วันหิมะตกของเปปป้าพิก 🐷☃️ นิทานเปปป้าพิก: บทเรียนภาษาอังกฤษ
Peppa Pig - Official Channel
ภาพรวมวิดีโอ: เป๊ปป้าและเพื่อน ๆ ยังเล่นหิมะต่อแม้แด๊ดดี้พิกจะเตือนแบบขำ ๆ ต่อมาพวกเขาเข้าใจผิดว่าแด๊ดดี้พิกที่มีหิมะปกคลุมเป็นปีศาจหิมะ ก่อนที่ทุกคนจะกลับเข้าบ้านไปดื่มช็อกโกแลตร้อนด้วยกัน ประเด็นภาษาอังกฤษสำคัญ: 1. having lots of fun playing — วลีสำเร็จรูปและคำที่ใช้ร่วมกัน: เรียนรู้รูปแบบภาษาพูดที่เป็นธรรมชาติ have fun doing something เพื่อบอกว่าคนหนึ่งกำลังสนุกกับกิจกรรมที่ทำอยู่ ช่วยหลีกเลี่ยงการแปลทีละคำหรือใช้โครงสร้างที่ไม่เป็นธรรมชาติเท่าอย่าง very happy to play 2. aren't worried about / at all. — ไวยากรณ์และรูปแบบประโยค: สังเกตว่า be worried about ใช้บอกสิ่งที่กังวล ส่วน at all ช่วยเน้นความหมายของประโยคปฏิเสธ เมื่อใช้ร่วมกันจึงสื่อว่าเด็ก ๆ ไม่ได้กังวลเลยว่าจะกลายเป็นปีศาจหิมะ 3. Even snow monsters — สัมพันธสาร การเล่าเรื่อง และวาทศิลป์: เข้าใจว่า Even ใช้นำสิ่งที่เหนือความคาดหมายหรือจงใจกล่าวเกินจริง ตอนจบคำนี้ย้อนถึงเหตุเข้าใจผิดเรื่องปีศาจหิมะ และทำให้คำพูดเกี่ยวกับช็อกโกแลตร้อนเป็นมุกปิดเรื่อง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงใหม่ตามตัวอักษร
คำอธิบายในบทเรียนนี้
Peppa is having lots of fun playing in the snow with her friends. วลี
0:06เปปป้ากำลังสนุกกับการเล่นหิมะกับเพื่อนๆ ของเธออย่างมาก
having lots of fun playing: โครงสร้าง have lots of fun + -ing
have lots of fun doing something หมายถึง สนุกมากกับการทำบางอย่าง ในประโยคนี้ having lots of fun playing บอกว่าการเล่นหิมะทำให้ Peppa สนุกมาก คำกริยารูป -ing หลัง fun ระบุว่ากิจกรรมที่สนุกคืออะไร playing ไม่ใช่กริยา present continuous ตัวที่สอง แต่เป็นส่วนที่เติมโครงสร้าง have lots of fun + -ing ให้สมบูรณ์
แบบฝึกหัด
ใช้ have lots of fun + -ing เติมประโยคให้สมบูรณ์: Yesterday, the children ____ a sandcastle at the beach.
ดูคำตอบ
had lots of fun building
But every game they play seems to cover them in cold snow. ไวยากรณ์
0:16แต่ทุกเกมที่พวกเขาเล่นดูเหมือนจะทำให้พวกเขาปกคลุมไปด้วยหิมะเย็นเฉียบ
every game they play: การละคำเชื่อมอนุประโยคสัมพัทธ์ที่เป็นกรรม
every game they play มีความหมายเหมือน every game that they play คือทุกเกมที่พวกเขาเล่น คำว่า they play อยู่หลัง game เพื่อบอกว่าหมายถึงเกมใด ในรูปเต็ม that เป็นกรรมของ play ซึ่งมองได้จาก they play that game เนื่องจากคำเชื่อมอนุประโยคสัมพัทธ์ที่เป็นกรรมมักละได้ every game they play จึงเป็นรูปที่เป็นธรรมชาติ ส่วน they play เป็นส่วนหนึ่งของนามวลี ไม่ใช่อีกประโยคหนึ่ง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้อนุประโยคสัมพัทธ์ที่ละคำเชื่อมซึ่งทำหน้าที่เป็นกรรม
- Every photo we took it came out clearly.
