หากพลังวิเศษมีจริง: พละกำลังมหาศาล - Joy Lin: บทเรียนภาษาอังกฤษ

TED-Ed

ความยากในการเรียน
538 คำ 178 คำ/นาที

คำอธิบายวิดีโอ: การทดลองทางความคิดด้านฟิสิกส์นี้สำรวจว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากคนคนหนึ่งแข็งแรงขึ้นหนึ่งพันเท่าในทันทีแล้วพยายามรับคนที่กำลังตกลงมา วิดีโออธิบายว่าแรงมหาศาลหรือการใช้ประตูก็ไม่อาจป้องกันแรงกดและการชะลออย่างฉับพลันที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ส่วนการบินให้มีความเร็วเท่ากับผู้ที่กำลังตกแล้วค่อย ๆ ลดความเร็วจะได้ผลก็ต่อเมื่อมีระยะทางเพียงพอ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. The smaller the area, the bigger the pressure. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค เรียนรู้โครงสร้าง “the + ขั้นกว่า, the + ขั้นกว่า” เพื่อแสดงว่าปริมาณสองอย่างเปลี่ยนแปลงสัมพันธ์กัน ในที่นี้ใช้เชื่อมพื้นที่สัมผัสที่เล็กลงกับแรงกดที่เพิ่มขึ้น และยังนำไปใช้อธิบายแนวโน้ม สัดส่วน ตลอดจนความสัมพันธ์เชิงเหตุและผลได้ 2. all you're doing is essentially moving — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์ สังเกตว่า “all you’re doing is” ใช้สรุปวิธีแก้ที่ดูเหมือนมีประโยชน์ให้เหลือเพียงผลลัพธ์ที่แท้จริงแต่ไม่ได้ผล ผู้เรียนสามารถใช้กรอบนี้ในคำอธิบายหรือข้อโต้แย้งเพื่อหักล้างสมมติฐานที่ผิด และดึงความสนใจกลับมาที่สิ่งซึ่งการกระทำนั้นเปลี่ยนแปลงจริง ๆ 3. gradually slow down — กริยาวลี เข้าใจว่า slow down หมายถึงลดความเร็ว ส่วน gradually เน้นการเปลี่ยนแปลงอย่างค่อยเป็นค่อยไปและควบคุมได้ ใช้ร่วมกันเพื่อบรรยายการชะลออย่างปลอดภัย หรือการค่อย ๆ ลดจังหวะ ความคืบหน้า ปริมาณงาน หรือความรุนแรงของอารมณ์ แทนการหยุดทันที

คำอธิบายในบทเรียนนี้

If you wake up one morning with 1,000 times the strength you had the night before, โน้ต

0:13

ถ้าเช้าวันหนึ่งคุณตื่นขึ้นมาพร้อมกับพละกำลังที่มากกว่าคืนก่อนหน้าถึง 1,000 เท่า

how will you handle delicate day-to-day tasks? วลี

0:20

คุณจะจัดการกับงานที่ต้องใช้ความละเอียดอ่อนในแต่ละวันอย่างไร

ไวยากรณ์

If you wake up one morning: การตั้งเงื่อนไขสมมติ

If you wake up one morning เป็นอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย if โดยชวนให้ผู้ฟังจินตนาการถึงเงื่อนไขหนึ่ง ไม่ได้บอกว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นแล้ว ในประโยคนี้ อนุประโยคดังกล่าววางเงื่อนไขตั้งต้นให้กับคำถามเรื่องการทำงานทั่วไป รูปแบบที่ใช้ได้คือ If + present simple, ... will + กริยารูปพื้นฐาน? รูปปัจจุบัน wake หลัง if สามารถหมายถึงสถานการณ์ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นได้ ส่วน will อยู่ในคำถามหลักที่ถามถึงผลลัพธ์

แบบฝึกหัด

อนุประโยค if ตอนต้นทำหน้าที่อะไรในประโยคนี้? If our team wins tomorrow, how will we celebrate?

  1. บอกว่าทีมนั้นชนะไปแล้ว
  2. ออกคำสั่งให้ชนะการแข่งขัน
  3. วางเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นให้กับคำถามที่ตามมา
ดูคำตอบ

วางเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นให้กับคำถามที่ตามมา

วลี

1,000 times the strength: การบอกจำนวนเท่า

วลี 1,000 times the strength you had the night before หมายถึงพละกำลังที่เท่ากับปริมาณเดิมคูณด้วย 1,000 ส่วนอนุประโยคสัมพันธ์ you had the night before ระบุค่าที่ใช้เป็นฐานในการเปรียบเทียบ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ตัวเลข + times + the + คำนาม + วลีเปรียบเทียบ เช่น three times the capacity of the old tank ในที่นี้ times แสดงตัวคูณ ไม่ได้หมายถึงเวลาบนนาฬิกาหรือจำนวนครั้ง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยสามคำ เขียนตัวเลขเป็นคำภาษาอังกฤษและใช้รูปแบบ times the เพื่อบอกว่าความจุเป็นสามเท่าของถังเก่า: The new tank has ____ capacity of the old one.

ดูคำตอบ

three times the

วลี

delicate day-to-day tasks: งานประจำที่ต้องทำอย่างนุ่มนวลและแม่นยำ

ในคำถามนี้ day-to-day ขยายคำว่า tasks และหมายถึงสิ่งที่ทำเป็นกิจวัตรหรือเกิดซ้ำเป็นประจำ ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาจากวันหนึ่งไปอีกวันหนึ่ง คำว่า delicate เสริมว่ากิจกรรมธรรมดาเหล่านี้ต้องทำอย่างนุ่มนวล แม่นยำ หรือระมัดระวัง delicate task อาจเป็นงานที่ต้องควบคุมอย่างละเอียดหรือใช้ความสุขุม แม้จะไม่ได้เกี่ยวกับสิ่งของที่แตกหักง่าย

แบบฝึกหัด

ความหมายใดตรงกับ delicate day-to-day tasks ในคำถามมากที่สุด

  1. งานประจำที่ต้องจัดการอย่างนุ่มนวลหรือแม่นยำ
  2. งานอันตรายที่ทำเพียงครั้งเดียว
  3. งานที่กำหนดไว้ระหว่างสองวันที่เฉพาะเจาะจง
ดูคำตอบ

งานประจำที่ต้องจัดการอย่างนุ่มนวลหรือแม่นยำ

Everything must seem so fragile to you ไวยากรณ์

0:23

ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดูเปราะบางไปหมดสำหรับคุณ

since the scale of your strength has expanded 1,000 times.

0:26

เพราะสเกลพละกำลังของคุณขยายขึ้นถึง 1,000 เท่า

ไวยากรณ์

must seem so fragile to you: การอนุมานอย่างมั่นใจจากหลักฐาน

ในที่นี้ must แสดงการอนุมานที่มั่นใจจากหลักฐาน ไม่ใช่คำสั่งหรือหน้าที่ ผู้พูดใช้การที่พละกำลังเพิ่มขึ้นเป็นหลักฐาน แล้วสรุปอย่างมั่นใจว่าสิ่งของทั่วไปน่าจะดูเปราะบางมากในสายตาของอีกฝ่าย โครงสร้าง something must seem + adjective + to someone รวมข้อสรุปจากหลักฐานเข้ากับมุมมองของบุคคลนั้น จึงเป็นการตีความอย่างมั่นใจว่าสิ่งหนึ่งดูเป็นอย่างไร ไม่ใช่การบอกข้อเท็จจริงที่เป็นกลาง

แบบฝึกหัด

อ่านประโยคนี้: Maya has used this software for years, so the new version must seem familiar to her. must แสดงความหมายอะไร

  1. ซอฟต์แวร์ถูกกำหนดให้เปลี่ยนความคิดเห็นของ Maya
  2. Maya ถูกสั่งให้รู้สึกว่าซอฟต์แวร์นี้คุ้นเคย
  3. ผู้พูดอนุมานความรู้สึกของ Maya อย่างมั่นใจจากหลักฐาน
ดูคำตอบ

ผู้พูดอนุมานความรู้สึกของ Maya อย่างมั่นใจจากหลักฐาน

You'd have to be very careful ไวยากรณ์

0:31

คุณจะต้องระมัดระวังให้มาก

when you're shaking someone's hand วลี

0:33

เมื่อคุณจับมือกับใครสักคน

ไวยากรณ์

You'd have to: ความจำเป็นในผลของสถานการณ์สมมติ

You'd have to เป็นรูปย่อของ you would have to หมายความว่า ถ้าสถานการณ์ที่สมมติไว้เกิดขึ้นจริง สถานการณ์นั้นจะทำให้การกระทำหรือความระมัดระวังนี้เป็นสิ่งจำเป็น have to แสดงความจำเป็น ส่วน would วางความจำเป็นนั้นไว้เป็นผลของสถานการณ์สมมติ ในที่นี้ 'd หมายถึง would ไม่ใช่ had รูปแบบคือ would have to + กริยารูปพื้นฐาน เช่น You'd have to be very careful.

