วิธีจัดเรียงชั้นหนังสือตามตัวอักษรที่เร็วที่สุดคือวิธีใด? - Chand John: บทเรียนภาษาอังกฤษ
TED-Ed
ภาพรวมวิดีโอ: วิดีโอใช้สถานการณ์หนังสือห้องสมุด 1,280 เล่มที่ยังไม่เรียงลำดับเพื่อเปรียบเทียบขั้นตอนและเวลาประมาณการของ bubble sort, insertion sort และ quicksort พร้อมสรุปว่า quicksort ที่แบ่งส่วนได้สมดุลจะเสร็จภายในสามชั่วโมงครึ่ง แต่ยังมีความเสี่ยงที่ส่วนแบ่งจะเอนเอียงไปด้านใดด้านหนึ่ง ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. If each took just one second, this process would take — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เรียนรู้การใช้อนุประโยค if ร่วมกับ would เพื่อเปลี่ยนเวลาสมมุติของแต่ละขั้นตอนให้เป็นผลลัพธ์โดยประมาณ รูปแบบนี้ช่วยคำนวณเวลาหรือค่าใช้จ่าย และอธิบายได้ชัดเจนว่าเหตุใดวิธีหนึ่งจึงใช้ไม่ได้จริงภายใต้เงื่อนไขที่กำหนด 2. by not having to compare — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: เข้าใจว่า by + not having to + กริยา อธิบายผลที่เกิดจากการหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่จำเป็นได้อย่างไร จึงใช้เชื่อมการประหยัดเวลา แรงงาน หรือเงินเข้ากับงานที่ไม่ต้องทำอีกต่อไปได้อย่างเป็นธรรมชาติ 3. Just another high-stakes day in the library. — สำนวนและภาษาเชิงเปรียบเทียบ: สังเกตความประชดจากการนำสถานที่ธรรมดาอย่างห้องสมุดไปบรรยายด้วยคำที่เร้าอารมณ์อย่าง high-stakes ช่วยให้จับมุกแบบสุขุมและใช้การกล่าวเกินจริงอย่างขบขันปิดท้ายเรื่องหลังแก้ปัญหายากสำเร็จ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
when suddenly a shipment of 1,280 different books arrives. ลำดับความ
0:11เมื่อจู่ๆ ก็มีหนังสือ 1,280 เล่มที่แตกต่างกันมาส่ง
in the middle of a quiet afternoon: บอกเวลา ไม่ใช่สถานที่
ในประโยคนี้ in the middle of a quiet afternoon หมายถึง “ในช่วงหนึ่งของบ่ายอันเงียบสงบ” คำว่า middle กล่าวถึงเวลา ไม่ใช่จุดกึ่งกลางทางกายภาพ วลีนี้สร้างฉากหลังที่สงบก่อนที่ของที่ส่งมาจะมาถึง รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ be in the middle of + คำนามหรือรูป -ing รูปแบบนี้แสดงว่าช่วงเวลา กิจกรรม หรือกระบวนการได้เริ่มดำเนินอยู่แล้ว และมักมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเข้ามาขัดจังหวะ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ in the middle of เพื่อแสดงว่ากิจกรรมกำลังดำเนินอยู่แล้วตอนที่อีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดขึ้น
- We sat in the middle of the dining room when the lights went out.
- We were in the middle of dinner when the lights went out.
- We finished dinner before the lights went out.
ดูคำตอบ
We were in the middle of dinner when the lights went out.
when suddenly: เปลี่ยนไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
ในประโยคนี้ when suddenly เปลี่ยนเรื่องจากฉากหลังที่สงบและกำลังดำเนินอยู่ไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด when เชื่อมสองสถานการณ์เข้าด้วยกันตามเวลา ส่วน suddenly ทำให้การมาถึงดูเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน รูปแบบการเล่าเรื่องที่มีประโยชน์คือ สถานการณ์เบื้องหลัง + when suddenly + เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด รูปแบบนี้บอกผู้ฟังว่าสิ่งที่ตามมาเป็นจุดเปลี่ยนอย่างฉับพลันของเรื่อง ไม่ใช่สาเหตุหรือผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ when suddenly ได้ชัดเจนที่สุดเพื่อเปลี่ยนจากฉากหลังที่กำลังดำเนินอยู่ไปสู่เหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด
- We were walking home, so suddenly all the streetlights went out.
- We were walking home when suddenly all the streetlights went out.
- We were walking home because suddenly all the streetlights went out.
ดูคำตอบ
We were walking home when suddenly all the streetlights went out.
The books have been dropped off in one long straight line, กริยาวลี
0:17หนังสือถูกวางกองไว้เป็นเส้นตรงยาวๆ เส้นหนึ่ง
dropped off: การนำส่งในรูป passive
Dropped off เป็นรูป past participle ของ phrasal verb drop off ในที่นี้หมายถึงมีคนนำหนังสือไปส่งยังสถานที่หนึ่งแล้ววางทิ้งไว้ที่นั่น ในโครงสร้าง have been dropped off ซึ่งเป็น present perfect แบบ passive จุดเน้นอยู่ที่การส่งหนังสือเสร็จแล้วและผลที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน ไม่ได้เน้นว่าใครเป็นผู้ส่ง และไม่ได้หมายความว่าหนังสือตกลงมาจากที่สูง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย phrasal verb สองคำที่หมายถึง “นำไปส่งและวางไว้”: The groceries were ____ at our front door.
ดูคำตอบ
dropped off
out of order: ไม่ได้เรียงตามลำดับที่ถูกต้อง
ในที่นี้ out of order หมายถึงหนังสือไม่ได้เรียงตามลำดับที่ควรจะเป็น เนื้อหารอบ ๆ กำลังพูดถึงการจัดเรียง จึงต้องใช้ความหมายที่เกี่ยวกับลำดับ วลีเดียวกันมักหมายถึง “เสียหรือใช้งานไม่ได้” เมื่อประธานเป็นเครื่องจักรหรือสิ่งอำนวยความสะดวก เช่น The elevator is out of order. ให้ดูประธานและสถานการณ์เพื่อเลือกความหมาย
แบบฝึกหัด
ในบริบทของการจัดแฟ้ม “The documents are out of order” หมายความว่าอย่างไร?
- เอกสารไม่ได้จัดเรียงตามลำดับที่ถูกต้อง
- เอกสารถูกส่งไปผิดสถานที่
- เอกสารเสียและไม่สามารถทำงานได้
ดูคำตอบ
เอกสารไม่ได้จัดเรียงตามลำดับที่ถูกต้อง
To make matters worse: ใช้เพิ่มเหตุการณ์ที่แย่กว่าเดิม
To make matters worse เป็นคำเชื่อมเนื้อหาแบบตายตัว หมายความว่ามีข้อเท็จจริงอีกอย่างที่ทำให้สถานการณ์ที่แย่อยู่แล้วแย่ลงไปอีก ในประโยคนี้ ระบบคัดแยกอัตโนมัติเสียคือปัญหาแรก ส่วนการที่ชั้นเรียนจะเริ่มพรุ่งนี้ทำให้เรื่องเร่งด่วนยิ่งขึ้น ใช้วลีนี้เพื่อจัดลำดับข้อมูล โดยบอกปัญหาหนึ่งก่อน แล้วจึงเพิ่มข้อเท็จจริงใหม่ที่ทำให้สถานการณ์หนักกว่าเดิม ไม่ได้หมายถึงใครคนหนึ่งตั้งใจทำให้เรื่องแย่ลงตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมคำเชื่อมแบบตายตัวที่แสดงว่าปัญหาใหม่ทำให้สถานการณ์แย่ลง: The team missed the train. ____, it began to snow.
ดูคำตอบ
To make matters worse
which means that: เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลที่ตามมา
Which means that ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวมา แล้วบอกความหมายหรือผลที่เกิดขึ้นจริง ในที่นี้ which หมายถึงสถานการณ์ที่ชั้นเรียนจะเริ่มพรุ่งนี้ และผลก็คือนักเรียนจำนวนมากจะมาหาหนังสือแต่เช้า ไม่ได้ขยายเฉพาะคำว่า tomorrow รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ ข้อเท็จจริงหรือสถานการณ์ + which means that + ผลที่ตามมา รูปแบบนี้ช่วยให้เห็นชัดว่าความคิดที่สองต่อเนื่องมาจากข้อเท็จจริงแรกอย่างไร
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างที่เชื่อมข้อเท็จจริงกับผลที่ตามมา: The bridge is closed, ____ the bus must take another route.
ดูคำตอบ
which means that
first thing in the morning: เป็นอย่างแรกในตอนเช้า
first thing in the morning เป็นวลีบอกเวลาที่หมายถึง “ทันทีที่เริ่มช่วงเช้า” หรือ “เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ในเช้าวันนั้น” ในประโยคนี้หมายความว่าคาดว่านักเรียนจะมาแต่เช้ามาก thing เป็นส่วนหนึ่งของวลีตายตัว ไม่ได้หมายถึงสิ่งของ วลีนี้เน้นความเช้าและลำดับความสำคัญ ไม่ได้ระบุเวลาตามนาฬิกาที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมวลีบอกเวลาเป้าหมายที่หมายถึง “ทันทีที่เริ่มช่วงเช้า” ให้สมบูรณ์: I'll call the clinic ____.