- Every photo we took came out clearly.
- Every photo that we took came out clearly.
ดูคำตอบ
Every photo we took came out clearly.
seems to cover: seem to + คำกริยารูปพื้นฐาน
โครงสร้าง seem to + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้พูดถึงสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นจริงจากสิ่งที่สังเกตเห็น ไม่ได้ยืนยันว่าเป็นข้อเท็จจริงที่แน่นอน ในประโยคนี้ seems to cover หมายความว่าแต่ละเกมดูเหมือนจะส่งผลให้ตัวพวกเขาปกคลุมไปด้วยหิมะ เมื่อประธานเป็นคนหรือสิ่งของหนึ่งคนหรือหนึ่งสิ่ง เช่น every game คำว่า seem จะเปลี่ยนเป็น seems ส่วนคำกริยาหลัง to ยังคงเป็นรูปพื้นฐาน จึงใช้ seems to cover ไม่ใช่ seems to covers หรือ seems covering
แบบฝึกหัด
เติมประโยคให้สมบูรณ์โดยใช้ seem to + know และจำไว้ว่า Mia เป็นคนหนึ่งคน: From her quick reply, Mia ____ the answer.
ดูคำตอบ
seems to know
covered in snow: be covered in + สิ่งที่ปกคลุมพื้นผิว
โครงสร้าง be covered in + สิ่งที่ปกคลุมพื้นผิว หมายถึงมีสิ่งนั้นอยู่ทั่วพื้นผิวของคนหรือสิ่งของ ในประโยคนี้ you're covered in snow บรรยายสภาพที่มองเห็นของเปปป้า คือมีหิมะอยู่ทั่วตัวเธอ covered เป็นรูป past participle ของ cover แต่จุดสำคัญในที่นี้คือสภาพที่เกิดขึ้น ไม่ใช่การที่เปปป้ากำลังเอาตัวเองไปปกคลุมสิ่งอื่น โครงสร้างเดียวกันนี้ใช้กับสิ่งต่าง ๆ เช่น mud, dust หรือ paint ได้
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูป simple past ของ be covered in: After the muddy walk, his boots ____ mud.
ดูคำตอบ
were covered in
I think it's time to come inside and warm up. โน้ต
0:32พ่อคิดว่าถึงเวลาต้องเข้าข้างในแล้วทำตัวให้อุ่นได้แล้วล่ะ
it's time to come inside: คำเตือนอย่างนุ่มนวลให้ลงมือทำ
It's time to + คำกริยารูปพื้นฐาน หมายความว่าถึงเวลาที่เหมาะสมสำหรับการกระทำหนึ่งแล้ว ในประโยคนี้ it's time to come inside ระบุสิ่งที่ควรทำต่อไป ส่วน time ไม่ได้ใช้เพียงเพื่อบอกเวลาเท่านั้น I think ทำให้คำเตือนฟังดูตรงน้อยลง เมื่อรวมเป็น I think it's time to... จะฟังดูนุ่มนวลกว่าคำสั่งตรง ๆ แต่ยังคงชี้นำให้ผู้ฟังกระทำสิ่งนั้น
แบบฝึกหัด
ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่าถึงเวลาออกไปโรงเรียนแล้ว
- It's time to leave for school.
- It's time to leaving for school.
- It's time leaving for school.
ดูคำตอบ
It's time to leave for school.
warm up: อุ่นขึ้นหลังจากรู้สึกหนาว
Warm up ในที่นี้เป็นคำกริยาไม่ต้องการกรรม หมายถึงร่างกายอุ่นขึ้นหลังจากรู้สึกหนาว เด็ก ๆ ถูกเรียกให้เข้าไปข้างในเพื่อให้ร่างกายอุ่นขึ้น ส่วน up เป็นส่วนหนึ่งของกริยาวลี ไม่ได้บอกทิศทาง ในบริบทของการออกกำลังกาย warm up อาจหมายถึงการเตรียมร่างกายด้วยกิจกรรมเบา ๆ บริบทรอบข้างจะบอกว่าเป็นการทำให้ร่างกายอุ่นขึ้นหรือการเตรียมตัวออกกำลังกาย
แบบฝึกหัด
เติมกริยาวลีที่หมายถึง “อุ่นขึ้น” ลงในประโยค: After the snowy walk, we sat by the heater to ____.
