👀 โพโคโยเป็นสายลับซ่อนเร้น! สุดยอดภารกิจลับของโพโคโย! | โพโคโย ภาษาไทย | การ์ตูนสำหรับเด็ก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Pocoyo English - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: โพโคโยรับบทเป็นสายลับและตามร่องรอยของระเบิดพิซซ่าไปถึงห้องทดลองของดร.เอเลี่ยน ก่อนที่การกระทำอันคาดไม่ถึงของบีจะทำให้แผนล้มเหลวและช่วยโลกไว้ได้ ประเด็นการเรียนรู้ภาษาอังกฤษที่สำคัญ: 1. way too dangerous — กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่มักใช้ร่วมกัน: เข้าใจว่า way ใช้เน้น too เพื่อบอกว่าความเสี่ยง ความยาก หรือสถานการณ์นั้นเกินระดับที่ยอมรับได้ไปมาก และนำไปใช้เมื่อต้องการสื่อความกังวลหรือความเร่งด่วนที่แรงกว่าการพูดเพียง too dangerous 2. Unless that pencil is a disguise for — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า unless ใช้เปิดเงื่อนไขข้อยกเว้นเพียงอย่างเดียวที่อาจล้มข้อสันนิษฐานเดิม และใช้เมื่อต้องการคาดเดาว่ามีเพียงความเป็นไปได้หนึ่งข้อ แม้ไม่น่าจะเกิดขึ้น ที่จะเปลี่ยนข้อสรุปได้ 3. Apparently, — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เรียนรู้การนำเสนอข้อสรุปจากสิ่งที่เพิ่งสังเกตเห็น และใช้คำนี้เชื่อมหลักฐานตรงหน้ากับการตีความแบบยังไม่ยืนยันหรือเชิงขบขัน แทนการกล่าวราวกับว่าเป็นข้อเท็จจริงที่รู้อยู่ก่อนแล้ว
คำอธิบายในบทเรียนนี้
What are you doing with + สิ่งของ?: ถามว่าจะใช้สิ่งของทำอะไร
ใช้ What are you doing with + object? เมื่อเห็นใครกำลังถือ ใช้ หรือจัดการสิ่งของบางอย่าง และต้องการรู้ว่าเขาทำเช่นนั้นเพื่ออะไร ในที่นี้ with a banana หมายความว่ากล้วยมีส่วนอยู่ในการกระทำของคนนั้น ไม่ได้หมายถึงเพียงว่าอยู่ด้วยกันกับกล้วย รูปปัจจุบันกำลังกระทำ are ... doing ชี้ถึงกิจกรรมที่กำลังเกิดขึ้นในช่วงเวลานี้ คำถามนี้อาจแสดงเพียงความสงสัยหรือความประหลาดใจเล็กน้อยตามสถานการณ์
แบบฝึกหัด
เติมคำที่ใช้ถามจุดประสงค์ของสิ่งของให้สมบูรณ์ เพื่อนของคุณกำลังถือพู่กัน: What are you doing ____ that paintbrush?
ดูคำตอบ
with
It's a secret: เก็บข้อมูลไว้เป็นความลับ
It's a secret หมายความว่าผู้พูดจะไม่เปิดเผยข้อมูลนั้น หรือข้อมูลนั้นไม่ควรให้คนอื่นรู้ ในบทสนทนา ประโยคนี้ทั้งตอบคำถามและปิดไม่ให้ถามรายละเอียดต่อ น้ำเสียงอาจจริงจังหรือทำให้ดูลึกลับแบบขี้เล่นก็ได้ ในที่นี้ secret เป็นคำนามนับได้เอกพจน์ จึงต้องตามหลัง a เป็น a secret ส่วนในวลีอย่าง a secret plan คำว่า secret ทำหน้าที่ขยายคำนาม plan
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่าคุณซื้ออะไรไว้สำหรับงานเลี้ยงเซอร์ไพรส์ของเขา แต่คุณไม่อยากเปิดเผย คำตอบสั้น ๆ ข้อใดเป็นธรรมชาติที่สุด?
- It's secretly.
- It's a secret.
- I don't know a secret.
ดูคำตอบ
It's a secret.
Why so much ...? คำถามย่อเพื่อแสดงปฏิกิริยา
“Why so much + คำนาม?” เป็นคำถามแบบย่อที่ใช้ในการสนทนา ในประโยคนี้ รูปเต็มที่เข้าใจกันคือ “Why is there so much mystery around a banana?” ภาษาอังกฤษสามารถละประธานและกริยาได้ในคำถามสั้น ๆ ที่ใช้แสดงปฏิกิริยาแบบนี้ ในที่นี้ ผู้พูดไม่ได้ถามหาเหตุผลอย่างเดียว แต่ยังแสดงความแปลกใจและความกังขาเล็กน้อยด้วย ผู้พูดรู้สึกว่าไม่จำเป็นต้องสร้างบรรยากาศลึกลับมากขนาดนี้ให้กับสิ่งธรรมดาอย่างกล้วย
แบบฝึกหัด
คุณเดินเข้าไปในห้องที่ควรจะเงียบ แต่ทุกคนกำลังตะโกน คำถามข้อใดเป็นรูปสนทนาที่สั้นและเป็นธรรมชาติ?
- Why is so much noise?
- Why so much noise?
- Why so many noise?
ดูคำตอบ
Why so much noise?
top secret: ระดับความลับสูงสุด
ใน “top secret” คำว่า “top” หมายถึงสูงสุดในด้านอันดับหรือระดับ ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ด้านบน วลีนี้ใช้อธิบายข้อมูลที่ได้รับการปกป้องด้วยระดับความลับที่สูงมาก ส่วน “It’s top secret” หมายความว่าห้ามเปิดเผยข้อมูลนั้น วลีนี้เชื่อมโยงอย่างมากกับบริบทของรัฐบาล การทหาร หน่วยข่าวกรอง และสายลับ ในสถานการณ์ทั่วไปหรือฉากตลก การเรียกรายละเอียดธรรมดาว่า “top secret” อาจทำให้ฟังดูจงใจเกินจริงหรือขี้เล่น
แบบฝึกหัด
เอกสารรัฐบาลสหรัฐฯ ฉบับหนึ่งมีระดับการจัดชั้นความลับด้านความมั่นคงแห่งชาติสูงสุด ประโยคใดเหมาะกับสถานการณ์นี้?