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างที่แสดงผลซึ่งจำเป็นในสถานการณ์สมมติให้ประโยคสมบูรณ์: If the power went out, we ____ use flashlights.

ดูคำตอบ

would have to

so you don't end up breaking their bones วลี

0:34

เพื่อที่คุณจะได้ไม่เผลอหักกระดูกของพวกเขา

วลี

you're shaking someone's hand: รูปแบบการพูดถึงการจับมือทักทาย

ในประโยคนี้ shake someone's hand หมายถึงการจับมืออีกฝ่ายชั่วครู่เพื่อทักทายทางสังคม คำว่า shake ไม่ได้หมายถึงการเขย่ามือแบบไร้จุดหมาย แต่ทั้งวลีหมายถึงการจับมือทักทาย ให้ใส่รูปแสดงความเป็นเจ้าของของอีกฝ่ายไว้หน้า hand เช่น shake her hand, shake Daniel's hand หรือ shake their hand รูปนี้บอกว่าเป็นมือของใครและโดยปกติละไม่ได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดบรรยายการทักทายใครสักคนด้วยการจับมือได้อย่างเป็นธรรมชาติ?

  1. At the interview, I shook hand with the manager before I sat down.
  2. At the interview, I held the manager's hand before I sat down.
  3. At the interview, I shook the manager's hand before I sat down.
ดูคำตอบ

At the interview, I shook the manager's hand before I sat down.

วลี

don't end up breaking: ผลลัพธ์สุดท้ายที่ไม่ได้ตั้งใจ

end up + -ing ใช้บอกว่าการกระทำหนึ่งกลายเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของสถานการณ์ ซึ่งมักไม่ได้วางแผนหรือไม่ต้องการ ในที่นี้ don't end up breaking หมายถึง “อย่าปล่อยให้การจับมือนำไปสู่ผลคือทำกระดูกของใครหัก” หลัง end up ต้องใช้คำกริยารูป -ing จึงเป็น end up breaking ไม่ใช่ end up break หรือ end up to break โครงสร้างนี้เชื่อมการกระทำหรือทางเลือกก่อนหน้าเข้ากับผลลัพธ์สุดท้าย

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ end up ตามด้วยรูป -ing ของ walk โดยไม่เพิ่มคำอื่น: We missed the last bus, so we ____ home.

ดูคำตอบ

ended up walking

or crushing everyone you hug.

0:36

หรือบดขยี้ทุกคนที่คุณสวมกอด

And using a fork to pick up a piece of broccoli กริยาวลี

0:41

และการใช้ส้อมจิ้มบรอกโคลีสักชิ้น

กริยาวลี

pick up: การยกวัตถุขึ้น

ในที่นี้ pick up หมายถึงการยกวัตถุจากพื้นผิวหรือตำแหน่งที่ต่ำกว่า เมื่อใช้ส้อม การกระทำคือยกบรอกโคลีขึ้นจากจาน โดย up เน้นผลของการเคลื่อนที่ขึ้นด้านบน ในความหมายนี้ pick up เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ คำนามสามารถอยู่หลังวลีทั้งหมดหรืออยู่ระหว่างสองคำได้: pick up the broccoli หรือ pick the broccoli up ส่วนคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: pick it up ไม่ใช่ pick up it

แบบฝึกหัด

หนังสือเล่มหนึ่งตกจากโต๊ะ ประโยคใดใช้ pick up ในความหมายว่ายกวัตถุขึ้นและวางคำสรรพนามไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง

  1. Please pick it.
  2. Please pick up it.
  3. Please pick it up.
ดูคำตอบ

Please pick it up.

from a Styrofoam plate

0:43

จากจานโฟม

without driving the fork through the plate การใช้คำ

0:44

โดยไม่ทำให้ส้อมแทงทะลุจาน

is going to be as difficult as brain surgery. สำนวน

0:46

จะกลายเป็นเรื่องที่ยากพอ ๆ กับการผ่าตัดสมอง

การใช้คำ

drive the fork through the plate: ใช้แรงกดส้อมให้ทะลุจาน

ในที่นี้ drive หมายถึง “บังคับให้สิ่งหนึ่งเคลื่อนที่ด้วยแรงกดหรือแรงกระแทกอย่างมาก” ไม่ได้หมายถึง “ขับยานพาหนะ” driving the fork through the plate คือการกดส้อมแรงจนส้อมแทงทะลุจาน โครงสร้าง drive + กรรม + through + วัสดุหรือสิ่งกีดขวาง เน้นทั้งแรงที่ใช้และเส้นทางที่ทะลุจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง มักพบในการบรรยายแรงกระแทก การใช้เครื่องมือ หรือการเคลื่อนที่ด้วยแรงมาก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ drive ในความหมายว่า “ใช้แรงทำให้สิ่งหนึ่งทะลุผ่านวัสดุ”?

  1. The long delay drove everyone home.
  2. She drove the truck through the tunnel.
  3. The impact drove the nail through the thin board.
ดูคำตอบ

The impact drove the nail through the thin board.

สำนวน

as difficult as brain surgery: การกล่าวเกินจริงแบบขำขัน

โครงสร้าง as + adjective + as ใช้เปรียบเทียบระดับ ในที่นี้ brain surgery เป็นเกณฑ์เปรียบเทียบ โดยกล่าวว่างานนี้ยากในระดับเดียวกัน การเปรียบเทียบนี้เป็นการกล่าวเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่างานนี้ต้องใช้ทักษะทางการแพทย์ ความแตกต่างอย่างมากระหว่างการกระทำในชีวิตประจำวันกับการผ่าตัดสมองช่วยเน้นว่าการควบคุมแรงอย่างละเอียดนั้นยากเพียงใดและสร้างอารมณ์ขัน

แบบฝึกหัด

ใน “Opening the package was as difficult as brain surgery” การเปรียบเทียบนี้น่าจะหมายความว่าอย่างไร?

  1. ผู้พูดกล่าวเกินจริงอย่างขำขันว่างานนี้รู้สึกยากมาก
  2. ผู้พูดทำการผ่าตัดไปพร้อมกับเปิดห่อของ
  3. งานนี้ต้องอาศัยการฝึกทางการแพทย์
ดูคำตอบ

ผู้พูดกล่าวเกินจริงอย่างขำขันว่างานนี้รู้สึกยากมาก

Say the day comes ลำดับความ

0:51

สมมติว่ามีอยู่วันหนึ่ง

and you get the chance to save a damsel in distress โน้ต

0:52

คุณมีโอกาสได้ช่วยเหลือหญิงสาวที่กำลังตกอยู่ในอันตราย

ลำดับความ

Say the day comes: ใช้ Say เพื่อตั้งสถานการณ์สมมติ

เมื่ออยู่ต้นการนำเสนอสถานการณ์ Say + อนุประโยค หมายถึง “สมมติว่า” หรือ “ลองจินตนาการว่า” ใน Say the day comes คำว่า Say ขอให้ผู้ฟังยอมรับสถานการณ์ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นเพื่อใช้ในการพูดคุย ไม่ได้สั่งให้ใครพูด คำเชื่อมวาทกรรมนี้เปลี่ยนคำอธิบายไปเป็นตัวอย่างแบบ “ถ้าเกิดว่า...” ที่เป็นรูปธรรม เมื่อตั้งสถานการณ์แล้ว ผู้พูดก็สามารถเล่าสิ่งที่จะตามมาหรือถามว่าใครคนหนึ่งจะรับมืออย่างไร

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ Say ที่ต้นประโยคเพื่อเกริ่นสถานการณ์สมมติ?

