บทนำซีรีส์ฟิสิกส์เฮลิคอปเตอร์ - #1 Smarter Every Day 45: บทเรียนภาษาอังกฤษ
SmarterEveryDay
แนะนำวิดีโอ: Destin เกริ่นถึงวิดีโอชุดที่ใช้การบังคับเฮลิคอปเตอร์ของ Carl และเทคนิคถ่ายทำพิเศษเพื่ออธิบายการทำงานของเฮลิคอปเตอร์ ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. “put on our thinking hats” (สำนวนและการเปรียบเทียบ): เข้าใจว่าเป็นคำชวนให้คิดอย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้สวมหมวกจริง และใช้ได้เมื่อกลุ่มเริ่มแก้ปัญหา 2. “Is it okay if I” (วัจนปฏิบัติศาสตร์และท่าที): ขออนุญาตอย่างสุภาพก่อนทำ และเข้าใจว่าผู้พูดกำลังขอความยินยอม ไม่ได้ขอคำตัดสินว่าถูกหรือผิด 3. “a bunch of” (กลุ่มคำสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน): บอกจำนวนคร่าว ๆ อย่างเป็นธรรมชาติในภาษาพูดไม่เป็นทางการ เช่น การลิสต์เทคนิคถ่ายทำหลายแบบ
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Hey, it's me, Destin, and welcome to Smarter Every Day.
0:14เฮ้ ผม Destin นะ ยินดีต้อนรับสู่ Smarter Every Day
So, today we're going to learn about how helicopters work. ไวยากรณ์
0:01เอาล่ะ วันนี้เราจะมาเรียนรู้กันว่าเฮลิคอปเตอร์ทำงานยังไง
how helicopters work: ลำดับคำในคำถามแบบแฝง
ใน how helicopters work คำว่า how นำอนุประโยคคำถามแบบแฝง ซึ่งระบุเรื่องกระบวนการที่จะเรียนรู้ แทนที่จะถามผู้ฟังโดยตรง อนุประโยคทั้งหมดเป็นส่วนเติมเต็มของคำบุพบท about เนื่องจากคำถามอยู่ภายในโครงสร้างประโยคที่ใหญ่กว่า อนุประโยคจึงใช้ลำดับคำแบบประโยคบอกเล่า โดยประธาน helicopters อยู่ก่อนกริยา work ไม่เติม do และไม่สลับลำดับคำแบบคำถามตรง
แบบฝึกหัด
ใช้ how, solar panels และ work เติมอนุประโยคคำถามแบบแฝงให้สมบูรณ์: The guide explains ____.
ดูคำตอบ
how solar panels work
In fact: การเสริมข้อความที่เพิ่งกล่าวไป
ในที่นี้ In fact เชื่อมกลับไปยังคำบอกก่อนหน้าว่าผู้ชมจะได้เรียนรู้เรื่องเฮลิคอปเตอร์ แล้วเสริมข้อความนั้นด้วยคำอธิบายกิจกรรมที่เห็นภาพและเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น เป็นสัญญาณว่าข้อความถัดไปนำเสนอสิ่งที่เพิ่งกล่าวไปในรูปแบบที่หนักแน่นหรือแม่นยำกว่า ดังนั้น คำนี้จึงทำหน้าที่จัดความสัมพันธ์ระหว่างสองข้อความ ไม่ได้เพียงประกาศว่าข้อความถัดไปเป็นความจริง ในบริบทอื่น in fact อาจใช้แก้ไขความเข้าใจได้ แต่ในที่นี้ใช้เสริมและทำให้แนวคิดก่อนหน้าชัดเจนขึ้น
แบบฝึกหัด
เลือกคำเชื่อมที่นำเสนอประโยคที่สองว่าเป็นข้อความซึ่งหนักแน่นและแม่นยำกว่าประโยคแรก: The repair will take a while. ____, it may take three weeks.