- The document is confidential.
- The document is private.
- The document is top secret.
ดูคำตอบ
The document is top secret.
I won't ask.: การตัดสินใจว่าจะไม่ถามรายละเอียดต่อ
ในประโยคนี้ I won't ask หมายถึงผู้พูดกำลังตัดสินใจว่าจะไม่ถามหรือคาดคั้นรายละเอียด won't แสดงความตั้งใจหรือการตัดสินใจในขณะนี้เกี่ยวกับสิ่งที่จะทำต่อไป ไม่ใช่เพียงการคาดการณ์อนาคต ประโยคนี้ใช้ยอมรับอย่างสุภาพได้ว่าอีกฝ่ายต้องการเก็บเรื่องนั้นเป็นส่วนตัว ผู้พูดเคารพขอบเขตและยุติหัวข้อนั้น
แบบฝึกหัด
มีคนพูดว่า "I'd rather keep that private." คำตอบใดแสดงอย่างชัดเจนว่าคุณตัดสินใจจะไม่คาดคั้นรายละเอียดต่อ?
- I didn't ask.
- I don't ask.
- I won't ask.
ดูคำตอบ
I won't ask.
self-proclaimed chef of the universe: ตำแหน่งที่ตั้งให้ตัวเองและยังไม่ได้รับการรับรอง
Self-proclaimed หมายถึงบุคคลประกาศเรียกตัวเองด้วยชื่อ สถานะ หรือตำแหน่งบางอย่างอย่างเปิดเผย การเรียก Dr. Alien ว่า self-proclaimed chef of the universe ไม่ได้หมายความว่ามีคนอื่นมอบหรือรับรองตำแหน่งนั้นอย่างเป็นทางการ คำคุณศัพท์นี้มักทำให้ผู้พูดรักษาระยะห่าง โดยเพียงรายงานคำกล่าวอ้างของบุคคลนั้นโดยไม่ได้รับรอง ในที่นี้ ตำแหน่งอันยิ่งใหญ่ทำให้ถ้อยคำดูสนุกและเกินจริง แต่ในบริบทจริงจัง self-proclaimed อาจสื่อถึงความสงสัยหรือคำวิจารณ์เล็กน้อย
แบบฝึกหัด
ชายคนหนึ่งเรียกตัวเองว่ากูรูด้านการเงิน แต่ไม่มีองค์กรใดรับรองตำแหน่งนี้ คำบรรยายใดแสดงที่มาของตำแหน่งอย่างชัดเจนโดยไม่ถือว่าเป็นตำแหน่งทางการ?
- a self-proclaimed financial guru
- a widely recognized financial guru
- an officially appointed financial guru
ดูคำตอบ
a self-proclaimed financial guru
to conquer the world: เป้าหมายคลาสสิกของตัวร้าย
ในประโยคนี้ to conquer the world บอกจุดประสงค์ของอาวุธว่า อาวุธนี้มีไว้เพื่อช่วยให้ใครบางคนเข้าควบคุมโลกทั้งใบ conquer หมายถึงการเอาชนะแล้วเข้าควบคุมสถานที่หรือผู้คน ไม่ใช่แค่ชนะการแข่งขัน conquer the world เป็นเป้าหมายที่พบบ่อยของตัวร้ายในเรื่องซูเปอร์ฮีโร่ สายลับ และนิยายวิทยาศาสตร์ สื่อถึงแผนการที่เกินจริงและอันตรายเพื่อยึดอำนาจทั้งหมด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ conquer the world เป็นเป้าหมายคลาสสิกของตัวร้าย?
- The athlete trained hard to win the world championship.
- The tourists saved money to travel around the world.
- The villain built a robot army to conquer the world.
ดูคำตอบ
The villain built a robot army to conquer the world.
so tasty that ...: ระดับที่นำไปสู่ผลลัพธ์
โครงสร้าง so + คำคุณศัพท์/คำวิเศษณ์ + that + อนุประโยค เชื่อมระดับที่สูงมากเข้ากับผลที่เกิดขึ้น ในที่นี้ so tasty บอกว่าพิซซ่าอร่อยมากเพียงใด ส่วน that just smelling it hypnotizes you บอกผลลัพธ์แบบเกินจริงจากความอร่อยนั้น ให้เข้าใจอนุประโยคที่ขึ้นต้นด้วย that ว่าเป็นผลลัพธ์ ไม่ใช่ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ tasty โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้ได้กับผลลัพธ์จริง ผลลัพธ์สมมติ หรือผลลัพธ์แบบเกินจริง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างบอกระดับและผลลัพธ์ให้สมบูรณ์: The backpack was ____ heavy ____ I had to put it down.
ดูคำตอบ
so · that
just smelling it: วลีการกระทำรูป -ing ที่ทำหน้าที่เป็นประธาน
ใน “just smelling it hypnotizes you” วลี “just smelling it” ทั้งวลีทำหน้าที่เป็นประธานทางไวยากรณ์ โดยกล่าวถึงการกระทำเสมือนเป็นสิ่งหนึ่ง หมายถึงการแค่ดมมันเท่านั้น “Hypnotizes” เป็นกริยาหลัก และ “you” เป็นกรรม “Smelling” ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของ present progressive ในที่นี้ เพราะไม่มีรูปของ “be” อยู่ข้างหน้า วลีการกระทำที่เป็นรูป -ing สามารถเป็นประธานเอกพจน์ได้ กริยาจึงใช้รูปเอกพจน์ “hypnotizes”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป -ing ของ “open” เพื่อให้วลีการกระทำเป็นประธาน: Just ____ the lid releases the scent.
