ปลากินอาหารอย่างไร (ในรูปแบบสโลว์โมชัน!) - Smarter Every Day 118: บทเรียนภาษาอังกฤษ
SmarterEveryDay
คำอธิบายวิดีโอ: ภาพเคลื่อนไหวช้าอธิบายว่าปลากะพงขาวยื่นขากรรไกร ดูดน้ำและเหยื่อเข้าปาก แล้วระบายน้ำทางเหงือกเพื่อถ่ายเทโมเมนตัมอย่างไร ประเด็นภาษาอังกฤษหลัก: 1. "buccal cavity" (ความหมายคำศัพท์และระดับภาษา): เชื่อมศัพท์กายวิภาคนี้กับคำทั่วไปว่า “mouth” เพื่อให้ตามคำนิยามและคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ได้ 2. "Shut up!" (วัจนปฏิบัติศาสตร์ในการสนทนาและท่าที): เข้าใจว่าในที่นี้แสดงความประหลาดใจอย่างยินดี ไม่ใช่คำสั่งให้เงียบ และรู้ว่าเมื่อใดน้ำเสียงกันเองที่แรงอาจไม่สุภาพ 3. "wish we had an audiobook to listen to?" (ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค): เข้าใจว่า wish ตามด้วยรูปอดีตเพื่อสื่อความปรารถนาปัจจุบันที่ไม่เป็นจริง แล้วใช้รูปแบบนี้บอกสิ่งที่ยังไม่มีได้ชัดเจน
คำอธิบายในบทเรียนนี้
you spend a lot of time thinking about how to get the fish to bite, โน้ต
0:03คุณใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการคิดว่าทำยังไงให้ปลากินเบ็ด
spend a lot of time thinking about: ใช้เวลามากในการคิดเกี่ยวกับ
ในโครงสร้าง spend + จำนวนเวลา + -ing คำว่า time คือสิ่งที่ถูกใช้ไป ส่วนรูป -ing ระบุกิจกรรมที่ใช้เวลานั้นไปกับมัน ในที่นี้ spend a lot of time thinking about หมายถึงใช้เวลามากเป็นประจำเพื่อครุ่นคิดถึงปัญหาหนึ่ง ใช้โครงสร้างนี้เพื่อบอกเวลาที่ทุ่มให้กับกิจกรรม หลังสำนวนบอกเวลาให้ใช้รูป -ing ไม่ใช่ to-infinitive เช่น spend an hour reading หรือ spend the weekend preparing
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปที่ถูกต้องของ review: Leo spends an hour ____ new vocabulary every evening.
ดูคำตอบ
reviewing
get the fish to bite: ทำให้ปลากินเหยื่อ
โครงสร้าง get + กรรม + to-infinitive หมายถึงการทำให้สำเร็จ โน้มน้าว หรือจัดการให้กรรมทำการกระทำหนึ่ง โดยมักสื่อว่ามีวิธีการหรือความพยายามบางอย่างที่ทำให้เกิดผลลัพธ์ ในที่นี้ get the fish to bite หมายถึงทำให้สภาพการตกปลาหรือเหยื่อได้ผลมากพอที่จะทำให้ปลากินเหยื่อ โครงสร้างคือ get + the fish + to bite ในรูปแบบนี้ get ต้องมี to หน้าคำกริยาที่เป็นการกระทำ และไม่ใช้รูปแบบ make + กรรม + คำกริยารูปพื้นฐาน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้โครงสร้าง get + กรรม + to-infinitive และคำกริยา try: The coach got every player ____ the new drill.
ดูคำตอบ
to try
but you don't really think about how mechanically the fish do the bite.
0:07แต่คุณไม่ค่อยได้คิดว่าในเชิงกลไกแล้วปลามันงับเหยื่อยังไง
ใช้ Does that make any sense? เพื่อตรวจสอบว่าพูดชัดเจนหรือไม่
ในที่นี้ make any sense หมายถึง “เข้าใจได้หรือสมเหตุสมผลในเชิงตรรกะ” ผู้พูดกำลังตรวจสอบว่าผู้ฟังตามคำอธิบายที่เพิ่งพูดไปได้หรือไม่ โดย sense ไม่ได้หมายถึงการรับความรู้สึกทางร่างกาย รูปคำถาม Does that ...? ย้อนกลับไปอ้างถึงคำอธิบายก่อนหน้า ส่วน any ใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติในคำถามที่ตอบว่าใช่หรือไม่ และช่วยเน้นว่าผู้พูดไม่แน่ใจว่าสิ่งที่พูดนั้นชัดเจนหรือไม่
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งอธิบายแผนที่ซับซ้อนและต้องการตรวจสอบว่าคำอธิบายของคุณชัดเจนหรือไม่ ควรพูดว่าอะไร?
- Does that take any time?
- Can you sense anything?
- Does that make any sense?