ดูคำตอบ
first thing in the morning
show up in droves: แห่กันมาเป็นจำนวนมาก
show up หมายถึง “มาถึง” หรือ “ปรากฏตัว” ส่วน in droves เพิ่มความหมายว่ามีคนจำนวนมากทำเช่นนั้น เมื่อรวมกัน show up in droves จึงให้ภาพชัดและเน้นย้ำมากกว่าการใช้เพียง come หรือ arrive ในที่นี้ droves ใช้ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อบอกว่าฝูงชนมีจำนวนมาก ไม่ได้หมายถึงยานพาหนะหรือฝูงสัตว์จริง ๆ และคนเหล่านั้นไม่จำเป็นต้องมาเป็นกลุ่มเดียวที่จัดระเบียบไว้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของวลีเป้าหมายที่หมายถึง “มาถึงเป็นจำนวนมาก”: After the announcement, volunteers ____.
ดูคำตอบ
showed up in droves
get them all sorted: get + กรรม + กริยาช่อง 3
ใน get them all sorted คำว่า get หมายถึง “ทำให้เกิดขึ้นหรือจัดการให้มีคนทำ” ไม่ได้หมายถึง “ได้รับ” โครงสร้างคือ get + กรรม + กริยาช่อง 3 โดย them เป็นกรรม all แสดงว่ารวมหนังสือทุกเล่ม และ sorted บอกผลลัพธ์ที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว โครงสร้างนี้เน้นการทำให้แน่ใจว่างานไปถึงผลลัพธ์นั้น Sort them เน้นการกระทำที่จัดเรียงเป็นหลัก ส่วน get them sorted เน้นว่าท้ายที่สุดหนังสืออยู่ในสภาพที่จัดเรียงแล้ว ไม่ว่าคุณจะทำเองหรือจัดการให้ผู้อื่นทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยโครงสร้างบอกผลลัพธ์โดยใช้ get, the reports และ finished: We need to ____ by Friday.
ดูคำตอบ
get the reports finished
One way would be to: เสนอวิธีที่เป็นไปได้หนึ่งวิธี
One way would be to ใช้เสนอวิธีที่เป็นไปได้หนึ่งวิธีก่อนบอกการกระทำ One way บอกผู้ฟังว่าอาจมีวิธีอื่นอีก และหลัง to ใช้กริยารูปพื้นฐาน start กรอบประโยคนี้ช่วยจัดลำดับคำอธิบายโดยพาจากปัญหาไปสู่ขั้นตอนที่เสนอ would ในที่นี้ไม่ได้บอกเวลาในอดีต แต่ทำให้แนวคิดฟังดูเป็นข้อเสนอที่ยังเปิดให้พิจารณา คล้ายกับ “แนวทางหนึ่งที่เป็นไปได้คือ...” แทนที่จะเป็นคำสั่งที่หนักแน่น
แบบฝึกหัด
เติมกรอบประโยคเป้าหมายห้าคำที่ใช้เสนอวิธีแก้ปัญหาหนึ่งวิธี: ____ divide the work into smaller tasks.
ดูคำตอบ
One way would be to
If ..., then ...: เชื่อมเงื่อนไขกับการกระทำ
If ใช้บอกเงื่อนไขที่ต้องตรวจสอบ คือหนังสือสองเล่มแรกเรียงตามลำดับแล้ว ส่วน then ใช้บอกการกระทำเมื่อเงื่อนไขนั้นเป็นจริง คือปล่อยหนังสือไว้เหมือนเดิม รูปแบบ If ..., then ... แยกเงื่อนไขออกจากผลลัพธ์หรือขั้นตอนถัดไป จึงช่วยให้เข้าใจกฎหรือกระบวนการได้ง่ายขึ้น ในภาษาอังกฤษทั่วไปมักละ then ได้ แต่การคง then ไว้ช่วยให้ตรรกะในคำสั่งและอัลกอริทึมชัดเจนเป็นพิเศษ
แบบฝึกหัด
เติมคำในคำสั่งเกมรูปแบบ If ..., then ... ให้สมบูรณ์: ____ the card shows a star, ____ move forward two spaces.
ดูคำตอบ
If · then
leave them as they are: ปล่อยสิ่งของไว้เหมือนเดิม
ใน leave them as they are คำว่า leave หมายถึง “ปล่อยให้บางสิ่งคงอยู่ในสภาพเดิม” ไม่ใช่ “ออกไป” ทั้งวลีหมายถึงไม่ย้าย ไม่เปลี่ยน หรือไม่แทนที่สิ่งของเหล่านั้น รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ leave + กรรม + as + ประธาน + be โดยคำสรรพนามต้องสอดคล้องกับกรรม ถ้ามีหนึ่งสิ่งใช้ leave it as it is และถ้ามีหลายสิ่งใช้ leave them as they are
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ leave + กรรม + as + ประธาน + be โดยใช้ them แทน labels: The labels are already correct, so ____.
ดูคำตอบ
leave them as they are
continue until: ทำต่อไปจนถึงจุดหยุด
ในคำสั่งนี้ continue บอกให้ผู้ฟังทำขั้นตอนเดิมซ้ำต่อไป ส่วน until ใช้ระบุขอบเขต โดยกระบวนการจะหยุดเมื่อไปถึงปลายแถว รูปแบบที่พบบ่อยคือ continue until + ประธาน + คำกริยา อนุประโยคหลัง until บอกเงื่อนไขที่จะให้หยุด ไม่ใช่การกระทำที่ต้องทำซ้ำ
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งเกี่ยวกับกระบวนการด้วยวลีเป้าหมายสองคำ: Repeat this step and ____ every box is checked.
ดูคำตอบ
continue until
you'll come across the book that should be last กริยาวลี
0:58คุณจะพบกับหนังสือที่ควรจะอยู่เป็นเล่มสุดท้าย
At some point: ระบุช่วงที่ไม่แน่นอน
At some point วางเหตุการณ์ไว้ ณ เวลาหรือช่วงหนึ่งของกระบวนการที่ไม่ได้ระบุแน่ชัด ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวช่วยให้คำอธิบายเดินหน้าต่อไป โดยเมื่อทำกระบวนการต่อเนื่อง คุณจะพบหนังสือที่ควรอยู่ท้ายสุดในที่สุด วลีนี้ไม่ได้ระบุขั้นตอนหรือเวลาที่แน่นอน และตัววลีเองก็ไม่ได้ทำให้เหตุการณ์นั้นแน่นอน ในประโยคนี้ you'll เป็นส่วนที่นำเสนอว่าคาดว่าจะเกิดการพบหนังสือเล่มนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่หมายถึงเวลาในอนาคตซึ่งไม่ได้ระบุแน่ชัด: ____, we'll need to replace the battery.
ดูคำตอบ
At some point
come across: เจอบางสิ่งระหว่างทำขั้นตอนอื่น
ในที่นี้ come across หมายถึงเจอหรือสังเกตเห็นหนังสือเล่มนั้นระหว่างกระบวนการจัดเรียง การพบนี้เกิดขึ้นระหว่างทำขั้นตอนดังกล่าว ไม่ได้หมายถึงการข้ามผ่านสิ่งใดทางกายภาพ Come across ทำหน้าที่เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด โดยวางกรรมไว้หลังวลีทั้งหมด เช่น come across the book หรือ come across some useful information
แบบฝึกหัด
ใช้รูปอดีตของ come across เพื่อสื่อว่า “ค้นพบโดยบังเอิญ”: While clearing out the closet, I ____ an old board game.
ดูคำตอบ
came across
and keep swapping it with every subsequent book, โน้ต
1:01และทำการสลับที่กับหนังสือทุกเล่มที่อยู่ถัดไปเรื่อยๆ
every subsequent + คำนามนับได้เอกพจน์
Every subsequent book หมายถึงหนังสือทุกเล่มที่มาต่อจากเล่มปัจจุบันตามลำดับ โดยรวมหนังสือที่อยู่ถัดไปทั้งหมดทีละเล่ม คำว่า subsequent บอกว่าอยู่ภายหลังในด้านเวลาหรือลำดับ ไม่ได้หมายถึง “สำคัญ” ในโครงสร้างนี้ every ใช้กับคำนามนับได้เอกพจน์ book และ subsequent เป็นคำคุณศัพท์ที่อยู่ระหว่างสองคำนี้ รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ every subsequent + คำนามนับได้เอกพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายความอย่างถูกต้องว่า การตรวจทุกครั้งหลังจากครั้งแรกใช้รายการตรวจสอบชุดเดียวกัน
- The most important inspection uses the same checklist.
- Only the first inspection uses the same checklist.
- Every subsequent inspection uses the same checklist.