ดูคำตอบ
opening
The pizza bomb is way too dangerous in his hands. โน้ต
0:39ระเบิดพิซซ่าอันตรายเกินไปถ้าอยู่ในมือเขา
way too dangerous: เน้นว่าเกินขอบเขตที่ยอมรับได้อย่างมาก
“Way” ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการที่ขยาย “too” ใน “way too dangerous” มีความหมายว่า “far too dangerous” คือระดับอันตรายสูงเกินขอบเขตที่ยอมรับได้อย่างมาก ไม่ได้หมายถึงถนนหรือทิศทาง “Too” แสดงความเกินพอดีอยู่แล้ว ดังนั้น “way too dangerous” จึงไม่ใช่เพียงรูปที่แรงขึ้นของ “very dangerous” แต่ระบุว่าระดับอันตรายนั้นไม่อาจยอมรับได้หรือก่อให้เกิดปัญหาอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย “way too” และคำคุณศัพท์ “heavy” เพื่อแสดงว่าน้ำหนักเกินขีดจำกัดที่จัดการได้อย่างมาก: This suitcase is ____ for a child to lift.
ดูคำตอบ
way too heavy
in his hands: อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา
in his hands ในที่นี้ใช้ในความหมายเชิงเปรียบเทียบ หมายถึงเขาเป็นผู้ควบคุมระเบิดพิซซ่าหรือตัดสินได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับมัน ไม่ได้หมายเพียงว่าเขาถือมันอยู่จริง ๆ รูปแบบ in someone's hands ใช้บอกการควบคุม ความรับผิดชอบ หรืออำนาจตัดสินใจ คำรอบข้างจะบอกว่าผู้พูดมองการควบคุมนั้นว่าปลอดภัย อันตราย หรือสำคัญ
แบบฝึกหัด
ใน “The confidential file is now in her hands,” คำว่า “in her hands” หมายความว่าอย่างไร
- แฟ้มนั้นทำขึ้นด้วยมือ
- เธอกำลังใช้มือทั้งสองข้างสัมผัสแฟ้ม
- ตอนนี้เธอควบคุมหรือรับผิดชอบแฟ้มนั้นอยู่
ดูคำตอบ
ตอนนี้เธอควบคุมหรือรับผิดชอบแฟ้มนั้นอยู่
My mission is to + คำกริยารูปพื้นฐาน: บอกเป้าหมาย
My mission is to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้บอกเป้าหมายของภารกิจหรือบทบาท ในประโยคนี้ to destroy it เป็นวลี infinitive ที่อธิบายอย่างชัดเจนว่าภารกิจคืออะไร ประธานสามารถเปลี่ยนได้ แต่หลัง is to ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน to-infinitive บอกเนื้อหาของภารกิจ และไม่ได้เป็นรูปอนาคตด้วยตัวมันเอง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยโครงสร้าง mission is to + คำกริยารูปพื้นฐาน: Our ____ protect the forest.
ดูคำตอบ
mission is to
couldn't ... because ...: อธิบายข้อจำกัดในอดีตและสาเหตุ
Couldn’t + คำกริยารูปพื้นฐาน บอกว่าในอดีตใครบางคนไม่สามารถทำ ไม่ได้รับอนุญาตให้ทำ หรือมีเหตุผลที่ทำบางอย่างไม่ได้ ในที่นี้ couldn't tell หมายถึงไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลได้ ไม่ได้หมายความว่าคนนั้นพูดไม่เป็น Because ใช้บอกสาเหตุของข้อจำกัดในอดีต ส่วน actually แสดงว่าสาเหตุนั้นเป็นความจริงที่เพิ่งเปิดเผยหรือชวนให้ประหลาดใจ นั่นคือคนคนนั้นเป็นสายลับจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย couldn't และ because: I ____ finish the report ____ my computer crashed.
ดูคำตอบ
couldn't · because
a secret agent: คนที่ทำภารกิจลับ
Secret agent คือคนที่สืบหาข้อมูลอย่างลับ ๆ หรือทำภารกิจที่ปกปิดไว้ให้รัฐบาลหรือองค์กร ในบริบทของเรื่องผจญภัยนี้ วลีดังกล่าวใช้บอกบทบาทของตัวละคร Agent เป็นคำกว้าง ๆ ที่หมายถึงคนที่ทำงานแทนบุคคลหรือองค์กรอื่น แต่คำว่า secret ทำให้ความหมายเฉพาะเจาะจงขึ้นในที่นี้ วลีนี้ไม่ได้หมายถึงตัวแทนท่องเที่ยวหรือพนักงานบริการลูกค้า
แบบฝึกหัด
คำอธิบายใดตรงกับ secret agent?
- คนที่รวบรวมข้อมูลอย่างลับ ๆ ให้รัฐบาลหรือองค์กร
- คนที่จองเที่ยวบินและโรงแรมให้นักเดินทาง
- คนที่ตอบคำถามของลูกค้าเกี่ยวกับสินค้า
ดูคำตอบ
คนที่รวบรวมข้อมูลอย่างลับ ๆ ให้รัฐบาลหรือองค์กร
a trail of ...: แนวร่องรอยที่ตามไปได้
ในที่นี้ a trail of หมายถึงแนวหรือชุดร่องรอยที่ต่อเนื่องกันและสามารถตามไปได้ Trail ไม่ได้หมายถึงถนนลาดยาง แต่ร่องรอยเหล่านั้นประกอบกันเป็นเส้นทาง Aftermath หมายถึงผลที่หลงเหลือหลังเหตุการณ์ที่ก่อความเสียหาย วลีนี้เป็นการพูดแบบสร้างสรรค์และกระชับ โดยมองว่าความเสียหายจากระเบิดพิซซ่ากระจายเป็นแนวให้ตัวละครตามไปได้
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a trail of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกแนวร่องรอยที่สามารถตามไปได้
- The puppy built a highway of muddy paw prints across the hall.
- The puppy left an aftermath of muddy paw prints across the hall.
- The puppy left a trail of muddy paw prints across the hall.
