยแขนข้างนี้

and Woah!

1:07

และ โว้ว!

It's going all the way out to sea. วลี

1:10

มันพุ่งออกไปไกลถึงทะเลเลย

วลี

all the way out to sea: ออกไปไกลจนถึงกลางทะเล

all the way เน้นระยะทางอย่างชัดเจนว่า การเคลื่อนที่ดำเนินต่อไปเป็นระยะไกลจนถึงจุดหมายที่อยู่ห่างออกไป out to sea หมายถึงการเคลื่อนออกจากชายฝั่งไปสู่ทะเลเปิด เมื่อนำมารวมเป็น all the way out to sea จึงสื่อภาพว่าบางสิ่งเคลื่อนออกไปไกลจากฝั่งมาก ไม่ใช่แค่ไปถึงริมทะเล

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีที่เน้นไว้ซึ่งสื่อว่าออกไปไกลจากชายฝั่ง: The small raft drifted ____.

ดูคำตอบ

all the way out to sea

Look for the splash, กริยาวลี

1:12

มองหาน้ำกระเซ็นนะ

look for the splash.

1:13

มองหาน้ำกระเซ็น

กริยาวลี

Look for the splash: มองหาและคอยสังเกตน้ำกระเซ็น

look for หมายถึงการพยายามค้นหาหรือสังเกตเป้าหมายที่ยังไม่พบหรืออาจยังไม่ปรากฏ โดยสิ่งที่ต้องการค้นหาจะตามหลัง for ในคำสั่งนี้ Look for the splash บอกให้ผู้ฟังคอยสังเกตว่าน้ำจะกระเซ็นขึ้นตรงไหน ไม่ได้หมายถึงเพียงหันไปมองน้ำกระเซ็นที่เห็นอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

มีนายังหาห้องเรียนที่ถูกต้องไม่พบ คำสั่งใดบอกให้เธอค้นหาหมายเลขห้อง?

  1. Look at the room number above the door.
  2. Look for the room number above the door.
  3. Look after the child near the door.
ดูคำตอบ

Look for the room number above the door.

There, did you see it?

1:15

นั่นไง เธอเห็นไหม?

Yes, it was a million miles away. สำนวน

1:16

เห็นสิ มันอยู่ห่างออกไปเป็นล้านไมล์เลย

สำนวน

a million miles away: การพูดเกินจริงว่าไกลมาก

ในประโยคนี้ a million miles away หมายถึง “ไกลมาก ๆ” ตัวเลขที่ใหญ่มากนี้เป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ใช่ระยะทางที่วัดมาแล้ว รูปแบบนี้ใช้ปริมาณที่มากผิดปกติเพื่อเน้นความรู้สึก ในที่นี้ให้เข้าใจว่าผู้พูดรู้สึกว่าระยะทางไกลมาก แทนที่จะคำนวณจำนวนไมล์

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ a million miles away เป็นการพูดเกินจริงแบบไม่เป็นทางการ

  1. The survey states that the cabin is exactly a million miles away.
  2. After three hours of walking, the cabin felt a million miles away.
  3. A million miles away means the cabin is very close.
ดูคำตอบ

After three hours of walking, the cabin felt a million miles away.

Good throw.

1:19

ขว้างได้ดีมาก

Yeah, good one Bingo. น้ำเสียง/เจตนา

1:20

ใช่ เก่งมากบิงโก

น้ำเสียง/เจตนา

good one, Bingo: คำชมทันทีแบบไม่เป็นทางการ

Good one เป็นคำชมสั้น ๆ แบบไม่เป็นทางการสำหรับสิ่งที่อีกคนเพิ่งทำ เช่น การกระทำ คำตอบ หรือความพยายาม คำว่า one หมายถึงผลงานที่เพิ่งเกิดขึ้นนั้น ไม่ได้หมายถึงเลขหนึ่ง Bingo คือชื่อของคนที่ผู้พูดกำลังพูดด้วย ดังนั้นคำชมจึงมุ่งไปที่ Bingo ในการเขียนตามมาตรฐาน ชื่อที่ใช้เรียกบุคคลโดยตรงเช่นนี้มักคั่นด้วยจุลภาค: Good one, Bingo.

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยคำชมแบบไม่เป็นทางการสองคำจากบทเรียน: You solved the puzzle! ____, Leo!

ดูคำตอบ

Good one

Thanks.

1:22

ขอบคุณ

So, how do you feel? น้ำเสียง/เจตนา

1:23

แล้วเธอรู้สึกยังไงบ้าง?