  1. Maya says the last bus leaves at ten.
  2. Say you miss the last bus—how would you get home?
  3. Say the answer slowly so everyone can hear it.
ดูคำตอบ

Say you miss the last bus—how would you get home?

falling from a helicopter.

0:55

ซึ่งกำลังร่วงหล่นลงมาจากเฮลิคอปเตอร์

วลี

get the chance to: ได้รับโอกาสให้ทำบางสิ่ง

get the chance to + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงมีโอกาสทำบางสิ่งเกิดขึ้นกับใครคนหนึ่ง ในประโยคนี้ to save ระบุการกระทำที่โอกาสนั้นทำให้เป็นไปได้ และ chance หมายถึง “โอกาส” ไม่ใช่ “ความน่าจะเป็น” วลีนี้มักนำเสนอโอกาสนั้นว่าเป็นโอกาสเฉพาะที่สำคัญต่อสถานการณ์ คำว่า Get เน้นว่าโอกาสเกิดขึ้นหรือถูกมอบให้ ไม่ใช่เพียงมีโอกาสนั้นอยู่แล้ว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ get the chance to: During the museum visit, we ____ see the dinosaur lab.

ดูคำตอบ

got the chance to

วัฒนธรรม

a damsel in distress: ตัวละครในเรื่องช่วยเหลือแบบดั้งเดิม

a damsel in distress คือบทบาทตัวละครแบบดั้งเดิมในนิทาน หมายถึงหญิงสาวที่ตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงและต้องการให้ช่วยเหลือ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวชวนให้นึกถึงโครงเรื่องคุ้นเคยแบบ “วีรบุรุษช่วยหญิงสาว” ทำให้ฉากมีกลิ่นอายเก่าแก่แบบนิทาน คำว่า damsel ไม่ใช่คำกลางสมัยใหม่ที่ใช้เรียกผู้หญิงทั่วไป ปัจจุบันมักใช้วลีเต็มเมื่อต้องการอ้างถึง เลียนแบบ หรือล้อขนบเรื่องเล่าแบบดั้งเดิมนี้

แบบฝึกหัด

a damsel in distress ในประโยคนี้สื่อถึงอะไร?

  1. ชื่อตำแหน่งงานของคนที่ทำงานบนเฮลิคอปเตอร์
  2. คำกลางสมัยใหม่ที่ใช้เรียกผู้หญิงคนใดก็ได้
  3. ตัวละครหญิงแบบในนิทานที่ต้องการให้ช่วยเหลือ
ดูคำตอบ

ตัวละครหญิงแบบในนิทานที่ต้องการให้ช่วยเหลือ

So you hold out your arms วลี

1:00

คุณจึงยื่นแขนออกไป

hoping to catch her.

1:01

ด้วยความหวังว่าจะรับตัวเธอไว้

วลี

hold out your arms: ยื่นแขนทั้งสองออกไปด้านนอก

hold out your arms หมายถึงยื่นแขนทั้งสองออกห่างจากลำตัว ในที่นี้คุณทำเช่นนั้นเพื่อเตรียมรับใครบางคน โดย out เน้นการเคลื่อนไหวออกไปด้านนอก โครงสร้างเดียวกันใช้กับส่วนอื่นของร่างกายได้ เช่น hold out your hand เมื่อ hold out มีส่วนของร่างกายเป็นกรรม จะหมายถึงการเคลื่อนไหวทางกายภาพ ส่วนในบริบทอื่น hold out อาจหมายถึง “ต้านทานหรืออดทนต่อไป” แต่ไม่ใช่ความหมายในประโยคนี้

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วย hold และคำที่แสดงการเคลื่อนไหวออกด้านนอก: To catch the beach ball, ____ your arms.

ดูคำตอบ

hold out

Seconds later,

1:03

ไม่กี่วินาทีต่อมา

you will find yourself holding her lifeless body. ไวยากรณ์

1:03

คุณจะพบว่าตัวเองกำลังอุ้มร่างที่ไร้วิญญาณของเธออยู่

ไวยากรณ์

will find yourself holding: ลงเอยอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ใน find yourself doing something คำว่า find หมายถึงการตระหนักหรือพบว่าตัวเองอยู่ในสถานการณ์หนึ่ง ไม่ได้หมายถึงการค้นหา โครงสร้างนี้มักนำเสนอการกระทำหรือสภาพหนึ่งว่าเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้วางแผนไว้หรือไม่ได้สังเกตเห็นในตอนแรก โครงสร้างคือ find + สรรพนามสะท้อนกลับ + รูปกริยา -ing ใน will find yourself holding คำว่า will แสดงว่าสถานการณ์นั้นเป็นผลลัพธ์ในอนาคต ส่วน holding ระบุการกระทำที่ผู้ฟังจะลงเอยด้วยการทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปอดีตของ find และสรรพนามสะท้อนกลับที่สอดคล้องกับ I: After taking a wrong turn in the museum, I ____ standing outside again.

ดูคำตอบ

found myself

What happened?

1:07

เกิดอะไรขึ้นล่ะ

Well, pressure is force divided by area. วัฒนธรรม

1:08

เอาล่ะ ความดันคือแรงหารด้วยพื้นที่

วัฒนธรรม

pressure is force divided by area: อ่านสูตรเป็นภาษาอังกฤษ

ประโยคนี้อ่านความสัมพันธ์ P = F ÷ A ออกมาเป็นคำพูด ในโครงสร้าง X is Y divided by Z นั้น X คือผลลัพธ์ Y คือจำนวนที่ถูกหาร และ Z คือตัวหาร ดังนั้นลำดับคำจึงสำคัญ ในที่นี้ area หมายถึงพื้นที่สัมผัสที่แรงกระทำ ประโยคนี้ใช้ pressure ในความหมายทางวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ความหมายในชีวิตประจำวันที่หมายถึงความกังวลหรือความเครียด

แบบฝึกหัด

เติมวลีสองคำที่หมายถึง ÷ เพื่อทำสมการให้สมบูรณ์: Twelve ____ three equals four.

ดูคำตอบ

divided by

The smaller the area, ไวยากรณ์

1:11

ยิ่งพื้นที่มีขนาดเล็กเท่าไหร่

the bigger the pressure.

1:12

ความดันก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น

ไวยากรณ์

The smaller..., the bigger...: โครงสร้าง the + comparative

โครงสร้าง the + comparative..., the + comparative... แสดงว่าสองสิ่งเปลี่ยนแปลงอย่างเชื่อมโยงกัน ในที่นี้ เมื่อพื้นที่เล็กลง แรงดันจะเพิ่มขึ้น อนุประโยคเปรียบเทียบส่วนแรกบอกการเปลี่ยนแปลงหนึ่งอย่าง และส่วนที่สองบอกการเปลี่ยนแปลงหรือผลที่เชื่อมโยงกัน ในโครงสร้างนี้ the ทั้งสองคำเป็นส่วนตายตัวของโครงสร้าง ไม่ใช่คำนำหน้านามชี้เฉพาะแบบปกติ

แบบฝึกหัด

เติมโครงสร้างเปรียบเทียบแบบคู่ด้วยรูป comparative ที่ถูกต้องของ early และ easy: ____ you start, ____ the task will be.

ดูคำตอบ

The earlier · the easier

This is why we can lift heavy objects without breaking our skin, ลำดับความ

1:14

นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงยกของหนักได้โดยที่ผิวหนังไม่ฉีกขาด

but a tiny needle can make us bleed

1:17

แต่เข็มเล่มเล็ก ๆ ก็สามารถทำให้เราเลือดออกได้

with just a little poke.