ดูคำตอบ
Every subsequent inspection uses the same checklist.
keep swapping: ใช้ keep + กริยา-ing เพื่อแสดงการทำซ้ำอย่างต่อเนื่อง
Keep swapping ใช้โครงสร้าง keep + กริยา-ing โครงสร้างนี้หมายถึงการกระทำที่ดำเนินต่อไปหรือเกิดซ้ำหลายครั้ง ในประโยคนี้ หนังสือถูกสลับกับหนังสือแต่ละเล่มที่อยู่ถัดไป ไม่ได้สลับเพียงครั้งเดียว Keep ในที่นี้หมายถึง “ทำต่อไป” ไม่ใช่ “เก็บรักษา” โครงสร้างพื้นฐานคือ keep doing something และวลีที่มี until สามารถบอกได้ว่าการกระทำซ้ำจะหยุดเมื่อใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วย keep และรูป -ing ของ check: ____ the list until every name is confirmed.
ดูคำตอบ
Keep checking
moving it down the line: เคลื่อนไปตามลำดับ
Moving it down the line หมายถึงทำให้สิ่งนั้นเคลื่อนไปไกลขึ้นตามแถวหรือลำดับที่จัดไว้ ในประโยคนี้ การสลับซ้ำ ๆ ทำให้หนังสือค่อย ๆ ไปอยู่ในตำแหน่งที่ถัดออกไปจนถึงปลายแถว คำว่า down บอกทิศทางตามแนวแถว ไม่ใช่การเคลื่อนลงในแนวดิ่ง วลี -ing moving it down the line แสดงผลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการกระทำก่อนหน้า รูปแบบ move + กรรม + down the line ใช้บอกการทำให้สิ่งหนึ่งเคลื่อนผ่านคิว แถว หรือกระบวนการได้
แบบฝึกหัด
ในกระบวนการของโรงงาน “The package moves down the line.” หมายความว่าอย่างไร
- มันออกจากกระบวนการก่อนถึงสถานี
- มันตกลงสู่พื้นในแนวดิ่ง
- มันเคลื่อนไปตามลำดับสถานี
ดูคำตอบ
มันเคลื่อนไปตามลำดับสถานี
the second to last book: หนังสือเล่มก่อนเล่มสุดท้าย
the second to last book หมายถึงหนังสือหนึ่งเล่มที่อยู่ก่อนเล่มสุดท้ายทันทีในกลุ่มที่มีลำดับ เมื่อนับย้อนจากท้ายสุด last คือตำแหน่งสุดท้าย และ second to last คือตำแหน่งก่อนหน้านั้นหนึ่งตำแหน่ง the second to last ทั้งวลีขยายคำว่า book และเลือกหนังสือเพียงเล่มเดียว ไม่ได้หมายถึงช่วงตั้งแต่หนังสือเล่มที่สองไปจนถึงเล่มสุดท้าย
แบบฝึกหัด
หนังสือเล่มหนึ่งมี 10 บท บทใดคือ the second to last chapter?
- บทที่ 9
- บทที่ 2
- บทที่ 10
ดูคำตอบ
บทที่ 9
in its proper place: อยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องตามที่กำหนด
in its proper place หมายถึงอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้องสำหรับสิ่งนั้นโดยเฉพาะ ตามลำดับ การใช้งาน หรือการจัดวางที่กำหนดไว้ ในที่นี้ its อ้างถึง book ซึ่งเป็นเอกพจน์ และ proper หมายถึงถูกต้องหรือเหมาะสม ไม่ได้หมายถึงสุภาพ ใน get the book in its proper place คำว่า get หมายถึงทำให้หนังสือไปอยู่ในตำแหน่งนั้น เมื่อต้องจัดหรือเรียงสิ่งของ สามารถใช้รูปแบบ put/get something in its proper place ได้
แบบฝึกหัด
วลี in its proper place ในประโยค Every puzzle piece is in its proper place. หมายความว่าอย่างไร?
- แต่ละชิ้นอยู่ในที่ที่ควรอยู่
- แต่ละชิ้นอยู่ในตำแหน่งที่สอง
- แต่ละชิ้นอยู่ในสถานที่ที่สุภาพ
ดูคำตอบ
แต่ละชิ้นอยู่ในที่ที่ควรอยู่
and keep going until all books are sorted.
1:15และทำต่อไปเรื่อยๆ จนกว่าหนังสือทุกเล่มจะถูกเรียงลำดับ
bubble sort: การเรียงลำดับด้วยการเปรียบเทียบรายการที่อยู่ติดกัน
Bubble sort เป็นชื่อของอัลกอริทึมสำหรับเรียงลำดับ โดยจะเปรียบเทียบรายการที่อยู่ติดกันซ้ำ ๆ และสลับตำแหน่งเมื่อเรียงผิดลำดับ เมื่อทำหลายรอบ รายการต่าง ๆ จะค่อย ๆ ไปอยู่ในตำแหน่งที่ถูกต้อง ในประโยคนี้ bubble เป็นส่วนหนึ่งของชื่อทางเทคนิคที่ใช้ตายตัว ไม่ได้หมายถึงฟองจริง ๆ ชื่อนี้เชื่อมโยงการสาธิตจัดเรียงหนังสือเข้ากับวิธีการทางวิทยาการคอมพิวเตอร์
แบบฝึกหัด
ข้อความใดอธิบาย bubble sort ได้ถูกต้อง?
- นำทุกรายการไปวางแบบสุ่มโดยไม่เปรียบเทียบรายการที่อยู่ติดกัน
- เปรียบเทียบรายการที่อยู่ติดกันซ้ำ ๆ และสลับรายการที่เรียงผิดลำดับ
- เปรียบเทียบเฉพาะรายการแรกกับรายการสุดท้ายเพียงครั้งเดียว
ดูคำตอบ
เปรียบเทียบรายการที่อยู่ติดกันซ้ำ ๆ และสลับรายการที่เรียงผิดลำดับ
You'd make 1,279 comparisons in the first round.
1:23คุณจะต้องทำการเปรียบเทียบถึง 1,279 ครั้งในรอบแรก
and so on: ดำเนินต่อไปตามรูปแบบเดิม
And so on บอกผู้ฟังว่ารายการหรือลำดับจะดำเนินต่อไปตามรูปแบบเดิม ผู้พูดจึงไม่จำเป็นต้องบอกทุกรายการที่เหลือ ในที่นี้ 1,279 เปลี่ยนเป็น 1,278 แล้วจำนวนก็ลดลงต่อไปในลักษณะเดียวกัน ตัวสำนวนนี้เองไม่ได้หมายถึงตัวเลขที่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนเป้าหมายจากบทเรียนนี้ซึ่งหมายถึง “ดำเนินต่อไปตามรูปแบบเดิม”: The sequence goes 100, 90, 80, ____.
ดูคำตอบ
and so on
adding up to 818,560 comparisons: ยอดรวมทั้งหมด
ในที่นี้ adding up to 818,560 comparisons หมายความว่า เมื่อนำจำนวนครั้งของการเปรียบเทียบจากทุกรอบมารวมกัน จะได้ทั้งหมด 818,560 ครั้ง โครงสร้าง add up to + ตัวเลข ใช้บอกยอดรวมที่ได้จากการรวมจำนวนหลายจำนวนเข้าด้วยกัน Adding เป็นคำกริยารูป -ing ที่แสดงผลลัพธ์ของชุดตัวเลขก่อนหน้า ในสำนวนนี้ to ใช้นำค่ารวม ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปยังสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ add up to เพื่อเติมยอดรวมให้สมบูรณ์: The fees were 20, 30, and 50 dollars, ____ 100 dollars.
ดูคำตอบ
adding up to
If each took ..., this process would take ...: การประมาณแบบสมมติ
If each took just one second กำหนดระยะเวลาแบบสมมติให้กับการเปรียบเทียบแต่ละครั้ง ส่วน this process would take แสดงผลที่คำนวณได้สำหรับกระบวนการทั้งหมด ในที่นี้ each หมายถึงการเปรียบเทียบแต่ละครั้ง โครงสร้างคือ If + ประธาน + รูปอดีต, ประธาน + would + กริยารูปพื้นฐาน ในที่นี้ took ไม่ได้กล่าวถึงเวลาในอดีต แต่แสดงว่าเงื่อนไขเป็นเรื่องสมมติ ส่วน would take บอกผลลัพธ์ภายใต้สมมติฐานนั้น ไม่ใช่อนาคตที่มองจากอดีต
แบบฝึกหัด
ใช้ take เติมการประมาณแบบสมมติให้สมบูรณ์: If each of the 180 checks ____ one minute, the whole job ____ three hours.
ดูคำตอบ
took · would take
over nine days: มากกว่าเก้าวัน
ในประโยคนี้ over วางหน้าจำนวนและหมายถึง “มากกว่า” ดังนั้น over nine days จึงหมายความว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลานานกว่าเก้าวัน นี่คือความหมายด้านปริมาณของ over ไม่ใช่ความหมายเชิงตำแหน่งว่า “อยู่เหนือ” รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับเวลา อายุ เงิน ระยะทาง และปริมาณที่วัดได้อื่น ๆ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ over อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าระยะเวลา “มากกว่า” จำนวนเวลาหนึ่ง?
