มีตัวต่อตายอยู่ในลูกมะเดื่อจริงๆ หรือ? - แคโรลีน บีนส์ (Carolyn Beans): บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอนี้เล่าความสัมพันธ์ที่เฉพาะเจาะจงอย่างมากระหว่างมะเดื่อฝรั่งกับแตนที่ช่วยผสมเกสร อธิบายว่าการเพาะปลูกโดยมนุษย์ทำให้เกิดพันธุ์ผลสดที่สุกได้โดยไม่ต้องผสมเกสรอย่างไร และชวนมองแมลงในมะเดื่อแห้งกับอาหารแปรรูปผ่านบริบทของข้อกำหนดด้านอาหารและวิถีการกินแบบดั้งเดิม ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. recalled over 10,000 cases of broccoli cheddar soup — ความหมายและระดับภาษาของคำศัพท์: เรียนรู้ว่า recall ในข่าวความปลอดภัยด้านอาหารหมายถึงการเรียกคืนสินค้าที่อาจไม่ปลอดภัยออกจากตลาดอย่างเป็นทางการ ไม่ได้แปลว่า “นึกออก” ความรู้นี้ช่วยให้อ่านข่าวการปนเปื้อน ข้อบกพร่องในการผลิต และมาตรการสาธารณสุขได้ถูกต้อง รวมทั้งเลือกใช้คำกริยาเชิงสถาบันเมื่อกล่าวถึงการเรียกคืนสินค้า 2. possibly making them the first domesticated crop. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่าวลี -ing เติมผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นอย่างระมัดระวังให้กับข้อเท็จจริงทางประวัติศาสตร์ก่อนหน้าได้อย่างไร รูปแบบนี้ช่วยเชื่อมหลักฐานกับข้ออนุมาน พร้อมระบุชัดว่าข้อสรุปซึ่งมองว่ามะเดื่อฝรั่งอาจเป็นพืชเพาะปลูกชนิดแรกนั้นมีความเป็นไปได้ แต่ยังไม่แน่นอน 3. So maybe chew on that. — สำนวนและการใช้ภาษาเชิงเปรียบเทียบ: เข้าใจความหมายสองชั้นของ chew on that ซึ่งทั้งชวนผู้ชมให้ขบคิดถึงเหตุผล และเล่นกับความหมายตรงตัวของการเคี้ยวที่สอดคล้องกับเรื่องการกินแมลง จุดนี้ช่วยให้จับมุกปิดท้ายในสื่อวิทยาศาสตร์ และใช้การเล่นคำที่เกี่ยวข้องกับหัวข้อเพื่อจบคำอธิบายโดยไม่ต้องกล่าวข้อสรุปซ้ำตรง ๆ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
over concerns they contained too much of an unintended ingredient. วลี
0:12เนื่องจากกังวลว่ามีส่วนผสมที่ไม่พึงประสงค์มากเกินไป
recalled over 10,000 cases of broccoli cheddar soup: การเรียกคืนสินค้า
ในที่นี้ recalled หมายถึงผู้ค้าปลีกนำซุปออกจากการขายหรือขอให้ส่งสินค้าคืน เพราะสินค้าอาจไม่ปลอดภัยหรือมีข้อบกพร่อง ไม่ได้หมายถึงนึกออก รูปแบบคือ recall + ผลิตภัณฑ์ กรรมคือ over 10,000 cases of broccoli cheddar soup โดย cases หมายถึงลังหรือกล่องสำหรับขนส่ง ดังนั้นวลีนี้จึงบอกว่าสินค้าใดถูกเรียกคืนและมีจำนวนกี่ลัง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ recalled ในความหมายว่าสินค้าถูกเรียกคืนเพื่อความปลอดภัย
- She recalled eating cereal at her grandmother's house.
- The cereal reminded him of summer mornings.
- The company recalled the cereal after inspectors found glass in it.
ดูคำตอบ
The company recalled the cereal after inspectors found glass in it.
over concerns: การบอกเหตุผลในข่าว
ในที่นี้ over concerns ใช้บอกเหตุผลของการเรียกคืน กล่าวคือ ผู้ค้าปลีกดำเนินการเพราะมีความกังวลว่าซุปอาจมีส่วนผสมที่ไม่พึงประสงค์มากเกินไป ในการใช้นี้ over หมายถึง “เนื่องจาก” หรือ “เพื่อตอบสนองต่อ” ไม่ได้บอกตำแหน่งว่าอยู่เหนือสิ่งใด รูปแบบที่พบบ่อยในข่าวคือ action + over concerns about + noun หรือ action + over concerns (that) + clause ในตัวอย่างมีการละ that ก่อน they contained แต่ความหมายยังเหมือนเดิม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคสำนวนข่าวโดยใช้ over concerns about + คำนาม: The outdoor pool closed ____ a possible gas leak.
ดูคำตอบ
over concerns about
too much of an unintended ingredient: ส่วนผสมที่ไม่ได้ตั้งใจในปริมาณมากเกินไป
ในประโยคนี้ too much of an unintended ingredient หมายถึงผลิตภัณฑ์มีสารชนิดหนึ่งที่ไม่ควรอยู่ในนั้นในปริมาณมากเกินไป คำว่า ingredient ในที่นี้หมายถึงองค์ประกอบใด ๆ ที่พบในผลิตภัณฑ์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะวัตถุดิบที่ตั้งใจใส่ตามสูตร โครงสร้างคือ too much of + นามวลี เนื่องจาก an unintended ingredient มีคำกำหนดนาม an จึงใช้ of เชื่อม too much กับนามวลีทั้งหมด โครงสร้างนี้เน้นปริมาณของส่วนประกอบชนิดเดียว ส่วน too many unintended ingredients จะนับส่วนประกอบที่แยกกันหลายชนิด
แบบฝึกหัด
เติมรายงานความปลอดภัยด้วยโครงสร้างบอกปริมาณจากบทเรียนให้ถูกต้อง: The quality test found ____ unintended ingredient in the sauce.
ดูคำตอบ
too much of an
That ingredient? Bugs.: รูปแบบชี้จุดสนใจแล้วเฉลย
That ingredient? Bugs. ใช้ส่วนประโยคสั้น ๆ สองส่วนอย่างตั้งใจเพื่อจัดลำดับการเฉลย That ingredient? ชี้กลับไปยังส่วนผสมที่เพิ่งกล่าวถึงและทำให้มันกลายเป็นคำถามที่กำลังจะตอบ จากนั้น Bugs. ก็ให้คำตอบ คำถามที่สั้นมากสร้างช่วงหยุดก่อนคำตอบคำเดียว ทำให้ข้อมูลที่น่าประหลาดใจมีพลังมากขึ้น รูปแบบที่เริ่มจากการชี้จุดสนใจแล้วจึงเฉลยนี้พบได้บ่อยในการเล่าเรื่องด้วยคำพูดและสื่อที่ต้องการดึงดูดความสนใจ ในบริบทเช่นนี้ไม่จำเป็นต้องขยายเป็นคำถามและประโยคเต็ม
แบบฝึกหัด
ข้อความใดใช้รูปแบบชี้จุดสนใจแล้วเฉลยแบบเดียวกันได้อย่างเป็นธรรมชาติ?
- That scratching sound? A mouse.
- That scratching sound was? A mouse.
- That scratching sound because a mouse.
ดูคำตอบ
That scratching sound? A mouse.
come into contact with our food: สัมผัสกับอาหารของเรา
come into contact with หมายถึงสัมผัสทางกายกับคนหรือสิ่งของ ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวบอกอย่างเป็นกลางว่าแมลงกับอาหารเกิดการสัมผัสกัน ไม่ได้หมายความว่าแมลงกินอาหารหรืออยู่ในอาหารตลอดเวลา โครงสร้างคือ come into contact with + คนหรือสิ่งของ วลีนี้พบบ่อยในคำอธิบายด้านวิทยาศาสตร์ สุขอนามัย และความปลอดภัย เพราะเน้นข้อเท็จจริงว่าเกิดการสัมผัสขึ้น ไม่ได้เน้นการตั้งใจเอื้อมไปแตะ
แบบฝึกหัด
ใช้ come into contact with ในรูปที่ถูกต้องเพื่อเติมคำสั่งด้านความปลอดภัยให้สมบูรณ์: If the cleaner ____ your skin, rinse it with water.
ดูคำตอบ
comes into contact with
but how many are you actually eating?: เปลี่ยนเข้าสู่คำถามหลัก
but เปลี่ยนจากข้อเท็จจริงที่เป็นข้อมูลพื้นหลังไปสู่คำถามหลัก how many ถามถึงจำนวน you ทำให้ประเด็นเกี่ยวข้องกับผู้ชมโดยตรง และ actually เน้นจำนวนที่เกิดขึ้นจริง ซึ่งอาจต่างจากที่ผู้ชมคาดไว้ หน้าที่หลักของคำถามนี้คือจัดลำดับการอธิบาย โดยยกประเด็นที่วิดีโอจะตอบต่อไป ไม่ได้ต้องการให้ผู้ชมบอกตัวเลขทันที
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเปลี่ยนจากข้อเท็จจริงทั่วไปเรื่องการใช้น้ำไปสู่คำถามเกี่ยวกับปริมาณที่ผู้ฟังใช้จริงได้ดีที่สุด
- Water use is rising, and water is actually a liquid.
- Water use is rising, but how much water are we actually using?
- Water use is rising because people need water.
ดูคำตอบ
Water use is rising, but how much water are we actually using?
Let's start with...: การเกริ่นเข้าสู่กรณีแรก
Let's start with... ใช้พาคำอธิบายจากช่วงเกริ่นนำเข้าสู่กรณีแรก ส่วน Let's ทำให้คำเชื่อมนี้มีน้ำเสียงชวนให้ผู้ฟังมีส่วนร่วม โดยผู้พูดกำลังพาผู้ฟังไปพิจารณาบางอย่างด้วยกัน An extreme example คือกรณีที่ลักษณะสำคัญเด่นชัดผิดปกติหรือมองเห็นได้ง่าย จึงช่วยให้เข้าใจแนวคิดได้ชัดขึ้น แต่ไม่จำเป็นต้องเป็นกรณีทั่วไป
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมในการนำเสนอโดยใช้ Let's + start + with: ____ the main question.