ดูคำตอบ
The puppy left a trail of muddy paw prints across the hall.
it will surely lead us to Dr. Alien's underground secret base. โน้ต
1:02มันต้องนำเราไปสู่ฐานทัพลับใต้ดินของ Dr. Alien แน่นอน
If we follow ..., it will surely lead us to ...: เงื่อนไขที่เป็นไปได้จริงและผลลัพธ์
อนุประโยคที่มี if บอกการกระทำที่เป็นไปได้ในตอนนี้หรืออนาคต: follow these clues ส่วนอนุประโยคผลลัพธ์คาดการณ์สิ่งที่จะเกิดขึ้น: it will lead us to the base นี่คือรูปแบบ first conditional: If + present simple, ... will + กริยารูปพื้นฐาน โดยทั่วไปจะไม่ใช้ will ในอนุประโยค if เมื่อสื่อความหมายนี้ surely เพิ่มความมั่นใจอย่างมากให้กับการคาดการณ์ ส่วน will บอกผลลัพธ์ที่คาดไว้ ไม่ใช่คำสัญญา เนื่องจาก clues เป็นพหูพจน์ it จึงต้องหมายถึง trail หรือ route เอกพจน์ที่เข้าใจจากบริบท หากหมายถึง clues โดยตรง รูปมาตรฐานคือ they will surely lead us to....
แบบฝึกหัด
เติม first conditional ด้วยรูปที่ถูกต้องของ follow และ lead: If we ____ the signs, they ____ us to the station.
ดูคำตอบ
follow · will lead
lead us to: นำใครบางคนไปยังสถานที่หนึ่ง
ในโครงสร้าง lead us to + สถานที่ คำว่า lead หมายถึง “นำหรือพาใครบางคนไปยังจุดหมาย” กรรม us อยู่หลัง lead และ to ใช้นำหน้าสถานที่ปลายทาง ประธานไม่จำเป็นต้องเป็นคน เบาะแส ถนน ป้าย หรือแผนที่ก็สามารถนำคนไปยังสถานที่หนึ่งได้ด้วยการบอกทาง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ lead กรรม us และ to: These trail markers will ____ the waterfall.
ดูคำตอบ
lead us to
underground secret base: คำขยายหลายคำหน้าคำนามหลัก
ใน underground secret base คำว่า base เป็นคำนามหลัก secret บอกว่าฐานนี้ถูกเก็บไม่ให้สาธารณชนรู้ ส่วน underground บอกว่าฐานอยู่ใต้ดิน ภาษาอังกฤษวางคำขยายทั้งสองคำไว้หน้า base ในเรื่องผจญภัยและเรื่องที่มีตัวร้าย วลีนี้ทำให้นึกถึงกองบัญชาการที่ซ่อนอยู่และหาได้ยากทันที ในที่นี้ underground บอกตำแหน่งจริงและยังช่วยเพิ่มความรู้สึกลับด้วย
แบบฝึกหัด
วลีใดหมายถึง “ฐานลับที่อยู่ใต้ดิน” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- base underground secret
- underground secretly base
- underground secret base
ดูคำตอบ
underground secret base
has to be: การอนุมานอย่างหนักแน่นจากหลักฐาน
ในประโยคนี้ has to be แสดงข้อสรุปที่หนักแน่นจากเบาะแส ผู้พูดมั่นใจมากว่าตรงนี้คือทางเข้า has to ในที่นี้ไม่ได้บอกถึงหน้าที่หรือความจำเป็น เมื่อ have to ใช้กับ be และคำนามหรือคำคุณศัพท์ อาจใช้อนุมานจากหลักฐานได้ แต่เมื่อใช้กับคำกริยาที่เป็นการกระทำ มักหมายถึงสิ่งที่จำเป็นต้องทำ เช่น We have to leave.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ has to be เพื่ออนุมานอย่างหนักแน่นจากหลักฐาน
- That might be Nina; I cannot see clearly.
- That has to be Nina; she's the only person with a blue umbrella.
- Nina has to bring a blue umbrella because rain is expected.
ดูคำตอบ
That has to be Nina; she's the only person with a blue umbrella.
to get in?: เข้าไปในสถานที่ที่รู้กันอยู่แล้วจากบริบท
Get in หมายถึง “เข้า” หรือ “เข้าไปข้างใน” ใน plan to get in วลีกริยาไม่แท้ to get in ทำให้ความหมายของ plan สมบูรณ์ขึ้นโดยบอกการกระทำที่วางแผนไว้ ใช้ get in เมื่อรู้จากสถานการณ์อยู่แล้วว่าจะเข้าไปที่ไหน หากระบุชื่อสถานที่ ให้ใช้ get into + คำนาม เช่น get into the building หรือใช้คำกริยาที่เป็นทางการกว่าอย่าง enter + คำนาม เช่น enter the building
แบบฝึกหัด
คุณยืนอยู่นอกห้องที่ล็อกไว้ และทุกคนรู้ว่ากำลังพูดถึงห้องไหน คำถามใดเป็นธรรมชาติ
- How can we enter in?
- How can we get into?
- How can we get in?
ดูคำตอบ
How can we get in?
I've got สำหรับบอกว่ามีบางอย่างอยู่ในตอนนี้
ในประโยคนี้ I've got หมายถึง I have หรือ “ฉันมี” ผู้พูดกำลังบอกว่าตนมีบางอย่างหรือมีสิ่งนั้นพร้อมใช้ I've เป็นรูปย่อของ I have และ got เป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง have got ในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” ใช้ I've got + กลุ่มคำนาม เพื่อบอกว่าสิ่งของ เครื่องมือ ไอเดีย หรือข้อมูลมีพร้อมอยู่ตอนนี้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของ have got: ____ a spare key.