- The repair will take over three hours.
- The repair will happen over a three-hour period.
- The repair will take above three hours.
ดูคำตอบ
The repair will take over three hours.
would be to start by sorting just the first two books.
1:45คือเริ่มต้นด้วยการเรียงลำดับหนังสือเพียงสองเล่มแรก
A second strategy would be to ...: การแนะนำวิธีถัดไป
A second strategy would be to ... เป็นกรอบช่วยจัดลำดับข้อมูลและพาคำอธิบายจากวิธีหนึ่งไปสู่อีกวิธีหนึ่ง คำกริยารูป infinitive หลัง to บอกการกระทำของกลยุทธ์ใหม่ second บอกลำดับที่นำเสนอกลยุทธ์ ไม่ได้หมายถึง “ดีเป็นอันดับสอง” ส่วน would be to นำเสนอการกระทำนั้นเป็นแนวทางที่เป็นไปได้หรือเป็นข้อเสนอ ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ทำเสร็จแล้ว
แบบฝึกหัด
ในประโยค “A second strategy would be to check the data by hand,” กรอบช่วงต้นประโยคทำหน้าที่อะไร?
- บอกว่าวิธีนี้เป็นตัวเลือกที่ดีเป็นอันดับสอง
- บอกว่าวิธีนี้ทำเสร็จแล้ว
- ใช้แนะนำวิธีอื่นที่เสนอขึ้นมาโดยไม่จัดอันดับคุณภาพ
ดูคำตอบ
ใช้แนะนำวิธีอื่นที่เสนอขึ้นมาโดยไม่จัดอันดับคุณภาพ
compare it with ...: เปรียบเทียบ X กับ Y
ส่วนที่เน้นใช้โครงสร้าง compare X with Y โดย X คือสิ่งที่นำมาตรวจเทียบ และ Y อยู่หลัง with ในประโยคนี้ it หมายถึงหนังสือเล่มที่สาม ส่วน the book in the second spot คือหนังสืออีกเล่มที่นำมาเปรียบเทียบ And เชื่อมคำสั่งสองอย่างเข้าด้วยกัน คือหยิบหนังสือเล่มที่สามก่อน แล้วจึงเปรียบเทียบ In the second spot หมายถึงอยู่ในตำแหน่งที่สองของลำดับ โดย spot ในที่นี้ไม่ได้แปลว่ารอยหรือจุด
แบบฝึกหัด
ใช้ compare it with เติมคำสั่งให้สมบูรณ์: Read the new report, then ____ last year's report.
ดูคำตอบ
compare it with
belongs before ...: ตำแหน่งที่ถูกต้องในลำดับ
Belongs before the second book หมายความว่าตำแหน่งที่ถูกต้องของมันอยู่ก่อนหนังสือเล่มที่สอง ในที่นี้ it หมายถึงหนังสือเล่มที่สาม ส่วน belong ใช้บอกว่าสิ่งหนึ่งเหมาะจะอยู่ตรงไหนในลำดับ ไม่ได้บอกว่าใครเป็นเจ้าของ โครงสร้างนี้มีประโยชน์เมื่อกฎหรือรูปแบบเป็นตัวกำหนดลำดับที่ถูกต้อง เช่น ลำดับตัวอักษร โครงร่างเนื้อหา หรือรายการลำดับความสำคัญ โดยมักสื่อว่าอาจต้องเปลี่ยนลำดับที่มีอยู่ในตอนนี้
แบบฝึกหัด
ใช้ belongs before เติมประโยคให้สมบูรณ์: In this outline, the methods section ____ the results section.
ดูคำตอบ
belongs before
if needed: เงื่อนไขแบบย่อ
ในที่นี้ if needed หมายถึง “เฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น” วลีนี้ทำให้การกระทำสุดท้ายมีเงื่อนไข กล่าวคือ หลังจากเปรียบเทียบแล้ว ให้สลับอีกครั้งเฉพาะเมื่อผลการเปรียบเทียบแสดงว่าจำเป็น วลีนี้เป็นอนุประโยคเงื่อนไขแบบย่อ สามารถเข้าใจได้ว่าเป็น if it is needed หรือในบริบทนี้คือ if another swap is needed คำว่า needed เป็นคำกริยาช่องที่ 3 ที่บอกความจำเป็น ไม่ได้บอกว่าเป็นการกระทำในอดีต
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งด้วยเงื่อนไขแบบย่อที่สร้างจาก if + คำกริยาช่องที่ 3 ของ need: Add a little more water ____.
ดูคำตอบ
if needed
until it's correctly placed among the books sorted so far. วลี
2:11จนกว่ามันจะถูกวางในตำแหน่งที่ถูกต้องในบรรดาหนังสือที่จัดเรียงแล้ว
Keep adding one book at a time: ทำต่อไปทีละขั้น
Keep adding ใช้โครงสร้าง keep + -ing เพื่อบอกให้ทำการกระทำเดิมต่อไป ส่วน one book at a time หมายถึงในแต่ละขั้นให้เพิ่มหนังสือเพียงหนึ่งเล่มก่อนจะไปขั้นถัดไป รูปแบบ one + คำนามนับได้เอกพจน์ + at a time ใช้กับกระบวนการที่ทำทีละหน่วย ในที่นี้ at a time บอกจำนวนที่ทำในแต่ละขั้น ไม่ได้หมายถึงช่วงเวลาใดช่วงเวลาหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้ add, card, keep + -ing และ one ... at a time เพื่อเติมคำสั่งให้สมบูรณ์: ____ until the deck is complete.
ดูคำตอบ
Keep adding one card at a time
sorted so far: เสร็จแล้วจนถึงขั้นตอนปัจจุบัน
ในนามวลี books sorted so far คำว่า sorted ขยาย books ว่าเป็นหนังสือที่จัดลำดับแล้ว ส่วน so far จำกัดขอบเขตไว้เฉพาะงานที่เสร็จถึงขั้นตอนปัจจุบัน หนังสือบางเล่มอาจยังไม่ได้จัดลำดับ ในที่นี้ so far หมายถึงเวลาหรือความคืบหน้า ไม่ใช่ระยะทางทางกายภาพ รูปแบบนี้ช่วยบอกผลชั่วคราวโดยไม่กล่าวว่างานทั้งหมดเสร็จแล้ว
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “จนถึงขั้นตอนปัจจุบัน” ลงในประโยค: The pages checked ____ have no mistakes.
ดูคำตอบ
so far
insertion sort: แทรกรายการใหม่แต่ละรายการลงในส่วนที่เรียงแล้ว
Insertion sort เป็นชื่อของอัลกอริทึมที่สร้างส่วนซึ่งเรียงลำดับแล้วทีละรายการ โดยนำรายการถัดไปมา หาตำแหน่งที่ถูกต้องท่ามกลางรายการที่เรียงแล้ว แล้วแทรกรายการนั้นลงไป คำว่า insertion บอกถึงการกระทำหลัก คือการวางรายการในตำแหน่งที่ถูกต้องภายในส่วนที่เรียงแล้ว ไม่ใช่เพียงเพิ่มรายการไว้ที่ใดก็ได้
แบบฝึกหัด
เติมชื่ออัลกอริทึม: This method places each new item into the correct position in the ordered section. It is called ____.
ดูคำตอบ
insertion sort
it usually doesn't require comparing every pair of books. ไวยากรณ์
2:19โดยปกติแล้วมันไม่ต้องเปรียบเทียบหนังสือทุกคู่
Unlike bubble sort, ...: วางกรอบการเปรียบเทียบไว้ต้นประโยค
“Unlike bubble sort,” เป็นวลีบุพบทที่นำมาไว้ต้นประโยค วลีนี้ระบุวิธีเดิมเป็นจุดเปรียบเทียบก่อน แล้วประโยคหลักจึงบอกความแตกต่าง ทำให้จัดลำดับข้อมูลใหม่ได้ชัดเจน รูปแบบที่นำไปใช้ได้คือ Unlike + นามวลี, ประโยคหลัก ในที่นี้ unlike หมายถึง “ต่างจาก” และตามด้วยสิ่งที่นำมาเปรียบเทียบ ไม่ใช่คำกริยา dislike
แบบฝึกหัด
เติมวลีเปิดประโยคด้วย Unlike โดยใช้คำเปรียบเทียบ paper maps ตามที่กำหนด: ____, this navigation app updates automatically.
ดูคำตอบ
Unlike paper maps
require comparing ...: require + รูป -ing
ใน “require comparing every pair of books” ส่วน comparing every pair of books เป็นวลี gerund ที่เติมความหมายให้ require รูปแบบ require + -ing หมายความว่าการกระทำนั้นจำเป็นสำหรับงาน กระบวนการ หรือสถานการณ์หนึ่ง ๆ เนื่องจากประโยคเดิมเป็นปฏิเสธ จึงหมายความว่าโดยทั่วไปงานเปรียบเทียบนี้ไม่จำเป็น
แบบฝึกหัด
ใช้รูปที่ถูกต้องของ inspect หลัง require: The job requires ____ every package before it is shipped.