ดูคำตอบ
Let's start with
Figs and their conspicuously close bond with certain bugs. วลี
0:30มะเดื่อและความผูกพันที่ใกล้ชิดอย่างเห็นได้ชัดกับแมลงบางชนิด
conspicuously close bond: ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดอย่างเห็นได้ชัด
ใน conspicuously close bond คำว่า bond หมายถึงความสัมพันธ์หรือความเชื่อมโยงในเชิงนามธรรม ในที่นี้สื่อว่ามะเดื่อกับแมลงบางชนิดเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิดมาก ไม่ได้หมายความว่าถูกเชื่อมด้วยวัตถุจริง และไม่ใช่ bond ในความหมายว่าพันธบัตรทางการเงิน conspicuously ขยาย close และหมายถึงอย่างเห็นได้ชัดหรือในลักษณะที่ดึงดูดความสนใจ วลีนี้จึงเน้นว่าระดับความใกล้ชิดนั้นโดดเด่น ไม่ได้เพียงบอกว่ามีความสัมพันธ์อยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นอย่างเห็นได้ชัดระหว่างสองกลุ่มได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The two groups share a conspicuously close rope.
- The two groups share a conspicuously close bond.
- The two groups share a conspicuous closely bond.
ดูคำตอบ
The two groups share a conspicuously close bond.
Around 80 million years ago: จุดเวลาโดยประมาณในอดีต
ในที่นี้ around หมายถึง “ประมาณ” คำนี้แสดงว่า 80 ล้านปีเป็นค่าประมาณ ไม่ใช่วันที่ที่แน่นอน และไม่ได้หมายถึง “รอบ ๆ” หรือ “ใกล้ ๆ” ในเชิงสถานที่ รูปแบบ around + ระยะเวลา + ago ใช้ระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นก่อนปัจจุบันประมาณเท่าใด เนื่องจาก ago ชี้ไปยังจุดเวลาในอดีตที่ผ่านไปแล้ว กริยาของเหตุการณ์จึงมักอยู่ในรูปอดีต เช่น started
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีที่สร้างจาก around + five thousand years + ago: ____, people began using this writing system.
ดูคำตอบ
Around five thousand years ago
depends on at least one unique species of tiny wasps.
0:43ต้องพึ่งพาตัวต่อขนาดจิ๋วที่มีเอกลักษณ์เฉพาะอย่างน้อยหนึ่งสายพันธุ์
each of ... depends on: กริยาเอกพจน์ที่สอดคล้องกับ each
ใน each of ... แกนทางไวยากรณ์ของประธานคือ each คำนี้กล่าวถึงสมาชิกทีละหนึ่ง ดังนั้นกริยาปัจจุบันจึงเป็นรูปเอกพจน์ คือ depends ไม่ใช่ depend the approximately 750 fig tree species เป็นกลุ่มพหูพจน์ที่อยู่หลัง of ส่วน approximately 750 เพียงบอกจำนวนโดยประมาณของกลุ่มนั้นและไม่ได้กำหนดรูปของกริยา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปปัจจุบันที่ถูกต้องของ depend: Each of these machines ____ on a separate power supply.
ดูคำตอบ
depends
and figs guard their flowers especially tight for fig wasps. วลี
0:51และมะเดื่อก็ปกป้องดอกของมันอย่างแน่นหนาเป็นพิเศษเพื่อตัวต่อมะเดื่อ
can get hyper-specific: ใช้ get + คำคุณศัพท์เพื่อแสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ
ในที่นี้ can get hyper-specific หมายถึง “อาจเปลี่ยนไปจนมีขอบเขตแคบหรือจำเพาะอย่างยิ่ง” ความสัมพันธ์อาจพัฒนาไปจนสิ่งมีชีวิตที่ช่วยผสมเกสรชนิดหนึ่งเข้าคู่กับพืชเพียงไม่กี่ชนิดเท่านั้น Specific บอกว่าการจับคู่นี้ถูกจำกัดไว้แคบเพียงใด ไม่ได้หมายถึงแค่ “สิ่งใดสิ่งหนึ่งโดยเฉพาะ” โครงสร้าง get + คำคุณศัพท์แสดงการเปลี่ยนแปลงของสภาวะ เช่น get complicated, get serious, get specific ส่วน Can เพิ่มความหมายว่าเป็นไปได้ และ hyper- เพิ่มระดับความหมายของ specific
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวน get + คำคุณศัพท์จากตัวอย่างที่หมายถึง “กลายเป็นสิ่งที่มีรายละเอียดอย่างยิ่ง”: Near the deadline, the client's requests can ____.
ดูคำตอบ
get hyper-specific
guard their flowers especially tight: tight ในหน้าที่คำวิเศษณ์บอกลักษณะ
Guard their flowers หมายถึงปกป้องดอกไม้และควบคุมว่าใครหรือสิ่งใดจะเข้าใกล้ได้ การบรรยายทำให้ผลมะเดื่อดูเหมือนเป็นยามที่คอยเฝ้าระวัง Especially tight บอกว่ามันปกป้องดอกไม้อย่างแน่นหนาหรือปลอดภัยเพียงใด ในที่นี้ tight ใช้เป็นคำวิเศษณ์ ให้ความรู้สึกกระชับและเป็นภาษาสนทนา ไม่ได้หมายความว่าดอกไม้มีลักษณะคับหรือแน่นในทางกายภาพ
แบบฝึกหัด
“guard their flowers especially tight” ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- เฝ้าดูดอกไม้เฉพาะเมื่ออากาศหนาว
- ปกป้องดอกไม้อย่างแน่นหนามากและจำกัดการเข้าถึง
- บีบดอกไม้ให้มีขนาดเล็กลง
ดูคำตอบ
ปกป้องดอกไม้อย่างแน่นหนามากและจำกัดการเข้าถึง
Technically: ส่งสัญญาณการแก้ไขตามนิยามที่เคร่งครัด
Technically บอกว่าข้อความนั้นเป็นจริงตามนิยามที่เคร่งครัดหรือกฎที่แน่นอน ในที่นี้คำนี้เตรียมผู้ฟังให้พบกับการจัดประเภททางวิทยาศาสตร์ที่ต่างจากความเข้าใจทั่วไปเกี่ยวกับผลไม้ เมื่ออยู่ต้นประโยค Technically, เป็นสัญญาณว่ามุมมองที่คุ้นเคยแต่เป็นแบบง่าย ๆ กำลังจะถูกแก้ไขหรือจำกัดขอบเขต ไม่ได้มีหน้าที่เพียงเน้นข้อความให้แรงขึ้น
แบบฝึกหัด
Technically ส่งสัญญาณอะไรในประโยคนี้?
- ข้อความเป็นไปตามนิยามที่เคร่งครัด แม้ว่าภาษาที่ใช้ทั่วไปจะแตกต่างออกไป
- ผู้พูดกำลังทำให้ข้อความฟังดูน่าตื่นเต้นขึ้น
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่าข้อความนั้นเป็นจริงหรือไม่
ดูคำตอบ
ข้อความเป็นไปตามนิยามที่เคร่งครัด แม้ว่าภาษาที่ใช้ทั่วไปจะแตกต่างออกไป
isn't X, but Y: แทนที่การจัดประเภทหนึ่งด้วยอีกประเภทหนึ่ง
รูปแบบ A isn't X, but Y ใช้แก้การจัดประเภท โดยปฏิเสธ X แล้วให้ Y มาแทน ในประโยคนี้ a fruit คือประเภทที่ถูกปฏิเสธ ส่วน a fleshy bundle derived from stem tissues คือคำอธิบายที่แม่นยำกว่า ประธาน a fig และกริยาเชื่อม is ใช้ร่วมกับนามวลีทั้งสอง จึงไม่ต้องกล่าวซ้ำก่อน Y การให้ X และ Y มีรูปแบบไวยากรณ์เหมือนกันทำให้การแก้ไขชัดเจนและกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อ isn't X, but Y: This device ____ a toy, ____ a learning tool.
ดูคำตอบ
isn't · but
derived from stem tissues: การระบุแหล่งกำเนิด
Derived from stem tissues หมายถึง “มีต้นกำเนิดจากหรือพัฒนามาจากเนื้อเยื่อลำต้น” วลี past participle นี้ตามหลัง a fleshy bundle และอธิบายต้นกำเนิดทางชีวภาพของสิ่งนั้น โดยขยายได้เป็น that is derived from stem tissues Be derived from พบได้บ่อยในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์และภาษาเป็นทางการเกี่ยวกับต้นกำเนิด วลีนี้แสดงความสัมพันธ์กับแหล่งที่มา ไม่ได้หมายถึงการนำสิ่งของออกจากสถานที่หนึ่งจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อได้เป็นธรรมชาติที่สุดว่ายานี้มีต้นกำเนิดจากสารสกัดจากพืช?
- The medicine is compared with a plant extract.
- The medicine is derived from a plant extract.
- The medicine contains a plant extract.
ดูคำตอบ
The medicine is derived from a plant extract.
like a hidden garden: การสร้างภาพด้วยอุปมา
Like a hidden garden เป็นอุปมาโดยใช้คำเปรียบเทียบ like เพื่อสร้างภาพที่เปรียบดอกไม้หลายร้อยดอกภายในผลมะเดื่อกับสวนที่ถูกซ่อนไว้จากสายตา การเปรียบเทียบนี้เน้นลักษณะร่วมสองอย่าง คือมีดอกไม้จำนวนมากรวมกัน และดอกไม้เหล่านั้นซ่อนอยู่ภายในโครงสร้างชั้นนอก ภาพที่ชัดเจนนี้ช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพโครงสร้างที่มองเห็นโดยตรงได้ยาก
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ like a hidden garden ช่วยให้ผู้ฟังนึกภาพอะไร?