ดูคำตอบ
I've got
seemingly ... is actually ...: ภาพที่เห็นกับความจริง
seemingly normal บอกความประทับใจแรกที่มีต่อกล้วย ส่วน is actually ใช้เปิดเผยตัวตนที่แท้จริง การวางข้อมูลที่น่าประหลาดใจไว้หลัง actually ทำให้การเปิดเผยความจริงเป็นใจความสำคัญ โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ seemingly + คำคุณศัพท์ + คำนาม + be + actually + คำอธิบายความจริง ใช้เพื่อจัดลำดับความขัดแย้งระหว่างภาพแรกที่เห็นกับความจริง
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่เปรียบเทียบภาพที่เห็นกับความจริงด้วย seemingly และ actually: The ____ simple task is ____ quite difficult.
ดูคำตอบ
seemingly · actually
capable of paralyzing: โครงสร้าง capable of + -ing
capable of + คำนามหรือรูป -ing หมายถึง “มีความสามารถหรือศักยภาพที่จะทำบางอย่าง” ในประโยคนี้ capable of paralyzing ขยาย a sophisticated laser ray gun และบอกว่าอุปกรณ์นี้ทำอะไรได้ เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่ตามหลังจึงต้องอยู่ในรูป -ing คือ paralyzing ในโครงสร้างนี้ paralyzing ทำหน้าที่เป็น gerund ต้องพูดว่า capable of paralyzing ไม่ใช่ capable of paralyze หรือ capable to paralyze
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย capable of และรูปที่ถูกต้องของ detect: This sensor is ____ smoke at very low levels.
ดูคำตอบ
capable of detecting
That's not what I expected: ผลลัพธ์ไม่ตรงกับความคาดหวัง
That's not what I expected. บอกว่าผลลัพธ์หรือสถานการณ์จริงแตกต่างจากสิ่งที่ผู้พูดคิดว่าจะเกิดขึ้น น้ำเสียงสามารถทำให้ประโยคนี้แสดงความประหลาดใจ ความสับสน หรือความผิดหวังเล็กน้อยได้ What I expected เป็นอนุประโยคที่ทำหน้าที่เหมือนคำนามหลัง is หมายถึง “สิ่งหรือสถานการณ์ที่ฉันคาดไว้” ดังนั้นประโยคนี้จึงเปรียบเทียบผลลัพธ์จริงกับความคาดหวังก่อนหน้านั้น
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดสำหรับการพูดว่า "That's not what I expected."?
- ทุกอย่างเกิดขึ้นตรงตามที่คุณคาดการณ์ไว้
- คุณต้องการให้ใครบางคนอธิบายแผนในอนาคต
- ผลลัพธ์แตกต่างจากที่คุณคิดไว้ว่าจะเป็น
ดูคำตอบ
ผลลัพธ์แตกต่างจากที่คุณคิดไว้ว่าจะเป็น
Not only one, two, three, four, but five cars: ไล่ระดับไปสู่จำนวนสุดท้าย
ในประโยคนี้ Not only one, two, three, four, but five cars ไล่จำนวนขึ้นทีละขั้นเพื่อสร้างความตื่นเต้น แล้ววางจำนวนสุดท้ายที่น่าประหลาดใจไว้หลัง but ข้อมูลสำคัญคือ five cars โดยห้าคันเป็นจำนวนรวม ไม่ใช่รถอีกกลุ่มที่เพิ่มจากจำนวนก่อนหน้า นี่คือการใช้ not only ... but ... เพื่อเพิ่มระดับการเน้น ส่วนแรกสร้างความคาดหมายที่ต่ำกว่า แล้วส่วนหลัง but ยกระดับให้สูงขึ้น ที่นี่ but แสดงการเพิ่มขึ้น ไม่ใช่การหักมุมระหว่างแนวคิดที่ตรงข้ามกันตามปกติ
แบบฝึกหัด
Not only one, two, three, four, but five cars เน้นความหมายใด?
- ต้องนำตัวเลขที่กล่าวมาบวกกันให้เป็นรถสิบห้าคัน
- ผู้พูดไม่แน่ใจว่ามีรถสี่หรือห้าคัน
- รถห้าคันคือจำนวนรวมสุดท้ายที่น่าประหลาดใจ
ดูคำตอบ
รถห้าคันคือจำนวนรวมสุดท้ายที่น่าประหลาดใจ
at the same time: การกระทำที่เกิดขึ้นพร้อมกัน
At the same time หมายความว่าเหตุการณ์ต่าง ๆ เกิดขึ้นพร้อมกัน ในประโยคนี้แสดงว่ารถทั้งห้าคันกำลังไล่ตามบุคคลนั้นในเวลาเดียวกัน ไม่ได้ไล่ตามทีละคัน เมื่อวางไว้ท้ายอนุประโยค วลีนี้จะขยายสถานการณ์การไล่ตามทั้งหมด ใช้เพื่อแสดงว่าการกระทำหรือเหตุการณ์ตั้งแต่สองอย่างขึ้นไปเกิดทับซ้อนกันในเวลา
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสี่คำที่หมายถึง “พร้อมกัน”: She answered the phone and opened the door ____.
ดูคำตอบ
at the same time
What will ... do now?: คำถามของผู้บรรยายที่สร้างความตื่นเต้น
What will ... do now? เป็นคำถามว่าตัวละครจะทำอะไรต่อไป แต่ในการบรรยายเรื่อง คำถามนี้มักมีหน้าที่มากกว่าการขอข้อมูล โดยทำให้เรื่องหยุดชั่วครู่ เปลี่ยนจุดสนใจไปที่ตัวละคร และทำให้ผู้ชมอยากรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป ในที่นี้ ผู้บรรยายไม่ได้คาดหวังให้โพโคโย่ตอบ คำถามนี้เป็นสัญญาณในการเล่าเรื่องที่พาฉากไปสู่ปฏิกิริยาถัดไปของเขา
แบบฝึกหัด
ในเรื่องเล่า การที่ผู้บรรยายถามว่า “What will the explorers do now?” มีผลหลักอย่างไร?