ดูคำตอบ
inspecting
to half of the books that came before it.
2:26กับหนังสือเพียงครึ่งหนึ่งของหนังสือที่อยู่ก่อนหน้ามัน
On average: การวางกรอบค่าประมาณว่าเป็นค่าเฉลี่ย
On average บอกผู้ฟังว่าข้อความนั้นเป็นการสรุปรวมจากหลายกรณี แต่ละกรณีอาจมีค่าสูงหรือต่ำกว่าได้ ค่าที่ตามมาจึงไม่ได้รับประกันว่าจะตรงกันในทุกกรณี เมื่ออยู่ต้นประโยคนี้ วลีดังกล่าวกำหนดวิธีตีความค่าประมาณทั้งหมด กล่าวคือ หนังสือก่อนหน้าครึ่งหนึ่งคือจำนวนการเปรียบเทียบที่คาดไว้โดยเฉลี่ย ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอนสำหรับหนังสือทุกเล่ม
แบบฝึกหัด
“On average, customers wait ten minutes.” หมายความว่าอย่างไร
- เวลารอแตกต่างกันได้ แต่เวลารอเฉลี่ยคือสิบนาที
- ไม่มีลูกค้าคนใดรอนานเกินสิบนาทีเลย
- ลูกค้าทุกคนรอสิบนาทีพอดี
ดูคำตอบ
เวลารอแตกต่างกันได้ แต่เวลารอเฉลี่ยคือสิบนาที
we'd expect to only need to: การประเมินสิ่งที่จำเป็นอย่างระมัดระวัง
โครงสร้าง we'd expect to only need to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่า ภายใต้สมมติฐานปัจจุบัน เราประเมินว่าการกระทำหรือปริมาณที่ระบุไว้นั้นน่าจะเพียงพอแล้ว ในที่นี้ we'd ย่อมาจาก we would จึงเป็นการคาดการณ์อย่างระมัดระวังและมีเงื่อนไข ไม่ใช่การรับประกัน โครงสร้างคือ expect to + คำกริยารูปพื้นฐาน และในที่นี้ตามด้วย need to + คำกริยารูปพื้นฐาน Only จำกัดสิ่งที่จำเป็น กล่าวคือ ผู้พูดคาดว่าการเปรียบเทียบหนังสือแต่ละเล่มกับหนังสือก่อนหน้าเพียงครึ่งหนึ่งก็น่าจะเพียงพอ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายที่ถูกต้อง เพื่อสื่อว่านี่คือการกระทำเพียงอย่างเดียวที่คุณคาดอย่างระมัดระวังว่าจะจำเป็น: ____ replace one part.
ดูคำตอบ
We'd expect to only need to
the total number of comparisons would be 409,280, วลี
2:30จำนวนการเปรียบเทียบทั้งหมดจะอยู่ที่ 409,280 ครั้ง
the total number of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์: บอกจำนวนทั้งหมด
“The total number of + คำนามนับได้รูปพหูพจน์” หมายถึงจำนวนรวมของสิ่งที่กล่าวถึงทั้งหมด ในประโยคนี้สิ่งที่กำลังนับคือ “comparisons” ดังนั้น “the total number of comparisons” จึงหมายถึงจำนวนครั้งของการเปรียบเทียบทั้งหมด คำหลักของวลีนี้คือคำนามเอกพจน์ “number” วลีนี้จึงใช้กับกริยาเอกพจน์โดยทั่วไป เช่น “The total number of errors is ten.”
แบบฝึกหัด
เติมวลีที่เน้นไว้ซึ่งหมายถึง “จำนวนรวมของ” ลงในประโยค: Our report shows that ____ tickets sold today is 800.
ดูคำตอบ
the total number of
In that case: เชื่อมเงื่อนไขก่อนหน้ากับผลที่ตามมา
“In that case” ย้อนกลับไปอ้างถึงสถานการณ์หรือเงื่อนไขที่เพิ่งกล่าวถึง แล้วนำเข้าสู่สิ่งที่เกิดขึ้นจากสถานการณ์นั้น ในประโยคนี้ “that case” หมายถึงวิธีเปรียบเทียบที่อธิบายไว้ก่อนหน้า และค่าที่คำนวณได้คือผลลัพธ์ของวิธีนั้น วลีนี้ทำหน้าที่เปลี่ยนจากเงื่อนไขไปสู่ผลลัพธ์ ในที่นี้ “case” หมายถึง “สถานการณ์” ไม่ใช่คดีความหรือภาชนะใส่ของ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ “In that case” เพื่อย้อนอ้างถึงความเป็นไปได้ที่กล่าวไว้แล้วและบอกผลที่ตามมา?
- That case contains the flashlights we bought.
- We bought flashlights in case the power goes out tonight.
- The power may go out tonight. In that case, we'll use the flashlights.
ดูคำตอบ
The power may go out tonight. In that case, we'll use the flashlights.
way too many: จำนวนที่เกินระดับยอมรับได้อย่างมาก
too many บอกว่าจำนวนของคำนามนับได้พหูพจน์มากเกินระดับที่ยอมรับได้ ส่วน way ในที่นี้เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “มากกว่ามาก” ดังนั้น way too many comparisons จึงหมายถึงมีการเปรียบเทียบมากเกินกว่าที่ยอมรับได้อย่างมาก วลีนี้แสดงการประเมินเชิงลบอย่างชัดเจน ไม่ได้เพียงบอกว่ามีจำนวนมาก ในที่นี้ way ไม่ได้หมายถึง “ถนน” หรือ “วิธี” โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ way too many + คำนามนับได้พหูพจน์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่อแรงที่สุดว่าจำนวนโฆษณามากเกินระดับที่ยอมรับได้อย่างมาก
- There are too many ads on this page.
- There are many ads on this page.
- There are way too many ads on this page.
ดูคำตอบ
There are way too many ads on this page.
Here's a better idea: การเสนอทางเลือกที่ดีกว่า
Here's เป็นรูปย่อของ here is ในโครงสร้างการเรียบเรียงความคิดนี้ here ไม่ได้ชี้ไปยังสถานที่จริง Here's a better idea บอกว่าข้อมูลถัดไปเป็นข้อเสนอใหม่ และเปลี่ยนความสนใจจากแนวทางก่อนหน้าไปยังทางเลือกอื่น better เป็นคำเปรียบเทียบขั้นกว่า ดังนั้นผู้พูดจึงนำเสนอข้อเสนอใหม่ว่าเหมาะกับเป้าหมายปัจจุบันมากกว่า ประโยคนี้ช่วยจัดลำดับการสนทนา ส่วนรายละเอียดถัดไปจะอธิบายว่าความคิดนั้นคืออะไร และโดยทั่วไปอธิบายด้วยว่าทำไมจึงดีกว่า
แบบฝึกหัด
เติมวลีเป้าหมายที่ใช้เสนอทางเลือกที่ดีกว่าให้สมบูรณ์: ____: let's take the train instead.
ดูคำตอบ
Here's a better idea
Call it the partition: โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ
โครงสร้าง call + กรรม + ชื่อ ใช้ตั้งชื่อให้คนหรือสิ่งของ ใน Call it the partition คำว่า it เป็นกรรม และ the partition เป็นชื่อที่ตั้งให้สิ่งนั้น ในที่นี้ partition เป็นคำเรียกเฉพาะทางของหนังสือที่ถูกเลือกให้เป็นเกณฑ์สำหรับแบ่งหนังสือเล่มอื่นออกเป็นกลุ่ม ไม่ได้หมายถึงกำแพงหรือฉากกั้นจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ call it และชื่อ the archive: Let's ____.
ดูคำตอบ
call it the archive
to every other book: ในที่นี้หมายถึงหนังสือที่เหลือทั้งหมด
ใน compare it to every other book คำว่า other ตัดหนังสือที่ it อ้างถึงออก ส่วน every รวมหนังสือที่เหลือทุกเล่ม ดังนั้นวลีนี้จึงหมายถึง “หนังสือเล่มอื่นทั้งหมด” ไม่ใช่หนังสือที่อยู่สลับตำแหน่งกัน Every other อาจหมายถึง “เว้นหนึ่ง” ได้เช่นกันเมื่อบริบทพูดถึงตารางเวลาหรือลำดับที่เป็นแบบแผน เช่น every other day ให้ดูความสัมพันธ์รอบข้าง หากเปรียบเทียบสิ่งหนึ่งกับสิ่งที่เหลือ จะหมายถึงสิ่งที่เหลือทั้งหมด แต่หากพูดถึงช่วงที่เกิดซ้ำ จะหมายถึงรูปแบบสลับกัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Compare the sample with every other sample,” every other sample หมายความว่าอะไร?