- สวนสาธารณะที่อยู่ข้างต้นไม้
- คนทำสวนกำลังใส่ดอกไม้เข้าไปในผลไม้
- ดอกไม้จำนวนมากรวมกันและซ่อนอยู่ภายใน
ดูคำตอบ
ดอกไม้จำนวนมากรวมกันและซ่อนอยู่ภายใน
called gynodioecy: การแนะนำชื่อศัพท์เฉพาะ
called gynodioecy เป็นวลี past participle ที่วางหลัง its breeding system เพื่อบอกชื่อทางเทคนิคของระบบนี้ และสามารถขยายเป็น which is called gynodioecy ได้ กริยาหลักของประโยคอยู่ถัดไป คือ is seen Gynodioecy เป็นชื่อของระบบสืบพันธุ์ของพืชที่พบได้น้อย ในการทำความเข้าใจประโยคนี้ ให้เชื่อมคำศัพท์ที่ไม่คุ้นเคยกับคำนามที่อยู่หน้า called โดยไม่จำเป็นต้องเดารายละเอียดทางชีววิทยาทั้งหมดจากตัวคำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย past participle ของ call: The method, ____ radiocarbon dating, estimates the age of ancient objects.
ดูคำตอบ
called
is seen in less than 1%: การบอกสัดส่วนการกระจาย
ในประโยคเชิงวิทยาศาสตร์นี้ is seen in หมายถึง ปรากฏใน หรือ พบในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง Seen ไม่ได้บอกว่ามีคนใช้ตามอง แต่รูปประโยคแบบถูกกระทำนี้ใช้บอกว่าลักษณะทางชีววิทยาพบอยู่ที่ใด less than 1% กำหนดขีดจำกัดบน หมายความว่าสัดส่วนต่ำกว่า 1% ไม่ใช่เท่ากับ 1% พอดี ส่วน of flowering plants ระบุกลุ่มที่ใช้คำนวณสัดส่วน ดังนั้นทั้งวลีจึงเน้นว่าระบบนี้พบได้น้อยมาก
แบบฝึกหัด
เติมวลีสองคำที่สร้างจาก see และหมายถึง ปรากฏในกลุ่ม: This genetic trait is ____ less than 3% of the animals tested.
ดูคำตอบ
seen in
It works with some common fig trees having seed-producing female parts, ไวยากรณ์
1:15มันทำงานโดยที่ต้นมะเดื่อธรรมดาบางต้นมีส่วนของตัวเมียที่ผลิตเมล็ด
with some common fig trees having...: with + คำนาม + รูป -ing
ในที่นี้ with ใช้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์เพิ่มเติม วลีนาม some common fig trees เป็นประธานในเชิงความหมายของ having และ having seed-producing female parts อธิบายว่าต้นไม้เหล่านั้นมีส่วนใดอยู่ในองค์ประกอบที่กำลังกล่าวถึง อนุประโยคหลักมีกริยาแท้เพียงคำเดียวคือ works โครงสร้าง with + คำนาม + -ing ย่อข้อมูลที่สามารถเขียนเป็นอนุประโยคเต็มได้ เช่น while some common fig trees have... และทำให้ข้อมูลนั้นเป็นฉากหลัง ไม่ใช่ใจความหลักอีกชุดหนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ with, everyone และรูป -ing ของ take notes: The meeting continued ____.
ดูคำตอบ
with everyone taking notes
have both female-seed-producing and male-pollen-producing parts.
1:21มีทั้งส่วนของตัวเมียที่ผลิตเมล็ดและส่วนของตัวผู้ที่ผลิตละอองเรณู
while others... have both A and B: การเปรียบต่างในการแบ่งประเภท
ในที่นี้ while มีความหมายเท่ากับ whereas และใช้จัดวางความแตกต่างระหว่างต้นมะเดื่อสองประเภท ไม่ได้หมายถึง “ในช่วงเวลาที่” คำว่า others ใช้แทนคำนามพหูพจน์ fig trees และหมายถึงกลุ่มที่เหลือ ส่วน called caprifigs เป็นข้อความแทรกที่บอกชื่อของกลุ่มนั้น have both A and B บอกว่ากลุ่มที่สองมีส่วนประกอบสองประเภท โดย both...and เชื่อมคำขยายประสมที่มีโครงสร้างขนานกัน คือ female-seed-producing และ male-pollen-producing ซึ่งวางไว้หน้า parts
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างเปรียบต่างในการแบ่งประเภทด้วย while และ both...and: Some school clubs offer only sports, ____ others offer ____ music ____ art.
ดูคำตอบ
while · both · and
follows odor cues: ใช้สัญญาณจากกลิ่นเป็นตัวนำทาง
ใน follows odor cues คำว่า follow หมายถึงการใช้สัญญาณเป็นตัวนำทาง ไม่ใช่เพียงเคลื่อนที่ตามหลังคนหรือสิ่งของ สัตว์ตรวจจับกลิ่นแล้วใช้กลิ่นนั้นกำหนดว่าจะไปทางไหน cue คือข้อมูลที่ช่วยชี้นำการตอบสนองหรือการตัดสินใจ ในที่นี้ odor cues หมายถึงสัญญาณจากกลิ่น ไม่ใช่คำบอกคิวด้วยเสียงสำหรับผู้แสดง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ follow ... cues เพื่อบรรยายการติดตามจากกลิ่น?
- The rescue dog followed scent cues to locate the missing hiker.
- The actor followed the director into the theater.
- The dog waited for its owner to give a command.
ดูคำตอบ
The rescue dog followed scent cues to locate the missing hiker.
and thrusts herself into the minuscule hole at a developing fig's base. วลี
1:32และดันตัวเองเข้าไปในรูเล็กๆ ที่ฐานของมะเดื่อที่กำลังพัฒนา
Wasps get involved when: ระบุว่าการมีส่วนร่วมเริ่มเมื่อใด
get involved หมายถึง “เริ่มเข้าร่วม” หรือ “เข้ามาเกี่ยวข้องกับสถานการณ์หนึ่ง” คำว่า get เน้นการเปลี่ยนแปลง โดยตัวต่อเปลี่ยนมาเป็นผู้มีส่วนร่วมในกระบวนการนี้ when นำเข้าสู่เหตุการณ์ที่เป็นจุดเริ่มต้นหรือกระตุ้นการมีส่วนร่วมนั้น โครงสร้าง ประธาน + get involved when + อนุประโยค ใช้อธิบายว่าคนหรือสิ่งหนึ่งเริ่มมีบทบาทเมื่อใด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกชัดเจนที่สุดว่าอาสาสมัครในพื้นที่เริ่มเข้าร่วมเมื่อแม่น้ำใกล้เคียงเอ่อล้น?
- Local volunteers leave when a nearby river floods.
- Local volunteers get involved when a nearby river floods.
- Local volunteers are involved in the town's flood plan.
ดูคำตอบ
Local volunteers get involved when a nearby river floods.
full of eggs: ใช้ full of + คำนาม หลังคำนาม
full of eggs เป็นวลีคุณศัพท์ที่สร้างจาก full of + คำนาม ในประโยคนี้วลีดังกล่าวอยู่หลัง a female fig wasp และบอกสภาพของตัวต่อเพศเมียว่ามีไข่อยู่เป็นจำนวนมาก รูปแบบเดียวกันใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งมีอะไรอยู่ภายใน หรือมีลักษณะใดเด่นชัดได้ เช่น a box full of photographs หรือ a story full of surprises เมื่อวางหลังคำนาม วลีนี้จะขยายคำนามนั้นอย่างกระชับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “มีอยู่เป็นจำนวนมาก”: The night sky was ____ stars.
ดูคำตอบ
full of
thrusts herself into the minuscule hole: ดันตัวเองเข้าไปในรูเล็กจิ๋วอย่างแรง
Thrusts herself into หมายถึงแตนมะเดื่อตัวเมียดันร่างกายของตัวเองเข้าไปในพื้นที่หนึ่งอย่างแรง สรรพนามสะท้อนกลับ herself ชี้กลับไปที่ประธาน กล่าวคือ ตัวที่ออกแรงดันกับร่างกายที่กำลังเคลื่อนที่เป็นตัวเดียวกัน minuscule หมายถึง “เล็กมาก” จึงอธิบายได้ว่าทำไมจึงใช้คำกริยาที่หนักแน่นอย่าง thrusts แทนคำกลาง ๆ อย่าง enters ส่วน at a developing fig's base บอกตำแหน่งของรู
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของ thrust oneself through: During last night's fire, Maya ____ the narrow window to escape the smoke.
ดูคำตอบ
thrust herself through
depending on whether ... or ... และ one of two ways: การเกริ่นถึงสองแขนง
depending on whether A or B ใช้บอกเงื่อนไขที่ตัดสินว่าจะไปตามแขนงใด ในประโยคนี้สองตัวเลือกคือมะเดื่อตัวผู้กับมะเดื่อตัวเมีย อนุประโยคที่มี whether กำลังเสนอความเป็นไปได้สองอย่าง ไม่ใช่คำถามโดยตรง things go one of two ways ส่งสัญญาณว่าคำอธิบายต่อจากนี้จะแยกเป็นสองทาง เมื่อใช้สองสำนวนนี้ร่วมกัน ผู้พูดจะบอกเงื่อนไขที่ใช้ตัดสินก่อน แล้วจึงบอกว่ามีทางที่เป็นไปได้สองทาง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเกริ่นถึงสองแขนงที่ถูกกำหนดโดยสองตัวเลือกได้อย่างชัดเจน
- Depending on whether the road is open or closed, the trip will go one of two ways.
- The road may be busy, and the trip was longer yesterday.
- Because the road is open, the trip has already taken one route.