ดูคำตอบ
warm up
Or you'll... เพื่อบอกผลของการไม่ทำตาม
Or ที่ต้นประโยคนี้หมายถึง “ไม่อย่างนั้น” โดยเชื่อมกลับไปยังคำแนะนำก่อนหน้า และบอกว่าอาจเกิดอะไรขึ้นหากผู้ฟังไม่ทำตาม Or you'll... จึงเข้าใจได้ว่าเป็น If you don't, you'll.... ผลที่ว่าจะ “กลายเป็นปีศาจหิมะ” เป็นการพูดเกินจริงแบบขำ ๆ แต่โครงสร้าง คำสั่ง + or + ผลที่ตามมา แบบเดียวกันนี้ก็ใช้เตือนอย่างจริงจังได้เช่นกัน
แบบฝึกหัด
อ่านประโยคนี้: Come inside, or you'll get cold. ข้อความ or you'll get cold สื่อถึงอะไร?
- เหตุการณ์ที่ไม่เกี่ยวข้องซึ่งเกิดขึ้นต่อมา
- ผลของการไม่เข้ามาข้างใน
- สองตัวเลือกที่เท่าเทียมกันเกี่ยวกับการเข้ามาข้างใน
ดูคำตอบ
ผลของการไม่เข้ามาข้างใน
turn into a snow monster: เปลี่ยนและกลายเป็นสิ่งอื่น
Turn into + นามวลี หมายถึง “เปลี่ยนแล้วกลายเป็นสิ่งหรือสภาพนั้น” วลีหลัง into จะบอกผลของการเปลี่ยนแปลง ดังนั้น turn into a snow monster จึงหมายถึงกลายเป็นปีศาจหิมะ การเปลี่ยนแปลงในที่นี้เป็นมุกที่จินตนาการขึ้นและพูดเกินจริง ในประโยคนี้ turn into ไม่ได้หมายถึงการหันตัวไปทางสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง
แบบฝึกหัด
เติมสำนวนสองคำที่หมายถึง “กลายเป็น” ให้ประโยคสมบูรณ์: A caterpillar can ____ a butterfly.
ดูคำตอบ
turn into
Can we play for 5 more minutes? — ขออนุญาตเล่นต่ออีกหน่อย
Can we play...? ใช้รูป Can we...? เพื่อขออนุญาต ผู้พูดต้องการให้กลุ่มที่รวมตัวเองอยู่ด้วยได้รับอนุญาตให้เล่นต่อ ไม่ได้ถามว่าพวกเขามีความสามารถในการเล่นหรือไม่ for 5 more minutes ระบุระยะเวลาเพิ่มเติมที่ขอ เมื่อพูดถึงระยะเวลา โครงสร้าง “ตัวเลข + more + หน่วยเวลา” หมายถึงเวลาเพิ่มอีกตามจำนวนนั้น เช่น five more minutes
แบบฝึกหัด
ประโยคใดขออนุญาตอยู่ต่ออีกสิบนาทีได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- Can we stay for more ten minutes?
- Can we stay for ten more minutes?
- Do we stay for ten more minutes?
ดูคำตอบ
Can we stay for ten more minutes?
all right then — ยอมรับคำขอ
All right then ใช้ตอบรับคำขอหรือข้อเสนอ โดยมีความหมายว่า “ตกลง ฉันยอมรับ” มักพูดหลังจากคิดสักครู่หรือเมื่อยอมผ่อนให้เล็กน้อย then ในที่นี้เชื่อมการตัดสินใจกับสิ่งที่เพิ่งพูดไป หมายถึง “ถ้าอย่างนั้น” หรือ “ในกรณีนั้น” ไม่ได้หมายความว่ามีเหตุการณ์อีกอย่างเกิดขึ้นเป็นลำดับถัดไป
แบบฝึกหัด
เพื่อนถามว่า “Can we leave at nine instead?” คุณคิดสักครู่แล้วตกลง คำตอบใดแสดงการยอมรับได้ดีที่สุด
- Right away.