1:19

เพียงแค่ถูกทิ่มเบา ๆ

ลำดับความ

This is why: เชื่อมเหตุผลไปยังผลลัพธ์

This is why ย้อนกลับไปอ้างถึงเหตุผล ข้อเท็จจริง หรือหลักการที่เพิ่งกล่าวไป แล้วจึงนำเข้าสู่ผลลัพธ์ที่สิ่งนั้นอธิบายได้ ในที่นี้ This หมายถึงหลักการก่อนหน้าเกี่ยวกับพื้นที่และแรงดัน ไม่ได้หมายถึงคำนามคำใดในประโยคนี้ สำนวนนี้จัดข้อมูลตามลำดับ เหตุผล → ผลลัพธ์ โดยบอกเหตุผลก่อน แล้วใช้ This is why + อนุประโยคผลลัพธ์ที่สมบูรณ์

แบบฝึกหัด

ตัวเลือกใดบอกเหตุก่อน แล้วใช้ This is why เพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์ได้อย่างถูกต้อง

  1. The garden is wet. This is why it rained all night.
  2. It rained all night. This is why the garden is wet.
  3. It rained all night. This is because the garden is wet.
ดูคำตอบ

It rained all night. This is why the garden is wet.

Ow.

1:21

โอ๊ย

The pressure that will be exerted on her body การใช้คำ

1:22

ความดันที่จะกระทำต่อร่างกายของเธอ

การใช้คำ

be exerted on: แรงหรือความดันที่กระทำต่อเป้าหมาย

ในประโยคนี้ be exerted on หมายถึง “ถูกกระทำต่อ” หรือ “ส่งผลต่อ” pressure คือสิ่งที่กระทำ และ her body คือสิ่งที่รับผลนั้น รูปแบบคือ force/pressure + be + exerted on + เป้าหมาย โครงสร้างกรรมวาจกทำให้เน้นแรงหรือความดันและสิ่งที่รับผล มากกว่าสิ่งที่เป็นต้นเหตุ

แบบฝึกหัด

ใช้ exert ในรูปกรรมวาจกและเติมคำบุพบทที่ถูกต้อง: During the test, a steady force was ____ the metal plate.

ดูคำตอบ

exerted on

can be calculated by force วัฒนธรรม

1:24

สามารถคำนวณได้จากแรง

divided by the area on the top of your arms

1:26

หารด้วยพื้นที่บริเวณด้านบนแขนของคุณ

วัฒนธรรม

force divided by the area: รักษาลำดับของการหาร

ใน force divided by the area คำว่า divided by แสดงการคำนวณตามลำดับเดียวกับสูตร คือ แรง ÷ พื้นที่ ใน A divided by B นั้น A คือปริมาณที่ถูกหารและ B คือตัวหาร ดังนั้นการสลับลำดับจะทำให้ผลลัพธ์เปลี่ยนไป ในที่นี้ the area หมายถึงพื้นที่สัมผัสเฉพาะที่แรงกระจายอยู่ วลีทั้งหมดหลัง calculated by บอกวิธีคำนวณ ส่วน by ใน divided by เป็นส่วนหนึ่งของสำนวนการหาร ไม่ได้บอกผู้กระทำในประโยคกรรมวาจก

แบบฝึกหัด

ประโยคใดอ่านสูตร 12 ÷ 3 = 4 ได้ถูกต้อง?

  1. Twelve multiplied by three equals four.
  2. Three divided by twelve equals four.
  3. Twelve divided by three equals four.
ดูคำตอบ

Twelve divided by three equals four.

that comes in contact with her. วลี

1:28

ที่สัมผัสกับตัวเธอ

วลี

comes in contact with: การสัมผัสทางกายภาพ

Come in contact with หมายถึงสัมผัสหรือแตะกันทางกายภาพ ใน comes in contact with คำว่า contact เป็นคำนามในรูปแบบ come in contact with + คนหรือสิ่งของ กริยาจะเปลี่ยนตามประธาน ดังนั้น area ซึ่งเป็นคำนามเอกพจน์จึงใช้ comes ในประโยคนี้ that comes in contact with her ขยายคำว่า area และชี้เฉพาะส่วนของแขนที่สัมผัสตัวเธอจริง ๆ เพราะพื้นที่สัมผัสนั้นคือปริมาณที่กำลังกล่าวถึง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคโดยใช้รูปแบบ come in contact with ให้ถูกต้อง: Keep the chemical away so it does not ____ your skin.

ดูคำตอบ

come in contact with

It doesn't matter if your arms are strong enough โน้ต

1:29

มันไม่สำคัญหรอกว่าแขนของคุณจะแข็งแรงพอหรือไม่

to catch her body without breaking your bones,

1:31

ที่จะรับร่างของเธอไว้โดยที่กระดูกของคุณไม่หัก

her spine is not strong enough

1:34

แต่กระดูกสันหลังของเธอนั้นไม่แข็งแรงพอ

to be caught by you without being damaged.

1:35

ที่จะถูกคุณรับไว้โดยไม่ได้รับความเสียหาย

ลำดับความ

It doesn't matter if...: ตัดเงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนข้อสรุป

It doesn't matter if ใช้เปิดเงื่อนไขและระบุว่าเงื่อนไขนั้นไม่สามารถเปลี่ยนข้อสรุปได้ ในที่นี้ แม้แขนของคุณจะแข็งแรงพอ ข้อเท็จจริงนั้นก็ไม่ได้ช่วยปกป้องกระดูกสันหลังของเธอ ในฐานะกรอบจัดระเบียบข้อมูล It doesn't matter if X จะเบนความสนใจออกจาก X ซึ่งดูเหมือนเป็นปัจจัยตัดสิน แล้วนำไปสู่ผลลัพธ์หรือปัจจัยที่ควบคุมผลจริง ๆ ซึ่งตามมา ทั้งนี้ if clause อาจครอบคลุมทั้งสองความเป็นไปได้ตามบริบท โดยมีความหมายใกล้กับ whether or not

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ It doesn't matter if เพื่อแสดงว่าเงื่อนไขหนึ่งไม่สามารถเปลี่ยนข้อสรุปได้

  1. I don't mind if we take the later train; either one is fine with me.
  2. The ticket is cheaper if the train leaves later.
  3. It doesn't matter if the ticket is cheaper; the train has already left.
ดูคำตอบ

It doesn't matter if the ticket is cheaper; the train has already left.

ไวยากรณ์

are strong enough to catch ... is not strong enough to be caught: รูป infinitive แบบ active และ passive

โครงสร้าง adjective + enough + to-infinitive หมายถึง คนหรือสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติในระดับที่เพียงพอสำหรับการกระทำ ใน are strong enough to catch แขนเป็นฝ่ายทำกริยา catch จึงใช้ infinitive แบบ active คือ to catch ใน is not strong enough to be caught กระดูกสันหลังเป็นฝ่ายรับการกระทำ infinitive แบบ passive คือ to be caught หมายถึงมีคนมารับไว้ ใช้ to do เมื่อประธานเป็นผู้ทำ และใช้ to be + past participle เมื่อประธานเป็นผู้รับการกระทำ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูป infinitive ที่ถูกต้องของ hold และ carry: These gloves are thick enough ____ the hot pan, but this thin bag is not strong enough ____ when full.

ดูคำตอบ

to hold · to be carried

Even if you rip off the nearest door โน้ต

1:38

แม้ว่าคุณจะกระชากประตูที่อยู่ใกล้ที่สุดออกมา

กริยาวลี

rip off: กระชากสิ่งของออกด้วยแรง

ในประโยคนี้ rip off หมายถึง “ดึงหรือฉีกสิ่งหนึ่งออกจากจุดที่มันติดอยู่โดยใช้แรง” ประตูคือสิ่งที่ถูกแยกออกจากตัวอาคารหรือวงกบ ส่วน off สื่อถึงการแยกออก กริยาวลีเดียวกันนี้อาจหมายถึงการหลอกหรือคิดราคาแพงเกินไปได้ด้วย แต่ในที่นี้ door เป็นสิ่งของที่จับต้องได้และบริบทกล่าวถึงการกระทำจริง จึงเป็นความหมายตรงตัวว่ากระชากออกด้วยแรง

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ rip off ในความหมายว่า “ดึงหรือฉีกสิ่งหนึ่งออกมาด้วยแรง”?