- However
- In fact
- For example
ดูคำตอบ
In fact
Put on our thinking hats: สวมหมวกแห่งการคิด
ในประโยคนี้ put on our thinking hats เป็นคำเปรียบเทียบแบบสนุก ๆ ที่หมายถึงการเริ่มคิดอย่างรอบคอบเพื่อหาทางแก้ปัญหา ไม่จำเป็นต้องมีหมวกจริง ๆ Put on แสดงการเปลี่ยนเข้าสู่ “โหมดคิด” ส่วน our รวมทั้งผู้พูดและผู้ฟังไว้ด้วยกัน จึงเป็นการชวนให้ทุกคนคิดร่วมกัน หมวกนิรภัยที่เห็นในภาพทำให้เกิดมุก แต่ความหมายที่นำไปใช้ในสถานการณ์อื่นได้คือ “มาตั้งใจและใช้เหตุผลกันเถอะ”
แบบฝึกหัด
เติมประโยคของครูด้วยสำนวนจากบทเรียนที่หมายถึง “เริ่มคิดอย่างรอบคอบ”: This riddle is tricky, so let's ____.
ดูคำตอบ
put on our thinking hats
Going on ในความหมายว่า “กำลังเกิดขึ้น”
ในที่นี้ going on หมายถึง “กำลังเกิดขึ้น” หรือ “กำลังดำเนินอยู่” ใน There's a lot going on there สำนวนนี้อธิบายการกระทำ รายละเอียด หรือปัจจัยหลายอย่างที่เกิดขึ้นพร้อมกัน There ชี้ไปยังสถานการณ์ที่กำลังสังเกต ไม่จำเป็นต้องหมายถึงเพียงสถานที่ทางกายภาพ ประโยคนี้มักสื่อว่าสถานการณ์ยุ่งหรือซับซ้อนโดยไม่ต้องแจกแจงทุกส่วน
แบบฝึกหัด
ในประโยค 'There's a lot going on at school this week,' คำว่า 'going on' หมายถึงอะไร?
- กิจกรรมหนึ่งควรดำเนินต่อไป
- มีหลายอย่างกำลังเกิดขึ้น
- โรงเรียนกำลังย้ายไปอีกสถานที่หนึ่ง
ดูคำตอบ
มีหลายอย่างกำลังเกิดขึ้น
The reason ... is because ... ในฐานะกรอบบอกเหตุผล
โครงสร้าง The reason [situation] is because [explanation] จะบอกสถานการณ์ที่ต้องอธิบายก่อน แล้วจึงเปิดเผยสาเหตุในอนุประโยค because ในประโยคนี้ ผู้พูดเน้นก่อนว่าตนอยู่ที่เทนเนสซีเพื่อถ่ายทำ จากนั้นจึงยกความสามารถอันยอดเยี่ยมของคาร์ลมาเป็นคำอธิบายเชิงขำขัน คำว่า wizard เป็นคำชมเชิงเปรียบเทียบ ไม่ได้หมายถึงเวทมนตร์จริง ๆ I'm pretty sure เป็นความเห็นประเมินของผู้พูดที่แทรกอยู่ในส่วนคำอธิบาย เมื่อตัดออกชั่วคราวจะเห็นโครงสร้างหลักทางไวยากรณ์ว่า The reason I am in Tennessee to film this is because Carl is a wizard. วิธีนี้ช่วยหาโครงสร้างหลักเมื่อมีความคิดเห็นแทรกมาคั่นประโยคบอกเหตุผลที่ยาว
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยกรอบบอกเหตุผลตามรูปแบบที่เรียน: The reason Maya called early ____ she needed to change the booking.
ดูคำตอบ
is because
I'm pretty sure เพื่อแสดงความมั่นใจพร้อมเผื่อใจ
I'm pretty sure หมายถึง “ฉันเชื่อเรื่องนี้ด้วยความมั่นใจสูง แต่ไม่ได้ยืนยันว่าแน่นอนโดยสมบูรณ์” ในที่นี้วลีนี้แทรกเป็นการประเมินของผู้พูดต่อ Carl is a wizard โดยช่วยลดความแรงของคำพูดเกินจริงเชิงขำขันเล็กน้อย แต่ยังคงฟังดูมั่นใจมาก ในวลีนี้ pretty เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับ หมายถึง “ค่อนข้าง” หรือ “มากพอสมควร” ไม่ได้หมายถึง “สวย” หากใช้เครื่องหมายวรรคตอนอย่างรอบคอบ ข้อความแทรกจะอยู่ระหว่างจุลภาค: Carl, I'm pretty sure, is a wizard.
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความมั่นใจสูง แต่ยังเหลือโอกาสเล็กน้อยว่าอาจผิด?
- I have no idea where the keys are.
- I guarantee the keys are in my backpack.