- Not at all.
- All right then.
ดูคำตอบ
All right then.
Oh dear: คำอุทานแสดงความกังวลแบบเบา ๆ
“Oh dear.” เป็นคำอุทานตายตัวที่มีน้ำเสียงเบา ใช้แสดงความกังวล ความผิดหวัง หรือความรู้สึกว่ามีปัญหาเล็กน้อยเกิดขึ้น ในประโยคนี้ ผู้พูดใช้คำนี้เพื่อบอกเป็นนัยอย่างนุ่มนวลว่าบางอย่างอาจกำลังจะผิดพลาด คำว่า “dear” ตรงนี้ไม่ได้ใช้เรียกใคร ให้เข้าใจทั้งวลีว่าเป็นปฏิกิริยาเดียว โดยทั่วไปมีน้ำเสียงเบากว่าคำอุทานแรง ๆ อย่าง “Oh no!”
แบบฝึกหัด
สถานการณ์ใดเหมาะที่สุดที่จะพูดว่า “Oh dear.”?
- คุณกำลังถามชื่อคนแปลกหน้า
- คุณกำลังให้การอนุมัติสัญญาทางกฎหมายอย่างเป็นทางการ
- คุณทำชาหกเล็กน้อยและรู้สึกกังวลนิดหน่อย
ดูคำตอบ
คุณทำชาหกเล็กน้อยและรู้สึกกังวลนิดหน่อย
They aren't worried about turning into snow monsters at all. ไวยากรณ์
1:02พวกเขาไม่กังวลเรื่องการกลายเป็นสัตว์ประหลาดหิมะเลยสักนิด
aren't worried about ... at all: ไม่กังวลเลย
โครงสร้าง be + not + worried about + คำนามหรือคำกริยารูป -ing ... at all หมายถึง “ไม่กังวลเกี่ยวกับบางเรื่องเลย” ในที่นี้ aren't ทำหน้าที่เป็น be + not และ turning into snow monsters เป็นวลี -ing ที่อยู่หลัง about at all อยู่ในขอบเขตความหมายปฏิเสธของ aren't และช่วยเน้นการปฏิเสธว่าพวกเขาไม่กังวลเรื่องนี้เลย มักวางใกล้ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ และในที่นี้ไม่ได้หมายถึง “ทั้งหมด” หรือ “ทุกสิ่ง”
แบบฝึกหัด
เติมสองส่วนของ “worried about ... at all” เพื่อให้ประโยคหมายความว่า Mia ไม่กังวลเลย: Mia isn't ____ the test ____.
ดูคำตอบ
worried about · at all
Let's play snowballs: การชวนทำกิจกรรมร่วมกัน
Let's + คำกริยารูปพื้นฐาน ใช้เสนอให้ผู้พูดกับผู้ฟังทำบางอย่างร่วมกัน ใน Let's play snowballs ผู้พูดกำลังชวนคนอื่นมาเล่นด้วยกันโดยตัวผู้พูดก็เข้าร่วมด้วย ไม่ใช่สั่งให้คนอื่นเล่นกันเองโดยไม่มีผู้พูด Let's เป็นรูปย่อที่ใช้ทั่วไปของ let us ในโครงสร้างนี้ สามารถนำรูปแบบ Let's + คำกริยารูปพื้นฐานไปใช้ได้อีก เช่น Let's go, Let's eat หรือ Let's play
แบบฝึกหัด
ประโยคใดเสนอได้ถูกต้องให้ผู้พูดกับผู้ฟังเริ่มเกมด้วยกัน
- Let's start the game.
- Let's to start the game.
- Let's starting the game.