ดูคำตอบ
Does that make any sense?
we're going to go to James Cook University in Australia
0:13เราจะไปที่ James Cook University ในออสเตรเลีย
and look at how a fish bite takes place in slow motion using a Phantom camera. วลี
0:16และไปดูการงับเหยื่อของปลาแบบสโลว์โมชั่นโดยใช้กล้อง Phantom
takes place ที่หมายถึง “เกิดขึ้น”
ใน takes place นั้น take place เป็นกริยาหลายคำแบบไม่ต้องมีกรรม หมายถึง “เกิดขึ้น” หรือ “ดำเนินขึ้น” ในที่นี้ a fish bite เป็นประธาน และวลีนี้นำเสนอการกัดของปลาเป็นกระบวนการที่สามารถสังเกตการดำเนินไปได้ โครงสร้างปกติคือ เหตุการณ์ + take place โดย take ต้องสอดคล้องกับประธาน: a fish bite takes place เนื่องจากวลีนี้ไม่ต้องมีกรรม จึงไม่มีกรรมตรงและโดยทั่วไปไม่ใช้ในรูปถูกกระทำ
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยวลีสองคำที่หมายถึง “เกิดขึ้น”: The annual science fair ____ in May.
ดูคำตอบ
takes place
suck food in: ดูดอาหารให้เข้าไปด้านใน
ใน suck food in โครงสร้าง suck ... in เป็นการใช้คำกริยาร่วมกับคำบอกทิศทาง หมายถึง “ดึงบางสิ่งเข้าไปในช่องเปิดด้วยแรงดูด” กรรม food อยู่ระหว่าง suck กับ in และ in บอกจุดหมายหรือผลลัพธ์ว่าอาหารเคลื่อนจากข้างนอกเข้าไปข้างใน การกระทำตรงนี้ไม่ได้หมายถึงเพียงอมอาหารไว้ในปากหรือชิมอาหาร ปลาอาศัยกระแสน้ำพาอาหารและน้ำเข้าไปด้านใน โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้บรรยายปั๊ม พัดลม และเครื่องดูดฝุ่นได้ด้วย
แบบฝึกหัด
ใช้สองส่วนของ suck ... in เติมประโยคให้สมบูรณ์: “The pump can ____ water ____ through the intake pipe.”
ดูคำตอบ
suck · in
Am I saying that right?: ใช้ตรวจสอบการออกเสียงหรือการเลือกถ้อยคำ
Am I saying that right? เป็นคำถามที่ขอให้อีกฝ่ายยืนยันว่าผู้พูดเพิ่งออกเสียงชื่อหรือคำศัพท์ได้ถูกต้อง หรือถ่ายทอดบางอย่างด้วยถ้อยคำที่ถูกต้องหรือไม่ right ในที่นี้เป็นคำกริยาวิเศษณ์ที่หมายถึง “อย่างถูกต้อง” ไม่ใช่ทิศทางตรงข้ามกับซ้าย รูปคำถามทำให้การขอตรวจสอบดูไม่ยืนยันตายตัวและเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายแก้ไขผู้พูดได้ สามารถใช้คำถามนี้ทันทีหลังจากลองพูดถ้อยคำหรือออกเสียงสิ่งที่ไม่คุ้นเคย
แบบฝึกหัด
คุณเพิ่งลองออกเสียงนามสกุลที่ไม่คุ้นเคย คำถามใดใช้ขอให้อีกฝ่ายตรวจวิธีที่คุณพูดอย่างสุภาพ?
- Are you saying that is right?
- Am I saying that right?
- Am I right about that?
ดูคำตอบ
Am I saying that right?
what we use to feed everything with: สิ่งที่เราใช้ให้อาหาร
ในที่นี้ what หมายถึง “สิ่งที่...” หรือ “the thing that” กลุ่มคำ what we use to feed everything with ทั้งหมดเป็นอนุประโยคสัมพัทธ์แบบรวม หรือแบบอิสระ เมื่ออยู่หลัง is กลุ่มคำนี้จะระบุว่าเครื่องมือที่กำลังแสดงคืออะไร with อยู่ท้ายอนุประโยคและเชื่อมสิ่งนั้นกับการให้อาหารในฐานะเครื่องมือ คำนี้ไม่ได้เกินมา ในภาษาอังกฤษ การวางคำบุพบทไว้ท้ายอนุประโยคแบบนี้เป็นเรื่องปกติ โดยเฉพาะในภาษาพูด
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ what ในความหมายว่า “สิ่งที่...” ได้อย่างเป็นธรรมชาติ และวางคำบุพบทที่บอกเครื่องมือไว้ท้ายประโยค
- This is what we use to pick up the hot pan with.
- This is what we use with to pick up the hot pan.
- This is the glove what we use to pick up the hot pan with.