- I'm pretty sure the keys are in my backpack.
ดูคำตอบ
I'm pretty sure the keys are in my backpack.
I'm not even joking: เน้นว่าพูดอย่างจริงใจ
ทั้งประโยคเน้นอย่างชัดเจนว่าผู้พูดพูดจริงจัง joking หมายถึงการพูดบางอย่างเพื่อให้ตลก ไม่ใช่การยืนยันตามความหมายตรงตัว ส่วน not joking ปฏิเสธการตีความแบบนั้น even ทำให้การปฏิเสธหนักแน่นขึ้น แต่ไม่ได้ทำให้ทุกคำในคำพูดเกินจริงเชิงหยอกล้อก่อนหน้านั้นเป็นความจริงตามตัวอักษร เพียงสื่อว่าความประหลาดใจและความชื่นชมที่อยู่เบื้องหลังอารมณ์ขันนั้นเป็นของจริง
แบบฝึกหัด
ในบริบทนี้ ผู้พูดสื่ออะไรเมื่อพูดว่า "I'm not even joking."?
- ผู้พูดเน้นว่าความชื่นชมของตนจริงใจ แม้จะใช้ถ้อยคำเชิงขบขัน
- ผู้พูดยอมรับว่าความคิดเห็นก่อนหน้านั้นเป็นเท็จทั้งหมด
- ผู้พูดกำลังถามว่าผู้ฟังเข้าใจมุกหรือไม่
ดูคำตอบ
ผู้พูดเน้นว่าความชื่นชมของตนจริงใจ แม้จะใช้ถ้อยคำเชิงขบขัน
Is it okay if I wear this helmet the entire video? น้ำเสียง/เจตนา
0:47จะเป็นอะไรไหมถ้าผมจะใส่หมวกกันน็อกใบนี้ตลอดทั้งวิดีโอ?
Is it okay if I ...?: ขออนุญาตอย่างสุภาพ
รูปแบบ Is it okay if I + คำกริยารูปพื้นฐาน...? เป็นวิธีขออนุญาตในภาษาสนทนา อนุประโยค if ระบุการกระทำที่ผู้พูดต้องการทำ ส่วน okay ใช้ถามว่าอีกฝ่ายยอมรับหรืออนุญาตหรือไม่ okay ในที่นี้หมายถึงสิ่งที่ผู้ฟังยอมรับหรืออนุญาต ไม่ได้หมายถึงสุขภาพดีหรือถูกต้องทางศีลธรรม ผู้พูดตรวจสอบความยินยอมก่อนลงมือทำ และใช้รูปแบบเดียวกันได้ใน Is it okay if I sit here?
แบบฝึกหัด
เติมรูปแบบเป้าหมายสำหรับขออนุญาตให้สมบูรณ์ คุณต้องการเปิดหน้าต่าง จึงถามว่า "____ open the window?"
ดูคำตอบ
Is it okay if I
in ways that I did not know were possible. ไวยากรณ์
0:54ในแบบที่ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่ามันเป็นไปได้
in ways that I did not know were possible: วิธีที่เหนือความคาดหมาย
วลี in ways that ... บอกว่าคาร์ลจะบังคับเฮลิคอปเตอร์อย่างไร ในที่นี้ that ใช้นำอนุประโยคขยาย ways ไม่ใช่คำชี้เฉพาะที่แปลว่า “ลำนั้น” แบบในวลี that helicopter ภายในอนุประโยคขยาย I did not know เป็นข้อความแทรกเกี่ยวกับความรู้เดิมของผู้พูด ประธานที่เข้าใจได้ของ were possible คือ ways กล่าวคือ ผู้พูดไม่เคยรู้ว่าวิธีเช่นนั้นเป็นไปได้ โครงสร้างทั้งหมดจึงสื่อว่าวิธีการนั้นเกินความคาดหมายของผู้พูด
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่างนี้ ส่วนใดเป็นประธานที่เข้าใจได้ของ were possible?