ดูคำตอบ
Let's start the game.
sounded like...: การคาดเดาจากเสียง
sound like หมายถึงดูหรือรู้สึกว่าคล้ายกันโดยอาศัยสิ่งที่ได้ยิน ใน It sounded like... ผู้พูดกำลังคาดเดาจากเสียงโดยยังไม่รู้แน่ชัดว่าเสียงนั้นมาจากอะไร sounded เป็นรูปอดีตเพราะได้ยินเสียงนั้นไปก่อนแล้ว like ในที่นี้หมายถึงคล้ายกับ ไม่ได้หมายถึงชอบ โดยปกติวลีนี้ต้องมีสิ่งเปรียบเทียบตามหลัง เช่น a bell หรือ someone knocking ส่วนจุดไข่ปลาแสดงว่าความคิดยังไม่จบหรือคำพูดขาดหายไป
แบบฝึกหัด
คุณได้ยินเสียงหึ่งแปลก ๆ แต่ไม่เห็นว่าเสียงมาจากไหน ประโยคใดบอกการคาดเดาจากเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
- It sounded a large insect.
- It looked like a large insect.
- It sounded like a large insect.
ดูคำตอบ
It sounded like a large insect.
Has anybody seen my glasses?:ถามหาเบาะแสเกี่ยวกับของที่หาย
Has anybody seen...? เป็นคำถามรูป present perfect ที่เป็นธรรมชาติเมื่อของหายหรือหาไม่เจอ ใช้ถามว่าจนถึงตอนนี้มีใครเคยเห็นของชิ้นนั้นและอาจรู้หรือไม่ว่ามันอยู่ที่ไหน จุดเน้นคือผลที่เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ผู้พูดต้องการเบาะแสในตอนนี้ ไม่ได้ถามถึงเวลาใดเวลาหนึ่งในอดีต และ seen คือ past participle ของ see ที่ใช้หลัง has
แบบฝึกหัด
เติมคำถามรูป present perfect ด้วย past participle ของ see: Has anybody ____ my blue notebook?
ดูคำตอบ
seen
Phew, the snow monster won't find us here. น้ำเสียง/เจตนา
1:51เฮ้อ สัตว์ประหลาดหิมะหาเราไม่เจอที่นี่หรอก
Phew: แสดงความโล่งอก
Phew เป็นคำอุทานที่แสดงความโล่งอกหลังจากความกังวล อันตราย หรือแรงกดดันลดลง ในประโยคนี้ ผู้พูดเชื่อว่าที่ซ่อนปลอดภัยและแสดงอารมณ์ออกมาก่อนอธิบายเหตุผล
แบบฝึกหัด
ในสถานการณ์ใด Phew! จะเป็นปฏิกิริยาแรกที่เป็นธรรมชาติที่สุด
- คุณพบหนังสือเดินทางที่คิดว่าทำหายไปแล้ว
- คุณอ่านรายการแรกในรายการซื้อของอย่างใจเย็น
- คุณเริ่มการประชุมประจำสัปดาห์ตามปกติ
ดูคำตอบ
คุณพบหนังสือเดินทางที่คิดว่าทำหายไปแล้ว
has found them: present perfect ที่เน้นผลในปัจจุบัน
has found เป็น present perfect มีโครงสร้าง has + กริยาช่อง past participle คือ found คำว่า find เป็นกริยาไม่ปกติ ดังนั้น past participle จึงเป็น found ไม่ใช่ find หรือ finded ในที่นี้ การค้นหาเป็นการกระทำที่เสร็จแล้วและผลยังสำคัญในตอนนี้ นั่นคือสัตว์ประหลาดหิมะรู้แล้วว่าพวกเขาอยู่ที่ไหน จุดเน้นอยู่ที่สถานการณ์ปัจจุบัน ไม่ใช่เวลาในอดีตที่จบไปแล้ว
แบบฝึกหัด
ใช้รูป present perfect ของ find เติมประโยคให้สมบูรณ์: The ranger ____ the missing hikers, so they can go home safely.