ดูคำตอบ
This is what we use to pick up the hot pan with.
and you'll be able to see the barramundi come up and
0:53และคุณก็จะเห็น barramundi ว่ายขึ้นมา แล้วก็
you'll be able to ... and you'll be able to ...: ความสามารถในอนาคตสองอย่างในโครงสร้างคู่ขนาน
โครงสร้างที่พูดซ้ำ you'll be able to + คำกริยารูปพื้นฐาน แสดงความสามารถสองอย่างที่จะทำได้หลังจากเปลี่ยนการตั้งค่า ได้แก่ focus และ see หลัง be able to ต้องใช้คำกริยารูปพื้นฐาน จึงใช้ focus และ see การพูด you'll be able to ซ้ำก่อนคำกริยาตัวที่สองทำให้เกิดโครงสร้างคู่ขนานที่ชัดเจน ช่วยแยกผลลัพธ์ในอนาคตสองอย่างและเน้นแต่ละอย่าง ส่วนรูปที่กระชับกว่า you'll be able to focus on that and see the fish come up ใช้โครงสร้างเดียวร่วมกันสำหรับคำกริยาทั้งสองตัว
แบบฝึกหัด
เติมโครงสร้างคู่ขนานที่บอกความสามารถในอนาคตทั้งสองชุดด้วยวลีสามคำเดียวกัน: After the camera is adjusted, you'll ____ focus on the screen, and you'll ____ see the fish clearly.
ดูคำตอบ
be able to · be able to
Are they like increasing the chest cavity somehow?
1:48มันขยายช่องอกของตัวเองหรืออะไรทำนองนั้นหรือเปล่า?
buccal cavity: ศัพท์เฉพาะที่หมายถึงช่องปาก
Buccal cavity เป็นศัพท์เฉพาะทางกายวิภาคศาสตร์และชีววิทยาที่หมายถึงพื้นที่ภายในปาก ในประโยคนี้ or the mouth เป็นการอธิบายศัพท์เฉพาะดังกล่าวซ้ำทันทีด้วยภาษาอังกฤษทั่วไป รูปแบบ “ศัพท์เฉพาะ + or + คำที่คุ้นเคย” ช่วยให้ผู้พูดนำเสนอคำศัพท์ที่แม่นยำโดยไม่ต้องหยุดการอธิบาย ในที่นี้ cavity หมายถึงพื้นที่ภายใน ไม่ใช่ช่องอกหรือช่องภายในร่างกายทั้งหมดของปลา
แบบฝึกหัด
ในคำอธิบายทางชีววิทยานี้ buccal cavity หมายถึงอะไร?
- พื้นผิวด้านนอกของเหงือก
- พื้นที่ภายในช่องอก
- พื้นที่ภายในปาก
ดูคำตอบ
พื้นที่ภายในปาก
operculum ... gill flaps: ศัพท์ คำอธิบาย และรูปเอกพจน์พหูพจน์
Operculum เป็นศัพท์กายวิภาคศาสตร์ที่หมายถึงแผ่นหรือฝาที่ขยับได้ซึ่งปิดอยู่เหนือเหงือกของปลา ผู้พูดอธิบายต่อทันทีด้วยคำว่า gill flaps เพื่อช่วยให้ผู้ฟังเชื่อมโยงชื่อเฉพาะทางกับคำบรรยายทั่วไป Operculum เป็นรูปเอกพจน์ ในภาษาอังกฤษมาตรฐานที่รอบคอบ ควรใช้ the operculum is the gill flap or gill cover หรือใช้รูปพหูพจน์ opercula are the gill flaps ส่วน which are ในคำบรรยายสะท้อนการพูดสดและไม่ควรนำไปใช้ตามในงานเขียนทางการ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดให้คำจำกัดความเดียวกันและใช้รูปเอกพจน์หรือพหูพจน์ได้ถูกต้องตามมาตรฐาน?
- The operculum are the gill flaps.
- The operculum is the gill flap.
- The opercula is the gill flap.
ดูคำตอบ
The operculum is the gill flap.
So they're basically creating a vacuum in behind it.
1:59ดังนั้นโดยพื้นฐานแล้วมันกำลังสร้างสุญญากาศอยู่ด้านหลัง
and they'll push all the water that comes back out through the back of the gills.
2:13แล้วพวกมันก็จะดันน้ำทั้งหมดที่ดูดเข้ามาออกไปทางด้านหลังของเหงือก
Okay, I just had that moment where I figured it out. กริยาวลี
2:20โอเค ผมเพิ่งจะถึงบางอ้อเมื่อกี้นี้เอง
figured it out: คิดจนเข้าใจแล้ว
ในประโยคนี้ figured it out หมายถึง เข้าใจได้หลังจากใช้ความคิด ผู้พูดพบคำตอบแล้ว ดังนั้นวลีนี้จึงบอกถึงช่วงเวลาที่เกิดความเข้าใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน Figure out เป็นกริยาวลีที่แยกคำได้ ถ้ากรรมเป็นคำนาม สามารถพูดว่า figure out the problem หรือ figure the problem out ได้ แต่ถ้าเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ตรงกลางเป็น figure it out
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปอดีตของกริยาวลีที่เน้นไว้: After trying three passwords, Maya finally ____.
ดูคำตอบ
figured it out
and if he doesn't get rid of that somehow, โน้ต
2:31และถ้ามันไม่กำจัดสิ่งนั้นออกไปด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง
get rid of: กำจัดสิ่งหรือผลกระทบที่ไม่ต้องการ
get rid of หมายถึงการทำให้สิ่งที่ไม่ต้องการหมดไปหรือไม่ส่งผลอีกต่อไป ในประโยคนี้ that หมายถึงโมเมนตัมของของไหลที่เคลื่อนเข้าด้านใน ดังนั้นปลาจึงต้องปล่อยหรือสลายโมเมนตัมนั้นออกไปด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง โครงสร้างตายตัวคือ get rid of + คำนามหรือคำสรรพนาม เช่น get rid of the waste และ get rid of it ต้องมี of เสมอ และ rid ในที่นี้ไม่ได้ใช้เป็นคำกริยาเดี่ยวตามปกติ
แบบฝึกหัด
ใช้ get rid of เติมประโยคให้สมบูรณ์: These broken chairs are unsafe, so we should ____ them.