- I
- เฮลิคอปเตอร์
- วิธีที่คาร์ลใช้บังคับเฮลิคอปเตอร์
ดูคำตอบ
วิธีที่คาร์ลใช้บังคับเฮลิคอปเตอร์
way more complicated than you think: การเปรียบเทียบที่หนักแน่นขึ้น
ในที่นี้ way เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายว่า “มาก” หรือ “มากกว่ามาก” โดยใช้เน้นวลีเปรียบเทียบ more complicated ไม่ได้หมายถึง “ถนน” หรือ “วิธี” than you think ให้เกณฑ์ที่ใช้เปรียบเทียบ กล่าวคือ ความซับซ้อนจริงมีมากกว่าที่ผู้ฟังคาดไว้ ต่างจาก very complicated ตรงที่โครงสร้างนี้แก้ความคาดหมายเดิมอย่างชัดเจน
แบบฝึกหัด
ใช้รูปแบบไม่เป็นทางการจากตัวอย่างเพื่อสื่อว่า “แพงกว่ามาก”: The repair was ____ than I expected.
ดูคำตอบ
way more expensive
For the time being: สถานการณ์ปัจจุบันที่เป็นเพียงชั่วคราว
for the time being หมายถึง “ในตอนนี้หรือชั่วคราว” และเน้นว่าสถานการณ์นั้นไม่ได้เป็นแบบถาวร ในประโยคนี้ ผู้พูดจำกัดแผนปัจจุบันไว้ที่การให้ดูสิ่งนี้ก่อน พร้อมสื่อว่าสามารถอธิบายอย่างละเอียดกว่านี้ได้ในภายหลัง ใช้สำนวนนี้เพื่อแสดงว่าสถานะ การตัดสินใจ หรือการจัดการในปัจจุบันเป็นเพียงชั่วคราว กล่าวคือใช้ได้ในตอนนี้ แต่อาจเปลี่ยนเมื่อสถานการณ์หรือแผนเปลี่ยนไป สำนวนนี้ไม่ได้ระบุว่าจะคงอยู่นานเท่าใด
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสี่คำจากบทเรียนนี้ที่แสดงว่าการจัดการดังกล่าวเป็นเพียงชั่วคราว: Because the kitchen is being repaired, we'll serve only cold meals ____.
ดูคำตอบ
for the time being
What kind of sorcery is this?: การแสดงความไม่อยากเชื่อแบบล้อเล่น
ตามรูปประโยคตรงตัว ประโยคนี้ถามว่าสิ่งนั้นเป็นเวทมนตร์ชนิดใด แต่ในที่นี้เป็นปฏิกิริยาเชิงวาทศิลป์ที่จงใจพูดเกินจริง sorcery ใช้แทนการกระทำที่น่าประหลาดใจหรืออธิบายได้ยากจนดูเหมือนเวทมนตร์ ความหมายที่ผู้พูดต้องการสื่อจริง ๆ ใกล้เคียงกับ “เป็นไปได้อย่างไร?” โดยมีทั้งความทึ่งและความรู้สึกไม่อยากเชื่อแบบขำ ๆ ไม่ได้ขอให้จำแนกประเภทของเวทมนตร์หรืออ้างว่าเวทมนตร์มีอยู่จริง
แบบฝึกหัด
เมื่อใช้เป็นปฏิกิริยาแบบล้อเล่น What kind of sorcery is this? น่าจะหมายความว่าอย่างไรมากที่สุด?
- สิ่งนี้จัดอยู่ในเวทมนตร์ประเภทใดตามการจำแนกอย่างเป็นทางการ?
- เป็นไปได้อย่างไร? น่าทึ่งมาก!
- ใครได้รับอนุญาตตามกฎหมายให้ใช้เวทมนตร์นี้?
ดูคำตอบ
เป็นไปได้อย่างไร? น่าทึ่งมาก!
that's why ... Because of that: การเชื่อมผลลัพธ์กับสาเหตุ
that's why ย้อนอ้างถึงสาเหตุที่เข้าใจกันอยู่แล้วและนำเข้าสู่ผลลัพธ์ ในที่นี้ทักษะการบินของ Carl คือเหตุผลที่พวกเขาทำงานกับเขา รูปแบบที่นำไปใช้ต่อได้คือ สาเหตุหรือบริบท + that's why + อนุประโยคบอกผล Because of that ก็ย้อนอ้างถึงสาเหตุเช่นกันและหมายถึง เพราะเรื่องนั้น อย่างไรก็ตาม because of ต้องตามด้วยส่วนเติมเต็มที่ทำหน้าที่เหมือนคำนาม ซึ่งในที่นี้คือ that ส่วน Because of that. ที่แยกเป็นประโยคเดี่ยวเป็นข้อความเสริมภายหลังในภาษาพูดเพื่อเน้นความเชื่อมโยงทางเหตุผล หากเขียนเป็นประโยคสมบูรณ์ สามารถตามด้วยเครื่องหมายจุลภาคและอนุประโยคบอกผลได้
แบบฝึกหัด
เติมแต่ละบริบทสั้น ๆ ด้วย that's why และ because of that โดยใช้สำนวนละหนึ่งครั้ง: The roads were icy. ____ the school closed early. The flight was canceled, and we missed the meeting ____.