ดูคำตอบ
has found
I told you: การเตือนที่อาจฟังเหมือนตำหนิ
ในการตอบแบบนี้ I told you มีความหมายมากกว่าการบอกว่าเคยพูดอะไรกับอีกฝ่ายในอดีต โดยเป็นการเตือนผู้ฟังว่าผู้พูดเคยพูดเรื่องนี้แล้ว และตอนนี้เชื่อว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพิสูจน์ว่าตนพูดถูก คล้ายกับคำว่า “บอกแล้วไง” น้ำเสียงอาจทำให้ฟังดูหยอกล้อหรือพอใจที่ตนพูดถูก แต่ก็อาจมีความตำหนิเล็กน้อยว่าผู้ฟังควรจำหรือเชื่อสิ่งที่พูดไว้ก่อนหน้านี้
แบบฝึกหัด
“I told you” มักสื่อความหมายใดในการตอบแบบนี้?
- ฉันกำลังขอให้คุณบอกบางอย่างกับฉันเป็นครั้งแรก
- ฉันเคยพูดเรื่องนี้แล้ว และตอนนี้ผลลัพธ์แสดงว่าฉันพูดถูก
- ฉันสัญญาว่าจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก
ดูคำตอบ
ฉันเคยพูดเรื่องนี้แล้ว และตอนนี้ผลลัพธ์แสดงว่าฉันพูดถูก
there's no such thing as...: บอกว่าบางสิ่งไม่มีอยู่
There's no such thing as... เป็นโครงสร้างตายตัวที่หมายความว่าสิ่งของ สิ่งมีชีวิต แนวคิด หรือประเภทที่กล่าวต่อท้ายไม่มีอยู่จริง ในประโยคนี้ใช้ยืนยันอย่างหนักแน่นว่าไม่มีสัตว์ประหลาดหิมะ ให้เข้าใจ no such thing as เป็นก้อนเดียวกัน แล้ววางกลุ่มคำนามหลัง as: There's no such thing as + กลุ่มคำนาม โครงสร้างนี้เน้นย้ำและเป็นภาษาสนทนามากกว่าการพูดเพียงว่า X doesn't exist
แบบฝึกหัด
เติมประโยคด้วยรูปย่อของสำนวนตายตัวที่หมายความว่าบางสิ่งไม่มีอยู่: ____ a perfect plan.
ดูคำตอบ
There's no such thing as
Come on: ชวนหรือเร่งให้อีกฝ่ายลงมือ
Come on ในที่นี้เป็นการชวนพ่ออย่างเป็นกันเองให้เริ่มเคลื่อนไปพร้อมกับคนอื่น มีความหมายใกล้กับ Let's go คำนี้ช่วยผลักดันกิจกรรมที่ทำร่วมกันให้ดำเนินต่อไป ไม่ได้หมายเพียงว่าให้เดินมาหาผู้พูด Come on ยังใช้ให้กำลังใจ เร่ง ท้าทาย หรือแสดงความไม่เชื่อได้ด้วย หน้าที่ของคำขึ้นอยู่กับบริบทและน้ำเสียง ในประโยคนี้ บริบทในครอบครัวและการเรียก Daddy โดยตรงทำให้เป็นคำชวนที่อบอุ่น ไม่ใช่คำตำหนิ
แบบฝึกหัด
ประโยคใดใช้ Come on เพื่อกระตุ้นให้อีกฝ่ายลงมือทันทีอย่างเป็นมิตร
- Come on, Mia. We're going to be late.
- Come here, Mia. I want to show you something.
- Take your time, Mia. There's no hurry.
ดูคำตอบ
Come on, Mia. We're going to be late.