ดูคำตอบ
get rid of
if he doesn't ... it'll ...: เงื่อนไขอนาคตที่เป็นไปได้จริง
นี่คือเงื่อนไขอนาคตที่เป็นไปได้จริง โดย if he doesn't get rid of that somehow เสนอเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้น และ it'll push him backwards บอกผลที่คาดว่าจะตามมา ผู้พูดกำลังอธิบายกลไกเหตุและผล ไม่ได้จินตนาการถึงสถานการณ์ที่ไม่เป็นจริง ใช้ present simple ในอนุประโยค if แม้ว่าเงื่อนไขจะเกี่ยวกับอนาคต และใช้ will ในอนุประโยคผลลัพธ์ Somehow หมายถึง ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง และขยายว่าเขาจะกำจัดสิ่งนั้นอย่างไร ไม่ได้ทำให้ผลที่คาดการณ์ไว้ไม่แน่นอน
แบบฝึกหัด
เติมเงื่อนไขอนาคตที่เป็นไปได้จริงด้วยรูปที่ถูกต้องของ cool down และ overheat: If the engine ____, it ____.
ดูคำตอบ
doesn't cool down · will overheat
after ... then: ระบุลำดับของการกระทำอย่างชัดเจน
after นำเสนอขั้นตอนที่เกิดขึ้นก่อน คือมันเอาสิ่งนั้นเข้าปาก ส่วน then นำผู้ฟังไปยังขั้นตอนถัดไป คือมันเปิดเหงือก เมื่อใช้ร่วมกัน ทั้งสองคำจะจัดลำดับคำอธิบายเป็น “ทำสิ่งนี้ก่อน แล้วจึงทำสิ่งนั้น” รูปแบบที่นำไปใช้ซ้ำได้คือ after + อนุประโยค, then + ประโยคหลัก after เป็นคำเชื่อมอนุประโยคที่ผูกกับเหตุการณ์ก่อนหน้า ส่วน then เป็นคำวิเศษณ์บอกลำดับที่ระบุสิ่งที่เกิดตามมา
แบบฝึกหัด
เติมคำบอกลำดับสองคำจากบทเรียนลงในคำแนะนำทีละขั้น: ____ the light turns green, ____ press the start button.
ดูคำตอบ
After · then
Shut up! ในฐานะคำอุทานแสดงความประหลาดใจ
ในที่นี้ Shut up! ไม่ใช่คำสั่งตามตัวอักษรให้อีกฝ่ายหยุดพูด แต่เป็นปฏิกิริยาแบบกันเองที่รุนแรง มีความหมายใกล้เคียงกับ No way! หรือ I can't believe it! และแสดงความประหลาดใจและตื่นเต้นอย่างฉับพลัน ผู้ฟังต้องพิจารณาน้ำเสียง ความสัมพันธ์ และสถานการณ์เพื่อแยกความหมายนี้ออกจากคำสั่งตรงตัว การตอบสนองต่อข้อมูลใหม่ด้วยท่าทีกระตือรือร้นและดีใจบ่งชี้ว่าเป็นความหมายเชิงอุทาน
แบบฝึกหัด
ในบริบทที่ตื่นเต้นนี้ Shut up! น่าจะสื่อความหมายใดมากที่สุด?
- เป็นคำอุทานที่แสดงความตื่นเต้นและไม่อยากเชื่อ
- เป็นคำสั่งตรงตัวให้อีกฝ่ายหยุดพูด
- เป็นการขอข้อมูลเพิ่มเติมอย่างใจเย็น
ดูคำตอบ
เป็นคำอุทานที่แสดงความตื่นเต้นและไม่อยากเชื่อ
I've been fishing my whole life: ระยะเวลาตลอดชีวิตที่ต่อเนื่องถึงปัจจุบัน
I've been fishing ใช้โครงสร้าง present perfect continuous คือ have + been + verb-ing เมื่อใช้ร่วมกับ my whole life จะนำเสนอการตกปลาว่าเป็นกิจกรรมที่เริ่มมานานแล้วและทำซ้ำหรือดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ได้หมายถึงการไปตกปลาเพียงครั้งเดียวในอดีตหรือการตกปลาอยู่ทุกขณะโดยไม่หยุดพัก ในบริบทนี้ การกล่าวว่ามีประสบการณ์มาตลอดชีวิตตัดกันอย่างชัดเจนกับการที่ผู้พูดยอมรับในภายหลังว่าไม่รู้ข้อเท็จจริงนั้น
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป present perfect continuous ของ play: ____ soccer my whole life, and I still practice every weekend.