ดูคำตอบ
That's why · because of that
That's how you mow the yard in Tennessee, huh? น้ำเสียง/เจตนา
1:50ที่เทนเนสซีเขาตัดหญ้ากันแบบนี้เหรอเนี่ย?
ใช้ huh? ท้ายประโยคเพื่อขอความเห็นพ้องแบบหยอกล้อ
ในที่นี้ huh? ที่ท้ายประโยคเป็นคำพ่วงแบบไม่เป็นทางการที่เติมหลังข้อสังเกตเชิงขำขัน ผู้พูดไม่ได้ถามจริง ๆ ว่าคนในเทนเนสซีตัดหญ้าอย่างไร แต่ใช้คำนี้ชวนให้ผู้ฟังเข้าใจหรือเห็นด้วยกับมุก คล้ายกับ right? เนื่องจาก huh? อาจแสดงความประหลาดใจ ความสงสัย หรือการได้ยินไม่ชัดได้ด้วย น้ำหนักความหมายจึงขึ้นอยู่กับบริบทและทำนองเสียง เมื่อตามหลังความคิดเห็นที่สมบูรณ์และหยอกล้อเช่นนี้ การตีความว่าเป็นการขอความเห็นพ้องจึงเป็นธรรมชาติที่สุด
แบบฝึกหัด
ใน “That's how you mow the yard in Tennessee, huh?” คำว่า huh? ทำหน้าที่หลักอะไร?
- แสดงว่าผู้พูดไม่ได้ยินคำว่า Tennessee
- ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับมุมมองที่ผู้พูดรู้สึกขบขัน
- ขอคำแนะนำโดยละเอียดจากผู้ฟังเกี่ยวกับการตัดหญ้า
ดูคำตอบ
ชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วยกับมุมมองที่ผู้พูดรู้สึกขบขัน
What you're not feeling is there's like a 10 mph wind and he's... โน้ต
2:08สิ่งที่คุณสัมผัสไม่ได้ก็คือมันมีลมพัดแรงประมาณ 10 ไมล์ต่อชั่วโมง แล้วเขาก็...
What you're not feeling is ...: โครงสร้างเน้นข้อมูล What ... is ...
ในที่นี้ What you're not feeling ระบุข้อมูลที่ผู้ชมไม่สามารถสัมผัสได้จากการดูภาพ ส่วนท้าย there's like a 10 mph wind เปิดเผยว่าข้อมูลที่ขาดไปนั้นคืออะไร รูปแบบ What ... is ... เป็นโครงสร้างเน้นข้อมูล ซึ่งมักเรียกว่า pseudo-cleft โดยยกหัวข้อขึ้นมาก่อน แล้วเลื่อนประเด็นสำคัญไปไว้หลัง is ในประโยคภาษาพูดนี้ มีการละ that ที่สามารถวางหน้า there's ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำสองคำที่สร้างโครงสร้างเน้นข้อมูล: ____ the camera doesn't show ____ how steep the trail is.
ดูคำตอบ
What · is
like a 10 mph wind: like ที่หมายถึงประมาณ
ในที่นี้ like หมายถึง about หรือ approximately ซึ่งก็คือ “ประมาณ” ผู้พูดกำลังประเมินความเร็วลมแบบคร่าว ๆ ไม่ได้บอกว่าลมคล้ายกับสิ่งอื่น ในภาษาพูดแบบสบาย ๆ like สามารถวางหน้าตัวเลขหรือค่าที่วัดได้เพื่อบอกว่าค่านั้นไม่แม่นยำ เช่น like 10 mph, like five minutes หรือ like twenty people ให้เข้าใจว่าปริมาณนั้นใกล้เคียงกับค่าดังกล่าว ไม่ได้เท่ากันพอดี
แบบฝึกหัด
ในประโยค It will take like 20 minutes คำว่า like หมายถึงอะไร?