ดูคำตอบ
Depending on whether the road is open or closed, the trip will go one of two ways.
the outcome being either more wasps or more figs. ไวยากรณ์
1:43ผลลัพธ์คือมีตัวต่อมากขึ้นหรือมีมะเดื่อมากขึ้น
the outcome being either ... or ... ในโครงสร้าง absolute ที่ใช้เสริมข้อมูล
the outcome being ... เป็นโครงสร้าง absolute ที่ใช้เสริมข้อมูล โดย the outcome เป็นประธานเชิงความหมายของโครงสร้างนี้เอง และ being นำเข้าสู่คำอธิบายว่าผลลัพธ์นั้นคืออะไร วลีทั้งหมดเพิ่มข้อมูลให้อนุประโยคสมบูรณ์ที่อยู่ข้างหน้า ส่วน being ไม่ใช่กริยาแท้หลัก รูปที่เต็มกว่าสามารถใช้อนุประโยคแยกได้ว่า the outcome is either more wasps or more figs โครงสร้าง either A or B ระบุผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองอย่าง ส่วนรูปย่อที่ใช้ being ช่วยให้คำอธิบายกระชับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้คำนาม + being ... อย่างถูกต้องเพื่อเพิ่มข้อมูลผลลัพธ์หลังอนุประโยคที่สมบูรณ์
- The two plans have different costs, with a final price of either twenty or thirty dollars.
- The final price is either twenty or thirty dollars because the two plans have different costs.
- The two plans have different costs, the final price being either twenty or thirty dollars.
ดูคำตอบ
The two plans have different costs, the final price being either twenty or thirty dollars.
deposit eggs into: วางไข่เข้าไปข้างในสถานที่หนึ่ง
ในคำอธิบายทางชีววิทยานี้ deposits her eggs into หมายถึง “วางไข่และนำไข่เข้าไปไว้ข้างใน” deposit เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการและแม่นยำที่บอกว่าทิ้งบางสิ่งไว้ในตำแหน่งเฉพาะ ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการฝากเงินเข้าบัญชี โครงสร้างคือ deposit + eggs + into + สถานที่ โดย into เน้นการเคลื่อนไปสู่ด้านในของสิ่งหนึ่ง ส่วน the flowers' ovaries หมายถึงรังไข่ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของดอกไม้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้โครงสร้าง deposit eggs into ในรูปที่สอดคล้องกับประธาน: The beetle ____ narrow holes in the bark.
ดูคำตอบ
deposits its eggs into
that nurture the wasp's developing offspring. การใช้คำ
1:58เพื่อหล่อเลี้ยงลูกอ่อนของตัวต่อที่กำลังเติบโต
Instead of developing seeds: instead of + รูป -ing
Instead of developing seeds เปรียบเทียบกระบวนการที่คาดว่าจะเกิดขึ้นกับกระบวนการที่เกิดขึ้นจริง developing seeds ระบุสิ่งที่ตามปกติอาจเกิดขึ้น ส่วนประโยคหลักบอกผลลัพธ์จริง คือรังไข่เปลี่ยนเป็นปุ่มปม ในที่นี้ instead of ตามด้วย developing ซึ่งเป็นรูป -ing เพราะใช้เรียกกระบวนการที่ถูกแทนที่ ใช้โครงสร้าง Instead of + -ing, ประโยคหลัก เพื่อแสดงว่าการกระทำหรือกระบวนการหนึ่งเกิดขึ้นแทนอีกอย่างหนึ่ง อย่าวางกริยาที่ผันตามประธานอย่าง develops ต่อจาก instead of โดยตรง
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ take เติมประโยคให้สมบูรณ์: Instead of ____ the elevator, Nina used the stairs.
ดูคำตอบ
taking
turn into galls: บอกผลของการเปลี่ยนแปลง
turn into หมายถึง “เปลี่ยนเป็น” ในประโยคนี้รังไข่ของดอกไม้เปลี่ยนรูปร่าง และผลที่ได้คือปมพืช ส่วน into นำหน้าสิ่งที่มันเปลี่ยนไปเป็น ไม่ได้บอกสถานที่ที่มันเคลื่อนที่ไป โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ A turns into B ถ้าประธานเป็นพหูพจน์ ให้ใช้ turn เหมือนในประโยคต้นฉบับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ turn into ได้ถูกต้องเพื่อแสดงว่าสิ่งหนึ่งเปลี่ยนเป็นอีกสิ่งหนึ่ง
- The caterpillar turns into a butterfly.
- The caterpillar turns toward a butterfly.
- A magician turns a caterpillar into a butterfly.
ดูคำตอบ
The caterpillar turns into a butterfly.
that nurture the wasp's developing offspring: อธิบายการสนับสนุนการเติบโต
อนุประโยคสัมพัทธ์ that nurture the wasp's developing offspring ขยายคำนามพหูพจน์ galls เนื่องจาก that อ้างถึง galls จึงใช้กริยา nurture ไม่ใช่ nurtures ในที่นี้ nurture หมายถึงการให้สารอาหารและสภาพแวดล้อมที่ช่วยให้เติบโต ไม่ใช่เพียงให้อาหารหนึ่งมื้อ Developing offspring หมายถึงลูกของตัวต่อที่กำลังเติบโต และ offspring มีรูปเหมือนกันทั้งเอกพจน์และพหูพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับคำอธิบายทางชีววิทยาแบบเป็นทางการเกี่ยวกับถิ่นอาศัยที่ช่วยให้สัตว์วัยอ่อนเติบโต
- The young birds play near their family.
- The parent birds feed their offspring at sunrise.
- The protected wetland nurtures the birds' developing offspring.
ดูคำตอบ
The protected wetland nurtures the birds' developing offspring.
Wingless and blind: วลีคุณศัพท์ที่วางไว้ต้นประโยค
“Wingless and blind” เป็นวลีคุณศัพท์ที่วางไว้หน้าประโยคหลัก วลีนี้บอกสภาพของประธาน “the males” ก่อนที่ประโยคจะบอกว่าพวกมันทำอะไร ได้แก่ hatch, open และ fertilize โครงสร้างนี้เป็นรูปย่อของ “The males are wingless and blind” และไม่ใช่ประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ลำพัง คำบรรยายที่ขึ้นต้นประโยคแบบนี้ต้องบรรยายประธานที่ตามมาอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้วลีคุณศัพท์ที่ต้นประโยคเพื่อบรรยายประธานที่ตามมาได้ถูกต้อง
- Cold and tired, the hikers stopped to rest.
- Cold and tired, the tent gave the hikers shelter.
- The hikers cold and tired stopped are to rest.
ดูคำตอบ
Cold and tired, the hikers stopped to rest.
exit pathways they never use themselves: การละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่เป็นกรรม
ใน “exit pathways they never use themselves” ส่วน “they never use themselves” เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบจำกัดความที่ขยาย “exit pathways” รูปเต็มคือ “exit pathways that they never use themselves” ส่วนนี้ไม่ใช่ประโยคหลักอีกประโยคหนึ่ง “That” ที่ละไว้ทำหน้าที่เป็นกรรมของ “use” จึงละได้ ส่วน “pathways” ยังคงเป็นสิ่งที่พวกมันไม่เคยใช้ และ “themselves” ใช้เน้น “they” หมายความว่าตัวผู้เองไม่ได้ใช้ทางเหล่านี้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดละคำสรรพนามสัมพันธ์ที่ทำหน้าที่เป็นกรรมได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- The workers built a bridge they would never cross themselves.
- The workers built a bridge, and they would never cross it themselves.
- The workers built a bridge that stood over the river.
ดูคำตอบ
The workers built a bridge they would never cross themselves.
getting coated with pollen on the way: ผลที่เกิดควบคู่กับการกระทำ
getting coated with pollen เป็นอนุประโยค -ing ที่ตามหลังประโยคหลัก เพื่อเพิ่มผลที่เกิดขึ้นขณะที่ตัวเมียออกมา นั่นคือละอองเรณูเข้ามาปกคลุมตัวของพวกมัน ในที่นี้ get coated with หมายถึง “ถูกสิ่งหนึ่งเคลือบจนปกคลุม” และประธานที่เข้าใจได้ของ getting คือ the females ในที่นี้ on the way หมายถึง “ในระหว่างกระบวนการนั้น” ไม่จำเป็นต้องเป็นการเดินทางตามตัวอักษรไปยังจุดหมายที่ระบุ โครงสร้างนี้ใช้เพิ่มการกระทำหรือผลที่เกี่ยวข้องไว้หลังการกระทำหลักในรูป ประโยคหลัก + อนุประโยค -ing
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยค -ing ที่ตามหลังได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพื่อเพิ่มผลที่เกิดขึ้นระหว่างการกระทำหลัก?
- The children ran through the sprinklers, getting soak on the way.
- The children ran through the sprinklers, getting soaked on the way.
- The children ran through the sprinklers, get soaked on the way.
ดูคำตอบ
The children ran through the sprinklers, getting soaked on the way.
fly off: บินออกจากสถานที่เดิม
fly off หมายถึง “บินออกจากสถานที่ที่อยู่ในขณะนั้น” โดย fly บอกวิธีเคลื่อนที่ ส่วน off เพิ่มความหมายว่าจากสถานที่เดิมไป ในคำบรรยาย to other figs ที่ตามหลัง fly off บอกจุดหมาย วลีนี้ผันรูปกริยาตามปกติ ได้แก่ fly off, flies off, flew off, flown off และสามารถใช้โดยไม่บอกจุดหมายได้ เมื่อสิ่งสำคัญมีเพียงการบินจากไป
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ fly off เติมประโยคให้สมบูรณ์: The startled bird ____ before I could take a photo.
ดูคำตอบ
flew off
winds up in: สุดท้ายไปถึงสถานที่ที่ไม่ได้วางแผนไว้
ในที่นี้ winds up in หมายถึง “ในที่สุดก็ไปถึง” หรือ “สุดท้ายไปอยู่ใน” มักสื่อว่าสถานที่นั้นเป็นผลลัพธ์ที่ไม่ได้วางแผนหรือคาดไว้ ไม่ใช่จุดหมายที่เลือกเอง โครงสร้างคือ wind up in + สถานที่ โดยคำหลัง in จะบอกสถานที่สุดท้าย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ wind up in A package with the wrong label sometimes ____ another city.