- ประกาศว่าเรื่องราวจบแล้ว
- เรียกร้องให้ผู้ชมให้ข้อมูลข้อเท็จจริง
- สร้างความตื่นเต้นและดึงความสนใจไปยังการกระทำต่อไปของพวกเขา
ดูคำตอบ
สร้างความตื่นเต้นและดึงความสนใจไปยังการกระทำต่อไปของพวกเขา
Unless ... is a disguise for ...: ข้อยกเว้นที่เปลี่ยนข้อสรุป
Unless ใช้บอกเงื่อนไขเพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ข้อสรุปเดิมของผู้พูดเปลี่ยนไป ในประโยคนี้ ผู้พูดมองว่าดินสอเป็นดินสอธรรมดา และจะเปลี่ยนความคิดก็ต่อเมื่อรูปลักษณ์นั้นซ่อนระเบิดคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าอยู่ Unless มีความหมายใกล้กับ except if หรือ if ... not กล่าวคือ ใจความหลักยังคงเป็นจริงหากเงื่อนไขหลัง unless ไม่เกิดขึ้น ส่วน X is a disguise for Y หมายถึง X เป็นรูปลักษณ์ภายนอกที่ใช้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงของ Y
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมที่หมายถึง “เว้นแต่ว่า” ให้สมบูรณ์: ____ the weather improves, the game will be canceled.
ดูคำตอบ
Unless
capable of disabling the engines of these evil.
1:51ที่สามารถทำให้เครื่องยนต์ของวายร้ายพวกนี้หยุดทำงานได้
I must admit: ใช้เกริ่นก่อนยอมรับอย่างตรงไปตรงมา
I must admit เป็นวลีเชื่อมบทสนทนาที่ใช้ก่อนยอมรับบางอย่างอย่างตรงไปตรงมา โดยเฉพาะเมื่อสิ่งนั้นทำให้ผู้พูดเปลี่ยนหรือปรับมุมมองเดิม ในที่นี้ วลีนี้ปูทางไปสู่คำประเมินเชิงบวกที่ผู้พูดรู้สึกว่าคาดไม่ถึงแต่มีเหตุผลน่าเชื่อ must ในวลีนี้ไม่ได้แสดงคำสั่งจากผู้อื่น แต่เน้นว่าหลักฐานชัดจนผู้พูดยากจะไม่ยอมรับ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ I must admit เพื่อยอมรับสิ่งที่ขัดกับความคาดหวังก่อนหน้า
- You must admit that you broke the rule.
- I must admit the visitor to the building before noon.
- I must admit, the new schedule works better than I expected.
ดูคำตอบ
I must admit, the new schedule works better than I expected.
Although unusual, ...: การยอมรับข้อขัดแย้งก่อนใจความหลัก
Although unusual เป็นประโยคย่อยแสดงความขัดแย้งแบบย่อ ซึ่งมีความหมายเต็มว่า although your methods are unusual ในรูปย่อจะละ your methods are เพราะเข้าใจได้จากประโยคหลัก ประโยคย่อยตอนต้นยอมรับลักษณะที่คาดไม่ถึงก่อน แต่ใจความหลักคือ your methods work โครงสร้างนี้แสดงว่าใจความหลักยังเป็นจริงแม้จะมีข้อเท็จจริงข้อแรกอยู่
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้โครงสร้างยอมรับข้อขัดแย้งแบบย่อ although + adjective ได้ถูกต้อง
- Although the device expensive, it is reliable.
- Although expensive, but the device is reliable.
- Although expensive, the device is reliable.
ดูคำตอบ
Although expensive, the device is reliable.
You've successfully made it into Dr. Alien's secret laboratory. กริยาวลี
2:00เธอทำสำเร็จแล้ว ในการแฝงตัวเข้าไปในห้องแล็บลับของ Dr. Alien
successfully made it into: เข้าไปในสถานที่หนึ่งได้สำเร็จ
ใน made it into Dr. Alien's secret laboratory โครงสร้าง make it into + สถานที่ หมายถึง “สามารถเข้าไปหรือไปถึงสถานที่นั้นได้สำเร็จ” มักสื่อว่าการไปถึงนั้นยาก ไม่แน่นอน หรือต้องผ่านอุปสรรค คำว่า it เป็นส่วนหนึ่งของสำนวน make it ไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่ถูกเปลี่ยนสภาพ ส่วน successfully ย้ำผลลัพธ์ที่สำเร็จอีกครั้ง จึงทำให้ประโยคเน้นอย่างชัดเจนว่าเข้าไปได้แล้ว
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่านักเดินป่าสามารถเข้าไปในกระท่อมได้สำเร็จหลังจากปีนขึ้นมาอย่างยากลำบาก
- After the difficult climb, the hikers made it into the cabin.
- After the difficult climb, the hikers made the cabin into a shelter.
- After the difficult climb, the hikers looked into the cabin.
ดูคำตอบ
After the difficult climb, the hikers made it into the cabin.
activating the pizza bomb: ทำให้อุปกรณ์เริ่มทำงาน
activate + อุปกรณ์ ระบบ หรือฟังก์ชัน หมายถึงทำให้สิ่งนั้นอยู่ในสถานะเปิดใช้งานและพร้อมทำงาน ในที่นี้ activating the pizza bomb หมายถึงทำให้กลไกของระเบิดเริ่มทำงาน แต่ตัวคำนี้เองไม่ได้หมายความว่าระเบิดได้ระเบิดไปแล้ว activate พบได้บ่อยในคำอธิบายเชิงเทคนิคหรือเป็นทางการ เมื่อเทียบกับ turn on หรือ start คำนี้เน้นการเปลี่ยนจากสถานะไม่ทำงานไปเป็นสถานะเปิดใช้งาน
แบบฝึกหัด
ช่างเทคนิคป้อนรหัสรักษาความปลอดภัยเพื่อเปิดใช้งานระบบเตือนภัยของอาคาร ประโยคใดแม่นยำที่สุดในคำอธิบายเชิงเทคนิค
- The technician activated the building's alarm system.
- The technician turned on the building's alarm system.
- The technician started the building's alarm system.