- คล้ายกับ
- ชอบหรือเพลิดเพลินกับบางสิ่ง
- ตัวอย่างเช่น
- ประมาณ
ดูคำตอบ
ประมาณ
black magic ในฐานะอุปมาเชิงขบขัน
ในประโยคนี้ black magic เป็นอุปมาเชิงขบขันสำหรับเทคโนโลยีที่น่าทึ่งและอธิบายได้ยากจนดูเหมือนเป็นสิ่งเหนือธรรมชาติ ผู้พูดกำลังแสดงความประหลาดใจ ไม่ได้กล่าวอย่างจริงจังว่าสาเหตุคือพิธีกรรมลึกลับ วลีนี้สานต่อภาพเกี่ยวกับเวทมนตร์ในบริบท โดยทั่วไป ผู้พูดสามารถใช้ black magic ในเชิงเปรียบเทียบเพื่อกล่าวถึงกระบวนการที่ตนไม่เข้าใจวิธีทำงาน แต่บริบทต้องทำให้ชัดว่าเป็นการพูดเกินจริง
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง black magic สื่อความหมายใด?
- ความรู้สึกเชิงล้อเล่นว่าเทคโนโลยีดูลึกลับและแทบอธิบายไม่ได้
- ชื่อทางเทคนิคของระบบการบินเฉพาะระบบหนึ่ง
- คำกล่าวจริงจังว่าพิธีกรรมลึกลับกำลังควบคุมการบิน
ดูคำตอบ
ความรู้สึกเชิงล้อเล่นว่าเทคโนโลยีดูลึกลับและแทบอธิบายไม่ได้
or something, right?: ลดความหนักแน่นของคำกล่าวและขอความเห็นพ้อง
Or something ทำให้ black magic เป็นคำเรียกแบบคร่าว ๆ และจงใจไม่ระบุให้แน่นอน ผู้พูดไม่ได้ยืนยันว่าคำอธิบายนั้นถูกต้องตรงตัว ส่วนนี้ช่วยลดความหนักแน่นของคำกล่าวที่เกินจริงและคงบรรยากาศของมุกให้สบาย ๆ Right? ที่ท้ายประโยคขอให้ผู้ฟังยืนยันหรือเห็นด้วยกับมุมมองของผู้พูด เมื่อนำสองส่วนนี้มาใช้ร่วมกัน ผู้พูดจึงสามารถเสนอคำอธิบายแบบไม่ฟันธงพร้อมกับขอความเห็นพ้องได้
แบบฝึกหัด
ในตัวอย่าง or something และ right? เมื่อนำมาใช้ร่วมกันให้ผลอย่างไร?
- ถามว่าสิ่งหนึ่งอยู่ทางด้านขวาหรือไม่
- เสนอทางเลือกที่แน่นอนสองอย่างและถามว่าอย่างใดถูกต้อง
- ทำให้คำเรียกไม่แน่นอนเกินไปและชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย
ดูคำตอบ
ทำให้คำเรียกไม่แน่นอนเกินไปและชวนให้ผู้ฟังเห็นด้วย
defies all physics: การพูดเกินจริงว่าสิ่งหนึ่งดูเป็นไปไม่ได้
ในประโยคนี้ defies all physics หมายถึงบางสิ่งดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ตามกฎฟิสิกส์ คำกริยา defy สามารถตามด้วยกรรมที่เป็นแนวคิดนามธรรมได้โดยตรง เช่น defy physics, defy logic หรือ defy expectations all ทำให้ปฏิกิริยานี้ดูเกินจริงและน่าตื่นเต้นยิ่งขึ้น ผู้พูดกำลังแสดงความทึ่งแบบขำ ๆ ไม่ได้อ้างในเชิงวิทยาศาสตร์ว่ากฎฟิสิกส์ถูกทำลายจริง
แบบฝึกหัด
เติมปฏิกิริยาแบบเกินจริงด้วยวลีภาษาอังกฤษสามคำตามบทเรียน: That paper bridge is holding five heavy books—it ____!