- ตัวอย่างเพิ่มเติมเพียงหนึ่งชิ้น
- ตัวอย่างทั้งหมดนอกเหนือจากตัวอย่างที่เลือกไว้แล้ว
- เฉพาะตัวอย่างที่อยู่ในตำแหน่งสลับกัน
ดูคำตอบ
ตัวอย่างทั้งหมดนอกเหนือจากตัวอย่างที่เลือกไว้แล้ว
divide the line by placing: ใช้ by + -ing เพื่อบอกวิธี
ใน divide the line by placing... โครงสร้าง by + -ing บอกว่าวิธีทำสิ่งนั้นคืออะไร การกระทำหลักคือ divide the line ส่วน by placing นำเข้าสู่วิธีที่ใช้แบ่งแถว by ในที่นี้ไม่ได้แปลว่า “ข้าง ๆ” หลัง by ต้องใช้คำกริยารูป -ing เช่น by placing โครงสร้างนี้ใช้ได้ดีในคำแนะนำและคำอธิบาย เพื่อบอกว่าทำสิ่งหนึ่งด้วยการทำอีกสิ่งหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ group เติมวลีที่บอกวิธีให้สมบูรณ์: We organized the files by ____ them by date.
ดูคำตอบ
grouping
that come before the partition ... that come after it: ลำดับที่สัมพันธ์กัน
วลี that come before the partition และ that come after it เป็นอนุประโยคขยายคำนามที่เข้าคู่กัน วลีแรกขยาย books ส่วนวลีที่สองขยาย ones ซึ่งในที่นี้หมายถึง “books” ทั้งสองวลีแบ่งหนังสือเป็นสองกลุ่มโดยใช้ตัวแบ่งเป็นจุดอ้างอิง come before และ come after ใช้บอกตำแหน่งในลำดับได้ ไม่ได้บอกเฉพาะเวลา ในประโยคนี้หมายถึงตำแหน่งก่อนหน้าและหลังในแถวหนังสือ ส่วน on its left และ on its right บอกว่าจะวางหนังสือสองกลุ่มไว้ที่ไหน
แบบฝึกหัด
come before และ come after ในตัวอย่างบอกอะไร?
- เวลาที่หนังสือแต่ละเล่มได้รับการตีพิมพ์
- ตำแหน่งก่อนหน้าและหลังในแถวหนังสือที่เรียงลำดับแล้ว
- ตำแหน่งข้างตัวแบ่งโดยไม่มีเรื่องลำดับ
ดูคำตอบ
ตำแหน่งก่อนหน้าและหลังในแถวหนังสือที่เรียงลำดับแล้ว
You've just saved loads of time: loads of หมายถึง a lot of
ใน You've just saved loads of time คำว่า save time หมายถึงใช้เวลาน้อยลง และ loads of หมายถึง a lot of ทั้งวลีจึงบอกว่าวิธีนี้เพิ่งช่วยประหยัดเวลาได้มากทีเดียว loads ในที่นี้ไม่ได้ใช้ตามความหมายตรงตัว จึงไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่บรรทุกหรือน้ำหนักจริง ๆ
แบบฝึกหัด
ผันสำนวนไม่เป็นทางการ save loads of time ให้ถูกต้องเพื่อเติมประโยค: The new search tool has ____.
ดูคำตอบ
saved us loads of time
by not having to compare: บอกผลลัพธ์ที่ได้จากการตัดสิ่งที่ไม่จำเป็นออก
by ใช้บอกวิธีหรือเหตุผลที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ประหยัดเวลาได้เพราะไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบอีกแล้ว โครงสร้างคือ by + not + having to + กริยารูปพื้นฐาน not having to compare หมายถึงไม่จำเป็นต้องเปรียบเทียบ โดย having ในที่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ have to ไม่ได้หมายถึงการมีหรือครอบครอง
แบบฝึกหัด
ใช้ by not having to ร่วมกับ enter เพื่อเติมประโยค: The online form saved us time ____ the same details twice.
ดูคำตอบ
by not having to enter
ใช้ Looking only at ... เพื่อจำกัดขอบเขต
วลี looking only at the books on the left ที่ต้นประโยคจำกัดขอบเขตของการกระทำต่อไปว่า ให้พิจารณาเฉพาะหนังสือกลุ่มนั้น ในที่นี้ looking at หมายถึง “พิจารณา” หรือ “มุ่งความสนใจไปที่” ไม่ได้หมายถึงแค่มองด้วยตา ผู้ที่ทำกริยา looking โดยนัยคือ you ซึ่งเป็นประธานของประโยคหลัก วลี -ing เปิดประโยคแบบนี้ช่วยบอกมุมมองหรือเงื่อนไขก่อน แล้วจึงบอกการกระทำหลัก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Looking only at ... ได้ถูกต้องเพื่อจำกัดขอบเขตไว้ที่ข้อมูลของเดือนนี้
- Looking only this month's data, we can see a clear increase.
- Looking only at this month's data, the report was finished yesterday.
- Looking only at this month's data, we can see a clear increase.
ดูคำตอบ
Looking only at this month's data, we can see a clear increase.
separate A from B: แยก A ออกจาก B
Separate A from B หมายถึงการย้าย จัดกลุ่ม หรือจัดการ A ให้แยกออกจาก B ในประโยคนี้ A คือหนังสือที่อยู่ก่อนหนังสือซึ่งเป็นจุดแบ่ง และ B คือหนังสือที่อยู่หลังเล่มนั้น that clause แรกระบุกลุ่ม A ส่วนในกลุ่ม B คำว่า those ใช้แทน those books และ that clause ที่สองระบุกลุ่มนั้น วลีที่ขึ้นต้นด้วย from นำเข้าสู่กลุ่มที่สองในรูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบ separate A from B ให้สมบูรณ์: Please separate the clean clothes ____ the dirty ones.
ดูคำตอบ
from
a bunch of small sublines: วลีบอกจำนวนแบบไม่เป็นทางการ
ใน a bunch of small sublines คำว่า a bunch of หมายถึง “จำนวนมาก” หรือ “จำนวนที่ค่อนข้างมาก” โดยขยายคำนามนับได้พหูพจน์ small sublines และไม่ได้หมายถึงสิ่งของที่มัดรวมกันจริง ๆ วลีนี้บอกจำนวนโดยประมาณ ไม่ใช่จำนวนที่แน่นอน ในที่นี้ วลีนี้สรุปผลจากการแบ่งข้อมูลซ้ำ ๆ ว่าได้สร้างรายการย่อยเล็ก ๆ ขึ้นมาจำนวนมาก
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ a bunch of ในความหมายว่า “จำนวนมาก” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- We received a bunch helpful suggestions.
- We received a bunch of helpful suggestions.
- We received a bunch of helpful suggestion.
ดูคำตอบ
We received a bunch of helpful suggestions.
each of which you'd sort: กล่าวถึงแต่ละรายการ
Each of which ใช้เปิดอนุประโยคสัมพันธ์แบบให้ข้อมูลเพิ่มเติม โดย which ย้อนกลับไปหมายถึง small sublines ที่กล่าวไว้ก่อนหน้า ส่วน each แสดงว่าการกระทำนั้นใช้กับแต่ละรายการแยกกัน ความหมายรวมคือ “และคุณจะจัดเรียงรายการย่อยเล็ก ๆ แต่ละรายการอย่างรวดเร็วโดยใช้กลยุทธ์อื่น” ในที่นี้ you'd หมายถึง you would โครงสร้าง คำนามพหูพจน์, each of which + อนุประโยค ใช้เพิ่มข้อมูลเกี่ยวกับสมาชิกทุกตัวในกลุ่มโดยไม่ต้องกล่าวคำนามซ้ำ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเชื่อมอนุประโยคสัมพันธ์ที่หมายความว่าพิพิธภัณฑ์ทุกแห่งมีคาเฟ่ได้อย่างถูกต้อง
- We visited three museums, each which had a café.
- We visited three museums, each of them had a café.
- We visited three museums, each of which had a café.
ดูคำตอบ
We visited three museums, each of which had a café.
Each round of partitioning: หนึ่งรอบที่สมบูรณ์ของกระบวนการ
ใน Each round of partitioning คำว่า round หมายถึงหนึ่งรอบหรือหนึ่งขั้นตอนที่สมบูรณ์ของกระบวนการที่เกิดซ้ำ ไม่ได้หมายถึงรูปทรงวงกลม ส่วน partitioning คือกระบวนการแบ่งที่ทำในรอบนั้น โครงสร้าง each/a round of + คำนามหรือรูป -ing ใช้เรียกหนึ่งรอบของกิจกรรมได้ เช่น a round of testing, a round of interviews หรือ a round of voting คำว่า Each เน้นว่าเวลาและปริมาณงานนั้นนับแยกสำหรับแต่ละรอบ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ round of อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อหมายถึงหนึ่งรอบที่สมบูรณ์ของกิจกรรม
- Each test is shaped like a circle and takes ten minutes.
- Testing happens near the round table for ten minutes.
- Each round of testing takes about ten minutes.