  1. That online seller often rips customers off.
  2. She ripped the old poster off the wall.
  3. The taxi driver ripped the tourists off.
ดูคำตอบ

She ripped the old poster off the wall.

to provide a bigger area to catch her with,

1:39

เพื่อเพิ่มพื้นที่ในการรับตัวเธอให้มากขึ้น

you still wouldn't be able to save her anyway. ไวยากรณ์

1:44

คุณก็ยังคงไม่สามารถช่วยชีวิตเธอไว้ได้อยู่ดี

ไวยากรณ์

Even if: เงื่อนไขที่ไม่เปลี่ยนผลลัพธ์

Even if ใช้ขึ้นต้นเงื่อนไขแบบยอมรับว่าอาจเกิดขึ้น โดยผู้พูดบอกว่าผลลัพธ์หลักจะยังเป็นจริงไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเกิดขึ้นหรือไม่ เมื่อเทียบกับ if ทั่วไป จะเน้นว่าเงื่อนไขนั้นรุนแรงหรือน่าประหลาดใจกว่า ในประโยคนี้ การดึงประตูออกมาถือเป็นความพยายามที่สุดโต่งแต่เป็นไปได้ แต่ข้อสรุปที่ว่ายังช่วยเธอไม่ได้ก็ไม่เปลี่ยน โครงสร้างที่พบบ่อยคือ Even if + เงื่อนไข, ผลลัพธ์หลัก และมักใช้ still ในส่วนผลลัพธ์เพื่อเน้นเพิ่มเติม

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเงื่อนไขแบบยอมรับสองคำจากตัวอย่าง: ____ the power goes out, the emergency lights will stay on.

ดูคำตอบ

Even if

ไวยากรณ์

still wouldn't be able to: แม้เงื่อนไขเปลี่ยนก็ยังทำไม่ได้

Wouldn't be able to + กริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกว่าไม่มีความสามารถทำบางอย่างหรือผลนั้นเป็นไปไม่ได้ในสถานการณ์สมมติ ในที่นี้ save เป็นกริยารูปพื้นฐาน และการช่วยเธอยังคงเป็นไปไม่ได้ Still เน้นว่าข้อสรุปเชิงลบยังคงเดิม แม้เงื่อนไขหรือวิธีแก้ที่เสนอจะเปลี่ยนไป รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Even if + เงื่อนไข, ประธาน + still wouldn't be able to + กริยารูปพื้นฐาน

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ตรงกันทุกคำ still wouldn't be able to: Even with a larger truck, we ____ carry every box in one trip.

ดูคำตอบ

still wouldn't be able to

Oh.

1:46

โอ้

Remember,

1:48

จำไว้นะ

it's not the fall that kills her, ลำดับความ

1:48

ไม่ใช่การตกลงมาที่ทำให้เธอเสียชีวิต

but the sudden stop at the bottom.

1:50

แต่เป็นการหยุดกะทันหันเมื่อถึงพื้นต่างหาก

ลำดับความ

it's not the fall..., but the sudden stop: เปลี่ยนจุดสนใจไปยังสาเหตุที่แท้จริง

รูปแบบ not A, but B ปฏิเสธว่า A เป็นคำอธิบายที่ถูกต้อง แล้วเสนอ B เป็นคำแก้ไข ในประโยคนี้ ผู้พูดเอ่ยถึงสาเหตุที่คนมักคาดไว้ก่อนคือ the fall แล้วจึงหันความสนใจไปที่ the sudden stop ว่าเป็นสาเหตุจริงของแรงกระแทกที่ทำให้เสียชีวิต โครงสร้างนี้จัดข้อมูลเป็นสองขั้นตอน คือยกเลิกข้อสันนิษฐานที่น่าจะเกิดขึ้นก่อน แล้ววางข้อมูลใหม่ที่สำคัญไว้ในส่วนที่ตามหลัง but ใช้เมื่อหน้าที่หลักของประโยคคือแก้ไขสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังให้ความสนใจ

แบบฝึกหัด

เติมประโยคแก้ไขให้สมบูรณ์ด้วย not ... but ...: The meeting was ____ canceled because of the rain, ____ because the speaker was ill.

ดูคำตอบ

not · but

Let's say she's falling from a 32-story building

1:53

สมมติว่าเธอตกลงมาจากอาคารสูง 32 ชั้น

about 300 ft and you are 6 ft tall,

1:55

ประมาณ 300 ฟุต และคุณสูง 6 ฟุต

maybe 10 ft on your tippy toes วลี

1:57

อาจจะ 10 ฟุตถ้าคุณเขย่งปลายเท้า

วลี

on your tippy toes: ยืนโดยยกส้นเท้าขึ้น

on your tippy toes หมายถึงการยืนโดยยกส้นเท้าขึ้นและลงน้ำหนักที่หน้าเท้า เป็นการบอกท่ายืนทั้งท่า ไม่ใช่การขยับนิ้วเท้าเพียงนิ้วเดียว ในข้อความส่วนนี้ ท่าดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการประมาณความสูง กล่าวคือ การประมาณไว้ราวสิบฟุตนั้นตั้งอยู่บนสมมติฐานว่าคนนั้นกำลังเขย่งปลายเท้า

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้ on her tippy toes เพื่อบอกว่ายืนโดยยกส้นเท้าขึ้น?

  1. Leah knelt on one knee to see over the fence.
  2. Leah sat cross-legged to see over the fence.
  3. Leah stood on her tippy toes to see over the fence.
ดูคำตอบ

Leah stood on her tippy toes to see over the fence.

with your arms above your head

1:59

พร้อมกับชูแขนขึ้นเหนือศีรษะ

holding a door

2:00

ถือประตูไว้

in hopes of distributing the pressure โน้ต

2:01

โดยหวังว่าจะกระจายความดัน

across a larger surface area,

2:02

ไปยังพื้นที่ผิวที่กว้างขึ้น

วลี

in hopes of + -ing: หวังให้เกิดผลลัพธ์หนึ่ง

in hopes of ใช้นำผลลัพธ์ที่คาดหวังหรือจุดประสงค์เบื้องหลังการกระทำ และยังบอกด้วยว่าต้องการผลลัพธ์นั้น แต่ไม่รับประกันว่าจะเกิดขึ้น โครงสร้างคือ in hopes of + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ในที่นี้ distributing อยู่หลัง of ส่วน hopes ในสำนวนนี้นิยมใช้รูปพหูพจน์ ไม่ได้หมายถึงการไล่เรียงความหวังหลายข้อ

แบบฝึกหัด

เติมสำนวนเป้าหมายให้ประโยคสมบูรณ์: We installed thicker curtains ____ reducing the noise.

ดูคำตอบ

in hopes of

การใช้คำ

distribute the pressure across a larger surface area: กระจายแรงกดไปทั่วพื้นที่ผิวที่กว้างขึ้น

distribute A across B หมายถึงกระจาย A ให้ทั่วพื้นที่หรือส่วนต่าง ๆ ของ B ในประโยคนี้ แรงกดถูกกระจายไปทั่วพื้นที่ผิวที่กว้างขึ้น แทนที่จะรวมอยู่ที่จุดเดียว across ในที่นี้บอกขอบเขตของการกระจาย ไม่ใช่การเคลื่อนจากด้านหนึ่งไปอีกด้านหนึ่ง โครงสร้างนี้ยังใช้พูดถึงการกระจายน้ำหนัก งาน ทรัพยากร หรือความเสี่ยงได้

แบบฝึกหัด

ประโยคใดหมายถึงฐานที่กว้างช่วยกระจายน้ำหนักไปยังพื้นที่ที่ใหญ่ขึ้น?