ดูคำตอบ
defies all physics
doesn't it?: คำถามท้ายประโยคเพื่อขอความเห็นด้วย
ข้อความหลักเป็นประโยคบอกเล่า ดังนั้นคำถามท้ายประโยคจึงเป็นรูปปฏิเสธ: It defies ..., doesn't it? คำถามท้ายประโยคใช้กริยาช่วย do ของ present simple ซ้ำในรูป doesn't และใช้ it ให้ตรงกับประธาน ในที่นี้ผู้พูดคาดหวังให้อีกฝ่ายเห็นด้วยอยู่แล้ว คำถามท้ายประโยคเปลี่ยนคำบอกเล่าให้เป็นคำชวนตอบสนองร่วมกัน ไม่ใช่คำถามกลาง ๆ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง
แบบฝึกหัด
เติมคำถามท้ายประโยคที่ใช้ขอความเห็นด้วย: This shortcut saves a lot of time, ____?
ดูคำตอบ
doesn't it
ความหมายของ do the numbers on that one
ใน do the numbers คำว่า numbers หมายถึงตัวเลขและการคำนวณที่เกี่ยวข้อง ไม่ได้หมายถึงเลขที่เขียนอยู่ในฐานะสิ่งของ ผู้พูดกำลังขอให้อีกฝ่ายคำนวณหรือวิเคราะห์รายละเอียดที่วัดค่าได้ on that one ชี้ย้อนกลับไปยังกรณีหนึ่งที่กล่าวถึงไปแล้ว เมื่อรวมกัน สำนวนนี้สื่อว่าการคำนวณกรณีนั้นจะทำให้เห็นว่ามันผิดปกติเพียงใด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ ผู้พูดกำลังขอให้อีกฝ่ายทำอะไร
- นับว่าคำว่า one ปรากฏกี่ครั้ง
- คัดลอกตัวเลขที่มองเห็นไปยังอีกหน้าหนึ่ง
- คำนวณหรือวิเคราะห์ตัวเลขของกรณีนั้นโดยเฉพาะ
ดูคำตอบ
คำนวณหรือวิเคราะห์ตัวเลขของกรณีนั้นโดยเฉพาะ
messed up ที่ใช้แสดงปฏิกิริยาตกใจ
Messed up ทำหน้าที่เป็นคำคุณศัพท์หลัง was ในที่นี้ That หมายถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งเห็น และวลีนี้แสดงปฏิกิริยาที่ตกใจอย่างมาก ผู้พูดรู้สึกว่าเหตุการณ์นั้นผิดอย่างร้ายแรง น่ากังวล หรือสุดโต่งเกินไป ความหมายของวลีนี้ขึ้นอยู่กับบริบทอย่างมาก แผนที่ messed up อาจหมายถึงแผนที่ถูกทำให้เสีย ส่วนคนที่ messed up อาจหมายถึงคนที่มีบาดแผลหรือปัญหาร้ายแรง แต่ประโยคนี้เป็นการประเมินเหตุการณ์ ไม่ใช่การบรรยายความรกตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
messed up ใน “That was messed up, dude.” น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด
- แสดงปฏิกิริยาตกใจอย่างรุนแรงว่าเหตุการณ์นั้นดูผิดอย่างร้ายแรงหรือสุดโต่ง
- หมายความว่าผู้พูดกำลังขอให้แก้ไขอย่างสุภาพ
- หมายความว่าผู้พูดเห็นห้องที่รก
ดูคำตอบ
แสดงปฏิกิริยาตกใจอย่างรุนแรงว่าเหตุการณ์นั้นดูผิดอย่างร้ายแรงหรือสุดโต่ง
Okay, so if you want to know more about how these helicopters work,
2:54เอาล่ะ ถ้าคุณอยากรู้เพิ่มเติมว่าเฮลิคอปเตอร์เหล่านี้ทำงานยังไง
Stay tuned: ติดตามต่อเพื่อดูเนื้อหาที่กำลังจะมา
Stay tuned เป็นสำนวนตายตัวในสื่อ หมายถึง “ดู ฟัง หรือติดตามต่อไป เพราะกำลังจะมีข้อมูลหรือเนื้อหาเพิ่มเติม” ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้เพื่อเกริ่นถึงวิดีโอต่อไปที่จะอธิบายการทำงานของเฮลิคอปเตอร์ เดิมที tuned หมายถึงการปรับวิทยุหรือโทรทัศน์ไปยังช่องหนึ่ง แต่สำนวนสมัยใหม่มักใช้ในเชิงเปรียบเทียบ จึงใช้กับวิดีโอ ไลฟ์สด พอดแคสต์ เว็บไซต์ หรือโซเชียลมีเดียได้ แม้ไม่ได้ปรับอุปกรณ์ใดจริง ๆ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยสำนวนสื่อสองคำที่หมายถึง “ดูต่อเพื่อรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป”: We'll reveal the winner after the break, so ____.