ดูคำตอบ
winds up in
did pollinate: did ที่ใช้เน้นข้อความเกี่ยวกับอดีต
ใน but she did pollinate คำว่า did เน้นว่าการกระทำนั้นเกิดขึ้นจริง ข้อเท็จจริงนี้ตรงข้ามกับการที่ตัวต่อไม่มีลูก แม้ผลลัพธ์นั้นไม่ดี แต่การผสมเกสรก็เกิดขึ้นแล้ว เมื่อต้องการเน้นประโยคบอกเล่าเกี่ยวกับอดีต ให้ใช้ did + กริยารูปพื้นฐาน โดย did ทำหน้าที่บอกอดีตแล้ว ดังนั้น pollinate จึงคงเป็นรูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตแบบเน้นของ finish Maya was exhausted, but she ____ the race.
ดูคำตอบ
did finish
Female wasps don't know which kind of fig they're entering
2:45ตัวต่อตัวเมียไม่รู้ว่ามันกำลังเข้าไปในมะเดื่อชนิดไหน
because fig trees smell the same regardless of sex. วลี
2:52เพราะต้นมะเดื่อมีกลิ่นเหมือนกันไม่ว่าจะมีเพศใด
whether it'll ... or ...: ผลลัพธ์ที่ไม่แน่นอนสองแบบ
Whether A or B แสดงผลลัพธ์ที่เป็นไปได้สองแบบเมื่อผู้พูดไม่รู้ว่าแบบใดจะเกิดขึ้น ในประโยคนี้ and เชื่อมอนุประโยค whether กับอนุประโยคก่อนหน้าที่ขึ้นต้นด้วย which kind ทั้งสองส่วนเป็นสิ่งที่แตนมะเดื่อตัวเมียไม่รู้ ผลลัพธ์สองแบบคือ ผลมะเดื่อช่วยให้แตนมีลูก หรือใช้แตนเพื่อสร้างลูกของต้นมะเดื่อเอง It'll เป็นรูปย่อของ it will โดย it หมายถึงผลมะเดื่อ และ her หมายถึงแตนมะเดื่อตัวเมีย ใน its own มีการละคำนาม offspring ที่ซ้ำออกไป รูปเต็มคือ its own offspring เนื่องจากเป็นคำถามทางอ้อมหลัง know จึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า เช่น whether it will... ไม่ใช่ whether will it....
แบบฝึกหัด
เติมคำสองคำในโครงสร้าง whether ... or เพื่อทำให้คำถามทางอ้อมสมบูรณ์: We don't know ____ the bus will arrive on time ____ be delayed.
ดูคำตอบ
whether · or
regardless of sex: เงื่อนไขที่ไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์
Regardless of หมายความว่าเงื่อนไขหนึ่งไม่ได้เปลี่ยนข้อเท็จจริงหรือผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ regardless of sex บอกว่าต้นมะเดื่อเพศผู้และเพศเมียมีกลิ่นเหมือนกัน เพศทางชีววิทยาไม่ได้ทำให้กลิ่นต่างกัน โครงสร้างคือ regardless of + คำนามหรือวลีนาม ในที่นี้ sex หมายถึงเพศทางชีววิทยา ไม่ได้หมายถึงกิจกรรมทางเพศ
แบบฝึกหัด
เติมวลีตายตัวที่หมายความว่าอายุไม่ส่งผลต่อผลลัพธ์: The price is the same ____ age.
ดูคำตอบ
regardless of
This ensures that a good portion of common figs can also reproduce ลำดับความ
2:56สิ่งนี้ทำให้มั่นใจได้ว่ามะเดื่อธรรมดาส่วนใหญ่ก็สามารถขยายพันธุ์ได้เช่นกัน
This ensures that ...: การเชื่อมกลไกเข้ากับผลลัพธ์
ในประโยคนี้ This ย้อนกลับไปกล่าวถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่อธิบายไว้ก่อนหน้า นั่นคือตัวต่อเพศเมียแยกมะเดื่อสองชนิดไม่ออก ไม่ได้หมายถึงเพียงคำนามที่อยู่ใกล้ที่สุดเท่านั้น โครงสร้าง This ensures that + อนุประโยค เชื่อมกลไกที่กล่าวไว้ก่อนหน้ากับผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกผลลัพธ์ว่า มะเดื่อทั่วไปจำนวนมากพอสมควรก็สามารถสืบพันธุ์ได้เช่นกัน ในที่นี้ a good portion of หมายถึง “ส่วนที่มากพอสมควรของ”
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง This หมายถึงอะไร?
- สถานการณ์หรือกลไกทั้งหมดที่เพิ่งอธิบายไป
- ผลลัพธ์ที่กล่าวไว้ในอนุประโยคที่มี that
- เฉพาะคำนามที่อยู่ใกล้ This ที่สุด
ดูคำตอบ
สถานการณ์หรือกลไกทั้งหมดที่เพิ่งอธิบายไป
further wasp kind: further เป็นคำกริยาหมายถึงส่งเสริม
ตรงนี้ further เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ส่งเสริม” “ผลักดัน” หรือ “ช่วยให้ดำเนินต่อไป” โดยมี wasp kind เป็นกรรม Wasp kind หมายถึงตัวต่อในฐานะกลุ่มหรือสายพันธุ์ ดังนั้น further wasp kind จึงหมายถึงช่วยให้ประชากรตัวต่อดำรงต่อไป ส่วน and not just ... ทำให้การเปรียบต่างกับแนวคิดก่อนหน้าสมบูรณ์ กล่าวคือ กลไกนี้ช่วยให้มะเดื่อทั่วไปสืบพันธุ์ได้ด้วย แทนที่จะเป็นประโยชน์ต่อสายพันธุ์ตัวต่อเพียงฝ่ายเดียว ในที่นี้ kind เป็นคำนามที่หมายถึง “กลุ่ม” หรือ “ชนิด” ไม่ใช่คำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ใจดี”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ further เป็นคำกริยาที่หมายถึง “ส่งเสริมหรือผลักดัน”?
- The new habitat will further the species' recovery.
- The team needs further evidence before deciding.
- We can discuss the plan further tomorrow.
ดูคำตอบ
The new habitat will further the species' recovery.
That was how things went until humans intervened. ลำดับความ
3:03เรื่องราวก็เป็นเช่นนี้จนกระทั่งมนุษย์เข้ามาแทรกแซง
That was how things went until...: ปิดช่วงหนึ่งและเปิดอีกช่วงหนึ่ง
That was how things went ย้อนกลับไปสรุปรูปแบบที่กล่าวถึงก่อนหน้านี้ว่า เหตุการณ์ต่าง ๆ พัฒนาหรือดำเนินมาในลักษณะนั้น ในที่นี้ went หมายถึง “ดำเนินไป” ไม่ใช่การเคลื่อนที่ทางกายภาพ until humans intervened ระบุจุดสิ้นสุดของรูปแบบนั้นและนำเข้าสู่จุดเปลี่ยน ประโยคนี้ปิดช่วงก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าเรื่องราวจะอธิบายต่อไปว่าเกิดอะไรเปลี่ยนแปลงหลังจากมนุษย์เข้ามาแทรกแซง
แบบฝึกหัด
ประโยคนี้ทำหน้าที่อะไรในเรื่องเล่า?
- ประโยคนี้บรรยายว่ามนุษย์เดินทางไปยังสถานที่แห่งหนึ่ง
- ประโยคนี้สรุปรูปแบบก่อนหน้าและระบุว่าการแทรกแซงของมนุษย์คือจุดเปลี่ยน
- ประโยคนี้บอกว่ามนุษย์ทำให้รูปแบบก่อนหน้าคงเดิมโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง
ดูคำตอบ
ประโยคนี้สรุปรูปแบบก่อนหน้าและระบุว่าการแทรกแซงของมนุษย์คือจุดเปลี่ยน
possibly making them the first domesticated crop. ไวยากรณ์
3:14ซึ่งอาจทำให้มะเดื่อเป็นพืชผลที่เพาะปลูกในประเทศเป็นชนิดแรก
Archaeological records suggest: สรุปอย่างระมัดระวังจากหลักฐาน
ใน Archaeological records suggest that... คำว่า suggest หมายถึง “บ่งชี้” หรือ “สนับสนุนแนวคิดว่า” บันทึกเหล่านี้เป็นหลักฐานของข้อสรุปที่ตามมา ไม่ได้หมายความว่าบันทึกกำลังให้คำแนะนำ Suggest ยังช่วยให้ข้อความมีความระมัดระวัง หลักฐานชี้ไปยังข้อสรุปนั้นแต่ไม่ได้ยืนยันด้วยความแน่นอนอย่างสมบูรณ์ รูปแบบ แหล่งหลักฐาน + suggests that + อนุประโยค พบได้บ่อยในงานวิจัย ประวัติศาสตร์ และรายงานข่าว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเหมาะที่สุดสำหรับรายงานข้อสรุปเมื่อข้อมูลการสำรวจสนับสนุนข้อสรุปนั้น แต่ยังยืนยันอย่างแน่นอนไม่ได้?
- Recent surveys prove that fewer people are driving to work.
- Recent surveys suggest that fewer people are driving to work.
- Recent surveys advise that fewer people are driving to work.
ดูคำตอบ
Recent surveys suggest that fewer people are driving to work.
possibly making them...: การเพิ่มผลลัพธ์ที่เป็นไปได้
อนุประโยค -ing possibly making... ที่อยู่หลังเครื่องหมายจุลภาคใช้เพิ่มผลลัพธ์หรือข้อสรุปที่เป็นไปได้จากข้อความก่อนหน้า ไม่ได้เริ่มเหตุการณ์หลักใหม่ ในที่นี้ them หมายถึง figs หรือมะเดื่อ และ making them the first domesticated crop ใช้โครงสร้าง make + กรรม + ส่วนเติมเต็มกรรม หมายความว่าหลักฐานอาจจัดให้มะเดื่ออยู่ในกลุ่มนั้น possibly ทำให้ข้อสรุปมีความระมัดระวัง ข้อมูลเรื่องอายุสนับสนุนแนวคิดนี้แต่ไม่ได้พิสูจน์อย่างแน่นอน รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ statement, possibly making + object + complement
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย possibly และรูป -ing ของ make เพื่อเพิ่มผลลัพธ์ที่กล่าวอย่างระมัดระวัง: The new battery lasts twice as long, ____ a better choice for long trips.