  1. The wide base distributes the weight across a larger area.
  2. The workers carry the weight across the room.
  3. The wide base concentrates the weight in one small spot.
ดูคำตอบ

The wide base distributes the weight across a larger area.

but all you're doing ลำดับความ

2:04

แต่สิ่งที่คุณทำทั้งหมดนั้น

is essentially moving the ground up by 10 ft.

2:05

โดยพื้นฐานแล้วก็แค่การเลื่อนพื้นขึ้นมา 10 ฟุตเท่านั้น

ลำดับความ

all you're doing is essentially moving: สรุปการกระทำให้เหลือผลที่เกิดขึ้นจริง

โครงสร้าง all you're doing is ... ตัดรายละเอียดออกแล้วบอกผลที่เกิดขึ้นจริงของการกระทำ ในที่นี้ essentially เน้นการสรุปนั้นว่า ผลพื้นฐานของแผนนี้เป็นเพียงการยกพื้นให้สูงขึ้น 10 ฟุต โครงสร้างนี้ไม่ได้แจกแจงตามตัวอักษรว่านี่เป็นการเคลื่อนไหวทางกายเพียงอย่างเดียวที่คนนั้นทำ แต่จัดคำอธิบายใหม่ให้เห็นความต่างระหว่างประโยชน์ที่แผนตั้งใจให้เกิดกับผลจริงที่มีจำกัด ในโครงสร้างนี้ is ตามด้วยวลีรูป -ing เช่น moving หรือ delaying ได้อย่างเป็นธรรมชาติ

แบบฝึกหัด

ประโยคใดใช้โครงสร้างนี้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อชี้ให้เห็นผลจริงที่มีจำกัดของแผนหนึ่ง?

  1. You're making the final decision next week.
  2. All you're doing is delaying the decision until next week.
  3. All the delays are making the decision difficult.
ดูคำตอบ

All you're doing is delaying the decision until next week.

So she's now falling

2:08

ดังนั้นตอนนี้เธอจึงตกลงมา

from 290 ft instead of 300 ft,

2:09

จากความสูง 290 ฟุตแทนที่จะเป็น 300 ฟุต

reaching the speed of 137 ft per second

2:12

ทำความเร็วแตะที่ระดับ 137 ฟุตต่อวินาที

just before impact,

2:14

ในช่วงก่อนที่จะกระแทก

not counting air resistance. วลี

2:16

โดยยังไม่นับรวมแรงต้านอากาศ

วลี

not counting air resistance: ไม่นำปัจจัยหนึ่งมารวมในการประมาณค่า

Not counting + คำนาม หมายถึงไม่นำปัจจัยที่กล่าวถึงมารวมในการคำนวณ การประมาณค่า หรือยอดรวม วลีนี้บอกเงื่อนไขที่ต้องใช้ในการทำความเข้าใจตัวเลขหรือข้อความนั้น ในที่นี้ การประมาณค่าไม่ได้รวมแรงต้านอากาศ counting ในที่นี้หมายถึงการนำบางสิ่งมารวมในการคำนวณ ไม่ใช่การไล่นับตัวเลขทีละตัว วลีนี้มักอยู่หลังค่าประมาณหลักเพื่อบอกเงื่อนไขเพิ่มเติมสั้น ๆ

แบบฝึกหัด

ใช้ count ในรูป not + -ing เพื่อแสดงว่าไม่รวมเวลาหยุดพัก: The trip takes three hours, ____ rest stops.

ดูคำตอบ

not counting

It's the equivalent วลี

2:18

ซึ่งมันเทียบเท่ากับ

of crashing at 94 mph into a wall

2:19

การพุ่งชนกำแพงด้วยความเร็ว 94 ไมล์ต่อชั่วโมง

with a door in front of it.

2:22

โดยมีประตูขวางอยู่ข้างหน้า

วลี

the equivalent of crashing: เปลี่ยนแรงกระทบที่เป็นนามธรรมให้เป็นการเปรียบเทียบที่เห็นภาพ

the equivalent of crashing หมายความว่า ผลหรือแรงนั้นสามารถเข้าใจได้ว่าอยู่ในระดับที่เทียบได้กับการชน วลีนี้เปลี่ยนความเร็วหรือแรงกระแทกที่เป็นนามธรรมให้เป็นภาพเหตุการณ์ที่ผู้ฟังนึกออกได้ หลัง the equivalent of ใช้คำนามหรือรูป -ing โดยในที่นี้ crashing ใช้เรียกสถานการณ์ที่นำมาเปรียบเทียบ Equivalent หมายถึงเทียบเท่ากันในด้านผลลัพธ์หรือระดับที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายความว่าทุกรายละเอียดเหมือนกันทั้งหมด

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีจากบทเรียนที่หมายถึง “เท่ากันในด้านปริมาณหรือผลลัพธ์”: Paying ten dollars each month is ____ paying one hundred twenty dollars a year.

ดูคำตอบ

the equivalent of

Oh, it doesn't feel good.

2:24

โอ้ คงจะรู้สึกไม่ดีแน่ ๆ

The only thing that could save her is flying,

2:27

สิ่งเดียวที่อาจจะช่วยเธอได้คือการบิน

but that power comes วลี

2:30

แต่พลังนั้นก็มาพร้อมกับ

with its own host of scientific issues.

2:31

ปัญหาทางวิทยาศาสตร์อีกมากมายในตัวมันเอง

วลี

comes with its own host of: ใช้กล่าวถึงผลกระทบมากมายที่ตามมา

comes with its own host of หมายถึง “นำหรือมีสิ่งที่เกี่ยวข้องจำนวนมากติดมาด้วยในตัวเอง” come with นำเสนอสิ่งเหล่านั้นว่าเป็นผลตามมาหรือลักษณะที่มากับบางสิ่ง ส่วน a host of หมายถึง “จำนวนมาก” ในประโยคนี้ การบินอาจแก้ปัญหาหนึ่งได้ แต่กลับสร้างปัญหาทางวิทยาศาสตร์จำนวนมาก its own เน้นว่าปัญหาเหล่านั้นเป็นของหรือเกิดจากวิธีแก้ดังกล่าว ส่วน host ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “พิธีกร” หรือ “เจ้าบ้านที่รับแขก”

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้างจากบทเรียนที่หมายถึง “นำสิ่งที่เกี่ยวข้องจำนวนมากตามมาด้วย”: Running a small business ____ daily responsibilities.

ดูคำตอบ

comes with its own host of

If you could fly,

2:34

ถ้าคุณสามารถบินได้

what you must do is fly up to her. ไวยากรณ์

2:36

สิ่งที่คุณต้องทำก็คือบินขึ้นไปหาเธอ

ไวยากรณ์

what you must do is fly: เน้นการกระทำที่จำเป็น

what you must do is fly up to her เป็นโครงสร้างเน้นแบบ pseudo-cleft ที่ทำให้การกระทำที่จำเป็นเด่นขึ้น what you must do เป็นอนุประโยคนามที่ทำหน้าที่เป็นประธาน หมายถึง “สิ่งที่คุณต้องทำ” ดังนั้น what ในที่นี้จึงไม่ได้ใช้ถามคำถาม ส่วน fly up to her หลัง is คือการกระทำที่ถูกเน้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ What + ประธาน + must/need to do + is + วลีกริยารูปพื้นฐาน เหมาะสำหรับการอธิบายขั้นตอนหรือชี้วิธีแก้หลัก

แบบฝึกหัด

เติมคำสั่งให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ what you must do is ตามที่กำหนด: To keep the account secure, ____ change the password today.