ดูคำตอบ
Each round of testing takes about ten minutes.
your partitions are pretty balanced: pretty หมายถึง “ค่อนข้าง”
ในที่นี้ pretty ขยายคำคุณศัพท์ balanced และหมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “พอสมควร” ไม่ได้หมายถึงสวยงาม พาร์ทิชันถือว่า balanced เมื่อมีขนาดใกล้เคียงกันพอสมควรและไม่มีพาร์ทิชันใดใหญ่กว่าอันอื่นมาก Pretty balanced แสดงว่าสมดุลดี แต่ไม่จำเป็นต้องสมดุลอย่างสมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกว่าทักษะของทั้งสองทีมค่อนข้างสูสีกัน โดยไม่ได้บอกว่าเท่ากันพอดี
- The two teams are perfectly equal in skill.
- The two teams are balanced on one foot.
- The two teams are pretty balanced in skill.
ดูคำตอบ
The two teams are pretty balanced in skill.
dividing the books into 128 sublines of 10: จำนวนกลุ่มและขนาดของแต่ละกลุ่ม
Divide X into Y หมายถึงแบ่ง X ออก โดย Y ระบุส่วนที่ได้จากการแบ่ง ในประโยคนี้ dividing the books into 128 sublines หมายถึงได้แถวย่อย 128 แถว ไม่ใช่มีหนังสือ 128 เล่มในแต่ละแถว วลี of 10 บอกขนาดของแถวย่อยแต่ละแถว คือแถวละ 10 เล่ม รูปแบบที่นำไปใช้กับสถานการณ์อื่นได้คือ divide X into [number] groups of [size]
แบบฝึกหัด
ประโยคใดหมายถึงการแบ่งนักเรียนทั้งชั้นเป็น 5 กลุ่ม กลุ่มละ 6 คนได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Divide the class into five groups, then choose six students.
- Divide the class into six groups of five.
- Divide the class into five groups of six.
ดูคำตอบ
Divide the class into five groups of six.
about 22 seconds each: each ที่ท้ายประโยค
Each ที่อยู่ท้ายประโยคหมายถึง “สำหรับแต่ละสิ่งแยกกัน” ในที่นี้ each ย้อนกลับไปอ้างถึง these sublines หมายความว่าการเรียงแถวย่อยแต่ละแถวจะเพิ่มเวลาประมาณ 22 วินาทีต่อแถว Each ไม่ได้ขยาย seconds วลีบอกจำนวน about 22 seconds คือเวลาที่กำหนดให้กับแถวย่อยแต่ละแถว รูปแบบที่วาง each ไว้ท้ายประโยคพบได้บ่อยเมื่อกล่าวถึงสิ่งหลายรายการไว้แล้วและต้องการกำหนดจำนวนให้แต่ละรายการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ each ที่ท้ายประโยคได้อย่างเป็นธรรมชาติเพื่อบอกว่าตั๋วแต่ละใบราคา 10 ดอลลาร์
- Each ticket costs ten dollars.
- The tickets each cost ten dollars.
- The tickets cost ten dollars each.
ดูคำตอบ
The tickets cost ten dollars each.
could sort the books in under 3 and 1/2 hours. การใช้คำ
3:51สามารถจัดเรียงหนังสือได้ในเวลาต่ำกว่า 3 ชั่วโมงครึ่ง
All in all: การส่งสัญญาณข้อสรุปโดยรวม
All in all เป็นคำเชื่อมเชิงวาทกรรมที่หมายถึง “เมื่อพิจารณาทุกอย่างแล้ว” หรือ “โดยรวม” ในประโยคนี้ คำนี้รวบรวมการประมาณเวลาก่อนหน้าและส่งสัญญาณว่าผู้พูดกำลังจะบอกผลสรุปสุดท้าย โดยทั่วไปจะวางไว้ต้นประโยคสรุปและตามด้วยเครื่องหมายจุลภาค คำนี้ทำหน้าที่จัดระเบียบข้อมูล จึงไม่ควรแปลคำแต่ละคำตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
ผู้พูดกล่าวถึงจำนวนผู้เข้าร่วมที่ดี กิจกรรมที่มีประโยชน์ และความล่าช้าเล็กน้อยหนึ่งครั้ง ประโยคใดให้ข้อสรุปโดยรวมได้เหมาะสมที่สุด
- First of all, the workshop begins at nine.
- All in all, the workshop was a success.
- All in all, my cousin bought a new bicycle yesterday.
ดูคำตอบ
All in all, the workshop was a success.
known as quicksort: การบอกชื่อของวิธีการ
วลี known as quicksort อยู่หลังคำว่า method และบอกชื่อของวิธีนั้น โดยหมายถึง “วิธีที่เรียกว่า quicksort” ในทางไวยากรณ์ วลีนี้เป็นอนุประโยคสัมพันธ์แบบย่อ มาจาก that is known as quicksort รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ คำนาม + known as + ชื่อ ตำแหน่ง หรือสถานะ หากเป็นอนุประโยคสมบูรณ์ ต้องใส่รูปของ be เช่น This method is known as quicksort.
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสองคำที่หมายถึง “เรียกว่า”: A study method ____ spaced repetition can improve memory.
ดูคำตอบ
known as
under 3 and 1/2 hours: ต่ำกว่าขีดจำกัดเวลา
ในที่นี้ under วางไว้หน้าจำนวนเวลาและหมายถึง “น้อยกว่า” ไม่ได้หมายถึงตำแหน่งที่อยู่ข้างใต้ under 3 and 1/2 hours กำหนดขีดจำกัดสูงสุดว่า การจัดเรียงหนังสือจะใช้เวลาน้อยกว่าสามชั่วโมงครึ่ง โครงสร้าง under + จำนวน ยังใช้กับขีดจำกัดอื่นที่วัดได้ เช่น under $20, under age 12 หรือ under 50 people
แบบฝึกหัด
เติมคำบุพบทภาษาอังกฤษหนึ่งคำที่แสดงว่าทัวร์ใช้เวลาน้อยกว่าสองชั่วโมง: The tour lasts ____ two hours.
ดูคำตอบ
under
But there's a catch: บอกว่ามีปัญหาซ่อนอยู่
There's a catch เป็นสำนวนที่หมายความว่า สถานการณ์ที่ดูน่าสนใจหรือดูเรียบง่ายนั้นมีเงื่อนไข ข้อเสีย หรือความยุ่งยากซ่อนอยู่ catch ในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการจับสิ่งของ But ที่ขึ้นต้นประโยคบอกถึงการเปลี่ยนจากข่าวดีไปสู่ข้อจำกัด และเตรียมให้ผู้ฟังรอฟังคำอธิบายว่าข้อแม้นั้นคืออะไร
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนที่ใช้เกริ่นถึงเงื่อนไขซ่อนเร้นให้สมบูรณ์: The room is very cheap, but there's ____: you have to share the bathroom.
ดูคำตอบ
a catch
could end up lopsided: end up + คำคุณศัพท์
โครงสร้าง end up + คำคุณศัพท์ ใช้บอกสภาพสุดท้ายหลังจากผ่านกระบวนการหนึ่ง โดยมักเป็นผลที่ไม่ได้วางแผนหรือไม่ต้องการ could end up lopsided หมายความว่าส่วนต่าง ๆ อาจมีขนาดไม่สมดุลกันมากในที่สุด ตามความหมายตรงตัว lopsided ใช้บอกสิ่งที่ด้านหนึ่งหนักกว่าหรือต่ำกว่าอีกด้าน แต่ในที่นี้ใช้เชิงเปรียบเทียบว่า บางส่วนอาจใหญ่กว่าส่วนอื่นมากจนวิธีนี้อาจไม่ช่วยเพิ่มความเร็วตามที่คาดไว้
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่หมายถึง “สุดท้ายอยู่ในสภาพนี้” ลงในประโยค: Without a clear plan, the project could ____ too expensive.
ดูคำตอบ
end up
saving no time at ...: การปฏิเสธแบบเน้นด้วย no ... at all
saving no time หมายความว่าผลที่ได้ไม่ได้ช่วยลดเวลาที่ต้องใช้ สำนวนเต็มคือ saving no time at all โดย at all ช่วยเน้นการปฏิเสธใน no time ว่าไม่ได้ประหยัดเวลาแม้แต่น้อย ในโครงสร้าง no + คำนาม + at all คำว่า at all ทำหน้าที่เน้นการปฏิเสธ ไม่ได้หมายถึง “ทั้งหมด” ตามตัวอักษร โครงสร้างนี้ใช้สร้างการปฏิเสธที่หนักแน่น เช่น no improvement at all
แบบฝึกหัด
เติมวลีภาษาอังกฤษสองคำที่ช่วยเน้นการปฏิเสธลงในประโยค: The new shortcut saved no time ____.