ดูคำตอบ
I've been playing
fish have a very complex mouth where they can throw the jaws forward. การใช้คำ
3:15ปลามีปากที่ซับซ้อนมากซึ่งสามารถยืดขากรรไกรไปข้างหน้าได้
throw the jaws forward: การยื่นขากรรไกรไปข้างหน้าอย่างฉับพลัน
ในที่นี้ throw หมายถึง “ขับหรือสะบัดให้เคลื่อนที่อย่างฉับพลัน” ไม่ใช่ “โยนแล้วปล่อยไป” ปลาเหยียดขากรรไกรที่ยังติดอยู่กับลำตัวออกไปอย่างรวดเร็ว และ forward ระบุทิศทางของการเคลื่อนไหว รูปแบบ throw + กรรม + ทิศทาง สามารถบรรยายการเคลื่อนไหวที่ฉับพลันและมีแรงโดยไม่ได้หมายความว่าปล่อยวัตถุนั้นออกไป เช่น throw your shoulders back บริบทของการเคลื่อนไหวทางกายภาพช่วยให้ทราบว่า throw ใช้ในความหมายที่ขยายออกมานี้เมื่อใด
แบบฝึกหัด
ในประโยคนี้ throw the jaws forward หมายความว่าอย่างไร
- ถอดขากรรไกรออกแล้วโยนทิ้ง
- หันลำตัวทั้งหมดไปในทิศทางตรงข้าม
- ยื่นขากรรไกรออกไปทางเหยื่ออย่างรวดเร็ว
ดูคำตอบ
ยื่นขากรรไกรออกไปทางเหยื่ออย่างรวดเร็ว
at the last moment you have this very complex mouth with all these bones that just opens up.
3:20ในวินาทีสุดท้าย คุณจะเห็นปากที่ซับซ้อนและเต็มไปด้วยกระดูกเหล่านี้เปิดออก
instead of + -ing สำหรับบอกการกระทำที่ถูกแทนที่
instead of นำหน้าการกระทำที่ไม่ได้ใช้จริง คือ throwing the whole body mass forward เนื่องจาก of เป็นคำบุพบท คำกริยาที่แสดงการกระทำตามหลังจึงมักอยู่ในรูป -ing: instead of + verb-ing จากนั้นอนุประโยคหลักจะเสนอทางเลือกที่เกิดขึ้นจริง คือปากเปิดออกและลดระยะห่าง โครงสร้างนี้จัดลำดับคำอธิบายโดยบอกวิธีที่ไม่ได้เลือกก่อน แล้วจึงบอกวิธีที่เลือกหรือผลลัพธ์
แบบฝึกหัด
ใช้รูป -ing ของ throw the whole body mass forward เพื่อเติมประโยคให้สมบูรณ์: Instead of ____, the fish moves only its jaws forward.
ดูคำตอบ
throwing the whole body mass forward
a lot quicker and a lot easier: เร็วขึ้นมากและง่ายขึ้นมาก
ในที่นี้ a lot ขยายคำคุณศัพท์ขั้นกว่า quicker และ easier ทั้งคู่ เมื่ออยู่หน้าคำขั้นกว่า a lot หมายถึง “มากกว่าอย่างมาก” หรือ “ในระดับที่มาก” จึงสื่อว่าทั้งสองด้านดีขึ้นอย่างชัดเจน การใช้ a lot ซ้ำสร้างโครงสร้างคู่ขนานแบบ a lot + คำขั้นกว่า and a lot + คำขั้นกว่า ทำให้ติดตามเกณฑ์การประเมินทั้งสองด้านได้ง่ายและเน้นทั้งสองด้านเท่า ๆ กัน
แบบฝึกหัด
เติมประโยคโดยใช้ a lot ซ้ำเพื่อเน้นการเปรียบเทียบทั้งสองส่วน: The new route is ____ shorter and ____ safer than the old one.
ดูคำตอบ
a lot · a lot
doesn't have to accelerate: ไม่จำเป็นต้องเร่งความเร็ว
ใน doesn't have to accelerate โครงสร้าง doesn't have to + กริยารูปพื้นฐาน แสดงว่าไม่มีความจำเป็น ปลาตัวนี้ไม่จำเป็นต้องเร่งทั้งลำตัว โครงสร้างนี้ไม่ได้หมายความว่าทำเช่นนั้นไม่ได้หรือไม่ได้รับอนุญาต ใช้ do หรือ does not have to + กริยารูปพื้นฐานเมื่อไม่มีข้อบังคับ ถ้าประธานเป็น he, she หรือ it ให้ใช้ doesn't have to ส่วน I, you, we หรือ they ใช้ don't have to
แบบฝึกหัด
พิจารณาการใช้ถ้อยคำ: กฎของพิพิธภัณฑ์ห้ามแตะต้องสิ่งจัดแสดง “Visitors don't have to touch the exhibits” สื่อกฎนี้ได้ถูกต้องหรือไม่?