ดูคำตอบ

what you must do is

Start flying down at the speed she's falling,

2:38

เริ่มบินลงมาด้วยความเร็วเท่ากับที่เธอกำลังตกลงมา

hold on to her, กริยาวลี

2:41

โอบกอดเธอไว้

กริยาวลี

hold on to her: จับไว้แน่นและไม่ปล่อย

hold on to her หมายถึงจับเธอไว้และคงการจับนั้นต่อไปแทนที่จะปล่อย ในรูปแบบ hold on to + คนหรือสิ่งของ คำว่า to เป็นส่วนหนึ่งของวลีและตามด้วยสิ่งที่ถูกจับ ในที่นี้วลีดังกล่าวบอกการกระทำทางกายเพื่อความปลอดภัย มีความหมายเฉพาะกว่าการแตะตัวเธอหรือจับเพียงชั่วครู่ เพราะเน้นว่าต้องจับไว้ต่อเนื่อง

แบบฝึกหัด

เติมคำแนะนำด้านความปลอดภัยด้วยวลีสามคำจากบทเรียนนี้ที่หมายถึงจับไว้ให้แน่น: The deck is wet, so ____ the handrail.

ดูคำตอบ

hold on to

then gradually slow down กริยาวลี

2:42

จากนั้นก็ค่อย ๆ ลดความเร็วลง

until you come to a complete stop. วลี

2:44

จนกระทั่งคุณหยุดนิ่งสนิท

กริยาวลี

gradually slow down: ลดความเร็วลงทีละน้อย

slow down หมายถึง “ลดความเร็ว” ส่วน gradually เพิ่มความหมายว่าการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นทีละน้อยตามเวลาหรือระยะทาง ไม่ใช่เกิดขึ้นทันที ในที่นี้ down บอกว่าระดับลดลง ไม่ได้หมายถึงเคลื่อนที่ลงด้านล่าง slow down ยังใช้พูดถึงจังหวะที่ช้าลงหรือความเข้มข้นของกิจกรรมที่ลดลงได้

แบบฝึกหัด

“gradually slow down” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. หยุดทันทีโดยไม่ชะลอความเร็วก่อน
  2. เคลื่อนที่ลงด้านล่างโดยรักษาความเร็วเท่าเดิม
  3. ลดความเร็วลงทีละน้อย
ดูคำตอบ

ลดความเร็วลงทีละน้อย

วลี

come to a complete stop: เข้าสู่สภาวะหยุดนิ่งสนิท

come to a complete stop หมายถึง “เข้าสู่สภาวะที่การเคลื่อนไหวทั้งหมดสิ้นสุดลง” ในโครงสร้างนี้ come to หมายถึง “ไปถึงหรือเข้าสู่สภาวะหนึ่ง” ไม่ใช่ “มาถึงสถานที่หนึ่ง” ในวลีภาษาอังกฤษนี้ stop เป็นคำนามที่ตามหลัง a และ complete เน้นผลลัพธ์สุดท้ายว่าความเร็วเป็นศูนย์ วลีนี้พบบ่อยในคำแนะนำด้านการจราจร ความปลอดภัย และการเคลื่อนไหว

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ “come to a complete stop”: After braking gently, the bus ____ beside the curb.

ดูคำตอบ

came to a complete stop

This process requires a lot of cushion space การใช้คำ

2:48

กระบวนการนี้ต้องใช้พื้นที่ในการรองรับแรงกระแทกเป็นอย่างมาก

between the point she starts falling

2:50

ระหว่างจุดที่เธอเริ่มตกลงมา

and the ground.

2:52

และพื้นดิน

การใช้คำ

cushion space ในความหมายว่าระยะเผื่อเพื่อค่อย ๆ ลดความเร็ว

ในประโยคนี้ cushion space หมายถึงระยะเพิ่มเติมที่ช่วยให้ค่อย ๆ ลดความเร็วของการตกก่อนที่บุคคลนั้นจะถึงพื้น คำว่า cushion บอกถึงหน้าที่ในการป้องกันและลดแรงกระแทกของพื้นที่นั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องมีเบาะจริง ๆ วลีนี้เกิดจากการรวมความหมายทั่วไปของคำทั้งสอง ไม่ใช่ศัพท์เทคนิคที่มีความหมายตายตัวและแม่นยำ ในบริบทอื่น สามารถเข้าใจได้ว่าเป็นพื้นที่ที่เว้นไว้เพื่อรับแรงกระแทก ชะลอการเคลื่อนไหว หรือเผื่อความผิดพลาด

แบบฝึกหัด

cushion space ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?

  1. หมอนนุ่มที่วางอยู่บนทางเท้า
  2. จุดที่เริ่มตกลงมาอย่างแน่นอน
  3. ระยะเพิ่มเติมที่ใช้สำหรับการลดความเร็วอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ดูคำตอบ

ระยะเพิ่มเติมที่ใช้สำหรับการลดความเร็วอย่างค่อยเป็นค่อยไป

Every second you waste ลำดับความ

2:53

ทุก ๆ วินาทีที่คุณเสียไป

on changing into your superhero costume

2:54

กับการเปลี่ยนไปใส่ชุดซูเปอร์ฮีโร่ของคุณ

and flying up to her height,

2:56

และบินขึ้นไปให้ถึงระดับความสูงของเธอ

her head is getting that much closer ไวยากรณ์

2:58

ศีรษะของเธอก็ยิ่งเข้าใกล้

to the pavement.

3:00

พื้นถนนมากขึ้นเท่านั้น

ลำดับความ

Every second you waste on... เพื่อเน้นแรงกดดันด้านเวลาที่เพิ่มขึ้น

โครงสร้างเปิด Every second you waste on... วางเรื่องความล่าช้าไว้ก่อน และแสดงให้เห็นว่าทุกวินาทีคืออีกหนึ่งก้าวไปสู่ผลลัพธ์ที่แย่ลง จากนั้นประโยคหลักจึงบอกผลที่ตามมา ในที่นี้ ทุกวินาทีที่ใช้เตรียมตัวทำให้คนที่กำลังตกลงมาเข้าใกล้พื้นมากขึ้น ในโครงสร้าง waste time on + คำนามหรือรูป -ing คำว่า on ใช้นำกิจกรรมที่ผู้พูดมองว่าเป็นการใช้เวลาอย่างไม่คุ้มค่า รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ Every second/minute you waste on X, Y gets worse, closer, or harder ซึ่งบอกว่าทุกครั้งที่ล่าช้า ผลที่ตามมาจะยิ่งแย่ลง ใกล้เข้ามา หรือจัดการยากขึ้น

แบบฝึกหัด

เติมคำเตือนด้วยโครงสร้าง Every ... you waste on ที่ถูกต้อง: ____ checking the wrong address puts the patient at greater risk.

ดูคำตอบ

Every minute you waste on

ไวยากรณ์

that much closer: ใกล้ขึ้นเท่ากับปริมาณที่เพิ่งกล่าวถึง

ใน that much closer คำว่า closer บอกว่าระยะห่างกำลังลดลง ส่วน that much ย้อนอ้างถึงปริมาณที่กล่าวไว้แล้วหรือเข้าใจได้จากบริบท ในที่นี้ ทุกวินาทีที่ล่าช้าทำให้เธอตกลงมาเป็นระยะหนึ่ง ดังนั้นศีรษะของเธอจึงเข้าใกล้พื้นถนนมากขึ้นเท่ากับระยะนั้น โครงสร้าง that much + ขั้นกว่า หมายถึง เพิ่มขึ้นอีกในระดับเท่านั้น ใช้ติดตามการเปลี่ยนแปลงที่เกิดซ้ำหรือสะสมในเรื่องความคืบหน้า ระยะทาง ความยาก หรือความเสี่ยง

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยวลีเปรียบเทียบจากบทเรียนที่อ้างถึงปริมาณในบริบท: Every solved clue brings us ____ to finding the treasure.