น้ำเสียง/เจตนา

How do you feel? สำหรับตรวจดูสภาวะทางอารมณ์ของอีกฝ่าย

ในฉากนี้ how do you feel? ใช้ถามเพื่อดูสภาวะทางอารมณ์ของอีกฝ่ายหลังจากทำกิจกรรมช่วยให้สงบลง หมายถึง “ตอนนี้รู้สึกอย่างไร” ไม่ใช่แค่คำทักทายทั่วไป คำถามนี้ใช้ถามความรู้สึกทางร่างกายได้เช่นกัน จึงต้องอาศัยบริบทเพื่อดูว่าถามเรื่องใด ในที่นี้ กิจกรรมช่วยให้สงบลงที่เพิ่งทำไปทำให้ชัดเจนว่ากำลังถามถึงอารมณ์

แบบฝึกหัด

เพื่อนเพิ่งทำกิจกรรมช่วยให้สงบลงเสร็จ คำถามใดตรวจดูสภาวะทางอารมณ์ของเพื่อนหลังจากนั้นได้ชัดเจนที่สุด

  1. How are you?
  2. How do you feel now?
  3. What do you do?
ดูคำตอบ

How do you feel now?

Good.

1:25

ดีเลย

Yay!

1:25

เย้!

Thanks Bluey.

1:27

ขอบใจนะบลูอี้

Yeah, thanks Bluey.

1:28

ใช่ ขอบใจนะบลูอี้

Thank Mia, she taught me it. โน้ต

1:29

ขอบใจเมียสิ เธอเป็นคนสอนฉัน

น้ำเสียง/เจตนา

Thank Mia: ประโยคคำสั่งที่เปลี่ยนผู้รับคำขอบคุณ

Thank Mia เป็นประโยคคำสั่งที่ละประธาน you ไว้ ผู้พูดกำลังบอกให้ผู้ฟังขอบคุณ Mia ไม่ได้กำลังพูดว่า “I thank Mia” เพื่อบอกว่าตนเองขอบคุณ Mia ในที่นี้ ประโยคนี้ยกความดีความชอบให้คนที่สอนวิธีดังกล่าว รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Thank + คน และมักตามด้วยเหตุผล

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วย Thank + ชื่อบุคคล: Maya found your bag. ____ for finding it.

ดูคำตอบ

Thank Maya

ไวยากรณ์

“taught me it”: โครงสร้างกรรมสองตัวของ teach

วลีนี้ใช้โครงสร้างกรรมสองตัว teach + ผู้เรียน + สิ่งที่สอน โดย me คือผู้เรียนหรือผู้รับการสอน ส่วน it คือสิ่งที่ถูกสอน ดังนั้น she taught me it จึงหมายความว่าเธอสอนทักษะหรือวิธีที่พูดถึงก่อนหน้านี้ให้ผู้พูด โครงสร้างนี้เป็นธรรมชาติมากเมื่อสิ่งที่สอนเป็นนามวลี เช่น She taught me the trick. แต่เมื่อสิ่งนั้นเป็นคำสรรพนามสั้น ๆ อย่าง it ผู้พูดจำนวนมากจะชอบ She taught it to me. มากกว่า แม้ว่ารูปในคำบรรยายจะเข้าใจได้และพบได้ในภาษาพูดก็ตาม

แบบฝึกหัด

ท่าเต้นที่กล่าวถึงไปแล้วตอนนี้ใช้ it แทน ประโยคใดเป็นวิธีที่เป็นธรรมชาติที่สุดในการบอกว่าลูกพี่ลูกน้องสอนท่านั้นให้คุณ

  1. My cousin taught me it.
  2. My cousin taught it to me.
  3. My cousin taught to me it.
ดูคำตอบ

My cousin taught it to me.

Oh, and Mum for the throwing bit. การใช้คำ

1:31

โอ้ และแม่สำหรับเรื่องการขว้างด้วย

การใช้คำ

“for the throwing bit”: bit ที่หมายถึง “ส่วน” หรือ “ขั้นตอน”

ในวลีนี้ bit เป็นคำนามไม่เป็นทางการที่หมายถึงส่วนหรือขั้นตอนหนึ่งของกิจกรรม the throwing bit คือส่วนที่มีการโยนเกิดขึ้น ไม่ใช่เศษวัตถุหรือหน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์ for ใช้บอกว่าขอบคุณ Mum เรื่องอะไร ประโยคนี้ละคำที่ซ้ำกับข้อความก่อนหน้าไว้ โดยใจความเต็มคือ Thank Mum for the throwing bit. การละคำแบบนี้พบได้บ่อยเมื่อเสริมประเด็นจากสิ่งที่เพิ่งพูดไป

แบบฝึกหัด

the throwing bit ในประโยคนี้หมายถึงอะไร

  1. หน่วยข้อมูลคอมพิวเตอร์
  2. ส่วนที่มีการโยนเกิดขึ้น
  3. เศษชิ้นเล็ก ๆ ที่แตกออกมา
ดูคำตอบ

ส่วนที่มีการโยนเกิดขึ้น

Can we have a race to Mum? วลี

1:33

เรามาแข่งวิ่งไปหาแม่กันไหม?