ดูคำตอบ
possibly making it
that allowed the tree's fruit to ripen without being pollinated,
3:19ที่ทำให้ผลของต้นไม้สุกได้โดยไม่ต้องผสมเกสร
When... that allowed...: การซ้อนอนุประโยคสัมพันธ์ในอนุประโยคบอกเวลา
ข้อความทั้งหมดเป็นอนุประโยคบอกเวลาที่ขึ้นต้นด้วย When ใช้กำหนดเวลาและภูมิหลังให้ประโยคหลักที่ตามมา โครงหลักคือ When a genetic mutation emerged ดังนั้นส่วนนี้จึงยังไม่เป็นประโยคสมบูรณ์เมื่ออยู่ตามลำพัง that allowed... เป็นอนุประโยคสัมพันธ์ที่ขยาย a genetic mutation ภายในใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive คือ allowed the tree's fruit to ripen without being pollinated หมายถึงผลไม้ไม่ได้รับการผสมเกสร หลัง without ใช้ being pollinated ซึ่งเป็นรูป -ing แบบถูกกระทำ เพราะผลไม้เป็นฝ่ายรับการกระทำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดซ้อนอนุประโยคสัมพันธ์ไว้ในอนุประโยค When ได้ถูกต้อง และใช้โครงสร้าง allow + กรรม + to-infinitive?
- When a new device appeared that allowed food to stay cold without being refrigerated, campers quickly adopted it.
- When a new device appeared that allowed food staying cold without be refrigerated, campers quickly adopted it.
- When a new device appeared that allowed that food stayed cold without being refrigerated, campers quickly adopted it.
ดูคำตอบ
When a new device appeared that allowed food to stay cold without being refrigerated, campers quickly adopted it.
propagating it with cuttings: ขยายพันธุ์ด้วยส่วนของลำต้นหรือกิ่งปักชำ
ในที่นี้ propagate หมายถึง “ทำให้เกิดต้นใหม่จากพืชที่มีอยู่แล้ว” กรรม it หมายถึงมะเดื่อชนิดที่กลายพันธุ์ซึ่งกล่าวถึงก่อนหน้านี้ with cuttings บอกวิธีการ โดยนำส่วนของลำต้นหรือกิ่งที่ตัดออกมาปลูกเพื่อให้ออกรากและเติบโตเป็นต้นใหม่ ในบริบทการทำสวน cuttings หมายถึงชิ้นส่วนพืชเหล่านี้ ไม่ใช่การตัด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความว่าเรือนเพาะชำสร้างต้นลาเวนเดอร์ใหม่โดยนำส่วนของต้นแม่มาปลูก?
- The nursery propagated the lavender with cuttings.
- The nursery trimmed the lavender after flowering.
- The nursery grew the lavender from seeds.
ดูคำตอบ
The nursery propagated the lavender with cuttings.
wasn't beholden to wasps: ไม่ต้องพึ่งหรือตกอยู่ใต้อิทธิพลของตัวต่ออีกต่อไป
be beholden to หมายถึง “พึ่งพาคนหรือสิ่งใดในลักษณะที่อาจจำกัดอิสระหรือก่อให้เกิดภาระผูกพัน” ในประโยคนี้ wasn’t beholden to wasps หมายความว่ามะเดื่อฝรั่งไม่จำเป็นต้องพึ่งตัวต่อในการสืบพันธุ์อีกแล้ว สำนวนนี้มักมีความหมายมากกว่าการพึ่งพาแบบเป็นกลาง เพราะอาจสื่อว่าตกอยู่ใต้อิทธิพลของอีกฝ่าย ในที่นี้เป็นการบรรยายความสัมพันธ์ทางชีววิทยาให้เหมือนความสัมพันธ์ของมนุษย์และมีน้ำเสียงเชิงละครเล็กน้อย
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนทางการที่สร้างจาก beholden และหมายถึง “พึ่งพาและอาจตกอยู่ใต้อิทธิพล”: The museum is careful not to be ____ one wealthy sponsor.
ดูคำตอบ
beholden to
spread far and wide: แพร่ไปยังหลายสถานที่
Spread far and wide หมายถึงแพร่กระจายหรือไปถึงสถานที่ต่าง ๆ จำนวนมากในพื้นที่กว้าง ในประโยคนี้หมายความว่าพืชชนิดนี้เริ่มได้รับการเพาะปลูกหรือพบได้ในหลายภูมิภาค ไม่ได้หมายความว่าตัวพืชมีรูปร่างกว้างขึ้น Far and wide ทำหน้าที่เป็นวลีวิเศษณ์เชิงสำนวนหลัง spread โครงสร้างนี้ยังใช้พูดถึงข่าวสาร ความคิด ชื่อเสียง หรืออิทธิพลที่เข้าถึงพื้นที่กว้างหรือผู้คนจำนวนมากได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The crop spread far and wide,” วลีที่เน้นหมายความว่าอย่างไร
- มันไปถึงสถานที่ต่าง ๆ จำนวนมาก
- มันเติบโตเป็นรูปร่างกว้างในสถานที่ห่างไกล
- มันอยู่ในสถานที่ห่างไกลเพียงแห่งเดียว
ดูคำตอบ
มันไปถึงสถานที่ต่าง ๆ จำนวนมาก
and today we harvest more than 1.3 million tons of figs annually. วลี
3:34และทุกวันนี้เราเก็บเกี่ยวมะเดื่อมากกว่า 1.3 ล้านตันต่อปี
harvest + ปริมาณ + annually: รายงานผลผลิตรายปี
คำกริยา harvest สามารถรับวลีบอกปริมาณเป็นกรรมได้ โดยใช้โครงสร้าง harvest + ปริมาณหรือหน่วย + of + พืชผล ในที่นี้ more than 1.3 million tons of figs คือปริมาณที่เก็บเกี่ยวได้ Annually หมายถึงทุกปี เมื่อวางไว้ท้ายประโยค คำนี้ทำให้ตัวเลขเป็นข้อมูลผลผลิตรายปี ไม่ใช่ยอดรวมจากครั้งเดียว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดรายงานปริมาณข้าวที่ภูมิภาคนี้เก็บเกี่ยวได้ต่อปีอย่างเป็นธรรมชาติ
- The region imports more than two million tons of rice annually.
- The region harvests more than two million tons of rice annually.
- The region harvests more than two million tons of rice every month.
ดูคำตอบ
The region harvests more than two million tons of rice annually.
store-bought fresh figs: store-bought ในฐานะคำคุณศัพท์ประสม
store-bought หมายถึง “ซื้อจากร้านค้า” ไม่ใช่ทำเอง ปลูกเอง หรือได้มาด้วยวิธีอื่น ใน store-bought fresh figs คำนี้เป็นคำคุณศัพท์ประสมที่ขยาย fresh figs และบอกแหล่งที่มา เมื่ออยู่หน้าคำนาม สองส่วนนี้มักเชื่อมด้วยเครื่องหมายยัติภังค์ เช่น store-bought bread ใช้รูปแบบนี้เมื่อแหล่งที่มาจากร้านค้าเป็นข้อมูลสำคัญ
แบบฝึกหัด
เติมคำคุณศัพท์ประสมที่หมายถึง “ซื้อจากร้านค้า” ให้สมบูรณ์: We did not bake the cookies; we served ____ cookies.
ดูคำตอบ
store-bought
wasp-free: คำนาม + -free ที่หมายถึง “ไม่มี”
ในที่นี้ wasp-free หมายถึง “ไม่มีตัวต่ออยู่ข้างใน” ส่วนท้าย -free เชื่อมกับคำนามเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึง “ไม่มีสิ่งนั้น” ดังนั้น free ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ไม่เสียเงิน” รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ “คำนาม + -free” เช่น sugar-free food และ a smoke-free room ในประโยคนี้ so แสดงว่า wasp-free เป็นผลจากการที่มะเดื่อสุกได้โดยไม่ต้องอาศัยตัวผสมเกสร
แบบฝึกหัด
ใช้คำคุณศัพท์ที่มี -free เติมประโยคให้สมบูรณ์: This gum contains no sugar, so it is ____.
ดูคำตอบ
sugar-free
Many that are sold dried: ใช้ many เป็นคำสรรพนามร่วมกับอนุประโยคสัมพันธ์
Many ในที่นี้ทำหน้าที่เป็นคำสรรพนาม บริบทก่อนหน้าทำให้รู้ว่าคำนามนับได้พหูพจน์ที่ละไว้คือ figs ดังนั้น Many จึงหมายถึง many figs อนุประโยคสัมพันธ์ that are sold dried ระบุว่ากำลังพูดถึงมะเดื่อกลุ่มไหน คือกลุ่มที่ขายแบบแห้ง โครงสร้างหลักคือ Many still require pollination ส่วน However เป็นคำแสดงความขัดแย้งที่แทรกเข้ามา เมื่อตัดออก โครงสร้างไวยากรณ์ก็ยังสมบูรณ์ วิธีนี้ช่วยให้หาประธานและกริยาได้ แม้จะมีอนุประโยคสัมพันธ์และ however แทรกอยู่ในประโยคหลัก
แบบฝึกหัด
บริบทกำลังกล่าวถึงผักกลุ่มหนึ่ง ประโยคต่อเนื่องข้อใดใช้ Many ร่วมกับอนุประโยคสัมพันธ์เพื่อแทนผักเหล่านั้นได้ถูกต้อง
- Many that are grown locally are sold at this market.
- Many what are grown locally are sold at this market.
- Many that is grown locally is sold at this market.
ดูคำตอบ
Many that are grown locally are sold at this market.
attempted and failed to lay: ระบุทั้งความพยายามและความล้มเหลวอย่างชัดเจน
Attempted and failed to lay รวมทั้งความพยายามและผลลัพธ์ที่ไม่สำเร็จ หมายความว่าต่อพยายามวางไข่ แต่ทำไม่สำเร็จ ทั้ง attempted และ failed เชื่อมกับ infinitive เดียวกันคือ to lay การประสานเช่นนี้ช่วยไม่ต้องพูดซ้ำว่า attempted to lay and failed to lay และหลัง failed to ต้องใช้กริยารูปพื้นฐาน lay
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ attempted และ failed ร่วมกับ to เพียงตัวเดียว: The rescue team ____ reach the hikers before dark.