ดูคำตอบ

that much closer

If she's falling from a high place

3:01

ถ้าเธอตกลงมาจากที่สูง

and you can't get to her ไวยากรณ์

3:02

และคุณไม่สามารถไปถึงตัวเธอได้

until she's only a few feet above the ground,

3:03

จนกระทั่งเธออยู่สูงจากพื้นเพียงไม่กี่ฟุต

ไวยากรณ์

can't get to her until ...: ไปถึงตัวเธอไม่ได้ก่อนเวลาที่มาถึงภายหลัง

can't get to her until ... หมายความว่าไม่สามารถไปถึงตัวเธอได้ก่อนเวลาหรือเงื่อนไขที่ตามหลัง until ช่วงเวลาที่ผู้ช่วยเหลือไปถึงเธอได้เร็วที่สุดคือตอนที่เธออยู่เหนือพื้นเพียงไม่กี่ฟุต ประโยคปฏิเสธที่ใช้ until จะบอกจุดที่ข้อจำกัดสิ้นสุดลง สถานการณ์หลัง until ไม่จำเป็นต้องเป็นเรื่องดี ในประโยคนี้หมายความว่าการช่วยเหลือจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อสายจนอยู่ในระดับอันตรายแล้ว

แบบฝึกหัด

ประตูที่ล็อกอยู่ทำให้เข้าไม่ได้ก่อนที่ผู้ใหญ่จะมาถึง เติมประโยคด้วยรูปย่อของ cannot และคำเชื่อมที่บอกเงื่อนไขแรกที่ทำได้: We ____ enter the park ____ an adult arrives.

ดูคำตอบ

can't · until

there's really nothing you can do ไวยากรณ์

3:05

คุณก็ทำอะไรไม่ได้จริง ๆ

other than magically turn the pavement into marshmellow ไวยากรณ์

3:07

นอกเสียจากจะใช้เวทมนตร์เสกพื้นถนนให้กลายเป็นมาร์ชเมลโล่

ไวยากรณ์

there's really nothing you can do other than: ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากหนึ่งอย่าง

there's really nothing you can do other than ... หมายความว่า การกระทำที่เป็นไปได้ทั้งหมดถูกตัดออก เหลือเพียงสิ่งที่ตามหลัง other than ในประโยคนี้ สิ่งเดียวที่เหลือคือวิธีแก้ปัญหาด้วยเวทมนตร์ที่เป็นไปไม่ได้ จึงฟังดูทั้งหมดหนทางและจงใจพูดเกินจริง โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ there's nothing + คน + can do + other than + กริยารูปพื้นฐาน โดย other than ในที่นี้หมายถึง “นอกจาก” ไม่ใช่การเปรียบเทียบที่สร้างจาก other กับ than

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วย other than เพื่อแสดงว่าเหลือการกระทำเพียงอย่างเดียว: There is nothing we can do ____ wait for the power to come back.

ดูคำตอบ

other than

ไวยากรณ์

turn the pavement into marshmellow: โครงสร้าง turn X into Y

turn the pavement into marshmellow ใช้โครงสร้าง turn X into Y ซึ่งหมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้ X กลายเป็น Y โดย X คือสิ่งที่ถูกเปลี่ยน และ Y คือรูปแบบหรือผลลัพธ์ใหม่ ในที่นี้ turn หมายถึง “เปลี่ยนให้กลายเป็น” ไม่ใช่ “หมุน” หรือ “เปลี่ยนทิศทาง” การจินตนาการว่าเปลี่ยนพื้นถนนแข็ง ๆ ให้เป็นมาร์ชแมลโลว์นุ่ม ๆ ทำให้วิธีแก้ปัญหานี้จงใจเป็นสิ่งที่ทำไม่ได้

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง turn X into Y ในรูปอดีต: The team ____ the unused office ____ a quiet reading room.

ดูคำตอบ

turned · into

to allow her enough time ไวยากรณ์

3:11

เพื่อให้เธอมีเวลามากพอ

to slowly come to a stop.

3:12

ที่จะค่อย ๆ หยุดลง

ไวยากรณ์

allow her enough time to: ให้เวลาเธอมากพอที่จะทำสิ่งหนึ่ง

โครงสร้าง allow + คน + enough time + to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายถึงสถานการณ์หรือแผนบางอย่างทำให้คนหนึ่งมีเวลาที่จำเป็นในการทำสิ่งหนึ่งให้เสร็จ ในประโยคนี้หมายถึงเธอสามารถค่อย ๆ ลดความเร็วก่อนจะหยุดได้ allow ในการใช้นี้หมายถึงทำให้การกระทำนั้นเป็นไปได้ ไม่ใช่อนุญาต ให้วางคนไว้ระหว่าง allow กับ enough time และวางการกระทำไว้หลัง to

แบบฝึกหัด

เติมประโยคด้วยโครงสร้าง allow + us + enough time + to ตามที่กำหนด: The revised schedule will ____ review every chapter before the test.

ดูคำตอบ

allow us enough time to

Then break out the chocolate and graham crackers กริยาวลี

3:16

แล้วก็หยิบช็อกโกแลตกับแครกเกอร์เกรแฮมออกมา

กริยาวลี

break out the chocolate and graham crackers: นำสิ่งของออกมาใช้

ในคำสั่ง break out the chocolate and graham crackers อาหารจะวางต่อจาก break out โดยตรงในตำแหน่งกรรม นี่เป็นการใช้แบบสกรรมกริยา และหมายถึงนำอาหารออกมาเพื่อให้คนอื่นใช้หรือรับประทาน สำนวนนี้เป็นภาษาพูดที่สบาย ๆ และมีชีวิตชีวา มักสื่อว่าถึงเวลาเริ่มแล้ว ไม่ได้หมายความว่าอาหารปรากฏขึ้นอย่างกะทันหัน ระเบิด หรือหลบหนี

แบบฝึกหัด

ประโยคใดมีความหมายตามธรรมชาติในภาษาพูดสบาย ๆ ว่า “เอาบอร์ดเกมออกมาเล่นหลังอาหารเย็นกันเถอะ”

  1. The board games broke out after dinner.
  2. Let's break out of the board games after dinner.
  3. Let's break out the board games after dinner.
ดูคำตอบ

Let's break out the board games after dinner.

and you've got s'mores. วัฒนธรรม

3:19

คุณก็จะได้สมอร์ส

วัฒนธรรม

you've got s'mores: ขนมรอบกองไฟแบบอเมริกาเหนือ

s'mores เป็นขนมที่นิยมกินรอบกองไฟในอเมริกาเหนือ ทำโดยประกบมาร์ชเมลโลว์ย่างกับช็อกโกแลตไว้ระหว่างแครกเกอร์เกรแฮมสองแผ่น ในวลี you've got s'mores คำว่า you've got สื่อว่าส่วนผสมเหล่านี้รวมกันแล้วกลายเป็น s'mores มุกจบด้วยเรื่องอาหารได้เพราะมาร์ชเมลโลว์ ช็อกโกแลต และแครกเกอร์เกรแฮมเป็นส่วนผสมที่คุ้นเคยของขนมชนิดนี้

แบบฝึกหัด

คำอธิบายใดตรงกับ s'mores มากที่สุด

  1. ขนมรอบกองไฟแบบอเมริกาเหนือที่ทำจากมาร์ชเมลโลว์ ช็อกโกแลต และแครกเกอร์เกรแฮม
  2. ของหวานชนิดใดก็ได้ที่เสิร์ฟในปริมาณมากขึ้น
  3. พื้นผิวถนนแบบนุ่มชนิดหนึ่ง
ดูคำตอบ

ขนมรอบกองไฟแบบอเมริกาเหนือที่ทำจากมาร์ชเมลโลว์ ช็อกโกแลต และแครกเกอร์เกรแฮม

Delicious.

3:21

อร่อยเลย

Now,

3:26

เอาล่ะ

which superpower physics lesson

3:27

บทเรียนฟิสิกส์เรื่องพลังวิเศษบทไหน

will you explore next?

3:29

ที่คุณจะสำรวจเป็นเรื่องต่อไป

Shifting body size and content.

3:31

การเปลี่ยนขนาดร่างกายและมวล

Super speed.

3:36

ซูเปอร์สปีด

Flight.

3:37

การบิน

Super strength.

3:39

พละกำลังมหาศาล

Immortality.

3:42

ความเป็นอมตะ

And invisibility.

3:44

และการล่องหน