ดูคำตอบ
The technician activated the building's alarm system.
have us surrounded: โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่อง 3
โครงสร้าง have + กรรม + กริยาช่อง 3 แสดงว่ากรรมอยู่ในสภาพที่เป็นผลลัพธ์หรือถูกควบคุม ใน have us surrounded คำว่า us เป็นกรรม ส่วน surrounded บอกสภาพของเราว่ามีคนอยู่ล้อมรอบทุกด้าน ในที่นี้ surrounded ไม่ใช่กริยาแสดงการกระทำหลัก ประโยคนี้เน้นสถานการณ์ปัจจุบันและการควบคุมของอีกฝ่าย มากกว่าการบอกเพียงว่ามีการล้อมเกิดขึ้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ have + กรรม + กริยาช่อง 3 เพื่อเน้นสภาพปัจจุบันของอาคาร
- The police have the building surrounded.
- The police have surrounded the building.
- The police are surrounding the building.
ดูคำตอบ
The police have the building surrounded.
have to hurry up: จำเป็นต้องรีบให้เร็วขึ้น
have to แสดงความจำเป็น ส่วน hurry up หมายถึงเคลื่อนที่หรือทำสิ่งต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น เมื่อนำมารวมกัน have to hurry up หมายความว่าเหลือเวลาน้อยและจำเป็นต้องรีบทำให้เร็วขึ้น ใน hurry up คำว่า up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนไปยังที่สูงกว่า วลีนี้ใช้ได้ทั้งกับการเคลื่อนไหวทางกายและการทำงานบางอย่างให้เสร็จเร็วขึ้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีในบทเรียนที่หมายถึง “เคลื่อนที่หรือทำสิ่งต่าง ๆ ให้เร็วขึ้น”: We have to ____ or we'll miss the train.
ดูคำตอบ
hurry up
is about to explode: be about to + กริยารูปพื้นฐาน
be about to + กริยารูปพื้นฐาน บอกว่าเหตุการณ์กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่นาน ในประโยคนี้ is สอดคล้องกับประธานเอกพจน์ The pizza และ explode ยังคงเป็นกริยารูปพื้นฐานหลัง to วลีนี้ทำให้รู้สึกว่าการระเบิดใกล้จะเกิดขึ้นแล้ว ไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ในอนาคต ในโครงสร้างนี้ about เป็นส่วนหนึ่งของ be about to ไม่ได้แปลว่าเกี่ยวกับ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป be about to ที่แสดงว่าเหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า: The show ____ begin.
ดูคำตอบ
is about to
spread ... across the world: ทำให้บางสิ่งกระจายไปในวงกว้าง
ในโครงสร้าง spread + กรรม + across + สถานที่ คำว่า spread หมายถึงทำให้บางสิ่งเคลื่อนที่ กระจายออก หรือเป็นที่รู้จักทั่วบริเวณหนึ่ง ในที่นี้ his tasty smell คือสิ่งที่ถูกกระจาย และ across the world บอกขอบเขตในจินตนาการที่กลิ่นนั้นไปถึง โครงสร้างนี้ยังใช้อธิบายการแพร่กระจายในวงกว้างของข่าว คำเตือน โรค หรืออิทธิพลได้ ความหมายที่แน่นอนขึ้นอยู่กับสิ่งที่กระจาย เช่น กลิ่นเป็นการกระจายทางกายภาพ ส่วนข่าวเป็นการสื่อสารข้อมูล
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ spread ... across the world เพื่อหมายความว่าข้อมูลไปถึงผู้คนทั่วโลก?
- The painter spread blue paint across the wall.
- The charity spread the warning across the world through its website.
- The neighbor shared the warning with one family.
ดูคำตอบ
The charity spread the warning across the world through its website.
the red one ... the blue one: ใช้ one แทนคำนามที่รู้อยู่แล้ว
ในวลีบอกสีอย่าง the red one และ the yellow one คำว่า one ใช้แทนคำนามนับได้เอกพจน์ที่รู้อยู่แล้วจากสถานการณ์ เช่น button จึงไม่ต้องพูดคำนามซ้ำ และใช้สีบอกว่าหมายถึงสิ่งของชิ้นไหน โครงสร้างคือ the + คำคุณศัพท์ + one ตรงนี้ one เป็นคำสรรพนาม ไม่ใช่เลข 1 ถ้าหมายถึงสิ่งของหลายชิ้นให้ใช้ ones
แบบฝึกหัด
ใช้คำหนึ่งคำแทนคำนาม marker ที่ซ้ำกัน: I don't want the blue marker; give me the red ____.
ดูคำตอบ
one
make it go boom: make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน หมายถึงคนหรือสิ่งหนึ่งทำให้เกิดการกระทำหรือผลลัพธ์ ใน make it go คำว่า it เป็นกรรม และ go เป็นกริยารูปพื้นฐาน ในโครงสร้างบอกเหตุแบบประธานกระทำนี้ไม่เติม to หลัง make go boom เป็นสำนวนไม่เป็นทางการที่เลียนเสียง ใช้บอกว่าบางสิ่งระเบิดหรือเกิดเสียงดังมาก ในที่นี้ make it go boom หมายถึง “ทำให้มันระเบิดดังตูม”
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ make + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน ได้ถูกต้อง?
- The loud noise made the baby cried.
- The loud noise made the baby cry.
- The loud noise made the baby to cry.