วลี

have a race to Mum: การแข่งที่มีจุดหมายปลายทาง

Have a race เป็นการจับคู่คำกริยากับคำนามที่เป็นธรรมชาติ หมายถึง “แข่งขันกันในการแข่งหนึ่งครั้ง” ในคำถามนี้ to Mum บอกจุดสิ้นสุด เด็ก ๆ จะแข่งกันไปจนถึงจุดที่แม่อยู่ Mum ไม่ใช่ผู้รับการแข่งขัน และไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แข่ง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ have a race to + จุดสิ้นสุด เช่น have a race to the gate ในที่นี้ to แสดงการเคลื่อนไปยังเส้นชัย

แบบฝึกหัด

ประโยคใดชวนให้แข่งกันไปถึงประตูได้อย่างเป็นธรรมชาติ

  1. Let's have a race to the gate.
  2. Let's have a race the gate.
  3. Let's do a race at the gate.
ดูคำตอบ

Let's have a race to the gate.

Yeah, Dad, do you want to race too? น้ำเสียง/เจตนา

1:35

ได้สิ พ่ออยากแข่งด้วยไหม?

น้ำเสียง/เจตนา

Do you want to ... too?: การชวนอีกคนให้เข้าร่วม

Do you want to race too? ในที่นี้เป็นคำชวนให้เข้าร่วมทันที ไม่ใช่คำถามเกี่ยวกับความต้องการในระยะยาว want to ตามด้วยคำกริยารูปพื้นฐาน race too หมายถึง “ด้วย” หรือ “เช่นกัน” แสดงว่ามีคนอื่นกำลังจะเข้าร่วมการแข่งขันอยู่แล้ว และถามว่าพ่อต้องการเข้าร่วมไหม รูปแบบ Do you want to + คำกริยารูปพื้นฐาน + too? ใช้ชวนอีกคนให้เข้าร่วมกิจกรรมร่วมกัน

แบบฝึกหัด

สถานการณ์: Mia is joining the game. เติมคำชวน Leo ให้สมบูรณ์โดยใช้ Do you want to ... too?: ____ join ____, Leo?

ดูคำตอบ

Do you want to · too

Yeah, okay.

1:37

ได้สิ โอเค

I'll give you a head start. สำนวน

1:38

ฉันจะต่อให้พวกเธอวิ่งไปก่อน

สำนวน

give you a head start: ให้ใครบางคนเริ่มก่อน

Give someone a head start หมายถึงปล่อยให้คนนั้นเริ่มก่อน เพื่อให้ได้เปรียบในช่วงแรก ในประโยคนี้ ผู้พูดเสนอว่าจะรอขณะที่อีกฝ่ายเริ่มไปก่อน โครงสร้างคือ give + คน + a head start นอกจากนี้ยังใช้ในเชิงเปรียบเทียบได้ เมื่อเวลาที่เพิ่มขึ้น การเตรียมตัว หรือความช่วยเหลือทำให้ใครบางคนได้เปรียบก่อนงานหลักจะเริ่ม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยสำนวนที่หมายถึง “ให้คุณเริ่มก่อน”: You can start ten seconds before me. I'll ____.

ดูคำตอบ

give you a head start

Okay, Ready set go? วลี

1:39

โอเค เข้าที่ ระวัง ไป?

วลี

Ready, set, go!: สัญญาณให้เริ่ม

Ready, set, go! เป็นคำให้สัญญาณแบบตายตัวที่ใช้เริ่มการแข่งขัน เกม หรือกิจกรรมจับเวลา ready บอกให้ทุกคนเตรียมตัว set บอกให้เข้าประจำที่และรอ ส่วน go คือสัญญาณให้เริ่ม ในที่นี้ set ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ตั้งค่า” โดยปกติทุกคนจะเริ่มเมื่อได้ยิน go เท่านั้น คำทั้งสามเรียงตามลำดับนี้เสมอ และในการเขียนมาตรฐานมักคั่นด้วยเครื่องหมายจุลภาค

แบบฝึกหัด

เติมคำที่เป็นสัญญาณเริ่มลงในคำให้สัญญาณแบบตายตัว: Ready, set, ____!

ดูคำตอบ

go

Here I come. วลี

2:00

ฉันไปล่ะนะ

วลี

Here I come: ใช้เมื่อกำลังเข้าไปหาหรือเข้าร่วม

“Here I come!” เป็นสำนวนพูดตายตัว หมายถึง “ฉันกำลังไปหาพวกเธอแล้ว” หรือ “ฉันจะเข้าไปร่วมแล้วนะ” ในฉากนี้ ผู้พูดใช้บอกว่าตนเริ่มวิ่งไล่คนอื่นแล้ว Here ทำให้สถานที่ปลายทางเป็นจุดที่ผู้พูดกำลังเคลื่อนเข้าไปหา ดังนั้นประโยคนี้สื่อถึงการเคลื่อนไหว ไม่ได้หมายความว่าผู้พูดอยู่ที่นั่นแล้ว ควรจำทั้งประโยคเป็นคำอุทาน ไม่ใช่แปลเป็นคำบอกตำแหน่งแบบนิ่ง ๆ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคที่ผู้หาพูดหลังนับเสร็จในการเล่นซ่อนหา: Ready or not, ____!

ดูคำตอบ

here I come