- ใช่ ประโยคนี้หมายความอย่างชัดเจนว่าห้ามแตะต้อง
- ไม่ใช่ ประโยคนี้เพียงหมายความว่าไม่จำเป็นต้องแตะ กฎต้องใช้ mustn't หรือ must not
ดูคำตอบ
ไม่ใช่ ประโยคนี้เพียงหมายความว่าไม่จำเป็นต้องแตะ กฎต้องใช้ mustn't หรือ must not
suction feeding: กลไกการกินอาหารทางชีววิทยา
“Suction feeding” เป็นศัพท์ชีววิทยาที่หมายถึงการจับอาหารโดยขยายปากหรือบริเวณคออย่างรวดเร็ว การขยายนี้ทำให้ความดันลดลงและเกิดกระแสน้ำที่พาเหยื่อเข้าไปในปาก ในคำนามประสมนี้ suction หมายถึงกลไกทางกายภาพ ส่วน feeding หมายถึงการหาอาหารกิน ไม่ได้หมายความว่ามีคนกำลังให้อาหารสัตว์อยู่
แบบฝึกหัด
เติมศัพท์วิทยาศาสตร์ในประโยคภาษาอังกฤษให้สมบูรณ์: A fish rapidly expands its mouth, creating water flow that pulls prey inside. This mechanism is called ____.
ดูคำตอบ
suction feeding
only a few fish actually suck their prey in,
3:52มีปลาแค่ไม่กี่ชนิดเท่านั้นที่ดูดเหยื่อของมันเข้าไปจริง ๆ
teeth as such: ขอบเขตของประเภทในความหมายอย่างเคร่งครัด
เมื่อวาง “as such” หลังคำนาม วลีนี้อาจหมายถึง “ในความหมายที่เคร่งครัดหรือเป็นแบบฉบับของหมวดหมู่นั้น” ใน “don’t have teeth as such” ผู้พูดบอกอย่างระมัดระวังว่าปลาไม่มีโครงสร้างที่นับเป็นฟันธรรมดาได้อย่างแท้จริง แม้อาจมีโครงสร้างคล้ายฟันหรือใช้จัดการอาหารก็ตาม การใช้หลังคำนามแบบนี้แสดงขอบเขตของการจัดประเภท ในบริบทนี้ไม่ใช่คำเชื่อมต้นประโยค “As such” ที่หมายถึง “ดังนั้น”
แบบฝึกหัด
ในประโยคภาษาอังกฤษ “The device has no buttons as such, but the raised areas respond to touch,” คำว่า as such หมายถึงอะไร
- ไม่มีสิ่งใดที่นับเป็นปุ่มแบบทั่วไปได้อย่างเคร่งครัด
- กล่าวว่าบริเวณที่นูนมีชื่อเรียกตามตัวอักษรว่าปุ่ม
- หมายความว่าอุปกรณ์ไม่มีปุ่มอันเป็นผลจากสิ่งที่กล่าวไว้ก่อนหน้า
ดูคำตอบ
ไม่มีสิ่งใดที่นับเป็นปุ่มแบบทั่วไปได้อย่างเคร่งครัด
dissipate momentum ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์
ในที่นี้ dissipate momentum หมายถึงการกระจายและพาโมเมนตัมออกไป เพื่อให้แรงผลักที่รวมตัวอยู่มีผลอ่อนลง น้ำที่ไหลออกเป็นตัวถ่ายโอนโมเมนตัมออกไป ไม่ได้ทำให้โมเมนตัมหายไปในทันที นี่เป็นคำที่ใช้คู่กันเชิงเทคนิคระหว่างคำกริยากับคำนาม โดย dissipate รับปริมาณทางฟิสิกส์ที่เป็นนามธรรมเป็นกรรม ในคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์ dissipate บอกว่าผลทางกายภาพที่รวมตัวอยู่กำลังกระจายหรือถูกถ่ายโอนไป ทำให้ผลเฉพาะบริเวณลดลง
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยคำกริยาและคำนามเชิงเทคนิคที่เรียนในบทนี้: Engineers added a drag system to help the test vehicle ____ before landing.
ดูคำตอบ
dissipate momentum
James Cook University just taught me something about how fish eat.
4:18James Cook University เพิ่งสอนผมเกี่ยวกับการกินอาหารของปลา
work on: มีประสิทธิภาพต่อเป้าหมาย
ในที่นี้ work on หมายถึงมีประสิทธิภาพเมื่อนำไปใช้กับเป้าหมาย หรือทำงานได้เมื่อประยุกต์ใช้กับเป้าหมายนั้น this หมายถึงกลไกการกินอาหารและการไหลของน้ำ ส่วนปลาทองคือเป้าหมายที่นำมาใช้ทดสอบว่ากลไกนี้ใช้ได้หรือไม่ โครงสร้างที่มีประโยชน์คือ วิธี อุปกรณ์ หรือสาร + work on + เป้าหมาย ส่วน like ที่ปรากฏสองครั้งเป็นคำเติมในภาษาพูด ไม่ใช่ส่วนหนึ่งของ work on
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Does this spray work on coffee stains? work on ในที่นี้หมายถึงอะไร
- ทำงานร่วมกับคราบกาแฟ
- มีประสิทธิภาพต่อคราบกาแฟ
- ใช้เวลาทำความสะอาดหรือปรับปรุงสเปรย์
ดูคำตอบ
มีประสิทธิภาพต่อคราบกาแฟ
and dissipate that over the pectoral fin.