ดูคำตอบ
attempted and failed to
it's also possible that the moisture and enzymes figs naturally release วลี
4:10ก็เป็นไปได้เช่นกันที่ความชื้นและเอนไซม์ที่มะเดื่อปล่อยออกมาตามธรรมชาติ
It's also possible that: เพิ่มคำอธิบายที่เป็นไปได้อีกข้ออย่างระมัดระวัง
It's also possible that ใช้เกริ่นคำอธิบายเพิ่มเติมที่อาจเป็นจริง ในที่นี้ อนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that บอกสาเหตุหรือกระบวนการที่เป็นไปได้ ส่วน it เป็นประธานเชิงรูปแบบที่ไม่ได้ชี้ถึงสิ่งใดโดยเฉพาะ also แสดงว่าได้พิจารณาแนวคิดอื่นมาก่อนแล้ว possible ทำให้ข้อความยังมีความไม่แน่นอน รูปแบบนี้จึงมีประโยชน์เมื่อหลักฐานยังไม่เพียงพอสำหรับข้อสรุปที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบสี่คำที่ประกอบด้วย it's, also, possible และ that: ____ the delay was caused by traffic.
ดูคำตอบ
It's also possible that
break her body down: ย่อยสลายสารให้เป็นส่วนที่เรียบง่ายกว่า
ในประโยคนี้ break her body down หมายถึงทำให้ร่างกายของตัวต่อเพศเมียย่อยสลายเป็นสารที่เรียบง่ายกว่า her body เป็นกรรมที่ได้รับผลจากความชื้นและเอนไซม์ ไม่ได้หมายความว่าร่างกายเสียกะทันหันเหมือนเครื่องจักร เมื่อ break down มีกรรม จะเป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ นามวลีสามารถอยู่ตรงกลางหรือหลัง down ได้: break her body down หรือ break down her body ส่วนคำสรรพนามต้องอยู่ตรงกลาง: break it down ไม่ใช่ break down it
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสองส่วนของ break down โดยวางกรรมไว้ระหว่างสองส่วน: Enzymes help ____ the food ____ into simpler substances.
ดูคำตอบ
break · down
Big picture, though, เพื่อกลับไปมองภาพรวม
Big picture เปลี่ยนความสนใจจากกรณีหรือลักษณะเฉพาะกลับไปยังสถานการณ์โดยรวมหรือข้อสรุปหลัก ในที่นี้เป็นสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะเสนอประเด็นที่กว้างขึ้น Though ยังคงความขัดแย้งกับสิ่งที่กล่าวมาก่อนหน้า เมื่อรวมกัน Big picture, though, มีความหมายประมาณว่า “อย่างไรก็ตาม หากมองสถานการณ์โดยรวม” และทำหน้าที่จัดทิศทางความสนใจของผู้ฟัง ไม่ได้หมายถึงรูปภาพที่มีขนาดใหญ่จริง ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Big picture, though, ได้เหมาะสมที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากรายละเอียดเชิงลบไปสู่ข้อสรุปโดยรวม
- The schedule slipped by one day. Big picture, though, the project was a success.
- The schedule slipped by one day. For example, the next meeting starts at nine.
- The schedule slipped by one day. In particular, one task took longer than expected.
ดูคำตอบ
The schedule slipped by one day. Big picture, though, the project was a success.
bugs are often harvested with our produce: การกระทำแบบถูกกระทำและการเกิดร่วมกัน
ใน bugs are often harvested คำว่า are harvested เป็นรูปถูกกระทำของ present simple โดยแมลงถูกนำติดไปในกระบวนการเก็บเกี่ยว ประโยคเน้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับแมลง ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้เก็บเกี่ยว Often แสดงว่าเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบ่อย แต่ไม่ได้เกิดทุกครั้ง With our produce หมายถึงแมลงถูกเก็บรวบรวมในกระบวนการเก็บเกี่ยวเดียวกับพืชผล Produce ในที่นี้เป็นคำนาม หมายถึงผลผลิตทางการเกษตร เช่น ผลไม้และผัก ไม่ใช่คำกริยาที่หมายถึง “ผลิต”
แบบฝึกหัด
bugs are often harvested with our produce ในที่นี้หมายความว่าอย่างไร
- แมลงทำให้ผลไม้และผักเติบโต
- แมลงบางส่วนถูกเก็บรวบรวมในเวลาเดียวกับพืชผล
- แมลงเก็บเกี่ยวพืชผลด้วยตัวเองเป็นประจำ
ดูคำตอบ
แมลงบางส่วนถูกเก็บรวบรวมในเวลาเดียวกับพืชผล
attracted to food processing facilities: ถูกดึงดูดมายังโรงงานแปรรูปอาหาร
ในที่นี้ attracted to หมายถึง “ถูกดึงดูดให้มุ่งไปหา” เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างกรรมวาจก be attracted to + คำนาม ซึ่งให้คน สัตว์ หรือสิ่งของที่ถูกดึงดูดเป็นประธาน เนื่องจากข้อความนี้เป็นส่วนที่เชื่อมต่อกับข้อความอื่นและขึ้นต้นด้วย or จึงต้องเข้าใจประธานและรูปของ be จากถ้อยคำรอบข้าง food processing facilities หมายถึงอาคารหรือสถานที่ที่ใช้ผลิต จัดการ หรือบรรจุอาหาร ในที่นี้ facilities หมายถึงสถานที่และอุปกรณ์ที่จัดไว้เพื่อวัตถุประสงค์เฉพาะ ไม่ใช่ “ความสามารถ” ของบุคคล
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปกรรมวาจกของ attract และคำบุพบทที่ถูกต้อง: Moths ____ porch lights at night.
ดูคำตอบ
are attracted to
Eating them is kind of inevitable. น้ำเสียง/เจตนา
4:22การกินพวกมันเข้าไปจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
kind of inevitable: ลดความหนักแน่นของข้อสรุป
ในที่นี้ kind of วางหน้าคำคุณศัพท์ inevitable และทำหน้าที่ลดความหนักแน่นของคำพูด มีความหมายประมาณว่า “ค่อนข้าง” หรือ “ในระดับหนึ่ง” ผู้พูดยังมองว่าเหตุการณ์นั้นหลีกเลี่ยงได้ยากมาก แต่ทำให้ข้อสรุปฟังดูไม่เด็ดขาดและไม่ตรงเกินไป kind of ตรงนี้ไม่ได้กล่าวถึงประเภท โครงสร้างที่ใช้บอกประเภทคือ a kind of + คำนาม แต่ประโยคนี้ใช้ kind of + คำคุณศัพท์ เพื่อทำให้การตัดสินอ่อนลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทเรียนที่ขึ้นต้นด้วย kind และแปลว่า “ค่อนข้าง”: The ending was ____ confusing.
ดูคำตอบ
kind of
actually permits certain amounts of bug bits in different food products. การใช้คำ
4:27อนุญาตให้มีชิ้นส่วนของแมลงในปริมาณหนึ่งในผลิตภัณฑ์อาหารต่างๆ จริงๆ
The US Food and Drug Administration: สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA)
The US Food and Drug Administration เป็นชื่ออย่างเป็นทางการของหน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งมักเรียกย่อว่า FDA หน่วยงานนี้กำกับดูแลอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ ไม่ใช่บริษัทอาหาร การระบุชื่อหน่วยงานแสดงว่าขีดจำกัดนี้มาจากมาตรฐานอย่างเป็นทางการของรัฐบาล ดังนั้น permits ที่ตามมาจึงสื่อถึงการตัดสินใจด้านกฎระเบียบ ไม่ใช่การตัดสินใจส่วนตัวของบริษัท
แบบฝึกหัด
ชื่อที่เน้นไว้ในประโยคนี้หมายถึงอะไร?
- บริษัทเอกชนที่ผลิตอาหารและยา
- สมาคมระหว่างประเทศของผู้ผลิตอาหาร
- หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มักเรียกว่า FDA
ดูคำตอบ
หน่วยงานกำกับดูแลของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มักเรียกว่า FDA
actually permits certain amounts of bug bits: อนุญาตให้มีเศษแมลงในปริมาณที่กำหนดไว้จริง ๆ
ในที่นี้ permits เป็นคำกริยาแบบเป็นทางการ หมายถึง “อนุญาตตามกฎหรือมาตรฐาน” ข้อความนี้บอกว่าอนุญาตให้มีเศษแมลงในปริมาณที่กำหนดไว้ในผลิตภัณฑ์อาหารหลายชนิด ไม่ได้หมายความว่ายอมรับได้ทุกปริมาณ Actually บอกว่าข้อมูลนี้อาจน่าประหลาดใจหรือขัดกับสิ่งที่ผู้ฟังคาดไว้ ส่วน bug bits เป็นคำพูดแบบไม่เป็นทางการที่หมายถึงเศษแมลงชิ้นเล็ก ๆ ขณะที่ permits ทำให้ข้อความมีความหมายด้านกฎระเบียบอย่างเป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ในบริบทของกฎระเบียบ “actually permits certain amounts of...” หมายความว่าอย่างไร?
- กฎดังกล่าวส่งเสริมให้ผู้คนใช้ในปริมาณไม่จำกัด
- วลีนี้หมายถึงเอกสารอนุญาตอย่างเป็นทางการหลายฉบับ
- กฎดังกล่าวอาจอนุญาตปริมาณที่กำหนดและมีขีดจำกัดไว้อย่างเป็นทางการอย่างน่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ
กฎดังกล่าวอาจอนุญาตปริมาณที่กำหนดและมีขีดจำกัดไว้อย่างเป็นทางการอย่างน่าประหลาดใจ
no more than 30 insect fragments per 100 g of peanut butter วลี
4:32มีชิ้นส่วนแมลงไม่เกิน 30 ชิ้นต่อเนยถั่ว 100 กรัม
no more than 30 ... per 100 g: ขีดจำกัดสูงสุดและอัตราต่อหน่วย
no more than 30 กำหนดขีดจำกัดสูงสุดที่รวม 30 ด้วย จำนวนอาจเป็น 30 หรือน้อยกว่า แต่ต้องไม่ใช่ 31 หรือมากกว่า per 100 g of peanut butter ระบุหน่วยการวัด หมายความว่าขีดจำกัดนี้คำนวณต่อเนยถั่วทุก 100 กรัม รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ no more than + จำนวน + per + หน่วย ซึ่งพบได้ในข้อจำกัด อัตรา ฉลาก และข้อมูลทางวิทยาศาสตร์
แบบฝึกหัด
เติมข้อจำกัดของพิพิธภัณฑ์โดยใช้รูปแบบ no more than ... per ...: The museum allows ____ ten visitors ____ group.