ดูคำตอบ
at all
That's why quicksort is one of the most efficient strategies โน้ต
4:01นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ quicksort เป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่สุด
That's why: นำเข้าสู่ผลลัพธ์จากเหตุผลที่กล่าวไว้แล้ว
That's why ย้อนกลับไปอ้างถึงใจความทั้งหมดในประโยคก่อนหน้า แล้วนำไปสู่ผลลัพธ์หรือข้อสรุปที่ตามมา ในที่นี้ การที่เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นไม่บ่อยคือเหตุผล ส่วนประสิทธิภาพของควิกซอร์ตคือข้อสรุป ลำดับข้อมูลคือ “เหตุผล。That's why + ผลลัพธ์” โดย that ในที่นี้ไม่ได้แทนคำนามเพียงคำเดียว แต่สรุปสถานการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งกล่าวถึง
แบบฝึกหัด
เลือกประโยคที่ใช้ That's why อย่างถูกต้องเพื่อนำเข้าสู่ผลลัพธ์
- School was closed. That's why the roads were icy.
- The roads were icy. That's why school was closed.
- The roads were icy. That's because school was closed.
ดูคำตอบ
The roads were icy. That's why school was closed.
one of the most efficient strategies: ขั้นสูงสุดตามด้วยคำนามพหูพจน์
One of the most efficient strategies หมายถึงหนึ่งรายการจากกลุ่มกลยุทธ์ที่จัดว่ามีประสิทธิภาพมากที่สุด โครงสร้างคือ one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ คำนามหลังคำคุณศัพท์ขั้นสูงสุดต้องเป็นพหูพจน์ เพราะคำนามนั้นบอกถึงกลุ่ม จึงใช้ strategies ไม่ใช่ strategy ส่วน one คือสมาชิกหนึ่งรายการที่เลือกจากกลุ่ม ดังนั้นเมื่อทั้งวลีเป็นประธาน กริยามักใช้รูปเอกพจน์ เช่น One of the strategies is faster.
แบบฝึกหัด
ใช้โครงสร้าง one of + the + คำคุณศัพท์ขั้นสูงสุด + คำนามพหูพจน์ โดยผัน fast และ runner ให้ถูกต้อง: Mina is ____ in her class.
ดูคำตอบ
one of the fastest runners
used by programmers today: วลี past participle หลังคำนาม
“used by programmers today” อยู่หลัง “strategies” และบอกว่าหมายถึงกลยุทธ์ใด นั่นคือกลยุทธ์ที่โปรแกรมเมอร์ใช้ในปัจจุบัน วลีนี้เป็น past participle phrase และสามารถเขียนแบบเต็มได้ว่า “that are used by programmers today” “used” ไม่ใช่กริยาหลักของประโยค กริยาหลักคือ “is” โครงสร้างคำนาม + past participle phrase เป็นวิธีสั้น ๆ ในการเติมข้อมูลแบบถูกกระทำไว้หลังคำนาม
แบบฝึกหัด
ในประโยค “The methods used by our team produced good results” วลี “used by our team” ทำหน้าที่อะไร?
- เป็นกริยาหลักของประโยค
- ขยาย programmers
- ขยาย methods
ดูคำตอบ
ขยาย methods
for things like: การเกริ่นตัวอย่างการใช้งาน
“for things like” ใช้เกริ่นตัวอย่างหนึ่งอย่างหรือหลายอย่างว่าบางสิ่งใช้ทำอะไร ในประโยคนี้ “sorting items...” เป็นเพียงตัวอย่างการใช้งาน ไม่ใช่รายการที่ครบถ้วนหรือระบุอย่างตายตัว โครงสร้างที่พบบ่อยคือ “use + กรรม + for things like + คำนามหรือวลี -ing” โดย “sorting” ในที่นี้เป็นรูป -ing ที่ใช้เรียกกิจกรรม
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีเป้าหมายสามคำจากบทเรียนที่ใช้เกริ่นตัวอย่างการใช้งานแบบไม่เป็นทางการ: I use this app ____ tracking homework and setting reminders.
ดูคำตอบ
for things like
sorting items in an online store by price: รูปแบบ sort X by Y
ใน sorting items in an online store by price รูปแบบ sort X by Y หมายถึง “จัดเรียง X ตาม Y” โดย X คือสินค้า และ Y คือราคา ซึ่งเป็นเกณฑ์ที่ใช้กำหนดลำดับ ในที่นี้ by ใช้บอกเกณฑ์ในการจัดเรียง ไม่ได้หมายความว่าราคาเป็นเครื่องมือที่ใช้จัดเรียง รูปแบบเดียวกันนี้ใช้กับเกณฑ์อย่าง date, name, size หรือ rating ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์ด้วยรูปแบบ sort X by Y: Please ____ the files ____ name.
ดูคำตอบ
sort · by
sorted by distance: by ใช้บอกเกณฑ์ในการจัดเรียง
ใน sorted by distance ส่วน by distance บอกเกณฑ์ในการจัดเรียงว่า ปั๊มน้ำมันแต่ละแห่งอยู่ห่างจากตำแหน่งที่กำหนดเท่าใด ในที่นี้ sorted อธิบายผลลัพธ์ว่า รายการหรือสิ่งที่อยู่ในรายการถูกจัดเรียงไว้แล้ว วลีนี้หมายถึง “จัดเรียงตามระยะทาง” ไม่ใช่ “อยู่ข้างระยะทางหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปแบบ sorted by + เกณฑ์ โดยเกณฑ์คือระยะทาง: The app shows a list of nearby clinics ____.
ดูคำตอบ
sorted by distance
In your case: เปลี่ยนจากกฎทั่วไปมาสู่บุคคลหนึ่งโดยเฉพาะ
In your case หมายถึง “สำหรับคุณ เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์เฉพาะของคุณ” ในที่นี้วลีนี้พาคำอธิบายทั่วไปกลับมาที่งานจัดหนังสือในสถานการณ์สมมติของผู้ฟัง และนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ใช้กับบุคคลนั้น case ในที่นี้หมายถึง “สถานการณ์” หรือ “เงื่อนไขแวดล้อม” ไม่ใช่กล่องหรือภาชนะ คำแสดงความเป็นเจ้าของเปลี่ยนตามบุคคลได้ เช่น in my case, in her case หรือ in their case
แบบฝึกหัด
โค้ชบอกกฎทั่วไปก่อน แล้วจึงพูดกับ Sam โดยตรง เลือกวลีที่ทำให้ข้อสรุปต่อไปนี้ใช้กับ Sam โดยเฉพาะ: Most runners need two rest days. ___, one is enough because you trained lightly.
- In any case
- In your case
- Just in case
ดูคำตอบ
In your case
with time to spare: ทำเสร็จโดยยังมีเวลาเหลือ
With time to spare หมายถึงการทำบางอย่างเสร็จหรือไปถึงสถานที่หนึ่งก่อนกำหนดหรือก่อนขีดจำกัดเวลาอื่น จึงยังมีเวลาเหลือ ในประโยคนี้ งานจัดเรียงเสร็จเร็วพอที่จะยังมีเวลาเหลืออยู่ spare ในวลีนี้หมายถึง “เหลือและนำไปใช้ได้” ไม่ได้หมายถึงอะไหล่สำรอง รูปแบบนี้มักตามหลังคำกริยาอย่าง finish และ arrive เช่น finish with time to spare และ arrive with ten minutes to spare
แบบฝึกหัด
กำหนดส่งคือ 6:00 ประโยคใดบอกว่างานเสร็จเร็วและยังมีเวลาเหลือ?
- We finished the work at 5:40, with time to spare.
- We finished the work at 6:01, just too late.
- We finished the work at 6:00, right on time.
ดูคำตอบ
We finished the work at 5:40, with time to spare.
Just another high-stakes day in the library. สำนวน
4:20ก็แค่อีกหนึ่งวันที่มีความเสี่ยงสูงในห้องสมุด
Just another high-stakes day: การพูดเกินจริงเชิงประชด
high-stakes ใช้บรรยายสถานการณ์ที่ผลลัพธ์สำคัญมาก และความล้มเหลวอาจมีผลเสียร้ายแรง การนำคำนี้มาใช้กับงานประจำในห้องสมุดเป็นการพูดเกินจริงโดยตั้งใจ ไม่ได้หมายความตามตัวอักษรว่าห้องสมุดอันตราย Just another โดยทั่วไปทำให้สิ่งหนึ่งดูเป็นเรื่องธรรมดา คุ้นเคย หรือเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่อนำกรอบสบาย ๆ นี้มาวางคู่กับ high-stakes จึงเกิดความขัดแย้งเชิงประชด ผู้พูดทำให้งานในชีวิตประจำวันฟังดูเหมือนภารกิจใหญ่โตอย่างขบขัน
แบบฝึกหัด
ในประโยค “Just another high-stakes day in the library.” ผู้พูดน่าจะกำลังทำอะไร
- พูดให้อีกวันธรรมดาดูใหญ่โตอย่างขบขัน
- เตือนอย่างจริงจังว่างานในห้องสมุดอันตราย
- อธิบายว่าห้องสมุดกำลังจัดการแข่งขัน
ดูคำตอบ
พูดให้อีกวันธรรมดาดูใหญ่โตอย่างขบขัน