4:30และปล่อยให้น้ำไหลผ่านเหนือครีบอกเพื่อสลายโมเมนตัมนั้น
Have you caught anything yet? — Present perfect กับ yet
ใน Have you caught anything yet? นั้น have + caught เป็นโครงสร้าง present perfect ซึ่งมองย้อนตลอดช่วงเวลาที่ยังไม่สิ้นสุด ตั้งแต่เริ่มตกปลาจนถึงตอนนี้ และถามว่าในช่วงนั้นตกอะไรได้หรือไม่ คำว่า yet ที่ท้ายคำถามแบบเป็นกลางนี้หมายถึง “จนถึงตอนนี้” ผู้ถามยังไม่รู้คำตอบ และไม่ได้ยืนยันว่าผู้ฟังยังตกอะไรไม่ได้เลย
แบบฝึกหัด
ทีมอาจทำงานเสร็จแล้วหรืออาจยังไม่เสร็จ จงเติมคำถามแบบเป็นกลางที่ถามถึงผลจนถึงตอนนี้ให้สมบูรณ์: Have they completed the task ____?
ดูคำตอบ
yet
wish we had ... — ความปรารถนาที่ไม่ตรงกับความจริงในปัจจุบัน
ใน wish we had an audiobook นั้น wish ตามด้วยอนุประโยคที่ใช้รูปอดีต คำว่า had ในที่นี้ไม่ได้วางเหตุการณ์ไว้ในอดีต แต่แสดงระยะห่างจากความเป็นจริงในปัจจุบัน โดยเข้าใจได้ว่าตอนนี้ไม่มีหนังสือเสียง โครงสร้าง wish + ประธาน + simple past ใช้แสดงสภาพในปัจจุบันที่ผู้พูดอยากให้แตกต่างออกไป ส่วน Do you wish ...? ใช้ถามว่าผู้ฟังมีความปรารถนาที่ไม่ตรงกับความเป็นจริงในปัจจุบันเช่นเดียวกันหรือไม่
แบบฝึกหัด
ในสำนักงานไม่มีห้องเงียบ ๆ จงใช้รูปอดีตของ have เพื่อเติมความปรารถนาเกี่ยวกับปัจจุบันที่ไม่ตรงกับความจริงให้สมบูรณ์: I wish the office ____ a quiet room.
ดูคำตอบ
had
โครงสร้าง keep + -ing: Keep reeling
keep + คำกริยารูป -ing ใช้บอกให้ใครบางคนทำสิ่งที่กำลังทำอยู่ต่อไป ใน Keep reeling it in ผู้พูดกำลังบอกอีกฝ่ายว่าอย่าหยุดหมุนรอกเก็บสาย โครงสร้างคือ keep + คำกริยาแสดงการกระทำรูป -ing ดังนั้นต้องพูดว่า keep reeling ไม่ใช่ keep reel หรือ keep to reel
แบบฝึกหัด
ใช้คำกริยา climb เติมคำสั่งให้สมบูรณ์: Keep ____ until you reach the top.
ดูคำตอบ
climbing
กริยาวลีแบบแยกได้ reel it in
reel something in หมายถึงการหมุนรอกเพื่อให้สายเบ็ด และโดยมากรวมถึงปลาที่ติดเบ็ด เคลื่อนเข้ามาหาตัวผู้ตกปลา ในประโยคนี้ it หมายถึงสิ่งที่กำลังถูกหมุนเก็บเข้ามา คือสายเบ็ดหรือปลาที่ติดอยู่กับสาย reel in เป็นกริยาวลีแบบแยกได้ เมื่อกรรมเป็นคำสรรพนาม ต้องวางไว้ระหว่างคำกริยากับคำอนุภาค: reel it in ไม่ใช่ reel in it แต่ถ้ากรรมเป็นคำนาม ใช้ได้ทั้ง reel in the line และ reel the line in
แบบฝึกหัด
ปลาติดเบ็ดแล้ว เติมคำสั่งให้สมบูรณ์โดยใช้กริยาวลี reel in และคำสรรพนาม it: Reel ____.
ดูคำตอบ
it in
Let's let him eat: การชวน + let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
Let's เป็นรูปย่อของ let us ใช้เสนอสิ่งที่ผู้พูดและคนอื่น ๆ ควรทำร่วมกัน มีความหมายว่า “เราทำแบบนี้กันเถอะ” let ตัวที่สองหมายถึง “อนุญาตให้” หรือ “ปล่อยให้” โดยใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน เช่น let him eat หลัง him ต้องใช้ eat ไม่ใช่ to eat
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอสิ่งที่จะทำร่วมกันได้ถูกต้องและใช้โครงสร้าง let + กรรม + กริยารูปพื้นฐาน
- Let us Maya choose the movie.
- Let's let Maya choose the movie.
- Let's let Maya to choose the movie.