ดูคำตอบ
no more than · per
over 2,500 ... in 10 g: เกณฑ์จำนวนที่ต้องมากกว่าอย่างเคร่งครัด
ในบริบทของจำนวน over 2,500 หมายถึงมากกว่า 2,500 โดยไม่รวมจำนวนที่เท่ากับ 2,500 พอดี เนื่องจากเพลี้ยอ่อนนับเป็นตัว จำนวนจึงต้องเป็นอย่างน้อย 2,501 in 10 g of hops ระบุขนาดตัวอย่างที่ใช้ในการนับเพลี้ยอ่อน aphids คือแมลงขนาดเล็กที่กินพืช ส่วน hops คือพืชที่ใช้ในการทำเบียร์ ในที่นี้ over บอกจำนวน ไม่ได้บอกตำแหน่ง
แบบฝึกหัด
ข้อใดตีความ over 2,500 ในประโยคนี้ได้ถูกต้อง?
- จำนวนเท่ากับ 2,500 หรือมากกว่า
- จำนวนเท่ากับ 2,500 พอดี
- จำนวนมากกว่า 2,500
ดูคำตอบ
จำนวนมากกว่า 2,500
without incident: ไม่มีอุบัติเหตุหรือปัญหาที่ควรรายงาน
Without incident หมายถึงบางสิ่งเกิดขึ้นหรือเสร็จสิ้นโดยไม่มีอุบัติเหตุ ปัญหาร้ายแรง หรือเรื่องอื่นที่ควรรายงาน ในที่นี้หมายความว่าการกินแมลงเหล่านั้นไม่ได้ก่อให้เกิดอันตรายที่มีรายงาน วลีนี้ใช้สรุปผลของกระบวนการหนึ่ง ๆ คำว่า incident ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “เหตุการณ์” ทุกชนิดโดยทั่วไป ดังนั้น without incident จึงใกล้เคียงกับ “อย่างปลอดภัย” หรือ “โดยไม่มีปัญหา” มากกว่า “โดยไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลย”
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่ตรงกับบทเรียนนี้และมีความหมายว่า “โดยไม่มีอุบัติเหตุหรือปัญหาร้ายแรง”: The hikers crossed the river ____.
ดูคำตอบ
without incident
and maybe even a little added nutrition. ลำดับความ
4:47และอาจจะได้รับสารอาหารเพิ่มขึ้นเล็กน้อยด้วยซ้ำ
Some estimates hold that: รายงานผลประมาณการโดยคงความไม่แน่นอนไว้
โครงสร้าง Some estimates hold that ใช้นำอนุประโยคที่ตามหลัง that โดยเสนอว่าเป็นข้อสรุปจากการประมาณการบางแหล่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผู้พูดรับรองด้วยตนเอง ในประโยคนี้ โครงสร้างดังกล่าวบอกว่าปริมาณเป็นค่าโดยประมาณจากการคำนวณและยังมีความไม่แน่นอนอยู่ คำว่า hold ในที่นี้หมายถึง “ยืนยันหรือคงไว้ซึ่งมุมมองหนึ่ง” ไม่ใช่ “ถือไว้ในมือ” โครงสร้างคือ แหล่งข้อมูล + hold that + อนุประโยค โดยแหล่งข้อมูลถูกนำเสนอว่าเป็นสิ่งสนับสนุนข้อความนั้น
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคแล้วเลือกว่าช่วงต้นประโยคแสดงอะไร: Some estimates hold that sea levels could rise faster than expected.
- วลีนี้บอกว่ามีคนกำลังถือเอกสารประมาณการไว้ในมือจริง ๆ
- ข้อความนี้มาจากการประมาณการบางแหล่งและนำเสนอโดยยังมีความไม่แน่นอน
- ผู้พูดรับรองว่าผู้เชี่ยวชาญทุกคนได้พิสูจน์ข้อความนี้แล้ว
ดูคำตอบ
ข้อความนี้มาจากการประมาณการบางแหล่งและนำเสนอโดยยังมีความไม่แน่นอน
and maybe even a little added nutrition: เติมความเป็นไปได้เชิงบวกเล็ก ๆ
วลีนี้เติมประเด็นเชิงบวกเล็ก ๆ เป็นอย่างสุดท้าย หลังจากแนวคิดที่อาจฟังแล้วไม่น่าพอใจ โดย and เชื่อมกับข้อมูลก่อนหน้า maybe แสดงความไม่แน่นอน even ทำให้ประโยชน์นั้นดูค่อนข้างเหนือความคาดหมาย และ a little จำกัดให้ประโยชน์มีเพียงเล็กน้อย เมื่อรวมกันแล้ว คำเหล่านี้ทำให้ added nutrition เป็นเพียงความเป็นไปได้รอง ไม่ใช่ประเด็นหลัก การเรียงข้อมูลแบบนี้ช่วยลดปฏิกิริยาต่อต้านของผู้ฟัง โดยไม่ได้รับรองว่าการกินแมลงมีคุณค่าทางโภชนาการเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
and maybe even a little added nutrition มีผลต่อการจัดข้อมูลในที่นี้อย่างไร?
- เติมประโยชน์ที่อาจมีเพียงเล็กน้อย ไม่แน่นอน และค่อนข้างเหนือความคาดหมาย
- ยกเลิกข้อมูลก่อนหน้าแล้วแทนที่ด้วยคำเตือน
- เสนอข้อกล่าวอ้างหลักของผู้พูดด้วยความมั่นใจอย่างเต็มที่
ดูคำตอบ
เติมประโยชน์ที่อาจมีเพียงเล็กน้อย ไม่แน่นอน และค่อนข้างเหนือความคาดหมาย
insects feature in over 2 billion people's traditional diets การใช้คำ
4:51แมลงก็เป็นส่วนหนึ่งในอาหารแบบดั้งเดิมของผู้คนกว่า 2 พันล้านคน
After all: นำเหตุผลที่สนับสนุนข้อความก่อนหน้า
เมื่ออยู่ต้นประโยค After all จะนำข้อเท็จจริงที่สนับสนุนหรืออธิบายข้อความก่อนหน้า ในที่นี้ ข้อเท็จจริงที่ว่าแมลงอยู่ในอาหารแบบดั้งเดิมของผู้คนจำนวนมาก ถูกใช้เป็นเหตุผลให้มองว่าการกินแมลงไม่ใช่เรื่องแปลกมากนัก รูปแบบการจัดข้อมูลคือ ข้อความหลัก ตามด้วย After all และเหตุผลสนับสนุน คำนี้ย้อนกลับไปสนับสนุนข้อความก่อนหน้า ไม่ได้ประกาศผลลัพธ์ และในการใช้นี้ก็ไม่ได้หมายถึงหลังจากทุกสิ่งในเชิงเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนจากบทนี้ที่ใช้เพื่อนำเหตุผลสนับสนุน: We should leave early. ____, traffic is usually heavy on Fridays.
ดูคำตอบ
After all
feature in ... traditional diets: ปรากฏเป็นส่วนหนึ่งของบางสิ่ง
ในที่นี้ feature เป็นคำกริยา ในโครงสร้าง X features in Y นั้น X ปรากฏอยู่ใน Y หรือเป็นส่วนหนึ่งที่เห็นได้ชัดของ Y ประโยคนี้บอกว่าแมลงเป็นส่วนหนึ่งของอาหารตามวิถีดั้งเดิมของผู้คนมากกว่าสองพันล้านคน โครงสร้างนี้ใช้บรรยายคนหรือสิ่งของที่ปรากฏในภาพยนตร์ งานกิจกรรม การอภิปราย ธรรมเนียม หรือองค์รวมอื่นที่ใหญ่กว่าได้ ประธานคือคนหรือสิ่งที่ปรากฏ ส่วนสิ่งที่ตามหลัง in คือบริบทที่ใหญ่กว่า
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ feature in: Local artists ____ the annual cultural festival.
ดูคำตอบ
feature in
So maybe chew on that: สำนวนให้คิดและการเล่นคำเกี่ยวกับอาหาร
ในประโยคนี้ chew on that หมายถึงให้คิดเกี่ยวกับแนวคิดนั้นอย่างรอบคอบ คำว่า that ย้อนกลับไปถึงประเด็นโดยรวมก่อนหน้านี้เกี่ยวกับอาหารที่มีแมลงและความยั่งยืน ไม่ใช่คำขอให้เอาสิ่งของเข้าปากจริง ๆ เนื่องจาก chew มีความหมายตรงตัวว่าใช้ฟันเคี้ยวอาหาร ถ้อยคำนี้จึงเชื่อมโยงกับหัวข้อเรื่องอาหารด้วย ผู้พูดปิดท้ายด้วยการเล่นคำ โดยวลีเดียวสื่อทั้งความหมายเชิงสำนวนว่าให้คิดและภาพตามตัวอักษรของการเคี้ยว
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ผู้พูดน่าจะหมายความว่าอย่างไรเมื่อพูดว่า So maybe chew on that.?
- กัดวัตถุจริงทันทีหนึ่งคำ
- ไม่สนใจประเด็นก่อนหน้าแล้วเปลี่ยนเรื่อง
- คิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับแนวคิดที่เพิ่งนำเสนอ
ดูคำตอบ
คิดอย่างรอบคอบเกี่ยวกับแนวคิดที่เพิ่งนำเสนอ