We'll make you warm again and melt all this snow. ไวยากรณ์
2:27พวกเราจะทำให้คุณพ่ออุ่นขึ้นและละลายหิมะพวกนี้ให้หมด
make you warm again: make + กรรม + คำคุณศัพท์
โครงสร้าง make + กรรม + คำคุณศัพท์ หมายถึง “ทำให้คนหรือสิ่งใดเข้าสู่สภาพหนึ่ง” ใน make you warm คำว่า you เป็นกรรม และ warm บอกสภาพที่เกิดขึ้น again แสดงว่ากลับไปสู่สภาพเดิม คำคุณศัพท์วางต่อจากกรรมโดยตรง จึงใช้ make you warm ไม่ใช่ make you to be warm
แบบฝึกหัด
ทารกรู้สึกกระสับกระส่าย ประโยคใดใช้ make + กรรม + คำคุณศัพท์ได้ถูกต้อง เพื่อบอกว่าเสียงเพลงทำให้ทารกกลับมาสงบอีกครั้ง
- The quiet music made calm the baby again.
- The quiet music made the baby to be calm again.
- The quiet music made the baby calm again.
ดูคำตอบ
The quiet music made the baby calm again.
look for my glasses: ค้นหา ไม่ใช่เพียงมอง
look for หมายถึง “พยายามหาให้เจอ” ใน look for my glasses ยังไม่พบแว่นตา และผู้พูดขอให้อีกคนช่วยค้นหา look for บอกกระบวนการค้นหา ไม่ได้บอกว่าหาเจอแล้ว ควรเข้าใจ look for เป็นกริยาวลีหนึ่งชุด ไม่ใช่ตีความ look เพียงว่า “มองไปยังสิ่งหนึ่ง”
แบบฝึกหัด
กุญแจของคุณหายและคุณยังคงค้นหาอยู่ ประโยคใดอธิบายสิ่งที่คุณกำลังทำได้ดีที่สุด
- I'm looking at my keys.
- I'm looking for my keys.
- I found my keys.
ดูคำตอบ
I'm looking for my keys.
on the way: ระหว่างการเดินทาง
on the way หมายถึงขณะกำลังเดินทางจากสถานที่หนึ่งไปยังอีกสถานที่หนึ่ง ในประโยคนี้ การหาแว่นเกิดขึ้นระหว่างทางกลับบ้าน ไม่ใช่การออกเดินทางอีกครั้งเพื่อหาแว่นโดยเฉพาะ คำว่า way ในที่นี้หมายถึงเส้นทางหรือการเดินทาง ไม่ใช่ “วิธี” สามารถเติมจุดหมายได้ เช่น on the way to school แต่เมื่อใช้กับ home ปกติจะพูดว่า on the way home โดยไม่ใส่ to เพราะ home สามารถบอกจุดหมายได้โดยตรง
แบบฝึกหัด
ประโยคใดบอกอย่างเป็นธรรมชาติว่าเราสามารถซื้อขนมปังระหว่างทางกลับบ้านได้
- We can pick up bread on the way home.
- We can pick up bread in the way home.
- We can pick up bread by the way home.
ดูคำตอบ
We can pick up bread on the way home.
Daddy Pig is very glad to be back home in the warm. โน้ต
2:41คุณพ่อหมูดีใจมากที่ได้กลับมาบ้านในที่อบอุ่น
glad to be back home: ดีใจที่ได้กลับบ้าน
glad to be back home หมายถึงดีใจที่ได้กลับบ้านและได้อยู่ที่บ้านอีกครั้ง ในโครงสร้าง glad to + คำกริยารูปพื้นฐาน ส่วนที่ขึ้นต้นด้วย to บอกว่าอะไรทำให้เกิดความรู้สึกนั้น ในที่นี้ไม่ได้บอกจุดประสงค์ be back บอกสภาพที่เกิดขึ้นหลังจากกลับมาแล้ว ในรูปแบบนี้ home ใช้โดยไม่ต้องมี to จึงพูดว่า be back home ไม่ใช่ be back to home
แบบฝึกหัด
ประโยคใดแสดงความดีใจที่ได้กลับมาอยู่บ้านอีกครั้งหลังการเดินทางอย่างเป็นธรรมชาติ
- I'm glad to be back to home after the long trip.
- I'm glad to be back home after the long trip.
- I'm glad to back home after the long trip.