ดูคำตอบ
Let's let Maya choose the movie.
gets pulled: รูปถูกกระทำด้วย get ในภาษาพูด
ใน gets pulled โครงสร้าง get + กริยาช่องสามสร้างรูปถูกกระทำ น้ำเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำจากแรงดึง ไม่ใช่สิ่งที่ไปดึงอย่างอื่น เมื่อเทียบกับ is pulled แล้ว gets pulled เน้นเหตุการณ์และการเคลื่อนไหวมากกว่า และฟังเป็นภาษาพูดกว่า จึงช่วยให้นึกภาพตอนที่น้ำเคลื่อนเข้าไปในปากได้ชัดเจน
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้รูปถูกกระทำด้วย get เพื่อแสดงว่าพัสดุเป็นสิ่งที่ได้รับการกระทำ
- The driver gets the package before noon.
- The package gets delivered before noon.
- The package delivers before noon.
ดูคำตอบ
The package gets delivered before noon.
Hold on tight: จับให้แน่นในคำสั่งเพื่อความปลอดภัย
ในคำสั่งเพื่อความปลอดภัยนี้ hold on หมายถึงการจับสิ่งใดสิ่งหนึ่งไว้จริง ๆ และ tight ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์ในความหมายว่า “อย่างแน่นหนา” เมื่อรวมกัน Hold on tight จึงเป็นการบอกให้อีกฝ่ายอย่าปล่อยมือเมื่อกำลังจะมีการเคลื่อนไหวหรืออันตราย บริบทเป็นตัวกำหนดความหมายตรงที่เป็นการกระทำนี้ ในการคุยโทรศัพท์หรือการสนทนา hold on เพียงอย่างเดียวอาจหมายถึง “รอก่อน” แต่ tight ร่วมกับสถานการณ์ที่มีการเคลื่อนไหวทางกายทำให้ชัดเจนว่าหมายถึง “จับให้แน่น”
แบบฝึกหัด
เติมคำสั่งเพื่อความปลอดภัยด้วยสำนวนจากบทเรียน: The ride is about to start. ____ to the handle.
ดูคำตอบ
Hold on tight
If you are interested in supporting more fishing trips and more episodes of Smarter Every Day,
5:24หากคุณสนใจที่จะสนับสนุนทริปตกปลาและตอนต่าง ๆ ของ Smarter Every Day ให้มากขึ้น
you can support us by going to audible.com/smarter and getting a free audiobook.
5:29คุณสามารถสนับสนุนเราได้โดยไปที่ audible.com/smarter และรับหนังสือเสียงฟรี
Does that sound good to you?: ใช้ตรวจสอบว่าข้อเสนอนั้นเหมาะสมหรือไม่
ใน Does that sound good to you? คำว่า sound เป็นกริยาเชื่อมที่หมายถึง “ดูเหมือนจากความรู้สึกที่แนวคิดนั้นให้” that ชี้ไปยังข้อเสนอ และ to you ระบุว่าความคิดเห็นของใครเป็นสิ่งสำคัญ ผู้พูดไม่ได้ถามเรื่องคุณภาพเสียง แต่กำลังถามอย่างนุ่มนวลว่าอีกฝ่ายมองว่าข้อเสนอนั้นเหมาะสมหรือไม่ พร้อมเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายเห็นด้วย แสดงข้อกังวล หรือเสนอทางเลือกอื่น
แบบฝึกหัด
เมื่อผู้พูดเสนอแผนแล้วถาม Does that sound good to you? ผู้พูดกำลังทำอะไร
- ถามว่าเสียงดังพอหรือไม่
- ขอให้ผู้ฟังพูดข้อเสนอนั้นซ้ำ
- ถามอย่างสุภาพว่าแผนที่เสนอไปดูเหมาะสมหรือไม่
- สั่งให้อีกฝ่ายยอมรับแผนทันที
ดูคำตอบ
ถามอย่างสุภาพว่าแผนที่เสนอไปดูเหมาะสมหรือไม่
So if you're interested in helping Smarter Every Day,
5:43ดังนั้นหากคุณสนใจที่จะช่วยเหลือ Smarter Every Day
real good: real แบบไม่เป็นทางการที่หมายถึง really
ใน real good คำว่า real ทำหน้าที่เป็นคำวิเศษณ์บอกระดับแบบไม่เป็นทางการ มีความหมายเท่ากับ really หรือ very โดยขยาย good เพื่อเน้นการประเมินในทางบวก ไม่ใช่คำคุณศัพท์อีกคำหนึ่งที่แยกไปขยาย thing รูปแบบการใช้คำวิเศษณ์โดยไม่เติม -ly นี้พบได้บ่อยในบทสนทนาสบาย ๆ โดยเฉพาะในภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน โครงสร้างที่นำไปใช้ต่อได้คือ real + คำคุณศัพท์ เช่น real nice หรือ real easy เมื่อเหมาะกับน้ำเสียงแบบไม่เป็นทางการ
แบบฝึกหัด
ฟังประโยคภาษาอังกฤษแล้วเลือกถ้อยคำตรงตามที่ได้ยิน สังเกตว่า good ตามหลัง real ทันที หรือ really เพิ่มพยางค์ไม่เน้นเสียงขึ้นมาอีกหนึ่งพยางค์
- It'd be a real good thing.
- It'd be a really good thing.
ดูคำตอบ
It'd be a real good thing.