ดูคำตอบ
The loud noise made the baby cry.
would you look at that? — แสดงความประหลาดใจและชี้ให้สนใจ
ในที่นี้ would you look at that? เป็นคำอุทาน ผู้พูดแสดงความประหลาดใจและชี้ให้ผู้ฟังสนใจผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด ไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าอีกฝ่ายเต็มใจจะมองหรือไม่ แม้รูปประโยคจะคล้ายคำขออย่างสุภาพ แต่หน้าที่ในการสนทนาใกล้เคียงกับ “ดูนั่นสิ!” หรือ “ไม่น่าเชื่อเลย!” มากกว่า บริบทและน้ำเสียงบอกว่าผู้พูดกำลังแสดงความคิดเห็นต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ได้ขอให้อีกฝ่ายทำอะไร
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง ผู้พูดใช้ would you look at that? เพื่อทำอะไร
- ผู้พูดกำลังถามว่าอีกฝ่ายมองเห็นชัดเจนหรือไม่
- ผู้พูดกำลังถามอย่างสุภาพว่าอีกฝ่ายมีเวลาอ่านหรือไม่
- ผู้พูดรู้สึกประหลาดใจและชี้ให้สนใจผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
ดูคำตอบ
ผู้พูดรู้สึกประหลาดใจและชี้ให้สนใจผลลัพธ์ที่ไม่คาดคิด
Apparently — นำเสนอข้อสรุปจากหลักฐาน
เมื่ออยู่ต้นประโยค Apparently ทำให้ข้อความที่ตามมาถูกนำเสนอเป็นข้อสรุปจากสิ่งที่เพิ่งสังเกตเห็น หมายถึง “เมื่อตัดสินจากหลักฐาน เรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นจริง” ในที่นี้ ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นทำให้ผู้พูดอนุมานว่ากระเพาะของ Bee ทนระเบิดได้ คำนี้ช่วยจัดระเบียบข้อมูลโดยบอกว่าข้อความนั้นเป็นข้ออนุมาน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบครบถ้วนแล้ว จึงยังเปิดโอกาสให้ข้อสรุปไม่สมบูรณ์หรือผิดได้ และไม่ได้หมายถึงความแน่นอนอย่างเด็ดขาด
แบบฝึกหัด
คุณเห็นร้านที่ล็อกประตูและมีป้าย CLOSED อ่านประโยคนี้: “Apparently, the shop is closed.” Apparently บอกอะไร
- คำสั่งโดยตรงให้ปิดร้าน
- การรับประกันที่อาศัยข้อพิสูจน์ครบถ้วน
- ข้อสรุปจากหลักฐานที่มองเห็น โดยยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง
ดูคำตอบ
ข้อสรุปจากหลักฐานที่มองเห็น โดยยังมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง
bomb-proof: การใช้ -proof เพื่อสื่อถึงการป้องกัน
สามารถเติมคำลงท้าย -proof หลังคำนามเพื่อสร้างคำคุณศัพท์ที่หมายถึงได้รับการป้องกันจากสิ่งนั้นหรือผลกระทบของมันได้ Bomb-proof หมายถึงสามารถทนความเสียหายจากระเบิด และในประโยคนี้อยู่หลัง is เพื่อบรรยายกระเพาะของ Bee ในที่นี้ bomb-proof เป็นการพูดเกินจริงแบบขำขัน หมายความว่ากระเพาะแข็งแรงมาก ไม่ใช่คำกล่าวอ้างทางการแพทย์จริง ๆ รูปแบบเดียวกันนี้พบในคำที่ใช้กันเป็นปกติ เช่น waterproof, fireproof และ child-proof
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบรรยายเคสโทรศัพท์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปข้างใน
- This phone case is waterproof.
- This phone case is child-proof.
- This phone case is fireproof.
ดูคำตอบ
This phone case is waterproof.
plan has failed: การรายงานผลที่ไม่ประสบความสำเร็จ
ใน plan has failed คำว่า plan เป็นประธาน และ failed หมายถึงไม่ประสบความสำเร็จ fail ในที่นี้ใช้ได้โดยไม่ต้องมีกรรม ดังนั้นประโยคจึงไม่ใช้รูปถูกกระทำ วลีนี้หมายความว่าแผนไม่บรรลุเป้าหมาย ไม่ได้หมายความว่าแผนเสียหายทางกายภาพ Has failed เป็นรูป present perfect ซึ่งนำเสนอความล้มเหลวว่าเป็นผลที่เกิดขึ้นและชัดเจนแล้ว รวมทั้งยังสำคัญต่อสถานการณ์ปัจจุบัน กล่าวคือแผนนั้นใช้เป็นทางออกตามที่ตั้งใจไว้ไม่ได้อีกต่อไป
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect ของ fail: The backup plan ____, so we need another one.
ดูคำตอบ
has failed
Congratulations, little secret agent: Congratulations + คำเรียกโดยตรง
Congratulations เป็นสำนวนมาตรฐานที่ใช้แสดงความยินดีกับความสำเร็จหรือข่าวดีของอีกฝ่าย โดยปกติจะใช้รูปพหูพจน์ที่ลงท้ายด้วย -s little secret agent เป็นคำเรียกผู้ฟังโดยตรง จึงใช้จุลภาคคั่นจาก Congratulations รูปแบบนี้นำไปใช้ต่อได้เป็น Congratulations, + ชื่อหรือคำเรียก ในประโยคนี้ little ทำให้คำเรียกฟังดูเอ็นดูและสนุกสนาน
แบบฝึกหัด
Maya เพิ่งชนะการแข่งขัน เลือกประโยคเขียนมาตรฐานที่ใช้แสดงความยินดีกับเธอโดยตรง
- Congratulations, Maya!
- Congratulations to winning, Maya!
- Congratulation, Maya!
ดูคำตอบ
Congratulations, Maya!
You've just saved: have just + กริยาช่อง 3
You've just saved เป็นรูปย่อของ you have just saved โครงสร้างคือ have/has + just + กริยาช่อง 3 โดย saved เป็นกริยาช่อง 3 ของ save ส่วน just ในที่นี้หมายถึง “เพิ่ง” ไม่ได้หมายถึง “เพียงแค่” Present perfect เชื่อมการกระทำที่เสร็จแล้วเข้ากับผลที่สำคัญในปัจจุบัน ประโยคนี้ประกาศและแสดงความยินดีกับสิ่งที่ผู้ฟังเพิ่งทำสำเร็จทันที
แบบฝึกหัด
ใช้ just และรูปที่ถูกต้องของ finish เพื่อบอกผลที่เพิ่งทำเสร็จ: I've ____ the report.
ดูคำตอบ
just finished