ดูคำตอบ
I'm glad to be back home after the long trip.
in the warm: อยู่ในสถานที่อบอุ่น
in the warm หมายถึง “อยู่ในสถานที่หรือสภาพแวดล้อมที่อบอุ่น” ในสำนวนนี้ the warm ใช้เรียกความอบอุ่นสบายที่อยู่รอบตัว จึงทำหน้าที่เป็นส่วนเติมเต็มของ in แม้ปกติ warm จะเป็นคำคุณศัพท์ วลีนี้เน้นการอยู่ท่ามกลางความอบอุ่น ไม่ใช่การบรรยายสิ่งของชิ้นใดชิ้นหนึ่งว่าอุ่น
แบบฝึกหัด
ข้างนอกอากาศหนาว ประโยคใดสื่ออย่างเป็นธรรมชาติว่ากลุ่มนี้จะรออยู่ในสถานที่อบอุ่น
- Let's sit in the warm until the bus comes.
- Let's wait until the bus gets warm.
- Let's keep the waiting room warm until the bus comes.
ดูคำตอบ
Let's sit in the warm until the bus comes.
not ... anymore: สถานะเดิมสิ้นสุดลงแล้ว
not ... anymore แสดงว่าสถานะ รูปลักษณ์ หรือความเชื่อเดิมได้สิ้นสุดลงแล้ว ในที่นี้คุณพ่อหมูเคยดูเหมือนปีศาจหิมะ แต่ตอนนี้คำบรรยายนั้นใช้ไม่ได้แล้ว anymore มักอยู่ใกล้ท้ายอนุประโยคปฏิเสธ ให้เข้าใจรูปแบบ not ... anymore ทั้งชุดว่าเหมือน no longer ซึ่งแปลว่า “ไม่...อีกต่อไป” ไม่ใช่ “not more”
แบบฝึกหัด
Sam ออกจากทีมแล้ว ประโยคใดบอกว่าเขาเคยเล่นให้ทีมนี้ แต่ตอนนี้ไม่ได้เล่นแล้ว
- Sam doesn't play any more games for this team.
- Sam doesn't play for this team anymore.
- Sam still plays for this team.
ดูคำตอบ
Sam doesn't play for this team anymore.
Everyone is warming up inside with hot chocolate.
2:51ทุกคนกำลังอบอุ่นร่างกายอยู่ข้างในด้วยช็อกโกแลตร้อน
Even snow monsters: เน้นประธานที่คาดไม่ถึง
ใน Even snow monsters คำว่า even หมายถึง “รวมกรณีนี้ที่น่าประหลาดใจเป็นพิเศษด้วย” และวาง snow monsters ไว้ที่ปลายด้านที่คาดไม่ถึงที่สุดของลำดับที่แฝงอยู่ กล่าวคือ ถ้าคนทั่วไปชอบช็อกโกแลตร้อนเป็นเรื่องธรรมดา กลุ่มที่ดูไม่น่าเป็นไปได้นี้ก็ชอบเหมือนกัน การวาง even ไว้หน้าประธานโดยตรงทำให้ความสนใจอยู่ที่ว่า “ใคร” เป็นสิ่งที่คาดไม่ถึง ไม่ใช่ที่เครื่องดื่มหรือการชอบเครื่องดื่มนั้น ในที่นี้ การเน้นยังย้อนกลับไปถึงมุกเรื่องสัตว์ประหลาดหิมะก่อนหน้า จึงเป็นการปิดท้ายแบบขำขัน ไม่ใช่ข้อเท็จจริงจริงจังเกี่ยวกับสัตว์ประหลาดหิมะ
แบบฝึกหัด
even สื่ออะไรในประโยค “Even the shyest guest joined the dance”?
- แขกที่ขี้อายที่สุดเกือบเข้าร่วมการเต้นรำ แต่สุดท้ายไม่ได้เข้าร่วม
- แขกที่ขี้อายที่สุดเป็นคนที่ไม่น่าจะเข้าร่วมการเต้นรำเป็นพิเศษ
- มีเพียงแขกที่ขี้อายที่สุดเท่านั้นที่เข้าร่วมการเต้นรำ
ดูคำตอบ
แขกที่ขี้อายที่สุดเป็นคนที่ไม่น่าจะเข้าร่วมการเต้นรำเป็นพิเศษ