ดูคำตอบ
stay tuned
The next few videos I'm going to use high-speed video,
2:57วิดีโอสองสามตัวถัดไป ผมจะใช้วิดีโอความเร็วสูง
basically a bunch of tricks to show all his tricks. วลี
3:04พูดง่ายๆ คือใช้ลูกเล่นมากมายเพื่อโชว์ลูกเล่นทั้งหมดของเขา
A bunch of: ปริมาณแบบไม่เป็นทางการและไม่แน่นอน
A bunch of เป็นวลีบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการ หมายถึง “หลายอย่าง” “จำนวนมาก” หรือ “ปริมาณมาก” โดยไม่ระบุจำนวนที่แน่นอน ในประโยคนี้ วลีดังกล่าวรวมเทคนิคหลายอย่างเข้าด้วยกันด้วยน้ำเสียงสบาย ๆ วลีนี้ตามด้วยคำนามนับได้พหูพจน์ เช่น a bunch of photos และในภาษาพูดแบบไม่เป็นทางการก็มักใช้หน้าคำนามนับไม่ได้ เช่น a bunch of homework ตรงนี้ bunch ไม่ได้หมายถึงมัดสิ่งของที่ผูกเข้าด้วยกันตามตัวอักษร
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีบอกปริมาณแบบไม่เป็นทางการที่สร้างจากคำว่า bunch: We took ____ photos at the science fair.
ดูคำตอบ
a bunch of
So, just go ahead and subscribe and you'll see these videos น้ำเสียง/เจตนา
3:07ดังนั้น กดติดตามไว้เลย แล้วคุณจะได้เห็นวิดีโอเหล่านี้
“just go ahead and subscribe”: การกระตุ้นให้ลงมือทำแบบเป็นกันเอง
ในที่นี้ just go ahead and subscribe เป็นการกระตุ้นอย่างเป็นมิตรให้อีกฝ่ายลงมือทำขั้นต่อไป โครงสร้าง go ahead and + คำกริยา บอกให้ใครสักคนดำเนินการบางอย่างต่อ ไม่ได้หมายถึงการเคลื่อนที่ไปข้างหน้าจริง ๆ คำว่า just ช่วยให้คำชวนฟังนุ่มนวลและเป็นกันเองขึ้น แม้ว่าทั้งวลียังอาจให้ความรู้สึกว่าเป็นการเร่งให้ลงมือทำ ใช้ go ahead and หน้าคำกริยารูปพื้นฐาน เช่น go ahead and subscribe โครงสร้างนี้อาจใช้เพื่ออนุญาต สนับสนุนให้ลงมือทำ หรือพาบทสนทนาไปสู่การปฏิบัติ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับบริบท
แบบฝึกหัด
เติมประโยคอนุญาตอย่างเป็นมิตรด้วย go ahead and + คำกริยา: “If you're ready, ____ open the envelope.”
ดูคำตอบ
go ahead and
“Go for it.” สำหรับการให้กำลังใจอย่างกระตือรือร้น
Go for it. เป็นคำตอบสั้น ๆ แบบสำนวนที่ใช้สนับสนุนให้ใครสักคนนำความคิดไปลงมือทำ ทดลองทำบางอย่าง หรือคว้าโอกาส มีความหมายว่า “ทำเลย” หรือ “ลองดู” ไม่ได้หมายถึง “ไปเอาสิ่งของนั้นมา” เมื่อใช้เป็นคำตอบเดี่ยว ๆ วลีนี้แสดงการสนับสนุนและมักเพิ่มความกระตือรือร้นหรือความมั่นใจ โดยปกติผู้ฟังรู้อยู่แล้วว่า it หมายถึงการกระทำใด
แบบฝึกหัด
Leo พูดว่า “I'm thinking about entering the school art contest.” คำตอบใดเชียร์ให้เขาลองทำอย่างชัดเจนที่สุด
- Go for it.
- Go ahead.
- Don't mention it.
ดูคำตอบ
Go for it.